หน้า: [1] 2 3 4
 
ผู้เขียน หัวข้อ: มารู้จัก jazz กัน  (อ่าน 11111 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
ที่มาของดนตรีแจ๊ส
เชื่อกันว่าดนตรีแจ๊สมีต้นกำเนิดราวทศวรรษ 1920 โดยวงดนดรีวงแรกที่นำสำเนียงแจ๊สมาสู่ผู้ฟังหมู่มากคือ ดิ ออริจินัล ดิกซีแลนด์ แจ๊ส แบนด์ (The Original Dixieland Jazz Band: ODJB) ด้วยจังหวะเต้นรำที่แปลกใหม่ ทำให้โอดีเจบีเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมาก พร้อมกับให้กำเนิดคำว่า "แจ๊ส" ตามชื่อวงดนตรี โอดีเจบีสามารถขายแผ่นได้ถึงล้านแผ่น .. อย่างไรก็ตามโอดีเจบีไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิดท่วงทำนองดังกล่าว หากแต่นำสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาจากเพลงพื้นบ้านในแถบนิวออร์ลีนส์มาประยุกต์อีกที มีการวิเคราะห์รากลึกของแจ๊สในหลายทาง หนึ่งในนั้นคือเกิดจากดนตรีของกลุ่มทาสที่เดินทางมาจากแอฟริกาเพื่อเป็นแรงงานเกษตรกรรม กลุ่มทาสเหล่านี้มีพื้นฐานในเรื่องจังหวะมาจากเพลงพื้นบ้านหรือดนตรีในพิธีทางศาสนาอยู่แล้ว ประกอบกับได้ซึมซับดนตรีของคนผิวขาว จากยุโรป จึงเกิดการผสมผสานกันกลายเป็นเพลงบลูส์ (Blues) วิเคราะห์กันว่าโน๊ตที่แปลกแปร่งของบลูส์ เกิดจากการที่คนผิวดำเหล่านี้เรียนรู้ดนตรีจากการฟังเป็นพื้นฐาน จึงเล่นดนตรีแบบถูกบ้างผิดบ้าง เพราะจำมาไม่ครบถ้วน มีการขยายความด้วยความพึงพอใจของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งกลายเป็นที่มาของคีตปฏิภาณ (Improvisation) ในภายหลัง .. ดนตรีแร็กไทม์ (Ragtime) ก็เชื่อว่ามีต้นกำเนิดคล้ายๆ กันคือ เกิดจากดนตรียุโรปผสมกับจังหวะขัดของแอฟริกัน .. บลูส์และแร็กไทม์นี่เองที่เป็นรากของดนตรีแจ๊สในเวลาต่อมา

แร็กไทม์มีช่วงเวลาที่รุ่งเรืองอยู่ราวๆ ทศวรรษ 1890 ถึง 1910 มีเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่จังหวะขัด (Syncopation) นักดนตรีแร็กไทม์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคนหนึ่งก็คือ สก็อตต์ จอปลิน (Scott Joplin) ผู้ประพันธ์เพลงที่เราคุ้นหูหลายๆ เพลง เช่น The Entertainer, Maple Leaf Rag, Elite Syncopations, Peacherine Rag เป็นต้น หากไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แนะนำให้หาฟังดูแล้วจะร้องอ๋อ .. หรือถ้าชอบดูหนังลองหา The Sting มาดู มีเพลงของจอปลินประกอบเกือบทั้งเรื่อง หรือไม่ก็ The Legend of 1900 (UBC เคยเอามาฉาย) แม้เรื่องหลังนี้จะกล่าวถึงดนตรีแจ๊ส แต่มีหลายเพลงที่มีกลิ่นรสของแร็กไทม์ที่เข้มข้นทีเดียวโดยเฉพาะตอนดวลเปียโน

เพลงบลูส์เริ่มได้รับความนิยมในช่วงเวลาเดียวกันกับแร็กไทม์ ปลายๆ ทศวรรษ 1910 เพลงบลูส์และแร็กไทม์ถูกผสมผสานจนกลมกลืนโดยมีหัวหอกคือ บัดดี โบลเดน (Charles Joseph 'Buddy' Bolden) เป็นผู้ริเริ่ม หากแต่เวลานั้นยังไม่มีการประดิษฐ์คำว่าแจ๊สขึ้นมา และเรียกดนตรีเหล่านี้รวมๆ กันว่า "ฮ็อต มิวสิค" (Hot Music) จนกระทั่งโอดีเจบีโด่งดัง คำว่า แจ๊ส จึงเป็นคำที่ใช้เรียกขานกันทั่ว .. แจ๊สในยุคแรกนี้เรียกกันว่าเป็น แจ๊สดั้งเดิม หรือ นิวออร์ลีนส์แจ๊ส

ขอบคุณ เวป kitty.in.th สำหรับข้อมูลนะคร้าบ
คราวหน้ามาต่อกันกับ สวิง และ บิ๊กแบนด์ นะครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 ก.ย. 2006, 00:36 น. โดย Tavarow™ » บันทึกการเข้า
ข้อมูลจากเว็บบักอู๋ กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ


ต๊ายตาย  โห
บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
 เกย์แอบ  คนกันเองนี่หว่า 
บันทึกการเข้า

เลวยั้นเงา



ก็กันเองกันทั้งบอร์ดนี่เนอะ  ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
อ้าว!! เหรอครับ จุดไต้ตำตอ ซะงั้น
งั้นเคยอ่านกันรึยัง ถ้าเคยแล้วผมจะได้ไม่โพสต่อ
บันทึกการเข้า
ไม่ใช่แล้ว   ง่ะ

นั่นเว็บคุณกิตติ ส่วนใหญ่เนื้อหามาแนวๆ linux
บันทึกการเข้า

Today you , Tomorrow me.
บันทึกการเข้า

กินรอบวง



โอ้ว มุก ขำมาก  ไอ้มืดหมี
บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
คนละ jazz กันแล้วครับ  ฮิ้ววว
บันทึกการเข้า
กะไว้แล้วต้องมีคนเป๋ไปฮอนดา  (อิอิ)
บันทึกการเข้า
ตอนต่อไปเป็นอะไรครับ Wish หรือ New Jazz


(ก็ว่าจะเล่นเหมือนกัน แต่เกรงใจ  ฮิ้ววว)
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ความจริงผมก็ลุ้นอยู่ว่าจะเป็น คุณฟาเกะ  หรือ คุณวันสว่าง  กร๊าก
บันทึกการเข้า
เข้าเรื่องไม่เป๋ก็ได้
......

เคยดูหนังเรื่อง "เทอมินอล" ที่ทอมแฮงค์ แสดงนำครับ

เค้ามาตามขอลายเซนต์ของ"นักดนตรีแจ๊ส"ลายเซนต์สุดท้าย  ที่คุณพ่อของท่านได้ตั้งความหวังไว้

แต่ก็ติดอยู่ใน แอร์พอร์ต จนเกิด เรื่องราวต่างๆขึ้นมามากมาย สุดยอดครับ เจ๋ง

บันทึกการเข้า

กินรอบวง
 ปลื้ม  เรื่องนั้นชอบนะ....
บันทึกการเข้า

เลวยั้นเงา
หน้า: [1] 2 3 4
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!