หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14
 
ผู้เขียน หัวข้อ: มีอะไรที่แสดงว่า คนไทยรักเมืองไทย  (อ่าน 55528 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
เพราะความรักของพี่เกิดที่เหซ่เว๊น อี๊เล๊เหว่น   กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า
โอ้แม่เนื้อเย็นละไม่เห็นใจพี่ กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
เออใช่  กร๊าก
บันทึกการเข้า

Everyone have their own misery. So do I
Please don't give me another!!!
 ฮือๆ~ ดีใจน้ำตาไหล มีคนเก็ต
บันทึกการเข้า

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น
พี่รอคนโก้ ไม่โผล่สักที หรือว่าคนดีของพี่ไม่มา~ กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้
น้องเป็นสาวเซเว่น  หัวใจยังว่างไม่เชื่อลองดู   น้องนี่ยังไร้คู่ไม่เชื่อมาดู ได้ที่เซ่เว่น




สาวเซ่เว่นผมยิ๊กตาคม
พี่ยังเคยชมว่างามน่าแล
สาวเซ่เว่นหัวใจยังอ่อนแอ ถ้าพี่รักแท้ ก็ให้แม่มาขอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ม.ค. 2008, 16:25 น. โดย จักรี » บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
นั่นมันสาวเทคโน โวย
บันทึกการเข้า

ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้
อาชีวะ  โวย
บันทึกการเข้า
ปั่นกันสนุกไหม

โวย
ซ้าดดดดดดดดด
บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R
 โวย ซ้าดดดดดดดดดดด
D-Seven
คนไทย หัวใจไม่ปั่น
บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
โวย ซ้าดดดดดดดดดดด
D-Seven
คนไทย หัวใจไม่ปั่น

หมอแมวคะ คนบอร์ดนี้ ต้องใช้ 2 กระป๋องนะคะ  ฮิ้ววว
บันทึกการเข้า

★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I
ขุดนิดนึง พอดีเจอโพสต์ยุคสึนาิในจู๋ไปเจอมาเห็นว่ามีประโยชน์ฯ


(จาก FWD ล้วนๆ)




10 แบบไทยๆ ที่ไม่น่านิยม

แบบไทยๆ 10 แบบนี้ คนไทยน่าจะเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เพราะไม่น่านิยมเอาซะเลย !

1. นัดแบบไทยๆ
ไปไหนก็ตาม ผิดนัดทุกที เจ้าภาพจะจัดงานอะไรมักจะนัดเผื่อเอาไว้ครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงเสมอ
นัยว่าถ้านัพอดีเวลา คนก็ยังไม่มากัน ต้องเริ่มงานล่าช้า ต่อไปอีก เพื่อจะให้มากันพอดี ๆ เลย
ต้องนัดให้เร็วเข้าไว้ก่อน ประเพณีนี้ดูเหมือนจะเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป
ถ้าจัดงานกันในหมู่คนไทย ก็ไม่สู้กระไร แต่ถ้าเป็นงานที่มีชาวต่างประเทศมาร่วมงานด้วย
ก็ได้ขายหน้าเขาทุกงานนั่นแหละ บางทีเจ้าภาพก็มาทีหลังแขก แล้วแทนที่จะขอโทษขอโพย
กลับยิ้มแย้มแจ่มใจอ้างว่า " นัดแบบไทย ๆ " ซึ่งไม่เข้าท่าเลยจริง ๆ เปลี่ยนค่านิยมแบบนี้กันเถอะ
ประเทศจะได้เจริญรุดหน้าไปอีกเยอะเลย

2. ประชุมแบบไทยๆ
คือ ประชุมบ่อยมาก ประชุมนานเหลือเกิน และไม่ได้สาระจากการประชุม
จะเห็นว่าคนไทยทุกวันนี้ โดยเฉพาะในหมู่นักธุรกิจ นักสังคมสงเคราะห์
มักจะมีเรื่องประชุมบ่อยมาก ประชุมกันเกือบทุกวัน บางวันตั้ง 3-4 งาน
แล้วประชุมแต่ละงานนานมาก ตั้งครึ่งวันค่อนวัน สาเหตุก็มาจากข้อ 1 นั่นแหละ
ลงท้ายนึกว่าจะได้เรื่องได้ราวอะไรมากมาย ปรากฏว่าไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่
บางทีกลับ "มีเรื่อง" เสียอีก ไม่ประชุมเสียยังดีกว่า ยังคุยกันได้บ้าง พอประชุมเสร็จโกรธกันไปเลย
นี่แหละคนไทย ประชุมแบบไทย ๆ ไม่สามารถแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้
ไม่สามารถทนได้เมื่อเห็น ความคิดของตัวเอง ที่ประชุมเขาไม่เอาด้วย
เห็นข้อแตกต่างระหว่างความคิดแบบไทย ๆ กับความคิดที่เป็นสากลรึยังล่ะ

3. เล่นการเมืองแบบไทยๆ
ก็ซอยเท้าอยู่กับที่มานานมากแล้ว ยังไม่ไปไหนเลย โทษดินโทษฟ้า
โทษดวงบ้านโทษดวงเมืองไปโน่น บ้างก็โทษรัฐธรรมนูญ โทษไปหมด ไม่มีใครโทษตัวเองเลย
ก็โทษกันนัวเนียอยู่นี่แหละ มีบางคนบ่นว่า "การเมืองไทย ยิ่งเล่นยิ่งถอยหลังเข้าคลอง"
คิด ๆ ดูแล้ว เราอยู่ในคลองนี้มาหลายสิบปีแล้ว แล้วเราจะถอยหลังลงคลองได้ยังไงกันล่ะ
นี่ล่ะนะ ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ เล่นการเมืองแบบไทย ๆ

4. ทำงานแบบไทยๆ
ไม่อยากจะแยกว่าทำงานราชการหรืองานเอกชน ถ้าแบบไทยละก็ อืดอาด ยืดยาด
เช้าชามเย็นชาม อย่างที่เขาว่า แต่ถ้าเทียบกันจริง ๆ แล้ว ราชการมักเป็นอย่างนี้เสียมากกว่า
เพราะเอกชนถึงจะเป็นบ้าง นายจ้างเขาไม่ปล่อยเอาไว้นาน ถ้าเขาจะแกล้งปล่อยลูกน้องให้ทำอย่างนั้น
ก็แปลว่าเขากำลังจะเลิกธุรกิจนั้นแล้ว ก็เลยปล่อยให้อยู่ไปวัน ๆ หนึ่ง รอวันตาย หรือเปลี่ยนเจ้าของ
พูดอย่างนี้อาจแสลงใจข้าราชการ เพราะว่ากันจริง ๆ แล้ว
ณ เวลา 8.30 น. มีข้าราชการทั่วประเทศพร้อมที่จะทำงานร้อยละเท่าไร
ณ เวลา 13.00 น. มีข้าราชการรับประทานอาหารเสร็จพร้อมจะทำงานต่อร้อยละเท่าไร
และเมื่อเวลา 16.30 น. มีข้าราชการยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนร้อยละเท่าไร ใครตอบได้บ้าง !

5. รัฐวิสาหกิจแบบไทยๆ
เห็นจะไม่ต้องยกตัวเลขกำไร ขาดทุน ของรัฐวิสาหกิจไทยแต่ละแห่งให้ดูหรอกนะ
สรุปว่าขาดทุนกันเกือบถ้วนหน้า มีกำไรอยู่บ้างไม่กี่แห่ง พอรักษาหน้ารัฐบาลไทย
และไม่เคยมีผู้ใหญ่ยุคใดที่ลงมือแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ล้วนแต่ลูบหน้าปะจมูก
บางทีก็กลับกลายเป็น " สร้างปัญหาใหม่ " ขึ้นมา แทนที่จะแก้ปัญหา

6. ค้าขายแบบไทยๆ
เปล่านะ ไม่ได้หมายถึงหาบเร่ แผงลอย ที่ถูกตำรวจไล่จับราวกับวัวกับควายหรอกนะ
แต่หมายถึงการค้าขายในระดับประเทศ เราเอาคนมีฝีมือระดับไหนมาทำงานด้านนโยบายการค้า
ต่างประเทศ สินค้าของเราหลายอย่างมีคุณภาพดี เป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศ
ทั้งประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง และโพ้นทะเล แต่เราทันเขาไหม ทั้งไหวพริบปฏิภาณ
และข้อมูลทางการตลาด เราจะต้องทนขาดดุลการค้าแบบนี้ไปอีกกี่ร้อยกี่พันปี

7. ขับรถแบบไทยๆ
มีนักทัศนาจรชาวต่างประเทศคนหนึ่ง ไปเขียนลงแมกกาซีนในต่างประเทศว่า
ถ้า ใครสามารถขับรถในกรุงเทพฯ ได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุแล้ว เขาสามารถขับรถได้ทุกหนทุกแห่งในโลกนี้ อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกวัน
รถชนคนตายทุกวัน เรื่องฝ่าสัญญาณไฟจราจร ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก
ทั่วโลกนี้เขาตกลงกันว่า " ไฟเขียวแปลว่า ไปได้ ไฟเหลืองแปลว่า เตรียมตัวหยุด และ
ไฟแดงแปลว่า ต้องหยุดทันที " แต่ของไทยเรานี่ " ไฟเขียวแปลว่าไปได้
ไฟเหลืองแปลว่าให้รีบไปด่วน ไฟแดงแปลว่าอยากไปก็ไปได้ (วะ) " แล้วมันจะไปเหลืออะไร
นี่แหละ ขับรถแบบไทย ๆ

8. เลี้ยงลูกแบบไทยๆ
การเลี้ยงเด็กบ้านเรา หาความพอดียาก บางคนก็เลี้ยงลูกให้ลูกเดินตกท่อ
บางคนก็เลี้ยงแบบให้ขี่คอตลอดเวลา ก็มีข่าวอยู่เสมอ ๆ แม่เดินนำหน้า
ปล่อยให้ลูกอายุ 3 ขบเดินตามหลังห่าง 2 ไฟฟ้า ลูกตกท่อ กทม. ตายไปแล้ว
จนรุ่งเช้ายังไม่รู้ว่าลูกหายไปไหน อย่างนี้เลี้ยงเท่าไหร่ก็ไม่โตหรอกนะ ตายเสียก่อน
แต่บางคนก็เลี้ยงลูกแบบทะนุถนอมเหลือเกิน ริ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม
ลูกเดินชนเสาร้องไห้ แม่ก็ไปตีเสา ลูกเหยียบชามข้าวหกล้ม แม่ก็ไปตีชาม ลงท้ายลูกเลยรู้สึกว่า
ตัวเองทำอะไรไม่ผิดเลย คนอื่นผิดอยู่เรื่อย เด็กบางคนอายุ 6 ขวบแล้ว ไปโรงเรียนอนุบาล
มีคนใช้หิ้วกระเป๋าเดินตาม เห็นแล้วอยากจะถามว่า ถ้าเด็กคนนั้นแกหิ้วกระเป๋าเองไม่ได้
แล้วโตขึ้นแกจะหิ้วอนาคตได้อย่างไร

9. แต่งงานแบบไทยๆ
ก็เลี้ยงช้างนะซีงานนี้ ในชนบทก็เลี้ยงกันสามวันสามคืน ในกรุงก็ต้องฉลองกันบนโรงแรมหรู ๆ
ออกการ์ด 3,000 ใบ ลงหนังสือพิมพ์ต่างหากอีก เสร็จแล้วอยู่กันไม่กี่วันเลิกกันเสียแล้ว !!!
บางคนไปกู้เงินเขามาแต่งงาน ดอกร้อยละ 20 พอแต่งงานเสร็จต้องมานั่งใช้หนี้เขาต่อไป
ขาดความเจียมเนื้อเจียมตัว ขาดความพอดี นี่ไม่ได้ว่าหมดทุกงานนะ เห็นเป็นบางงานอ่ะ
ที่พอดี ๆ ก็มีเยอะจ้า

10. กินเลี้ยงแบบไทยๆ
เดี๋ยวนี้กลายเป็นประเพณีอีกอย่างหนึ่งในสังคมไทยเสียแล้ว จะทำอะไรก็ต้องจัดงานเลี้ยง
วันเกิด เปิดป้าย แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ตรุษไทย ตรุษจีน ตรุษแขก ตรุษฝรั่ง เลี้ยงรุ่น เลี้ยงรับ
เลี้ยงลา เลี้ยงเกษียณอายุ ฯลฯ ยิ่งรุ่นไหนมีคนดัง ยิ่งต้องจัดเลี้ยงถ่ายรูปลงหน้าสีหนังสือพิมพ์ให้ได้
มิฉะนั้นเขาไม่รู้ว่าตัวอยู่รุ่นเดียวกับคนดัง เข้าทำนอง "กินเลี้ยง กินเหลา กินเหล้า กินเหลือ"
จะเรียกว่ากินกันให้ตายไปข้างหนึ่งก็ว่าได้ เรียกว่า กินแบบไทย ๆ นั่นเอง
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
รักแห่งสยาม ไงครับ

นั่นคือรักแบบไทยๆ

ปล.ต่างชาติมาดูหนังเรื่องนี้ จะคิดว่าไงหว่า งง

อาจจะเข้าใจคนไทยมากขึ้น ฮิ้ววว
บันทึกการเข้า

ก้าวแรกที่พลาดพลั้ง คือก้าวหลังที่มั่นใจ ก้าวแรกที่เสียไป คือก้าวใหม่ที่ได้มา...
เคยอ่านเจอในนิตยสารไทม์ว่า...

คนไทยเป็นชนชาติเดียวในโลกที่ "ทุกครั้ง" เวลาไปซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วเดินเข้าแม่งมันทุกซอกทุกซอย

ช่องขายอาหารหมง อาหารหมา ทีวี ตู้เย็น เข้าหมด ถึงแม้จะไม่ซื้อก็ตาม  ฮิ้ววว

(ฝรั่งมันจะจดรายการสินค้าที่จะซื้อ และไปซื้อแต่ที่ต้องการ แล้วกลับค่ะ)
บันทึกการเข้า

อากาศมันร้อน เปิดแอร์ที่บ้านมันเปลืองน่ะ ฮิ้ววว แหม
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 10 11 [12] 13 14
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!