ไม่ใช่คุณแม่ขอร้อง
แต่ผมขอร้องคนหนึ่งแหละ
(ทั้งคนให้และคนรับริการ?)
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L5387949/L5387949.html
พรเกษมคลีนิค ณ The mall บางแค
:08:
เยอะแยะ :22:
พระไทย เอ้ย ไม่ใช่พระซิ พวกช๊อบส้ม
เหวอ :08:
เดี๋ยวนี้ชอบมีอะไรแปลกๆแฮะ :08:
ช่างเค้าเถอะครับ...
นรกจะกินกบาลเค้าเองแหละ :35:
เหว๊ยยยย :08:
คนจะไม่นับถือพระก็เพราะพวกนี้แหละ :01:
ส้นตีนจริงๆ บวชไปหาที่กินที่อยู่ฟรีเหรอวะ ไม่ได้ศึกษาหาอะไรมาเพิ่มให้หัวกันเล๊ย
บวชเอาใจที่บ้านน่ะ บางตัว เอ้ยรูป รวยอยู่แล้ว พ่อแม่ให้บวช :22:
:39: บวชไปงั้น ฆราวาสในคราบสงฆ์
พระห้ามเล่นกีต้าร์ :07:
พระห้ามปาจรวด :07:
พระกดสิวได้ :07: :07:
ไม่ใช่การรักษาโรคหรอกเหรอสิวน่ะ :09:
ห่ะห่ะ.. :42:
เห็นแล้วทุเรศ :22:
(รักษาโรคจะไม่ว่าไรหรอกครับ แต่นี่คนกดมันเป็นผู้หญิง :07:)
อ๋อ :31:
มันเหมือนว่าบวชแล้วพระควรจะไม่ยึดติดกับทางโลกนะ น่าจะปล่อยวางอะไรที่อยู่ใน รูป รส กลิ่น เสียง (ล่ะมั่ง) แล้วที่สำคัญ เจ้าหน้าที่หญิงเป็นผู้ปฎิบิติการกดสิว
ปฎิเสธไม่ได้หรอกครับ
ว่าการบวชในปัจจุบันส่วนมากเลย เกินครึ่ง เพียงเพราะพ่อแม่ต้องการเห็นชายผ้าเหลือง
ดีเลวแค่ไหนไม่รู้
อย่าบวชเลยคะถ้าต้องการแค่นั้น :01:
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ :01:
โห แบบนี้มันก็เกินนะไป :08:
งงครับ เกินนะไป :09:
เกินไปนะ :44:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 08 พ.ค. 2007, 18:58 น.
ปฎิเสธไม่ได้หรอกครับ
ว่าการบวชในปัจจุบันส่วนมากเลย เกินครึ่ง เพียงเพราะพ่อแม่ต้องการเห็นชายผ้าเหลือง
ดีเลวแค่ไหนไม่รู้
แต่หารู้ไม่ว่า จริงๆแล้วที่บอกว่าบวชเพื่อพ่อแม่ แล้วท่านจะได้จริงๆนั้น ยากครับ
บุญไม่ได้ ที่จะได้คือบาปที่ลูกชายทำเสื่อมเสียพุทธศาสนาอีกต่างหาก
ขอฝากทุกท่านด้วยละกัน ว่า ไอ้แค่การบวช ที่บอกว่าบวชเพื่อพ่อแม่ ขอให้ทำได้จริง
หยุดความต้องการทางโลกแล้วตั้งใจศึกษา ไม่ว่าจะบวช 3 วัน 7วัน หรือจะเป็นพรรษา ขอแค่ตั้งใจแล้วทำได้ แต่ถ้ายิ่งทำตัวไม่เหมาะสมทำให้โลกติเตือนเจตนาต่ำหรือหลงอยุ่ในกิเลสต่างๆตามใจชอบไม่ยอมที่จะหยุดมัน ทั้งที่ครองผ้าเหลืองอยุ่แท้ๆ อย่างนั้นยิ่งบวชมากก็ยิ่งบาปมาก ไม่ใช่แต่เราพ่อแม่เราก็ด้วย...........(ผมนี่โดนมาหลายราย เพื่อนบวชที่ไร ชวนกินเบียรทุกที ถามหน่อย เหอะ จะบวชให้พ่อแม่ได้บุญหรือจะให้เขาได้บาปกันแน่..)
แต่เราก็จำเป็นต้องทำใจ.....มันต้องเป็นเช่นนั้นเอง..........
ข่าวที่พระท่านปฏิบัติดีๆ มันก็ไม่ดัง ดังแต่ข่าวแบบเนี่ย :08:
แถมกระแสดีอีกตะหาก
อ้างคำพูดจาก: tao เมื่อ 08 พ.ค. 2007, 18:11 น.
พระห้ามเล่นกีต้าร์ :07:
พระห้ามปาจรวด :07:
พระกดสิวได้ :07: :07:
:30: เต่าคัมแบ็ก
อ้างคำพูดจาก: รับทำวิทยานิพนธ์ เมื่อ 08 พ.ค. 2007, 18:14 น.
ไม่ใช่การรักษาโรคหรอกเหรอสิวน่ะ :09:
อย่าว่านู้นนี่เลยนะ ถามว่าคนที่จัดฟันสมัยนี้ มีสักกี่คนที่จัดเพื่อการรักษา?
ตูว่าเรื่องสิวก็เหมือนกัน ถ้ามันอักเสบหรืออะไรอย่างนั้นก็พอเข้าใจได้นะ (อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน)
แต่ถ้าเพื่อเสริมสวยเนี่ย จะผู้ชายกด ผู้หญิงกด หรือกดผู้หญิง ก็ผิดทั้งนั้นแหละ :07:
มองโลกในแง่ดีกันหน่อยสิครับ
พระกดสิว ดีกว่าพระกดสีกานะ :31:
นี่สีกากดสิวพระ :08:
เรื่องเจตนาเป็นสำคัญครับ ถ้ามีเจตนาเพื่อรักษา นี่ก็ไม่ถือว่าอาบัติ แต่ถ้ามีแว๊บๆนี่ก็อาบัติไป
แต่โลกติเตือนครับ.....อันนี้แน่นอน......
+ จักรี :46:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 08 พ.ค. 2007, 19:45 น.
เรื่องเจตนาเป็นสำคัญครับ ถ้ามีเจตนาเพื่อรักษา นี่ก็ไม่ถือว่าอาบัติ แต่ถ้ามีแว๊บๆนี่ก็อาบัติไป
แต่โลกติเตือนครับ.....อันนี้แน่นอน......
เช่นพอสีกาก้มก็เหลือบ ก้มก็เหลือบ :04:
เหลือบ..ศาสนา :04:
เรื่องสิวๆ :42:
ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ก็น่าสงสารศาสนาอย่างยิ่ง นับวันยิ่งทำให้หมดศรัทธา แยกแยะไม่ค่อยออกแล้วระหว่าง พระ กับ คนห่มผ้าเหลือง
ถ้าดูออกกันง่ายๆก็คงไม่มีคนหลงเป็นแสนเป็นหมื่นแน่ๆ
ดีเลวแยกกันไม่ออก
พระ เอ่อ พระเค้าเป็นชายแท้รึปล่าวคะ :08:
รึว่าเป็นเพศที่สาม
รู้สึกจะเรียกว่า บัณเฑาะก์ ครับ พระเพศที่ 3
ขอบใจจะ :33:
ยังจำภาพ FWD Mail ที่พระรึเณรนี่แหละ ที่ห่มจีวรสีสันหวานแหวว
ที่ใช้ผ้าคาดเอวอย่างกับโอบิ ญี่ปุ่นได้อยู่้เลย :08:
:30: :30: ภาคเหนือเรียกตุ๊เจ๊
ขำมากไหมยะ :34:
"""" คิดเล่นๆ """"
แล้วถ้ามีนัดมารักษาสิว แล้วปรากฎว่าพอมาตามนัดก็บวชไปแล้วล่ะครับ จะทำยังไงดี
1. นัดมากดสิวหลังสึก
2. ปฏิเสธไปเลย
3. กดสิวให้
:31:
การบวชนี่ ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าไม่ใช่เหรอคะ
ไม่ใช่มาถึงบวชได้ปัจจุบันทันด่วน
แล้วถ้าจะนัดหาหมอ ก็น่าจะมีการวางแผนเผื่อด้วยอีกที
หมอสิวเค้าก็ชอบนัดกัน อาทิตย์นึง มาดูอาการทีไม่ใช่เหรอคะ
อ้างอิง"""" คิดเล่นๆ """"
:46:
เจ๊เฟิร์นอย่าเคร่งครึมมากนักครับ น่ากลัว :30:
อารมณ์มันไม่เข้าใครออกใครหรอกครับ อยากเมื่อไรก็ไปเมื่อนั้นแหละ :04:
อาจจะเป็น สาขาลับของวัดก็ได้นะครับ
เอามานั่งวิปัสสนา {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 08 พ.ค. 2007, 23:05 น.
:46:
เจ๊เฟิร์นอย่าเคร่งครึมมากนักครับ น่ากลัว :30:
อะไรเล่าหมอแมว เฟิร์นก็ตอบเล่นๆ :25:
แต่อ้างอิงข้ิอมูลเล็กน้อย เค้าไม่ได้ซีเรียสนะ :27:
ศีลที่ต้องยึดถือปฎิบัติมันเป็นข้อห้ามที่ทำให้ละทางโลกนะเท่าที่อ่านมาคร่าวๆ ตอนที่รอปริ้นศีลสองร้อยกว่าข้อให้พี่ชาย :34:
เง็กว่ามันเป็นเหมือนกับการกลับไปสู่สามัญ กินเพื่ออยู่ สวมใส่เพื่อปกปิด รักษาเพื่อให้รอดชีวิต ที่อยู่หลับนอนเพื่อป้องกันแดดฝน
เมื่ออยู่ได้อย่างสามัญแล้ว มีเวลาที่แน่นอนแล้ว ก็สามารถมีเวลาเอาไปคิดไปศึกษา ธรรมะ(ชาติ) หรือวิธีพ้นทุกข์ต่างๆ เพื่อเอามาสอนให้กับฆารวาสที่ไม่มีเวลาไปศึกษาธรรม
พี่ชายแท้ๆ ของเง็กเค้าเลิกบุหรี่กับเหล้าไปเลยนะ :40: หลังจากที่ไปบวชเพราะป๊าสั่งมา :02:
อนุโมทนาสาธุ ลุ้นอยู่เนี่ยว่ามันจะกลับไปสูบอีกรึเปล่า :05:
เฮ้อ เห็นแล้วปลง
แหม...เรื่องแค่นี้
ทำเป็นตื่นเต้นกันใหญ่ :22:
:35:
เพราะตอนเณรธีบวช ก็ไปกดมาใช่มั้ยละ สิวนะสิว
ผิดศีลครับ มิใช่กิจของสงฆ์ เอาเป้นว่าอย่าให้คนห่มผ้าเหลืองพวกนี้มาทำให้พวกเราหมดความนับถือในศาสนาเลยนะครับ ศาสนาไม่ใช่คนที่หม่ผ้าเหลืองนะครับ :46:
:08:
หมายถึงดีไงที่เรื่องอาบัติถุลลัจจัย ของพระ ? รูปหนึ่ง
ทำให้ญาติโยมกระตู้วู้ได้ขนาดนี้
ทำให้เราทราบว่า "ญาติโยมรู้ว่านี่ไม่ใช่ส่วนใหญ่ของพระทั้งหมด"
เพราะอีแบบนี้เป็นเีรื่อง "ผิดปรกติวิสัยพระที่ดี"
และ "พระในปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่เป็นอีแบบนี้"
ถือโอกาสปั่นเลยละกัน
พระให้สีกากด...สิวแบบนี้พิจารณาโทษานุโทษตามพระวินัยได้ 2 กระทง
กระทงแรก ถ้าสีกาจับพระหรือพระจับสีกาแล้ว เพียงเกิดหรือมีอารมณ์....ขึ้นมา
ก็ตองระวางโทษ อาบัติสังฆาทิเสส (รองจากปาราชิก) แต่ยังไม่ขาดจากควายเป็นพระ
กระทงสอง ถ้าสีกาจับพระหรือแม้กระทั่งสีกามาปล้ำพระ แต่พระไม่มีอารมณ์ใคร่ใด ๆ (ซึ่งยากมาก) :42:
ก็อาจผิดได้ทั้งอาบัติถุลลัจจัย (รองสังฆาทิเสส) หรืออาบัติทุกกฎ (ในกรณีจับมารดาหรือบุพพการีของตน)
ทั้งสองกรณีแพะท่านนี้ยังไม่ขาดจากควายเป็นพระทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้น.....
:27:
พูดถึงเรื่องอาบัติ ทำให้นึกถึงพระรูปหนึ่ง..แถวภาคเหนือ
พระรูปนี้ตั้งสำนักอยู่คนเดียว เป็นที่นับถือของชาวบ้าน
ท่านฉันข้าวตอนเย็น ๆ ทุกวัน
แถมไม่โกนผมอีกต่างหาก...
มีคนเคยเข้าไปถามท่านว่า "เหตุใดท่านจึ่งกระทำเยี่ยงนี้"
ท่านวิสัชชนาด้วยอารมณ์อันเยือกเย็นตามวิสัยอริยชน ว่า
"ก็ไม่มีใครมาปรับอาบัติกูนี่!"
แหมน่าแตะกบาลพระอรหันต์องค์นี้จริง :30:
มองข้าม พฤติกรรมของพระรูปนี้ ซึ่งจะผิดมากผิดน้อย ถ้าหลีกเลี่ยงได้ ควรจะหลีกเลี่ยง ครับ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจทั้งนี้และทั้งนั้น ขึ้นอยุ่กับเจตนา แต่....ถึงแม้เจตนาจะบริษุทธิ์ แต่ถ้าการกระทำโลกมองว่าจะเป้นส่วนหนึ่งที่จะทำให้พุทธศาสนาดูย่ำแย่สำหรับ ชาวพุทธที่ยังไม่เข้าใจดี ก็ถือว่าไม่เหมาะสม และควรหยิบยกขึ้นมาติเตือนเพื่อไม่ให้เป้นการส่งเสริมพฤติกรรมเหล่านนี้ ด้วยการนิ่งเฉย ซึ่งนั่น ก็ถูกต้องแล้วครับ...........
ดีครับ ชาวพุทธเราตื่นตัวตกใจกันแบบนี้
จะได้มีพระสงฆ์ดี ๆ ให้เรากราบไหว้ต่อไปนาน ๆ
การนิ่งเฉย... กับเรื่องแบบนี้..
ก็รู้ ๆ กันอยู่ครับ
ว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับพระศาสนาเลย...
:22:
ไม่น่าปฏิบัติเยี่ยงนี้เลยครับ แค่นี้ก็ถือว่า "โลกะวัชชะ" โลกตำหนิติเตียนแล้ว เฮ้อ...เมื่อไหร่จะมีมาตรฐานหรือกฏหมายอะไรซักอย่างมาคัดกรองคนก่อนบวชหรือจัดการกับพวกนี้ซะที อยากให้มีการนำกฏหมายมาใช้กับพวกมนุษย์ที่ใช้ผ้าเหลืองบังหน้าแต่ปฏิบัติตัวเลว ลำพังแค่มีใบสุทธิรับรองในระหว่างที่เป็นพระบางทีมันไม่สามารถบ่งบอกถึงโฉมหน้าตัวตนที่แท้จริงของคน ๆนั้นได้ น่าจะนำกฏหมายมาใช้จัดการด้วยหากทำผิดและถูกจับสึกออกมาแล้วต้องนำมาดำเนินคดีด้วย
นี่ยังเล็กน้อยตอนผมบวชนี่โห...ตกใจมาก ๆนึกไม่ถึงว่าสังคมของพระจะเป็นได้ถึงเพียงนี้
แต่สุดท้ายหลังจากศึกษาธรรมะและพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วผมจึงได้เข้าใจว่า ศาสนาพุทธจริง ๆแล้วคือหลักคำสอนต่าง ๆของพระพุทธองค์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ หาได้อยู่ที่ตัวของสาวกของพระพุทธองค์ไม่ สมดังที่ท่านพระพุทธองค์เคยกล่าวเอาไว้ว่า " ผู้ใดมองเห็นธรรม ผู้นั้นมองเห็นเรา " ยังไงขอให้ยึดถือเอาหลักคำสอนของพระพุทธองค์เอาไว้ในใจกันนะครับ
สิ่งที่เราเห็นสาวกของท่านกระทำในสิ่งต่าง ๆแล้วเราชื่นชม ศรัทธา โกรธแค้น โมโห หรือไม่พอใจนั้น แท้จริงแล้วเรากำลังยึดติด และนำพาเราไปสู่ความลุ่มหลง เมื่อลุ่มหลงแล้วก็จะนำพาเราไปสู่อารมณ์ต่าง ๆ ศรัทธา เสียใจ มัวเมา โกรธ ฯลฯ อารมณ์เหล่านี้ไม่มีที่สิ้นสุดและผันแปรไปตามกาลเวลา เมื่ออารมณ์เกิดขึ้นภายในจิตใจแล้วก็จะเกิดกิเลสต่าง ๆขึ้นมาครอบงำ เมื่อเกิดกิเลสก็จะเกิดทุกข์ขึ้นมา แล้วเราก็จะเข้าสู่วัฏจักรการจองเวรทางกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมในรูปแบบต่าง ๆตามที่ใจเราปรุงแต่งขึ้นมาเป็นบาปและกรรมสืบต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด เลิกยึดติดในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงบอกว่าตั้งอยู่บนความเสื่อมอยู่ทุกขณะจิต แล้วหันมาศึกษาพระธรรมคำสอนซึ่งเป็นหัวใจหลักของศาสนาพุทธกันดีกว่าครับ
หันมาพึ่งจตุคามดีกว่าครับ ไม่มีโทษ :42:
รวยด้วยครับ
แค่พึ่งใบจองก็รวย(ฉิบหาย)แล้ว
+ ต้องการครับ
เป็นความคิดเห็นที่โดนใจครับ
อ้างอิง
...
แต่สุดท้ายหลังจากศึกษาธรรมะและพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วผมจึงได้เข้าใจว่า ศาสนาพุทธจริง ๆแล้วคือหลักคำสอนต่าง ๆของพระพุทธองค์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ หาได้อยู่ที่ตัวของสาวกของพระพุทธองค์ไม่ สมดังที่ท่านพระพุทธองค์เคยกล่าวเอาไว้ว่า " ผู้ใดมองเห็นธรรม ผู้นั้นมองเห็นเรา " ยังไงขอให้ยึดถือเอาหลักคำสอนของพระพุทธองค์เอาไว้ในใจกันนะครับ
...
เรามักตื่นเต้นจนลืมไปว่าจริง ๆ สิ่งนั้นคืออะไร อย่าติเตียนคนอื่นเลยครับ หันมาศึกษาและติเตียนตัวเองดีกว่า :46:
+ พี่แอ๊ะ :46:
+ พี่แอน
ไม่เกี่ยวกับเจตนาหรือไม่เจตนาครับ
แตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงนี่ก็ผิดแล้วครับ
อีกอย่างสิว ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง ไม่น่าจะต้องรักษาให้หายขาด
การทำแบบนั้นคือต้องการให้รูปสวย ซึ่งก็ผิดอีก
ส่วนมากพระที่ทำแบบนั้นจะเป็นพระหนุ่มที่บวชเรียนนะครับ
ไม่ได้บวชเพื่อให้พ่อแม่เกาะชายผ้าเหลืองหรอก ได้วุฒิแล้วก็สึก เท่านั้น
การหันมามองตัวเองก่อนที่จะไปตำหนิคนอื่นเป็นเรื่องที่ดีและสมควรทำ ครับ แต่บางครั้งมันก็เป็นเหมือนหน้าที่ ที่เราต้องช่วยกันสอดส่องดูแล....
ถ้าเรามัวแต่รอผู้ที่บริษุทธิ์จริงๆมาคอยสั่งสอนมาคอยบอกมาคอยเตือนสิ่งเหล่านี้นับวันก็จะยิ่ง ส่งผลที่ไม่ดีแน่ต่อพุทธบริษัท หรือศาสนาที่เราเคารพ...
คนอยุ่ข้างบนโยนหินลงมาง่ายกว่าก็จริง แต่ผมเห็นว่า คนที่อยู่ข้างล่างก็น่าจะเขว้งหินขึ้นไปบ้าง อาจจะยากหน่อยแต่ บางครั้งมันก็จำเป็น......
เรื่องอย่างนี้พูดยากครับ :42:
ทำยังยากกว่าเลย
ทำ...ไม่ยากครับ :42:
:04:
นี่พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย :08:
เรื่องพระดูดสิว
ถ้าคนบีบเป็นผู้ชายก็ไม่ผิดใช่ไหม :09:
:42:
ผิด :33:
ก็ สงสัยอยู่ว่า
ที่ผิดเพราะคนบีบเป็นผู้หญิง หรือ ผิดตั้งแต่บีบสิวแล้ว :42:
บีบไม่บีบไม่เกี่ยวกับพระวินัยหรอก
พระวินัยปิฎกไม่เคยมีกฎข้อนี้
แต่มันไม่สมควร...เป็นโลกวัชชะ ชาวบ้านติเตียน
และมันไม่สมควรยิ่งที่ไปนอนให้ผู้หญิงจับเนื้อต้องตัวต่างหาก
เพราะข้อนี้มันผิด พรบ.ว่าด้วยการกระทำอันเป็นอาบัติสังฆาทิเสส ตามพระวินัยบัญญัติด้วย
:15:
เล่นเน็ต ดูซ๊ดี หาเลือกซื้อมือถือ ก็ไม่เกี่ยวเพราะสมัยก่อน
ไม่มีของพวกนี้ :35: เลยไม่มีกฏ
ผมเคยพูดเรื่องพวกนี้ไว้ในนี้นานแล้ว...
พระวินัยคือตรรกะเดิม ๆ ที่ใช้รักษาความบริสุทธิ์ของพระมาได้กว่า 2500 ปี
แต่ที่สำคัญคือชาวบ้านนั่นแหละครับที่จะช่วยกันตัดสินว่า
พระทำถูกหรือผิดพระวินัยหรือไม่
ถ้าพุทธบริษัทไม่เข้าใจและไม่สนใจการประพฤติตัวของพระสงฆ์
เหมือนคติที่ว่า "ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์"
อย่างงี้สังฆบริษัทที่บริสุทธิ์
ไม่มีวันที่จะอยู่ได้นานหรอกครับ
เพราะพระทำอะไรไม่ดีชาวบ้านก็ไม่ตำหนิติเตียน
พระที่ "หน้าด้าน" (อลัชชี)
ก็ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในผ้าเหลืองได้อย่างสบายใจ
ต้นเหตุ ของการบัญญัติพระวินัยของพระสงฆ์ เกิดขึ้นเพราะชาวบ้านนั่นเอง
ที่เห็นพระทำอะไรที่ดู "ไม่เหมาะสม" ในสายตาชาวบ้าน
เขาก็มาฟ้องพระพุทธเจ้า ๆ ก็จึงบัญญัติพระวินัยห้ามพระทำอย่างนั้นขึ้น ๆ มา
พระพุทธเจ้าไม่เคยวางเฉยกับเรื่องการประพฤติตัวของพระสงฆ์ครับ
เพราะมันกระทบถีงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนโดยรวมเลยทีเดียว
ญาติโยมก็เช่นกัน...
อ๋อ เหมือนช่วงเข้าพรรษาที่เพราะพระออกธุดงค์แล้วไปเหยียบพืชผล ชาวบ้านใช่มั้ยครับ :46:
ขอถามหน่อยครับ เมื่อก่อนเคยเจอพระรูปนึงชอบนั่งรถไฟเข้า กทม. ไปบิณฑบาตรขอของบริจาค แต่ไม่ได้เอาเข้าวัด แต่เอาไปให้ญาติตัวเองขาย (ตอนนี้ไม่เห็นละ) ผิดวินัยมากมั้ยครับ :09:
นัจจะ คีตะ วาทิตะวิสู กะทัสสะนา
มาลาคันธะ วิเลปะนะ ธารณะ มัณฑนะ วิพูสะนัตถานา
เวระมะนี สิขา ปะทัง สะมา ทิยามิ
โอย พระโล้ไทย :08:
แปลด้วยเถิ้ด :05:
ห้ามซึ่งเครื่องหอม ประทินผิวกาย ทำนองนั้นล่ะครับ
แต่นี่เล่นเข้าร้านเลย :08:
ไม่ได้ประทินนะครับ ไปกดสิว {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: nuugo เมื่อ 09 พ.ค. 2007, 15:56 น.
มาลาคันธะ วิเลปะนะ ธารณะ มัณฑนะ วิพูสะนัตถานา
ห้ามประทินผิวด้วยเครื่องทรงเครื่องหอมเครื่องประดับอาภรณ์ต่าง ๆสิกขาบทข้อนี้เป็นของสามเณรครับ
สำหรับภิกษุทั้ง 227 ข้อไม่มีศีลข้อนี้บัญญัติไว้
แต่ก้ใช้ได้เหมือนกัน... :42:
พระวินัยทุกข้อมีเหตุเกิดก่อน
แล้วจึงบัญญัติห้ามทั้งนั้นครับ (common law)
แต่พระพุทธเจ้าจะไม่ทรงล้อมคอกก่อนวัวหาย (civil law)
ทั้ง ๆ ที่ทรงรู้อยู่แก่ใจดีว่าควรจะบัญญัติห้ามอะไรไว้
เพราะจะเป็นที่ครหาของต่างศาสนิกในสมัยนั้นได้
ว่าทรงบัญญัติวินัยแบบ ไม่มีเหตุผล คนทำไม่ได้...
มันต้องให้ส่วนรวมเห็นความเหมาะสมในการบัญญัติสิ่งนั้น ๆ
ขึ้นมาก่อนพระองค์จึงตราพระวินัยขึ้นโดยการรับรองของสังฆบริษัท
พระดูหนังโป๊ก็เช่นกัน...
อ๋อ เข้าใจแล้วขอบคุณ คุณโก้ค่ะ
แต่จอยสงสัยว่าถ้างั้นพระที่ทาแป้ง หรือ ใส่น้ำหอม หรือโรลออนอะไรพวกนี้ผิดหมดไหมคะ :09:
งั้นสังคายนาใหม่ได้แล้วครับ :46:
พุทธเถรวาท
สังคายนาเพิ่มเติมพระวินัยไม่ได้ครับ (ทั้ง ๆที่ พระพุทธเจ้าอนุญาตไว้)
เพราะเดี๋ยวพวกไปเพิ่มลดปรับวินัย เสียจนมีเมียได้เหมือนมหายานอีก
แต่ชาวบ้านหัวดำเรานี่แหละ
ที่จะช่วยสังคายนาตะเพิดพระไม่ดีไปให้พ้น ๆ ได้
ยากต่อการควบคุม ซึ่งเดียวนี้ก็มีพวกลัทธิต่างๆอ้าง คำสอน มาแล้วบิดเบือน เยอะไป อย่างที่เห็นๆ อยุ่ทุกวันนี้แหละ การปฏิรูปธรรมของศาสดาถือว่าผิด มหันต์นะครับ เพราะเหมือนจงใจจะเปลี่ยนแปลงความจริงของธรรมชาติ......
ที่พี่แจ็กกี้พูด
ไม่เกี่ยวกับวินัยปิฎกที่เป็นส่วนสมมุติบัญญัติ นะครับ
เพราะสมมุติฯ มันไม่ยั่งยืนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
แต่ปรมัตถธรรม หรือสภาวะอันแท้จริงของธรรมชาติ
ไม่สามารถบิดเบือนได้แน่นอน
แต่ถ้าใครอยากเสี่ยง...
ก็เชิญครับ
แล้วผมจะคอยดูความสำเร็จของคุณ
:36:
อันล่างนั่น :42:
สนใจหรือจ๊ะห์ :27:
เจ๊จอยเป็นลิง :27:
:48:
ไม่เอาค่ะ
อ๋อ ครับ :42:
งั้นฝากถึงสถาบันที่ บิดเบือนที่เข้าข่ายปฏิรูปธรรม ด้วยละกันนะครับ... :30:
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 09 พ.ค. 2007, 16:22 น.
อันล่างนั่น :42:
คนเราถ้าไม่มีความปรารถนาในสิ่งใด
มักไม่ถามหาสิ่งนั้นดอก แม่นาง :27:
ไม่ถามหา แค่ เห็นแล้วมัน :08:
อ้างคำพูดจาก: tmd เมื่อ 09 พ.ค. 2007, 16:26 น.
คนเราถ้าไม่มีความปรารถนาในสิ่งใด
มักไม่ถามหาสิ่งนั้นดอก แม่นาง :27:
ตกลงท่าน จะเป็น พระวัดป่า หรือ จะเป็น หลงจีนวัดเส้าหลิน ครับ น้องเณร
:43:
:39:
อ่านมาเครียดเจอตรงนี้ขำเลย :30:
อ้างคำพูดจาก: tmd เมื่อ 09 พ.ค. 2007, 14:37 น.
และมันไม่สมควรยิ่งที่ไปนอนให้ผู้หญิงจับเนื้อต้องตัวต่างหาก
เพราะข้อนี้มันผิด พรบ.ว่าด้วยการกระทำอันเป็นอาบัติสังฆาทิเสส ตามพระวินัยบัญญัติด้วย
ยังไม่ถึงสังฆาทิเสสครับ เพราะถ้าผิดหมวดนี้ จะ้ผิดลองจากปาราชิก
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/vinai01.php
http://th.wikisource.org/wiki/ -> ค้นหา่คำว่า พระวินัยปิฎก
เพราะดูกันที่่มีกำหนัดไหม
มีหลายความเห็นที่แสดงถึง สังฆาทิเสส จึงขอยั้งๆกันหน่อยนะ :35: เพราะหมวดนี้แก้ยาก(ไม่ใช่แค่ปลงอาบัติ)
และขอให้ข้อมูลเพิ่มแล้วกันนะครับเกี่ยวกับศีล 227 ข้อ (นอกนั้นมักเป็นโลกะวัชชะ ที่หลายคนแนะนำไป)
http://www.larnbuddhism.com/grammathan/siil227.html
http://www.salatham.com/ordane/donts.htm
ผมว่าเยอะมากๆที่บวชแล้วทำผิดศีล (ไม่เชื่อลองอ่านหัวข้อ ปกิณสถะ ข้อ 1) ..แต่อันนี้ผิดน้อย
เห็นพระขุดดิน ตัดต้นไม้? (อ่านหมวด ปาจิตตีย์ ข้อ 10 11) ...ฯลฯ
ผมบวช 2 ครั้ง(ครั้งแรก ช่วง summer, อีกครั้งบวชเอาพรรษา[ได้เรียนตอนบวชเอาพรรษา ตอนเรียนก็สนุกดี เช่น ปาราชิก ข้อเสพเมถุ เพราะเรียนด้วยว่าแค่ไหนถึงจะขาดจากความเป็นพระ..พูดที่นี่อาจไม่ได้, เมถุนแปลว่าคนคู่ คนเกิดเดือน มิ.ย. คงพอจำสัญญลักษณ์ได้])
ผมเห็นคนคุยเรื่องธรรม(จริงๆรากศัพท์ก็คือธรรมชาติ-เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของคน สิ่งมีชีวิต กรรม ..ฯลฯ) ที่นี่ครับ www.budpage.com (http://www.budpage.com) เพื่อมีคนสนใจ :42:
อ้อครับ
แต่ไม่มีใครรู้เจตนาภายในของพระรูปนั้นดอกครับ
ว่าท่านคิดเช่นไร การต้องอาบัติข้อใด เข้าข้อยกเว้น เหตุลดโทษข้อไหน
ไม่มีใครรู้หรอกครับ
แต่อย่างไรก็ตาม
อาบัตินั้นเมื่อต้องแล้ว
ขึ้นบัญชีนรกทันทีโดยไม่ต้องให้ใครมาฟ้องร้อง
-----------------------
แหม.... อย่าให้พูดเลย อืม ๆ :35:
บทภาชนีย์ - ปฐมปาราชิกสิกขาบท (http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/vinai01.php)
:04: :04: :04:
:08:
สนใจอีกเหรอจ๊ะหหห์ :27:
เอาวะ
มามะ :27:
มันไม่ใช่เรื่องที่พระจะทำ แม้ว่าก่อนจะบวช เขาจะเป็นตุ๊ดเป็นเกย์
หรือเป็นคนที่ดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษก็เถอะครับ
:22:
:30: :30:
ผมก็เป็นแฟนคลับห้องสวนลุมคนหนึ่ง
ตอนนี้เจ้าของกระทู้ก็เอาไปลงที่ห้องศาสนาแล้ว(เพราะห้องสวนลุมโหวดเท่าไหร่ก็ไม่ได้ขึ้นหน้าแรก คนไม่เห็น)
ที่น่าละเหี่ยใจก็คือ คนในห้องศาสนาก็มีทั้งติเตียน และปกป้อง!! บอกว่ามารักษาโรค(สิว)
มันก็ใช่ล่ะ พระรักษาโรคมันไม่ผิดอยู่แล้ว
แต่มันไม่ผิดที่ผิดทางไปหน่อยหรือท่าน!!!
เพราะคลีนิคแห่งนั้น(พรเกษม) มันเป็นคลีนิคที่คนทั่วบ้านทั่วเมือง และลักษณะภายนอกของคลีนิคก็รู้กันว่าเป็นคลีนิค เพื่อความงาม ให้หน้าสวย หน้าใส
และเป็นที่รู้กันว่าพนักงานเป็นหญิงล้วน
มันส่อเจตนานะครับ ที่เข้าไปในคลีนิคนั้นก็เพื่อความงาม (ซึ่งพระต้องตัดให้ขาด)
เพราะสิวเป็นเพียงสิ่งภายนอกที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือเป็นอันให้ทุพพลภาพ
โอเค ถ้าสิวมันรำคาญ(และพระสำอางอยากจะกด) ทำไมไม่ไปตามโรงพยาบาลล่ะครับมีบุรุษพยาบาลด้วย หรือไม่ก็ที่สถาบันโรคผิวหนังที่ราชวิถี
มันเป็นภาพที่ไม่ค่อยจะดีเลยนะนั่น เพราะพรเกษมน่ะ คนรอคิวเยอะ และส่วนใหญ่ก็เป็นสตรี คลีนิคทั่วไปหมอก็กดสิวให้ได้อยู่แล้ว แถมไม่ต้องรอคิว ลับหูลับตาคน ไม่ใช่มานั่งในคลีนิคความงามที่เปิดเผยเป็นกระจกใสมองเห็นด้านในอย่างพรเกษม
สุดท้ายนี้
"พุทธศาสนาต้องบัญญัติเป็นศาสนาประจำชาติ" นะตัวเอง งุงิ :26:
โรคสิว :08:
สิวที่รักษาด้วยการบีบสิว มักไม่ใช่สิวชนิดอันตราย :31:
ห่ะห่ะ
อย่างงี้พระก็ไปทำตาสองชั้นได้สิคะ :08:
เคยฟังพระเค้าพูดในทีวี บอกว่า
คนเป็นพระจะหล่อที่ศีล เท่ด้วยสมาธิ สง่าด้วยปัญญา :42:
อ้างคำพูดจาก: หนิง* เมื่อ 10 พ.ค. 2007, 16:43 น.
คนเป็นพระจะหล่อที่ศีล เท่ด้วยสมาธิ สง่าด้วยปัญญา :42:
:12:
แต่หมอบีบสิวเป็นผู้ชายคงหายาก หมอแมวไปเรียนบีบสิวหน่อยสิครับ {หมีโหด}
:30:
อิช้านก็หาคลินิกนี้ค่ะ
ของเค้าดีจริงๆ :40:
อ้างคำพูดจาก: monamafia เมื่อ 10 พ.ค. 2007, 19:10 น.
อิช้านก็หาคลินิกนี้ค่ะ
ของเค้าดีจริงๆ :40:
ผมก็ไปกับสาวๆบ่อยเหมือนกัน(แต่ไม่เคยรักษา/ทำเองสักครั้ง)
เรื่องของมีคุณภาพ(ของผลผลิตภัณท์/การรักษา)คงต้องยกไว้ก่อนมั้ง?
-----------
สงสัยไม่มีใคร click ไปศีล 227 ข้อ แน่เลย เพราะไม่ยักมีใครถามว่าทำไมผิด(แล้วพระยิงกระต่าย? ... ไม่นั่งได้ไหม?) :35:
[[ <note> ผมพิมพ์ผิดเป็นผู้ชาย(ชักเพี้ยนๆอีกแล้วผม)..และไม่น่าใช้ยิงกระต่าย? ไม่แก้เพราะมีคนตอบแล้วกลัวงงกัน :43: ]]
ก็คงได้อิ่มน่ะครับ
กระต่ายตัวนึง เอาไปต้มในน้ำแกงกับข้าวสวยร้อนๆซักจาน อิ่ม ตื้อ~~~~
อ้างคำพูดจาก: ThaiBuddy เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 01:41 น.
ผมก็ไปกับสาวๆบ่อยเหมือนกัน(แต่ไม่เคยรักษา/ทำเองสักครั้ง)
เรื่องของมีคุณภาพ(ของผลผลิตภัณท์/การรักษา)คงต้องยกไว้ก่อนมั้ง?
-----------
สงสัยไม่มีใคร click ไปศีล 227 ข้อ แน่เลย เพราะไม่ยักมีใครถามว่าทำไมผิด(แล้วผู้ชายยิงกระต่าย? ... จะทำอย่างไร) :35:
งง ครับหมายถึงอะไรนะครับ หมายถึงพระ นะเหรอครับ ที่ยิงกระต่าย :09: เพราะถ้าใช่ ตามความเหมาะสมแล้ว ท่านต้องนั่ง นิครับ ....นั่นก็หมายถึงการสำรวมทางกายนี่ละครับ..........
พอบัญญัติ ว่า ศาสนาพุทธก็เป็นศาสนาประจำชาติ ลงใน รธน. ฉบับนี้
ปัญหา พวกนี้ก็หมดไปครับ
เชื่อผมสิ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 01:56 น.
งง ครับหมายถึงอะไรนะครับ หมายถึงพระ นะเหรอครับ ที่ยิงกระต่าย :09: เพราะถ้าใช่ ตามความเหมาะสมแล้ว ท่านต้องนั่ง นิครับ ....นั่นก็หมายถึงการสำรวมทางกายนี่ละครับ..........
ใช่ครับ
แต่มีคนรู้เยอะไหม?
ส่วนตัวผม เรื่องสำรวมก็คือประเด็นที่คุมอยู่อีกชั้น?
ถ้าเป็นที่ลับตา ยืนยังได้ไหม?
เอาเป็นว่าเป็นประเด็นเล่นๆเท่านั้นแหละครับ(เพราะแค่อยากรู้ว่ามีกี่คนที่จะบวชจะรู้ว่าต้องนั่ง?)
-----------------
ถ้านั่งจะเห็นดินว่ามีสิ่งมีชีวิตดีกว่ายืน? โอกาสที่จะฆ่าสัตว์โดยไม่รู้ตัวจะน้อยลง?
-----------------
ประเด็นผมที่ก็คือ ถ้าชาวบ้านเห็นพระตัดไม้ ขุดถนน=พระนักพัฒนา? แต่ผิด?
บางครั้งมันสวนทางกันก็แค่นั้นแหละครับ
เอาเป็นว่า ผมอาจตื่นเต้นไปคนเดียวที่รู้ว่าพระยืนทำธุระเบา ผิด..พระขุดดิน ผิด... เลยรู้สึกตื่นเต้นไปเองมั้ง :35:
--------------------
ส่วนข้อความด้านบน[เรื่อง รธน.]ไม่ขอออกความเห็นครับ ของมันร้อน(ไม่อยากจับ) :42:
สมัยพุทธกาล พระอัครสาวกเบื่องซ้ายและเบื่องขวา เป้นผู้มีจริตต่างกันรวมถึงควาถนัด พระโมคัลลานะเด่นที่ฤทธิ์ รูปแบบการเผยแพร่ธรรมก็อีกแบบซึ่งต่างกับพระสารีบุตร เด่นด้านปัญญา ดังนั้นแน่นอนวัตรเฉพาะพระองค์จึงต่างกัน....
มนุษย์มีจริต จริต กับกิเลส เรามักแยก มันไม่ออก พระสงฆ์ท่านก็ถือว่า ยังเป็นมนุษย์นะครับ ที่เห็น พระสงฆ์แยกไปในสายต่างๆกัน ไม่ว่าจะ สายธรรม สายปฏิบัติ สายพัฒนา ฯลฯ ก็ เพราะ จริตของแต่ละรูปไป พระวัดป่าต้องเดินก้าวเท้ายาวขึ้นเขา ปีนท่อนซุง ต้นไม้ อันนี้มันก็อยุ่ที่ภูมิประเทศ ซึ่งถ้าเห็นพระตัดต้นไม้ ขุดดินก็ต้องดูที่เจตนาท่าน การสำรวมจึงมีขอบเขตของมัน
ทำไมพระต้องสำรวม เพราะพระ หาอยุ่หากินเองไม่ได้ ต้องพึ่งพุทธศาสนิกชนอุปถากอุปถัมภ์ ดังนั้น จึงต้องทำตัวสำรวมให้ญาติโยมยินดีอุปถาก ด้วยจิตไม่เป็นอกุศล......
อ้างอิง
มนุษย์มีจริต จริต กับกิเลส เรามักแยก มันไม่ออก พระสงฆ์ท่านก็ถือว่า ยังเป็นมนุษย์นะครับ ที่เห็น พระสงฆ์แยกไปในสายต่างๆกัน ไม่ว่าจะ สายธรรม สายปฏิบัติ สายพัฒนา ฯลฯ ก็ เพราะ จริตของแต่ละรูปไป พระวัดป่าต้องเดินก้าวเท้ายาวขึ้นเขา ปีนท่อนซุง ต้นไม้ อันนี้มันก็อยุ่ที่ภูมิประเทศ ซึ่งถ้าเห็นพระตัดต้นไม้ ขุดดินก็ต้องดูที่เจตนาท่าน การสำรวมจึงมีขอบเขตของมัน
เรื่องขุดดิน ประเด็นคงแค่รู้ว่าอยู่ในศีล(ข้อห้าม)หรือปล่าว?เท่านั้น ที่เหลือก็เห็นด้วยหมดครับ
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=02&A=8471&Z=8529 จะเห็นที่มาของพระวินัย
อ้างอิง
ทำไมพระต้องสำรวม เพราะพระ หาอยุ่หากินเองไม่ได้ ต้องพึ่งพุทธศาสนิกชนอุปถากอุปถัมภ์ ดังนั้น จึงต้องทำตัวสำรวมให้ญาติโยมยินดีอุปถาก ด้วยจิตไม่เป็นอกุศล......
การตักบาตรเป็นกลอุบายอย่างหนึ่งสำหรับการให้(เวลาผมได้ยินชาวต่างชาติบอกพระขอทาน ผมจะรู้สึกฉุนๆเหมือนกัน)
เรื่องสำรวม เจตนา เห็นด้วยเหมือนกันครับ :35:
อ่านมาแล้วบ้างครับ ที่พระโมคคัลลานะ จะพลิกดินด้วยมือเดียว :25:
ชอบมากๆ เลยครับ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอีกมาก
รู้็อย่างเดียว ถูกผิดดูที่เจตนา
อ้างคำพูดจาก: ThaiBuddy เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 03:53 น.
เรื่องขุดดิน ประเด็นคงแค่รู้ว่าอยู่ในศีล(ข้อห้าม)หรือปล่าว?เท่านั้น ที่เหลือก็เห็นด้วยหมดครับ
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=02&A=8471&Z=8529
สำหรับเรื่องพระขุดดินผิดวินัย
อ้างอิงคนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตรจึงได้
ขุดเองบ้าง ให้คนอื่นขุดบ้างซึ่งปฐพี? พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร ย่อมเบียดเบียนอินทรีย์
อย่างหนึ่ง ซึ่งมีชีวะ.
อ้างอิงเพราะคนทั้งหลายสำคัญในปฐพีว่ามีชีวะ
คนอินเดียสมัยนั้นบางพวกถือกันว่า ดินมีชีวะเหมือนต้นไม้
อ้างอิงการกระทำ
ของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่ง
ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดังนั้นการที่พระไปขุดดินเข้าจึงทำให้กลุ่มคนบางพวกที่ถือคติเช่นนี้ติเตียนได้
ซึ่งอาจเป็นเหตุบานปลายถึงขั้นหมดความเลื่อมใสเสียเลย
การที่พระองค์ทรงบัญญัติห้ามก็เพื่อเหตุนี้ (มิให้ชาวบ้านบางส่วนในสมัยนั้นติเตียน)
แต่อย่าลืมว่า มูลการบัญญัติห้ามการพรากดินและชีวะ (ต้นไม้) เป็นอาบัติทั้งสิ้น เพราะมาจากชาวบ้านเขาติเตียน
การที่พระใช้โทรศัพท์และสูบบุหรี่ ขับรถ
เป็นที่ติเตียนของชาวบ้านในปัจจุบัน
ก็อาจเป็นเหตุบัญญัติพระวินัยในสมัยพุทธกาลได้เหมือนกัน
มูลเหตุการบัญญัติพระวินัยของพระนั้น
ส่วนหนึ่งจึงมาจาก "ความเหมาะสม" ในสายตาชาวบ้านเรานี่เอง
ซึ่ง "ความเหมาะสม" นี่ก็ตกอยู่ในกฎของสามัญญลักษณะ
"ความไม่เหมาะสม" บางอย่างในอดีต ก็อาจจะไม่ใช่ "ความไม่เหมาะสม" ในปัจจุบันก็ได้
พระพุทธเจ้าจึงตรัสทางแก้เมื่อก่อนที่พระองค์จะปรินิพพานว่า
ถ้าในอนาคตจะบัญญัติเพิ่มลดพระวินัยก็ให้ทำได้ตาม "ความเหมาะสม"
ดังนั้นพระวินัยจึงมิใช่ "สัจจะ" ของ "ธรรมะ" ที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปได้
เพราะวินัยในบางบทหรือกฎหมายก็คือส่วนหนึ่งของคน
คนก็ตกอยู่ในกฎของอนิจจลักษณะ
แต่อย่าลืมบทวิเคราะห์ศัพท์และอรรถกถาและฎีการวมทั้งอนุฎีกาและอาจารยคัมภีร์อีกนะครับ
ว่าท่านอธิบายคำนี้ว่าอะไร บางครั้งการตีความตามพระไตรปิฎก
ด้วยความเข้าใจส่วนตัว อาจจะเข้าใจเจตนาของพระวินัยผิดไปก็ได้นะครับ
:46:
โอ้ว เข้าใจซะที :46:
+1 ครับ
:12: ครับกระจ่าง ด้วยประการทั้งปวงครับ
:46:
เณรธี :46:
:46:
ตอนบวชยังโดนตัดหญ้า ที่วัดอยู่เลย
:33:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 14:24 น.
:09: :09: :09:
:09: :09: :09: :09:
:09: :09: :09: :09: :09:
:09: :09: :09: :09: :09: :09:
:09: :09: :09: :09: :09: :09: :09:
:09: :09: :09: :09: :09: :09: :09: :09:
:08:
สืบเนื่องมาจาก ห้ามพระตัดหญ้า โพสก่อนๆ หน้าครับ
อ้อครับ
ถึงจะไม่ห้าม พระท่านก็คงไม่กินหญ้าอยู่แล้วครับ
ถูกไหม...
:01:
กินหญ้า แล้วปู่ไม่ว่าเหรอครับ :09: (ชิ่ง)
:08:
จักรีมาช่วยเร้ววว
ปู่ไม่ว่าหรอกค่ะ กะจะหาใหม่อยู่พอดี :27:
หลานทรพี! :27:
ปู่ไม่ว่าหรอกค่ะ กะจะหาใหม่อยู่พอดี
:01:
อ้าว.....ป้าจอยแก้แล้ว :42:
เอ้า.....ป้าจอยแก้ มาๆมารอดูกันเร้วววว :04:
:09: :09: :09:
โดนพาดพิงค่ะศาลที่เคารพ แต่ไม่เข้าใจเจตนา :08:
อ้างคำพูดจาก: tmd เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 11:46 น.
แต่อย่าลืมว่า มูลการบัญญัติห้ามการพรากดินและชีวะ (ต้นไม้) เป็นอาบัติทั้งสิ้น เพราะมาจากชาวบ้านเขาติเตียน
นี่แหละ :12:
แต่ชีวะในพระวินัยหมายถึงสิ่งมีชีวิต (คนเรียนชีววิทยาคงรู้จักดี)
อ้างอิง
ซึ่ง "ความเหมาะสม" นี่ก็ตกอยู่ในกฎของสามัญญลักษณะ
"ความไม่เหมาะสม" บางอย่างในอดีต ก็อาจจะไม่ใช่ "ความไม่เหมาะสม" ในปัจจุบันก็ได้
พระพุทธเจ้าจึงตรัสทางแก้เมื่อก่อนที่พระองค์จะปรินิพพานว่า
ถ้าในอนาคตจะบัญญัติเพิ่มลดพระวินัยก็ให้ทำได้ตาม "ความเหมาะสม"
ข้อปัสสวะจึงมักยกเว้น(เพราะเราไม่ได้ถ่ายสู่ดินอีกต่อไป)
แต่อย่าลืมบทวิเคราะห์ศัพท์และอรรถกถาและฎีการวมทั้งอนุฎีกาและอาจารยคัมภีร์อีกนะครับ
ว่าท่านอธิบายคำนี้ว่าอะไร บางครั้งการตีความตามพระไตรปิฎก
ด้วยความเข้าใจส่วนตัว อาจจะเข้าใจเจตนาของพระวินัยผิดไปก็ได้นะครับ
อ้างอิง
อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ไม่กล้าออกความเห็นมากนัก :35: