หน้า: [1] 2 3
 
ผู้เขียน หัวข้อ: คำถาม "ค่อนข้าง" ชวนปวดหัว  (อ่าน 4841 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
สวัสดีครับ ผม GAGABOY (s) (มาในเวลานี้ผมมาในภาวะ กึ่ง Singular กึ่ง Plural)
 
เอาล่ะ ผมจะเปิดประเด็นอย่างนี้, ผมคิดว่าเดี๋ยวนี้รูปแบบการใช้ภาษาของเรามีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน, แม้แต่ในภาษาที่เราใช้พูดในชีวิตประจำวันเอง. เรา มีการใช้่ภาษาในหลาย ๆ ระดับ ทั้งที่เป็น ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาทางการ ต่าง ๆ นานา - แม้ว่าโดยพื้นฐานของภาษาที่เราใช้กันทุกวันนี้ จะมีพื้นฐานอยู่ในแง่ของภาษาพูดก็ตาม - สิ่งที่ตามมาก็คือในหลาย ๆ ครั้งเราไม่สามารถจัดการกับความซับซ้อนกับการใช้ภาษาของเราได้ โดยเฉพาะในภาษาเขียนด้วยแล้ว (ซึ่งมันมีปัญหาอย่างมากเมื่อมันขยับจากพื้นของธรรมเนียมของมุขปาฐะ หรือธรรมเนียมของการพูดโต้ตอบกันผ่านการใช้ภาษาบนฐานของความเป็นพื้นฐิ่นตรงนี้). และผมคิดว่ามันเป็นประเด็นโดยตรงที่ผมเสนอต่อกระทู้่ (จู๋) ตรงนี้. ผมอยากยกตัวอย่างกรณีหนังสือที่ผมเพิ่งได้อ่าน " the prince" ที่แปลโดย สมบัติ จันทรวงศ์ และปัญหาที่เกิดขึ้น, ไม่ใช่ในเฉพาะในงานแปลเช่นนี้เอง, บนงานที่มีความสลับซับซ้อนทางความคิดมาก ๆ และซ่อนเงื่อนบมไว้ขนาดนี้. สิ่งที่เกิดขึ้นในงานแปลชิ้นนี้เอง และปัญหาโดยตรงที่เกิดจากการบรรณาธิการมันออกมา ด้วนหนึ่งก็คือผมไม่สามารถอ่านมันได้อย่างสะดวกโยธินนัก เนื่องจาก รูปแบบกาารแปลที่พยายามรักษานัยของต้นฉบับอย่างเคร่งครัดเองซึ่ง, โดยตรง, มันมีผลต่ออีกส่วนหนึ่งที่ผมถือว่าสำคัญก็คือความสับสนที่เกิดจากการพยายามจะแยกประโยคในการอ่าน โดยเฉพาะการอ่านว่าเนื้อหาส่วนไหนไปกับส่วนไหน, เพราะในหลาย ๆ ครั้งผมเผลออ่านซ้อนประโยคอยู่เสมอ. สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ผมมองเห็นถึงความจำเป็นของการนำเครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ มาใช้อย่างจริงจังนอกจากที่เรารู้จักใช้ ๆ กันอยู่ - และอาจที่จะจำเป็นถึงขั้นต้องเรียนรู้จักการใช้มันอย่างเป็นระบบ -  ในการเขียนต่าง ๆ ให้มากขึ้น (ซึ่งผลดีของมันส่วนหนึ่งก็คือมันจะช่วยให้เราจัดการกับความซับซ้อนได้มากขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การเขียนเองด้วย). และส่วนนี้คือปัญหาที่ผมอยากที่จะทิ้งไว้ตรงนี้ครับ...

GAGABOY (S)

ท้ายสุด ลองลบเครื่องหมายวรรคตอนที่ผมใส่ไว้แล้วลองอ่านดูครับ
บันทึกการเข้า

I am the real BANGKOKIAN.
Thus, this is my home town,but it is not mine (NEVER TO BE MINE).
เขียนติดเป็นพรืด อ่านยากจัง


เอาจริงๆ ตูไม่ได้อ่านเลย ปวดตา
บันทึกการเข้า
สวัสดีครับ ผม GAGABOY (s) (มาในเวลานี้ผมมาในภาวะ กึ่ง Singular กึ่ง Plural)
 
เอาล่ะ ผมจะเปิดประเด็นอย่างนี้ ผมคิดว่าเดี๋ยวนี้รูปแบบการใช้ภาษาของเรา
มีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน แม้แต่ในภาษาที่เราใช้พูดในชีวิตประจำวันเอง.
เรา มีการใช้่ภาษาในหลาย ๆ ระดับ ทั้งที่เป็น ภาษาพูด ภาษาเขียน
ภาษาทางการ ต่าง ๆ นานา  แม้ว่าโดยพื้นฐานของภาษาที่เราใช้กันทุกวันนี้
 จะมีพื้นฐานอยู่ในแง่ของภาษาพูดก็ตาม  สิ่งที่ตามมาก็คือในหลาย ๆ ครั้งเรา
ไม่สามารถจัดการกับความซับซ้อนกับการใช้ภาษาของเราได้ โดยเฉพาะใน
ภาษาเขียนด้วยแล้ว (ซึ่งมันมีปัญหาอย่างมากเมื่อมันขยับจากพื้นของธรรมเนียม
ของมุขปาฐะ หรือธรรมเนียมของการพูดโต้ตอบกันผ่านการใช้ภาษาบนฐาน
ของความเป็นพื้นฐิ่นตรงนี้) และผมคิดว่ามันเป็นประเด็นโดยตรงที่ผมเสนอ
ต่อกระทู้่ (จู๋) ตรงนี้ ผมอยากยกตัวอย่างกรณีหนังสือที่ผมเพิ่งได้อ่าน
 " the prince" ที่แปลโดย สมบัติ จันทรวงศ์ และปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ในเฉพาะ
ในงานแปลเช่นนี้เอง บนงานที่มีความสลับซับซ้อนทางความคิดมาก ๆ และ
ซ่อนเงื่อนบมไว้ขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในงานแปลชิ้นนี้เอง และปัญหาโดยตรง
ที่เกิดจากการบรรณาธิการมันออกมา ด้วนหนึ่งก็คือผมไม่สามารถอ่านมัน
ได้อย่างสะดวกโยธินนัก เนื่องจาก รูปแบบกาารแปลที่พยายามรักษานัยของ
ต้นฉบับอย่างเคร่งครัดเองซึ่ง โดยตรง มันมีผลต่ออีกส่วนหนึ่งที่ผมถือว่า
สำคัญก็คือความสับสนที่เกิดจากการพยายามจะแยกประโยคในการอ่าน
โดยเฉพาะการอ่านว่าเนื้อหาส่วนไหนไปกับส่วนไหน เพราะในหลาย ๆ ครั้ง
ผมเผลออ่านซ้อนประโยคอยู่เสมอ สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ผมมองเห็น
ถึงความจำเป็นของการนำเครื่องหมายวรรคตอนต่าง ๆ มาใช้อย่างจริงจัง
นอกจากที่เรารู้จักใช้ ๆ กันอยู่และอาจที่จะจำเป็นถึงขั้นต้องเรียนรู้จักการ
ใช้มันอย่างเป็นระบบ   ในการเขียนต่าง ๆ ให้มากขึ้น (ซึ่งผลดีของมันส่วน
หนึ่งก็คือมันจะช่วยให้เราจัดการกับความซับซ้อนได้มากขึ้น แต่ถึงอย่างไร
ก็ตามมันก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การเขียนเองด้วย) และส่วนนี้คือปัญหาที่ผมอยาก
ที่จะทิ้งไว้ตรงนี้ครับ...

GAGABOY (S)

ท้ายสุด ลองลบเครื่องหมายวรรคตอนที่ผมใส่ไว้แล้วลองอ่านดูครับ

เราเป็นคนไทย ควรใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องมากกว่านะคะ แต่มาเพิ่มเติม
ในเรื่องของการเว้นวรรคให้สวยงาม มีการใช้ตัวหนังสือน่าอ่าน และมีขนาด
ที่ดูแล้วสบายตา การใช้คำศัพท์ที่ยากเกิน นอกจากจะทำให้บทความ
ถูกมองข้าม อย่างพวกเครื่องหมาย Full Stopเวลาจบประโยค ภาษาไทย
ไม่มีนะคะ แต่ถ้าจะเพิ่มเติมในส่วนของความรู้สึก ใส่วงเล็บก็ดูดีไม่น่าเกลียด

ปล ขออนุญาติ ตัดพวกเครื่องหมายที่ไม่จำเป็นออก แล้วเว้นวรรคดู ก็ไม่
เห็นขัดตาอะไรนี่คะ
ปล2 เราน่าจะสนใจในเรื่องของการพิมพ์ให้ถูกต้องมากกว่า เพราะส่วนหลัง
นี้สำคัญและน่าจะตรวจทานที่สุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ม.ค. 2007, 19:21 น. โดย slaveofann » บันทึกการเข้า
อ่านยากอีกคนแล้ว ไม่อ่านดีกว่า ข้ามๆ...
บันทึกการเข้า
ถึงแม้ว่าเราจะใช้เครื่องหมายวรรคตอน แต่ในกรณีนี้
เราอ่านในคอมกัน เครื่องหมายวรรคตอนไม่ได้ช่วยอะไรเลย
สิ่งที่ช่วยคือการเว้นบรรทัดให้อ่านง่ายสบายตาซะมากกว่า

สิ่งที่อยากจะชี้ประเด็นคือ บทความควรคำนึงถึงการมองเห็น อ่านได้ และไม่ชวนปวดหัวของคนอ่าน ซึ่งเครื่องหมายวรรคตอนในหนังสือก็เป็นแนวคิดหนึ่งที่ช่วยให้อ่านง่ายขึ้นเหมือนที่พี่กาก้าบอกเช่นเดียวกัน

ปล. ด้วยความเคารพ ปวดตาโว้ย มึนตึ้บ
บันทึกการเข้า

ผมว่าคุณควรจะเว้นบรรทัดบ่อยๆ หน่อยนะครับ  ง่ะ
บันทึกการเข้า
จะแบบไหนก็อ่านยากครับ

    การที่ ใช้คำแวดล้อมเยอะไป อุปมาอุปมัยเยอะเกิน  ซึ่งคุณอาจจะมองว่ามันดูสรวย...
แต่ ในทางกลับกัน มันไม่ได้ทำให้ข้อความหรือเป้าหมายที่คุณจะสื่อ  น่าอ่านหรือน่าสนใจเลย  
กลับเข้าใจยากซะด้วยซ้ำ

ผมอ่าน ที่พิมพ์ ผม แท็บจะสรุปไม่ได้ว่า คุณต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ ถ้าต้องการจะถามว่า
การเว้นวรรคช่วยให้ อ่านง่ายกว่ามั้ย  ผมก็ตอบว่า  ง่ายครับ หมีโหดดดด
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
ขอบคุณครับคุณ slaveofann ที่ช่วยจัดหนัาจัดตาสิ่งที่ผมเขียนลงไปให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น
บันทึกการเข้า

I am the real BANGKOKIAN.
Thus, this is my home town,but it is not mine (NEVER TO BE MINE).
ใช่ครับ ปวดตามาก  หมีโหดดดด
บันทึกการเข้า

"ถึงอาทิตย์จะอัสดง แต่กูยังมีไฟแช็ค" - Kurt Cobain -
ความหมายคือการปฏิวัติรูปแบบประโยคภาษาไทยเลยนะครับนั่น
ความจริงแล้วผมไม่คิดอะไรมากครับ คิดว่ามันน่าจะเป็นการดีด้วยซ้ำ
ถ้าหากว่าจะใช้ . : ; - มาใช้ในรูปประโยคแล้วทำให้คนเราอ่านเนื้อหาที่มีความซับซ้อน
ของรูปประโยคมากๆ โดยเฉพาะบทความทางวิชาการ ได้ง่ายขึ้น

ปัญหาคือ...

คนในประเทศไทยส่วนใหญ่เขาไม่ยอมรับกันหรอกครับ
บันทึกการเข้า
ความหมายคือการปฏิวัติรูปแบบประโยคภาษาไทยเลยนะครับนั่น
ความจริงแล้วผมไม่คิดอะไรมากครับ คิดว่ามันน่าจะเป็นการดีด้วยซ้ำ
ถ้าหากว่าจะใช้ . : ; - มาใช้ในรูปประโยคแล้วทำให้คนเราอ่านเนื้อหาที่มีความซับซ้อน
ของรูปประโยคมากๆ โดยเฉพาะบทความทางวิชาการ ได้ง่ายขึ้น

ปัญหาคือ...

คนในประเทศไทยส่วนใหญ่เขาไม่ยอมรับกันหรอกครับ

ขอบคุณครับ ที่สรุปให้  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า
แค่เว้นวรรคให้ ยังตาลายเลยค่ะ ฮือๆ~
บันทึกการเข้า
นั่นจัดเรียบร้อยแล้วเหรอ?
บันทึกการเข้า
โอย  ชวนปวดหัวจริงๆ  อ่านแล้วลายตา  มึนตึ้บ












บันทึกการเข้า


 อี๋~  เห็นแค่ประโยคนี้
บันทึกการเข้า

i'll walk until i find u.
หน้า: [1] 2 3
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!