หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11 12 13 14
 
ผู้เขียน หัวข้อ: มีอะไรที่แสดงว่า คนไทยรักเมืองไทย  (อ่าน 55594 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
แม่ชีคือคนที่มีลูกสาวแล้วมาบวชครับ
แต่ถ้ามีลูกชายจะเรียกว่า แม่ฮี
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
เป็นแม่ของฝรั่งที่มีลูกสาวครับ
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
แม่ของฝรั่งเป็นชมพู่เหรอ
บันทึกการเข้า
 ไหว้ ผมไม่แน่ใจ เรื่องศาสนาพุทธ กับความคิดเรื่องเพศ และ การเมืองนะครับ เพราะก็ไม่ได้ถือศาสนาพุทธ

แต่ผมขอค้าน เรื่อง ที่ศาสนาพุทธ เหยียดเพศ หรือ ยุ่งเกี่ยวการเมือง

ศาสนาพุทธ โดยเนื้อแท้ ไม่มีเรื่องการเยียดเพศเลย แม้แต่น้อย
แล้วก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว กับ สถาบันการปกครอง อย่างเช่นศาสนาอื่น

ศาสนาพุทธ เป็นของผู้ทรงปัญญา เท่านั้น ถึงเข้าใจ และเข้าถึง

ส่วนคนที่นับถือศาสนาพุทธ มีหลายระดับ ครับ

ปล. ความเห็นคนนอก นะครับ
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ
ไม่ได้นับถือพุทธเหมือนกัน
แต่ชอบอ่านเรื่องพวกนี้
ไม่ว่าศาสนาไหนลัทธิอะไรอ่าน ศึกษาหมด  อืมมมมห์
บันทึกการเข้า
พุทธศาสนิกชนมิควรกังขาและบิดเบือนในคำสอนของสมณโคดมครับ

สมัยก่อนก็มีภิกษุณีนะครับ แต่ถูกยกเลิกไปเพราะ ไม่ปลอดภัยเวลาธุดงค์ตามลำพัง
บันทึกการเข้า

Everyone have their own misery. So do I
Please don't give me another!!!
วกกลับมา เรื่องแม่ชีนิดหนึงครับ  


   พุทธบริษัท ภิกษุณี  ในส่วนของเถรวาท   ตามลักษณะที่พระพุทธองค์บัญญัติเอาไว้ ในปัจจุบัน จะไม่มีแล้ว

 เริ่มต้นของสถานะแม่ชี มาจาก ภิกษุณี นี่แหละ    ตามบัญญัติพุทธองค์ บอกว่า  ภิกษุ ภิกษุณี  อุบาศก อุบาศิกา  
เป็นพุทธบริษัทที่ต้องแตกฉานในธรรมและตอบปัญหาธรรมได้อย่างดี    ผู้หญิงที่ต้องการจะบวชเป็นภิกษุณี
ด้วยเรื่องเพศที่เป็นปัญหาในการปฏิบัติด้วยแล้ว จึงมีบัญญัติให้ ผู้หญิงที่มีเจตนาบริสุทธิ์ที่ต้องการบวชเป็นภิกษุณี
 มาทำการปฏิบัติตามคำสอนสำหรับภิกษุณีดูก่อนเป็นปีๆ   ลักษณะการนุ่งห่มและโกนผมของภิกษุณีก็จะเหมือนภิกษุทุกอย่าง  
 แต่สำหรับผู้ที่มาฝึกเพื่อจะเป็นภิกษุณียังคงนุ่งขาวก่อน  นี่คงเป็นเหมือนการเริ่มต้นของ สถานะแม่ชี ได้ละมั้ง
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
เคยได้ยินมาว่า ไอน์สไตน์เคยกล่าวไว้ว่า แม้ศาสนาอื่นจะสิ้น แต่ศาสนาพุทธจะเป็นศาสนาสุดท้ายที่ยังคงอยู่




ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน เพราะมันออกจะเป็นพวกแนวปรัชญา
เท่าที่บวชเรียนมา และศึกษาของศาสนาอื่นๆ จากเพื่อนๆ และแฟน
ก็รู้สึกภูมิใจเล็กน้อยนะที่ได้เกิดมาอยู่ในครอบครัวพุทธ
คงเพราะอยู่กับวัดป่าที่ปฏิบัติจริงด้วยแหละครับ
บันทึกการเข้า

ต๊กต๋าเปิ้นเป๋นดีไค่หัว ต๊กต๋าตัวเป๋นดีไค่ไห้
ตะกี้กลับไปดูเพื่อนไอ้เจ้าของกระทู้ต้นเรื่องเค้าโพสตอบ
น่าจะเป็นการปิดกระทู้ (ที่นู่น) ไปแล้ว


แอบอ้าง
คิดมาตั้งนานแล้วกับไอ้ที่ชอบบอกว่า คนไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความจริงแล้ว คนไทยเอื้อเฟื้อเฉพาะพวกพ้องตัวเองเท่านั้น อันนี้ไม่ได้พูดประชดนะ พูดจริงๆ ไม่อย่างงั้น "เส้นสาย" ที่เกิดขึ้นกับระบบทั้งระบบเนี่ยมันมาได้ไง

คนไทยชอบทำบุญเพราะ "ได้บุญ" จะเผื่อชาตินี้หรือชาติหน้าก็แล้วแต่ มีน้อยมากๆที่ทำบุญเพราะอยากทำบุญ จะว่าไปมันอาจจะเริ่มจากคติ "ทำดีได้ดี" ก็ได้นะ คนเลยทำดีแล้วก็หวังว่าจะ "ได้" ด้วย

เพราะฉะนั้น เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว ว่าเราคนไทยมีน้ำใจดีงาม โอบอ้อมอารี โกหกทั้งเพ!!!

จะว่าไปมันก็มีคนไทยที่ รักไทย "เป็น" อยู่ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นประเทศคงจะล่มจมไปแล้วหล่ะ (แต่ใกล้แล้วนะ!!) เพียงแต่ว่าช่วงหลังไอ้การ รักไทย เนี่ยมันถูกบิดเบือนจนน่าเกลียด บางคนก็ไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำว่า รักไทย ต้องทำไง ส่วนใหญ่จะ รักไทย "ไม่เป็น" แล้วคนที่บอกคนอื่นว่าตัวเองรักไทยส่วนใหญ่ก็น่ารังเกียจอีกต่างหาก

ตอบได้ตรงใจดีจังครับ
 เจ๋ง
บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R


แม่ชีเป็นฝรั่งเหรอครับ
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ขอพูดเรื่องวัฒนธรรมหน่อย อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็ได้ไม่ว่ากันนะ

เรื่องวัฒนธรรม มันเป็นเรื่องของการรับ และ ปรับ  อย่างที่ป้าหน่อยว่าแหละครับ
ถ้ามัวตะแบงว่า ไม่มีอะไรไทยซักอย่างจะไปอนุรักษ์ทำไม มองว่าไอ้นั่นก็ลอกเค้ามา ไอ้นี่ก็รับเค้ามา มันมองแบบหยาบๆครับ

ไม่ว่าวัฒนธรรมไหนๆมันก็ต้องมีรากเหง้าของมันอยู่แล้ว ตัวอย่างง่ายๆคือ ญี่ปุ่น ไม่ว่าภาษา หรือวัฒนธรรม ก็คล้ายๆจีน
อย่างนี้ก็พูดได้ว่าไม่มีอะไรญี่ปุ่นสิมีแต่ของจีน แต่เค้าสามารถพัฒนาจนมาถึงขั้นที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์แล้ว

ของไทยก็เช่นกัน วัฒนธรรมไทยก็มาจากทั้ง ฝรั่ง แขก จีน ฯลฯ ผสมๆกันจนลงตัวเป็นไทยเรา

ที่จะบอกต่อคือ ไม่ว่าเราจะรับของใครมาก็ตามยังไงเราก็ไม่สามารถเหมือนเค้าได้หรอกครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ ลองวาดการ์ตูนดู
ไม่ว่าจะวาดให้ญี่ปุ่นแค่ไหนดูยังไงก็เป็นการ์ตูนไทยอยู่ดี อันนี้ก็คือวัฒนธรรม (นอกเสียจากคนๆนั้นเติบโตมาในวัฒนธรรมของชาติอื่น)
ตรงนี้หลายคนที่ไม่เข้าใจจะบอกว่า "เฮ้ยอย่างนี้ก็ไม่ไทยสิ"
เอ้า!! ไม่ใช่สิ มันเป็นเบ้าหลอมต่างหาก แต่เบ้าหลอมมัน made in china /india / japan ต่างหาก
ผลที่ได้คือของที่หลอมออกมามันของไทยแท้ๆ



ในทางกลับกัน บางประเทศที่น่าสงสารคือประเทศใหม่ที่ไม่มีวัฒนธรรมเก่าๆเลย อย่างอเมริกา   
วัฒนธรรมของเขาเป็นวัฒนธรรมไซเบอร์  แนวคิดแบบอิสระเสรี เพราะไม่มีกรอบอะไรให้ยืดเลย
แต่คนไทยบางกลุ่มกลับเชิดชูวัฒนธรรมแบบนี้ซะเหลือเกิน (ทั้งการใช้ชีวิต และแนวคิดแบบไร้ราก)
ทั้งๆที่ไม่มีอะไรให้ยืดหรืออนุรักษ์ไว้ด้วยซ้ำ ทุกวันนี้พิพิธภัณฑ์ในอเมริกามีของเก่าจากทั่วโลก
แต่กลับมีของในชาติตัวเองน้อยนิดซะหลือเกิน 

คนแบบนี้ตามภาษิตไทยจะเรียกว่าเห็นขี้ดีกว่าไส้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 ม.ค. 2008, 13:37 น. โดย Layiji » บันทึกการเข้า

นักเขียนการ์ตูนรายปี
ขอบคุณความคิดป๋าครับ  โดนมาก 

ผมเลือกที่จะมีรากครับ และจะเศร้ามากถ้าอยู่อย่างไร้รากเหมือนอเมริกา
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
 งั้นคุณแม่ก็ชมผมซิครับ ท่านบอกว่าจะนั่งเล่นให้รากงอกอยู่บ่อยๆ
บันทึกการเข้า

สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น
 ฮิ้ววว เลือกจะเป็นผู้ดีตกยาก มากกว่า คนที่ประสบความสำเร็จแต่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า

ความพอใจ กับ สิ่งเลิศสุด ให้คำตอบไม่เหมือนกัน

ผมจะเลี่ยง การพูดถึงวัฒธรรมไทยที่เปลี่ยนไป นะครับ เพราะกล่าวไปแล้ว ว่ามันไม่แตกต่างจนถึงขั้นเป็นอีกสิ่งนึงได้

พูดถึงคนไทยเราจะนึกถึงอะไร?

ผมนึกถึง ชนชาติที่ผสมกลมกลืน เชื้อชาติ วัฒนธรรม อารยธรรมจากทุกที่บนโลก ให้เป็นของตนเอง
เมื่อเป็นของตนเองแล้วก็ละทิ้ง เพราะมีอย่างอื่นที่อยากได้มาใหม่ เหมือนคนที่ไม่มีความพอใจในสิ่งที่มีอยู่

ส่วนตัวแล้ว แค่อยากตอบคำถามในใจของตัวเองว่า "คนไทยมีความหมายแค่ไหนกับโลกของเรา"
เราไม่ได้อยู่อย่างเดียวดายในโลกใบนี้

รักเมืองไทย จะรักยังไงดีไม่ให้ทำร้าย.......
บันทึกการเข้า

ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ


เหมือนว่ามุมที่มองนะครับ

ถ้าในมุมของผู้ปกครองประเทศไทย(ในเขตแดนสมมุติ) ก็จะมีประชาชนของตัวเองและนานาอารยะประเทศรอบๆ

ถ้าในมุมของผู้ปกครองโลก (ในเขตแดนสมมุติ) ก็จะมีประเทศของตัวเองหลายๆ ประเทศ คนในประเทศเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ

ถ้าในมุมของผู้ปกครองจักรวาล (ในเขตแดนสมมุติ) โลกก็เป็นเพียงแค่ดาวดวงหนึ่งที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ โดยที่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนปกครอง
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11 12 13 14
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!