หน้า: 1 [2] 3
 
ผู้เขียน หัวข้อ: ...............................  (อ่าน 9913 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 ขาจร กำลังดูหัวข้อนี้
เราก็เคยเป็นนะปัญหาแบบนี้
มีช่วงนึงเป็นหนักเลยแหละ
แต่ก็ฝึกๆทำโจทย์หลายๆรูปแบบดูนะ
แล้วก็ลองทวนดู ก็พอจะช่วยไดเหมือนกันแหละ
บันทึกการเข้า
สู้ๆครับ..............

หาเหตุให้ถูกจุด แก้ไขให้ถูกที่   แล้วจะได้ผลที่ถูกต้อง   
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
ที่ถามว่า นั่งสมาธิคืออะไร นั่งเฉยๆโดยไม่คิดอะไรรึเปล่าเนี่ย ก็จะอธิบายก่อนว่า

ปรกติธรรมชาติของคนน่ะ จิตมันจะว่อกแว่ก เดี๋ยวแว่บคิดเรื่องนั้น เดี๋ยวแว่บคิดเรื่องนี้ นี่อ่ะที่เค้าบอกว่าจิตไม่นิ่ง สมาธิไม่เกิด การนั่งเฉยๆไม่คิดอะไรเรียกสมาธิไม๊ นั่นก็อาจจะ หรืออาจจะไม่เรียกว่าสมาธิ หรือหลับไปเลยก็ไม่แน่ การฝึกสมาธิไม่ได้บอกว่าฝึกแล้วจะทำให้ฉลาดขึ้น เหมือนเด็กเล็กๆชอบเข้าใจว่าอิคคิวนั่งสมาธิแล้วปิ๊งขึ้นมาเหมือนผีบอก ซึ่งไม่ใช่ อิคคิวนั่งสมาธิก็อย่างที่ในการ์ตูนบอก ใช้หมองนั่งมาธิ แปลว่าการจะใช้ความคิดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มันต้องมีสมาธิจดจ่อ ไม่ว่อกแวก ดังนั้นสรุปว่า การฝึกสมาธิคือการฝึกเรียกสติกลับมาหลังจากที่มันแว่บออกนอกเรื่อง และประโยชน์ของมันคือการนำไปใช้ในสถานการณ์จริง แบบว่า เอาล่ะนะจะอ่านโจทย์ล่ะ อย่าเพิ่งแว่บไปเรื่องพี่แอนหล่อดี อะไรแบบนี้ focus ไปที่โจทย์ แล้วการรับรู้ข้อมูลที่กำลังอ่าน การแปลความหมายของข้อมูลจะมีประสิทธิภาพ...

เรารู้สึกว่าตัวเองเริ่มเกรียนป่าวแฮะ หน้ามึน
บันทึกการเข้า
โห ถ้าแวบเรื่องที่ว่านั่น
คงห้ามน้องเขายากล่ะครับ
บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
เพราะต้องใช้สมาธิสูงมากเลยนะครับนั่น กว่าสร้างจินตนาการได้ขนาดนั้น
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
รูปใหญ่หน่อยนะครับ จะได้เห็นหน้าผมชัดๆหน่อย
















บันทึกการเข้า

ทำมาหากินด้วยการเปิดร้านสกรีนเสื้อยืด จ้ะ
 ง่ะ  ผมรู้นะพี่จะสื่ออะไร
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย


จ๋อม ....  งง
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
สรุปคือเวลานั่งสมาธิก็สามารถคิดเรื่องอื่นได้ใช่ไหมค่ะ

แต่ต้องมีสมาธิกับการคิดเรื่องนี้นอยู่..
แอบอ้าง
ผมรู้นะพี่จะสื่ออะไร

ไม่เข้า้ใจอ่ะ  งง
บันทึกการเข้า


พูดเรื่องสมาธิเนี้ย พูดได้อีกยาวเลยนะครับ

สมาธิระยะสั้น คือการจดจ่อ กับสิ่งที่ตัวเองทำในขณะนั้นไม่วอกแวก เช่น ตั้งใจ ลอกการบ้านเพื่อน ช่วงคาบเช้า ก่อนเข้าแถว

สมาธิระยะกลางคือ รู้ตัว ระลึกได้ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ที่มากกว่าการจดจ่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เหมือนว่าจะทำอะไร ก็ตรึกระลึกถึงสิ่งนั้น

สมาธิระยะยาว คือ รู้ตัว ระลึกได้เสมอไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ว่าอารมณ์อะไรเกิดขึ้นมา และรู้เท่าทันถึงอารมณ์นั้น

ประมาณนี้ละครับ อาจจะผิดบ้าง แต่นี้คือโดยประมาณ

ลอง search google คำว่า สมาธิ ตกท้องช้างดูนะครับ คงจะช่วยเรื่องอ่านหนังสือได้
บันทึกการเข้า

เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย
สมาธิ  คือ สภาวะที่จิตยืดมั่นในอารมณ์เดียว  ........
สมาธิทั่วไป(สมถะสมาธิ) ก็อย่างเช่นเราทำงานเราก็ต้องจดจ่ออยุ่กับงาน อ่านหนังสือก็ต้องจดจ่ออยุ่กับหนังสือ แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยุ่ว่า มีสมาธิ แบบไหน เพราะมนุษย์เกิดมามี สัญชาตญานของสมาธิแตกต่างกัน และถ้าไม่ฝึกก็อาจจะหายไปได้หรือสั้นลงได้เช่นกัน 
บันทึกการเข้า

ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย
ต้องฟังดีๆยิ่งใกล้ๆสอบนี่อาจารย์ปล่อยข้อสอบกระัจายครับ
บันทึกการเข้า

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ
เป็นอยู่เหมือนกันครับ

แต่ของผมเป็นข้อสอบกฎหมายครับ  อ่านปัญหาดูแล้วก็เหมือนว่าน้องเองก็รู้ปัญหาอยู่ว่าเกิดจากความสะเพร่าในการทำข้อสอบ  ถ้าคิดว่าตัวเองแม่นในเรื่องที่สอบจริงๆแล้วลองพักสมองหลังทำข้อสอบรอบแรกผ่าน  แล้วกลับมาทวนคำตอบอีกครั้งซิ

แต่วิธีที่ดีกว่าคือเพ่งสมาธิกับข้อนั้นๆไปตลอดอย่าสะเพร่าเลย  ข้อสอบกฎหมายก็ใช้วิธีนี้แหละ  จะตรวจทานข้อสอบนั้นไม่ดีเลย  เพราะข้อสอบกฎหมายถ้าเขียนพลาดแล้วตามันจะเบลอมากๆ  เลยไม่รู้ว่าพลาดอย่างไร  แต่ข้อสอบคำนวนการอ่านทวนคำตอบน่าจะยังได้ผลอยู่ครับ
บันทึกการเข้า

โล่ง
 ฝนเคยเป็นนะ แบบเจ็บใจตัวเองมาก ดันพลาดเรื่องที่ไม่ควรพลาด

ตอนนี้ดันรอบคอบมากเกินไป กลัวพลาดอีก จนรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนย้ำคิดย้ำทำไปแล้ว
บันทึกการเข้า
ถ้าถามพี่นี่ พี่คิดว่าน้องยังครองสติไม่อยู่นะครับ พี่เคยเป็นบ่อยมาก แบบข้อนี่เสร็จ ตู เต็มชัวร์

ออกมาได้ครึ่งนึงงี้ บางทีไม่เต็มเพราะไม่ได้ดูว่าเค้ากำหนดให้ค่าโน่นค่านี้เป็นเท่านี้

พี่แก้โดยการทำตัวเหมือนสอบจริงก่อนสอบครับ  อันที่ผิดพลาดตอนซ้อม พอถึงเวลาสอบเราก็จะไม่

พลาดคับ น้องจากน้องจะซาดิสม์ ชอบเจ็บแบบซ้ำๆๆ   กร๊าก กร๊าก



เรื่องสมาธิพี่ก้อบอกลำบากนะ  ถ้าน้องไม่รู้จิงๆ จะนั่งยังไงนั่งไปทำไม พี่แนะนำให้น้องไปทำอะไรก้อได้

ที่ทำให้น้องไม่รู้สึกฟุ้งซ่านเวลาทำอะไรที่มันสำคัญๆ  นั้นแหละครับสติ ของพี่ชอบเข้าห้องสอบช้าซัก

สามสี่นาทีครับ  แบบรวมพลังแล้วเดินไป ก้อซัดข้อสอบเลย




เรื่องเพื่อนน้องที่ไม่อ่านแล้วได้คะแนนดีเนี่ย บางทีมันอยู่ที่ระบบการคิดของแต่ละคนครับ

พี่ว่าปัญหาไม่ได้อยู่กับน้องอ่านได้เยอะเท่าไหร่หรอกครับมันขึ้นอยู่กับ น้องเข้าใจและประยุกต์ได้แค่ไหนมากกว่า

ตอนพี่เอนท์ พี่อ่านหนังสือสำหรับเอนทรานซ์ สองอาทิตย์เอง เป็นช่วงที่พี่ทำโจทย์นะครับ และอ่านหนังสือแบบจริงๆจังๆ

** ตอน ม.หก เรียนที่โรงเรียน + ทำกิจกรรมก็เวลาไม่พอแล้ววครับ อย่างมากได้อ่านอาทิตย์ละไม่เกินสี่ชั่วโมง

พี่แบ่งแบบนี้ วิชาไหนที่คิดว่าอ่านเองไม่ได้หรือว่าไปเรียนแล้วดีกว่า ไปตะลุยโจทย์ เช่น ไทยสังคม เคมี

พวก อังกฤษ ชีวะ อันนี้มันบุญเก่าครับ  ไปเรียนไปตั้งใจตอนท้ายๆไม่มีผลหรอกครับ

น้องต้องสม่ำเสมอกับมัน แล้วเวลาใกล้สอบผลลัพธ์มันจะดีเองครับ

ฟิสิกส์เลข อันนี้พี่ชอบ พี่ก้อทำมันไปเรื่อยๆอยู่แล้ว  แต่ตอนใกล้สอบนี่ ทำข้อสอบได้สี่ปีครับ

เพราะเวลาไม่พอ จำได้ว่า ทำของปีล่าสุดเสร็จ นอนแล้วก็ตื่นมาสอบเลย



อันนี้ก็มาโม้ให้ฟังครับ  ไม่ต้องทำตามหรอกครับ แต่พี่อยากให้น้องนำไปปรับให้เหมาะกับน้องมากกว่า

น้องไม่ต้องเสียใจหรอกนะครับ ว่าขยันไปก็สู้พวกเก่งๆแต่ขี้เกียจไม่ได้  ตอนมหาลัยน้องจะได้รับผล

ที่น้องขยันมาเองครับ  พวกเก่งแล้วขี้เกียจเข้ามหาลัยมาถ้าปรับตัวไม่ได้ก็เสร็จหมดแหละครับ

บันทึกการเข้า

- HJ™ : www.syringes23.com  ¦  - เวปไซต์เข็มสัมพันธ์ 23
หน้า: 1 [2] 3
 
 
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!