หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14
 
ผู้เขียน หัวข้อ: มีอะไรที่แสดงว่า คนไทยรักเมืองไทย  (อ่าน 54754 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
ศัตรูร่วมผมว่ามีมานานแล้ว แต่เนื่องจากการจะรักชาติในครั้งนี้คือการสละความสุขส่วนตัวในเวลานาน ก็คงยากที่จะมีคนทำ
และการเสียสละแบบนายจันหนวดเขี้ยว ชาวบ้านรอบๆเห็นแล้วสรรเสริญยกย่อง เพราะเห็นวิ่งถือมีดดาบเข้าไปรบพม่า
การเสียสละแบบสังคมไทยวันนี้ เพื่อนบ้านเห็นแล้วหัวเราะเยาะบางคนบอกว่าโง่

ผมอาจจะตอบไม่ได้ว่าสังคมไทยปัจจุบัน อะไรคือเมืองไทย (โจทย์บอกว่าเมืองไทย ไม่ใช่ความเป็นไทยนี่นะ)
แต่สิ่งที่เป็นไทยแน่ๆคือคน
ดังนั้นการทำอะไรที่เป็นคุณประโยชน์แก่เพื่อนบ้านและคนรอบข้าง อาจจะจัดเป็นการรักเมืองไทย
ยกตัวอย่างที่เห็นๆนะครับ
อย่างเวลามีการไถนาด้วยรถแทรกเตอร์ จะมีชาวนาสองกลุ่ม
กลุ่มแรก ก่อนเอารถไถขึ้นถนนกลับบ้าน จะเดินไปขูดดินออกจากล้อ
กลุ่มที่สอง วิ่งขึ้นถนนเลย ดินก้อนเท่าลูกฟุตบอลไปจนถึงกำปั้น ตกเรี่ยราดตามทางเป็นกิโลๆ
แล้วหมออย่างผม ก็ทำได้แค่ตาปริบๆ คอยรักษาคนหรือชันสูตรคนที่ขี่จยย.เหยียบดินเหนียวแล้วลื่นเข้ามานอนรพ.(หรือไม่ก็จมคูน้ำข้างทาง)

.....................................
ดังนั้นการจะเป็ฯคนที่รักเมืองไทยรักสังคม ผมว่าไม่จำเป็นต้องไปหาคำตอบของความเป็นไทยให้วุ่นวาย
.....................................

ส่วนการรักเมืองไทยของผม ...
ตอนมาทำงานตามที่รัฐบาลบังคับว่าแพทย์จบใหม่ต้องทำ (ที่เรียกชื่อว่าแพทย์ใช้ทุน... ทุนอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยได้)
ช่วงสองปีหลังมีที่ให้ผมเลือกว่าจะไปที่ไหน
ผมเลือกที่ที่งานหนักที่สุด คนไข้มากที่สุด
...
ปีนี้ผมทำงานที่เดิมไม่ได้จากการที่ขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานบางคน ผมมีสิทธิจะไปไหนก็ได้
จะไปเอกชน จะไปคลินิกผิวหนัง ก็ได้
แต่ตอนนี้เลือกไปรพ.จังหวัดเดิมที่คนไข้เป็นที่สองของจังหวัด (มีแต่พยาบาลบ่น บางคนบอกว่าบ้าที่ไม่เลือกที่อื่นที่เบากว่านี้)
ทำได้แค่นี้แหละ

บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
 ไหว้ สาธุครับ
บันทึกการเข้า

<a href="http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf" target="_blank">http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf</a>

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)
ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้คุณหมอครับ    ไหว้
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
ขอบคุณครับคุณหมอ  ไหว้


พอหมอแมวช่วยตัดเรื่องความเป็นไทยออก
ผมว่าลดความสับสนลงไปเยอะละครับ
บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R


ส่วนการรักเมืองไทยของผม ...
ตอนมาทำงานตามที่รัฐบาลบังคับว่าแพทย์จบใหม่ต้องทำ (ที่เรียกชื่อว่าแพทย์ใช้ทุน... ทุนอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยได้)
ช่วงสองปีหลังมีที่ให้ผมเลือกว่าจะไปที่ไหน
ผมเลือกที่ที่งานหนักที่สุด คนไข้มากที่สุด



อันนี้ผมพอตอบได้นะครับ
เหมือนเคยได้ยิน ดร.ณัฐ ภมรประวัติ
ท่านบอกว่า หมอเนี่ยต้องใช้ทุน ทุนที่ว่าคือ
ทุนทางสังคม ที่หมอทุกคนเวลาจบออกไป
จะมีต้นทุนทางสังคม สูงกว่าอาชีพอื่น

 ไหว้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ม.ค. 2008, 13:49 น. โดย ณต » บันทึกการเข้า
คือหมายถึงอันที่กพ.บอกว่าหมอไปติดเงินเขาอยู่ครับ หมีโหด~/
บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
แอร๊ย...

คืองี้ครับ
ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ความเป็นชาติ กำลังค่อยๆเสื่อมลงกันทั่วทั้งโลกนี้
ด้วยทุนนิยมอันสุดจี๊ด บรรษัทข้ามชาติมากมายข้ามกันไปข้ามกันมา
ทีนี้มันก็กลายเป็นธุรกิจไปเสียฉิบ จะประเทศอะไรก็ช่างเถอะ แต่บริษัทฟร้อนของฉันที่ถือหุ้นโดนแอน(ไทย) เก้อ(อังกฤษ) อ๋า(จีน)
จะทำยังไงก็ได้ เพื่อให้บริษัทฟร้อนทำกำไรสูงสุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ (แบบนี้ดูแล้วเข้าใจดีนะครับ)

หรือจะสโมสรฟุตบอล บอลทีมชาติ ก็จ้างโค้ชข้ามไปข้ามมา (สเวน โกรัน อีริกสัน ยังเป็นสวีเดนเลยดูดิ)
คนละประเทศก็ย้ายสัญชาติมาเล่นบอลให้ได้ เพื่อตังค์ (ในขณะที่ก็บ้าบอลคลั่งทีมชาติตัวเองกันไป)

...

ทีนี้ ในเมื่อทุนนิยมทำให้ผลประโยชน์นำหน้าความเป็นชาติ (รัฐไม่ได้ผูกขาดการค้าแล้ว)
ความดำรงอยู่ซึ่งความเป็น "ชาติ" ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป และไม่ว่าท่านจะดันทุรังให้มันมีอยู่ต่อไปอย่างไร
ประชากรในประเทศของท่านก็จะไม่ได้ชาตินิยมสุดโต่ง ตามที่ท่านบรรจุไว้ในหลักสูตร ป.1 ยันมัธยม 6

ผมชอบพูด+เขียน แบบนี้กับทุกคน
แล้วก็จะบอกว่า สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ "ชาติ" แต่เป็นสังคม
คุณไม่ต้องมีเพลงชาติไทยก็ได้ ไม่ต้องมีประเทศชื่อ "ราชอาณาจักรไทย" ก็ได้
เพราะถึงคุณจะมี "ชาติไทย" (ไม่ใช่ชื่อพรรค) แต่เป็นชาติที่มีนายกชื่อสมัครกลวงเปล่า มันก็ไม่มีประโยชน์อันใด
สำคัญคือคุณต้องรักษาสังคม และเพื่อมนุษย์ในสังคม ไม่ให้ถูก "รัฐ" เอาเปรียบ ไม่ให้ถูก "บริษัท" มอมเมา

ทุกวันนี้ทุกคนพยายามจะแสดงว่ารักชาติ ซึ่งเปล่าประโยชน์
ยิ่งหลง ยิ่งคลั่งไคล้ ก็ยิ่งตกเป็นเหยื่อของทุนนิยมได้ง่ายขึ้น (เสื้อ หมวก โครงการสร้างภาพ ฯลฯ)
เราไม่ได้พยายามทำให้สังคมเข้มแข็งขึ้นเลย (เศรษฐกิจพอเพียงว่าไว้อย่างนั้น แต่เราเอามาพูดประดับศรีปากเท่านั้นเอง)

สาระ : บริโภคอย่างมีสติ คำนึงถึงคนอื่นในสังคม ... ถ้าสังคมไม่เข้มแข็ง ชาติก็อยู่ไม่ได้


ไม่รู้เต่าอ่านไอ้ที่เขายุแยงๆ กันก่อนหน้านี้หรือเปล่า หรือกดเข้ามาตอบเลย
ตูมองอีกแบบ คือเห็นความสำคัญอย่างยิ่งที่จะเซฟชาติไว้
ไม่ใช่สุทธิชาตินะ

ถ้าอ่านจู๋ไหนไม่รู้ตูเคยอธิบายความเลวร้ายของศาสนาทุน ที่มันกำลังทำลายกำแพงที่เต่าว่านี่แหละ
คือมันน่ากลัวเพราะมันค่อยๆ หล่อหลอมให้วัยรุ่นขยันอ่านหันมามอง
ในมุมที่ว่า  "เฮ้ย ชาติมันไม่มีประโยชน์แล้วนะ เราเตรียมรับใช้บริษัทกัน".. อันนี้เริ่มน่าห่วงแล้วครับเต่า

เรามารักชาติกันเถอะ แต่รักให้เป็นไง
ไม่ใช่ทำแบบกลวงๆ แบบที่เอ็งยกตัวอย่างหลายอย่าง แบบที่เรียกว่าเป็นความหลงนั่นแหละ
การรักให้เป็นก็คือประเด็นที่ลุงอ๋าห์จุดขึ้นมาที่นี่ โดยแต่ละคนก็มีไอเดียของตัวเอง รวมถึงเอ็งด้วย
พออ่านๆ ไปก็จะจับใจความได้ว่า ให้ทำดีต่อส่วนรวม
จะใช้คำว่าส่วนรวม หรือสังคม หรือไทย หรือชาติ หรือเอกภพนี้ มันก็คือๆ กัน

จะเข้าใจถูกหรือผิดกันก็ไม่ใช่ปัญหา
สำหรับบางคนการใส่เสื้อเหลือง การยืนเคารพธงชาติ หรืออะไรที่เอ็งบอกว่าคือความหลง
แต่ถ้านั่นเป็นเจตนาบริสุทธิ์ที่เขามี และเขาอยู่ในสังคมแบบที่นับถือกันด้วยการทำแบบนั้น
ก็ไม่มีอะไรไม่ดีไม่ใช่หรือ

คงไม่ต้องมาเปรียบเทียบกะนักการเมืองที่อ้างว่ารักชาติ
ประกาศว่าเพื่อชาติในเบื้องหน้า แล้วทำตัวเหี้ยๆ อยู่เบื้องหลังหรอกมั้ง รู้กันอยู่

ในที่นี้คือเขียนแย้งเต่าเฉยๆ เพราะเ็นว่าเขียนมาในมุมของนักปกครอง
ซึ่งน้ำหน้าอย่างเราๆ คงเป็นได้แค่นักเรียนหัวเกรียนคนนึง กะพนักงานทำเว็บหล่อๆ คนนึงเท่านั้นเอง

อ้อ เอาอีกหน่อย
ทฤษฎีส่วนตัวอีกอย่างของตูที่ชอบเอามาใช้บ่อยๆ ก็คือ ความดีเป็นค่าสัมพัทธ์
มีหมาหน้าบ้านมาเดินบ่อยๆ เราให้อาหารมัน นี่ก็เป็นการทำดีต่อหมา แต่มันอาจทำให้เพื่อนบ้านรำคาญ
เราเจอลิงที่เขาใหญ่ เราไม่ให้อาหารลิง เราไม่ได้ทำดีต่อลิง แต่ทำดีต่อเขาใหญ่ ทำดีต่อโลก ทำดีต่อจักรวาล
เรามีญาติเป็นโจร เราทำดีต่อโจร นี่ก็เป็นการทำดี
แน่นอนว่ามีคำว่า "ต่อ" และ "แต่" หลังประโยคข้างบนอยู่แล้วแหละ
เพียงแค่ทำตัวนวลไว้ในภาษาพูด ว่า ต่อใคร และแต่อะไร

ถ้าเอามาใช้กับชาติ เราจะเห็นชนชั้นปกครองกำลังใช้คำคำนี้อยู่บ่อยมากๆ
จะด้วยเจตนาหรืออะไรก็ให้ดูสันดานของเขาเป็นทุนเดิม

พลเอกสนธิทำปฏิวัติเพราะคิดว่าตัวเองทำดีต่อชาติ แต่ไม่ดีต่อประชาธิปไตย
(หรือดี อันนี้เวลาปัจจุบันและอีกสิบปีร้อยปีนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ ต้องพันปี)

บรรหารเปลี่ยนขั้วเพราะทำดีต่อตัวเองและพวกพ้อง แต่ไม่ดีต่อชาติ
(หรือดี อันนี้เวลาในช่วงรัฐบาลนี้แหละจะให้คำตอบ)

สำหรับคนทั่วไป

ป้าแม้นใส่เสื้อเหลืองเพราะต้องการทำดีต่อในหลวง
(อย่าลืมมองมุมมองด้านความเชื่อนะครับ คำว่า ถวายเป็นพระราชกุศลนี่ สำคัญด้านจิตใจมากๆ เลยนะ)

คุณก้อง ทรงกลด เขียนหนังสือ "ต้นไม้ใต้โลก"
รวมวิธีการทำดีต่อโลกแบบฉลาดๆ และชนชั้นกล๊างกลาง
(ตอนนี้ยังอ่นไม่จบเลย อ่านทุกครั้งที่ขี้ นั่นแปลว่าต้องขี้หลายสิบครั้งถึงจะจบ)

ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ


ลองอ่านตั้งแต่โพสต์แรกยันโพสต์สุดท้ายของกระจู๋นี้อีกครั้ง
จะพบการทำดีในลักษณะต่างๆ ที่ยืนอยู่บนทัศนคติ-ความเชื่อของแต่ละคน
ซึ่งทุกอย่างเป็นการทำดีต่อเมืองไทย แต่อะไร... แต่มันยาว..
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
ตอบแบบไม่อ่านของใคร และแสดงวิธีคิดแบบของผม  หมีโหด~


คนทุกคนรักตัวเอง มีพฤติกรรมในการปกป้องตัวเอง
คนเราเมื่ออยู่รวมตัวกันมากกว่าหนึ่ง ก็ยังรักตัวเอง
คนอื่นรูปลักษณ์เหมือนเรา เราก็รักตัวเอง จนกลายเป็นรักในพวกพ้อง
เมื่อรวมกันมากๆ จึงก่อเกิดวัฒธรรม วิถีชีวิต
และการเอาตัวรอด
หลากความคิดจึงต้องหาแหล่งยึดเหนี่ยวเพื่อดำเนินไปในทางทิศเดียวกัน
จึงทำให้ก่อเกิดผู้นำ
ผู้นำเมื่อได้รับความรักจากพวกพ้อง
ก็รักตอบด้วยการทำหน้าที่ผู้นำเพื่อรักษากลุ่มก้อนของตัวเองไว้

คนไทยกว่าจะมาถึงวันนี้
ผ่านการรักษากลุ่มก้อน พวกพ้องมานาน
โดยผู้นำคือ สถาบันพระมหากษัตริย์
ที่เป็นประมุขและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เราหวงแหนในพวกพ้องและเกียรติยศของตัวเอง
ไทยเรารักษาเอกราชมาได้จนถึงทุกวันนี้
เพราะเรารักตัวเอง และได้รับการสืบทอดความภาคภูมิต่อๆ มาจนปัจจุบัน

แม้การแสดงออกต่อความรัก จะถูกทาง มีหรือไม่มีเหตุผล
เราก็ยังรักสถาบันสูงสุดเรา

มีอะไรที่แสดงว่า คนไทยรักเมืองไทย
ผมขอตอบว่า ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาครับ



บันทึกการเข้า

Today you , Tomorrow me.
ขอวกกับมาถกเรื่องความเป็นไทยหน่อยนึงแล้วกัน
(ไม่หน่อยล่ะ จริงๆแล้ว ยาว)
เค้าไม่ได้บอกว่าต้องโบราณนินา,

แต่บอกว่า การที่คนบางกลุ่มในปัจจุบันออกมารณรงค์ให้เห็นถึงความเป็นไทยแต่โบราณ

แล้วให้รักษากันไว้อย่าเสื่อมคลายเนี่ย เป็นการกระทำที่ไร้สาระค่ะ, เพราะความเป็นไทยมันไม่มีอยู่แล้วแต่โบราณ.


แล้วอะไรที่ภัทรคิดว่ามีสาระล่ะครับ  ฮิ้ววว
คงไม่มีมนุษย์คนใดหรอกครับ
ที่จะทำอะไรมีสาระได้ทุกเรื่องตลอดเวลา

การกระทำที่ภัทรบอกว่าไร้สาระเนี่ย
อยากให้มองที่เจตนาของมันมากกว่า
ผมว่ามันเป็นกุศโลบายหนึ่ง ในการที่ทำให้คนในสังคม
รู้สึกถึงการมีส่วนร่วมและการเป็นเจ้าของร่วมกันกับมันน่ะครับ

ทุกชาติก็มีวิธีการเหล่านี้ต่างๆกันไป
บางประเทศใช้ศาสนา บางประเทศก็ใช้ตัวบุคคล
แตุ่้ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ คำว่าชาติก็จะอยู่ไม่ได้นะครับ
เพราะประเทศชาติ เกิดจากสังคมย่อยๆ
และการมีจุดเชื่อมต่อทางสังคมร่วมกัน
เมื่อทำต่อกันมาหลายๆชั่วคน
มันก็เป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมา

อย่างที่เก้อบอกว่า ยุคของพวกเรา
มันเป็นยุคกู (Generation Me)
ที่ค่อนข้า่งจะขาดการมีส่วนร่วมทางสังคมร่วมกัน
ร่วมนี่คือ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมเป็นเจ้าของ
นี่เป็นความรู้สึก(จริงๆต้องใช้คำว่า สำนึก) ที่หายไป
ของคนใน ยุคกู นี่แหละ

ผมยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างบ้านที่พวกผมมาเช่าอยู่ในอังกฤษ
คือถ้าต่างคนต่างอยู่ และต่างคิดว่า กูมาอยู่เดี๋ยวเีดียว
พอเรียนจบ กูก็กลับ ลองนึกถึงสภาพความเป็นอยู่ดูสิครับ
ใครจะทิ้งขยะ ใครจะทำความสะอาดบ้าน ห้องน้ำ ครัว ต่างๆนาๆ

แต่ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ถ้าทุกคนมีส่วนร่วม
และสำนึกในความเป็นเจ้าของร่วมกัน
เราก็จะช่วยกันดูแล ใครชุ่ย มักง่าย ก็ช่วยกันตักเตือนนิดนึง
เรื่องพวกนี้ มันเป็นเรื่องพื้นๆ ที่บางครั้ง
หากคนในสังคมจะช่วยกันขัดเกลา
มันก็จะทำให้บ้าน เป็นบ้านที่น่าอยู่มากขึ้น จริงไหมครับ

วกกลับมาที่เมืองไทย
การมีส่วนร่วมทางสังคมร่วมกัน
ของคนไทยมันน้อยลงก็จริง
แต่ลึกๆคนไทยก็โหยหาสังคมที่ดี
และโหยหาจุดเชื่อมโยงทางสังคม
ดังนั้นปรากฎการเสื้อเหลืองที่เกิดขึ้น
การเทิดทูนในหลวง หรือสถาบันพระมหากษัตริย์
ก็เป็นคำตอบที่ดี สำหรับส่วนนี้

อย่างเมืองจีนเอง หลังจากปฎิวัติวัฒนธรรมใหม่ๆ
ผู้คนก็โหยหาเช่นกัน ปรากฎการท่านประธานเหมา
ก็เป็นกุศโลบายที่คณะปฎิวัตินำมาใช้
เพื่อมาทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปในสังคม
และการสร้างขบวนการเยาวชน ที่เป็นกำลังสำคัญ
ในการสร้าง ชาติ ให้มั่นคง นั่นเอง

ไม่ว่าเราจะมาจากที่ไหน
แต่ ณ ตอนนี้ เมื่อเราอยู่ร่วมกัน
ในบ้านหลังที่ตอนนี้ชื่อประเทศไทย
หากเรามีสำนึกในความเป็นเจ้าของร่วมกัน
เราก็ควรจะดูแลมัน ด้วยความรัก และเอาใจใส่
เพื่อให้บ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่น่าอยู่มากขึ้น
สำหรับลูกหลานของเราในอนาคต..... ไหว้

และนี่ก็เป็นคำตอบ สำหรับคำถามที่ว่า
อะไรที่แสดงให้เห็นว่า คนไทยรักเมืองไทย

โอ้ว  โวย กว่าจะจบ  (เหงื่อแตกพลั่ก)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ม.ค. 2008, 13:51 น. โดย ณต » บันทึกการเข้า
ผมยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างบ้านที่พวกผมมาเช่าอยู่ในอังกฤษ
คือถ้าต่างคนต่างอยู่ และต่างคิดว่า กูมาอยู่เดี๋ยวเีดียว
พอเรียนจบ กูก็กลับ ลองนึกถึงสภาพความเป็นอยู่ดูสิครับ
ใครจะทิ้งขยะ ใครจะทำความสะอาดบ้าน ห้องน้ำ ครัว ต่างๆนาๆ


จ้างแม่บ้านสิครับ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
แม่บ้านชาวอังกฤษด้วยนะ
เดี๋ยวเค้าทำไม่สะอาด
บันทึกการเข้า

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R
ที่บ้านผมเมื่อก่อนโบว์ก็เป็นแม่บ้านล่ะ เพราะหนุ่มสามคนที่เหลือสกปรกกันฉิบหาย กร๊าก
อยู่ไปได้เกือบปีเลยจ้างแม่บ้านเอาดีกว่า ครั้งละสองร้อยครับ มาอาทิตย์ละครั้ง
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
อ่านมาแ้ล้วงับ  เกย์ออก
แต่ผมเชื่อจริงๆ ว่าในอนาคตลักษณะของ ความเป็นชาติ จะเปลี่ยนไปนะ

โดยส่วนตัวผมว่าที่สุดแล้วมันก็เป็นอย่างที่หลายๆ คนเค้าพูดกัน คือ "บรรษัทจะครองโลก"
ทุกวันนี้เราเกือบ จะไม่มีทางเลือกที่จะไม่รับใช้บรรษัทแล้วครับ
ไม่ว่าจะกิน จะนอน หายใจเข้าออกเราก็กำลังขับเคลื่อนมันอยู่อย่างนั้น เหมือนหนูติดจั่นที่หยุดไม่ได้ หนีไม่ออก(ขนาดโชห่วยยังซื้อของแมคโครไปขายเลย)
สินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า อาหาร ฯลฯ ที่เราบริโภคกันอยู่นี่ ก็ถือว่าเราก้มหน้ายอมรับอำนาจทุนต่างชาติเห็นๆ แล้วครับ

ในเมื่อเลือกไม่ได้ที่จะไม่ยอมให้เค้ามาเอาทรัพยากร เอาข้าวของในประเทศของเราไปเป็นของบริษัทเค้า
ความล่มสลายของรัฐชาติ จะช้าจะเร็วมาถึงแน่นอน (ยกเว้นคนไทยปลูกผักกินเองหมด)


อยู่ที่ว่าเราจะทำยังไงให้สังคมเรายังอยู่ได้
ซึ่งในส่วนของ "ความดี" ผมใช้อันนี้อธิบายครับ
ในแง่มุมของ "จิตสาธารณะ" ซึ่งบางทีเราถกเถียงกันว่าจะจำกัดความอย่างไร
อะไรคือสาธารณะ แล้วจะแยกสาธารณะของจากส่วนตัวอย่างไร เป็นการมองแบบ นอกสู่ใน (จะไม่ใช้วงเล็บภาษาอัีงกฤษอีกแล้ว ชิ)

แต่ท่านพุทธทาสพูดไว้คำนึง ซึ่งผมว่าอธิบายได้เวิร์คที่สุด คือ  "อย่าเห็นแก่ตัว"
ถือว่ามองเป็นแบบ ข้างในไปสู่ข้างนอก
คิดเอาเองว่าอะไร เห็นแก่ตัว อย่าทำอย่างนั้น

ถ้าแบบเซน ก็จะบอกว่า "นี่ไง ฉันรักชาตินะ"
แล้วเราก็ "อย่าเห็นแก่ตัว" ต่อไปเงียบๆ โดยปฏิบัติอยู่อย่างเืนืองนิจ (555)





ปล. ผมเขียนอ่านไม่รู้เรื่องเองครับพี่ ไอ้ความหลงที่ว่า ผมพยายามจะบอกว่า หลง "ทำให้ตัวเองดูเป็นคนที่รักชาติ"
ซึ่งต่างจาก "ความเชื่อ" ซึ่งปราศจาสกความต้องการผลประโยชน์ตอบแทนครับ  ปลื้ม
บันทึกการเข้า
ไม่รู้นะผมอ่าน ความคิดเห็นของ คุณยูริ แล้ว รู้สึกเจ๊บแปล๊บๆไม่รู้ทำไม ทั้งที่จริงๆเขาก็พูดมีเหตุผล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ม.ค. 2008, 14:06 น. โดย จักรี » บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
บ้านตูตอนนี้ก็ไม่ได้สะอาดมากหรอกนะ

แต่พอได้ลงมือทำความสะอาดเองแล้วเนี่ย
จะรู้ว่ามันเหนื่อยชิบ  อี๋~

แล้วความมักง่าย
ที่จะทำอะไรให้มันสกปรกเนี่ย
มันจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!