สินเชื่อเรื่องบ้าน

เริ่มโพสต์โดย โบว์, 23 พ.ค. 2008, 22:06 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

คุณหนูฟ้า

ความหลงใหลในภาพลวงตา ที่ได้มาใช่ความสุข

iannnnn

ไปเจอบทความมีประโยชน์มาครับ เลยเอามาแปะไว้ให้อ่านกัน
ที่มานี่มาจากเว็บบิต ก็เลยไม่รู้จะให้เครดิตยังไง เลยให้ตามต้นฉบับละกันนะครับ

วิธีการประเมินกำลังเงินว่าจะซื้อบ้าน และผ่อนบ้านได้หรือไม่

อ้างอิง
โดยทั่วไปผู้ซื้อบ้านมักจะมีเงินเก็บออมส่วนหนึ่ง ซึ่งมักจะไม่เพียงพอที่จะซื้อบ้านได้ด้วยเงินสด ดังนั้น
เงินที่ขาดจึงต้องอาศัยกู้เอาจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆแต่เนื่องจากสถาบันเหล่านี้มักจะให้กู้เพียง
ประมาณร้อยละ 70-80 ของราคาซื้อขาย หรือมูลค่าประเมินของบ้าน (พร้อมที่ดิน)

ดังนั้น ผู้ซื้อบ้านจะต้องมีเงินเก็บออมอย่างน้อยร้อยละ 20-30 ของราคาบ้านจึงจะสามารถกู้เงินและซื้อบ้านได้
เงินที่เก็บออมร้อยละ 20-30 นี้เอง ที่ผู้ซื้อมักจะต้องจ่ายเป็น "เงินดาวน์" ในการซื้อบ้าน หากบ้านยังสร้างไม่เสร็จ
เจ้าของโครงการมักจะให้เราผ่อนเป็นงวดๆได้ในเวลาประมาณ 5-18 เดือน ในการวางแผนการเงินเพื่อซื้อบ้าน

คุณอาจเริ่มต้นจากวิธีใดวิธีหนึ่งใน 2 วิธี คือ

วิธีที่หนึ่ง คุณทราบราคาบ้านที่จะขายแล้วมาคำนวณว่าคุณจะซื้อและผ่อนได้หรือไม่ ?
วิธีการนี้ เริ่มมาจากการที่มีผู้เสนอขายบ้านให้คุณ หรือคุณทราบ "ราคาบ้าน" ที่ประกาศขายว่าเป็นเงินเท่าใดแล้ว
คุณมีข้อสงสัยว่าคุณมีเงินพอที่ซื้อหรือผ่อนบ้านนั้นได้หรือไม่ ในการประมาณการทางการเงิน คุณจะต้องเริ่ม
โดยพิจารณาว่า คุณมีเงินเก็บออมหรือมีเงินดาวน์พอที่จะจ่ายให้กับเจ้าของโครงการหรือไม่
คุณต้องกู้เงินจากธนาคารในวงเงินสูงสุดได้เท่าใด และจะต้องผ่อนชำระเงินงวดเดือนละเท่าใด
คุณสามารถผ่อนได้หรือไม่

ตัวอย่างเช่น หากคุณเล็งที่จะซื้อบ้านที่ราคาถูกประเภททาวน์เฮาส์ ขณะนี้ ราคาประมาณ 625,000 บาท
หากธนาคารให้กู้ร้อยละ 80 ของราคาขาย นั่นหมายความว่าให้กู้ได้เป็นเงิน 500,000 บาท
ส่วนที่เหลือคือจำนวนเงิน 125,000 บาท คุณจะต้องมีเงินเก็บหรือต้องผ่อนดาวน์มาแล้ว
ซึ่งอย่างน้อยที่สุดคือร้อยละ 20 ของราคาบ้านที่จะซื้อนั่นเอง การกู้เงินจำนวน 500,000 บาท
หากคุณต้องผ่อนชำระนาน 20 ปี ก็จะต้องผ่อนประมาณเดือนละ 3,728 บาท
หากธนาคารคิดดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 ต่อปี (แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยสูงกว่านี้ เงินงวดรายเดือนก็จะสูงตามไปด้วย)
และหากกู้ระยะเวลาสั้นลงเท่าใด เงินงวดก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น เช่น หากเลือกกู้นาน 15 ปี หรือ 10 ปี
เงินงวดก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเดือนละ 4,356 บาท และ 5,677 ตามลำดับ

เมื่อทราบจำนวนเงินที่จะต้องผ่อนเดือนละเท่านั้นเท่านี้แล้ว
คุณก็ต้องมาประเมินดูว่าคุณมีรายได้เพียงพอที่จะผ่อนชำระเงินงวดได้ตลอดระยะเวลากู้หรือไม่
โดยหลักแล้ว หากคุณมีรายได้น้อย คุณก็ต้องเลือกผ่อนในระยะเวลาที่นานขึ้นอาจจะเป็นระยะ 20-25 ปี
เพื่อให้เงินงวดที่จะผ่อนมีจำนวนลดลง ดังนั้น หากคุณสามารถสะสมเงินมาดาวน์บ้านได้
ประมาณร้อยละ 20-30 ของราคาบ้านและสามารถผ่อนส่งเงินกู้ได้ตามเงินงวดที่ระบุ
คุณก็จะสามารถซื้อบ้านหลังนั้นได้ สำหรับบ้านประเภทอื่น ต้องผ่อนดาวน์เท่าใด ต้องกู้เงินจำนวนเท่าใด
ค่าผ่อนชำระจะเป็นเท่าใด คุณอาจดูได้จากตารางที่เจ้าของโครงการ หรือที่ธนาคารจัดทำขึ้น
หรืออาจดูได้จากหนังสือคู่มือการซื้อบ้านที่มักจะมีอัตราดอกเบี้ยและตารางอัตราการผ่อนชำระเงินงวดให้ผู้ซื้อพิจารณาได้


วิธีที่สอง คุณทราบรายได้ของคุณแล้วมาคำนวณว่าคุณจะซื้อบ้านได้แบบใด ในราคาใดได้บ้าง ?
ในรณีที่คุณทราบ "รายได้" ของคุณว่ามีเท่าใด และอยากทราบว่ารายได้ดังกล่าวนั้น
สามารถจะซื้อบ้านในระดับราคาประมาณเท่าใด คุณก็สามารถคิดคำนวณได้ไม่ยากตัวอย่างเช่น
หากคุณมีรายได้ประมาณเดือนละ 20,000 บาท คุณอยากรู้ว่าธนาคารจะให้คุณกู้ได้ในวงเงินเท่าใด
และจะซื้อบ้านในราคาประมาณเท่าใด

วิธีการคำนวณคือ
ในขั้นแรก คุณต้องประมาณการว่ารายได้ที่ตนมีอยู่นั้นสามารถกู้เงินจากธนาคารได้ในวงเงินเท่าใด
หรือคุณสามารถจะผ่อนชำระหนี้ได้เดือนละเท่าใด จากนั้น เมื่อทราบวงเงินกู้ ก็สามารถคำนวณราคาบ้านที่จะซื้อได้
โดยทั่วไป ธนาคารมักจะให้กู้ในวงเงินประมาณ 15-30 เท่าของรายได้โดยหากมีรายได้เป็นเงินเดือนประจำที่แน่นอน
เช่น เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือพนักงานของบริษัทเอกชน ธนาคารอาจให้กู้ได้ถึง 25 - 30 เท่า
แต่หากประกอบอาชีพอิสระที่มีรายได้ไม่แน่นอน ธนาคารอาจให้กู้ได้ไม่เกิน 20 เท่าของรายได้เฉลี่ยรายเดือนหักค่าใช้จ่ายแล้วเท่านั้น
โดยเฉลี่ยแล้ว ธนาคารจะให้กู้ในวงเงินสูงประมาณ 25 เท่าของรายได้ ดังนั้น
หากคุณมีรายได้ประมาณเดือนละ 20,000 บาท คุณจะกู้ได้ในวงเงินประมาณ 25 X 20,000 = 500,000 บาท
และในวงเงินดังกล่าว คุณจะต้องผ่อนประมาณเดือนละ 3,728 บาท หากกู้นาน 20 ปี (อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 ต่อปี)
และจะผ่อนเดือนละ 3,160 บาท หากกู้นานที่สุดคือ 30 ปี
อนึ่ง ในการประมาณการกำลังเงินว่าคุณจะสามารถผ่อนบ้านได้เดือนละเท่าใดนั้น มีหลักเบื้องต้นว่า
ธนาคารมักจะกำหนดให้เงินงวดต่อเดือนประมาณร้อยละ 25-30 ของรายได้รวมของผู้กู้
ดังนั้นหากคุณมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท เงินงวดสูงสุดที่คุณสามารถผ่อนได้จะอยู่ประมาณ
เดือนละประมาณ 5,000- 6,000 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้สูงขึ้น และซื้อบ้านในราคาแพงขึ้น
เช่น มีรายได้เดือนละ 60,000 บาท ขึ้นไป ธนาคารอาจจะให้กู้โดยมีสัดส่วนค่าผ่อนต่อรายได้ที่สูงขึ้น
ประมาณร้อยละ 30-36 หรือบางกรณีที่ผู้กู้มีรายได้เกินเดือนละ 100,000 บาท ธนาคารอาจผ่อนผัน
ให้กู้ได้สูงถึงร้อยละ 40-50 ก็ได้ เมื่อคุณทราบรายได้ และวงเงินกู้ที่จะกู้ได้ โดยคุณสามารถผ่อนชำระเงิน งวดได้แล้ว
คุณก็สามารถจะคำนวณราคาและประเภทบ้านที่จะซื้อได้ ในปัจจุบันธนาคารโดยทั่วไปจะให้กู้ได้ร้อยละ 80 ของราคาบ้านพร้อมที่ดิน
ดังนั้น เมื่อคุณมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท และสามารถกู้เงินได้สูงสุด 500,000 บาท
คุณก็สามารถคำนวณได้ว่าบ้านที่คุณจะซื้อได้จะมีราคาขายประมาณ 625,000 บาท (500,000/0.8)

เมื่อคุณทราบราคาบ้านและมีเงินดาวน์เพียงพอ (ประมาณร้อยละ 20-30 ) ที่จะซื้อบ้านได้ในราคาประมาณ 625,000 บาท
และสามารถผ่อนเงินงวดได้ทุกเดือน ประการต่อมา คุณจึงมาพิจารณาว่า บ้านในระดับราคาดังกล่าวมีขายในตลาดประเภทใด
และที่ไหนบ้าง สำหรับบ้านที่มีขายในตลาดราคาประมาณ 6 แสนเศษนั้น จะเห็นว่ามีเพียง 2 ประเภท ได้แก่ทาวน์เฮ้าส์ราคาถูก
และห้องชุดราคาปานกลางเท่านั้น ส่วนบ้านเดี่ยวขนาดเล็กราคาเฉลี่ยขั้นต่ำสุด ในปัจจุบันราคาประมาณหลังละ 1.2 ล้านบาท

เมื่อคุณทราบเช่นนี้ คุณจึงได้ข้อยุติว่า รายได้เดือนละ 20,000 บาท ไม่ต้องไปดูบ้านเดี่ยวให้เสียเวลา
เพราะทางเลือกของคุณมีเพียง 2 ทางเท่านั้น คือ จะซื้อ บ้านทาวน์เฮ้าส์ หรือห้องชุดดีกว่ากัน
ซึ่งคุณจะต้องไตร่ตรองต่อไปว่า คุณจุเลือกซื้อบ้านแบบไหน จึงจะตรงกับความต้องการของตน สรุปก็คือ
ในการวางแผนการเงินซื้อบ้านคุณต้องดูว่าคุณมี "เงินออม" เป็นค่าเงินดาวน์ประมาณร้อยละ 20-30 ของราคาบ้านหรือไม่
และคุณมี "รายได้" พอที่จะขอกู้เงินและ "ผ่อนเงินงวด" รายเดือนกับสถาบันการเงินได้ตลอดระยะเวลากู้หรือไม่
หากคุณมีพอทั้งสองประการนี้ คุณก็สามารถจะซื้อบ้านได้อย่างไม่มีปัญหา

ที่มา : www.thaihomemaster.com 

itor

 :12: ขอบคุณครับแอน กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่พอดี เพราะมีโครงการขยับขยายอยู่ด้วย

ว่าแต่พอมีเรื่อง การกู้ร่วมในกรณีต่างๆ เช่น บิดา มารดา ญาติ แฟน หรือ ภรรยาด้วยจะดีมากเลยครับ
(หรือผมเจอที่ไหนจะมาแปะเพิ่มให้ครับ)

8e88

ไล่อ่านกระจู๋นี้ อยากมีบ้านเป็นของตัวเองมั่งแฮะ แต่คงอีกยาวไกล
เพราะเงินเก็บน้อยนิดมาก แถมยังประกอบอาชีพ Freelance น่าจะกู้ได้ยาก
คงอาศัยเกาะพ่อแม่ซุกหัวนอนไปก่อน เรื่องมีบ้านนี่คิดอยู่หลายตลบ เพราะบ้านของพ่อแม่อยู่กลางเมืองมาก
ถ้าไปซื้อบ้านไกลๆ ไปๆมาๆน่าจะมาอยู่บ้านพ่อแม่อยู่ดี เพราะมันสะดวกโคตรๆ

ตอนนี้มีตังค์ที่ตั้งใจเก็บเอาไว้อยู่ไม่ได้ใช้ประมาณ 3-4 แสน ทีแรกกะเก็บเงินสร้างอนาคต แต่ดันเลิกกับแฟนไปก่อน
ไม่งั้นถ้าคิดซื้อบ้านภาระคงเบาไปเยอะเพราะมีคนช่วยแชร์ ....ทีแรกกะว่าจะเอาตังค์ก้อนนี้ไปซื้อรถ แต่ตอนนี้ไม่คิดถึงรถแล้ว
เนื่องจากบ้านที่อยู่กับพ่อแม่ก็สะดวกในการเดินทาง อีกเรื่องเลยคือเอาตังค์ไปเรียน ป.โท แต่ไปเรียนก็อาจจะไม่มีเวลาทำงานอีก
เพราะมีภาระที่บ้าน ถ้ามีตังค์เหลือค่อยไปลงสอบ-ลงเรียนก็ได้

ตอนนี้เลยเหลืออยู่ 2 ตัวเลือก

1.) เอาเงินมาแต่งบ้านพ่อแม่นี่แหล่ะ เป็นตึกแถว 3-4 ชั้น กว้าง 5.5 เมตรลึก 15 เมตร แต่ใช้กันจริงๆแค่ 2 ชั้นแค่นั้น อีก 2 ชั้นเอาไว้เก็บของรกๆ
เงินก้่อนนี้น่าจะเอามาแต่งและปรับปรุงโครงสร้างได้ในระดับนึง ...ส่วนเฟอร์นิเจอร์กะว่าค่อยๆซื้อ โดยมากชอบไปเดินตลาดมืด+รัชดาไนท์
ชอบเฟอร์นิเจอร์เก่าสวยๆเอามามิิกซ์กับเครื่องใช้ของใหม่ๆที่ซื้อมาจากโฮมโปรหรือสวนลุมไนท์ (ทุกวันนี้ก็ซื้อมาเรื่อยๆ แต่จะเป็นชิ้นเล็กๆอย่างเก้าอี้หรือโต๊ะเล็กๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน) ....ข้อ 1 นี่ต้องทำแน่ๆเพราะบ้านนี้อยู่มาเกือบ 20 ปี ทรุดโทรมไปตามสภาพ ปูนกร่อน โครงผุไปบ้าง ต้องแต่งเติม แต่ทำทั้งทีกะว่าจะทำให้ดีซักหน่อย สงสัยท่าจะทำน่าจะบานปลายแหงๆ อันนี้แหล่ะที่กลัวๆ

2.) กะจะซื้อที่ดินเปล่าเอาไว้ก่อน หรือไม่ก็ซื้อทาวน์เฮาส์เล็กๆแถวชานเมืองเชียงใหม่ เอาแบบใกล้เมืองนิดนึง แต่ไม่แน่ใจว่าราคามันเป็นยังไง ....จริงๆตัวเองเป็นคนที่ติดชีวิตเมืองเหมือนกัน แต่เคยจับพลัดจับผลูไปบวชอยู่วัดป่าแุถบเชียงรายเกือบๆ 6-7 เดือน ก็อยู่กับมันได้แถมชอบตังหาก  :47: เลยคิดว่าอยากจะไปใช้ชีวิตแถบๆเชียงใหม่ เพราะมันก็มีทั้งเมืองและความสงบในตัว ...ตอนนี้ชีวิตตัวเองก็เป็น Freelance อยู่แล้วเวลารับงาน-ส่งงานก็จะติดต่อทาง email เป็นส่วนใหญ่ สมมุติรับงาน 1 โปรเจค ภายใน 1 เดือนโดยมากสุดก็จะมีคุยงาน 2-3 ครั้ง

สำคัญสุดเลยก็คือ ประเมินตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าทำงานเป็น Freelance การเงินมันไม่ได้มั่นคงอะไรนัก ถ้าทุ่มตังค์เก็บทีเดียวหมด กลัวว่าเดี๋ยวจะหมุนเงินไม่ทัน อันนี้คือปัญหา เพราะมันคาดเดาอะไรไม่ได้มากนัก คิดแบบนี้เลยไม่กล้าใช้ตังค์เก็บแบบเป็นเรื่องเป็นราวสักที

O.D.M.

ตอนนี้ผมดูที่ดินเปล่า ชานเมืองเชียงใหม่อยู่เหมือนกันนะพี่ พอดีลูกค้าเค้าไปซื้อไว้แล้วชวนไปดูข้างๆ
ไม่ไกลจากตัวเมืองแค่ชายขอบๆเมือง ประมาณนั้น ริมถนนใหญ่ ตก ตร.วา ละพันสองพันเอง ผมว่าก็น่าสนใจนะ  :42:
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

icez

เห็นคอนโด "ติดกับ" BTS อ่อนนุชมันกำลังก่อสร้าง :25: แบบว่าอยากได้มากเลย
ถ้ามันไม่อยู่กรุงเทพนะ :05:












เอาจริงๆ มีแผนจะซื้อบ้านอยู่ที่ภูเก็ตครับ แต่ค่าที่ดินก็สุดโหดแล้ว :05:
ยังคิดอยู่เลยว่าที่เก็บตังค์ไว้นี่จะพอมั้ย
กะว่าเก็บตั้งต้นไว้อย่างน้อยๆ ก็ล้านนึงอะ
(ไปสำรวจราคาบ้านมา สามล้านขึ้นไปทั้งนั้น T_T)

โบว์

เรื่องยื่นกู้เนี่ย โบว์หลอกธนาคารเก่งมากค่ะ
ใครจะกู้มาถามโบว์ได้นะ  :02:


ปล.ไอซ์ เจ๋งอีกแล้ว วางแผนตั้งแต่อายุแค่นี้ ดีๆ สู้ๆ  :12:

8e88

อ้างคำพูดจาก: O.D.M. เมื่อ 13 พ.ค. 2009, 09:40 น.
ตอนนี้ผมดูที่ดินเปล่า ชานเมืองเชียงใหม่อยู่เหมือนกันนะพี่ พอดีลูกค้าเค้าไปซื้อไว้แล้วชวนไปดูข้างๆ
ไม่ไกลจากตัวเมืองแค่ชายขอบๆเมือง ประมาณนั้น ริมถนนใหญ่ ตก ตร.วา ละพันสองพันเอง ผมว่าก็น่าสนใจนะ  :42:

แปลว่าถ้าซื้อสัก 70 ตร.วา น่าจะประมาณ 1 แสนนิดๆ เทียบเป็น ตร.เมตร แล้วก็ประมาณ 280 ตร.ม.
ที่ดินมันซื้อได้ไม่่น่าจะมีปัญหา แต่ตอนลงเงินปลูกบ้านนี่สิ ไม่รู้ต้องเสียอีกเท่าไหร่
ซื้อไว้แล้วไปปักเต็นท์นอนกลางทุ่งไว้ก่อนดีมั๊ยเนี่ย  :07:


พันเอก

ผมว่าแค่ค่าถมที่ก็บานแล้วครับ เหมือนพี่ชายผมเคยจะซื้อที่แถวๆบางใหญ่ เจ้าของบอกน้ำถึงไฟถึง พอไปดูจริงๆน้ำที่ถึงนะน้ำคลองที่เอ่อท่วมเวลาฝนตกหนักๆไฟถึงเพราะเป็นพงอ้อ เวลาไฟไหม้ทุ่งมันก็น่าจะถึง แต่ที่น่าอยู่มากครับตึดคลองข้างๆเป็นทุ่งนาแต่พี่ผมซื้อไม่ไหวเพราะถ้าถมที่ก็คงหมดหลายตังค์แล้ว ไม่มีตังค์เหลือทำบ้านแน่ๆเลย สุดท้ายเค้าก็ไปซื้อบ้านจัดสรรอยู่ เหมือนๆกันหมด70กว่าหลัง แต่ก็อยู่ในบางใหญ่อยู่ดี
สมาชิกสมาคมพ่อบ้านทหารบก

icez

อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 13 พ.ค. 2009, 10:56 น.
เรื่องยื่นกู้เนี่ย โบว์หลอกธนาคารเก่งมากค่ะ
ใครจะกู้มาถามโบว์ได้นะ  :02:


ปล.ไอซ์ เจ๋งอีกแล้ว วางแผนตั้งแต่อายุแค่นี้ ดีๆ สู้ๆ  :12:

อีกไม่เกิน 10 ปีต้องมีบ้านเดี่ยว มีบริเวณรอบบ้านไว้เล่นนิดๆ เป็นของตัวเองที่ภูเก็ต
ไม่เกิน 15 ปี "อาจ" มีบ้านเล็กบ้านน้อยคอนโดไว้ที่กรุง


:25: อันล่างคิดเล่น แต่อันบนเอาจริง

ยัง มี พุง

ตอนนี้เริ่มมองคอนโดแทนบ้านแล้ว :16:

คงซื้อคอนโดไปก่อน เพราะกู้ซื้อบ้านตอนนี้คงได้ไม่เท่าไหร่

เว้นแต่ว่าจะโชคดีขายที่ได้จะไปซื้อบ้านเงินสดเล๊ย  :08:

ฝันลมๆแล้งๆสินะ
ห๊ะ! อะไรนะ!!!

O.D.M.

อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 13 พ.ค. 2009, 14:52 น.
แปลว่าถ้าซื้อสัก 70 ตร.วา น่าจะประมาณ 1 แสนนิดๆ เทียบเป็น ตร.เมตร แล้วก็ประมาณ 280 ตร.ม.
ที่ดินมันซื้อได้ไม่่น่าจะมีปัญหา แต่ตอนลงเงินปลูกบ้านนี่สิ ไม่รู้ต้องเสียอีกเท่าไหร่
ซื้อไว้แล้วไปปักเต็นท์นอนกลางทุ่งไว้ก่อนดีมั๊ยเนี่ย  :07:

นั่นแหละพี่ ซื้อเก็บไว้ก่อนไง ค่อยๆสร้างทีละนิด
ผมยังว่า ซื้อไว้ก่อนเผื่อถ้าไม่ได้อยู่จริงๆ ไว้เก็งขายในเวลาต่อไป  :30:
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

โบว์

ที่บอกว่าปีนี้ธนาคารปล่อยกู้ยากนี่ไม่น่าจะจริงนะ
ในแง่ที่ว่าเรามีรายได้ค่อนข้างมั่นคงและมีเงินหมุนค่อนข้างดี
เพราะขนาดกสิกรที่เขาว่ากันว่าปล่อยยาก ยังปล่อยให้โบว์ 95%
ส่วนนครหลวงไทย ปีนี้มาแรงปล่อย 100 % เยอะมาก

ปล.แต่ใครที่ไม่ได้ทำงานประจำหรือทำงานประจำแล้วเงินไม่ถึงที่เค้ากำหนดไว้
ถ้าจะกู้บ้านต้องวางแผนสักปีนึงนะจ๊ะ หาเงินหมุนไว้เยอะๆ :27:

ส้ ม ♥


ปล่อยเงินกู้สำหรับคนกู้บ้านหมุนเงินไม่ทัน

ดอกร้อยละ 20


// โครงการฟอนต์เปียแชร์ เจ้ามือ By ส้ม  ต้อนรับคุณเสมอ  :27:
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

Ou!

งบน้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines