หน้า: 1 ... 7 8 9 10 11 12 13 [14] 15 16 17 18 19 20 21 ... 23
 
ผู้เขียน หัวข้อ: สุวรรณภูมิ...เน่า  (อ่าน 70851 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
ก็นี่ไงครับ เรื่องการสร้างผลงานอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาลแม้ว
เหมือนกับที่ลุงอ๋าห์หรือใครนี่แหละเอาไดอะแกรมมาให้ดูในจู๋ยุบสภา

ถามว่าดี ดีไหม ดีสิ
เพราะเป็นโครงการที่เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์และอัดฉีดการตลาดไว้เต็มที่
แต่ถามว่ากระบวนการอะไรที่ซ่อนเงื่อนอยู่ในนั้่นที่มันทำให้ผลออกมาเป็นอย่างที่เห็นเนี่ย
..ก็โกงไงครับ





นักการเมือง "ส่วนมาก" ก็เป็นมนุษย์ครับ
กิเลสตัณหาก็มีเหมือนกันกับเราๆ นี่แหละ
แต่โอกาสมันเอื้อให้โกงได้ในปริมาณมหาศาลกว่ากันเยอะ
ดังนั้นรัฐบาลไหนๆ ถ้าดูสันดานของผู้มีอำนาจในยุคนั้นมันโกง --- สุวรรณภูมิก็จะเป็นยังงี้อยู่ดีครับ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
ผมว่านะ เรามาคุยกันไปๆมาๆ ว่าไอนี้โกง ไอนู้นโกง
มันก็แก้ปัญหาการโกงไม่ได้อ่ะครับ
พาลจะปวดหัว ป่วยใจ หงุดหงิด ซะป่าวๆ
ผมว่านะ

เพราะผมได้ยินว่าโกงมาทุกรัฐบาลแล้วอ่ะครับ ตั้งแต่เกิด
ต่อให้ไม่มีรัฐบาลนี้ มีรัฐบาลใหม่ขึ้นมาอีก
อะไรละที่จะรับประกันว่า ไม่มีโกง
บันทึกการเข้า

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com
ไม่เห็นหงุดหงิดเลยครับ งง


เพราะคอร์รัปชั่นมันปราบกันด้วยธรรมาภิบาล
ยุคก่อนหน้านี้ใครเป็นนัการเมืองนี่โกงกันขนาดไหนก็ไม่มีใครกล้าง้างปาก
แต่มาถึงวินาทีนี้ กาลมันเปลี่ยนไปแล้วครับ ทุกคนเป็นสื่อมวลชนได้โดยไม่ต้องกลัวกระสุน

หลังจากการฟอร์แมตรัฐธรรมนูญครั้งนี้น่าจะมีอะไรสนุกๆ ให้เรารู้สึกกันนะ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
งั้นก็ต้อง

โปรดติดตามตอนต่อไป  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com
ตกลงว่าเค้าย้ายกลับที่เดิมป่าวคะ
บันทึกการเข้า
ดูรายการข่าววันใหม่




หนังสือพิมพ์ฉบับเช้าทุกฉบับ พาดหัวอันดับหนึ่งว่า
"บินใน ปท. ย้ายกลับดอนเมือง"





สุดครับงานนี้

สุด
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ



เย้ๆ เริ่มวันไหน  นะนะ
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ใช้เวลาซ่อมประมาณ1ปี ต้องใช้ภาษีอีก 3พันล้านค่าซ่อม  เหวอ
บันทึกการเข้า
ถ้าสมมติว่า ไปตปท.บินจากเชียงใหม่กลับกรุงเทพลงดอนเมืองแล้วก็ไปต่อสุวรรณภูมิ ยุ่งน่าดู  ง่ะ

(ไม่รู้ว่าที่เชียงใหม่มีบินตรงไปตปท. เลยรึเปล่าอะ  หน้าแตก)
บันทึกการเข้า

พนักงานบริษัท.
ปตท ไปง่ายกว่านะครับ
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย



เลี้ยวเข้าไปเลยครับ
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
 ไอ้มืดหมี ...มาเสนอหน้าเป็นพยานเหตุการณ์..เฉยๆ
            (ไร้ประโยชน์จริงๆ.. ง่ะ)
บันทึกการเข้า

ปูอัด จริงๆ แล้วมันคือปลานะ
ตั้งแต่เริ่มได้ยินข่าวว่ามีรอยร้าวบนรันเวย์

ทำให้กลัวการขึ้นเครื่องบินไปซะแล้ว ถ้าต้องเทคออฟจากสนามบินนี้  เฮ้ย!?
บันทึกการเข้า

โตขึ้นหนูจะเป็นมังกร เย่!
    ตกลงเรื่องรอยร้าว มันเป็นการร้าวทางเทคนิค เป็นการจงใจอย่างที่พูดกันช่วงแรกๆ ตอนนี้มันก็ร้าวทางเทคนิคเหมือนกัน แต่เพราะเทคนิคการบริโภควัสดุก่อสร้างใช่ไหม  ง่ะ
บันทึกการเข้า

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น
นั่นร้าวทางเทคนิคหรือ คงคล้าย ๆ บกพร่องโดยทุสุจริตเลยนะ น่ารักจริง ลุงแม้วของเรา  ลันล้า

แค่ 5 ปี ลุงยังสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้ แล้วถ้าลุงจะอยู่อีก 5 สมัย 20 ปี ประเทศไทยคงเหลือแต่ลุงและพรรคพวกกลุ่มเดียวมั้ง

แอบอ้าง
รอยร้าวของสุวรรณภูมิ กับ ฝันร้ายของ 'นักข่าวมืออาชีพ' 
โดย ผู้จัดการรายวัน 30 มกราคม 2550 03:36 น.
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000011467
 
       วันนี้ใบหน้าของ 'เป๊ปซี่' เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ดูสดชื่นขึ้นและในบางจังหวะพอจะเปื้อนด้วยรอยยิ้มบ้าง แต่ขอบตาของเขาก็ยังคงรื่นด้วยน้ำตาแห่งความปีติ หลังจากในช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา เขาต้องตกเป็นจำเลยในข้อกล่าวหา ผู้กุข่าวเรื่องรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิร้าว ...
       
       หากใครยังจำได้ก่อนที่สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดอย่างเป็นทางการราวหนึ่งปีกว่า หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2548 และวันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2548 ได้พาดหัวข่าวตัวใหญ่ถึงเรื่องปัญหารันเวย์ร้าวของสนามบินสุวรรณภูมิจนเป็นที่โจษจันกันไปทั่ว ทั้งข่าวดังกล่าวยังส่งผลกระทบในระดับประเทศจนกระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้นต้องออกมาแก้ข่าวกันเป็นพัลวัน ทั้งนี้นายพงษ์ศักดิ์ในฐานะเจ้ากระทรวงผู้รับผิดชอบโครงการสนามบินสุวรรณภูมิยังถึงกับสั่งให้กระทรวงคมนาคมเดินหน้าฟ้องร้องหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์อีกด้วย
       
       "เราจะฟ้องเพื่อให้เป็นหลักฐานให้ปรากฏแก่ทั่วโลกว่าสื่อฉบับนี้มีความผิดพลาดและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไร และเราต้องการให้เขาแก้ข่าวไปทั่วโลกด้วย เพราะทำให้เสียหายมาก" นายพงษ์ศักดิ์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากข่าวรันเวย์สุวรรณภูมิร้าวที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์วันที่ 9 สิงหาคม 2548 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชื่อเสียงของรัฐบาลชุด พ.ต.ท.ทักษิณ
       
       "พอข่าวออกไป ได้ยินว่าคุณทักษิณโกรธมาก และสั่งให้มีการไปสืบค้นมาว่าคนเขียนข่าวชิ้นนี้เป็นใคร" เสริมสุข อดีตหัวหน้าข่าวสายความมั่นคงของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์กล่าว
       
       หลังจากกระแสข่าวการประกาศว่าจะฟ้องร้องหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ออกมาได้ไม่นาน บริษัทโพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ก็ประกาศไล่ผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการออกสองคน หนึ่งคือ เสริมสุข และ นายชฎิล เทพวัลย์ บรรณาธิการข่าวออก ในวันที่ 29 สิงหาคม 2548 ขณะเดียวกับกลับไม่แตะต้องนายเดวิด อาร์มสตรอง รักษาการบรรณาธิการบริหารที่นั่งอยู่ในที่ประชุมข่าวและมีส่วนตัดสินใจในการลงข่าวชิ้นดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย
       
       ทั้งนี้การไล่ออกนักข่าวเก่าแก่ที่ทำงานและอุทิศตัวให้กับหนังสือพิมพ์มากว่า 20 ปีดังกล่าว ได้สร้างกระแสความไม่พอใจให้กับบรรดาพนักงานของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ รวมถึงนักข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นเป็นอย่างมาก จนนักข่าวของบางกอกโพสต์นัดกันแต่งชุดดำเพื่อประท้วงผู้บริหาร
       
       "ผมทำงานสายการเมือง-สายทหารมานานมาก เสี่ยงชีวิตให้กับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้มาก็ไม่น้อย ยกตัวอย่าง ในปี 2520 กว่าๆ เมื่อตอนที่ผมทำข่าวเกี่ยวกับภาคใต้ ผมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นไปทำข่าว แล้วก็มีพวก จคม. (โจรจีนคอมมิวนิสต์) ดักยิงเฮลิคอปเตอร์เกือบตก ถ้าวันนั้นเครื่องบินตกผมก็คงตายไป ส่วนครอบครัวของผมก็คงไม่ได้ค่าชดเชยอะไรมากนัก การทำงานข่าวเสี่ยงภัยของนักข่าวสายทหารอย่างผม นักข่าวไม่เหมือนพนักงานขายที่ได้ค่าคอมมิชชั่นถ้าขายของได้ ในทางกลับกันถ้าข่าวดีหนังสือพิมพ์ก็เครดิต นักข่าวไม่ได้อะไรเลย
       
       "ถึงข่าวของผมจะไม่ถูกต้องจริงๆ แต่การที่ประวัติผมขาวสะอาด ไม่เคยทำผิดพลาดในกรณีอย่างนี้มาก่อน เขาก็ควรจะใช้วิธีตักเตือนเสียก่อน มิใช่ไล่ออกเลย" เสริมสุขเล่าทบทวนความทรงจำและความเจ็บปวดบางส่วนของชีวิตให้เราฟัง
       
       สำหรับเบื้องหลังในการตัดสินใจลงข่าวเรื่องรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิร้าว ชนวนที่ทำให้เขาถูกบริษัทไล่ออกนั้น เสริมสุขเล่าว่าในวันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม เมื่อเขาระแคะระคายเรื่องรันเวย์ร้าวจากแหล่งข่าว เขาก็พยายามจะตรวจสอบความถูกต้องของข่าวจากหลายแหล่ง รวมถึงโทรไปขอให้ 'เจ๊ยุ' ยุวดี ธัญญสิริ นักข่าวอาวุโสสายทำเนียบของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ช่วยตรวจสอบกับนายกรัฐมนตรีในช่วงเย็น อย่างไรก็ตามเนื่องจากวันนั้นเป็นวันศุกร์ แหล่งข่าวหลายแห่งก็ติดต่อไม่ได้ ดังนั้นในการประชุมข่าวช่วงหัวเย็นเขาจึงเอาเรื่องนี้เสนอเข้าในที่ประชุมเพื่อให้ช่วยกันตัดสินใจว่าจะเอาข่าวชิ้นนี้ลงหรือไม่
       
       "ผมเอาข่าวชิ้นนี้กลับไปที่โต๊ะข่าว เอาเข้าไปเสนอบนโต๊ะและบอกว่ามันน่าสนใจ เพราะเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิก็มีคนรู้อยู่แล้วว่ามันอื้อฉาวเป็นกรณีพิพาท ทุกคนก็คิดว่าต้องเอาข่าวนี้ลงเพราะถือว่าเป็นหน้าที่สื่อมวลชน เป็นการตัดสินใจร่วมกันกับทุกคนที่โต๊ะข่าว ทั้งบก.ข่าว ผม คุณชฎิล ขณะที่คุณเดวิด อาร์มสตรอง ซึ่งตอนนั้นนั่งอยู่หัวโต๊ะเป็นประธานในที่ประชุมด้วย คือเป็นการตัดสินใจร่วมกัน"
       
       **ระบอบทักษิณแทรกสื่อ
       
       หลังจากถูกไล่ออก เสริมสุขก็ไม่ยอมแพ้ต่อการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของนายจ้าง โดยได้ร้องต่อศาลแรงงานโดยกล่าวหาว่า บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง นั้นเลิกจ้างตนอย่างไม่เป็นธรรม โดยประเด็นที่เสริมสุขนั้นยกขึ้นมาต่อสู้นั้นมีอยู่สองประเด็นก็คือ ความรับผิดชอบของ นายเดวิด อาร์มสตรอง บก.บริหาร ที่มีส่วนตัดสินใจในการลงข่าวทั้งสองชิ้นด้วย และการแทรกแซงกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จากฝ่ายการเมือง
       
       ทั้งนี้ก่อนหน้าที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จะลงข่าวเรื่องรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิมีรอยร้าวในวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม 2548 นั้นเป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักข่าวว่า เสริมสุขนั้นตกอยู่ในบัญชีดำสื่อมวลชนของทางรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่แล้ว
       
       "ปี 2547 รัฐบาลทักษิณถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงมากจากกรณีปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ไม่ว่าจะเป็นกรณีกรือเซะ หรือตากใบ ผมในฐานะนักข่าวที่ทำข่าวทางภาคใต้ก็กล่าววิพากษ์วิจารณ์คุณทักษิณมาตลอด วิจารณ์จนเป็นที่จับตา
       
       "เจ๊ยุ (ยุวดี ธัญญสิริ) เคยเล่าให้ผมฟังและกล่าวยืนยันในศาลด้วยว่าการที่บริษัทโพสต์ไล่ผมออกนั้นเป็นเรื่องการเมือง เพราะก่อนหน้านั้นคนผมขาวใกล้ตัวนายกฯ ก็เคยมาเลียบๆ เคียงๆ ถามแกว่า คนที่เขียนคอลัมน์อินไซด์พอลิติก (Inside Politics) ของบางกอกโพสต์นั้นเป็นใคร ใช่ผมหรือเปล่า" นายเสริมสุขเปิดเผย
       
       มากไปกว่านั้นข่าวสายความมั่นคงของบางกอกโพสต์ก็ยังเคยขุดคุ้ยเบื้องหลังการซิกแซกการเกณฑ์ทหารของ นายพานทองแท้ ชินวัตร จนสร้างความไม่พอใจให้กับบิดาของนายพานทองแท้เป็นอย่างมากอีกด้วย
       
       "เมื่อได้โอกาสเขาเลยกระทืบผมทันที ..." เป๊ปซี่ให้ความเห็น
       
       ขณะเดียวกันมีแหล่งข่าวระบุเช่นกันว่า บริษัทโพสต์ พับลิชชิ่ง ที่ในขณะนั้นนายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ถือหุ้นใหญ่และเป็นผู้บริหารก็ยอมให้การเมืองเข้าแทรกแซงการบริหารหนังสือพิมพ์อย่างหนัก โดยที่เห็นได้ชัดที่สุดก็ถือการต่อสายผ่านนายสุรนันท์ เวชชาชีวะเข้ามาทางนาย นายศุภกร เวชชาชีวะ (บุตรเขยของนายสุทธิเกียรติ) ที่ในเวลานั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของบริษัทให้เข้าแทรกแซงการนำเสนอข่าวของกองบรรณาธิการและมีส่วนตัดสินใจไล่นักข่าวทั้งสองคนออก
       
       การแทรกแซงและการกลั่นแกล้งสื่อมวลชนโดยทางการเมืองในกรณีทุจริตสนามบินสุวรรณภูมินั้นไม่ได้เกิดขึ้นในกรณีนี้เป็นกรณีแรก แต่เมื่อหลายปีก่อนเมื่อหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันนำเรื่องการทุจริตการถมทรายของสนามบินหนองงูเห่า (สุวรรณภูมิ) มาเปิดเผยหนังสือพิมพ์ผู้จัดการก็เคยถูกการเมืองเล่นงานมาแล้ว
       
       "ปี 2540 พอหนังสือพิมพ์ผู้จัดการลงข่าวเรื่องการทุจริตการถมทรายในสนามบินหนองงูเห่าก็โดนฟ้องทันที ฟ้องกันทั่วประเทศเลย ทั้งที่ จ.สุโขทัย 0”สุราษฎร์ธานี ฟ้องกันจนขึ้นเครื่องบินกันเป็นแถวทั้งคุณสนธิ (ลิ้มทองกุล) ทั้งผมนะ ขึ้นเครื่องบินไปที่สุโขทัย โจทย์ก็คือสมศักดิ์ เทพสุทิน ..." นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการอาวุโสของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการกล่าว
       
       **เมื่อความจริงปรากฏ
       
       ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากข้อเท็จจริงเรื่องการร้าวของแท็กซี่เวย์ และรันเวย์ สนามบินสุวรรณภูมิปรากฏต่อสายตาสาธารณชน ตราบาปของการเป็นสื่อมวลชนไม่รักชาติที่เสริมสุข เคยถูกตราหน้าจาก พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีก็มลายหายไปทันที ซึ่งนั่นก็หมายความถึง สภาวะทางจิตใจที่ดีขึ้นและการต่อสู้คดีที่ง่ายขึ้นด้วย
       
       “ตอนนี้คดีของผมอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลแรงงาน ที่ผมฟ้องบางกอกโพสต์ โดยในวันที่ 6 ถึง 8 มีนาคมนี้จะเป็นการสืบพยานโจทก์นัดสุดท้ายแล้ว ที่ผ่านมาก็ได้รับความกรุณาจากผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน เช่น พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์, ‘อ.ป๋อง’ พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร, ‘เจ๊ยุ’ ยุวดี ธัญญสิริ ที่ช่วยมาเป็นพยานให้ เสร็จจากนั้นก็เป็นการสืบพยานจำเลย” เสริมสุขกล่าว
       
       เมื่อถามถึงแนวโน้มในการต่อสู้คดีและช่วงเวลาในการตัดสินคดี อดีตหัวหน้าข่าวสายความมั่นคงของบางกอกโพสต์กล่าวว่า “ก็คงแล้วแต่การพิจารณาของท่านผู้พิพากษาที่จะดูตามพยาน หลักฐาน ส่วนข้อสรุปของคดีก็น่าจะตัดสินได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ปีนี้ ซึ่งก็แล้วแต่ศาลท่านอีกเช่นกันว่าจะพิจารณาเร็วหรือช้า”
       
       ขณะเดียวกันก็ใช่ว่าบางกอกโพสต์จะเป็นผู้เสียประโยชน์ถ่ายเดียวจากการที่ความจริงเกี่ยวกับรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิปรากฏ เนื่องจากข้อเท็จจริงดังกล่าวก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับบริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง เช่นกันจากคดีที่บริษัทตกเป็นจำเลยถูกบริษัทท่าอากาศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และบริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484
       
       โดยในกรณีดังกล่าว นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของบริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง และนายโกวิท สนั่นดัง บก.ผู้พิมพ์โฆษณาของบางกอกโพสต์ ให้ความเห็นว่า การเปิดเผยข้อเท็จจริงถึงปัญหาแตกร้าวของรันเวย์และแท็กซี่เวย์ ในสนามบินสุวรรณภูมินั้นนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อฝ่ายจำเลย เพราะถือว่าข้อเท็จจริงได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่ามีปัญหาแตกร้าวจริง
       
       นอกจากนี้นายสุวัตรยังกล่าวถึง แนวทางการต่อสู้คดีต่อไปด้วยว่า ฝ่ายตนจะนำสืบเพื่อให้ศาลเห็นว่ามี การทุจริตเกิดขึ้นในการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเมื่อนำมาประกอบกับข้อเท็จ จริงที่เป็นที่ประจักษ์แล้วเชื่อว่าจะทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยได้เสนอข่าวไปตามความ เป็นจริง ตามหน้าที่ของสื่อมวลชนไม่ได้หมิ่นประมาทหรือใส่ความโจทก์ตามฟ้อง
       
       ในส่วนของเสริมสุขเมื่อถูกถามถึงการกลับเข้าทำงานในบางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์ที่เขาผูกพันและทุ่มเทชีวิตให้มาหลายสิบปี เขากล่าวว่า ถ้าบริษัทให้กลับเข้าทำงานจริง ตนก็มีเงื่อนไขว่าจะต้องให้เอาบรรณาธิการข่าวคือ ชฎิล เทพวัลย์ กลับเข้าทำงานด้วย
       
       “เหตุการณ์ที่ผ่านมาพี่ชฏิลได้ใจผมมาก เขาไม่เคยบ่นกับผมว่า เอาข่าวอะไรมาลงจนทำให้เขากับผมถูกไล่ออก ไม่เคยเลย ... บริษัทเคยเสนอเงินชดเชยให้ผม 3 ล้านบาท เพื่อที่จะต้องการให้เรื่องนี้จบๆ ไป แต่ผมไม่สนใจเรื่องเงิน ผมอยากให้คดีนี้ถึงที่สุด มีคำตัดสินออกมา ซึ่งไม่ว่าคำตัดสินของศาลจะเป็นเช่นไร ผมคิดว่าผมได้ต่อสู้ให้คนในวิชาชีพนี้แล้ว และก็จะเป็นประโยชน์ต่อนักข่าวรุ่นหลัง เป็นกรณีศึกษาให้กับพวกเขาต่อไป” เสริมสุขกล่าวทิ้งท้าย.

ไม่แน่ใจว่ารอยร้าวที่บางกอกโพสต์รายงานตอนนั้น จะเป็นรอยร้าวเดียวกับตอนนี้หรือเปล่า  งง
บันทึกการเข้า

[ว่างให้เช่า]
หน้า: 1 ... 7 8 9 10 11 12 13 [14] 15 16 17 18 19 20 21 ... 23
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!