งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

VeryHappy

THESIS ผมเกลียดคำนี้ :05:
ยังไงจานดาก็สู้ๆนะฮะ :56:

ดาเฉยๆ

#4816
ขอบคุณนะคะ  :46:

ไปอ่านเรื่องที่สพฐ.จะจ้างครูฝรั่งมาสอนภาษาอังกฤษเดือนละ 83,000 บาท
เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัยจบป.ตรีแค่ 8700 บาทเองนะโว้ยคะ  :07:
จบโทก็แค่หมื่นนิดๆ จบเอกก็ยังไม่ถึงสองหมื่น  :05:
เงินเดือนคณบดีรวมนั่นโน่นนี่แล้วยังแค่หกหมื่นเองนะ
แมร่ง :39:

p1ug

คนไทยเก่งกว่าฝรั่งเยอะแยะ ให้สักสามหมื่นเค้าก็มากันแล้ว  :37:

ณต

เรื่องจ้างฝรั่งด้วยเงินมากขนาดนี้ตูว่ามันงี่เง่าบรมเลยนะ
เป็นความคิดของพวกเต่าล้านปีที่บูชาลัทธิกินขี้ฝรั่ง

น้องของเพื่อนแฟนตูคนนึง เป็นคนไทย
แต่มาโตที่อังกฤษ พูดภาษาอังกฤษเป็น native speaker
และยังพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ
เพราะพ่อแม่พูดภาษาไทยกับลูกอย่างเดียว
ทำให้เป็น Bilingual โดยอัตโนมัติ

กลับไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เมืองไทย
ปรากฎว่า ให้เงินน้อยกว่าพวกฟิลิปินส์และฝรั่งขี้นกที่ไหนก็ไม่รู้
ข้อหาคือ ดันเป็นคนไทย เข้าใจภาษาไทย และพูดภาษาไทยชัดด้วย
นี่แหละ ประเทศไทย ที่มีผู้บริหารเฮงซวย  :08:




ดาเฉยๆ

มากๆ อะ
ถ้าเป็นฝรั่งผิวขาวได้เรตนึง ผิวดำไม่ได้จ้าง และพวกเอเชีย ฟิลิปปินส์ อินโดอีกเรต
แต่ยังไงก็ได้มากกว่าคนไทยอยู่ดี
ได้ค่าเช่าบ้านด้วย ฝรั่งผิวขาวได้ 5000 ฟิลิปปินส์ 3000
อาจารย์ไทยไม่มีให้ :07: ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนในท้องถิ่น ต้องเช่าบ้านอยู่กันทั้งงั้น  :39:

iannnnn

ที่เคยเจอฝรั่งพูดไว้แสบๆ ก็คือ
ประเทศไทยน่ะ เป็นแลนด์ออฟสไมล์
แต่เฉพาะสำหรับคนขาวนะ

หนูอร


นี่คือเรื่องที่ไปเจอที่โรงแรมที่นอนฟรีป่ะคะ  :3005:



อันบัน ♥

iannnnn


ณัฏฐ์

ฟิลิปินเค้าพูดไม่ชัดจริงๆ นะ โรงเรียนมีอาจารย์ฟิลิปปินสองคน ต้องฟังดีๆ ไม่งั้นไม่เข้าใจ :3005:

เรียกกันว่าอาจารย์โปะ

ออยอิชี่

นั่งไล่อ่านย้อนหลังหลายหน้ามาก แต่สนุกจัง  :25:

- จารย์ดา สู้ๆ น้า  :12:

- ปลั๊กก็ต้องสู้และค้นหาทางของตัวเองต่อไป  :12:

- น้องเดือน แห่ง Faceblog ดังใหญ่แล้ว ฮ่าๆ  :12:

- เพิ่งรู้ว่าโตนทำงานเกี่ยวกับขุดเจาะน้ำมัน  :53:

อัพเดทชีวิตตัวเองบ้าง
ยังคงทำงานหนุ่มโรงงานย่านบางสมัคร(ในนิคมเวลโกรล์)
ทำมาได้ 6 เดือนละ งานชวนปวดหัวเหมือนเดิมเลย  :3005:
ออกจาก Plant แต่ละวัน มึดตลอด คนอื่นเขากลับกัน 4โมงเย็น (อยากกลับเหมือนเพื่อนๆ พี่ๆ คนอื่นบ้าง :05:)
ทำ วางแผนการผลิตในส่วนของMaterial เหมือนเดิม (Material Planner)
ถ้าภาษาไทยแบบเข้าใจง่ายก็ "จัดซื้อ"
แต่ดันเป็นจัดซื้อที่เรื่องเยอะ ต้อง support volume เมืองนอก ซึ่งความต้องการดันเยอะขึ้นเรื่อยๆและต้องทำให้ได้
และ Supplier ที่เราเป็น Owner ดูแล ดั๊นนน มีปัญหาบ่อย และเป็นตัว Hero ซะอีกแหน่ะ
ต้องคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีเรื่องให้แก้แทบทุกวัน แก้เรื่องนี้จบ อ้าวไอ้นี้เสียอีก อ้าวเครื่องจักรมีปัญหา ของส่งให้ไม่ได้อีก บลาๆ
วันไหนที่ประชุมตอนเช้า แล้วบอกว่า Suppler ของเรา Support Order ได้หมด ทุกผลิตภัณฑ์
(มีประชุมตอนเช้า ทุกๆ 8โมง ฝรั่งบ้าง ไทยบ้าง ฟังไม่รู้เรื่องบ้าง ฮา~) วันนั้นโคตรหล่อ โคตรภูมิใจเลย  :30:
แต่วันไหนที่ Supplier เรามีปัญหาหรือมีความเป็นไปได้ว่าจะส่งของให้เราไม่ได้ วันนั้นจะจิตตกนิดๆ บางทีเอาไปฝัน(เป็นเอามาก)
เพราะพรุ่งนี้ตอนเช้า เราต้องเข้าไปแชร์ใน มีตติ้งตอนเช้าว่า Supplier ของเราเขาจะ Support ของไม่ได้ มีผลกระทบยังไงบ้าง
เสียหาย อะไรยังไงเท่าไหร่ Market รับได้ไหม ถ้ารับได้ก็รอดไป ถ้าไม่ได้ ถึงกับงานเข้ากันเลยทีเดียว :16:
ตอนนี้ แผนกรับน้องใหม่เพิ่มทีมผม 1 คน มาแบ่งงานจากผมไปบางส่วน
อนาคต เราจะทำงานสบายและเบาขึ้น ฮูเล่ห์  :07:

ทุกวันนี้ไปเดินห้าง เห็นคนหยิบซื้อพวก Pantene Head&Shoulder Rejoice Herbal Essence อยากจะบอกว่า
นั่นมันหยาดเหงื่อแรงกายตูทั้งน้าน  :07: :07: :07:  :30:

คุณชาย ( 737 )

รู้สึกจะเคยขายของให้บริษัทที่ชายออยทำงานอยู่ครั้งนึงนะครับ ฮ่าๆๆขายของให้ยากพอสมควร
แถมต้องเอาของไปลองหน้างาน พอลองสำเร็จเห็นผลว่าใช้ได้ กลายเป็นว่าเรื่องเงียบไม่มีการ
สั่งซื้อ  :11: ไม่เสียก็แล้วไปเนอะ สงสัยจะสั่งจากนอกมาสต๊อกทิ้งเอาไว้แล้วจริงๆ

ปล. สมัยนั้นชายออยยังไม่ได้เข้าไปทำงานนะ
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

เก้อ

เคยฟังเรื่องที่คุณคริสเล่า ที่เค้าไปสมัครเป็นอาจารย์สอนในสถาบันภาษา
แล้วสถาบันนั้นไม่รับ เพราะว่าเค้าดูหน้าตาเป็นคนไทยมากเกินไป
เป็นเรื่องความเชื่อถือของผู้ปกครองอะไรแบบนั้น แบบว่าถ้าเค้าไม่ได้มาเรียนด้วย
ไม่รู้ว่าสอนดีไม่ดียังไง เค้าก็ดูจากหน้าตาคนสอนก่อน อะไรงั้นมั้ง  :37:

เงินเดือนฝรั่งนี่ ผมว่ามีทั้งส่วนที่เข้าใจได้ และส่วนที่งี่เง่า
ถ้าส่วนที่เข้าใจได้คงเป็นว่า ถ้าเค้าได้เงินเดือนน้อยกว่าที่เค้าอยู่ประเทศตัวเอง
ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นดึงให้เค้าอยู่ เค้าก็คงจะไม่มาทำงานที่ไทยอะนะ
อย่างโค้ชฟุตบอลที่เป็นฝรั่งทั้งหลายแหล่ ได้เยอะกว่าโค้ชไทยมาก
เพราะการจะดึงเค้าให้อยู่ที่ไทย ก็ต้องเป็นเรื่องเงินนี่แหละ ที่จะต้องไม่น้อยกว่าที่เค้าได้ที่ประเทศตัวเอง
ไม่งั้นก็ต้องมีเหตุผลอื่น เช่น มีเมียไทยหรือกะหาเมียคนไทยเป็นต้น :30:
I ROCK , THEREFORE I AM

Buob Marley

งั้นจะจ้างฝรั่ง จ้างไม่แพง บวกจ้างเมียให้คนนึง อาจจะถูกกว่า :37:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

JΛNΣ

แล้วฝรั่งก็จะถูกเมียจ้างเสี้ยมให้โกง  :58:

Longtime

#4829
ตั้งแต่เปิดร้านยาที่สมุย นี่เป็นครั้งแรกที่จะเริ่มมีอะไรให้ต้องแก้ไข และเป็นปัญหานิดหน่อยแล้วหละค่ะ

ป้ายของร้านถูกร้านที่มาเช่าใหม่ ทำป้ายบัง ป้ายเรา
เพื่อไม่เป็นปัญหา ใช้การเจรจา อย่างประนีประนอมดีที่สุด

ได้ความมาว่า " บังตรงไหนเหรอ ครับ เดินไปชี้ให้ดุหน่อย"
                   เราก็เลยบอกว่า บังฝั่งนู้นค่ะ โรงแรมฝั่งโน้น จากหน้ารพ. เค้ามองไม่เห็นป้ายร้านเลยค่ะ
                " เดี๋ยวผม จะจัดการแก้ไขให้ครับ ไหนๆ ก็เป็นเพื่อนบ้านกัน "
                   ก็เลยช่วยแนะวิธีแก้ไข ถ้าเค้าจะแก้จริงๆ คือ ต่อเสาขึ้นไปสูงอีก แล้วเอาป้ายขึ้นสูงด้านบน  
                   ถ้าเอาขึ้นสุดเสา ณ ตอนนี้  มันจะบังมาก และไม่ได้แก้อะไร
                   ถ้าคุณไม่ทำแบบนี้นะคะ เดี๋ยวเราจะแก้ป้ายส่วนของเราเอง ก็ได้ค่ะ
                  " ไม่เป็นไรครับ ผมจะช่วยดูและแก้ไขให้ "

การเจรจาเหมือนจะผ่านไปด้วยดี ด้วยอารมณ์ ตะหงิดๆ นิดๆ ว่า ... เ้ค้าคงไม่ทำอะไรที่จริงจังเท่าไหร่
เพราะว่าแค่ถามว่า " บังตรงไหน เดินไปชี้หน่อย "  ก็เริ่มจะคิดว่า... ไม่มีตาดูรึยังไงนะ
ณ ตอนนี้ กิ๊กก็ขับรถตระเวนหาร้านมาช่วยแก้ไขป้ายตัวเอง แล้วหละ

จนถึงวัน เรียกช่างมาแก้งาน  ช่างป้ายเดินมาไขน็อตเอาป้ายขึ้นจนสุด   :58:
นอกจากไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังเลวร้ายกว่าเดิม ก็เลยรอถามเจ้าของป้ายที่บังว่า
 
                     " พี่คะ ถ้าเอาขึ้นแค่นี้ เดี๋ยวรบกวน เอาป้ายลงเถอะค่ะ ไม่งั้นจะแก้ไขป้ายหนูลำบาก "
                      ได้ความมาว่า " แล้วจะให้ทำยังไงหละครับน้อง "
                     " ถ้าพี่จะไม่ต่อเสา้ป้ายขึ้นไปอีก ให้ป้ายพอที่จะเห็นกันเนี่ย รบกวนคุณพี่บอกช่างว่า เอาป้ายลงมาไว้ที่เดิมเถอะค่ะ "
                 " ได้คืบจะเอาศอก นี่ก็แก้ให้แล้ว จะเอาอะไรอีกครับ "

เริ่มพูดจากันไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่เราจะบอกแค่ว่า
                    "พี่คะ บ้านเรามันติดกันนะคะ ป้ายร้านมันติดกันระยะนี้ ถ้าติดระดับเดียวกัน บังมากๆ เลยนะคะ"
                " แล้วจะให้ช้าน ย้ายไปอยู่ปฐพีไหนหละยะ ถึงไม่บังร้านเธอร์หนะ " แล้วมือก็เริ่มเ้ท้าสะเอว สะโพกเริ่มบิด... ห้วยยย แต๋วออก !  :30:
                    แล้วก็ชี้นิ้วไปที่น้าบอกว่า " วันนั้น ชั้นไม่คุยอะไรกะเธอร์ ชั้นคุยกับผู้หญิงคนนั้น "

                    ตาเจ้าของป้ายเริ่มพูดมาก แบบไม่ฟังอะไรเลย ทั้งๆที่กิ๊กพยายามบอกเค้าว่า ฟังหน่อยได้มั้ยคะ ฟัง !!

                    " เอาป้ายลงที่เดิม เดี๋ยวเราจ้างช่างมาแก้เอง !! "

แล้วน้าก็เรียกให้เข้าบ้าน บอกว่า อย่าไปคุย ช่างมัน...
กิ๊กเดินโกรธควันออกหู  ตัวสั่น เดินเข้ามาปุ๊บ ร้องไห้ด้วยความโกรธ  :05:

น้าก็เดินบอกว่า " เอาป้ายลง ช้านเรียกช่างมาทำเอง จบมั้ย ? "

------------------------------
ตามกฎหมายกิ๊กว่า ไม่มีใครถูกหรือผิดหรอกค่ะ เค้ามีสิทธิขึ้นป้ายขนาดใหญ่ได้
แต่ในแง่ของความมีน้ำใจและมารยาท ... ถ้าใครโดนมั่งก็คงจะเข้าใจเนอะ
นี่เป็นครั้งแรกของการได้เจอคนนิสัยแย่ๆ  ถือซะว่าเป็นประสบการณ์การทำงาน ก็แล้วกัน
ท่องเที่ยวเป็นงานหลัก ถ่ายรูปเป็นงานรอง
วาดรูปเป็นงานอดิเรก ขายยาเป็นงานประจำ

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines