งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

JΛNΣ

จริง  :30: :30:

เงินคงเหลือ = รายได้ - รายจ่าย
อยากมีเงินเยอะขึ้น ไม่ใช่ว่าต้องหารายได้เพิ่มเท่านั้น

โบว์

ก็นิดนึงน่า กลัวแก่กลัวเหี่ยว ก็ต้องมีกันบ้าง :11:
แต่เค้าซื้ออย่างชาญฉลาดนะ :58:

JΛNΣ


หมีเล็ก

นั่งคิดกับวิลว่าเรียนจบแล้วจะทำยังไงกันต่อ

อิ่มอยากอยู่ฝึกงานที่นี่ต่อซักครึ่งปี เพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำงานมาก่อน
จบป.โทไปก็ไม่มีความหมาย ดูอย่างหมีสิ เรียนป.โท แต่เอาวุฒิป.ตรีสมัคร

วิลเสนอว่า งั้นก็ลงเรียนต่อมันอีกซัก 4 ตัว แล้วยื่น PR ไปเลย
ยื่นผ่านเราก็จะได้เป็นคน 2สัญชาติทันที  :25:

ไอ่สองสัญชาติน่ะไม่เท่าไหร่ แต่อิ่มคิดว่า อิ่มอยากทำงานเมืองนอกมากกว่า
อิ่มว่าอิ่มถูกจริตกับการออกมาอยู่คนเดียว โดยที่ไม่มีพ่อแม่น่ะ
(ซึ่งตรงข้ามกับคุณนายหมีโดยสิ้นเชิง และพ่อแม่ก็หวังจะให้อิ่มเป็นเหมือนหมี คือ อยู่บ้าน)

แต่การที่จะขออยู่ต่อนั้นมันก็แลกมาด้วย
1. ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เทอมละ สามแสน เรียนอย่างเดียว ไม่รวมค่าหอค่ากิน ค่ารถ หมดไปแล้วเกือบล้านแล้วอ่ะ :08:
2. พ่อเพิ่งสร้างบ้านใหม่ และอยากจะให้อิ่มกลับไปอยู่มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

หลายคนก็ถามว่าทำไมไม่ทำงานล่ะ..จะได้แบ่งเบาภาระ

อิ่มเรียนเป็น full time student ค่ะ งานเยอะ รายงานแยะ เรียนหนักมาก
อิ่มอยากทำงานนะ แต่ทำไม่ได้เลย โดยเฉพาะเวลาใกล้ส่งงานเนี่ย นอนยังไม่ได้นอน
อิ่มไม่ใช่คนฉลาดที่จะปั่นรายงาน1วันเสร็จ อิ่มทำเป็นอาทิตย์  :05:
ดังนั้นเรีื่องทำงาน ลืมไปไำด้เลย (แต่ถ้าว่างจะจะไปขายของที่ตลาดนะ)

เคยลองแย๊บๆบอกแม่ไปว่าจะขอเรียนเพิ่มอีก 4ตัวนะ แม่ก็เริ่มโวยวายว่าจะเรียนทำไม
กลับบ้านเถอะ พ่อสร้างบ้านให้อยู่นะ  บลาๆๆๆ

ส่วนวิลก็ได้แต่บอกว่า ถ้าอยากฝึกงาน เค้าก็ช่วยได้ แต่ที่อเมริกานะ (ครอบครัวทำบ.อยู่ที่อเมริกา)
ไปตั้งอมเริกา อยากไปนะ แต่ใครจะให้ไป  :05: :05:

ถ้าไม่ติดครอบครัวนี่อิ่มไปเลยนะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าครอบรัวรั้งอิ่มเอาไว้ไม่ให้ไป แต่เค้ากลัวอิ่มไปไม่กลับ
กลับอ่ะกลับแน่ แต่อยากประสบความสำเร็จก่อน จะกลับมารับพาไปเที่ยวรอบโลก  :05:
พ่อบอกกลับมาจะฝากงานที่ปตท. (ไม่เอาไม่อยากให้ใครมาฝากแล้ว ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร)
แม่บอกจะทำอะไรก็ได้ถ้ากลับมา

แต่ทั้งนี้คือ ป.โทมันค้ำคอ
จบนอกนะ ป.โทนะ กลับมาทำงานต๊อกต๊อย คนเค้าก็จะหาว่าแล้วจะไปเรียนทำไม


สับสนๆๆๆๆ
ไม่รู้จะเลือกอะไรดี

:05: :05: :05:
:3005:

PalmySyd

พี่แนะนำว่าเรียนต่อแล้วยื่นขอพีอาร์
เดี๋ยวนี้ขอพีอาร์ยากมากเลยนะ ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ฉวยเอาไว้
ส่วนปัญหาเรื่องเงิน ค่อยๆแก้กันไป อิ่มสามารถหารายได้เสริมได้หากจัดสรรเวลาดีๆ
พี่ไม่แน่ใจว่าอิ่มเรียนหนักขนาดไหน เดาเอาจากเพื่อนๆพี่ที่เรียนโท เรียนตรีที่นี่ เขาก็ทำงานทั้งนั้น
ช่วงไหนต้องเตรียมตัวสอบ หรือต้องการเวลาทำรายงานก็ขอลาหยุดงานเป็นครั้งคราวไป
หรือก็หาอาชีพเสริมที่เราสามารถจัดสรรเวลาได้เอง ทั้งนี้ก็อยู่ที่ความสามารถพิเศษของแต่ละคน

เช่น รับจ้างสอนพิเศษเด็กๆ ตามบ้าน, สอนภาษาไทยให้เด็กไทย, สอนดนตรี, รับจ้างทำรายงาน, หรือแม้กระทั่งแจกหนังสือพิมพ์

แน่นอนว่าชีวิตเมืองนอกมันไม่สบายหรอก....หากจะยืนด้วยตัวเอง บอกได้เลยว่าหนักมาก
แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ  คนอื่นเขาก็ทำกันเยอะแยะ


ยกตัวอย่างอีกที เผื่อจะเห็นลู่ทาง
1. เพื่อน(เป็นรุ่นน้อง) ที่สนิทกัน ตอนนี้เรียนตรีU SYD เป็นอาชีพหลัก ส่วนอาชีพเสริม คือ นำเข้าข้าวสารอาหารแห้ง และจัดส่งไปตามร้านรวงต่างๆ
2. เจ้าของร้านโอนเงินกลับไทยเจ้าใหญ่อันดับต้นๆของออสเตรเลีย มีหน้าร้านที่ซิดนีย์3 สาขา, มีตัวแทนที่เมลเบิร์น1ราย, บริสเบน1ราย, แคนเบอร่าอีกราย.....ตอนนี้ยังเป็นนักเรียนนะ ถือวีซ่านักเรียนFull time
3. พี่หุ้นส่วนที่ร้านที่สนิทกันมาก ตอนนี้เรียนโทวิศวะไฟฟ้าแบบ Full time แต่ก็ยังทำงานเป็นHead Chef + Manager ดูแลร้านให้พี่2สาขา


สามคนข้างบนที่ยกมา ไม่ใช่ว่าเขาเรียนเก่งหัวดี แต่เขามีการแบ่งเวลาที่ดีเท่านั้นเอง



ปล. สิ่งสำคัญสุดคือ ต้องอดทน และเข้มแข็งนะจ๊ะ

ณต

เท่าที่อ่านมาจับประเ็ด็นได้ดังนี้

- อยากออกมาใช้ชีวิตเป็นส่วนตัว
- ถ้าอยู่เมืองนอกได้ก็ดี เพราะจะใช้ชีวิตเป็นส่วนตัวได้มากกว่า
- รู้สึกว่า วุฒิป.โท มันค้ำคอ เลยต้องหางานให้สมศักดิ์ศรี

เอาเรื่องวุฒิ ป.โท ก่อน
ความจริงปริญญาแทบไม่มีความหมายอะไร ถ้าทำงานเมืองนอก
เพราะเขาต้องการคนที่มีประสบการณ์มากกว่า

ก็ต้องถามตัวเองดูว่า แล้วมาเรียนโท ทำไม
มาเพราะอยากเปิดหูเปิดตา มาเพราะหางานทำไม่ได้เลยมาเรียน
หรือมาเรียนเพราะอยากรู้ให้มันลึกขึ้น หรือมาเรียนเอาวุฒิเพื่อให้จบๆ ไปแค่นั้น

พี่ว่าเราอย่าไปคิดว่า อูยตูจบด็อกเตอร์นะ จะให้ตูมาทำอะไรต๊อกต๋อยได้ยังไง
แต่เราควรคิดว่า เราอยากทำงานอะไรมากกว่า แล้วก็พุ่งเป้าไปที่ตรงนั้น
หางานที่เราอยากทำ จะใช้วุฒิปริญญาตรี ป.โท ด็อกเตอร์ หรือ ป.6
ขอให้ได้งานทำเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนมันก็จะดีกว่า

อย่าไปแคร์ว่าไอ้คนที่มันพูดว่า อู๊ยจบตั้ง ป.โท
มาทำงานต็อกต๋อย อย่างนี้จะไปเรียนทำไม

แต่เราควรจะแคร์เวลาคนพูดว่า จบ ป.โทนอกมา
แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง เฮงซวย สู้คนเรียนไม่จบ ป.ตรียังไม่ได้
พี่ว่าเราควรจะแคร์ตรงนี้มากกว่านะ

ทีนี้กลับไปข้อแรกกับข้อสอง

ถ้าจะเรียนต่อจริงๆ พี่แนะนำให้หางานส่งตัวเองเรียนครับ
เพราะนี่จะเป็นตัวที่บอกกับพ่อแม่เราว่า เราเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว
สามารถรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ เขาก็วางใจเรามากขึ้นน่ะครับ
ทีนี้จะขยับขยายอะไร มันก็ค่อยเป็นค่อยไปได้
แต่ถ้ายังต้องแบมือขอเงิน(จำนวนมาก) จากเขาอยู่
จะให้เขาปล่อยเลย มันก็ยังไงๆ อยู่

อย่างน้อยถ้าสามารถทำงานเสริม
แบ่งเบาภาระได้ส่วนนึง
มันก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
เรื่องที่บอกว่า เราไม่เก่ง ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยไม่ได้นั้น
มันก็คงเหมือนกับที่ปาล์มยกตัวอย่างมา
ว่าแล้วทำไมใครๆ เขาถึงทำกันได้
เพราะถ้าจะพิสูจน์ตัวเองกับพ่อแม่ว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว
คงต้องเริ่มจากตรงนี้ก่อน

แต่ถ้าอิ่มคิดแล้วว่าคงทำไม่ได้
พี่ก็แนะนำให้แต่งงานฮะ  :37:








Ah!

 :37:/
เห็นด้วยว่าควรทำงานที่ตัวเองชอบ+อยากทำ
และส่งตัวเองเรียน

แต่ของผมเนี่ย อย่าลืมว่าการได้กลับมาอยู่ที่บ้าน อยู่ใกล้พ่อแม่ก็เป็นเรื่องสำคัญนะ
เวลาที่เราจะอยู่ด้วยกัน จริงๆแล้วมันก็น้อยลงทุกวันๆ
        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

PalmySyd

ในความเห็นปาล์มถ้าน้องอิ่มคิดว่าการอยู่เมืองนอกนี่แหละใช่เลยชีวิตตู
พี่แนะนำให้ดั้นด้นเอาซิตีเซ่นนะ เบื้องต้นก็ทำพีอาร์ก่อนนั่นแหละ แล้วค่อยสอบเอาซิตีเซ่นทีหลัง
ทั้งนี้เพื่อโอกาสอาชีพการงานในอนาคต


คิดในแง่ดี ถ้าอิ่มได้พีอาร์หรือซิตีเซ่นมันจะเป็นประโยชน์สำหรับครอบครัว
คือพอเราได้แล้วต่อไปก็ทำให้พ่อแม่และทำให้หมีอรได้ด้วย
ทีนี้หมีอรก็จะได้เป็นสาวสองสัญชาติ ออส-ไทย (อินเตอร์มากๆ)  :37:


ประเด็นคือ อนาคตเมืองไทยต่อไปจะเป็นไงก็ไม่รู้ ดูมันอึมครึมชอบกล ถ้าเรามีโอกาสก็น่าจะคว้าไว้นะ เผื่อๆไว้น่ะ



ปล. ถ้าคิดไม่ออกว่าจะทำงานไรปรึกษาพี่ได้นะ จมล.มาพี่มีงานให้ ....(ว่าไปตูน่าเปิดเอเจนท์หางานนะเนี่ย)

โบว์

เคยสัมผัสครอบครัวหมี แล้วพูดยากแหละ
เพราะบ้านนี้เลี้ยงลูกประคบประหงมมาก เหมือนลูกเป็นเด็กตลอดเวลา
ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ ดีสำหรับบางคนน่ะ เช่นหมี
(ถ้าโบว์เลือกได้ ก้อยากมีชีวิตชิวๆแบบหมีบ้างแฮะ
คือครอบครัวนี้ค่อนข้างอบอุ่นน่ะ ไปแล้วยิ้มตลอด แต่ก็นั่นแหละเหมาะกับบางคน
จริงๆแต่ก่อน ครอบครัวโบว์แบบหมีนะ เลี้ยงประคบประหงมแบบนั้นแหละ อยากให้อยู่บ้าน
แต่ต่างกันคือ มีจุดหักเหและครอบครัวโบว์จน :30:)
แต่สำหรับอิ่ม ถ้าคิดว่าใจไปทางนั้นก็ลุยเลย :12:

นักศิลปะ

กลางปีนี้ จะลงไปลุยตลาดแบบตึกแถวหน้าหมู่บ้าน ดูสักตั้ง
ว่าจะไปเปิด สอนศิลปะแถว ถนนราชพฤษ สักหน่อย
ลองต่อความฝันตัวเองไปเรื่อยๆ เย่
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

หมีเล็ก

 :46: :46: :46:
+ ค่า ขอบคุณจริงๆ

อิ่มเคยลองทำงานนะ แต่มันไม่ไหว
ในที่นี้คือ เดินทางลำบาก ต้องลำบากให้วิลขับรถมารับดึกๆดื่นๆ ก็เกรงใจอ่ะค่ะ
รถก็หมดสองทุ่ม ร้านปิดสี่ทุ่ม..กลับบ้านไม่ได้อีก
แล้วที่ซันชายโคส พระอาทิตย์ตกปุ๊ป มืด... ไม่มีไฟเลย จะให้เดินกลับก็เกรงกลัวอยู่มิใช่น้อย

แต่อิ่มก็พยายามหางานนะ เอาที่เราทำได้ แล้วไม่ต้องกลับดึก
(นินทา คนไทยที่เมืองอิ่มส่วนใหญ่อีโก้สูงจังเลย ไม่เฟรนลี่เลย :39:)

ตอนนี้ก็อาจจะยังทำอะไรไม่ได้
รอดูเทอมหน้าอิ่มจะมีแค่โปรเจกตัวเดียว ทั้งเทอม
ถึงตอนนั้นคงทำงานอะไรได้บ้าง  :42:

แล้วเรียนหนักขนาดไหน
อิ่มเรียน 4 ตัว เรียน 4 วัน
ทั้งเทอมไม่รวมวิชาโปรเจคดีซาย มีรายงานทั้งหมด 12 ชิ้น+1สอบปลายภาค  :05:
เหมือนไม่หนักนะ ถ้ามันไม่ส่งที่เดียวอาทิตย์ละ3ชิ้น  :05: :05: :05:

ส่วนเรื่องหางานแล้วป.โทมันค้ำคอ
ลืมเกริ่นไปนิดนึงว่าครอบครัวหมีเป้นครอบครัวใหญ่
แล้วดันมีหลานอายุพอๆกับอิ่มเยอะ แถมเพื่อนพ่อหมีก็ดันมีลูกรุ่นเดียวกับอิ่มเยอะอีกตะหาก
ซึ่งในบรรดาคนรุ่นเดียวกับอิ่มทั้งหมดที่รู้จักมา มีอิ่มคนเดียวเรียนโท แถมโทเมืองนอกอีกตะหาก
คนเค้าก็จับตามอง

ตระกูลหมีจะมีการแข่งขันกันเงียบๆอ่ะค่ะ เรื่องลูกใครได้ดีกว่าใคร ซึ่งอิ่มคิดว่าหลายๆครอบครัวก็เป็น

แต่พ่อแม่อิ่มไม่สน
อิ่มดันสน  :37:
ไม่อยากให้ใครมาว่าครอบครัวว่า อุส่าห์ส่งไปเรียนนอก กลับมาได้แค่เนี๊ยะ
ลูกชั้นจบป.ตรีได้งานดีกว่า เงินดีกว่า โฮ๊ะๆๆๆ  :29:
(คืออิ่มโดนมาบ่อยอ่ะค่ะ แต่พ่อแม่ไม่รุ้หรอก เรื่องแอบถากถางกันเนี่ย)
เลยเป็นเด็กมีปมว่า "คอยดูนะ จะประสบความสำเร็จให้ระเบิดเทิดเทิงแล้วจะกลับมา"
เลยเป็นที่มาของการถีบตัวเองมาเรียนนอก(อีกเหตุผลนึง)  :42:

แล้วก็จริงอย่างที่พี่โบว์ว่า ครอบครัวนี้เลี้ยงลูกแบบประคบประหงมมาก :30:
แรกๆอิ่มก็เหมือนหมีอ่ะแหล่ะ
แต่จุดเปลี่ยนมันคือตอนที่เอนท์ติดโบราณฯ แล้วต้องไปค่ายบ่อย
ติดใจว่าการอยู่คนเดียว ช่วยเหลือตัวเองมันก็สนุกดี
แถมเวลากลับมาแม่บอกเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ ภูมิใจง่ะ :25:
อิ่มว่าตั้งแต่อิ่มมาอยุ่ที่นี่ใจเย็นลงเยอะนะ ถ้าไม่ปรี๊ดแตกจริงๆ  :30:

ย้อนกลับมาที่ออส
ตอนแรกก็นึกว่ามันจะไม่หนัก เรียนไปทำงานไป ส่งตัวเองกลับบ้านได้
ที่ไหนได้ บ้าเอ๋ย :05: :05: :05:

อยากให้พี่ปาล์มช่วยนะ แต่คนละรัฐกันเลย :3005:
แต่ก็ขอบคุณค่า  :46:
:3005:

โบว์

สู้ๆ จ้ะ พี่คิดว่าถ้าอิ่มรักทางนั้น ก็ต้องสู้แหละ
ต้องลองแบ่งเวลาและหางานทำดู
เพราะถ้าอิ่มหาตังเองได้ มันก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราอยู่เองได้ไม่ตอ้งขอตังแม่
ตอนนั้องพี่ไปแคนนาดาก็เรียนหนักนะแต่มันก็พยายามแบ่งเวลา
สู้ๆจ้ะ :12:

หมีเล็ก

:3005:

PalmySyd

#4423
ที่จะช่วยคือ จะให้เป็นนายหน้ารับโอนเงินที่บริสเบนน่ะ
อิ่มสามารถจัดสรรเวลาเองได้ และก็ไม่ได้เป็นงานหนักอะไร แทบไม่ใช้แรงงาน
เพียงแต่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบมากๆ

อุปกรณ์ที่มีก็คือ โทรศัพท์ แสกนเนอร์ คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เนต


สนมั้ย?


ถ้าสนใจก็โทรมา เบอร์อยู่ในจมล.นะ

ณต

#4424
เล่าเรื่องของตูให้ฟังบ้าง ตอนตูเรียน
บ้านตูอยู่ห่างจากมหาลัย ต้องใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่ง
แบบว่าเดิน นั่งรถบนดิน ไปต่อรถใต้ดิน แล้วก็ต่อรถลอยฟ้า

เรียนสี่วัน บางวันออกจากบ้านตั้งแต่แปดโมงเช้า
เพื่อไปเรียนสิบโมง กว่าจะเลิก ก็โน่น สามทุ่ม
กว่าจะกลับถึงบ้านก็อีกเกือบสองชั่วโมง นั่นคือห้าทุ่ม

ตูก็เรียนเทอมนึงสี่วิชานะ ทุกวิชาประกอบไปด้วยเลคเชอร์
แล็บ แล้วก็ Tutorial ซึ่งผลแล็บก็ต้องส่งทุกสัปดาห์
สี่วิชาก็สี่รายงาน บวก Tutorial อีกสี่(เหมือนควิซ)ต่อสัปดาห์
ทุกวิชาก็จะมี coursework ขนาดหัวฟูหนึ่งหรือสองตัว และมีสอบปลายภาค

เวลาที่เหลือก็ยังต้องไปทำงานตอนเย็นเลิกเที่ยงคืน
อีกอย่างน้อยสี่วันต่อสัปดาห์ด้วยนะ เพื่อหาเงินส่งตัวเอง
จ่ายค่าบ้านและค่าเดินทาง

ตอนกลับไปเมืองไทยล่าสุด นั่งคุยกับบักเก้อ
ก็เห็นตรงกันว่า หลังจากเราผ่านงานแบบนี้มา
พอมาทำงานที่เมืองไทย
ก็ไม่มีงานอะไรที่จะทำให้เราเหนื่อยหรือเบื่อได้อีกต่อไปแล้ว
ตรงนี้ต้องให้บักเก้อมาเล่าให้ฟัง
เพราะบักเก้อทำงานหนักมาก  :12:


ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะครับ
สู้ๆ นะ  :12:


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines