เรียนสถาปัตย์?

เริ่มโพสต์โดย me&9, 02 ต.ค. 2007, 21:57 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

มุมมืดของสังคม

ประเทศไทยนี่มันแปลกเนอะ

รับปริญญาแล้วมาเป็นเป็ด {หมีโหด}
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

D869

เรียนคอนฯน่าเบื่อออก ว่าแต่เรียนปีเดียวนี่เรียนไรไปบ้างเนี่ย
"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

เบลล์

โครงสร้างบ้านไม้ชั้นเดียวอะค่ะ แล้วก็โครงสร้าง คสล.อย่างคร่าวๆแบบพอจะเขียนแบบได้

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: มุมมืด ฟืดฟาด ฟืดฟาด เมื่อ 03 ต.ค. 2007, 01:01 น.
ประเทศไทยนี่มันแปลกเนอะ

รับปริญญาแล้วมาเป็นเป็ด {หมีโหด}

อ่าว เราไม่ได้เรียนเพื่อเป็นเป็ดเหรอ  {หมีโหด}
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

roundbol123

เป็นเป็ดมาตั้งแต่มัธยมกันแล้วค่ะ
:22: :47:

มุมมืดของสังคม

ประเทศเป็ดฤานี่ :05:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

จักรี

ผมจบแค่ราชภัฎ ยังได้เป็นมังกรเลย  :52:
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

มุมมืดของสังคม

ตะ ลึ่ง ตึ่ง โป๊ะ :31:



:30:
บล็อกในมุมมืด
because we always.....expecting

Ah!

#38
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว แนวหัวใส เมื่อ 03 ต.ค. 2007, 00:19 น.
แล้วสถาปนิก จริงๆมีหน้าที่ทำอะไรครับ :09:

ประมาณนี้ครับ

อ้างคำพูดจาก: อ๋าห์ พาเพลิน เมื่อ 27 ก.พ. 2006, 16:03 น.
ตอบแอ๊ะ(ซะทีวะ)
ยกตัวอย่างงานออกแบบบ้านหนึ่งหลังนะครับ

สถาปนิกจะเป็นคนรับโจทย์มาจากเจ้าของบ้าน
เช่น เป็นบ้านสองชั้น มีห้องนอนสามห้อง ห้องส้วมสี่ห้อง ห้องรับแขก ห้องดูหนังฟังเพลง ห้องคนใช้ที่คุณผู้ชายดอดเข้าไปไม่ได้
ที่จอดรถกี่คัน เลี้ยงหมามั้ย มีสระว่ายน้ำ มีโต๊ะสนุ๊ก โบว์ลิ่งสองเลน สนามไดรฟ์ ฯลฯ อะไรอย่างนี้เป็นต้น

เริ่มงานช่วงแรก ถ้าโครงสร้างหรือระบบไฟฟ้า ประปา เป็นแบบปกติทั่วไป ก็ไม่ต้องปรึกษาวิศวกร มั่ว เอ๊ย ลุยดุ่ยไปก่อนเลย
(เว้นแต่งานนี้ เจ้าของบ้านไม่อยากให้โครงสร้างเป็นเสา-คาน อยากได้บ้านมีเสาเดียว ใช้สลิงแขวน ก็ต้องปรึกษาวิศวกรโยธาท่านก่อน
ว่าโครงสร้างแขวนมีข้อจำกัดอย่างไร ยากไปไหม แพงไหม ไปบอกเจ้าของบ้านว่าแพ๊งแพง อย่าทำเลย จบ เป็นต้น)

ถ้าเป็นแบบปกติๆ สถาปนิกยังทำงานอยู่คนเดียวก่อนในตอนนี้
ปรับแบบบ้านไปมา คุยกับวิศวกรแต่ละฝ่ายบ้าง เพื่อให้ได้เตรียมตัวเตรียมใจว่าอีกไม่นานต้องทำงานแล้วนะ
แล้วแต่ตกลงกับเจ้าของว่าจะปรับแบบได้กี่ครั้ง ส่วนมากสามถึงสี่ครั้ง
(แต่ที่ผมทำ unlimited)
ส่งแบบ ส่งโมเดล(ถ้ามี) ก็ส่งกันตอนนี้แหละ ให้เจ้าของบ้านเห็นบ้านในอนาคต
(สังเกตุว่า วิศวกรยังไม่มีบทบาทมากนักในช่วงแรกนี้)

ขั้นตอนข้างบนเรียกว่า แบบดีไซน์
ปกติจะใช้เวลาประมาณสองถึงสี่เดือน หรือสองปี แล้วแต่เจ้าของท่านจะเมตตา
พอเจ้าของบ้านบอกว่า อะ สร้างเลยเฮีย

ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการทำแบบก่อสร้าง หรือแบบเพื่อขออนุญาตก่อสร้างอาคาร เพื่อยื่นให้เทศบาล และผู้รับเหมาทำงานต่อไป
เรียกขั้นตอนนี้ว่า แบบก่อสร้าง

ตอนนี้สถาปนิกจะให้วิศวกรแต่ละฝ่ายช่วยทำแบบ

แบบก่อสร้างที่เสร็จเรียบร้อย โดยทั่วไปจะประกอบด้วย
แบบสถาปัตย์ - อันนี้ประกอบด้วยผังพื้น ผังฝ้าเพดาน ผังหลังคา รูปด้าน รูปตัด แบบขยายประตู หน้าต่าง ขยายบันได ราวบันได ซุ้มประตู กรงหมา ขยายรายละเอียดอื่นๆที่ต้องใช้

แบบโครงสร้าง - วิศวกรโยธาจะคำนวณหาว่าเสาต้นนี้ใช้เหล็กอะไร กี่เส้น มัดกันยังไง ฯลฯ ออกมาเป็น ผังเสาเข็ม ผังฐานราก ผังคาน ผังโครงหลังคา แบบขยายโครงสร้างต่างๆ

แบบไฟฟ้า - หลังจากทำงานร่วมกับสถาปนิกวางผังดวงโคม (ปกติผมวางไปก่อนเลย ถ้ามืดสว่างไป ท่านผู้นี้จะปรับให้) วิศวกรไฟฟ้าจะคำนวณการใช้กำลังไฟฟ้า ปริมาณแสงสว่าง ขนาดของเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม และอื่นๆ

แบบสุขาภิบาล - วิศวกรสุขาภิบาล ดูแลเรื่องระบบท่อน้ำประปา น้ำทิ้ง ถังดักไขมัน บ่อบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ1-2เดือนครับ ขึ้นกับว่าจะมีการปรับแบบเนื่องจากปัญหาทางด้านเทคนิคหรือเปล่า

สรุปว่า สถาปนิกจะเป็นผู้ติดต่อกับเจ้าของบ้าน และจัดการวางแผนวางผังระบบต่างๆก่อนเป็นเบื้องต้น
แล้วจึงนำแบบที่วางไว้ ไปทำงานต่อร่วมกับวิศวกรแต่ละระบบ เพื่อให้ได้บ้านออกมาหนึ่งหลังครับ


จริงๆแล้ว อย่างที่หมอแมวว่า วิศวกรผู้รับเหมา ก็สร้างบ้านได้นั่นก็จริงนะครับ
แต่ในแง่กฎหมาย ต้องมีสถาปนิกทำงานด้วย (ร่วมเซ็นแบบ)
ถ้าไม่มองกฎหมาย เอาแค่เรื่องการออกแบบแล้ว วิศวกรกับผู้รับเหมา ก็มักจะไม่ถนัดเรื่องของสุนทรียภาพ
เรื่องของการจัดวาง การเชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยต่างๆให้มีความสัมพันธ์กัน หรือให้เกิดความรู้สึก อารมณ์ต่างๆ

ซึ่งผมคิดว่าการลงทุนสร้างบ้านหนึ่งหลัง ที่ต้องอยู่ไปแทบตลอดชีวิต
เรื่องต่างๆที่ว่านี่ มันสำคัญนะครับ ควรหาสถาปนิก หรือผู้ออกแบบให้ช่วยจัดพื้นที่ให้น่าจะคุ้มกว่าครับ


        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้างคำพูดจาก: ตาเอก เป๊กเดียวหลับ เมื่อ 03 ต.ค. 2007, 01:31 น.
เรียนคอนฯน่าเบื่อออก ว่าแต่เรียนปีเดียวนี่เรียนไรไปบ้างเนี่ย
เรียนสร้างบ้านกับลุงอ๋าห์ครับ
+ลุงอ๋าห์
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

D869

ตัวผมเองได้คุยกับสถาปนิกเองหรือว่าคุยกับวิศวกรน้อยนะครับ เพราะบางงานแทบไม่ได้ยุ่งกับตัวอาคารเลยก็มี หรือบางทีสถาปนิกก็มีเวลาให้คุยด้วยน้อย งานโครงสร้างยิ่งเงียบเข้าไปใหญ่เพราะไม่ได้ทำอะไรเลย กับอาคารส่วนมากก็แค่ existing ต่างๆแค่นั้น

แล้วก็งานอินทีเรียทำแบบนานคงไม่มีกินแน่ๆ :05: นี่แค่สองเดือนยังจะกินแกลบเลยครับ เพราะงานภายในส่วนมาก ลูกค้าจะรีบ(ยกเว้นบางคนที่เปลี่ยนใจไปเรื่อยๆ ค่าเสียเวลาก็ไม่ให้ แทบจะเปลี่ยน primary design ไปซะฉิบ :52:)

งานแบบ ส่วนมากก็หลังจาก primary แล้วก็จะเป็นแบบดีไซน์ บวกกับโครงสร้างเลย เพราะไม่ค่อยมีอะไรมาก ก็เช่นส้วม ชุดครัว ผนังก่อใหม่ หรือ โครงฝ้า แต่แบบที่แยกออกมาแล้วก็คือ แบบพวกเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ซึ่งถ้ามีมาก ก็เขียนมาก ใช้ลอยตัวเยอะก็เขียนน้อย(ขึ้นอยุ่กับเราจะแนะนำ ความเหมาะสมกับงาน หรือ ลูกค้าอยาก) ซึ่งส่วนมากผมก็ทำแบบส่งไปจนครบติดๆกันอยู่ดี เวลาก่อสร้างหรือตกแต่งก็เป็นส่วนที่ตามมาทีหลัง

คอนฯก็เลยใช้น้อยไปหน่อย ความจำเป้นต่ออินทีเรียก็เลยสำคัญน้อยกว่า ไม่นึกว่าไอดีจะเรียนน้อยกว่าอีก นึกว่าให้เรียนเท่าๆกันให้รู้งูๆปลาๆไว้ :08:
"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

จินนี่

อยากเข้าDec ออกแบบภายในค่ะ  จินนี่รู้แต่วิชาที่ต้องเรียนแฮะ
เพิ่งมาอ่านดูว่าตอนทำงานมันต้องผ่านขั้นตอนอะไร

ทั้งสถาปนิกกะอินทีเรียเลย ว่าทำอะไรบ้าง

ขอบคุณค่ะ  มีประโยชน์มากๆเลย :46:    :22:


(.......ยิ่งอ่านยิ่งอยากเรียน :25:)

HyoPlum

ตามที่น้องเล่ามานี่ควรเลือกเรียน นิเทศศาสตร์นะครับ ไม่ใช่ นิเทศศิลป์ 
ถ้าอยากเป็นครีเอทีฟ ทำงานในเอเจนซี่ต่างๆน่ะครับ  :27:
ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง

wahz

อ.ฝรั่งที่สอนอยู่ที่ มอ บอกว่า
ที่อังกฤษ คนที่จะเรียนสถาปัตย์ที่น่้นจะต้องเป็นคนที่ฉลาดสุดๆเลยละ

wahz !!!~  รักเธอคนเดียว

me&9

อ้างคำพูดจาก: "พลัม...รัมมะซิง" เมื่อ 03 ต.ค. 2007, 14:22 น.
ตามที่น้องเล่ามานี่ควรเลือกเรียน นิเทศศาสตร์นะครับ ไม่ใช่ นิเทศศิลป์ 
ถ้าอยากเป็นครีเอทีฟ ทำงานในเอเจนซี่ต่างๆน่ะครับ  :27:

ตอนนี้ ที่ผมตัดสินใจ คือ ทางนี้แหละครับ  :10: หลังจากที่ได้ คุยกับ ที่บ้าน เขาก็อยากให้เราทำในสิ่งที่เราชอบ และมีความสุขกับมัน

"เอกชน รัฐบาลตอนนี้ มันคงแบ่งกันไม่ได้แล้ว ในเมื่ออนาคตของลูกอยากทำงานในต่างประเทศนี่ แต่ยังไงก็ พยายามให้เต็มที่กับมัน แล้วอะไรจะเกิด ก็ค่อยให้มันเกิด" คำพูดของพ่อ

ปล. สายนิเทศน์ศิลป์ เป็น ครีเอทีฟไม่ได้หรือครับ? (ผมอยากเป็นอาร์ตไดเรคเตอร์ หรืออะไร ทำนองนี้ครับ(อาจสะกดผิด))

:39:
ปัญญาจงทิ่มแทง แสดงฤทธา

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines