หน้า: [1] 2
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ถามหาฟอนต์ครับ(มีรูปประกอบครับ)  (อ่าน 8726 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
ตามหาฟอนต์ตามภาพครับ

บันทึกการเข้า
โป้งไม้ครับ ของ SC Matchbox ทุกวันนี้เห็นสำนักพิมพ์ในเครือมติชนใช้ครับ
ทำปกหนังสือสารคดีฉบับพิเศษต่างๆ

ถ้าอยากได้แบบตัวเรียงพิมพ์ ไปแถวโรงพิมพ์ย่านเยาวราชครับ
โรงหล่อตัวพิมพ์ตงเซียม น่าจะยังมี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 ม.ค. 2011, 09:34 น. โดย itemsafety » บันทึกการเข้า

เปลี่ยนแนวคิดเพื่อการใช้ Typography ให้ถูกต้องตามหลักสากล
ต้องการพิมพ์ในคอมพิวเตอร์ครับผม

มีให้โหลดไหมครับ

หายากจริงๆๆ
บันทึกการเข้า
ถ้าถึงขั้นมีให้โหลด(ฟรี) เท่าที่ทราบยังไม่มีครับ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
ไม่มีโหลดฟรีแน่นอนครับ
บันทึกการเข้า

เปลี่ยนแนวคิดเพื่อการใช้ Typography ให้ถูกต้องตามหลักสากล
โหลดเสียเงินก็ได้ครับ
บันทึกการเข้า
 กร๊าก
บันทึกการเข้า

ติดต่อ www.scmatchbox.com



เอกสารเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง โป้งแซ และ แซ และ SMB Pongmai http://www.dbfonts.biz/DB%20Zair%20X.pdf
โป้งไม้ --- http://www.sarakadee.com/feature/2002/09/thaifont.htm

โป้งแซ โดยนายแซ / โป้งไม้ โดยนายตงเซียม 2460-2482

    ขณะที่ตลาดหนังสือกำลังเข้มแข็งขึ้นนั้น ตัวพิมพ์ก็ยังถูกดึงไปรับใช้สื่ออีกชนิดหนึ่ง นั่นคือหนังสือพิมพ์ ซึ่งกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งในทางปริมาณและคุณภาพ ตลอดสมัยรัชกาลที่ ๖ มีการออกหนังสือพิมพ์กันอย่างคึกคักทั้งที่เป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายอื่นๆ กว่าร้อย นักประวัติ ศาสตร์บางท่านเรียกยุคนี้ว่า "ยุคทองของหนังสือพิมพ์"
      การเติบโตครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อการรู้หนังสือได้ขยายตัวออกไปในวงกว้าง และกลุ่มข้าราชการ พ่อค้า และไพร่กระฎุมพีขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว คนกลุ่มนี้แม้จะยังมีจำนวนน้อย แต่ก็มีความต้องการข่าวสารทั้งในด้านการค้าและการเมือง และมีกำลังทรัพย์พอที่จะอุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์ได้ ธุรกิจการหนังสือพิมพ์ในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้เปลี่ยนมือจากเจ้านาย และชาวต่างประเทศมาอยู่ในมือของพ่อค้า และกระฎุมพีทั้งที่เป็นชาวไทย และจีนสยาม เช่น ศรีกรุง ของนายสุกรีและมานิต วสุวัต บางกอกการเมือง และ ไทยหนุ่ม ของนายหอม นิลรัตน์ ไทยใหม่ ของนายเอก วีสกุล หนังสือพิมพ์เหล่านี้เป็นทั้งสื่อที่เผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชน และเวทีการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง   
             ในช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ขึ้นครองราชย์ ความขัดแย้งระหว่างความคิดเห็น กลุ่มการเมือง และชนชั้น ได้ขยายตัวไปจนกลายเป็นความไม่พอใจต่อระบบการปกครอง โดยเฉพาะระบบเจ้าขุนมูลนาย เสียงเรียกร้องประชาธิปไตยเริ่มดังขึ้นทีละน้อย การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น
      เมื่อรัฐบาลประสบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กระแสการเรียกร้องทางการเมือง ได้นำไปสู่การปฏิวัติในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ อันนำมาซึ่งการปกครองแบบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
      หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ว่า ภายใต้ระบอบการปกครองใหม่ หนังสือพิมพ์ทั้งที่เป็นรายวันและรายอื่นๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีกหลายฉบับ หนังสือพิมพ์รายวันที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนี้คือ ประมวญวัน และ ประชาชาติ ซึ่งออกจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ทั้งสองฉบับได้รับความนิยม และมีอิทธิพลต่อแนวทางการเมืองของรัฐบาล และแนวคิดของประชาชนเป็นอย่างมาก
       
ตัวพิมพ์เพื่อสื่อสารกับมวลชน

          ความเจริญเติบโตของหนังสือพิมพ์ ส่งผลให้รูปแบบตัวพิมพ์มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อรับใช้สื่อสารมวลชน ตัวพิมพ์ที่หนังสือพิมพ์ต้องการ คือตัวพาดหัวข่าวหรือตัวดิสเพลย์ อันได้แก่ตัวพิมพ์ที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองการเสนอข่าวสารของหนังสือพิมพ์รายวัน และการโฆษณาที่จะต้องดึงดูดความสนใจ รวมทั้งแบ่งระดับความสำคัญของข่าวสารข้อมูลให้ชัดเจน
      รูปแบบของตัวพิมพ์รุ่นใหม่ที่เรียกกันว่า "โป้ง" ซึ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ ต่างกับตัวพื้นด้วยขนาดที่ใหญ่กว่ากันมาก และรูปลักษณ์ที่บึกบึนขึงขัง ตัวพิมพ์ดังกล่าว แทนที่จะพูดจาด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ และเป็นทางการ กลับสื่อสารด้วยเสียงดังราวกับตะโกน กล่าวได้ว่าตัวโป้งเป็นตัวแทนของยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ รวมทั้งสังคมการค้า และวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นในขณะนั้น
      หนึ่งในตัวพิมพ์ตระกูลโป้งที่มีชื่อว่า "โป้งแซ" ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นตัวพาดหัวตัวเดียวในขณะนั้น โป้งแซปรากฏเป็นครั้งแรกๆ ใน ไทยหนุ่ม บางกอกการเมือง และประชาชาติ
      โป้งแซมีขนาดเดียวคือ ๔๘ พอยต์ มีสัดส่วนกว้างกว่าตัวพิมพ์ธรรมดา มีเส้นหนา-บางที่แตกต่างกันมากกว่าตัวพิมพ์รุ่นก่อนๆ จุดที่น่าสนใจที่สุดในโป้งแซคือ หัวอักษรซึ่งเป็นวงกลมทึบ และมีคอที่ยื่นยาวออกมา ความสำคัญของโป้งแซอีกประการหนึ่งก็คือ เป็นตัวพิมพ์ชุดแรกที่ได้ชื่อตามนักออกแบบและผู้แกะแบบ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ยังหาประวัติหรือข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับท่านผู้นี้ไม่ได้   
              "โป้งใหม่" เป็นตัวโป้งอีกแบบหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน ตัวพิมพ์แบบนี้มีความสวยงามไม่แพ้โป้งแซแต่สูงโปร่งขึ้น และที่น่าสนใจก็คือ ตลอดยุคตัวตะกั่ว โป้งใหม่เป็นที่นิยมใช้มาก มีการผลิตขนาดที่แตกต่างกันถึง ๕ ขนาด คือ ๒๐, ๓๒, ๓๖, ๔๐ และ ๗๒ พอยต์ (สำหรับขนาดใหญ่สุด บางแห่งเรียกว่าโป้งรอง บางแห่งเรียกว่า โป้งไม้บาง) ในช่วงปลายยุคตัวตะกั่ว ตัวพิมพ์ชุดนี้หายหน้าหายตาไปจากวงการราว ๒๐ ปี หลังจากนั้นจึงถูกปรับปรุงเป็นตัวคอมพิวฯ ชื่อ C3 และกลับมาเป็นที่รู้จักในปัจจุบันในชื่อ อีเอซี โกเมน
      ตัวพิมพ์ที่ถูกจัดอยู่ในตระกูลโป้งอีกตัวหนึ่งคือ "โป้งไม้" การที่ตัวพิมพ์ชุดนี้มีชื่อว่า "ไม้" นั้น สันนิษฐานว่าเพราะในช่วงแรกไม่ได้หล่อด้วยโลหะแต่ใช้วิธีแกะไม้เป็นตัวๆ เช่นเดียวกับตัวพิมพ์ wood type ของตะวันตก นับแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ โป้งไม้ได้เข้ามาทำหน้าที่พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์รายวันแทนโป้งแซ
      โป้งไม้มีรูปแบบที่พัฒนาคลี่คลายมาหลายขั้นตอน เช่นที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์รายวันชื่อ สุภาพบุรุษ ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ นั้น เข้าใจว่าแกะจากไม้ จึงทำได้ไม่สมบูรณ์ดี ส่วนการเรียงก็ยังโย้เย้ไม่เป็นระเบียบ โดยเฉพาะในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งกระดาษและอุปกรณ์การพิมพ์อื่นๆ ขาดแคลนมาก หลังสงครามมีการหล่อตัวนี้เป็นตัวตะกั่ว โป้งไม้จึงปรากฏรูปโฉมที่งดงามลงตัวและสามารถเรียงได้อย่างมีระเบียบ
      รูปแบบของโป้งไม้ได้รับอิทธิพลจากตัวพิมพ์ที่ชื่อ fat face ซึ่งเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ และ Bodoni ซึ่งเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ ลักษณะที่คล้ายกัน ได้แก่ มีขา หรือ เส้นตั้งที่หนามาก เส้นนอนบาง โค้ง และมีปลายมน หัวมีรูปร่างเหมือนวงรีครึ่งซีก อย่างไรก็ตามโป้งไม้ยังมีข้อบกพร่องในอักษรบางตัวโดยเฉพาะตัวที่มีหัวกลาง เช่น ด เด็ก ค ควาย ต เต่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 ม.ค. 2011, 18:07 น. โดย itemsafety » บันทึกการเข้า

เปลี่ยนแนวคิดเพื่อการใช้ Typography ให้ถูกต้องตามหลักสากล


ความจริงเป็นฟอนต์ที่ผมอยากใช้มานานมากกกกกกกก  ปลื้ม ปลื้ม
แต่ไม่มีเส้นสายจะไปติดต่อกับคนออกแบบ เลยไม่รู้จะติดต่อขอ หรือซื้อ ยังไง
จนวันนึงเห็นป้ายประกาศที่มหาลัยผมโดยคณะรัฐศาสตร์ สักอย่าง พิมพ์ออกมา คาดว่าน่าจะเป็น นศ. ทำ
แล้วใช้ตัวโป้งไม้ แต่ดีเทลของ Glyphs ไม่ใช่ SMB Pongmai จึงได้รู้ว่า คงมีคนทำอีกจ้าว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 ม.ค. 2011, 18:21 น. โดย itemsafety » บันทึกการเข้า

เปลี่ยนแนวคิดเพื่อการใช้ Typography ให้ถูกต้องตามหลักสากล
DB น่าจะเอามา Redesign อีกทีนะ อ.ปริญญา ทำฟอนต์วินเทจออกมาเยอะมาก เกือบครบแขนงละเนี่ย  (แจ๋ว แจ๋ว) (แจ๋ว แจ๋ว)
บันทึกการเข้า

เปลี่ยนแนวคิดเพื่อการใช้ Typography ให้ถูกต้องตามหลักสากล
น่าทำเองไหมครับ กรี๊ดดดดด
เพียงแต่ถ้าให้ผมทำเนี้ยบๆ แบบเวกเตอร์คงไม่ล่ะ ทำไม่เป็น กร๊าก
ถ้าจะให้เป็นก็คงเบลอๆ ขอบเบี้ยวๆ แบบโบราณ

เออ น่าสนุกๆ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
นั่นสิ ไม่ได้ทำฟอนต์มานานแล้วนะแอนนนนน กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
ถามหน่อยครับ

ถ้าเราเอาแบบตัวอักษรของฉลากสินค้า ที่ไม่ได้เป็นฟอนต์(คือแต่ละตัวไม่เหมือนกัน เป็นการเขียนด้วยมือเลย)
เอามาทำเป็นฟอนต์ ได้รึเปล่าอ้ะ ผิดลิขสิทธิ์อะไรมั้ย ?

คือไปเจอข้างกล่องยาซอมป่อย เก่าโบราณได้ใจมาก เลยอยากลองเอามาทำฟอนต์ดู  กรี๊ดดดดด


ตย.





บันทึกการเข้า
เอาเลยพี่ ไม่มีลิขสิทธิ์ครับ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
โอเช ทีนี้ก็จะได้ไม่ทำอย่างสบายใจละ  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!