หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 ... 29
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ไข้หวัดใหญ่ 2009 (แตกหน่อ)  (อ่าน 114720 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
งี้มันก็ไม่เหมาะไม่ควรจะไปดูหนัง หนะสิ
บันทึกการเข้า

★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I
ไปดูหนังในโรงสามารถไปได้ครับ แต่พยายามเอาผ้าปิดตาตลอด เพื่อป้องกัน
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
แจ๊กกกกกกกกกกกกกกรี้  ฮ่าๆ ฮือๆ
บันทึกการเข้า

เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::
ไปดูหนังในโรงสามารถไปได้ครับ แต่พยายามเอาผ้าปิดตาตลอด เพื่อป้องกัน


 ฮือๆ~ มองไม่เห็นนนน
บันทึกการเข้า

★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I
ตกลงมันอันตรายขนาดนั้นเหรอเนี่ย  น้องดำ อันนี้ความรู้ใหม่จริงๆ

....
จริงๆนะเนี่ย  โวย เพราะถ้ามองตามผลที่ออกมาตอนนี้ มันเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่น่ากลัวน้อยกว่าสายพันธุ์ปกติซะอีก

....
อนึ่ง
เมื่อเย็นวาน ผมตรวจนักเรียนเซนต์กาเบรียลไปคนนึง และตรวจนักเรียนโรงเรียนโยนส์ออฟอาร์คไปคนนึง (มากัน5คน มีพ่อแม่พามาเป็นกลุ่มใหญ่)
เหนื่อยกับการอธิบายเหมือนกัน เพราะดูเหมือนว่าภาพจากในข่าวมันฝังใจจนกระทั่งเค้าไม่เปิดรับข้อมูลทางการแพทย์เท่าไหร่แล้ว

วันนี้มีมาอีก20คนแต่ว่าหมอคนอื่นตรวจ
วันนี้อาจารย์รองหัวหน้าภาควิชาเรียกประชุม เนื่องจากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เพราะว่านักเรียนที่มา มามากเกินไป และเริ่มมีการผลักภาระในการตรวจมาให้ภาควิชาที่ผมอยู่...
อย่างเมื่อวานผมอยู่เวรตั้งแต่สี่โมงเย็น ... ผมเจอเรียกไปตรวจเด็กที่พ่อแม่สงสัยว่าจะเป็นหวัดตัวนี้ โดยที่เด็กไม่ได้มีอาการของไข้ ... เด็กมีน้ำมูกไหลกินยาภูมิแพ้มาหลายเดือน ... อธิบายนานมากๆ
ใช้เวลาไปนานมาก เพราะว่าเรื่องนี้มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง
มีเอกสารให้ผมมานั่งกรอก (มีเอกสารที่ข้อมูลซ้ำซ้อนกันสองชุด พอประกอบกับต้องเขียนเวชระเบียน ก็เป็นสามชุด)
เด็กแต่ละคนเวลาซักประวัติก็ไม่ได้ง่ายๆ ...
แล้วสุดท้ายอะไร ... ต้องมาเสียเวลาตรวจและทิ้งคนไข้ที่หนักจริงๆ มาตรวจเด็กที่เป็นภูมิแพ้ และตอบคำถามผู้ปกครองทีละคน

...
ตอนนี้ที่โรงพยาบาลก็มีนักเรียนเซนต์กาเบรียลมานอนอยู่สองคน
คนนึงอาการหนักพอสมควร ตอนนี้ยังไม่ระบุว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ไหน ...
อีกคนอาการไม่หนัก

ปัญหาคือไม่มีตึกที่จะให้นอน

มีการเปิดตึกส่วนหนึ่งให้ใช้เป็นตึกที่จะนอน ... มีการเตรียมจัดหมอให้ไปตรวจ ...
ปัญหาที่ตามมาก็ยังมีอยู่คือ ไม่มีพยาบาลยอมไปขึ้นที่ตึกดังกล่าว

ตอนนี้ปัญหากำลังหนักครับ
คนตระหนกกันมากเกินไป
มากเกินไปจนกระทั่งทำในสิ่งที่ไม่ค่อยเหมาะ
มากเกินไปจนกระทั่งตอนนี้เริ่มส่งผลต่อคนไข้หนัก(จากโรคอื่น)



....
เหนื่อยครับ
เมื่อวานไม่ได้กินข้าวเย็น นอนตอนตีห้า

...
เข้าใจนะครับว่าคนที่ไม่รู้ก็ย่อมจะกังวล
แต่สงสัยว่าทำไมมีการออกจดหมายเวียนให้เอานักเรียนไปตรวจที่โรงพยาบาลแบบหว่านแห ประมาณว่านักเรียนที่มีอาการน้ำมูกไหลเป็นหวัดต้องระวังโรคนี้
ไม่มีการให้ข้อมูลในจดหมายเวียนเลยว่าจริงๆแล้วอย่างน้อยต้องมี"ไข้"

ถ้ามีการสื่อสารที่ดี ... มีความใส่ใจสักนิด เอาข้อมูล"จริงๆ" ที่มีหมอและนักวิชาการให้สัมภาษณ์"ตามหลักวิชาการ" ไปลงข่าวแบบดีๆ ก็ไม่น่ามีปัญหา

นี่เอาแต่ข่าวแบบเว่อร์เกินจริงไปลง

ผลคือวุ่นวายกันไปหมด
บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
เป็นกำลังใจหมอแมวค่ะ  ไหว้
หาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ  เจ๋ง

//ข่าวบอกไม่ให้ตื่นตระหนกในขณะที่สื่อเองก็ประโคมกันขนาดนั้น
ประชาชนตาดำๆก็ต้องระแวงเป็นธรรมดาค่ะ
แอนยังแอบกลัวเลย  อ๊าง~
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มิ.ย. 2009, 22:34 น. โดย ☼ หนูแอนค่ะ ☼ » บันทึกการเข้า

เป็นกำลังใจให้ค่ะ หมอแมว  กรี๊ดดดดด

แตนว่าที่เราทุกคนทำได้คือดูแลร่างกายเราให้แข็งแรง

ใช้ผ้าปิดจมูก พกเจลล้างมือเวลาออกไปข้างนอก

แตนว่าแค่นี้ก็ช่วยลดความเสี่ยง ลดความเจ็บป่วย และลดภาระให้กับหมอๆด้วย
บันทึกการเข้า

นานๆ จะเข้ามาที
พี่หมอสู้ๆ นะค้า กรี๊ดดดดด


ตะกี๊แม่โทรบอกว่า ขึ้นรถเมล์อย่าลืมเอาผ้ามาปิดหมูกนะลูก น้องดำ
บันทึกการเข้า

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...
ไม่รู้จะว่าไงดี



สู้ต่อไปค่ะ หมอแมว  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
แต่ก็แอบกลัว  ง่ะ เพราะตอนนี้WHOขยายการประกาศเป็นระดับ6
ถ้ามองแบบแง่ร้าย ตอนนี้เรากำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของหายนะ  ง่ะ
...

สรุปตอนนี้แล้วกันว่า ถ้าคุมไม่ได้ต่อไปแบบนี้และคนส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม (ไอไม่ปิดปาก ไม่ล้างมือ เป็นหวัดแล้วยังออกนอกบ้าน) เชื้อนี้ก็มาถึงตัวเราแน่ๆครับ
ตัวเชื้อนี้จริงๆไม่น่ากลัว เพราะว่าอัตราตายมันต่ำ คนที่ติดเชื้อนี้ 98% จะมีอาการที่แยกไม่ได้จากหวัดธรรมดา (กลุ่มนี้จะกระจายเชื้อได้)
อีก 2 % จะมีอาการหนักหน่อย
ส่วนไข้หวัดใหญ่แบบเดิมๆมักจะหนักกว่า ... แต่ว่าคนส่วนใหญ่มีภูมิต้านทาน ดังนั้นมันเลยมักจะไม่กระจาย

ดังนั้น 2% ที่อาการหนัก แต่ถ้าแพร่ทั่วประเทศ จำนวนคนที่ตายก็จะมากกว่าไข้หวัดใหญ่แบบเดิม

...

ส่วนเรื่องการรักษา จริงๆมันไม่ได้ลำบากยากเย็นมากนัก
แต่ปัญหาคือ ถ้ามีคนติดพร้อมกันจำนวนมากๆ จะไม่มีที่รักษา

ทางที่จะจัดการได้ตอนนี้ก็คือ ทำให้เราติดเชื้อนี้ให้ช้าที่สุด ... ปล่อยให้คนอื่นติดกันไปหมดแล้ว แล้วเราค่อยมาตามเทรนทีหลัง
ถ้าหากป่วยหนักจริงๆจนต้องเข้าICU ก็จะเป็ฯการป่วยแบบที่หมอมีเวลาให้เรามากกว่าการไปเข้าICUตอนที่ระบาดหนักๆ

บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
 อู้ย..
บันทึกการเข้า

Las Noches Rubicundior
ในกลุ่ม 98% ที่ว่านั่น สามารถหายเองโดยไม่ได้รับการรักษาได้มั้ยครับ?
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
เป็นกำลังใจให้หมอแมวครับ  เจ๋ง


จากการที่อ่านสื่อมากๆ
ทีแรกไม่กลัวเลย
ต่อมาเริ่มกลัวนิดหน่อย
พอที่ออฟฟิศจับกลุ่มคุยกัน
เริ่มมีการล้างมงล้างมือเวลาจะกินอาหารหรือทำอะไร
เริ่มมีการเอาผ้าปิดปากขึ้นมาใส่
จนตอนนี้ ที่ออฟฟิศเริ่มหวาดวิตก  (เหงื่อแตกพลั่ก)

ถ้าคนแข็งแรงจริงๆ
ไม่ได้เจ็บป่วยมา
โอกาสที่จะเป็นจะน้อยใช่ไหมครับหมอแมว

ผมยังเฉยๆ ครับ
พยายามล้างมือแล้วก็ไม่ไปในที่กลุ่มเสี่ยงอยู่
น่าจะปลอดภัยที่สุดมั้งตอนนี้
บันทึกการเข้า

ป้องกันไว้ก็ดีนะคะ

เพราะเชื้อไวรัส เรามองไม่เห็น

ขนาดพี่โอ๋เคยเป็นไข้หวัดใหญ่เฉยๆยังบอกว่า ทรมานมากๆ เลย

นี่มันกลายพันธุ์ด้วย

ตอนนี้พกแอลกอฮอล์สเปรย์ติดตัวละ  กร๊าก


พี่ที่ทำงานที่มีข่าวมาว่าสงสัยจะติด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ประกาศบอกว่า
เป็นไข้หวัดใหญ่เฉยๆ ไม่ได้เป็นหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009

แต่ก็สั่งให้คลีนตึกหมดเลย เพื่อความปลอดภัย
บันทึกการเข้า
โรคจากเชื้อไวรัส หลายส่วนมีลักษณะแบบนี้ครับ

สมมุติว่าให้มีคนตายจากไข้หวัดลึกลัก 1 คน
แปลว่า น่าจะมีคนที่ป่วยหนักๆแบบปอดบวม อีก 10 คน
แปลว่าน่าจะมีคนที่ป่วยแบบไข้สูง ตัวร้อน ต้องหยุดงาน สัก100 คน
แปลว่า น่าจะมีคนที่ป่วยแบบเป็นหวัดเจ็บคอไปเล็กๆน้อยๆสามสี่วัน สัก 1000 คน
และแปลว่า น่าจะมีคนที่ได้รับเชื้อเป็นหวัดเจ็บคอนิดๆเป็นไข้อุ่นๆสักครึ่งวันก็หาย สัก 10000 คน

ที่น่ากลัว ไม่ใช่้ 111 คน ที่ป่วยหนักครับ ... เพราะคนกลุ่มนี้นอนอยู่กับที่

ที่น่ากลัวคือ 10000 คนที่ไม่ค่อยมีอาการ จากนั้นเดินไปเดินมาแล้วไปแพร่เชื้อต่อต่างหาก

...

ส่วนที่ออยหรือหลายคนถามว่าถ้าแข็งแรง .. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาสุขภาพ ถ้าติดเชื้อแล้วจะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ใช่ไหม
คำตอบต้องไปดูที่Link ของ WHO ครับ

อันนี้เป็นแถลงการจาก Dr Margaret Chan Director-General of the World Health Organization
แอบอ้าง
At the same time, it is important to note that around one third to half of the severe and fatal infections are occurring in previously healthy young and middle-aged people.
หัวข้อที่สยอง นั่นคือ World now at the start of 2009 influenza pandemic ไม่ล่ะ
http://www.who.int/mediacentre/news/statements/2009/h1n1_pandemic_phase6_20090611/en/index.html

การติดเชื้อโรค คือการเสี่ยงดวงครับ
แม้ว่าบางส่วนเราจะสร้างภูมิคุ้มกันได้
แต่เชื้อส่วนใหญ่ โดยเฉพาะไวรัส มันปรับเปลี่ยนรูปแบบจนร่างกายไม่รู้จักได้
ความหนักของโรค จึงมักขึ้นกับพันธุกรรมครับ ...
คนไหนที่มียีนที่แพ้ทางเชื้อตัวนี้ ต่อให้แข็งแรงดีมากแค่ไหน ก็ตาย

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือเจ้าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เราเห็นกันในปัจจุบันนั่นแหละครับ
ที่เราบอกว่ามันไม่ร้ายแรงๆ จริงๆมันร้ายแรงมาก เพียงแต่ว่าเมื่อหลายทศวรรษที่แล้ว มันฆ่าคนที่มียีนที่แพ้ทางมันไปค่อนโลกแล้ว
คนที่เหลือคือคนที่มียีนที่สู้มันพอได้ ... ดังนั้นเราเลยนึกว่ามันไม่รุนแรง
ทั้งที่ตอนนั้นมีประชากรบนโลกตายไปประมาณ 5% จากเชื้อตัวนั้น (สัก 50-100 ล้านคน) ภายในเวลาปีเดียว


....
ยังไงหวังได้แค่ว่าจะมีวัคซีนออกมาทันก่อนที่เชื้อจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้ ไม่ล่ะ

บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 ... 29
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!