หน้า: 1 ... 18 19 20 21 22 23 24 [25] 26 27 28 29 30 31 32 ... 37
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)  (อ่าน 154269 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
 กรี๊ดดดดด รอฟัง
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
อยากเป็นผู้ประกอบการเองกันไหม  ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า


ว่าต่อมาโลด
บันทึกการเข้า

หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour
เริ่มอย่างแรกเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กันดีกว่า

การลงทุนในทองคำ ในประเทศไทยที่นิยมเล่นคือ ทองคำแท่ง 96.5%

ทำไมต้องทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ หรือทองคำอย่างอื่นได้ไหม
ที่แนะนำเป็นทองคำแท่งเนื่องจากการซื้อขาย จะไม่โดนหักค่ากำเหน็จ
เหมือนกับทองคำเหรียญ หรือทองรูปพรรณ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ำจะทำให้กำไรหดลง

หรือ ทองคำแท่งจะมีแบบ 100% ซึ่งไม่ค่อยนิยมซื้อเท่าไห่รนัก
เนื่องจากเป็นทองบริสุทธิ์ 100% ทำให้ทองมีความอ่อนตัว
ยากต่อการเก็บรักษา โดยมากที่มีซื้อขายจะเป็นทอง 96.5% ค่ะ

อันนี้คือในกรณีของการที่ต้องการ Trade ซื้อมา ขายไป ตามราคาทองเมื่อทองลงก็ซื้อเข้า
เมื่อราคาทองขึ้นในระดับที่เราพอใจก็ขายออก ส่วนต่างคือกำไร
ซึ่งราคาทองเท่าที่จับมาราคาจะลงในระดับที่เริ่มซื้อได้ที่  14,xxx/บาท
และราคาทองขึ้นสูงแบบ Peak 16,xxx/บาท ส่วนต่างต่อบาทราว ๆ 1-2 พัน
ขึ้นอยู่กับว่าเราพอใจ ณ ราคาขายที่เท่าไหร่ ? ถ้าเรามีทุนซื้อทองได้สัก 5 บาท
รอบการ Trade นึงก็จะได้กำไรราว ๆ 5พัน++
ทองคำแท่งปัจจุบันที่ขายแบบสากล ก็จะมีให้เลือกขนาด 5 บาท และ 10 บาท

แต่หากไม่ต้องการ Trade ต้องการเก็บไว้กับตัวเองเพื่อเป็นของสะสม
เก็บทองแทนเงิน เพราะถ้าเทียบกับอัตราเงินเฟ้อแล้ว ค่าเงินมีแต่จะลดลง ๆ
ส่วนทองเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าขึ้นเป็นเท่าตัวนับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
ถ้าหากต้องเก็บสะสมทอง ก็จะจะมีเป็นเหรียญ หรือ ทองรูปถ้วยอื่น ๆ
มีน้ำหนัก ตั้งแต่ 1 สลึงขึ้นไป ซึ่งจะมีค่ากำเหน็จ แต่จะค่ากำเหน็จจะถูกกว่าทองรูปพรรณ
ดังนั้น จึงเหมาะกับการสะสมมากกว่าซื้อทองรูปพรรณมาสะสมจ๊ะ

ราคาทองสามารถเชคราคาได้จาก _http://www.goldtraders.or.th/ หรือตามร้านทองทั่วไป

และทุกวันนี้โจร ขโมย เยอะแยะน่ากลัว การเอาเงินหลายหมื่น
ไปซื้อทองคำแล้วเดินออกมาจากร้านทองนั้น เป็นการเสี่ยงมาก
ทางร้านทองหลาย ๆ ร้าน หรือ บริษัทต่าง ๆ มีการสนับสนุนการลงทุนในทองคำ
โดยการสั่งซื้อทองผ่านทางโทรศัพท์ และ ชำระเงินด้วยวิธีการโอน
และทางร้านก็จะส่งตั๋วทอง เป็นสัญญาการฝากจากทางร้านส่งมาให้เราเก็บเอาไว้
ซึ่งจะคิดราคาทองคำ ณ วันที่ตกลงซื้อขายกันนั้น

เมื่อราคาทองขึ้นจนถึง ณ จุดที่เราพึงพอใจที่จะขาย
เราก็ติดต่อไปทางร้านเพื่อขายทอง และทางร้านก็จะโอนเงินจำนวนนั้น ๆ มาให้เรา

 อืมมมมห์ การลงทุนในทองคำง่ายนิดเดียว หากสนใจ แนะนำให้ดูจากสถิติราคาทอง
ดูลักษณะการขึ้น-ลง ในช่วงเวลานั้น ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้นะคะ
การจะลงทุนในทุกอย่าง มีความเสี่ยง เราจะต้องบริหารความเสี่ยง
และศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองในระดับหนึ่ง

(ต่อไป .. จะตามมาด้วยเรื่อง กองทุนรวม)
บันทึกการเข้า

มาต่อกันด้วยเรื่อง "กองทุนรวม"

ถ้าเราไม่มีเวลา หรือ ไม่ค่อยจะถนัดในเรื่องวางแผนการลงทุนนัก
แต่มีเงินสักก้อนหนึ่งที่ไม่อยากให้ไปนอนอยู่ในบัญชีฝากประจำหรือออมทรัพย์
ที่ต้องโดนหักค่าธรรมเนียมรายปี ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต/ATM
หรือต้องเสี่ยงกับภาวะที่ดอกเบี้ยที่ได้รับนั้นต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทุกที ๆ

มีอีกวิธีหนึ่งคือ การเอาเงินเข้ากองทุนรวม ลักษณะก็คล้าย ๆ กับการเอาเงินไปฝากธนาคาร
เปิดบัญชีเข้ากองทุนที่น่าสนใจ จะมีให้เลือกหลายแบบ เสี่ยงต่ำ เสียงกลาง เสี่ยงสูง
ซึ่งผลตอบแทน (ดอกเบี้ย หรือ เงินปันผล) ก็จะมากน้อยต่างกันตามลำดับ

ซึ่งอธิบายง่าย ๆ คือ เมื่อเราไม่ถนัดที่จะลงทุนเอง เราก็อาศัยลงทุนผ่านกองทุนรวม
โดยธนาคารก็จะมีมืออาชีพในการลงทุน นำเงินของกองทุนนั้น ๆ ไปลงทุน
เพื่อให้ได้ผลกำไร จากการลงทุนต่าง ๆ เช่น ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ทองคำ หุ้น ฯลฯ
ซึ่งรายละเอียดของแต่ละกองทุน เค้าจะกำหนดเอาไว้เลยว่า กองทุนนี้จะเน้นการลงทุนในอะไรบ้าง
มีความเสี่ยงเท่าไหร่ ประวัติของกองทุนว่าคิดออกมาแล้วจ่ายดอกเบี้ยกี่ %

ซึ่งส่วนมากแล้วอัตราดอกเบี้ยก็จะมากกว่าเงินฝากประจำ และ ออมทรัพย์
ที่สำคัญคือ ส่วนมากกองทุนพวกนี้จะมีดอกเบี้ยวิ่งเข้าให้เราทุกวันทำการ
ไม่ต้องรอครบกี่เดือน หรือ กี่ปี เหมือนอย่างพวกเงินฝากประจำ

ถ้าพูดถึงเรื่องสภาพคล่อง ก็จะต่างจากบัญชีออมทรัพย์นิดหน่อย
ตรงที่ว่า ถ้าเราต้องการขายกองทุน เอาเงินออกมาใช้ เราต้องทำในวันทำการ
แล้วเงินจะเข้าบัญชีให้เราในวันรุ่งขึ้น ถ้าไม่รีบร้อนต้องใช้เงินภายในวันนั้นนัก
ก็ถือว่า เป็นอีกทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งในการเก็บออม โดยมีสภาพคล่องดีระดับหนึ่ง
บันทึกการเข้า

+ค่าความรู้ค่า  เกย์ออก
บันทึกการเข้า
ขอบใจจ๊ะ  เกย์ออก
บันทึกการเข้า

 กรี๊ดดดดด
กำลังจะเริมจริงจังกับเรื่องนี้เหมือนกัน
+ตูนนะครับ อธิบายเข้าใจง่ายดีจัง   เจ๋ง
บันทึกการเข้า
+ คืนจ๊ะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ต่อมาอีกเรื่องคือ การเก็งกำไรจากเงินตราต่างประเทศ
ซึ่งมีวิธีการเล่น 2 แบบจ๊ะ เดี๋ยวขอเรียบเรียงในหัวก่อน
แล้วจะมาขยายความจ๊ะ
บันทึกการเข้า

 กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า
ว่ากันด้วยเรื่องของ การเก็งกำไรจากเงินตราต่างประเทศ
แบบแรก ก็คือการ Trade Exchange Rate แบบ Trade Online

หลักการเริ่มต้นอธิบายแบบง่าย ๆ คือ
- เราต้องสมัคร e-currency คือระบบการเงินบน internet
ที่รู้จักโดยทั่วไปก็คือ Paypal, Web Money
- สมัครสมาชิกกับเว็บเอาไว้ซื้อขาย e-currency
- เลือกสมัครเทรดกับ Broker ที่เราจะเล่น Trade เงินซึ่งมีหลาย ๆ เว็บด้วยกัน
เช่น FxThai, Marketiva, LiteForex ฯลฯ

หากคิดจะเล่น เราควรจะต้องมีเวลานั่ง Monitor มากหน่อย และ Trade แบบรอบคอบมาก ๆ
เสี้ยววินาทีที่ตัวเลขทศนิยม 4 ตำแหน่ง (0.00xx) มันเปลี่ยน นั่นคือกำไร หรือ ขาดทุนเลยทีเดียว
และแต่ละ Broker ก็จะมีกฎ กติกา ข้อห้ามในการ Trade ต่างกัน

่ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดมีข้อมูลเยอะแยะให้ศึกษา เช่นเว็บนี้ _http://www.forexrichclub.com/
จะมีข้อมูล คำแนะนำเบื้องต้น วิธีแบบพื้นฐานการเริ่มเล่นให้อ่าน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละ Broker

ลองสมัครแล้ว Trade เล่นก็ได้ เค้ามีแบบเป็น demo ให้เราลองด้วยล่ะ
คือมีเงินปลอม ๆ ให้จำนวนนึง ให้ลองเล่นดูเืพื่อศึกษาระบบ

ข้อดี
- เราไม่ต้องถือเงินไปแลกที่ร้าน หรือ ธนาคาร
- สามารถ Trade ซื้อ สลับ ขาย เพื่อปั่นได้ทันที

ข้อเสีย
- การเอาเงินเข้า e-currency / การขายออกมีค่าธรรมเนียม
- เสียเวลาในการนั่งจ้องตัวเลขมาก ๆ ทำให้เครียดได้พอ ๆ กับการเล่นหุ้น
- ความเร็วของ Internet มีผลสูงมาก เนื่องจากตัวเลขจะเปลี่ยนเป็นวินาที
ถ้าเนตกระตุก หรือ เนตช้า ตัวเลขที่เราเห็นเมื่อกดซื้อหรือขาย ตัวเลขอาจจะเปลี่ยนไปแล้วหลายจุด

แบบที่ 2
การ Trade เงินที่นิยมโดยส่วนตัวคือ การนั่งจับกราฟ Exchange Rate ของ Euro กับ Dollar
(สลับไปกับการเชคราคาทองคำแท่ง) สองตัวนี้เป็นค่าเงินที่น่าเล่น เพราะจะมี Gap ช่วงที่ค่อนข้างชัดเจน

วิธีนี้เป็นการซื้อ/ขายเงินตราต่างประเทศเพื่อเก็งกำไร ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการถือระยะหนึ่ง
ประมาณ 1-2 เดือน หรืออาจเร็วกว่านี้ แล้วแต่ความผันผวนของค่าเงิน

หากสนใจจะลงทุนด้วยการเก็งกำไรจากเงินตราต่างประเทศ
อันดับแรก คือ ร้านรับแลกเปลี่ยนเงิน โดยปกติถ้าซื้อจากตลาดมืด
พวกร้าน superrich หรือ siamexchange จะได้ Rate ดีกว่าธนาคาร
วิธีง่าย ๆ ก็คือ ซื้อมาถือไว้ พอค่าเงินที่เราถือขึ้นก็เอาไปขาย ส่วนต่างคือกำไร
แล้วแต่ว่าเราพอใจ ณ จุดที่ราคาเท่าไหร่

ข้อดี
- วิธีการง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอะไร
- ไม่เสียเวลานั่ง Monitor ค่าเงินตลอดทุกวินาที

ข้อเสีย
- เสี่ยง เพราะต้องถือเงินไปแลก ทุกวันนี้โจรขโมยเยอะ น่ากลัว
- เป็นการลงทุนที่ใช้ระยะเวลานานระยะหนึ่ง เพื่อรอจังหวะในการขายออกหรือซื้อเข้า
ไม่สามารถ trade เข้าออกได้ตลอดเวลาเหมือนกับวิธีแรก

สำหรับเรื่องนี้หากมีใครเีชี่่ยวชาญหรือมีข้อมูลแน่นกว่านี้ ช่วยกันอธิบายก็ได้นะจ๊ะ
เพราะตูนยังไม่เคยเล่น Trade เงิน online จริง ๆ เพียงแต่ศึกษาเบื้องต้น
แต่ดูแ้ล้วคงไม่เหมาะสมกับลักษณะการทำงานของเรา เลยต้องพักเอาไว้ก่อน

ปล. มีร้านไหนที่เปิดรับซื้อขาย + ฝากเงินตราต่างประเทศบ้างไหม ?
เหมือนกับร้านที่รับซื้อ/ขาย/ฝากทองคำแท่ง เพื่อการลงทุน พยายามหาแล้ว ไม่เห็นมีเลย
บันทึกการเข้า

บวกอีก  เจ๋ง
บันทึกการเข้า
โห จารย์ตูนนนน   กรี๊ดดดดด





// จากที่ต้องมาอธิบายเรื่องการทำธุรกิจข้ามชาติ ตอนนี้โดนต่างชาติโกงซะแร๊วค่า  กร๊าก

 ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour
+พี่ตูนครับ

อธิบายได้ละเอียดดีนะครับ
สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้อะไรอย่างผม  อ๊าง~
บันทึกการเข้า

ตัวคนเดียว :]
โห จารย์ตูนนนน   กรี๊ดดดดด

// จากที่ต้องมาอธิบายเรื่องการทำธุรกิจข้ามชาติ ตอนนี้โดนต่างชาติโกงซะแร๊วค่า  กร๊าก

 ฮือๆ~

เล่ามาเป็นประสบการณ์ให้น้องด่วน ๆ เลยเจ้ เกิดอะไรขึ้น  หมีโหด~
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 18 19 20 21 22 23 24 [25] 26 27 28 29 30 31 32 ... 37
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!