หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 ... 37
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ (แตกหน่อ)  (อ่าน 154260 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
และ - -ยินยอมจำนนกับชีวิตที่เป็นไป

ตีสี่เมื่อล้มตัวลงนอนหลังบอลจบ
ผมทำสมาธิสวดมนต์ เพื่อจะนอน
ก่อนจะหลับผมทวนใจตัวเองว่า
ยังอยากทำอะไรอีกหนอในชีวิต

เพลงลูกทุ่งดังมาจากหลังบ้าน
คงเป็นคนงานเย็บผ้าละแวกนั้น ตื่นมาทำงาน
ก็คิดได้ว่าฝันหนึ่งในชีวิตที่คิดอยากทำ
ถ้าได้ทำ ถ้ามีโอกาสอยากจะำทำ
คือเปิดบาร์เพลงลูกทุ่ง
ถึงจะขัดใจตัวเองไปบ้างว่ามันคือ ธุรกิจเทาๆ
ทำไมเราต้องมาขายเหล้าให้คนอื่น
แต่ก็เป็นความฝันที่อยากเห็น และเป็นไป

ในร้านต้องแต่งด้วยบรรยากาศที่เห็นแล้ว
โหยหาให้คนจากบ้าน คิดถึงบ้าน
ดู มอง แล้วอาจจะตายได้ทีเดียว
ผมคิดถึงโปสเตอร์หนังเก่าๆ
คิดถึงนิตยสารราชาเสียงทอง
ริ้วของกระดาษย่นสี ไฟสีสันสลับสีอีกเล็กน้อย
เสื้อพนักงานร้านต้องจำลองจาก
หนังมนต์รักษ์ทรานซิสเตอร์
หรือแหยม ยโสธร

ขายเหล้าไทย แม่โขง หงส์ทอง เหล้าขาว
มีมะขามเปียก มะยมดอง และอะไรเนื่องกัน
ในการกินกับเหล้าไทยเหล้าโรง
เพลงก็เปิดแต่ลูกทุ่งเท่านั้น ว่ากันตั้งแต่
เก่าก่อนย้อยลงไปแล้ววกมาปัจจุบัน

ในทางการตลาดไม่รู้เป็นไปได้แค่ไหน
แต่ผมได้คิดคราวใดจะสุขใจเสมอ เสมอ
การที่จากบ้านมานาน จากจนจาง
แต่ก็คิดว่าตัวเองไม่เคยเป็นคนของที่อื่น
ยังเป็นคนถิ่นเดิม เมื่อลืมตาดูโลก
เรื่องราวแบบนี้ มันทำให้เราเดินทาง
ย้อนกลับบ้านโดยมโนภาพ

เช้านี้ผมเปิดเพลง หนุ่มนารอนาง
ของไวพจน์ ฟังแล้วทวนกวีในเพลงซ้ำๆ
ว่า
...เธอผิดพี่อภัย
กลับตัวกลับใจ
เสียไป ไม่ว่า
มองดูเงา
เพราะเราเป็น
ชาวนา
ยังปราณี ถึงไม่มีราคา
พี่ไม่นำพา
แม้ว่าจะมีคาว...

หนุ่มบ้านอกในเมืองกรุง
เมื่อคิดถึงเรื่องราววัยเยาว์
ก็ได้แต่ทำใจและยินยอม
จำนนกับชีวิตที่เป็นไป
เท่านั้นเอง...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มิ.ย. 2008, 11:21 น. โดย El Rajun » บันทึกการเข้า

หนุ่มหมัดเมา  กรี๊ดดดดด


 หยี
บันทึกการเข้า
และ - -ยินยอมจำนนกับชีวิตที่เป็นไป

ในทางการตลาดไม่รู้เป็นไปได้แค่ไหน


ในความคิดของตูนในทางการตลาด ตูนว่ามันเป็นไปได้นะคะ แล้วก็ไปได้ดีทีเดียวเลยด้วย
อันนี้มุมมองสมมติว่าจะตั้งร้านในกรุงเทพ แล้วมี Target Group เป็นคนต่างจังหวัดที่มาทำงานไกลบ้าน

1. ตลาด หรือ ลูกค้า มีมาก ๆ ๆ คนต่างจังหวัด ที่มาทำงานในเมืองหลวง
่ห่างไกลบ้านเกิดนั้นมีค่อนเมือง ตลาดค่อนข้างมีฐานกว้าง

2. ต้นทุน เหล้า กับแกล้มที่พี่บอก มีต้นทุนไม่สูงมาก
เงินหมุนเวียนในร้านไม่ได้ใช้มากมายนัก
การตกแต่งร้านไม่ต้องหรูหราฟุ่มเฟือย ต้นทุนเลยไม่สูงมาก

3. เป็นการทำตลาดแบบ Blue Ocean Strategy
บันทึกการเข้า

อธิบายการตลาด แบบ Blue Ocean Strategy  นี่ได้ไหม
จริงๆ แนวคิดการเปิด ผับบาร์ลูกทุ่ง มันมาจากการอ่าน
หนังสือของ มูราคามิ เขาคนนี้จะเขียนอะไรในนิยายเรื่องใดก็ตามแต่
เหมือนว่า จะพูดถึง แจ๊สผับ เสมอๆ ผมอยากได้บรรยากาศแบบนั้น
เลยมาคิดว่า ถ้าเป็นบาร์ลูกทุ่ง เน้นเจาะกลุ่มคนทำงานจากบ้านไกล
สักหน่อย ยกระดับเพื่อเลือกลูกค้าสักนิด มันมีแววไหมนะ
บันทึกการเข้า

จะลองอธิบายคร่าว ๆ แบบเข้าใจง่าย ๆ นะคะพี่โอ๋

ปัจจุบันการแข่งขันการตลาดที่สูง มุ่งแต่เอาชนะคู่แข่งขัน จัด Promotion ห้ำหั่นกันด้วยการลดราคา
คู่แข่งขันสู้กันสุดฤทธิ์ บางรายถึงกับยอมขาดทุน ด้วยการกระหน่ำลดราคา
ใช้กลไกการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก เมื่อคู่แข่งรายนึงทำ รายอื่น ๆ ก็ต้องทำตาม
เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเองเอาไว้บ้าง
เมื่อเกิดแบบนี้ขึ้น ในระยะยาวก็ไม่มีใครได้รับผลประโยชน์
คู่แข่งทุกรายในอุตสาหกรรมก็จะบาดเจ็บจากการต่อสู้ การแข่งขันจองนองเลือด
เค้าเรียกการแข่งขัน หรือ การต่อสู้แบบนี้ว่าเป็น Red Ocean

ง่าย ๆ ว่าเปรียบเทียบตลาดเป็นมหาสมุทร (Ocean) แล้วมีลูกค้าเป็นปลาในน้ำ
Red Ocean นี่เป็นมหาสมุทรที่มีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงปลาในน้ำกันจนนองเลือดแดงเถือก

กูรู ทางการตลาดก็มีการคิดแนวคิดทางการตลาดใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งเรียกว่า BOS (Blue Ocean Strategy)
เป็นการแข่งขันที่ไ่ม่ใช้กลไกด้านราคา เค้าเปรียบเทียบเหมือนกับการที่เราแสวงหาแหล่งมหาสมุทรใหม่
ที่เหมือนน่านน้ำสีคราม มีปลาแหวกว่ายอยู่อย่างอิสระ เป็นตลาดที่น่าเข้าไปจับจอบ

หลัก ๆ ของการทำตลาดแบบนี้คือ การมีความแตกต่าง, สร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาเสนอให้เกิดความต้องการ
ไม่ใช่ผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการในปัจจุับันเพื่อไปป้อน ๆ แข่งกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ไม่ต้องสนใจคู่แข่งในตลาด
มันก็จะเกิดสิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าในด้านความแตกต่าง มันก็จะเกิดมูลค่าขึ้นมา

แต่ Blue Ocean Strategy มีจุดเด่นอีกข้อคือ การลดต้นทุน หรือ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป
คือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริงออกไป (งงไหมคะ?)
ยกตัวอย่าง คอนโดที่ตกแต่งพร้อมเฟอร์ ใส่ Home Theater ใส่อะไรเยอะแยะเข้ามายัดเยียดให้ลูกค้า
แต่นั่นมันคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ หรือเปล่า ??? เค้าให้มองในมุมมองนี้
ว่า คนซื้อคอนโด ต้องการอะไร ต้องการที่อยู่อาศัย ในที่ ๆ มีบรรยากาศรอบข้างดี ฯลฯ
เราไม่จำเป็นต้องไปลงทุนใส่พวกของพวกนั้นเข้าไปให้ลูกค้า (ลดต้นทุนตรงนี้ลงไปได้เยอะเลย)
(อันนี้ตัวอย่างคร่าว ๆ นะคะ)

 (เหงื่อแตกพลั่ก) อธิบายซะยาวเลย ไม่รู้ว่าจะเข้าใจหรือเปล่า ? ถ้าอ่านแล้วไ่ม่เข้าใจเดี๋ยวตูนจะ copy ที่กูรูเค้าอธิบายแนวความคิดนี้มาให้อ่านกันนะคะ  อ๊าง~
บันทึกการเข้า

พอไหวๆ ผมชอบอ่านเรื่องราวกาารตลาดมากๆ
เมื่อมาทำโรงเรียนยิ่งสนใจ เคยอ่าน ของดีแทค
ก็โอ้โห อ้าหา มาแล้วแบบ ไม่สู้ยักษ์ (เอไอเอส)ไม่ชนด้วย
คิดใหม่ตลอด ให้ยักา์ตาม โคตรเท่

เหมือนตอนนี้ผมทำโรงเรียน
ตั้งไว้ 4 ข้อ คือ

สิ่งที่ผมมีดีกว่าคนอื่น จะผลักดันให้ถึงที่สุด
สิ่งที่ผมกะที่อื่นมีพอๆ กัน ก็จะรักษาอย่าให้แพ้
สิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้ แต่ยังสูสี ผมก็จะไม่ยอมปล่อยให้ขาดลอย
และสิ่งที่ผมสู้เขาไม่ได้เลย ก็พยายามอย่าให้เขาเอามาเป็นข้อได้เปรียบเรานัก

นี่เป็นการตลาดที่ผมว่าเองเออ เองไปตามเรื่อง
บันทึกการเข้า



Blue Ocean 8nvการแสวงหาตลาดใหม่ๆ
ออกจากสงครามกระแสน้ำแดง Red Ocean

ทำให้เราสามารถหาปลาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปรบพุ่งกับการตัดราคา คุณภาพอะไรกับคู่แข่งมากนัก
เพราะเราเล็งตลาดกลุ่มใหม่

โดยผับลูกทุ่งนี้ เท่าที่เอนึกออกมีคุ่แข่งก็คือ ร้านลาบประจำถิ่นนี่ละครับ
กับพวกโรงเบียร์ต่างๆ มาแนวเพลงเพื่อชีวิต

รึเปล่าครับ
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
แนวความคิดของพี่โอ๋นี่ก็เป็นแนวคิดการตลาดที่ดีเลยนะคะ

ยกตัวอย่าง สายการบินเล็ก ๆ สายนึงละกัน จำไม่ไ้ด้ว่าสายการบินไหนนะ
เค้ามีแต่เครื่องบินลำเล็ก ๆ บรรทุกคนได้ไม่มาก บรรจุน้ำมันพอจะบินได้ไม่ไกลนัก
เค้าพลิกจุดอ่อนนี้ ให้กลายเป็นจุดแข็งขึ้นมา

ในเมื่อบรรทุกคนไม่ได้มาก บินได้ไม่ไกลนัก เค้าก็จับตลาดที่เป็นคนที่ต้องการเดินทางระยะสั้น ๆ
แล้วมีรอบเครื่องขึ้นทุกชั่วโมง (ซึ่งสายการบินอื่นที่ใช้เครื่องใหญ่ ๆ ไม่สามารถบินได้บ่อยขนาดนี้)
บินระยะสั้น ๆ ใ้ห้ลูกค้าไปต่อเครื่องที่ airport อื่นได้
แล้วเมื่อบินระยะสั้น ๆ ก็ไม่ต้องเสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน (ลด cost ลงได้) ทำให้ราคาตั๋วก็ถูกลงอีกด้วย

หลัก ๆ คือ นำจุดแข็งของตัวเองออกมาให้เด่น กลบจุดอ่อนที่มีค่ะ
และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลง เพื่อให้มี Gap กำไรมากขึ้นสามารถทำอะไรได้มากขึ้น
บันทึกการเข้า

ผมค้น ได้เศษกระดาษที่จดไว้เรื่องการตลาด

มีความสำคัญของการสร้างแบรนด์

1. แตกต่งเหนือคู่แข่ง-หาจุดเด่นอย่างชัดเจน

2. ดีกว่าคนอื่น-อีกนิ๊ด

3. เท่าๆ กะคู่แข่ง

4. พอรับได้ แบบสูสี

เอ็มเค ซีเอ็ด สตาร์บั๊ค
หรือที่ไหนๆ เขาจะเอาสี่ข้อนี้ไปวิเคราะห์ธุรกิจตลอดเวลา
(ผมได้ฟังตอนผู้บริหาร บ. ผมพูดคุยกับพนักงาน เห็นว่าเอามาใช้กับโรงเรียนผมได้ ก็จด ยิกๆ)
บันทึกการเข้า


Blue Ocean 8nvการแสวงหาตลาดใหม่ๆ
ออกจากสงครามกระแสน้ำแดง Red Ocean

ทำให้เราสามารถหาปลาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปรบพุ่งกับการตัดราคา คุณภาพอะไรกับคู่แข่งมากนัก
เพราะเราเล็งตลาดกลุ่มใหม่

โดยผับลูกทุ่งนี้ เท่าที่เอนึกออกมีคุ่แข่งก็คือ ร้านลาบประจำถิ่นนี่ละครับ
กับพวกโรงเบียร์ต่างๆ มาแนวเพลงเพื่อชีวิต

รึเปล่าครับ

ทำนองนั้นนะคะเอ แต่ Blue Ocean จะเน้นเรื่องการดูลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นด้วยซึ่งเป็นหัวใจหลักอีกอย่าง
บันทึกการเข้า


Blue Ocean 8nvการแสวงหาตลาดใหม่ๆ
ออกจากสงครามกระแสน้ำแดง Red Ocean

ทำให้เราสามารถหาปลาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปรบพุ่งกับการตัดราคา คุณภาพอะไรกับคู่แข่งมากนัก
เพราะเราเล็งตลาดกลุ่มใหม่

โดยผับลูกทุ่งนี้ เท่าที่เอนึกออกมีคุ่แข่งก็คือ ร้านลาบประจำถิ่นนี่ละครับ
กับพวกโรงเบียร์ต่างๆ มาแนวเพลงเพื่อชีวิต

รึเปล่าครับ

ร้านลาบน่าจะเป็นคนละกลุ่ม
ผมว่าน่าจะขายแพงกว่าเขา
แต่ผับเพื่อชีวิตนี่สิ ตัวชนกันแน่นอน

แนวความคิดของพี่โอ๋นี่ก็เป็นแนวคิดการตลาดที่ดีเลยนะคะ

ยกตัวอย่าง สายการบินเล็ก ๆ สายนึงละกัน จำไม่ไ้ด้ว่าสายการบินไหนนะ
เค้ามีแต่เครื่องบินลำเล็ก ๆ บรรทุกคนได้ไม่มาก บรรจุน้ำมันพอจะบินได้ไม่ไกลนัก
เค้าพลิกจุดอ่อนนี้ ให้กลายเป็นจุดแข็งขึ้นมา

ในเมื่อบรรทุกคนไม่ได้มาก บินได้ไม่ไกลนัก เค้าก็จับตลาดที่เป็นคนที่ต้องการเดินทางระยะสั้น ๆ
แล้วมีรอบเครื่องขึ้นทุกชั่วโมง (ซึ่งสายการบินอื่นที่ใช้เครื่องใหญ่ ๆ ไม่สามารถบินได้บ่อยขนาดนี้)
บินระยะสั้น ๆ ใ้ห้ลูกค้าไปต่อเครื่องที่ airport อื่นได้
แล้วเมื่อบินระยะสั้น ๆ ก็ไม่ต้องเสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน (ลด cost ลงได้) ทำให้ราคาตั๋วก็ถูกลงอีกด้วย

หลัก ๆ คือ นำจุดแข็งของตัวเองออกมาให้เด่น กลบจุดอ่อนที่มีค่ะ
และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลง เพื่อให้มี Gap กำไรมากขึ้นสามารถทำอะไรได้มากขึ้น


คล้ายๆ แนวคิด ของ "ริชาร์ด แบรนด์สัน" แห่ง "เวอร์จิ้น แอร์ไลน์" เลย
ผมหาประวัติ อีหมอนี่มาอ่าน แล้ว อื้อหือ อ้าหามาก ยิปซีโคตรๆๆ


// นี่เราระบายใจกันนะ ยิ้มน่ารัก

บันทึกการเข้า

ตั้งจู๋ใหม่โลดเด้อค่ะ

"โลกนี้มีราคา"    คริคริ   ตีแผ่เรื่องธุรกิจล้วนๆ

 คริคริ
บันทึกการเข้า
ตั้งจู๋ใหม่โลดเด้อค่ะ

"โลกนี้มีราคา"    คริคริ   ตีแผ่เรื่องธุรกิจล้วนๆ

 คริคริ

ตูนก็ว่าจะพูดอยู่ว่า ตูนมาเป๋จู๋พี่โอ๋โดยไม่ได้ตั้งใจ  ไหว้


คล้ายๆ แนวคิด ของ "ริชาร์ด แบรนด์สัน" แห่ง "เวอร์จิ้น แอร์ไลน์" เลย
ผมหาประวัติ อีหมอนี่มาอ่าน แล้ว อื้อหือ อ้าหามาก ยิปซีโคตรๆๆ

// นี่เราระบายใจกันนะ ยิ้มน่ารัก


จะบอกว่า อีตาหมอนี่ เป็น Case ตัวอย่างที่ใช้ยกขึ้นมาในการสอนเรื่อง Blue Ocean เลยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มิ.ย. 2008, 16:46 น. โดย ยัยแก้มป่อง » บันทึกการเข้า

งั้น ยุยง ส่งเสริม ตูนไปตั้งจู๋เลย
ผมจะตามไปเอาความรู้ เรื่องการตลาด
ผมเป็น 0 ตอนนี้ชอบคุยกะผู้ปกครองที่เก่งการตลาด
ชอบคุนกะผู้บริหารที่ เขาทำองค์กรจนมาไกลลิบๆ

วันก่อนอ่านหนังสือคุณ ชาลอต โทณวาณิช ก็โปรดปรานมากๆ เจ๋ง
บันทึกการเข้า

ถ้าเปิดจู๋ใหม่จะตามไปเป็นแฟนคลับ
ชอบมากค่ะ แนวนี้  ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 ... 37
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!