หน้า: 1 2 3 [4]
 
ผู้เขียน หัวข้อ: เพลงเพื่อชีวิต~  (อ่าน 26802 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
เพลงเพื่อชีวิต ตายไปนานแล้วครับ  ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า

ทำไมเหรอครับ  งง
บันทึกการเข้า

กินรอบวง
ผมว่า มันขึ้นกับว่าเรานิยามมันว่าอะไร
ถ้านิยามว่า เป็นเพลงที่ทำขึ้นเพื่อสังคม การต่อสู้เพื่อประเด็นทางสังคมต่างๆ
ก็คงมีชีวิตแท้จริงอยู่แค่ช่วงหลัง 2500 จนถึงยุคตุลาสั้นๆเท่านั้น

และถ้าจะบอกว่า เพราะเดี๋ยวนี้มันการขาย พานิชย์ ทุนนิยมนี่นั่นนู่น
อันนี้ก็ต้องบอกว่า เพลงตายแล้ว เพราะเพลงทุกชนิดหลัง 2500 ก็ทำขึ้นมาเพื่อขาย
ดังนั้นผมไม่ชื่อวาทะกรรมทำนองนี้ครับ ที่ว่าเมื่อก่อนนี้ดี เดี๋ยวนี้มัน...
(เติมคำเอาเอง คิดว่าได้ยินกันบ่อยๆเสมอๆกับทุกๆเรื่องเลย)
เราไม่สามารถเหมารวมหรือตัดสินอะไรได้ชัดขนาดนั้น
และอดีตที่"ดีๆ"ขนาดนั้นก็ไม่เคยมีอยู่จริง มันดีแหละ แต่มันไม่ขนาดนั้น
และผมว่าทุกครั้งที่คนพูดถึงอะไรที่ดูบริสุทธิ์ๆ แล้วบอกว่ามันไม่มีอีกแล้ว ตายแล้ว ฯลฯ
ผมว่ามันผูกอยู่กับวาทะกรรมนี้เสมอ คนในอดีตไม่ได้มีสิทธิ์ยึดครองความหมาย
ของสิ่งเหล่านั้น คนแต่ละยุคสมัย มีสิทธิ์ให้ความหมายใหม่ๆแก่สิ่งต่างๆได้เสมอ
ด้วยปัจจัยที่แตกต่างของยุคสมัยตนเอง การเปลี่ยนแปลงคือพลวัตรของทุกสิ่ง
ผมว่าเพลงเพื่อชีวิตทื่อมะลื่อห่วยๆในยุคตุลาก็เยอะ แต่มันไม่ตกทอดมาถึงตอนนี้
และตอนนี้วงแบบริชแมนทอย ผมก็ว่านั่นคือเพลงเพื่อชีวิตซึ่งสดใหม่

เพลงเพื่อชีวิตนั้นผูกโยงอยู่กับปัจจัยทางสังคม
เราไม่สามารถหาเพลงเพื่อชีวิตที่"ดีๆ"ในแบบสมัยก่อนได้
เพราะว่า ปัจจัยทางสังคมมันไม่เหมือนเมื่อก่อน

แต่ถ้าในแง่การเกิดใหม่ของศิลปิน เพลงที่สร้างสรรค์
ผมว่าในแง่นี้ เพลงเพื่อชีวิตก็ตายมานานแล้ว
จริงๆจะบอกว่ามันตายมานานก็ไม่ถูก เรียกว่ามันมีชีวิตอยู่แค่สั้นๆเท่านั้นเอง
คือแค่ช่วงที่ เพลงเรียกร้องทางสังคมก่อนยุคตุลา-คาราวาน-คาราบาว-พงษ์เทพ-ปู พงษ์สิทธิ์
จนมาจบที่มาลีฮวนน่าที่ถือว่าใหม่สุด (รวมถึงศิลปินอื่นๆในช่วงเวลาดังกล่าวบ้างประปราย)
อายุของเพลงเพื่อชีวิตก็มีเท่านี้เอง หลังจากนั้นมีใครนึกชื่ออะไรออกบ้าง
หรือที่มีออกมามันส่งอิทธิพลต่อคนฟังในวงกว้างบ้างไหม ก็ไม่เลย

ก็อย่างที่ว่า ปัจจัยทางสังคมมันไม่ส่งเสริม ต้องยอมรับว่าคนทำเพลงคือชนชั้นกลาง
ในขณะที่ในยุคที่มันก่อกำเนิด คนชั้นกลาง นักศึกษามหาลัย
เทร็นด์ในตอนนั้นคือทำเพื่อสังคม วิธีการเล่นดนตรี-แต่งเพลงแบบนี้(ซึ่งยังไม่มีชื่อเรียก)
ในตอนนั้นคือเทร็นด์  และดนตรีแนวที่พวกเขาเล่นในตอนน้ันก็กลายเป็นแนวเพลง
ถูกตั้งชื่อว่าเพลงเพื่อชีวิต แล้วมันก็ขยายตัวไปทั่วสังคม จนในที่สุดกลุ่มคนฟังหลัก
ของเพลงเพื่อชีวิตคือคนชั้นล่าง ซึ่งไม่ใช่คนชั้นที่ทำเพลงได้
ปัจจัยสังคมจึงไม่เอื้อให้เกิดศิลปินใหม่ๆสร้างสรรค์ขึ้นมา

แต่หน้าที่การพูดถึงสังคมมันไม่มีทางจบ เพราะในทุกสังคมมันต้องมีปัญหา
หน้าที่นั้นจึงตกไปอยู่ที่ดนตรีของชนชั้นล่างๆแท้ๆเสมอมา
อย่างเพลงลูกทุ่ง-หมอลำ อ.สลา คุณวุฒิ, วสุ แสงสิงห์แก้ว
หนาวแสงนีออน, คนบ้านเดียวกัน, นักสู้ ม.3 ฯลฯ

พื้นที่ของกลุ่มคนฟังเพื่อชีวิต-เพื่อสังคมจึงตกไปอยู่ที่ร้านเหล้า วงเหล้า
และนักดนตรีร้านเหล้า ซึ่งนั่นไม่เข้มแข็งพอที่จะเกิดวัฒนธรรมดนตรีที่เข้มแข็ง
พอจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ภายในแขนงดนตรีแนวนี้ขึ้นมาได้
เพราะอย่างตอนที่มันถูกสร้างขึ้น มันมีปัจจัยครบคือ
วัฒนธรรมทางปัญญาของคนชั้นกลาง(ลีลาภาษา+ความคิดสร้างสรรค์+มีเงิน+มีเวลาพอไปเล่นดนตรี)
บวกกับเทร็นด์ทางสังคมในขณะนั้นเป็นแรงส่งอันมหาศาล จึงเกิดแนวเพลงนี้
ส่วนลูกทุ่ง-หมอลำ เป็นวัฒนธรรมระดับพื้นบ้านที่ผู้ชม ผู้เล่นหนาแน่น
ถูกถ่ายทอดสั่งสมความรู้มายาวนาน ปัจจัยที่จะเกิดดนตรีดีๆจึงมีทั้งคู่

ผมว่าถ้ามองแบบนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันตายไปไหนนะครับ
เพียงแต่มันก็ตั้งอยู่ เท่าที่ปัจจัยทางสังคมจะอนุญาตให้มันอยู่
และมันจะกลายไปอยู่ในรูปไหนเท่านั้น ซึ่งโดยปกติ เราคงไม่ไปตามฟัง
ในรูปแบบของหนาวแสงนีออน ดอกหญ้าในป่าปูนกันหรอกจริงไหม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ก.ค. 2010, 18:46 น. โดย เก้อ » บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
คาราบาว ในยุค บาว-ปาน นี่ก็สุดยอดหลายเพลงเลยนะครับ

หนุ่มบาวสาวปาน

ดอกไผ่บาน

เสียตัวอย่าเสียใจ

บัวผัน (เมียบัวลอย)

และ
บาว-ปานรีเทิร์น

ขอจันทร์
บันทึกการเข้า

กินรอบวง
กิจกรรมดี กิจกรรมเด่น เน้นกิจกรรม  อืมมมมห์







แล้วก็ใช้ชีวิตมหา'ลัยให้คุ้มค่าด้วยการเรียนแปดปีจบ  กร๊าก กร๊าก

หกปีก็อานแล้วค้าบลุงร่ม โวย

เพลงเพื่อชีวิต ตายไปนานแล้วครับ  ยิ้มน่ารัก

ทำไมเพื่อชีวิตต้องอยู่ในวงเหล้า อยู่ในผับ ในบาร์
ทำไมต้องจน ซอมซ่อ ไม่แคร์สังคม
ทำไมผับเพื่อชีวิตแทบทุกผับจะต้องมีีรูปเช มีหัวควาย
ปัจจุบันสิ่งที่เราเห็น และคิดว่านั่นคือเพื่อชีวิตมันมีแต่สัญลักษณ์หรือเปล่าคะ
แก่นของมันยังดำรงอยู่ และอยู่เสมอไปตราบใดที่ยังมีคนฟัง
เอ้า หรือไม่ฟังก็แล้วแต่แหละ เพลงก็แค่เป็นสื่อหนึ่งที่นำเสนอแก่นพวกนั้นเอง

เขียนงงๆ แฮะ ฟังเพลงกันเถอะ
อย่างที่บอก ไม่เคยสนใจว่าเพลงที่ฟังอยู่เป็นเพลงแนวไหน
ถ้าฟังแล้วชอบ ก็ถือเป็นเพลงที่ชอบ

ใบไผ่ ฤทธิพร อินสว่าง
ใบไผ่ ฤทธิพร อินสว่าง

ตะวันชิงพลบ ชอบเสียงขลุ่ยอ.ธนิสร์เวอร์ชั่นนี้มากๆ
09 ตะวันชิงพลบ คอนเสิร์ตสหาย ศุ พงษ์สิทธิ์ ฤทธิพร


// ชอบอ่านเวลาพี่เก้อเขียนอะไรยาวๆ แบบนี้จริง เจ๋ง
คาราบาวนี่ชอบเพลงแฮะพี่ตั้ง น้าแอ๊ดนี่เขาเก่งจริง
แต่ไม่ค่อยนิยมตัวเค้านัก รู้สึกว่าเค้าการตลาดมากไปหน่อย โยกไปย้ายมา
บันทึกการเข้า

อ้อ อาจจะพูดไม่ครบ

ผมว่าเพลงในสมัยนี้ ก็มีเพลงที่เพราะมากมาย
มากจนไม่คิดว่าต่างกับยุคตุลาเท่าไหร่ คนล่าฝันยังงี้ไงตัวอย่างที่ดีมาก
หรืออัลบั้มบาว-ปานนั้น ก็สร้างแรงระเบิดอันมหาศาลให้กับวงการเพลงได้
หลายๆเพลงยุคหลังๆของมาลีฮวนน่า,ปู,พงษ์เทพ ก็ยังมีออกมาเรื่อยๆ
แต่ทั้งหมดก็ออกมาจากศิลปินเดิมน่ะครับ การตายแล้วไม่ได้หมายถึงว่ามันไม่มีแล้ว
หรือเพลงไม่เพราะแล้ว แต่การตายของแนวเพลงนี่หมายถึง
ไม่มีศิลปินใหม่ๆที่สร้างสรรค์ออกมานั่นเองครับ

บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
เพลงทุกแนวผมว่า มันก็มีชีวิตทุกยุคทุกสมัยของมัน นะครับ 
อย่าง เพลงเพื่อชีวิตทุกวันนี้ ถึงมันจะเพราะแต่มันยังต้องรอพิสูจน์ด้วยเวลา
เพื่อแสดงความทรงพลังและทรงคุณค่าอีกอย่างหนึ่ง
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
ยังไม่ได้อ่านสักคนที่ตอบ
แต่ผม โยนประเด็นลงมาเพื่อ ให้ถกกันนี่แหละ ยิ้มน่ารัก

อ่านแล้ว

 ยิ้มน่ารัก

ไม่มีความเห็นอีก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ก.ค. 2010, 20:55 น. โดย ภาณุพันธุ์ » บันทึกการเข้า

แต่บางคนก็รับไม่ได้กับสิ่งที่(ตัวเองชอบ)เปลี่ยนไป
แล้วก็คิดว่ามันตายไปแล้วทำใจง่ายกว่า
อันนี้ไม่ได้ว่าน้าโอ๋นะ

อย่างเมทัลลิก้าน่ะ ชุดที่ออกหลังจากชุดงูสปริง เค้าก็ว่ากันว่าเมทัลลิก้าตายแล้ว
ก็จริงตรงที่งานมันเบาลง มันเปลี่ยนไป

แต่โมเดิร์นด๊อกก็ไม่เคยเหมือนเดิมนะ
หรือโมเดิร์นด๊อกก็ตายไป หลังจากชุดแรกแล้ว

เหมือนกันแอนด์โรสเซส เหมือนอะไรอีกมากมาย ที่คนฟังก็ว่ากันไป

แนวคิดเพลงเพื่อชีวิต เพื่อสังคมมันก็ยังมีอยู่แหละ
แร๊พนี่เพื่อชีวิตมั้ย ลูกทุ่งนี่เพื่อชีวิตมั้ย ถ้ามันสะท้อนสังคม ถ้ามันสร้างอิทธิพลต่อคนในสังคม

เชิญถกกระจู๋กันต่อ
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>
ถกกระจู๋   ยาราไนก้า~
บันทึกการเข้า
ผมโยน ความหมดอายุลง มา ก็มีกริยาเกรี้ยวกราดตอบโต้  เหมือนกันนะ  ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า

วิถีและอุดมการณ์มันคงไม่เหมือนเดิมเป๊ะๆ เพราะต้องเอาตัวให้รอดด้วย
เลยมีการวิวัฒนาการให้ร่วมสมัย อย่างที่น้าแอ๊ดทำนั่นล่ะครับ
ร่วมงานกับปาน หรือAF นักร้องลูกทุ่งที่กำลังฮิต ตลกที่กำลังฮอต ฯลฯ
แนวเพลงถึงแม้เรื่องการเมืองจะลดๆลงบ้าง แต่เรื่องทั่วๆไปก็ยังไม่ต่างจากเดิมนะผมว่า


"....เมื่อก่อนนี้จีบกันจำได้  ต้องเขียนจดหมายหากันอยู่เป็นปี
แต่เมื่อวานไอ้แดงลูกพี่  เพิ่งขึ้น ม.4 อยากจะมีมือถือ

บอกลูกเอ๊ย...ตังค์แม่มีน้อย  มันบอกว่าบัตรเฟิร์สช้อยส์
ผ่อนได้อย่าซื่อบื้อ  สุดท้ายต้องพามันไปซื้อ  ลูกมีมือถือแม่ทำงานมือพัง..."
เพลง บัวผัน
บันทึกการเข้า

กำลังโหลดข้อมูล .....
 :01:thank..
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4]
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!