หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14 ... 17
 
ผู้เขียน หัวข้อ: นิวเคลียร์ (แตกหน่อ)  (อ่าน 71449 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้


จะไปพาเพื่อนมาอีกคน จะได้ฟิวชั่นกัน  อืมมมมห์
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

จะไปพาเพื่อนมาอีกคน จะได้ฟิวชั่นกัน  อืมมมมห์

ฟิวชั่น แปลว่า ผสมกันใช่ไหม ยิ้มน่ารัก
บันทึกการเข้า



 เกย์ออก ใช่ครับ
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ผลิตพลังงานน้ำ ทำรถไฮโดรเจน

"ประดิษฐ์คิดค้นพลังงานทดแทนจากธรรมชาติที่สามารถใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องพึ่งแดดพึ่งลมที่ให้พลังงานไม่เสถียรอีกต่อไป

แถมยังเป็นพลังงานที่สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ และลมซะอีก

แต่ไหนแต่ไรมา เราถูกหว่านล้อมให้เชื่อว่าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เป็นพลังงานสะอาด...จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะต้องไม่ลืมว่าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม จะต้องมีแบตเตอรี่เป็นตัวช่วยเก็บสะสมพลังงาน

แบตเตอรี่ไม่ว่าจะเล็กเท่าถ่านไฟฉาย หรือใหญ่เท่ากับแบตเตอรี่รถ 10 ล้อ...เป็นขยะยากต่อการกำจัด สร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม

พลังงานบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ว่า...พลังงานไฟฟ้าจากก๊าซไฮโดรเจนที่ได้จากน้ำ และเป็นน้ำฟรีๆ...

ไม่ต้องซื้อหา เอาน้ำจากทะเลมาใช้ก็ยังได้

โดยทีมงานคณะนักวิจัยของ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจอดีตเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ ผู้เฒ่าวัย 73 ปี แต่ยังมีไฟสร้างผลงานดีๆเพื่อประเทศชาติ

สร้างรถไฟฟ้าต้นแบบที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซไฮโดรเจนจากน้ำได้เป็นผลสำเร็จ เป็นประเทศที่ 6 ของโลก ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้"

ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=hotnews02&content=67107

บันทึกการเข้า

เฮ้อ.......
เดี๋ยวก็มีคนกลัวว่ามันจะเกิดอุบัติเหตุอีก ระเบิดไฮโดรเจนรุนแรงและกวาดล้างได้บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์หลายเท่านัก
เพราะฉะนั้นเรา เอ่อ...มาเป็นครัวของโลกกันเถอะ  หมีโหด~/
บันทึกการเข้า


ไม่ได้นะครับ พืชเมือ่ปลูกไปนานๆ จะดูดสารอาหารจากดินเราไปหมด

ไหนจะเศษสิ่งปฎิกูลจากสัตว์ที่จะเอามาใช้ทำอาหารอีก ซึ่งถ้าอัดสะสมกันเยอะๆ ก็จะกลายเป็นระเบิดแก๊ซได้

เพราะฉะนั้นเรามาเป็น เอ่อ.. เมืองท่าของเอเชียกันเถอะ  ทีร่เขาเรียกว่า ดีทรอยต์เอเชียอะ(ใช่มะ  ง่ะ)
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
เดสทรอยด์เอเชีย  กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า
ไม่ได้อีกเช่นกันเพราะต่อไปจะเกิดมลภาวะสิ่งแวดล้อมจากระบบโรงงานอุตสาหกรรม อาจทำให้เกิดการกลายพันธุ์ได้
พืชผักเหี่ยวแห้ง เกิดการขาดแคลนอาหารไปทั่ว และเป็นอีกปัจจัยหนึ่งอันจะนำมาซึ่งปัญหาโลกร้อนและน้ำแข็งขั้วโลกละลาย
ทำให้น้ำท่วมโลกแล้ว ซึ่งร้ายแรงกว่าระเบิดไฮโดรเจนเป็นล้านเท่าเพราะฉะนั้นเรามาเป็น...เมืองท่องเที่ยวกันเถอะ
โอ้ว...unseen thailand  หมีโหด~
บันทึกการเข้า
 ง่ะ


ไม่ได้นะครับ พืชเมือ่ปลูกไปนานๆ จะดูดสารอาหารจากดินเราไปหมด

ไหนจะเศษสิ่งปฎิกูลจากสัตว์ที่จะเอามาใช้ทำอาหารอีก ซึ่งถ้าอัดสะสมกันเยอะๆ ก็จะกลายเป็นระเบิดแก๊ซได้

เพราะฉะนั้นเรามาเป็น เอ่อ.. เมืองท่าของเอเชียกันเถอะ  ทีร่เขาเรียกว่า ดีทรอยต์เอเชียอะ(ใช่มะ  ง่ะ)
กรี๊ดดดดด
บันทึกการเข้า

เพียง คำพูดคำสูดท้าย  จะรักแค่เธอไปจนวันตาย...
แนะนำตัว                     bij evol


เอาน่า  เกย์ออก

ไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะเมื่อปล่อยให้คนไปท่องเที่ยวในสถานที่สวยงามทางธรรมชาติต่างๆ จะทำให้ระบบธรรมชาติที่สวยงามของเราจะโดนตัด แผ้วถางไปทำรีสอร์ท ไหนจะขยะจากน้ำมือมนุษย์อีก เป็นปัญหาก่อให้เกิดการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะพัฒนาต่อเนื่องไปเป็นโลกร้อน

งั้นเรามาเป็น บังกะลอร์สองกันเถอะ (แหล่งรวมโปรแกรมเมอร์แบบที่อินเดีย)
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ไม่ได้นะครับ นั่นจะทำให้เกิดมลภาวะจากอุตสาหกรรมอิเลคโทรนิค สารตะกั่วสารปรอท และสารเคลือบ
โลหะหนักทั้งหลายจะเจือปนลงในแหล่งน้ำและพืชพันธุ์อาหาร ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงเฉียบพลัน สภาพแวดล้อม
พื้นที่เพาะปลูกเลี้ยงสัตว์จะถูกเบียดเบียนทำลายเพื่อใช้เป็นพืชที่ก่อสร้าง  คุณภาพชีวิตจะตกต่ำเพราะจำนวน
แรงงานที่เข้าไปแออัดยัดเยียดทำงานกันอยู่ สร้างที่ไหนรถจะติดที่นั่น มลภาวะเป็นพิษตายผ่อนส่ง สังคมเมืองตกต่ำ
อัตราการเกิดอาชญากรรมพุ่งปรี๊ด ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบถอนรากถอนโคน

เพราะฉะนั้นเรามาเป็นเมืองพอเพียงแห่งเอเชียกันเถอะ โอ้ว...สุวรรณภูมิ หมีโหด~
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 พ.ย. 2007, 09:44 น. โดย ชวาลา » บันทึกการเข้า
ไม่ได้นะครับ นั่นจะทำให้เกิดมลภาวะจากอุตสาหกรรมอิเลคโทรนิค สารตะกั่วสารปรอท และสารเคลือบ
โลหะหนักทั้งหลายจะเจือปนลงในแหล่งน้ำและพืชพันธุ์อาหาร ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงเฉียบพลัน สภาพแวดล้อม
พื้นที่เพาะปลูกเลี้ยงสัตว์จะถูกเบียดเบียนทำลายเพื่อใช้เป็นพืชที่ก่อสร้าง  คุณภาพชีวิตจะตกต่ำเพราะจำนวน
แรงงานที่เข้าไปแออัดยัดเยียดทำงานกันอยู่ สร้างที่ไหนรถจะติดที่นั่น มลภาวะเป็นพิษตายผ่อนส่ง สังคมเมืองตกต่ำ
อัตราการเกิดอาชญากรรมพุ่งปรี๊ด ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบถอนรากถอนโคน

เพราะฉะนั้นเรามาเป็นเมืองพอเพียงแห่งเอเชียกันเถอะ โอ้ว...สุวรรณภูมิ หมีโหด~

ผมว่า พอเพียงนี่ได้ครับ

บันทึกการเข้า

ทุกวันนี้ระบอบทุนนิยมเข้าครอบงำจนจะเข้าไปฝังในกระดูกกันอยู่แล้ว ถอยหลังไม่ได้หรอกครับ
เศรษฐกิจพอเพียงที่ผมเข้าใจคือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ถูก
นโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจมองข้ามไป  นโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจเป็นได้เพียงแค่เข็มทิศ
เศรษฐกิจพอเพียงคืออุปกรณ์ยังชีพในการเดินทาง คืออาหาร คือน้ำดื่ม คือยารักษาโรค คือที่อยู่
และที่สำคัญมันคือสิ่งบ่งชี้ถึงเกณฑ์ความสุขในการดำรงชีวิตที่เศรษฐกิจทุนนิยมไม่เคยมี ถือได้ว่า
เป็นบรรทัดฐานที่ยอดเยี่ยมและหลักปฏิบัติใหม่อันน่าอัศจรรย์ใจ   แน่นอนนักการเมืองไทยไม่มี
ใครคิดได้เยี่ยงนี้หรอก  หมีโหด~

เมื่อเราพอเพียงมาจนถึงจุดนึง เอาเป็นว่าพอเพียงกันได้ครบ 63 ล้านคนตามอุดมคติ เราก็จะมีนักรบ
ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งถึง 63ล้านคนซึ่งตั้งอยู่ในอุดมการณ์เดียวกัน เพราะทุกคนถือว่าเป็นนักธุรกิจ
ประเทศจะมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล  63ล้านคนที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการส่งกำลัง
บำรุงจากภายนอก มีเสบียงอาหารปัจจัยจำเป็นทุกอย่างครบครันใช้ได้ไม่มีวันหมดและมีขวัญกำลังใจ
ที่ดีเยี่ยม  คราวนี้สิงกะโปก โคเลีย หรือจะเป็นไอ้ยุ่นก็เหอะจอดสนิทแน่ถ้ามาเจอกับพี่ไทย เพราะ
เศรษฐกิจพอเพียงในมุมมองของข้าพเจ้าไม่ใช่การปิดประเทศอย่างที่นักการเมืองผู้ทรงสติปัญญาหลาย
ท่านเข้าใจ 

*แต่เมื่อเราพอเพียงครบ 63 ล้านคนและกำลังจะก้าวเดินต่อไป เราก็ต้องลดการพึ่งพาจากโลกภายนอก
ให้มากที่สุดเสียก่อน ดังนั้นสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์กันเถอะ ของมันจำเป็นต้องใช้   แหยะ
บันทึกการเข้า


อยากจะใช้แต่สิ่งของจำเป็น อะทีวี ตู้เย็น จำเป็นต้องใช้ ก็แค่็ความสุขเล็กน้อย
นี้ว่าจะถอยวิดีโอมาฉายดูหนังโป๊ที่กราดเกลื่อนเมืองไทย

ก็อยากจะใช้แต่สิ่งของจำเป็นนนนนนนนนนนนน อะเฮน อะ เฮ้นนนนนน  เกย์ออก
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
ทุกวันนี้ระบอบทุนนิยมเข้าครอบงำจนจะเข้าไปฝังในกระดูกกันอยู่แล้ว ถอยหลังไม่ได้หรอกครับ
เศรษฐกิจพอเพียงที่ผมเข้าใจคือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ถูก
นโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจมองข้ามไป  นโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจเป็นได้เพียงแค่เข็มทิศ
เศรษฐกิจพอเพียงคืออุปกรณ์ยังชีพในการเดินทาง คืออาหาร คือน้ำดื่ม คือยารักษาโรค คือที่อยู่
และที่สำคัญมันคือสิ่งบ่งชี้ถึงเกณฑ์ความสุขในการดำรงชีวิตที่เศรษฐกิจทุนนิยมไม่เคยมี ถือได้ว่า
เป็นบรรทัดฐานที่ยอดเยี่ยมและหลักปฏิบัติใหม่อันน่าอัศจรรย์ใจ   แน่นอนนักการเมืองไทยไม่มี
ใครคิดได้เยี่ยงนี้หรอก  หมีโหด~

เมื่อเราพอเพียงมาจนถึงจุดนึง เอาเป็นว่าพอเพียงกันได้ครบ 63 ล้านคนตามอุดมคติ เราก็จะมีนักรบ
ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งถึง 63ล้านคนซึ่งตั้งอยู่ในอุดมการณ์เดียวกัน เพราะทุกคนถือว่าเป็นนักธุรกิจ
ประเทศจะมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล  63ล้านคนที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการส่งกำลัง
บำรุงจากภายนอก มีเสบียงอาหารปัจจัยจำเป็นทุกอย่างครบครันใช้ได้ไม่มีวันหมดและมีขวัญกำลังใจ
ที่ดีเยี่ยม  คราวนี้สิงกะโปก โคเลีย หรือจะเป็นไอ้ยุ่นก็เหอะจอดสนิทแน่ถ้ามาเจอกับพี่ไทย เพราะ
เศรษฐกิจพอเพียงในมุมมองของข้าพเจ้าไม่ใช่การปิดประเทศอย่างที่นักการเมืองผู้ทรงสติปัญญาหลาย
ท่านเข้าใจ 

*แต่เมื่อเราพอเพียงครบ 63 ล้านคนและกำลังจะก้าวเดินต่อไป เราก็ต้องลดการพึ่งพาจากโลกภายนอก
ให้มากที่สุดเสียก่อน ดังนั้นสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์กันเถอะ ของมันจำเป็นต้องใช้   แหยะ


สร้างเถอะครับ
อย่ายกมาสร้างที่บ้านผมพอ

บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10 11 12 13 14 ... 17
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!