หน้า: 1 ... 74 75 76 77 78 79 80 [81] 82 83 84
 
ผู้เขียน หัวข้อ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน  (อ่าน 203884 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
อ่านอีกครั้งก็ยังงามอยู่  แป๊ะยิ้ม/
บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
> > พิษณุ นิลกลัด
> >
> > สัปดาห์สุดท้ายของปี 2548
> > ผมไปงานสวดและงานเผาศพผู้ชายวัย 81
> > ปีที่ผมรู้จักเขามา
> > ยาวนาน 30 ปี
> >
> > ไม่ใช่ญาติ แต่สนิทนักรักใคร่เสมือนญาติ
> >
> > ก่อนเสียชีวิตไม่กี่วันเขาสั่งลูกและภรรยาแบบคนไม่ครั่นคร้ามความตายว่า
> > สวดสามวัน
> >
> > แล้วเผา ไม่ต้องบอกใครให้วุ่นวาย อย่าเศร้า อย่าร้องไห้
> > ทุกคนต้องมีวันนี้
> > เพียง
> > แต่เขาอยู่หัวแถวเลยต้องไปก่อน
> >
> > แล้วลูกเมียก็ทำตามคำสั่ง สวดสามวันเผา
> >
> > งานสวด 3 คืนมีคนฟังพระสวดคืนละ 14 คนคือเมีย ลูก หลาน
> > เขย สะใภ้
> > และผมซึ่งเป็นคน
> > นอก
> >
> > เป็นงานศพที่มีคนไปร่วมงานน้อยที่สุดเท่าที่ผมเคยไปฟังสวด
> >
> > วันเผามีเพิ่มเป็น 17 คน
> > สามคนที่เพิ่มเป็นเพื่อนบ้านที่เคยคุยด้วยเกือบทุกเย็นคน
> > หนึ่ง
> >
> > เป็นแม่ค้าล็อตเตอรี่ที่เคยยืมเงินแล้วไม่มีสตังค์จ่าย
> > เลยเอาล็อตเตอรี่ทยอยผ่อน
> > ใช้หนี้แทนเงินงวดละสองใบคนหนึ่ง
> >
> > และคนสุดท้ายเป็นหญิงที่ผู้ตายเคยผูกปิ่นโตทุกมื้อเย็น
> >
> > ทั้งสามคนบอกว่าเกือบมาไม่ทันเผา
> > เคราะห์ดีที่แวะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล
> > เจ้า
> > หน้าที่บอกว่าเสียชีวิตไปแล้ว 3 วัน
> >
> > หลังฌาปนกิจพระกระซิบถามเจ้าหน้าที่วัดว่าเจ้าของงานจ่ายเงินค่าศาลาสวด
> > พระอภิธรรม
> > แล้วหรือยัง
> >
> > พระท่านคงไม่เคยเห็นงานศพที่มีคนน้อยแบบที่ผมก็รู้สึกตั้งแต่สวดคืนแรก
> >
> > จริงๆ แล้วผู้ตายเป็นคนค่อนข้างมีสตังค์
> > ทำงานธนาคารแห่งประเทศไทยจนเกษียณอายุที่
> > ตำแหน่งหัวหน้าหน่วย แต่ด้วยความที่รักและศรัทธา
> > อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์
> > อดีตผู้
> > ว่าการแบงค์ชาติ
> > จึงดำเนินชีวิตแบบไม่ปรารถนาให้ใครเดือนร้อน -
> > แม้กระทั่งวันตาย
> >
> > ผมสนิทกับเขาเพราะเขามีความฝันในวัยเด็กอยากเป็นนักประพันธ์แบบ
> > ไม้
> > เมืองเดิม ที่
> > เขาเคยนั่งเหลาดินสอและวิ่งซื้อโอเลี้ยงให้
> >
> > เมื่อตัวเองเป็นนักเขียนไม่ได้
> > พอมาเจอะผมที่เป็นนักข่าวก็เลยถูกชะตาและให้ความ
> > เมตตา
> >
> > การมีโอกาสได้พูดได้คุยกับเขาตามวาระโอกาสตลอด 30
> > ปีทำให้ได้แง่คิดดีๆ
> > มาใช้ในการ
> > ดำรงชีวิต
> >
> > วันหนึ่งเขารู้ว่าขโมยยกชุดกอล์ฟของผมไปสองชุดราคา 4
> > แสนกว่าบาท
> > เขาปลอบใจผมว่า '
> > ของที่หายเป็นของฟุ่มเฟือยของเรา
> > แต่มันอาจเป็นของจำเป็นสำหรับลูกเมียครอบครัวเขา
> > คิดซะว่าได้ทำบุญ จะได้ไม่ทุกข์ '
> >
> > เขามีวิธีคิด ' เท่ๆ ' แบบผมคิดไม่ได้มากมาย
> >
> > เป็นต้นว่าสุขและทุกข์อยู่รอบตัวเรา
> > อยู่ที่ว่าเราจะเลือกหยิบเลือกคว้าอะไร
> >
> > คงเป็นเพราะเขาเลือกคว้าแต่ความสุข
> > ช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาต่อสู้กับโรคชรา เบา
> > หวาน หัวใจ ความดัน เกาต์ และไตทำงานเพียง 5
> > เปอร์เซ็นต์โดยไม่ปริปากบ่น
> > แถมยัง
> > สามารถให้ลูกชายขับรถพาเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์โดยที่ตัวเองต้องหิ้วถุง
> > ปัสสาวะ
> >
> > ไปด้วยตลอดเวลาเนื่องจากไตไม่ทำงาน ปัสสาวะเองไม่ได้
> >
> > 6 เดือนสุดท้ายของชีวิตต้องนอนโรงพยาบาลสามวันนอนบ้านสี่วันสลับกันไป
> >
> > เวลาลูกหลาน หรือเพื่อนของลูกรวมทั้งผมด้วยไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล
> > เขามีแรงพูดติดต่อกันไม่เกิน 10 นาที แต่ 10
> > นาทีที่พูดมีแต่เรื่องสนุกสนานเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนไป
> > เยี่ยมไข้ ทุกคนพูดตรงกันว่า
> > ' คุณตาไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลย ตลกเหมือนเดิม '
> >
> > พอแขกกลับ ลูกหลานถามว่าทำไมคุยแต่เรื่องตลก
> >
> > เขาตอบว่า ' ถ้าคุยแต่เรื่องเจ็บป่วย
> > วันหลังใครเขาจะอยากมาเยี่ยมอีก '
> >
> > เขาเป็นคนชอบคุยกับผู้คนไม่ว่าจะอยู่บนเตียงคนไข้หรืออยู่บนรถแท็กซี่
> >
> > บ่อยครั้งที่นั่งรถถึงหน้าบ้านแล้ว
> > แต่สั่งให้โชเฟอร์ขับวนรอบหมู่บ้านเพราะยังคุย
> > ไม่จบเรื่อง แล้วจ่ายเงินตามมิเตอร์ !
> >
> >
> > 4 เดือนสุดท้ายของชีวิตแพทย์ที่รักษาโรคไตมาตั้งแต่สมัยเป็นแพทย์อินเทิร์น
> > จน
> > กระทั่งเป็นหัวหน้าแผนกแนะนำให้พักรักษาตัวในโรงพยาบาลให้แข็งแรงแล้วค่อย
> > กลับบ้าน
> >
> > แต่อยู่ได้ 4 วันเขาวิงวอนหมอว่าขอกลับบ้าน
> > หมอซึ่งรักษากันมา 16 ปีไม่ยอม
> > เขาพูดกับหมอด้วยความสุภาพว่า
> > ' ขอให้ผมกลับบ้าน
> > เถอะ ผมอยากฟังเสียงนกร้อง
> > คุณหมอไม่รู้หรอกว่าคนคิดถึงบ้านมันเป็นอย่างไร
> > เพราะ พอเสร็จงานหมอก็กลับบ้าน '
> >
> > หมอได้ฟังแล้วหมดทางสู้ ยอมให้คนไข้กลับบ้าน
> > แต่กำชับให้มาตรวจตรงตามเวลานัดทุกครั้ง
> >
> > 1 เดือนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
> > เขาสูญเสียการควบคุมอวัยวะของร่างกายเกือบทั้งหมด
> > เคลื่อนไหวได้อย่างเดียวคือกะพริบตา
> > แต่แพทย์บอกว่าสมองของเขายังดีมาก
> > เวลาลูก
> > เมียพูดคุยด้วยต้องบอกว่า ' ถ้าได้ยินพ่อกะพริบตาสองที '
> >
> > เขากะพริบตาสองทีทุกครั้ง !
> >
> > เห็นแล้วทั้งดีใจและใจหาย
> >
> > เขายังรับรู้ แต่พูดไม่ได้
> > นี่กระมังที่เรียกว่าถูกขังในร่างของตนเอง
> >
> > สิบวันก่อนพลัดพราก ภรรยากระซิบข้างหูว่า ' พ่อสู้นะ '
> >
> > เขาไม่กะพริบตาซะแล้วทั้งๆ
> > ที่ก่อนหน้านี้สองเดือนเคยตอบว่า ' สู้ '
> >
> > เขาสู้กับสารพัดโรคด้วยความเข้าใจโรค
> > สู้ชนิดที่หมอออกปากว่า
> > ' คุณลุงแกสู้จริงๆ '
> >
> > ตอนที่วางดอกไม้จันทน์
> > ผมนึกถึงประโยคที่แกพูดกับลูกเมื่อสี่เดือนก่อนว่า
> >
> > ' โรคภัยมันเอาร่างกายของพ่อไปแล้ว
> > อย่าให้มันเอาใจของเราไปด้วย '
> >
> > ' แง่คิดดีๆ จากชายชราที่จากไป '
> >
> > สอนให้เรารู้ว่า...
> >
> > เราเกิดมาพร้อมกับจิตใจบริสุทธิ์ และมันสมองมหัศจรรย์
> >
> > ที่จะสามารถเรียนรู้ แยกแยะเรื่องดีๆและสิ่งร้ายๆในชีวิต
> >
> > จงใช้โอกาสดีๆที่ร่างกายและจิตใจของเรา
> >
> > ยังทำอะไรๆได้อย่างที่สมองสั่ง
> >
> > จงเรียนรู้ และสร้างประโยชน์สุข
> >
> > ให้กับตนเองและผู้อื่นอย่างพอเพียง
> >
> > และดำรงชีวิตอย่างพอเพียงทางเศรษฐกิจ
> >
> > หากทุกๆครั้งที่เรียนรู้ เราล้ม เราพลาด...
> >
> > อาจจะรู้สึกท้อบ้างในบางที
> >
> > แม้ไม่มีกำลังกายที่จะลุกในทันที
> >
> > ..... แต่ข้อให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป
> >
> > ถ้าเราเรียนรู้...ก็จะทำให้เราพบว่า
> >
> > การล้มหรือพลาดครั้งต่อไป …เราจะไม่เจ็บเท่าเดิม :-)


เอามาจากที่นี่ครับ http://www.konrakmeed.com/webboard/upload/index.php?showtopic=8639
บันทึกการเข้า

เข้ามาอ่านเป็นส่วนใหญ่
เรื่องคุกกี้เคยอ่านสมัยยังไม่มีภาพประกอบนานมาแล้ว
พึ่งจะเคยเห็นว่ามีการนำมาใส่ภาพประกอบด้วย  อืมมมมห์
บันทึกการเข้า

เกิดพยับพยุห์พัดอัศจรรย์ สลาตันเป็นระลอกกระฉอกฉาน
ทะเลลึกดังจะล่มด้วยลมกาฬ กระทบดานกระแทกดังกำลังแรง
สำเภาจีนเจียนจมด้วยลมซัด สลุบลัดเลียบบังเข้าฝั่งแฝง
ไหหลำแล่นตัดแหลมแคมตะแคง ตลบตะแลงเลาะเลียมมาตามเลา
ถึงปากน้ำแล่นส่งเข้าตรงร่อง ให้ขัดข้องแข็งขืนไม่ใคร่เข้า
ด้วยร่องน้อยน้ำคับอับสำเภา ขึ้นติดตั้งหลังเต่าอยู่โตงเตง
พอกำลังลมจัดพัดกระโชก กระแทกโคกกระท้อนโขดเรือโดดเหยง
เข้าครึ่งลำหายแคลงไม่โคลงเคลง จุ้นจู๊เกรงเรือหักค่อยยักย้าย
ด้วยคลองน้อยเรือถนัดจึงขัดขึง เข้าติดตรึงครึ่งลำระส่ำระสาย
พอชักใบขึ้นกบรอกลมตอกท้าย ก็มิดหายเข้าไปทั้งลำพอน้ำมา
พอฝนลงลมถอยเรือลอยลำ ก็ตามน้ำแล่นล่องออกจากท่า
ทั้งสองเสร็จสมชมชื่นดั่งจินดา ก็แนบหน้าผาศุกมาทุกวัน

------------------------------

"บันดาลพลาหกเทวบุตร
ก็ผึ่งผุดตั้งทั่วทิศาศาล
โพยมพยับอับอึงอนธการ
สะท้านถึงเมรุราชสีขรินทร์

สัตภัณฑ์บรรพตก็ไหวหวั่น
คงคาลั่นเป็นระลอกกระฉอกสินธุ์
ฝูงมหามัจฉาในวาริน
ก็โดดดิ้นเล่นน้ำลำพองกาย

อันดอกดวงสิมพลีที่ตูมกลัด
ครั้นฝนซัดเชยแช่มแย้มขยาย
ที่ตูมบานก้านกลีบขจรจาย
รำพายกลิ่นรื่นรสเสาวคนธ์

แมลงภู่ทิพรีบเร่งมาเอาซาบ
อาบละอองต้องทั่วทุกขุมขน
สองสุขสองเกษมเปรมสกนธ์
สองกมลสองสวาทไม่คลาดกัน"

(จาก กากีกลอนสุภาพ)

------------------------------

"อัศจรรย์ลั่นพิลึกกึกก้อง
ฟ้าร้องครั่นครื้นดังปืนใหญ่
เกิดพายุโยนยวบสวบสาบไป
หลังคาพาไลแทบเปิดโปง

ฝนตกห่าใหญ่ใส่ซู่ซู่
ท่วมคูท่วมหนองออกนอกเจิ่ง
คางคกขึ้นกระโดดโลดลองเชิง
อึ่งอ่าเริงร่าร้องแล้วพองคอ

นกกระจอกออกจากวิมานมะพร้าว
ต้องฝนทนหนาวอยู่งอนหง่อ
ขนคางหางปีหเปียกจนมอซอ
ฝนก็พอขาดเม็ดเสร็จบันดาล"

(จาก ระเด่นลันได)

------------------------------

"เกิดกุฬาคว้าว่าวปักเป้าติด
กระแซะชิดขากบกระทบเนียง
กุฬาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง
ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด

กุฬาโคลงไม่สู่คล่องกระพร่องกระแพร่ง
ปักเป้าแทงตะละทีไม่มีผิด
จะแก้ไขให้หลุดสุดความคิด
ประกบติดตกผางลงกลางดิน"

(จาก พระอภัยมณี)

------------------------------

"พลางอุ้มจุมพิตสนิทถนอม
งามละม่อมละมุนจิตพิสมัย
ร่วมภิรมย์สมสองทำนองใน
แผ่นดินไหวจนกระทั่งหลังอานนท์

ในนทีตีคลื่นเสียงครื้นครึก
ลั่นพิลึกโลกาโกลาหล
จิ๊บดนตรีปี่พาทย์ระนาดกล
ไม่มีคนไขดังเสียงวังเวง

อัศจรรย์ลั่นดังระฆังฆ้อง
เสียงกึกก้องเก่งก่างโหง่งหง่างเหง่ง
ปืนประจำกำปั่นก็ลั่นเอง
เสียงครื้นเครงครึกโครมโพยมบน

สุนีบาตฟาดเสียงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรื่อง
กระดองเดื่องดินฟ้าเป็นห่าฝน
ทุกธารถ้ำน้ำพุทะลุล้น
ท่วมถนนแนวฝั่งเกาะลังกา"

(จาก พระอภัยมณี)

------------------------------

"ว่าพลางทางเปลื้องเครื่องคาด
แขวนพาดฉากลงประจงจับ
อุ้มนางวางตักสะพักรับ
ก็ทอดทับระทวยลงดั่งท่อนทอง
พระพายชายพัดบุบปชาติ
เกสรสาดหอมกลบตรลบห้อง
ริ้วริ้วปลิวชายสไบกรอง
พระจันทร์ผันผยองอยู่ยับยับ
พระอาทิตบ์ชิงดวงพระจันทร์เด่น
ดาวกระเด็นใกล้เดือนดาราดับ
หิ่งห้อยพร้อยไม้ไหวระยับ
แมลงทับท่องเที่ยวสะเทือนดง"

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

------------------------------

"เอนอิงพิงประทับลงกับหมอน
สะเอื้อนอ้อนอ่อนแอบลงแนบหน้า
กระเดือกเสือกดิ้นอยู่ไปมา
เกิดมหาเมฆมืดโพยมบน

ฮือฮืออื้อเสียงพยุพัด
กลิ้งกลัดเกลื่อนกลุมชอุ่มฝน
เป็นห่าแรกแตกพยับโพยมบน
ไม่ทานทนทั่วกระทั่งทั้งแดนไตร"

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

------------------------------

"ว่าพลางทางประจงปลงจิต
เนื้อสนิทแนบกันกระสันหา
สองชื่นรื่นรสภิรมยา
ดั่งราหูจู่จับพระจันทร

อ้าโอษฐ์โกรธกริ้งกระหยับย้ำ
กรกำเรือนรถจะสังหร
แสงจันทร์อับชะอำในอัมพร
ด้วยกำลังฤทธิรอนอสุรินทร์

พสุธาอากาศก็อับแสง
ไม่แจ่มแจ้งแหล่งหล้าวนาสิน
ประจักษ์จันทร์อุปราค์ทั้งแดนดิน
ก็อึงอินทเภรีระดมปืน

ฆ้องระฆังกังสดาลประสานเสียง
สำเนียงโห่ลั่นหล้าไม่ฝ่าฝืน
ประเวณีคลี่คลายขยายคืน
ก็แช่มชื่นเด่นดวงศศิธร"

(จาก กากีกลอนสุภาพ)

------------------------------

"ประเคนนางวางแท่นแสนสวาท
สัมผัสพาดเพิ่มจิตพิสมัย
อัศจรรย์ลั่นเลื่อนสะเทือนไป
ที่ถ่านไฟเก่าดับก็กลับโพลง

เหมือนเมื่อปีมีวันจันทร์อังคาธ
โลกธาตุเลื่อนลั่นควันโขมง
เขาเนมินทร์อิสินทรเลื่อนคลอนโคลน
ทะเลโล่งลมคลื่นเสียงครื้นครึก"

(จาก พระอภัยมณี)

------------------------------

"กอดประทับกับกายสายสวาท
นุชนาฏถนอมจิตสนิทสนอง
เสน่ห์แนบแอบเอียงเคียงประคอง
ตามทำนองสองสนิทไม่บิดพลิ้ว

อัศจรรย์หวั่นไหวไม่เร่งรัด
เป็นลมพัดเรื่อยเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยฉิว
ช่อใบไม้ไหวกระดิกริกริกริ้ว
ระหวยหิวหอบระเหยเลยหลับไป"

(จาก พระอภัยมณี)

------------------------------

"ปล้ำล้มจมเตียงเสียงต้ำเฮือก
วันทองเสือกตำฝาตาป๋อหลอ
อัศจรรย์ฟ้าลั่นฝนตกปรอ
เสียงจ้อไปไหลอาบซาบแผ่นดิน

กุ้งปลาดีใจไล่มุดโผล่
แต่ล้วนตัวโตโตเข้าเคล้าหิน
เทโพเทพาเที่ยวหากิน
ว่ายวารินชำแรกแทรกถึงพิ้น"

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

------------------------------

"กำเริบราคเสียวกระสันประหวั่นจิต
หวุดหวิดวุ่นวายกายกระฉ่อน
พระพายพัดซัดคลื่นในสาคร
กระท้อนกระทบกระทั่งฝั่งกระเทือน

เรือไหหลำแล่นล่องเข้าคลองน้อย
ฝนปรอยฟ้าลั่นสนั่นเลื่อน
ไต้ก๋งหลงบ่ายศรีษะเชือน
เบือนเข้าติดตื้นแตกกับตอ"

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)


เขียนกันเก่งมากกกกกกกกก
บันทึกการเข้า

ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววววว
บันทึกการเข้า

Today you , Tomorrow me.
 คริคริ
บันทึกการเข้า
เหมือนจะเคยเห็นแล้วนะ  คริคริ

ว่าแต่ทำไมมันไปขอเดินไปกับคนข้างหน้าอะ หรือไม่ก็ 2 คน แบกอันเดียว
บันทึกการเข้า

http://darkygirl.exteen.com





















« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มิ.ย. 2009, 16:38 น. โดย โก้ » บันทึกการเข้า

nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo
คนบางคนมันไม่เคยสำนึกบุญคุณจริงๆ  เศร้า
บันทึกการเข้า

หงะ  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I
 ฮือๆ~ ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~
ตอนอ่านเสร็จโทรหาแม่ทันทีเลย กร๊าก
บันทึกการเข้า

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...
งานเจ๋งอะ  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า



บันทึกการเข้า

nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo
 ไหว้ ไหว้ ไหว้
ท่านเสียภาษีด้วย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 74 75 76 77 78 79 80 [81] 82 83 84
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!