ทำไมต้องเรียนออกแบบ?

เริ่มโพสต์โดย เก้อ, 26 ต.ค. 2007, 10:56 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Longtime

ทยอยอ่านทีละหน้าอย่างละเอียดจริงๆ

อ่านไปน้ำตาซึมไป
มันช้าไปมั้ยที่จะบอกว่า อยากเรียนออกแบบ ..
ทั้งๆที่ปีนี้กิ๊กเรียนจบมหาลัยละ  :08:

ท่องเที่ยวเป็นงานหลัก ถ่ายรูปเป็นงานรอง
วาดรูปเป็นงานอดิเรก ขายยาเป็นงานประจำ

ยุนเอ



ซักพักสามจะเป็นหมอ  :37:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

คนตาบอดข้างเดียว

เรียนอะไรมันก็ดีหมดแหละ
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

จินนี่

อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 12:47 น.
อุ๊กับจินนี่ตอบเจ๋งมากเลย ตามนั้นล่ะครับ
ชัดเจน เห็นด้วย ถูกทุกข้อ :12:
เหตุการณ์ตอนติวก็ตามที่จินนี่ว่าครับ ละเอียดด้วย


:46: ขอบคุณค่ะพี่เก้อ



ส่วนเรื่อง"จะทันมั้ย?"นั่นก็...ใช่เลยแหล่ะค่ะ เห็นด้วย

มันเป็นคำถามนึงที่มาคิดๆดูพี่ติวไม่ตอบคงดีกว่าจริงๆ
ถ้าบอก''ทัน"...เด็กอาจจะติวแบบชิวๆๆไปเรื่อย จนสอบเข้าแล้วแป้ก
แต่ถ้าบอก"ไม่ทัน"...แทนที่จะขยันขึ้นอย่างที่ควรจะทำอาจจะท้อ แล้วล้มเลิกความตั้งใจไปซะฉิบ

ดังนั้น ทันไม่ทันมันอยู่ที่ตัวเองมากกว่า


ปล...ส่วนสาม ถ้ายังหาที่ติวที่กทม.อ่ะ เราพอแนะนำให้ได้สัก3-4ที่ (และที่ที่ไม่แนะนำอยู่บางที่ :08:)
ถ้าหาไม่ได้ยังไงลองจมล.ละกัน เผื่อพอช่วยได้ :17:

ยุนเอ



เชื่อมั่นในตัวเองครับ  :12:

คิดว่าสู้กับตัวเองยากกว่าอีก จะไปเทียบกับชาวบ้านเขาทำไม

เราเก่งขึ้นหรือไม่เก่งขึ้นก็วัดจากตัวเราในอดีต ไม่ได้เทียบกับคนอื่นในปัจจุบันซักหน่อย
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

psyfer

โอ้ คมว่ะเอ + ค่าโดนให้ 1 เลย  :12:

อารี

A R R 3 E . G R A P H I C S . L A S T . D E S I G N . O N . E A R T H

Dayight

ถึงสาม

มีคนเคยบอกว่าตีลูกให้ถึงดวงจันทร์แม้พลาดพลั้งยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว
...ผมชอบกินแกงป่าปลาดุก ผมอยากให้คนกินแฮมเบอร์เกอร์ รู้จักว่าแกงป่าปลาดุกเป็นไง...
กินรอบวง

ยุนเอ



ตั้งจะบอกว่าให้ทำ แกงป่าปลาดุก มาหม้อนึง  :37:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Piix

อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 07 พ.ย. 2007, 12:13 น.
ถึงสาม

มีคนเคยบอกว่าตีลูกให้ถึงดวงจันทร์แม้พลาดพลั้งยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว
...ผมชอบกินแกงป่าปลาดุก ผมอยากให้คนกินแฮมเบอร์เกอร์ รู้จักว่าแกงป่าปลาดุกเป็นไง...


ไม่เข้าใจ  :01:

Dayight

โฆษณา สิงห์น่ะครับ  เป็นโฆษณาหลักในโรงหนังเครือเมเจอร์ ครับ (มีในทีวีบ้างประปราย)

http://www.kosanathai.com/tvcupdated/view_tvc.asp?GID=1&TVCID=28603
กินรอบวง

saa3


โก้

#147
วิชาออกแบบ มันทำให้เราได้ระบาย
เหมือนปวดขี้ แล้วเจอห้องน้ำที่เราต้องการ
ระบายอารมณ์เสีย
ระบายอารมณ์อยาก
ระบายอารมณ์ติส
ระบายอารมณ์เหงา
ระบายอารมณ์รัก ฯลฯ

เวลาหัวเราเกิดไอเดีย มือมันจะกระดิก สมองมันจะแล่น
แล้วมันจะอยู่ไม่สุข ต้องหาอะไรจด เพราะเดี๋ยวแม่งลืมครับ
ไอเดียของคนบนงานศิลป์ มันเกิดเรี่ยราด ไม่เป็นที่เป็นทาง

บางทีนั่งขี้อยู่มันก็ปิ๊งไอเดียซะยั่งงั้น

งานทั้งหมดที่ออกมาจากการออกแบบ
จะสะท้อนถึงตัวเอง ณ ขณะที่ทำงานว่า
โมโห อารมณ์ดี ฟุ้งซ่าน ขี้เกียจ ขยัน

เคยได้ยินคำว่า "ไหล" มั้ยครับ อารมณ์ไหลเวลาทำงาน
ใครไม่รู้ อยากรู้ก็เข้าไปเรียน อย่างตั้งใจ เวลาคุณนั่งทำงาน
จะรู้แจ้ง และเห็นจริงครับ ว่าไหลไปตามงานมันเป็นความสุขจริงๆ

ผมเคยทำงานลากยาวตั้งแต่ 6 โมงเย็น ยัน 6 โมงเช้า โดยที่อยู่กับโต๊ะเฉยๆ
ปากคาบพู่กัน มือถือดินสอ เปิดเพลงฟัง ไม่เบื่อ งานออกมาเสร็จแบบพอใจ
ความเหนื่อยมาเกิดเอาตอนหลังส่งงาน หลับตายห่าคาที่มหาลัย
:52:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

โก้

#148
ขอเบิ้ลอีกซักดอก จากประสบกามจริง  :43:

หากได้เข้าไปเรียน ชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่
พยายาม อย่าเค้นไอเดีย นะครับ
เพราะเค้นให้ตาย มันก็ไม่ออก ถ้าออก มันจะมาแบบติดนู่นติดนี่ ไม่ราบรื่น

แนะให้ว่า ปล่อยสบายๆ ค่อยๆ ดูสิ่งต่างๆ ที่ผ่านไปรอบตัว
แล้วค่อยเอามาจับคิดใหม่ เดี๋ยวก็คิดออกครับ

เด็กศิลป์ส่วนมาก ที่ได้งานมา มักจะไม่ทำเลย ปล่อยดองไว้ก่อน
มีข้อดี และข้อเสียนะ

ข้อดี
1. ปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ ค่อยๆ กรองแล้วจับมาคิดใหม่
2. งานจะเนียน ละเอียด เก็บเนี๊ยบได้เยอะ (เนี๊ยบหมายถึง เก็บรายละเอียด)

ข้อเสีย
1. คิดนาน เนื่องจากเค้นความคิดอยู่นั่นล่ะ มักจะบอด คิดไม่ออก
2. ตามมาด้วยทำงานไม่ทัน ส่งช้า

พยามยาม อย่าเค้นไอเดีย ของผมหมายถึง อย่าจดจ่ออยู่แต่กับความคิดตลอดเวลา
คิดได้บ้าง แต่ไม่ต้องทุกลมหายใจเข้าออก ถ้าทำแบบนั้นมันจะเครียดได้ เดี๋ยวขี้แข็ง

ค่อยๆ ดู ค่อยๆ คิด ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ใช่เฉื่อยแฉะแบะนะครับ
เดี๋ยวก็ไม่ทันทำงานส่งพอดี อันนั้นเขาเรียกขี้เกียจทำละ

สมมติอาจารย์ให้เวลา 7 วันในการทำงาน :
- 3 วันแรกผมจะปล่อยให้ความคิดมันลอยไปเรื่อยๆ คิดมั่งไม่คิดมั่ง พอวันที่ 4 ผมจะเริ่มโน๊ตความคิดละ
ว่าไอ้ 3 วันที่ผ่านมา มีอะไรในหัวบ้าง แล้วเก็บมาผสมกันครับ 4 วันเริ่มทำงานได้แล้ว

- 3 วันหลังที่เหลือ นั่งทำทีละจุดครับ จะเอาโครง หรือสี หรือองค์ประกอบก่อนก็ว่าไป

3 วันในการทำงานที่เหลือ ถมเถครับ แต่ไม่ใช่ 1 วันที่เหลือแล้วค่อยมาทำ
อย่างนั้นเอาตีนเขี่ยดีกว่า


ให้นึกถึงเวลาถ่ายรูป ถ้ารีบ
งานจะต่างกับค่อยๆ กดภาพ
:52:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

อารี

จะว่าไปเท่าที่ผมอ่านมา จากแนวความคิดหลายๆคน
เปรียบเทียบกับประสบการณ์ของตัวเองแล้ว
การเรียนออกแบบก็เป็นเช่นอย่างที่ พี่เก้อ พี่โก้ บอกจริงๆ

การเรียนออกแบบ และชอบทำงานออกแบบมัก
จะเป็นคนที่ขี้สงสัย ประมาณว่าเจอนั่นเจอนี่แล้ว เอ้ย ทำไมไม่เป็นอย่างนี้นะ
ไอ่ราวตรงนี้มีไว้ทำไม ทำไมโถ่ฉี่มันสูงจังหว่า ไว้ให้เด็กล้างหน้าเหรอ
ปุ่มกดตรงนี้กดยากจัง ทำไมมันไม่ออกแบบให้เป็นแบบนี้ๆๆๆวะ
และทำให้คนในวงการนี้มักจะมีความรู้ที่กว้างขวาง ทั้งทางศิลป์และทางศาสตร์
และเป็นนักเสพสื่อตัวยง (ทั้งสื่อบันเทิง สื่อสาระ สื่อสุนทรียะ)

ตอนที่ผมยังเีรียนอยู่ที่ มัธยมศึกษาตอนปลาย ผมเรียนสายวิทย์นี่ล่ะ
แล้วรู้สึกว่า สิ่งที่เรียน เป็นอะไรที่ไกลตัวเกินไป เป็นสิ่งที่มันอยู่นอกตัวเรา
แต่พอผมได้มาเรียนออกแบบ ผมก็ได้เรียนอะไรที่มันคือสิ่งที่ใกล้ตัวเรา
ผมคิดว่าศิลปะและการออกแบบ คือการเรียนรู้ตัวเราเองและเรียนรู้คนอื่นๆอย่างอ้อมๆ
เราได้เรียนอะไรที่แบบว่า เราเห็นมันทุกวันแต่ไม่เคยนึกถึง
ได้รู้ว่าทำไม ทุกสิ่งทุกอย่าง มนุษย์ถึงได้ออกแบบมาไว้อย่างนี้
ทำไมที่เปิดฝาขวดต้องรูปทรงนี้ ทำไมขวดต้องมี Texture ตรงนี้
และพอผมเรียนไปสักพัก ผมก็เกิดความรู้สึกส่วนตัวว่า

นักออกแบบในสายตาผม
มันดูแบบว่ายิ่งใหญ่กว่าเิดิมมาก คือนักคิดที่วางกลไกในงานออกแบบมาแล้ว
หรือจนกระทั่ง นักออกแบบสร้าง Life Style ใหม่ๆให้กับมนุษย์ได้ (ยกตัวอย่างเช่น Sony Walkman)
สามารถทำให้ทุกคนต้องหันมาทำอะไรเหมือนๆกัน เพราะงานออกแบบใหม่ๆได้

การได้มาเรียนออกแบบนั้น  ผมรู้สึกว่า การพัฒนาทางความคิดของผมกว้างไกลขึ้นมาก
เพราะถ้าเราเป็นนักเรียนออกแบบ แล้วผมคิดว่า มันอยู่ในสายเลือดเลยนั่นแหละ
ถ้าเราอินกับการเรียนนะ เห็นอะไรก็จับเป็นองค์ความรู้ได้หมด และมันจะรู้สึกว่าชีวิตมีสีสันขึ้นมาก

ถ้าถามผมว่า ทำไมต้องเรียนออกแบบ
"เพราะว่าถ้าคุณเรียนออกแบบแล้ว คุณจะมองทุกอย่างไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป"
A R R 3 E . G R A P H I C S . L A S T . D E S I G N . O N . E A R T H

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines