ร้านเช่าหนังสือ (แตกหน่อ)

เริ่มโพสต์โดย 蓝月 (lán yuè), 02 ธ.ค. 2007, 00:22 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้


คนตาบอดข้างเดียว

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 ธ.ค. 2007, 00:10 น.
ตูคนนึงแหละ
แต่นั่นสมัย ม.1 นะ


เห็นไหมว่าการปิดกั้นสื่อลามกกับเยาวชนของรัฐบาลล้มเหลวจริงๆ
ตูเลยต้องช่วยเซนเซอร์ให้

สารภาพออกมาแล้ว 555
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

psyfer

อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 04 ธ.ค. 2007, 01:52 น.
เมื่อก่อนหนังสือพวกนี้นี่ทั้งหมู่บ้านมีเล่มเดียวนะ เรียกว่า เด็กประถม ทั้ง ป.1-6 นี่ จะดูต้องผลัดเวรกันดู แล้วเก็บใส่ใหเอาไว้ ใต้ต้นมะค่า   ขาดแล้วขาดอีก  :30:

ขนาดนั้นเชียว  :30:

ไม่ว่าตูจะย้ายไปอยู่ส่วนไหนของประเทศ
ที่แรกที่จะรู้จักเลยก็ร้านเช่าหนังสือนี่แหละ  :12:

อู๋


蓝月 (lán yuè)

พูดถึงเรื่องการ์ตูน
การ์ตูนผู้หญิงก็เอ็กซ์ใช่ย่อยนะ :21:
แต่เป็นบางเรื่องของบางสำนักพิมพ์แค่นั้นแหละ


ติดใจเรื่อง นางฟ้าราตรี หรืออะไรซักอย่างของ สนพ บันได (ป่าวหว่า) ที่มันเอ็กซ์ๆ ง่ะ
เป็นเรื่องนางเอกเป็นคนใสซื่อแต่ไปประกวดเป็นโฮสต์ ไม่ลามกเลย
ที่ร้านมีอยู่ 4 เล่มเอง ยังไม่จบเลย เสียดายมากๆ :05:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป

อุ๊ยยย ร้านหนังสือ อันนี้เป็นผลพวงมากจากห้องสมุด
ป้าเป็นคนที่ไม่ค่อยซื้อหนังสือ เพราะ พ่อกับพี่ชอบซื้อมากจนเต็มบ้านไปหมดไม่มีที่เก็บ
ป้าโตมากับห้องสมุดโรงเรียน ยืมอ่านเอาง่ายกว่าราคาย่อมเยาว์อ่านได้หลายเล่ม แถมชอบดูท้ายเล่มด้วยว่าใครบ้างที่ชอบอ่านเหมือนเรามีคนที่ชื่อคุ้นๆกันมั้ยนะ

เข้าเรื่องร้านหนังสือเช่า ร้านที่วังหลังที่แอนพูดถึงใช้ร้านใหญ่นั่นรึเปล่าเอ...ชื่อร้านอะไรนะ ต้นสนรึเปล่า? ป้าจำไม่ได้แระ นับวันก็ยิ่งเลือนลาง
จำได้ว่าเป็นร้านเช่าที่เจ๋งมากเท่าที่เคยเช่าหน้งสือมา คือมีทั้งการ์ตูน นิยาย เรื่องสั้น พ๊อกเก็ตบุ๊ค หนังสือได้รางวัล นิตยสารทั้งวัยรุ่น วัยสาว ชอบมากเลย

ส่วนร้านการ์ตูนปัจจุบันคือร้านระหว่างทางเดินกลับฟอร์จูน-หอพัก ซึ่งก็มีแต่การ์ตูนเท่านั้น แต่เยอะดีมีแทบจะทุกสำนักพิมพ์
ส่วนเรื่องปาดหน้าเนี่ย เจอบ่อย  :08: เซ็งมาก
เมื่อก่อนถ้าสนิทกับร้านการ์ตูน ก็จะบอกพี่ที่เฝ้าร้านว่า เก็บเรื่องนั้นเรื่องนี้เล่มนั้นเล่มนี้ไว้ให้ด้วยนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเอา
เค้าก็จะแอบเก็บไว้ให้เรา  :25: ดีมากเลย
แต่กับร้านล่าสุดเนี่ย มีคนอื่นที่ตีสนิทได้เนียนกว่า..ก็เลยอดเลย
บางทีเคยถามหาการ์ตูนเล่มล่าสุดเค้าบอกว่าอ๋อมีคนยืมไปแล้ว แต่ขณะที่เรากำลังหันหลังเลือการ์ตูนเล่มอื่นนั่นเอง ก็จะมีคนอื่นเดินมาชาร์ตที่เคาท์เตอร์ถามหาการ์ตูนเล่มเดียวกับเรา ....แล้วเค้าก็ได้มันไป
เราก็ได้แต่ยืนตาปริบๆ ใช่เซ่ ร้านนี้ยังตีสนิทไม่ได้นี่หว่า  :23: ฮึ่ยยย
เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้

gaenoy

ไม่ค่อยเช่าเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะซื้อมามากกว่า แต่ว่าการ์ตูนไม่กี่เรื่องที่มันหาซื้อยากแล้วอยากอ่านก็จะไปเช่าเอา
แต่ไม่ชอบเช่าเท่าไหร่นะ... เข้าไปในบางร้านแล้วจามไม่หยุดเลยง่ะ :08:
And true love is the rule, and you're nobody's fool.
The ship's coming to the light and it was love at first sight...:D

จั๊วจ่ะ :)

 :27: จั๊วเพิ่งมาสัมผัสร้านการ์ตูนแบบจริงจังก็ตอนอยู่มหาลัยเนี่ยแหละค่ะ
เพราะต้องมาอยู่หอ แล้วไม่มีการ์ตูนอ่านเหมือนตอนอยู่บ้าน
ก็เลยเริ่มทำปฏิสัมพันธ์กับร้านการ์ตูนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ร้านการ์ตูนที่จั๊วยืม อยู่ใกล้หอพักในที่สุด
ลักษณะร้าน เป็นร้านขนาดประมาณ4*5เมตร เล็กๆ
ชั้นหนังสือติดผนังสี่ด้าน ประมาณ7-8ชั้น ตั้งแต่พื้นถึงเพดาน
การ์ตูนวางเรียงซ้อนกัน2ชั้น
มีบันไดเหล็ก และที่ต่อขาให้ใช้หยิบหนังสือได้
ตรงกลางร้านมีชั้นหนังสือวางขนานกับร้านอีก1ชั้น

อัตราค่ายืม ตามตัวเลขตรงสันปกหนังสือ เช่น 35 บาท
ก็ 3บาท/วัน สำหรับนิตยสารและการ์ตูน
ห้า้มยืมเกิน 10 เล่ม
( แต่เคยยืม15เล่ม ตอนยืมทเวนตี้ ป้าใจดี  :22:)

:33:จั๊วค่อนข้างสนิทกับป้าเจ้าของร้าน เพราะเคยไปซื้อข้าวให้ตอนที่ร้านป้าคนเยอะ
จากนั้นป้าจะลดราคาค่ายืม และเก็บการ์ตูนที่จั๊วจะอ่าน หรือการ์ตูนออกใหม่ให้เสมอ

เรื่องไหนไม่มี ก็บอกให้ป้าไปซื้อมาได้
ได้อ่าน คลังสยองที่พี่แอนเคยให้อ่านที่บ้าน ก็ได้จากที่นี้แหละค่ะ อ่านคนแรกด้วย
จากนั้นมา เรื่องนี้ป๊อบมาก คนอ่านตรึม  :27:
there are no regrets in life, just lessons . .

k w a n*.}

#38
เป็นพวกติดการ์ตูนเหมือนกัน
อ่านตั้งแต่อยู่ประถมยันมหาลัย  :22:


ช่วงประถมจะเช้าในร้านในซอยแถวบ้าน
เป็นร้านเดียวในซอย ชื่อร้าน "สนุกนึก"
สมัครสมาชิก 50 บาทตลอดชีวิต
แล้วตอนนี้เบอร์สมาชิกก็เหมือนเป็นเบอร์ของตระกูลไปแล้ว
น้อง พี่ ทุกคนที่มันอยากอ่านก็จะเอาเบอร์เราไปเช่า
จนมีปัญหาเช่าแล้วไม่ยอมคืน
(พวกน้องเด็กๆที่อ่านเสร็จแล้วก็ไม่รับผิดชอบไปคืน  :08:)
แต่โชคดีที่เจ้าของร้าน(ตอนนี้) เป็นญาติกัน
เลยรู้จักหน้า รู้จักชื่อกัน เวลาใครยืมใช้เบอร์เรา
เค้าก็จะเขียนชื่อไปด้วยว่าใครมายืม ก็ดีไป
ไม่งั้นเจ้าของเบอร์คงซวย  :39:


ร้านต่อมาเป็นร้านแถวที่ทำงานแม่ แถวพญาไท
ร้านแรกค่าสมัคร 80 บาท เปิดแปปนึงมันก็ปิดไป
ร้านสอง สมัคร 50บาท/ปี เขี้ยวมาก  :41:
แต่เคยเนียนๆ เจ๊แกจำไม่ได้เอง เลยใช้50บาทนี่ไป 2 ปี 55+


แล้วพออยู่มหาลัยก็เป็นร้านแถวมออีก
ร้านนี้เจ้าของป้าเกาหลี จะมีพวกเด็กมัธยมซี้ๆมานั่งคุยด้วยทุกเย็น
ไม่เรื่องเรน ก็ลีจุนกิ ดงบัง อะไรพวกนั้น  :01:
คุยกันโคดดัง แล้วชอบหัวเราะเสียงน่ารักๆ แต่ตัวจริงนี่.... :39:
แต่พี่แกก็ใจดี ร้านนี้มีโปรโมชั่นด้วย เช่าครบ 10 เล่ม จะลดให้ 3 บาท
แล้วตอนนี้ก็เข้าอีหรอบเดิมด้วย
คือเบอร์เรา = เบอร์สาธารณะไปแล้ว
เพื่อนที่ภาคที่สนิทๆกัน เวลามันยืมมันก็จะใช้เบอร์เรา  :01:
แต่ไม่รู้เพราะเป็นดวงเจ้าของเบอร์หรืออะไร
เวลาครบ 10 เล่มแล้วจะได้ลดนี่ จะมาตรงกับตอนที่เราเช่าพอดี
ก็เลยได้ลดไป ฮ่าๆ  :35:




ปกติค่าเช่าจะคิดเป็น 10% ของราคาหนังสืออ่ะ
ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็เล่มละ 40 กันแล้ว ก็จะเป็นเล่มละ 4 บาท
แล้วร้านปิด 4 ทุ่ม เคยไปคืนตอน 4 ทุ่ม 5 นาที แล้วร้านปิดแล้ว
โคดแค้นนนน  :41:
หนังสือยืมมาตรึม ต้องมาเสียค่าปรับอีก ซวยโคด!!
จะทำอะไร ก็เชิญ..ก็เชิญได้เลยตามสบาย.~*

蓝月 (lán yuè)

โอ๊ะ มีห้ามยืมเกินสิบเล่มด้วยรึ :18:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

iannnnn

ส่วนมากจะเป็นงี้แหละ
เพราะบางที่มันออกจะเป็นชุมชนที่ตามตัวยากหน่อย
เช่นถ้ายืมแล้วยึดนี่จะคุ้มไหม อาจจะไม่คุ้ม ก็เลยตั้งกฎนี้ขึ้นมา
โดยค่าเช่าที่เห็นเป็นราคา 10% นั่นแหละคือระดับความคุ้มทุนถ้าเกิดหาย
แต่ถ้าหนังสือเก่าหายากก็ไม่คุ้มเด็ดขาด :08:

จำได้ว่าเพื่อนตอนมัธยมเคยไปเจอการ์ตูนในตำนาน ซึ่งไม่มีวางขายอีกแล้ว
ก็เลยไปเช่า (ร้านนี้ไม่ต้องทำบัตรสมาชิกนะ) โดยวางตังค์เท่าราคาปก

แล้วก็เชิด

จั๊วจ่ะ :)

อ้างคำพูดจาก: เดือนบีม เมื่อ 05 ธ.ค. 2007, 14:55 น.
โอ๊ะ มีห้ามยืมเกินสิบเล่มด้วยรึ :18:

:33: ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ป้าคุม ไม่ให้เกิน 10 เล่มเด็ดขาดค่ะ

จั๊วจองเบอร์ประจำตัวไว้แล้ว เบอร์ 33 จำง่ายดี จาก 600 เบอร์
ใช้มาสองปีละ ป้าเก็บเบอร์นี้ให้เสมอ ไปยืมไปคืนไม่ต้องบอกเบอร์ ป้าก็รู้ละ สบายแฮ :25:

่เป็นเบอร์สาธารณะเหมือนกันค่ะ
แต่ยังโอเค เพราะเพื่อนที่หอไม่ค่อยอ่านการ์ตูนกัน  :52:


there are no regrets in life, just lessons . .

ความฝันกลางฤดูร้อน

iร้านต้นสนที่วังหลังเป็ฯร้านที่เยี่ยมยอดมากๆ  :25:
แต่น่าเสียดายมากๆที่ยืมจริงๆจังๆครั้งแรกตอนอยู่ปี6  :41: มีของดีใกล้ตัวแต่ไม่รู้จักยืม น่าเสียดาย
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn

ตอนนั้นตูอยู่หอวังหลังเหมือนกันนะ
ไม่มาหากันมั่งเลย :27:

บัวริมบึง

                  ขอทายนะคะคุณเดือน   ร้านสวนหนังสือใช่ไหมคะ ที่ปัตตานีก็มีเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าเป็นสาขา หรือเผอิญชื่อซ้ำ

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines