หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9
 
ผู้เขียน หัวข้อ: รับน้อง (  (อ่าน 26785 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
งั้นเปลี่ยนเป็น 50 คน หมีโหด~
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
ทั้งรุ่นเลยดีกว่า หมีโหด~
บันทึกการเข้า

ถ้าพูดแบบคนแก่หน่อยก็จะบอกว่า
เสียดายที่รับน้องแบบมหาลัยมันไม่ขลังแล้ว
เพราะเดี๋ยวนี้เด็กมัธยมเอาไปสปอยล์กันหมดแล้ว
ละพวกมหาลัยจะเหลืออะไรให้เซอร์ไพรส์ล่ะ กร๊าก
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
ตัวเองโดนรับน้องสองแบบ แล้วก็เป็นพี่อบรมทั้งสองแบบ
เพราะว่าเป็นลูกครึ่งสองสถานะ (ขี้เกียจเล่า เดี๋ยวยาว)

แบบนึงเป็นว้ากรุ่นโบราณคร่ำครึในคณะตั้งใหม่ที่กำลังก่อร่างสร้างประเพณีของตัวเอง
เกริ่นก่อนว่า คณะนี้มันเรียนด้วยกันแป๊บเดียว (ถ้าเด็กมหิดลคงรู้จักพีไอ)
แล้วก็แตกกระสานซ่านเซ็นไปเรียนรวมกับหมอคณะอื่น ฉะนั้นเวลาอยู่ด้วยกันก็น้อยมาก เรียนยังแทบไม่ได้เรียนด้วยกัน
สิ่งที่มาแทนคือ หากิจกรรมอะไรก็ได้ให้ทำร่วมกัน จะได้สนิทกัน ไม่ลืมกัน
สร้างสายสัมพันธ์ให้ได้ในเวลาอันสั้น

กิจกรรมนึงก็คือสแตนด์เชียร์นี่แหละ และดันคิดกันว่าการว้ากเนี่ย ทำให้สนิทกันง่ายที่สุดแล้ว
แน่นอนว่ามันเป็นการจำลองสภาวะกดดัน ทั้งแบบมีเหตุผล และไม่มีเหตุผล
แต่มันดันกลายมาเป็นประเพณีแบบที่ตอนนี้พี่ว้ากก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าว้ากทำไม ตกลงมึงว้ากเพราะมึงถูกพี่ว้ากมาก่อนชิมิ
ตอนตัวเองโดนรู้สึกว่ามันวนลูปไร้สาระมาก เจออารมณ์มากกว่าเหตุผล
เลยพยามปรับเปลี่ยนในวาระที่มีสิทธิ์ ให้มันมีเหตุผลขึ้น
ที่สำคัญคือทำให้ตัวเองไม่รู้สึกว่าที่ตูทำไปนี่แม่งเปล่าประโยชน์สิ้นดี
ก็รู้สึกดีกับตัวเองขึ้นมาหน่อยนึง(หน่อยเดียว เพราะมันก็ยังเป็นว้ากไร้สาระอยู่ค่อนข้างมาก)

พอมาปีนี้ เริ่มมีคำสั่งจากอาจารย์ไม่ให้มีว้ากโหดไร้สาระ
ส่วนรุ่นน้องหัวหมอ ก็เริ่มแอนตี้การทำงานคณะตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม โดยอ้างคำพูดอาจารย์
ก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะปรับกระบวนกันยังไง คนมีอำนาจในคณะก็มีแต่สายโหด หึหึ
เรามันสายนางฟ้า ไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียง

อีกแบบนึงที่เจอก็เป็นการรับน้องโบราณคร่ำครึเหมือนกัน
เพราะเป็นรับน้องที่แรกในประเทศไทยเลย ฮิ้ววว
แต่ที่นี่เราเรียกว่าการอบรม น้องมีหน้าที่นั่งฟังสงบเสงี่ยมเจี๋ยมเจี้ยม
คนที่มาพูดก็มีทั้งพูดเรื่องพฤติกรรมดีแย่ หรือประสบการณ์ตรงจากรุ่นพี่
เรามี seniority ก็จริง แต่เป็นการเคารพซึ่งกันและกัน น้องเคารพพี่ พี่ก็ให้เกียรติน้อง
คนมาพูดนี่รุ่นเก่าเก๋ากึกถ้ามีแรงมีเวลาก็ยังมา คุยกับน้อง
อาจารย์บางคนหง่อมขนาดนั่งรถเข็นยังมาเลย
แบบรุ่นพี่ทุกๆ รุ่นให้ความสำคัญกับประเพณีนี้มาก
เป็นอะไรที่อบอุ่นอ่ะ

ที่จริง รับน้องข้ามฟากประทับใจก็จริง แต่ที่ประทับใจมากกว่าน่าจะเป็นการเรียนการสอน
อาจจะเป็นเพราะอาจารย์เกือบทั้งหมดเป็นรุ่นพี่ที่เคยผ่านอะไรมาเหมือนๆ กัน
มันเลยเป็นบรรยากาศแบบพี่สอนน้อง ซึ่งเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก
ติวนอกเวลายังมีเลย ทั้งที่ก็ต้องไปทำงานอย่างอื่นด้วย
ตรงนี้ประทับใจจริงจัง ปลื้ม
บันทึกการเข้า

จริงๆเรื่องที่เด็กมัธยมมันรู้แล้วอะไรงี้
ผมว่ามันเป็นเรื่องของยุคสมัย ที่สื่อทุกวันนี้มันรวดเร็ว เปิดกว้าง ว่องไวมาก
เหมือนกับที่เรารู้นั่นแหละว่า เด็กยุคนี้ เข้าใจอะไรๆเร็วกว่าเรา รู้เยอะกว่า
เหมือนกับสมัยก่อน หนังฮอลลีวู้ดสามารถหลอกเราได้เนียนสนิท
แต่เดี๋ยวนี้ มีตอนจบแบบไหนเซอร์ไพรส์เราได้อีก มันยากขึ้นเรื่อยๆ
บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
เออ อย่างคณะตูเนี่ยมันก็เปลี่ยนโจทย์ทุกปีเหมือนกัน
ไม่มีอะไรที่แบบว่า เป็นประเพณีแบบที่ถามหาคำตอบไม่ได้ เอ๊ะหรือมีวะ ลืมแล้ว
รู้แต่ว่าในยุคตูเนี่ย บรรดาพี่สตาฟโหดกะสตาฟใจดีเนี่ย ปวดกบาลกันทุกปี
ว่าปีนี้น้องมันจะเรียนที่ไหนกี่ปี คือเรียนนครปฐมขึ้นมา
จะไปรับน้อง ไปสอนเพลง ไปเล่นเย้วๆ ทีนึง ก็ค่ารถแหลกเหลวเหมือนกัน กร๊าก

ตูนี่แหละ นั่งรถข้ามจังหวัดทุกวี่วัน ไปเย้วๆ
ค่ารถ เวลานั่งรถ... ดีไซน์ส่งพรุ่งนี้ ไหนจะแฟนนัดอีก
เลิกเรียน 4 โมง ได้ใช้เวลาส่วนตัวเกือบเที่ยงคืน

พี่สต๊าฟท์จะนั่งร้องให้บนรถเอา  ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -
โอ๋ๆ ทุกวันนี้น้องๆ ก็ยังรักพี่ย์อยู่นะห์ อ๊าง~




อันของหมอบุ๊คนั่นตูก็เคยเจออะไรคล้ายๆ กัน
คือตอนเรียนและไปเป็นสโมของมหาลัยเนี่ย มันมีคณะก่อตั้งใหม่ขึ้นมา
แล้วพี่คณะนึงก็ต้องไปสอนน้องเรื่องประเพณีมหาลัยกรุบกริบอะไรต่ออะไรให้ใช่มะ
แต่ไอ้คณะนี้ดันเริ่มด้วยการพาไปว้ากก่อนเลย

คือมันยังเด็กน่ะ ปีสองปีสามเอง
แต่มึงไม่ได้วางแผนหรอกว่าจะวางรากฐานอะไรยังไง หรือว้ากเพื่ออะไร (เพราะมันก็ไม่รู้)
ผลคือรุ่นต่อๆ มาของคณะใหม่เนี่ย ก็ประเพณีว้ากไปงั้นๆ เฉยเลย
แล้วพอปลายปีก็มีการมีฝึกพี่ว้ากรุ่นต่อไปด้วยการพาวิ่งเป็นทหารรอบสระแก้วด้วยนะ เจ๋งดี
มีเป็นลมเข้าโรงบาลด้วย อะไรของมัน กร๊าก

อ้อ ส่วนอีกคณะ สมมติว่าชื่อคณะดุริยางค์
โชคดีมากที่ได้รุ่นพี่คณะจิตรกรรมเป็นคนสอนประเพณี
แล้วพอคณะนั้นเข้าสู่ปีสองปีสาม วัฒนธรรมของคณะตัวเองเลยเติบโตอย่างรวดเร็ว
จนตอนนี้เรียกได้ว่าน้องใหม่ดุริยางค์ของศิลปากรเนี่ยเป็นคณะที่เวลาเอามาออกงานแนวนี้
บรรดาพี่ๆ จะรอดูความสุดยอดของน้องมันทุกครั้ง ด้วยตัวน้องมันเองเลยน่ะนะ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
ผมว่าจิตกรรม เป็นตัวอย่างที่ดีของระบบรับน้องนะครับ
รับน้องจิตกรรม ผมว่าโหดไม่แพ้ชาติใดในโลก
แต่ก็คิดว่าสร้างสรรค์ไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกัน
แล้วดูเหมือนตัวเด็กเองก็ภูมิใจกับตรงนี้ของตัวเองเหมือนกันนะครับ
บันทึกการเข้า

- R u Happy with ur Rock&Roll ? -


จิตกรรม ที่เป็นที่มาของสตาบั๊กซ์ ใช่มั้ยครับ
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ตูเป็นพี่ว๊ากด้วยแหละ  อืมมมมห์





แต่เพื่อนบอกว่า...
มึงยืนทำหน้านิ่งเฉยๆ พอ ห้ามออกเสียง เดี๋ยวน้องไม่กลัว  อ๊าก ฮือๆ
บันทึกการเข้า


เค้าเป็นหนุ่มพยาบาลแหละ  เกย์ออก

สาวๆ มาเป็นลมนี้ แทบจะวิ่งเข้าไปอุ้ม  หื่น
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
เค้าไม่ได้ห้ามพี่ผู้ชายแตะน้องผู้หญิงเหรอ
ต้องให้พี่พยาบาลผู้่หญิงหามกันเอง
บันทึกการเข้า
ตอนนั้นเอมันเป็นตุ๊ดน่ะ
บันทึกการเข้า


แอร๊ยยยย  เกย์ออก เกย์ออก เกย์ออก
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
อยู่วังผี้สื้อซินะเอ  อ๊าง~
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!