หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 ... 11
 
ผู้เขียน หัวข้อ: มากลัวผีกันเถอะ  (อ่าน 17620 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
จู๋ไม่ได้ตั้งนานแล้ว
เอ้ย ไม่ได้ตั้งจู๋นานแล้ว

ไม่ได้จะมาชวนเล่าเรื่องผีนะ  อยู่ดีๆก็เกิดสงสัยว่า
กลัวผีกันไหมครับ
ถ้ากลัว แล้วทำไมถึงกลัว กลัวอะไรของมัน
เช่น กลัวมันมาหักคอ หรือกลัวเพระมันมาแบบเน่าเฟะ หรืออื่นๆ


แล้วคำถามต่อมาคือ แล้วทำยังไงจึงจะหายกลัวผีอย่างเด็ดขาด


เนื่องจาก ตัวเองเป็นคนไม่กลัวผี อย่างน้อยก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นแบบนั้น
(ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่นับถือศาสนาด้วย) แต่พอเอาเข้าจริงๆ
ก็ดันมีหลายครั้ง หลายๆสถานการณ์ที่ความกลัวแวบเข้ามาในหัว
โดยที่วิธีคิดเป็นเหตุเป็นผลที่ตัวเองมั่นใจนักหนา ก็ไม่สามารถกำจัดความกลัวนั้นไปได้


พอหายกลัว เลยสงสัยแบบจริงๆจังๆว่า เป็นเพระอะไร
เพราะเราถูกเลี้ยงดูมาในสังคมที่มีผีหรือเปล่า
อย่างสังคมตะวันตกหลายๆสังคม เรื่องนี้ก็แทบไม่อยู่ในความนึกคิดของเค้า
ผีเลยไม่มีอยู่สำหรับเค้า แต่เราสังคมมีผี
สลัดจากความคิดให้ตาย มันก็ยังฝังอยู่ในยีนส์คนไทยหรือเปล่า


เรื่องแปลกๆคนนึงที่นึกออก มีรุ่นพี่คนนึง
ในบัตรประชาชนแกระบุช่องศาสนาว่า : ไม่ระบุ
เพราะแกไม่นับถืออะไรเลยจริงๆ แม่แกมาชวนไปวัดแกก็บ่นเป็นวัน
เลยคิดว่า คนแบบนี้ไม่กลัวผีแน่นอน แล้วแกก็นิยมการไปดูบ้านผีตามที่ต่างๆมาก
แต่พอถามจริงๆ ดันบอกว่า เป็นคนกลัวผีมาก ที่ไปดูเพราะมันกลัวแล้วมันตื่นเต้นนี่ล่ะ
ก็ถามว่า ไม่มีศาสนาอะไรทำไมกลัว แกบอก นั่นแหละกูยิ่งต้องกลัว
พอเจอแล้ว ไม่รู้จะสวดอะไรให้ศาสนาไหนมาคุ้มครองดี   โวย



ถือว่าซ้ำกับกระจู๋เล่าเรื่องผีไหมเนี่ย  หน้ามึน
บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
กลัว เพราะ เราไม่รู้ ไม่เห็นมัน ครับ
แต่ตัวผมเองไม่กลัวผีหรอกครับ...บ (พิมพ์ไปสั่นไป)

(อยากถามคนที่ตามองไม่เห็นตั้งแต่กำเนิด ว่าเขากลัวผีหรือคิดว่าผีหน้าตามันเป็นยังไง แหะ)
บันทึกการเข้า

i'll walk until i find u.
กลัวผี

กลัวดิ

แต่ไม่เคยเห็นหรอกนะ

เพราะว่าจินตนาการมันสร้างภาพไปแล้วอ่ะ
เวลาตอนกลางคืน ได้ยินอะไรก๊อกแก๊กๆ นี่ไม่ค่อยเท่าไหร่นะ
ถ้าอยู่ในบ้านจะไม่ค่อยกลัวอะไร แต่ว่าถ้าอยู่ๆไฟดับ หรือไฟมันวูบวาบๆนี่
จะเริ่มคิดและ



จินตนาการไปต่างๆ นาๆ

แต่ไม่เคยเจอซักที


แต่ที่ประเทศไทย มีการเลี้ยงดูโดยมีการเชื่อเรื่องผีอยู่ด้วยนี่

 เค้าจะเรียกว่า กุศโลบายของคนสมัยก่อนอยู่ด้วยนะ

คือสอนเรื่องกรรมอะไรแบบนี้
เช่น เอ็งไปฆ่าเค้า เดี๋ยวพอเค้าตายขึ้นมา จะตามมาหักคอเอ็งนะ

"ไอ้หม่า เอ็งไปตบตีพ่อแม่ ตายไป๊น่ะ เมิงจะเกิดเป็นเปรต"

อะไรแบบเนี้ย เป็นกุศโลบายง่ายๆว่า อย่าทำชั่วนะ อย่าทำเลวนะ อย่าฆ่าใครนะ




แต่เวลาฟังเรื่องผีนี่ก็โคตรชอบเลย เพราะว่ามันน่ากลัวนี่แหละ  เลยชอบฟัง







แต่เจอตัวเป็นๆ ไม่เอาล่ะ

ไม่ได้กลัวผีมาหักคอนะ แต่ไม่คุ้นกับสิ่งไม่มีชีวิตมากกว่า  เฮ้ย!?
บันทึกการเข้า
ผมว่าคนที่ไม่เคยนับถืออะไรนั่นแหละที่น่ากลัว เพราะว่าเขาไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ  คนกลัวผีส่วนใหญ่ต่างพึมพำเป็นบทสวดเพื่อไม่ให้เกิดความกลัว อย่างน้อยมันก็ช่วยชะโลมจิตใจให้เขากล้าขึ้นได้บ้าง



แต่สำหรับตัวผม คือผมสามารถบอกได้ว่าผมเป็นปกติคือ ถามว่ากลัวมั้ย ก็กลัว แต่ผมไม่ได้กลัวไปเรื่อยเปื่อยหรือชอบคิดไปเอง  

เป็นเพราะผมเคยเป็นเด็กวัดมา สามปี ตอนที่ผมเป็นเด็กวัด วัดที่ผมอยุ่ไม่มีเมรุ
เวลาเผาศพก็เผาบนกองฟอน  

พอดึกๆผมกับเพื่อนสองคน ก็จะไปเอาไม้เขี่ยศพให้อยุ่ในตำแหน่งที่ไฟไหม้หมดได้ ตอนเช้าก็ต้องไปเก็บกระดูก

ซึ่ง มันก็ทำให้ผมกล้า จนบางคนเรียกว่า ไม่กลัว  แต่ใจจริงของผมแล้ว  ก็คือ มีกลัว บ้างครับ เป็นปกติ



บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
เผาบนกองฟอน


อยากถามนิสนึง

เวลาเผา เค้ามัดก่อนใช่เปล่า

แล้วเคยมีไหม ที่เวลาเผาๆอยู่แล้วศพ เด้งขึ้นมาอ่ะ

แบบว่าเส้นมันยึดทั้งวันก็เด้งขึ้นมา ดึ๋ง~~~~~
บันทึกการเข้า
มีซิครับ

 เขามัดตาสัง  ใส่โรงไม้ ตั้งไว้บนกองฟืนสูงๆ เวลาเผาเนี่ย เสียงโลงเลื่อน เป็กป๊ากเลยละ มีบางรายกลิ้งลงจากกองฟอนต่อหน้าต่อตาญาติ

แก้ไขครับ   มัดตราสังข์   กับโลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ธ.ค. 2006, 04:16 น. โดย จักรี » บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
 เหวอ
บันทึกการเข้า
 (เหงื่อแตกพลั่ก) เมื่อกี้ เงาวูบบบบผ่านหลัง เย็นวาบบบบ
บันทึกการเข้า

i'll walk until i find u.
ลำบากพระเณร และเด็กวัดอย่างผม ต้องไปเอาไม้เขี่ยให้เข้าไปในกองไฟ  เพราะโลงเป็นไม้มันย่อมไหม้หมดก่อนศพครับ   ฮิ้ววว
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
มีซิครับ

 เขามัดตาสัง  ใส่โรงไม้ ตั้งไว้บนกองฟืนสูงๆ เวลาเผาเนี่ย เสียงโลงเลื่อน เป็กป๊ากเลยละ มีบางรายกลิ้งลงจากกองฟอนต่อหน้าต่อตาญาติ
มัดตราสังข์


กลิ้งลงมา!! เอ่อ ยังห่อผ้าคลุมศพอยู่ใช่มั้ยครับ
บันทึกการเข้า

i'll walk until i find u.
ขอบคุณสำหรับ คำว่า  มัดตราสังข์  ครับ

ตอนกลิ้งลง ผ้าไหม้หมดแล้วครับ คือโลงไม้กับผ้าเนี่ยไหม้หมดแล้ว กลิ้งลงมาเป้นตัวๆเลยครับ   ฮิ้ววว
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
งึ่ดสส...

แล้ว เขี่ยเข้ากองไฟ - -
เห็นภาพเลยแหะ


ไปนอนดีกว่า บรรยากาศ ตีสี่ ไม่ค่อยดีแหะ
(สี่ เลขไม่สวย)
บันทึกการเข้า

i'll walk until i find u.
ถ้าเขี่ย ตอนกลางวัน ก็พอทน   ดึกๆต้องลงมาเขี่ยอีกรอบนี่ซิ     (เหงื่อแตกพลั่ก)
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
 เหวอ น่ากลัวอ่ะ

อืม เป็นคนกลัวผีนะ กลัวที่มืด คือมองไม่เห็น แล้วพอมองไม่เห็นมันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยกลัว..
แต่ที่กลัวผีเนี่ย สงสัยจะเพราะว่ากลัวว่าเค้าจะมาทำให้ตกใจกลัวภาพสยดสยอง

แต่เคยดูเรื่องเด็กหอ พอรู้แล้วว่า คนนั้นเป็นผีนะ แต่เค้าไม่มาทำอะไรน่ากลัวให้เห็นก็รู้สึกว่าอื้อก็ไม่น่ากลัวนี่หนังเรื่องนี้ มันน่าประทับใจมากกว่า

กลับมาว่า ทำไงให้ไม่กลัวผี อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน โดยส่วนตัวแล้วต้องสว่าง และต้องไม่เงียบจนถึงที่เรียกว่า เงียบสงัด

อย่างกลับมาบ้านนี่ไม่ค่อยคุ้นเลย มืดแล้วเงียบมีแต่แต่เสียงหรี่งเรไร เลยนอนไม่ค่อยหลับ แต่พอเสียงฝนตกดังขึ้นมาเมื่อไหร่ก็รู้สึกดีขึ้นนอนฟังเสียงฝนจนหลับไป (ปกติจะชินกับห้องที่กรุงเทพมากกว่าคือมีเสียงรถผ่านตลอดแล้วห้องสว่างมีไฟจากเสาไฟฟ้าสาดเข้ามาในห้อง)

อาจสรุปได้ว่ากลัวผีเพราะกลัวตกใจ แล้วความเงียบความมืดก็เป็นสิ่งเร้าให้คิดนั่นคิดนี่ จินตนาการถึงสิ่งที่ทำให้เราตกใจ...คิดว่างั้นนะ

ปล.กลัวผีมาก ไม่อยากเจอเลย กลัวจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ธ.ค. 2006, 04:19 น. โดย แป้งหวาน » บันทึกการเข้า

เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้
เหมือนจะน่ากลัว แต่พี่กัมส์พูดแล้วทำไมน่ารักยังไงอยู่

ตอบเรื่องไม่นับถืออะไรก่อน เคยอธิบายไว้นานมากแล้ว
ประมาณว่า ถ้าศาสนาเราถูก ก็แปลว่าคนอื่นผิดใช่ไหม
แต่ทุกคนก็พูดว่าตัวเองถูก ให้ลองมาพิสูจน์ดูเถิด เลยมาอยู่ตรงกลางจะดีกว่า


แล้วอีกสมมุติฐานหนึ่งคือ มนุษย์เราอ่อนแอใช่ไหม
ในการที่เราจะทำความดี เป็นคนดี หรือเข้าถึงความจริงบางอย่าง
ไม่สามารถเป็นไปได้ด้วยตัวมนุษย์เอง ต้องมีสิ่งคอยยึดเหนี่ยว
หรือต้องมีคนบางคนคอยจ้องเรามาจากข้างบนอยู่

เลยรื้อความเชื่อดั้งเดิมทั้งหมดของตัวเองทิ้งไป แล้วเริ่มใหม่หมดเหมือนรีสตาร์ทคอม  กร๊าก
เรื่องศาสนาก็เรื่องนึง มีเรื่องผีนี่แหละ รื้อทิ้งยังไงก็ยังเอาไม่ออก
จนน่าสงสัยว่า มีวิธีไหนไหมที่จะทำให้ไม่กลัวเด็ดขาดไปเลย
ไม่เอาแบบว่าอยู่กับมันจนชินนะ  กลัวเด้งดึ๋ง ฮือๆ~



บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 ... 11
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!