สินเชื่อเรื่องบ้าน

เริ่มโพสต์โดย โบว์, 23 พ.ค. 2008, 22:06 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ส้ ม ♥

หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

JΛNΣ

ชอบๆ เก้าอี้ดนตรีเนี่ย  :25:

โต

ใช่ที่ไหนละ นั่นมันวงดนตรีที่มีพี่โย่งร้องนำ









8e88

เรื่องหมุนเงินในบัญชีธนาคารนี่เคยทำอยู่บ้าง อย่างถ้าจะไปต่างประเทศที่มันให้ VISA ยากๆ ก็ใช้วิธีคล้ายๆที่โบว์บอกเลย
คือถ้ามีเงินสด 1-2 แสน นอนนิ่งอยู่ในบัญชีไม่ได้ใช้อะไร ธนาคารมันจะมองเราว่าไม่มีศักยภาพ แต่ถ้าถอนเอา้เงินที่ว่าออกมา โยกย้ายไปที่อื่น ไปยัดในบัญชีอีกธนาคารก็ได้ พออีกสักเดือนก็เอามาเข้าบัญชีเดิมอีกที มันจะทำให้บัญชีมีการเคลื่อนไหว มีเครดิต แต่ต้องแต่งตัวเลขอย่าเอาตังค์ออก 1 แสนถ้วน เข้า 1 แสนถ้วน ตัวเลขมันดูจงใจไป  ....ทำแบบนี้สักครึ่งปีก็ไปขอ VISA ได้สบายๆ แต่ไม่ยักรู้ว่าขอกู้ผ่อนบ้านก็ใช้วิธีคล้ายๆกัน

มีคนที่รู้จักที่ทำงานแบ็งค์เขาก็บอกแบบนี้ ....บางทีมาคิดๆเหมือนกันนะว่า ธนาคารแม่มโง่ป่าวฟร่ะ ดูเงินเข้าออกในบัญชีมันก็น่าจะรู้แล้วว่าแต่งบัญชีแน่ จริงๆแล้วคนมีเงินนอนนิ่งๆในบัญชีน่าจะเครดิตดีกว่าด้วยซ้ำไป เพราะไม่เคยหลอกธนาคาร ไม่เข้าว่าทำไมต้องทำอะไรให้ดูน่าวุ่นวาย

ส่วนเรื่องที่ดินที่เชียงใหม่ น่าสนใจ คงจะหาลู่ทางไปดูไปซื้อเก็บไว้ก่อนเหมือนกัน แต่ไม่รีบเท่าไหร่ ตอนนี้ราคาที่ดินน่าจะลงมานิดหน่อยจากสภาพเศรษฐกิจ เดี๋ยวถ้ามีเรื่องภาษีมรดก-ที่ดินออกกฎหมายมา เผลอๆราคาอาจจะลงมาอีก ฝากโอดำดูเผื่อไปก่อนช่วงนี้ :27:

โบว์

#334
ขอบคุณค่ะพี่ฉึ่ง เดี๋ยวจะมาเล่ายาวๆ
ว่าหมุนเงินลำบากแค่ไหน :30:


อ้างคำพูดจาก: เจ้านายโบว์แอน ♥ เมื่อ 14 พ.ค. 2009, 13:45 น.
ปล่อยเงินกู้สำหรับคนกู้บ้านหมุนเงินไม่ทัน

ดอกร้อยละ 20


// โครงการฟอนต์เปียแชร์ เจ้ามือ By ส้ม  ต้อนรับคุณเสมอ  :27:

ขี้โม้ ตอนนั้นเดินบัญชี ยืมมาหมุน 3 หมื่น
แค่ 2 วันเองนะ ยังบ่จี๊
ไว้แกได้รอมรดก (บาร์เกย์) จากแม่แบบไอ้ปุกก่อน แล้วค่อยตั้งแชร์นะ หุ้นกับไอ้ปุกเลย

iannnnn

ปิงบอกว่าการที่มีเงินหมุนมากๆ เดือนละหลายแสน
ถึงจะเป็นการกู้ชาวบ้านมาปรุงแต่งบัญชี แต่นั่นก็ทำให้ธนาคารไว้ใจเรา
ในฐานะของคนที่มีปัญญายืมชาวบ้านมาเผื่อขาดเงินนี่แหละ :30:

โบว์

ตอนนั้นยืมแม่แอนมา 250,000 มาเดินบัญชี
แล้วก็ยืมไอ้ปิง เดือนละหลายหมื่น
ยืมๆ คืนๆ  :30:


ตูนถามมาเรื่องกู้บ้าน เดี่ยวมาตอบนะ (ทำยังกะอยู่สินเชื่อ)

❤ ตูน ❤

 :22: แหม ไม่ได้บอกว่าเจ้เป็นสินเชื่อเน้อ
แต่ในฐานะที่มีประสบการณ์  :30:

รอฟังอยู่นะคะเจ้โบว์  :25:

โบว์

ไม่ๆ พี่หมายความพี่เนี่ยทำตัวเหมือนผู้เชี่ยวชาญเลย
นึกถึงเรื่องหมอแมวเค้าถามอะไรหน่อยซิ เพียงแต่ว่าหมอแมวแกเป็นหมอไง
ส่วนพี่เนี่ย มั่ว แต่ทำตัวเหมือนอยู่สินเชื่อ :30:
(ตูนอย่าเพิ่งตกใจ ถึงจะมั่วบ้างแต่ก็พอได้นะ 55 )

ตุนถามทาง จมล  ตอบในนี้เลยเน้อ
พี่เช็คให้แล้วเน้อ ถ้าเราเรทเงินเดือน 15,000 จะกู้บ้านได้ยอดเงินประมาณ 800,000 จ๊ะ
แต่ต้องไม่มีภาระหนี้สินนะ ถ้ากู้เท่านี้จะผ่อนประมาณเดือนละ 6,000 บาท
คิดง่ายๆ ค่าผ่อนนะ 1 ล้าน ค่าผ่อนมันจะประมาณ 7 พันบาทน่ะ
ตอนนี้ธนาคารนครหลวงไทยปล่อยง่ายสุดเลย แต่ที่พี่ใช้อยู่เป็นของกสิกรจ๊ะ
พี่มีเบอร์ฝ่ายสินเชื่ออยู่นะ ถ้าตูนอยากได้เดี๋ยวส่งเบอร์ทาง จมล ได้จ้า

เออ เงินโบนัสเราก็เอามาคำนวนเรื่องกู้ได้นะ เงินค่าขายของที่ขายด้วยก็ได้นะ
แต่ตูนจะต้องทำบิลเพิ่ม แล้วก็เดินบัญชีด้วย

❤ ตูน ❤

 :25: ขอบคุณค่ะ อย่างนี้ก็มีสิทธิ์แฮะ
โอ้ย มีีคำถามเยอะเลย ถามในนี้เลยละกันนะจ๊ะ

- เงินเดือนมันไม่ได้โอนเข้าธนาคารทุกเดือน
เข้าธนาคารบ้าง ให้เงินสดบ้าง แบบนี้ statement ดูไม่น่าเชื่อถือหรือเปล่าคะ ?

- statement ที่ว่าต้องมีเงินเข้าออก ดูย้อนหลังนานเท่าไหร่คะ

- ถ้ากู้กสิกร ตูนว่าน่าจะง่ายกว่าหรือเปล่า ? เพราะตูนมีบัญชีกับเค้า
ที่เป็นออมทรัพย์ เอาไว้ออมเงิน ก็จะมีเงินสะสมเข้าเรื่อย ๆ
และก็มีบัญชีกองทุนของกสิกรด้วย รวมยอดเงินทั้งหมดที่มีอยู่ในกสิกรราว ๆ 1 แสนกว่า ๆ

- เวลากู้เนี่ย เราไปติดต่อกับธนาคารสาขาที่ใกล้บ้านเราได้เลยหรือเปล่าคะ ?
พอดี ธ.กสิกร สาขาที่อยู่ในห้าง Center One มีคนที่เป็นผู้จัดการคุ้นหน้าคุ้นตากัน
ตูนเอาเงินไปเข้าบัญชีบ้าง ติดต่อซื้อกองทุน เค้ายังแซวว่าเก็บเงินเก่งนะเรา  :22:

ตอนนี้ยังนึกไม่ออก ถ้ามีอะไรเดี๋ยวมาโพสต์ต่อจ๊ะ
อ่อ ทาวน์เฮ้าส์ที่ต่อได้ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-7 แสนจ๊ะ
ถ้าดาวน์และผ่อน แต่ไม่ค่อยได้ไป เห็นว่าก็จะมีคนเช่าทุกเดือน
อาจเอาเงินค่าเช่าตรงนั้นมาผ่อนด้วยจ๊ะ

iannnnn

ก่อนโบว์จะตอบ มาฟังตูก่อน
ของตูนี่ ก่อนหน้านี้เคยได้เข้าบัญชีมั่งไม่เข้ามั่ง
แต่พอจะกู้บ้านนี่ต้องวางแผนกันยาวๆ 6 เดือนถึง 1 ปีเลยแหละ
ไม่ว่าจะเล็กน้อยยิบย่อยอะไร ขอไปนอนแช่ในบัญชีสักวันนึงก่อนถึงจะน่าเชื่อถือ :3005:

❤ ตูน ❤

โอ้ งั้นต้องวางแผนแล้ว ขอบคุณพี่แอนจ๊ะ
แต่ว่า เอาเงินเข้าไปไว้ในบัญชีสักวันนึงก่อนนี่มีผลด้วยเหรอคะพี่
หรือว่า ขอแค่ให้มีเงินเข้าเรื่อย ๆ พอเอาเข้ามาแล้วจะถอนออกไปใช้ก็โอเค
ถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าจะได้อยู่นะ เพราะว่า เอาเข้าเรื่อย ๆ
แต่ถอนออกทีเป็นก้อนเลย ตอนนี้เอาออกมาลงทุนอยู่ข้างนอก 70k
เดี๋ยวต้องรีบเอากลับมานอนในบัญชีล่ะ

อ่อ บัญชีที่ว่านี่ อย่างเงินในกองทุน นับรวมด้วยไหมคะ ?
(รอฟังเจ้โบว์ต่อ)

โบว์

ตามที่พี่แอนว่าเลยตูน ว่าต้องวางแผนค่อนข้างยาว :56:

(ถ้าคนที่ทำงานประจำ ถ้าเรตเงินเดือนผ่าน และทำงานมาสักพัก เรื่องกู้จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่
มันก็ค่อนข้างมั่นคง เรื่องบริษัทก็เกี่ยวนะ ว่าบริษัทเราน่าเชื่อถือแค่ไหน)
แต่ทั่งพี่และพี่แอนเนี่ยไม่ได้ทำงานประจำ
เพราะฉะนั้น เงินที่ได้มันก็จะไม่ได้มีสลิปเงินเดือน เหมือนพนักงานประจำทั่วไป
พี่เลยต้องวางแผนและเดินบัญชีกันเป็นปีเลย

ทีนี้พี่ไม่รู้ว่าตูนทำงานบริษัทที่มั่นคงแค่ไหน เพราะธนาคารจะค่อนข้างให้ความสำคัญกับบริษัทที่เราทำนะ
ตูนบอกว่า บางเดือนรับเงินสด บางเดือนเข้าบัญชี
เข้าบัญชีนี่หมายความว่าตูนรับเงินเสดและนำเงินมาเข้าบัญชีเองใช่หรือเปล่า
ถ้าตูนไม่มีสลิปเงินเดือน แล้วเวลาจ่ายเงิน บริษัทเค้าออกเอกสารอะไรให้รึเปล่า
มีใบสำคัญรับเงินและจ่ายเงินจากบริษัทไหม ถ้าไม่มีตูนต้องขอนะแล้วให้เค้าเซ็นเอกสารจ่ายเงินให้ทุกเดือน
เพื่อเอามาใช้แทนสลิปเงินเดือน จากนั้นพอรับเงินแล้ว ต้องนำเงินนั้นไปเข้าบัญชี
โดยเข้าบัญชีให้ตรงเวลา ในทุกเดือน อย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือน
(ถ้าไม่มีเรื่องด่วน พยายามอย่างเพิ่งใช้เงิน ผ่านไปสักหลายๆวันแล้วค่อยทยอยถอนมาใช้)


ทีนี้เรื่องปรึกษาธนาคาร ลองปรึกษาได้เลย แต่ละธนาคารจะให้คำแนะนำไม่เหมือนกันนะ
ความอยากปล่อยสินเชื่อของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน
ตูนลองปรึกษาสัก 3 ที่เลย แนะนำกสิกร นครหลวงไทย
กรุงเทพ กรุงไทยไม่ค่อยปล่อยเท่าไหร่
ลองปรึกษาแต่ละที่ดูแล้วค่อยมาเตรียมเอกสารเพื่อยื่นกู้

เบื้องต้นแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่า พี่เตรยมอะไรบ้างตอนที่พี่กู้ :33:

iannnnn

#343
เอาอันนี้อีกเรื่อง

อ้างอิงบ้านสถาพร เผยแบงก์สนปล่อยกู้อาชีพปลอดความเสี่ยงจากพิษเศรษฐกิจ ระบุ แพทย์ ทันตแพทย์ นักบินพาณิชย์เนื้อหอม ถูกจีบให้ใช้สินเชื่อ
จาก กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์



แล้วก็

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค - ทำไงดี? แบงก์เข้ม! กู้บ้านยาก
อ้างคำพูดจาก: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคโดยปัจจุบันปัญหาที่ผู้ประกอบการพบเจอมากที่สุด และพยายามให้ลูกค้าแก้ไข คือ

1. รายได้ไม่ผ่านเกณฑ์การขอกู้ได้ ผู้ประกอบการ เสนอให้ลูกค้าแก้ไขด้วยการหาผู้กู้ร่วม เพิ่มขึ้นอีก 1-2 คน เพื่อให้มีโอกาสในการขอกู้ได้มากขึ้น หรือแสดงหลักทรัพย์ประเภทอื่นๆ บัญชีทางการเงินต่างๆ ให้กับธนาคาร

2. รายได้ไม่แน่นอน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการ เสนอให้ลูกค้าแก้ไขด้วยการ ฝากรายได้เข้าบัญชีธนาคารเป็นประจำ เพื่อสร้างประวัติทางรายได้ให้ธนาคารได้เห็นอย่างน้อย 6 เดือน

3. มีหนี้คงค้าง ไม่ได้ชำระ ทำให้ติดเครดิตบูโร ผู้ประกอบการ เสนอให้ลูกค้าแก้ไขด้วยการ เร่งเคลียร์หนี้ให้เรียบร้อย และหากในขั้นตอนการขอกู้ ยังติดเครดิตบูโรหนี้ดังกล่าวอยู่ให้แสดงหลักฐานยืนยันการชำระหนี้แล้วให้ กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อได้รับรู้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าหนี้ดังกล่าวได้รับการชำระแล้ว

4. มีหนี้ปัจจุบันจากสินเชื่อธุรกรรม อื่นๆ สูงเกินกว่าที่จะมีความสามารถในการกู้ซื้อบ้านได้อีก เช่น สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครคิด สินเชื่อส่วนบุคคลต่างๆ ในส่วนนี้เป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน และเข้าใจได้ว่า ผู้บริโภคที่ติดภาระในส่วนอื่นอยู่แล้วยากจะหาทางเคลียร์หนี้ในส่วนนี้ได้ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ผู้ประกอบการ จะเสนอให้ลูกค้าแก้ไขด้วยการหาผู้กู้ร่วม






นี่อีก





จะซื้อบ้านก็ต้องเสริมความรู้กันหน่อยกับ
"อาชีพอะไรบ้างเสี่ยงกู้ไม่ผ่านเพิ่มขึ้น"
"อาชีพเสี่ยงกู้ไม่ผ่านเพิ่มขึ้น คอนโดต่ำกว่าล้านถูกลดวงเงินให้กู้"


อ้างอิงวันนี้ได้ไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับบ้านมาแล้วเจอเรื่องที่อยากจะเอามาเล่า สู่กันฟังเป็นข้อมูลความรู้สำหรับใครที่กำลังจะซื้อพวกบ้านหรือคอนโดกันนะคะ ขอเป็นแบบสรุปย่อเลยแล้วกัน เนื้อหากล่าวว่า ในปัจจุบันนี้นอกจากธนาคารจะพิจารณาเรื่องเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำเป็นเงื่อนไข ที่ชัดเจนในการพิจารณาเงินกู้แล้วอง "อาชีพ" รวมถึง "ประเภท" และ "ระดับ" ราคาสินค้าก็เป็นเงื่อนไขสำคัญในการปล่อยกู้ด้วย....
เรื่องรายได้ขั้นต่ำนั้น ขอยกตัวอย่าง แต่เดิมคนเงินเดือน 10,000 ขึ้นไปก็กู้ได้ แต่ตอนนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 12,000 หรือบางธนาคารก็ 50,000 บาทขึ้นไปแนะค่ะ...

ส่วนเรื่องอาชีพ มันก็ส่อแววมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก อาชีพที่ทางธนาคารเขาหมายหัวไว้ก็จะเกี่ยวข้องกับพวก "ส่งออก" + "ท่องเที่ยว" อันนี้เป็นการชี้แบบภาพกว้างๆในสายอาชีพจำพวกนี้ ยกตัวอย่างอาชีพที่เข้าข่าย ถ้าส่งออก ก็เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ การ์เมนต์ เป็นต้น ส่วนท่องเที่ยวก็พวกโรงแรม ร้านอาหาร รีสอร์ท ใครที่ทำงานสายทั้งสองนี้ ก็เข้าข่ายว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการกู้ยากที่ธนาคารเขาตั้งหลักเกณฑ์ไว้

ส่วนสินค้าที่เป็นอีกประเด็น ในกรณีที่"กลุ่มผู้ซื้อสินค้าระดับล่าง" เช่นซื้อคอนโดต่ำกว่าล้าน อันนี้ก็มีสิทธิ์ถูกแบงค์ปฏิเสธ หรือ ถูกลดวงเงินสินเชื่อได้ (อันนี้เราเข้าใจว่าธนาคารเขาดูว่าศักยภาพของคนที่ซื้อที่อยู่อาศัยระดับนี้ จะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยนะคะ ดูแล้วมันจะไม่มั่นคงทำนองนี้)

ถามว่า...แล้วถ้าธนาคารเงื่อนไขแยะไปหมด แล้วจะมีใครเป็นลูกค้าได้ ซึ่งกรณีเหตุการณ์ณืนี้กลุ่มพวกที่ทำงานรากฐานมั่นคงอย่างเช่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ ราชการ หรือพวกอาชีพพิเศษเช่น หมอ อัยการ ก็จะเป็นกลุ่มที่ธนาคารหมายปองไว้

อ่านแล้วมันเครียดใช่ไหม??? เหมือนผีซ้ำด้ามพลอย อยากมีบ้านใจจะขาดแต่ยังมาเจอหลักการแบบนี้ อ่านไปอ่านมาหนังสือเขาก็ยังมีอธิบายเพิ่มเติมว่า อย่าเพิ่งหมดหวัง ทางออกยังมีอยู่ เขาแนะนำว่า ผู้บริโภคควรซื้อจากบริษัทมหาชน ผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยให้เหตุผลว่า บริษัทระดับนี้จะเป็นตัวช่วยต่อรองให้กับทางแบงค์ให้ และบางทีทางผู้ประกอบการก็อาจจะช่วยซับพอร์ทลูกค้า รวมถึงการซื้อโครงการที่ธนาคารนั้นๆสนับสนุน ก็จะช่วยเสริมให้ผู้ซื้อบ้านมีโอกาสได้มากค่ะ

เอา...รู้แบบนี้ก็ไปเตรียมแผนการให้ดีๆนะคะ

ที่มา

โบว์

เรื่องกองทุนรวมที่ตูนว่า พี่คิดว่าใช้ได้นะ
ศักดิ์ศรีน่าจะเทียบเท่ากับบัญชีเงินฝากประจำน่ะ
(แต่ไม่รู้ว่ากองทุนรวมความแน่นอนมันเยอะไหม ถ้าอยากถอนนี่ถอนได้เลยรึเปล่า)
ตอนที่พี่กู้ พี่ก็จะใช้ 2 บัญชีนะ คือบัญชีนึงเป็นเงินนิ่งๆ ฝากประจำ อีกบัญชีนึงจะเป็นบัญชีเงินหมุน :33:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines