โชว์หมอแบบแมวๆ

เริ่มโพสต์โดย ความฝันกลางฤดูร้อน, 21 มี.ค. 2008, 22:41 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ความฝันกลางฤดูร้อน

ดึงกระทู้กลับมาก่อน เดี๋ยวคืนนี้พิมพ์จิ้นฟิคแอนป๋าเลย์เสร็จ จะได้เอามาแปะ  :30:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn


ความฝันกลางฤดูร้อน

 :07: เวรยุ่งมาก ไว้จะมาเขียนตอนตี3
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn


IM


papos

อืมมม...

iannnnn

ใช่ นี่จะสิบเอ็ดโมงแล้ว :07:

ความฝันกลางฤดูร้อน

#757
"อาจารย์คะ เอกสารอยู่นี่แล้วค่ะ" หญิงสาวในชุดนักศึกษาผลักประตูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา มือทั้งสองถือกระเป๋าหนังสีน้ำตาลไว้
"ขอบใจมากวิภาวี" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับก่อนจะรีบวิ่งสวนไปทางประตู "ประชุมที่ไหนนะ" เขาตะโกนถาม
"ห้องประชุมภาควิชาค่ะอาจารย์!" เธอตะโกนไล่หลัง ชายหนุ่มโบกมือให้ก่อนจะวิ่งลงบันไดไป

ที่หน้าห้องประชุมภาควิชา อาจารย์หนุ่มจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยและจัดทรงผมหางม้าอันเป็นเอกลักษณ์ไปไว้ที่ด้านหลัง ก่อนจะเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้าไป ... ทางเก้าอี้ซีกซ้ายมือของเขามีท่านอธิการบดีสุวิทย์ อาจารย์คณบดีสุพจน์ และหัวหน้าภาคสุธินกำลังนั่งหน้าบึ้งหันมาทางเขา  ส่วนทางขวามือเป็นชายหนุ่มใส่แว่นผิวขาวในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินนั่งยิ้มมาให้

"อาจารย์ปรัชญา คุณมาสายไป 15 นาทีนะ" อาจารย์สุธินตำหนิ
"ผมว่าเราเริ่มกันเลยดีกว่า คุณเลย์อิจิจะได้ไม่ต้องเสียเวลา" อาจารย์สุพจน์ตัดบท "อาจารย์ปรัชญา ... นี่คือคุณเลย์อิจิ ตัวแทนจากบริษัทนิฮอนเคมีภัณฑ์ประเทศญี่ปุ่นที่ให้เงินทุนแก่คณะของเรา ... ซึ่งครอบคลุมไปถึงงานวิจัยของคุณด้วย"
"ที่จริงโครงการทั้งหมดนี่อาจารย์ปรัชญาเป็นคนดูแลอยู่ ผมขอให้อาจารย์ปรัชญาเป็นคนอธิบายแล้วกัน" อาจารย์สุธินเอ่ยขึ้นก่อนจะหันมาทางอาจารย์หนุ่ม ปรัชญาหันไปมองหน้าคุณเลย์อิจิจากญี่ปุ่นด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก พลางคิดว่าจะอธิบายเป็นภาษาอะไรดี

"สวัสดีครับคุณปรัชญา ผมเลย์อิจิครับ" เขาพูดขึ้นพลางขยับแว่นตาเล็กน้อย " ผมจบทางสายบริหารมา แต่ก็ทำงานในสายงานของบริษัทมาหลายปี และอ่านงานวิจัยของคุณมาแล้วคร่าวๆ คุณอธิบายมาตามสบายเลยครับ สงสัยตรงไหนผมจะถามเอง"

ปรัชญาเปิดกระเป๋าหนังหยิบเอารูปภาพออกมาวางไว้

" อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาศัตรูพืชที่สำคัญในนาข้าวของเราคือหอยเชอร์รี่ งานวิจัยชิ้นนี้ตั้งเป้าหมายง่ายๆว่าเราจะทำลายหอยเชอร์รี่อย่างไรให้หมดไปจากประเทศของเราอย่างสิ้นเชิง"
"เดิมทีชาวนาจะใช้การทำลายด้วยการจับหอยหลังฤดูทำนา ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ดักจับหรือใช้แรงงานในการจับ จากนั้นนำหอยเชอร์รี่ที่ได้มาทำลายทำเป็นปุ๋ยหรือไม่ก็ใช้เป็นอาหารสัตว์" อาจารย์หนุ่มกล่าว " แต่หอยเชอร์รี่มีความสามารถในการฝังตัวอยู่ในดินลึก และสามารถรอดชีวิตแม้ไม่มีน้ำได้หลายปี ทำให้ทำลายอย่างไรก็ไม่หมด จึงมีชาวนาไม่น้อยที่เลือกใช้สารเคมีในการทำลายหอยเชอร์รี่ โดยใช้สารในกลุ่มออร์กาโนคลอรีนซึ่งสามารถฆ่าหอยได้อย่างดี "
"ปัญหาคือสารเคมีเหล่านี้ทำลายสัตว์ในน้ำแทบทุกชนิด  เปลี่ยนสภาพผืนดินของเราให้เป็นในน้ำไม่มีปลาในนามีแต่ข้าว และยังทำลายสัตว์ที่มีประโยชน์ไปมากมาย ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ระบบนิเวศในพื้นที่ประเทศไทยจะต้องถึงจุดวิกฤต"

อาจารย์ปรัชญายกกล่องไม้เล็กๆขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ2กล่อง " นี่คือไข่หอยเชอร์รี่ปกติ" เขาชี้ไปทางก้อนสีชมพูสดใสที่ยึดแน่นกับกิ่งไม้ภายในกล่อง "และนี่คือผลงานวิจัยของผม "แบคทีเรียพิเศษที่ทำลายล้างเผ่าพันธุ์หอยเชอร์รี่"
ในกล่องที่สองนั้นเป็นไข่ที่เกาะอยู่กับกิ่งไม้เหมือนกล่องใบแรก ต่างกันที่ว่าแทนที่มันจะเป็นไข่สีชมพูสดใส กลับเป็นพวงก้อนไข่นับร้อยที่กลายเป็นสีเทา จะมีไข่สีชมพูเหลือก็เพียงใบเดียว

"เราใช้ความรู้ทางพันธุวิศวกรรม ศึกษาพันธุกรรมของหอยเชอร์รี่ จากนั้นก็ปรับแต่งแบคทีเรียในดินให้มีความสามารถในการทำลายไข่หอย โดยเมื่อหอยกินแบคทีเรียเข้าไป เชื้อจะเข้าไปติดที่รังไข่ และติดไปกับไข่หอยที่ออกมา ทำให้เปลือกของไข่เกิดการเสียหายและตัวอ่อนตายไป"
"แล้วมันจะมีผลยังไงกับหอยชนิดอื่นไหม" เลย์อิจิถาม

"ไม่ครับ" ปรัชญาตอบ "ด้วยการใช้เทคนิกทางพันธุวิศวกรรมที่เรามี ผมได้แยกยีนที่จำเพาะของหอยเชอร์รี่ออกมา 6 ตำแหน่ง ซึ่งไม่พบในหอยชนิดอื่นๆ "

"6ตำแหน่ง? ผมเข้าใจอยู่ว่า6ตำแหน่งเพียงพอต่อการแยกกับหอยชนิดอื่นๆ" เลย์อิจิเลิกคิ้วอย่างสงสัย "แต่ถ้าคุณใช้ยีนเพียง 6 ตำแหน่ง มีโอกาสมากเลยนะที่จะมีหอยที่มียีนกลายพันธุ์ รอดพ้นจากแบคทีเรียชนิดนี้"

"ถูกต้องครับ และนั่นคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้งานวิจัยของเราหยุดชะงัก เพราะเครื่องมือที่มีในประเทศไทยไม่มีศักยภาพพอที่จะตรวจหาพันธุกรรมของหอยเชอร์รี่ได้ในระดับนั้น " ชายหนุ่มตอบ " จากที่ผมทดสอบในภาคสนาม เราจะฆ่าหอยเชอร์รี่ได้ประมาณ 99.97% แต่เจ้า 3ในหมื่นที่รอดมาได้ จะแพร่พันธุ์จนภายใน 2 ปี หอยทุกตัวก็จะทนทานต่อเชื้อและใช้ไม่ได้ผลอีก"

ชายหนุ่มญี่ปุ่นเปิดเอกสารที่อยู่ตรงหน้าของเขาออกมา "ที่จริงเราติดตามงานวิจัยของคุณมาพักหนึ่งแล้ว และลองติดต่อสถาบันวิจัยในญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีที่ใดที่ทำได้เหมือนกัน"

ทุกคนนิ่งมองหน้ากัน จนเลย์อิจิต้องรีบพูดต่อ " อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้นครับผมยังบอกไม่จบ ถึงแม้ในญี่ปุ่นจะไม่มี แต่ศูนย์วิจัยที่สหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 3 แห่งก็สามารถตรวจได้ครับ เพียงแต่ว่าทางบริษัทของผมไม่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้เท่านั้น"

"ผมเข้าใจว่าการติดต่อจากสถาบันเล็กๆของประเทศไทย ไม่น่าจะได้รับความสนใจมากเท่ากับบริษัทขนาดใหญ่อย่างนิฮอนเคมีเกษตรติดต่อ คุณเลย์อิจิพอจะช่วยอนุเคราะห์ทางเราได้หรือไม่" ปรัชญาพูดพลางโค้งเหมือนคำนับกึ่งขอร้อง ...
"คุณมีเหตุผลที่ดีพอที่จะทำให้บริษัทของเราช่วยเหลือคุณไหมล่ะครับ" เลย์อิจิถามขึ้นตรงๆจนท่านอธิการบดีและคณบดีตกใจ หากแต่ปรัชญายิ้มอย่างไม่คิดอะไรมาก

"โครงการใช้เชื้อแบคทีเรียทำลายหอยเชอร์รี่แบบของผม จะต้องทำในระดับประเทศทำการกำจัดในคราวเดียวกันเพื่อทำลายล้างหอยชนิดนี้ให้สิ้นซาก หากคุณผสมแบคทีเรียนี้เข้ากับปุ๋ยที่ใช้ในนาข้าว คุณจะได้ทั้งปุ๋ยและฆ่าหอยเชอร์รี่พร้อมๆกัน ไม่มีอันตรายกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ราคาถูกลง" อาจารย์ปรัชญากล่าว "ถ้าบริษัทคุณชักจูงรัฐมนตรีเกษตรได้ คุณจะมีลูกค้าใหญ่เป็นรัฐบาลไทย ที่ซื้อเหมาปุ๋ยของคุณมาสนับสนุนชาวนาทั้งประเทศ ... หรือถ้าไม่ได้ ผมเชื่อว่าชาวนาก็ยินดีซื้อปุ๋ยที่ราคาแพงกว่าเดิมนิดเดียวแต่ประหยัดค่าซื้อยาฆ่าหอยและไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตกับสารเคมี"

"ผมบอกคุณแล้ว คุณปรัชญา ว่าบริษัทของผมคงอำนวยความสะดวกในอเมริกาไม่ได้" หนุ่มญี่ปุ่นกล่าว "แต่ผมมีเพื่อนในสถาบันวิจัยในสหรัฐ ผมจะติดต่อให้เอง คุณเตรียมเก็บของที่จำเป็นแล้วสัปดาห์หน้าเราจะไปด้วยกัน"

***********************************************

ปรัชญานั่งเหม่อมองหมู่เมฆจากทางหน้าต่างเครื่องบิน อีกไม่ถึงชั่วโมงเครื่องกำลังจะลงแตะแผ่นดินสหรัฐอเมริกาแล้ว ที่นั่งข้างๆของเขาก็คือเลย์อิจิ ผู้บริหารระดับกลางของบริษัทเคมีเกษตรยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น กำลังนั่งฆ่าเวลาด้วยการขีดเขียนการ์ตูนลงในกระดาษอยู่

"ผมไม่ยักรู้..." ปรัชญาเอ่ยขึ้น แต่นึกไม่ออกว่าจะเริ่มคำถามไหนดี
"ไม่ยักรู้ว่า ทำไมผมพูดภาษาไทยได้คล่อง ทำไมผมถึงวาดการ์ตูนกำลังภายใน.....หรือทำไมผมถึงช่วยคุณ" เลย์อิจิพูดต่อให้โดยไม่เงยหน้าจากภาพร่างหลวงจีนในกระดาษ

"ทั้งหมดแหละครับ"

"ผมเกิดในไทยครับคุณปรัชญา เรียนหนังสือก็ในเมืองไทย แม้แต่วิชาป้องกันตัวผมยังเรียนไทยยุทธ์ จนกระทั่งพอจบมัธยมผมก็ไปต่อปริญญาตรีที่ญี่ปุ่น" หนุ่มญี่ปุ่นตอบ "ที่ผมช่วยคุณเพราะหนึ่ง ผมก็รักเมืองไทยเหมือนๆคุณ และสอง ถ้างานนี้สำเร็จ ผมเองก็ได้ผลงาน ผมมีแต่ได้กับได้"

"ว่าแต่คุณปรัชญาบอกผมได้ไหมว่าทำไมคุณถึงจริงจังกับงานนี้นัก งานนี้เห็นชัดเจนว่าคุณไม่ได้อะไรเลย  สัญญาเงินทุนวิจัยระบุชัดเจนว่าผลงานที่ออกมาจะเป็นสมบัติของบริษัทของเรา....คุณจะไม่ได้ส่วนแบ่งหรือชื่อเสียงใดๆทั้งสิ้นเลยจากงานชิ้นนี้"

"คุณเคยฟังเพลงของคาราบาวไหม คุณเลย์" อาจารย์หนุ่มถาม ... เลย์อิจิส่ายหน้า

"มีเพลงๆหนึ่ง เนื้อร้องมีอยู่ว่า โลกนี้ไม่สมประกอบ เพราะมีคนชอบเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน...." ปรัชญาพูด "เกษตรกรไทยทั้งประเทศจะได้ผลผลิตที่มากขึ้น สิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น ส่วนบริษัทของคุณก็ได้เงิน แค่เพียงผมไม่ได้ประโยชน์ส่วนตนแค่คนเดียว ผมว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม"

"คุณนี่แปลกกว่าที่ผมคิดไว้มาก  อาจารย์ปรัชญา" เลย์อิจิส่ายหน้า

เมื่อลงจากเครื่องบินแล้ว ปรัชญาพบกับเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐที่ได้ติดต่อไว้ก่อนหน้านี้เพื่อตรวจสอบและเดินทางไปด้วยกัน ภายในกระเป๋าเดินทางธรรมดาๆที่ดูไม่สะดุดตาทั้งสองใบนั้น ภายในมีกล่องนิรภัยที่ล็อคอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันกรณีเหตุไม่คาดฝันอันอาจจะทำให้ตัวอย่างทางชีวภาพนี้หลุดออกไปในสิ่งแวดล้อมได้

แต่ถึงจะมีเจ้าหน้าที่มาดูแลอย่างดีถึงสองคน และกล่องนิรภัยที่แน่นหนา แต่ปรัชญาก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะภายในกระเป๋าเดินทาง คือหอยเชอร์รี่และไข่สายพันธุ์ที่ทนทานต่อเชื้อแบคทีเรียที่เขาเองคิดค้น นอกจากนี้ยังเป็นสายพันธุ์ที่ดื้อและทนทานต่อยากำจัดหอยแทบทุกชนิดในท้องตลาด ซึ่งเลย์อิจิเป็นคนแนะนำให้เขานำหอยพวกนี้มาเข้าเครื่องทดสอบ เพราะในเมื่อมันคือกลุ่มที่ร้ายแรงที่สุด ทนทานที่สุด ก็ยิ่งต้องกำจัดมันให้ได้
ทั้งหมดขึ้นเครื่องบินเล็กอีกลำเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถาบันวิจัย ปรัชญามองลงไปที่เบื้องล่างอันเป็นทุ่งเขียวชอุ่ม

"นั่นคือทุ่งนาครับ" เลย์อิจิบอก "ในเขตนี้ของสหรัฐอเมริกาสามารถปลูกข้าวได้ครับ ผมเลือกศูนย์วิจัยที่นี่เพราะว่าเขาน่าจะเข้าใจปัญหาของเราได้ดีที่สุด"

ทะเลสาบสะท้อนแสงเป็นประกายขณะที่เครื่องบินเล็กกำลังร่อนลงจอดที่สนามบิน  สนามบินนี้แม้จะดูเล็กๆ แต่เมื่อปรัชญาลงจากเครื่องเขาก็รู้สึกว่าสนามบินแห่งนี้มีตำรวจมากกว่าปกติและการดูแลความปลอดภัยที่ดูเข้มงวด

"ไม่เกี่ยวกับพวกเราหรอก" เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมพูดขึ้นเมื่อเห็นอาจารย์หนุ่มทำท่าทางสงสัย "ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาละแวกสนามบินมีกลุ่มโจรที่ตระเวนขโมยกระเป๋าเดินทาง เลยเข้มงวดกันหน่อย"

คณะผ่านการตรวจที่สนามบิน จากนั้นก็ขนกระเป๋าขึ้นรถเพื่อไปที่ศูนย์วิจัยที่ตั้งอยู่นอกเมือง ... เมื่อไปถึง เลย์อิจิไปพบกับเพื่อนที่ทำงานในศูนย์วิจัย พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะกลับมา

" ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ อาจารย์ปรัชญา" เลย์อิจิกล่าว "หวังว่าคุณจะโน้มน้าวคณะกรรมการของศูนย์วิจัยนี้ได้เท่ากับคุณโน้มน้าวผมได้นะ"
อาจารย์หนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เอามือจัดผมทรงหางม้าที่มัดไว้ด้านหลังให้เข้าที่ ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกับเอกสารในมือด้วยความเชื่อมั่น



(ยังมีต่อ)
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn


ออยอิชี่

#759
ทรงผมหางม้า  :30:

อาจารย์ปรัชญา เจ๋งอ่ะ  :25:

ดาเฉยๆ

ฟิกนี้วายมั้ยคะ  :25: :25: :25:

จักรี

ตอนนี้ก็กำลังหัดแต่งนิยายอยู่เหมือนกันครับ  :25:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

Romzaikyu

ภาพร่างหลวงจีนในกระดาษ  :59:


ความฝันกลางฤดูร้อน

ปมซ้อนหอยเชอร์รี่

"อาจารย์คะ เอกสารอยู่นี่แล้วค่ะ" หญิงสาวในชุดนักศึกษาผลักประตูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา มือทั้งสองถือกระเป๋าหนังสีน้ำตาลไว้
"ขอบใจมากวิภาวี" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับก่อนจะรีบวิ่งสวนไปทางประตู "ประชุมที่ไหนนะ" เขาตะโกนถาม
"ห้องประชุมภาควิชาค่ะอาจารย์!" เธอตะโกนไล่หลัง ชายหนุ่มโบกมือให้ก่อนจะวิ่งลงบันไดไป

ที่หน้าห้องประชุมภาควิชา อาจารย์หนุ่มจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยและจัดทรงผมหางม้าอันเป็นเอกลักษณ์ไปไว้ที่ด้านหลัง ก่อนจะเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้าไป ... ทางเก้าอี้ซีกซ้ายมือของเขามีท่านอธิการบดีเจนภพ อาจารย์คณบดีจักรี และหัวหน้าภาคร่มไทรกำลังนั่งหน้าบึ้งหันมาทางเขา  ส่วนทางขวามือเป็นชายหนุ่มใส่แว่นผิวขาวในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินนั่งยิ้มมาให้

"อาจารย์ปรัชญา คุณมาสายไป 15 นาทีนะ" อาจารย์ร่มไทรตำหนิ
"ผมว่าเราเริ่มกันเลยดีกว่า คุณเลย์อิจิจะได้ไม่ต้องเสียเวลา" อาจารย์จักรีตัดบท "อาจารย์ปรัชญา ... นี่คือคุณเลย์อิจิ ตัวแทนจากบริษัทเอ็กซ่าเคมีเกษตรประเทศญี่ปุ่นที่ให้เงินทุนแก่คณะของเรา ... ซึ่งครอบคลุมไปถึงงานวิจัยของคุณด้วย"

"ที่จริงโครงการทั้งหมดนี่อาจารย์ปรัชญาเป็นคนดูแลอยู่ ผมขอให้อาจารย์ปรัชญาเป็นคนอธิบายแล้วกัน" อาจารย์ร่มไทรเอ่ยขึ้นก่อนจะหันมาทางอาจารย์หนุ่ม ปรัชญาหันไปมองหน้าคุณเลย์อิจิจากญี่ปุ่นด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก พลางคิดว่าจะอธิบายเป็นภาษาอะไรดี
"สวัสดีครับคุณปรัชญา ผมเลย์อิจิครับ" เขาพูดขึ้นพลางขยับแว่นตาเล็กน้อย " ผมจบทางสายบริหารมา แต่ก็ทำงานในสายงานของบริษัทมาหลายปี และอ่านงานวิจัยของคุณมาแล้วคร่าวๆ คุณอธิบายมาตามสบายเลยครับ สงสัยตรงไหนผมจะถามเอง"
ปรัชญาเปิดกระเป๋าหนังหยิบเอารูปภาพออกมาวางไว้

" อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาศัตรูพืชที่สำคัญในนาข้าวของเราคือหอยเชอร์รี่ งานวิจัยชิ้นนี้ตั้งเป้าหมายง่ายๆว่าเราจะทำลายหอยเชอร์รี่อย่างไรให้หมดไปจากประเทศของเราอย่างสิ้นเชิง"
"เดิมทีชาวนาจะใช้การทำลายด้วยการจับหอยหลังฤดูทำนา ไม่ว่าจะใช้อุปกรณ์ดักจับหรือใช้แรงงานในการจับ จากนั้นนำหอยเชอร์รี่ที่ได้มาทำลายทำเป็นปุ๋ยหรือไม่ก็ใช้เป็นอาหารสัตว์" อาจารย์หนุ่มกล่าว " แต่หอยเชอร์รี่มีความสามารถในการฝังตัวอยู่ในดินลึก และสามารถรอดชีวิตแม้ไม่มีน้ำได้หลายปี ทำให้ทำลายอย่างไรก็ไม่หมด จึงมีชาวนาไม่น้อยที่เลือกใช้สารเคมีในการทำลายหอยเชอร์รี่ โดยใช้สารในกลุ่มออร์กาโนคลอรีนซึ่งสามารถฆ่าหอยได้อย่างดี "
"ปัญหาคือสารเคมีเหล่านี้ทำลายสัตว์ในน้ำแทบทุกชนิด  เปลี่ยนสภาพผืนดินของเราให้เป็นในน้ำไม่มีปลาในนามีแต่ข้าว และยังทำลายสัตว์ที่มีประโยชน์ไปมากมาย ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ระบบนิเวศในพื้นที่ประเทศไทยจะต้องถึงจุดวิกฤต รวมทั้งชาวนาที่ได้รับสารพิษนี้ก็เกิดอันตรายต่อชีวิตได้โดยไม่มียารักษา"
อาจารย์ปรัชญายกกล่องไม้เล็กๆขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ2กล่อง " นี่คือไข่หอยเชอร์รี่ปกติ" เขาชี้ไปทางก้อนสีชมพูสดใสที่ยึดแน่นกับกิ่งไม้ภายในกล่อง "และนี่คือผลงานวิจัยของผม "แบคทีเรียพิเศษที่ทำลายล้างเผ่าพันธุ์หอยเชอร์รี่"
ในกล่องที่สองนั้นเป็นไข่ที่เกาะอยู่กับกิ่งไม้เหมือนกล่องใบแรก ต่างกันที่ว่าแทนที่มันจะเป็นไข่สีชมพูสดใส กลับเป็นพวงก้อนไข่นับร้อยที่กลายเป็นสีเทา จะมีไข่สีชมพูเหลือก็เพียงใบเดียว
"เราใช้ความรู้ทางพันธุวิศวกรรม ศึกษาพันธุกรรมของหอยเชอร์รี่ จากนั้นก็ปรับแต่งแบคทีเรียในดินให้มีความสามารถในการทำลายไข่หอย โดยเมื่อหอยกินแบคทีเรียเข้าไป เชื้อจะเข้าไปติดที่รังไข่ และติดไปกับไข่หอยที่ออกมา ทำให้เปลือกของไข่เกิดการเสียหายและตัวอ่อนตายไป"
"แล้วมันจะมีผลยังไงกับหอยชนิดอื่นไหม" เลย์อิจิถาม
"ไม่ครับ" ปรัชญาตอบ "ด้วยการใช้เทคนิกทางพันธุวิศวกรรมที่เรามี ผมได้แยกยีนที่จำเพาะของหอยเชอร์รี่ออกมา 6 ตำแหน่ง ซึ่งไม่พบในหอยชนิดอื่นๆ "
"6ตำแหน่ง? ผมเข้าใจอยู่ว่า6ตำแหน่งเพียงพอต่อการแยกกับหอยชนิดอื่นๆ" เลย์อิจิเลิกคิ้วอย่างสงสัย "แต่ถ้าคุณใช้ยีนเพียง 6 ตำแหน่ง มีโอกาสมากเลยนะที่จะมีหอยที่มียีนกลายพันธุ์ รอดพ้นจากแบคทีเรียชนิดนี้"
"ถูกต้องครับ และนั่นคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้งานวิจัยของเราหยุดชะงัก เพราะเครื่องมือที่มีในประเทศไทยไม่มีศักยภาพพอที่จะตรวจหาพันธุกรรมของหอยเชอร์รี่ได้ในระดับนั้น " ชายหนุ่มตอบ " จากที่ผมทดสอบในภาคสนาม เราจะฆ่าหอยเชอร์รี่ได้ประมาณ 99.97% แต่เจ้า 3ในหมื่นที่รอดมาได้ จะแพร่พันธุ์จนภายใน 2 ปี หอยทุกตัวก็จะทนทานต่อเชื้อและใช้ไม่ได้ผลอีก"
ชายหนุ่มญี่ปุ่นเปิดเอกสารที่อยู่ตรงหน้าของเขาออกมา "ที่จริงเราติดตามงานวิจัยของคุณมาพักหนึ่งแล้ว และลองติดต่อสถาบันวิจัยในญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีที่ใดที่ทำได้เหมือนกัน"
ทุกคนนิ่งมองหน้ากัน จนเลย์อิจิต้องรีบพูดต่อ " อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้นครับผมยังบอกไม่จบ ถึงแม้ในญี่ปุ่นจะไม่มี แต่ศูนย์วิจัยที่สหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 3 แห่งก็สามารถตรวจได้ครับ เพียงแต่ว่าทางบริษัทของผมไม่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้เท่านั้น"
"ผมเข้าใจว่าการติดต่อจากสถาบันเล็กๆของประเทศไทย ไม่น่าจะได้รับความสนใจมากเท่ากับบริษัทขนาดใหญ่อย่างเอ็กซ่าเคมีเกษตรติดต่อ คุณเลย์อิจิพอจะช่วยอนุเคราะห์ทางเราได้หรือไม่" ปรัชญาพูดพลางโค้งเหมือนคำนับกึ่งขอร้อง ...
"คุณมีเหตุผลที่ดีพอที่จะทำให้บริษัทของเราช่วยเหลือคุณไหมล่ะครับ" เลย์อิจิถามขึ้นตรงๆจนท่านอธิการบดีและคณบดีตกใจ หากแต่ปรัชญายิ้มอย่างไม่คิดอะไรมาก
"โครงการใช้เชื้อแบคทีเรียทำลายหอยเชอร์รี่แบบของผม จะต้องทำในระดับประเทศทำการกำจัดในคราวเดียวกันเพื่อทำลายล้างหอยชนิดนี้ให้สิ้นซาก หากคุณผสมแบคทีเรียนี้เข้ากับปุ๋ยที่ใช้ในนาข้าว คุณจะได้ทั้งปุ๋ยและฆ่าหอยเชอร์รี่พร้อมๆกัน ไม่มีอันตรายกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม ราคาถูกลง" อาจารย์ปรัชญากล่าว "ถ้าบริษัทคุณชักจูงรัฐมนตรีเกษตรได้ คุณจะมีลูกค้าใหญ่เป็นรัฐบาลไทย ที่ซื้อเหมาปุ๋ยของคุณมาสนับสนุนชาวนาทั้งประเทศ ... หรือถ้าไม่ได้ ผมเชื่อว่าชาวนาก็ยินดีซื้อปุ๋ยที่ราคาแพงกว่าเดิมนิดเดียวแต่ประหยัดค่าซื้อยาฆ่าหอยและไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตกับสารเคมี"
"ผมบอกคุณแล้ว คุณปรัชญา ว่าบริษัทของผมคงอำนวยความสะดวกในอเมริกาไม่ได้" หนุ่มญี่ปุ่นกล่าว "แต่ผมมีเพื่อนในสถาบันวิจัยในสหรัฐ ผมจะติดต่อให้เอง คุณเตรียมเก็บของที่จำเป็นแล้วสัปดาห์หน้าเราจะไปด้วยกัน"

************************************************************************************

ปรัชญานั่งเหม่อมองหมู่เมฆจากทางหน้าต่างเครื่องบิน อีกไม่ถึงชั่วโมงเครื่องกำลังจะลงแตะแผ่นดินสหรัฐอเมริกาแล้ว ที่นั่งข้างๆของเขาก็คือเลย์อิจิ ผู้บริหารระดับกลางของบริษัทเคมีเกษตรยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น กำลังนั่งฆ่าเวลาด้วยการขีดเขียนการ์ตูนลงในกระดาษอยู่
"ผมไม่ยักรู้..." ปรัชญาเอ่ยขึ้น แต่นึกไม่ออกว่าจะเริ่มคำถามไหนดี
"ไม่ยักรู้ว่า ทำไมผมพูดภาษาไทยได้คล่อง ทำไมผมถึงวาดการ์ตูนกำลังภายใน.....หรือทำไมผมถึงช่วยคุณ" เลย์อิจิพูดต่อให้โดยไม่เงยหน้าจากภาพร่างหลวงจีนในกระดาษ
"ทั้งหมดแหละครับ"
"ผมเกิดในไทยครับคุณปรัชญา เรียนหนังสือก็ในเมืองไทย แม้แต่วิชาป้องกันตัวผมยังเรียนไทยยุทธ์ จนกระทั่งพอจบมัธยมผมก็ไปต่อปริญญาตรีที่ญี่ปุ่น" หนุ่มญี่ปุ่นตอบ "ที่ผมช่วยคุณเพราะหนึ่ง ผมก็รักเมืองไทยเหมือนๆคุณ และสอง ถ้างานนี้สำเร็จ ผมเองก็ได้ผลงาน ผมมีแต่ได้กับได้"
"ว่าแต่คุณปรัชญาบอกผมได้ไหมว่าทำไมคุณถึงจริงจังกับงานนี้นัก งานนี้เห็นชัดเจนว่าคุณไม่ได้อะไรเลย  สัญญาเงินทุนวิจัยระบุชัดเจนว่าผลงานที่ออกมาจะเป็นสมบัติของบริษัทของเรา....คุณจะไม่ได้ส่วนแบ่งหรือชื่อเสียงใดๆทั้งสิ้นเลยจากงานชิ้นนี้"
"คุณเคยฟังเพลงของคาราบาวไหม คุณเลย์" อาจารย์หนุ่มถาม ... เลย์อิจิส่ายหน้า
"มีเพลงๆหนึ่ง เนื้อร้องมีอยู่ว่า โลกนี้ไม่สมประกอบ เพราะมีคนชอบเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน...." ปรัชญาพูด "เกษตรกรไทยทั้งประเทศจะได้ผลผลิตที่มากขึ้น สิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น ส่วนบริษัทของคุณก็ได้เงิน แค่เพียงผมไม่ได้ประโยชน์ส่วนตนแค่คนเดียว ผมว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม"
"คุณนี่แปลกกว่าที่ผมคิดไว้มาก  อาจารย์ปรัชญา" เลย์อิจิส่ายหน้า
เมื่อลงจากเครื่องบินแล้ว ปรัชญาพบกับเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมของสหรัฐที่ได้ติดต่อไว้ก่อนหน้านี้เพื่อตรวจสอบและเดินทางไปด้วยกัน ภายในกระเป๋าเดินทางธรรมดาๆที่ดูไม่สะดุดตาทั้งสองใบนั้น ภายในมีกล่องนิรภัยที่ล็อคอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันกรณีเหตุไม่คาดฝันอันอาจจะทำให้ตัวอย่างทางชีวภาพนี้หลุดออกไปในสิ่งแวดล้อมได้
แต่ถึงจะมีเจ้าหน้าที่มาดูแลอย่างดีถึงสองคน และกล่องนิรภัยที่แน่นหนา แต่ปรัชญาก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะภายในกระเป๋าเดินทาง คือหอยเชอร์รี่และไข่สายพันธุ์ที่ทนทานต่อเชื้อแบคทีเรียที่เขาเองคิดค้น นอกจากนี้ยังเป็นสายพันธุ์ที่ดื้อและทนทานต่อยากำจัดหอยแทบทุกชนิดในท้องตลาด ซึ่งเลย์อิจิเป็นคนแนะนำให้เขานำหอยพวกนี้มาเข้าเครื่องทดสอบ เพราะในเมื่อมันคือกลุ่มที่ร้ายแรงที่สุด ทนทานที่สุด ก็ยิ่งต้องกำจัดมันให้ได้
ทั้งหมดขึ้นเครื่องบินเล็กอีกลำเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถาบันวิจัย ปรัชญามองลงไปที่เบื้องล่างอันเป็นทุ่งเขียวชอุ่ม
"นั่นคือทุ่งนาครับ" เลย์อิจิบอก "ในเขตนี้ของสหรัฐอเมริกาสามารถปลูกข้าวได้ ผมเลือกศูนย์วิจัยที่นี่เพราะว่าเขาน่าจะเข้าใจปัญหาของเราได้ดีที่สุด"
ทะเลสาบสะท้อนแสงเป็นประกายขณะที่เครื่องบินเล็กกำลังร่อนลงจอดที่สนามบิน  สนามบินนี้แม้จะดูเล็กๆ แต่เมื่อปรัชญาลงจากเครื่องเขาก็รู้สึกว่าสนามบินแห่งนี้มีตำรวจมากกว่าปกติและการดูแลความปลอดภัยที่ดูเข้มงวด
"ไม่เกี่ยวกับพวกเราหรอก" เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมพูดขึ้นเมื่อเห็นอาจารย์หนุ่มทำท่าทางสงสัย "ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาละแวกสนามบินมีกลุ่มโจรที่ตระเวนขโมยกระเป๋าเดินทาง เลยเข้มงวดกันหน่อย"
คณะผ่านการตรวจที่สนามบิน จากนั้นก็ขนกระเป๋าขึ้นรถเพื่อไปที่ศูนย์วิจัยที่ตั้งอยู่นอกเมือง ... เมื่อไปถึง เลย์อิจิไปพบกับเพื่อนที่ทำงานในศูนย์วิจัย พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะกลับมา
" ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ อาจารย์ปรัชญา" เลย์อิจิกล่าว "หวังว่าคุณจะโน้มน้าวคณะกรรมการของศูนย์วิจัยนี้ได้เท่ากับที่คุณโน้มน้าวผมได้นะ"
อาจารย์หนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เอามือจัดผมทรงหางม้าที่มัดไว้ด้านหลังให้เข้าที่ ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกับเอกสารในมือด้วยความเชื่อมั่น

***************************************************************************

"เอาเถอะน่า คุณปรัชญา ผิดหวังนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก" เลย์อิจิเอ่ยปลอบใจขณะยกกล้องในมือถ่ายรูปในสนามบิน
"โธ่ คุณเลย์ ผมเตรียมงานนี้มานานเลยนะ" ปรัชญาตัดพ้อ "ผมรู้ว่ายากที่ทางนี้จะสนับสนุน แต่ไม่คิดว่าจะตัดความหวังกันขนาดนี้"
"พอผมอธิบายโครงการจบ ด็อกเตอร์เฟไลน์หัวหน้าศูนย์วิจัยตัดบทผมเลย" ปรัชญาบ่น "เขาบอกว่า ในอเมริกา ปัญหาหอยเชอร์รี่ระบาดไม่ได้รุนแรง และยังควบคุมได้ด้วยยาเพราะยังไม่มีการดื้อยาฆ่าหอยแบบในไทย"
"เพื่อนผมก็บอกว่าด็อกเตอร์เฟไลน์คนนี้หัวดื้อมาก อะไรที่ไม่มีประโยชน์ต่อประเทศของเขา เขาก็ไม่ยอมเด็ดขาด" เลย์อิจิกล่าว "แต่ถ้าอะไรที่มีประโยชน์ต่อประเทศ ด็อกเตอร์คนนี้ก็จะพยายามเต็มที่เหมือนกัน"
"ว่าแต่คุณเลย์อิจิก็ดูอารมณ์ดีจังนะครับ เวลาแบบนี้ยังถ่ายรูปได้อีก ... ว่าแต่กล้องนั่นไปซื้อมาตอนไหนกันครับ"  ปรัชญามองไปที่กล้องถ่ายรูปขนาดใหญ่เทอะทะกับเลนส์ที่ยาวเป็นคืบในมือของหนุ่มญี่ปุ่น
"ผมก็ไปซื้อในเมืองตอนที่คุณปรัชญากำลังอยู่ในห้องประชุมนี่แหละ" เลย์อิจิว่า "ผมคิดว่าจะหัดถ่ายรูปสักหน่อย"
"ผมจำได้ว่าตอนที่เรามาถึง มีข่าวโจรขโมยกระเป๋าเดินทาง คุณเลย์อิจิระวังนิดนึงดีกว่านะครับ" ปรัชญาพูดด้วยความเป็นห่วง
"คุณปรัชญาไม่ต้องกังวลหรอก เรามีตำรวจมาด้วยตั้งเยอะแยะ" เลย์อิจิชี้ไปกระเป๋าเดินทางที่ใส่หอยเชอร์รี่กลายพันธ์ที่รายล้อมไปด้วยตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถาบันวิจัยอีกนับสิบนาย
การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นนี้ก็เนื่องมาจากด็อกเตอร์เฟไลน์ซึ่งได้ฟังการรายงานของอาจารย์ปรัชญา ก็รับรู้ถึงความน่ากลัวและอันตรายของหอยกลายพันธ์ที่นำมาด้วยนี้ และไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง จึงเพิ่มการรักษาความปลอดภัยขึ้นเป็นพิเศษจนกว่าคณะจากเมืองไทยจะขึ้นเครื่องบิน

"เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน" เลย์อิจิพูด
"ฝากกล้องไว้กับผมก่อนไหมครับ" ปรัชญาถาม
"ไม่ต้องหรอกคุณปรัชญา ผมมีที่ที่ดีกว่านั้น" หนุ่มญี่ปุ่นเอ่ยพร้อมชูกุญแจ "เดี๋ยวผมเอาไปเก็บไว้ที่กระเป๋าใส่ตัวอย่างหอยแล้วกัน ไหนๆเราก็มีหน่วยรักษาความปลอดภัยชั้นยอดอยู่แล้ว"

เลย์อิจิเดินไปที่กระเป๋าเดินทาง ไขกุญแจ เปิดกระเป๋าเดินทางแล้วใส่กล้องอันโตนั้นลงไป จากนั้นก็ล้วงกระเป๋าเงินหยิบเงินออกมานับปึกใหญ่ก่อนจะหยิบธนบัตรออกมาไม่กี่ใบมาใส่กระเป๋ากางเกง แล้วก็เอากระเป๋าเงินใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทาง ... เขารูดซิปปิด แล้วโยนกุญแจในขึ้นลงในมือก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ

ปรัชญาหันกลับมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ฆ่าเวลา มีเสียงจากทิศที่วางกระเป๋าเดินทาง มองไปเห็นเป็นนักท่องเที่ยวอีกคนเดินไปชนกระเป๋าล้มอยู่ ปรัชญาทำท่าจะลุกไปแต่ก็นั่งลงต่อเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเป็นอะไรและตำรวจก็เอากระเป๋าตั้งตามเดิม ... แต่เขาก็นั่งต่อได้เพียงครู่เดียวก่อนที่จะได้ยินเสียงโวยวายดังขึ้นมา  เลย์อิจิวิ่งไปขวางใครบางคนก่อนจะโดนผลักล้มลง ตำรวจวิ่งตามเสียงตะโกนมา
"แย่แล้วคุณปรัชญา ... เราถูกสลับกระเป๋า" เลย์อิจิบอกอาจารย์หนุ่มที่วิ่งเข้ามาหา   
ปรัชญาวิ่งตรงไปที่กระเป๋าที่ตั้งอยู่ แม้ว่าจะมีรูปร่างที่คล้ายคลึงกัน แต่ภายในกลับเป็นเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่มีตัวอย่างหอยเชอร์รี่กลายพันธุ์ที่นำมาจากเมืองไทยแต่อย่างใด
"สั่งคนของคุณให้ตั้งด่านตรวจถนนทุกสายที่ออกจากสนามบินเดี๋ยวนี้" เลย์อิจิพูดแกมบังคับตำรวจซึ่งรีบวิทยุแจ้งข่าวกัน อย่างไรเสียการจะออกจากพื้นที่นี้มีถนนเพียงสายเดียว นอกนั้นก็ต้องเดินทางโดยเรือเล็กข้ามทะเลสาบที่คั่นติดกับสนามบินไว้ ไม่มีทางให้หนีได้ง่ายๆแน่

******************************************************************

ปรัชญานั่งบนที่นั่งเครื่องบินข้างกับเลย์อิจิ เหตุการณ์วุ่นวายที่สนามบินเพิ่งผ่านพ้นไปไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่ก็มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย
คนร้าย2คนโดนจับได้พร้อมของกลางเป็นเงินสดและกล้องถ่ายรูป แต่ว่าระหว่างหลบหนีคนร้ายได้โยนกระเป๋าเดินทางและของที่ไม่มีค่าลงทะเลสาบเพื่อหนีการจับกุม ที่แย่ที่สุดคือ พอเปิดกระเป๋าออก พวกนั้นก็ทุบกล่องนิรภัยใส่ตัวอย่างหอยออก เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรนอกจากหอยก็โยนทิ้งลงน้ำไป กว่าที่ตำรวจจะเค้นสอบจนได้ตำแหน่งที่ทิ้งของลงไป เมื่อไปถึงสิ่งที่ตำรวจพบก็มีเพียงกระเป๋าเดินทางขาดๆ และไข่หอยเชอร์รี่สีชมพูพวงสดที่เกาะติดกับก้อนหินริมน้ำ

คณะของเมืองไทยไม่ได้รับคำตำหนิใดๆเพราะว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้การดำเนินงานรับผิดชอบของหน่วยงานของสหรัฐฯ อีกทั้งเป็นการโจรกรรมจากฝีมือคนร้ายในพื้นที่ใต้จมูกของตำรวจจำนวนมาก และกำลังเดินทางกลับพร้อมกับสิ่งใหม่ที่ได้มาคือ"ความร่วมมือในการวิจัย"

"คุณทำแบบนี้ทำไม คุณเลย์อิจิ" ปรัชญาเอ่ยขึ้น
"ทำอะไรเหรอครับ" ชายหนุ่มญี่ปุ่นเอ่ยถาม
"คุณซื้อกล้องถ่ายรูปทีสะดุดตามาเพื่อหัดถ่ายรูปในสนามบินที่มีโจรขโมยกระเป๋า คุณนับเงินปึกใหญ่ที่ข้างกระเป๋า และยังโยนกุญแจขึ้นลงให้ผมเห็น เหมือนกับจะบอกว่าถ้าอยากได้ของก็ต้องเอาไปทั้งกระเป๋า นอกจากนี้ ผมจำได้ว่าคุณบอกผมว่าคุณฝึกไทยยุทธ์ แต่กลับโดนคนที่วิ่งลากกระเป๋าเดินทางผลักล้มไปง่ายๆ"

"คุณสงสัยผมตอนไหน" เลย์อิจิถาม
"ผมแปลกใจตั้งแต่คุณบอกว่าคุณรู้จักสถาบันวิจัยหลายที่ในสหรัฐ แต่คุณกลับเลือกพาผมมาขอความร่วมมือจากสถาบันที่คุณเองน่าจะรู้ว่าไม่มีทางสนับสนุนชาวต่างชาติ" ปรัชญาตอบ "และตอนที่เครื่องขึ้นมา ผมก็เข้าใจเหตุผลหลักอีกข้อ คือทะเลสาบที่นี่เป็นพื้นทิ่ปิด ล้อมไปด้วยภูเขา ต่อให้หอยหลุดไปได้ก็ใช่ว่าจะออกจากพื้นที่นี้ได้ง่ายๆ "

"และถ้าจะกำจัดแบบถอนรากถอนโคน ก็ต้องต่อยอดงานวิจัยของอาจารย์จากเมืองไทย และใช้เทคนิกทางอุตสาหกรรมในการผลิตของบริษัทจากญี่ปุ่นที่เตรียมโรงงานไว้พร้อมแล้ว" หนุ่มญี่ปุ่นขยับแว่น "ว่าแต่รู้ความจริงนี้แล้วคุณจะแจ้งตำรวจให้มาจับผมไหม"
"แจ้งตำรวจอะไรกันครับ" ปรัญชายิ้มอย่างมีเลศนัย "โจรที่เอาหอยกลายพันธุ์ไปปล่อยถูกจับหมดแล้วนี่"

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines