หน้า: [1] 2
 
ผู้เขียน หัวข้อ: เอา งาน Thesis มาให้ติครับ  (อ่าน 8744 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
เป็นงาน ที่ ทำเป็น key visual โดยการเทนแสงสีแล้วบรรยากาศ ช่วยกันด่าๆ หน่อยนะพี่
ไม่ได้ ยินคำด่าแล้วทำงานไม่ออก เปงพวกแอบโรคจิตนิดๆ หน้ามึน
บันทึกการเข้า


บันทึกการเข้า
โฮววว สุดยอดเลยครับ  โวย โวย โวย
(ถือว่าด่ามั้ยเนี่ย  เศร้า)
บันทึกการเข้า

หนุ่มอักษรรักแน่ รักแท้ตลอดกาล~
ยังเข้าไม่ถึงงานครับ
สงสัยต้่องอธิบายแนวความคิดนานๆ หน่อย (จะได้ด่าถูก กร๊าก)
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
โดนด่าแล้วรุสึก สดชื่นนนนนนนนนน ครับ 5 5  5+ (แอบโรคจิต 5 5 5+)
ตามเนื้อเรื่องนี้นะครับ

เนื้อเรื่อง และ บทพูด
เรื่อง The Woodwind(The sis)

Scene 1  : The Beginning
Shot 1
กลางคืน / location…ท้องฟ้า
   ค่ำคืนอันมืดมิด ท้องฟ้าเต็มไปด้วยกลุ่มเมฆที่เริ่มเคลื่อนตัวต่ำลงเรื่อยๆ ลมพัดกรรโชกแรงทำให้ต้นไม้เอนเอียงไปตามกระแสลม สายลมพัดแรงขึ้น นำพาเอาสิ่งต่างๆปลิวตามไปด้วย ทั้งเศษใบไม้ กระดาษหนังสือพิมพ์ หนึ่งในสิ่งเหล่านั้นคือเครื่องบินกระดาษลำหนึ่ง ซึ่งลอยมาตามลมอย่างไร้ทิศทาง และไม่มีท่าทีว่าจะตกลงตรงที่ใด เครื่องบินกระดาษลอยอยู่ได้สักพักท่ามกลางแสงสว่างวาบของฟ้าแลบหลายต่อหลายครั้ง ไม่นาน ฝนเม็ดแรกก็ได้ตกลงมากระทบพื้น จากนั้นฝนก็เริ่มทยอยตกมากขึ้น เม็ดฝนหยดแล้วหยดเล่าเกาะบนเครื่องบินกระดาษทำให้มันเริ่มหนัก จนมันต้องตกลงมาบนกองขยะแห่งหนึ่ง ฟ้าแลบอีกครั้งพร้อมเผยให้เห็นหยดน้ำฝนหยดหนึ่ง ที่แตกต่างจากหยดอื่น หยดน้ำหยดนั้นได้หยดลงบนกองเศษขยะทันใดก็มีแสงประหลาดกระจายออกมาจากจากกองขยะนั้น

Shot 2
กลางคืน / location……กองขยะ
ท่ามกลางความมืดมิดแต่ยังมีฝนตกปรอยๆ ที่กองขยะ เครื่องบินกระดาษตกลงและมีหยดน้ำฝนวิเศษหยดลงมาได้ตกลงไปที่หุ่นไม้เสียๆตัวหนึ่ง ลำแสงอาบไปทั่วร่างของหุ่นไม้ ทันใดนั้น หุ่นไม้ก็เริ่มกระพริบตาและขยับแขนขา เพียงครู่เดียวมันก็ลุกขึ้นนั่งได้ มันมองไปรอบๆพร้อมกับสะบัดหัวอย่างงุนงง ท่าทางยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน

Scene 2 : Finding out
Shot 1
กลางคืน / location……กองขยะ
ฝนหยุดตกแล้ว แต่ยังมีน้ำขังอยู่เป็นแอ่งๆโดยรอบ หุ่นไม้แหงนหน้ามองไปทางซ้ายที ทางขวาที ไม่นานก็เริ่มก้าวเดินออกมาจากกองขยะ เดินลงไปพร้อมกับความสงสัยที่อยู่เต็มหัว ขณะที่มันเดินอยู่นั้น ก็มีหิ่งห้อยน้อยใหญ่เปล่งแสงระยิบระยับลอยมารอบๆตัวมัน หุ่นไม้มองอย่างงงๆ ไม่รู้จักว่าคืออะไร ลองเอามือพยายามจะแตะดู แต่ก็จับไม่ทัน
บทพูด
หิ่งห้อย      : พวกเราดูสิ หุ่นไม้มีชีวิตล่ะ
หุ่นไม้      : พวกเจ้าเป็นใครน่ะ 
หิ่งห้อย      : พวกข้าคือหิ่งห้อย
หุ่นไม้      : หิ่งห้อยคืออะไร? คือแสงไฟหรือ?
หิ่งห้อย      : จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดนัก
หุ่นไม้      : แล้วทำไมหิ่งห้อยนั้นไม่มาบินรวมกับพวกเจ้าล่ะและยังไม่พูดกับข้าด้วยมันคงเหงาสินะที่                 
                                  จะต้องลอยอยู่คนเดียวในความมืดมิด (ชี้ไปที่พระจันทร์)
หิ่งห้อย      : นั่นมันพระจันทร์ ไม่มีชิวิตหรอก มันไม่มีชีวิต ไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึกอะไรเหมือน
                                  พวกเรา
หุ่นไม้      : จริงหรอ แล้วหัวใจคืออะไร ทำไมทำให้เรามีความรู้สึกได้ด้วยหล่ะ
หิ่งห้อยเงียบแล้วบอกว่า
หิ่งห้อย      : ข้าก็ไม่รู้หรอกแต่ถ้าเจ้าอยากตามหามันข้าจะเป็นเพื่อนร่วมทางกับเจ้าก้อได้นะ
หุ่นไม้      :  อืมดีเหมือนกันข้าก็อยากรู้ว่าไอ้หัวใจและความรู้สึกเนี่ยมันคืออะไร งั้นพวกเราออก
    ตามหากันเถอะ
หุ่นไม้      : อืม

หุ่นไม้พยักหน้าตอบรับ แลัวทั้งคู่ก้อออกเดินทาง
                                            *** *** ***** ***** ****
หุ่นไม้ได้นิ่งคิดและตัดสินใจว่าจะตามหาหัวใจของตนเองไม่ว่ามันจะอยู่ที่ใด โดยมีกลุ่มหิงห้อยเป็นเพื่อนร่วมทาง
ตลอดทางมันก็ได้พบว่าชิ้นส่วนของมันค่อยหลุด(เกิดจากการหลุดจากโดนน้ำฝน หลุดจากโดนแสงแดดมาก เป็นต้น) (หลุดธรรมดา มีประกายไฟหรือควันด้วย) ออกจากร่างทีละชิ้น 2 ชิ้น ทำให้มันคิดว่าถ้าไม่รีบหาหัวใจของตนให้เจอมันจะต้องตายแน่ ๆ
หุ่นไม้เริ่มท้อแท้ในการหาหัวใจของมัน แต่มันก็มีหิ้งห้อยคอยให้กำลังใจอย่างไม่ขาดทำให้มันมีกำลังใจในการหาต่อไป ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรเช่น ตกหลุมท่ามกลางความมืดมิดก็ยังมีกลุ่มหิงห้อยคอยส่องสว่างให้ แต่ก็มันก้อยังหาไม่เจอซักทีช่วงเวลาที่เปรียวเหงาหุ่นไม้ได้เปิดช่องตรงหน้าอกทางซ้ายออกดู และพบกับความว่างเปล่า
หุ่นไม้                       : เฮอสงสัยคงหาไม่เจอแล้วมั้งเนี่ย ข้ารู้สึกเหนื่อยจัง
ทันใดนั้นหิงห้อย
หิงห้อย                     : เอะนั้นอะไรหน่ะ
อะไรบางอย่างที่ติดกับตัวหุ่นไม้ตอนที่ฝนตกครั้งแรกได้ลอกตกลงพื้น  ที่แท้เป็นเศษกระดาษแห้งที่ติดกับตัวมัน สิ่งนั้นคือกระดาษสีน้ำตาล มีลวดลายประหาดคล้ายแผนที่เมื่อมันดูแล้วมันก็รู้ว่าที่แท้ไอสิ่งที่ตกมา
พร้อมกับฝนครั้งแรกคือแผนที่พามันไปหาหัวใจนั้นเอง
หิงห้อย                     : มันดูเหมือนแผนที่นะ เจ้าลองเดินตามมันแผนที่นั้นสิอาจจะไปเจอหัวใจเจ้าก้อได้
หุ่นไม้                       : จิงหรอ ดีจังเพราะข้ารู้สึกเหมือนตัว ข้าจะหลุดเป็นชิ้นๆ แล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ

 (*เศษกระดาษนี้จริงแล้วเป็นเครื่องบินกระดาษ)
หุ่นไม้เริ่มมีกำลังใจขึ้นและออกเดินทางไปพร้อมกับกลุ่มหิงห้อย เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า วันแล้ว วันเล่าหุ่นไม้ก็ได้ไปถึงจุดมุ่งหมาย  มันได้สังเกตเห็นตอไม้ตอหนึ่งที่ตายแล้ว มันจึงเดินเข้าไปดูปรากฏว่ามีสิ่งของอยู่ในตอไม้นั้นสิ่งของนั้นมีลักษณะ เป็นสีเงินมันวาวเหมือนเหล็กที่ยังไม่ขึ้นสนิม
หิงห้อย                     : นั้นคือหัวใจเจ้าหรือเปล่า
หุ่นไม้                       : ไม้รู้สึก อาจจะใช่ก็ได้มั้ง
มันได้หยิบขึ้นมาขณะที่หยิบของสิ่งขึ้นขึ้นมา ทันใดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก้อนสีเงินเป็นมันวาดที่อยู่ที่มือของหุ่นไม้ได้ละลายเป็นฝุ่นผง ละลายหายไปเป็นฝุ่นละอองสีขาวๆ สิ่งนั้นกำลังจางสลายไป หุ่นไม้ได้หลับตาลงพร้อมทั้งได้ยินเสียงภาพความทรงจำ ความผูกพันของเพื่อนระหว่างทาง ซึ่งในที่นี้ก็คือหิงห้อยนั้นเอง ได้เกิดขึ้นมาให้เห็นตรงหน้า ทั้งที่เจออุปสรรคต่างๆ และเจออะไรต่อมิอะไรแต่มันก็ยังไม่ท้อ
เพราะว่ามันมี หิงห้อยเป็นเพื่อนและคอยให้กำลังใจเสมอๆ  แล้วฝุ่นผงเม็ดสุดท้ายก็ได้ สลายไปจากมือ ทันใดน้ำตาได้เริ่มไหลออกจาก ตาของหุ่นไม้ แล้วมันก็ล้มลงกองกับพื้นเหมือนกำลังจะตาย
หิงห้อย                     : เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่าไม่ต้องเสียใจไปนะ ถึงไม่มีหัวใจแล้วก็ยังมีข้าอยู่เป็นเพื่อนทั้ง
                                     คน
หุ่นไม้                       : ข้าไม่ได้เสียใจหรอกหิ้งห้อยข้าดีใจต่างหาก
หิงห้อยงงกำคำตอบนั้น
หุ่นไม้                       : ถึงข้าจะไม่ได้หัวใจมาแต่สิ่งที่ข้าได้มามัน คือสิ่งที่มีค่ามากกว่าวัตถุที่เราตามหาอยู่สิ่งนั้นคือ
        มิตรภาพระหว่างเราความเป็นเพื่อนไม่ว่าข้าจะท้ออย่างไรข้าก็มีเจ้าอยู่เป็นเพื่อนเสมอๆ  ไม่ว่า
                                  ข้าจะมีหัวใจหรือไม่มันไม่สำคัญแล้วหล่ะ
มันยิ้มให้กับหิงห้อยโดยที่ตัวมันค่อยๆหมดแรงล้มลง
หุ่นไม้                       :ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างถึงข้าจะตายไปแต่ความทรงจำของข้ากับเจ้าก็จะอยู่ตลอดไป
ทันใดนั้น ช่องใส่ของตรงอกซ้ายของหุ่นไม้ เกิดเปิดขึ้นแล้วแสงเจิดจ้าก็สว่างออกมาจากตัว กลุ่มหิงห้อยได้บิน ๆ เข้าไปในช่องทางอกซ้ายของมัน หุ่นไม้เริ่มเกิดปฏิกริยาบางอย่าง
หิงห้อยได้พูดว่า
หิงห้อย                      :บอกว่าต่อไปนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าและอยู่ในตัวเจ้ายามที่เหงาตลอดไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใดข้าจะคอยเป็นหัวใจให้เจ้าในการดำรงค์ชีวิต ไม่ว่าเจ้าทุกหรือสุขก็จะมีข้าให้กำลังใจอยู่ภายในตัวเจ้าเสมอๆ จงอยู่อย่างมีความสุขและใช้หัวใจที่เต็มไปด้วยมิตรภาพนี้ให้คุ้มค่านะ
วูบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ แสงได้หายไปแล้วประตูของหัวใจก็ถูกปิดลง
หุ่นไม้ตะโกนก้มหน้าด้วยความเสียใจแล้วพูดพึมพำว่า 
หุ่นไม้                         :ขอบคุณมากหิงห้อย 
เสียงนั้นลอยในป่าแล้วฉากทุกอย่างก็เริ่มมืด จนหายไป แล้วก็จบ
บันทึกการเข้า
(ขอพูดหน่อย)
 เจ๋ง สำหรับเนื้อเรื่อง

รูปดูทีแรกก็สวย แต่มันยังแปลกๆ
บันทึกการเข้า
ชอบบรรยากาศในรูปค่ะ

แต่ว่าอรว่ารูปมันฟุ้งไปหน่อย
บันทึกการเข้า

ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก
น่าจะมีสั้นๆนะครับ
อธิบายเรื่องสั้นๆ อธิบายแนวคิดของเรื่องสั้นๆ
แล้วอธิบายทิศทางการออกแบบสั้นๆ ให้คนชม
เห็นภาพเข้าใจ มีแต่รูปเฉยๆก็วิจารณ์ได้แค่รูป
(มีบทพูด ก็ไม่รู้ว่ามันเชื่อมโยงกับรูปยังไง)

แบบขายไอเดียน่ะ

บันทึกการเข้า

I ROCK , THEREFORE I AM
โดนด่าแล้วรู้สึก สดชื่นนนนนนนนนน ครับ 5 5  5+ (แอบโรคจิต 5 5 5+)
ตามเนื้อเรื่องนี้นะครับ

เนื้อเรื่อง และ บทพูด
เรื่อง The Woodwind(The sis)

Scene 1  : The Beginning
Shot 1
กลางคืน / location…ท้องฟ้า
   ค่ำคืนอันมืดมิด ท้องฟ้าเต็มไปด้วยกลุ่มเมฆที่เริ่มเคลื่อนตัวต่ำลงเรื่อยๆ ลมพัดกรรโชกแรงทำให้ต้นไม้เอนเอียงไปตามกระแสลม สายลมพัดแรงขึ้น นำพาเอาสิ่งต่างๆปลิวตามไปด้วย ทั้งเศษใบไม้ กระดาษหนังสือพิมพ์ หนึ่งในสิ่งเหล่านั้นคือเครื่องบินกระดาษลำหนึ่ง ซึ่งลอยมาตามลมอย่างไร้ทิศทาง และไม่มีท่าทีว่าจะตกลงตรงที่ใด เครื่องบินกระดาษลอยอยู่ได้สักพักท่ามกลางแสงสว่างวาบของฟ้าแลบหลายต่อหลายครั้ง ไม่นาน ฝนเม็ดแรกก็ได้ตกลงมากระทบพื้น จากนั้นฝนก็เริ่มทยอยตกมากขึ้น เม็ดฝนหยดแล้วหยดเล่าเกาะบนเครื่องบินกระดาษทำให้มันเริ่มหนัก จนมันต้องตกลงมาบนกองขยะแห่งหนึ่ง ฟ้าแลบอีกครั้งพร้อมเผยให้เห็นหยดน้ำฝนหยดหนึ่ง ที่แตกต่างจากหยดอื่น หยดน้ำหยดนั้นได้หยดลงบนกองเศษขยะทันใดก็มีแสงประหลาดกระจายออกมาจากจากกองขยะนั้น

Shot 2
กลางคืน / location……กองขยะ
ท่ามกลางความมืดมิดแต่ยังมีฝนตกปรอยๆ ที่กองขยะ เครื่องบินกระดาษตกลงและมีหยดน้ำฝนวิเศษหยดลงมาได้ตกลงไปที่หุ่นไม้เสียๆตัวหนึ่ง ลำแสงอาบไปทั่วร่างของหุ่นไม้ ทันใดนั้น หุ่นไม้ก็เริ่มกระพริบตาและขยับแขนขา เพียงครู่เดียวมันก็ลุกขึ้นนั่งได้ มันมองไปรอบๆพร้อมกับสะบัดหัวอย่างงุนงง ท่าทางยังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน

Scene 2 : Finding out
Shot 1
กลางคืน / location……กองขยะ
ฝนหยุดตกแล้ว แต่ยังมีน้ำขังอยู่เป็นแอ่งๆโดยรอบ หุ่นไม้แหงนหน้ามองไปทางซ้ายที ทางขวาที ไม่นานก็เริ่มก้าวเดินออกมาจากกองขยะ เดินลงไปพร้อมกับความสงสัยที่อยู่เต็มหัว ขณะที่มันเดินอยู่นั้น ก็มีหิ่งห้อยน้อยใหญ่เปล่งแสงระยิบระยับลอยมารอบๆตัวมัน หุ่นไม้มองอย่างงงๆ ไม่รู้จักว่าคืออะไร ลองเอามือพยายามจะแตะดู แต่ก็จับไม่ทัน
บทพูด
หิ่งห้อย      : พวกเราดูสิ หุ่นไม้มีชีวิตล่ะ
หุ่นไม้      : พวกเจ้าเป็นใครน่ะ 
หิ่งห้อย      : พวกข้าคือหิ่งห้อย
หุ่นไม้      : หิ่งห้อยคืออะไร? คือแสงไฟหรือ?
หิ่งห้อย      : จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดนัก
หุ่นไม้      : แล้วทำไมหิ่งห้อยนั้นไม่มาบินรวมกับพวกเจ้าล่ะและยังไม่พูดกับข้าด้วยมันคงเหงาสินะที่                 
                                  จะต้องลอยอยู่คนเดียวในความมืดมิด (ชี้ไปที่พระจันทร์)
หิ่งห้อย      : นั่นมันพระจันทร์ ไม่มีชิวิตหรอก มันไม่มีชีวิต ไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึกอะไรเหมือน
                                  พวกเรา
หุ่นไม้      : จริงเหรอ แล้วหัวใจคืออะไร ทำไมทำให้เรามีความรู้สึกได้ด้วยล่ะ
หิ่งห้อยเงียบแล้วบอกว่า
หิ่งห้อย      : ข้าก็ไม่รู้หรอกแต่ถ้าเจ้าอยากตามหามันข้าจะเป็นเพื่อนร่วมทางกับเจ้าก็ได้นะ
หุ่นไม้      :  อืมดีเหมือนกันข้าก็อยากรู้ว่าไอ้หัวใจและความรู้สึกเนี่ยมันคืออะไร งั้นพวกเราออก
    ตามหากันเถอะ
หุ่นไม้      : อืม

หุ่นไม้พยักหน้าตอบรับ แลัวทั้งคู่ก็ออกเดินทาง
                                            *** *** ***** ***** ****
หุ่นไม้ได้นิ่งคิดและตัดสินใจว่าจะตามหาหัวใจของตนเองไม่ว่ามันจะอยู่ที่ใด โดยมีกลุ่มหิ่งห้อยเป็นเพื่อนร่วมทาง
ตลอดทางมันก็ได้พบว่าชิ้นส่วนของมันค่อยหลุด(เกิดจากการหลุดจากโดนน้ำฝน หลุดจากโดนแสงแดดมาก เป็นต้น) (หลุดธรรมดา มีประกายไฟหรือควันด้วย) ออกจากร่างทีละชิ้น 2 ชิ้น ทำให้มันคิดว่าถ้าไม่รีบหาหัวใจของตนให้เจอมันจะต้องตายแน่ ๆ
หุ่นไม้เริ่มท้อแท้ในการหาหัวใจของมัน แต่มันก็มีหิ่งห้อยคอยให้กำลังใจอย่างไม่ขาดทำให้มันมีกำลังใจในการหาต่อไป ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรเช่น ตกหลุมท่ามกลางความมืดมิดก็ยังมีกลุ่มหิ่งห้อยคอยส่องสว่างให้ แต่ก็มันก็ยังหาไม่เจอซักทีช่วงเวลาที่เปลี่ยวเหงาหุ่นไม้ได้เปิดช่องตรงหน้าอกทางซ้ายออกดู และพบกับความว่างเปล่า
หุ่นไม้                       : เฮ้อสงสัยคงหาไม่เจอแล้วมั้งเนี่ย ข้ารู้สึกเหนื่อยจัง
ทันใดนั้นหิงห้อย
หิงห้อย                     : เอ๊ะนั้นอะไรน่ะ
อะไรบางอย่างที่ติดกับตัวหุ่นไม้ตอนที่ฝนตกครั้งแรกได้ลอกตกลงพื้น  ที่แท้เป็นเศษกระดาษแห้งที่ติดกับตัวมัน สิ่งนั้นคือกระดาษสีน้ำตาล มีลวดลายประหลาดคล้ายแผนที่เมื่อมันดูแล้วมันก็รู้ว่าที่แท้ไอ้สิ่งที่ตกมา
พร้อมกับฝนครั้งแรกคือแผนที่พามันไปหาหัวใจนั้นเอง
หิงห้อย                     : มันดูเหมือนแผนที่นะ เจ้าลองเดินตามมันแผนที่นั้นสิอาจจะไปเจอหัวใจเจ้าก็ได้
หุ่นไม้                       : จริงเหรอ ดีจังเพราะข้ารู้สึกเหมือนตัว ข้าจะหลุดเป็นชิ้นๆ แล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ

 (*เศษกระดาษนี้จริงแล้วเป็นเครื่องบินกระดาษ)
หุ่นไม้เริ่มมีกำลังใจขึ้นและออกเดินทางไปพร้อมกับกลุ่มหิ่งห้อย เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า วันแล้ว วันเล่าหุ่นไม้ก็ได้ไปถึงจุดมุ่งหมาย  มันได้สังเกตเห็นตอไม้ตอหนึ่งที่ตายแล้ว มันจึงเดินเข้าไปดูปรากฏว่ามีสิ่งของอยู่ในตอไม้นั้นสิ่งของนั้นมีลักษณะ เป็นสีเงินมันวาวเหมือนเหล็กที่ยังไม่ขึ้นสนิม
หิงห้อย                     : นั้นคือหัวใจเจ้าหรือเปล่า
หุ่นไม้                       : ไม่รู้สิ อาจจะใช่ก็ได้มั้ง
มันได้หยิบขึ้นมาขณะที่หยิบของสิ่งนั้นขึ้นมา ทันใดนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก้อนสีเงินเป็นมันวาวที่อยู่ที่มือของหุ่นไม้ได้ละลายเป็นฝุ่นผง ละลายหายไปเป็นฝุ่นละอองสีขาวๆ สิ่งนั้นกำลังจางสลายไป หุ่นไม้ได้หลับตาลงพร้อมทั้งได้ยินเสียงภาพความทรงจำ ความผูกพันของเพื่อนระหว่างทาง ซึ่งในที่นี้ก็คือหิ่งห้อยนั้นเอง ได้เกิดขึ้นมาให้เห็นตรงหน้า ทั้งที่เจออุปสรรคต่างๆ และเจออะไรต่อมิอะไรแต่มันก็ยังไม่ท้อ
เพราะว่ามันมี หิ่งห้อยเป็นเพื่อนและคอยให้กำลังใจเสมอๆ  แล้วฝุ่นผงเม็ดสุดท้ายก็ได้ สลายไปจากมือ ทันใดน้ำตาได้เริ่มไหลออกจาก ตาของหุ่นไม้ แล้วมันก็ล้มลงกองกับพื้นเหมือนกำลังจะตาย
หิงห้อย                     : เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่าไม่ต้องเสียใจไปนะ ถึงไม่มีหัวใจแล้วก็ยังมีข้าอยู่เป็นเพื่อนทั้ง
                                     คน
หุ่นไม้                       : ข้าไม่ได้เสียใจหรอกหิ้งห้อยข้าดีใจต่างหาก
หิงห้อยงงกับคำตอบนั้น
หุ่นไม้                       : ถึงข้าจะไม่ได้หัวใจมาแต่สิ่งที่ข้าได้มามัน คือสิ่งที่มีค่ามากกว่าวัตถุที่เราตามหาอยู่สิ่งนั้นคือ
        มิตรภาพระหว่างเราความเป็นเพื่อนไม่ว่าข้าจะท้ออย่างไรข้าก็มีเจ้าอยู่เป็นเพื่อนเสมอๆ  ไม่ว่า
                                  ข้าจะมีหัวใจหรือไม่มันไม่สำคัญแล้วล่ะ
มันยิ้มให้กับหิ่งห้อยโดยที่ตัวมันค่อยๆหมดแรงล้มลง
หุ่นไม้                       :ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างถึงข้าจะตายไปแต่ความทรงจำของข้ากับเจ้าก็จะอยู่ตลอดไป
ทันใดนั้น ช่องใส่ของตรงอกซ้ายของหุ่นไม้ เกิดเปิดขึ้นแล้วแสงเจิดจ้าก็สว่างออกมาจากตัว กลุ่มหิ่งห้อยได้บิน ๆ เข้าไปในช่องทางอกซ้ายของมัน หุ่นไม้เริ่มเกิดปฏิกริยาบางอย่าง
หิ่งห้อยได้พูดว่า
หิงห้อย                      :บอกว่าต่อไปนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าและอยู่ในตัวเจ้ายามที่เหงาตลอดไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใดข้าจะคอยเป็นหัวใจให้เจ้าในการดำรงชีวิต ไม่ว่าเจ้าทุกหรือสุขก็จะมีข้าให้กำลังใจอยู่ภายในตัวเจ้าเสมอๆ จงอยู่อย่างมีความสุขและใช้หัวใจที่เต็มไปด้วยมิตรภาพนี้ให้คุ้มค่านะ
วูบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ แสงได้หายไปแล้วประตูของหัวใจก็ถูกปิดลง
หุ่นไม้ตะโกนก้มหน้าด้วยความเสียใจแล้วพูดพึมพำว่า 
หุ่นไม้                         :ขอบคุณมากหิ่งห้อย 
เสียงนั้นลอยในป่าแล้วฉากทุกอย่างก็เริ่มมืด จนหายไป แล้วก็จบ


ภาพสวยค่ะ ไม่ทราบว่าจะส่งเนื้อเรื่องและบทพูดนี้ให้อาจารย์ด้วยหรือเปล่า  เลยถือวิสาสะแก้ภาษาให้เล็กน้อยนะคะ

จะได้สมบูรณ์มากขึ้น   ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า
โอ้ ผลพวงจากการติดภาษาวิบัติ
เห็นมีหลายคนแล้วครับที่ฉิบหายเพราะติดภาษาวิบัติ (โอ๊ย แค่เอาไว้คุยกับเพื่อน~)
จนพอส่งงานที่เป็นทางการทีนึงก็แยกไม่ออกละว่าอะไรผิดอะไรถูกด้วยความเคยตัว

เห็นด้วยกับเก้อครับ
เรายังไม่รู้จักงานของน้องเลย มาถึงก็ให้อ่านเรื่องย่อ ดูรูป แล้วจะรู้ไหมว่างานอะไร ยังไง
สนใจกระบวนการที่ได้มามากกว่าผลลัพธ์ครับ อืมมมมห์
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
โอ้ ผลพวงจากการติดภาษาวิบัติ
เห็นมีหลายคนแล้วครับที่ฉิบหายเพราะติดภาษาวิบัติ (โอ๊ย แค่เอาไว้คุยกับเพื่อน~)
จนพอส่งงานที่เป็นทางการทีนึงก็แยกไม่ออกละว่าอะไรผิดอะไรถูกด้วยความเคยตัว


มีเยอะมากค่ะ ตรวจเรียงความนักเรียนที ได้แก้จนตาลายค่ะ รอยปากกาแดงเถือกไปทั้งสมุด

ยังมีเรื่องการใช้คำซ้ำ ๆ อีกนะคะ
เช่น และ และแล้วและอีก สิ่ง สิ่งแล้วสิ่งอีก ก็ ก็แล้วก็อีก ฯลฯ ฮือๆ~

บันทึกการเข้า
รักแล้วก็รักอีก ยิ้มน่ารัก
เจ็บแล้วก็เจ็บอีก ฮือๆ~
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
รักแล้วก็รักอีก ยิ้มน่ารัก
เจ็บแล้วก็เจ็บอีก ฮือๆ~

แต่ก็ยังยินดี และเต็มใจ "ซ้ำซาก" ใช่ไหมคะ  (อิอิ)
บันทึกการเข้า
พอตูปั่นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แล้วรู้สึกกระอักกระอ่วน ง่ะ
ทำเป็นไม่เห็นโพสต์ข้างบนละกันนะครับ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
ไม่รู้เข้าใจถูกไหม
มันจะเป็นภาพขึ้นมา - มีเสียงบรรยายตามเนื้อเรื่องแบบละครวิทยุ
จากนั้นภาพจะไล่สีสรรไปตามลำดับ ตามอารมณ์ของเรื่องราว ใช่ไหมครับ
บันทึกการเข้า

ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย
หน้า: [1] 2
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!