ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => กระจู๋ขึ้นหิ้ง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: iannnnn เมื่อ 08 เม.ย. 2005, 00:18 น.

ชื่อเรื่อง: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 เม.ย. 2005, 00:18 น.
กระจู๋นี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักครับ จากการรีเซ็ตระบบ  :05:
ดังนั้นเราจะเริ่มโพสต์ FWD กันใหม่ทั้งหมดเลยละกันนะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 25 ม.ค. 2006, 20:02 น.
โทษที ลบโพสต์ท้ายๆ ติดของหนิงไปด้วย  :30:
เอามาโพสต์ใหม่ก็ได้ครับ


อ้างอิงอุส่าโพสหายไปแล้วรึ  โวย

โพสใหม่ก็ได้

ทำไมสอบตก??
ร ู้ไหม? ทำไมถึงสอบตก ไม่ใช่ความผิดของเราเลยนะที่สอบตกเพราะที่จริงแล้วในหนึ่งปีมีแค่ 365 วันเท่านั้นเองใครจะไปอ่านหนังสือทันจิงมั๊ย).....!!!!มาดูเหตุผลที่ทำให้ไม ่มีเวลาอ่านหนังสือจิ...(^0^)

1) ใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ แสดงว่ามีวันอาทิตย์ 52 วันวันอาทิตย์เป็นวันแห่งการพักผ่อนนะ ไม่ควรเรียนหนังสือเหลือวันอีก 313 วัน

2) วันหยุดตอนปิดเทอมประมาณ 50 วันปิดเทอมก็ต้องเที่ยวเดะ แถมอากาศยังร้อนเกินไปที่จะเรียนหนังสือด้วยเหลือวันอีก 263 วัน

3) เพื่อสุขภาพที่ดี คนเราควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน นั่นคือเราจะนอนประมาณ 130 วันต่อปี เหลือวันอีก 141 วัน

4) เพื่อสุขภาพที่ดีอีกเช่นกัน คนเราควรหาเวลาเล่นกีฬาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงต่อวัน นั่นคือประมาณ 15 วันต่อปีเหลือวันอีก 126 วัน

5) คนเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และควรใช้เวลาในการค่อยๆ เคี้ยวและกลืนอาหาร เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือเราควรให้เวลากับการกินประมาณ 2 ชั่วโมงต่อวัน คือ 30 วันต่อปี เหลือวันอีก 96 วัน

6) คนเราเป็นสัตว์สังคมต้องมีการสื่อสารกับผู้อื่น ดังนั้นเราควรให้เวลาในการพูดคุยกับผู้อื่นอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง คิดเป็น 15 วันต่อปี เหลือวันอีก 81 วัน

7) วันสอบทั้งมิดเทอม ทั้งไฟนอลอีกเกือบ 35 วัน คุณจะเอาเวลาสอบไปเรียนหนังสือเหรอ เหลือวันอีก 46 วัน

8) วันหยุดตามเทศกาลและวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆอีกกว่า 40 วัน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าวันหยุด) เหลือวันอีก 6 วัน

9)เผื่อวันไหนที่คุณไม่สบายอีกจะได้มีเวลารักษาตัวประมาณสัก 3 วัน เหลือวันอีก 3 วัน

10) คนเราจะอยู่แต่กับบทเรียนก็ไม่ได้ต้องหาความสนุกใส่ตัวบ้าง เช่นไปดูหนังฟังเพลงอย่างน้อยรวมๆ แล้วก็ประมาณ 2 วันต่อปี เหลือวันอีก 1 วัน

11) อีกวันหนึ่งก็คือวันเกิดคุณไง คุณจะเรียนหนังสือตอนวันเกิดคุณเหรอ... ไม่มีทางเหลือวันอีก 0 วัน

แล้วอย่างเงี้ย...!!จะไม่ให้สอบตกได้ไงอ่ะ...... (-.-) ..อิอิ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 25 ม.ค. 2006, 21:08 น.
งั้นก็มาเริ่ม เคยอ่านแล้วครับ กันอีกล่ะสิ :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 16:47 น.
มาเริ่มปั่นกันอีกครั้งค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 16:57 น.
อ้างอิงความในใจของนักอ่าน forward mail

ความในใจของนักอ่าน forward mail ที่ไม่เคย forward mail เลย

มากกว่า 50% ของ inbox ในเมล์เราจะเป็น forward mail
90% ของการอ่านเมล์ใหม่ เป็นการอ่าน forward mail เพราะมันยาวกว่าเมล์เรื่องงานที่เป็นสาระซะอีก
99% ของเรื่องใน forward mail เป็นเรื่องโกหก เหลวไหล เพ้อเจ้อ
99% ของเรื่องใน forward mail เป็นเรื่องร้ายๆ อ่านแล้วไม่สบายใจ
99% ของเรื่องใน forward mail เป็นเรื่องที่เคยอ่านแล้วจากคนเดิมที่เคย forward มาเมื่อสองวันก่อน สองเดือนก่อน หรือ สองปีก่อน


คนที่ forward mail ให้เพื่อนมากมาย แล้วบอกเสมอว่าตัวเองรักเพื่อนและเป็นห่วงเพื่อน
แต่ไม่เคยแม้จะส่งเมล์มาหาเพื่อนเมื่อ วันเกิดเพื่อน วันปีใหม่ วันตรุษจีน หรือวันสำคัญทางศาสนาทั้งของตนเองและเพื่อนเลย
เข้าใจว่าการพิ่มพ์ข้อความเหล่านี้ Happy Birthday, Happy New Year หรือ อื่นๆ
คงไม่ได้ง่ายเหมือนการ forward mail(คงเข้าใจนะ ว่าคน forward มีนิสัยอย่างไร)


สำหรับนักอ่าน forward mail หน้าใหม่
อ่านแล้วจำไว้ว่าใครเป็นนัก forward mail แล้วหลังจากนั้นก็ขึ้น blacklist นัก forward mail คนนั้นไว้
จากนั้นก็จะไม่ควรอ่าน forward mail จากคนนี้อีกเลย


สำหรับ นัก forward mail และคนเอา forward mail ไปแปะไว้ในเวปบอร์ด ===> คุณกำลังทำตัวเหมือนสัตว์สื่อสาร
อยากรู้หรือเปล่าว่าคุณก็เป็นหนึ่งใน blacklist ของเพื่อนคุณ


ขอเอา มงคล ๓๘ ข้อที่สิบ วาจาสุภาษิต ที่มา http://www.choosuwan.com/tripiduk/book/bookpn06.html#10
วาจาสุภาษิตเป็นอุดมมงคล
วาจาสุภาษิตคือวาจาที่กล่าวดีแล้ว
เป็นวาจาที่เป็นไม่มีโทษ ประกอบด้วยธรรม
เป็นวาจาที่เป็นที่รัก เป็นวาจาจริงไม่เท็จ ไม่ส่อเสียด ไม่เหลวไหล เพ้อเจ้อ
แม้วาจาที่แสดงธรรมแก่ผู้อื่นด้วยมุ่งประโยชน์แก่ผู้ฟัง ก็ชื่อว่าเป็นวาจาสุภาษิต เพราะเป็นปัจจัยให้ผู้ฟังได้รับ
ความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อีกทั้งยังอาจให้บรรลุมรรค ผล นิพพาน อีกโสดหนึ่งด้วย

สุดท้าย
ข้อเขียนนี้เต็มไปด้วยอคติ ความเท็จ ความเหลวไหล ความเพ้อเจ้อ การส่อเสียด ของคนเขียน

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K4052810/K4052810.html :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 16:59 น.
ของผมไม่มีสักฉบับครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:00 น.
 :04: ได้โอกาส  :04:

สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากร้องไห้
++โทรมา

++เราสัญญาไม่ได้

++ว่าจะทำให้เธอหัวเราะ

++แต่เราจะร้องไห้ไปกับเธอ

 

สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากจะวิ่งหนีจากทุกสิ่ง


++ไม่ต้องกลัวที่จะโทรหาเรา

++เราไม่สัญญาว่าจะขอให้เธอหยุด

++แต่เราจะวิ่งไปกับเธอ


สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกไม่อยากจะฟังคำพูดของใคร

++โทรหาเรา

++เราสัญญาว่าจะอยู่กับเธอ

++และเราสัญญาว่าจะไม่พูดอะไร
แต่ถ้าวันหนึ่งเธอโทรมา

แต่ไม่มีใครรับสาย

++รีบมาหาเรา

++เพราะเราอาจต้องการเธอ

++เพราะเราไม่เคยปฏิเสธเธอ


ขอโทษ...

++ถ้าเราทำให้เธอรู้สึกแย่หรือเสียใจขอโทษ

++ถ้าเราเคยคิดว่าเราดีกว่าหรือเหนือกว่าเธอ

เรารักเธอนะ...

อย่าลืมเรื่องนี้ล่ะ! ไม่ว่าจะในเวลาที่สุขหรือเศร้า เราจะอยู่ที่นี่เพื่อเธอ


ขอโทษ...

++สำหรับความผิดทุกอย่างที่เราได้ทำไป

เราเขียนนี่ขึ้นมาเพื่อ
...

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้

++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้บอกลา หรือกอดเธออีกซักครั้ง

++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้พูด ขอโทษ หรือ รัก

รักเพื่อนเสมอนะ


:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:16 น.
ญี่ปุ่นไอเดียแปลก ปลูกถั่วงอกบนหัว

(http://img.f0nt.com/image/441.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/442.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/443.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/444.jpeg)

:33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:19 น.
:14: สมองถั่วงอก
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:20 น.
เค้าคงคิดจะใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  :33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:35 น.
สมเป็นญี่ปุ่น
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:37 น.
ผิดกระจู๋แล้วครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:38 น.
แล้วจะเอาจู๋ไหนอะ  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:39 น.
FWD นี่เอาเฉพาะที่อ่านแล้วจรรโลงใจดีกว่าเนาะ
ส่วนไปเจอมาเห็นว่าตลกดีนี่ก็...
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:40 น.
อะไรไม่จรรโลงเหรอ รึอยากเอาโลง  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:42 น.
ใช่เลย !!
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:54 น.
 :02:



ธุรกิจงานศพ : คนตายสงบ เจ้าภาพสะท้าน


"ความตาย" สะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมของชีวิต แต่เมื่อเกิดขึ้นกับบุคคลใกล้ชิดอันเป็นที่รัก ความตายย่อมนำพาความเศร้าโศก เสียใจ มาสู่ญาติมิตรเป็นอย่างมาก สถานการณ์ความสูญเสียดังกล่าว ย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้นความรู้พื้นฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับขั้นตอนพิธีกรรมครั้งสุดท้ายในชีวิต จึงเป็นสิ่งที่ควรรับรู้ไว้

...

โดยสรุป แก่นแท้ของการจัดงานศพ เปรียบเสมือนการเตือนสติให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังรู้จักสัจธรรมความจริงในชีวิต ว่าท้ายที่สุดแล้วมนุษย์ไม่ว่าจะยาก ดี มี จน หรือมีตำแหน่งยศฐาบรรดาศักดิ์ ใด ๆ ก็ตาม "ความตาย" เป็นสิ่งที่ต้องพานพบ แต่ในปัจจุบัน เหล่าบรรดาญาติมิตรผู้ที่อยู่เบื้องหลังบางกลุ่ม กลับเข้าใจว่างานศพเป็นการแสดงถึงฐานะทางด้านการเงินและสังคมของผู้ที่เป็นเจ้าภาพ ดังนั้นการจัดงานศพใหญ่โตซึ่งสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ จึงมีปรากฏให้เห็นในวงสังคมไทยอยู่เป็นประจำ สมควรถึงเวลาแล้วที่จะต้องช่วยกันปลูกฝังค่านิยมดังกล่าวเสียใหม่

:26:

http://203.146.18.24/tfrc/cgi/ticket/ticket.exe/0137131358/tfrc/thai/research/res97/jun/lbus429.htm
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Uncle Bear เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:54 น.
ไม่พ้น  ศพเลยจริงๆ   :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:56 น.
 :41: ก็พี่แอนต้องการโลงอะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:58 น.
ขอบคุณค่ะเฟิร์น
กำลังต้องการไปทำงานพอดี

(ประิเพณีไทย : นานาเอางานศพค่ะ)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 18:02 น.
ปิ๊ววววววววว    :02:  :02:  :02:  :04:  :04:  :04:


เฟิร์นมีประโยชน์กับคนทั่วไปแล้ว  :27:



(http://img.f0nt.com/image/456.jpeg)



ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 18:19 น.
คนหาไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้หา ฮึ ฮึ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 18:22 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:56 น.
:41: ก็พี่แอนต้องการโลงอะ
:30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 18:33 น.
เฟิร์นสู้ๆ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 18:35 น.
พี่ว่าไปลองหาหนังสือเรื่อง การตาย ของพระยาอนุมานราชธน อะ

พี่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องละเอียดหรอก

http://www.geocities.com/siamintellect/intellects/anuman/books.htm

:21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:04 น.
ขนมปังหน้าศพ


(http://www.jabchai.com/main/images_joke/834/834-1.jpg)

(http://www.jabchai.com/main/images_joke/834/834-2.jpg)

:38: :38: :38:

ที่มา
http://www.jabchai.com/main/view_joke.php?id=834
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:06 น.
 :28:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:08 น.
มีศพผู้ชายทั้งตัวไหมครับ :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:09 น.
มีค่ะ อยู่ที่เยอรมัน   :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:11 น.
อ้างคำพูดจาก: บุช๎ชี เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:08 น.
มีศพผู้ชายทั้งตัวไหมครับ :26:
ลองไปดูแถวๆ คณะแพทย์สิเคน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:12 น.
คุณเห็นอีแมะที่ผมใส่ไหมครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:12 น.
นะโมตัสสะ  :14: ของจริงเหรอ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:23 น.
:30: โอ้ย
ไม่คิดว่าจะเจอศพในกระจู๋นี้



(งานศิลปะครับ ของรุ่นพี่จิตรกรรม)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:24 น.
อ้างคำพูดจาก: บุช๎ชี เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:12 น.
คุณเห็นอีแมะที่ผมใส่ไหมครับ
เห็น และ เข้าใจความหมายด้วย

เลยแนะนำให้ไปคณะแพทย์ไง เพราะได้ข่าวเด็กคณะนี้เกย์เยอะ ^^' เผลอๆ ได้ศพผู้ชายติดไม้ติดมือกลับไปด้วยอีก :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 19:25 น.
ผมเอาคุณแล้วกันครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:00 น.
 :21: จำได้ว่าอยู่ที่ราชบุรี

พี่เจฟเคยบอก ตอนที่เค้าไปสัมภาษณ์ออกทีวี

สร้างสรรค์มากๆอะค่ะ ชอบๆ

แต่ก็ค่อนข้างเก่าๆแล้วนะ ไม่เคยเห็นเหรอ  :42:





ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:08 น.
-1 หนิง
ไม่เอารูปศพพพพพพพพพพพ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:16 น.
 :07: นั่นมันขนมปัง เค้าทำให้ไปซื้อมากินหนู

ไม่ใช่ศพ  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ไหม เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:19 น.
ใครกล้าซื้อ  :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:21 น.
ยังไงก็ไม่เอา
โทษฐานทำให้ตกใจ -*-

(ว่าแต่วันนี้ครูแงะหุ่นร่างกายมนุษย์ให้ดูไม่ยักกะอี๋แฮะ ^^)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:24 น.
ก็มันของปลอมนี่ แข็งอย่างงั้น  :40:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:36 น.
ไมเหลืออยู่ 3 หน้าเองหว่า
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:37 น.
อ้างคำพูดจาก: หนูหรั่ง เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:36 น.
ไมเหลืออยู่ 3 หน้าเองหว่า

เปิดดูหน้า 1 โพสต์แรกนะคะ  :22:

จะได้สร่าง  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บุ๋น เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 23:29 น.
ลุงไอติม ไอศกรีมรสมิตรภาพ
(Contributed by iamkat)

ดิฉันไม่เชื่อว่ามิตรภาพกับคนแปลกหน้าจะมีอยู่จริง จนกระทั่งได้พบกับลุงไอติม
ตั้งแต่วันที่ดิฉันเป็นนิสิต นิเทศ จุฬา
ก็ได้รับรู้ว่าจะมีลุงคนนึงเข็มไอติมมาขายหน้าคณะทุกวัน ทีแรกไม่กล้าซื้อ
เพราะไม่มั่นใจในความสะอาด แต่เมื่อเห็นรุ่นพี่อุดหนุ่นกันแทบทุกคน
จึงเริ่มเป็นลูกค้าลองชิมบ้าง รสชาติของไอศกรีมลุงธรรมดา
แต่ที่ไม่ธรรมดาคือลุงไอติมเป็นคนแก่ที่น่ารัก อัธยาศัยดี พูดเพราะคุยสนุก
และอยู่ที่คณะนานมาก
ลุงจึงมีเรื่องของรุ่นพี่ที่จบไปนานแล้วเล่าให้ฟังอย่างสนุกสนา น
พร้อมทั้งรูปคู่ รูปหมู่ ทั้งกับบัณฑิตรุ่นต่าง ศิษย์เก่าที่เป็นดารา
ซึ่งลุงจะเก็บติดรถไว้ดูเพลินๆ
กว่าดิฉันจะรู้ตัวก็กลายเป็นลูกค้าประจำของลุงไปแล้ว วันไหนอากาศเย็น
ไอติมของลุงเหลือเยอะ
ดิฉันก็จะช่วยซื้อเกินราคาไม่ให้ลุงขาดทุนและมีเงินจ่ายไปซื้อไ อติมมาขายในวันรุ่งขึ้น
ทุกครั้งลุงจะอวยพรให้ยืดยาว นอกจากดิฉัน
ดูเหมือนทุกคนในคณะก็รับลุงเป็นส่วนหนึ่งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นงานรับน้อง
กิจกรรมงานเลี้ยง จะต้องมีไอติมของลุงร่วมด้วยจนจบงานแล้วกลับบ้านพร้อมกัน
ดิฉันว่าความสุขของลุงไม่ได้มาจากกำไรเล็กๆน้อยๆแต่ได้มาจากการ ได้มาขายไอติม
ได้พูดคุยกับลูกค้าทุกวันต่างหากรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่าลุงตัวคนเ ดียวไม่มีใคร
พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลุงชื่ออะไร และไม่เคยมีใครอยากรู้เพราะอาจ
ชื่อลุงไอติมเป็น เอกลักษณ์ของแกไปแล้ว วันนึงพวกเรารู้ข่าวว่าโขมยขึ้นบ้านลุง
ทั้งที่ไม่มีทรัพย์อะไรให้ฉกฉวยมากนักแต่ก็ทำให้ลุงซึมๆไปเพราะ
ได้โขมยที่โกนหนวดที่ลุงรักไป
พวกเราจึงเก็บเงินที่คณะซื้อที่โกนหนวดอย่างดีให้ลุงใหม่
ตอนที่ลุงได้รับลุงพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ลูบคลำและพกไว้ตลอดเวลา
เวลาผ่านไปดิฉัน เรียนอยู่ปี3 และต้องไปออกภาคสนาม1สัปดาห์
เมื่อกลับมารู้สึกว่าผิดปกติที่ไม่เห็นรถของลุงไอติม แต่ยังไม่ได้คิดอะไร
จนรุ่นพี่มาบอกว่า ลุงไอติมเสียแล้ว
รุ่นพี่บอกว่าทางคณะเป็นเจ้าภาพงานศพให้ทำพิธีเผาทุกอย่างเพราะ ลุงไม่มีญาติถึงรู้มาว่าสภาพของลุงไม่ดีนัก
แต่ดิฉันก็อดใจหายไม่ได้ ตั้งใจว่าอย่างไรก็ต้องไปงานศพลุงให้ได้
อและเมื่อไปถึง วัดดวงแข ดิฉันก็ต้องยืนนิ่งน้ำตาไหล พูดไม่ออกกับภาพที่เห็น
ผู้คนที่นั่งบ้างยืนบ้าง จนเต็มศาลานั้นเป็นศิษย์เก่า และปัจจุบัน ของคณะนิเทส
ดิฉันเคยไปงานศพหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่มีความรู้สึกประทับใจอย่างนี้
งานศพที่ไม่มีใครสักคนเป็นญาติกับคนตาย
มีแต่ลูกค้าที่ผูกพันกับรสไมตรีจากไอติมมานานนับสิบปีพวกเราบาง คนอธิษฐานว่า
หากชาติหน้ามีจริง ขอให้ลุงมีร้านไอติมเป็นของตัวเอง แต่ดิฉันคิดว่า
ถ้าจะมีอะไรทำให้ลุงดีใจ
ก็คงจะเป็นการที่ลูกค้าของลุงพร้อมใจกันมาส่งลุงเป็นครั้งสุดท้ ายนี่แหละ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 23:55 น.
แบบสอบถามมาจากFWD :22:

1. คุณไม่ชอบเลียนแบบใคร คุณมีมุมมองเป็นของตนเอง
ใช่......ไปที่ข้อ 2
ไม่ใช่...ไปที่ข้อ 8

2. คุณชอบจี้ห้อยคอรูปดาวมากกว่ารูปหัวใจ
ใช่......ไปที่ข้อ 3
ไม่ใช่...ไปที่ข้อ 9

3. คุณไม่สนใจตุ๊กตาหรือหุ่นยนต์
ใช่.......ไปที่ข้อ 4
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 11

4. คุณสนใจเสื้อผ้าสไตล์จีนเล็กน้อย
ใช่.......ไปที่ข้อ 5
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 11

5. คุณมีเสื้อผ้าสีแดงในตู้เสื้อผ้าของคุณ
ใช่......ไปที่ข้อ 6
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 12

6. คุณอยากสมัครงานที่เน้นประสบการณ์
ใช่......ไปที่ข้อ 7
ไม่ใช่...ไปที่ข้อ 13

7.เพื่อนคุณชอบทำตามคำแนะนำของคุณเพราะคุณเป็นคนน่าเชื่อถือ
ใช่........ ตอบ A
ไม่ใช่... ตอบ B

8. คุณเป็นคนผมสั้น
ใช่......ไปที่ข้อ 2
ไม่ใช่ ...ไปที่ข้อ 15

9. คุณคิดว่าผิวพรรณคุณยังสวยไม่พอ
ใช่.......ไปที่ข้อ 3
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 16

10. ดอกไม้ชนิดไหนที่คุณชอบมากที่สุด
ดอกทานตะวัน.....ไปที่ข้อ 14
ดอกเก็กฮวย .......ไปที่ข้อ 11

11. คุณเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือลูกจ้างที่ขยันขันแข็ง
ใช่.......ไปที่ข้อ 5
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 17

12. ก่อนหน้านี้คุณไม่เคยสนใจพวกงานฝีมือเลย
ใช่.......ไปที่ข้อ 6
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 18

13. คุณเป็นคนง่ายๆ และ เป็นมิตร
ใช่.......ไปที่ข้อ 7
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 19

14. คุณไม่รังเกียจแม้จะต้องนอนที่เดียวกันกับเพศตรงข้ามทั้งกลุ่ม
ใช่.......... ตอบ A
ไม่ใช่..... ตอบ B

15. คุณจะเลือกกีฬาเป็นวิชาเลือก
ใช่......ไปที่ข้อ 9
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 21

16. คุณชอบวิชาคณิตและวิทยาศาสตร์
ใช่.......ไปที่ข้อ 10
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 22

17. คุณชอบสีส้มมากกว่าสีแดง
ใช่.......ไปที่ข้อ 12
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 24

18. คุณชอบภูเขามากกว่าทะเล
ใช่........ไปที่ข้อ 13
ไม่ใช่.....ไปที่ข้อ 25

19. เมื่อไหร่ก็ตามที่พบว่าบางคนเด่นกว่าคุณ
คุณจะรู้สึกหงุดหงิดและอึดอัด
ใช่........ไปที่ข้อ 14
ไม่ใช่.....ไปที่ข้อ 26

20. คุณไม่แคร์สายตาใครขณะที่พูดคุณและหัวเราะเสียงดังในที่สาธารณะ
ใช่.......... ตอบ B
ไม่ใช่..... ตอบ C

21. คุณจัดห้องของคุณให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเสมอๆ
ใช่........ไปที่ข้อ 16
ไม่ใช่.....ไปที่ข้อ 28

22. คุณชอบดูรายการทีวีเกี่ยวกับกีฬา
ใช่........ไปที่ข้อ 23
ไม่ใช่.....ไปที่ข้อ 29

23. คุณคิดว่ามิตรภาพอันบริสุทธิ์ไม่มีวันเกิดขึ้นได้กับเพศตรงข้าม
ใช่........ไปที่ข้อ 10
ไม่ใช่......ไปที่ข้อ 17

24. คุณอยากจะเรียนทำอาหาร
ใช่........ไปที่ข้อ 18
ไม่ใช่.....ไปที่ข้อ 31

25. คุณสนใจอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก
ใช่........ไปที่ข้อ 19
ไม่ใช่.....ไปที่ข้อ 32

26. บุคคลประเภทใดที่คุณชอบมากที่สุด
หุ่นนักกีฬา......ไปที่ข้อ 20
ดูเป็นผู้ใหญ่......ไปที่ข้อ 39

27. คุณอยากใส่เสื้อผ้าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อโอ้อวดผู้อื่น
ใช่........ ตอบ B
ไม่ใช่... ตอบ D

28. คุณชอบสุนัขมากกว่าแมว
ใช่.......ไปที่ข้อ 22
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 34

29. คุณมักจะพกพาน้ำหอมติดตัวไปไหนมาไหนเสมอ
ใช่........ไปที่ข้อ 30
ไม่ใช่......ไปที่ข้อ 35

30. คุณชอบพระจันทร์มากกว่าพระอาทิตย์
ใช่......ไปที่ข้อ 23
ไม่ใช่...ไปที่ข้อ 24

31. คุณเปลี่ยนทรงผมบ่อยๆ
ใช่.......ไปที่ข้อ 25
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 37

32. คุณยุ่งอยู่กับการบริการผู้อื่น
ใช่.......ไปที่ข้อ 26
ไม่ใช่....ไปที่ข้อ 38
33. ผมของคุณยุ่งเสมอ
ใช่........ ตอบ C
ไม่ใช่.....ไปที่ข้อ 27

34. คุณไม่ชอบทำอาหาร
ใช่........ไปที่ข้อ 29
ไม่ใช่.....ไปที่ข้อ 35

35. คุณมีเครื่องประดับมากทีเดียว
ใช่.........ไปที่ข้อ 36
ไม่ใช่......ไปที่ข้อ 37

36. คุณชอบชอปปิ้งในวันหยุด
ใช่..........ไปที่ข้อ 37
ไม่ใช่.......ไปที่ข้อ 31

37. คุณจะไปและสร้างภาพวาด ภาพถ่าย หรือ งานปั้น
ในอนาคต
ใช่..........ไปที่ข้อ 32
ไม่ใช่.......ไปที่ข้อ 38

38. คุณไม่พิถีพิถันเรื่องรูปทรงและการตัดเย็บชุดชั้นในของคุณ
ใช่...........ไปที่ข้อ 39
ไม่ใช่........ไปที่ข้อ 40

39. คุณไม่สนใจที่จะทำงานฝีมือ
ใช่............ไปที่ข้อ 27
ไม่ใช่.........ไปที่ข้อ 33

40. คุณใส่เสื้อผ้าตามกระแสแฟชั่น
ใช่............... ตอบ C
ไม่ใช่......... ตอบ D
...........................................................................


ผล.............









A เป็นกันเอง

คุณเป็นคนเป็นกันเองและร่าเริงแจ่มใส แม้ว่าคุณยังรู้สึกท้อแท้เป็นบางครั้ง คุณก็สามารถผ่านช่วงเวลาที่แสนสาหัสมาได้อย่างง่ายดายและพร้อมที่จะลุกขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง บุคลิกที่ดูเป็นมิตรคือข้อดีของคุณในสายตาเพศตรงข้าม แต่นั่นอาจจะทำให้แฟนของคุณ ระแวงได้

ความเฉื่อยชาคือข้อเสียของคุณแต่ความจริงใจช่วยสร้างความนิยมในตัวคุณเป็นเรื่องยากที่เพื่อนเพศเดียวกันกับคุณจะเข้าใจคุณเพราะความคิดที่อ่อนต่อโลกของคุณ แต่นี้คือข้อได้เปรียบที่ดึงดูดเพศตรงข้ามซึ่งมีบุคลิกเหมือนคุณ


B จิตใจดี

คุณรักการเทคแคร์ดูแลผู้อื่นเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น ในสายตาคนรอบข้างคุณจึงเป็นเหมือนพี่สาวหรือพี่ชายคนโตของเขา พวกเขาพบว่าการได้พูดคุยกับคุณเป็นเรื่องน่าสนใจและสบายใจอย่างน่าประหลาด และนี่คือโอกาสที่คุณจะได้รับความไว้วางใจจากพวกเขาเพิ่มมากขึ้น ไม่แปลกเลยที่เพศตรงข้ามที่มีอารมณ์อ่อนไหวและอายุน้อยกว่าคุณมักจะประทับใจในตัวคุณมาก

C น่ารัก

คุณเหมือนเป็นน้องสาวหรือน้องชายตัวเล็กๆในสายตาเพศตรงข้าม คุณยังต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นอยู่และมีความคิดเป็นของตัวเองน้อยมากระหว่างทั้งหมด 4 ประเภท คุณอยู่ในประเภทที่ได้รับการช่วยเหลือมากที่สุด ความรู้สึกว่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแฟนคุณมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม คุณสามารถเรียกร้องการดูแลเอาใจใส่จากผู้อื่นได้อย่างดีเยี่ยม ความประทับใจแรกที่คุณได้รับจากเพศตรงข้ามก็คือความสงสารเห็นใจคุณและอุปนิสัย ขี้อ้อนของคุณ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคนอื่นๆต่างดูกระตือรือร้นที่จะปกป้อง คุ้มครองคุณนัก ขอแนะนำให้ถ้าคุณสวมเสื้อผ้าที่สะอาดเรียบร้อยจะได้รับความนิยมชมชอบยิ่งกว่านี้

D เจ้าเสน่ห์

ระหว่าง คน 4 ประเภท คุณเป็นประเภทที่สวยและมีเสน่ห์มากที่สุด

เสน่ห์ที่สุดแสนจะเซ็กซี่ของคุณดึงดูดความสนใจของผู้อื่นเป็นอย่างมากและทำให้คุณยิ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึง

แม้ว่าผู้คนส่วนมากเอาใส่ใจและให้ความช่วยเหลือคุณเพียงเพราะความงามภายนอกเท่านั้นก็ตาม
คุณมักจะถูกเตือนอยู่เสมอๆ ว่าอย่าไปหลงเชื่อถ้อยคำหวานหูให้มากนัก คุณควรจะแสดงความสามารถพิเศษและปฏิภาณไหวพริบให้เขาเหล่านั้นประทับใจคุณไม่เพียงแต่เฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นหากเพราะว่าคุณเป็นคนมีพรสวรรค์และความคิด ที่สูงส่งอยู่ในตัวต่างหาก
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:00 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 20:24 น.
ก็มันของปลอมนี่ แข็งอย่างงั้น  :40:



แข็ง..เหรอคะ  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:05 น.
B จิตใจดี

คุณรักการเทคแคร์ดูแลผู้อื่นเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น ในสายตาคนรอบข้างคุณจึงเป็นเหมือนพี่สาวหรือพี่ชายคนโตของเขา พวกเขาพบว่าการได้พูดคุยกับคุณเป็นเรื่องน่าสนใจและสบายใจอย่างน่าประหลาด และนี่คือโอกาสที่คุณจะได้รับความไว้วางใจจากพวกเขาเพิ่มมากขึ้น ไม่แปลกเลยที่เพศตรงข้ามที่มีอารมณ์อ่อนไหวและอายุน้อยกว่าคุณมักจะประทับใจในตัวคุณมาก

{หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:11 น.
ได้ข้อ A  :22:



A เป็นกันเอง

คุณเป็นคนเป็นกันเองและร่าเริงแจ่มใส แม้ว่าคุณยังรู้สึกท้อแท้เป็นบางครั้ง คุณก็สามารถผ่านช่วงเวลาที่แสนสาหัสมาได้อย่างง่ายดายและพร้อมที่จะลุกขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง บุคลิกที่ดูเป็นมิตรคือข้อดีของคุณในสายตาเพศตรงข้าม แต่นั่นอาจจะทำให้แฟนของคุณ ระแวงได้

ความเฉื่อยชาคือข้อเสียของคุณแต่ความจริงใจช่วยสร้างความนิยมในตัวคุณ
เป็นเรื่องยากที่เพื่อนเพศเดียวกันกับคุณจะเข้าใจคุณเพราะความคิดที่อ่อนต่อโลกของคุณ แต่นี้คือข้อได้เปรียบที่ดึงดูดเพศตรงข้ามซึ่งมีบุคลิกเหมือนคุณ

:25: :25: :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:15 น.
โต มีแฟนแล้วเหรอ ไม่ยักรู้  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:17 น.
D
:42:




ปล. ไม่ได้ทำ
อ่านแล้วอยากเป็นน่ะ

:42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:19 น.
A  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:39 น.
ได้ C
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:41 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:39 น.
ได้ C

C น่ารัก

คุณเหมือนเป็นน้องสาวหรือน้องชายตัวเล็กๆในสายตาเพศตรงข้าม คุณยังต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นอยู่และมีความคิดเป็นของตัวเองน้อยมากระหว่างท ั้งหมด 4 ประเภท คุณอยู่ในประเภทที่ได้รับการช่วยเหลือมากที่สุด ความรู้สึกว่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแฟนคุณมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม คุณสามารถเรียกร้องการดูแลเอาใจใส่จากผู้อื่นได้อย่างดีเยี่ยม ความประทับใจแรกที่คุณได้รับจากเพศตรงข้ามก็คือความสงสารเห็นใจคุณและอุปนิส ัย ขี้อ้อนของคุณ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคนอื่นๆต่างดูกระตือรือร้นที่จะปกป้อง คุ้มครองคุณนัก ขอแนะนำให้ถ้าคุณสวมเสื้อผ้าที่สะอาดเรียบร้อยจะได้รับความนิยมชมชอบยิ่งกว่ านี้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 00:44 น.
มันตรงไหมนั่น  :18:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 08:39 น.
ได้ F ง่ะ :05:
ต้องลงเรียนใหม่อีกเทอม
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Uncle Bear เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 08:47 น.
ติด I ครับ ทำไม่ทัน  งานอื่นเข้าซะก่อน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 08:50 น.
อ้างอิงB จิตใจดี

คุณรักการเทคแคร์ดูแลผู้อื่นเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น ในสายตาคนรอบข้างคุณจึงเป็นเหมือนพี่สาวหรือพี่ชายคนโตของเขา พวกเขาพบว่าการได้พูดคุยกับคุณเป็นเรื่องน่าสนใจและสบายใจอย่างน่าประหลาด และนี่คือโอกาสที่คุณจะได้รับความไว้วางใจจากพวกเขาเพิ่มมากขึ้น ไม่แปลกเลยที่เพศตรงข้ามที่มีอารมณ์อ่อนไหวและอายุน้อยกว่าคุณมักจะประทับใจ ในตัวคุณมาก

ไม่ตรง!!
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 09:24 น.







คลาสสิค :42:

อ้างอิงอันนี้เรื่อง... ที่หลายๆ คน อาจไม่เคยรู้มาก่อน
-------------------------------------------------------------------------------------

a.. อเล็กซานเดอร์มหาราชค้นพบกล้วยหอมเป็นครั้งแรกก่อนปี ค.ศ.327 ขณะทำสงครามที่อินเดีย
b.. แอปเปิ้ลเป็นพืชตระกูลเดียวกับกุหลาบ
c.. จำนวนแถวของข้าวโพดแต่ละฝักเป็นเลขคู่เสมอ
d.. ยีราฟที่ตัวโตเต็มวัยสามารถเตะหัวสิงห์โตจนหลุดได้
e.. ถ้าพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อไปที่หมีขั้วโลกขนของมันจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
f.. ช้างเป็นสัตว์โลกพันธุ์เดียวที่กระโดดไม่ได้
g.. ปลาฉลามเป็นปลาชนิดเดียวที่กระพริบตาได้
h.. บ้านของบิลล์เกตส์ออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์แมคอินทอช
i.. ฮิตเลอร์และนโปเลียนมีลูกอัณฑะเพียงข้างเดียว
j.. ลีโอนาโด ดาวินชี สามารถใช้มือข้างหนึ่งวาดรูปและใช้มืออีกข้างหนึ่งเขียนหนังสือไปพร้อมๆ กันได้
k.. เมืองAieaในฮาวายเป็นเมืองเดียวที่สะกดด้วยชื่อสระเพียงอย่างเดียว
l.. เมืองอิสตัลบูลเป็นเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีปคือยุโรปและเอเชีย
m.. สัตว์เลี้ยงในบ้านชนิดเดียวที่ไม่มีชื่ออยู่ในคัมภีร์ไบเบิ้ลคือแมว
n.. 111,111,111x111,111,111=12345678987654321
o.. เดือนที่ขึ้นต้นด้วยวันอาทิตย์จะมีวันศุกร์ที่ 13 เสมอ
p.. โทรศัพท์สาธารณะกลางทะเลทรายที่ซาอุดิอารเบียใช้พลังงานแสงอาทิตย์
q.. ลีโอนาโดดาวินชีเป็นผู้คิดค้นกรรไกร
r.. ทอม แฮงก์เป็นลูกหลานของประธาณาธิบดีลินคอร์น
s.. ในนมเปรี้ยวยาคูลท์ 1 ขวดมีจุลินทรีย์ แอล คาเซอิ ชิโรต้า ที่มีชีวิต 8000 ล้านตัว
t.. อาหารมื้อแรกที่โทมัส อัลวาเอดิสันทานตอนที่เดินทางมาถึงนิวยอร์กครั้งแรกคือน้ำชา
u.. ชาวไทยที่เป็นเจ้าของรถยนต์คันแรกคือ พระยาสุรศักดิ์มนตรี แต่คนไทยที่ได้ขับรถเป็นคนแรกคื อพระยาอนุฑูต ซึ่งเป็นน้องชาย
v.. ตวนอู อับดุลราหมานอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เคยเป็นศิษย์เก่าของเทพศิรินทร์
w.. กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 ปีจุลศักราช 931(9+3+1=13) ครั้งที่ 2 ปี 1129(1+1+2+9=13)
x.. คำว่า BYTE เป็นคำย่อมาจาก By Eight
y.. คำว่า set ถูกนิยามความหมายไว้มากกว่าคำอื่นๆ
z.. คำว่า stewardesses เป็นคำที่ยาวที่สุดในการพิมพ์ด้วยมือซ้ายข้างเดียว
aa.. คำว่า typewriter เป็นคำที่สามารถพิมพ์ได้ยาวที่สุดในบรรทัดตัวอักษรบนสุดของแป้นพิมพ์
ab.. คำศัพท์ที่สามารถอ่านได้จากทั้งหน้าไปหลัง และหลังไปหน้า ที่ยาวที่สุดในโลกคือคำว่า Saippuakivikauppias เป็นภาษาฟินนิช แปลว่าคนขายสบู่หิน
ac.. คาราเต้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอินเดีย
ad.. ไพ่คิงโพธิ์แดงเป็นคิงคนเดียวที่ไม่มีหนวด ส่วนไพ่แจ๊คที่ไม่มีหนวดคือ แจ๊คดอกจิก
ae.. รหัสโทรศัพท์ของรัสเซียคือ 007
af.. ประธานาธิบดีลินคอร์นมีเลขาชื่อเคนเนดี ส่วนประธานาธิบดีเคนเนดีมีเลขาชื่อลินคอร์น
ag.. ค่าโดเมนเนมที่แพงที่สุดคือ business.com มีราคา 7.5ล้านดอลล่าร์
ah.. กำไร 40% ของแมคโดนัลมาจากการขายชุดแฮปปี้มีล
ai.. แมคโดนัลเป็นผู้จัดจำหน่ายของเล่นที่ใหญ่ที่สุดของโลก
aj.. ดิสนีย์แลนด์มีขนาดใหญ่กว่าประเทศที่เล็กที่สุดในโลก 5 ประเทศรวมกัน
ak.. เจ้าของดิสนีย์แลนด์กลัวหนู
al.. โดนัลดั๊กถูกแบนในประเทศฟินแลนด์เพราะไม่ได้ใส่กางเกงใน
am.. โทมัส เอดิสันผู้ค้นพบหลอดไฟเป็นโรคกลัวความมืด
an.. ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายพันธมิตรตั้งใจมาทิ้งระเบิดที่บางกอกน้อย ระเบิดลูกหนึ่งพลัดหลง ตกลงตรงห้องพักเด็กแรกเกิด เด็กในห้องตายหมด เหลือรอดเพียงคนเดียว คุณตาของเขาจึงตั้งชื่อว่า เด็กชายปลอดประสพ สุรัสวดี

ป.ล. ตูเคยรู้มาก่อนแล้ว... บางข้อ


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:06 น.
ช่าย คลาสสิกมาก :12:


แต่ข้อ g  -
ช้างไม่ได้เป็นสัตว์พันธุ์เดียวนะที่โดดไม่ได้
ตะขาบไง โดดไม่ได้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Uncle Bear เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:22 น.
บักคี่เข็บ  มันโดดได้นะแอน  ตูเคยเห็นกะตา  ตอนเอาไม้ไปเขี่ยๆมันเล่นมันโดดใส่เลย   น่ากลัวมั๊ก มาก :41:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:24 น.
อ้างคำพูดจาก: Bugs01 เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:22 น.
บักคี่เข็บ  มันโดดได้นะแอน  ตูเคยเห็นกะตา  ตอนเอาไม้ไปเขี่ยๆมันเล่นมันโดดใส่เลย   น่ากลัวมั๊ก มาก :41:

ภาษาอีสานที่ใช้เรียกตะขาบตัวเป็นๆใช่หรือไม่ครับ  :06:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:26 น.
เหรอครับ :05:
อย่าเชียวนะ อย่าเชียววววว
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Uncle Bear เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:27 น.
ถูกต้องนะคร๊าบ   :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:35 น.
แล้วคนนี้เขาเป็นทายาทอสูรหรือเปล่าครับ เล่นกิน บักคี่เข็บ กันสดๆแบบนี้  :14:

(http://content.kapook.com/content/uploads/k_1_1475.jpg)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:47 น.
 :28: :07: :28: :07: (-2)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 10:49 น.
ซวยไปครับพี่น้อง   :08:  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Uncle Bear เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 21:29 น.
อี๋   :41:  กิน ปีเตอร์ ชไมเคิล ด้วย แหวะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:05 น.
อ้างคำพูดจาก: Bugs01 เมื่อ 27 ม.ค. 2006, 21:29 น.
อี๋   :41:  กิน ปีเตอร์ ชไมเคิล ด้วย แหวะ
กินมนตรีต่างหาก!!
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:12 น.
ยักษ์กลัวตะขาบ  :35:

อ.ที่ปรึกษาตอนม.6 เค้าบอกกลัวอะไร

ให้เอาไอ้ตัวนั้นมาร้อยแล้วพันรอบหัว  :38:

ตอนนั้นเพื่อนเอาจิ้งจกมาแกล้งไง

อ.เค้าเลยบอกจะหาทางรักษาให้  :08:

แต่รู้สึกเป็นเกียรติม้ากมากเลยไม่เอา  :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:18 น.
:05: ไม่นะไม่



งั้นกลัวสร้อยคอทองคำฝังเพชร 50 กะรัตอะไรงี้ดีกว่า
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:20 น.
 :08:

ไม่ค่อยจะเลย  :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:27 น.
*~*-*~* ความรักของคนทั้งเจ็ดวัน *~*-*~*

วันอาทิตย์
คนเกิด วันอาทิตย์ เป็นคนชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย เป็นคนมี
ความคิดโลดแล่น
รวดเร็ว และใจร้อน เช่นเดียวกันกับในเรื่องของ
ความรักเมื่อหลงรักใครแล้วจะตามตื้อให้สำเร็จจนได้เป็นคนรักสนุก
ชอบคนที่ดูดีมีเสน่ห์ไม่เรียบง่ายหรือเชยจนเกินไปเป็นคนมี
ความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีความ สดใสน่ารัก และร่าเริงทำให้มี
เสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามใครเห็นใครก็ชอบแต่ค่อนข้างดื้อรั้น และหัวเแข็ง
ซึ่งบางครั้งทำให้ไม่ยอมอ่อนข้อต่อใคร

บางทีความรักต้องสิ้นสุดลงไป เพราะความมีทิฐิมานะเป็นคน
ค่อนข้างเจ้าชู้ทีเดียว
และมีความโรแมนติกในเรื่องความรักมาก
ชอบที่จะอยู่คลอเคลียกับคนรักตลอดเวลา
รักใครแล้วจะเป็นคนที่รักจริง หวังแต่งเลยนะ แต่ก่อนที่จะพบตัวจริง
ก็ชอบที่จะเลือกพบคนใหม่ ๆ เพราะมันทำให้เกิดความรู้สึกท้าทาย
คนเกิดวันนี้จะมีดวง ความรัก
ค่อนข้างดีถ้าคนรักเข้าใจถึงความใจร้อนไปบ้างของคุณ ก็จะสามารถ
คบกันได้นาน

วันจันทร์
คนเกิดวันนี้เป็นคนเจ้าชู้หลบใน (ก็เจ้าชู้เงียบๆ นั่นแหละ)
ไม่แสดงออกเด่นชัดเหมือนคนวันอาทิตย์ มักจะแอบโปรยเสน่ห์
ให้ใครต่อใครหลงใหลอยู่เสมอ เพราะความที่เป็นคนน่ารักสุภาพ อ่อนโยน
อีกทั้งยังฉลาดเฉลียวแถมยังเข้าอกเข้าใจผู้อื่นและมีมนุษย
สัมพันธ์ดีอีกด้วย

ความจริงคนเกิดวันนี้ก็เป็นคนที่ค่อนข้างดื้อรั้นและเอาแต่ใจตัว เอง
เหมือนกันแต่จะค่อย ๆ แสดงออกมา เมื่อคบกันแล้วต้องการให้คนมา เอาอกเอาใจ
คนเกิดวันนี้รักความสะดวกสบาย โกรธง่าย หายเร็ว รักแท้
ของคนวันจันทร์มักจะเกิดกับคนที่แตกต่างในเรื่องของอายุหรือฐานะ
ความเป็นอยู่มากทีเดียว ทำให้ต้องอดทนและฝ่าฟันเหมือนรักแท้
ในหนังสุดโรแมนติกประมาณ โรส แอนด์ แจ๊ค แห่งไททานิคนั่นเลย
แต่ว่าคนวันจันทร์นี้มักจะสุขสมหวังเสมอในเรื่องความรักถ้าดูแลหัวใจ
ตัวเองให้ดีไม่เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปไหนก็จะมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนาน
จนเพื่อน ๆ อิจฉาเสมอนั่นแหละ

วันอังคาร
เป็นคนที่มีดวงความรักค่อนข้างดีทีเดียว จะพบรักแท้ที่คบกัน อยู่
กันไปอย่างหวานชื่น และสมหวัง อาจจะเป็นคนที่ดูเจ้าชู้ไปสักนิดแต่จริง ๆ
แล้วเป็นแค่อยากสนุกชั่วครั้ง ชั่วคราว เท่านั้น ไม่ได้เป็นนิสัย ถ้าเจอะ
เจอคนหน้าตาดีหรือบุคลิกถูกใจก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่น แต่จะไม่ใช่
คนที่จะต้องเข้าไปขอทำความรู้จักในทันดีทันใดเป็นคนมีนิสัยใจร้อน
วู่วามและตรงไปตรงมาแต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่เพศตรงข้ามหลงไหล

คนเกิดวันนี้เมื่อตกหลุมรักใครแล้วจะติดตามคอยอยู่ใกล้อย่าง ตั้งใจ
ไม่มีวันจีบทิ้งจีบขว้างอย่างแน่นอน เป็นคนที่แข็งนอก อ่อนใน ใจดี
แต่ปากแข็งเมื่อทำผิดมักจะไม่ค่อยยอมง้อทั้งที่ในใจอยากจะง้อ ใจจะขาด
ดวงความรักของคนวันอังคารจะมีปัญหาก็อยู่ที่เรื่อง
ของอารมณ์เท่านั้นต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่หรือเลือกคู่ที่เป็นคนใจเย็น
สุดสุดก็จะมีรักที่ยั่งยืนยากที่จะแตกร้าวได้

วันพุธ
คนเกิดวันพุธเป็นคนช่างคิดช่างตรึกตรองช่างเลือกรอบคอบ
ในทุกเรื่องรวมทั้งในเรื่องของความรักคุณจะต้องมั่นใจเสียก่อน
ที่จะตกลงปลงใจกับใครเป็นคนที่ต้องการความรักที่ลึกซึ้งมั่นคง
ไม่ใช่ความรักเพื่อให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้นเสน่ห์ของคนวันนี้อยู่ที่การ
พูดจาที่น่ารักสุภาพทำให้ใครต่อใครชื่นชอบรักสนุกและยังเป็นคนฉลาด
มีไหวพริบดี
อีกด้วย

คนเกิดวันพุธ มักจะมีความรักแบบที่เริ่มจากความเป็นเพื่อนก่อน
แล้วค่อยผูกพันกัน มาเป็นความรักแท้ที่เต็มไปด้วยการเข้าอกเข้าใจกัน
รู้จักกันดีมาก เคารพอิสระและเวลาส่วนตัวซึ่งกันและกัน คนเกิดวันนี้
ไม่ชอบดูแค่หน้าตาอย่างเดียวแต่ต้องเป็นคนที่พูดคุยกันรู้เรื่องและ
มีทัศนคติเหมือนกัน ต้องเป็นได้ทั้งเพื่อนคู่คิดและคนรักในขณะเดียวกัน

วันพฤหัส
คุณเป็นคนมีความโอบอ้อมอารีมีน้ำใจต่อผู้คน มีสติปัญญาดี เป็นที่
ยอมรับของคนอื่น เป็นคนรักใครก็รักจริง เกลียดจริง ไม่ชอบการเสแสร้ง
หลอกลวง
ดวงความรักค่อนข้างเรียบง่าย ไม่โลดโผนมากนัก เป็นคนน่ารัก เปิดเผย จริงใจ
และมีความมุ่งมั่นสู่จุดหมาย ไม่เลื่อนลอย ไร้สาระ เป็นคนไม่เจ้าชู้
ถ้ารักใครก็จะซื่อสัตย์และรักเดียวต่อคนรัก
ของตัวเองไม่คิดนอกใจไปมีใครอื่น

หากต้องผิดหวังในเรื่องความรัก ก็จะเป็นเพราะการมองโลกในแง่ดี จนเกินไป
หรือคิดไปเองว่า ใครคนนั้นมีใจด้วย แต่เมื่อผิดหวังก็ไม่ปล่อย
ตัวเองให้จมปลักกับความเจ็บปวด แต่จะพยายามทุ่มเทในเรื่อง ที่ตนสนใจ
ให้ลืมความเจ็บปวดนั้น คนวันนี้ชอบคนที่เรียบง่ายมีนิสัย ความชอบคล้ายๆ
กันไม่หรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินไป

วันศุกร์
คนเกิดวันนี้มีเรื่องราวของความรัก ๆ ใคร่ ๆ มาวนเวียนประจำหัวใจ
อยู่เสมอเป็นคนรักสวยรักงามชอบที่จะดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ
เมื่อรักใครชอบใครแล้ว ก็จะเอาอกเอาใจเป็นอย่างดีเรียกว่าทุ่มจน
สุดหัวใจเลยทีเดียว (เจ้าบุญทุ่ม ตัวจริง) แต่ก็ต้องการการตอบสนอง
อย่างเดียวกันจากคนรักด้วย ไม่ฉะนั้นจะรู้สึกน้อยใจมาก

เสน่ห์ของคนวันศุกร์อยู่ที่ความอ่อนหวาน เป็นคนใจกว้าง และซื่อตรง
บางครั้งออกจะขี้ระแวงคนรักจนเกินเหตุไปด้วยซ้ำดวงความรัก
ของคนเกิดวันนี้ค่อนข้างอาภัพ (ฮือ ๆ) ทั้ง ๆ ที่มีคนมารักชอบอยู่เยอะ
แต่ก็มักจะจบลงเพราะความไม่มีเหตุผลและเจ้าอารมณ์ของคุณ
อยู่นั่นเองบางคนที่ถึงจะมีรักหวานแสนโรแมนติกเพียงใดแต่กลับ
ต้องลาร้างกันทั้ง
ๆ ที่ยังรักกันมากบางคนก็อาจจะมีความสัมพันธ์รัก
ที่ยั่งยืนอบอุ่นแต่อาจไม่ใช่คนที่คุณเคยรักอย่างหัวปักหัวปำมาก่อน
เป็นคนที่มีดวงความรักพิเศษไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

วันเสาร์
น่าอิจฉาที่สุด สำหรับคนเกิดวันเสาร์ เป็นคนโชคดีในด้านความรัก
ไม่ค่อยจะมีปัญหาให้ต้องปวดใจ เหมือนคนเกิดวันอื่น ๆ เพราะว่า
คนเกิดวันนี้เป็นคนที่เด็ดเดี่ยว หนักแน่น ใจคอมั่นคง เมื่อคบกับใคร
ก็จะมีคนคนนั้นอยู่คนเดียวในหัวใจ ไม่ชายตาไปให้คนอื่นเลย
เมื่อเลิกแล้วถึงจะเริ่มมีรักใหม่ คุณเป็นคนที่ดูสุขุม มีระเบียบ
แต่ก็เป็น
คนดื้อรั้นไม่เบาทีเดียว

มีความเจ้าชู้แบบเงียบ ๆ คือแค่มองและส่งยิ้มไปบ้าง ไม่มีอะไร
ในกอไผ่เป็นประเภทขอแอบรัก แอบชื่นชม อยู่ไกล ๆ มากกว่า
คนวันเสาร์เป็นคนที่ทระนง อดทน และมีความมุ่งมั่นใส่ใจคนรัก
อย่างเสมอต้นเสมอปลาย (น่าอิจฉา คนมีแฟน เกิดวันเสาร์จัง) แต่ก็
ไม่ชอบให้แฟนมีนิสัยหรูหรา ฟู่ฟ่าจนเกินไปนัก เป็นคนช่างเลือก
จึงไม่ค่อยคบใครเล่นๆ เมื่อถูกใจใคร จะใช้เวลาพิจารณานิสัยก่อน
ที่จะเริ่มรักอย่างเต็มหัวใจแต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น
ในเรื่องของความรักจะต้องดู
ถึงเรื่องความเหมาะสมในทุก ๆ ด้านด้วย เช่น อายุ ฐานะ การศึกษา

:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:30 น.
อ่านกี่คำทำนายก็บอกว่าเราเจ้าชู้ T_T

แสรดดดด
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:39 น.
ยอมรับสภาพตัวเองเถอะ  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:39 น.
เกิดวันจันทร์ล่ะ ก็... พอมีส่วนคล้าย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:41 น.
พฤหัส


หากจะต้องผิดหวังในความรัก...เพราะมองโลกในแง่ดีเกินไป  :16:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:43 น.
อ้างคำพูดจาก: คนมีรู เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 17:41 น.
พฤหัส


หากจะต้องผิดหวังในความรัก...เพราะมองโลกในแง่ดีเกินไป  :16:

มันโดนใจเหรอจ๊ะ  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 20:44 น.
ความรักนั้น มันก็เหมือนกับ " ผีเสื้อ "   :40:

ยิ่งคุณวิ่งเข้าหามันเท่าไหร่ มันก็จะห่างคุณออกไปเท่านั้น
แต่ถ้าคุณปล่อยมันไป มันจะเข้ามาหาคุณเองแหล่ะ ถ้าคุณไม่คาดหวังกับมันมาก
ความรักสามารถทำให้คุณมีความสุข แต่มักจะทำให้คุณเจ็บปวด
แต่ความรักจะเป็นสิ่งที่พิเศษ ถ้าคุณได้ให้มันกับใครสักคนที่คู่ควร
อย่ารีบร้อนค่อยๆ เลือก เลือกคนดีที่สุด

สำหรับ ใครที่..... " ไม่ใคร่โสด "
เค้าบอกว่า... ความรักไม่ไช่ การเป็นคนดีพร้อม สมบูรณ์ ของใคร แต่
รักคือการหาใครสักคนที่ช่วยให้คุณเป็นคนดีที่สุดเท่าที่คุณดีได้

สำหรับ ใครที่เป็น......." คนเจ้าชู้ "
อย่าพูดคำว่า" รัก " เลยถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจกับความหมายนั้น
อย่าพูดถึงความรู้สึก ถ้ายังไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเค้าเลย ถ้าคุณจะทำให้เค้าเสียใจ
อย่าไปมองลึกถึงดวงตา ถ้าทุกคำพูดของคุณล้วนโกหกทั้งเพ
สิ่งที่โหดร้ายที่สุดที่ชายหนึ่งพึงทำได้
คือทำให้ผู้หญิงเข้าหลงรักแล้วไม่ใส่ใจใยดี ผู้หญิงก็เหมือนกัน......

สำหรับ ใครที่......" อกหัก " (อันนี้เค้าเขียนดี.. เค้าบอกว่า...)
การอกหัก มันยืนยาวตราบเท่าที่คุณต้องการให้มันอยู่กับคุณ
และบาดความรู้สึกคุณได้เจ็บลึกเท่าที่คุณยอมให้บาดที่สำคัญก็คือว่า
มันไม่ใช่จะพ้นจากสภาวะอกหักยังไง แต่มันอยู่ที่ว่า....เราเรียนรู้จากมัน
ได้แค่ไหน ต่างหาก ......

สำหรับ ใคร ๆ ที่...." ไร้เดียงสาในรัก "
จะรักได้อย่างไร : รักแต่อย่าลุ่มหลง คงเส้นคงวาแต่ไม่ดื้อรั้น
แบ่งปัน และไม่เอาเปรียบพยายามเข้าใจกันและกัน มากกว่าที่จะเรียกร้อง
หากต้องเจ็บก็เจ็บแต่อย่าเอาความเจ็บนั้น ติดตัวเสมอไป

สำหรับ ใครที่...... " หลงรักอยู่ "
เค้าบอกว่า... มันเจ็บปวดที่เห็นคนที่เรารัก มีความสุขกับคนอื่น
แต่มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่า ถ้าคนที่เรารัก ไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับเรา

สำหรับ ใครที่..... " กลัวต่อการสารภาพรัก "
ความรักมันเจ็บปวด ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่า
ถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ แต่มันจะเจ็บที่สุด หากคนที่คุณรัก
ไม่เคยได้รู้เลยว่า คุณรักเค้า

สำหรับใครๆที่ยัง......."คบๆกันอยู่"เค้าบอกว่า..
สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต ก็คือ การที่เราพบและรักใครสักคน จนสุดท้าย
พบว่ามันไม่ใช่..... และคุณเสียเวลาไปเป็นปี ๆให้กับคนที่คนที่ไม่คู่ควร
ถ้าเค้าคนนั้นของคุณ ไม่ใช่คนที่ใช่เลยของคุณตอนนี้ แล้วล่ะก็
จะมาเสียเวลา เป็นปีๆ กับเค้าทำไม ปล่อยไปเถิด.....


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 20:47 น.
เห็นแล้วนึกถึงเพลงผีเสื้อเลย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 20:50 น.
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 20:47 น.
เห็นแล้วนึกถึงเพลงผีเสื้อเลย

ร้องยังไงเหรอ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:19 น.
ของ CLASH อะ

อย่าบอกนะว่าไม่เคยฟัง

ต๊าย หลังเขา
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:21 น.
อ๋อ ของ Clash

นึกว่าจะเพลงที่ัมันนิ่มๆกว่านี้ไง

บังเอิญชอบ ไฟรัก มากกว่า   :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:25 น.
 :08:


เพลงผีเสื้อ นึกไปถึงหนังกำลังภายในนั่น  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:25 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:25 น.
:08:


เพลงผีเสื้อ นึกไปถึงหนังกำลังภายในนั่น :31:

ภายในนั่นไหนคะ  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:26 น.
อยากวิ่งไปข้างหน้าสัก 5 ก้าว  :33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:28 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:26 น.
อยากวิ่งไปข้างหน้าสัก 5 ก้าว  :33:

อะไรก๊าน  :05: มันมีอะไรกับลายเซ็นนักหนาเนี่ย  :07:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:29 น.
 :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 ม.ค. 2006, 21:30 น.
กรรมของผู้ชาย

1. มีแฟนหลายคน - เจ้าชู้
มีแฟนคนเดียว - กลัวแฟนล่ะซิ
ไม่มีแฟน - เกย์

2. เห็นผู้หญิงแล้วเดินเข้าไปจีบ - หน้าหม้อ
เห็นผู้หญิงแล้วมองตาม - มัวแต่มองจะได้กินมั้ย
เห็นผู้หญิงแล้วเฉยๆ - เกย์

3. มีแฟนแก่กว่า - กะเกาะเค้ากินล่ะสิ
มีแฟนอ่อนกว่า - หลอกเด็ก
มีแฟนอายุเท่ากัน - แม้แต่เพื่อนยังไม่เว้นเลย คิดดูดิ

4. มีแฟนแล้ว ตกเย็นไปกินข้าวกับแฟน - มันเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน
มีแฟนแล้ว ตกเย็นไปกินข้าวกับเพื่อน - มันเห็นเพื่อนดีกว่าแฟน
มีแฟนแล้ว ตกเย็นกลับบ้านคนเดียว - มีชู้

5. ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทผู้หญิง - คิดนอกใจ
ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทผู้ชาย - เกย์
ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทชายหญิง - ... หมู่

6. ขอจูงมือแฟนตอนกลางวัน - ไม่เอานะอายเค้า
ขอจูงมือแฟนตอนเย็นๆ - ยังไม่ค่อยมืดเลยนะคะ ไว้ก่อนนะ
ขอจูงมือแฟนตอนกลางคืน - เดี๋ยวมันต้องไปมีอะไรกันแน่ๆ

7. เดินนำแฟนเข้าห้าง - รู้จัก Lady first มั้ย??
เดินเข้าห้างให้แฟนเดินเข้าก่อน - มันปล่อยให้แฟนมันเปิดประตูให้
เดินเข้าห้างเปิดประตูแล้วให้แฟนเดินเข้าไปก่อน - โคดเว่อเลยว่ะ

8. เป็นหัวหน้าครอบครัว - เผด็จการ
มีอะไรต้องปรึกษาแฟน - ไม่กล้าตัดสินใจ
ให้แฟนเป็นหัวหน้าครอบครัว - กลัวเมีย

9. แฟนไม่สวย - หาได้แค่เนี้ยเรอะ
แฟนหน้าธรรมดาๆ - ก็งั้นๆ แหละว้า
แฟนสวย - ไม่สมกันเล้ย

10. ผู้ชายนิสัยธรรมดา - น่าเบื่อ
ผู้ชายนิสัยเลว - เลวว่ะ
ผู้ชายนิสัยดี - เธอดีเกินไป

:26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 10:17 น.
ตรง ตรง ตรง และก็ตรง ทำไมมันตรงไปหมดเลยเนี่ย พูดตรงๆ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 21:13 น.
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 10:17 น.
ตรง ตรง ตรง และก็ตรง ทำไมมันตรงไปหมดเลยเนี่ย พูดตรงๆ

เป็นอะไรมากไหม  :08:   :35: :35:






คนที่เป็้นได้มากกว่าเพื่อน ยิ่งกว่าคนรัก รู้มั้ยว่ามีคนคนนึง....

*คิดถึงคุณตลอดเวลา ในขณะที่คุณคิดถึงใครบางคนทุกลมหายใจเข้าออก

*คนที่รักคุณมากกว่าใครขนาดที่ว่ายอมตายแทนได้ ในขณะที่คุณรักคนบางคนมากถึงขนาดอาจตายได้ถ้าไม่มีเค้า

*คนที่ให้คุณได้ทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่หวังผลตอบแทนในขณะที่คุณ ยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อหวังให้ใครบางคนไม่ทิ้งคุณไป

*คนที่เสียน้ำตาให้คุณ ในขณะที่คุณร้องไห้แทบขาดใจเมื่อเสียใครบางคน

*คนที่อยากอยู่เคียงข้างคุณตลอดเวลา ในขณะที่คุณไม่อยากลัดพรากจากใครบางคน

*คนที่รักในทุกๆอย่างที่เป็นตัวคุณในขณะที่คุณพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครบางคน

*คนที่ใช้ความรักทั้งหมดที่มีหล่อเลี้ยงและดูแลคุณเกือบจะตลอกชีวิตของเค้าในขณะที่
คุณยอมให้ใครบางคนทำลายมันลงในเวลาเพียงไม่กี่วัน เดือน หรือ ปี

*คนที่หวังเพียงได้พวงมาลัยเล็กๆจากคุณในขณะที่คุณมองหากุหลาบช่อใหญ่ ราคาแพงให้คนบางคน

*คนที่รอฟังคำว่า"รัก"จากคุณเพียงแค่วันเดียวในหนึ่งปี ในขณะที่คุณพร่ำบอกรักใครบางคนทุกวัน

เค้าคนนี้คือคนที่รักคุณมากที่สุดในโลกใบนี้ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน ไม่มีวันที่จะทอดทิ้งคุณ
และรับได้ในทุกๆสิ่งที่เป้นตัวคุณ..

เป็นคนที่เราควรรักมากที่สุดหากคิดว่าไม่มีใครในโลกรักเรา แต่อย่างน้อยก้มีคนๆนึงที่ไม่มีวันเลิกรักคุณได้ ขอบคุณที่มีคนคนนี้ รักเค้าให้มากๆนะคะ



:33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 21:54 น.
ขยันปั่นนะครับเดี๋ยวนี้ :33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 21:57 น.
อ้างคำพูดจาก: เจ้าโต เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 21:54 น.
ขยันปั่นนะครับเดี๋ยวนี้ :33:

ใครเหรอ  :25:  :25:

ก็เห็น FWD เนี่ยหายไปตั้งหลายหน้า

อุตส่าห์มาโพสต์เรื่องงามๆเลยนะ  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 22:00 น.
มันผิดคอนเซปเฟิร์น :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 22:04 น.
ฮี่ฮี่ฮี่  :04:

คอนเซ็ป น่ารัก สดใส หน่ะเหรอ  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 20:34 น.
เอามาอีกครับ เอามาเยอะๆครับ FWD ดีๆ ซึ้งๆ แบบเนี่ยชอบ  :35:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 20:53 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 30 ม.ค. 2006, 22:04 น.
ฮี่ฮี่ฮี่  :04:

คอนเซ็ปเลือดสาดกระจายหน่ะเหรอ  :27:
:30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 22:20 น.
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 20:53 น.
:30:

เดี๋ยวปั๊ดดึ๊ด  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 23:00 น.
ความรักเหมือน....  :27:


-"ความรักเหมือนลูกอม" ตัวคุณเองก็รู้ว่ามันทำให้ฟันผุ แต่ด้วยรสชาติที่หวานและสีสันที่น่าทาน ทำให้ฟันของคุณต้องหลุดออกจากปากไปหลายซี่ แต่กระนั้นรสชาติของมันไม่เคยทำให้คุณเลิกได้เลย

-"ความรักเหมือนยาขม" อันนี้ได้ยินมานานแล้ว เวลาที่ร่างกายเราป่วยอาการหนัก จำเป็นที่จะต้องกินมันเข้าไป ทั้งๆที่รู้ว่ามันขมแต่มันรักษาอาการป่วยได้ผลชะงัดนัก

-"ความรักเหมือนกาแฟ" นี่ยากหน่อย สำหรับคนที่มีอายุหรืออยู่ในช่วงวัยทำงานจะเข้าใจเป็นอย่างดีถึงความจำเป็นและเสน่ห์ของมัน กาแฟมีหลายยี่ห้อ และหลายรูปแบบอยู่ที่รสนิยมของผู้ทานว่าต้องการปรุงแต่งให้มันอยู่ในรสชาติไหน

-"ความรักเหมือนข้าวสวย" หากคุณมีกับข้าวแสนอร่อย ที่คุณโปรดและน่าทานทุกอยู่บนโต๊ะชีวิตของคุณ แต่หากขาดข้าวสวยหอมกรุ่นสัก 1 จานลองคิดดูว่า กับข้าวของคุณมันจะอร่อยได้มากสักแค่ไหน

-"ความรักเหมือนแมวเหมียว" หากคุณดันไปข้างหน้า มันจะฝืนไปข้างหลัง หากคุณกดตัวมันลง มันจะพยายามยืนขึ้น แต่ถ้าหากคุณอยู่เฉยๆมันจะมาอ้อนคุณเอง

-"ความรักเหมือนน้ำแข็ง" หากคุณเป็นไอเย็น มันก็จะยังคงรูปการเป็นน้ำแข็งตราบนานเท่านาน แต่เมื่อใดที่คุณเป็นไอร้อน มันจะละลายกลายเป็นของเหลวและค่อยๆละเหยไปในที่สุด

-"ความรักเหมือนรถแท๊กซี่" สามารถพาคุณไปได้ทุกที่หมาย ราคาจะเริ่มต้นเมื่อคุณเริ่มกำหนดจุดหมาย คุณจะไปในระยะทางที่ใกล้หรือไกล ก็ดูเงินตัวเองแล้วกัน

-"ความรักเหมือนระบบราชการ" อยากจะทำอะไรก็ยื่นหนังสือหรือคำร้องไปล่วงหน้านะ แล้วกลับบ้านไปนอนรออีก 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ (อันนี้ล้อเล่นๆ)

-"ความรักเหมือนหมากฝรั่ง" ตอนเคี้ยวแรกๆก็หวานดี แต่นานเข้าจืดสนิท

-"ความรักเหมือนวัตถุโบราณ" หากแต่อายุใช้งานยิ่งนานเท่าไหร่ค่าของมันก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น


:19:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 23:29 น.
ลงนอร์ตั้นให้พ่อ! (ตัวหนา)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 23:32 น.
บรรจงร้อยเป็นม้าลาย  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 23:33 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 23:29 น.
ลงนอร์ตั้นให้พ่อ! (ตัวหนา)

จะไปมันทุกกระจู๋เลยว่างั้นเหรอ  :07:

อ้างคำพูดจาก: เจ้าโต เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 23:32 น.
บรรจงร้อยเป็นม้าลาย :26:

นี่อีก  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 31 ม.ค. 2006, 23:34 น.
บรรจงร้อยเป็นนอร์ตันให้พ่อ  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 ก.พ. 2006, 00:11 น.
 :22:

นั่งอ่านหนังสืออยู่ดีๆ   ก็เริ่มปล่อยใจ....
ใจอยู่นิ่งๆ   ปล่อยไปในแนวดิ่ง
ความเร็วต้นเท่าไหร่?

ใจอยู่ต่างกัน   ออกเดินไม่พร้อมกัน
กว่าใจจะพบกัน   ใช้เวลาเท่าไหร่?

ใจหนึ่งอยู่สูง   อีกใจอยู่ต่ำ
ใจที่อยู่ต่ำ   จะพบใจสูงได้ไหม?

ลองใช้สูตรคิดดู

1. v = u+gt ใช้เมื่อไม่สนใจ s

2. s = [v+u]/2 t ใช้เมื่อไม่สนใจ a

3. s= ut + 1/2gtt ใช้เมื่อไม่สนใจ v

4. vv = uu + 2as ใช้เมื่อไม่สนใจ t

....

ไม่มีสูตรไหนเลยที่ไม่สนใจ u   แสดงว่า u ต้องน่าสนใจ

....
ทุกสูตรสนใจ u

ทุกคนสนใจ u

Everybody like U ไม่เว้นแม้แต่ I   :26:

:27:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 04 ก.พ. 2006, 23:25 น.
ฟังดูแปลกๆ แต่ก็ดีค่ะ   :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 05 ก.พ. 2006, 00:54 น.
ละ... :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 05 ก.พ. 2006, 01:12 น.
 :26:

คิดไว้แล้วหรือยังว่ามื้อถัดไป จะหม่ำอะไรดี
ถ้าคิดจะหม่ำก๋วยเตี๋ยวละก็ .. ดีเลย

พราะเรามีทายนิสัยจากวิธีการปรุงก๋วยเตี๋ยวมาฝากเอาไว้สังเกตตัวเองหรือเพื่อนใกล้ตัว
หรือถ้า 'ปิ๊ง' ใครอยู่ แอบไปยืนใกล้ๆ ตอนเขากำลังปรุงก๋วยเตี๋ยวสิ
เผื่อจะได้เก็บข้อมูลเพื่อรู้จักนิสัยเขา (หรือเธอ) มากขึ้น

ชิมก่อนปรุง
ถ้าเพื่อนคนไหนชิมก่อนแล้วค่อยปรุงล่ะก็ . . .
บอกได้เลยว่าเขาเป็นคนค่อนข้างระมัดระวัง เพ้อฝันเล็กๆ อ่อนไหวหน่อยๆ
รักความเป็นระเบียบแบบแผน ตามสถิติแล้วมักจะเป็นเด็กตั้งใจเรียน
อาจจะเป็นเพราะว่าเขาให้ความสำคัญกับหน้าที่ และไม่ค่อยเกเรก็เป็นได้

ข้อน่ารักของเพื่อนคนนี้คือรอบคอบ คิดแล้วค่อยพูด
แถมอ่อนโยนไม่ค่อยทำร้ายจิตใจใคร
ข้อเสียเหรอ.. ก็มีเหมือนกันนะ ก็ตรงที่ค่อนข้างอ่อนไหว
ยังไงก็อย่าทำให้เขาโกรธละกันไม่งั้นต้องง้อจนเมื่อยปากเลยล่ะ
ก็เข้าใจเขาหน่อยละกัน เพราะคนใจเดียวก็เงี้ย - ใจน้อย


ปรุงทันที
โอ้โห...เจอเพื่อนขี้หงุดหงิดเข้าแล้วไง ดูเผินๆ เขาเป็นคนร่าเริง
สนุกสนาน คุยเก่ง แต่ถ้ามีอะไรไม่พอใจล่ะก็หน้าจะหงิกแถมบ่นแหลกเลย
เขาออกจะเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว บางครั้งเลยขาดความรอบคอบ
ใช้สัญชาตญาณมากกว่าเหตุผล

เขาเก็บความรู้สึกเก่งไหมนะ..? ก็ไม่ค่อยหรอก ปากกับใจค่อนข้างตรงกัน
รวมๆ แล้วก็เป็นเพื่อนที่จริงใจ และคบง่าย อ๋อ.. ลืมเตือนไว้อย่างนึง
คือเพื่อนน้องคนนี้อาจจะปากไวไปนิด แถมช่างวิจารณ์
ยังไงถ้าเขาเผลอวิจารณ์น้องละก็...อย่าเพิ่งไปโกรธเขาล่ะ ก็บอกแล้วไง
ว่าเขาน่ะ...จริงใจ๊ จริงใจ

ปรุงทันที แต่รสแบบเข้มข้น
ถ้าใครได้ชามก๋วยเตี๋ยวมาแล้วก็ปรุงทันทีโดยไม่ชิม
แต่ต่างกับข้อตะกี้นิดนึงก็ตรงที่
เทคนิคลีลาการปรุงของเขาจะดุเดือดกว่า เช่น
สาดพริกน้ำส้มลงไปเป็นช้อนๆ ตามด้วยพริกป่น
น้ำตาลพูนช้อนแบบไม่ลังเลเลยละก็ ในกลุ่มเพื่อนเขาจะเฮฮา
หัวเราะเสียงดัง มีมุขตลกที่ทำให้ใครๆ ติดอกติดใจได้ง่ายๆ
ติดจะซนและเซี้ยวนิดๆ
ซี่งมาจากนิสัยชอบความโลดโผนและรักการผจญภัยของเขานั่นเอง

แต่ที่ต้องระวังนิดนึงก็คือ...อีกด้านหนึ่งเพื่อนน้องคนนี้เขาฉลาดแบบปนเจ้าเล่ห์นิดๆ
ใจร้อนและเด็ดขาด นิสัยที่ทำให้ใครๆ ชอบเขานะเหรอ...? คงเป็นความแจ่มใส
ดูมีชีวิตชีวาของเขาล่ะมั้ง แต่ถ้าคิดจะเป็นแฟนกับเขาละก็
กระซิบไว้ก่อนว่าตามสถิติ (อีกแล้ว) คนทานรสจัดแบบนี้..
มีแนวโน้มว่าจะเจ้าชู้ล่ะ


ปรุงไป ชิมไป
ถ้าประเภทชิมไป ปรุงไป ช้อนแรกใส่น้ำส้มนิดนึงแล้วชิม
เหยาะน้ำปลาตามไปอีกนิดแล้วชิมอีกที
แบบนี้บอกได้เลยข้อดีคือเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน
แต่บางทีก็อาจมากเกินไปจนกลายเป็นคนจุกจิกได้
สมมติว่าน้องต้องทำรายงานกลุ่มเดียวกันกับเพื่อนคนนี้
เขาจะคอยแก้โน่นเติมนี่อยู่นั่นล่ะ
เพราะโดยนิสัยเขาอยากจะให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด

ข้อน่ารักของเพื่อนคนนี้ก็คือ เข้ากับคนง่าย ร่าเริง
แต่บางทีก็เจ้าอารมณ์ขี้งอนเล็กๆ แถมยังตามตื๊อเก่งอีกตะหาก


ไม่ปรุง
ถ้าประเภทไม่ปรุงอะไรเลย มาไงก็กินยังงั้น หรือปรุงก็น้อยมาก
เพื่อนน้องคนนี้ท่าทางใจดี คบง่าย ไม่เก๊กไม่วางมาด
อาจจะเป็นเพราะบุคลิกดูเรียบๆ สบายๆ ของเขา ทำให้เวลาอยู่ด้วยกัน
น้องจะได้เปรียบสักหน่อย เพราะเขาช่างตามใจ ประเภทว่าไงว่าตามกัน

ข้อเสียล่ะ.. ก็มีเหมือนกันนะ
คือเขาอาจจะติดสบายมากไปจนกลายเป็นคนไม่กระตือรือร้นได้
ยังไงรักจะเป็นเพื่อนกันก็เตือนๆ เขาหน่อยละกัน
จะได้แอ๊คทีฟขึ้นมาบ้างไง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 05 ก.พ. 2006, 08:13 น.
ไม่้ปรุงครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 05 ก.พ. 2006, 11:26 น.
ตอนแรกไม่ปรุง
สักเกือบๆครึ่ง ปรุงนิดนึง
เหลือสักหน่อยจะปรุงจัดๆ

ชามนึงได้สามรสชาติ
:42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 05 ก.พ. 2006, 13:36 น.
ธรรมดาไปกินก๋วยเตี๋ยวไม่มีชิม เทน้ำส้มลงไปอย่างเดียวเลย

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 05 ก.พ. 2006, 14:07 น.
ประเภท ปรุงทันทีอะ  :16:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 06 ก.พ. 2006, 05:07 น.
365 วันของคำว่ารัก


** เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา
ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...
อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

..วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต
  เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง..

..วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก้อมีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น
  เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบ
  และเฝ้าดู

..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา
  เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ

..วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวัน
  เด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช
  รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด

..วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ และดูแลต้นไม้ ไม! ่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้น
   เหมือนแต่ก่อน..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..
   เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก

..วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ
   อย่างที่เคยเป็น

..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง

..วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

..วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และ
   ที่น่าประหลาดใจคือเมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ
   เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง

..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่าง
  เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะไรต่อไป..
  เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้ว
  ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!!
..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุย
   กับเธอ ยิ้มให้เธอไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย......

** คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะไร **

เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก เธอเรียนรู้ว่า

// เมื่อเธอรดน้ำมากๆไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโตเร็ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง
// การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป
// การรอคอยเมื่อครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่นานเข้าจะกลายเป็นความท้อแท้และเบื่อหน่าย
// ถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้
// ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
// การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น

** คุณล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในความรัก "ความรัก"
ไม่มีข้อปฏิบัติที่ตายตัวแต่ละ! คนจึงต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามวิธีที่แตกต่างกัน



:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 06 ก.พ. 2006, 08:37 น.
แตกหน่อเป็นกระจู๋รักสำหรับวาเลนไทน์ดีกว่าไหมครับ  :39:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 06 ก.พ. 2006, 09:50 น.
ไม่ดีค่ะ
ให้มันอยู่อย่างงี้ก็ดีแล้ว
เราไม่ควรให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์มากเกินไป




จากคนโสด :23:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 14 ก.พ. 2006, 19:16 น.
วันหนึ่ง
ลูกชาย กลับไปเยี่ยมพ่อที่บ้าน ขณะนั้น
ลูกชายของเขาก็โตแล้ว พ่อของเขาก็ชราแล้ว

พ่อชี้ไปกลางที่นา ไปยังฝูงวัว แล้วถามลูกว่า
"นั้นอะไรน่ะลูก"
ลูกตอบ " วัวไงจ้ะพ่อ"
พ่อถามลูกอีกครั้ง พร้อมชี้นิ้วไปที่เดิม
"นั้นอะไรน่ะลูก"
"วัวไงพ่อ"
พ่อถามอีกครั้ง พร้อมชี้นิ้วไปที่เดิมอีก
"นั้นอะไรน่ะลูก"
"วัวววววววววว " ลูกตอบ

พ่อถามอย่างนี้ เป็นจำนวน 5 ครั้ง
เมื่อครังที่ 5
ลูกก็เบื่อที่จะตอบคำถาม พร้อมเบือนหน้าหนี

พ่อของเขาทำหน้าเศร้าๆแล้วเดินจากไป
ลูกของเขา จึงเดินไปในห้องของพ่อ
เขารีบเดินเข้าไปที่ โต๊ะ ซึ่งมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่
เขารีบเปิดอ่านทันที

" เมื่อครั้งที่ลูกยังเป็นเด็ก  ลูกชี้ไปกลางทุ่งหญ้า ไปยังฝูงวัว
แล้วก็ถามพ่อว่า นั้นอะไรน่ะพ่อ พ่อก็ตอบ วัวอย่างไรล่ะจ้ะลูก
ลูกน้อยถามพ่ออย่างนี้ถึง 25 รอบ พ่อก็ตอบทุกรอบ
ด้วยความเต็มใจ ที่ได้เห็นแก้วตาดวงใจของพ่อ คุยกับพ่อเช่นนี้
แต่ทำไม ขณะนี้ ตัวเราถามลูกของเราเพียงแค่ 5 ครั้ง ลูกก็เบือนหน้าหนีซะนี่"



T.T  ความรักของพ่อค่ะ  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 15 ก.พ. 2006, 01:14 น.
อืมมมมมม
ละ...
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 15 ก.พ. 2006, 11:27 น.
 :19:
ความรักสำหรับใครหลายคน และสำหรับคุณ...
สำหรับใครที่ยัง........"โสด" 
ความรักนั้นมันก็เหมือนกับ"ผีเสื้อ"
ยิ่งคุณวิ่งเข้าหามันเท่าไหร่
มันก็จะห่างคุณออกไปเท่านั้น
แต่ถ้าคุณปล่อยมันไปมันจะเข้ามาหาคุณเองแหล่ะ
ถ้าคุณไม่คาดหวังกับมันมาก
ความรักสามารถทำให้คุณมีความสุข
แต่มันก็สามารถทำให้คุณเจ็บปวดได้บ่อยๆ เหมือนกัน
แต่ความรักเป็นสิ่งที่พิเศษ
ถ้าคุณได้ให้มันกับใครสักคนที่เค้าดีที่สุดสำหรับคุณ
ดังนั้นค่อยๆ
หาไปล่ะกันนะครับ
และเลือกคนที่ดีที่สุด
สำหรับคุณ......

--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่....."ไม่โสด"

เค้าบอกว่า...
ความรักไม่ได้มาจากคนที่สมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง
แต่มันจะมาจากคนที่สามารถช่วยคุณให้เป็น
คนที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะเป็นได้.....

--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่เป็น......."เสือผู้หญิงหรือคนเจ้าชู้"

อย่าพูดคำว่า"รัก"เลยถ้าคุณไม่ได้หมายความถึงคำๆนั้นจริง
อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเค้าเลย
ถ้าคุณจะทำให้เค้าเสียใจ
อย่าไปมองลึกถึงดวงตา
ถ้าทุกคำพูดของคุณโกหกทั้งเพ
มันไม่ยุติธรรมถ้าผู้ชายทำให้ผู้หญิงเข้าหลงรัก
แล้วไม่ใส่ใจใยดี
ถ้าผู้หญิงต้องอกหักและในทางกลับกันของ
ผู้หญิงก็เหมือนกัน......

--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่......."แต่งงานแล้ว"

ความรักไม่ใช่..."มันเป็นความผิดของคุณ"
แต่จะเป็นคำว่า
"ฉันขอโทษ"
มากกว่าที่จะบอกว่า
"ไปอยู่ไหนมา"
แต่จะเป็นคำว่า
"ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ"
มากกกว่าที่จะบอกว่า
"คุณทำได้อย่างไร"
ไม่ใช่คำที่พูดว่า...
"ฉันอยากให้คุณอยู่ตรงนี้"
แต่จะเป็นคำว่า....."
ขอบคุณนะที่เธออยู่ตรงนี้กับฉัน"
--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่......"หมั้นหมายกันอยู่"

สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่า
การอยู่ด้วยกันเป็นปีๆ
แล้วไม่ได้ทะเลาะกัน
แต่จะอยู่ที่ว่า
ความดีที่คุณทั้งสอง
มีต่อกันมากกว่า......(อืม...จริงแฮะ)
-------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่......"อกหัก"

(อันนี้เค้าเขียนดี..เค้าบอกว่า...)
การอกหักมันยาวนานพอๆ
กับที่คุณต้องการให้มันอยู่กับคุณหรือ
อยากจะตัดใจให้ออกไปจากใจของคุณ
สิ่งที่สำคัญก็คือว่า
มันไม่ใช่จะต้องอยู่กับการอกหัก
แต่มันอยู่ที่ว่า....เราเรียนรู้จากมันได้แค่ไหน
ต่างหาก......
--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครๆที่...."ยังไม่เคยรัก"

จะรักได้อย่างไร:....
อย่ารักแบบหัวปักหัวป่ำ
เป็นตัวของตัวเองบ้าง
แต่อยากให้เห็นแก่ตัวเองทั้งหมด
รู้จักแบ่งปันและอย่าเอาเปรียบ
พยายามเข้าใจกันและกันมากกว่าที่จะบอกว่า
ตัวเองต้องการอะไร
ถึงจะเจ็บก็เจ็บ
แต่อย่าเอาความเจ็บนั้น
ติดตัวเสมอไป

--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่......"มีคนหลงรักอยู่"

เค้าบอกว่า...มันเจ็บปวดที่เห็นคนที่เรารัก
ไปมีความรักกับคนอื่น
แต่มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่าถ้าคนที่เรารัก
ไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับคุณ
--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่......"กลัวต่อการสารภาพ(รัก)"

ความรักมันเจ็บปวด
ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน
แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่าถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ
แต่มันจะเจ็บสุดๆ
ถ้าคนที่คุณรัก
เค้าไม่รู้เลยว่า
คุณรักเค้าแค่ไหน?????

--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครๆที่ยัง......."คบๆกันอยู่"

เค้าบอกว่า..สิ่งที่เสียใจในชีวิตก็คือ
การที่เราพบใครสักคนที่เรารัก
และคบกันไปจนถึงวันสิ้นสุด
ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสอง.....
คุณเสียเวลาไปเป็นปีๆ
ให้กับคนที่คนที่เค้ายังไม่ใช่คนๆนั้นสำหรับคุณ
แต่ถ้าเค้าคนนั้นของคุณ
ไม่ใช่คนที่ใช่เลยแล้วล่ะก็
คุณจะมาเสียเวลาเป็นปีๆให้เค้าทำไม...
สู้เลิกกันเสียแต่ตอนนี้ดีกว่า.....

--------------------------------------------------------------------------------
สำหรับเพื่อนๆทุกๆคน......

เค้าบอกว่า....
ฉันปรารถนาให้ทุกๆคนที่มีความรัก
จงซื่อสัตย์เข้มแข็ง
อย่าอ่อนไหวอย่าโลเล
อย่าเห็นแก่ตัว
ให้ความรักของคุณเจริญเติบโตมากขึ้นๆ
ให้ความฝันความหวังและ
ให้รางวัลชีวิตแด่กันและกัน
เท่านี้รักของคุณก็ยิ่งใหญ่


อันนี้ละโว้ แต่จะเอามาแปะ  :35:

ตอกย้ำ  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 15 ก.พ. 2006, 11:40 น.
ตอกย้ำใครเหรอ ดาไม่เห็นคนโสดแถวนี้เลยนะ
เนาะอรเนาะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 15 ก.พ. 2006, 12:26 น.
กระจก
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 17 ก.พ. 2006, 16:31 น.
เด็กชายแดงได้เงินมาค่าขนมมาสิบบาท ระหว่างที่กระโดดยางเล่นกันอย่างสนุก ก็อยากดื่มน้ำหวาน

แดง  :  เออ...ดำ ไปซื้อน้ำหวานมาให้ข้ากินแก้วนึงซิ แก้วละห้าบาทนะ  ข้าเลี้ยงน้ำหวานเอ็งเป็นค่าเดินไปซื้อแก้วนึง เอานี่เงินสิบบาท

ดำเดินหายไปพักนึง แล้วเดินกลับมาในมือถือแก้วน้ำหวานมาหนึ่งแก้ว พอมาถึงก็ยื่นเงินห้าบาทให้แดง

ดำ  :  เออ...แดง น้ำหวานมันเหลือแก้วเดียว ข้าก็เลยเอาเงินมาคืนเอ็งห้าบาท ขอบใจนะที่เลี้ยงน้ำหวานข้า

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 17 ก.พ. 2006, 17:43 น.
งามๆ :39:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 17 ก.พ. 2006, 18:25 น.
ก็งามนี่นา

ดำน่ารักดีเนาะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 00:26 น.
เมื่อฉันยังเล็กๆ พ่อเป็นเหมือนแสงไฟในตู้เย็น แต่ละบ้านมีพ่อ แต่ไม่มีใครรู้จริงๆสักคนว่า พ่อแต่ละคนทำอะไรหลังจากปิดประตูออกไปจากบ้านแล้ว พ่อของฉันออกจากบ้านทุกเช้าและกลับมาตอนเย็นทุกวัน
พ่อคนเดียวที่สามารถเปิดขวดแยมได้ ในขณะที่คนอื่นๆทำไม่สำเร็จ

พ่อคนเดียวที่สามารถลงไปห้องใต้ดินคนเดียวได้โดยไม่ต้องให้ใครลงไปเป็นเพื่อน

มีบางครั้งที่พ่อโดนมีดโกนหนวดบาด แต่ก็ไม่ต้องมีใครคอยปลอบ

เวลาฝนตกพ่อเป็นคนที่ต้องออกไปเอารถและขับมาจอดไว้ใกล้ๆประตูบ้านคอยรับเรา

เวลาใครไม่สบาย ก็พ่ออีกนั่นแหละที่ไปซื้อยามาให้
พ่อคอยวางกับดักหนู ตัดกิ่งกุหลาบไม่ให้มาทิ่มแทงเรา

เมื่อฉันได้รับจักรยานคันใหม่ พ่อก็คอยถีบไปข้างๆฉันหลายต่อหลายกิโลเมตร...
จนกว่าฉันจะสามารถขี่คนเดียวได้ ฉันกลัวพ่อของคนอื่น แต่ไม่เคยกลัวพ่อของฉัน

วันหนึ่งฉันชงชาให้พ่อ แต่มันหวานเกินไป
พ่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ ค่อยๆจิบชา และบอกว่า "อร่อยจัง"


เวลาที่ฉันเล่นตุ๊กตาแม่ ฉันมักเล่นอะไรต่ออะไรได้เยอะแยะ
แต่สำหรับตุ๊กตาพ่อ ฉันกลับไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร
ฉันได้แต่เพียงพูดว่า

"เอาละ พ่อไปทำงานนะ"
แล้วฉันก็โยนตุ๊กตาพ่อไว้ใต้เตียง

....................

เช้าวันหนึ่ง ตอนฉันอายุเก้าขวบ
พ่อไม่ตื่นไปทำงาน
เราพาพ่อไปโรงพยาบาล ...
พ่อสิ้นใจ...


วันรุ่งขึ้น ฉันเข้าไปในห้องนอน
หาตุ๊กตาพ่อ ที่อยู่ใต้เตียง
ปัดฝุ่น และวางไว้บนเตียง...

พ่อของฉันไม่เคยทำอะไรเลยหรือ ...
ฉันไม่คาดคิดเลยว่าการจากไปของพ่อ
จะทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดได้มากขนาดนี้
และทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าทำไม...


----------------------------------------------------------------

หญิงสาวคนหนึ่งสารภาพว่า
"พ่อของฉันตายมาแล้วหลายปี
แต่ฉันก็ยังเสียใจอยู่จนทุกวันนี้ ที่ไม่ได้บอกพ่อว่า...
"พ่อ... หนูรักพ่อ"...

------------------------------------------------------------------
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: PalmySyd เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 00:30 น.
ชีวิตของเรา ต่างอะไรกัน ผ้าขี้ริ้ว (อีกมุมที่น่าคิด)
1.ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบายความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้มอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

2.ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

3.ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง

4.ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้ เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้า น้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น

5.ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน

6.ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร

7.ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น

8.ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง เหมือนคนที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้ เพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน

9.ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่ เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกึนปรามาสสบประมาท จะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค ครงนั้นให้ได้ ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่า เมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก

เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง
ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง คุณเห็นด้วยไหม ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 02:08 น.
ละ...
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 02:25 น.
อ้างคำพูดจาก: [-[[aida]]-] เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 02:08 น.
ละ...

โว้ โว่ เย่ เย้ ♪
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 10:43 น.
ไอ แคน ทู ซี โว่ โว้ ~
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 16:49 น.
 :05: :05:
ยังไม่เคยอ่านเลยยยย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 26 ก.พ. 2006, 23:40 น.
ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต

(chinese tantra totem for good luck)

จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน
จงพูดกับคนที่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่า แต่เขาก็มีความสำคัญเท่ากัน
จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่มี และนอนเท่าที่อยากจะนอน
เมื่อกล่าวคำว่า "ฉันรักเธอ" จงหมายความตามนั้นจริง ๆ
เมื่อกล่าวคำว่า "ขอโทษ" จงสบตาเขาด้วย
ก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน จงหมั้นเสียก่อนอย่างน้อย 6 เดือน
จงเชื่อในรักแรกพบ
อย่าหัวเราะเยาะความฝันของผู้อื่น คนที่ไม่มีฝันก็เหมือนไม่มีอะไร
เมื่อรักจงรักให้ลึกซึ้ง และ ร้อนแรง อาจจะต้องเจ็บปวดแต่นั่นคือหนทางเดียวที่ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็ม
ในเหตุการณ์ขัดแย้ง โต้อย่างยุติธรรม ไม่มีการตะโกนใส่กัน
อย่าตัดสินคนเพียงเพราะญาติๆ ของเขา
จงพูดให้ช้า แต่ต้องคิดให้เร็ว
ถ้าถูกถามด้วยคำถามที่ไม่อยากตอบ จงยิ้มแล้วถามกลับว่า จะรู้ไปทำไม
จงจำไว้ว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือความรัก และความสำเร็จ ล้วนต้องมีการเสี่ยง
พูดว่า ขอพระคุ้มครอง เมื่อได้ยินใครจาม
เมื่อพ่ายแพ้ จงอย่าสูญเสียบทเรียนไปด้วย
จงจำ 3 R :- นับถือผู้อื่น นับถือตนเอง รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ
จงอย่าให้ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่
ทันทีที่รู้ตัวว่าทำผิด ลงมือแก้ไขทันที
จงยิ้มเวลารับโทรศัพท์ ผู้ฟังจะเห็นได้จากน้ำเสียงของเรา
จงหาโอกาสอยู่กับตัวเองบ้าง

{หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 27 ก.พ. 2006, 15:20 น.
 :22:

เศษแก้วที่มันร้าว!!!

ข้อมูลจาก Forward Mail


ในตอนนี้ . . .

เธอถือแก้วอยู่ใบหนึ่ง....

แก้วใบนั้น...ก็ไม่ได้สวยมากขนาดต้องมีคนแย่งซื้อ

แต่ก็...ไม่ได้เก่ามากขนาดไม่มีคนกล้าใช้

ตอนนี้แก้วใบนั้นอยู่ด้านหน้าของเธอ

มันพร้อมที่จะให้เธอใช้ . . .

เธอนำแก้วใบนั้นกลับไป

เธอนั่งมองมัน . . .

เธอพูดออกมาเปรยๆ ว่า . . .

มันดูดีมาก ถึงคนอื่นจะมองไม่เห็นค่า

แต่เขาเห็นค่าของแก้วใบนี้คนเดียวเท่านั้นพอ

เมื่อเธอเริ่มใช้มัน . . .

เธอทำท่ารู้สึกดีมากที่เธอมีแก้วไว้ใช้ยามกระหาย

เมื่อเธอใช้เสร็จ . . .

เธอก็จะเอามันไปล้างและเช็ด เธอดูแลมันดีเสมอ

จนมาวันนึง . . .

เธอนำแก้วใบใหม่มาวางแทนที่แก้วใบเดิม

เธอหันไปดูแลแก้วใบใหม่มากขึ้น

จนเธอลืมไปเลยว่ามีแก้วอีกใบที่ยังรอให้เธอนำมันกลับมาใช้อีกครั้ง

นานครั้งที่เธอจะหยิบแก้วใบเดิมมาใช้

แต่ . . . มันไม่เหมือนเดิม

พอเธอใช้เสร็จเธอก็วางมันไว้ที่เดิม

โดยไม่แคร์ที่จะเอาไปเช็ดไปล้างให้ดูดี

เวลาผ่านมานาน.....

แก้วใบนั้นเริ่มร้าวจากแรงกระแทกรอบด้าน

ร้าวขึ้น . . . !

ร้าวมากขึ้น . . . !!!

จนในวันนึง แก้วใบนั้นก็ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

เหลือทิ้งไว้แต่เพียงแค่เศษแก้วเล็กๆ ที่พร้อมจะบาดใครได้ทุกเมื่อ

มาถึงตอนนี้แก้วใบเดิมได้พบจุดจบแล้ว

มันไม่มีประโยชน์อะไรกับเธออีกแล้ว

แก้วใบเดิมไม่มีค่าอีกต่อไปแล้ว

มีแต่จะให้ความเจ็บปวดจากการบาดของเศษแก้วถ้าเธอไปโดนมัน

ในเมื่อวันนี้เธอมีแก้วใบใหม่ที่ดีกว่าสวยกว่า . . .

เธอคงลืมไปแล้วว่ามีแก้วอีกใบที่รอเธอจนมันพบจุดจบ

ถึงจะเธอจะพยายามต่อคืนแต่มันก็ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้

มันก็ยังคงมีรอยร้าวอยู่ดี และคงจะไม่ทนทานเหมือนเก่าอย่างแน่นอน . .

แก้วใบนั้นก็เปรียบเหมือนฉันในตอนนี้ ...

เพราะตอนนี้ฉันไม่มีค่า ไม่มีความหมายกับเธออีกต่อไปแล้ว

มันคงจบลงตรงนี้ ตรงที่ๆ เธอมีเขามาแทนที่ฉัน

และฉันคงไม่คิดกลับไปหาเธออีกแล้ว ...

เพราะหัวใจฉันมันได้แตกร้าว เหมือนดังแก้วที่แตกไปแล้ว

มันไม่สามารถที่จะมาต่อเติมให้เหมือนเดิมได้

แม้ว่าเธอจะพยายามเติมเต็มสักเพียงใดก็ตาม

- - - - - -   :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 27 ก.พ. 2006, 16:32 น.
:05: ผมคงเป็นได้แค่แก้วพลาสติก ที่มันไม่มีวันแตก และไม่มีใครอยากจะสนใจเมื่อเก่าลง  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 27 ก.พ. 2006, 16:35 น.
 :18: อย่าอินมากสิ

มีความหลังกะใครมารึ  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 27 ก.พ. 2006, 16:41 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 27 ก.พ. 2006, 16:35 น.
:18: อย่าอินมากสิ

มีความหลังกะใครมารึ :02:
อ้าว! ไม่อยากให้อินเหรอ อุตส่าห์ช่วยเรียกความสนใจ ความหลงความหลังอะไร ไม่เคยมีหรอก ชีวิตนี้จะขอเป็นโสดเท่านั้นเอง  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 27 ก.พ. 2006, 16:45 น.
สดปะคะ  :40:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 27 ก.พ. 2006, 16:49 น.
เท่าที่ดูเหงือกยังเป็นสีชมพู ตายังใส แถมยังหายใจพะงาบๆอยู่ ก็สดเอาเรื่องนะ  :07: คนนะไม่ใช่ผักใช่ปลามาถามว่าสดได้ไง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 28 ก.พ. 2006, 18:27 น.
http://dingo.care-mail.com/cards/flash/5409/abc.swf

:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 07:29 น.
เพื่อนหรือคนรักครับนั่น
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 07:41 น.
เพื่อนสนิท  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 18:08 น.
เฟิร์นเอามาโพสได้ไง ขัดกับconceptตัวเองสุดๆ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 18:12 น.
 :33: อ่าว ก็เข้าคอนเซ็ปแล้วไง น่ารัก หวานแหวว  :25:



ก็มีคนส่งเข้าเมลล์เลยเอามาแปะแค่นั้นแหละ แหม   :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 18:25 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 18:12 น.
:33: อ่าว ก็เข้าคอนเซ็ปแล้วไง น่ารัก หวานแหวว :25:



ก็มีคนส่งเข้าเมลล์เลยเอามาแปะแค่นั้นแหละ แหม :42:
ถ้าคนส่งเข้ารู้ความจริง เขาจะเสียใจบ้างไหมนะ  :34:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 18:35 น.
คนที่ส่งให้นี่มันเป็นเกย์  :26:



แต่มันรู้นะ รู้ 1 ใน 10  ของชีวิตเฟิร์น :04:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 18:38 น.
อะ...นะคนเรา  :18:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 18:42 น.
 :21: อะไรหล่ะ


:26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 01 มี.ค. 2006, 19:10 น.
ถึงเวลาจะเปลี่ยนผันไป แต่ว่า พวกเรา ยังเหมือนเดิม

รักกันเท่าใดก็รักเท่านั้น

บางทีอาจรักมากยิ่งขึ้น หรือมากขึ้นไปเรื่อยๆ

จนไม่มีวันสิ้นสุด

หากเราจากกันไป เราจะจำไว้ว่า มีที่นึง ที่ทำให้เรารู้จักกัน

ที่แห่งหนึ่งได้ให้ประสบการณ์ดี ๆ กับเรา ทั้ง ทุกข์ สุข

เหงา เศร้า ฯลฯ

ซึ่งที่แห่งนั้นมีทั้ง อาจารย์ เพื่อน รุ่นน้อง หรือรุ่นพี่

หรือใครต่อใคร

และที่แห่งนั้น ก็จะอยู่ในความทรงจำดีๆของพวกเราตลอดไป

คำว่าเพื่อนไม่ได้เพียงแค่รู้จัก                          แต่เป็นรัก ความผูกพัน ที่มีเสมอ


ฉันจะไม่ลืม เพื่อนดีดี อย่างเช่นเธอ                   ไม่มีทาง ลืมเกลอ ที่แสนดี


                         *****************************************


เพื่อนคือ  คําหนึ่ง  ซึ่งสูงค่า


มีที่มา  เนิ่นนาน  โบราณเหลือ


เพื่อนของพริก  รับรอง  ต้องเป็นเกลือ


เพื่อนของเรือ  นั่นหรือ  ก็คือพาย


เพื่อนของช้าง  ปางไหน  ก็ใช้โซ่


เพื่อนของปลา  นั้นโอ้โห  คือธารสาย


เพื่อนแครอท  แน่นัก  คือกระต่าย


เพื่อนของช้อน  คิดสบาย  คือ ถ้วยจาน


เพื่อนของเสือ  แน่นอน  ว่าคือป่า


เพื่อนของหญ้า  คือดิน  ทุกถิ่นฐาน


เพื่อนวันนี้  จงเชื่อมั่น  คือวันวาน


เพื่อนของฉัน..อ่ะเหรอ  คือ  เธอไง


                         *****************************************


มิตรภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องฉลาด

ต้ององอาจกล้าหาญหรือสะสวย

มิตรที่ดีไม่จำเป็นต้องร่ำรวย

ไม่ต้องหมวยสวยเก๋นักกีฬา

มิตรที่ดีอาจจนก็เป็นได้

อาจจะโง่ ขี้อายหรือเหรอหรา

แต่พวกเขาพร้อมช่วยเพื่อนทุกเวลา

ไม่คิดค่าตอบแทนแต่อย่างไร

เพื่อนจะดี ดีที่ใจใช่ใบหน้า

อาจเหมือนผ้าที่ดูสวยแต่ขาดได้

ต่างกับเพื่อนดีที่ใจใช่คนร้าย

ก็เปรียบได้กับผ้าที่ทนทาน



ก-ฮ

ก-เก็บคุณไว้ในใจ
ข-เข้าใจคุณ
ค-คอยสนับสนุน
ง-ง้อคุณเมื่อรู้ว่าเขาผิด
จ-จับมือคุณเมื่อคุณต้องการกำลังใจ
ฉ-เฉยกับความใจร้อนของคุณ
ช-ช่วยเหลือคุณ
ซ-ซื่อสัตย์ต่อคุณ
ญ-ญาติดีกับคุณเสมอ
ด-เดินเคียงข้างคุณ
ต-ติดตามข่าวคราวความเป็นไปของคุณ
ถ-ไถ่ถามทุกข์สุข
ท-ทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไป
ธ-ธรรมธัมโมกับคุณ
น-นับถือคุณและน่ารักในสายตาของคุณ
บ-บอกความจริงแก่คุณ
ป-ปลอบใจเมื่อคุณท้อ
ผ-ผายมือต้อนรับคุณ
ฝ-ฝากผีฝากไข้กับคุณ
พ-เพิ่มพลังให้แก่คุณ
ฟ-ฟังคุณ(แม้ว่าคุณจะพูดจนน้ำไหลไฟดับก็ตาม)
ภ-ภูมิใจในตัวคุณ
ม-มอบสิ่งที่ดีแก่คุณ
ย-ยกโทษให้กับข้อผิดพลาดของคุณ
ร-รักคุณที่เป็นคุณ
ล-ละเอียดอ่อนกับความรู้สึกของคุณ
ว-ไว้ใจคุณ
ศ-ศึกษานิสัยที่แท้จริงของคุณ
ส-สังเกตความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณ
ห-เห็นคุณค่าของคุณ
อ-อธิบายในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ
ฮ-เฮฮากับคุณได้ทุกเวลา




สุดท้ายนี้ อยาก..

ขอขอบคุณ...ที่ช่วยแต่งแต้มวันหงอยเหงาให้สดใส

ขอขอบคุณ...ที่มอบดอกไม้แห้งน้ำใจให้ฉัน

ขอขอบคุณ...ความผูกพันที่มีให้กัน

ขอขอบคุณ...สายสัมพันธ์แห่งความจริงใจ

ขอขอบคุณ...ความอาทรความห่วงใย

ขอขอบคุณ...ความเข้าใจไม่มีวันล่มสลาย

ขอขอบคุณ...กาลเวลาที่พาเรามาทักทาย

ขอขอบคุณ...สิ่งทั้งหลายที่ทำให้เราเป็นเพื่อน...กัน




*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*


ถ้าคิดว่าเมลฉบับนี้มีความหมายกับคุณโปรดเก็บมันไว้ ในยามที่รู้สึกเหงา
หรือเดียวดาย อยากให้รู้ว่าคนที่ส่งเมลนี้ให้คุณ
เป็น"เพื่อน"ที่คุณจะคุยได้เสมอ

ส่งเมลฉบับนี้ไปให้กับคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนของคุณ ให้เขาได้รับรู้ว่า
คุณคิดว่าเขาเป็นเพื่อนของคุณ


ปล. อยากให้เราเป็นเพื่อนกันตลอดไป... แม้ว่าจะห่างไกลกันเท่าไรก็ตาม

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: mittlelaymai~* เมื่อ 06 มี.ค. 2006, 21:36 น.
แบ่งกันอ่าน
ฝากด้วย
>> fic  http://www.jamsai.com/novelnet/show.asp?id=21728 
>> Kr. fic   http://www.jamsai.com/novelnet/show.asp?id=34943  แปลเอง

* * พิมพ์ตรงไหนผิดห้ามวา  เพราะคนละเว็บ * *
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 06 มี.ค. 2006, 22:32 น.
อ้างคำพูดจาก: zodaa-fire` เมื่อ 06 มี.ค. 2006, 21:36 น.
แบ่งกันอ่าน
ฝากด้วย
>> fic http://www.jamsai.com/novelnet/show.asp?id=21728
>> Kr. fic http://www.jamsai.com/novelnet/show.asp?id=34943 แปลเอง

* * พิมพ์ตรงไหนผิดห้ามวา เพราะคนละเว็บ * *


เว็บนี้แหละโซดาฟิเร่  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ผ่านมา : ) เมื่อ 06 มี.ค. 2006, 22:48 น.
เอามั่ง ๆ


50 ข้อดีของคนไม่มีแฟน

เนื้อความ 50 ข้อดีของคนไม่มีแฟน
1. มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนังคุยโทรศัพท์
2. มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น
3. กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร
4. ไม่ต้องทะเลาะกับใคร
5. ประหยัดค่าใช่จ่าย แบบว่าไม่ต้องไปเที่ยวไหน
6. ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ
7. ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น
8. ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก
9. ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแย่งแฟนเรา
10. มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ
(และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)
11. ไม่ต้องคอยหึงหวง
12. ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า
13. มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่
14. ไม่ต้องฟังคำว่า "อนาคตของเรา "
15. ไม่ต้องออกหัก(อันนี้สำคั-มาก)
16. ไม่ต้องกังวลว่าแต่ละวันใส่ชุดอะไรถึงจะถูกใจเขา
17. ไปหาเพื่อนแต่งตัวแบบไหนก็ได้
18. ไม่ต้องคอยเช็ค sms เผื่อว่าเขาส่งมาแล้ว ยังไม่ได้ส่งกลับ
(เฮ้อ....เปลืองเงินปล่าวๆ)
19. อยากจีบสาวภานิชย์ก็ได้ไม่มีใครคอยตามประกบ
20.! พ่อแม่จะรักเป็นพิเศษเพราะอยู่ติดบ้าน
21. ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาใจใคร
22. ไม่ต้องคิดมาก
23. มีทางเลือกให้กับชีวิตมากขึ้น
24. .........ไม่ต้องร้องไห้.............
25. ได้ทำตามใจตัวเองอย่างเป็นสุขไม่ต้องกังวลถึงใคร
26. คิดถึงคนหลายๆคนพร้อมกันได้
27. คิดถึงตัวเองมากขึ้น
28. ชินกับกาอยู่บ้านเพราะไม่มีแฟนชวนเที่ยว
29. เล่นเน็ตได้นานสะใจ จะคุยกับใครก็ได้ไม่มีใครหวง
30. มีเวลาดูละครน้ำเน่ามากขึ้น
31. เข้าถึงพระธรรมได้ง่าย
32. ไม่ต้องคอยโทรศัพท์
33. ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์โทรหา
34. จะเหล่ใครก็ไม่มีใครว่าเพราะยังไม่มีใครถูกใจ
35. ไม่ต้องคอยระแวงว่าคนที่เดินข้างๆจะเป็นใคร
36. จะทำอะไรก็ได้
37. ไม่โดนเพื่อนด่าว่า "ลืมเพื่อน"
38. คิดถึงใครก็ได้ที่อยากจะคิด
39. ไม่ต้องทำหล่อทั้งวันหรือโปะหน้าให้สวย
40. ไม่ตกปกปิดด้านชั่วของตัวเอง
41. ไม่ต้องดัดเสียงให้ดูมาดแมนหรือฟังดูน่ารัก
42. จะทำอะไรไม่ต้องเกรงใจแฟน
43. ใครจีบก็จีบไปเพราะเราไม่มีแฟน!
44. ไม่ต้องเอาใจ-าติพี่น้องแฟน
45. แต่ชอบที่จะอุ้มแฟนเข้าเรือนหอนะ
46. ร่างกายแข็งแรงเพราะเอาเวลาไปเล่นกีฬา(และอาจหล่อเหมือนภราดร)
47. สามารถคุยกับเพศตรงข้ามได้โดยไม่รู้สึกผิดเพราะไม่มีแฟน
48. ไม่ต้องร้องเพลงอกหัก
49. ประหยัดน้ำตาไว้ร้องไห้เรื่องอื่น
50. ไม่ต้องคอยไปรับไปส่งใคร
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ผ่านมา : ) เมื่อ 06 มี.ค. 2006, 22:50 น.
 :22:

สีโปรดของคุณ ชอบสีอะไร มาอ่านกันดูนะ

GREEN เขียว เป็นสีที่บ่งบอกถึงความสงบ เยือกเย็น
คนที่ชอบสีนี้จึงเป็นคนใจดี ใจเย็น ใจกว้าง รักความยุติธรรม
ไม่ชอบเรื่องทะเลาะวิวาท มีสติปัญญาดี
ส่วนในเรื่องของความรักเป็นคนที่ไม่ค่อยมีอารมณ์โรแมนติกเท่าไหร่
จะรักแบบซื่อๆ ไม่หวือหวา ไม่สวีทเท่าที่ควร
แต่ว่ารักใครแล้วรักจริง เปลี่ยนแปลงยาก WOW!

WHITE ขาว บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ อ่อนโยน คนไหนที่โปรดปรานสีนี้
เป็นคนเรียบร้อย มีความมั่นใจในตัวเองสูง ในมุมมองของความรัก
เป็นคนที่มีความเป็นแม่บ้านสูง ความสะอาดสะอ้าน อาหารการกิน
เป็นสิ่งที่ชอบทำมากที่สุด

BLACK ดำ สีของความลึกลับ ปิดบัง ซ่อนเร้น คนที่ชอบสีนี้
จะเต็มไปด้วยอารมณ์ลึกลับ ยากที่จะเดาความรู้สึกได้ น่าค้นหา
แฝงไว้ด้วยความSEXY!! บุคลิกมาดมั่นและมั่นคง
แต่บางเรื่องที่ต้องตัดสินใจคนเดียวกลับลังเล
เรื่องความรักก็จะชอบคนที่มีฐานะดีกว่า ดูสูงศักดิ์กว่า
ถ้าเป็นเรื่องเรียน เรื่งงานก็จะชอบคนที่เรียนเก่งกว่า
ทำงานเก่งกว่า

BLUE ฟ้า แสดงออกถึงความสบายตา สบายใจ ใครที่ชอบทีนี้เป็นคน
SENSITIVE มาก ดูจากภายนอกจะเป็นคนสุขุม
แต่ภายในแล้วกลับเป็นคนที่มีจิตใจหวั่นไหว ในเรื่องของความรัก
ก็เป็นคนที่ชอบทำอารมณ์โรแมนติก รักเดียวใจเดียว
และก็โกรธง่ายหายเร็ว

PINK ชมพู เป็นสีที่บ่งบอกถึงความอ่อนโยน อบอุ่น
คนที่ชอบสีนี้จึงเป็นคนที่เต็มไปด้วยอารมณ์โรแมนติก มีเสน่ห์ ฉลาด
รอบรู้ ทันคน รักอิสระ ในเรื่องของความรักก็เช่นเดียวกัน
จะเอาใจใส่เทคแคร์คนรักเป็นอย่างดีที่สุด

PURPLE ม่วง เศร้า เหงา แต่แฝงไว้ด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
เพราะสีนี้บ่งบอกถึงคนที่เป็นได้ 2 อารมณ์ ในเวลาใกล้เคียงกัน
หรือเวลาเดียวกัน ทั้งหัวโบราณยึดมั่นในขนบธรรมเนียม
และในขณะเดียวกันก็เป็นคนชอบสังเกต มีปัญญา เฉลียวฉลาด
รวมถึงเรื่องของความรักด้วย

RED แดง ร้อนแรง SENSITIVE มีความเชื่อมั่นในตัวเองมาก ใจร้อน
ก้าวร้าว และเปิดเผย เพราะเป็นสีที่แสดงออกถึงความตื่นตัว
กระปรี้กระเปร่าอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของความรัก จึงเป็นคนเปิดเผย
จริงใจกับคนรักเต็มที่

ORANGE ส้ม รักเพื่อน รักธรรมชาติ มีความคิดสร้างสรรค์ แปลก
แหวกแนว มุ่งมั่นและทะเยอทะยาน เพราะสีส้มจะให้ความรู้สึกที่สดใส
ตื่นตัว มุมมองความรักของคนที่ชอบสีนี้
จึงมักมีอะไรมาเซอร์ไพรส์หวานใจบ่อยๆ และยังเป็นคนเปิดเผยอีกด้วย

YELLOW เหลือง เป็นสีที่สื่อถึงความมีชีวิตชีวา แจ่มใส
คนที่ชอบสีนี้สื่อได้ว่าเป็นคนร่าเริง สดใส ชอบค้นหาอะไรใหม่ๆ
ชอบการเปลี่ยนแปลง
เพราะฉะนั้นเรื่องความรักถ้าไม่แน่ใจจริงๆก็จะไม่ตกลงใจรับใครมาเป็นหวานใจ
จนกว่าจะพิสูจน์ความเป็นเค้าให้ถ่องแท้ แต่ก็มองโลกในแง่ดี
และเชื่อใจคนง่าย

BROWN น้ำตาล สื่อถึงความหรูหรา มีรสนิยม
คนที่ชอบสีนี้จึงเป็นคนชอบแต่งตัว เพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น
แต่ภายในค่อนข้างติดดิน มั่นคง รอบคอบ มีพลังในการต่อสู้
เวลารักใครจึงมักจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้เค้ารักตอบ
ชอบความสวยงามและถือเรื่องครอบครัวเป็นเรื่องใหญ่

DARK BLUE น้ำเงิน สีของความลึกลับ และมั่นคง
คนชอบสีนี้เป็นคนที่มีรสนิยมหรู หยิ่งในศักดิ์ศรี มีกาลเทศะ
บางครั้งก็ยากที่จะเดาใจถูก
เรื่องความรักจะชอบคนที่มีพร้อมในทุกอย่างเช่น ฐานะ หน้าตา
ชื่อเสียง เห็นเลือกมากอย่างงี้...ก็มีรักเดียวใจเดียวเหมือนกัน

GRAY เทา เป้นสีที่แสดงออกถึงความเป็นกลาง ความยุติธรรม
และการเอาใจใส่ คนที่ชอบสีนี้จึงเป็นคนที่ชอบดูแล
ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นได้ดี ใจเย็นรอบคอบ
เวลาจะพูดอะไรก็จะไตร่ตรองก่อน จึงเป็นคนที่มีเสน่ห์ในการพูด
มักได้รับความเชื่อถือจากคนรอบข้าง เวลามีความรักจะสามารถเอาใจใส่
TAKE CARE คนรักได้เป็นอย่างดี แต่จะไม่ชอบตีกรอบให้คนรัก
ให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ เพราะคนที่ชอบสีนี้ค่อนข้างรักสันโดษ


ตรงมั่งไหมครับ ?
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ผ่านมา : ) เมื่อ 06 มี.ค. 2006, 22:53 น.
อันนี้ได้ข้อคิดครับ  :12:


Good  to  read

คนญี่ปุ่นชอบเนื้อปลาสด  แต่ทะเลหรือแหล่งน้ำแถบญี่ปุ่นนั้น  ไม่มีปลาชุกชุมมานานหลายทศวรรษแล้ว  ดังนั้นเรือประมงทั้งหลาย  จึงมีขนาดใหญ่ขึ้น  เพื่อให้สามารถหาปลาได้เพียงพอต่อการบริโภค  ชาวประมงออกไปหาปลาในน่านน้ำที่ไกลออกไป  ยิ่งออกจากฝั่งไปไกล  ก็ยิ่งใช้เวลานาน  เวลานำปลากลับมา   ถ้าออกทะเลไปนานเกิน  2-3  วัน  ปลาก็จะไม่สด  และคนญี่ปุ่นไม่ชอบรสชาติแบบนั้น

วิธีแก้ปัญหา  ก็คือ  บริษัทประมงทำการติดตั้งตู้แช่แข็งเอาไว้บนเรือ  พอจับปลาได้ก็เอาใส่ไว้ในตู้แช่แข็ง  ตั้งแต่ตอนที่ยัง

อยู่ในทะเล  ทำให้พวกชาวประมงสามารถ ออกไปหาปลาได้ไกลจากฝั่งมากขึ้น  แต่ว่าคนญี่ปุ่นก็สามารถแยกความแตกต่างในรสชาติของเนื้อปลาสดกับเนื้อปลาแช่แข็งได้อยู่ดี  และพวกเขาก็ไม่ชอบปลาแช่แข็งเสียด้วย  ปลาแช่แข็ง  จึงมีราคาถูก  เมื่อเป็นเช่นนั้น  บริษัทประมงจึงทำการติดตั้งแท๊งค์น้ำ  แล้วเอาปลาที่จับได้ใส่ลงไป  แต่พอถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา  และต้องโคลงเคลงอยู่ในแท๊งค์  นานๆ  เข้า  ปลาก็ไม่ยอมว่าย  มันอ่อนล้าแล้วก็เซื่องซึมลง  แม้จะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม  โชคไม่ดีที่คนญี่ปุ่นก็ยังสามารถแยกความแตกต่างในรสชาติของเนื้อปลาได้อยู่เหมือนเดิม  ปลาเหล่านั้นไม่ให้รสชาติความสดใหม่เสียแล้ว  เพราะว่ามันไม่ได้ว่ายมาหลายวัน  คนญี่ปุ่นชอบรสชาติความสดของปลาใหม่ๆ  มากกว่าปลาเฉื่อยๆ  แบบนั้น

บริษัทประมงญี่ปุ่นแก้ปัญหานี้อย่างไร

พวกเขาจะจับปลาที่ให้รสชาติของความสดใหม่กลับประเทศอย่างไร

หากคุณจะให้คำปรึกษาแก่อุตสาหกรรมประมง  คุณจะแนะนำอย่างไร

มีเงินมากเกินไป  เมื่อไหร่ที่คุณไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว  เป็นต้นว่า  ได้เจอเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่ง  ตั้งบริษัทขึ้นมา  แล้วประสบความสำเร็จ  ใช้หนี้สินไปจนหมดแล้ว  หรืออะไรก็แล้วแต่  ตอนนั้นความกระหายอยากได้ในสิ่งต่างๆ  ของคุณอาจหมดไป  ไม่ต้องทำงานหนัก  ทั้งยังมีเวลา  พักผ่อนเหลือเฟือ  คุณกำลังเผชิญปัญหาเดียวกันกับคนถูกล็อตเตอรี่  ที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปเรื่อยๆ   หรือทายาทมหาเศรษฐีที่ไม่รู้จักโต  เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องปลาของคนญี่ปุ่น  ทางแก้ไขที่ดีที่สุดนั้นง่ายแสนง่าย

ในช่วงต้นยุค  50  นั้น  ชายที่ชื่อ  แอลรอน  ฮับบาร์ด  ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า  "น่าแปลกจริงๆ  ที่คนมักประสบความสำเร็จ และเจริญรุ่งเรือง  เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายเท่านั้น"

ข้อดีของความท้าทาย
ยิ่งเป็นคนฉลาด  ไม่ย่อท้อและมีความสามารถ  ก็ยิ่งสนุกกับปัญหา  หากความท้าทายมีไม่มากหรือน้อยจนเกินไป  และยิ่งคุณเอาชนะความท้าทายเหล่านั้นมาได้โดยตลอดแล้ว  คุณจะรู้สึกเป็นสุข  พอคิดถึงเรื่องท้าทายต่างๆ  แล้ว  ก็จะรู้สึกมีพลังขึ้นมาทันที  ตื่นเต้นที่จะลองวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ แล้วก็รู้สึกสนุกกับมัน 

สัญญาณที่บอกว่า  คุณยังมีชีวิตอยู่  จะทำให้ปลาญี่ปุ่นคงความสดไว้ได้อย่างไร

การเก็บรักษาปลาให้สดนั้น  บริษัทประมงญี่ปุ่นเขาจะใส่ปลาไว้ในแท๊งค์  แล้วก็ใส่ปลาฉลามลงไปในแต่ละแท๊งค์ด้วย 

ปลาฉลามอาจกินปลาไปนิดหน่อย  แต่มันทำให้บรรดาปลาส่วนใหญ่มีชีวิตชีวามากขึ้น  ปลาก็ผจญกับเรื่องท้าทาย

ข้อแนะนำ

จงกระโดดเข้าหาความท้าทายต่างๆ  แทนที่จะคอยแต่หลีกหนีเอาชนะมันให้ได้  สนุกกับเกม  ถ้าความท้าทายนั้นๆ  ยิ่งใหญ่หรือว่ามากมายจนเกินไป  อย่าเพิ่งยอมแพ้ซะล่ะ  ความล้มเหลวอาจทำให้เหนื่อยล้า  แต่ก็ช่วยปรับปรุงตัวคุณของเอง  จงค้นหาความตั้งใจ  ความรู้  ความช่วยเหลือให้มากขึ้น  หากไปถึงเป้าหมายแล้ว  ให้ลองตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นไปอีก  เมื่อตอบสนองความต้องการเป้าหมายของตัวเองและของครอบครัวแล้ว  ให้ขยับไปหาเป้าหมายของกลุ่ม  ของสังคม  ของมนุษยชาติต่อไป  อย่าสร้างความสำเร็จและหยุดอยู่แค่นั้น  คุณมีทั้งทรัพยากร  ทักษะ  ความสามารถต่างๆ  ที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง  เอาปลาฉลามมาปล่อยไว้ในแท๊งค์ของคุณบ้าง  ดูซิว่า  คุณจะไปได้ไกลแค่ไหน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 07 มี.ค. 2006, 00:38 น.
ข้อดีของการไม่มีแฟนนี่
รอบที่ ...


อ้อ จู๋นี้ล้างใหม่แล้วนี่นะ
ดังนั้นโพสต์ได้ครับ :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 10 มี.ค. 2006, 04:37 น.
ความรัก & น้ำเปล่า

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า.. ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ...ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... บางครั้งเราก็ต้องการมาก แต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร... แต่มันกลับมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น

ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด

ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน

หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง

เหมือนกับน้ำเปล่า...คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ








อย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ

มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น

ถ้ามันเป็นรักแท้ ... แม้น้ำเปล่า จะซาบซ่า ไม่เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม

แม้น้ำเปล่าจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง

แต่น้ำเปล่า มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย

มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใด ๆ

น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ

เหมือนกับรักแท้ ...คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์

เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด


 


:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: dArKzLigHt~* เมื่อ 10 มี.ค. 2006, 06:04 น.
ความรัก ผมมีรสชาติอะครับ บางที เค็ม บาง ทีก็เหม็น -*-
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 10 มี.ค. 2006, 06:04 น.
*ปาก  :35:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: dArKzLigHt~* เมื่อ 10 มี.ค. 2006, 07:19 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 10 มี.ค. 2006, 06:04 น.
*ปาก  :35:

ปากเธอไม่ตรงกับหัวใจ ~


เอ้าา  กิ้งง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: worldzzz เมื่อ 10 มี.ค. 2006, 07:58 น.
เล่นเอ่ง กิ้งเองเลยนะ-*-
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 10 มี.ค. 2006, 09:31 น.
ละ...ละ...  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 10 มี.ค. 2006, 09:40 น.
โว้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 09:56 น.
บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน

ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม?

ช. :: ไม่เคย

ญ. :: คุณชอบฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม?

ช. :: ไม่

ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม?

ช. :: ไม่ได้

ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง "ชีวิตคุณ" กับ "ชีวิตฉัน"?

ช. :: ชีวิตฉัน

หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก เธอหันหลังวิ่งหนีจากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ
แต่เขาก็วิ่งตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า.... ...

" เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ

เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ เพราะฉันรักเธอ

เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ เพราะฉันต้องการ และจำเป็นต้องมีเธอ

เหตูผลที่ฉันไม่ร้องหาย ถ้าเธอจากไป เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น ถ้าไม่มีเธอ

เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ

เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้ เพราะฉันยินดี
และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง

และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน เพราะ เธอคือชีวิตฉัน "
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 11:21 น.
 :25: +1
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Black-Pigeon เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 11:32 น.
เฮือก ซึ้ง :25: (+1)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 14:18 น.
ข้ออ้างที่ฟังดูดี(มั๊ยล่ะ)  :39:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 14:43 น.
ผมอุตส่าห์อ่านนะครับเนี่ย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 15:50 น.
มองจะไรในมุมกลับสักนิด
ให้หัวคิดสักหน่อย
แล้วคุณจะรู้ว่าบางที
โลกนี้ยังมีอะไรแปลกใหม่อีกเยอะ

ขึ้นอยู่กับปัญญาของแต่ละบุคคลที่ติดตัวมา
มีมากคิดมาก
มีน้อย...
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 15:59 น.
ส่วนตู..






:28:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 16:17 น.
เคยอ่านแล้วแบบที่เป็น เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ  :22:



ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 16:37 น.
กุ ม ภ สู ต ร
"เปรียบพฤติกรรมดุจหม้อน้ำ"



"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หม้อน้ำ 4 ชนิด คือ หม้อน้ำเปล่าปิดชนิด 1 หม้อน้ำเต็มเปิดชนิด 1 หม้อน้ำเปล่าเปิดชนิด 1 หม้อน้ำเต็มปิดชนิด 1

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนมีอากัปกิริยา ดูน่าเลื่อมใส มารยาทเรียบร้อย แต่ไม่รู้อริยสัจ บุคคลนี้เปรียบเหมือน หม้อน้ำเปล่าที่ปิดฝาไว้

บุคคลบางคนอากัปกิริยาดูไม่น่าเลื่อมใส ไม่ค่อยเรียบร้อย แต่รู้อริยสัจ บุคคลนี้เปรียบเหมือนหม้อน้ำเต็มเปิด

บุคคลบางคนอากัปกิริยาดูไม่น่าเลื่อมใส มารยาทไม่เรียบร้อย และไม่รู้อริยสัจด้วย บุคคลนี้เปรียบเหมือนหม้อน้ำเปล่าเปิด

บุคคลบางคนอากัปกิริยาดูน่าเลื่อมใส มารยาทเรียบร้อยรู้อริยสัจด้วย บุคคลนี้เปรียบเหมือนหม้อน้ำเต็มปิด"



ข้อความนี้จาก กุมภสูตร เปรียบคนเหมือนหม้อน้ำ ในเมืองอินเดียไปไหน ๆ ก็จะเห็นหม้อน้ำ การยกเอาสิ่งที่พบเห็นอยู่ประจำมาสอนเปรียบเทียบ ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายและเข้าใจได้เร็ว การสอนด้วยอุปมาอุปไมยเป็นวิธีการหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงใช้มากที่สุด

คนที่ไม่มีอะไรแล้วเปิดเผยให้คนเห็นว่าไม่มีอะไร ก็น่ารักไปอีกอย่างหนึ่ง ถึงจะเปรียบเหมือนหม้อน้ำเปล่าเปิดฝาก็ตาม แต่คนที่น่าเกลียดคือคนที่ไม่มีอะไรดีในตัว แถมยังปิดบังซ่อนเร้นนี่สิ เขาเปรียบเหมือนหม้อเปล่าปิดฝาไว้ ในหม้อเปล่านั้นซ่อนอสรพิษอยู่ด้วยหรือเปล่านี่ยากที่จะรู้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 16:38 น.
เคยอ่านแล้วค่ะ

ขอให้คำพูดเด็ดที่คิดขึ้นมา







ละโว้ .................. โอ้................................................โอ

โดนตัดหน้า :44:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 16:48 น.
ถือว่าจู๋นี้รีเซ็ต ไม่มีผลกะเรื่องละโว้  :33:
เรียกว่ามาบันทึกเรื่องราวดีดีเก็บไว้ไง

(ปั่นนั่นแล)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 11 มี.ค. 2006, 17:31 น.
Subject: พ่อรวยสอนลูก จดหมายถึงลูกโอ๊กอ๊าก


หากลูกได้อ่านจดหมายนี้  ก็แสดงว่าพ่อไม่ได้อยู่ดูแลลูกอีกต่อไปแล้ว
อยากจะให้ลูกอ่านคำสอนที่พ่อได้ทำเช็คลิสต์จำใส่กระโหลกไว้ให้แม่นๆ
พ่อรู้ดีว่าสมองลูกมีพื้นที่บันทึกข้อมูลความจำที่ยังไม่เสียหายจากยาหลาย
ประเภทที่ลูกทั้งดูด สูบ กิน ฯลฯ มาหลายปี แต่ยังไงก็พยายามหน่อย
     
1. อย่าไว้ใจคนรอบข้าง
ตอนนี้พวกมันคงไปตอมนายกคนใหม่กันเกือบหมดแล้ว
พ่อยังเสียใจอยู่ทุกวันนี้ที่มัวแต่หลงน้ำลายพวกมันอยู่หลายปี
(โดยเฉพาะนังแว่นขาซี้ และนิติกรตัวแสบที่ย้ายไปพรรคนายหนวด
หรือเสี่ยอ่าง)
ที่เหลืออยู่มันก็ไม่ได้หวังดีกับลูกหรอกมันหวังแต่เงินของลูกทั้งนั้น
ถึงแม้หลักทรัพย์ของเราในตลาดหุ้นจะถูก ปปช
ประกาศยึดทรัพย์ไว้ก่อนหน้านี้
แต่พ่อได้ฝากไว้ในบัญชีสวิสของเสี่ยกาแฟพ่อตาของเจ้า
ไว้นานแล้วสัก 7แสนล้านบาท พ่ออยากให้ลูกรีบยักย้าย
มาเป็นทองคำเก็บไว้กับตัวดีกว่า อย่าไว้ใจพ่อตาหรือเมียเป็นอันขาด
เพราะหากช้าจะเอาเงินไปปั่นหุ้นกับเจ้าตี๋ขายอะหลั่ยรถอีกรอบ
แล้วลูกจะไม่มีอะไรเหลือ เล่นอะไรก็เล่นเถอะลูก แต่อย่าเล่นหุ้น
มันจะไม่มีเหลือ เสี่ยชาร์เตอร์มันก็เตือนคนไทยทั้งหมดแล้ว
มันหมายถึงเราด้วยนะลูก
     
2. อย่าริทำงาน
พ่อรู้ความสามารถของลูกมาตลอดตั้งแต่สมัยประถม
ถ้าไม่โกงลูกไม่เคยทำอะไรสำเร็จสักอย่าง ดูแค่โกงข้อสอบยังโดนจับได้
ไอ้มือถือทองขาวฝังโคตรเพชรที่บังคับขายลูกพรรคกับพวกที่มาอาศัยบารมีพ่อ
คงขาย ไม่ได้แล้วเลิกเสียเถอะ ส่วนร้านกาแฟที่เจ้าทำกับแฟน
ที่ให้นักศึกษามาจิบกาแฟไปแช็ตไปจะได้ไปสำส่อนกัน
ทันใจก็คงสู้สตาร์บักส์ไม่ได้แต่ถ้าอยากทำให้คนอื่นเขา
เห็นว่าลูกยังทำอะไรเป็นบ้างก็ตามใจ
ส่วนบริษัทฮาวคัมนี่คงไม่สามารถไปงาบสัมปทานอะไรได้ถ้าไม่มีพ่อคุ้มหัวอยู่
ฝีมือถ่ายรูปของลูกเป็นยังไงก็รู้อยู่ อย่าทำเลย (ลูกคิดได้ไงวะ ชื่อบริษัทนี้
     
เพราะว่าพอผวน ออกมามันก็กลายเป็นบริษัท "หำคาว" อัปมงคลดีแท้)
พ่อพยายามทำธุรกิจประเภทเสือนอนกินมาตลอดชีวิตเพราะพ่อรู้ว่า
ลูกคงจะโตขึ้นมา ผลาญได้รวดเร็วมาก
เท่าที่หามาคงพอใช้ได้หลายชาติอยู่หากลูกไม่อาการหนักกว่าที่พ่อคิด
3. เงียบเข้าไว้
อย่าได้ปากไวไม่เข้าท่าอย่างที่พ่อพลาดไปหลายครั้ง ข้อนี้สัมพันธ์กับข้อ 1 มาก
ยิ่งกึ๋นลูกมีน้อยๆอยู่อย่าไปแสดงให้ชาวบ้านเขาเห็นมันจะเสียตระกูล
พ่อขอฝากไว้แค่นี้ หากพ่อไม่หลงกล มหามื้อเดียวชวนพ่อมาเล่นการเมือง
(ลืมไปว่าแกมีฉายาพาคนไปตาย)
แถมพวกขาประจำมันเชียร์พ่อเหลือเกินตอนนั้น
ป่านนี้ก็คงเป็นเจ้าสัวสบายๆเหมือนเสี่ยข้าวไก่ย่างเพื่อนพ่อที่บังคับให้พ่อ
อุบข่าวไข้หวัดนกตั้งหลายครั้งแต่มันไม่เคยโดนด่าแถมยังรวยเอารวยเอา
พ่อมีอะไรจะสอนอีกเยอะแต่รอวันหลังนะลูก
ผู้คุมมันคิดค่าส่งบวกข้าวผัดครั้งละแสนบาท


รัก
พ่อเหลี่ยม
ปล.เอ้อไม่ต้องสงสัยนะว่า ทำไม ไอ้มหาหัวเกรียนถึงโดนเล่นเรื่อง สปก.น่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: n๊ooก~* เมื่อ 12 มี.ค. 2006, 05:26 น.
^
^

:30: :30: :30:

ฮามาก ชอบ ๆโดยเฉพาะข้อ 2

ปล.แต่เหมือนเคยอ่านแนวๆนี้อ่ะ แต่นี่เขาคงเอามาดัดแปลงมั่ง

อ้อ ลืม +1 พี่เฟิร์น  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: dArKzLigHt~* เมื่อ 12 มี.ค. 2006, 06:21 น.
    ถ้าความรักมีรูปทรงเป็นวงกลม O
    ก็ควรจัดการแบ่งวงกลมวงนี้
    เป็นสองส่วนเท่า ๆ กันที่สุด

    เราก็จะได้ครึ่งวงกลมขนาดเท่ากันหรือเกือบเท่ากัน
    จำนวนสองครึ่งวงกลม
    ตั้งชื่อให้ครึ่งวงกลมแรกว่า....หัวใจ
    ตั้งชื่อให้ครึ่งวงกลมที่สองว่า....สมอง
    แล้วเขียนอธิบายภายใต้ล่างว่า
    : หัวใจ....มีไว้รู้สึก
    : สมอง.....มีไว้คิด

    เพราะความรักควรมีทั้งความรู้สึกและความคิด
    อย่าใช้หัวใจอย่างเดียว เมื่อรักใคร
    รวมถึงเมื่อรักใคร อย่าให้หัวใจเขาไปทั้งดวง
    (ให้จำไว้ว่า เรายังต้องหายใจต่อ ถ้าให้หัวใจเขาไป
    แล้วเราจะเอาหัวใจที่ไหนมาหายใจ)
    การรู้จักรักคนอื่นนั้นเป็นเรื่องดี
    แต่จะดียิ่งขึ้น ถ้าระหว่างที่รักคนอื่น
    เราก็ไม่ลืมที่จะรักตัวเองด้วย
    และการรู้จักมีความหวังนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดี
    แต่จะดียิ่งขึ้น ถ้าเรารู้จักที่จะหวังกับตัวเอง
    มากกว่าที่จะหวังกับคนอื่น
    รักเพราะรักแล้วมีความสุขเถอะ
    อย่ารักแล้วดิ้นรนทุกวิถีทางเพียงแค่ต้องการ
    ให้เขามารักตอบ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว
    หากไม่เป็นอย่างที่เธอหวัง หรือเขา
    ไม่รักเธอเท่าที่เธอรักเขา

    คนที่เจ็บปวดมากว่าใครในโลก....ก็คือเธอ
    น้ำตาที่ไหลไม่ใช่น้ำตาใคร แต่เป็นน้ำตาเธอ
    ทีนี้...จากที่รักก็อาจจะกลายเป็นเกลียด
    จากเกลียดก็อาจจะกลายเป็นแค้น
    แม้ครั้งหนึ่งเธอจะเคยบอกว่ารักเขาอย่างที่สุด

เคยอ่านกันยังหว่า อ่านแล้วก็ขอโทษ ครับ  :17:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 12 มี.ค. 2006, 06:47 น.
อ้างคำพูดจาก: :n:o:o:k: เมื่อ 12 มี.ค. 2006, 05:26 น.
^
^

:30: :30: :30:

ฮามาก ชอบ ๆโดยเฉพาะข้อ 2

ปล.แต่เหมือนเคยอ่านแนวๆนี้อ่ะ แต่นี่เขาคงเอามาดัดแปลงมั่ง

อ้อ ลืม +1 พี่เฟิร์น :43:

อุ๊ย ขอบคุณค่ะ  :43: :43: :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 16 มี.ค. 2006, 20:11 น.
 โลกกว้างเกินไป...หรือ...หัวใจเราแคบเกิน........//

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป แต่บางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น..

จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย หรือคนรักกันไว้ได้อย่างคงที่...

บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย...จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน .. ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้...และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ..

แต่ในทางกลับกัน..ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก .. กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ..

แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่.. แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ.. ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา พอกับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้ และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1 ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้..และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ..

กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่ ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า .. ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม...กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน..

ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน และเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน อะไรก็เกิดขึ้นได้กับความรู้สึกคน.. เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้บนความห่าง ห่างจนลับตา ..ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ..ไม่เคยรับรู้ว่า ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น ไม่ต้องห่างไป แต่เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้...ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ...

การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่าง! ให้เป็นหน้าที่ของเวลา ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก..

แล้วคุณเล่า เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึกกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.???

เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับ! เท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน ...

....

หรือ....

อาจเป็นเพราะ .. โลกกว้างเกินไป

หรือไม่... ก็หัวใจเราที่แคบเกิน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: karuna เมื่อ 16 มี.ค. 2006, 20:19 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 26 ม.ค. 2006, 17:16 น.
ญี่ปุ่นไอเดียแปลก ปลูกถั่วงอกบนหัว

(http://img.f0nt.com/image/441.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/442.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/443.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/444.jpeg)

:33:


เห๋อออ หลอนไปอีกนานตู
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 16 มี.ค. 2006, 23:40 น.
อุ๊ย ยังไปขุดมาอีก  :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 17 มี.ค. 2006, 00:50 น.
ละ ละ ละ ...

ทั้งคู่แหละ  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: dArKzLigHt~* เมื่อ 17 มี.ค. 2006, 00:54 น.
หน้าคนโดนปลูกมันทำหน้าเหมือนใครหว่า คุ้นๆแต่นึกไม่ออก
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: n๊ooก~* เมื่อ 17 มี.ค. 2006, 00:56 น.

เหมือนลุงอ๋าห์หรือเปล่า

มองมานานและก็ว่าคุ้นๆ  :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 17 มี.ค. 2006, 04:19 น.
อ้างคำพูดจาก: '' In0ok '' เมื่อ 17 มี.ค. 2006, 00:56 น.
เหมือนลุงอ๋าห์หรือเปล่า

มองมานานและก็ว่าคุ้นๆ :38:


บร้า ลุงอ๋าห์เค้าหล่อกว่าตั้งเยอะ  :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 21 มี.ค. 2006, 10:49 น.
ไม่ได้ FWD มาค่ะ แต่เอามาจากบล็อกของพี่คนนึง อยากให้อ่านดู ขี้เกียจโฆษณาบล็อกมัน  :08:

เรื่องของความดีและการตัดสิน


"การจะบอกว่าใครเลว เราต้องเป็นคนดีก่อนไหม?"
ถ้าใช่... แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่เรามีสิทธิ์นั้น จะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่เราถึงจะดีพอ
ผมชอบคำถามนี้จัง เมื่อไหร่เราถึงจะดีพอ?... ดีเพียงพอที่จะตัดสินผู้อื่น

ถ้าคุณเคยร้องเพลงเด็กดี จะรู้ว่าเด็กดีมีหน้าที่ 10 อย่าง แต่ถ้าเด็กคนหนึ่งทำครบทั้ง 10 อย่าง เขาจะดีพอแล้วเหรอ หรือว่าจะต้องมีหน้าที่อย่างที่ 11 , 12 เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ลองจินตนาการถึงเด็กที่ทำครบทั้ง 10 อย่างดูสิ จะน่าสงสารสักแค่ไหน ถ้าไม่มีอะไรเหลือให้เขาทำอีกแล้ว

ผมดูหนังเรื่อง Lost ตัวละครตัวหนึ่งสอนลูกว่า "อย่าพยายามทำตัวเป็นฮีโร่ อย่าคิดจะปกป้องคนอื่นมากเกินไป เพราะถ้าล้มเหลว เราเองจะเป็นฝ่ายรู้สึกผิด" ผมว่าเข้าท่านะ แม้แต่การเป็นคนดียังต้องเสี่ยงต่อการรู้สึกผิด...

การทำดีกับทำชั่ว อย่างไหนง่ายกว่ากัน
การทำชั่ว... ยากตรงที่คุณจะทำยังไงไม่ให้รู้สึกผิด ขณะที่การทำดี... ยากตรงที่คุณจะทำยังไงไม่ให้ดีเกินไป และเสี่ยงต่อการรู้สึกผิด

ถ้าคุณปีนภูเขา เมื่อถึงจุดสูงสุด คุณจะตระหนักดีว่าไม่มีหนทางอื่นอีกแล้วให้คุณไป... นอกจากการปีนลง นั่นหมายถึง ถ้าคุณเป็นคนที่ดีพอ คุณอาจมีสิทธิ์ตัดสินคนอื่น คุณสร้างบรรทัดฐาน จากจุดที่คุณยืน คุณมองลงไป และเห็นคนที่เคารพยกย่องคุณ ทุกคนคิดว่าคุณดีพอ แต่ตัวคุณเองนั้นกลับยืนอยู่ตรงนั้น มองเส้นศีลธรรมที่คุณเองเป็นผู้ขีดคั่น และเริ่มหวั่นเกรงว่าวันหนึ่ง คุณก็ต้องลงไป ( แน่นอน ไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว ) คุณต้องลงไป และผ่านเส้นนั้น... เส้นที่คุณเป็นคนขีดไว้เอง
( งงใช่มั้ย! ฮ่า ฮ่า )

 
โลกใบนี้เต็มไปด้วยการตัดสิน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรืออคติใดๆ เราคงได้แต่หวังว่าจะเป็นคนที่ดีพอ ดีพอที่จะตัดสินคนๆหนึ่งและเปิดช่องว่างสำหรับความผิดพลาดจากคำตัดสินของเราเอง เพราะเราก็คงหวังเช่นนั้น เมื่อคนอื่นมาตัดสินเรา...

แด่... โลกที่ชอบตัดสินกันเอง
บาย.
 
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 28 มี.ค. 2006, 02:02 น.
มีเรื่องจรรโลงใจมากมายก่ายกอง ..

ส่วนมากมีแต่เรื่องเกี่ยวกับความรักทั้งนั้นเลย ..

แต่ไม่ค่อยอยากอ่าน .. จะร้อง  :05:



.. เห็นถั่วงอกแล้วคันๆหัวยังไงไม่รู้ค่ะ   :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 28 มี.ค. 2006, 02:30 น.
เครดิต : บล็อกชาวบ้านเช่นเคย
หนังสือที่ถูกลืม

ถ้าคุณเคยรักใครสักคน ( นอกจากตัวเอง ) คนคนนั้นย่อมต้องวิเศษสุดเสมอ และหนังสือก็เหมือนกับคน... ต้องเรียนรู้ ต้องเปิดอ่านไปเรื่อยๆ หนังสือบางเล่มควรค่ากับการนั่งอ่านหลายต่อหลายรอบ บางเล่มก็สมควรจะถูกวางไว้เฉยๆ คุณเป็นผู้ตัดสิน...แต่จะมีสักกี่เล่มเชียวที่คุณอยากมีมันไว้ใกล้ๆ แม้ไม่ต้องเปิดอ่านก็ทำให้มีความสุขได้

หนังสือกับคน... เหมือนกันตรงที่ทั้งสองล้วนถ่ายทอดตัวตนออกมา แต่น่าเสียดาย... หนังสือบางเล่มดูงดงามแค่เพียงเพราะมันถูกห่อปกเอาไว้... บางเล่มดูสวยสดเพราะปกใสๆที่กันตัวมันเองจากฝุ่นผง หนังสือที่เชิดหน้าชูตาอย่างงดงามแต่ไม่ใช่จากความสามารถของตนเอง ทำไมมันถึงมีคุณค่ามากนัก?...

มีหนังสือสักกี่เล่มที่ไม่ถูกห่อปก ต้องยืนหยัดและเผชิญสิ่งต่างๆด้วยตนเอง ผ่านวันเวลาจนเนื้อความเริ่มเลือนหาย สิ่งที่เ้ป็นตัวตนบนเนื้อกระดาษบางๆกำลังพร่าเลือน เหลือไว้เพียงหน้าปกให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้เห็นถึงสิ่งที่เจ้าหนังสือเล่มนี้เคยเป็น... สิ่งที่ไม่มีอีกแล้ว... ...

ในโลกชวนสับสนใบนี้ หน้าปกมักสำคัญกว่าเนื้อหา จึงไม่แปลกที่โลกเราเป็นอย่างที่มันเป็น ซึ่งไม่ใช่อย่างที่มันควรเป็น ความรักมักถูกมองเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ หนังสือบางเล่มถูกหยิบขึ้นมาด้วยความคาดหวัง ถูกอ่านอย่างใจจดใจจ่อเพราะความน่าค้นหา แต่เมื่อตัวอักษรสุดท้ายผ่านสายตาไป หนังสือเล่มเดิมที่เคยสร้างความสนุกสนาน... ก็ไม่เหลืออะไรให้น่าค้นหาอีกแล้ว...

วางมันลงซะ... คุณอาจบอกตัวเองเช่นนี้ ไปหาหนังสือที่สนุกๆอ่านดีกว่า มีหนังสืออีกหลายล้านเล่มให้คุณค้นหาในสิ่งที่กำลังตามหา...

หนังสือบางเล่ม... ที่คุณเคยอดหลับอดนอนเพื่อมัน แต่เมื่ออ่านจบแล้ว เวลาเพียงเล็กน้อยคุณอาจไม่มีให้มันด้วยซ้ำ...

หนังสือบางเล่ม... ที่เคยสร้างความสุขให้คุณ... เมื่ออ่านจบ คุณก็คงอยากจะหาเล่มใหม่มาแทนที่

ถ้าหนังสือมีชีวิต มันคงร้องออกมาดังๆว่า "เจ็บนะ"

เสียงร้องของหนังสือที่มีชีวิต สำหรับคุณแล้ว... คงจะดังอื้ออึงได้เฉพาะในฝัน... ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 00:53 น.
 {หมีโหด}




* นึกว่าเสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับเธอ 3 ชั่วโมง

* ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก รับรองว่าเค้าต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้งแน่!

* หลับตานิ่งๆ ซัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรตรงหน้ามันช่างยากจัง

* ระหว่างแปรงฟันถ้าฮัมเพลงด้วยไปจนจบจะทำให้ฟันสะอาดขึ้น 2 เท่าแน่ะ

* เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลง จากที่รสชาติธรรมดาก็จะอร่อยขึ้นเยอะ

* ควรหัดพูดคำว่า "ไม่เป็นไร" ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า "จะเอายังไง"

* สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง เรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้จึงเล่าให้มันฟังได้

* อาหารที่ไม่ชอบกินตอนเด็ก ลองตักเข้าปากอีกที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด

* เขียนชื่อคนที่เธอเกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้งความเกลียดจะเบาบางลงเรื่อยๆ

* ให้ปล่อยน้ำตาไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้ง จะดูไม่ออกว่าเพิ่งร้องไห้มา

* ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน

* ถึงเสื้อกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าสลับกันไปเรื่อยๆก็ดูเหมือนจะเยอะขึ้น

* เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าคนได้เยอะจนจำชื่อคนให้ไม่หมด

* ในวันที่รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ เดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองซักดอกแล้วจะดีขึ้น

* แอบรักใครซักคน ยังไงก็ดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึก "รัก" เป็นยังไง

* ถึงจะไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นี่

* พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่มอาจไม่สนุกแต่มีประโยชน์แฝงอยู่

* วันที่ตื่นเช้าๆ ให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าที่จะทำนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกายน่ะ

* รู้รึเปล่าว่าดอกไม้ที่บานอยู่กับต้น ยังไงก็อยู่ได้นานกว่าบานในแจกัน

* ทะเลาะกับใครๆ พร้อมรอยยิ้ม เรื่องราวจะจบง่ายกว่าที่คิดเยอะ

* เอารูปตัวเองตอนเด็กๆ มาดูตอนเครียดอารมณ์จะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

* พยายามหาข้อบกพร่องของคนที่เธออิจฉาอย่างน้อยก็มีข้อปลอบใจตัวเองบ้าง!

* โทรไปหาแฟนแล้วพูดแคคำเดียวว่า "คิดถึง" พอวางสายแล้วต้องยิ้มทั้งคู่

* ในวงสนทนาถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะคุยอะไรรอยยิ้มช่วยแก้สถานการณ์ได้

* ค่อยๆ เดินทอดน่องแบบสบายๆ ในวันที่ไม่มีธุระให้ต้องไปสะสาง

* ซื้อของฝากทุกคนในบ้าน ก็เหมือนกับการซื้อของฝากตัวเองนั่นแหละ

* จะหน้าตายังไงก็แล้วแต่ ถ้าทิ้งขยะลงพื้นก็กลายเป็นขี้เหร่ได้ทันตาเห็น

* นั่งสมาธิให้นานๆ และบ่อยๆ ก็ทำให้ผิวสวยขึ้นได้เหมือนกัน

* นอกจากตอนที่เคี้ยวข้าวแล้ว ไม่ว่าก่อนหรือหลังกินก็หัวเราะได้อร่อย

* จินตนาการถึงเรื่องที่อยากมีหรืออยากเป็นคือยานอนหลับอย่างหนึ่ง

* อ่านหนังสือหรือการ์ตูนโปรดเป็นการเติมน้ำมันให้ตัวเองอย่างดี

* ยังไม่มีใครเคยแย้งว่า การอาบน้ำไม่สามารถคลายเครียดได้จริงๆ

* ก่อนจะด่าใครให้นับ 1 ถึง 50 เผลอๆ อาจจะไม่อยากด่าแล้วก็ได้

* ไม่ต้องทำยังไงกับเพื่อนที่หักหลังก็แค่อย่าเรียกเค้าว่าเพื่อนก็พอแล้ว

* รักครั้งแรกส่วนใหญ่ก็อกหักทั้งนั้น น่าจะดีใจที่ไม่แปลกกว่าชาวบ้านเค้า

* การที่ทำของหายอาจเป็นการใช้หนี้ของชาติที่แล้วให้คนอื่นที่เก็บมันได้

* ถึงจะไม่มีเงินอยู่ในกระเป๋าซักบาท ยังดีกว่าไม่มีเสื้อผ้าให้ใส่ตั้งเยอะ

* หนี้ที่โดนเบี้ยวไป ทำให้เรารู้จักใครบางคนดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลามาก

* คนอื่นไม่เข้าใจเราไม่เห็นแปลก ในเมื่อเราก็ไม่เข้าใจคนอื่นเหมือนกัน

* ไม่ต้องช่วยใครๆ ด่าตัวเอง ถ้าสิ่งที่ทำไปแน่ใจว่าพยายามเต็มที่แล้ว

* วิ่งให้เหนื่อยมากๆ ความโกธรจะได้ถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อ

* ถ้ากลัวจะนอนฝันร้าย สวดมนต์ก่อนนอนเหมือนตอนเด็กๆ ดูสิ

* ของฝากสำหรับคนห่างไกล คือการโผล่ไปเซอร์ไพรส์ด้วยตัวเอง

* เพลงจังหวะมันๆ ทำให้คนฟังกระปรี้กระเปร่าได้โดยอัตโนมัติ

* อย่าเดาว่าอะไรอยู่ในกล่องของขวัญ แล้วจะไม่รู้จักคำว่าผิดหวัง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 09:13 น.
ซ้ำหรือเปล่าครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 13:31 น.
ไม่ทราบค่ะ  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 13:43 น.
พจนานุกรมผู้หญิง (แต่งโดยผู้ชาย)

ใช่ = ไม่

ไม่ = ใช่

บางที = ไม่

ฉันเสียใจ = คุณจะต้องเสียใจ

เราต้องการ = ฉันอยากได้

เป็นการตัดสินใจของคุณ = การตัดสินใจที่ถูกต้องมันกำลังจะเริ่มตอนนี้ต่างหาก

อยากทำอะไรก็ทำไปสิ = แล้วคุณจะได้เห็นดีกันแน่

เราต้องคุยกัน = ฉันอยากบ่น

ได้...ว่าไปสิ = ฉันไม่อยากให้เธอพูด

ฉันไม่ได้โมโห = ใช่ฉันโมโห คุณมันทึ่ม

คุณดูแมนจังเลย = คุณควรโกนหนวดแล้วนะและคุณก็น่ารักมากด้วย

ดูคุณเอาอกเอาใจฉันจังเลยนะคืนนี้ = ในหัวคุณมีแต่เรื่องอย่างว่าเหรอ

เพื่อความโรแมนติกฉันว่าเราปิดไฟดีกว่า = ต้นขาฉันใหญ่

ครัวนี้ไม่สะดวกสบายเอาเสียเลย = ฉันอยากได้บ้านใหม่

ฉันอยากได้ผ้าม่านใหม่ = และก็พรม,เฟอร์นิเจอร์และก็วอลเปอร์.....

แขวนรูปตรงนี้ = ไม่ฉันหมายถึงตรงนั้น

ฉันได้ยินเสียงอะไรก็ไม่รู้ = ฉันรู้ว่าคุณจะหลับแล้ว

คุณรักฉันมั้ย = ฉันกำลังจะขออะไรแพง ๆ

คุณรักฉันมากขนาดไหน = ฉันทำอะไรบางอย่างวันนี้และคุณต้องไม่ชอบเอามาก ๆ แน่ ๆ

ฉันแต่งตัวจะเสร็จแล้ว = ถอดรองเท้าออกแล้วหาเกมมาเล่นเหอะ

ก้นฉันใหญ่มั้ย = บอกสิว่าฉันสวย

คุณต้องเรียนรู้การพูดคุยกัน = แค่เห็นด้วยกับฉันทุกอย่างก็พอ

คุณฟังฉันอยู่รึเปล่า = (ช้าไป คุณตายไปแล้วล่ะ)

ลูกร้องรึเปล่า = ทำไมคุณไม่ลุกจากเตียงพาแล้วกล่อมเขาจนหลับล่ะ

ฉันไม่ได้ตะโกนนะ!!! = ใช่ฉันตะโกนเพราะฉันคิดว่ามันสำคัญ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Sing เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 21:26 น.
มีคนบอกว่า ... ฟ้าดินลงโทษเขาให้ห่างไกลกับคนรัก

ฉันกลับคิดว่า ... ฟ้าดินกำลังสงสัยคู่นี้ว่า

... เขารักกันจริงหรือป่าวต่างหาก ...

เลยทดสอบโดยแยกคนนึงไปทาง ... อีกคนไปทาง

คงมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ

ถ้าเราคิดว่ามันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกถูกคนรึป่าว

ความห่างไกล ... จะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน

ถ้าเรายังรู้สึกเหมือนเดิม...แถมยังเพิ่มความห่วงใย ... ความคิดถึง

นั่นคือเรามีความรักที่แท้จริงให้เค้า ... เราสอบผ่าน ...

แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงไป ... แรก ๆ ก็ติดต่อกันถี่หน่อย ... หลัง ๆ

...เริ่มห่างหาย

เค้าสอบตก ... ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเค้ามันมีไม่เพียงพอ

เราน่าจะภูมิใจในตัวเอง ... ที่เราได้เลื่อนชั้นขึ้นไป ...

แม้มีใครจะสอบตก

ถ้าเค้าอยากจะขึ้นมาอยู่ข้างเรา... เค้าต้องเร่งให้สอบผ่านบททดสอบนี้

แล้วก้าวขึ้นมาอยู่ข้างเราเอง ...

ถ้าเค้าไม่ผ่าน ... ก็ถือว่าเป็นบุญ ...

ที่ฟ้าดินได้คัดคนโง่ ... ออกไปจากเราแล้ว ...
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 11:37 น.
เริ่มต้นที่ีี่จุดจบ...
(ยาว ใครขี้เกียจอ่านกดเก็บดาวแล้วข้ามไปเลย ห้ามบ่น  {หมีโหด})

~ ... เราเริ่มที่จุดจบ ... ~


สวัสดีครับ ผมชื่อแจ็คครับ ผมแต่งงานได้ 3 เดือนแล้วครับ แต่คุณเชื่อมะ แต่งเหมือนไม่ได้แต่งเลย ผมยังคงมีชีวิตเหมือนเดิมเกือบทุกอย่าง ต้องย้ำว่าเกือบ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องชีวิตส่วนตัว ผมยังคงเที่ยวกับเพื่อนคืนวันศุกร์ เมาสุดๆคืนวันเสาร์ และถอนให้ออกคืนวันอาทิตย์ เป็นไงล่ะครับ อิจฉาผมไหม ที่มีอิสระได้อย่างนี้

ภรรยาของผม เรียกแบบนี้ก็ไม่เชิงนะ เรียกว่าคนที่ผมเข้าพิธีแต่งงานด้วย ไม่ใช่ว่าเธอไม่สวยนะครับ เธอก็สวยเหมือนผู้หญิงทั่วไป... ผมว่าเธอก็น่ารักแบบไม่เหมือนใครดีนะ แต่เพื่อนมันบอก "กรูเห็นหน้าแล้วเจี๊ยะบ่โละว่ะ" (เห็นแล้วกระเดือกไม่ลง) เธอไม่ใช่คนสวยแบบนางงาม ที่หุ่นสวย หน้าใส ท่าทางสง่า พูดจาไพเราะ มารยาทอ่อนหวานเป็นแม่บ้านแม่เรือน....ทุกอย่างที่ผมพูดมานั่นตรงข้ามหมดเลยครับ

เธอชื่อ นักกี้ครับ เธอบอกให้ผมเรียกสั้นๆว่า กี้ และเธอจะเรียกผมว่า จัก เพราะชื่อฝรั่งไป ไม่เหมาะกับหน้าไทยแบบผม ดูปากเธอสิ กัดกันตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอและนี่คงเป็นเสน่ห์ของเธออย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผมตกลงแต่งงานกับเธอทันทีหลังจากวันดูตัว

ทั้งที่ในวันนั้น......

"โธ่ลุง อย่ามาแต่งกะหนูเล้ย ลุงดูนะ หน้าตาก็ไม่สวย แค่น่ารักปานกลาง หุ่นก็ไม่บอบบาง ติดจะล่ำซำไขมัน นี่ๆเห็นอะไรไหม ฟันเกตรงมุมปากเนี่ย เขี้ยวซ้อนแหลมๆเนี่ย ผู้หญิงฟันซ้อนกัน โหหหห ไม่น่ายุ่งหรอก หนูทำกับข้าวก็ไม่เป็น ไม้กวาดไม่เคยจับ ไม้ถูพื้นไม่คิดแตะ ซักผ้าก็ส่งร้าน

เอางี้ หนูให้ลุง 20 คนเลย เนี่ย รายชื่อพร้อมเบอร์โทร กะที่อยู่ ลุงเลือกเลยจะเอาคนไหน เดี๋ยวติดต่อให้ ขอบอกโสดๆ สวยๆ ทั้งนั้น เพื่อนหนูเอง คุยกันได้ นี่ๆๆ เอาไปเลย"

ผมมองเธอยิ้มๆ และคงเผลอมองนานไปหน่อย

"อ้าวลุง ไม่ขำนะ น้อยไปเหรอ อืมมม ขอคิดแป๊บนะ เอางี้ ให้อีก 20 เลย แต่คราวนี้เป็นรุ่นน้องนะ ตอนนี้อยู่ปี 2 กะ 3 รับรองโสด สด สวย แต่ไม่รู้จะซิงรึเปล่า ขอเวลาวันนึงหาที่อยู่กะเบอร์ให้"

ครับ เธอพยายามติดสินบน ไม่ให้ผมแต่งงานกับเธอ ด้วยรายชื่อ ที่อยู่พร้อมเบอร์โทรสาว ก๊ากๆ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นโว้ย นี่ถ้าผมบ้าจี้รับข้อเสนอนี้ไป ไม่กลายเป็นพวกค้าหญิงส่งออกรึ จะบ้าตาย แม่สื่อเขาคิดอะไรของเค้านะถึงมาจับคู่ผมกับเธอ

หลังจากปล่อยให้เธอพล่ามข้อเสนอ สินบนไปจนเหนื่อยเอง โดยมีผมนั่งยิ้มมองเธออย่างเดียว ยังไม่พูดสักคำ ดูไปแล้วท่าทางเหมือนคนขายประกันจริงๆ

พอพูดจนเหนื่อย เธอก็ยกกาแฟเย็นดูดรวดเดียวหมดแก้ว เอาหลังมือเช็ดปากแบบลวกๆ ติดจะเรอหน่อยๆ นะ ถ้าได้ยินไม่ผิด


"ตกลงไม่แต่งกะหนูนะ จะได้บอกมัมกะแด้ดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว ส่วนเรื่องรายชื่อเอาไปหมดเลยละกัน ทั้ง 40 เนี่ยแหละ แล้วถ้าสนคนไหน โทรบอกหนูที่เบอร์นี้นะ ฮี่ๆ " เธอหยิบปากกาเขียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ลงกระดาษโน้ต

"อ่ะ โทรได้ตั้งแต่ สิบโมงเช้า ถึง สี่ทุ่ม"

มีเวลาเปิดปิดด้วยแฮะ

"ไปนะค๊า หวัดดีค่า หวังว่าคงไม่เจอกันอีก ทั้งชาตินี้ หรือชาติไหน แล้วนี่ค่ากาแฟของหนู อีก 5 บาท ไม่ต้องทอน ติ๊บให้"

ครับ สินบนสำหรับการไม่แต่งกับเธอคือ รายชื่อพร้อมที่อยู่ เบอร์ กับเงินอีก 5 บาท อืม คุณคิดว่าผมควรรับข้อเสนอหล่อนไหมเนี่ย

วันต่อมา ไม่รู้ผมคิดยังไงถึงกดเบอร์โทรเธอ อารายยย ก็เบอร์มันติดมากับโทรศัพท์เท่านั้นเอง คิดมากๆ

"สวัสดีครับ นักกี้"

"อืมมมมมมมม"

ขณะนั้นผมจำได้ว่าเป็นเวลาเกือบบ่ายสองโมง แต่เสียงเธอดูเหมือนสะลึมสะลือ

"ว่างไหมครับ คุยกันหน่อยสิ"

"ไม่ว่าง คนจะนอน ไว้โทรมาใหม่นะ ฝากเบอร์กะชื่อไว้ โทรกลับไม่โทรอีกเรื่อง แค่นี้นะ"

เฮ้ย นี่มันบ่ายสองนะขอรับ ว่าที่เจ้าสาวของผม เธอยังไม่ตื่นนอน ว่าจะบอกข่าวดีซะหน่อย ว่า....

........ ที่บ้านฝ่ายหญิง......
"ไชโย้ๆๆๆๆๆๆๆ คุณพี่ขา ในที่สุด ในที่สุด"

"ใช่ คุณน้องครับ ในที่สุด ในที่สุด"

"ยายหนูก็ขายออก ไชโย้ๆๆๆๆๆๆๆ"

เสียงพ่อกับแม่ฝ่ายหญิงพูด น่าจะเป็นตะโกนขึ้นพร้อมกัน

"คุณนายขา เป็นอะไรไปคะ" เสียงสาวใช้รีบวิ่งออกมา

"นี่ จุ๋ม แจ๋ว แหวว เธอรู้ไหม ยายหนูจะได้แต่งงานแล้วนะ ที่ไปดูตัววันก่อนน่ะ ฝ่ายชายเขาตกลงแหละ นี่ๆ เธอต้องแนะนำชั้นนะ ว่าพระวัดไหนดูฤกษ์เก่ง จะได้ไปผูกดวงกัน อะฮู้ยยย ตื่นเต้นๆ"

สาวใช้ทั้งสามคนมองตากันด้วยความยินดีไม่แพ้คุณนาย ในที่สุด คุณหนูบ้านเราก็ขายออก เย้ๆ

ครับ ว่าที่เจ้าสาวของผมเป็นลูกสาวคนเดียว ทางบ้านของเธอกับผม รู้จักเป็นคู่ค้าทางธุรกิจและเพื่อนกันสมัยรุ่นพ่อและแม่

ก่อนที่ผมจะรู้ว่ามีการดูตัว พ่อบอกให้ผมไปพบลูกค้า แต่พอเธอเดินมาหย่อนก้นลงยังไม่ทันร้อน ก็ร่ายมาขนาดนี้ ผมรู้ว่าผมโดนเข้าแล้ว ทั้งที่พยายามบอกปฏิเสธเท่าไหร่ ก็ผมมันสามสิบแล้วนี่ครับ แต่ขอบอกยังโสดและหน้าตาดีด้วยนะเออ

เรื่องตลกที่สุดคือ วันหมั้น

ก็วันหลังจากที่เธออาละวาดบ้านพัง หนีออกจากบ้านไปได้เกือบวัน เพราะมีเงินติดตัว 50 บาท และนอน นอน นอน รวมทั้งหมดเป็นเวลา 2 วัน

ทางบ้านของผมและเธอช่วยกันหาฤกษ์ที่ดีและสะดวก เพราะ1. หมอดูบอกว่า ถ้าผมและเธอไม่แต่งงานปีนี้ จะไม่ได้แต่งอีกเลยตลอดชีวิต 2. แม่อยากอุ้มหลาน 3. แม่อยากได้ลูกสะใภ้ 4. แม่อยากให้ผมแต่งงาน 5. ญาติๆอยากให้ผมเลิกทำตัวเจ้าชู้ไก่แจ้ จีบดะไม่เว้นลูกพี่ลูกน้อง แล้วหักอกแบบไม่ไว้หน้า สรุป มีแต่คนรอบข้างอยากให้ทำ แต่ผมไม่ใช่พวกตามใจแม่หรอกนะ ตอนนั้นผมแค่นึกสนุกอยากแกล้งเธอเท่านั้น


"มัมขา ไม่แต่งไม่ได้เหยอ หนูยังเด็กอยู่เลยนะค๊า เรียนก็ยังไม่จบ" เธออิดออด

"ก็ยังไม่แต่งนี่คะ แค่หมั้น" คุณแม่พูดขึ้น

"งั้นแสดงว่าไม่แต่งก็ได้ หมั้นได้ก็ถอนได้ ใช่ไหมคะ" เธอพูดดวงตาเป็นประกาย

"ไม่ได้ค่ะ ถ้าหนูไม่แต่ง บ้านเรา ฮือ บ้านเราต้อง ฮือ ต้องล้มละลายนะคะ" รู้สึกมัมจะตีบทแตกไปหน่อย มัมรีบเช็ดน้ำตา เพราะพี่แจ๋วเข้ามาเรียกแล้ว

"คุณนายขา ข้างล่างพร้อมแล้วค่ะ"

"ไม่ต้องกลัวยายหนู ไปขึ้นเขียง เอ๊ย ลงไปข้างล่างกันลูก"


วันนั้นผมจำได้ว่าตาไม่ได้ฝาด แต่เหมือนได้เห็นผู้หญิงอีกคนที่ไม่รู้จักและไม่เคยเห็นมาก่อน เธอดูสง่างาม สวยในชุดไทยสีครีม คุณแม่เธอจูงมือลงบันไดมา และส่งมือเธอให้ผม พาเธอไปนั่ง ตรงพิธี

คำแรกที่เธอทักทายผมคือ

"มองไรลุง ไม่เคยเห็นนางเอกลิเกรึไง"

แค่นั้นล่ะครับ ทำผมหัวเราะพรืดออกมาต่อหน้าผู้ใหญ่ อาการสำรวมหายหม้ด คนอุตส่าห์เก๊ก...

หลังจากผู้ใหญ่ทำพิธีกันเสร็จแล้ว ถึงเวลาที่ผมต้องสวมแหวนหมั้นให้เธอ แหวนเพชรน้ำงามถูกเลื่อนลงไปอยู่ในนิ้วนางข้างขวาของเธอ แต่...ก่อนที่มันจะถูกสวมนั้นสิ

"ลุง เปลี่ยนวงได้ม่ะ กลัวทำหายอ่ะ นะลุงนะ หายมาแล้วยุ่งนา" เธอกระซิบกับผมเบา

ผมอมยิ้ม กับท่าทางของเธอ แล้วจับมือเธอมาสวมอย่างสบาย ท่ามกลางการดึงมือกลับเป็นระยะ
เสร็จแล้ว ก็ถ่ายรูปกัน ซึ่ง

"เดี๋ยวๆ ช่างภาพ ไม่เอารูปปึกๆนะ เอ้า ทุกคนคะ ไม่ต้องยืดตัวตรง นั่งเกร็งค่ะ เอาแบบสบายๆ รูปจะได้ออกมาสวยๆ นี่ วัดแสงรึยัง ใช้ได้ล่ะนะ"

แล้วก็รีบวิ่งกลับมานั่ง ฉีกยิ้มแก้มป่อง ดูเค้าทำสิ ผมเพิ่งมารู้หลังแต่งงานเดือนแรกว่า เธอเป็นนักถ่ายรูปสมัครเล่น มิน่า...

ระหว่างงานฉลองเธอเดินมาถามผมว่าจะหมั้นกันสัก 3 ปีได้ไหม ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย และถามว่าทำไม
เธอบอกว่า ปีแรกรับปริญญา ปีที่สองขอเวลาค้นหาตัวเอง ปีที่สามชีวิตคงเข้าร่องเข้ารอยขึ้น ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับเหตุผลของเธอ แล้วชู สามนิ้ว เธอยิ้มแก้มป่อง แทบจะกระโดดกอดผมทีเดียว ก่อนที่จะพูดว่า "สามเดือน" นั่นล่ะครับ แม่คุณโวยทันที

"จะบ้าเหรอ สามเดือน ใครมันจะทำอะไรทัน นี่ลุงจะรีบไปไหน ห๊า อยากแต่งงานขนาดนี้ทำไมไม่แต่งไปซะนานแล้ว อายุก็ปูนนี้ อยู่บนคานทำไมนานนัก ห๊า!!! ก็บอกว่ายังเรียนไม่จบ เข้าใจไหม"

"ก็เดือนหน้าจะรับปริญญาไม่ใช่เหรอครับ นักกี้"

เธอทำเสียง จิปาก

"ก็ตอนนี้มันยังเรียนไม่จบ นี่เข้าข่ายพรากผู้เยาว์นะบอกให้"

ฮ่าๆ ผู้เยาว์สิ อายุ 21 น่ะ ผู้เยาว์ หรือ ผู้สาวคร้าบบบบบ ขำกับมุขแกน ที่ไหลไปได้

"แล้วที่ผมยังไม่แต่ง ก็คงเพราะรอมาเจอนักกี้มั้งครับ เจอปุ๊บ ถูกใจ แต่งปั๊บไงครับ"

"เฮ่อ ตาแก่โรคจิต หัวงู เอาเปรียบผู้หญิง บังคับขืนใจ กระทำชำเราหน้าด้านๆ......"

อูยๆ มาเป็นชุด นี่ดีนะ ยืนคุยกันที่สวน ไม่ค่อยมีคน ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก็คำพูดแต่ละคำที่เธอใช้สิ อย่างกับผมไปทำอะไรร้ายแรงงั้นล่ะ ฝ่ายเธอเหรอ ทำหน้าหักไปตลอดงานเชียว

จากนั้นผมชวนเธอเข้าบ้านกัน เพราะแดดเริ่มร้อนแล้ว และคงเหมือนโรคติดต่อที่เธอเห็นผมหัวเราะ เลยหัวเราะบ้าง

"ขำไรนักหนา คนแก่เส้นตื้น"

ฮ่าๆ นั่น ยัยเด็กเส้นตื้นกว่า หัวเราะตาม

หลังจากวันหมั้นยังไม่ถึงสัปดาห์ เหตุการณ์เป็นตามที่ผมคาดไว้ นักกี้ใช้ชีวิตโสดจนคุ้มจริงๆ ครับ เธอนอน นอน และนอน โทรไปทีไร นอนทุ้กที แต่เพิ่งมารู้จากว่าที่แม่ว่า ไอ้ที่นอนน่ะ นอนนอกบ้านนะ

"พ่อแจ็คช่วยแม่ด้วยเถอะ ยายหนูไปเชียงรายมาสามวันแล้วยังไม่กลับเลย แม่เป็นห่วง"

แม่เธอพูดเสียงเศร้าๆ ตีบทแตกตามเคย

"ตามไปดูน้องให้แม่หน่อยนะลูก"

ไอ้กระผมก็จำใจต้องตามไปดูแลคู่หมั้น...ด้วยความเต็มใจ เยี่ยม!! ได้โอกาสโดดงาน หนีเที่ยว หลังจากสั่งงานเลขา และเคลียร์งานแล้ว คืนนั้นผมโทรหาเธอ ถามว่าอยู่ไหน และไปนั่งเครื่องหาถึงที่ พอไปถึง แม่คนนั้นอึ้งครับ ตกใจเหมือนเห็นผีกระหัง

"เฮ่ย ลุง มาทำไม เที่ยวเหรอ"

"มาตามเรากลับบ้านเราไง"

"ไม่!!! ยังไม่ถึงเวลา นี่กี้จองตั๋วไปเมืองกาญฯ ต่อแล้ว จะไปหลงป่า บอกมัมกะแด้ดด้วย ยังไงก็ไม่กลับ "

"น่าสนใจ ไปด้วยสิ"

เธอมองหน้าผมแบบสยองๆ ท่าทางเห็นตัวประหลาด แล้วส่ายหน้า หยิกแก้ม แคะขี้หูเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

"ได้ยินไม่ผิดหรอก ไปด้วย"

"โฮ่ เพิงเคยเห็นคนแก่กระสันอยากเที่ยว เป็นบุญตาจริงจริ๊ง"

ผมขยี้หัวเธอด้วยความหมั่นไส้ ปากดีนักนะ เดี๋ยวก็เจอดีหรอก.... อารายๆๆๆ เค้าเป็นคู่หมั้นกันแล้ว อย่ามาแซวกันน่าคนอ่าน....


สองสัปดาห์ต่อจากนั้น เราหมายถึงผมกับเธอ เราตะลอนเที่ยวทั่วไทยจริงๆ ทั้งขึ้นเขา ลงแพ ล่องแก่ง ลงทะเล ดำน้ำ นอนฟังเสียงคลื่น

ก็เพิ่งรู้อีกเหมือนกันว่า เธอเป็นนักเที่ยวตัวยงแต่ติดแนวเก็บกด เหมือนคนไม่ได้เที่ยวมานาน พอมีโอกาส เป็นตะลอนจนลืมเหนื่อย และที่ติดตัวเธอตลอดคือ กล้องถ่ายรูปรุ่นเก่า ที่เป็นแบบกึ่ง auto เจออะไร พี่เป็นถ่ายดะ ดูหน้าเธอตอนได้ถือกล้องแล้ว เหมือนเด็กได้อมยิ้ม น่ามอง น่ารักจริงๆ

"เออ อย่างงั้นแหละจ้า นิ่งๆ ท่านั้นเลย (แชะ) ขอบใจมากนะ ลุง ยืมตังค์ 20 จะเอาให้เด็ก "

"ของตัวเองอ่ะ"

"ขี้เกียจล้วงอยู่ในถุง เอาของลุงนั่นล่ะ อย่าหนืดน่า เดี๋ยวกินข้าวเอาให้ เร็วดิ๊ เด็กรอ เห็นไหม"

คุณครับ นี่เข้าข่ายขู่กรรโชกทรัพย์รึเปล่าครับ ....

และแล้ววันแต่งงานก็มาถึง

"เฮียจัก ไม่แต่งไม่ได้เหรอ กี้ขอใช้ชีวิตเหมือนคนกะเค้าอีกหน่อยน้า น้าเฮียจักคนดี๊คนดี คนน่าร้าก คนหล่อที่สู้ดดดเลย"

เริ่มเปลี่ยนจากลุงเป็นเฮีย และเริ่มแทนตัวเองด้วยชื่อ แหม ผมชอบจังเวลาเธอเรียกชื่อตัวเองเนี่ย ฟังแล้วไพเราะเสนาะหู

"คิดมากน่า กี้ ถึงจะแต่งงานแล้ว ทุกอย่างยังเหมือนเดิมนี่ครับ กี้ก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมล่ะ"

"จริงดิ!!!!!!! ไม่ต้องทำกับข้าว กวาดบ้านถูบ้าน ซักผ้า เปลี่ยนปลอกหมอนผ้าปูที่นอน"

"บ้านพี่ มีคนทำงานพวกนี้ครับ"

"เจ๋ง!!!!! งั้นก็นอนกลางวันได้ ออกไปถ่ายรูปได้ ดูหนังได้ ไปค่ายอาสาได้"

ผมผงกหัว กับกิจกรรมทั้งหลาย

"แต่ต้องมีพี่ไปด้วย" เธอหน้าหงิกทันที

"เรื่องไรปล่อยให้เราไปสนุกคนเดียว"

ผมพูดยิ้ม แล้วขยี้ผมเธอด้วยความมันเขี้ยว เธอเลยแล่บลิ้น แบร่

วันแต่งงานของเรา เป็นวันที่เหนื่อยและสนุกที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของผม นักกี้แปลงร่างอีกแล้วครับ คราวนี้ยิ่งกว่าวันหมั้นอีก เหมือนไม่ใช่นักกี้ที่ผมรู้จัก ใครเอายายนักกี้จอมยุ่ง จอมซ่าส์ จอมซุ่มซ่าม ยัยเอ๋อของผมไปไหน แล้วผู้หญิงสวย บาดตาบาดใจ ที่ยืนตรงหน้าผมนี่ใคร

"คุณแจ็ค ถึงกับตะลึงเลยเหรอค๊า เจ๊แต่งเองก็ยังทึ่งกับฝีมือตัวเองเลยค๊า แหมน้องกี้น่าจะแต่งหน้าบ่อยๆนะคะเนี่ย"

ช่างแต่งหน้าเพื่อนเธอทักกับอาการตะลึงของผม และถ้ามองไม่ผิด ผมเห็นเธออายผมนะ อิอิ ดูสิ หน้าแดงแข่งกะแก้มเชียว

ช่วงเช้าเราทำพิธีแบบไทย มีการสู่ขอที่บ้านฝ่ายหญิง และตอนเย็นมีงานเลี้ยงที่โรงแรม เจ้าสาวของผมวันนี้เธอสวยมากจริงๆครับ ผมไม่เคยเห็นนักกี้ตอนแต่งหน้า แต่งตัวแบบเจ้าหญิงมาก่อน

รู้ไหมครับ ประโยคแรกที่เธอทักผมในงานตอนเช้าคืออะไร

"มองอยู่ได้เฮียจัก ไม่เคยดูละครช่อง 7 ตอนเช้าวันเสาร์รึไง แน่ะ ยังมองอีก วุ้ยยย"

ฮ่าๆ ประโยคเด็ดละลายอาการขรึมของผมได้เช่นเคย

และประโยคแรกในตอนเย็น ที่เจ้าหญิงชุดขาวทักผมคือ

"โรคจิต!! ทำยังกะไม่เคยอ่านซินเดอเรลล่า"

คนพูดหน้ามุ่ย แล้วเดินดุ่มๆ ออกไป ถลกกระโปรงยาวเดินเข้างาน คงจะดีถ้าแม่คุณไม่สะดุดขาเก้าอี้ หรือขาโต๊ะ นั่นๆ ว่ายังทันขาดคำ ล้มโต๊ะไปแล้วหนึ่ง ...

ในงานนี้ ทั้งเพื่อนของผมและเธอต่างทำหน้าไม่เชื่อ เมื่อได้รับการ์ด แม้จะมาอยู่ในงานแล้ว ก็ยังทำหน้าเอ๋อกันไม่หาย ไอ้ที เพื่อนสนิทผม คบกันมาตั้งแต่เรียนมอปลาย มันยังว่า

"ไอ้แจ็ค เอาจริงเหรอวะ ข้าว่า รายนี้มันไม่ใช่สเป๊คเอ็งนา"

"นั่นสิ พี่แจ็คขา ถ้าถูกพ่อแม่บังคับ หรือขู่จะยึดเงิน บอกแนนนี่ได้นะคะ แนนนี่ให้ยืมก่อนก็ได้"

"แจ็ค นี่คุณเสียสติรึเปล่า คิดไงเอาเด็กกะโปโลแบบนี้มาเป็นเมีย ต้องสวย เริ่ด ไฮโซ แบบชั้นสิ คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ"

และอีกสารพัดประโยคที่ผมเจอในงาน ต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ ว่า ผมไม่ได้ถูกพ่อแม่บังคับนะ แต่งงานกับนักกี้ด้วยความเต็มใจ ตอนแรกก็เพราะแค่อยากแกล้งเธอเท่านั้น และว่าจะถอนหมั้นซะในช่วงเวลาที่หมั้นกันไว้

แต่เมื่อได้รู้จักเธอแล้ว ผมกลับเป็นฝ่ายถอนตัวจากเธอไม่ได้

ผมไม่ได้รักเธอหรอกนะ เราคบกันเหมือนพี่น้อง เหมือนเพื่อนน่ะ

ไอ้ที น้องแนนนี่ และ แพทตี้ยังทำหน้าไม่เชื่อ กับสิ่งที่ได้ยินนัก สักพักที่ผมรู้สึกว่า ที่ตรงข้างกายจะว่างนานไปแล้ว จึงขอตัวไปตามหาเจ้าสาว

"ดูมันเห่อเมีย วู้ๆ ไอ้ปลาไหลโดนใบข่อยดักโว้ย วู้วววว" ไอ้ทีแซวตามหลัง ผมไม่สนใจกับคำพูดของเพื่อน เป้าหมายของผมอยู่นั่นไง

อ้อ เธออยู่ที่โต๊ะเพื่อนเธอ โต๊ะที่เสียงดังที่สุดในงาน
เมื่อผมเดินเข้าไปจึงได้ยินเสียง โฮ่ ฮิ้ว มาแต่ไกล ทั้งโต๊ะมีสมาชิกทั้งหญิงและชาย และสาวๆในโต๊ะนั้น สวย สวยมากๆ ขอย้ำ สวยมากๆ

นี่ผมคิดผิดใช่ไหมที่ไม่รับข้อเสนอของนักกี้ในวันแรก...

"เฮียจัก มาพอดี นี่ ขอแนะนำเพื่อน และน้องให้รู้จัก เริ่มจากทางขวาคือ แอน อุ๋ม อ้อน อุ้ม ไก่ โชค แวว แมน แล้วทุกคน นี่เฮียจัก"

"ดีคร้าบบบบ ดีค่ะ"

ทุกคนยกมือไหว้ผมทันที จะไหว้ทำไมฟร่ะ ไม่ได้แก่ไรขนาดนั้นสักหน่อย นักกี้หลิ่วตามองผมแซวๆ ว่า แก่แล้วนะ ลุงน่ะ ผมทักทายทุกคนสักพักก็พาเจ้าสาวเดินไปโต๊ะอื่น ระหว่างทาง เธอหัวเราะและมองผมอย่างสมน้ำหน้า


"เห็นมั้ยล่า กี้เสนอไปแล้วนา เฮียจักไม่รับเอง เสียดายล่ะสิ๊"

"ก้อ นิดหน่อยนะตามประสาผู้ชาย"

"ฮ่า สมน้ำหน้า นี่ถ้าตกลงนะ ป่านนี้สบายไปแล้ว ไม่ต้องมาตกระกำอะไรกับกี้หร้อก"

โป๊ก ผมเขกหัวเธอไปทีด้วยความหมั่นไส้ ใครบอกว่าตกระกำลำบาก ผมได้เจอกับสิ่งที่คนอื่นจะไม่ได้ตะหาก

และคืนวันส่งตัวนั่นเอง หลังจากที่ผู้ใหญ่ส่งตัวเข้าห้องหอ ที่เรือนหอ บ้านที่ปลูกแยกมาจากบ้านผม ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ไกลนัก

"แด้ดขา มัมขา อย่าทิ้งกี้ไปนะ อยู่ด้วยกันก่อนอ่ะ"

หนวดปลาหมึกที่ชื่อนักกี้เกาะพ่อแม่ไว้แน่น

"ยายหนูไม่ต้องกลัวหรอกลูก อย่างที่แม่สอนไงคะ โอเคนะ นะ" แม่ทำท่าโอเค

"นั่นสิหนูกี้ พี่เขาไม่ได้จะฆ่าจะแกงหนูหรอกจ๊ะ ครั้งแรกก็แบบนี้ล่ะ แม่จะได้อุ้มหลานสักที ทำเพื่อแม่นะลูกนะ"

แม่ผมที่รักลูกสะใภ้มากกว่าลูกตัวเองพยายามปลอบใจ

"ผมว่า เราเลื่อนวันส่งตัวไปก่อนไม่ดีเหรอคุณน้อง ลูกหน้าซีดๆ สงสัยจะไม่สบายนะ" พ่อเธอเริ่มออกอาการ

"เอ๊ะ คุณนี่ จะมาหวงลูกสาวอะไรนาทีสุดท้าย ไปๆ ออกไปกันเถอะค่ะ คุณพี่ เชิญค่ะ ให้บ่าวสาวได้พักผ่อนกัน"

"แด้ด มัม เดี๋ยวอย่าเพิ่งปายยยย อย่าทิ้งหนูไว้น๊าาาาาาาาาาา"

ปัง!!!! ประตูปิดลง

เธอหันกลับมามองผมด้วยแววตาหวาดกลัว

ฮะ ท่าทางเหมือนลูกแมวตัวน้อย แล้วเจ้าลูกหมาจอมซ่าส์ หายไปแล้วครับ แม่คุณ ดูแววตาสิ เหมือนผมเป็นตัวประหลาดน่ากลัวซะเหลือเกิน

เธอเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วยื่นเอาผ้าเช็ดตัวให้ผม

"เฮียจักอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวกี้จะเล่นคอมก่อน"

"เอางั้นเหรอ ตามใจนะ"

แล้วผมก็เดินเข้าห้องน้ำไป อันที่จริงผมก็ไม่ได้หื่นกระหายใคร่ได้เธอนักหรอกครับ ผมยังไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นพวกข่มขืนภรรยาตัวเอง ไม่ชอบบังคับใคร ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็สมยอม มือระดับนี้ ไม่อยากทำร้ายใคร ถ้าจะเอา คงเอาไปนานแล้ว หุหุหุ

และตามที่ผมคิดไว้

ทันทีที่ผมก้าวออกจากห้องน้ำปุ๊บ เธอรีบวิ่งสวนเข้าไปปั๊บ หอบสารพัดเสื้อผ้า นี่เธอจะซักผ้าตอนกลางคืนรึไง

เวลาผ่านไป ....นาน นาน นาน และนาน

ผมเช็คเมล์ก็แล้ว อ่านหนังสือก็แล้ว นั่งเล่นก็แล้ว รอแล้วรออีก เธอก็ยังไม่ออกมา เลยปิดไฟข้างผม เดินไปบอกเธอหน้าประตูห้องน้ำว่า

"พี่หลับก่อนนะครับ อย่านอนในนั้นเลย ออกมานอนด้วยกันบนที่นอนนุ่มๆดีกว่า ไม่ต้องกลัวหรอกน่า พี่ไม่ทำอะไรเราหรอก"

...ได้ผล ...

เธอค่อยๆเปิดประตูห้องน้ำออกมา ด้วยชุดที่ .... เอ่อ ผมว่ามันไม่ใช่ฤดูหนาวนะ แต่ดูเสื้อผ้าเธอใส่สิ เหลือรับประทานจริงๆ

"ฮ่าๆ กี้หนาวเหรอ ดู ใส่เข้าไปได้ไง กลัวพี่เหรอครับ"

ลูกแมวน้อยผงกหัวรับ แววตาระแวงผมสุดขีด

เฮ้อ หลังจากเช็ดเครื่องสำอาง อาบน้ำสระผมแล้ว เธอก็กลับเป็นยัยนักกี้ ลูกแมวน้อยจอมกวน ที่ตอนนี้ซ่าส์ไม่ออกไปแล้ว

เธอเดินมายืนชิดขอบเตียง ขณะที่ล้มตัวลงนอนแล้ว

"เฮียจักต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำอะไรกี้"

"หืม! อืม ได้ พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ทำอะไรกี้ ถ้ากี้ไม่ทำอะไรพี่"

"เฮ้ย พูดงี้หมายความว่าไง หาว่ากี้จะหน้ามืดไปข่มขืนเฮียรึไง พูดงี้มาต่อยกันเลยมะ"

แต่ผมง่วงเกินกว่าจะทะเลาะกับเธอแล้ววันนี้

"วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ พี่ง่วงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยเล่นกันใหม่นะ นอนล่ะ"

แล้วผมก็ปิดไฟ นอนหันหลังให้เธอ
เธอรีๆรอๆ สักพักใหญ่ คงดูว่าผมหลับจริงไหม เมื่อไม่รู้สึกที่นอนข้างๆมันหยุบสักทีผมเลยแกล้งกรน

ครับ ผม(แกล้ง)หลับไปสักพักใหญ่ ก็ลุกมาดูว่าเธอนอนตรงไหน เธอไม่นอนเตียงกับผมครับ เธอนอนบนพื้นข้างเตียง เอาหมอนและหมอนข้างไปเรียบร้อย ......ทุ่มทุนสร้างจริงๆ

เฮ้อ ยัยลูกแมวน้อยจอมซ่าส์เอ๊ย ผมมองเธอด้วยความเอ็นดู อ่ะ แค่เอ็นดูหรอกนะ ผมไม่ได้รักเธอหรอก แค่สงสารเลยอุ้มเธอขึ้นนอนบนเตียงด้วยกันแค่นั้นเอง

เช้าวันใหม่เริ่มขึ้น แสงแดดอ่อนส่องผ่านหน้าต่าง ผมยังคงนอนตะแคง หันข้างให้คนอีกฝากของเตียง

แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนมีตัวอะไรสักอย่างมาดิ้นขลุกๆ อยู่ที่หลัง ผมพลิกตัวกลับมาดู นักกี้นั่นเอง เธอนอนกอดหมอนข้าง อมยิ้มเหมือนเด็ก และเอาหัวมาซุกหลังผมเหมือนหาไออุ่น

ผมขยับตัวหามุมเล็กน้อย และนั่นคงทำให้เธอรู้สึกตัว จึงเริ่มขยับ เปลี่ยนท่านอน ดูเธอสิ อมยิ้มน่ารักเชียว และนั่นทำให้ผมอดใจไม่ไหวที่จะก้มลง จูบอรุณสวัสดิ์เธอที่หน้าผาก


เธออมยิ้มแต่ไม่ยังลืมตา คงไม่รู้ตัวล่ะสิ ฝันถึงอะไรอยู่น๊า เธอเริ่มดิ้นอีกครั้งเอาหัวซุกกับหน้าอกผม เหมือนเจ้าตัวน้อยที่ดิ้นหาไออุ่นจากอกแม่ของมัน ผมกอดเธอไว้หลวม ลอบมองหน้าเธอตอนหลับ

เฮ้อ นี่เราไปสัญญาอะไรบ้าๆ กับเด็กฟร่ะเนี่ยยยย

ขันตินายแจ็ค ขันติ คิดได้แค่นั้นผมก็ลุกไปอาบน้ำ เตรียมตัวไปทำงาน แต่ก่อนลุก ผมใช้เวลาทำใจอีกนิด ก่อนจะปล่อยลูกแมวน้อยออกจากอ้อมแขน

ครับ ผมแต่งงานมา 3 เดือนแล้วครับ ผมใช้ชีวิตเกือบเหมือนเดิม ยกเว้นแต่ เวลาว่างของผมมักมีภาพใครอีกคนซ้อนทับขึ้นมาให้คิดถึงเสมอ นักกี้และผมเป็นเหมือนคู่แฝด เวลาผมไปฟิตเนส หรือไปเที่ยวไหน เรามักไปด้วยกันเสมอ

และความรู้สึกของผม ที่มีต่อเธอมันเริ่มเพิ่มขึ้น และรู้สึกคิดถึง... ผมไม่แน่ใจนักว่าควรใช้คำนี้ไหม แค่รู้สึกข้างกายมันโล่ง เวลาไม่มีเธออยู่ด้วย ผมมักคิดถึงผมหอมๆ ที่ชอบแอบมาซุกกับอกผม คิดถึงเจ้าตัวนุ่มนิ่มที่ได้แอบกอดตอนเช้าก่อนไปทำงาน คิดถึงรอยยิ้มตอนหลับที่น่ารักจนผมจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว ถ้าวันหนึ่งผมผิดสัญญากับเธอเล่าอะไรจะเกิดขึ้นนะ คิดได้แค่นั้นก็.... เห่อๆๆๆๆ

"ท่านประธานคะ โครงการนี้ท่านเห็นว่าไงบ้างคะ"

"ท่านคะ ท่าน"

"หา อะไรนะ เมื่อกี้ผมไม่ค่อยเข้าใจ อธิบายอีกรอบสิ"

ก็แบบนี้ล่ะครับ เธอทำให้ผมเป็นมาตั้งแต่แต่งงาน ทั้งที่อาการแบบนี้ไม่ได้เป็นมานานแล้วตั้งแต่ผมโดนหักอกและเริ่มสวมวิญญาณเพลย์บอย นักกี้ทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองของผู้หญิงใหม่

มันน่าแปลกมากสำหรับคนที่เกลียดกลัวการผูกมัด กลัวการผูกพันอย่างผม ก่อนที่ผมจะเจอเธอ ผมมีสาวๆแก้เหงาเสมอ แต่เวลาสามเดือนที่ผ่านมา ชีวิตเสเพลเริ่มเปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย เพราะรู้ถึงคุณค่าของสิ่งที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แต่ผมกลับไม่นักใจเลยที่ต้องสวมมันไว้ ซึ่งตรงกันข้ามกับอีกฝ่าย

"เฮียจัก กี้ไม่ใส่ได้ม่ะ กลัวหายอ่ะ อันตรายด้วย เกิดโดนแท็กซี่ปล้นอ่ะ น่ากลัวนา ใส่ไปเดี๋ยวทองหมอง เพชรหลุดอ่า เสียดายของแย่ กี้ถอดเก็บไว้นะ นะ"

"ไม่ได้!!!!"

ผมตอบออกไปเสียงดังทันที ทำไม แค่ใส่แหวนแต่งงาน กลัวหนุ่มไหนมันจะรู้ ฮึ ยัยนักกี้

"กี้แต่งงานแล้วนะ กลัวหนุ่มไหนรู้เหรอ ว่าเราไม่โสดแล้วน่ะ ทีพี่ยังใส่ได้เลย พี่สิควรจะรำคาญมัน ไม่ใช่เรา"

"เฮ่ออออออออ ตูละเบื่อ ตาแก่ขี้หึงจริงๆ"

"พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะกี้ เป็นผู้ใหญ่สักทีสิ"

ผมแกล้งพูดน้ำเสียงจริงจัง กลบอาการเขินเต็มๆ เรื่องอะไรมาว่าเราหึง เหอะ อย่างกะตัวเองจะมีหนุ่มไหนมาสน นอกจากผมงั้นล่ะ เฮอะๆ เอ๊ะ ก็บอกว่าไม่ได้หึง...

"โอ๋ๆๆๆๆ เฮียจัก อย่างอนสิ เอางี้เดี๋ยววันนี้ไปเล่นเกมตู้กัน กี้เพิ่งอ่านหนังสือเกมส์มา มีเกมส์ออกใหม่ ท่าทางหนุกมากเลย ไปด้วยกันน๊าาาาา"

"ไม่ พี่ไม่ใช่เด็กๆ จะให้ไปเล่นเกมตู้น่ะ"

....

"เฮียจัก เล่นดีดีดิ ยิงให้ถูกหน่อย ฝีมือแย่ชะมัด เห็นม่ะพากันตายเลย"
"กี้นั่นแหละ ยิงมั่ว มายิงพี่ทำไม เอาใหม่เลย มา มา คราวนี้ต้องผ่านด่านนี้ให้ได้"

...

ผมรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งครับตอนอยู่กับเธอ ช่วงเวลาเด็กที่ผมมักไม่มีเหมือนคนทั่วไป ผมต้องอ่านหนังสือ มุ่งมั่นกับการเรียน ให้ได้คะแนนดีเยี่ยม และศึกษางานของที่บ้านไปพร้อมกัน จนทำให้ผมก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้านักธุรกิจรุ่นใหม่ เมื่ออายุขึ้นเลข 3 ผมก็มีพร้อมทุกอย่าง

จนผมตัดสินใจจะแต่งงานกับเธอนี่ล่ะ ถึงทำให้ผมรู้ว่า แท้จริงแล้ว ผมไม่ได้มีอะไรสมบูรณ์แบบเลย สิ่งที่ชีวิตผมขาดไปคือ ความสุข ความสดใส นั่นเอง ผมไม่ได้รักเธอหรอกนะเราแค่สนิทกันเหมือนพี่น้อง คบกันเหมือนเพื่อนน่ะ

คืนวันอาทิตย์ เพื่อนชวนผมออกมาเหล่สาวตามเคย ทั้งที่ผมบอกปัดมันไปแล้ว อยากอยู่บ้าน นอนดูหนังกะนักกี้บนโซฟา หน้าทีวี ผมชอบแอบดูเธอตอนกำลังลุ้นกับหนัง และบางครั้งก็ร้องไห้ออกมาซะงั้น เธอจะมาอาศัยไหล่ผมเป็นผ้าเช็ดหน้าครับ นี่ละที่ชอบ

ผมพยายามอ้าง บอกปัดไปเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมเชื่อ สุดท้ายมันใช้ไม้เด็ด หาว่าผมกลัวเมีย ชะ คนอย่างนายแจ็ค ไม่มีคำว่า "กลัว" ที่ไหนบอกมา ผมขึ้นไปบอกนักกี้ในห้องอ่านหนังสือว่าจะออกไปข้างนอก เธอยิ้มให้ โบกมือบ้ายบาย ผมถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว นี่หนังสือนั่นมีดีอะไรนัก ถึงละสายตามามองกันไม่ได้เนี่ย ห๊ะ

"เฮ้ยแจ็ค ทำไมเมียเอ็งดียังงี้ว่ะ ออกเที่ยวกลางคืนยั่งงี้ เขาไม่ว่าอะไรเอ็งเหรอ"

ก็ใครมันลากตูออกมาล่ะว้า

"ไม่หนิ"

"งั้นเขาก็ไม่แคร์เอ็งเท่าไหร่น่ะสิ ดีว่ะ แฟนข้านะ บอกจะออกเที่ยว ทำหน้าหงิกยังกะอะไรดี"

"ไม่รู้เขา คงคิดว่าเรานัดกันประจำมั้ง เค้าไม่ค่อยยุ่งกะเรื่องอย่างงี้เท่าไหร่ว่ะ"

"เฮ้ย งั้นเอ็งไปแต่งงานกะเขาทำไมว่ะ ต่างฝ่ายต่างไม่สนกันหยังงี้อ่ะ ข้าว่าสงสารเด็กมันนา"

"เด็กไร เรียนจบแล้ว" ผมแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ

"เอ่อนั่นแหละ ถ้าเทียบกับเรา เขาก็ยังเด็ก เอ็งคิดมั่งเปล่าว่าไปตัดอนาคตเด็กมัน เขาอาจอยากไปเรียนต่อก็ได้นะเว้ย" ไอ้ทีเริ่มกรึ่ม จึงพูดออกมาตรงๆ

"ข้าว่าไม่นะ เห็นอยู่เฉยๆไปวันๆ คงไม่คิดอะไรหรอกมั้ง"

ผมทำเป็นไม่สนใจคำพูดของเพื่อน ทั้งที่ตัวผมก็มักทบทวนกับตัวเองบ่อยๆ นี่เราทำอะไรอยู่ ผมเอาแต่ใจตัวเองเกินไปรึเปล่าที่ดึงเธอไว้ด้วยกันแบบนี้ ผมแย่งอนาคต กักขังความฝันของเธอไว้ไหม เธอเพิ่งออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เธออาจต้องการตามหาฝัน อย่างที่เธอขอเวลาผมไว้ 3 ปี นั้น

เฮ้อ นี่เราทำบ้าไรอยู่ฟร่ะ.... คืนนั้นผมนั่งกรอกเหล้าเป็นเพื่อนไอ้ที และมันก็นั่งเหล่สาวแทนผมจนดึก

"เฮ้ย บ้านนี้มีใครอยู่มั่ง มาช่วยกันหน่อยโว้ย มาลากไอ้แจ๊คช่วยหน่อย"

"ขา มาแล้วๆค่า"

"ยังไม่นอนเหรอครับ นักกี้ รอหมอนี่ล่ะสิ โทษนะ คืนนี้ดึกไปหน่อย พรุ่งนี้ยังต้องทำงานอีก นายนี่มันไม่ยอมกลับน่ะ ผมเลยต้องนั่งเป็นเพื่อนมัน แต่วางใจได้ ไม่มีเรื่องผู้หญิง มีแต่เหล้าเพียวๆ จ๊ะ" ... จริงอ๊ะ

"เอิ้ก เอาเหล้ามาอีกกก น้องเติมๆ"

"เติมไรเล่า ถึงบ้านแล้ว ไอ่บ้า (ไม่ต้องมาแกล้งเมาอ้อนเมียเลยนะเอ็ง) ไปนะ นักกี้"

"ขอบคุณพี่ทีค่ะ ทิ้งไว้ตรงโซฟานี่ล่ะ เดี๋ยวกี้ให้เด็กมาลากคอไปเองค่ะ"

ชะอุ๊ย ลากคอเลยรึ นายทีนึกในใจ

"เฮียจัก เดินดีดีสิ ฮู้ย เมาแล้วยังมาเดือดร้อนชาวบ้านอีก สำนึกไหมเนี่ย" นักกี้พยายามลากคอผมขึ้นข้างบน

"อืมมมมม นักกี้ เด็กน้อยยยยยย ลูกแมวน้อยของพี่"

มือผมเริ่มเหมือนปลาหมึก พอถึงเตียงเธอโยนผมลง

"เมาหนักเลยแฮะ ทุกทีเห็นกินพอเป็นกระษัย ไม่ใช่เฮียจัก กี้ไม่อยากยุ่งหรอกนะ เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่นี่กินแบบไม่รู้ขีดจำกัดตัวเองแบบนี้ ไง อกหักรึไง"

ว่าพลาง ก็เลื่อนมือเช็ดตัวไปพลาง

"เฮ้อ น่าเบื่อชะมัด พวกขี้เมา"

"รังเกียจนักก็ไม่ต้องมายุ่ง" ผมว่าพลางปัดมือเธอออก

"ไรว้า คนจะเช็ดหน้าให้ เอ่อ ไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่ง ผ้าอยู่นี่นะ ทำเองแล้วกัน"

"แล้วนั่นจะไปไหน ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอน" ผมเลิกแกล้งเมา แล้วถามเธอขึ้น

"เล่นคอมค่า มีอะไรไหมค๊า"

จะเพราะท่าทางของเธอที่นั่งพิมพ์ไปยิ้มไป บางครั้งก็หัวเราะคนเดียว ผมสงสัยจึงเดินไปหาเธอที่หน้าคอม

เธอกำลังเล่น msnอยู่ มีหน้าต่างโผล่ซ้อนกันหลายอัน และคนที่เธอพูดด้วยตอนนี้ก็ใช้คำว่า ครับอยู่ ท่าทางมีความสุขจริงนะ

"ใครอ่ะ" ผมถามขึ้นลอยๆ ยืนมองอยู่หลังเธอ

"เพื่อนน่ะ อยู่ต่างจังหวัด"

"รู้จักกันได้ไง"

"เฮ้อ เฮียจักเป็นไรอ่ะ วันนี้มาแปลก ทุกทีไม่เห็นยุ่งเลย เมาหนักแฮะ ไปนอนป่ะเฮีย"

"ถามว่ารู้จักกันได้ไง" ผมเริ่มเสียงเข้ม

"ก็ทางเอ็มนี่ไง"

"นานยัง"

"สองปีกว่า ไมเหรอ ถามอีกม่ะมันอายุเท่าไหร่ พ่อแม่ทำงานอะไร ห๊า"

เธอหันไปจดจ่อกับหน้าจอโดยไม่สนใจผม และตอบคำถามแบบขอไปที

"ไว้ใจได้เหรอ เขาอาจหลอกเราอยู่ก็ได้นะ ยิ่งพวกผู้ชายทางอินเตอร์เนตน่ะ ยิ่งไว้ใจไม่ได้รู้ไหม"

"ยุ่งไรอ่ะ ก็บอกแล้วไง ว่ารู้จักกันนานแล้ว นานกว่ารู้จักกับเฮียจักอีก เข้าใจ๊ "

พรึบ!!!!!!

ผมถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ออกทันที โมโหวุ้ย ไอ้เจ้าหนุ่มนั่นสำคัญกว่าเรางั้นเหรอ ฮึ่ม!!!

"ทำไรอ่ะ ทำไรงั้นอ่ะ เฮียจักบ้าที่สุด ขี้เกียจต่อเนตใหม่นะ เมาป่วนอ่ะ"

"หิวข้าว หาไรให้กินหน่อยสิ"

"ก็ลงไปดูในตู้เย็นดิ๊"
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 11:41 น.
(ต่อ)  {หมีโหด}
"ไม่เอา ทอดไข่ให้หน่อย"

"ทำไม่เป็น รอเดี๋ยวล่ะกัน ดูตู้เย็นให้ มีไรเหลือมั้ย"

ระหว่างที่เธอหาของกินในตู้เย็นให้ผมนั้น ไม่รู้ผีที่ไหนมาเจาะปากให้ผมถามเธอออกไป

"กี้ รักเฮียจักไหม"

กึก

ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ เหมือนเวลาหยุดหมุน

"ว่าไง รักพี่บ้างไหม"

"ถ้าตอบว่า "ไม่" เฮียจักจะโกรธไหม"

ผมกลืนก้อนน้ำลายเหนียวลงไปในคอ หันหลังจะกลับขึ้นไปนอน

"นั่นสินะ พี่คงเอาเปรียบเราเกินไป ที่แย่งอนาคตเรามา แยกเราจากเพื่อน จากความฝันของเรา"

"เฮียจัก ไม่ใช่อย่างนั้นนะ" ผมหันมายกมือห้าม และเดินต่อไป

"ไม่ต้องพูดหรอก อดทนหน่อยนะ ไว้เช้าเมื่อไหร่ เราไปหย่ากัน พี่จะคืนอิสระให้กี้ เราจะได้ไม่ต้องมาทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักอีกต่อไป"

"จะบ้าเหรอ อย่าทำเป็นงอนไปหน่อยน่า ฟังก่อนได้ไหม"

ผมหันมามองเธอ อย่างอดทน พยายามนับหนึ่งถึงร้อย

"ฟังนะเฮียจัก ทำเลือดร้อนที่โดนแอลกอฮอล์เผาให้มันเย็นๆลงหน่อย แล้วฟังนี่"

"กี้รู้ตัวเสมอว่า ทำอะไรอยู่ ถึงแม้การที่เราแต่งงานกัน มันจะไม่ได้เริ่มจากความรักและความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย แต่...แต่กี้ก็ชอบเฮียจักมาก เฮียจักเป็นผู้ชายที่ดีคนนึงที่กี้รู้ว่า สักวันกี้จะรักเฮียได้"

"แต่เราก็ไม่ได้รักพี่หนิ"

แล้วผมหันหลังเดินออกไป เธอรีบวิ่งตาม มาขวางหน้าไว้

"ปัดโธ่โว้ยยยย!!!!!! อย่าทำตัวเป็นเด็กน่า ฟังให้จบก่อนสิ"

"มีอะไรอีก ง่วงจะนอน" ผมทนฟังต่อไปไม่ได้ เดินไปถึงเตียง ล้มตัวลงนอนหันหลังให้เธอ

"เออนอนฟังไปล่ะกัน จะพูดแค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะ"

"ก่อนจะเจอกับเฮียจัก กี้ก็โดนจับคู่มาเยอะ แต่กี้ก็หนีมาตลอดและในที่สุดแด้ดมัมก็เลิกล้มไป แต่พอมาเคสเฮียจัก มันผิดไปหมด กี้คิดว่าจะลองไปพบดู แล้วจะป่วนให้อีกฝ่ายรำคาญและไม่ชอบหน้า จนเลิกไปเอง แต่มันกลับไม่ใช่"

"พอเห็นหน้าเฮีย กี้คิดว่า คนหล่อๆ มีพร้อมทุกอย่าง อย่างเฮียจัก ต้องไม่มองเด็กกะโปโลแบบกี้แน่ เลยเล่นอะไรบ้าๆไป แต่เรื่องมันกลับตรงข้าม เฮียเกิดตกลง ซึ่งมันบ้า บ้ามากๆด้วย มีแต่คนสิ้นคิดเท่านั้น ที่คิดจะมีแฟนแบบกี้"

งั้นผมก็เป็นพวกสิ้นคิดที่สุดในโลกใช่ไหมเนี่ย...

"แล้วเฮียจักก็เริ่มสร้างความประทับใจให้กี้ทีละน้อย เฮียจักก้าวเข้ามาทำความรู้จักกับกี้แบบที่ไม่เคยมีใครคิดจะทำ

ยอมไปไหนไปกัน จำตอนที่เราไปหลงป่าเมืองกาญฯ ได้ไหม กี้รู้สึกปลอดภัย อุ่นใจเมื่อมีเฮียอยู่ใกล้ แม้จะไม่แน่ใจว่าจะออกป่าไปได้ไหม พอรอดมาได้ กี้ก็บอกตัวเองว่าคนนี้แหละที่เราหามานาน คนที่จะเป็นหลักให้ชีวิตเราต่อจากนี้

มันก็จริงที่กี้ไม่ได้รักเฮียแต่แรกพบ มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รัก เพราะ...เพราะ เอ่อ เพราะกี้ไม่รู้จักว่า "รัก" มันเป็นยังไง กี้ไม่เคยมีแฟน และไม่คิดจะรักใคร ชีวิตกี้มีพร้อมทุกอย่าง กี้เลยไม่อยากใช้คำว่า "รัก" กับเฮียจัก"

"แต่เฮียเป็นมากกว่านั้นค่ะ เฮียทำให้ กี้เคารพ นับถือ ศรัทธา ชื่นชมและเอ่อ เอ่อ ชอบเฮียมาก ... กี้คิดว่า มันน่าจะเกินนิยามคำว่า รัก ไปแล้วนะ เพราะรักแบบหนุ่มสาวคืออะไรกี้ก็ตอบไม่ได้ และไม่อยากสนใจมันด้วย"

"กี้บอกได้แค่ว่า เฮียจักจะเป็นอีกครึ่งชีวิตของกี้ค่ะ"

"เราเพิ่งเริ่มต้นกันเท่านั้นนะคะ และ .... และกี้ก็คิดว่า เฮียก็คงไม่สนเด็กอย่างกี้เท่าไหร่ ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆถึงถามคำถามงี่เง่าแบบนี้ได้ ตลอดเวลากี้พยายามทำตัวเหมือนน้องสาว สร้างปัญหาให้น้อยที่สุด ไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเฮีย เพราะกลัวเฮียรำคาญและเบื่อ กลัวจะไม่ได้อยู่กับเฮียอีก ..."

"เฮียจักหลับแล้วเหรอ"

เงียบ

อึ้งครับ ผมกำลังซึมซับคำพูดของเธอไว้ในหัวใจที่แห้งผากมาตั้งแต่ตอนเย็น จากคำพูดบ้าๆ ของไอ้ที

ผมมันคิดมาก บ้าไปเองจริงๆ การกระทำต่างหากที่สำคัญ การที่เราได้อยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจ สำคัญกว่าแค่คำที่เธอจะพูดว่า รัก หรือ ไม่รัก ผมนี่มันตาแก่คิดชะมัด

ผมหันกลับไปเพื่อจะบอกเธอว่า ผมไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้นสักนิด ผมไม่ได้ต้องการให้เธอเป็นน้อง

แต่ช้าไป เธอเข้าห้องน้ำไปแล้ว ผมได้ยินเสียงฝักบัวเปิด ก็เธออาบน้ำแล้วหนิ อยู่ในชุดนอน แล้วจะอาบน้ำอีกทำไม
สักพักเธอก็ออกมา แล้วบอกผม

"เฮียจักอาบน้ำซะนะ เปิดน้ำไว้ให้แล้ว"

เธอก้มหน้าพูด น้ำเสียงเธอปลกไป เหมือน .... มันเหมือนคนคัดจมูก ผมรีบลุกตามเธอไปที่เครื่องคอม จับมือเธอก่อนที่เสียบปลั๊กคอมอีกครั้ง

"กี้ เฮียจักขอโทษ"

เธอพยักหน้าเบาๆ แกะมืออกจากผมไปเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ แล้วกดเปิดเครื่อง

ผมสังเกตว่า ตาเธอแดงก่ำ จมูกแดงด้วย ใช่เลย อาการอย่างงี้

"ร้องไห้ทำไมครับคนดี"

เธอส่ายหน้าช้า แล้วนั่งเก้าอี้ รอให้เครื่องรันเสร็จ หันหน้าไปอีกทาง

"เฮียจักขอโทษนะครับ น๊า ยกโทษให้กันนะคร้าบ เฮียจะไม่ปากหมาอีกแล้วนะคร้าบ"

เธอแอบยิ้มนิดนึง แต่ก็ทำหน้าเฉยต่อ

"นะคร้าบ หันมาคุยกันดีดีนะคร้าบ เฮียขอโทษนะ เกิดมาเฮียไม่เคยง้อผู้หญิงเลยนา อายน่า หันมาเหอะ"

ยังอีก งั้นต้องใช้ไม้นี้

"เพื่อเป็นการไถ่โทษ พรุ่งนี้เราไปเที่ยวทะเลกัน เฮียจะพาไปเล่นเครื่องร่อนด้วย ได้ไหมครับ"

ได้ผล!!!

"ไปดำน้ำแบบสน้อกเกิ้ลด้วยน๊า แล้วก็ต้องสอนกี้ขี่เจทสกีด้วย"

"ตกลงครับ"

"เย้ๆ"

ฮึฮึ ดูท่าคงลืมไปแล้วว่าเธอกำลังงอนผมอยู่ และเมื่อรู้ความจริงในใจแล้วแบบนี้ ผมจะขอฉีกสัญญาทิ้งล่ะนะ นักกี้ ฮึฮึ ทำตัวเป็นเสือจำศีลมานานแระ ฮึฮึฮึ

"กี้"

"หืม"

"นอนกัน"

"ไม่อ่ะ เฮียจักนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวปิดเครื่องแล้วตามไป"

"ไม่เอาอ่ะ นอนคนเดียวกลัวผี ปล่อยเครื่องมันไว้งี้แหละ"

ผมลุกขึ้นยืน แล้วก้มลงอุ้มเธอไปที่เตียง

"เฮีย ทำไร เดินเองได้ ปล่อยน่า จั๊กจี้"

เงียบ เฮ้ย แววตาแบบนี้นี่มัน ฮ่าๆ ตายแน่แล้วตรู

"เฮ่ยยยย ไม่เอาน๊าเฮีย ไหนบอกจะรักษาสัญญาไง"

"สัญญาไรเหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย นอนเถอะ"

ผมวางเธอลงบนเตียง แล้วเดินไปปิดไฟ

"เฮ้ย ปิดไฟทำไม กี้กลัวความมืด"

เงียบ....... แล้วที่นอนข้างตัวก็เริ่มยุบ
เธอเริ่มเขยิบตัวหนี แต่ช้าไปแล้วหนู เสือจะขย่ำเหยื่อ มีรึจะปล่อยให้หลุดมือไปด้ายยยยยยยย

.....
..
.


ผมเพิ่งรู้นะ ว่าการผิดสัญญามันดีอย่างนี้นี่เอง น่าจะทำมาตั้งนานแล้ว รู้ม่ะผมไม่รู้สึกผิดสักนิดเลย อิอิ

กับความรู้สึกที่ผมไม่ได้พบมานาน เสือผู้หญิงอย่างผมที่ไม่คิดจะได้เจอ นักกี้บริสุทธิ์ เหมือนน้ำค้างยามเช้า เธอเหมือนผ้าขาว ที่ไม่ประสีประสาอะไรเลย และความแปลกใจนั้น กลับกลายเป็นความภูมิใจ รู้สึกเป็นเจ้าของ และหวงเธอขึ้นมาทันที ผมหวงแม้กระทั่งกับตัวผมเอง เธอดูบอบบาง น่าทะนุถนอม จนผมต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

"กี้ โกรธเฮียไหม"

"คนผิดคำพูด ไม่ใช่ลูกผู้ชาย"

เสียงอู้อี้ดังลอดผ้าห่มออกมาจากอกผม

หึหึหึ ผมหัวเราะกับตัวเอง

"ปากดีแบบนี้ ต้องโดนอีกรอบ"

ผมจู่โจมเธอโดยไม่ให้ทันตั้งตัวอีกครั้ง รู้สึกเจ็บรอยหยิกที่ไหล่จากมือน้อยๆ แต่แค่นี้.....เด็กๆ ใครจะว่าปล้ำเมียตัวเองก็ยอมล่ะ .......

สวัสดีครับ ผมชื่อแจ๊คครับ ผมมีภรรยาอย่างแท้จริงมาสองเดือนแล้วครับ ชีวิตผมเหมือนเปลี่ยนจากหน้ามือกับหลังมือครับ ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของผมกับนักกี้ไม่เหมือนเดิม เธอไม่เป็นกันเองเหมือนเคย

ผมว่า เธออายผมครับ และมันทำให้ผมรู้อีกอย่างว่า จากภายนอกที่ดูซ่าส์ๆนั้นแล้ว เวลาอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบเธอจะอายมาก แต่การอายของเธอแปลกครับ เธออายแบบ ไม่สนใจคนที่เธออาย เธอไม่พูด ไม่คุยแบบกวนอีก จะเรียบร้อย จะค่ะ จะขา ซึ่งมันก็ดีน่ะนะ แต่ผมอยากได้นักกี้คนเดิมกลับมาจัง แต่สิ่งหนึ่งเปลี่ยนไปคือแววตาครับ ผมเริ่มเรียนรู้ที่อ่านสายตาของเธอออก เธอไม่พูดมากเหมือนเคย ไม่ขี้โมโห แต่ยังคงความซุ่มซ่ามและเอ๋อไว้เหมือนเดิม และผมก็ชอบให้เธอมองผมมากกว่าพูดแล้วล่ะ เพราะเหมือนเธอกำลังบอกรักผมอยู่น่ะสิ

จนวันนึง ขณะที่ผมกำลังประชุมอยู่

ปึง

เสียงเท้าถีบประตูห้องประชุมดังสนั่น ทุกคนในห้องตกใจ หันไปทางต้นเสียง

"คุณกี้คะ เข้าไม่ได้นะคะ ท่านกำลังประชุมอยู่ค่ะ คุณกี้ เอ่อ ขอประทานโทษค่ะ ดิฉันเตือนเธอแล้ว แต่"

"ไม่เป็นไร คุณมล ขอบคุณครับ ทุกคน เชิญคอฟฟี่เบรค 5 นาทีครับ"

"กี้มีอะไรรึเปล่า เฮียจักกำลังประชุมนะครับ"

กระซิกๆ อะฮื่อๆๆๆๆๆๆ เธอเริ่มร้องไห้

"เฮียจักคนบ้า ง่า บ้าที่สุดเลยอ่า ฮื่อออออ"

"กี้ เป็นไร เฮ้ย ทำหน้าบึ้ง อยู่ดีดีก็ร้องไห้ มานี่ๆ"

ผมพาเธอเข้ามาคุยในห้องทำงานส่วนตัว


"อื่ออออออออออ"

"เป็นไรครับ ฮึ บอกเฮียจักสิ ใครแกล้งไร โอ๋ๆ เงียบก่อนนา" ผมดึงเธอมาซบกับอก ลูบหัวพลางปลอบ

แล้วเธอก็ชี้มาที่ผม

"เฮ้ยกี้ เฮียไปแกล้งอะไร อ๋อ เรื่องเมื่อคืนกะตอนเช้าอ่ะเหรอ เฮียว่าไม่ได้ทำไรรุนแรงนา"

"บ้าดิ ไม่ใช่เรื่องนั้น เฒ่าลามก!!!"

เอ้า โดนเมียด่าอีก แล้วเธอก็เริ่มร้องไห้ต่อ

"เฮียจักทำให้กี้ไปปีนหน้าผา ไปล่องแก่ง ไปขึ้นภูไม่ได้อีกแล้ว ใจร้าย คนใจร้ายที่สุด บลา บลา บลาๆๆๆ...."

หลังจากที่เธอพูดๆๆๆๆๆๆๆๆ จนเหนื่อย แล้วตบท้ายด้วยการส่งหมัด ชกผมเข้าเต็มแรง แล้วหันหลังเดินออกไป ทิ้งผมไว้กับความเจ็บและงง

มารู้ก็ตอนถึงบ้านแล้ว พ่อแม่ทั้งฝ่ายผมและเธอ อยู่กันเต็มบ้าน วิ่งวุ่นกันไปหมด

"แจ๊ค เก่งมากเลยลูกแม่ ถึงจะช้าไปบ้าง แต่ในที่สุด โฮะๆ"

"พ่อแจ๊ค ขอบใจนะลูก หลานคนแรก แม่ขอผู้ชายนะลูก"

"เดี๋ยวก่อนครับ นี่มันอะไรกัน ผมงงหมดแล้ว"

และคำพูดเมื่อตอนกลางวันของนักกี้ก็วิ่งเข้าในสมองผม

"เฮ่ย"

"จริงเหรอครับ"

"จ้ะ สองเดือนแล้ว" แม่ผมตอบตาเป็นประกายใสปิ๊งเชียว

"วะฮู้ จะได้เป็นพ่อคนละโว้ยยยยยยยยยย" ผมตะโกนออกไปอย่างไม่อายทุกคน ทั้งที่ปกติผมเป็นคนเก็บอารมณ์นะ

ชีวิตผมนับว่าเริ่มเปลี่ยนแปลงนับแต่วันที่ได้เจอเธอ และจนถึงวันนี้ เจ็ดปีแล้ว ที่ผมและเธอเดินร่วมทางกันมา และมันทำให้ผมยิ่งรักเธอมากขึ้นมากขึ้น

การเดินทางของเรา มีทั้งสุขและทุกข์ เราก็ยังเป็นเพื่อน เหมือนพี่น้อง และเหมือนคู่รักที่ตามหากันมานานหลายภพ การที่เดินไปบนทางอันแสนไกล แล้วมีมือน้อยนุ่มนิ่มให้จับไว้ ช่างเป็นสิ่งที่ดี ดีมากๆ สำหรับผู้ชายคนนึง


"พ่อครับ พ่อ แย่แล้วครับ"

เสียงเจ้าลูกชายตัวยุ่ง วิ่ง หอบ เข้ามาในห้องทำงานผมที่บริษัท

"แม่หายตัวไปอีกแล้วคร้าบ"

"อ่าว ไม่อยู่บ้านย่าเหรอลูก"

เด็กชายตัวน้อยส่ายหน้า แล้วยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผม
เขียนว่า "ภูกระดึง"

ผมอ่านประโยคนั้น แล้วอมยิ้ม

"เจอรี่ คืนนี้นอนกับย่านะครับ เด็กดีอย่าดื้อล่ะ คุณมล ผมฝากส่งลูกกลับบ้านด้วย แล้วก็ยกเลิกนัดทุกอย่างของวันนี้ และอีก 2 วันด้วยนะ"

"แล้วเจ้านายจะไปไหนล่ะค่ะ"

"Honeymoon"



โดย....
เอ่ออ่ะนะคะ (นามปากกา)
๕ / ๑๑ / ๒๕๔๘
จาก ถนนนักเขียน ใน ห้องสมุด www.pantip.com

แก้ไขการสะกดคำโดย Miss Granger

แก้ไข//เห็นเว็บหลายๆ แห่งที่เข้าไปได้เริ่มมีกระแสต่อต้านการใช้ภาษาไทยแบบวิปริต เอ๊ย วิบัติแล้ว  :22: ถึงแม้จะไม่มากมายแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไีรเลยเนอะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 11:47 น.
 :32:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 12:04 น.
ข้ามไปแล้วครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 12:09 น.
สนุกดีอะเดือน  ซึ้งดี น้ำเน่าเล็กน้อย แต่พอทน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 12:24 น.
อ้างคำพูดจาก: [-[[aida]]-] เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 12:09 น.
สนุกดีอะเดือน  ซึ้งดี น้ำเน่าเล็กน้อย แต่พอทน

(+1)  :22:

มันจะเน่าก็อีตรงที่ว่า
หาผู้ชายแบบนี้ไม่ค่อยจะเจอนี่แหละ

นอกเรื่องไปถึงเรื่องนิยาย
ทำไมพระเอกนางเอกของไทยจะต้องสวยหล่อดีรวยเก่งด้วยเนอะ
เคยอ่านนิยายเรื่อง รักต้องปล้ำ เป็นนิยายที่มาจากเด็กดีแล้วเอาไปรวมเล่ม
อ่านตอนแีรกๆ ไม่เท่าไหร่ แต่อ่านไปๆ น้ำตาซึม
ที่สำคัญคือ พระเอกนางเอกหน้าตา...เหมือนคนส่วนใหญ่ในประเทศ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: magnet เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 02:28 น.
^
^
^
หนุกคะ เอามาให้อ่านใหม่นะคะ ถ้าเพิ่มจสพ. ขะให้เยอะๆเลย

----------------------------------------------------------------------------
ทำไมเวลาที่ฝนตก เรามักจะคิดถึงคนที่เรารัก

ก็เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ ท้องฟ้า แผ่นดิน และผืนน้ำ เป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสามอยู่ใกล้ชิดติดกัน

จนกระทั่งโลกได้กำเนิดพืชและสัตว์ขึ้นแผ่นดินและผืนน้ำก็มัวแต่ดูแลเอาใจใส่พืชและสัตว์ จนละเลยและไม่สนใจท้องฟ้า

ท้องฟ้าก็เริ่มรู้สึกน้อยใจ และถอยตัวห่างออกไป ห่างออกไปทุกที ทุกที

จนถึงวันที่มีนกตัวแรกออกโบยบิน แผ่นดินและผืนน้ำจึงได้รู้ว่าท้องฟ้าได้จากไปไกลแสนไกล

แผ่นดินและผืนน้ำพยายามส่งเสียงเรียกท้องฟ้า แต่ท้องฟ้าอยู่ไกลมาก เลยไม่ได้ยิน

นกตัวนั้นจึงอาสาที่จะไปบอกกับท้องฟ้า นกก็บินขึ้นสูง สูงขึ้น สูงขึ้น และส่งเสียงเรียก แต่เสียงนกนั้นเบาเกินไป ไปไม่ถึงท้องฟ้า

แต่นกก็สัญญาว่า ต่อไปนี้นกทุกตัวจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อนำข่าวจากแผ่นดินและผืนน้ำไปบอก

ผืนน้ำและแผ่นดินรู้สึกเศร้าใจที่เพื่อนได้ห่างออกไปไกล และคิดถึงเพื่อนเหลือเกิน

ผืนน้ำพยายามที่จะม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นครั้งแล้วครั้งเล่า

แผ่นดินพยายามยกตัวสูงจนตั้งตระหง่าน แต่นั่นก็ยังสูงไม่พอ ยังไม่ใกล้ท้องฟ้า

พระอาทิตย์ซึ่งเฝ้ามองดูเหตุการณ์มาโดยตลอด ก็บอกกับทั้งสองว่า "เราอาจจะช่วยพวกเจ้าได้"

พระอาทิตย์จึงอาสาช่วย โดยการส่องแสงลงมายังผืนน้ำและแผ่นดิน ทำให้ระเหยกลายเป็นไอ ลอยไปรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ ลอยขึ้นไปบอกข่าวแก่ท้องฟ้า

เล่าเรื่องราวต่าง ๆ เป็นรูปตามที่ แผ่นดินและผืนน้ำได้พบเจอมา และบอกว่าแผ่นดินและผืนน้ำคิดถึงมาก อยากให้ท้องฟ้าลงมาสนิทแนบชิดเหมือนเมื่อก่อน

ท้องฟ้าได้รับรู้เรื่องราว ก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็กลับลงไปไม่ได้ "ฉันกลับลงไปไม่ได้หรอก เพราะฉันเติบโตขึ้น และอยู่สูงเกินไป ลงไปไม่ได้แล้ว ฉันได้แผ่ขยายตัวเองจนกว้างขวาง ที่ฉันทำได้ก็เพียงแต่เฝ้ามองดูอยู่ไกลๆ และโอบกอดแผ่นดินและผืนน้ำไว้อย่างอ่อนโยนเท่านั้น

และถึงแม้จะมีนกบินมาส่งข่าว แต่ฉันก็ยังคิดถึงแผ่นดินและผืนน้ำ

และอยากจะบอกกับทั้งสองว่า ฉันเองคิดถึงเพื่อนมากมายเพียงใด

"ก้อนเมฆก็ตอบว่า"อยู่บนนี้นานๆก็เหงาเหมือนกัน บางทีก็อยากกลับลงไปข้างล่างบ้าง "

ท้องฟ้าเลยบอกว่า" ฉันก็เหงาเหมือนกัน แต่ว่าฉันกลับลงไปไม่ได้ แต่เจ้าลงไปได้นี่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งเจ้ากลับลงไป และความคิดถึงของฉันก็หนักมากพอที่จะส่งพวกเจ้าลงไปหมดทั้งท้องฟ้า"

จากนั้นก้อนเมฆทั้งหมดก็รวมตัวกัน และรวมเข้ากับความคิดถึงอันมากมายของท้องฟ้า แล้วตกลงมาเป็นหยาดฝน ส่งผ่านความรัก ความคิดถึงมายังแผ่นดินและผืนน้ำ

จึงไม่แปลก ถ้าเมื่อใดที่ฝนตก แล้วเราจะรู้สึกคิดถึงคนที่เรารักคนที่เราผูกพัน และบางครั้ง ท้องฟ้าก็ส่งความเหงาลงมาด้วย

อยากให้วันนี้เมืองไทยฝนตกจัง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 09:28 น.
 ถึงเด็กหญิงที่กล้าจับแมลงสาบ ...จากเด็กชายที่กลัวแมลงสาบ

กาลหนึ่ง ณ สถานที่ ที่มืดทึบที่สุด
ที่ว่ามืดทึบนั้น มิใช่เพราะว่าแสงแดดส่องไม่ถึง หรือไฟฟ้ายังไม่เข้า

แต่มันมืดทึบด้วยความกลัว...

เด็กชายคนหนึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านเช่าเก่า ราคาพอประมาณ
แม้ไม่สู้สุขกาย แต่ยังพอสบายใจ

เด็กชายรูปร่างใหญ่โต ลักษณะเคร่งขรึม ดูแล้วน่าหวั่นเกรงในสายตาเพื่อนๆ และคนทั่วๆไป
เขาต่อสู้ชีวิตเรื่อยมาจนเติบใหญ่
ไม่ว่ามีเหตุการณ์ใด เขาก็สามารถจัดการให้ผ่านพ้นไปได้
ง่ายบ้าง ยากบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาของโลกใบนี้

แต่คนเราใช่ว่าดูภายนอกแล้วจะรู้ได้ลึกถึงข้างใน
เพื่อนๆต่างทึกทักกันไปเองว่าเด็กชายสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่เคยหวั่งเกรงต่อสิ่งใด
หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เด็กชายกลัวนั้น กลับเป็นเรื่องปกติที่แสนธรรมดา

เด็กชายกลัวแมลงสาบ...

อาจเพราะกรรมเก่า ที่ได้ร่วมทำกันมากับเหล่าสัตว์หกขาจำพวกนี้
ทำให้วัยเด็กของเด็กชายได้ประสบเพื่อนร่วมบุญที่กลับมาทักทาย

วันนั้นเด็กชายกลับถึงบ้าน
เปิดประตูด้วยอารมณ์สดใส พร้อมกับฮัมเพลงในลำคอ
กรรมเก่าทำให้เหตุบังเอิญเกิดขึ้นจริงกับเด็กชาย
แม้จะจำไม่ได้ละเอียดนัก แต่ความรู้สึกตอนนั้นมันช่างประทับจิตประทับใจเสียเหลือเกิน

แมลงสาบไต่ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงใบหน้า...

สบู่ก้อนเล็กที่อยู่ในห้องน้ำแทบละลายหายไปจากบ้านหลังเล็ก
ไปไม่ไปเปล่า ทิ้งความกลัวให้ฝังตัวอยู่ในจิตสำนึกของเด็กชายด้วย
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา เจ้าแมลงหกขาเลยกลายเป็นสิ่งต้องห้าม...


หากแต่ความลับไม่มีในโลก
แม้เด็กชายไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง มันก็เกิดขึ้นเองอย่างช่วยไม่ได้

บ้านของเด็กชายมีแมลงสาบ...
มันมาจากไหน มาได้อย่างไร เด็กชายไม่รู้ และไม่เคยอยากรู้
เด็กชายรู้เพียงว่า เขาไม่อาจกำจัดมันออกจากสถานที่พักพิงแหล่งเดียวของเขาได้
เขายอมจำนนต่อเหตุ และร้องขอให้ผู้อื่นช่วย

เมื่อแรกเริ่มเด็กชายเพียงบอกในหมู่เพื่อนสนิท เพราะไม่ต้องการให้ความลับนั้นแพร่ขยาย
แต่เพื่อนๆของเด็กชายต่างพากันกล่าวหาว่ามันคือเรื่องตลก
และปล่อยให้เขาจัดการสิ่งนั้นด้วยตัวเองเหมือนที่ผ่านๆมา

เด็กชายเริ่มกระวนกระวาย
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เด็กชายไม่อาจรู้ได้
แต่เขาไม่เคยหยุดที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากทุกๆคน ทั้งที่รู้จัก และพึ่งเคยได้พบพาน

มันกลายเป็นเรื่องตลกของผู้คน...

เด็กชายสิ้นหวังถึงขีดสุด
เขาเหนื่อย และท้อแท้
จนในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ให้กับปัญหานี้
เขานั่งลงที่รั้วหน้าบ้าน
และเริ่มปลดปล่อยความอัดอั้นที่ตันอยู่ในใจมานานแสนนาน
ด้วยสายน้ำอุ่นๆ ที่เกิดจากต้นน้ำเล็กๆในดวงตา

ระหว่างที่เด็กชายกำลังทุกข์โศก
ผลบุญจากปางก่อนที่เคยได้ทำไว้
ทำให้เด็กหญิงคนหนึ่งผ่านมา
เธอเห็นเขา เด็กชายผู้ยอมแพ้กับปัญหา
เธอถามเขาถึงสาเหตุที่เขาร่ำไห้

เด็กชายเงยหน้าขึ้นมอง
และเริ่มระบายความทุกข์ยากของเขาให้เธอฟัง

หลังจากเล่าจบ
เด็กชายก็หยุดร้องไห้ แต่ยังคงซึมเศร้า

เด็กหญิงกลับยิ้ม
และยื่นข้อเสนอให้เด็กชาย

หากเธอกลัว และไม่อาจเผชิญปัญหาได้ ฉันจะช่วยเธอ
แต่ฉันก็มีข้อเรียกร้องเช่นกัน เด็กหญิงกล่าวพลางอมยิ้ม

เด็กชายตอบรับข้อเสนอของเด็กหญิง

ง่ายดายสุดแสน เธอเดินเข้าไปในบ้านและกลับออกมาพร้อมเพื่อนร่วมโลกหนึ่งตัว

นับจากวันนี้ ฉันจะช่วยดูแลบ้านให้เธอ พร้อมกับค่อยๆกำจัดปัญหาเล็กๆของเธอไปด้วย
แต่เมื่อถึงวันที่ปัญหาของเธอหมดไป ฉันก็คงต้องไปตามเส้นทางของฉันเช่นเดิม นี้คือข้อเสนอของเด็กหญิง

จากวันนั้นเป็นต้นมา
เด็กชายไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใดอีกแล้ว
หาใช่เพราะไม่เกิดความกลัว
หากแต่เกิดจากความกล้า ที่เด็กหญิงมอบให้

เวลาค่อยๆล่วงเลยไปอย่างช้าๆ
ปัญหาทุกอย่างของเด็กชาย ค่อยๆจางหาย
แต่ได้เติมสิ่งหนึ่งลงในใจของเด็กชาย

แล้วเด็กชายก็เกิดปัญหาขึ้นอีกครั้ง...

วันนี้เป็นวันสุดท้าย ที่เด็กหญิงจะอยู่เคียงข้างเด็กชาย
เธอกำลังทวงคำสัญญาต่อข้อเสนอของเธอจากเขา

เด็กชายไม่อาจสรรหาคำพูดใดๆมาฉุดรั้งเด็กหญิงไว้
เพราะเด็กชายยอมรับ ในการตัดสินใจของเด็กหญิง
แม้จะเจ็บจะปวดสักเท่าใด
เด็กชายก็รู้ถึงความมุ่งหมายของเด็กหญิง จึงมิอาจห้ามปราม

วินาทีสุดท้ายที่เด็กชายเห็นเด็กหญิง

เธอยิ้ม
และค่อยๆจากไปพร้อมกับสอนหลายสิ่งทิ้งไว้ให้เด็กชาย

สิ่งเหล่านั้นคืออะไร จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครล่วงรู้ นอกจากเด็กชายเอง
ความลับจึงบังเกิดขึ้นครั้งแรกในโลก

เด็กชายบอกเพียงแค่ว่า
วันที่เด็กหญิงจากไป

เขาคิดถึงเธอ

เขานึกอยากให้มีแมลงสาบอยู่ภายในบ้านของเขาตลอดกาล

แต่สิ่งที่เขาคิดคงเป็นไปไม่ได้

จนบัดนี้เด็กชายเข้าใจแล้ว
และอยากฝากผู้คนทั้งหลาย หากวันใดที่ท่านเจอเด็กหญิงผู้นั้น
ฝากบอกเธอด้วยว่าเขา

ยังคงกลัวแมลงสาบ
แต่ตอนนี้
เขากล้าจับแมลงสาบด้วยตัวเองแล้ว...

....................................................................................


อ่านเรื่องนี้แล้ว ไม่รู้คุณคิดจะคิดเหมือนผมรึปล่าว

แมลงสาบเปรียบเสมือนความรัก
ที่เด็กชายขยาดกลัว

เมื่อวันที่แมลงสาบจากไปพร้อมกับเด็กหญิง
เด็กชายจึงพึ่งรู้ตัวว่า
ได้ขาดสิ่งสำคัญในชีวิตไป


หากเด็กหญิงได้อ่านข้อความนี้
โปรดตอบกลับมาหาเด็กชาย

เพราะเขายังมีข้อความที่ค้าง และคาอยู่ในใจ
รอสารภาพต่อเด็กหญิงผู้ที่กล้าจับแมลงสาบ


ความลับนั้น จะไม่มีอยู่ในโลกใบนี้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 22:35 น.
ทำไมบอกว่าความรักเป็นแมลงสาบล่ะ เปรียบซะน่าเกลียดเชียว

เปรียบเป็นขนมหวานดีกว่า เพราะกินมากๆไปก็เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 22:46 น.
ก็บางคนเค้ากลัวความรัก  :08:
ใครจะกลัวขนมหวานเล่า  :23:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 22:50 น.
คนที่ไดเอ็ตไงกลัวขนมหวาน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 22:55 น.
จ้ะๆ  :08:



หลายเรื่องราวกับคำว่า Don't .........


Don't wait for a smile, to be nice.
อย่ารอคอยให้ได้รับรอยยิ้ม แล้วจึงทำดี

Don't wait to be loved, to love.
อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักให้ผู้อื่น

Don't wait to be lonely, to recognize the value of a friend.
อย่ารอคอยจนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว แล้วจึงเห็นคุณค่าของเพื่อน

Don't wait for the best job, to begin to work.
อย่ารอคอยให้ได้งานที่ดีที่สุด แล้วจึงเริ่มทำงาน

Don't wait to have a lot, to share a bit.
อย่ารอคอยให้มีมากๆ แล้วจึงเริ่มแบ่งปันเพียงน้อยนิด

Don't wait for the fall, to remember the advice.
อย่ารอคอยจนพบความล้มเหลว แล้วจึงจดจำคำแนะนำของผู้อื่น

Don't wait for pair, to believe in prayer.
อย่ารอคอยจนพบเนื้อคู่ แล้วจึงเชื่อในคำอธิษฐาน

Don't wait to have time, to be able to serve.
อย่ารอคอยให้มีเวลา แล้วจึงทำประโยชน์

Don't wait for anybody else pain, to ask for apologies.... neither seperation to make it up.
อย่ารอคอยให้คนอื่นเจ็บปวดเสียก่อนแล้วจึงขอโทษหรือต้องเลิกคบกันก่อน แล้วจึงหวนมาคืนดี

Don't wait.......
Because you don't know how long it will takes.

อย่ารอคอย.... เพราะคุณไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานเท่าใด
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 23:13 น.


ชอบ Don't จังเลย  :25:


ขอบคุณที่เอามาลงให้อ่านค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 02:54 น.
ยาวจริงๆ :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 04:52 น.

. . . ไ ม่ รู้ ว่ า เ ค ย อ่ า น กั น รึ ยั ง น ะ ค ะ . . .


" ไ ส้ เ ดื อ น "


ไ ส้ เ ดื อ น . . . มั น ค อ ย แ ห ง น ม อ ง ด อ ก ไ ม้ ม า น า น . . .

ใ น ใ จ คิ ด ว่ า . . . ด อ ก ไ ม้ นั้ น ช่ า ง ง ด ง า ม . . .

ด อ ก ไ ม้ . . . เ ธ อ ก็ ชื่ น ช ม ผี เ สื้ อ ที่ ม า ด อ ม ด ม ทุ ก วั น . . .

ไ ม่ เ ค ย . . . ไ ม่ เ ค ย ม อ ง ล ง พื้ น ดิ น . . .

ไ ม ่รู้ . . . ไ ม่ รู้ เ ล ย ว่ า มี ใ ค ร อี ก ค น ที่ ค อ ย . . .  รั ก . . .






ยั ง จํ า ไ ด้ ดี . . .

ต อ น ที่ ด อ ก ไ ม้ ยั ง เ ล็ ก อ ยู่ . . .

ไ ม่ มี แ ร ง . . . อ่ อ น ล้ า . . . เ จี ย น ต า ย . . .

ห น อ น . . . . . . กั ด กิ น ทั้ ง ใ บ . . .

แ ล ะ หั ว ใ จ ข อ ง เ ธ อ . . .

ไ ส้ เ ดื อ น ตั ว ห นึ่ ง . . . .

มั น ค อ ย ม า พ ร ว น ดิ น อ ยู่ เ ส ม อ . . .

ดู แ ล อ ยู่ ทุ ก วั น . . .

ด อ ก ไ ม้ . . . ไ ม่ เ ค ย รู้ . . .






เ มื่ อ ค ร า ว ที่ ห น อ น ก ลั บ ม า . . .

ก ล า ย เ ป็ น ผี เ สื้ อ ส ว ย ห รู . . . .

ดู เ ธ อ พ อ ใ จ . . . 

แ ต่ ไ ส้ เ ดื อ น เ จ็ บ ชํ้ า . . .

เ ธ อ รู้ รึ เ ป ล่ า . . . .

เ มื่ อ เ ธ อ เ หี่ ย ว เ ฉ า . . .

มั น ก็ ไ ป . . .

เ ธ อ รู้ รึ เ ป ล่ า . . .

เ มื่ อ เ ธ อ เ ฉ า ไ ป . . .

ใ ค ร กั น ที่ ห่ ว ง เ ธ อ . . . .






แ ล ะ ไ ม่ ว่ า จ ะ เ ป็ น อ ย่ า ง ไ ร . . .

จ ะ ร่ ว ง โ ร ย . . .

แ ห้ ง เ หี่ ย ว . . .

ไ ส้ เ ดื อ น ไ ม่ เ ค ย รั ง เ กี ย จ เ ธ อ . . .

ไ ส้ เ ดื อ น ตั ว นี้ . . . .

รั ก เ ธ อ . . . รั ก เ ดี ย ว . . . .

จ ะ อ ยู่ กั บ เ ธ อ . . .

จ ะ จ ม ล ง สู่ ดิ น . . ไ ป พ ร้ อ ม กั บ เ ธ อ . . .

จ น เ ป็ น ดิ น ไ ป ด้ ว ย กั น . . .






ด อ ก ไ ม้ . . .

ก ว่ า จ ะ รู้ ว่ า โ ต จ า ก ดิ น . . .

ก็ ร่ ว ง โ ร ย ไ ป . . .

อ ย่ า ง น่ า เ สี ย ด า ย . . .

ไ ส้ เ ดื อ น มี ค ว า ม สุ ข . . .

สุ ข . . . ที่ ไ ด้ รู้ จั ก . . .

. . . . . ค ว า ม รั ก . . . . .

แ ม้ จ ะ ส ม ห วั ง ห รื อ ไ ม่ . . . ก็ ต า ม . . . .

แ ต่ มั น ก็ อ ย า ก ใ ห้ คุ ณ มี ค ว า ม สุ ข . . .

แ ล ะ ค อ ย เ ตื อ น คุ ณ ว่ า . . . .

ไ ม่ ว่ า คุ ณ จ ะ เ ป็ น ใ ค ร . . .

ข อ ใ ห้ อ ย่ า ลื ม . . .

ว่ า เ ร า ม า จ า ก ไ ห น . . .

อ ย่ า ลื ม . . . . .

ว่ า ยั ง มี ใ ค ร ที่ รั ก เ ร า . . .

อ ย่ า ลื ม . . . .

ว่ า ใ ค ร กั น . . . .

ที่ ทํ า ใ ห้ คุ ณ มี วั น นี้ . . .






:16:   :05:


เ รื่ อ ง นี้ มั น ก็ น า น แ ล้ ว น ะ . .

ขุ ด ๆ ม า . . อ ย า ก อ่ า น อี ก ที . .  :05:

ถ้ า ซํ้ า ก็ ล ะ ไ ว้ ใ น ฐ า น ที่ เ ข้ า ใ จ น ะ ค ะ . .  :08:



ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 05:45 น.
ละโว้แทนได้มั้ยคะ  :02:
อ๊ะๆ ของเราก็ละโว้นี่หว่า  :38:


บทเรียนจากลิง

เรื่องมีอยู่ว่า..เขาบอกว่าให้ลองเอาลิง 5 ตัวไว้ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีกล้วยหอมใบเขื่องแขวนไว้ที่เพดานกลางห้อง
วิธีเดียวที่จะไปถึงกล้วยหอมอันยั่วยวนใจนั้นได้ก็โดยการปีนบันไดที่ตั้งไว้กลางห้อง
"แต่เมื่อใดก็ตามที่ลิงตัวใดตัวหนึ่งปีนบันไดขั้นแรก ก็จะมีท่อฉีดน้ำเย็นจัดไปทั่วห้อง"
สุดท้าย..ไม่มีลิงตัวใดอยากปีนบันไดอีก หรือแม้แต่คิดก็ยังไม่กล้า..

จากนั้น..เอาลิงตัวที่ 6 เข้าไปในห้องแทนลิงตัวหนึ่งที่หนาวสั่นจนทนไม่ไหว
วินาทีแรกที่มันเห็นกล้วยหอม มันก็รีบถลาเข้าหาบันได แต่ก็ถูกสกัดกั้นอย่างโหดร้ายบ้าเลือดจากลิงรุ่นพี่ทั้งสี่ตัว
จนลิงน้องใหม่ไม่กล้าเข้าไปใกล้บันไดอีกด้วยความงุนงงและประหลาดใจยิ่งนัก...

เอาลิงตัวที่ 7 เข้าไปแทนลิงเก่าอีกตัวหนึ่ง และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นอีก เมื่อลิงน้องใหม่สุดถลาเข้าหาบันได เพื่อจะไปเอากล้วยหอม
ก็จะถูกรุมกัดอย่างเอาเป็นเอาตายจากรุ่นพี่ทุกตัวรวมทั้งลิงตัวที่ 6 ที่เพิ่งเข้าไปอยู่ใหม่ด้วยแถมยังเกรี้ยวกราดมากกว่าตัวอื่น
ทั้งที่ตัวมันเองก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไมการปีนบันไดเป็นสิ่งต้องห้าม
และทำไมลิงชุดเก่าจึงต้องกลัวบันไดกันขนาดนั้น
แต่มันก็ยินดีผสมโรงสหบาทาไปกับเขาด้วยและรุนแรงกว่าเสียด้วย

เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นต่อไปอีกนานแสนนาน จนแม้ลิงชุดเก่าชุดแรกจะครบเกษียณอายุและถูกทดแทนด้วยลิงชุดใหม่ทั้งหมดแล้ว
แต่ลิงรุ่นหลังก็พร้อมใจกันปกป้องบันไดกายสิทธิ์กันอย่างเหนียวแน่น
(ตกลงมันจะเอากล้วยหรือเอาบันไดวะ - แต่ถึงยังไงกล้วยมันคงเน่าไม่ก็เป็นเหยื่อมดละมั้ง - - )

นี่คือที่มาของนโยบายหรือวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ที่พนักงานยึดถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดและพร้อมที่จะปกป้องอย่างรุนแรงถึงแม้จะไม่สามารถอธิบายเหตุผลหรือที่มาที่ไปของการประพฤติ (Norms) และการปฏิบัติ (Standard) ก็ตาม

วัฒนธรรมกิจการเกิดจากคนและหน่วยงานภายในกิจการนั้น คนเราจะมีข้อสมมติ (Assumption) ทัศนคติ (Atitude) ค่านิยม (Value) และความคาดหวัง (Expectation) ที่แตกต่างกัน เมื่อคนเข้าไปทำงานในหน่วยงานใด ก็จะได้รับการปลูกฝังให้ยึดถือแนวประพฤติปฏิบัติของหน่วยงาน เช่นนิสัย (Habit) หลักปฏิบัติ (Practices) และวิธีการทำงาน (Style) ที่เป็นลักษณะเฉพาะของหน่วยงาน

ในที่สุดแล้วก็จะผสมผสานกันเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่มีรากฐานมาจากการปฏิบัติในอดีต (Past Practices) ประเพณี (Tradition) กฎระเบียบทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและไม่เป็น (Rule) และจารีต (Ritual) ซึ่งรากฐานของบางตัวนั้นก็ยาวนานจนคนรุ่นหลังไม่สามารถอธิบายที่มาได้

ฝากให้คิดว่า วัฒนธรรมองค์กรที่สั่งสมกันมายาวนานนั้นบางสิ่งบางอย่างยังใช้ได้หรือไม่ อันไหนบ้างที่กีดขวางความมีประสิทธิภาพของกิจการ และสมควรได้รับการแก้ไขปรับปรุงอย่างรีบด่วนในยุคคิดใหม่ทำใหม่

มิฉะนั้นเราก็ไม่ต่างอะไรกับลิงในห้องแคบ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 05:51 น.
ใช่เลย ..

มองความจริง ... แล้วก็มองไกลๆ ..

No Rule !!
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ♥ ชายเต่า ♥ เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 09:59 น.
มีใครเคยได้รับเมล์จากเครือข่ายเกย์มั่ง
เมล์ขพาเจ้าที่ yahoo วันนึงจะมี bulk mail (เมล์ขยะ) ประมาณ 70 ฉบับ
เป็นเมล์จากเว็บเกย์ซะครึ่งนึง ที่เหลือขายของ...  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: magnet เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 16:38 น.
อ้างคำพูดจาก: เต่า เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 09:59 น.
มีใครเคยได้รับเมล์จากเครือข่ายเกย์มั่ง
เมล์ขพาเจ้าที่ yahoo วันนึงจะมี bulk mail (เมล์ขยะ) ประมาณ 70 ฉบับ
เป็นเมล์จากเว็บเกย์ซะครึ่งนึง ที่เหลือขายของ... :08:

เหมือนกัน มีแต่จะขาย ไวอกร้า ไม่ก็เพิ่มขนาด แบบว่าใหญ่แล้วไม่สนใจ
ไม่ก็หนูๆผมบลอนด์หาคู่ แอบถ่าย เบื่อมาก

อยากได้หนุ่มผมบลอนด์มากกว่า
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 10:36 น.
... จริงๆแล้วอันนี้ไม่ใช่ FW Mail ...

... มันเป็นข้อความ ... ข้อความนึงที่เคยอ่านแล้วจรรโลง(สะเทือน :05:)ใจ...

... ไม่เคยคิดว่าตัวหนังสือแค่ไม่กี่ตัว .. มันสามารถให้ชีวิตใหม่เราำได้อีกครั้งเหมือนกัน ... :16:







... ฉันถือว่ามันเปนเรื่องเศร้า ...

... ยิ่งถ้าต้องรับรู้ ว่า "เธอ" จะไม่มีวันหวนกลับคืนมา ...

... การจากกันทั้งที่ยังเป็น ... ทั้งที่ยังมีลมหายใจ ...

... มันเป็นบ่อนทำลายความรู้สึกได้มากมายยิ่งกว่าความสูญเสียใด..ใด ...

... หากใครคนนั้นเปนคนที่เราเคยรัก ...

... และยังคงรัก .. อย่างไม่มีวันที่คิดจะเปลี่ยนใจ ...

... แต่กลับไม่มีโอกาสที่จะได้รับรู้อีก ...

... ว่าเขาจะมีชีวิตเปนอยู่อย่างไร...

... ทั้ง .. ทั้ง .. ที่ต่างก็ยังอยู่ใต้ฟ้าแผ่นเดียวกัน ...

... บนแผ่นดินเดียวกัน ...

... บนโลกใบเดียวกัน ...





THANK YOU : P' CHINE  แห่งเวปนายพล   :30: :30:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ~Rain~ เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 11:41 น.
 :05:ซึ้ง จริงๆ

ชอบ บทความไส้เดือนมากๆเลย




น้องไวน์จ๊ะ โรแมนซ์ซะ :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 11:44 น.
ไส้เดือนเจอในFW.เมื่อ2ปีที่แล้ว :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 14:24 น.
อ้างคำพูดจาก: Mac!? เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 11:44 น.
ไส้เดือนเจอในFW.เมื่อ2ปีที่แล้ว :08:


:08: เผื่อมีคนยังไม่เคยอ่านไงยะ !!  :07:

เช่นพี่ฝน คนข้างบนเป็นต้น  :30:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ~Rain~ เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 15:39 น.
 :08: :08: :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 16:37 น.
ละโว้อีก 1 FW ค่ะ   :25:

:08:





William Shakespear  <---------->  วิลเลี่ยม เขย่าหอกกกกก!!!!!!
Britney Spears  <---------->  บริทนีย์ หอกกกกกก!!!!
Alec Baldwin  <---------->  อเล็ก หัวล้านชนะ
Gareth Gates  <---------->  การะเกด
Catherine Zeta-Jones  <---------->  แคทเทอรีน ซี้กะโจร
tom cruise  <---------->  ทอม เรือสำราญ
alicia silverstone  <---------->  เอลิกา ศิลาเงิน
kevin bacon  <---------->  ควั่นหมู3ชั้น
Rease Witherspoon  <---------->  รีสกับช้อนของเธอ
Neve Campbell  <---------->  เนินหิมะ ระฆังค่าย หรือ แหนม แคปแบน
Elijah Wood  <---------->  อะไรจ๊ะ หวูดดดด
Will Smith  <---------->  จะเป็นช่างทำโลหะ
Nicolas Cage  <---------->  นี่คนละ กรง
Huge Grant  <---------->  ใหญ่ สมปราถนา
Justin Timberlake  <---------->  ก็แค่ในขอนไม้ริมทะเลสาบ
Mariah Carrey  <---------->  พวงมาลัย มือถือ
will young  <---------->  จะ.. หนุ่ม
Christina Aguilera  <---------->   กฤษณา อัครลีลา
Leyton hewitt   <---------->  เลย์ตัน หิวอิฐ
naomi campbell   <---------->  น่าอมไม๊ เห็ดกระป๋อง
Silvester Starlone   <---------->  ช่างเงิน เด่นคนเดียว
Andy Gracia   <---------->  แอนดี้ ขอบคุณหลาย
Lauren Fishburn   <---------->  ลองเล่น ปลาเผา
Harry Potter   <---------->  หัวยู่ยี่ ช่างทำหม้อ
Gareth Gate   <---------->  กาเรท ประตู
Hughe Jackman   <---------->  ใหญ่ จอมขโมย
Vince Diesel   <---------->  รอก เครื่องดีเซล
George Bush   <---------->  โอ้จอร์จ ในพุ่มไม้
Rosemund Pike   <---------->  กุหลาบหอม ทวนแหลม
Adam Sander   <---------->  อาดำ ขนทราย
Matt Demon   <---------->  แหมด ปิศาจ
Tiger Woods   <---------->  เสือไม้...
Brad Pits   <---------->  แบร่ด!! ตกหลุม
Edward Furlong   <---------->   อดแว็ก.. ขนยาว
orlando bloom   <---------->  มลรัฐ ไม้กวาด
sandra bullock   <---------->  แสงดาว บุญล้อม
julia robert   <---------->  จูเลีย ระเบิด
jennifer aniston   <---------->  เจนนิเฟอร์ กาเหว่าทันสมัย
Morgan Freeman   <---------->  หม้อแกง ผู้ชายอิสระ
Tom Hank    <---------->   ทอม เมาค้าง
Arnold Schwarzsnakehead   <---------->  อนงค์์ คนเหล็กหัวงูทมิฬ
Avril Lavigne   <---------->  เมษายน ต้นองุ่น (ภาษาฝรั่งเศษน่ะ)
Puff Daddy   <---------->  ที่โบ๊ะหน้าคุณพ่อ
Madonna   <---------->  มะดันเน่า
Mariah Carey   <---------->  มาลัย ขายเร่ี่
Jamiroquai   <---------->  จะไม่หลอกควาย
Celine Dion   <---------->  สลิ่มเดี๊ยน... ( ของเดี๊ยน ห้ามกิน )
Vanessa Calton   <---------->  ว๊า.. เหน็บชา ขาตัน
Whitney Houston   <---------->  หวิดหนี หูตัน
Toni Braxton   <---------->  โถ..นี่... แบกตัน
Jessica Simpson   <---------->   7 สีกา ลูกคนโง่
tobey macguire   <---------->   ธรณี แมกไม้ไหว
Martin Lawrence   <---------->   มา(เอา)ตีน .. ล้อเล่น
Aaliyah   <---------->   อะไรอ๊า ?
Toya   <---------->    โถ .. ย่า
Ja Rule   <---------->   จรูญ
Sean claude van dame   <---------->   ช่อง คลอด รถตู้ คุณหญิง 
hugh jacman   <---------->   หิว... แจกมัน
charlize theron   <---------->  ชวลิต บนนั้น

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 17:06 น.
ล.ว.
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 17:47 น.
จำไม่ได้ว่าเคยอ่านหรือยังครัับ ตลกดีครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 21:46 น.
ละโว้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 23:47 น.
 {หมีโหด}


แด่คนที่เห็นแฟนดีกว่าพ่อ แม่  ....หลังวาเลนไทน์
>>>> >>>
>>>> >>>วันที่ 14 กุมภา ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป กุหลาบ
>>>>ช็อคโกแลต
>>>> >>>คำบอกรัก
>>>>สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผมเพื่อให้คนคนหนึ่งทุก ๆ
>>>> >>>ปีในวันนี้
>>>> >>>
>>>> >>>ก่อนวันที่ 14 กุมภา
>>>> >>>
>>>> >>>ผมเดินออกจากบ้าน
>>>>ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม
>>>> >>>เธอเป็นหญิงสวยมาก
เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา
>>>> >>>
>>>> >>>ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม
>>>> >>>ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ
>>>> >>>
>>>> >>>หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานานทีเดียว
>>>> >>>ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น
>>>> >>>
>>>> >>>ผมเห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด "พ่อ
>>>>ทำอะไรหนะ"
>>>>
>>>> >>>ผมโพล่งถามด้วยความโมโห
>>>> >>>
>>>> >>>พ่อหน้าซีดทันที " ไอ้เหมียวหนะ มันโดนกัด
>>>>พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด"
>>>> >>>"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน ไ
>>>> >>>
>>>>
>>>พ่อเงียบ ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา
>>>> >>>ความโมโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ
>>>> >>>
>>>> >>>พ่อเบือนหน้า "พ่อขอโทษ มานี่....." พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า
>>>> >>>"พ่อจะเอาไปซักให้เอง"
>>>> >>>
>>>> >>>ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร ไม่ยอมลงจากบ้าน
>>>> >>>เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้า ใคร หมกตัวอยู่กับห้อง
>>>> >>>มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม
>>>> >>>
>>>> >>>ยามเมือ่ผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา
>>>> >>>ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป
>>>> >>>
>>>> >>>14 กุมภาพันธ์
ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ
>>>>
>>>> >>>ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ผมยอมออกมาจากห้อง
>>>> >>>
>>>> >>>ผมไม่เห็นพ่อ เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า
>>>> >>>กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน ข้างๆ มีกองเลือดอยู่
>>>> >>>และที่ราวตากผ้ามี ผ้าเช็ดหน้าของผม ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด
>>>> >>>ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่
>>>> >>>
>>>> >>>พ่อ ผมอยากขอโทษครับ
>>>> >>>
>>>> >>>หันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล
>>>>วิ่งมากอดผม "
>>>> >>>พ่อเสียแล้วนะ "
>>>> >>>
>>>> >>>
>>>>
>>>ผมอึ้ง
>>>> >>>
>>>> >>>แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า
>>>> >>>พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ
>>>> >>>รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจาม ออกมา พ่อมองไม่เห็น
>>>> >>>"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "
>>>> >>>"ทำไมล่ะครับ" "พ่อกลัวเราจะเสียใจ
>>>>แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"
>>>> >>>
>>>> >>>ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง "พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้
>>>> >>>อย่าเพิ่งบอกลูก ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน
>>>>พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์
>>>> >>>พลาด โอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว
>>>> >>>พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก
>>>>
>>>แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำ ดีที่สุดแล้ว"
>>>> >>>
>>>> >>>
>>>> >>>ผมกอดแม่ ร้องไห้
>>>>วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป
>>>> >>>
>>>> >>>พ่อครับ ผมขอโทษ.......
>>>> >>
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 04 เม.ย. 2006, 09:29 น.
ล.ว.
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 05 เม.ย. 2006, 11:38 น.
ทำไมรู้สึกว่า มันสุดยอดของความละโว้เลย- -"
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 05 เม.ย. 2006, 12:00 น.
ทำไมผมเพิ่งเคยอ่าน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 05 เม.ย. 2006, 12:02 น.
แปลว่าคุณกำลังอยู่ในยุคที่ลพบุรียังเรียกว่าละโว้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 22:03 น.
อาชีพของในหลวง


จากหนังสือ "หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท" ของ ดร.สุเมธ
ตันติเวชกุล

ตอนหนึ่งที่พระองค์ท่านรับสั่งให้ผมไปจดมูลนิธิชัยพัฒนา ผมไปที่ กทม.
(ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร) เอง เราไม่อยากใช้อภิสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น
เพราะยิ่งอยู่ใกล้เจ้านายยิ่งต้องทำต้วให้ธรรมดาตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
ก็ไปแจ้งเหมือนบุคคลธรรมดาทั่วไป ก็มีเจ้าหน้าที่ของ กทม.
เขามาสอบสวน ถามบอกทำไมนายกฯ ไม่มาเอง ผมก็บอกนายกฯ
งานเยอะมาไม่ได้เลยมอบฉันทะมา บ้านอยู่อำเภออะไร บอกอยู่อำเภอดุสิต
บ้านเลขที่เท่าไหร่ ไม่รู้ เขาก็ เอ อะไรบ้านไม่มีหลักแหล่ง
แล้วมาตั้งมูลนิธิได้อย่างไร สอบสวนไล่ผมต่อ ไล่ไปเรื่อย
ทำอาชีพอะไรบอกไม่รู้จริง ๆ ว่าอาชีพอะไร
แต่เห็นทำหลายอย่างก็ตอบไปอย่างนั้น เจ้าหน้าที่เขาบอก
อะไรบ้านก็ไม่มีเป็นหลักแหล่ง อาชีพก็ไม่มี
แล้วตาก็เหลือบไปเรื่อยจนกระทั่งไปเห็นชื่อผู้ยื่นจริง ๆ
และผมเป็นแค่ตัวแทนเท่านั้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมอบอำนาจมา
อุ๊ย อย่าให้ท่านมานะ มายุ่งตายเลย ขออย่ามาเลย จัดการให้เสร็จ
ค่าจดทะเบียนสามสิบบาท ขอบริจาคเป็นคนแรกได้ไหม

แล้วตกลงวันนั้นฟรี สามสิบบาทแกควักออกมาด้วยความตกอกตกใจมากเลย
ก็กลับมากราบบังคมทูล นี่พอเขาถามว่าอาชีพอะไร
ข้าพระพุทธเจ้าตอบไม่ได้

พระองค์ท่านตอบว่า คราวหลังถ้าเขาถามว่าฉันทำอาชีพอะไร ให้ตอบว่า
"ทำราชการ" ผมเล่าตรงนี้เพื่อมาสู่พวกเรา ขณะที่พระองค์ท่านทำราชการ
พวกเรานี่ทำอะไร "รับราชการ" ใช่หรือเปล่า
รับจากพระองค์มาเพื่อทำต่อ

พระองค์ท่านรักประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน คนที่รับราชการ
ถือว่ารับงานของราชะมาทำต่อ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือต้องรักประชาชน
ทำงานเพื่อประชาชน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 22:16 น.
 :25: :25: :25: :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 22:19 น.
ทำหน้า เสน่หา พี่เฟิร์นเหรอจ๊ะ   :43:  :21:  :19:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 22:19 น.
อ่านแล้วไม่อยากให้เวลามันหมุนไปเลยครับ

อยากให้ท่านอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของเรา ไปให้ถึงชั่วรุ่นลูกรุ่นหลาน

ขอจงทรงพระเจริญหมื่น ๆ ปี
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 22:23 น.
ใช่ อยากให้ท่านอยู่เ้ป็นหมื่นๆปีจริงๆ



//ยังไม่ได้ไปเขียนถวายพระพรที่ธนาคารเลย

ว่าจะไป ไม่ได้ไปสักที
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: n๊ooก~* เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 22:41 น.
คณิตศาสตร์เหลือเชื่อ  :45:


1) คีย์ ตัวเลข 3 ตัว แรกของเบอร์มือถือคุณในเครื่องคิดเลข (เฉพาะเบอร์ โทรไม่รวมรหัสนำ 01,06,09)

2) คูณ ด้วย 80

3) บวก 1

4) คูณ ด้วย 250

5) บวก ด้วย ตัวเลข 4 ตัวที่เหลือของเบอร์มือถือ

6) บวก ด้วย ตัวเลข 4 ตัวที่เหลือของเบอร์มือถืออีก ครั้ง

7) ลบ 250

8) สุดท้าย หารด้วย 2


****ใช่เบอร์มือถือของคุณรึเปล่าเอ่ย ?*****



+++++++++++++++
+++++++++++++
+++++++++++
+++++++++
+++++++
+++++
+++
+

สูตร

เลขอะไรก็ได้ 7 ตัว AAABBBB

ให้ AAA = a, BBBB = b

a x 80 = 80a
80a + 1
(80a + 1) x 250 = 20000a + 250 (คูณกระจาย)
20000a + 250 + b
20000a + 250 + b + b = 20000a + 250 + 2b
20000a + 250 + 2b - 250 = 20000a + 2b
(20000a + 2b) = 2(10000a + b ) (แยกตัวประกอบ)
2(10000a + b ) หาร 2 = 10000a + b
----------
10000a คือ AAA0000 (มองเป็นตัวเลขอะไรก็ได้ด้านต้น) + b (BBBB) ก็จะได้ เป็น AAABBBB


คณิตศาสตร์เป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์มากกก  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 23:02 น.
ละ . . .  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 23:08 น.
 :33:


(http://img.f0nt.com/image/2651.jpeg)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 23:08 น.
โว้ . . .  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 23:09 น.
อันไหนยะ  :07:

เบอร์โทรใช่เปล่า   :02:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 23:23 น.
ทั้งสองอัน  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 23:31 น.
ใช่ซี๊  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 08 เม.ย. 2006, 00:00 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 07 เม.ย. 2006, 22:03 น.
อาชีพของในหลวง


จากหนังสือ "หลักธรรม หลักทำ ตามรอยพระยุคลบาท" ของ ดร.สุเมธ
ตันติเวชกุล

ตอนหนึ่งที่พระองค์ท่านรับสั่งให้ผมไปจดมูลนิธิชัยพัฒนา ผมไปที่ กทม.
(ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร) เอง เราไม่อยากใช้อภิสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น
เพราะยิ่งอยู่ใกล้เจ้านายยิ่งต้องทำต้วให้ธรรมดาตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
ก็ไปแจ้งเหมือนบุคคลธรรมดาทั่วไป ก็มีเจ้าหน้าที่ของ กทม.
เขามาสอบสวน ถามบอกทำไมนายกฯ ไม่มาเอง ผมก็บอกนายกฯ
งานเยอะมาไม่ได้เลยมอบฉันทะมา บ้านอยู่อำเภออะไร บอกอยู่อำเภอดุสิต
บ้านเลขที่เท่าไหร่ ไม่รู้ เขาก็ เอ อะไรบ้านไม่มีหลักแหล่ง
แล้วมาตั้งมูลนิธิได้อย่างไร สอบสวนไล่ผมต่อ ไล่ไปเรื่อย
ทำอาชีพอะไรบอกไม่รู้จริง ๆ ว่าอาชีพอะไร
แต่เห็นทำหลายอย่างก็ตอบไปอย่างนั้น เจ้าหน้าที่เขาบอก
อะไรบ้านก็ไม่มีเป็นหลักแหล่ง อาชีพก็ไม่มี
แล้วตาก็เหลือบไปเรื่อยจนกระทั่งไปเห็นชื่อผู้ยื่นจริง ๆ
และผมเป็นแค่ตัวแทนเท่านั้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมอบอำนาจมา
อุ๊ย อย่าให้ท่านมานะ มายุ่งตายเลย ขออย่ามาเลย จัดการให้เสร็จ
ค่าจดทะเบียนสามสิบบาท ขอบริจาคเป็นคนแรกได้ไหม

แล้วตกลงวันนั้นฟรี สามสิบบาทแกควักออกมาด้วยความตกอกตกใจมากเลย
ก็กลับมากราบบังคมทูล นี่พอเขาถามว่าอาชีพอะไร
ข้าพระพุทธเจ้าตอบไม่ได้

พระองค์ท่านตอบว่า คราวหลังถ้าเขาถามว่าฉันทำอาชีพอะไร ให้ตอบว่า
"ทำราชการ" ผมเล่าตรงนี้เพื่อมาสู่พวกเรา ขณะที่พระองค์ท่านทำราชการ
พวกเรานี่ทำอะไร "รับราชการ" ใช่หรือเปล่า
รับจากพระองค์มาเพื่อทำต่อ

พระองค์ท่านรักประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน คนที่รับราชการ
ถือว่ารับงานของราชะมาทำต่อ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือต้องรักประชาชน
ทำงานเพื่อประชาชน

นี่แหละ FWD: งามๆ ของจริง (+2)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 08 เม.ย. 2006, 00:17 น.
+ เฟิร์นอีกรอบ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 08 เม.ย. 2006, 00:24 น.
อีกรอบ :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 08 เม.ย. 2006, 01:07 น.
 :19:

ขอบคุณนะจ๊ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 08 เม.ย. 2006, 01:32 น.
ก่อนนอนอีกที
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 เม.ย. 2006, 11:49 น.
เคยอ่านแล้วแต่เข้ามาชื่นชมครับ
รู้สึกว่าเป็นพระราชดำรัสที่เท่มากๆ เลย





ไปงานสัปดาห์หนังสือ เขามีใบโพธิ์สีทองให้เขียนข้อความถวายพระพรด้วยครับ
เขียนเสร็จแล้วก็เอาไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ที่เขาจัดให้


(http://img.f0nt.com/image/2683.jpeg)
ของผมคืออันที่วาดต้นไม้ครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ♥ ชายเต่า ♥ เมื่อ 08 เม.ย. 2006, 16:27 น.
ชอบคนแจกใบโพธิ์ (เสื้อชมพูผมหยัก)
น่ารัก  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 09 เม.ย. 2006, 23:19 น.
ฝากถึงคุณผู้หญิงทั้งหลาย ไม่ว่าคุณจะมีใครแล้วหรือไม่

อย่าได้ทำแบบนี้กับผู้ชายที่เราไม่ได้คิดอะไรด้วย ไม่ว่าจะเป็น...


- โทรหาเวลาดึกๆ เพราะเวลานี้มีไว้ให้คนพิเศษเท่านั้น

ดังนั้นขอร้องคุณ อย่าโทรมาบ่อยๆ ครั้งละนาน ๆ

เพราะไม่งั้นผมจะพาลคิดเข้าข้างตัวเองไปใหญ่


- อย่าโทรหาเพื่อร้องเพลงให้ฟัง และให้เราช่วยร้องด้วย

ถ้าผมถามว่าโทรไปร้องเพลงให้คนอื่นฟังบ่อยเหรอ อย่าตอบว่า . . .

"เปล่า เราโทรมาร้องให้เธอฟังคนเดียว"


- อย่าเล่าเรื่องราวครั้งก่อนกับแฟนคนเก่า และอย่าพูดว่าตัวเองเหงา

อยากมีใครสักคนให้ได้ยิน เพราะผมอาจจะอยากเป็นคนๆ นั้น


- อย่าบอกว่าชอบทำขนม และเมื่อผมขอให้ทำให้ทานบ้างก็อย่าตอบว่า "ได้"

เพราะสำหรับผมการมีใครสักคนทำขนมให้ทานมันไม่ได้แปลว่าเพื่อนธรรมดาๆ สักคนแล้ว


- อย่าร้องไห้ให้ฟัง หรืออย่างน้อยก็อย่าทำเสียงให้ผมเข้าใจว่า . . .

คุณกำลังร้องไห้เสียใจอยู่ เพราะไม่งั้นผมจะอ่อนแอ

และผมก็อยากจะช่วยคนที่กำลังอ่อนแอ แต่เวลานั้น

ผมไม่มีอะไรป้องกันตัวเลย ถ้าคุณกำลังจะทำร้ายผม


- อย่าคุยโทรศัพท์กับผมถึงเช้า

ก่อนจะบอกอรุณสวัสดิ์พร้อมกับราตรีสวัสดิ์

เพราะไม่งั้นก่อนนอนผมจะคิดถึง และในฝันก็คงมีแต่ภาพคุณ


- อย่าพูดว่าอยากเจอ หรือถามว่าว่างวันไหน

เพราะทุกครั้งที่คุณบอกว่าอยากเห็นหน้า

ผมเอง... อยากจะพูดอย่างนั้นตั้งแต่เริ่มโทรศัพท์หาแล้ว


- อย่าโทรหาผมตั้งแต่ผมยังไม่ตื่นนอน

เพราะคุยกับคุณถึงเช้าเพื่อบอกว่าวันนี้เราเจอกันนะ

ถ้าผมบอกว่ายังหลับอยู่เลย อย่าบอกผมว่าคุณจะรอที่นั่น...

คุณอยากจะไปไหนก็ไปตามใจคุณดีกว่า หากคุณรอ...

คุณก็กำลังจะได้ใจผมไปทั้งหมดใจแล้วนะ...


- อย่าเดินเข้ามาใกล้ผม อย่าแตะมือ และอย่าคล้องแขน

มันไม่ได้น้ำเน่าขนาดที่ว่าผมได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้น

แต่ผมจะได้ยินเสียงหัวใจผมเต้นมากกว่าคุณต่างหาก


- ก่อนจะแยกกัน อย่าชวนผมไปหาอะไรทาน อย่าชวนผมไปเดินดูของ

อย่าแม้แต่จะให้ผมไปส่งให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะผมอาจจะหาทางกลับมาคนเดียวไม่ได้อีกแล้ว


เหตุผลนะเหรอ . . . ก็เพราะผมกลัวรักคุณจนถอนตัวไม่ขึ้นนะสิครับ!

credit : มากับ fwd แล้วไม่ได้ลงไว้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 09 เม.ย. 2006, 23:21 น.
ต้นฉบับจากลุมพินี พันทิปครับ
จำชื่อผู้เขียนไม่ได้เหมือนกัน

:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: L เมื่อ 09 เม.ย. 2006, 23:34 น.
อ้างคำพูดจาก: juafern เมื่อ 09 เม.ย. 2006, 23:19 น.
ฝากถึงคุณผู้หญิงทั้งหลาย ไม่ว่าคุณจะมีใครแล้วหรือไม่

อย่าได้ทำแบบนี้กับผู้ชายที่เราไม่ได้คิดอะไรด้วย ไม่ว่าจะเป็น...


- โทรหาเวลาดึกๆ เพราะเวลานี้มีไว้ให้คนพิเศษเท่านั้น

ดังนั้นขอร้องคุณ อย่าโทรมาบ่อยๆ ครั้งละนาน ๆ

เพราะไม่งั้นผมจะพาลคิดเข้าข้างตัวเองไปใหญ่


- อย่าโทรหาเพื่อร้องเพลงให้ฟัง และให้เราช่วยร้องด้วย

ถ้าผมถามว่าโทรไปร้องเพลงให้คนอื่นฟังบ่อยเหรอ อย่าตอบว่า . . .

"เปล่า เราโทรมาร้องให้เธอฟังคนเดียว"


- อย่าเล่าเรื่องราวครั้งก่อนกับแฟนคนเก่า และอย่าพูดว่าตัวเองเหงา

อยากมีใครสักคนให้ได้ยิน เพราะผมอาจจะอยากเป็นคนๆ นั้น


- อย่าบอกว่าชอบทำขนม และเมื่อผมขอให้ทำให้ทานบ้างก็อย่าตอบว่า "ได้"

เพราะสำหรับผมการมีใครสักคนทำขนมให้ทานมันไม่ได้แปลว่าเพื่อนธรรมดาๆ สักคนแล้ว


- อย่าร้องไห้ให้ฟัง หรืออย่างน้อยก็อย่าทำเสียงให้ผมเข้าใจว่า . . .

คุณกำลังร้องไห้เสียใจอยู่ เพราะไม่งั้นผมจะอ่อนแอ

และผมก็อยากจะช่วยคนที่กำลังอ่อนแอ แต่เวลานั้น

ผมไม่มีอะไรป้องกันตัวเลย ถ้าคุณกำลังจะทำร้ายผม


- อย่าคุยโทรศัพท์กับผมถึงเช้า

ก่อนจะบอกอรุณสวัสดิ์พร้อมกับราตรีสวัสดิ์

เพราะไม่งั้นก่อนนอนผมจะคิดถึง และในฝันก็คงมีแต่ภาพคุณ


- อย่าพูดว่าอยากเจอ หรือถามว่าว่างวันไหน

เพราะทุกครั้งที่คุณบอกว่าอยากเห็นหน้า

ผมเอง... อยากจะพูดอย่างนั้นตั้งแต่เริ่มโทรศัพท์หาแล้ว


- อย่าโทรหาผมตั้งแต่ผมยังไม่ตื่นนอน

เพราะคุยกับคุณถึงเช้าเพื่อบอกว่าวันนี้เราเจอกันนะ

ถ้าผมบอกว่ายังหลับอยู่เลย อย่าบอกผมว่าคุณจะรอที่นั่น...

คุณอยากจะไปไหนก็ไปตามใจคุณดีกว่า หากคุณรอ...

คุณก็กำลังจะได้ใจผมไปทั้งหมดใจแล้วนะ...


- อย่าเดินเข้ามาใกล้ผม อย่าแตะมือ และอย่าคล้องแขน

มันไม่ได้น้ำเน่าขนาดที่ว่าผมได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้น

แต่ผมจะได้ยินเสียงหัวใจผมเต้นมากกว่าคุณต่างหาก


- ก่อนจะแยกกัน อย่าชวนผมไปหาอะไรทาน อย่าชวนผมไปเดินดูของ

อย่าแม้แต่จะให้ผมไปส่งให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะผมอาจจะหาทางกลับมาคนเดียวไม่ได้อีกแล้ว


เหตุผลนะเหรอ . . . ก็เพราะผมกลัวรักคุณจนถอนตัวไม่ขึ้นนะสิครับ!

credit : มากับ fwd แล้วไม่ได้ลงไว้

ยังใช้จีบได้อีก สองสามปีเลยนะนี่  :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 10 เม.ย. 2006, 01:47 น.


งั้นจะลองทำดู ขอบคุณที่แนะนำค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: L เมื่อ 10 เม.ย. 2006, 02:11 น.
 :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 11 เม.ย. 2006, 20:29 น.
 {หมีโหด}



เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล...



"ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อย..ได้มั๊ยคะ"
คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น..



เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ .อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก..
เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ .



กรี๊ดดดด.....เธอกรีดร้อง
หมอต้องอุ้มเด็ก..ออกไปอย่างรวดเร็ว



**เด็กทารกที่เกิดมา...ไม่มีใบหู**



และแล้ว....กาลเวลาพิสูจน์ว่า.... การได้ยินของเจ้าหนู..ไม่มีปัญหา



ปัญหา..มีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก คือ....ใบหูที่หายไป



หลายครั้ง..ที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่



เธอรู้ว่า..หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน...
เจ้าหนูพูดโพล่งออกมา..อย่างน่าเศร้า
"พวกเด็กตัวโต ..พวกมันล้อผมว่า
..
--ไอ้ตัวประหลาด--"



จนกระทั่ง... เจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา.. เป็นที่รักของเพื่อน ๆ..
เค้ามีพรสวรรค์ ในด้านอักษรศาสตร์.. วรรณคดี..และดนตรี..
เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น
...



แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น... ทำให้เค้า..ไม่อยากเจอใคร



"ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก" แม่กล่าว..ด้วยความสงสารลูก



พ่อของเด็กชาย.. ปรึกษากับหมอประจำครอบครัว
และได้รับข่าวดีจากหมอว่า...
"ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค..แต่ใครล่ะ..
จะเสียสละใบหู..เพื่อเด็กน้อยคนนี้" คุณหมอกล่าว



จนกระทั่ง ..2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย..
"ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่..หาคนบริจาคใบหู



ที่ลูกต้องการได้แล้ว...
แต่นี่เป็นความลับ"




การผ่าตัด..สำเร็จด้วยดี และแล้ว...คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น..



....เค้ากลายเป็น..ผู้มีพรสวรรค์...
เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน...ในวิทยาลัย
จนเป็นที่กล่าวขานกัน..รุ่นต่อรุ่น



ต่อมาได้แต่งงาน... และทำงาน.. เป็นข้าราชการในสถานทูต



วันหนึ่ง.. ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า.



"พ่อครับ.. ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา ใครช่างให้ผมได้มากมาย..
แต่ผมไม่เคยทำอะไร.. เพื่อเค้าได้เลยสักนิด"



"พ่อไม่เชื่อว่า.. ลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก.
เรื่องนี้..เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว"
พ่อตอบ..



หลายปีผ่านไป....
มันยังคงเป็นความลับ



และแล้ว..วันนึง..วันที่มืดมิดที่สุด.. ผ่านเข้ามา..ในชีวิตของลูกชาย




แม่เค้าได้เสียชีวิตลง.



เค้ายืนข้าง ๆ พ่อ... ใกล้หีบศพของแม่



พ่อเรียกเค้า..
"มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ ๆ นี่"
พ่อลูบผมแม่อย่างช้า ๆ..และนุ่มนวล



ผมสีน้ำตาลแดง..ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า..
ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ



...และแล้ว.. สิ่งที่ทำให้ลูกชาย..ถึงกับต้องตะลึง..
...ใบหูของแม่...หายไป!..



แม่ไม่มีใบหู...
"นี่เป็นคำตอบ.. ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต"..
พ่อกระซิบผ่านลูกชาย



"แม่บอกพ่อว่า..เธอดีใจ.. ที่ได้ทำอย่างนี้..ตั้งแต่วันผ่าตัด..



แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย..
ไม่มีใคร..มองเห็นว่า.. เธอไม่สวยจริงมั๊ย?
- - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - -



จงจำไว้..



~สิ่งมีค่า..ที่แท้จริง~
ไม่ได้อยู่ที่..การมองเห็น.. หากแต่อยู่ที่..
~สิ่งที่เรา..มองไม่เห็น~
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



~ความรัก..ที่แท้จริง~



ไม่ได้อยู่ที่.. เราได้ทำอะไร.. แล้วมีคน..รับรู้..



หากแต่อยู่ที่.. สิ่งที่เรา..กระทำ..แล้วไม่มีใคร..รับรู้ ..
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



~ความรัก~



บางครั้ง.. ไม่จำเป็น.. ต้องพูดพร่ำเพรื่อ..



หากแต่อยู่ที่....การกระทำ. ซึ่งเรา..อาจรับรู้..



เพียงแค่..ฝ่ายเดียว..



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




อ่านจบแล้ว..ใช้สมอง..ตรึกตรองสักนิด..



ถ้าพรุ่งนี้..เราตายไป..



บริษัท..
สามารถหาคนมาแทนเราได้
ภายในไม่กี่วัน..



แต่ครอบครัวเรา..
ต้องสูญเสีย..
และคิดถึงเรา..ไปตลอด



เราได้ใช้ชีวิต..กับการทำงาน
มากกว่าครอบครัว..หรือเปล่า?



ถ้ามากกว่า...
ก็เป็นการลงทุน..
ที่ไม่ฉลาดเลยจริง ๆ..



[ ส่งต่อเรื่องดีๆมาจาก.. คุณอรพรรณ ศรีวิชัย นักศึกษาปริญญาเอก



มหาวิทยาลัยมหิดล]
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 11 เม.ย. 2006, 21:36 น.
ละโว้ครับ

แต่... อ่านกี่ทีก็ซึ้ง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 11 เม.ย. 2006, 21:37 น.
 :22:

อ้าวนี่ไม่ใช่กระจู๋ Re: FWD: ละโว้ แบ่งกันอ่าน เหรอ  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 11 เม.ย. 2006, 22:03 น.
 :05: :05: :05: :05:

:45: :45:ขอบคุณค่า แต่ละโว้จริงๆนะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 11 เม.ย. 2006, 22:24 น.
(http://img.f0nt.com/image/3063.jpeg)

      ห้องทรงงานนี้ อยู่ใกล้ห้องพระบรรทมบนชั้น ๓ ของพระตำหนักเป็นห้องเล็กๆ ขนาด๓ x ๔ เมตร

ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรสาร โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เทเล็กซ์ เครื่องบันทึกเสียง

เครื่องพยากรณ์อากาศ และอื่นๆอย่างครบวงจร

ผนังห้องโดยรอบเป็นแผนที่ทางอากาศแสดงถึงพื้นที่หมู่บ้านแม่น้ำ ภูเขาและป่าอย่างละเอียด

ห้องทรงงานของในหลวงในความคิดของคนทั่วไป อาจจะมีโต๊ะพระอักษร พระเก้าอี้ที่โก้เก๋

แต่แท้จริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่  พระเก้าอี้นั้นมี แต่พระองค์มิได้ประทับเวลาทรงงาน

จะประทับบนพื้นเพราะทรงวางสิ่งของต่างๆได้สะดวก และเวลาทรงหาข้อมูลหรือรับสั่งกับผู้เฝ้าถวายงาน

จะทรงถนัดกว่าประทับอยู่บนพระเก้าอี้

บางเวลาทรงใช้ห้องนี้เป็นที่ทรงสมาธิด้วย แถมมีพระที่นั่งเล็กๆกว้างสัก ๒ ศอก ยาว ๒ ศอก

หนาประมาณ ๒ เซนติเมตร สำหรับทรงเอนในบางครั้ง

ห้องนี้ถือเป็นห้องทรงพระสำราญ ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปได้

นอกจากจะต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

ข้างๆ ห้องจะเป็นเฉลียงเล็กๆ กว้างสัก ๓ วา ยาว ๔ วา ที่เฉลียงนี้ทรงปลูกไม้เพาะทดลองไว้หลายพันธุ์

คราวหนึ่งทรงปลูกถั่ว พระองค์เฝ้ามองการเจริญเติบโต พอถั่วออกผลก็จะทรงเก็บเมล็ดถั่วให้นกกินด้วย

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 11 เม.ย. 2006, 22:27 น.
อยากหาห้อง หน้าเหลี่ยมมาเปรียบเทียบจัง :08:

ขอบคุณค่า รักในหลวง  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: L เมื่อ 15 เม.ย. 2006, 03:02 น.
ชอบครับเฟิร์น  :12:



ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 15 เม.ย. 2006, 04:26 น.
ใช่เลย .. เฟิร์นพูดถูดใจมากมาย ..

เอาห้องหน้าแหลมด้วย .. แหลม - เหลี่ยม ..

ตูจินตนาการได้ว่าห้องมันอาจจะออกมาเป็นวงกลม ..

:30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 15 เม.ย. 2006, 05:06 น.
+1พี่เฟิร์น
ขอบคุณค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 15 เม.ย. 2006, 17:27 น.
FWD: ไม่งามเท่าไหร่ แบ่งกันอ่าน :44:


พอดีว่าไปเจอข้อความบนเว็บบอร์ดๆหนึ่ง       
เค้าบอกว่าเค้าแปลเรื่องนี้มาจากหนังสือของชาวต่างชาติ ลองอ่านดูนะ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก     
พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆ
   
พระองค์เริ่มต้นด้วยการ
สร้างมหาสมุทร ทั้ง7 โดยการวางของวิเศษของพระเจ้า
พระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดี คู่กันไป
เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใดสมบูรณ์ไปกว่าประเทศ อื่นๆ

ทรงเอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา
แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย

เอาป่าอเมซอนวางไว้ให้บราซิล
ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย

เอาขั้วแม่เหล็กโลกวางไว้ให้แคนาดา
แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้

เอาเทือกเขาหิมาลัให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก
แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศและความแห้งแล้งไว้ให้

ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ทั้งหมด
จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน       
คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศรูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน
ทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป
แต่ด้วยความที่เขาสูงมาก

เกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด
ข้าวของที่ดีๆที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ
เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์
ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหารอร่อยที่สุดในโลก
ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมด

ว้า แย่แล้ว พระเจ้า ทรงคิด ประเทศนี้
ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆทั้งหมดแน่นอน
พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว
     
พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหว ให้ญี่ปุ่นไปแล้ว
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆ
จะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม
จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอที่จะทำให้ประเทศไทยไม่
เจริญกว่า ประเทศอื่นๆได้ เมื่อทรงคิดได้
เพื่อเป็นการป้องกันประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้
ไม่ให้ล้ำไปกว่าที่อื่นๆ พระองค์ก็เลยสร้างคนไทยขึ้นมา
     
ถ้ามีคนไทยอยู่ล่ะก็ ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหนไทยก็ไม่มีวันเจริญ
:38: :38: :38: :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: n๊ooก~* เมื่อ 15 เม.ย. 2006, 17:32 น.

เออ พี่โต ไม่อยากบอกเลยว่ามัน ละโว้แล้ว

มีใครเอามาให้อ่านเร็วๆนี้แหละ

:30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: L เมื่อ 15 เม.ย. 2006, 17:34 น.
คนอ่านก็คนไทย
คนเขียยนแม่งก็คนไทย

เฮ้ย :07:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 15 เม.ย. 2006, 18:26 น.
อันไหนก็โดนละโว้ทุกอันเลย ...

เดี๋ยวแต่งเองแล้วแอ๊ปว่าเป็น FW MAIL มาลงละกัน ..

:28:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 17 เม.ย. 2006, 02:24 น.
เริ่มต้นที่คนสองคนเจอกัน...

หากวิธีบอกรักมีเป็นร้อยพัน
การแสดงความรักคงมีนับล้าน

คือ คำว่า รัก เปิดเผย
คือ ดอกไม้ในวันพิเศษ ของขวัญในวันเกิด
และยี่สิบเจ็ดมิสคอลในสามสิบนาที

แถมบางครั้ง รัก ยังมาแบบอำพราง
คือ การผงกหัวยามเดินสวน
คือ เงาะที่คว้านเมล็ด
และน้ำเย็นที่เสิร์ฟโดยไม่ต้องร้องขอ

ซ้ำร้ายบางครั้ง รัก ยังบังตัว
คือ รอยยิ้มที่คนรับไม่เคยรู้
คือ สายตาที่มองตามโดยไม่ให้เห็น
และ 'สวัสดี' ที่หลุดจากปาก...เมื่อสาย

แต่ต่อให้รักนั้นจะ 'ลับ' หรือจะ 'หลบ' มากแค่ไหน
เมื่อไหร่ที่รักเกิด
ชีวิตใครบางคนก็เปลี่ยน
เหมือนห่างกันไกลกว่าสองแสนไมล์
ดวงจันทร์ยังเคลื่อนทะเล

มีหลายร้อยวิธีหากอยากบอกรัก
มีหลายพันหลายแสนให้แสดงให้เห็น
รักนั้นจะดีจะร้ายยังไง
ทุกเรื่องเริ่ม...
เมื่อคนสองคนได้เจอกัน

ขอบคุณ 'ชีวิต'
ที่เปิดโอกาสให้ได้พบ (และได้) รัก
เพราะกระทั่งเลวร้ายที่สุด
แม้รักไม่ไหว แต่ก็ทำใจเกลียดไม่ลง

(จาก เริ่มต้นที่คนสองคนเจอกัน : ญาณิน)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 17 เม.ย. 2006, 12:00 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: PalmySyd เมื่อ 22 เม.ย. 2006, 22:12 น.
มาตราประมวลกฎหมายนี้ใช้กับชายหนุ่มทั่วราชอาณาจักร
อยากให้ประกาศใช้เร็วๆจัง> >>

มาตรา 1 ประมวลกฎหมายนี้บังคับใช้กับชายหนุ่มทั่วราชอาณาจักร

มาตรา 2 ชายใดกระทำการอันเป็นการไม่ทะนุถนอมความรักของข้าพเจ้าซึ่งข้าพเจ้าได้มอบให้ชายคนนั้น
ต้องระวางโทษหอมแก้มไม่เกิน 3ทีและจูบไม่เกิน 2ที หรือทั้งหอมทั้งจูบ

มาตรา 3 ชายใดมีข้าพเจ้าเป็นแฟนแล้วยังไปลักลอบมีกิ๊กต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 5พันบาท

มาตรา 4 ชายใดทำให้ข้าพเจ้าอกหักต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 9 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 5 หากมีกฎหมายใหม่ออกมาแล้วขัดต่อกฎหมายเก่าให้ถือเอากฎหมายใหม่เป็นหลัก

มาตรา 6 ชายใดที่ข้าพเจ้าได้ไปขอเบอร์แล้วชายคนนั้นไม่ยอมบอกเบอร์โทร ต้องระวางโทษหอมแก้ม 5ที

มาตรา 7 ชายใดน่ารักมากๆ อันเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าหวั่นไหวหรือตกหลุมรัก ต้องระวางโทษเป็นแฟนกับข้าพเจ้าอย่างน้อย 3 วัน

มาตรา 8 ชายใดอ่านประมวลกฎหมายนี้แล้วหัวเราะหรือแอบขำ ต้องระวางโทษโดยมอบหัวใจมาให้ ข้าพเจ้าดูแล หากไม่มอบหัวใจให้ข้าพเจ้าจะต้องระวางโทษถูกยิงศรรักปักหัวใจชายนั้น

มาตรา 9 หากชายใดอ่านประมวลกฎหมายนี้แล้วไม่ขำหรือไม่หัวเราะต้องระวางโทษเหมือนกับมาตรา 8



-จบค่ะ- {หมีโหด}



พะโล้มั้ย..ไม่สน :23:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 22 เม.ย. 2006, 22:15 น.
ยังไม่เคยอ่านนะเนี่ย  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 23 เม.ย. 2006, 00:00 น.
ไม่เคยเหมือนกัน  :25:

(มัวแต่ลบ FW mail อย่างไม่แลดู  :42:)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 23 เม.ย. 2006, 10:39 น.
ซวยแล้ว ตูไม่หัวเราะ  :44:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 23 เม.ย. 2006, 18:07 น.
ขอย้ำว่าเคยอ่านเจอมาเมื่อชาติครึ่งที่แล้ว พยายามหาต้นฉบับแทบตาย ไม่เจอซักที วันนี้เพื่อนผม FWD มาให้พอดี นั่งอ่านซ้ำ น้ำตาไหลเลย

ละโว้ครับ ไม่ต้องย้ำ

"แนนๆ ใกล้วาเลนไทน์แล้วนะ...." จอย เพื่อนร่วมงานของแนนหันมาคุย
ขณะแนนกำลังง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวเอง

"อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะ" แนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ

วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน
วันที่ความรักงอกงามได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร
ให้หลายๆคู่ได้สมหวัง แต่คงไม่ใช่แนน...เธอคนนี้แน่นอน



ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย
ความแออัดและตึกสูงในเมืองหลวง...มีหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้น
ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความรัก ความรักของเขาและเธอ

"เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ย"
เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่งเล่นบนกองทรายสูงท่วมหัว

"เธอชื่ออะไร เราชื่อเอ" เด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน พลางกระโดดลงมาจากกองทราย

"ฉันชื่อแนน" เด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง
ทั้งคู่ค่อยๆก่อกองทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม
เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
จนได้เค้าโครงของปราสาททรายที่ต้องการ

"เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะ"
เด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยในกำมือ
วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

"แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย
ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ......อันนี้เป็นห้องประชุมนะ"
เอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทรายแห่งความฝัน

"เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะ"
แนนพูดแย้งขึ้นพลางชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย

"แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไร" เอพูด
เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจจดใจจ่อ

"เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิ" แนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ
เด็กตัวเล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่

"อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะ" เอพูดพลางทำท่าคิด

"ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเรา"
แนนพูดพลางยิ้ม
ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....ทั้งคู่สร้างปราสาททรายแห่งความฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกระทั่ง

"เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูก"
เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชายตัวเองเบาๆ

"พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะ" ลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง

"หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่" พ่อของเขานั่งยองลง
อธิบายให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ

"ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะ"
เด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไปหาเพื่อนของเขา

"แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา
มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะ" เอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย

"ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ" แนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า
เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารักเสียนี่กระไร

ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน
ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความรัก
ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่างใหญ่



"แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละ"
เด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมมคลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา

"ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไร" แนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น

"แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียว" เอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ
เอคงอยากจำทุกคำมาเขียนให้แนนดู

"เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิ" แนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย
หยิบเศษไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแล้วตวัดเป็นจังหวะเพียงชั่วครู่
ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก
ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัวเหนียวด้วยหยดน้ำ
เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น

"อ่านว่าอะไร เอ" แนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ

"อ่านว่า รัก" เอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ

"เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆ" แนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ

"มานี่ๆ เอจะสอน" เอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้
มือเอและมือแนนจับประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว

"นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลย" แนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ

"มันแปลว่าอะไรเหรอ เอ" แนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน

"เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ มากจนอธิบายไม่ได้"
ใช่สิ...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้
หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....

"สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอก" เอพูดพลางหันไปมองแนน
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยืนข้างๆตน

"อืม สักวันนะ" แนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่
สักวันแนนและเอคงรู้ความหมายของมัน......



"โอ๊ย...เจ็บ" เด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ
เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ

"ใครดึงผมเปียแนน"
เด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันกับเจ้าของผมเปีย
เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเราะกันคิกคักพลางชี้นิ้วมาที่แนน

"ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไม" หนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

"แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมีย" เอยืนขึ้นชี้หน้าด่า

"แล้วจะทำไม" เด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ
ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคนละทาง

"ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้น" แนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น
เอเอามือจับแขนแนนออกจากตัวทันที...

ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม
ทั้งสามคนกรูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่อ
โต๊ะเรียนที่กระจัดกระจาย
ข้าวของทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละทาง

"หยุด!!"
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้งสี่คนหยุดการตะลุมบอนกัน

"พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะ"
ครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้มเหยื่อ แม้จะห้ามทัพได้
แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ

"เอ เจ็บมั้ย" แนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป

"ไม่เจ็บหรอก" เอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน

"ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้"
แนนพูดพลางดึงตัวเอออกจากห้องเรียนไป
เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้อนักเรียนสีขาวของเอ

"โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิ"
เอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...แต่แนนกลับยิ้มออก

"โอ๊ย แสบ"
เอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแอลกอฮอลงบนแผลของเอ

"แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นา" แนนพูดพลางยิ้ม
ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอช้าๆอย่างระมัดระวัง

ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ
แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ในภาวะเป็นรองก็ตามที....



"แนนๆ แฮปวาเลนไทน์นะ"
ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดงให้กับมือหญิงสาว

"อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่า" แนนพูดกวนๆพลางยิ้ม
เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความอาย

"อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป"
เอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้
ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มีที่เก็บ สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว

"หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ"
แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอด้วยความเขิน เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่

"เอรักแนนนะ" เอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ
ตอนนี้แนนเริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง

"เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลย" แนนพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เลิกแหย่เอ

"เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะ" เอพูดประหม่า
มองหน้าแนนพลางเอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น....สักวัน
เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจแนนเลย.....



ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว
มีนักศึกษาจับกลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...

"เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ" แนนพูดพลางเก็บหนังสือ

"ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร" เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที

"ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ" แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ
เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่

"ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ" เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ

"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา" แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ

"นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย
กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วย" เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง

"ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย" แนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน



"กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง" ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ
ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย

"ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย" กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก

"ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม" ฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง

"หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง"
กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาการเอือมระอา

"โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน" เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ

"แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ"
ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

"โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน"
แนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน

"แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว
เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปี" เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ

"เอี๊ยยดดด....." เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ
คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง
แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด
ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....ร่างไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน
มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ



"แนนๆ" เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา

"อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ" แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก
เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถามร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ

"ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน" .....สองเดือน สองเดือน
แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง.
...ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....

"แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย" แนนพยายามพูด
เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน

"อืม..." ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ

"เอ ล่ะ เออยู่ไหน" แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน

"เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย" ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ

"ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน" ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน

"อืม..." น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน
คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....เขาเก่งมากจริงๆ
เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี
เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย
เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย
เสียดาย



"คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ" บุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน
แนนยังคงไม่หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก

"ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ"
บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.....ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม
ทำไม ทำไม

"คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ"
แนนถามด้วยความสงสัย

"โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับ" บุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ

"จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล
เกรงว่ามันจะยาวไป" แนนพูดพลางยิ้ม

"ผมชื่อ กอล์ฟ ครับ" บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ

นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด
ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....



"คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ" พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ
ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี

"กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกัน" แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา
มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย

"ไปสิครับ" กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล
ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ
ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก
แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ



บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา

บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา

บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว

เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน

มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ

หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้

ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม



ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง
ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู

"แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ" เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์

"ว่างค่ะ ทำไมค่ะ" แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

"พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ"
กอล์ฟเสนอความเห็น

"ตกลงค่ะ" แนนพูดพลางกดวางสาย
สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแทนที่เอได้เสียที



วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก
แม้ในลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า "เซนเตอร์พอยต์"
ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นักเรียน
นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน

"ขอโทษค่ะ มาสาย" แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง

"ไม่เป็นอะไรครับ" กอล์ฟพูดพลางยิ้ม

"อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอ" แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ
แนนจะจับได้ทันที

"อันนี้ของแนนนะครับ" ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ
วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล

"หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอ" แนนพูดติดตลกพลางยิ้ม
เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ออกหมด

"ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอก" กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง

"อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่..." ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที

"ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน"
ปั้ง...เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ
แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปลว่าอะไร???

"หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้"
กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิดเดียว

"ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล
คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อนจนแทบจะล้มเหลว
พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด"
กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้

"มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้
เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร
เขาจะจัดหาให้หมด.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก"
กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟหมายถึงเอ

"ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ"
กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่

"เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ
เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล
แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณ" กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
สายตามองไร้จุดหมาย

"สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี เขาบอกให้ทางเราเอาไป
เอาไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ"
กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ

"ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ
จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณ"
กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ

"เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร....." ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร

"เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว
เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ"
หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที

"ตกลง ผมหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย" ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน
ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ

"คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด
โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้"
กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว


"เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ
แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล
มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียม "นานา" คุณดูดีๆ คำว่า แนน และ เอ
ถ้าเขียนติดกัน มันคือ "นานา" นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา –
เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารัก...เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง"
เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าเต็มเปา...เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล
แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า
ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ
ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว

"ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล
เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ -
เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ" ทันทีที่กอล์ฟพูดจบ
แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ
โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ
หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน

"เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ"
กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบาลคืนให้กับแนน
มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....

"ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ" ใช่
หัวใจเอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว
ตายไปพร้อมกับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ

"กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง
รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก
ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา" กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา
นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง

"เอรักแนนนะ" "เอรักแนนนะ" "เอรักแนนนะ" คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป
เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120
นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ
แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว

"หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว"

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: n๊ooก~* เมื่อ 23 เม.ย. 2006, 18:30 น.
โอ๊ยย ชอบเรื่องแบบนี้มากเลย  :45:

อ่านแล้วขนลุก

ซึ้งดี เคยอ่านแนวนี้แต่เป็นพ่อกับลูกชายมั้ง

อันนั้นน้ำตาไหลเลย

แต่ยาวจริงเรื่องนี้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 23 เม.ย. 2006, 20:23 น.
 นี่แหละ.........ความรัก

นานมาแล้ว.......มีเรื่องเล่าระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มผู้ซึ่งรักกันมากและสาบานว่า แม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้ และในครั้งนั้นยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งไม่เชื่อว่าความรักของทั้งสองจะมั่นคง จึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา นางกล่าวว่า........

"หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่าย ซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก ข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร.. ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้ เขาจะไม่สามารถจำได้ว่าเคยรักเจ้า และตรงกันข้ามกับเจ้าเจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้ เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไปไม่แก่ไม่เฒ่าไม่มีวันตายจะอยู่อย่างนี้นิรันดร....เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขา เคยเป็นที่รักและต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขาในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล...... วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารักเจ้า ทำให้เขาจำเจ้าได้ วันนั้น...คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง เจ้าจะแก่และตายตามสภาพของอายุขัยที่ควรเป็น.....และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทน...เขาจะต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง......."

หลังจากนั้นมาปีแล้วปีเล่าเวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชายหนุ่มคนรัก และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของใครคนหนึ่งที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย....เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาจำเธอได้ แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จชาติแล้วชาติเล่า....

หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับสิบครั้ง เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้ถึงความรักของเธอ ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวถูกเฝ้าดูอย่างเยาะเย้ย โดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า...รักแท้ที่แม้ความตายก็ไม่อาจพรากนั้นไม่มีจริง...แล้วนางแม่มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าในช่วงหลังๆ มาหญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตน...แต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้เขามีความสุข และทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน

แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป จึงปรากฎตัวเพื่อเอ่ยถามกับหญิงสาว
"เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วหรือ...ความพยายามที่จะพิสูจน์ให้ข้าได้เห็นอำนาจและพลังของรักแท้ที่เหนือกว่าอำนาจใดๆแม้กระทั่งคำสาปของข้า"
"จริงๆแล้วข้ามีเหตุผลของข้า" หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป "ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายามเพียงแต่ ข้ากลัวว่า...หากความพยายามของข้าสัมฤทธิ์ผล....แล้ว...."
"แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย เจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า เฮอะ นี่หรือรักแท้ของเจ้า"
หญิงสาวไม่ปฏิเสธ นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น
"อาจใช่ มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่า หากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้ ข้าจะต้องตายจากเขาไป"
"และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่า เขาจะทำให้เจ้าจำเขาได้เช่นนั้นหรือ?"
หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่ง ก่อนจะตอบออกไป
"สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น ท่านรู้อะไรไหม....ตลอดเวลาอันยาวนานที่ข้าเฝ้าเดินทางตามหาเขา เฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่า รอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง ตลอดเวลาที่ข้าเฝ้ามองการเกิดและการตายของเขา มันคือความทรมานอันยาวนานที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด.... และสำหรับข้าความทุกข์อันแสนสาหัส คือ การได้เห็นความทรมานของผู้เป็นที่รัก โดยที่เราไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้.........หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัว พอที่จะพยายามทำให้เขารัก ทำให้เขาระลึกถึงข้าได้อีกครั้ง เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้ แตทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมัน.......ความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับเนื่องจากการรอคอยที่ไม่มีวันจบสิ้นก็ทำให้ข้าคิดได้ ว่า....ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมานเช่นที่ข้าได้รู้สึก สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือ ข้าจะทำให้เวลาของเขามีแต่ความสุขเท่าที่พลังของข้าจะทำได้ ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง แต่ข้าก็ยังอยากเห็น รอยยิ้มของเขา...ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่าน อย่างไรก็ตาม นี่ก็คือความรักของข้า คือสิ่งที่ข้าเป็น...
แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาล แต่ข้าก็มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่วนิรันดร์...."

นิทานเรื่องนี้ไม่มีตอนจบ เพราะอยากให้คนที่อ่านจินตนาการถึงตอนจบเอาเอง

ในชีวิตของคนเรามีหลายช่วงต่อหลายช่วงที่เราคิดว่า เรารักใครสักคนมากมายเหมือเกิน และหลายต่อหลายครั้งที่ความรักของเราต้องการความรักตอบกลับมา หลายคนฟูมฟายกับโชคชะตาว่ารักที่ไม่ได้รับรักตอบคือ การสูญเวลาเปล่า แต่ก็มีหลายต่อหลายคนที่ดีใจกับโชคชะตาที่เกิดมาสักครั้งสามารถรักใครสักคนอย่างเต็มหัวใจ ทุกอย่างในชีวิตมีทางเลือก.....ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกหรือไม่ และถ้าเลือกเราจะเลือกเดินทางไหนเท่านั้นเอง สิ่งสำคัญก็คือ เมื่อเลือกแล้วอย่าคิดเสียใจในสิ่งที่ตัวเองเลือก .......ทางเลือกเป็นของคุณ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 20:39 น.
เรื่องของพระจันทร์

นานมาแล้ว..สมัยที่โลกยังมีพระจันทร์ 2 ดวง
มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง
..กับอีกดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย
และดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ ต่างก็รักกันมาก
ดวงจันทร์ทั้งสองไม่เคยแยกห่างจากกัน...
...ทุกๆ คืนเมื่อมองไปบนฟ้า
จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่ อยู่เคียงข้างกันเสมอ..

แต่แล้ววันหนึ่ง ......................................................
ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบกับดวงอาทิตย์
ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงหลงใหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์
จนเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย ..........
....และก็แยกมาจากดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งในที่สุด...

เมื่อค่ำคืนมาถึง..
จึงมีดวงจันทร์ผู้ชายเหลืออยู่ เพียงดวงเดียว ...
ส่วนดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหา ดวงจันทร์ผู้หญิงไปทุกหนทุกแห่ง ....
คืนแล้วคืนเล่า วันเวลาล่วงผ่านไป
แต่ดวงจันทร์ผู้ชายก็ไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงได้พบ.. .....
ด้วยความคิดถึง และอยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด
ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า
"หากเรามัวแต่ตามหาอยู่อย่างนี้ คงไม่ได้เจอแน่ๆ"
จึงตัดสินใจ.. ระเบิดตัวเอง เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น...


..... เมื่อเวลาผ่านไป
ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิง ได้เห็นถึงความจริงว่า..
แม้ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามสักปานใด
แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น
ยังส่องแสงไปยังดาวดวงอื่นๆ อีกมากมาย
ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง...


.... แต่หาเท่าไรก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ
ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง เพียงเพื่อตามหาตน
จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ
ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอ กับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไปแล้ว
จึงได้แต่โศกเศร้า และเสียใจ ....
แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่ดวงจันทร์ผู้ชาย มีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง
ทุกค่ำคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง
ที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง
เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์
จนเกิดเป็นดวงจันทร์และดวงดาว ให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ ....
หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
วันไหนที่เห็นจันทร์สวยสด
วันนั้น คุณก็จะไม่เห็นดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง
หรือ วันใดคุณเห็นดาวเปล่งประกายเต็มฟ้ามืด
วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์....

.....เขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอดกาล.....
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: n๊ooก~* เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 20:49 น.

เรื่องของพี่เอ้น่ารักมากเลย


//งั้นแสดงว่าดาวเสาร์  มีดวงจันทร์ผู้หญิงกับดวงจันทร์ผู้ชายเยอะเนอะ


:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 20:53 น.
ละ ละ ละ  :30:
ล้อเล่น  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 24 เม.ย. 2006, 21:25 น.







สรุปของไอ๊ซ์ ของเดือน แล้วก็ของเฮียโอ้เอ้ให้ทีครับ {หมีโหด}


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 22:32 น.
ผู้หญิงนับ0 ผู้ชายนับ10

ผู้ชายนับ - 10.
ผมเกือบเดินกลับเข้าออฟฟิศแล้วสิ ถ้าไม่เห็นเธอเดินเข้ามา นางฟ้าของผมวันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว
กระโปรงสีชมพู เธอดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นแก้มแดงๆ ผมเดินเสไปเสมาหาอะไรกินอีกหน่อย
ทั้งๆ ที่อิ่มจะแย่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อเฝ้ามองนางฟ้าเวลาพักเที่ยงของผม อยากรู้จักเธอจัง ทำไงดีหว่า



ผู้หญิงนับ - 0.
ฉันสังเกตเห็นเขาตั้งหลายวันแล้วละ คนอะไรก็ไม่รู้ กินเส้นเล็กน้ำเนื้อเปื่อยได้ทุกวัน
ไม่รู้จักเบื่อมั่งเลย หน้าตาเขาตลกดีนะ นี่ถ้าเขาจะสร้างหนังโดราเอมอนเดอะมูฟวี่
ฉันคงจะอี-เมล์ไปบอกผู้กำกับให้มาเชิญพี่แกไปเล่นเป็นโนบิตะ



ผู้ชายนับ - 9.
วันนี้ผมตัดสินใจจะแอบตามเธอไปดูว่าเธอทำงานที่ไหน เพราะเธอไม่ใช่พนักงานบริษัทเดียวกับผม
แต่ที่แน่ กว่าเธอจะลงมากินข้าวก็เกือบบ่าย และกว่าจะกลับก็จวนบ่ายสอง แต่ที่ทำงานเธอ
คงอยู่แถวนี้แหละ



ผู้หญิงนับ -1.
พี่กุ้งชี้หมอนั่นให้ฉันดูแล้วหัวเราะคิกคัก อีตาโนบิตะนั่นเอง!
เขาทำเป็นเดินโทรศัพท์ตามพวกเรามาห่างๆ สงสัยพี่แกจะแอบชอบใครสักคนในกลุ่มเราแน่ๆเลย
(สงสัยจะเป็นพี่กุ้งแฮะ ก็เธอสวยออกซะงั้น)
เอ..เอาเข้าจริงๆ อีตานี่มองจากมุมเฉียงๆ ก็ดูดีเหมือนกันนะ



ผู้ชายนับ - 8.
เธอทำงานแถวนี้จริงๆ ด้วย เธอทำงานอยู่ในสถานทูตแห่งหนึ่งในหลายๆ แห่งแถวนั้น
แต่เป็นหน่วยงานย่อยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความร่วมมือ
และเป็นโรงเรียนสอนภาษาไปในตัวด้วย โรงเรียนสอนภาษาเหรอ... เออเข้าท่า



ผู้หญิงนับ - 2.
อีตาโนบิตะถ้าจะเอาจริงแฮะ! วันนี้บุกมาถึงที่เลย มาหยิบโบรชัวร์อะไรให้วุ่นเลย
อยากรู้เหมือนกันแฮะ ว่าแกจะมาจีบใคร



ผู้ชายนับ - 7.
พักเที่ยง ผมยังไม่ไปกินข้าว แต่เดินมานั่งกินกาแฟอยู่ที่ Cafe ของสถานทูต
รอนางฟ้าเสด็จลงมาเสวยภักษาหาร หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ...
ที่นี่เขาใช้กาแฟพันธุ์อะไรมาชงเนี่ย เมื่อเธอลงมา คราวนี้ผมจะต้องชวนเธอคุยให้ได้



ผู้หญิงนับ -3.
"นี่ พี่กุ้ง อีตาโนบิตะมารอพี่แหนะ นั่งกินกาแฟอยู่ที่คาเฟ่ด้วย"
"จริงง่ะ! เขาสมัครเรียนอะไรหรือเปล่าอ่ะ..หนิง"
"ไม่หรอกพี่ เขามารอพี่อ่ะแหละ สงสัยวันนี้พี่กุ้งไม่ได้กินข้าวกะพวกหนูแล้วละ"
"บ้า เหลวไหล!!!"



ผู้ชายนับ - 6.
"คุณครับ ทำงานที่นี่ใช่หรือเปล่าครับ" ผมเดินเข้าไปถามเธอ
"ผมสนใจจะเรียนภาษาฝรั่งเศสครับ แต่มีคอร์สไหนสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างผมมั่งไหมครับ"



ผู้หญิงนับ -4.
อีตาโนบิตะเขาเข้ามาคุยกับฉัน เขาถามฉัน!!! เขามารอฉันหรอกเหรอเนี่ย แล้วอย่างงี้
ทุกวันที่เขามอง...ก้อ.... หวาย



ผู้ชายนับ - 5.
วันนี้เธอน่ารักเป็นพิเศษขึ้นอีกหลายเท่า แก้มงี้แดงน่ารักเชียว เธอบอกให้เพื่อคนอื่น
ไปทานข้าวกันก่อน ส่วนเธอยอมเข้ามาคุยกับผมใน Cafe และแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับ
การเรียนให้ฟัง



ผู้หญิงนับ -5.
พี่กุ้งน่ะสิ ทำขยิบหูขยิบตาให้ฉันคุยกับเขา จะบ้าเหรอ แต่ก่อนที่ฉันจะทันตอบอะไรได้
พี่กุ้งก็ชิงบอกว่า
"อ๋อ ยินดีค่ะ มีอะไรก็ปรึกษาน้องหนิงได้นะคะ น้องเขาดูแลเรื่องนี้อยู่พอดีค่ะ"



ผู้ชาย - ผู้หญิง
"คุณ...เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาบ้างหรือเปล่าคะ"
"ไม่เคยครับ เอ้อ...ผมชื่อเอกครับ..."
"หนิงค่ะ"
"หนิงทำงานที่นี่นานหรือยังครับ หนิงจบเอกภาษานี้มาเหรอครับ"
"ค่ะ หนิงเพิ่งจบได้ปีเดียวเอง"
"ขอผมเลี้ยงข้าวนะครับ หนิงอุตส่าห์คุยกับผมตั้งนาน อดไปกินข้าวกับเพื่อนเลย"
"อุ๊ย อย่าเลยค่ะ ในนี้แพงออก ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะ"
คราวหน้า!!! คราวหน้า ได้ยินกันไหมครับ ท่านผู้ฟัง เข้าทางผมเลย
บ้า!!! ฉันพลาดไปได้ไงอ้ะ
"อ้อ...ก้อ เอ้อ มีค่ะ ... 0 1 6 1 5..."
ให้เบอร์เค้าไปทำไมอ่า... แง้ๆๆๆๆ
ฉันจิกกระดาษทิชชูในมือจนเละเป็นปุยเหมือนปลาดุกฟู



ผู้ชายนับ - 4.
ผมคุยกับน้องหนิง (เธออ่อนกว่าผมสี่ปี) สองสามคืนติดต่อกัน คืนละหลายๆ ชั่วโมง
ตอนกลางวันก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน แต่ก็ได้แค่นั้นเองง่ะ... พอจวนบ่ายสองก็แยกย้าย
กันไปทำงานเคยลองชวนไปดูหนังเธอก็บอกไม่อยากดู ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับบ้าน
ไปนั่งที่ไหนต่อก็ไม่ได้ สงสัย เดี๋ยวกลับบ้านช้าแม่จะดุละมั้ง



ผู้หญิงนับ - 6.
พี่ๆ ล้อว่าฉันเป็นแฟนอีตาโนบิตะ เอ้ย! พี่เอก ไม่ใช่ซะหน่อย ก็แค่เพื่อนคนนึง
ทำงานอยู่ใกล้ๆ กัน ตอนกลางวันต่างคนต่างก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว
ให้เขากินด้วยอีกคนจะเป็นอะไรไป แต่พี่เอกเค้าคุยสนุกดีเหมือนกันนะ
ฟังเขาคุยทีเพลินเลย บางทีนึกว่าคุยแป๊บเดียว ที่ไหนได้ ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน



ผู้ชายนับ - 3.
น้องหนิงน่ารักจริงๆ และเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ เธอช่างมองโลกในแง่ดี สวยงาม
และใสสะอาด เสียจนผมละอาย... ผมเริ่มได้คิดว่า ผมเหมาะกับเธอหรือเปล่า
ผมสามารถใช้ชีวิตแบบเธอได้ไหม การเลี้ยงดูของเรามันต่างกันเหลือเกิน
เธอไม่เคยพบกับความยากลำบากและสิ่งอันชั่วร้ายอะไรในโลกเลย...

ถ้าเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ ส่วนผมน่ะเหรอ เรียกว่าคนเดินดินยังยากเลย
เธอเรียนจบจากโรงเรียนสตรีชื่อดัง จบมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียง
และเข้าทำงานกับสถานทูต
ส่วนผมน่ะเหรอ... อย่าให้เล่าเลยคุณ ยาว



ผู้หญิงนับ - 7.
พี่เอกนี่มีอะไรมากมายกว่าที่ฉันคิดแฮะ
พี่เขาผ่านอะไรต่ออะไรในชีวิตมามากมายกว่าที่จะนึกถึง
เขาไม่เหมือนใครที่ฉันรู้จักเลย เขาเริ่มต้นจากเด็กเกเรคนหนึ่ง ลองมาหมดแล้วอะไรแสบๆ
ทั้งหลาย เหล้า ยา การพนัน เคยเข้าบ้านเมตตาก็เคย

แต่แล้วเขาก็สามารถตั้งใจเรียนจนจบทั้งการศึกษานอกโรงเรียน
และเรียนมหาวิทยาลัยเปิดจนจบด้วยตัวเองตลอด และทำงาน
ในบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่น้อยทีเดียว
ฉันทึ่งในชีวิตของพี่เขาเหลือเกิน



ผู้ชายนับ - 2.
วันนี้ตอนเช้า ผมซื้อดอกไม้ให้เธอ... เพราะรู้ว่าเธอจะมีแจกันใบเล็กๆ ใส่ดอกกุหลาบน่ารักๆ
เอาไว้บนโต๊ะทำงานเสมอ แต่เธอรับไปแล้วก็ไม่ว่าอะไรสักคำ...
ตอนเที่ยง ผมไปหาเธอที่ห้องทำงานตามปกติ ดอกไม้บนโต๊ะทำงานเป็นดอกเดียวกับที่ผมเห็น
เมื่อวาน.... เธอไม่ได้เอาดอกไม้ที่ผมให้มาปักแจกันหรือนี่...
สงสัยดอกไม้ถูกๆ ช่อเล็กๆ ซื้อที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้ มันคงจะไม่ถูกใจเธอละมั้ง



ผู้หญิงนับ - 8.
พี่เขาให้ช่อดอกไม้เล็กๆ กับฉันละ... มันน่ารักจนฉนพูดอะไรไม่ออกเลย
แม้แต่คำว่าขอบคุณ สงสัยฉันต้องรีบไปหาซื้อซิลิก้าเจลมาเก็บดอกไม้นี่เสียแล้วสิ...
ไม่อยากให้มันเหี่ยวไปเลย



ผู้ชายนับ - 1.
ผมพยายามที่จะยอมรับความจริง ว่าผมกับเธอนั้นแตกต่างกันแค่ไหน...
นางฟ้าก็มีไว้สำหรับคนบนฟ้า...ผมคิด ผมพยายามทำงานให้หนักขึ้น
กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเดิม และคุยกับเธอให้น้อยลง
(หรือถ้าให้ถูก เธอเองก็ไม่ค่อยโทรหาผมสักเท่าไรแล้วช่วงนี้)
ผมจะจำเธอไว้ในฐานะความทรงจำที่สวยงามแล้วกัน



ผู้หญิงนับ - 9.
เพื่อนฉันที่ทำงานบริษัทเดียวกับพี่เอกบอกว่า ช่วงนี้พี่เขาทำงานหนักมาก...
บางวันสี่ทุ่มก็ไม่ยอมกลับบ้าน มาถึงก็ก่อนแปดโมง
ฉันก็เหงานะ แต่เราก็ชอบที่พี่เขาเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ ผู้ชายที่มีพลังและความรับผิดชอบ
ที่พุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา

สิ่งที่ฉันทำได้ ก็คือให้เขาทำสิ่งที่เขาตั้งใจนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ขัดขวางหรือแง่งอน...
ถึงจะไม่ได้คุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ... ไว้ถ้าพี่เขาว่างๆ คราวนี้ถ้าจะชวนไปดูหนัง
หรือกินข้าวเย็นบ้าง ฉันจะไปละนะ



ผู้ชายนับ - 0.
ผมทำงานจนเกือบบ่ายสองแล้วนึกได้ว่าลืมกินข้าว
"พี่เอกคะ ทานข้าวมั่งป่ะเนี่ย" น้องออย เด็กฝึกงานมาถามผมด้วยความเป็นห่วง
"ออยไปซื้อให้ไหมคะ"
"ไม่เป็นไรหรอก พี่ไปกินเองก็ได้ แล้วออยล่ะกินหรือยัง"
เธอสั่นหน้าแทนคำตอบ
"งั้นไปกินข้าวกับพี่ไหม... พี่เลี้ยงเอง"
น้องออยพยักหน้าตอบรับ... เออ วันนี้น้องออยแก้มสีชมพูเลย



ผู้หญิงนับ -10.
"พี่กลับไปก่อนนะหนิง"
"ค่ะ เดี๋ยวหนูรอแถวนี้อีกแป๊บนึงแล้วกันนะ"
พี่เอกคงงานยุ่งจนไม่ได้ออกมาทานข้าว
วันนี้แหละ ถ้าพี่เอกชวนฉันไปดูหนัง ฉันจะไปดูกับเขา...



มันสายเกินไปหรือเปล่านะ..  :16:







ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 23:13 น.
นับ -0 มีที่ไหน {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 23:23 น.
รักเธอเริ่มจากร้อย นับวันนานไปยิ่งน้อยลง
ฉันต้องทนเจ็บช้ำเฝ้าดูความรักที่สวนทาง
ฉันอยู่อย่างอ้างว้าง เจ็บปวดใจและเหงาเกินทน
ความรักเธอหมดลง วันที่ฉันรักหมดใจ ♫
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 23:25 น.
^
^

ทฤษฎีอย่างง่ายของอัตราการเกิดปฎิกริยา

สารตั้งต้นหมด
สารผลิตภัณฑ์เพิ่ม
:02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 00:25 น.
อ้างคำพูดจาก: เจ้าโต เมื่อ 25 เม.ย. 2006, 23:13 น.
นับ -0 มีที่ไหน {หมีโหด}

ที่นี่ไง  :34: // :07:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: n๊ooก~* เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 03:00 น.

ของพี่เฟิร์นชอบค่ะ


แต่มัน ละ...ละ.ล....ะ (ช่างเถอะ)


:43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 03:11 น.
ละมั่ง เป็นสัตว์สงวนหน่ะเหรอจ๊ะ  :40:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: n๊ooก~* เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 03:13 น.


ละมุดต่างหาก


:43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 03:49 น.
ละละ เลิฟ เลิฟ เลิ๊ฟ ♫  :33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 26 เม.ย. 2006, 04:30 น.
 :39:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 27 เม.ย. 2006, 01:19 น.
 :22:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 27 เม.ย. 2006, 01:21 น.
 เที่ยวสุขใจ กับ 20 สถานที่ท่องเที่ยวถวายพระพร
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2549 19:28 น.

เนื่องในปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ 20 แห่ง ทั่วไทย ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ไปเที่ยวชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมลงนามถวายพระพรอีกด้วย

สำหรับ 20 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็มีดังนี้

ภาคเหนือ

1.พระตำหนักดอยตุง จ.เชียงราย : เป็นพระตำหนักของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี(สมเด็จย่า) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงดินแดนที่พระองค์เคยใช้ชีวิตอยู่กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวัยเยาว์ที่ต่างประเทศ ตัวอาคารผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมล้านนากับแบบชาเลต์ของสวิตเซอร์แลนด์ ภายในตกแต่งเรียบง่าย งดงาม ห้องโถงกลางโดดเด่นด้วยเพดานดาว

2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอ่างขาง(ดอยอ่างขาง) จ.เชียงใหม่ : โครงการหลวงแห่งแรกของเมืองไทยตั้งใน พ.ศ. 2512 ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการทดลองปลูกพืชเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอยของชาวเขา ดอยอ่างขางตั้งอยู่บนยอดดอยสูงอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีทิวทัศน์งดงาม

3.เขื่อนภูมิพล จ.ตาก: เขื่อนคอนกรีตรูปโค้งสูงใหญ่แห่งเดียวของไทยและในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ สูงติดอันดับ 8 ของโลก ปิดกั้นลำน้ำปิง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า "เขื่อนภูมิพล" ในฐานะเขื่อนใหญ่เอนกประสงค์แห่งแรกในเมืองไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ มีทิวทัศน์งดงาม ผู้มาเยือนนิยมล่องเรือชมทิวทัศน์ในทะเลสาบ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

4. วัดหนองแวง จ.ขอนแก่น : ตั้งอยู่ที่ริมบึงแก่นนคร ผู้สร้างวัดนี้คือ พระนครศรีบริรักษ์ เมื่อครั้งนำไพร่พลมาตั้งถิ่นฐาน ในปี พ.ศ. 2539 เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี วัดได้สร้างพระมหาธาตุแก่นนครหรือพระธาตุเก้าชั้น มีเรือนยอดเป็นทรงเจดีย์ จำลองแบบจากพระธาตุขามแก่น บนยอดเจดีย์มองเห็นทิวทัศน์ของบึงแก่นนครและตัวเมืองชัดเจน

5.วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม : เป็นที่ตั้งของพระธาตุพนม พระธาตุประจำปีเกิดคนปีวอก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจของอีสานและคนลาว สร้างขึ้นในยุคอาณาจักรศรีโคตรบอง ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

6. วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู : สร้างขึ้นโดยหลวงปู่ขาว อนาลโย เกจิอาจารย์ชื่อดังสายของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ขาวเปรียบเสมือนศูนย์รวมใจของชาวอีสาน วัดแห่งนี้มีผู้คนมาสักการะบูชาอยู่ไม่ขาดสาย บริเวณวัดมีหมู่หินใหญ่น้อยกระจายทั่วไป ซึ่งเป็นที่บำเพ็ญวิปัสนาของหลวงปู่ขาวจนมรณภาพ นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นของท่านและกลองโบราณสองหน้าที่ชาวบ้านเรียก กลองเพล อันเป็นที่มาของชื่อวัด

7.ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษกอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี : สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เป็นอาคารสถาปัตยกรรมอีสานประยุกต์ สูง 7 ชั้น แฝงความหรูหราภายใน และประโยชน์ใช้สอยแบบเอนกประสงค์ มีหอวัฒนธรรมอุบลนิทัศน์ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ท้องถิ่นของชุมชน

ภาคกลาง

8. พระราชวังจันทรเกษม (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม) จ.พระนครศรีอยุธยา : พระราชวังแห่งประวัติศาสตร์เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ไทยครั้งดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราชในสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2102

9.โครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครนายก : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรใน จ.นครนายก เนื่องจากประสบปัญหาอุทกภัยบ่อยครั้ง จึงทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำที่คลองท่าด่านเป็นเขื่อนคอนกรีตประเภทบดอัดใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลดีถึงการเกษตรกรรม รวมถึงการท่องเที่ยวในแม่น้ำนครนายก เพราะสามารถล่องแก่งและพายเรือเที่ยวได้ตลอดปี

10. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี : ในแต่ละปี จ.ลพบุรี เกิดอุทกภัยและภัยแล้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระราชดำริให้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ขึ้น โดยเป็นเขื่อนแกนดินเหนียวที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ด้วยความงดงามของทะเลสาบน้ำจืดซึ่งมีทางรถไฟสายอีสานพาดผ่านกลางเวิ้งน้ำกว้าง

11.อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ : เป็นสถานที่ซึ่ง รัชกาลที่ 4 ได้มาตั้งกล้องสังเกตการณ์การเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2411 ปัจจุบันได้สร้าง "อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ" ขึ้น มีอาคารดาราศาสตร์ สวนผีเสื้อ อาคารแสดงสัตว์น้ำ และพบโบราณสถานที่ชาวฝรั่งเศสก่อสร้างไว้

12.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) จ.เพชรบุรี : รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2401 มีหมู่พระที่นั่ง ปราสาทราชมณเฑียร โรงมหรสพและหอดูดาว เป็นสถานที่ซึ่ง ร.4 และ ร.5 ได้เสด็จมาทรงประทับเป็นประจำ รวมทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็เคยเสด็จพระราชดำเนินเยือน

13. พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จ.เพชรบุรี : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้รื้อพระตำหนักที่หาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2466 เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนตามคำแนะนำของแพทย์ เป็นหมู่พระที่นั่ง 3 หมู่ สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหมด ประกอบด้วยอาคาร 13 หลัง เป็นสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป อาคารเรือนไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูงเปิดโล่ง ไม่กั้นห้อง มีทางเดินเชื่อมถึงกัน ในสมัยนั้น ได้รับขนานนามว่า "พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง"

ภาคใต้

14. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช : พุทธสถานที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของภาคใต้ จุดเด่นอยู่ที่เจดีย์องค์ใหญ่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามตำนานว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ. 854 โดยเจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลาเป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐาน ต่อมาพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชได้ทำการสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมกับก่อสร้างเจดีย์ใหม่เป็นทรงสาญจิ ในปี พ.ศ. 1093 ดังที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

15. วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม จ.ปัตตานี : วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมานานกว่า 300 ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อทวด หรือหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด พระอริยสงฆ์อันเป็นที่เคารพและศูนย์รวมจิตใจของคนทั่วประเทศ พุทธศาสนิกชนในปัตตานีและละแวกใกล้เคียงต่างเดินทางมาสักการะบูชาบ่อยครั้ง มีเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุของหลวงปู่ มีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐานอยู่

16. ประภาคารกาญจนาภิเษกแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต : ประภาคารนี้สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2539 สูง 50 ฟุต หมายถึง ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 50 ปี ฐานกว้าง 9 ม. หมายถึง ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี แสงไฟจากประภาคารนี้มองเห็นไกลถึง 39 กม. บริเวณประภาคารมีลานชมวิว ส่วนภายในมีห้องแสดงนิทรรศการการเดินเรือ การคำนวณ และแสดงเวลา ดวงอาทิตย์ขึ้นและตก

ภาคตะวันออก

17. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ : ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2525 ภายใต้พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้พัฒนาพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณทะเลตะวันออกให้เป็นพื้นที่ชายฝั่งที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติวิทยาของป่าชายเลน มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบนสะพานไม้ยาวกว่า 850 ม. ในปี พ.ศ. 2545 ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเภทองค์กรส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว

กรุงเทพมหานคร

18.หอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ณ วังวรดิศ : สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย เป็นคนไทยคนแรกที่ยูเนสโกยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก วังแห่งนี้เป็นตึกสองชั้นแบบเรอเนสซองส์ หลังคาทรงสูง ปัจจุบันยังคงสภาพดี ยูเนสโกจึงเสนอชื่อให้ที่นี่เป็นอาคารประวัติศาสตร์โลก

19. พระราชวังพญาไท : จากที่สวนและที่นาซึ่ง ร.5 ทรงซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โปรดให้สร้างวังพญาไทเพื่อประพาสนอกเมือง ในสมัย ร.6 ได้สร้างพระที่นั่งสถาปัตยกรรมตะวันตก อีก 4 หลังแทนอาคารเดิม คือ พระที่นั่งไวยกูณฐ์เทพยสถาน พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งศรีสุทธินิวาส พระที่นั่งเทวราชสภารมย์

20. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (พระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า) : รัชกาลที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระราชวังหลวง เพื่อเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทพระอนุชา(วังหน้า) ในสมัยรัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานพระที่นั่งและหมู่พระวิมานทั้งหมดในวังหน้าให้เป็น "พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร" ภายในแบ่งพื้นที่การแสดงออกเป็น 3 หมวดคือ ประวัติศาสตร์ชาติไทย, ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย, ประณีตศิลป์และชาติพันธุ์วิทยา

http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9490000054315
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 12:18 น.
คณิตศาสตร์ง่ายๆ แต่ช่างแปลกดีแท้

ใช้เวลาทำแบบทดสอบนี้ ไม่เกิน 30 วินาที ค่อยๆทำตามคำสั่ง

อย่าโกงดูเฉลยก่อนเป็นอันขาด เดี๋ยวจะไม่สนุก

เตรียมเครื่องคิดเลขไว้ด้วยก็ดี เพื่อความรวดเร็ว

1.ลองกำหนดสิว่า คุณอยากออกไปทานข้าวนอกบ้านสัปดาห์ละกี่ครั้ง

2.เอาจำนวนครั้งที่ได้คูณด้วย 2

3.แล้วบวกด้วย 5

4.คูณอีกทีด้วย 50

5.ถ้าปีนี้วันเกิดของคุณผ่านไปแล้วให้บวกด้วย 1756
แต่ถ้าหากยังไม่ถึงให้บวกด้วย 1755

6.สุดท้าย ลบด้วยปี ค.ศ. ที่คุณเกิด เช่น ค.ศ.1982 1973 เป็นต้น

(หากใครไม่รู้ปี ค.ศ. ให้เอาปี พ.ศ. ที่เกิด ลบด้วย 543 จะได้ปี ค.ศ. ที่เกิด)

ถึงตรงนี้ คุณจะได้ตัวเลข 3 หลัก ใช่มั๊ย???

ตัวเลขตัวแรกของ 3 หลักที่คุณได้

คือจำนวนครั้งต่อสัปดาห์ที่คุณกำหนดไว้ตอนแรกว่าอยาก

ไปทานข้าวนอกบ้านกี่ครั้งต่อสัปดาห์

ที่นี้ ก็ มาถึงส่วนที่เจ๋งที่สุดของมันแล้วหล่ะ!!!!

ตัวเลข 2 หลักสุดท้ายที่เหลือ ก็คือ....












อายุของคุณ!!!! (ถูกต้องมั๊ย)






ปี 2006 เป็นปีเดียวที่เจ้าแบบทดสอบนี้จะเวิร์ค เพราะฉะนั้น

อย่ามัวแต่ใจเย็นเป็นแท่งไอติม

รีบให้เพื่อนๆของคุณลองดูก่อนที่สิ้นปีนี้จะมาถึง :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 12:22 น.
 :21: จริงด้วย




ปัญหาท้าทายนี้คิดค้นโดย Einstein โดยเค้าทำนายว่า 98% ของมนุษย์ทั้งหมดในโลกนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ออก

และจะมีอีก 2% เท่านั้นที่มีไหวพริบและความละเอียดพอที่จะคิดคำตอบได้

เรื่องมีอยู่ว่ามีบ้านอยู่ 5 หลัง ในแต่ละหลังมีสีต่างกัน แต่ละบ้านมีคนอยู่ 1 คนต่างกัน 5 ชนชาติ

ทุกคนจะดื่มน้ำที่แตกต่างกัน สูบบุหรี่ยี่ห้อต่างกัน และเลี้ยง!ต่างชนิดกัน ดังนี้

1.คนที่เป็นชาวอังกฤษอยู่บ้านสีแดง

2.คนที่เป็นชาวสวีเดนเลี้ยงหมา

3.คนที่เป็นชาวเดนมาร์กดื่มชา

4.บ้านสีเขียวอยู่ทางซ้ายของบ้านสีขาว

5.เจ้าของบ้านสีเขียวดื่มกาแฟ

6.คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Pall Mall เป็นคนเลี้ยงนก

7.เจ้าของบ้านสีเหลืองสูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill

8.คนที่อยู่บ้านหลังกลางดื่มนม

9.คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่บ้านหลังแรก

10.คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Blends อยู่ติดกับคนเลี้ยงแมว

11.คนที่เลี้ยงม้าอยู่ติดกับคนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill

12.คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Bulemaster ดื่มเบียร์

13.คนที่เป็นชาวเยอร์มันสูบบุหรี่ยี่ห้อ Prince

14.คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่ติดกับบ้านสีฟ้า

15.คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Blends เป็นเพื่อนกับคนดื่มน้ำ

คำถามคือ บ้านสีอะไรเป็นคนเลี้ยงปลา?


(ละโว้แหงเลย  :42:)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 12:36 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 12:18 น.
คณิตศาสตร์ง่ายๆ แต่ช่างแปลกดีแท้

ใช้เวลาทำแบบทดสอบนี้ ไม่เกิน 30 วินาที ค่อยๆทำตามคำสั่ง

อย่าโกงดูเฉลยก่อนเป็นอันขาด เดี๋ยวจะไม่สนุก

เตรียมเครื่องคิดเลขไว้ด้วยก็ดี เพื่อความรวดเร็ว

1.ลองกำหนดสิว่า คุณอยากออกไปทานข้าวนอกบ้านสัปดาห์ละกี่ครั้ง

2.เอาจำนวนครั้งที่ได้คูณด้วย 2

3.แล้วบวกด้วย 5

4.คูณอีกทีด้วย 50

5.ถ้าปีนี้วันเกิดของคุณผ่านไปแล้วให้บวกด้วย 1756
แต่ถ้าหากยังไม่ถึงให้บวกด้วย 1755

6.สุดท้าย ลบด้วยปี ค.ศ. ที่คุณเกิด เช่น ค.ศ.1982 1973 เป็นต้น

(หากใครไม่รู้ปี ค.ศ. ให้เอาปี พ.ศ. ที่เกิด ลบด้วย 543 จะได้ปี ค.ศ. ที่เกิด)

ถึงตรงนี้ คุณจะได้ตัวเลข 3 หลัก ใช่มั๊ย???

ตัวเลขตัวแรกของ 3 หลักที่คุณได้

คือจำนวนครั้งต่อสัปดาห์ที่คุณกำหนดไว้ตอนแรกว่าอยาก

ไปทานข้าวนอกบ้านกี่ครั้งต่อสัปดาห์

ที่นี้ ก็ มาถึงส่วนที่เจ๋งที่สุดของมันแล้วหล่ะ!!!!

ตัวเลข 2 หลักสุดท้ายที่เหลือ ก็คือ....












อายุของคุณ!!!! (ถูกต้องมั๊ย)






ปี 2006 เป็นปีเดียวที่เจ้าแบบทดสอบนี้จะเวิร์ค เพราะฉะนั้น

อย่ามัวแต่ใจเย็นเป็นแท่งไอติม

รีบให้เพื่อนๆของคุณลองดูก่อนที่สิ้นปีนี้จะมาถึง :25:

ผิด!!




ไม่ใช่3หลัก เพราะอยากออกนอกบ้าน1800ครั้ง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 12:36 น.
 :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 13:20 น.
ออกถึงเหรอ  :07: 1800 ครั้งหน่ะ  :23:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 13:36 น.
ก็บอกว่าอยาก
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 13:44 น.
เอ๊ออ  :07:

อยากก็อยาก  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 14:48 น.
เอา เป็นว่า ละโว้ ทั้งคู่แหนะครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 19:53 น.
ความหมายของการเมือง
ปล. เคยอ่านแล้วบอกนะ เดี่ยวหาเรื่องใหม่ลง
หนูน้อยคนหนึ่งถามพ่อว่า
"พ่อฮับ การเมืองคืออะไรฮับ"
คุณพ่อใจดีตอบว่า
"พ่ออธิบายง่ายๆ อย่างนี้ดีกว่า คือ
พ่อเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว
หนูต้องเรียกพ่อว่า ...ทุนนิยม...

ส่วนแม่เป็นคนจัดการเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
ก็ต้องเรียกแม่ว่า...รัฐบาล...

เราสองคนมีหน้าที่ดูแลความต้องการของลูก
เพราะฉะนั้น เราจะเรียกลูกว่า ...ประชาชน...

ส่วนพี่เลี้ยงของหนูเรามองว่าเธอเป็น
...ชนชั้นผู้ใช้แรงงาน...

สำหรับน้องชายของลูก เราจะเรียกเขาว่า
...อนาคต...

เอาละ ลองเก็บไปคิดดูว่าหนูเขาใจหรือเปล่า



คืนนั้นหนูน้อยเข้านอน
พลางคิดถึงคำพูดของคนเป็นพ่อ

กลางดึกพ่อหนูได้ยินเสียงน้องร้องจ้า
ย่องเข้าไปดูเห็นอึกองโตเต็มผ้าอ้อม
พ่อหนูเดินไปห้องพ่อแม่
แต่กลับเจอมามี้นอนกรนคร่อกฟี้
เดินไปห้องพี่เลี้ยง
ปรากฏว่าประตูติดล็อก เขย่งมองในรูกุญแจ
ก็เห็นภาพบิดากำลังเล่นจ้ำจี้กับพี่เลี้ยงเข้าเต็มตา
หนูน้อยเลยล้มเลิกความพยายาม
แล้วกลับไปนอนคลุมโปงตามเดิม

เช้าวันต่อมาหนูน้อยเดินไปหาพ่อบอกเสียงขรึมว่า
"พ่อครับ ตอนนี้ผมเข้าใจคอนเซ็ปต์การเมืองแล้วละครับ"
" เหรอลูก ไหนบอกพ่อซิ ลูกคิดว่าการเมืองคืออะไร"

คุณพ่อตัวดีซักไซ้
คุณลูกตอบฉะฉาน

" การเมืองก็เป็นเรื่องประมาณว่า
ขณะที่ทุนนิยมกำลังกดขี่ผู้ชนชั้นใช้แรงงาน
รัฐบาลก็หลับคุดคู้ไม่รู้ไม่เห็น
ด้านประชาชนก็ถูกละเลยไม่ได้รับความสนใจ
ส่วนอนาคตก็จมอยู่ในกองขี้ไงครับ"


ละโว้ยัง? :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 20:05 น.
ละโว้นิดๆหน่อยค่ะ
ชอบบทสรุป :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 04 พ.ค. 2006, 09:26 น.
ละโว้อะโต :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 14:02 น.
 :42:

ทายบุคลิกจากตัวการ์ตูน ลองดิ อันนี้สนุก กะ น่ารักดีนะคะ
เพียงตอบคำถามง่ายๆ 10 ข้อก็จะรู้ได้ว่าตัวเองมีบุคลิกที่ตรงกับการ์ตูนจากLooney's Toonตัวไหน
ตอบคำถามแล้วจดคะแนนที่ได้ ในแต่ละข้อนำมารวมกัน แต่อย่าเพิ่งดูเฉลยนะ คิดคะแนนไปก่อน
ตอบเสร็จ 10 ข้อแล้วถึงดูเฉลยได้ ไม่งั้นไม่หนุก
     

1. ข้อใดบรรยายถึง perfect dateของคุณมากที่สุด?


a) ดินเนอร์ใต้แสงเทียน (4 คะแนน)


b) ไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน (2 คะแนน)


c) เล่นโรเลอร์เบลดในสวนสาธารณะด้วยกัน (5 คะแนน)


d) พาไปดูคอนเสิร์ตเพลงร็อค (1 คะแนน)


e) ไปดูหนังกัน ( 3 คะแนน)



2. คุณชอบฟังเพลงแนวไหนมากที่สุด?


a) rock&roll (2 คะแนน)


b) alternative (1 คะแนน)


c) soft rock (4 คะแนน)


d) classical (5 คะแนน)


e) pop (3 คะแนน)




3. คุณชอบดูหนังแนวไหนมากที่สุด?


a) หนังตลก (2 คะแนน)


b) หนังสยองขวัญ (1 คะแนน)


c) หนังเพลง (3 คะแนน)


d) หนังรักโรแมนติก (4 คะแนน)


e) หนังสารคดี (5 คะแนน)



4. ถ้าเกิดต้องเลือกทำงานซักอย่าง จะเลือกทำงานอะไรจากตัวเลือกต่อไปนี้?


a) เด็กเสิร์ฟ (4 คะแนน)


b) นักกีฬา (5 คะแนน)


c) คุณครู (3 คะแนน)


d) ตำรวจ (2 คะแนน)


e) บาร์เทนเดอร์ (1 คะแนน)



5. ถ้าเกิดมีเวลาว่าง 1 ชั่วโมงคุณเลือกที่จะทำอะไร?


a) ทำงาน (5 คะแนน)


b) อ่านหนังสือ (4 คะแนน)


c) ดูทีวี (2 คะแนน)


d) ฟังเพลง (1 คะแนน)


e) นอนหลับ (3 คะแนน)



6. คุณชอบสีอะไรมากที่สุดจากสีต่อไปนี้?


a) เหลือง (1 คะแนน)


b) ขาว (5 คะแนน)


c) ฟ้า (3 คะแนน)


d) เขียว (2 คะแนน)


e) แดง (4 คะแนน)



7. ตอนนี้คุณชอบกินอะไรมากที่สุด?


a) ไอติม (3 คะแนน)


b) พิซซ่า (2 คะแนน)


c) ซูชิ (1 คะแนน)


d) พาส ต้า (4 คะแนน)


e) สลัด (5 คะแนน)



8.วันหยุดที่คุณชอบมากที่สุด?


a) Halloween (1 คะแนน)


b) Christmas (3 คะแนน)


c) ปีใหม่ (2 คะแนน)


d) Valentine's (4 คะแนน)


e) วันขอบคุณพระเจ้า (5 คะแนน)



9.ถ้าคุณสามารถไปเที่ยวได้หนึ่งที่ จะเลือกไปไหนจากสถานที่ต่อไปนี้?


a) Paris (4 คะแนน)


b) Spain (5 คะแนน)


c) Las Vegas (1 คะแนน)


d) Hawaii (2 คะแนน)


e) Hollywood (3 คะแนน)



10. บุคคลต่อไปนี้ คุณอยากอยู่กับใครมากที่สุด?


a) คนฉลาด (5 คะแนน)


b) คนที่ดูดี หล่อ/สวย (2 คะแนน)


c) คนรักสัตว์ (1 คะแนน)


d) คนที่สนุกสนานและตลกตลอดเวลา (3 คะแนน)


e) คนที่อ่อนไหว เจ้าอารมณ์ (4 คะแนน)
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++

ทีนี้ก็รวมคะแนนทั้ง 10 ข้อ ได้กี่คะแนนมาดูเฉลยกัน
















10-17 คะแนน
คุณคือ....... Tazmania (ฮะแอ่ม...อันนี้คนละตัวกะ Tazmania_bpนะคะ)


คุณเป็นคนที่บ้าๆ ค่อนข้างชอบทำอะไรเสี่ยงๆและตัวคุณเองก็รู้ตัวดี คุณรู้จักหาความสุขใส่ตัวและออกไปในทางของการทำอะไรที่มันสุดๆ (ก็มันบ้าอ่ะ) แต่คุณก็ยังรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ คุณชอบที่จะกำหนดชีวิตด้วยตัวของคุณเอง
คนอื่นๆมักคิดไม่เหมือนคุณ อันที่จริงคุณเองนั่นแหละที่คิดไม่เหมือนคนอื่นๆเค้า (บอกแล้ว มันบ้า) แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณสูญเสียความเชื่อของตนเอง แต่ก็จำไว้ว่าพลังความบ้าของคุณอาจทำให้ตัวเองและคนอื่นเจ็บปวดได้เหมือนกัน



18-26 คะแนน
คุณคือ.......Bugs Bunny นะจ๊ะ (จำได้เปล่า Bugs ชอบพูดว่า "what's up,guys?" แล้วก็ยืนแทะแครอท )


คุณเป็นคนตลก เป็นมิตรกับทุกคนและเป็นจุดสนใจ เป็นศูนย์กลางของคนอื่นๆอย่างแท้จริง คุณอาจออกไปที่ไหนต่อไหนแต่เมื่อกลับมาที่บ้าน คุณก็ยังคงกลับมาพร้อมกับค่านิยมและคุณธรรมที่แม่ของคุณเคยสอนไว้ การแต่งงานและเด็กๆมีความสำคัญต่อคุณ แต่นั่นก็หลังจากที่คุณได้ไปสนุกสนานมาแล้วเท่านั้นแหละ จงอย่าปล่อยให้คนที่คุณพอใจมีอิทธิพลทำให้คุณไขว้เขวได้ละกัน



27-34 คะแนน
คุณคือ......Tweety (นกตัวเล็กๆ สีเหลือง หัวโตๆ ที่ชอบพูดว่า
" I think I saw a pussy cat...oh pussy pussy cat!" น่ารักดีนะ)


คุณเป็นคนน่ารักและทุกๆคนก็รักคุณ (แหม น่าอิจฉา) คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่ใครๆก็ไม่อยากสูญเสียไป คุณไม่เคยทำให้ใครเจ็บปวดและก็ไม่เคยถูกทำให้เจ็บปวดเช่นกัน ชีวิตของคุณสดชื่น คุณเองก็เป็นคนฉลาดและสงบเงียบโดยส่วนใหญ่ เพียงแค่พยายามไม่สนใจคนที่คิดจะแทงข้างหลังคุณ คุณก็จะหมดความกังวลใดๆ




35-42 คะแนน
คุณคือ......Pepe Le Pew (ชื่อน่ารักมากแต่นึกหน้ามันไม่ออกว่าตัวไหนกันแน่)


คุณเป็นคนที่มีความสุขได้กับคนรัก ความโรแมนติก ดอกไม้และไวน์ เป็นคนจริงจังกับการกระทำทุกอย่าง เป็นคนรักครอบครัว คุณจะโทรหาแม่ทุกๆวันอาทิตย์ (ว้ายยยย....ลูกแหง่) และก็ไม่เคยลืมวันเกิดของใคร แต่ก็อย่ายอมให้อารมณ์รักโรแมนติกของคุณทำให้คุณสับสนกับสิ่งที่เป็นความจริงล่ะ



43-50 คะแนน
คุณคือ......Speedy Gonzales (ตัวนี้ก็ด้วย ชื่อคุ้นมากแต่นึกหน้าไม่ออก)


คุณเป็นคนฉลาด เป็นนักคิดตัวยง ทุกๆสถานการณ์จะมาพร้อมกับแผนการ เป็นคนที่สุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ คุณชอบสอนค่านิยมในครอบครัวและยึดมั่นกับมันอย่างมาก แต่ก็อย่าประมาทกับสถานการณ์เลวร้ายเมื่อมันเกิดขึ้น


จาก ฟอร์เวิร์ดเมลล์ 14 Jul 2004    :21:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 14:34 น.
ถ้าตอบ

++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++
++


ได้กี่คะแนน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 14:44 น.
เล่นรอบที่สามแล้ว

ได้ ทวิสตี้เหมือนเดิม   :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 14:53 น.
Bugs Bunny เพิ่งเล่น  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: liquid เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 15:44 น.
Pepe Le Pew    :40:

ตัวอะไรนึกไม่ออกเหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 19:07 น.
ได้ทวิสตี้ :33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 22:17 น.
อ้างคำพูดจาก: เจ้าโต เมื่อ 01 พ.ค. 2006, 19:53 น.
ความหมายของการเมือง
ปล. เคยอ่านแล้วบอกนะ เดี่ยวหาเรื่องใหม่ลง
หนูน้อยคนหนึ่งถามพ่อว่า
"พ่อฮับ การเมืองคืออะไรฮับ"
คุณพ่อใจดีตอบว่า
"พ่ออธิบายง่ายๆ อย่างนี้ดีกว่า คือ
พ่อเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว
หนูต้องเรียกพ่อว่า ...ทุนนิยม...

ส่วนแม่เป็นคนจัดการเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
ก็ต้องเรียกแม่ว่า...รัฐบาล...

เราสองคนมีหน้าที่ดูแลความต้องการของลูก
เพราะฉะนั้น เราจะเรียกลูกว่า ...ประชาชน...

ส่วนพี่เลี้ยงของหนูเรามองว่าเธอเป็น
...ชนชั้นผู้ใช้แรงงาน...

สำหรับน้องชายของลูก เราจะเรียกเขาว่า
...อนาคต...

เอาละ ลองเก็บไปคิดดูว่าหนูเขาใจหรือเปล่า



คืนนั้นหนูน้อยเข้านอน
พลางคิดถึงคำพูดของคนเป็นพ่อ

กลางดึกพ่อหนูได้ยินเสียงน้องร้องจ้า
ย่องเข้าไปดูเห็นอึกองโตเต็มผ้าอ้อม
พ่อหนูเดินไปห้องพ่อแม่
แต่กลับเจอมามี้นอนกรนคร่อกฟี้
เดินไปห้องพี่เลี้ยง
ปรากฏว่าประตูติดล็อก เขย่งมองในรูกุญแจ
ก็เห็นภาพบิดากำลังเล่นจ้ำจี้กับพี่เลี้ยงเข้าเต็มตา
หนูน้อยเลยล้มเลิกความพยายาม
แล้วกลับไปนอนคลุมโปงตามเดิม

เช้าวันต่อมาหนูน้อยเดินไปหาพ่อบอกเสียงขรึมว่า
"พ่อครับ ตอนนี้ผมเข้าใจคอนเซ็ปต์การเมืองแล้วละครับ"
" เหรอลูก ไหนบอกพ่อซิ ลูกคิดว่าการเมืองคืออะไร"

คุณพ่อตัวดีซักไซ้
คุณลูกตอบฉะฉาน

" การเมืองก็เป็นเรื่องประมาณว่า
ขณะที่ทุนนิยมกำลังกดขี่ผู้ชนชั้นใช้แรงงาน
รัฐบาลก็หลับคุดคู้ไม่รู้ไม่เห็น
ด้านประชาชนก็ถูกละเลยไม่ได้รับความสนใจ
ส่วนอนาคตก็จมอยู่ในกองขี้ไงครับ"


ละโว้ยัง? :26:

ไม่เคยอ่าน  :45:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 22:33 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 13 พ.ค. 2006, 23:26 น.
ออกจะละโว้  :26:  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 14 พ.ค. 2006, 03:03 น.
อ้างอิงครั้งหนึ่ง เมื่อเธอยังเป็นเพียงเด็กหญิงอันดามัน ครูสอนศิลปะให้เธอใช้ดินสอวาดภาพ แต่มีข้อแม้ ห้ามไม่ให้ใช้ยางลบลบเป็นอันขาด! ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องห้าม รู้เพียงแต่ว่าเวลาเธอวาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยวเธอก็

อยากแก้ให้มันตรงสวย พอจะหยิบยางลบขึ้นมาลบ ครูก็หันมามองทุกที...

สุดท้ายเธอจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆ นั้นไปตามจินตนาการ เช่นเธอตั้งใจวาดรูปหน้าคน แต่เผลอวาดดวงตากลมโตเกินไป เธอก็เปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน แม้ตอนนั้นจะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ

และแม้เธอจะไม่คิดจะวาดรูปหน้าคนใส่แว่นมาก่อน แต่เธอก็ได้รูปหน้าคนตามที่ต้องการ แถมยังภูมิใจว่าเธอสามารถวาดภาพๆ นั้นด้วยความมั่นใจและไม่ต้องใช้ยางลบลบภาพเลยสักครั้งเดียว

เวลาผ่านไป เธอโตขึ้น ได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ครูสอนวันนั้น แท้จริงแล้วปลูกฝังนิสัยหนึ่งให้กับเธอ
นั่นคือ การเข้าใจธรรมชาติของความผิดพลาด!

ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของทุกคน และในชีวิตหนึ่งก็มีหลายครั้งที่เธอได้พบโดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอยอมรับความผิดพลาดเหล่านั้น และรวบรวมสติปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ นั่นคือ การที่เธอเข้าใจว่า

ธรรมชาติของความผิดพลาดคือการที่มันเกิดขึ้นแล้วจะคงอยู่อย่างถาวร เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ...ลบความผิดพลาด แต่เธอจำเป็นต้องใช้สมองต่อเติมแก้ไขภาพวาดของเธอ...ให้สมบูรณ์ด้วยตัวเอง!
ดังนั้น ถ้าความผิดพลาดเกิดขึ้นกับเราแล้ว การที่เราจะมานั่งร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนขอแหกกฎเพื่อใช้ยางลบกลับไปลบแก้ไขนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้ คือ รู้จักพลิกแพลงแก้ไขสิ่งเหล่านั้นด้วยสติ และวาดภาพของตัว

เองต่อไปด้วยความระแวดระวังมากขึ้น

ทุกคนมีดินสอหนึ่งแท่งเพื่อจะวาดภาพชีวิตของเราให้สวยงาม แต่เราไม่มียางลบสักก้อนที่จะเอาไปลบสิ่งที่เราทำผิดพลาดมาแล้ว ดังนั้นเราต้องตั้งใจและมีสติทุกครั้งที่เราลากเส้น และถึงแม้ภาพที่เราวาดจะออกมาไม่เหมือนกับ

ภาพที่เราฝันไว้สักเท่าไหร่ แต่มันก็มาจากมือของเรา เราควรจะภูมิใจกับมันได้เสมอ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าสักวันหนึ่งเราอาจลากเส้นเบี้ยวไปบ้าง

...เพราะถึงอย่างไร เธอเชื่อว่า ถ้าสมองและหัวใจทำงานอย่างเต็มที่ ภาพชีวิตของเราก็งดงามได้โดยไม่ต้องใช้ยางลบ!

credit : Lady of the sea รักนี้ข้ามกาลเวลา by winwin
สนุก  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 14 พ.ค. 2006, 14:35 น.
เห็นว่ามีประโยชน์
(ละโว้แน่เลย  :05:)

> >> >> >>>
หัวใจล้มเหลวจะทำอย่างไร?
(ส่งต่อได้บุญนะ)

> >> >>จะเกิดอะไรขึ้นหากท่านอยู่คนเดียวแล้วประสพกับ
อาการหัวใจล้มเหลวกระทันหัน(หัวใจวาย)?

เจ้าหน้าที่2 คนจาก The Johnson City Medical Center

ได้ค้นพบวิธีและได้ทำการศึกษาจากห้อง ICU
และได้ทำการเขียนบทความขึ้น
บทความนี้ได้ถูกตีพิมพ์และได้รับการบรรจุเข้าในวิชาACLS และ
CPR(Cardiopulmonary Resuscitation วิชาการผายปอด)

วิธีการนี้ได้ถูกเรียกว่าผายปอดด้วยการไอ
วิธีการนี้สามารถช่วยเหลืออาการหัวใจล้มเหลวได้จริง
และหากทุกคนที่ได้รับ e-mail
นี้ส่งต่อให้คนอื่นๆ
พวกเราอาจช่วยชีวิตคนได้อีกอย่างน้อยก็คงจะ1 ชีวิต
ด้วยวิธีการนี้

ลองอ่านตรงนี้ดู....มันอาจช่วยชีวิตคุณไว้ได้!

> >> >>สมมุติว่ามันเป็นเวลาหกโมงเย็นและคุณกำลังขับรก
ลับบ้านคนเดียวหลังจากเลิกงานแล้ว
คุณรู้สึกเหนื่อยล้า หดหู่ และเครียด
ทันนั้นเองคุณก็รู้สึกเจ็บขึ้นที่หน้าอก
อาการเจ็บเริ่มแผ่กระจายไปตามแขนและลามขึ้นมาถึงขากรรไกร

ถึงโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านคุณที่สุดก็อยู่ห่างออกไปเพียงแค่
5 ไมล์ก็จริง
แต่คุณก็ไม่รู้ว่าคุณจะไปถึงหรือเปล่า???
คุณจะทำอย่างไร?

ถึงคุณอาจเคยเรียนวิธีผายปอดมาแล้ว
แต่สิ่งที่คุณเรียนมานั้นไม่ได้สอนว่าจะช่วยผายปอดตัวเองอย่างไร?

จะทำอย่างไรดีหากท่านอยู่คนเดียวแล้วเกิดอาการหัวใจล้มเหลวกระทันหัน?
หลายคนอาจเกิดหัวใจล้มเหลวกระทันหันขณะที่อยู่คนเดียว

หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออาจเกิดอาการหน้ามืดและจะหมดสติภายในเวลา
10วินาที เท่านั้น

อย่างไรก็ดีผู้ป่วยยังคงสามารถช่วยเหลือตัวเองได้โดยการไอแรงๆ
ซ้ำๆอย่างต่อเนื่อง! ก่อนการไอแรงๆ ทุกครั้ง
ควรสูดลมหายใจให้ลึกๆ
การไอแต่ละครั้ง  ควรไอให้ยาวๆ
เหมือนกับตอนที่พยายามขากเสลดจากปอด
การหายใจลึกๆ และไอแรงๆ
ต้องกระทำต่อเนื่องทุกๆ 2 วินาที
(ย้ำทุกๆ2วินาที)

อย่างไม่หยุดจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือหรือจนกระทั่งรู้สึกว่าหัวใจเต้น
เป็นปรกติแล้ว
การหายใจลึกๆจะทำให้ปอดได้รับออกซิเจน
ส่วนการไอแรงๆ

นั้นจะทำให้แรงกระเทือนไปช่วยบีบหัวใจและทำให้เลือดหมุน
เวียนได้และแรงกระเทือนและแรงบีบหัวใจจากการไอนี้จะช่วยทำให้หัวใจ
กลับสู่การเต้นปรกติได้

การทำแบบนี้จะช่วยให้ผู้ที่ประสพอาการหัวใจล้มเหลวกระทันหันพาตัวเองไปถึง
โรงพยาบาลได้
กรุณาส่งต่อข้อความนี้ให้กับคนอื่นๆ

เพื่อว่ามันอาจมีโอกาสได้ช่วยชีวิตของพวกเขาไว้
> >> >> >>>
> >> >>
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: liquid เมื่อ 14 พ.ค. 2006, 17:02 น.
 :06:  ไอแรงๆ

อืมๆๆๆๆ  จะจำไว้ค่ะ

แล้วถ้าใจแตกสลายตอนอยู่คนเดียวล่ะค่ะจะแก้ยังไง :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ๐^NuTTYBoyZ^๐ เมื่อ 14 พ.ค. 2006, 20:31 น.
+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่ เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใสเเจ่ม เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์ จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก เเต่ถ้าฟังเบิร์ด-เสก ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราไม่ชอกช้ำ เเต่ถ้าฟังไอน้ำ จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย เเต่ถ้าฟังเสนาหอย จะเเอบเหงาคนเดียว

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย เเต่ถ้าฟังนัท มีเรีย มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันจนสิ้นชีวิน เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน เเล้วจะบอกว่า ถ้าเขามาฉันจะไป

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้ เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ จะถูกต่อว่าปากดีเหลือเกินนะเรา

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม  จะตัดพ้อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส มักจะเล่นของสูง

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส เเต่ถ้าฟังติ๊ก ชีโร่ จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง เเต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า....ทำบ้าอะไร

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา เเต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน เเต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์ เเล้วเธอจะรู้สึก!!

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เปลืองเเรง เเต่ถ้าฟังพรศักดิ์ ส่องเเสง จะเปลืองเเรง เพราะ มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คใครโทรมา

+ ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ ปี เเต่ถ้าฟังเเอน สุชาวดี มักจะติดร.วิชาลืม


***คติ***

    ไม่มีใคร!! มีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ เพราะ คนที่มีค่าพอสำหรับคุณนั้น ย่อมไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด....

พระมหาสมภัค กิตฺติปญฺโญ กุฏิ 37   ------------> credit : fw mail

ย้ายกระจู๋มาจาก --->http://f0nt.com/forum/index.php/topic,6033.0.html
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: liquid เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 15:58 น.
+ ฟังธรรมะแล้วจะทำให้กริยามารยาทสงบเสงี่ยม แต่ถ้าฟังไททาเนี่ยม คุณจะทะลึ่ง  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 16:12 น.
ไม่จริ๊ง ไม่จริง . . .

พี่เฟิร์นฟังไทเทเนี่ยม ปกติยังเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้อยู่เลย  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: liquid เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 16:24 น.
ไม่จริ๊ง ไม่จริง . . .

พี่เฟิร์นฟังไทเทเนี่ยม ปกติยังเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้อยู่เลย   

:26:แล้วผ้าที่พับไว้เนี๊ยรีดหรือยังค่ะ
เดี๋ยวจะกลายเป็นผ้ายับพับไว้ :02:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 17:28 น.
รู้ทัน  :07:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 23:20 น.
 ไม่มีใคร!! มีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ เพราะ คนที่มีค่าพอสำหรับคุณนั้น ย่อมไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้


ชอบ :40:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 23:41 น.
เคนอ่านเจอในหนังสือนะ ชอบเหมือนกัน  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 23:45 น.
เคนอ่าน ไม่ใช่เจ๊อ่าน
:43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 23:49 น.
 :05:

เคยจะ พิมพ์ผิด  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: liquid เมื่อ 16 พ.ค. 2006, 23:57 น.
 :02:  ชีวิตพี่เฟิร์นต้องศิโรราบให้กับน้องเดือน

:25:  เห็นใจจังเลยค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 17 พ.ค. 2006, 01:21 น.
 :07:

อะไรยะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 17 พ.ค. 2006, 02:45 น.
 :26: ยอมให้นิดๆก็ได้  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 17 พ.ค. 2006, 03:06 น.
 :19:

คิคิ

:40:

อากาศและความรัก
เธอเลือกที่จะขาดสิ่งไหน?

ไม่มีอากาศ...ก็ไม่มีลมหายใจ
ไม่มีความรัก...ยังหายใจได้เหมือนทุกวัน

อากาศ...ไม่ต้องเสาะแสวงหา
...แต่ความรักจะได้มาต้องบากบั่น

อากาศได้ง่ายๆ และมีอยู่มากมายร้อยพัน
...ส่วนความความรัก แม้เพียงฝันก็สุขใจ

อากาศแทบไม่มีน้ำหนัก
ส่วนความรัก ใครก็เห็นว่ายิ่งใหญ่

อากาศ ไม่เคยสร้างความเสียใจ
หากความรัก ทำให้ต้องร้องไห้ และมีน้ำตา

อากาศ ทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่
มีความรัก โลกจะกลายเป็นสีชมพูหวานไหว

อากาศ เข้า-ออก ตามลมหายใจ
แต่ความรักหากมีไว้ ก็ไม่อยากสูญเสียไปสักนิดเดียว

ดูแลรักษาอากาศว่าลำบาก
ดูแลความรักยิ่งยุ่งยาก หากไม่ชอบแลเหลียว

อากาศมากเท่าไหร่ ก็ไม่กลมเกลียว
ความรักแม้บางเบาก็แน่นเหนียวและผูกพัน

ส่วนประกอบของอากาศสามารถบรรยาย
แต่ความรักไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำสั้นๆ

อากาศ อาจดี-แย่ แต่ละวัน
ส่วนความรักนั้น จะยังคงอบอุ่นกรุ่นหัวใจ


ละโว้ แต่ชอบ
:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: liquid เมื่อ 18 พ.ค. 2006, 21:04 น.
ดั่งอยู่ในสูญยากาศเมื่อขาดความรักเธอไป  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 18 พ.ค. 2006, 21:31 น.
อ้างอิงจากกระจู๋
http://f0nt.com/forum/index.php/topic,6041.0.html

อ้างอิงอ่านและดูเพื่อค้นหา

บางครั้งการอ่าน
ก็ไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจกับสิ่งที่เราอ่านอยู่

บางครั้งเราอ่านรู้เรื่อง
แต่กลับไม่เข้าใจมัน

และหลายๆ ครั้งที่เราทั้งอ่านและดู
เพื่อพยายามจะเข้าใจมัน
ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไร

บางครั้งสิ่งที่เราอ่านรู้เรื่อง
และดูแล้วเข้าใจ
มันกลับไม่เป็นอย่างที่เราแน่ใจ

บ้างครั้งสิ่งที่เราแน่ใจ
มันกลับไม่ใช่ สำหรับคนอื่น

และหลายๆ ครั้งที่เราดูรู้เรื่อง
และอ่านเข้าใจก็คือมายา

และเกือบทุกครั้งที่เราพยายามหาคำตอบ
ความจริงก็ยิ่งหนีห่างไป

และเกือบทุกอย่าง
ที่เราไม่เข้าใจนั้นมันมีอยู่จริง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 18 พ.ค. 2006, 21:40 น.
อันนี้ละโว้แหละ เพราะเคยเอามาใช้ประกอบของขวัญให้ใครคนหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว  :42:





    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน ความสุข,ความเศร้า,ความรู้ และอื่นๆ รวมทั้งความรัก  วันหนึ่งก็มีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่าเกาะกำลังจะจม  ดังนั้นทั้งหมดจึงได้เตรียมเรือ  เพื่อที่จะหนีออกจากเกาะ  มีเพียงความรักเท่านั้นที่ยังตจัดสินใจจะอยู่บนเกาะ

     ความรักต้องการอยู่บนเกาะจนกระทั่งนาทีสุดท้าย  เมื่อเกาะใกล้จะจม  ความรักจึงร้องขอความช่วยเหลือจากความรวยซึ่งแล่นเรือผ่าน แต่ความรวยตอบว่า "ไม่ได้หรอก ฉันรับเธอไม่ได้เพราะเรือของฉันเต็มไปด้วยเงินและทองแล้ว มันไม่มีที่ให้คุณหรอก"

     ความรักตัดสินใจที่จะถามความเห็นแก่ตัวซึ่งผ่านมาด้วยเรือลำงามเหมือนกัน "ความเห็นแก่ตัว ฃ่วยฉันด้วย" "ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอกความรัก เธอน่ะเปียกปอน อาจทำให้เรือของฉันเปียกด้วย"

    ความเศร้าได้พายเรือใกล้เข้ามา ความรักได้เอ่ยขอความช่วยเหลืออีก "ความเศร้าอนุญาตให้ฉันขึ้นเรือเธอนะ" "โอ้ความรัก ฉันกำลังเศร้ามากเลย ฉันต้องการอยู่คนเดียว ขอโทษนะ"

     ความสุขได้ผ่านความรักไปอีกเหมือนกัน  แต่เขากลับไม่ได้ยินแม้เสียงขอความช่วยเหลือของความรัก  เพราะมัวแต่กำลังมีความสุข

     ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา "มานี่สิความรัก ฉันจะรับคุณไปเอง" เป็นเสียงของชายแก่คนหนึ่ง  ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมาก  จนลืมถามชื่อว่าใครคือผู้ใจดีผู้นั้น  เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง  คนแก่ก็จากไปตามทางของเขา  ความรักจึงนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อชายแก่ผู้นั้น  จึงหันไปถามความรู้ "ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน" ความรู้ตอบว่า "เวลา" "แต่ทำไมเวลาจึงช่วยฉันล่ะ" ความรักสงสัย ความรู้จึงตอบความรักไปว่า "ก็เพราะมีเพียงเวลาเท่านั้นที่เข้าใจว่าความรักยิ่งใหญ่แค่ไหน"

ปล.  ขอบคุณเวลาที่ช่วยพิสูจน์ความรัก
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: liquid เมื่อ 18 พ.ค. 2006, 22:46 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 18 พ.ค. 2006, 21:40 น.
อันนี้ละโว้แหละ เพราะเคยเอามาใช้ประกอบของขวัญให้ใครคนหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว  :42:



  :22:  ถึงละโว้  อ่านแล้วก็รู้สึกดีน่ะค่ะ  
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นิ้ง เมื่อ 21 พ.ค. 2006, 12:38 น.
ไม่ใช่FWD แต่ไม่รู้จะเอาไปลงที่ไหน :42:
แต่มันซึ้งจริงๆ
http://my.dek-d.com/teeptan/story/view.php?id=156733
อ่านจากเว็บจะดีกว่า เพราะมันมี9ตอน :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 24 พ.ค. 2006, 07:36 น.
อ้างอิงเรื่องอะไร *
.

.

อ ะ ไ ร ... แฝงตัวอยู่ในทุกที่
แม้กระทั่งในความไม่มี อ ะ ไ ร มันก็ยังมี อ ะ ไ ร

เมื่อไม่ได้บอก อ ะ ไ ร มาก็เลยมี อ ะ ไ ร ให้ต้องคิด
ว่ามันมี อ ะ ไ ร ซ่อนอยู่และ อ ะ ไ ร ที่ว่านั่นมันคือ อ ะ ไ ร

.

.

เราจำเป็นต้องรู้ อ ะ ไ ร นั่นไหม
เราควรจะรู้ อ ะ ไ ร นั่นไหม
เราอยากรู้ อ ะ ไ ร นั่นไหม
ไม่จำเป็น ไม่ควร ไม่อยาก แล้วจะรู้ไป

เพื่อ อ ะ ไ ร
รู้ อ ะ ไ ร | เชื่อว่ารู้ อ ะ ไ ร | คิด

ว่ารู้ อ ะ ไ ร - จริงๆแล้วรู้ อ ะ ไ ร
เราจะได้ประโยชน์ อ ะ ไ ร จากการรู้

อ ะ ไ ร ที่ว่านั่นบ้าง
แล้วเราสามารถเข้าใจ อ ะ ไ ร อ ะ ไ ร ได้ดีแค่ไหน

.

.




ตามหา อ ะ ไ ร ไม่หยุดหย่อน
ทั้งๆที่ก็มีคำตอบอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ว่า

อ ะ ไ ร คือ อ ะ ไ ร
แล้วเดี๋ยวคอยดู - ใคร เมื่อไร ที่ไหน

ทำไม อย่างไร ก็จะตามมา
... ตาม อ ะ ไ ร มา *
http://mono-gokinjo.exteen.com/

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 26 พ.ค. 2006, 20:57 น.
"ความรัก" ไม่มีถูก-ผิด?


คุณไม่ผิดที่ไปรักเขาคนนั้น


และเขาเองก็คงไม่ผิดที่ไม่ได้รักคุณ


ในทางตรงข้าม คุณไม่ผิดที่ไม่ได้รักเขาคนนั้น


และเขาก็ไม่ผิดที่มารักคุณเช่นกัน



การห้ามใจไม่ให้รักนั้นยากนัก


แต่คงเทียบไม่ได้กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะย่อมยากกว่า


คุณอาจทำได้เมื่อมีใครอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ


แต่มันคงไม่ง่าย ถ้าคุณต้องหักใจให้ลืมในขณะที่คุณอยู่คนเดียว



เขาว่าการชนะใจตัวเองนั้นอาจดีและมีค่าที่สุด


แต่ในเรื่องความรัก การชนะใจคนที่เรารักนั้นอาจย่อมมีค่ากว่า


แต่มันอาจมีค่ากว่านั้น . . .


ถ้าคุณสามารถชนะใจตัวเองที่จะปฏิเสธกับความรักที่ย้อนมาหาคุณ


และมันอาจมีค่าที่สุด ถ้าคุณยอมที่จะ "แพ้" ใจตัวเองเพื่อจะกลับไปหาความรักนั้น



ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน


แต่อย่าลืมว่าบนโลกไม่ได้มีคนสองคนเท่านั้น


อย่าโกรธเขาที่ต้องปฏิเสธรักจากคุณ


ด้วยเหตุผลว่าเราเข้ากันไม่ได้


ด้วยเหุผลว่าสังคมเราต่างกัน


ด้วยเหตุผลว่าเขารักคนอื่นที่มีค่าพอกับคุณ



วิทยาศาสตร์อาจต้องการเหตุผล


แต่เรื่องความรักย่อมไม่ต้องการเหตุผลใดใด


คนดีอาจรักกับคนเลว


จงอย่าโทษเขาว่าเขารักคนผิด


จงอย่าโทษเขาว่าเขารักคนที่ไม่เอาไหน


และจงอย่าโทษตัวเองว่าเรารักคนที่ไม่ดี



จงเชื่อในสายตาของตัวเอง


จงเชื่อประตูหัวใจอันมีค่าที่เลือกจะเปิดรับเขาคนนั้น


แม้ใครจะพูดว่าคู่ของเราเป็นคนไม่ดี


แต่ในแง่ของความรัก คุณทั้งสองเป็นคนดีของกันและกัน



เหตุผลทั้งหมดเพราะความรักแต่ละคนย่อมต่างกัน


ไม่แปลกที่บางคู่อาจทะเลาะกันทั้งวัน


ไม่แปลกที่บางคู่อาจหวานให้แก่กันได้ทั้งวัน


และไม่แปลกที่บางคู่ต่างเฉยชาต่อกัน


และก็คงไม่แปลกเลยที่บางคู่อาจต่างกันราวฟ้ากับดิน



อย่าไปคิดว่าทำไมคู่เราถึงไม่เหมือนคู่ของใครเขา


อย่าไปคิดว่าคู่เราแปลกหรือเปล่า


อย่าไปสนใจว่าเราควรเปลี่ยนแปลงอะไรไหม


ถ้าจะเปลี่ยน ขอให้เพื่อรักมิใช่เพื่อเลิกรักนะจ๊ะ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เคยแปะไปยังไม่แน่ใจ  มันคุ้นๆแต่รู้สึกว่ามันดีนะ  :21:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Blind~ เมื่อ 27 พ.ค. 2006, 13:45 น.
มาอ่านช้าไป
:05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 27 พ.ค. 2006, 19:30 น.
  6 วิธี จีบหญิงอย่างไรไม่ให้ติด


การจีบหญิง เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชายไทยนิสัยดีอย่างเรา
ที่มักก่อปัญหาตามมาวุ่นวาย เช่น โดนหญิงงอน ลืมโทรหา รถไฟชนกัน
หรือปัญหาด้านสุขภาพ (เช่นเจอดักตี หรือด้วนกระทันหัน )
วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ต้องจีบ แต่ถ้าอดไม่ได้จริงๆ ไม่ได้จีบแล้วลงแดงตายแน่
วันนี้เราจะมาเสนอวิธีการจีบหญิงไม่ให้ติด สำหรับคนไม่อยากมีแฟน
แต่อยากจีบหญิงโดยเฉพาะ แนะนำโดยผู้มีความรู้ความชำนาญ
ผู้มีประสพการณ์จีบหญิงมานานกว่า 10 ปี แต่ไม่เคยจีบหญิงติดแม้แต่คนเดียว
ฝีมือขนาดไหนไม่อยากจะคุย..เด่อ


1.สร้างความประทับใจ
เทคนิกการสร้างความประทับใจเมื่อแรกพบ ไม่ใช่เรื่องยาก ก่อนอื่น
เราต้องเป็นตัวของตัวเองก่อน พูดง่ายแต่ทำยาก ลองสื่อออกมาให้เห็น
ด้วยการใส่รองเท้าคนละสี นุ่งกระโปรงลายสก็อต ตด-เรอเพ่นพ่าน
หรือแคะขี้มูกออกมากิน เป็นต้น
ทำให้เธอรู้ว่า คนอย่างเราเซ้วสูง เป็นตัวของตัวเอง เท่อย่าบอกใคร

อารมณ์ขันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างความประทับใจ
ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบผู้ชายที่หัวเราะง่าย ดูสนุกสนาน
หัดหัวเราะโดยไม่มีเหตุผลบ่อยๆเข้าไว้ หมดมุขจริงๆ ลองชี้พระอาทิตย์
ชี้จิ้งจกบนกำแพงแล้วหัวเราะไม่หยุด เธอจะประทับใจว่า คุณช่างน่ารัก
มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ

คำเตือน : การหัวเราะติดต่อกัน อาจทำให้เส้นประสาทเกิดความเครียด
จนเส้นกระตุกได้ง่าย ควรป้องกันด้วยการหัวเราะสลับกับเงียบเป็นพักๆ
จะช่วยได้มาก ระหว่างเงียบจะคำรามในคอไปด้วยก็ไม่เลว
เป็นการวอร์มหลอดลมไปในตัว


2.แสดงความเป็นผู้นำ
ในการเลือกคู่ครอง ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย ต้องเลือกผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำสูง
เป็นเสาหลักของครอบครัว เราต้องโชว์จุดนี้ให้ผู้หญิงเห็น โดยการทำตัว
เป็นผู้นำทุกครั้งที่อยู่กับเธอ ผู้หญิงคงไม่ชอบให้เราเป็นผู้ชายที่คอยแต่เดิน
ตามเธอต้อยๆ เวลาเดินด้วยกันเราจึงควรเดินนำหน้าเธออย่างน้อย 20 เมตร
ให้เธอเห็นว่าเรามีความเป็นผู้นำสูงจริงๆ
(ควรนัดกันไว้ก่อนว่าจะไปที่ไหน ไม่งั้นอาจหลงกันได้)
เวลาเปิดประตู ก็เปิดแล้วเดินนำเข้าไปก่อน หรือปิดประตูใส่หน้าเธอเลยก็ได้
คนเป็นผู้นำต้องมองไปข้างหน้าอย่างเดียว อย่ามัวห่วงหน้าพะวงหลัง

ถ้ารอรถเมลล์ ก็กระโดดขึ้นไปก่อน ไม่ต้องไปสนใจว่าเธอจะไปห้อยต่องแต่ง
อยู่ที่ไหน เดี๋ยวเราไม่ได้ที่นั่งขึ้นมาล่ะก็ ยืนกันเมื่อยเชียวนะ


3.หญิงชายเท่าเทียมกัน
หมดสมัยแล้วกับสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงโดยมาก จะปลื้มกับผู้ชายที่ให้เกียรติเธอ
เราจึงควรแสดงจุดนี้ให้เธอเห็น เพื่อเธอจะได้ชื่นชมในตัวเรา
เช่น เวลาไปทานข้าวด้วยกัน เราต้องให้เกียรติเธอด้วยการให้เธอเป็นคนจ่าย
ค่าอาหารทุกครั้ง เราอย่าได้เสนอหน้าออกเงินเป็นอันขาด เพราะเธออาจคิดว่า
เราดูถูกเธอได้ แม้แต่จะสลับกันจ่าย เธอจ่ายบ้าง ฉันจ่ายบ้าง อย่างนี้ก็ดูไม่จริงใจ
เราต้องเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เคยไม่จ่ายอย่างไร ก็ไม่จ่ายอย่างนั้น

หรือเวลาขึ้นรถเมลล์ เธอต้องมีสิทธิ์โหนรถเมลล์เท่าเทียมกับผู้ชายทุกคน
ส่วนเรานั่งไม่รู้ไม่ชี้ อย่าได้ลุกให้เด็ก สตรี คนชรา นั่งต่อหน้าเธอเป็นอันขาด
มิฉะนั้นเธออาจมองว่าเราเสแสร้ง เราควรให้ความเท่าเทียมกับทั้งเด็ก สตรี
คนชรา และภิกษุสามเณร อย่างเท่าเทียมกันด้วย


4.แสดงความรักบ่อยๆ
การวางตัวเฉยแบบคุณชายในหนัง อาจทำให้เธอเกิดปมด้อย คิดว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์
เราจึงควรแสดงออกด้วยการถูกเนื้อต้องตัวเธอทุกครั้งที่มีโอกาส ตรงไหนจับได้
ก็จับเข้าไปเถอะ มันอบอุ่นดี อย่าไปคิดว่าแต๊ะอั๋ง เราทำเพื่อแสดงความรัก
ไม่ได้คิดอย่างอื่น (หรือคิดก็อย่าพูดไป) พร้อมกับการสื่อด้วยสายตาให้เธอเห็น
พยามยามแสดงความลามกออกมาทาง สายตาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอมากขึ้น

หรือจะรวบมากอดจูบในที่สาธารณะแบบในหนังฝรั่งก็ไม่เลว แสดงว่ารักมาก
(เหมือนในหนัง) ไม่ต้องไปแคร์สายตาชาวบ้าน อาจมีคนรู้จักพ่อเธอมาเห็นเข้า
แล้วเอาไปฟ้องที่บ้านเธอ ก็ไม่ต้องสนใจ เราลูกผู้ชายทำอะไรเปิดเผย จริงใจ
ถึงเธอจะโดนที่บ้านด่าเอา เราก็ไม่ได้ยินด้วยซักกะหน่อย


5. บริหารเสน่ห์ของตัวเอง
เสน่ห์เป็นความสามารถพิเศษอย่างนึง มีมากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ชายแต่ละคน
คนที่มีอยู่แล้ว หากไม่หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ เสน่ห์ก็อาจจะลดน้อยลงอีกก็เป็นได้
เราจึงควรมีการบริหารเสน่ห์ตัวเองบ่อยๆ
วันนี้ผมมีวิธีการบริหารเสน่ห์ด้วยตัวเองก็ได้ง่ายจัง มาเสนอให้ลองใช้ 3 วิธี

- เหล่ เป็นการฝึกประสาทตาให้ฉับไว
พยายามฝึกฝนดวงตาให้สามารถมองเห็นได้ทั้ง360 องศา
พยายามอย่าให้สาวสวยคนไหนในโลกหลุดรอดสายตาคุณไปได้
(ควรไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับกิ้งก่าแอฟริกา จะทำให้องศาการมองเพิ่มมากขึ้น)

*หากต้องใช้อุปกรณ์ช่วยขอแนะนำ กล้องส่องทางไกล
หรือกล้องวีดีโอทะลุเสื้อผ้า จะได้ผลมากขึ้น

- ยิ้ม เป็นการฝึกความมีมนุษย์สัมพันธ์แบบง่ายๆ พยายามยิ้ม ให้กับสาวสวยทุกคน
ที่คุณมองเห็น (อ่าน : เหล่ ) เราเกิดเป็นคนไทย สยามเมืองยิ้มเราถนัดอยู่แล้ว
ข้อควรระวัง :อย่าเผลอยิ้มให้ผู้ชายเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ

- ขอเบอร์ อันนี้เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัว เป็นการหาเพื่อนใหม่ที่เป็นสาวสวย
ตามคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย โทรคุยกันสนุกดี พยายามเช็คเบอร์ให้มั่นใจว่า
เบอร์ที่คุณขอมานั้นเป็นเบอร์บ้านเธอจริง ไม่ได้โทรไปติดที่โรงฆ่าสัตว์หรือกองปราบปราม

*สามข้อข้างบน ควรทำทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ(และลับหลัง) เพื่อให้เธอเห็น
ความพยายามของเราที่จะบริหารเสน่ห์เพื่อเธอคนเดียวนะเนี่ย


6.เป็นมิตรกับเพื่อนของเธอ
หากคุณและเพื่อนเธอเข้ากันไม่ได้ อาจทำให้เธอลำบากใจ คุณควรพยายาม
ทำความคุ้นเคยกับเพื่อนสวยๆของเธอ ด้วยการพาเพื่อนเธอไปกินข้าว ดูหนัง
หรือไปเที่ยวเสม็ด 3 วัน 2 คืน
พยายามอย่าบอกเธอ ปล่อยให้เธอรู้เองทีหลัง เซอร์ไพรส์ดี
( กลับไปดู : ด้วนกระทันหัน )

***พิเศษวันนี้***
วิธีการครองรักกันให้ยืนยาวววววว.....

อยู่ด้วยกันนานๆที่หวานชื่นก็อาจกลายเป็นขื่นคอไปได้
แนะนำให้ออกไปทานข้าวนอกบ้านกับหวานใจอาทิตย์ละครั้ง
เพียงแต่ ........
เธอไปวันอังคาร เราไปวันศุกร์
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 27 พ.ค. 2006, 19:39 น.
ล้ า า า . . .  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 27 พ.ค. 2006, 19:41 น.
ละ ละ ละ ละ ละ ...ไว้ในฐานที่เข้าใจ  :42:


(ล้อเล่นค่ะ ยังไม่เคยอ่านเลย  :33:)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 27 พ.ค. 2006, 19:44 น.
 :23:


นานมาแล้วชั้นเคยถูกจับให้ไปเล่นเกมๆ
นึงแบบที่ชั้นไม่เต็มใจ
แต่พอเล่นไปแล้วก็ประทับใจมากเลยทีเดียว
มันเป็นเกมเกี่ยวกับความรัก...

...มีคนตั้งขึ้นมาว่า จะมีสะพานไม้เล็กๆ อยู่
ให้เดินไปจนถึงโดยที่หลับตา
ถ้าใครสามารถเดินไปถึงได้โดยไม่ตกลงมา
คุณและคู่รักของคุณจะเป็นเนื้อคู่กันตลอดไป...

ทุกคนจึงพยายามเดินแล้วหลายรอบ แต่ก็ตกลงมาทุกที
บางคนถึงกับคิดว่าชั้นคงไม่มีเนื้อคู่แล้วล่ะสิ

จนมีคนๆ นึงเดินไปถึง และไม่ตกลงมา
ทุกคนก้อถามว่าเดินยังไงหละถึงไม่ตก..พอคนๆ
นั้นตอบทุกคนก้อเงียบไปเลย

เค้าบอกว่า "ชั้นแอบลืมตาเดินไง"...

ลองคิดดูดิ

เพื่อความรัก ทุกคนยอมหลับตา..และยอมปฏิเสธสิ่งต่างๆ
ที่ทุกคนผ่านมัน
โดยไม่มองอะไรเลย..เค้าสั่งให้หลับตาเดินก้อยอม
แล้วมันจะไปถึงได้อย่างไร..ในเมื่อตาเรามองไม่เห็นทาง..



เวลามีความรักลองเปิดตามองให้ไกล..อย่าปล่อยให้ความรักทำให้ตาบอด..
ถึงแม้ลืมตาเดินแล้วยังตกลงมาอีกก้อคงไม่เจ็บเท่าตกลงมาเพราะหลับตาเดิน..
เพราะเราจะรู้ว่าต้องตกท่าไหนจึงจะเจ็บน้อยที่สุด..........จริงมั้ย?..........
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 28 พ.ค. 2006, 00:07 น.
เดือน อ่านหลายรอบรึยังจ๊ะ FWD นี้หน่ะ  :25:  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 28 พ.ค. 2006, 00:23 น.
 :26:



เจ๊นั่นแหละ อ่านซะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 28 พ.ค. 2006, 00:29 น.
ช่วงนี้ เค้าไม่มีความรักมาทำให้ตาบอดนี่จ๊ะ  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 28 พ.ค. 2006, 00:32 น.
ได้อ่านแล้วครับ ขอบคุณครับ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 28 พ.ค. 2006, 10:22 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 28 พ.ค. 2006, 00:32 น.
ได้เสียแล้วครับ ขอบคุณครับ  :42:


:43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 16 มิ.ย. 2006, 11:54 น.


สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้ ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเรา!


วันนี้. . .เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง

จนคิดว่าเราขาดไม่ได้

แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป

สักวันเราจะรู้ว่า. . .สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้

เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา

ไม่ใช่. . .ทั้งหมดของชีวิตเรา

วันหนึ่ง. . .หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่

ที่เราคิดว่าเราพึงใจ ปรารถนา. . .ต้องการ. . .ขาดไม่ได้

เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก

เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า. . .

ความผูกพันกับสิ่งใดๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง

จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้นๆ

อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตหลุ่มหลง

คิดเสียว่า. . .เราโชคดีที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก

ความผูกพัน. . .ก็เหมือนกับความรัก

หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก

หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก

เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก

แต่ความผูกพันที่ว่า ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง. . .

ไว้กับสิ่งนั้น เพราะคนทุกคน ย่อมผูกพันกับหลายๆ สิ่ง

เปรียบเสมือนเรามีแก้วน้ำอยู่หนึ่งใบ

ในยามเช้าเราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม

พออากาศร้อนหน่อย เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ

บางครั้งที่เราไม่สบาย เราอาจต้องการน้ำอุ่น

ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ

ในเวลาที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสม

หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ

แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันทีในแก้วใบเดียวกัน

เราก็จะพบว่าแก้วใบนั้น ก็จะร้าวแล้วเริ่มแตก

ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา. . .

ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่งไม่ผิด

ถ้าเราค่อยๆ ปรับใจ ปรับตัวของเราเอง

ให้กลับคืนในเวลาที่ควร

เพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็มีโอกาสได้ผูกพัน

ซึ่งก็เหมือนเราได้มีโอกาส "ได้รัก" นั่นเอง!!
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 16 มิ.ย. 2006, 12:16 น.
อ่านแล้วรู้สึกว่า รัก ก็เหมือนกับเกมอะไรบางอย่าง มีทั้งผู้ชนะ และก็มีผู้แพ้ ซึ่งผู้แพ้ก็มีวิธีดีๆในการปลอบใจตัวเองเสมอ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 16 มิ.ย. 2006, 14:26 น.
จริงๆแล้วดาไม่ได้อ่าน   มันยาวเกิน :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 16 มิ.ย. 2006, 19:52 น.
ความรักเป็นเกมที่ไม่มีผู้แพ้และผู้ชนะ
หากทั้งสองแข่งในสนามหัวใจเดียวกัน  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 21 มิ.ย. 2006, 23:06 น.
การกระทำหนึ่ง หนึ่ง ของคนเรา
จำเป็นจะต้องมีเหตุผลหรือไม่ ???

คำถามนี้ยังคงค้างคาอยู่ในใจ

ถ้าใครที่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล
ใครคนนั้น เขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร
แล้วเขาทำไปทำไม เพื่ออะไร

หรืออาจจะมีเหตุผลบางอย่างของการกระทำ
ที่เจ้าตัวไม่อยากจะยอมรับเหตุผลนั้น


การกระทำบางอย่าง .. เราไม่ได้อยากทำอย่างนั้น
แต่เพราะสถานการณ์และปัจจัยหลายอย่าง
บังคับให้เราต้องทำ เพราะนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดในวินาทีนั้น

ทั้งสำหรับตัวเราเอง และใครอีกหลายคน

การกระทำบางอย่าง .. เราตั้งใจที่จะทำ
ทั้ง ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่ดี
ทั้ง ทั้งที่รู้ว่าจะมีใครอีกหลายคนต้องเดือดร้อน
ทั้ง ทั้งที่รู้ว่าเราเองอาจจะต้องเป็นทุกข์

เพียงเพื่อความสะใจประเดี๋ยวประด๋าว

การกระทำบางอย่าง .. เราตั้งใจที่จะทำ
เพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุดในความคิดของเรา
โดยบางทีเราก็ลืมไปว่า .. เราคิดไปเองคนเดียว
ในขณะที่ใครอีกหลายคน เห็นว่ามันไม่ควร

ดีของเรา กับดีของคนอื่น บางครั้งมันก็ไม่ตรงกัน

การกระทำบางอย่างของคนอื่น .. ทำให้เราทุกข์
ในขณะที่ใครคนนั้น .. หวังดี
ในขณะที่ใครคนนั้น .. ประสงค์ร้าย
ในขณะที่ใครคนนั้น .. ไม่ได้ตั้งใจ

บางครั้ง ถ้าได้รับรู้ถึงเจตนา .. เราอาจไม่เสียใจ

การกระทำบางอย่างของคนอื่น .. ทำให้เราสุข
ในขณะที่ใครคนนั้น .. ต้องเป็นทุกข์
ในขณะที่ใครคนนั้น .. อิ่มเอิบเบิกบาน
ในขณะที่ใครคนนั้น .. ไม่ได้คาดหวังอะไร

ถ้าสุขของเรา ทำให้คนอื่นทุกข์ .. เราจะสุขได้นานไหม ?


บางที เราควรจะสำรวจตัวเราและคนรอบข้างบ้าง
ลองตั้งคำถามที่บางครั้งอาจจะยังไม่มีคำตอบในวันนี้
แต่ไม่แน่สักวัน .. เราอาจจะได้รับคำตอบนั้น

ด้วยความเข้าใจ

By: PeAcH_a_Ja
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 26 มิ.ย. 2006, 06:45 น.
ทำไม fw เกี่ยวกับความรัก เดี๋ยวนี้เยอะจัง

ชักเอียน   :41:

วันนี้ได้มา 5 อัน เกี่ยวกับความรักล้วน จะเซ็งตาย

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 26 มิ.ย. 2006, 10:40 น.
งั้นเอาเรื่องสังขารไม่เที่ยงมั้ยคะ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: mittlelaymai~* เมื่อ 27 มิ.ย. 2006, 23:55 น.
ชีวิตเด็กม.ปลาย


ชีวิตเด็กม.ปลายนั้นลำบาก                               
  แสนเหนื่อยยากกลายเป็นซากน่าสมเพช
เจอฟิสิกส์ทรมานเหมือนเป็นเอดส์                     
  แสนปวดเนตรปวดพระheadปวดบาทา
คิดถึงเลขฟังก์ชั่นภาคตัดกรวย           
เลขสวยสวยมอดม้วยจะตายหนา
เหลือแต่ x เหลือแต่ y ไม่มีค่า               
แล้วจะหาคำตอบยังไงดี
วันนั้นสอบเคมีแสนอนาถ             
เลขลงตัวประสาทอะไรนี่
หาไม่ได้ตัดไม่ได้วายชีวี                                       
เมื่อไม่มีคาสิโอแสนปวดใจ
อนิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยง           
เจอพระพุทธเราก็เดี้ยงไปไหนไหน
สี่สิบข้อครึ่งชั่วโมงแสนบรรลัย                           
อยู่ทำไมให้ละอายทรมาน
ทั้งมะเร็งโรคหัวใจแต่กำเนิด       
เบาหวานเกิดฮอร์โมนเพิ่มน่าสงสาร
โรคข้อเสื่อมความดันตามรุกราน             
เบื่อสังขารเขาก็งอกเหมือนกระบือ
เกลียดคนม่อคนหลายใจคนเจ้าชู้         
ดูดู๊ดูอิเหนาข้อสอบอื้อ
ออกจากห้องเห็นหน้าเพื่อนเหมือนกระสือ             
นายซื้อบื้อกะอีแค่สะกดคำ
"ไอเลิฟยูจริงจริงไม่กลิ้งกรอก"       
ฮิตเลอร์บอกเลนินน่าขมขำ
แต่ใจจริงจูบมุโสเป็นประจำ     
  เหมือนผีอำเก็บไปฝันกันทั้งคืน
อังกฤษหลักอังกฤษเสริมทำเราบ้า     
  คะแนนสอบออกมาแดงเป็นปื้น
gerundsบ้าคำศัพท์บอทนกล้ำกลืน       
สอบเสร็จยืนเหงื่อตกจะเป็นลม
Computerตอนเรียนสนุกสนาน                         
แต่หัวบานเจอข้อสอบเหมือนยาขม
โดนครูเหยียบครูย่ำคะแนนจม     
แสนระทมเจ็บใจใครช่วยที
ทั้งยีนเด่นยีนด้อยเริ่มปรากฏ     
คะแนนสดชีวฯเร็วจริงนี่
ยังไม่ทันแปะประจาน อึ๋ย แหวะ ยี๊ -_-' 
ทั้งชีวีแทบมลายกลายเป็นควัน
อาขยานนี้อ่านแล้วอย่าคิดมาก     
อย่าถือสาคนบ้านะครับท่าน
มันคันไม้คันมืออยากแต่งกัน     
ชีวิตรันทดจริงจริงเด็กม.ปลาย

:45:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 30 มิ.ย. 2006, 03:20 น.
มาตราประมวลกฎหมายนี้ใช้กับชายหนุ่มทั่วราชอาณาจักร // อยากให้ประกาศใช้เร็วๆจัง
   
มาตรา 1
ประมวลกฎหมายนี้บังคับใช้กับชายหนุ่มทั่วราชอาณาจักร
   
มาตรา 2
ชายใดกระทำการอันเป็นการไม่ทะนุถนอมความรักของข้าพเจ้า
ซึ่งข้าพเจ้าได้มอบให้ชายคนนั้น ต้องระวางโทษหอมแก้มไม่เกิน 3 ที
และจูบไม่เกิน 2 ที หรือทั้งหอมทั้งจูบ
   
มาตรา 3
ชายใดมีข้าพเจ้าเป็นแฟนแล้ว ยังไปลักลอบมีกิ๊ก ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 5พันบาท
   
มาตรา 4
ชายใดทำให้ข้าพเจ้าอกหัก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
หรือปรับไม่เกิน 9 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
   
มาตรา 5
หากมีกฎหมายใหม่ออกมาแล้วขัดต่อกฎหมายเก่า ให้ถือเอากฎหมายใหม่เป็นหลัก

มาตรา 6
ชายใดที่ข้าพเจ้าได้ไปขอเบอร์แล้วชายคนนั้น
ไม่ยอมบอกเบอร์โทร ต้องระวางโทษหอมแก้ม 5 ที
   
มาตรา 7
ชายใดน่ารักมาก ๆ อันเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าหวั่นไหว หรือตกหลุมรัก
ต้องระวางโทษเป็นแฟน กับข้าพเจ้า อย่างน้อย 3 วัน

มาตรา 8
ชายใดอ่านประมวลกฎหมายนี้แล้วหัวเราะ หรือแอบขำ ต้องระวางโทษ
โดยมอบหัวใจมาให้ข้าพเจ้าดูแล หากไม่มอบหัวใจให้ข้าพเจ้าจะต้องระวางโทษถูก

ยิงศรรักปักหัวใจชายนั้น
   
มาตรา 9
หากชายใดอ่านประมวลกฎหมายนี้แล้วไม่ขำ หรือไม่หัวเราะ
ต้องระวางโทษเหมือนกับมาตรา 8


:02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 30 มิ.ย. 2006, 15:44 น.
มาปักศรเร็วสิครับ :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 17 ก.ค. 2006, 19:56 น.
http://gunews.gulife.com/diary/?date=2006-04-09
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 17 ก.ค. 2006, 22:39 น.
ละ..ละ..ละ ลิ้วว ลอย ลม  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 19 ก.ค. 2006, 15:48 น.



อ้างอิง

คุณเลือกอะไรกัน



เริ่มที่ว่า มีคนอยู่ห้าคน ชื่อ L S M B F

L (หญิง) เป็นแฟนกับ M (ชาย)
ทั้งสองมีเหตุให้ต้องอยู่ห่างไกลกันมาก โดยที่ L ก็ไม่รู้ว่า M อยู่ที่ไหน

L คิดถึง M มาก อยากไปหา M แต่ก็ไม่รู้จะไปอย่างไร

B บอกว่า B รู้ว่า M อยู่ที่ไหน จะอาสาพา L ไปหา M
แต่ L จะต้องให้เงิน B ก้อนหนึ่งถือว่าเป็นค่าจ้าง
B ขอเงินมากพอสมควร
L ก็ไม่มีจะให้ แต่ก็อยากไปหา M...

S รู้เรื่องเข้า ก็บอก L ว่า
S มีเงินมากพอที่จะให้ L เอาไปให้ B เพื่อให้ B พาไปหา M
แต่ L ต้องมีสัมพันธ์สวาทกับ S คืนนี้ก่อน
แล้ว S จึงจะให้เงิน L
L ก็ยอม เพราะอยากไปหา M มาก

F เป็นเพื่อน M
F รู้เรื่องสัมพันธ์สวาทของ L กับ S เข้า ก็ไปบอก M
พอ M รู้เข้าก็โมโหมาก เลิกกับ L ไปเลย

สรุปแล้ว L เจ็บปวดที่สุดเลย
เสีย virgin แล้ว แฟนยังขอเลิกอีก

คำถามมีอยู่ว่า ในเรื่องนี้ใครผิดมากสุด? แล้วใครผิดน้อยสุด?

อย่าเพิ่งแอบดูคำตอบนะ เป็นคำถามทายใจให้คิดก่อน
ถ้ายังไม่คิด ให้กลับไปอ่านใหม่แล้วคิดก่อนนะ

ได้คำตอบหรือยัง?




คำตอบอยู่ในวงเล็บครับ


(

คำตอบก็คือ

ถ้าคิดว่าคนไหนผิดน้อยที่สุดนั่นแสดงว่า คุณให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากที่สุด
และคิดว่าคนไหนผิดมากสุด ก็ให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นน้อยที่สุด

L = LOVE
M = MORAL
B = BUSINESS
S = SEX
F = FRIEND

)



น้ำเน่าเข้าขั้น :31:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 19 ก.ค. 2006, 15:54 น.
ละ  :22:
ขอบคุณค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 21 ก.ค. 2006, 03:25 น.
ทำไม ต้องสวมแหวน แต่งงานที่ นิ้วนาง ด้วย ?

ไม่ใช่แค่เพราะเราเรียกมันว่า ring finger แน่ๆ
มันต้องมี ความหมาย มากกว่านั้น

ทดลองพิสูจน์ความมหัศจรรย์ด้วยตัวเอง
ลอง แบมือ 2 ข้าง เข้าหากัน แล้ว งอนิ้วกลางลง เอา หลังนิ้วกลาง ทั้ง 2 ข้าง มาชนกัน
ทีนี้นิ้วที่เหลือ ก็คือ โป้ง/ ชี้/นาง/ ก้อย ให้เอาปลายนิ้วมาชนกัน

ลองปล่อยนิ้วที่เอาปลายชนกัน ให้ออกจากกัน ทีละนิ้ว โดยที่ นิ้วกลางยังคงงอแตะกันอยู่
จะพบว่า นิ้วชี้ ก็ปล่อยจากกันได้ / นิ้วโป้งก็ปล่อยจากกันได้ / นิ้วก้อย ก็ปล่อยจากกันได้ อย่างสบายๆ
แต่นิ้ว นาง กลับ ปล่อย ออกจากกันไม่ได้

นั่นเป็นเพราะ
- นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง
- นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป
- นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ซึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง
- นิ้วก้อย แทน ลูก พอโตขึ้น ลูกก็ต้องไปมีชีวิตของตัวเอง / มีสังคม, ครอบครัว ของตัวเอง
- นิ้วนาง แทน "คู่ชีวิต" ทีนี้ก็เหลือแค่ "คู่ชีวิต" แล้วล่ะ ที่จะอยู่กับเราไปจนแก่
















กำลังทดลองกันอยู่ใช่ป่าว  อิ อิ  :43:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 21 ก.ค. 2006, 17:12 น.
ตูเอาห่างกันได้ว่ะ :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 21 ก.ค. 2006, 17:42 น.
 :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 21 ก.ค. 2006, 17:44 น.
เอาห่างกันเลยเหรอ โต   :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 21 ก.ค. 2006, 21:49 น.
28 สิงหาคม 2549 วันโลกอันตราย
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะและคุณควรจะเชื่อในสิ่งที่ควรจะเชื่อเท่านั้น
ถ ้าใครเคยดูรายการสี่ทุ่มสแควเมื่อ 9 ปี ก่อน ประมาณปี 2540 ตอนที่ อ.เจริญ วรรธณสินธร์ มาพูดถึงเรื่องการตีความคำ ทำนายของ นอสตราดามุสู ว่าโลกจะมีปรากฏการณ์ แกนโลกเอียง อันจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใดๆ ไม่อาจทราบได้ แต่ผลที่เกิดจะทำให้ ระดับน้ำในช่วงที่เป็นพี้นดินของประเทศไทย ภาคใต้และภาคกลางจะจมอยู่ใต้น้ำมหาสมุทธซึ่งมีส่วนคลายกันมากๆ
กับเนื้อความข้างล่าง
"28 AUGUST 2006" จากคุณ : ศรีวรุณะอิสโร โหรโสรัจจะ พยากรณ์ ดวงเมืองว่าสิงหาคม 2549 หุ้นตกอย่างรุนแรง จะเกิดดีเปรสชันผ่านตอนเหนือของประเทศ น้ำป่าเริ่มไหลบ่าจากทางภาคเหนือและอีสานลงมาทางใต้ต่ อเลยมาถึงกรุงเทพฯ เขื่อนทั้งเล็กและใหญ่จะพังทลาย เกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัด พืชพันธุ์ธัญญาหารเสียหายหนักยิ่งกว่าครั้งใดกรุงเทพฯ
ต้องจมอยู่ใต้บาดาลเป็นเวลายาวนาน ปลายเดือน จะมีเรือชนกันเสียหายมากที่อ่าวไทย
เ รือบรรทุกน้ำมันเสียหายที่สุด น้ำทะเลจะเต็มไปด้วยคราบน้ำมันลอยเป็นแพไปทั่ว ปลายเดือน สนามบินแห่งใหม่ ถูกก่อวินาศกรรมไม่เท่านั้น แม้แต่ ใน BIBLE CODE ก็ถูกถอดรหัส ออกมา ซึ่งเกี่ยวกับประเทศไทยว่า"จะถูกทำลายล้าง ในวันที่ 28 AUGUST 2006"หลายท่านอาจจะดูเป็นเรื่องเหลวไหล แต่...คุณรู้มั๊ยว่า

"ทำไมพม่าจึงย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้ง ไป เมืองเปียงมะนาง?
"ถ้าคุณรู้..คุณก็จะตอบได้ว่าย่า งกุ้ง.......

" ทำไม ทำไม ท ำไม.ทำไม. ทักษิณ และเครือญาติ จึงรีบเร่งขายหุ้นชินคอร์ป ทั้งที่เป็นเรื่องsensitive ทางการเมือง?"ที่รีบขายก็เพราะ...โหรพม่าตาบอด ที่ท่าน พ.ต.ท. ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เชื่อเข้ากระดูกดำ ก็ทำนายได้เหมือนโหรโสรัจจะว่า "น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ และพื้นที่ 13 จังหวัด โดยรอบอ่าวไทย" แล้ว"ทำไม พวกท่าน นายกฯ จึงคิดเอาตัวรอด แต่พอตัว
โดยไม่บอกความจริงกับประชาชน?"เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่คำทำนายของโหรเท่านั้น....
แต่เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ และหลายประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะ
องค์การอวกาศNASA และ ESA หรือ สถาบัน HYDERABAD ของอินเดีย นั่นคือ
ค วามจริงที่ว่า"โลกกำลังเผชิญกับสภาวะที่เรียกว่า ขั้วแม่เหล็กโลกพลิกตัว เนื่องจากถูกเหนี่ยวนำจาก การพลิกขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์"
เรื่องดังก ล่าว...ผมได้นำกราบเรียน ท่านยงยุทธ ติยไพรัช รมว. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว คำตอบที่ได้รับคือ"ถ้าเป็นอย่างที่น้องว่า พี่ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว!"จนกระทั่ง ผมได้นำเรื่องนี้ เข้าเสนอต่อ คณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติฯ สภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2548 ซึ่งมีทั้งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และผู้แทนกรมต่างๆมาชี้แจงแต่คำตอบที่ได้ จาก อธิบดีทั้งหลาย คือ "เรื่องนี้ ไม่อยู่ในอำนาจที่จะเปิดเผย เพราะอาจทำให้เกิดการตื่นตระหนก"

เ อวัง...ตัวใครก็ตัวมันละกัน เพราะถ้าใครสังเกตให้ดีว่า หลังสึนามิ 26 ธ.ค. 2547 โลกของเรา ได้เผชิญเรื่องร้ายๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 20 ปี 30 ปี 50 ปี อย่างไรบ้าง ถี่แค่ไหน?นั่นคือสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ และล้วนเป็นผลข้างเคียงจาก ปรากฏการณ์ "ขั้วแม่เหล็กโลกพลิก"
ทั้งสิ้น
28 สิงหาคม 2549 วันโลกอันตราย

ก็อย่างที่บอกใช้วิจารณญาณดีๆแล้วคอยรอดูว่าคำทำนายก็เป็นจริงไม๊ ถ้าจริงก็ซวยไป ช่วยไม่ได้


ละโว้รึเปล่า  :44:

หนิงยังไม่อยากตาย  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 21 ก.ค. 2006, 21:54 น.
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 19 ก.ค. 2006, 15:48 น.




คำตอบอยู่ในวงเล็บครับ


(

คำตอบก็คือ

ถ้าคิดว่าคนไหนผิดน้อยที่สุดนั่นแสดงว่า คุณให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากที่สุด
และคิดว่าคนไหนผิดมากสุด ก็ให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นน้อยที่สุด

L = LOVE
M = MORAL
B = BUSINESS
S = SEX
F = FRIEND

)



น้ำเน่าเข้าขั้น :31:



เคยเห็นประมาณอย่างนี้ในปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 21 ก.ค. 2006, 23:41 น.
ผมก็เอาออกจากกันได้ว่ะ

ปล. ผมโคตรชอบหนังสือของวินทร์
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 23 ก.ค. 2006, 06:49 น.
หนิงห์ :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 24 ก.ค. 2006, 14:08 น.
ไม่มีคำพูดแค่ชื่อ subject : ชีวิตยังมีหวัง  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 24 ก.ค. 2006, 16:41 น.
 :18:



:45:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 24 ก.ค. 2006, 16:42 น.
น่ากลัวกว่ารูปศพอีกครับ :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 24 ก.ค. 2006, 18:44 น.
แต่เค้ายังยิ้มได้ครับ

นับถือๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 25 ก.ค. 2006, 03:54 น.
งามจริงๆ :45:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 25 ก.ค. 2006, 03:57 น.
เห็นแล้วมีกำลังใจกับการมีชีวิตที่ครบ 32 ของตัวเองนะ   :40:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 25 ก.ค. 2006, 08:06 น.
สยองกว่าศพอีกครับ ผมกลัวคนพิการ :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 28 ก.ค. 2006, 03:39 น.
ความหนาวทำให้เราเผลอใจ

:43: น่ารักดี







(http://img.f0nt.com/image/8639.jpeg)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 28 ก.ค. 2006, 03:41 น.
น่ารักอ่ะ   :25:


:05: มอง ๆ ไปก็น่าสงสาร
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 28 ก.ค. 2006, 09:34 น.
ได้อารมณ์ของความหนาวมากเลย ว่าแต่ใครเป็นคนจัดฉากแล้วถ่ายรูปนะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 28 ก.ค. 2006, 09:40 น.
น่ารัก :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 28 ก.ค. 2006, 09:43 น.
ภาพแรก แมว: เมี้ยว
ภาพสอง แมว: พ่อรูปหล่อ~ หมา: ฮ้าย~
ภาพสาม เสียงประกอบ: กะปั้บ
ภาพสี่ เสียงประกอบ: แฮ่ๆ ฮู้วๆ แฮกๆ แฮก อูว อาว์ พรึ่บ โฮกๆ โฮกๆ แก๊ก แฮ่ๆ ฟืดฟาด
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 28 ก.ค. 2006, 14:27 น.
เคน  :08: บรรยายซะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 03:17 น.
FWD จะ

นิสัยแย่..แย่...ที่แฟนอยากบอกเลิก


อ้างอิงตอนคบกันใหม่ ๆ มะระที่ว่าขมยังว่าหวาน แต่พอเวลาผ่าน ยิ่งนานขึ้นเท่าไร มะระที่ว่าหวานกลับยิ่งขม (ขื่น) มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น แล้วสาเหตุอะไรล่ะ ที่ทำให้คนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ ก็คงโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ วันนี้เราก็เลยขอพูดถึงนิสัยที่คนรักเอือมระอามากที่สุด (รู้ไว้แล้วก็อย่าทำอีกล่ะ แห้วมาอย่าหาว่าไม่บอก เพราะเราเตือนคุณแล้ว!!!)

- นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง- ชนิดที่เรียกว่า ขัดใจฉันไม่ได้ ขัดใจเป็นเลิกท่าเดียว อันนี้ขอบอกเลยว่า มันอยากจะเลิกให้มันเลิกไป เพราะไม่มีใครทนนิสัยนี้ได้หรอก ถึงจะเลิกกับเราไปแล้ว คิดหรือว่าคนอื่นเขาจะทนได้ ส่วนใคร ที่เริ่มคบกัน และรู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเองแล้วละก็ ควรดัดนิสัยไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่าไปยอม มาก เพราะถ้ายอมทุกครั้ง รับ รองว่าคุณก็ต้องยอมตลอดไป (แต่ไม่ใช่ว่าค้านไปซะทุกครั้งล่ะ)

- ชอบแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจนออกนอกหน้า - ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือจะทักทายกับใครที่เป็นเพศตรงข้ามแล้ว ก็จะแสดงอาการหน้าบูด หน้าเขียวให้เห็นเป็นระยะ ๆ หรือคอยกันท่าไม่ให้เพื่อนเค้าได้พบปะกันบ้างเลย อันนี้ก็ไม่ไหว เพราะคนเราควรจะมีสังคม มีโลกส่วนตัว (เวลาส่วนตัว) บ้าง ไม่ใช่ตัวติดกันเป็นตังเมตลอด ใครที่ชอบก็อาจจะอยู่ได้ แต่ใครที่ไม่ชอบ นั่นคือคุณทำให้เค้าเสียเวลาบางส่วนไป ไม่ช้าคุณก็จะเสียเค้าไป

- อาการหึงไร้ขีดจำกัด- เรียกว่า มีใครมองเหล่สักนิดไม่ได้เลย ต้องเป็นเรื่องตลอด หรือบางครั้ง เพื่อนเค้าอาจจะทักทายกันตามประสาเพื่อนสนิท ซึ่งอาจจะมีการจับ เนื้อต้องตัวกันบ้าง ก็โมโห อันนี้ ก็ให้ลด ๆ ลงมาบ้าง มีลิมิตสักหน่อย หรือประเภทโทรฯเช็กทุกชั่วโมง อันนี้ก็นะ ไม่นานหรอก อีกฝ่าย ต้องรีบจรลีหนีคุณไปแน่ แล้วจะหาว่าไม่เตือน

- การบอกเลิกพร่ำเพรื่อ - ประมาณว่าทะเลาะกันทีไร ก็ "เราเลิกกันนะ" แรก ๆ ก็กลัวอยู่หรอก งั้นไม่ทำแล้วนาน ๆ เข้ามันอาจจะเปลี่ยนเป็นเลิกก็เลิก พูดอยู่ได้ อยากเลิกนักใช่ไหม? (เป็นไงล่ะสมใจหรือยัง) เฮ้อ!! เปลี่ยนเป็นคำอื่นดีกว่ามั้ย อย่างเช่น ขอโทษนะ อะไรแบบเนียะ น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิมอีกรับรอง

- อย่าเชื่อเพื่อนมากเกินไป- อันนี้ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ควรที่จะเชื่อเพื่อนเลย เพราะถ้างั้นจะมีไว้คอยขอคำปรึกษาทำไม แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า เพื่อนที่คุณกำลังขอคำปรึกษาอยู่นั้นจริงใจกับคุณมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นขอเตือนว่า คนที่จะตัดสินใจแก้ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเราเอง ไม่ใช่เพื่อน และถ้าตัดสินใจผิด ถามหน่อยว่า เพื่อนมานั่งเสียใจกับเราด้วยหรือเปล่า ไม่หรอก มันก็ได้แค่ปลอบ และก็แนะนำให้หาคนใหม่มาดามใจเท่านั้นเอง อย่างที่บอก ควรตัดสินใจจากความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่จากคำพูดของเพื่อน

- โกรธกัน แล้วไม่ยอมคุยกัน- สาเหตุนี้ก็เลิก กันมานักต่อนักแล้ว ทำไมล่ะ? เวลาที่มีปัญหากันแล้วถึงไม่ยอมคุยกัน กลัวว่าคุยแล้วจะต้องทะเลาะกัน หรือคุยแล้วมันอาจจะต้องเลิกกันอย่างนั้นหรือ มันไม่เสมอไปหรอก เพราะว่าบางครั้งการที่เราคุยกันมันอาจจะทำให้สองคนปรับความเข้าใจกันบ้างก็ได้ (เคยได้ยินไหมที่ว่า "ควรหันหน้าเข้าหากัน" น่ะ) สื่อสารกันด้วยแผ่นหลังมันไม่มีประโยชน์หรอกนะจะบอกให้

- พวกนัดแล้วปล่อยให้เก้อ - ทำไมเหรอ? ก่อนที่จะนัดไม่เช็กดูก่อนว่าว่างหรือไม่ว่าง สักแต่ว่านัด ไม่ห่วงคนที่มานั่งรอ ยืนรอบ้าง บางครั้งเล่นปล่อยให้รอเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง อันนี้โกรธแล้วนะ แต่ยังดีกว่าไม่มา แต่พวกนัดแล้วหายไปเลยนี่ใช้ไม่ได้

- การพูดจาข่มต่อหน้าคนอื่น- อาจจะเป็นแค่การอำกันเล่น ๆ แต่หารู้ไม่ว่า อีกฝ่ายอาจจะอายแทบแทรกแผ่นดินหนีไปเลยก็ได้ เอาเป็นว่าจะพูดเล่น หรือพูดจริง ก็ไม่ควรจะข่มอีกฝ่ายต่อหน้าใคร ถ้าห้ามไม่ได้จริง ๆ คันปากอยากจะพูด ก็พูดกัน 2 คน รู้กัน 2 คน มันจะดีกว่าน๊า

- การพูดโกหก- อันนี้ยอมไม่ได้เลย และก็เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คู่รักต้องเลิกกัน แต่การโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ อันนี้ยกเว้นให้ได้ แต่ที่โกหกจนเป็นนิสัย อยากเที่ยวกับเพื่อน แต่บอกติดงาน ต้องกลับดึกอะไรประมาณนี้ ขอแนะนำว่า บอกความจริงดีกว่า ยังน่าโกรธน้อยกว่าจับได้ทีหลังว่าโกหก

เอาเป็นว่า ไม่ว่าชีวิตคู่ของคุณจะเป็นอย่างไร ความเข้าใจ การพูดจาปรับความเข้าใจ การรับฟังความคิดของอีกฝ่าย และการหันหน้าเข้าหากันสำคัญที่สุด เพราะถ้ามัวแต่ก้มหน้า เอากระดูกสันหลังชนกันแล้วละก็ รับรองว่า ไม่นานเกินรอ ต้องใส่คอนเวิร์สกันคนละข้างแน่ ๆ รับรอง!!!

:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 04 ส.ค. 2006, 09:48 น.
อ้างอิง
มาสาย-กลับดึก โดย วินทร์ เลียววาริณ.

วันแรกที่เข้าเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผมพบเรื่องอัศจรรย์อย่างหนึ่งเมื่อรุ่นพี่บางคนบอกว่า
"การอดนอนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเรียนในคณะนี้"
วันสุดท้ายในคณะนี้
ผมพบว่าตั้งแต่เรียนมาห้าปี
ไม่เคยต้องอดนอนเลย
ยกเว้นเมื่อต้องทำงานกลุ่ม
ทั้งนี้มิใช่เพราะผมทำงานเร็วกว่าคนอื่นแต่เพราะผมไม่เชื่อในทัศนคตินั้น
จึงพยายามพิสูจน์ว่ามันไม่จริง และพบว่า การวางแผนที่ดีแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แม้แต่การสร้างสรรค์งานศิลปะ

ที่น่าขันก็คือ น้อยคนที่อดนอนได้คะแนนดี
ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนมานานร่วมสามสิบปี
ห้าปีในนั้นผมทำงานในต่างประเทศ เมื่อกลับมาเมืองไทย ผมพบเรื่องอัศจรรย์อีกเรื่องหนึ่ง

นั่นคือหลายคนมองการก้าวเท้าออกจากสำนักงานตรงเวลาเป็นเรื่องประหลาดที่สุดในโลก
(มิพักเอ่ยถึงการออกก่อนเวลาเมื่องานเสร็จแล้ว)
  ผมรู้ความจริงภายหลังว่า คนจำนวนมากไม่ยอมออกจากสำนักงานตรงเวลา เพื่อแสดงให้เจ้านายเห็นว่า
ตนเองขยันขันแข็ง ยิ่งอยู่ดึก ยิ่งเป็นพนักงานตัวอย่าง เสียสละเพื่อองค์กร  น่ายกย่องชมเชย  บ่อยครั้งมีผลถึงการได้รับโบนัสตอนท้ายปี  เนื่องจากเจ้านายมักเห็นหน้าเห็นตาใครคนนั้น หลังเวลาเลิกงานแล้วเสมอ   หากไม่เคยทำงานในต่างประเทศมาก่อน ผมอาจเข้าร่วมวงไพบูลย์"มาสายกลับดึก"ด้วย  แต่หลายปีในชีวิตการทำงานในประเทศที่มีประสิทธิภาพในการจัดการที่สุด  ทำให้เห็นค่าเวลาทุกนาทีในชีวิต
   ผมกลับมองว่าคนที่อยู่ดึกเป็นประจำคือพวกไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถทำงานให้เสร็จทันเวลาจึงต้องอยู่ดึก ยิ่งทำงานมากชั่วโมงยิ่งแสดงถึงการทำงานโดยไม่มีการวางแผน  ไม่มองภาพรวม  ลองคิดดู การอยู่ดึกเพื่อทำงานพิเศษหนึ่งคืนหมายถึงค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น ค่าทะนุบำรุงสูงขึ้น
ผลกระทบต่อคนทำงานคือพักผ่อนน้อยกว่าที่ควรเป็น ยิ่งอยู่ดึก ประสิทธิภาพของงานในวันถัดไปยิ่งตกต่ำลง  มือกระบี่ชั้นหนึ่งในแผ่นดินมองท่วงทีของศัตรูอย่างระวัง   ตวัดกระบี่ในมือเพียงฉับเดียวก็เข่นฆ่าฝ่ายตรงข้าม   มือกระบี่ชั้นรองต้องประกระบี่ดังโคร้งเคร้งนานนับชั่วโมง ราวกับอยากบอกโลกว่า   ข้าก็ใช้กระบี่นะโว้ย  โลกรับรู้ แต่คมกระบี่ก็บิ่น ต้องเสียเวลาลับกระบี่อีกหลายวัน   งานดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องตรงเวลาด้วย งานดีไม่มีทางเกิดขึ้นตามยถากรรม  หรืออารมณ์ขึ้นลง   ไปจนถึงความหนาแน่นรัดกุมของกฎเกณฑ์"ตอกบัตร"  ปริมาณเวลาในการทำงานชิ้นหนึ่งไม่ได้เป็นสัดส่วนกับคุณภาพของผลงานเสมอไป  บ่อยครั้งเป็นปฏิภาคกัน  หลายครั้งงานที่ให้เวลาน้อย กลับออกมาดีกว่างานที่ให้เวลามาก
  คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง
  ทำงานเสร็จแล้วก็เลิก ไม่ต้องรอเทวดาบนสวรรค์วิมานมารับรู้   เพราะถึงเวลานั้นเทวดาก็กลับบ้านไปแล้ว


   วินทร์ เลียววาริณ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 ส.ค. 2006, 13:26 น.
จู๋นี้อนุุญาตให้ละโว้ :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 07 ส.ค. 2006, 14:44 น.
These are the names of the some romantic countries in the world.

H.O.L.L.A.N.D             Hope Our Love Lasts And Never Dies.
I.T.A.L.Y.                    I Trust And Love You.
L.I.B.Y.A.                    Love Is Beautiful; You Also.
F.R.A.N.C.E.              Friendships Remain And Never Can End.
C.H.I.N.A.                  Come HereกK.. I Need Affection.
B.U.R.M.A.                 Between Us, Remember Me Always.
N.E.P.A.L.                  Never Ever Part As Lovers.
I.N.D.I.A.                   I Nearly Died In Adoration.
K.E.N.Y.A                   Keep Everything Nice, Yet Arousing.
C.A.N.A.D.A.             Cute And Naughty Action that developed into attraction
K.O.R.E.A.                 Keep Optimistic Regardless of Every adversity.
E.G.Y.P.T.                  Everything's Great, You Pretty Thing!
M.A.N.I.L.A.              May All Nights Inspire Love Always.
P.E.R.U.                     Phorget (Forget) Everyone... Remember Us.
T.H.A.I.L.A.N.D.       Totally Happy. Always In Love And Never Dull.




:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 16:07 น.
แบบทดสอบความเป็นโรคจิตครับ :22:
อะอะ..โรคจิตนั้นเป็นคนที่เก็บกด ไม่ชอบระบายออก ทุก ๆ พฤติกรรมของคุณจะบ่งชัดเจนว่าเป็นคนโรคจิตไม่ว่าจะเดิน นั่ง ยืน หรือนอน ทุกอย่างที่ออกมาคุณจะไม่รู้ตัวเลย..คุณเป็นแบบนี้ย้างหรือเปล่า ลองทดสอบกันดู

1. ส่วนแรกที่คุณจะมองผู้หญิง
ก. ร่องอก
ข. ขอบกางเกงใน
ค. รูขุมขน
ง. นิสัย

2. ถ้ามีผู้หญิงสวยมองคุณ สิ่งที่คุณคิดคือ
ก. เธอตาบอด
ข. เธอตาถึง
ค. เค้าชอบกู
ง. มองหาอ้อ X เหรอ

3. หากคุณโดนมอเตอร์ไซค์ขับปาดหน้าคุณจะ...
ก. ชูนิ้วกลางแล้วด่าแม่
ข. ชูนิ้วโป้งแล้วชมพ่อ
ค. ชูนิ้วนางข้างซ้ายแล้วบอกว่าเยส
ง. ชูนิ้วทั้งห้าแล้วพูดว่าบ๊าย บาย

4. ถ้าคุณเห็นกางเกงในใช้แล้วของผู้หญิงตกอยู่บนพื้นคุณจะ....
ก. ไม่สนใจ
ข. เอามาดม
ค. เอาไปซัก
ง. ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

5. ถ้าคุณเห็นกางเกงในใช้แล้วของผู้ชายตกอยู่บนพื้นคุณจะ....
ก. เอามาดม
ข. เอามาชม
ค. เอามาใช้
ง. เอาไปขาย

6. ถ้าคุณเป็นลูกนายกคุณจะ....
ก. ช่วยงานคุณพ่อ
ข. ชูนิ้วโป้งแล้วชมพ่อ
ค. ซื้อสโมสรฟุตบอล
ง. ซื้อกางเกงในผู้ชาย

7. หลังขับถ่ายทุกข์ คุณจะ...
ก. นั่งมองของเสียที่ลอยอยู่อย่างอาลัยอาวรณ์
ข. นึกถึงอาหารมื้อต่อไป
ค. ซักการเกงใน
ง. ซื้อการเกงในใหม่

8. คุณว่า Sex แบบไหนสนุกสุด
ก. คุณกับเพศตรงข้าม
ข. คุณกับเพศเดียวกัน
ค. คุณเอง
ง. คุณกับสิ่งของ

9. คุณว่า Sex แบบไหนแย่ที่สุด
ก. คุณกับสัตว์สงวน
ข. คุณกับสัตว์ป่า
ค. คุณกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
ง. คุณกับสัตว์เซลล์เดียว

10. ชุดชั้นในแบบไหนที่ทำให้คุณเกิดอารมณ์ทางเพศ
ก. ลูกไม้สีดำ
ข. ลูกไม้อัดสัก ขนาด 120 X 240 ซม.
ค. เต็มตัวยาวถึงข้อแขน ใช้ผ้ากันน้ำใส่พร้อมหน้ากากกันน้ำ
ง. สีขาวจีสตริง พร้อมหน้ากากกันน้ำ

11. บนรถเมล์ที่แน่นเอี๊ยด ถ้าคุณเห็นผู้หญิงสวยคุณจะ...
ก. แกล้งหลับ
ข. แกล้งตาย
ค. ลุกให้เธอนั่ง
ง. แล้วนั่งตักเธอ

12. บนรถเมล์ที่แน่นเอี๊ยด ถ้าคุณเห็นหมี คุณจะ...
ก. แกล้งหลับ
ข. แกล้งตาย
ค. ลุกให้หมีนั่ง
ง. แล้วนั่งตักหมี

13. หนังสือเล่มไหนที่คุณชอบอ่านเวลานั่งส้วม
ก.
ประวัติศาสตร์ศิลปะในศตวรรษที่ 18
ข. Dictionary ของ Longman
ค. บทสวดมนต์
ง. Lite magazine

14. ประโยคแรกที่คุณพูด เวลาโทรศัพท์ไปหาคนอื่น
ก. (หายใจแรง) ฮือ ๆ ใส่กางเกงในสีอะไรอะ ฮือ....
ข. (หายใจแรง) ฮือ ๆ ใส่กางเกงในอะไรสีอะ ฮือ....
ค. (หายใจแรง) ฮือ ๆ ใส่สีกางเกงอะไรในอะ ฮือ....
ง. (หายใจแรง) ฮือ ๆ ใส่อะไรสีกางเกงในอะ ฮือ....

15. ในช่วงสถานการณ์คับขัน คุณจะ....
ก. ช่วยผู้อื่น
ข. ช่วยตัวเอง
ค. ช่วยซึ่งกันและกัน
ง. ช่วยด้วยคร้าบ

16. เวลาคุณอาย คุณจะ...
ก.
คุณจะม้วนตัว
ข. คุณจะขำ
ค. คุณจะเกาหัว
ง. คุณจะกล้า

อย่าแอบอ่านก่อนนะ

เฉลย

ข้อ ก. ข. ค. ง.
1. 1 2 3 4
2. 3 2 4 1
3. 1 4 2 3
4. 4 1 2 3
5. 1 2 4 3
6. 4 4 4 0
7. 4 3 2 1
8. 4 3 2 1
9. 1 4 3 3
10. 1 2 4 3
11. 1 3 2 4
12. 2 1 3 4
13. 2 3 1 4
14. 3 2 1 4
15. 4 3 2 1
16. 2 3 4 1

15-64 คะแนน

การที่คุณได้คะแนนอยู่ในช่วงนี้ นั่นแสดงว่าคุณได้ทำแบบสอบถามครบทุกข้อ และนั่นก็เป็นบทสรุปที่ชัดเจนแล้วว่า คุณคือคนโรคจิต ถือว่าคุณเป็นบุคคลอันตรายของสังคมอย่างแท้จริง แม้คุณจะเถียงซึ่งคุณคงจะไม่เถียง เพราะบุคลิกของพวกโรคจิตนั้นเป็นคนที่เก็บกด ไม่ชอบระบายออก ทุก ๆ พฤติกรรมของคุณจะบ่งชัดเจนว่าเป็นคนโรคจิตไม่ว่าจะเดิน นั่ง ยืน หรือนอน ทุกอย่างที่ออกมาคุณจะไม่รู้ตัวเลย
เพราะมันได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในกมลสันดานคุณแล้ว ยินดีด้วยนะ น้อยคนที่จะเป็นอย่างคุณ

1-14 คะแนน

การที่คุณได้คะแนนอยู่ในช่วงนี้ แสดงว่าคุณไม่ได้ทำแบบสอบถามครบทุกข้อ และนั่นก็เป็นบทสรุปที่ชัดเจนแล้วว่าคุณเป็นคนปกติ ซึ่งการที่คุณทำแบบสอบถามไม่ครบ คุณก็คงอ่านไม่ถึงตรงนี้ งั้นก็แค่นี้ละกัน
จาก http://www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=gofehot&board=8&id=9&c=1&order=numtopic
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 16:28 น.
อ่านจนจบ  :07:





แต่อ่านไปขำไป  ฮาอะ :30:  เอะอะก็ กกน  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 16:30 น.
เฟิร์นก็เข้าข่ายโรค...จิตนะซิ  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 16:35 น.
(http://img.f0nt.com/image/9468.jpeg) ก็พูดไป
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 19:20 น.
 :30: สุดยอดหวะครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: พีช เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 20:07 น.
คำถามแต่ละข้อ  :08:


อุตส่าห์นั่งทำ อยากรู้จริงๆนะเนี่ยว่าตัวเองโรคจิตรึเปล่า
มีคนเค้าบอกมาหลายคนเลย  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 20:09 น.
อ้างอิง5. ถ้าคุณเห็นกางเกงในใช้แล้วของผู้ชายตกอยู่บนพื้นคุณจะ....
ก. เอามาดม
ข. เอามาชม
ค. เอามาใช้
ง. เอาไปขาย

อยากตอบว่าวิ่งหนีได้มั้ย  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 20:15 น.
อ้างอิง5. ถ้าคุณเห็นกางเกงในใช้แล้วของผู้ชายตกอยู่บนพื้นคุณจะ....
ก. เอามาดม
ข. เอามาชม
ค. เอามาใช้
ง. เอาไปขาย

วันนี้เห็นกางเกงในเพื่อนอยู่ในกระเป๋าเื่พื่อน


เอ่อ... :31: อยากถามว่าเอามาทำไมแต่ไม่กล้า
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 20:31 น.
อ๋อ อาม่าไม่มีขายน่ะ เลยต้องเก็บไว้สำรอง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 19 ส.ค. 2006, 16:44 น.
อ้างคำพูดจาก: B••k เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 20:31 น.
อ๋อ อาม่าไม่มีขายน่ะ เลยต้องเก็บไว้สำรอง

ป้องกันการอับชื้น  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 19 ส.ค. 2006, 21:35 น.
อ้างคำพูดจาก: Famamaci!? เมื่อ 18 ส.ค. 2006, 20:15 น.
วันนี้เห็นกางเกงในเพื่อนอยู่ในกระเป๋าเื่พื่อน


เอ่อ... :31: อยากถามว่าเอามาทำไมแต่ไม่กล้า
:27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 19 ส.ค. 2006, 21:40 น.






รัก
ร้อน
หลัง
ล็อกเกอร์


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 19 ส.ค. 2006, 21:43 น.
 :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 19 ส.ค. 2006, 21:43 น.
รัก
ร้อน
ใน
ล็อกเกอร์
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 19 ส.ค. 2006, 21:52 น.
แบบทดสอบทางอารมณ์

1. คุณเกลียดสิ่งไหนที่สุด
ก. ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ข. ทาทายัง
ค. อาร์เอส โปรโมชัน
ง. เจ๊เบียบรัด

2. ภาพยนตร์เรื่องใด ที่ไม่อยากดู
ก. ไกรทอง
ข. ไกรทอง ที่คนนั่งข้างๆ ใช้โทรศัพท์มือถือ
ค. ไกรทอง ที่คนนั่งข้างๆ ใช้โทรศัพท์มือถือ และคนนั่งข้างหลังเอาเท้ามาพาดเก้าอี้
ง. ไกรทอง ที่คนนั่งข้าง ๆ ใช้โทรศัพท์มือถือ และคนนั่งข้างหน้าใส่ถุงเท้าเหม็นเหมือนศพพ่อมันตายมา 3 เดือน

3. โทรศัพท์มือถือของค่ายใด ดีที่สุด
ก. GSM ที่ค่าใช้จ่ายรายเดือนสามารถดาวน์เบ๊นซ์ได้
ข. DTAC ที่ต้องจุดธูปภาวนาให้โทรติด เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด
ค. ORANGE ที่มองเห็นไฟโชว์บนหน้าปัด เป็นสิ่งเดียวที่บอกว่ามันคือโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่สากกระเบือ
ง. HUTCH ที่มีคุณสมบัติครบทุกอย่างทั้งนาฬิกา เครื่องคิดเลข แต่ขาดอยู่อย่างเดียว คือโทรออก และรับสาย

4. ขอบบทบาทของนักการเมืองท่านใด
ก. ทักษิณ กับนโยบายผมรวยแล้ว ผมพอแล้ว ผมไม่โกง
ข. ปุระชัย สั่งประหารนักค้ายาบ้า ไล่ตำรวจเก็บส่วยออก ปิดสถานบริการตามกำหนด ตรวจสอบคอรัปชันด้วยความโปร่งใส ฯลฯ
ค. เฉลิม ตบหน้าลูกชายออกทีวี
ง. หมอมิ้ง ที่สั่งลดราคาค่าบัตรเติมเวลาเกมส์ออนไลน์ เหลือ วันละบาท

5. อยากให้ใครออกรายการกำจัดจุดอ่อน
ก. ไตรภพ ท่าทางฉลาดดี รู้มากนัก จากเกมเศรษฐี
ข. สามีพิธีกร อยากเห็นแจ๊กพอตแตกหรือไม่ก็บ้านแตก
ค. ดวงเฉลิม อยากเห็นพิธีกรถูกกระทืบ
ง. สรยุทธ แกจะได้เข้าไปอยู่ในไร่ส้ม เหมือนเดิม

6. คิดว่าทีมชาติไทยจะได้ไปบอลโลกเมื่อไหร่
ก. ภายใน 12 ปี เห็นสมาคมฟุตบอลไทย บอกแบบนี้
ข. รอให้ลาวได้ถ้วยเวิลด์คัพก่อนแล้วกัน
ค. ไร้สาระ เสียเวลาทำมาหากิน
ง. เมื่อหนังเรื่อง หมากเตะฯ ได้เข้าฉายใน 148 ประเทศทั่วโลก

7. ส้มตำที่ไหนเจ๋งที่สุด
ก. ส้มตำทำเอง ใส่เหมือนที่ร้านทุกอย่าง แต่ทำไมรสชาดไม่อร่อยเท่าฟะ
ข. ส้มตำปากซอย ผสมแมงวันและปลาร้า อร่อยโคตรๆ เสิร์ฟคู่กับยาแก้ท้องเสีย
ค. ส้มตำน้ำโจ๊ค หลังวัดแจ้ง สุดยอดเมืองอุบลฯ
ง. ส้มตำแม็คโดนัล ที่ทำให้รู้ว่าส้มตำที่อื่น อร่อยทุกร้าน

8. หนังสือพิมพ์ใด ที่อยากให้เยาวชนอ่าน
ก. สตาร์ซอคเกอร์ ทำให้เยาวชนทราบว่า เอ็นท์ไม่ติดไม่ใช่เรื่องน่าเสียใจ ยังมีลู่ทางทำมาหากินได้อีกเยอะ เช่น แทงบอล
ข. เดลินิวส์ ป้องกันไม่ให้เยาวชนซื้อสื่อลามกจากที่อื่น
ค. ไทยรัฐ ทำให้เยาวชนรู้โทษของเหล้า บุหรี่และยาบ้า ว่าของที่ขายดี ไม่จำเป็นต้องมีประโยชน์เสมอไป
จ. ผู้จัดการ ที่ทำให้รู้ว่า ความเป็นกลาง ไม่ได้อยู่ตรงกลางเสมอไป

9. อยากไปเที่ยวที่ไหนมากที่สุด
ก. ปารีส - ลอนดอน - โรม - เจนีวา - แอฟริกาใต้ - อินเดีย - บราซิล - แคนาดา - ออสเตรเลีย - ฮ่องกง 4 วัน 3 คืน
ข. ไปเที่ยวทะเลที่เชียงใหม่ ปีนเขาที่ภูเก็ต ลอยกระทงที่กาฬสินธ์ จุดบั้งไฟที่นราธิวาส เที่ยวทั่วไทยไปได้ทุกเดือน
ค. บ้านแฟนตอนเที่ยงคืน
ง. ไปเที่ยวเกาะบริติส เวอร์จิ้น เพื่อไปดูห้องแถว 1 ห้องโทรม ๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัท ที่มีหุ้นหลายพันล้านบาท

10. ไม่ขำเลยเนอะ
ก. ใช่ๆ ฝืดสัดๆ อ่านหนังสือพิมพ์ข้างถุงกล้วยแขกยังจะขำซะกว่า
ข. ไม่จริง ขำจะตาย ก๊ากๆๆๆๆๆ 5555555 โอ๊ยขำกลิ้ง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ... รอเดี๋ยวนะ ปวดขี้ เดี๋ยวมาขำต่อ...
ค. เอามายี่สิบเด่ะ เดี๋ยวขำให้
ง. กระทู้ยาวเกินสามบรรทัด ขี้เกียจอ่าน




คำเฉลย

ข้อ 1-9 หากอ่านจนจบหมด แสดงว่าคุณมีการศึกษา อ่านออกเขียนได้ ยินดีด้วยนะ

ข้อ 10
เลือกข้อ ก. ใจร้ายมั่กๆเลย
เลือกข้อ ข. ขอให้หล่อ ขอให้สวย ขอให้รวย เพี้ยงงง
เลือกข้อ ค. แม่งงก
เลือกข้อ ง. เขียนไป มันก็ไม่มาอ่าน

++++++++++++++++++++

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 19 ส.ค. 2006, 22:22 น.
ลลลลลลลลล
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 20 ส.ค. 2006, 14:22 น.
ไม่ได้งกนะ  :17:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ~PopPio~ เมื่อ 20 ส.ค. 2006, 19:43 น.
ประกาศจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล

1. การแต่งกาย
บริษัทขอแนะนำพนักงานทุกท่านว่า
ท่านควรแต่งกายให้เหมาะสมกับฐานเงินเดือนของท่าน เพราะถ้าทาง
บริษัท เห็นว่าท่านใส่รองเท้า PRADA ราคา 30,000 บาท และถือกระเป๋า
GUCCI ราคา 40,000 บาท มาทำงานแล้วล่ะก็ บริษัทขอสันนิษฐานว่าฐานเงินเดือนของท่าน
เหมาะสมดีอยู่แล้ว ไม่เห็นควรต้อง ขึ้นเงินเดือนแต่อย่างใด

2. การลาป่วย
บริษัทไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์ หรือคำวินิจฉัยใด ๆ ที่ระบุว่าท่านป่วย
เพราะถ้าท่านสามารถไปพบแพทย์ ได้ ท่านก็น่าจะมาทำงานได้

3. การผ่าตัด
ห้ามพนักงานทำการผ่าตัดใด ๆ ทั้งสิ้น
ตราบเท่าที่ท่านยังเป็นพนักงานของที่นี่
ท่านจำเป็นต้องมีอวัยวะ ครบถ้วน
ท่านไม่สามารถตัดสินใจยักย้าย ถ่ายเทหรือตัดอวัยวะใด ๆ ทิ้ง
เพราะบริษัทว่าจ้างท่านครบทุกส่วนและไม่บุบสลาย การยักย้ายถ่ายเทอวัยวะใด ๆ
ถือว่าเป็นการละเมิดต่อสัญญาจ้างงาน

4. การลากิจ
พนักงานมีสิทธิ์ลากิจได้ 104 วันต่อปี ได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์

5. การลาพักร้อน
บริษัทยินดีอนุญาตให้พนักงานลาพักร้อนได้ในช่วงเดียวกันของทุกปี
โดยบริษัทขอประกาศให้วันที่ 31 ธันวาคม และวันที่ 1 มกราคม เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปี

6. การลาเพื่อไปร่วมพิธีศพ
การลางานเพื่อไปร่วมพิธีศพไม่ถือว่าสมเหตุสมผล
เนื่องจากท่านไม่สามารถทำให้เพื่อน ญาติ หรือเพื่อนร่วมงานฟื้นขึ้นมาได้
แต่หากพนักงานจำเป ็นต้องไปร่วมพิธีศพ พิธีควรจะจัดในช่วงเย็นหลังเวลา
เลิกงาน บริษัทยินดีให้ท่านออกไปก่อนเวลาเลิกงาน 1 ชั่วโมง

7. การลาอันเนื่องมาจากเสียชีวิต
ถือเป็นการลาอย่างสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม
พนักงานควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
เพื่อที่ บริษัทจะได้หาและฝึกพนักงานใหม่ขึ้นมาแทน

8. การใช้ห้องน้ำ
เนื่องจากเวลาในการใช้ห้องน้ำนานเกินไป จึงขอให้พนักงานปฏิบัติดังนี้
ให้พนักงานเข้าห้องน้ำเรียง ตามลำดับอักษร เช่น
พนักงานที่ชื่อขึ้นต้นด้วย "ก" ให้เข้าห้องน้ำในเวลา 8.30 - 8.50 น. และ
พนักงานที่ชื่อขึ้นต้นด้วย "ข" ใช้เวลา 8.50 - 9.10 น. ตามลำดับ
ท่านใดที่ไม่สามารถ เข้าห้องน้ำได้ในเวลาที่กำหนด ขอให้รอเข้าในวันถัดไปเมื่อถึงรอบของท่านอีกครั้ง
ถ้าท่านจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำเป็นกรณีฉุกเฉิน ขอให้ สลับเวลากับพนักงานท่านอื่น
แต่ทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้างานเป็นลายลักษณ์อักษร
(ไม่จำเป็นต้องบันทึกลงบนกระดาษชำระก็ได้)

9. เวลาพักกลางวัน
พนักงานที่มีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐานสามารถพักกลางวันได้ 1 ชั่วโมง
เพื่อรับประทานอาหารให้มากขึ้น จะได้ดูมี สุขภาพที่ดี
สำหรับพนักงานที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสามารถพักได้ 30 นาที
เพื่อจะได้รักษาหุ่นให้ดูดีเหมือนเดิม ส่วนพนักงานที่มีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน
เพียงพอแล้วสำหรับการดื่มเครื่องดื่มธัญพืช และรับประทานยาลดความอ้วน

ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ท่านอ่านประกาศนี้จบทันที
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 20 ส.ค. 2006, 19:57 น.






งามตรงไหน :07:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ~PopPio~ เมื่อ 20 ส.ค. 2006, 20:01 น.
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 20 ส.ค. 2006, 19:57 น.





งามตรงไหน :07:




:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 20 ส.ค. 2006, 20:01 น.
ละโว้ตังหากกกก
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 21 ส.ค. 2006, 02:12 น.
อุตส่าห์ จมล มาถามตูก่อน
แล้วก็อุตส่าห์แนะนำไปแล้วนะว่าถ้าอยากเสี่ยงละโว้ให้ไปโพสต์ในจู๋ตลกดี :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 23 ส.ค. 2006, 23:56 น.
พจนานุกรมของใจ  :22:

น้อยใจ....อาการอ่อนแอของจิตใจที่ไม่ได้รับการตอบสนอง
ยามที่เกิดความต้องการให้คนเอาใจ
วิธีแก้--อย่าเอาแต่ใจ

เจ็บใจ ....อาการเป็นพิษของจิตใจที่ลามมาจากหาง เวลามีใครมาเหยียบมัน
วิธีแก้---ตัดหางทิ้งซะ อย่ายกหางตัวเอง

ละอายใจ.....อาการใฝ่ดีของจิตใจ ที่ออกมาชี้หน้าด่าเรา
ข้อแนะนำ---เมื่อละชั่วได้ ก็ไม่อายแก่ใจ

เสียใจ.....อาการวูปทางจิตใจ เกิดจากความไม่มั่นคง
เพราะชอบเอาใจไปผูกเอาไว้กับสิ่งอื่น
วิธีแก้---ตัดใจซะสิ อย่าไปผูกมันไว้

ใจหาย.....อาการนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้ว
วิธีแก้---หายใจเข้าสิ หายใจลึกๆ แล้วจะเลิกใจหาย

หลายใจ....อาการสืบพันธุ์ของจิตใจโดยการแบ่งตัว
นำไปสู่อาการน้อยใจแก่คนรอบข้างได้ในเวลาต่อมา
วิธีแก้----ระลึกไว้ มีแต่พวกอะมีบาที่ใช้วิธีแบ่งแบบนี้

ทำใจ.....อาการที่แปลกที่สุดของใจ ยิ่งทำมากเท่าไร ใจยิ่งว่างเท่านั้น
ข้อแนะนำ----ทำทุกครั้ง ทำบ่อยๆ ค่อยๆทำ


:02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 24 ส.ค. 2006, 08:10 น.
 :26:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 24 ส.ค. 2006, 11:02 น.
น้อยใจ & ใจหาย  :16:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✖ S U R A L I S M ✖ เมื่อ 26 ส.ค. 2006, 20:54 น.
กระทู้ส่งประกวด : : : คุณแม่ของฉัน - [ หัวข้อของคุณจันทร์เจ้า ]


001 - ความคิดที่หามีประโยชน์ไม่

    ขัาพเจ้าขยำกระดาษใบนั้นทิ้งทันทีที่เขียนคำว่า "คุณแม่ของฉัน" เสร็จ
    ขัาพเจ้าทึกทักเอาเองว่า การเขียนบันทึกหรือเรียงความในช่วงเวลานี้
    ไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าการใส่บาตรทำบุญให้คนตาย
    จะมีประโยชน์อะไร ? ในเมื่อคนที่อยู่ กับคนที่ตายไม่ได้รับรู้อะไรด้วยนี่ ?

    เมื่อขัาพเจ้ามองย้อนไปยังเวลานั้น ผมก็ได้แต่ทอดถอนใจ
    ผมไม่เคยทำอะไรถูกต้อง หรือทำตัวเป็นลูกที่ดีของแม่เลย
    ผมน่าจะเขียนเรียงความชิ้นนั้นให้เสร็จนะ

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    002 - คนตาย

    "คนมันใจร้อน .... ไอ้นี่มันชอบวอนหาเรื่อง"
    "เสียดายนะ ยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ ไม่น่าหาเรื่องเลย"
    "มันไปดีแล้วน่า ...."
    "แล้วทีนี้ใครจะหาเลี้ยงดูกันวะนี่?"
    "ทำใจดีๆ ไว้นะแม่ปานวาด....."

    สตรีวัยกลางคนที่ชื่อปานวาดนั่งนิ่งมองดูรูปถ่ายขาวดำที่ตั้งอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอย
    เสียงญาติๆ ที่กำลังพ่นคำพูดเหมือนไม่ได้กลั่นกรองออกมาจากสมอง ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นหรือเลวลง
    ทำไมลูกชายคนเดียวถึงต้องตาย ?.... คำถามนี้ แม้แต่ยมฑูตยังรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะตอบ

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    003 - มูลเหตุ

    ถ้าขัาพเจ้าบอกว่า "ไม่รู้" คุณจะเชื่อมั๊ย ? .... ช่างมันเถอะ
    ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ขัาพเจ้าก็ตายไปแล้วล่ะ จะด้วยเหตุอะไรมันไม่สำคัญซักนิด
    รู้แต่ว่าขัาพเจ้ารู้สึกตัวอีกที ขัาพเจ้าก็เป็นอย่างนี้แล้ว....

    "วิญญาณเร่ร่อนว่ะไอ้หนู"

    ลุงแกว่าอย่างนั้น ขัาพเจ้าว่าตอนนั้นขัาพเจ้ายักไหล่อย่างไม่แคร์นะ
    อย่างน้อยขัาพเจ้าก็ไม่ได้ลงนรก (ถ้ามันมีนะ)
    แต่ในเมื่อมันออกมาในรูปนี้แล้ว ขัาพเจ้าว่ามันก็คงมีแหละ.... ไอ้นรกน่ะ

    ขัาพเจ้าอาจจะเป็นความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของคนทำบัญชี
    ก็ไอ้ที่เค้าเรียกว่าสุวง - สุวรรณ - สุวาลย์ อะไรนั่นแหละ
    จะยังไงก็แล้วแต่ ขัาพเจ้าไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไร.... มันเหมือนกับ 'หลุดพ้น' นะ ไม่ห่วงไม่หาอะไร
    ขัาพเจ้ายืดตัวเต็มที่ สองมือบิดขี้เกียจอย่างมีความสุข

    ลุงคนเดิมหัวเราะลงลูกคอ

    "อีกไม่นานหรอกว่ะ"

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    004 - ความต้องการที่รุมเร้า

    หิว.... ขัาพเจ้าหิว คุณเชื่อมั๊ย ? บ้าที่สุด ขัาพเจ้าหิว
    ขัาพเจ้ารู้สึกหงุดหงิด โมโห แล้วก็สับสน.... ก็ขัาพเจ้าตายห่าไปแล้วนี่ .... งั้นจะมาหิวได้ยังไงวะ ?
    ขัาพเจ้าหันไปมองลุง เผื่อแกจะให้คำแนะนำอะไรได้บ้าง
    แต่พอขัาพเจ้าเห็นรูปร่างอันผอมแห้งของแก ขัาพเจ้าก็เข้าใจในทันทีว่า
    "วิญญาณเร่ร่อน" คืออะไร...

    "ไม่มีทางแก้เลยเหรอลุง" ขัาพเจ้าเสียงอ่อย หัวหมุนด้วยความหิวแบบแปลกๆ ที่ขัาพเจ้าอธิบายไม่ถูก
    ลุงเหลือบมองขัาพเจ้ายิ้มๆ แล้วบอกว่า

    "ทางแก้น่ะ... มี"

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    005 - เหลือเชื่อ

    "เข้าฝันเนี่ยนะ !!!"
    ลุงพยักหน้าหงึก สีหน้าแกตอนนี้จะยิ้มก็ไม่ใช่ จะเยาะขัาพเจ้าก็ไม่เชิง
    แกว่าสิ่งเดียวที่เราทำได้ก็คือเข้าฝันคนที่เรารัก คนที่รักเรา คนที่เชื่อว่าเรากำลังทรมาน
    วูบแรก ขัาพเจ้านึกถึงแม่ทันที....

    ขัาพเจ้าขยับจะถามแกว่า แล้วต้องทำยังไงบ้าง ? แต่แกชิงพูดอย่างหนักใจว่า
    "เอ็งไม่ได้เข้าบ้านง่ายๆ หรอก"

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    006 - เอางั้นเลยนะ ?????

    เจ้าที่.... เจ้าที่เนี่ยนะ ? บ้านนี้ขัาพเจ้ากับแม่เป็นคนผ่อนนะ
    แม่ขายผักที่ปากคลองตลาด ส่วนขัาพเจ้าก็รับหน้าที่เข็นผักให้แม่
    แถวนั้นใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น ว่าขัาพเจ้ากับแม่ขยันขันแข็งแค่ไหน
    เพื่อบ้านหลังนี้ เพื่ออนาคต เพื่อสิ่งที่ดีกว่า เพื่อ.......

    "เจ้าที่เนี่ยนะ ?????"

    ลุงพยักหน้าหงึกๆๆ เลยคราวนี้.... แกว่าเจ้าที่เนี่ย แรง ห้าว โคตรดุ และไร้ซึ่งเหตุผล
    เขาไม่สนหรอกว่า ตอนมีชีวิตใครจะเป็นคนผ่อนบ้าน หรือไอ้โฉนดที่ดินน่ะ มันเป็นชื่อใคร
    เขารู้แต่ว่า ตายแล้วเนี่ย กูคุมพื้นที่ตรงนี้

    ลุงเล่าอย่างมีอารมณ์นิดๆ.... แล้วบอกกึ่งฉุนๆ ติดหมัดว่า
    "เข้าใจมั๊ยวะ ????"
    คราวนี้ขัาพเจ้าพยักหน้าหงึกๆ บ้างอย่างใช้ความคิด
    เอ... แล้วถ้าลองพูดกันดีๆ ล่ะ จะได้เรื่องกันบ้างมั๊ยเนี่ย

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    007 - ด้วยเหตุ.... และด้วยผล

    "ไม่ได้โว๊ย"
    ชายในชุดคล้ายๆ เทวดาบนฝาผนังวัดตวาดขัาพเจ้าเสียงดัง
    เขาว่ากฏต้องเป็นกฏ.... ขัาพเจ้ายืนมองหน้าแกอย่างปลงๆ
    แกผอมเหมือนลุงนั่นแหละครับ ขัาพเจ้าว่าขัาพเจ้ากำลังขำนะ ออกจะอารมณ์ดีด้วยซ้ำ
    เพราะตอนยังไม่ตาย ขัาพเจ้ากับแม่ไม่เชื่อเรื่องเซ่นไหว้อะไรแบบนี้
    เลยไม่ได้ทำบุญ ไม่ได้ถวายเครื่องซ่งเครื่องเซ่นอะไรเจ้าที่เจ้าทางแบบที่ใครๆ เขาทำกัน

    ขัาพเจ้ากับแม่เชื่อเหมือนกันว่า.... ทำอะไรให้ใคร จงทำตอนเขายังมีชีวิต ตอนเขายังรับรู้
    อย่าละอายที่จะให้ จงละอายที่จะรับ....

    "ผมจะเข้าไปหาแม่ละลุง.... ลุงอย่าห้ามผมเลย ผมหิวเป็นบ้า ลุงก็คงรู้นะ"
    ท่าทางแกลดความเขื่องลงไปมาก เมื่อแกได้ยินคำว่า 'ผมหิว' ขัาพเจ้าเลยบอกแกไปอย่างนุ่มนวล
    "นะลุง.... ถ้าผมทำสำเร็จ เดี๋ยวเรามานั่งล้อมวงกินข้าวกัน"

    ลุงเจ้าที่ก้มหน้านิ่ง ส่วนตาลุงที่มากับขัาพเจ้าหัวร่องอหาย
    แกไม่ได้ดูหมิ่นถิ่นแคลนเจ้าที่หรอกครับ ขัาพเจ้าว่าแกคงรู้สึกสบายใจนะ
    ที่รู้สึกมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนี้ หลังจากที่เหงามานาน
    นานแค่ไหน ? .... ขัาพเจ้าก็ไม่ได้ถามซะด้วย เดี๋ยววันหลังขัาพเจ้ามาเล่าต่อก็แล้วกัน
    ตอนนี้ขอขัาพเจ้าไปทำธุระก่อน

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    008 - แม่

    ขัาพเจ้ามองดูร่างของแม่ที่นอนคู้อยู่บนเสื่อแล้วใจหาย
    แม่ยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ สถาพเหมือนเพิ่งกลับมามาจากตลาดหยกๆ
    ผมของแม่กระเซิงด้วยความเหนียวของเหงื่อ เสื้อผ้าเลอะเทอะมอมแมมไปหมด
    วันนี้ฝนตกเหรอ ???

    ขัาพเจ้านึกถึงภาพแม่ใส่งอบเข็นผักแทนขัาพเจ้าแล้วใจจะขาด
    ขัาพเจ้าก้มลงไปที่พื้นจะจับขาแม่ อยากปลุกแกขึ้นมาแล้วบอกว่า .... แม่ ผมอยู่นี่ พรุ่งนี้ผมจะเข็นผักเอง

    มือของขัาพเจ้าทะลุผ่านขาแม่ ขัาพเจ้าตกใจมากนะ .... แต่ที่สุดแล้วทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าร้องไห้ให้กับโชคชะตา
    ขัาพเจ้าหันไปมองลุงแบบเด็กจะร้องขอความเห็นใจ.... แต่พอขัาพเจ้าเห็นแววตาของลุงแล้วขัาพเจ้าก็ชะงัก

    ลุงยืนนิ่งอย่างเงียบเหงา วูบนั้นขัาพเจ้าเข้าใจแกนะ
    แม้แต่คนที่แกรัก ไม่ว่าจะเป็นลูก เมีย หรือหลาน.... แกคงไม่เคยได้เห็นคนเหล่านั้นใกล้ชิดแบบที่ขัาพเจ้าเห็นแม่ขนาดนี้หรอก

    ขัาพเจ้าร้องไห้หนักกว่าเดิม .... คราวนี้ขัาพเจ้าร้องไห้ให้ลุงแก

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    009 - เข้าฝัน

    "แม่.... มีอะไรกินมั่งน่ะแม่ ?" ขัาพเจ้าถามพลางชะเง้อดูกับข้าวบนเสื่อ
    "เอ็งอยากกินอะไรล่ะ ?" แม่ถามพลางเปิดปลากระป๋อง
    "พิซซ่าแม่.... เคยเห็นในโคดสะนานะแม่นะ หน้าตามันมันน่ากินจัง" ขัาพเจ้าพูดแบบกระตือรือร้น
    แม่หัวเราะพลางหั่นพริกกับหัวหอมแล้วโรยลงไปบนปลากระป๋องในจาน
    "กินๆ เข้าซะ.... มัวแต่พูดเล่นอยู่ได้ เดี๋ยวก็ตลาดวายกันพอดี"

    ขัาพเจ้ากระเถิบเข้าไปหยิบจานแล้วคดข้าวพูนๆ ใส่จาน 4 จาน
    "เอ็งจะคดข้าวทำไมตั้ง 4 จานวะ ???" แม่ถามงงๆ

    "เอาไปฝากเพื่อนน่ะแม่"..... ขัาพเจ้ายิ้มแห้งๆ

    แม่ไม่ถามอะไรต่อ ..... แม่แค่ยิ้มตอบ

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    010 - แม่ (อีกที)

    "ไอ้แก้ว ..... แม่ฝันถึงเอ็งว่ะ"
    แม่พูดเสียงสั่นนิดๆ....
    "แม่รู้ว่าเอ็งไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่แม่สงสารเอ็ง เอ็งอย่าว่าแม่เลยนะ มันทำให้แม่สบายใจ"
    แม่พูดออกมาได้เท่านี้ก็ร้องไห้เหมือนสุดที่จะกลั้น
    ทั้งขัาพเจ้า ตาลุง และลุงเจ้าที่ ได้แต่มองอย่างทรมาน ที่ไม่อาจแม้แต่จะโอบไหล่ปลอบโยนแม่ได้

    แม่ร้องไห้สักพัก.... แล้วพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

    "เออ ..... ไอ้ปิ๊ดซ่าอะไรเนี่ย มันแพงจังว่ะแก้ว แม่เอาลูกชิ้นของยายเมี้ยนมาให้กินก่อนนะ
    แม่ก็ไม่รู้ว่าเอ็งจะได้ยินที่แม่พูดมั๊ย ถ้าได้กิน เอ็งมาบอกแม่หน่อยนะ แม่จะได้โล่งใจ"

    แม่ปักธูป เทียน พวงมาลัย ไว้ตรงโคนต้นไม้หน้าบ้านแบบคนไม่เคยทำอะไรแบบนี้
    ธูปกี่ดอก เทียนต้องใช้รึเปล่า ??? พวงมาลัยล่ะ ???
    แม่คงว้าวุ่นใจ.....

    "ไอ้แก้ว ที่เอ็งว่าจะให้เพื่อนเอ็งกินน่ะ 2 หรือ 3 คนวะ ??? แม่จำได้ว่าเอ็งคดข้าว 4 จาน ..... แม่เอาลูกชิ้นมาให้ 4 ไม้นะ"

    หัวใจขัาพเจ้าแทบแหลกสลาย .... ขัาพเจ้าอยากจะบอกแม่ว่า เอาลูกชิ้นไปกินไม้นึงเถอะแม่
    ที่ผมคดข้าว 4 จานน่ะ ผมคดให้แม่ด้วยไง

    ขัาพเจ้าแหกปากร้องเหมือนจะให้เสียงก้องไปถึงบนฟ้า

    [ เผื่อใครก็ตามบนสวรรค์จะคิดพักการเสวยสุข แล้วแหกตาของพวกมึงมองลงมาที่แม่กูบ้าง ]

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    011 - ส่งท้าย

    "ทำอะไรวะไอ้แก้ว ???" ลุงถามขัาพเจ้า พลางมองอย่างสนใจ
    "เขียนเรียงความให้จบน่ะลุง" ขัาพเจ้าตอบแล้วยิ้มให้แก
    "เขียนไปทำไมวะ ???" ลุงถามอย่างแปลกใจ

    "ผมจะเข้าฝันแม่ เอาไปอ่านให้แม่ฟัง"

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

    012 - หมายเหตุ

    หากเรื่องสั้นไร้แก่นสารเรื่องนี้มีความดีอยู่บ้าง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตามที
    ขัาพเจ้าขอมอบให้แม่ของขัาพเจ้าคนเดียว .....
    คนเดียวเท่านั้น


โดยคุณ : ทาสในเรือนเบี้ยของ สตีฟ จ๊อบ - [ 20 ก.ค. 44 - 22:26:08 น. ]

/**************************/
เป็นธรรมเนียมของบอร์ดสีขี้ ที่ 1 ปี จะต้องมีการประกวดเรื่องสั้น
และนี่ เป็น 1 ในหลายสิบเรื่องสั้น ที่ชอบที่สุด   20 ก.ค. 2544

สาวกในนี้ จะมีใครหลุดมาจากดินแดนนั้นมั่งมั๊ยเนี่ย  :22:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 27 ส.ค. 2006, 03:20 น.
 :45:


เขียนได้ดีมากๆ เลยครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 10 ก.ย. 2006, 12:07 น.
เมื่อวานซืนวันเกิดแม่ผมครับ

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันคนเลี้ยงผมตาย ผมเรียกเค้าว่าพ่อ

ผมยังไม่ได้เสียน้ำตาสักหยดเลยครับ เหมือนพ่อชัยยังไม่ตาย

ปล. ผมรักแม่ครับ
ปล. สับสนมั้ยครับ
ปล, ผมก็สับสน

ปล. พออ.วิชัย บุญสุทธิ์ ทหารอากาศ เคยอยู่กองบิน 53 ตอนนี้ประจำการที่กองบิน 1 ดอนเมือง
คิดถึงพ่อครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 10 ก.ย. 2006, 12:11 น.
เสียใจด้วยครับ...
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 19 ก.ย. 2006, 14:08 น.
 :01:

(http://img.f0nt.com/image/10962.jpeg)

(http://img.f0nt.com/image/10963.jpeg)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 20 ก.ย. 2006, 17:20 น.
กาลามสูตร :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 06 ต.ค. 2006, 02:51 น.

(http://img.f0nt.com/image/11577.jpeg)


เคยแปะไปรึยังหว่า  ลืม  :44:

เอาเป็นว่า มันดี
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 06 ต.ค. 2006, 03:00 น.
ช่วงนี้รักแต่ตัวเอง  ไม่มีหัวใจว่างไว้ให้ใคร :33:


ปล. อ่านแล้วซื้งดี +
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 06 ต.ค. 2006, 03:08 น.
ขอบคุณค่ะ  :25:

โดนใจชิมิ  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 06:00 น.
-'๐'- ผู้ชายที่ไม่อ่อนโยน -'๐'-

มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้ ..และเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งฟัง
เธอเล่าเรื่องน่าเศร้าไปพร้อมกับน้ำตาของเธอ


เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กผู้หญิง ..รับฟังเรื่องราวต่างๆ แล้วเขาก็เงียบ ..


เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้นเรื่อยๆ .. เรื่อยๆ
จนเด็กผู้ชายพูดขึ้นมาว่า "เธอจะร้องอะไรกันนักหนา ยัยบ้า"
เรื่องแค่เล็กน้อยแค่นี้ เธอถึงกับต้องเสียน้ำตามากขนาดนี้เชียวเหรอ



เด็กผู้หญิงเลยพูดขึ้นว่า ..
"ก็เธอน่ะมันคนใจร้าย เธอจะไปเข้าใจอะไรล่ะ"
"เวลาที่ฉันมีปัญหา.. เวลาที่ฉันเสียใจ ..พอฉันบอกให้เธอฟัง เล่าให้เธอฟัง เธอกลับหาว่าฉันบ้า"
"เธอไม่เคยเข้าใจฉันเลย"
"เธอมันเป็นผู้ชายที่ไม่มีความอ่อนโยน.."


"ทำไมนะ เวลาที่ฉันร้องไห้ .. ทำไม ..ทำไมเธอไม่เคยคิดจะพูดปลอบใจฉันบ้าง ..
ทำไมเธอชอบว่าฉันนัก ..หรือว่า แค่นี้ฉันยังเสียใจไม่พอ ..ต้องให้เธอมาทำให้ฉัน ยิ่งทรุดหนักลงใช่มั้ย"


เด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่ .. นิ่งเงียบ ..
ในใจของเด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่คิดว่า .. "เธอมันยัยโง่"
ในใจของเด็กผู้ชายคนนั้นมีคำถามมากมาย ..


คำถามเป็นร้อยๆ พันๆ คำถาม ที่อยากจะเอ่ยถามเด็กผู้หญิงคนนั้น
แต่เด็กผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยจะเอ่ยถามแม้สักคำ ..


เธอไม่เคยรู้หรอกเหรอว่า เวลาเธอน่ะร้องไห้ "ฉันแทบจะเป็นบ้า"
เธอไม่เคยรู้หรอกเหรอว่า .. เวลาเธอเศร้า "ฉันเศร้ายิ่งกว่า"
แล้วเธอไม่รู้หรอกเหรอว่า .. คนที่มันทำเธอร้องไห้ "ฉันอยากจะกระทืบมันให้ตาย"
นี่เธอไม่เคยรู้จริงๆ เหรอว่า .. "ฉันรักเธอมากแค่ไหน"


เธอไม่รู้หรือไงนะยัยโง่ ว่า .. "ฉันน่ะปลอบเธอไม่เป็น"
ฉันรู้นะ .. ถ้าฉันปลอบเธอ "เธอจะดีขึ้น"
แต่ ... ฉันก็ไม่ทำ ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า ..ฉันไม่อยากเห็นเธออ่อนแอ
ฉันอยากเห็นเธอเข้มแข็ง และลุกขึ้นมาสู้กับปัญหาด้วยตัวของเธอเอง ..


ถึงแม้ว่าเธอ .. จะมองว่าฉันเป็นคนใจร้าย .. ฉันก็ยอม
ฉันอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่อ่อนโยน แสนดี ..
ฉันอาจไม่ใช่คนที่เธอต้องการยามเศร้า ..
ฉันอาจไม่ใช่ .. ใครคนนั้น .. สำหรับเธอ ..


ถึงเธอจะโกรธ จะเกลียดฉัน ..
แต่อยากให้รู้ไว้นะว่า "ผู้ชายที่ไม่อ่อนโยนคนนี้ก็รักเธอ"


น่าเศร้าใจนัก ที่เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางรู้เลยว่า ...
ความไม่อ่อนโยนที่เด็กผู้ชายคนนึงมอบให้.. กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน ..
ถ้าเด็กผู้หญิงคนนั้นรู้สักนิดว่า ..เด็กผู้ชายคนนั้นรักเค้าแค่ไหน
"เรื่องนี้มันคงไม่เป็นแบบนี้"


อย่ามองแค่การกระทำภายนอกของเขา
แต่ลองมองลึกถึงหัวใจ ..
แล้วคุณจะรู้ว่า ใครบางคนที่คุณ ..คิดว่าไม่อ่อนโยนเอาซะเลย ..
เค้าคนนั้นอาจจะแฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่เต็มเปี่ยม




แนนชอบ  :22:
(แต่ว่ามันยาวไปใช่รึเปล่านะ--ขอโทษค่ะ) -*-
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 08:21 น.
ยาวไปครับ สามนิ้วก็พอ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 12:23 น.
รักนะ...เด็กโง่
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 14:44 น.
6-7 นิ้วนะ มาตรฐานนะ  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 16:28 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 14:44 น.
6-7 นิ้วนะ มาตรฐานนะ {หมีโหด}

เอ่อ.. ไส้กรอกชีสเหรอนั่น?
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 16:46 น.
อยากกินสาวสวย :04a:




ผีเดอะมอล์

เป็นที่ลือกันทั่วไปในหมู่ของคนขับรถแท็กซี่ว่า
บริเวณป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน) ตอนกลางดึก หลังห้างปิด) แล้วเนี่ยผีดุเป็นบ้าลือกันเป็นตุเป็นตะว่าเคยมีแท็กซี่หลายคันถูกผู้หญิงผมยาวเรียกจากหน้าห้างฯให้ไปส่งที่วัดสมรโกฏิ (ถ.รัตนาธิเบศร์)พอคนขับแท็กซี่ขับไปถึงหน้าวัดปรากฏว่าผู้โดยสารผู้หญิงผมยาวคนนั้นก็หายตัวไป  เป็นที่เลื่องลือกันว่าผีที่หน้าห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วานนี้คือหญิงสาวที่เคยใช้ที่จอดรถของห้างฯ  เป็นที่ฆ่าตัวตาย จนปัจจุบันนี้ห้างฯด้ทำลวดตาข่ายมาอ๊อกปิดไว้หมดทุกด้านเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมาใช้เป็นสุสานอีก แต่ก็ยังไม่วายมีข่าวมาเรื่อย ๆ ว่ามีคนกระโดดตึกตายที่นี่เป็นประจำ เรื่องข่าวลือนี้นายกล้าโชเฟอร์แท็กซี่ (มือใหม่)ที่เพิ่งมาหางานทำในกรุงเทพฯ ก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ความที่แกเป็นคนกล้าสมชื่อ แกจึงไม่เชื่อแล้วแกยังคงวนเวียนรับ-ส่งผู้โดยสารแถวงามวงศ์วานและใกล้เคียงเป็นประจำเพราะรายได้ดีเนื่องจากแถวนี้ตอนดึกๆ ไม่ค่อยมีแท็กซี่กล้าขับผ่านมาเรื่องของเรื่องคือมีอยู่วันหนึ่งดึกมากแล้วนายกล้าขับรถผ่านหน้าห้างเดอะมอลล์ฯก็ปรากฏว่ามีผู้หญิงสาวสวยไว้ผมยาวสยายยืนโบกรถอยู่หน้าห้างฯ ฉับพลันที่เห็นนายกล้าก็นึกไปถึงเรื่องที่เพื่อนๆ ชาวแท็กซี่โจษขานถึงเรื่องผีดุกันขึ้นมาทันทีแต่ความที่แกเป็นคนกล้าประกอบกับผู้หญิงคนนั้นก็ดูว่าเป็นคนชัดๆแกจึงจอดรถเข้าไปรับพอหญิงสาวเปิดประตูรถกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกก็ปะทะจมูกของนายกล้าทันที "โชเฟอร์ไปแถววัดธาตุทองนะจะไปมั้ย ?" หญิงสาวถาม " ไปครับผม" นายกล้าตอบในใจคิดว่าไม่ใช่วัดสมรโกฏิแบบที่ลือกันนี่หว่าหญิงสาวก้าวขึ้นนั่งที่เบาะหลังพร้อมกับบอกนายกล้าว่า"ไปทางด่วนนะ"นายกล้ากดมิเตอร์แล้วออกรถขับตรงไปขึ้นทางด่วนงามวงศ์วานกลางดึกเช่นนั้นทางด่วนเงียบสนิท นาน ๆถึงจะมีรถขับมาสักคัน กลิ่นน้ำหอมของหญิงสาวยังเตะจมูกอยู่  บรรยากาศเงียบเชียบชวนอึดอัดถึงนายกล้าจะกล้าเพียงไรก็ตามแต่แกก็อดชำเลืองมองกระจกส่องหลังไม่ได้เมื่อเห็นหญิงสาวนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา  แกก็เลยชวนคุยเพื่อทำลายบรรยากาศอันอึดอัดนี้ "รอรถนานมั้ยครับ"  นายกล้าถามหญิงสาว "นานสิแท็กซี่หายไปไหนหมดไม่รู้" หญิงสาวพูดเรื่อยๆ"ก็มีข่าวลือเรื่อง...เอ้อ............เรื่องผีแถวนี้ดุสิครับ  เลยไม่ค่อยมีแท็กซี่คันไหนกล้าวิ่งแถวนี้"นายกล้าตัดสินใจพูดหยั่งเชิงเพื่อดูท่าทีหญิงสาวหญิงสาวหันขวับมามองนายกล้าทันที "มิน่าล่ะ เมื่อกี้ฉันเรียกตั้งหลายคันไม่มีใครจอดเลยแล้วนายไม่กลัวเหรอ ?" หญิงสาวถามนายกล้ากลืนน้ำลาย " เอ้อ...ไม่กลัวครับ" "ก็ดี"หญิงสาวพูดพร้อมกับหันไปมองที่หน้าต่าง นายกล้าขับรถต่อไปเรื่อย ๆ บรรยากาศกลับเงียบสงัดอีกครั้งเงียบจนนายกล้าได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองเพียงคนเดียว!นายกล้าแหงนขึ้นไปมองกระจกส่องหลังเมื่อนึกขึ้นได้ทันใดนั้น! หัวใจของแกแทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นภาพในกระจกเบาะหลังว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาของผู้หญิงผมยาวที่นั่งคุยมาด้วยกันเมื่อกี้นี้เลย! 'ชิบหายแล้วกู เนี่ยเขาว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ โดนดีเข้าแล้วมั้ยล่ะ 'นายกล้าคิดขณะที่กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของผู้หญิงสาวยังคงคลุ้งอยู่ในรถ มือที่กำพวงมาลัยสั่นสะท้าน เหงื่อแตกพลั่กทั้งที่แอร์ในรถเย็นเฉียบขาของนายกล้าที่เหยียบคันเร่งชาจนแทบจะไม่รู้สึกแล้วบทสวดมนต์กี่บท ๆ ที่นึกได้ นายกล้าท่องจนหมดกลิ่นน้ำหอมก็ไม่หายไปไหน ยังลอยอบอวลคลุ้งอยู่ในรถแถมบางครั้งยังแรงขึ้นด้วยซ้ำไป มนต์บทแล้วบทเล่าที่นายกล้าท่องไม่ได้ทำให้กลิ่นน้ำหอมจางลงเลย

นายกล้าแหงนขึ้นมองกระจกอีกครั้งเบาะหลังก็ยังว่างเปล่าอยู่มีแต่กลิ่นน้ำหอมเท่านั้นที่บอกให้รู้ว่า" เธอ" ยังไม่ไปไหนนายกล้าเหยียบคันเร่งอย่างไม่คิดชีวิตในใจก็อาราธนาพระดังๆทั่วเมืองไทยให้มาอยู่เป็นเพื่อนเขา  ใจอยากบึ่งไปให้ถึงวัดธาตุทองเร็วๆเผื่อว่ากลิ่นน้ำหอมจะหายไป เพราะ"เธอ" คงต้องการไปลงที่นั่นจริง ๆ' โอ๊ย มาไกลเหลือเกินนะแม่คุณ ' นายกล้าคิดในใจขณะที่ยังคงเหยียบคันเร่งมิด
นายกล้ามารู้สึกตัวอีกทีเมื่อรถมาติดไฟแดงตรงเชิงทางด่วนนายกล้าสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่ 3 ครั้งก่อนกลั้นใจแหงนหน้าขึ้นไปมองกระจกส่องหลัง และแล้วนายกล้าก็แทบจะหัวใจหยุดเต้นอีกครั้งมือเท้าเย็นวาบแทบจะหมดแรงขนลุกซู่ทั้งตัว เหมือนใครเอาน้ำแข็งมาโปะต้นคอ
ภาพที่ทำให้นายกล้าแทบช็อกก็คือ หญิงสาวคนเดิมมาปรากฏตัวที่เบาะเหลังอีกครั้ง
แต่คราวนี้หน้าตาเธอเปลี่ยนไป!
ใบหน้าของเธอมีเลือดไหลออกทาง จมูก และปาก
นายกล้าตัดสินใจรวบรวมความกล้าอีกครั้ง 'เป็นไงเป็นกันวะ
ไหน ๆ ก็ไหนๆ แล้ว จะถามให้รู้เรื่องกันไปว่า "เธอ" ต้องการอะไรกันแน่ '
พอคิดได้ดังนั้นนายกล้าก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับ "เธอ" ผู้นั้น
ก่อนที่จะถามเป็นคำถามแรกว่า "คุณเป็นอะไรตาย ?"
" ตายพ่อ ตายแม่(-ท่าน-)สิ"
เสียงหญิงสาวคนนั้นตอบดังลั่นรถ
ไอ้ห่า!
กูก้มลงไปแต่งหน้าหน่อยเดียว
มึงเหยียบซะหน้าตากูแหกหมด
แล้วยังเสือกมาถามอีกว่าเป็นอะไรตาย




:30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นักสืบ เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 19:13 น.
ทำไมเธอร้องไห้? โดย "พระเจ้า"

ขี้เกียจก๊อบ ตามไปอ่านเองแล้วกันครับ

_http://www.geocities.com/o7a7k7/tear/tear.html
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 19:15 น.
ทำไมต้องทำ fwd เมว เป็นรูปภาพด้วยเนอะ  :09:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 07 ต.ค. 2006, 19:18 น.
ยาว  :41:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 08 ต.ค. 2006, 00:41 น.
เรื่องราวของกระต่ายน้อย

วันหนึ่ง...กระต่ายน้อย ต้องการเดินทางไปยังเมืองข้างเคียงของกระต่ายน้อย
ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางหลายวันมาก.. แต่กระต่ายน้อยไม่รู้เส้นทางเลย

"ถามทางคนอื่นเอาก็ได้มั้ง" กระต่ายน้อยนึกในใจ

วันแรก.. กระต่ายน้อยน้อยเดินไป เรื่อยๆจนไปเจอแมวตัวนึง
กระต่ายน้อยจึงถามทางทันที แมวน้อยจึงบอกว่า "ขอหอมแก้มทีดิ"
กระต่ายน้อยก็ยอมให้หอม แล้วจึงเดินไปตามทางที่แมวบอก

วันที่2.. กระต่ายน้อยเดินไปอีกเรื่อยๆจนไปเจอค้างคาวตัวหนึ่ง
กระต่ายน้อยจึงถามทาง ค้างคาวจึงพูดว่า "ขอหอมทีดิเดี๋ยวบอกทางให้"
กระต่ายน้อยก็ยอมให้ค้างคาวหอมแต่โดยดี แล้วจึงเดินทางไปเรี่อยๆ

วันที่3.. กระต่ายน้อยได้ไปเจอหมาตัวหนึ่ง กระต่ายน้อยจึงถามทาง
หมาจึงบอกว่า "ขอหอมทีดิเดี๋ยวบอก" กระต่ายน้อยก็ยอมให้หมาหอมแต่โดยดี
แล้วจึงเดินไปตามทางที่หมาบอก กระต่ายน้อยเดินไปเรี่อยๆ.....

เพื่อนๆอยากรู้ไหมคะว่าต้องใช้เวลาเดินทางกี่วันกันแน่










อยากรู้ใช่ไหมหล่ะ  :21:






...



...



...



...



...



...



...




ถ้าอยากรู้ก็ "ขอหอมทีดิ"  :04:




อันนี้นานมากแล้ว แต่ก็ยังชอบอยู่  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 08 ต.ค. 2006, 00:54 น.






อ๊างงงงง :22:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 08 ต.ค. 2006, 01:16 น.
บร้า  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 08 ต.ค. 2006, 08:16 น.
เขิลล์  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 08 ต.ค. 2006, 15:01 น.
อ๊างงง  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 14 ต.ค. 2006, 05:46 น.
แ ด่ เ ธ อ ผู้ เ ป็ น ที่ รั ก .

..



เมื่อวานผมดูคุณตื่น - วันนี้ผมก็ดูคุณตื่น

เมื่อวานผมดูคุณหลับ - วันนี้ผมก็ดูคุณหลับ

ชีวิตบอบบางหรือผมอ่อนแอ
หลายครั้งผมถามตัวเอง แต่ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามเก่าๆ นั้น
ในความมืด ผมนั่งอยู่คนเดียวที่ระเบียง
แสงไฟจากถนนสาดลงมาอย่างหงอยเหงา
หมาผอมโซคุ้ยถังขยะที่หน้าบ้าน
ใครซักคนเพิ่งเลิกงาน เดินผ่านหน้าบ้านผมอย่างอ่อนระโหย


วันก็เวียน คืนก็หมุน
ทำไมใจคนถึงร้อนรุ่มไม่ยอมหยุดนิ่ง
วันวานหายไป แต่ทำไมความทรงจำถึงยังคงอยู่


ใครบางคนบอกว่าคำตอบอยู่ในสายลมแผ่ว
แต่ผมไม่พบความหมายอะไรในความหนาวเหน็บที่โชยผ่าน
หรือเพราะชีวิตคนเราบอบบาง ?...
เกินกว่าจะรับความจริงอันเจ็บปวด.


ตอนนี้ผมดูคุณหลับ.
ผมตกลงมาปรกแก้มคุณ.
ผมกลัวว่าเสียงคร่ำครวญในใจ.
จะรบกวนคุณในฝันอันบรรเจิด.


ผมได้แต่ซบหน้าลงกับฝ่ามือในความมืด.
บอกกับตัวเองเบาๆ ทั้งน้ำตา...















...




พ รุ่ ง นี้ ไ ม่ อ ย า ก ซั ก ผ้ า เ ล ย .







โดยคุณ : นิดหน่อย.
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Sing เมื่อ 14 ต.ค. 2006, 11:13 น.
 :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 14 ต.ค. 2006, 12:00 น.
 :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 14 ต.ค. 2006, 19:11 น.
 :30: ไม่อยากซักผ้า ต้องร้องไห้ด้วย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 15 ต.ค. 2006, 01:57 น.
อ้างคำพูดจาก: • BosS • เมื่อ 14 ต.ค. 2006, 19:11 น.
:30: ไม่อยากซักผ้า ต้องไห้ด้วย

:06:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 15 ต.ค. 2006, 15:14 น.
แก้แล้วค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 13:11 น.
พ่อสอนลูกสาว...


  ในค่ำคืนนึง...หลังจากกราบพระกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว

คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบแล้วบอกลูกว่าพ่อมีอะไรให้ดูซึ่งสำคัญมาก

ว่าแล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อเอามือกำไว้

พ่อถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า

ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 3 ที ลูกทำตาม...คุณพ่อว่า ไม่พ่อต้อง 5 ที

และเปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง15ที จนลูกอุทธรณ์ ก็ลูกอยากทราบนี่คะว่า

เป็นอะไร เมื่อคุณพ่อแบมือออก มันก็คือเหรียญ 5 บาท ธรรมดานี่เอง

คุณพ่อหัวเราะ แล้วกำมือกับเหรียญ 5 บาทเดิม ถามว่าอยากดูอีกมั้ย

ถ้าอยากดูต้องเขกพี้น 10 ที ลูกว่าหนูรู้แล้วไม่อยากดูคะ คุณพ่อว่า

เอ้า...เขกพื้น 1 ทีก็ได้ ลูกก็บอกว่า ทราบแล้วไม่อยากดูอีกเบื่อ

คุณพ่อว่าให้ดูฟรีๆก็ได้แล้วก็แบมือออก ลูกก็ดูไปอย่างนั้นเอง


คุณพ่อเลยสอนว่า

"นี่แหละลูก อะไรที่เป็นความลับคนมักยอมทำทุกอย่างที่จะได้สมปรารถนา อยากดู อยากรู้ อยากเห็น
แต่เมื่อสมปรารถนาแล้ว ดูบ่อยๆแล้วก็มักจะเบื่อให้ดูฟรีๆยังไม่อยากดูเลย แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนสำหรับลูกผู้หญิงเป็นสิ่งที่มีค่า
ถ้าให้ใครรู้ก่อนเวลาอันควรก็จะไม่มีค่าอะไร ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีหรอก"

:05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 13:19 น.
 :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 13:39 น.
 :25: สุดยอด
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 14:21 น.
 :25:
แนนไม่ให้ใครดูแน่นอนค่ะคุณพ่อโอ้เอ้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 14:24 น.
แนนเป็นลูกพี่โอ้เอ้เหรอคะ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 14:29 น.
อ้างคำพูดจาก: [นานนะ][~ เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 14:21 น.
:25:
แนนไม่ให้ใครดูแน่นอนค่ะคุณพ่อโอ้เอ้


:25: อะ เขกโต๊ะ 2 ที
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 14:33 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 14:29 น.

:25: อะ เขกโต๊ะ 2 ที

:25: เจ็บมีือมั้ยเอ
เขกทีเดียวก็พอแล้ว
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 15:01 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 19 ต.ค. 2006, 08:51 น.
ดูฟรีๆ :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: kroonid เมื่อ 21 ต.ค. 2006, 00:31 น.
ยุง กับ นิยามรัก

    ยุงหิวโหยอาหาร จึงออกหาเลือดอุ่น ๆ รองท้อง
    คนหิวโหย.. ความรัก จึงออกตามหารักอุ่น ๆ รองใจ

    ศิลปะการดื่มเลือดของยุง คือ ค่อย ๆ ย่อง อุ๊ย!! บินซิเนอะ บินเข้าไปในมุมมืดบรรจงแทงปากทะลุทลวงผ่านผิว เข้าไปดูดเลือดอุ่น ๆ ของคุณ โดยคุณไม่รู้ตัว
    ศิลปะความรัก คือบรรจงแทรกแซง ชอนไช ทะลุทลวงความรู้สึก เข้าไปฝังลึกอยู่ในหัวใจ ของคุณอย่างช้า ๆ อบอุ่นในหัวใจ โดยคุณไม่รู้ตัว

    กว่าคุณจะรู้ตัว ยุงก็อิ่มแปร้ บินกลับบ้าน
    กว่าคุณจะรู้ตัว รักก็มากมายเกินห้ามใจ

    ยุงตัวไหน ปากหนัก กัดเจ็บ บินไม่เร็วพอ บินไม่รู้จังหวะ บินผิดมุมให้คนเห็นหรือรู้ตัวก่อน ถึงฆาตมาแล้ว กว่า 90 % น้อยนักที่จะรอดฟันฝ่ามือพิฆาตและไบกอนเขียวไปได้
    คนคนไหน ไม่เคยรัก ไม่รู้จักรัก จีบไม่เป็น ไม่มีโอกาส ไม่รู้กาละเทศะ และเหตุผลอีกมากมายนานับประการ ที่จะหยิบมาเอ่ยอ้างถึง ความไม่สันทัดจัดเจนเรื่องรัก ก็น้อยนักที่จะรอดพ้น อาการแห้วไปได้

    พอยุงกินอิ่มหนำก็บินจากไป และพร้อมจะกลับมาใหม่เมื่อโหยหิว
    ก็เหมือนรักของคนเจ้าชู้อิ่มหนำแล้วก็ผ่านไป แต่จะกลับมาใหม่เมื่อโหยหา

    ถึงจะถูกตบ ถูกฉีดยา ถ้าไม่ตายเสียก่อน พร้อมจะกลับมาใหม่เมื่อหิวอีกครา ไม่เข็ดแฮะ
    ก็เหมือนคน เจ็บช้ำสักเท่าไหร่ ถ้าไม่ถึงตาย หัวใจก็ยังโหยหารัก อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ... ..

    ถึงจะกางมุ้ง จุดยากันยุง หรือติดมุ้งลวด ยุงก็ยังคงเข้ามาได้อยู่ดีแหละ
    ความรักก็เหมือนกัน ห้ามใจเท่าไหร่ หลีกหนียังไง รักก็ยังเล็ดลอดเข้ามาได้อยู่ดี เจ็บใจจริง ๆ >(\ / )< วี้ๆๆๆๆ

ฺBy windy
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: *ควายน้อยกลอยใจ เมื่อ 21 ต.ค. 2006, 00:35 น.
หวัดดีครับ
วันนี้จะมาสอนเพื่อนๆ โทรฟรีกัน
มาเริ่มวิธีแรกกันเลยสำหรับผู้ให้ 1-2-call นะ ระบบอื่นต้องรอก่อนครับ
1.อันดับแรก ยอดเงินในบัญชีของคุณต้องเหลือ 0.00 บาทซะก่อนถึงจะโทรได้นะ
2.คุณต้องอยู่ในรัศมีที่ใกล้เสาสัญญาณของ GSM มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และอยู่ในที่โล่ง หรือที่สูงๆไม่มีอะไรมาบัง ในขณะโทรเห็นเสาสัญญาณของ GSM ได้ก็จะยอกมาก จะติดง่าย
3.กด *125 แล้วโทรออก
4.ระบบจะบอกว่ายอดเงินของคุณใกล้หมด กรุณาเติมเงินด้วยค่ะ
5.หลังจากนั้นรอจนกว่าระบบจะพูดว่า สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่บริการโทรข้ามแดนอัตโนมัติ อะไรประมาณนี้แหละครับ
6.พอระบบพูดคำว่าสวัสดีค่ะ....ก็กดปุ่มพักสายได้เลย
7.จากนั้น พอพักสายเสร็จก็กดเบอร์โทรปลายทางที่เราจะโทรฟรีได้เลย
8.ระบบจะบอกว่า ขออภัยค่ะยอดเงินของคุณใกล้จะหมดกรุณาเติมเงินด้วยค่ะ
9.พอระบบพูดเสร็จ ระบบก็จะทำการโทรไปยังหมายเลขปลายทางของเราโดยอัตโนมัติ แค่นี้เองก็โทรฟรีได้เป็นวันๆ โดยไม่ตัด
10.พอมีคนรับสาย คราวนี้คุณจะไปคุยที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องสัญญาณแล้วครับ

*** หมายเหตุ *** ใครมีวิธีโทรฟรีของระบบอื่นก็เอามาแบ่งปันเพื่อนๆบ้างนะคับ
*** เจ้าของบริษัทเขารวยมากแล้ว ขอเราโทรฟรีบ้างจะเป็นไร ***

  :38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 22 ต.ค. 2006, 20:48 น.
ฉันรู้แค่นี้เอง

ฉันรู้แค่ว่า... ฉันรักเขา
แต่ฉันไม่รู้ว่า เขารักฉันหรือเปล่า ?

ฉันรู้แค่ว่า... เขาทำให้ฉัน มีความสุข
แต่ฉันไม่รู้ว่า ฉันทำให้เขามีความสุขหรืออึดอัด ?

ฉันรู้แค่ว่า...เขาห่วงฉัน และฉันรู้ว่าฉันห่วงเขา
ฉันรู้แค่ว่า...เขาหวังดีกับฉัน และฉันหวังดีกับเขา
แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาห่วงและหวังดีกับฉันแค่เพื่อนหรือมากกว่านั้น ?
แต่ฉันรู้ดีว่าฉันห่วงและหวังดีกับเขามากกว่าแค่เพื่อนกัน...

ฉันรู้แค่ว่า...เขายังลืมคนรักเก่าของเขาไม่ได้
แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ลืม ?

ฉันรู้แค่ว่า...ฉันไม่ควรคิดกับเขามากกว่าเพื่อน
แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำอย่างไร ?

ฉันรู้แค่ว่า...เขาเคยทำให้ฉันคิดว่าเขาก็รักฉัน
แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดเข้าข้างตัวเองหรือเปล่า ?

ฉันรู้แค่ว่า...ฉันเคยเสียน้ำตาให้เขา
แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะรู้หรือเปล่า ?

ฉันรู้แค่ว่า...ฉันกำลังจะไป
แต่ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฉันจะได้กลับมา ?

ฉันรู้แค่ว่า...ฉันจะยังคงคิดถึงเขาเสมอ
แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะคิดถึงฉันบ้างไหม ?

ฉันรู้แค่ว่า...ฉันจะรอเขาตลอดไป
แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดถูกหรือเปล่า ?

ฉันรู้แค่ว่า...ฉันอยากบอกรักเขา
แต่ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ? ฉันจะมีโอกาส
และฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะอยากได้ยินหรือเปล่า ?

สุดท้าย
ฉันรู้แค่ว่า...ฉันอยากให้เขาอ่านบทความนี้
แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะได้อ่านมันหรือเปล่า ?

... แต่ถ้าเขาได้อ่านมันจริง ฉันอยากบอกเขาว่า...

        เขาทำให้ชีวิตฉันมีความสุข แม้จะเคยเสียน้ำตา
        เขาก็ทำให้ฉันยิ้มได้เมื่อนึกถึงสิ่งดีดีที่เขาทำให้

เขาทำให้ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักคำว่ารัก
ได้เข้าใจว่า "รัก" คืออะไร


        ถึงแม้มันจะไม่ใช่รักที่สมหวังนัก
        แต่ผู้หญิงคนนี้ ก็รู้สึกดีที่มีคนให้รัก

                "ขอบคุณจากใจ"
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 25 ต.ค. 2006, 00:26 น.
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 4 ปี อาจจะเข้าใจเรามากกว่าคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 6 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราคิด
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 3 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราเห็น
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 1 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราฝัน
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 1 สัปดาห์ อาจเข้าใจเรามากกว่าคนรู้ใจ
คนที่รู้จักกันมา................เพียงเมื่อวาน – ในวันนี้ เค้าอาจจะเข้าใจเรา – มากกว่าที่เราเข้าใจตัวเอง



:25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 25 ต.ค. 2006, 23:59 น.
โดน! ค่ะ พี่เอ้  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 26 ต.ค. 2006, 11:45 น.
 :25a:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 26 ต.ค. 2006, 11:58 น.
อย่ามา พลอยห์ แถวนี้นะบอส
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 26 ต.ค. 2006, 12:04 น.
อะไรครับ  :09:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 10 พ.ย. 2006, 19:30 น.
ชอบของพี่ระจันค่ะ  +1 :05:

โดนอย่างจัง :41:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 10 พ.ย. 2006, 22:31 น.
อันไหนคะ ของพี่ระจัน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 17:09 น.
หาอยู่เหมือนกัน :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 15 พ.ย. 2006, 18:44 น.
เรื่องของกามเทพ...

ในอดีตกาล มีเรื่องเล่ากันว่า
มนุษย์ทุกคนมีหัวใจด้วยกันทั้งหมดสองดวง
ทว่ามีเทวดาน้อยอยู่องค์หนึ่งซึ่งไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าหัวใจ
ด้วยความที่สงสัยว่าหัวใจนั้นมันเป็นอย่างไร
เทวดาน้อยจึงได้ไปถามนางฟ้าผู้ที่ดูแลทางเข้าออกของประตูสวรรค์

"ท่านนางฟ้า โปรดบอกข้า หัวใจคืออะไร...?"
"หัวใจ...ก็คือสิ่งบริสุทธิ์ สวยงามที่สุดของมนุษย์ยังไงเล่า"
"แล้วสิ่งที่มนุษย์เรียกอยู่แห่งใดล่ะ...?"
"อยู่เบื้องล่างยังอีกฟากของประตูสวรรค์นี่ยังไงเล่า"
"เปิดประตูให้ข้าไปชมหัวใจของมนุษย์ได้ไหม นางฟ้า...?"
"มิได้หรอก มันผิดกฎของสวรรค์ เจ้ากลับไปซะเถอะ
แค่เจ้ามาสนทนากับข้าก็ผิดมากเท่าใดแล้ว เจ้ารู้ตัวไหมเจ้าเทวดาน้อย"

เทวดาน้อยทำทีว่าหันหลังกลับไป
แต่ด้วยความที่อยากได้หัวใจมาครอบครองไว้เป็นของตน
จึงได้นำคันศรธนูมา แล้วยิงไปที่นางฟ้าผู้รักษาประตูสวรรค์
เพื่อหวังจะให้นางฟ้านั้นสลบไป

ในชั่วข้ามคืนนั้นเอง
เทวดาน้อยแอบเปิดประตูสวรรค์แล้วบินไปยังโลกมนุษย์
กลางดึกของคืนนี้เป็นคืนที่เงียบสงบ
มนุษย์ทุกคนต่างหลับกันหมดแล้ว
เทวดาน้อยจึงแอบบินเข้าไปในบ้านของมนุษย์ทุกคน
แล้วไปเอาสิ่งที่เรียกว่า "หัวใจ" ของทุกคนบนโลกมนุษย์ มาคนละหนึ่งดวง
แล้วนำลอยขึ้นไปบนสวรรค์ หวังจะขโมยกลับไปเป็นของตน
แต่ระหว่างที่เทวดาน้อยกำลังกลับเข้าไป
ปากทางของประตูสวรรค์ได้มีนางฟ้าและเทวดาแห่งความรักยืนกั้นอยู่
เทวดาน้อยเห็นดังนั้นจึงบินหนี
แต่นางฟ้าองค์หนึ่งได้บินตามเพื่อมาแย่งหัวใจของมนุษย์ทั้งหมดมาไว้

แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อหัวใจทั้งหมดได้เกิดกระจายออก
แล้วร่วงโปรยปรายไปยังบนโลกมนุษย์
และได้เกิดการสลับสับเปลี่ยนเจ้าของหัวใจกันในค่ำคืนนั้นเอง

เทวดาน้อยถูกลงโทษด้วยการเป็นเด็กตลอดกาล
และเปลี่ยนชื่อเป็นกามเทพให้อยู่บนโลกมนุษย์
เพื่อตามหาหัวใจสองดวงของมนุษย์ที่ไปอยู่กับใครอีกดวงหนึ่ง
ให้มาพบกันตลอดไป




:42:
'โว้ยัง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 15 พ.ย. 2006, 19:01 น.
ยังไม่เคยอ่าน  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 15 พ.ย. 2006, 19:11 น.
คุ้นๆ เหมือนเป็นการ์ตูนของพี่โอตากิเลย  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 15 พ.ย. 2006, 19:50 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 16 พ.ย. 2006, 00:21 น.
นานมากแล้ว :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: kroonid เมื่อ 06 ธ.ค. 2006, 16:56 น.
ผมเชื่อว่า  หนังสือเล่มนี้  ดีที่สุดในโลก  คุณจะอ่านหรือไม่  มันเรื่องของคุณ
......ขออนุญาตนำบทความบางท่อนจากหนังสือ   "หยุดความเลวที่ไล่ล่าคุณ"
ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ  ศรีโยธิน,   สมคิด ลวางกูร

.............................................................................................................................................


...ตัดเงินเดือน...
พอกราบคุณย่าเสร็จ ผมก็หันมาคุยกับอาจารย์
ถามว่า....อาจารย์กำลังทำอะไรครับ
อาจารย์ตอบว่าผมกำลังตัดรายจ่ายอยู่...คุณทองคำ
ผมต้องจ่าย..ค่าแม่ครัว..คนขับรถ  คนสวน
ค่าใช้จ่ายในบ้านและให้แม่อีกเดือนละ  300 บาท ตอนนี้ 
รายได้กับรายจ่ายมันไม่ค่อยสัมพันธ์กันต้องตัดรายจ่ายลงบ้าง

ผมก็ทำหน้าที่เป็น Advisor บอกว่า
เงินเดือนที่ให้แม่ 300 นี่ตัดได้นี่ครับ
อาจารย์หันหน้ามามองผม ...แล้วยิ้ม...
ทำไมล่ะ?
ผมบอกว่า อาหาร 3 มื้อ ..อาจารย์ก็จัดให้..เรียบร้อย
เสื้อผ้า..อาจารย์ก็ซื้อให้ใหม่..ปีละ 3 ชุด ..เรียบร้อย
เจ็บป่วย ไม่สบาย ..อาจารย์ก็พาหมอมาฉีดยาให้ เรียบร้อย
เพราะฉะนั้น เงินเดือน 300 นี่ ตัดได้ครับ   

ท่านบอกว่า 
"ตัดไม่ได้เด็ดขาด"...คุณทองคำ
300 บาทนี่ สำคัญที่สุด
สำคัญยังไง? 
เงิน 300 บาทนี่ เป็นเงินสำหรับ
เลี้ยงหัวใจแม่...
ผมฟังแล้ว...สะอึก
โอ...นี่เป็นเงินเลี้ยงหัวใจแม่
พวกเรา เคยได้ยินไหมครับ?
ผมนึกว่า ให้อาหาร...เสื้อผ้า.. เจ็บป่วยก็เอาหมอมารักษา
น่าจะพอแล้ว     
ท่านบอกว่า
อาหารกินแล้วก็ไปส้วม 
เสื้อผ้าเก่าแล้ว ก็เป็นผ้าขี้ริ้ว
หมอรักษา ก็รักษาอาการทางกาย
สิ่งต่างๆ ที่เราจัดให้ทั้งหมดนี้
เป็นอาหารกาย   
แต่ 300 บาทนี่
เป็นอาหารเลี้ยงหัวใจแม่   

หัวใจต้องการอาหารที่มาหล่อเลี้ยงให้..เอิบอิ่ม...เบิกบาน...เป็นสุข
คุณทองคำ ลองนึกดู
คนที่ไม่มีเงินอยู่ในตัวเลยนี่ เป็นยังไง? 
"หัวใจมันแฟบ"
หัวใจมันเหี่ยวเฉา ...เหมือนดอกไม้ยามเย็น
ใครที่เป็นข้าราชการจะรู้
พอเลยวันที่ 25 ไปแล้วนี่ มันเหี่ยว ๆ ยังไงชอบกล
ไม่มีเงินค่ารถไม่มีเงินค่าอาหาร ไม่มีเงินซื้อข้าวสาร
มันเหี่ยวไปจนถึงสิ้นเดือน

แม่อยู่กับเรา ก็จริง
แต่ถ้าแม่ ไม่มีเงินอยู่ในมือนี่
หัวใจท่านเหี่ยว...
พอถึงวันเงินเดือนออก 
ทุกคนหน้าบาน..เหมือนดอกไม้ยามเช้า
จิตใจสดชื่น...เบิกบาน...มีความสุข
รับเงินเดือนมาใหม่ๆ หน้าสดใส
สั่งกาแฟยังเสียงดังฟังชัด
ทุกสิ้นเดือน พอเงินเดือนออก
ผมเข้าไปกราบแม่
บอกแม่ว่า
วันนี้เงินเดือนออกครับ
ผมนำเงินมาบูชาพระคุณแม่ 300 บาทครับ
เอาเงิน 300 บาทใส่มือแม่
แม่ก็ให้ศีล ให้พร
ยกหมอนขึ้น เอาเงินวาง แล้ววางหมอนทับ
มีความสุข
เดือนละ 300
สามสี่เดือน ก็เป็นพันใช่ไหมครับ
แล้วเงินนี่สำคัญยังไง
เลี้ยงหัวใจแม่อย่างไร?

... คุณย่าให้...

     ท่านเล่าต่อว่าตอนนั้น
ท่านมีลูก 2 คน
เป็นผู้หญิงทั้งคู่กำลังท้องคนที่ 3
วันหนึ่ง ก็พาเมียไปโรงพยาบาล
แม่ถามว่า คลอดหรือยัง?
ยังครับแม่
วันต่อมาถามอีก คลอดหรือยัง
คลอดแล้วครับแม่

ผู้หญิงหรือผู้ชาย?
ผู้ชายครับ
โอ๊ย...แม่ดีใจจังเลย
ได้หลานไว้สืบสกุล
มานี่...มานี่..

ยกหมอนขึ้น..นับเงินส่งให้ 600 บาท
เอาเงิน 600 บาทนี่ไปซื้อทอง 6 สลึง
เอามารับขวัญหลานชาย
แต่ก่อนทองคำบาทละ 400
อาจารย์รีบไปซื้อทองมาให้
วันรุ่งขึ้น
แม่เขาอุ้มลูกขึ้นมาหาย่า
ย่ากอดหลานชาย...
สวมสายสร้อยให้เป่าหัวให้เสร็จ
พอเด็กคนนี้โต พูดได้
มีคนถามว่าสายสร้อยนี้ใครซื้อให้
คุณย่าซื้อให้
ชี้มือไปที่คนตาบอด
คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน
คือคุณย่า
ไม่ใช่พ่อแม่

เพราะเงิน 300 บาทนี่
เสกให้คนตาบอดขลัง
ถ้าคุณย่าไม่มีเงิน
จะรับขวัญหลานได้อย่างไร ?
เห็นไหมครับ ?
ไม่ใช่ว่า..  พอโตขึ้น..
มีคนถามว่า..
คนนี้เป็นใคร..
บอกว่า ...
ยายแก่ตาบอดนี่..   มาอาศัยพ่อแม่ฉันอยู่..
เห็นหรือยังคุณทองคำ
เงินเดือนๆ ละ 300 บาทนี่
ทำให้คนแก่ตาบอด  กลายเป็นเทพเจ้า
..สร้อยนี่   คุณย่าให้...

...เงินเดือนมีฤทธิ์...
วันดีคืนดีนะ  คุณทองคำ
แม่ครัว ล้างชามเสร็จ 
คุณย่าก็บอกให้มานวดขาให้
แม่ครัวหน้ามุ่ย ทำงานเหนื่อยจะตายยังต้องมานวดให้อีก
นั่งขยำ ๆ หน้าคว่ำ
พอนวดเสร็จคุณย่าหยิบเงินให้ 30 บาท
แม่ครัวยิ้มหน้าบาน
ยกมือไหว้ขอบคุณค่ะ
วันรุ่งขึ้น
พอล้างจานเสร็จรีบวิ่งมานั่งใกล้ๆ
วันนี้นวด...อีกไหมคะ..คุณย่า 
เห็นไหมเงินเดือน300 บาท 
ที่เราให้แม่เรานี่  มันมีฤทธิ์

มีคน.. มายกมือไหว้
มีคน  มาปรนนิบัติ
มีคน  มานวดให้
ถ้าไม่มีเงินเดือนๆ ละ300 บาทนี้
แม่เราจะมีฤทธิ์ได้อย่างไร


...บันไดไปสวรรค์...


วันหนึ่ง
พระมาเรี่ยไร จะสร้างโบสถ์
อาจารย์นิมนต์พระเข้ามาแล้วชี้มือ ...
บอกมรรคทายก..ว่า..
โน่นไปเรี่ยไรกับคุณย่าโน่น
มรรคทายกบรรยายว่าจะสร้างโบสถ์...กว้างเท่านั้น..ยาวเท่านี้
สูงเท่าไร...สวยงามยัง...ราคาเท่าไร...
คุณย่ายกหมอนขึ้น
นับเงินมา 500 พนมมืออธิษฐาน
ขอให้ศาสนาของพระองค์
ยืนยงไปอีก 5 พันปี นิพพานปัจโยโหตุ
ทำบุญ...สร้างโบสถ์ไว้เป็นมิ่งขวัญในพระศาสนา
ตกลงเงินเดือน ๆละ 300 ที่เราให้
เป็นบันไดพาแม่ไปสวรรค์

        "นี่ถ้าแม่ไม่มีเงินในมือ แม่จะได้ทำบุญไหม"

...คุณยายตากผ้า...
พอพระให้พรเสร็จ
ก็เดินผ่านไปบ้านถัดไป
ยายแก่บ้านโน้น  กำลังเก็บผ้าอยู่หลังบ้าน
มรรคทกยก  ตะโกนข้ามรั้ว
ทำบุญสร้างโบสถ์ไหม  คุณยาย
สร้างที่วัดนครนายก
นี่...หลวงพ่อมาด้วย  มาบอกบุญเองเลย
เดี๋ยวอีกสักครู่  วกกลับมาใหม่ได้ไหมล่ะ
ยายไม่มีเงินหรอก
ยายอาศัยลูกสาวเขาอยู่
เดี๋ยวเผื่อลูกสาวเขากลับมาทัน
จะขอเงินเขาทำบุญ
ยายแก่คนนี้ ไม่มีเงิน
เพราะลูก  เอามาเลี้ยงแปะๆ  แมะๆ  ไว้ข้างรั้วบ้าน
เอาไว้คอยเก็บผ้า

คงไม้ละโว้นะ  :40:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 06 ธ.ค. 2006, 17:02 น.
อ่านช่วงแรกๆ"แล้ว  โห...ไรฟะ  ให้เดือนละสามร้อย"

แต่พอมาถึงบรรทัด  "ทองคำบาทละ 400"

:08: :08: :08: :08: :08: :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 06 ธ.ค. 2006, 17:02 น.


:12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 06 ธ.ค. 2006, 18:25 น.
อ่านไปงงไป  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 ธ.ค. 2006, 00:25 น.
อ้างอิง
พวก"อีโก้"สูงมาทางนี้ มีนิทานจะเล่าให้ฟัง

นานมาแล้ว มีตาแก่ผู้น่าสงสารอยู่คนนึง เมียและลูก

แกเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่แกก็ยังต้องมีภาระเลี้ยงหลานๆ

อีก สี่คนที่ชอบเอาแต่ใจตัวเอง วันๆ ไม่ทำ ไม่ช่วย อะไร

เลย ดีแต่ทะเลาะกันทุกวัน ว่าคนนั้นผิด คนนี้ผิด ที่ไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างงี้

จนมาวันนึงตาแก่ ป่วยหนักกำลังจะตาย ก็ยังอดห่วง

หลานไม่ได้ เพราะแกกลัวว่าหลานที่เอาแต่ใจตัวเอง

จะอยู่ในสังคม ในโลก ที่มีแต่คำว่า กูเก่ง ไม่ได้

ก่อนตายแกจึงเรียกหลานทั้งสี่ มานั่งล้อมวงที่โต๊ะสี่เหลี่ยม

แล้วให้หลานเอาผ้าผูกปิดตาไว้ทั้งสี่คน หลังจากนั้นแกก็ไปหยิบ

"ตะเกียง ทรงสี่เหลี่ยมมาหนึ่งอัน ซึ่งแต่ละด้าน มีสีต่างกัน"

มาตั้งไว้กลางโต๊ะที่เด็กทั้งสี่นั่งล้อมอยู่

แล้วให้หลานทั้งสี่ เปิดผ้าผูกตาออกพร้อมกัน จากนั้นตาแก่

ก็ถามหลานทั้งสี่คนว่า "เห็นตะเกียงสีอะไร"

หลานคนแรกบอกเห็น "สีแดง"

คนที่สองบอกเห็น "สีเหลือง"

คนที่สามบอกเห็น "สีเขียว"

คนที่สี่บอกเห็น "สีน้ำเงิน"

แล้วทั้งสี่ก็เริ่มทะเลาะกันอีก ว่าสีที่ตัวเองเห็นนั้นถูกต้อง

จนตาแก่บอกว่าไม่มี ใครผิด ใครถูกหรอก หลานเอ๋ย

"เพราะตะเกียงมันมีสี่ด้าน" ถ้าใครอยากรู้ว่า ทำไมคนอื่นถึง

เห็นสีไม่เหมือนเรา "เราก็ต้องเดินไปดูในมุมของเค้า

เราก็จะเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงบอกว่าเค้าเห็นสีนั้น"

"อย่ามองมุมของเรามุมเดียวแล้วตัดสิน"

เพราะคนเรามันต่างความคิดต่างมุมมอง

พอตาแก่พูดจบ แสงในตะเกียงก็ดับลงพร้อมกับชีวิตของแก
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 25 ธ.ค. 2006, 00:28 น.


เค้าไม่เคยอ่านนะ  :42:

แต่แนวความคิดนี้ มีแล้ว  :26:

:25: มีสาระๆ อะอะ +1
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูมาลี เมื่อ 25 ธ.ค. 2006, 09:25 น.
อ้างคำพูดจาก: kroonid เมื่อ 06 ธ.ค. 2006, 16:56 น.
ผมเชื่อว่า  หนังสือเล่มนี้  ดีที่สุดในโลก  คุณจะอ่านหรือไม่  มันเรื่องของคุณ
......ขออนุญาตนำบทความบางท่อนจากหนังสือ   "หยุดความเลวที่ไล่ล่าคุณ"
ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ  ศรีโยธิน,   สมคิด ลวางกูร

.............................................................................................................................................


...ตัดเงินเดือน...
พอกราบคุณย่าเสร็จ ผมก็หันมาคุยกับอาจารย์
ถามว่า....อาจารย์กำลังทำอะไรครับ
อาจารย์ตอบว่าผมกำลังตัดรายจ่ายอยู่...คุณทองคำ
ผมต้องจ่าย..ค่าแม่ครัว..คนขับรถ  คนสวน
ค่าใช้จ่ายในบ้านและให้แม่อีกเดือนละ  300 บาท ตอนนี้ 
รายได้กับรายจ่ายมันไม่ค่อยสัมพันธ์กันต้องตัดรายจ่ายลงบ้าง

ผมก็ทำหน้าที่เป็น Advisor บอกว่า
เงินเดือนที่ให้แม่ 300 นี่ตัดได้นี่ครับ
อาจารย์หันหน้ามามองผม ...แล้วยิ้ม...
ทำไมล่ะ?
ผมบอกว่า อาหาร 3 มื้อ ..อาจารย์ก็จัดให้..เรียบร้อย
เสื้อผ้า..อาจารย์ก็ซื้อให้ใหม่..ปีละ 3 ชุด ..เรียบร้อย
เจ็บป่วย ไม่สบาย ..อาจารย์ก็พาหมอมาฉีดยาให้ เรียบร้อย
เพราะฉะนั้น เงินเดือน 300 นี่ ตัดได้ครับ   

ท่านบอกว่า 
"ตัดไม่ได้เด็ดขาด"...คุณทองคำ
300 บาทนี่ สำคัญที่สุด
สำคัญยังไง? 
เงิน 300 บาทนี่ เป็นเงินสำหรับ
เลี้ยงหัวใจแม่...
ผมฟังแล้ว...สะอึก
โอ...นี่เป็นเงินเลี้ยงหัวใจแม่
พวกเรา เคยได้ยินไหมครับ?
ผมนึกว่า ให้อาหาร...เสื้อผ้า.. เจ็บป่วยก็เอาหมอมารักษา
น่าจะพอแล้ว     
ท่านบอกว่า
อาหารกินแล้วก็ไปส้วม 
เสื้อผ้าเก่าแล้ว ก็เป็นผ้าขี้ริ้ว
หมอรักษา ก็รักษาอาการทางกาย
สิ่งต่างๆ ที่เราจัดให้ทั้งหมดนี้
เป็นอาหารกาย   
แต่ 300 บาทนี่
เป็นอาหารเลี้ยงหัวใจแม่   

หัวใจต้องการอาหารที่มาหล่อเลี้ยงให้..เอิบอิ่ม...เบิกบาน...เป็นสุข
คุณทองคำ ลองนึกดู
คนที่ไม่มีเงินอยู่ในตัวเลยนี่ เป็นยังไง? 
"หัวใจมันแฟบ"
หัวใจมันเหี่ยวเฉา ...เหมือนดอกไม้ยามเย็น
ใครที่เป็นข้าราชการจะรู้
พอเลยวันที่ 25 ไปแล้วนี่ มันเหี่ยว ๆ ยังไงชอบกล
ไม่มีเงินค่ารถไม่มีเงินค่าอาหาร ไม่มีเงินซื้อข้าวสาร
มันเหี่ยวไปจนถึงสิ้นเดือน

แม่อยู่กับเรา ก็จริง
แต่ถ้าแม่ ไม่มีเงินอยู่ในมือนี่
หัวใจท่านเหี่ยว...
พอถึงวันเงินเดือนออก 
ทุกคนหน้าบาน..เหมือนดอกไม้ยามเช้า
จิตใจสดชื่น...เบิกบาน...มีความสุข
รับเงินเดือนมาใหม่ๆ หน้าสดใส
สั่งกาแฟยังเสียงดังฟังชัด
ทุกสิ้นเดือน พอเงินเดือนออก
ผมเข้าไปกราบแม่
บอกแม่ว่า
วันนี้เงินเดือนออกครับ
ผมนำเงินมาบูชาพระคุณแม่ 300 บาทครับ
เอาเงิน 300 บาทใส่มือแม่
แม่ก็ให้ศีล ให้พร
ยกหมอนขึ้น เอาเงินวาง แล้ววางหมอนทับ
มีความสุข
เดือนละ 300
สามสี่เดือน ก็เป็นพันใช่ไหมครับ
แล้วเงินนี่สำคัญยังไง
เลี้ยงหัวใจแม่อย่างไร?

... คุณย่าให้...

     ท่านเล่าต่อว่าตอนนั้น
ท่านมีลูก 2 คน
เป็นผู้หญิงทั้งคู่กำลังท้องคนที่ 3
วันหนึ่ง ก็พาเมียไปโรงพยาบาล
แม่ถามว่า คลอดหรือยัง?
ยังครับแม่
วันต่อมาถามอีก คลอดหรือยัง
คลอดแล้วครับแม่

ผู้หญิงหรือผู้ชาย?
ผู้ชายครับ
โอ๊ย...แม่ดีใจจังเลย
ได้หลานไว้สืบสกุล
มานี่...มานี่..

ยกหมอนขึ้น..นับเงินส่งให้ 600 บาท
เอาเงิน 600 บาทนี่ไปซื้อทอง 6 สลึง
เอามารับขวัญหลานชาย
แต่ก่อนทองคำบาทละ 400
อาจารย์รีบไปซื้อทองมาให้
วันรุ่งขึ้น
แม่เขาอุ้มลูกขึ้นมาหาย่า
ย่ากอดหลานชาย...
สวมสายสร้อยให้เป่าหัวให้เสร็จ
พอเด็กคนนี้โต พูดได้
มีคนถามว่าสายสร้อยนี้ใครซื้อให้
คุณย่าซื้อให้
ชี้มือไปที่คนตาบอด
คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน
คือคุณย่า
ไม่ใช่พ่อแม่

เพราะเงิน 300 บาทนี่
เสกให้คนตาบอดขลัง
ถ้าคุณย่าไม่มีเงิน
จะรับขวัญหลานได้อย่างไร ?
เห็นไหมครับ ?
ไม่ใช่ว่า..  พอโตขึ้น..
มีคนถามว่า..
คนนี้เป็นใคร..
บอกว่า ...
ยายแก่ตาบอดนี่..   มาอาศัยพ่อแม่ฉันอยู่..
เห็นหรือยังคุณทองคำ
เงินเดือนๆ ละ 300 บาทนี่
ทำให้คนแก่ตาบอด  กลายเป็นเทพเจ้า
..สร้อยนี่   คุณย่าให้...

...เงินเดือนมีฤทธิ์...
วันดีคืนดีนะ  คุณทองคำ
แม่ครัว ล้างชามเสร็จ 
คุณย่าก็บอกให้มานวดขาให้
แม่ครัวหน้ามุ่ย ทำงานเหนื่อยจะตายยังต้องมานวดให้อีก
นั่งขยำ ๆ หน้าคว่ำ
พอนวดเสร็จคุณย่าหยิบเงินให้ 30 บาท
แม่ครัวยิ้มหน้าบาน
ยกมือไหว้ขอบคุณค่ะ
วันรุ่งขึ้น
พอล้างจานเสร็จรีบวิ่งมานั่งใกล้ๆ
วันนี้นวด...อีกไหมคะ..คุณย่า 
เห็นไหมเงินเดือน300 บาท 
ที่เราให้แม่เรานี่  มันมีฤทธิ์

มีคน.. มายกมือไหว้
มีคน  มาปรนนิบัติ
มีคน  มานวดให้
ถ้าไม่มีเงินเดือนๆ ละ300 บาทนี้
แม่เราจะมีฤทธิ์ได้อย่างไร


...บันไดไปสวรรค์...


วันหนึ่ง
พระมาเรี่ยไร จะสร้างโบสถ์
อาจารย์นิมนต์พระเข้ามาแล้วชี้มือ ...
บอกมรรคทายก..ว่า..
โน่นไปเรี่ยไรกับคุณย่าโน่น
มรรคทายกบรรยายว่าจะสร้างโบสถ์...กว้างเท่านั้น..ยาวเท่านี้
สูงเท่าไร...สวยงามยัง...ราคาเท่าไร...
คุณย่ายกหมอนขึ้น
นับเงินมา 500 พนมมืออธิษฐาน
ขอให้ศาสนาของพระองค์
ยืนยงไปอีก 5 พันปี นิพพานปัจโยโหตุ
ทำบุญ...สร้างโบสถ์ไว้เป็นมิ่งขวัญในพระศาสนา
ตกลงเงินเดือน ๆละ 300 ที่เราให้
เป็นบันไดพาแม่ไปสวรรค์

        "นี่ถ้าแม่ไม่มีเงินในมือ แม่จะได้ทำบุญไหม"

...คุณยายตากผ้า...
พอพระให้พรเสร็จ
ก็เดินผ่านไปบ้านถัดไป
ยายแก่บ้านโน้น  กำลังเก็บผ้าอยู่หลังบ้าน
มรรคทกยก  ตะโกนข้ามรั้ว
ทำบุญสร้างโบสถ์ไหม  คุณยาย
สร้างที่วัดนครนายก
นี่...หลวงพ่อมาด้วย  มาบอกบุญเองเลย
เดี๋ยวอีกสักครู่  วกกลับมาใหม่ได้ไหมล่ะ
ยายไม่มีเงินหรอก
ยายอาศัยลูกสาวเขาอยู่
เดี๋ยวเผื่อลูกสาวเขากลับมาทัน
จะขอเงินเขาทำบุญ
ยายแก่คนนี้ ไม่มีเงิน
เพราะลูก  เอามาเลี้ยงแปะๆ  แมะๆ  ไว้ข้างรั้วบ้าน
เอาไว้คอยเก็บผ้า

คงไม้ละโว้นะ  :40:




อ่านแล้วชอบค่ะ :12:
ต่อไปเราทำงานหาเงินได้
ก้ออยากให้พ่อแม่เหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ~**NannY**~ เมื่อ 27 ธ.ค. 2006, 23:35 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 25 ธ.ค. 2006, 00:25 น.


ชอบอันนี้นะ
ดูมีสาระ ให้ข้อคิดดี :40:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 16:40 น.
อ้างอิง
ชายชราทั้งสาม
ผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากบ้านของเธอ
และได้เห็นชายชราที่มีเคราสีขาว 3 คน
นั่งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านของเธอ
เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เธอพูดกับเขาว่า
"ฉันไม่คิดว่าฉันรู้จักพวกคุณ
แต่ท่าทางคุณต้องหิวแน่เลย
โปรดเข้ามาในบ้านและทานอะไรซักหน่อยเถอะ"
"สามีของเธออยู่ในบ้านไหม" เขาถาม
"ไม่" เธอตอบ "เขาออกไปข้างนอก"
"ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็เข้าไปข้างในไม่ได้ดอก" เขาตอบ
ในตอนเย็น เมื่อสามีเธอกับมาบ้าน
เธอเล่าให้เขาฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
"ไปบอกพวกเขาซิ ฉันกลับมาบ้านแล้ว
และเชิญเข้ามาในบ้านเถิด"
เธอก็ออกไปและเชิญพวกชายชรานั้นให้เข้ามาในบ้าน
"เราเข้าไปในบ้านพร้อมกันไม่ได้หรอก" เขาตอบ
"ทำไมล่ะ" เธอถาม
ชายชราคนหนึ่งอธิบายว่า "เขาชื่อ ความมั่งคั่ง"
เขาพูดและชี้ไปยังเพื่อนของเขา
และชี้ไปยังอีกคนหนึ่งว่า
"เขาคือ ความสำเร็จ และฉันคือ ความรัก"
เขากล่าวต่อไปว่า
"บัดนี้ จงเข้าไปข้างในและปรึกษากับสามีของเธอว่า
คนไหนในพวกเราที่คุณต้องการจะให้เข้าไปในบ้านของคุณ"
เธอกลับเข้ามาข้างในและบอกกับสามีของเธอ
สามีของเธอรู้สึกดีใจมาก
"วิเศษจริงๆ " เขากล่าว
"เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะเชิญ ความมั่งคั่ง
เมื่อเขาอยู่กับเรา บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง"
ฝ่ายภรรยาไม่เห็นด้วย
"ที่รัก ทำไมเราไม่เชิญ ความสำเร็จ ล่ะ"
ขณะนั้นลูกสะใภ้ได้ยินทั้งสองกำลังปรึกษา
จากมุมหนึ่งของบ้าน เธอก็เข้ามาและแนะนำว่า
"จะไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าเราเลือก ความรัก
บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความรักไง"
"เราฟังสิ่งที่ลูกสะใภ้แนะนำเถอะ"
สามีกล่าวกับภรรยา
"ออกไปข้างนอกและเชิญความรัก
เข้ามาเป็นแขกของเราเถอะ"
ภรรยาออกไปและถามชายชราทั้ง 3 ว่า
"ใครคือความรัก โปรดเข้ามา
และเป็นแขกของเราเถอะ"
ความรักลุกขึ้นและเดินไปยังบ้าน
ชายชราอีก 2 คนก็ลุกขึ้นและตามเขาไป
ด้วยความประหลาดใจ
ภรรยาถาม ความมั่งคั่ง และความสำเร็จว่า
"ฉันเชิญเพียงความรัก ทำไมคุณถึงเข้ามาด้วยล่ะ"
ชายชราตอบพร้อมกันว่า
"ถ้าคุณเชิญความมั่งคั่ง หรือ ความสำเร็จ
คนใดคนหนึ่ง อีกสองคนก็จะอยู่ข้างนอก
แต่เมื่อคุณเชิญความรัก ที่ใดที่เขาไป
เราจะไปกับเขา ที่ใดมีความรัก
ที่นั่นก็จะมีความมั่งคั่งและความสำเร็จ"

คุ้นๆ ละโว้ยังหวา :34:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 17:43 น.
อร๊าย  อย่างงี้ต้องหาสามีก่อน  จะได้เชิญความรักเข้าบ้าน  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 18:06 น.
บวกครูนิด :25: :25:

คิดถึงคุณยายจัง :40:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 13:58 น.
อ้างอิงเรียน คุณภูกระดึง  อึ้งเจริญสุกานต์  ที่นับถือ
          สถานีอนามัยบ้านต้นผึ้งใหม่พัฒนา
ตำบลต้นผึ้งขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพผ้าป่าสามัคคีสร้างสุขภาพตำบลต้นผึ้ง
เพื่อสมทบทุนซื้อที่ดินและอุปกรณ์การแพทย์มอบให้สถานีอนามัยบ้านต้นผึ้งใหม่พัฒนา
ตำบลต้นผึ้ง ในวันที่  14  มกราคม 2550 เวลา 06.00 - 10.00 น.ณ
สถานีอนามัยบ้านต้นผึ้งใหม่พัฒนา  ตำบลต้นผึ้ง
          ขอขอบพระคุณล่วงหน้าในการร่วมทำบุญในครั้งนี้

                                                           นับถือ
                                                    สุดสาคร  สังกฤษ

:44:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 14:01 น.



เตรียมซองให้พร้อมนะคะ   :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 14:04 น.
 :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 14:05 น.
 :30: :30: :30: :30:


ลุงอ๋าคงเป้นที่นับหน้าถือตา ของคนทั่วทั้งตำบล ซิท่า  ....
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 15:46 น.
 :42: :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 16:21 น.
FWD น่ารักดี :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 16:23 น.
http://soapbox.msn.com/video.aspx?vid=80653a8a-2a9b-40e9-8ce7-c795f9bd8057&wa=wsignin1.0
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 16:26 น.
 :18: youtube ค่ายลุงบิลเหรอ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 15 ม.ค. 2007, 15:27 น.
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 10 ม.ค. 2007, 13:58 น.
:44:

:30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 15 ม.ค. 2007, 22:48 น.
อ้างคำพูดจาก: kitty เมื่อ 24 ก.ค. 2006, 14:08 น.
ไม่มีคำพูดแค่ชื่อ subject : ชีวิตยังมีหวัง  :22:

ทำให้นึกถึง ดร.​สตีเฟน ฮอกิ้ง

(http://img2.f0nt.com/15/d53dce83b77c28008d74b3003672a8cf.jpg)

ท่านเป็นโรค ALS ตั้งแต่ตอนหนุ่มๆ ทำให้ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้
ไม่รู้สึกตัวจากคอลงไป ไปไหนต้องมีพยาบาลคอยอุ้มขึ้นรถเข็น ถ้าคอพับลงมาก็ต้องรอพยาบาลมาจับศีรษะตั้งให้
มือพอขยับได้นิดหน่อย แต่ยังคงควบคุมรถเข็นตัวเอง ด้วยการขยับปุ่มบังคับที่มือ
พูดไม่ได้แล้ว  สื่อสารกับคนอื่น ด้วยการเลือกคำจากหน้าจอ (บังคับด้วยตัวบังคับที่มือ) แล้วผสมกันเป็นประโยค ให้เครื่องอ่านออกเสียงมาแทน
ขนาดนี้ Hawking ยังคงสอนนักศึกษาที่เคมบริดจ์อยู่ ยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับฟิสิกส์+ดาราศาสตร์ ยังคงรับเชิญไปปาฐกถา
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 17 ม.ค. 2007, 23:24 น.
:46: ขอกราบตีนงามๆ ครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 01:26 น.


(http://img2.f0nt.com/03/5e4070d9c288feffad08bbcad4225079.jpg)

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 02:08 น.
เคยอ่านแล้ว
แต่มาอ่านอีกที ก็ซึ้งดีนะ



:05: มันแย่ตรงที่ว่ารู้แต่ทำไม่ได้นี่ซิ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ART_ เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 12:46 น.
ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง..

มีเพื่อนต่างเพศอยู่คู่หนึ่ง เป็นเพื่อนที่รักกันมาก
ฝ่ายชายจะเดินไปส่งฝ่ายหญิงที่บ้านเสมอทุกวัน
เวลาผ่านไป จนทั้ง สองอยู่ มหาวิทยาลัย
ฝ่ายหญิงเริ่มไปแอบชอบ ผู้ชายคนนึง และได้ถามเพื่อนชายว่า

"นี่ เธอ ว่า เค้าเหมาะกับเราไหม"
"เค้าก้อ หล่อดีนะ นิสัยก็ดีด้วย "
"เหรอ! อืม อยากให้เค้ามานั่งอยู่ข้างๆ เราจังเลยเนอะ"
ต่อมาไม่นาน หญิงสาวก็ได้เป็นแฟน กับผู้ชายคนนั้นจริงๆ


วันนึงหญิงสาวบอกกับ เพื่อนชายของตนว่า
"นี่ เธอ ไม่ต้องมาส่งเราทุกวันแล้วแหละ ตอนนี้เค้าจะมาส่งเราแล้ว
เราไม่อยากให้ เค้าเข้าใจ ผิดน่ะ"
"อืม" ฝ่าย ชายตอบรับ และเขาก็ไม่ได้ไปส่งหญิงสาวอีก
ต่อมาหญิงสาวเกิดทะเลาะกับแฟน ของตน
จึงมาปรึกษาเพื่อนชาย ว่า


"เธอ! เด๋ว นี้เขาไม่ค่อยสนใจเราเลยแหละ
เธอว่า... เราจะทำอย่างไร ดีหล่ะ!"
"ก้อ เธอ ยังรักเค้าอยู่หรือป่าวหล่ะ" ฝ่ายชายถาม
"ก้อรักสิ และก้อรักมากด้วย"
"ถ้าอย่างนั้น ก็มอบความรักให้เขาต่อไปสิ ก้อเธอรักเค้านี่หน่า"
"อืม ม" หญิงสาวทำตามคำแนะนำของเพื่อนชาย
หลังจากนั้น ... วันหนึ่ง


ระหว่างที่เพื่อนชายหนุ่ม เดินกลับบ้าน เค้าเห็นหญิงสาว
นั่งร้องไห้อยู่ข้างทาง
"เธอ เป็น อะไรหน่ะ ทำไมถึงร้องไห้ มีอะไรให้เราช่วยไหม"
"เค้าไม่ รักเราเลยหล่ะ เขาเปลี่ยนไป
เด๋วนี้เขาไม่เคยมาส่งเรา ที่บ้านเลย"
"แล้วเราจะ ช่วยอะไรเธอได้บ้างหล่ะ"
"ช่วยอยู่ กับเราซักพักได้ไหม?" หญิงสาวร้องขอ
ก้อได้ซิ! ทำไมจะไม่ได้หล่ะ
ทั้งสองได้นั่งอยู่ด้วยกัน โดยไม่พูดจาอะไรกันเลย


ในที่สุดหญิงสาวก็เอ่ย ขึ้นมาว่า
"เราควรจะ ทำอย่างไรดี เธอจะช่วยบอกเราได้ไหม
ว่าเราควรจะทำอย่างไร ดี"
"เธอยังรัก..เขาอยู่หรือป่าวหล่ะ"
"รักสิ เรา รักเค้ามากเลย"
"แต่เค้า ไม่รักเราเลยนี่หน่า" หญิงสาวร้องไห้โฮ
"แต่เธอก็รัก..เขาไม่ใช่เหรอ"
และชายหนุ่มก็ไปส่งหญิงสาว ที่บ้านอย่างที่เคยทำมาแต่ก่อน
"ถ้า เมื่อไหร่...ก็ตาม
ที่เธออยากให้เรามาส่งเธอที่บ้าน อย่าลืมเรียกเรา นะ"
"อืม" และ หญิงสาวก็เดินขึ้นบ้านไป



ต่อมาวันหนึ่งชายหนุ่มได้ รับโทรศัพท์จากหญิงสาว
"เราไม่ไหวแล้ว ช่วยมารับเราที"
เสียงของหญิงสาวดูช่าง อ่อนล้า และหมดกำลัง
เธอกำลังร้องไห้อย่างฟูมฟายอยู่
ชายหนุ่มได้ไปหาเธอและพาเธอมาส่งบ้าน
เธอยังคงถามชายหนุ่มนั้น เหมือนที่เคยถามมา ...
"เราจะทำอย่างไรต่อไปดี"
เราไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว..ดูยังไง ๆ เขาก็เหมือนไม่ได้รักเราเลย
"แล้วเธอเลิก รักเค้าแล้วเหรอ"
"ป่าว! เรา ยังรักเค้ามาก เรายังรักเขาอยู่เหมือนเดิม"



"งั้นก็ เหมือนที่เราเคยพูดไว้ จงรักเขาต่อไป..แม้มันจะเจ็บบ้างก็ตาม
เพราะมันไม่สำคัญหรอกว่า เขาจะรักเธอไหม..? แต่ถ้าเธอยังรักเขา
เธอก็คงทำได้แค่เพียงรักเขา...และจงรักเขาให้มากกว่าเดิม
เพื่อแสดงให้เขารู้ว่าเธอรักเขามาก และก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง มีแต่เพิ่มมากขึ้น"
อือ ม..แล้วหญิงสาวก็เดินขึ้นบ้านไป


และในที่สุดวันที่เธอเรียนจบก็มาถึง
เพื่อนชายหนุ่มของเธอมาแสดงความยินดีกับเธอ
เธอรู้สึกแปลกใจมาก ที่เพื่อนชายหนุ่มของเธอ ยังเรียนไม่จบ
เธอถามเขาว่า ทำไม..?
ชายหนุ่มตอบว่า เขาขี้ เกียจไปหน่อย
ทำให้เขาต้องเรียนซ้ำวิชา หนึ่งจึงยังเรียนไม่จบ
หญิง สาวแปลกใจ เพราะตลอดมา ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนขยัน
แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ..


และต่อมาไม่นานแฟนของหญิงสาว ก็ได้มาขอเธอแต่งงาน
เนื่องด้วยเห็นถึงความรัก ที่หญิงสาวมีให้
หญิงสาวจึงได้ไปชวนเพื่อนชาย เพื่อให้มางานแต่งของเธอ

"เราไม่ว่างจริงๆ เราติดธุระน่ะ! ขอโทษด้วยนะ"


เพื่อนชายตอบเธอด้วยน้ำ เสียงแผ่วเบา
หญิงสาวโกรธและเสียใจที่ เพื่อนชายไม่ยอมมางานแต่ง จึงวางหูกระแทกไป
แต่หญิงสาวก็ต้องประหลาดใจ เมื่อวันที่เธอแต่งงาน
ชายหนุ่มได้มาปรากฎตัวก่อนที่งาน แต่งจะจบลง


"ยินดีด้วย นะ เรามาแล้วหล่ะ"
หญิงสาวดีใจมากที่เห็นเพื่อนชาย ของเธอมา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม
เธอรู้สึกมีความสุขมาก ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาไม่ได้
และเพื่อนชายก็พูดว่า เธอมีอะไรให้เราช่วยไหม..?
ยิ่งทำให้เธอร้องไห้หนักกว่าเดิม..
...........................



ต่อมาหญิงสาวก็มีความสุข กับชีวิตแต่งงานของเธอ
จนไม่มีเวลาได้ติดต่อกับเพื่อนชายอีกเลย
จนวันหนึ่งหญิงสาวได้ ทะเลาะกับสามีของตน
หญิงสาวไม่รู้จะไปปรึกษาใคร จึงนึกถึงเพื่อนชายขึ้นมา
แม้ว่าหญิงสาวจะโทรไปหาเท่าไหร่? ก็ไม่สามารถติดต่อกับชายหนุ่มคนนั้นได้เลย
เขาจึงโทรไปหาเพื่อนของชายหนุ่มคนนั้น


เพื่อนของชายหนุ่มเล่า ว่า ชายหนุ่มเป็นโรคร้าย เขาไม่สามารถไปไหนได้
ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล... มาร่วมหลายเดือนแล้ว


หญิงสาวตกใจมาก ถามว่า..เขาเป็นอะไร?
เพื่อนชายหนุ่มบอกว่า อาการเขากำเริบ เพราะวันที่ชายหนุ่มต้องมาผ่าตัด
ชายหนุ่มดัน ...หายตัว ไปเฉย ๆ โดยไม่มีใครรุ้
และเพื่อนของชายหนุ่ม ก็ยังบอกอีก ว่า ..."มันเป็นนิสัยเสียของมันหน่ะ
มันชอบหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ ในช่วงเวลาสำคัญๆ
คราวที่แล้วตอนสอบไล่ มันก็หายตัวไปจากห้องสอบเฉยเลย"
ไม่รู้มันหายไปไหน..ถามใคร ก็ไม่มีใครรู้



หญิงสาวตกใจมาก เลยขอที่อยู่ของโรงพยาบาลที่ชายหนุ่มรักษาตัว
หญิงสาวไปเยี่ยมชายหนุ่ม ที่โรงพยาบาล เมื่อเปิดประตูเข้าไป
ก็ต้อง ตกใจ ! ชายหนุ่มที่เคยดูแข็งแรง กับผอมซูบ ไม่มี แรง
เมื่อชายหนุ่มเห็นเธอก็ดีใจ ทักทาย เธอเป็นการใหญ่
"เป็นอย่าง ไรมั่ง ไม่เจอกันตั้งนานเลยน่ะ"


หญิงสาวนิ่งเงียบซักพัก น้ำตาหญิงสาวก็ไหลออกมา
"อ้าวร้อง ไห้ทำไมหล่ะ เธอหน่ะ ไปทะเลาะกับแฟนมาอีกแล้วเหรอ
จะให้เราช่วยอะไรไหม...?
แต่เราก็คงจะแนะนำเธอ ได้เหมือนเดิมนะ"
หญิงสาวเข้าไปหาชายหนุ่ม แล้วก็บอกกับชายหนุ่มว่า


วันที่เธอ มารับเราเป็นวันสอบไล่เธอใช่ไหม..?"
ชายหนุ่มทำหน้าตกใจและไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้น กลับนิ่งเงียบไป
หญิงสาวจึงพูด ต่อ...

"และวันที่ เธอต้องผ่าตัดใหญ่ เธอกลับมางานแต่งงานของเราใช่ไหม..?"
ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไร อีกแล้ว กลับนิ่งเงียบกว่าเดิม

หญิงสาวเข้าไปกอดชายหนุ่ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
"ตลอดเวลา เรารักแต่คนอื่น มองแต่คนอื่นเรากลับไม่รู้เลยว่าเธอรักเรามากแค่ ไหน

เรารู้สึกเสียใจจริงๆ ที่ ไม่ได้รักเธอมากกว่านี้"
ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแล้วก็บอก กับหญิงสาวด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า

"เราบอกเธอ แล้วไง..ถ้าเรารักใครสักคน เราก็ต้องรักเขาให้มากๆ
และมากขึ้นกว่าเดิม มันไม่สำคัญหรอก..ว่าเขาจะรักเราหรือไม่
มันสำคัญแค่เพียงว่า..เรายังรักเธออยู่หรือเปล่า
แค่เราสามารถช่วยเธอได้ นั่นมันก็เป็นความสุขของเราแล้ว
ต่อให้เราจะเจ็บสักแค่ไหน..เราก็ยังรักเธอต่อไป
และไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลง..



หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก นั่งร้องไห้โฮ...อยู่ที่ตักของชายหนุ่ม

ชายหนุ่มจึงพูด... ขึ้น ว่า

"ถ้าเราหาย เมื่อไหร่... เราจะไปส่งเธอที่บ้านอีกนะ "


------------

http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=writerboard&No=4991
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 15:33 น.
ภาษาวิบัติ แต่ซึ้ง  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ~**NannY**~ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 02:22 น.
ซึ้งมากค่ะ  :05:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: NUI❤ * ; เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 14:11 น.
น้ำตาเล็ด :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 15:23 น.
เสียดายตังค์?

อะไม่ช่ายยย  :42:




อ้างอิง"แนนๆ ใกล้วาเลนไทน์แล้วนะ...." จอย เพื่อนร่วมงานของแนนหันมาคุย ขณะแนนกำลัง ง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวเอง

"อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะ" แนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ

วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน วันที่ความรักงอกงาม
ได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร ให้หลายๆคู่ได้สมหวัง แต่คงไม่ใช่
แนน...เธอคนนี้แน่นอน

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ความแออัดและตึกสูงในเมืองหลวง...มีหมู่บ้านจัดสรร
เล็กๆกำลังก่อตัวขึ้น ก่อตัวขึ้นพร้อมกับความรัก ความรักของเขาและเธอ

"เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ย" เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่ง เล่นบนกองทรายสูงท่วมหัว

"เธอชื่ออะไร เราชื่อเอ" เด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน พลางกระโดดลงมาจากกองทราย

"ฉันชื่อแนน" เด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง ทั้งคู่ค่อยๆก่อกอง
ทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้
เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง จนได้เค้าโครงของปราสาท
ทรายที่ต้องการ

"เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะ" เด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยใน
กำมือ วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

"แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ
......อันนี้เป็นห้องประชุมนะ" เอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทราย
แห่งความฝัน



"เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะ" แนนพูดแย้งขึ้นพลาง
ชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย

"แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไร" เอพูด เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจ
จดใจจ่อ

"เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิ" แนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ เด็กตัว
เล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่

"อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะ" เอพูดพลางทำท่าคิด

"ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเรา" แนนพูดพลาง
ยิ้ม ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....ทั้งคู่สร้างปราสาททรายแห่งความ
ฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกระทั่ง

"เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูก" เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชาย
ตัวเองเบาๆ

"พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะ" ลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง

"หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่" พ่อของเขานั่งยองลง อธิบาย
ให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ

"ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะ" เด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไป
หาเพื่อนของเขา



"แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะ
" เอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย

"ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ" แนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารัก
เสียนี่กระไร . . .

ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความ
รัก ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่างใหญ่

"แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละ" เด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมม
คลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา

"ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไร" แนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
"แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียว" เอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ เอคงอยากจำทุก
คำมาเขียนให้แนนดู

"เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิ" แนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย หยิบเศษ
ไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแล้วตวัดเป็นจังหวะเพียงชั่วครู่
ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัว
เหนียวด้วยหยดน้ำ เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น

"อ่านว่าอะไร เอ" แนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ

"อ่านว่า รัก" เอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ

"เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆ" แนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ

"มานี่ๆ เอจะสอน" เอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้ มือเอและมือแนนจับ
ประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว

"นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลย" แนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ

"มันแปลว่าอะไรเหรอ เอ" แนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน

"เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ มากจนอธิบายไม่ได้" ใช่สิ
...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้ หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้ง
ชีวิต ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....

"สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอก" เอพูดพลางหันไปมองแนน เด็กผู้หญิงตัว
เล็กๆที่ยืนข้างๆตน

"อืม สักวันนะ" แนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่ สักวันแนนและเอคงรู้ความหมาย
ของมัน......

"โอ๊ย...เจ็บ" เด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ
เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ

"ใครดึงผมเปียแนน" เด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันกับเจ้า
ของผมเปีย เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเราะกันคิกคักพลาง
ชี้นิ้วมาที่แนน

"ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไม" หนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง



"แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมีย" เอยืนขึ้นชี้หน้าด่า

"แล้วจะทำไม" เด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคน ละทาง

"ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้น" แนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น เอเอามือจับแขน แนนออกจากตัวทันที...


ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม ทั้งสามคนก
รูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่อ โต๊ะเรียนที่กระจัดกระจาย ข้าวของ
ทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละทาง

"หยุด!!" เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้งสี่คนหยุด
การตะลุมบอนกัน

"พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะ" ครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้ม
เหยื่อ แม้จะห้ามทัพได้ แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ

"เอ เจ็บมั้ย" แนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป

"ไม่เจ็บหรอก" เอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน

"ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้" แนนพูดพลางดึงตัว
เอออกจากห้องเรียนไป เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้อนัก
เรียนสีขาวของเอ

"โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิ" เอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...
แต่แนนกลับยิ้มออก

"โอ๊ย แสบ" เอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแอลกอฮอลงบนแผล
ของเอ

"แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นา" แนนพูดพลางยิ้ม ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอ
ช้าๆอย่างระมัดระวัง

ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ใน
ภาวะเป็นรองก็ตามที . . .

"แนนๆ แฮปวาเลนไทน์นะ" ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดง
ให้กับมือหญิงสาว

"อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่า" แนนพูดกวนๆพลางยิ้ม เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความ
อาย

"อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป"
เอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้ ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มี
ที่เก็บ สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว

"หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ" แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอ
ด้วยความเขิน เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่

"เอรักแนนนะ" เอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ ตอนนี้แนน
เริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง
"เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลย" แนนพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เลิกแหย่เอ




"เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะ" เอพูดประหม่า มองหน้าแนนพลาง
เอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น....สักวัน เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจ
แนนเลย.....
ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว มีนักศึกษาจับ
กลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...
"เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ" แนนพูดพลางเก็บหนังสือ

"ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร" เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที
"ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ" แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อน
วอนผู้ใหญ่
"ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ" เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ

"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา" แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ

"นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทร
มาบอกด้วย" เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง

"ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย" แนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน . . .

"กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง" ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ ขณะที่ตนอยู่หลัง
พวงมาลัย

"ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย" กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก

"ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม" ฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง

"หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง" กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วย
อาการเอือมระอา

"โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน" เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ

"แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ" ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่ง
อยู่ข้างๆ

"โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน" แนนพูด
ยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน

"แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลาย
ปี" เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ

"เอี๊ยยดดด....." เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ คนทั้งรถหันไปมองแทบจะ
พร้อมกัน รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง แรงอัดทำให้กระจกทุก
บานแตกละเอียด ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....ร่าง
ไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออก จากร่างได้ทุกเมื่อ

"แนนๆ" เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา

"อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ" แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถาม
ร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ

"ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน" .....สองเดือน สองเดือน แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
. ...ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....

"แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย" แนนพยายามพูด เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ ยิน



"อืม..." ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ


"เอ ล่ะ เออยู่ไหน" แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน

"เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย" ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ

"ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน" ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน

"อืม..." น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคง
จะเป็นความจริง....เขาเก่งมากจริงๆ เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี เก่งมากที่
หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย เสียดายเวลา
ที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย เสียดาย . . .

"คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ" บุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน แนนยังคงไม่
หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก

"ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ" บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตาม
ช้าๆ.....ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม ทำไม ทำไม

"คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ" แนนถาม
ด้วยความสงสัย

"โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับ" บุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ

"จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล เกรงว่ามันจะ ยาวไป" แนนพูดพลางยิ้ม

"ผมชื่อ กอล์ฟ ครับ" บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ

นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด
ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....

"คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ" พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ ขณะเธอนั่งรอ
กอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี

"กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกัน" แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา มีพยาบาลหลายคนยกมือ
ไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย

"ไปสิครับ" กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล ดูกอล์ฟ
ค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้ม
งวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็
อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ . . .



บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา



บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา



บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว



เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน



ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน



ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน



มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ



หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้



ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม


ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง
ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู

"แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ" เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์

"ว่างค่ะ ทำไมค่ะ" แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

"พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ"
กอล์ฟเสนอความเห็น



"ตกลงค่ะ" แนนพูดพลางกดวางสาย สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคง
จะมาแทนที่เอได้เสียที . . .
วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก แม้ในลานที่สยามหรือที่
วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า "เซนเตอร์พอยต์" ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นัก
เรียน นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน

"ขอโทษค่ะ มาสาย" แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง

"ไม่เป็นอะไรครับ" กอล์ฟพูดพลางยิ้ม

"อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอ" แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ แนน
จะจับได้ทันที

"อันนี้ของแนนนะครับ" ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ วางลงบนโต๊ะ
อย่างนิ่มนวล
"หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอ" แนนพูดติดตลกพลางยิ้ม เธอคิดว่าเธออ่าน เกมส์ออกหมด

"ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอก" กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง

"อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่..." ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที

"ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน" ปั้ง...เหมือนมี
แผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปล
ว่าอะไร

"หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้" กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจ
ความหมายแม้แต่นิดเดียว



"ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อน
จนแทบจะล้มเหลว พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด" กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่อง
ที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้



"มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้ เสียเงิน
เท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร เขาจะจัดหาให้หมด
.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก" กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่า
กอล์ฟหมายถึงเอ



"ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ" กอล์ฟพูดพลาง
จ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่



"เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ เขาวิ่งตามหา
เลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณ"
กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไร้จุดหมาย



"สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี เขาบอกให้ทางเราเอาไป เอาไป
ให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ" กอล์ฟหยุดพูด
ชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ



"ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ จนหมอต้องเดินออก
ไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณ" กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วย
น้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ



"เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร....." ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร



"เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว เราหาเลือดให้เธอ
ช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ" หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัว
แนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที



"ตกลง ผมหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย" ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน
ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ



"คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้
คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้" กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน
....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว . . .





"เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ
แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจ
เทียม "นานา" คุณดูดีๆ คำว่า แนน และ เอ ถ้าเขียนติดกัน มันคือ "นานา" นี่คือ
ความปรารถนาสุดท้ายของเขา – เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับ
คนที่เขารัก...เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง" เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้า
เต็มเปา...เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสัก
นิด...มิน่า ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ ทั้งๆ
ที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว



"ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรง
พยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ - เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ" ทันทีที่
กอล์ฟพูดจบ แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็น
ตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน



"เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ" กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทาง
โรงพยาบาลคืนให้กับแนน มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....



"ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ" ใช่ หัวใจ
เอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว ตายไปพร้อม
กับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ



"กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง รบกวนซื้อ
กุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา"
กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่
เพียงลำพัง



"เอรักแนนนะ" "เอรักแนนนะ" "เอรักแนนนะ" คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป เป็น
คำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120 นาทีโดยมีเพลง
ประกอบเบาๆ แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว



   "หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว"

นานแล้วนะ
อ่านกี่รอบๆก็ยังซึ้งอยู่
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: NUI❤ * ; เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 15:48 น.
ยาวจริ๊งง อ่านไม่จบ.. ง่วง  :39:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 15:50 น.
เอรักแนน  :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 17:20 น.
 :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:42 น.
แอบเศร้านะ  :05:



แต่พี่เอแอบไปมีกิ๊กเมื่อไหร่เนี่ย  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:43 น.


น้องแนนไง หลายยายนุ้ย ลูกตานิ่ม หนะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: NUI❤ * ; เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:46 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:43 น.

น้องแนนไง หลายยายนุ้ย ลูกตานิ่ม หนะ

ห๊ะ หลานนุ้ย  :18: 555
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:48 น.
น้องแนนด้วยหรอ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: NUI❤ * ; เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:49 น.
ชั้นรับแนนเป็นหลานชั้นเมื่อไหร่เนี่ย  :39:

ทำไมเราแก่ไม่รุตัววะ:38:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:52 น.
มีเจ๊จอยด้วยนะ  :43:
ชื่อเรื่อง: รักครั้งแรกพบ
โพสต์โดย: ART_ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 21:33 น.
รักแรกพบของในหลวงกับพระราชินี

ย้อนหลังไป ปี พุทธศักราช ๒๕๒๑

ปี ๒๕๒๑ ที่ ..... สมเด็จพระนางเจ้าฯ ..... พระราชทานสัมภาษณ์ใน

..... ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "ขวัญของชาติ" ออกเผยแพร่
.....ทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี
กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระราชทานสัมภาษณ์ถึง ..... "รักแรกพบ"

มีความตอนหนึ่งว่า ..... สำหรับ ..... ข้าพเจ้า เป็นการ "เกลียดแรกพบ"
มากกว่า "รักแรกพบ"

เนื่องเพราะ ..... "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รับสั่งว่า
จะเสด็จถึงเวลาบ่าย ๔ โมง

แต่ ..... จริงแล้วเสด็จมาถึง ๑ ทุ่ม ช้ากว่านัดหมายตั้ง ๓ ชั่วโมง
ทรง ..... ทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อม ถอนสายบัวอยู่ จนแล้วจนเล่า จึง .....

เป็นการ "เกลียดเมื่อแรกพบ" มากกว่า "รักเมื่อแรกพบ"

ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่านทรง "รักข้าพเจ้า"

เพราะเวลานั้นอายุเพิ่งย่าง ๑๕ ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน

เป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต

ตอนพระองค์ท่านประทับที่โรงพยาบาล หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

มีพระอาการหนักมาก ตำรวจเขาโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูล สมเด็จพระราชชนนี

พระองค์ท่าน ..... รีบเสด็จไปทันที

แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีพระราชปฏิสันถารกับพระองค์ท่าน

กลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า

โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า

พระองค์ ..... ทรงมี "รูปของข้าพเจ้า" อยู่

แล้วพระองค์ ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า

พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า

ตอนนั้นข้าพเจ้าคิดถึงแต่เรื่อง "ที่จะอยู่กับคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้น"
ไม่ได้ ..... นึกไปไกลถึง หน้าที่ และ ภารกิจ ของพระราชินีเลย ..... ฯลฯ

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน



คัดลอกจาก
http://www.aromdee.net/view/view_forward.php?id=310&tb=story
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 21:42 น.


:42: ...

กาลเทศะ คนแถวนี้มีกันหมดละ

ไม่ต้องมาย้ำ

ดูเหมือน.. จะไม่ซึมเข้าหัวเลย   :42:

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ART_ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 22:06 น.
ก็อปมาหมดเลยครับ ไม่ไ้ด้ปรุงแต่งหรือต่อเติมใดใด เนื่องจากเห็นว่าของเดิมเค้าพิมพ์มาก็ดีอยู่แล้วครับ  :22: :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 22:08 น.


งั้นแล้วไป ขอโทษละกันเน้อ

แต่ไม่ชอบจริงๆ นะ ไอบรรทัดนั้น

มันกวนตีนดี  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ART_ เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 22:11 น.
งั้นแก้แล้วครับ โล๊ะตรงนั้นทิ้ง คนหลังๆจะได้สบายตาสบายใจครับ  :22: :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:02 น.
ณ วัดแห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า  

"ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ
แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ"

หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า  

"เจ้ารู้ไหมในตัวเรามีคนอยู่สามคน

คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา  

"คนเราล้วนมีความฝัน ความทะเยอทะยานอยาก
ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน
ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม
ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ "

"มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ
จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้ "

"อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ
บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร "


คนที่ชอบนินทานั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ
มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม
เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว
คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล "

"แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ "

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้ว เริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา  

"เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์
เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้
เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ
ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา
เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง
ใจเราควรสงบนิ่ง ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น
แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม "

"เข้าใจครับหลวงตา" เด็กน้อยยิ้มมี ความสุขอีกครั้ง

------------------------------------------
เพื่อนส่งมาให้ แต่งสีตาม fw mail เพื่อความสบายตา :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:04 น.


:12: เยี่ยม
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:08 น.
+1 ชอบ อ่านแล้วสงบดี
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:12 น.
 :22:เรื่องประมาณพวกนี้ ได้รับบ่อยๆครับ
บ่อยพอๆ กับรูปโป๊เลยด้วย :04:
(สงสัยเพื่อปรับสมดุล)

fwd: ข้อคิดดีๆจากโน๊ตอุดม
------------------------------------------------------

>ความรู้มากๆๆ บางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง
>
>ความรู้สูง กำแพงสูง ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว
>
>บางครั้งมันอาจทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไร
>
>นอกจากอิฐที่ตนเอง ก่อขึ้นมา
>
>
>กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ
>
>เข้าไปแรกๆๆจะรู้สึกว่าได้กลิ่น
>
>อยู่ในนั้นนานๆๆ ไปจะเคยชิน จนลืมว่ามีกลิ่นนั้นอยู่
>
>จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่
>
>
>ถ้าเรารักใครซักคน
>
>เราควรเปิดโอกาสให้เค้าได้ทำผิดหลายๆๆครั้ง
>
>เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน
>
>
>อย่าบอกเลยว่าเป็นคนดี
>
>ความหยิ่งยโส ก็มีอยู่ในคนถ่อมตัว
>
>ครูที่สอนนักเรียน ก็มีความโง่ ซ่อนอยู่
>
>ความขลาดกลัว ก็มีอยู่ในนักมวยแชมป์โลก
>
>ความเบื่อหน่าย ก็มีอยู่ในพนักงานที่ต้อนรับที่กระตือรือร้น
>
>ความเห็นแก่ตัว ก็มีอยู่ภายในใจของนักสังคมสงเคราะห์
>
>มันอยู่คู่กัน รอวันปรากฏตัวออกมา
>
>
>ถ้าสันดานห่วยๆๆ มันเป็นกระดาษ
>
>เรามีแค่หินทับกระดาษคนละก้อน
>
>ลมกิเลสพัดมา ก็ขึ้นกับว่าก้อนหินของใครก้อนใหญ่พอที่ทับมันไว้
>
>ไม่ให้ปลิวเพ่นพ่านเท่านั้นเอง..
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:13 น.
อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:02 น.
ณ วัดแห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า  

"ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ
แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ"

หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า  

"เจ้ารู้ไหมในตัวเรามีคนอยู่สามคน

คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา  

"คนเราล้วนมีความฝัน ความทะเยอทะยานอยาก
ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน
ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม
ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ "

"มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ
จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้ "

"อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ
บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร "


คนที่ชอบนินทานั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ
มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม
เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว
คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล "

"แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ "

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้ว เริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา  

"เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์
เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้
เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ
ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา
เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง
ใจเราควรสงบนิ่ง ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น
แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม "

"เข้าใจครับหลวงตา" เด็กน้อยยิ้มมี ความสุขอีกครั้ง

------------------------------------------
เพื่อนส่งมาให้ แต่งสีตาม fw mail เพื่อความสบายตา :12:

ชอบครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 14:49 น.
อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:12 น.
:22:เรื่องประมาณพวกนี้ ได้รับบ่อยๆครับ
บ่อยพอๆ กับรูปโป๊เลยด้วย :04:
(สงสัยเพื่อปรับสมดุล)

fwd: ข้อคิดดีๆจากโน๊ตอุดม
------------------------------------------------------

>ความรู้มากๆๆ บางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง
>
>ความรู้สูง กำแพงสูง ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว
>
>บางครั้งมันอาจทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไร
>
>นอกจากอิฐที่ตนเอง ก่อขึ้นมา
>
>
>กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ
>
>เข้าไปแรกๆๆจะรู้สึกว่าได้กลิ่น
>
>อยู่ในนั้นนานๆๆ ไปจะเคยชิน จนลืมว่ามีกลิ่นนั้นอยู่
>
>จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่
>
>
>ถ้าเรารักใครซักคน
>
>เราควรเปิดโอกาสให้เค้าได้ทำผิดหลายๆๆครั้ง
>
>เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน
>
>
>อย่าบอกเลยว่าเป็นคนดี
>
>ความหยิ่งยโส ก็มีอยู่ในคนถ่อมตัว
>
>ครูที่สอนนักเรียน ก็มีความโง่ ซ่อนอยู่
>
>ความขลาดกลัว ก็มีอยู่ในนักมวยแชมป์โลก
>
>ความเบื่อหน่าย ก็มีอยู่ในพนักงานที่ต้อนรับที่กระตือรือร้น
>
>ความเห็นแก่ตัว ก็มีอยู่ภายในใจของนักสังคมสงเคราะห์
>
>มันอยู่คู่กัน รอวันปรากฏตัวออกมา
>
>
>ถ้าสันดานห่วยๆๆ มันเป็นกระดาษ
>
>เรามีแค่หินทับกระดาษคนละก้อน
>
>ลมกิเลสพัดมา ก็ขึ้นกับว่าก้อนหินของใครก้อนใหญ่พอที่ทับมันไว้
>
>ไม่ให้ปลิวเพ่นพ่านเท่านั้นเอง..

+1 อีก ถึงจะเก่าแล้วก็เถอะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ~**NannY**~ เมื่อ 09 มี.ค. 2007, 02:10 น.
อ้างคำพูดจาก: >>NUi*>> เมื่อ 07 มี.ค. 2007, 19:49 น.
ชั้นรับแนนเป็นหลานชั้นเมื่อไหร่เนี่ย  :39:

ทำไมเราแก่ไม่รุตัววะ:38:

นั่นสิ แล้วชั้นไปเป็นหลานแกเมื่อไหร่วะ  :09:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 19 มี.ค. 2007, 20:27 น.
อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 08 มี.ค. 2007, 13:02 น.
ณ วัดแห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า  

"ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ
แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ"

หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า  

"เจ้ารู้ไหมในตัวเรามีคนอยู่สามคน

คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา  

"คนเราล้วนมีความฝัน ความทะเยอทะยานอยาก
ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน
ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม
ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ "

"มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ
จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้ "

"อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ
บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร "


คนที่ชอบนินทานั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ
มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม
เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว
คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล "

"แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ "

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้ว เริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา  

"เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์
เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้
เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ
ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา
เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง  
ใจเราควรสงบนิ่ง ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น
แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม "

"เข้าใจครับหลวงตา" เด็กน้อยยิ้มมี ความสุขอีกครั้ง

------------------------------------------
เพื่อนส่งมาให้ แต่งสีตาม fw mail เพื่อความสบายตา :12:

ชอบมากเลยค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 10:31 น.
บุญนำ ตื่นขึ้นมาตอนสาย ๆ ของวันเสาร์ เขารู้สึกปวดหัวและเมาค้าง
เนื่องจาก เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย

แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาพบว่ามียาแก้ปวดหัว ไทลินอล 2 เม็ด
กับน้ำหนึ่งแก้ววางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง

เสื้อผ้าที่เขาใส่เมื่อคืนนี้ ได้ถูกซักสะอาดและรีดอย่างเรียบร้อย
ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนอนถูกจัดไว้เป็นระเบียบ

ขณะที่เขาเอายาขึ้นมากิน เขามองเห็นโน้ตวางอยู่บนโต๊ะมีข้อความว่า
"ที่รัก
อาหารเช้าของคุณอยู่ในเตา
กาแฟอยู่ในกระติกน้ำร้อน
ฉันไปซื้อของที่ตลาดประเดี๋ยวกลับมา
รักคุณมากที่สุด "

บุญนำขยี้ตาแล้วลองหยิกแขนตัวเอง
เมื่อรู้ว่านี่ไม่ใช่เขาฝันไปแน่นอนจึงเกิดความสงสัย " มันเกิดอะไรขึ้น ? "

โดยปกติ เขาจะมีปากเสียงกับภรรยาของเขาทุกครั้งที่เขาเมากลับบ้าน
แต่เมื่อคืนนี้เขาเมายิ่งกว่าคืนใด ๆ
แต่ทำไมทุกอย่างมันกลับเป็นตาลปัตรอย่างนี้

เขาเดินเข้าไปในครัว อาหารเช้ากาแฟถูกเตรียมไว้อย่างดีสำหรับเขา
เมื่อยกมานั่งกินที่โต๊ะอาหาร
เขาพบว่าลูกชายนั่งกินอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว
บุญนำ : เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ?
ลูกชาย : เมื่อคืนนี้พ่อกลับบ้านตอนตีสาม พ่อเมามากเดินโซเซชนตู้แตก
              เก้าอี้หัก แล้วพ่อยังอาเจียน เลอะบ้านไปหมด
บุญนำ : จริงเหรอ ? แม่ไม่โกรธหรือ ?
ลูกชาย : แม่ลงมาดูแล้วโกรธมาก แม่ลากพ่อไปยังห้องนอน
              แล้วแม่ก็ถอดกางเกงที่เลอะอาเจียรของพ่อออก

บุญนำ : แล้วไงต่อ ?
ลูกชาย : พ่อไม่ยอมให้แม่ถอด พ่อได้แต่พูดว่า " คุณ คุณ อย่าดีกว่า ผมมีเมียแล้ว  "
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ART_ เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 10:46 น.
เปลี่ยนแปลงกันเพียงชั่ววูบ  :18:

-------------------------------------------


ภรรยาน่ารักจัง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 11:11 น.
หักมุมไวแฮะ  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 11:17 น.
  บุญนำช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีเสียจริงๆ  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 11:24 น.
เห็นพูดกันเยอะเลยอ่านจนจบ ตลกดีครับ {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 11:40 น.
 :40:เขาเรียกว่าทุกอย่างมันมีเหตุและผลครับ


แบบว่าอ่านแล้วได้สัจธรรม เลยเอามาเผยแพร่ :33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 11:49 น.
   คล้ายกับโฆษณาประกันชีวิตเจ้านึงครับ ที่ภรรยาบ่นว่าตัวเองทนกับพฤติกรรมของสามีไม่ไหวแล้ว อยากจะหย่ากันไปเสียที ขณะที่ปัดกวาดทำความสะอาดโต๊ะของสามี ก็ไปเจอกับประกันชีวิตที่สามียกผลประโยชน์ให้ภรรยา และทำให้คิดได้ว่าคนที่คิดเรื่องโง่ๆขึ้นมาก็คือฝ่ายภรรยาเอง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 14:03 น.
ไม่ใช่ FWD แต่อยากให้อ่านกัน
เอามาจากพี่ที่บริษัท

อ้างอิง
..."ทำไมคนเราผิดหวัง??" ... คำถามคำแรกที่ผุดขึ้นมาในใจหลังจากที่ได้พูดคุยกันกับรุ่นน้องคนนี้ ... คำตอบในใจที่มีขึ้นมาก็คือ ... "ก็เพราะคนเราคาดหวัง" ... ไม่ว่าจะเป็นการคาดหวังกับเรื่องอะไรก็ตาม ... มีคำตอบแบบนี้ในใจก็เพราะรู้สึกว่า ถ้าคนเราไม่คาดหวังกับอะไรสักอย่าง ก็คงไม่ต้องมาผิดหวังกับเรื่องเหล่านั้น ...

... "แล้วทำยังไงไม่ให้ผิดหวัง??" ... เป็นคำถามที่มักจะตามมาแน่ๆ ... แต่คำตอบมันไม่แน่เสมอไปหรอก คงไม่เหมือนกับ 1+1 = 2 ... เพราะว่า เราต้องย้อนกลับมาดูที่สาเหตุกันก่อน ... ผิดหวังเพราะคาดหวัง ... "แล้วเราคาดหวังกับเรื่องอะไร?" ... "เป็นเรื่องที่เราควบคุมได้หรือเปล่า?" ...

... ถ้าเป็นเรื่องที่เราควบคุมได้? ...
... ถ้าเป็นเรื่องที่เราควบคุมได้ เช่น ความคาดหวังที่เกิดจากตัวเราเอง, ความคาดหวังในตัวเราจากคนอื่น จากคนรอบข้างกับตัวเรา คาดหวังอยากให้เราเป็นอย่างที่เค้าต้องการ ... เหล่านี้ ... เมื่อมองกลับมาที่ตัวเอง มันทำให้รู้สึกว่า "เราทำได้นะ" ... "เราสามารถให้ความหวังกับเรื่องเหล่านี้ได้" ... ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน เรื่องการทำงาน เรื่องการใช้ชีวิต ฯลฯ ... เพราะถ้าเราจะผิดหวัง ก็จะผิดหวังกับเรื่องที่เราทำไม่ได้ ... เราก็คงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเราเอง ... ฉะนั้น ... ถ้าไม่อยากจะรู้สึกผิดหวัง ก็ตั้งความหวังแล้วก็พยายามทำให้ได้ ... (ก็เพราะมันเป็นอะไรที่เราควบคุมได้ทั้งหมดนี่นา ... อย่าไปท้อ)

... แล้วถ้าเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ล่ะ? ...
... ถ้าเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ความคาดหวังที่เรามีกับคนอื่น กับคนรอบข้าง, หรือความคาดหวังกับโชคชะตา หรือจังหวะโอกาสบางอย่าง ... เหล่านี้ ... ก็ยังคงถามตัวเองอีกครั้งว่า ... แล้วเรายังควรจะต้องคาดหวังกับอะไรที่เราควบคุมไม่ได้หรือเปล่า?? ... คำตอบจากความรู้สึกส่วนตัวคือ ... "คาดหวังได้ แต่อย่ามากเกินไป" ... ชีวิตคนเราควรจะอยู่ด้วยความหวัง ไม่ใช่ใช้ชีวิตไปวันๆ .... แต่ .... อย่าไปให้ความคาดหวังกับเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ "มากจนเกินไป" ... เพราะเมื่อทุ่มเทไปมากแล้ว ... สุดท้าย ถ้าผิดหวัง ... สุดท้าย ถ้าไม่เป็นไปอย่างที่คิด อย่างที่อยากได้ ... ก็จะทำให้ผิดหวังมากๆ อย่างแน่นอน ... สุดท้าย ... มันก็จะกลายเป็นว่า ชีวิตเราสับสน ไม่เป็นตัวของตัวเอง ... สาเหตุก็มาจากความผิดหวังจนทำให้ขาดสติ ... "แล้วมันดีกับตัวเราหรือเปล่า?" ... คำตอบก็คงง่ายๆ ... ไม่ดีเลย ... แต่ถ้าถามว่า หยุดคิด หยุดคาดหวังได้หรือเปล่า? ... มันก็คงไม่ได้ ... ฉะนั้น ... ก็คงทำได้เพียง อย่าผิดหวังและคาดหวังมากเกินไปกับเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้เท่านั้นเอง

... บ่นมาซะนาน ... ก็แค่อยากแชร์ความคิดความรู้สึกกับเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมา ... ถ้าถามว่า แล้วควรคิด ควรทำยังไงดี ... คำตอบสำหรับตัวเองตอนนี้ก็คง ....

... ถ้ารู้สึกผิดหวัง และรู้สึกว่าใช้ชีวิตอย่างขาดสติ ... ให้ลองก้าวถอยหลังมาสักหนึ่งก้าว ... เพื่อให้มีมุมมองที่กว้างมากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น ดีกว่าที่จะไปติดอยู่กับจุดๆ เดียว จุดแคบๆ ที่ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างขาดสติ ... เมื่อย้อนกลับมา ก็จะเห็นอะไรๆ มากขึ้น ยังมีอีกหลายอย่างให้คิดให้ทำ ... "พยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติ" ... "ใช้ชีวิตอย่างมีสาระ มีความหวัง" ... "แต่อย่าผิดหวังมากไปกับเรื่องอะไรที่เราควบคุมไม่ได้" ... และสุดท้าย ... "รักตัวเอง และใช้ชีวิตให้มีความสุข ... ชีวิตมันสั้นแค่นี้ จะทุกข์ไปทำไมกันมากมายละครับ" ... (^^.)

เอาไว้เตือนสติคนอื่นที่กำลังงุ่นงงอยู่กับชีวิต รวมถึงตัวผมเองด้วย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 14:10 น.
   :40: แล้วถ้าไม่มีที่ให้ถอยแล้วจะทำยังไงดีครับ มันเหลือฟางเส้นสุดท้าย มุมสุดท้าย เที่ยวสุดท้าย ถ้าข้ามไปไม่ได้ ก็เหลือแต่ต้องไม่ท้อใช่ไหมครับ

// แก้คำผิด  :33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 14:52 น.
ไม่ใช่ครับ ต้องท้อครับ ไม่ใช่ถ้อ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 15:13 น.
ไม่ใช่ครับ ต้องถ่อครับ ไม่ใช่ถ้อ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 24 มี.ค. 2007, 21:55 น.
ไม่รู้เคยเห็นกันรึยังนะครับ :40:



Subject: เมาอย่างไรให้ถูกใจภรรยา
To:


> บุญนำตื่นขึ้นมาตอนสาย ๆ ของวันเสาร์ เขารู้สึกปวดหัวและเมาค้าง
> เนื่องจาก เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย
> แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาพบว่ามี ยาแก้ปวดหัว ไทลินอล 2 เม็ด
> กับน้ำหนึ่งแก้ววางอยู่บนโต๊ะข้างหัว
> เตียง
> เสื้อผ้าที่เขาใส่เมื่อคืนนี้ ได้ถูกซักสะอาดและรีดอย่างเรียบร้อย
> ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนอนถูกจัดไว้เป็น
> ระเบียบ
> ขณะที่เขาเอายาขึ้นมากิน เขามองเห็นโน้ตวางอยู่บนโต๊ะมีข้อความว่า
> " ที่รัก
>   อาหารเช้าของคุณอยู่ในเตา
>   กาแฟอยู่ในกระติกน้ำร้อน
>   ฉันไปซื้อของที่ตลาดประเดี๋ยวกลับมา
>   รักคุณมากที่สุด "
>
> บุญนำขยี้ตาแล้วลองหยิกแขนตัวเอง
> เมื่อรู้ว่านี่ไม่ใช่เขาฝันไปแน่นอนจึงเกิดความสงสัย " มันเกิดอะไร
> ขึ้น ? "
> โดยปกติ เขาจะมีปากเสียงกับภรรยาของเขาทุกครั้งที่เขาเมากลับบ้าน
> แต่เมื่อคืนนี้เขาเมายิ่งกว่าคืนใด ๆ
แต่ทำไมทุกอย่างมันกลับเป็นตาลปัตรอย่างนี้
>
> เขาเดินเข้าไปในครัว อาหารเช้ากาแฟถูกเตรียมไว้อย่างดีสำหรับเขา
> เมื่อยกมานั่งกินที่โต๊ะอาหาร
> เขาพบว่าลูกชายนั่งกินอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว
> บุญนำ :เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ?
> ลูกชาย : เมื่อคืนนี้พ่อกลับบ้านตอนตีสาม พ่อเมามากเดินโซเซชนตู้แตก
> เก้าอี้หัก แล้วพ่อยังอาเจียน
> เลอะบ้านไปหมด
> บุญนำ : จริงเหรอ ? แม่ไม่โกรธหรือ ?
> ลูกชาย : แม่ลงมาดูแล้วโกรธมาก แม่ลากพ่อไปยังห้องนอน
แล้วแม่ก็ถอดกางเกงที่เลอะอาเจียรของพ่อออก
> บุญนำ : แล้วไงต่อ ?
> ลูกชาย : พ่อไม่ยอมให้แม่ถอด พ่อได้แต่พูดว่า " คุณ คุณ อย่าดีกว่า
ผมมีเมียแล้ว "
>
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 24 มี.ค. 2007, 21:57 น.
อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 22 มี.ค. 2007, 10:31 น.
บุญนำ ตื่นขึ้นมาตอนสาย ๆ ของวันเสาร์ เขารู้สึกปวดหัวและเมาค้าง
เนื่องจาก เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย

แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาพบว่ามียาแก้ปวดหัว ไทลินอล 2 เม็ด
กับน้ำหนึ่งแก้ววางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง

เสื้อผ้าที่เขาใส่เมื่อคืนนี้ ได้ถูกซักสะอาดและรีดอย่างเรียบร้อย
ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนอนถูกจัดไว้เป็นระเบียบ

ขณะที่เขาเอายาขึ้นมากิน เขามองเห็นโน้ตวางอยู่บนโต๊ะมีข้อความว่า
"ที่รัก
อาหารเช้าของคุณอยู่ในเตา
กาแฟอยู่ในกระติกน้ำร้อน
ฉันไปซื้อของที่ตลาดประเดี๋ยวกลับมา
รักคุณมากที่สุด "

บุญนำขยี้ตาแล้วลองหยิกแขนตัวเอง
เมื่อรู้ว่านี่ไม่ใช่เขาฝันไปแน่นอนจึงเกิดความสงสัย " มันเกิดอะไรขึ้น ? "

โดยปกติ เขาจะมีปากเสียงกับภรรยาของเขาทุกครั้งที่เขาเมากลับบ้าน
แต่เมื่อคืนนี้เขาเมายิ่งกว่าคืนใด ๆ
แต่ทำไมทุกอย่างมันกลับเป็นตาลปัตรอย่างนี้

เขาเดินเข้าไปในครัว อาหารเช้ากาแฟถูกเตรียมไว้อย่างดีสำหรับเขา
เมื่อยกมานั่งกินที่โต๊ะอาหาร
เขาพบว่าลูกชายนั่งกินอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว
บุญนำ : เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น ?
ลูกชาย : เมื่อคืนนี้พ่อกลับบ้านตอนตีสาม พ่อเมามากเดินโซเซชนตู้แตก
              เก้าอี้หัก แล้วพ่อยังอาเจียน เลอะบ้านไปหมด
บุญนำ : จริงเหรอ ? แม่ไม่โกรธหรือ ?
ลูกชาย : แม่ลงมาดูแล้วโกรธมาก แม่ลากพ่อไปยังห้องนอน
              แล้วแม่ก็ถอดกางเกงที่เลอะอาเจียรของพ่อออก

บุญนำ : แล้วไงต่อ ?
ลูกชาย : พ่อไม่ยอมให้แม่ถอด พ่อได้แต่พูดว่า " คุณ คุณ อย่าดีกว่า ผมมีเมียแล้ว  "


พึ่งหน้าที่แล้วเองค่ะ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 24 มี.ค. 2007, 21:59 น.
 :30: :30: :30: ละโว้ร้อนๆ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ART_ เมื่อ 24 มี.ค. 2007, 21:59 น.
 :08:
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=972.msg545737#msg545737

ลิงค์ครับ


( พี่จั๊วตัดหน้า จมูกแหว่งเลย )
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 24 มี.ค. 2007, 22:11 น.
 :03: ขอโทดคร้าบบบบบบบบบบบ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 25 มี.ค. 2007, 08:46 น.
ก็มันfwไงเลยต้องส่งต่อ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 25 มี.ค. 2007, 16:16 น.
 :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 25 มี.ค. 2007, 19:39 น.
โว้ว ละโว้ :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07:

กร๊ากกกกกกกกกกกก :30a: :30a: :30a: :30a: :30a: :30a:



ทีตูมั่งแล้วโว้ย :49a:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 25 มี.ค. 2007, 19:43 น.
น่าจะเปลี่ยนชื่อจู๋ FWD: งามๆ แบ่งกันละโล้  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ART_ เมื่อ 25 มี.ค. 2007, 19:54 น.
อ้างคำพูดจาก: โตคุง เมื่อ 25 มี.ค. 2007, 19:43 น.
น่าจะเปลี่ยนชื่อจู๋ FWD: งามๆ แบ่งกันละโล้  :42:


:43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 26 มี.ค. 2007, 11:08 น.
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 25 มี.ค. 2007, 08:46 น.
ก็มันfwไงเลยต้องส่งต่อ
+ :40:


อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 มี.ค. 2007, 19:39 น.
โว้ว ละโว้ :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07:

กร๊ากกกกกกกกกกกก :30a: :30a: :30a: :30a: :30a: :30a:



ทีตูมั่งแล้วโว้ย :49a:
:08: :11: :49a:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 26 มี.ค. 2007, 13:42 น.
เต็มๆ  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 27 มี.ค. 2007, 11:55 น.
ประ​โยชน์ของโทรศัพท์มือถือที่คุณอาจ​ไม่​ทราบ

1. ​หมายเลขสากลฉุกเฉิน​ 112 ​ใช้​ได้​ทั่ว​โลก
​ถ้า​เกิดเราหลงไป​อยู่​ใน​เขตที่​ไม่​มีสัญญาณเลย​ ​แต่มี​เหตุด่วนเหตุร้าย​ให้​กด​ 112 ​แล้ว​มัน​จะ​หา​เบอร์​ให้​เองอัตโนมัติ​แม้​แต่​เราล็อคปุ่มก็​ยัง​กดเบอร์นี้​ได้​..​ลองดูสิครับ

2. ​ใช้​ใน​กรณีที่ลืมกุญแจ​ไว้​ใน​รถ​...​สำ​หรับรถที่​ใช้​ Remote Key
​ถ้า​รถล็อคไป​แล้ว​ ​แต่​เรามีกุญแจสำ​รอง​อยู่​ที่บ้าน​ ​ให้​โทรไปหาคนที่​อยู่​ที่บ้าน​ด้วย​มือถือ​ (เรา​ต้อง​โทรไปหา​เบอร์มือถือของ​เขา​ด้วย​นะ) ​เมื่อ​เขา​รับ​แล้ว​ให้​เราบอก​เขา​ ​ให้​กดปุ่ม​ unlock ​บนกุญแจสำ​รอง​ใน​ขณะที่​เราถือมือถือ​ให้​ห่าง​จาก​ประตูรถประมาณ​ 1 ​ฟุต​ (คนที่​อยู่​บ้านที่​เราวาน​ให้​กด​ต้อง​เอากุญแจไปจ่อ​ใกล้​กับ​มือถือของ​เขา​ใน​ขณะที่กดปุ่ม) ​ประตูรถก็​จะ​เปิดออกเหมือนเรากดปุ่มรี​โมท​ด้วย​ตัวเองเลยแหละระยะทาง​ไม่​มีปัญหา​ ​แม้รถ​กับ​บ้าน​จะ​อยู่​ห่าง​กัน​เป็น​ร้อยๆ​ ​กม​. ​ก็ตาม

3. ​กรณี​แบ็ต​ใกล้​จะ​หมด​ *3370# ​สำ​หรับมือถือ​ Nokia
​ถ้า​เกิดถ่านเหลือน้อยเต็มทีจน​ใกล้​ดับแต่​เราจำ​เป็น​ต้อง​โทรออก​ให้​กด​ * 3370# ​มัน​จะ​รีดพลังสำ​รองที่ซ่อนออกมา​แล้ว​แสดง​ให้​เห็นว่า​ ​เพิ่มพลังถ่าน​ให้​ขึ้นมาอีก​ 50% ​และ​มัน​จะ​ชดเชย​ส่วน​สำ​รองนี้​ใน​การชาร์จแบตครั้งต่อไป

4. ​ถ้า​โทรศัพท์หาย​ต้อง​การทำ​ให้​ใช้​ไม่​ได้​ตลอดไป
​ใน​กรณีนี้​เรา​ต้อง​ใช้​ ​หมายเลข​ serial number ​ประจำ​เครื่อง​ ​ซึ่ง​มี​ 15- 17 ​หน่วย​ ​การที่​จะ​ทราบหมายเลขนี้ก็​ไม่​ยากครับ​ ​กด​ * #06# ​แล้ว​หมายเลขประจำ​เครื่องก็​จะ​ขึ้นมา​ให้​เห็นทันที​เหมือนเล่นกล​ ​จด​ไว้​ครับ​แล้ว​เก็บ​ไว้​ให้​ดี​....​ที่นี้​ถ้า​มือถือหาย​หรือ​ตกหล่น​ให้​โทรไปที่ศูนย์​แล้ว​แจ้งหมายเลข​ให้​เขา​ไป​เขา​ก็​จะ​บล็อคเครื่องของเรา​ให้​แล้ว​ทีนี้มือถือที่หายไป​จะ​ใช้​ไม่​ได้​อีกเลย​ ​ถึง​แม้ว่าคนขโมยไป​จะ​เปลี่ยน​sim card ​มันก็​จะ​ยัง
​ใช้​ไม่​ได้​อยู่​ดี​ได้​อย่างเดียวคือ​ไว้​เขวี้ยงหัวหมา​หรือ​หลังคาคน​อื่น​ (อาจ​จะ​หลอกไปขายต่อ​ได้​..​ถ้า​คนซื้อต่อ​เขา​ไม่​รู้​....)


ละโว้ยัง ..  :44:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 27 มี.ค. 2007, 12:04 น.
 ข้อ สอง นี่คล้ายๆ ดีทีเอ็มเอฟโทนที่เอาไว้โทรศัพท์ฟรีกับตู้สาธารณะเลยครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 27 มี.ค. 2007, 12:07 น.
หนิงก็เคยเล่นแหละ
แต่ลองกับโทรศัพท์ที่บ้าน
เอามือถือมากด  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 27 มี.ค. 2007, 13:27 น.
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 27 มี.ค. 2007, 12:04 น.
ข้อ สอง นี่คล้ายๆ ดีทีเอ็มเอฟโทนที่เอาไว้โทรศัพท์ฟรีกับตู้สาธารณะเลยครับ
ยังไงครับ :09:

112 ไม่มีซิมก็โทรได้นะครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 27 มี.ค. 2007, 13:39 น.
ลองเอามือถือไปจ่อกับโทรศัพท์บ้านนะคะ
แล้วกดเลขเบอร์ปลายทางที่มือถือ
ให้เสียงปุ่ม ตู๊ดๆๆ ดังเข้าไปในโทรศัพท์บ้าน

แล้วมันจะโทรได้  :42:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 27 มี.ค. 2007, 20:10 น.
ตอนที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่ๆ อวัยวะต่างๆในร่างกายก็ทะเลาะกันว่า ใครควรจะเป็นหัวหน้า

สมองก็บอกว่า "ฉันควรจะเป็นหัวหน้า เพราะฉันคิดและตัดสินใจต่างๆนานา"

เท้าก็เถียงและบอกว่า "ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด
และต้องพาพวกแกทั้งหลายเคลื่อนไปยังจุดหมาย"

มือก็สวนขึ้นมาทันที "ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า
เพราะฉันทำงานหาเงิน มาทำให้พวกแกทั้งหลาย มีชีวิตอยู่ได้"

แล้วทั้งอวัยวะทั้งร่างกายก็ต่างยกเหตุผลที่ว่าตัวเองควรเป็นหัวหน้า

จนมาถึง "ตูด"
ยังไม่ทันจะเอ่ยเหตุผลของตัวเอง
ทุกอวัยวะก็ขำกลิ้งแล้วพร้อมใจบอกว่า

"ไม่มีทาง พวกเราไม่มีวันให้ตูดเป็นหัวหน้าแน่นอน"

เมื่อเป็นดังนั้น ตูดก็สไตร์ค ไม่ยอมทำงาน
เพียงไม่นาน อวัยวะต่างๆ ก็ปั่นป่วนไปหมด
สมองที่ว่าแน่ๆ ถึงกับสลบเหมือด
จนในที่สุดต้องยอมให้ตูดเป็นหัวหน้า

จากนั้น
ทุกอวัยวะก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป
ในขณะที่หัวหน้า ก็มีหน้าที่นั่งเฉย แล้วก็ปล่อยขี้ออกมา

ดังนั้น
คุณไม่ต้องคิดว่าจะให้คนที่มีสมองเป็นหัวหน้า
เพราะมันเป็นหน้าที่ของ "ตูด" เท่านั้น

:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 07:43 น.
"ตูด"คือทุกสิ่ง :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 10:23 น.
(http://usera.imagecave.com/siewju/thaihosttalk/good_man.gif)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 12:46 น.
เคยอ่านแล้วค่ะ

แต่ทำให้นึกถึงเมื่อวาน ที่ลงจากรถมา ก็มีลุงแก่ๆ มาขอเงินไปหาลูกที่รังสิต 16 บาท


:01:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 12:50 น.
  แล้วเดือนให้เงินลุงคนนั้นไปหรือเปล่าครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 12:53 น.
ให้ค่ะ





แต่เค้าดูไม่น่าเชื่อเลย :08:
ก็เอาเหอะ ถ้าเค้าจะมีความสุขได้ก็เอา
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 16:40 น.
 :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 17:36 น.
มันก็ไม่จริงเสมอไปหรอก คนดีๆแบบไม่จนก็มีเยอะแยะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 28 มี.ค. 2007, 22:32 น.
มันก็ประชดกันขำๆน่า :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 09 เม.ย. 2007, 21:34 น.
อ้างอิงปัญหาท้าทายนี้คิดค้นโดย Einstein โดยเค้าทำนายว่า 98% ของมนุษย์ทั้งหมดในโลกนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ออก
และจะมีอีก 2% เท่านั้นที่มีไหวพริบและความละเอียดพอที่จะคิดคำตอบได้
เรื่องมีอยู่ว่ามีบ้านอยู่ 5 หลัง ในแต่ละหลังมีสีต่างกัน แต่ละบ้านมีคนอยู่ 1 คนต่างกัน 5 ชนชาติ
ทุกคนจะดื่มน้ำที่แตกต่างกัน สูบบุหรี่ยี่ห้อต่างกัน และเลี้ยง!ต่างชนิดกัน ดังนี้
1.คนที่เป็นชาวอังกฤษอยู่บ้านสีแดง
2.คนที่เป็นชาวสวีเดนเลี้ยงหมา
3.คนที่เป็นชาวเดนมาร์กดื่มชา
4.บ้านสีเขียวอยู่ทางซ้ายของบ้านสีขาว
5.เจ้าของบ้านสีเขียวดื่มกาแฟ
6.คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Pall Mall เป็นคนเลี้ยงนก
7.เจ้าของบ้านสีเหลืองสูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill
8.คนที่อยู่บ้านหลังกลางดื่มนม
9.คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่บ้านหลังแรก
10.คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Blends อยู่ติดกับคนเลี้ยงแมว
11.คนที่เลี้ยงม้าอยู่ติดกับคนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill
12.คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Bulemaster ดื่มเบียร์
13.คนที่เป็นชาวเยอร์มันสูบบุหรี่ยี่ห้อ Prince
14.คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่ติดกับบ้านสีฟ้า
15.คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Blends เป็นเพื่อนกับคนดื่มน้ำ
คำถามคือ ใครเป็นคนเลี้ยงปลา?


เคยเล่นกันรึยังหว่า?
นี่หนิงเซฟไว้สมัยพระเจ้าเหา   :42:

หนิงเป็น 2% นั้นด้วยนะ  :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 10 เม.ย. 2007, 15:36 น.
ไม่รู้  :01:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 18:51 น.
ยากแฮะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 19:02 น.


มันอยู่ที่ว่าสนใจ จะลองคิดและทำรึปล่าวด้วยไหม
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 19:04 น.
ครับ :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 19:06 น.


อะไรลุง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 19:08 น.
อะไรหลาน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 19:09 น.


คนแก่คุยกัน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 19:11 น.


กรี๊ดดดดดด  :07:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: :†:Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ :†: เมื่อ 11 เม.ย. 2007, 19:20 น.
นอร์เวย์   Den   อังกฤษ   ger   Swe
เหลือง   ฟ้า   แดง   เขียว   ขาว
น้ำ   ชา   นม   กาแฟ   bier
dunhill   Blend   pallmall   prince   Blue
แมว   ม้า   นก   ปลา   หมา
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เง็ก เจสสิก้า อาม่า เมื่อ 12 เม.ย. 2007, 01:04 น.
 :31:  ทำ marking เอาไว้  พรุ่งนี้จะได้มาอ่าน  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 12 เม.ย. 2007, 01:08 น.


:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 11:17 น.
ขุด

โว้ไม่โว้ ไม่สน :11:

คืนนั้นฝนตก อากาศหนาวเย็นเหลือเกิน
ขณะที่ดิฉันกำลังยืนรอรถประจำทางอยู่คนเดียว
รถประจำทางคันหนึ่งก็วิ่งเข้ามาจอดตรงป้ายที่ดิฉันยืนอยู่

หญิงชราคนหนึ่งค่อยๆ ตะเกียกตะกายลงจากรถ
แล้วเดินตรงมาทางที่ดิฉันยืนอยู่อย่างเชื่องช้า

"แม่หนู....รถประจำทางคันต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่จ๊ะ"

หญิงชราผู้นั้นถามดิฉัน ดิฉันจึงถามแกไปว่า
"แล้วคุณยายจะไปรถสายไหนล่ะคะ"

พอแกบอก ดิฉันก็อุทานเสียงดังลั่น....
"อ้าว..... ก็คุณยายเพิ่งลงมาจากรถสายนั้นเมื่อกี้นี้เองนี่คะ....."

"เอ้อ......" หญิงชราตอบตะกุกตะกักอย่างอายๆ
"คือว่า...... บนรถคันเมื่อกี้นี้
มีชายหนุ่มพิการคนหนึ่งขึ้นมาแต่ไม่มีใครลุกให้เขานั่งเลย
ยายคิดว่า ถ้าคนแก่ๆ อย่างยายลุกให้เขานั่งเขาคงจะอายแน่ๆ
ยายเลยทำเป็นว่าจะลงเสียที่นี่
พอยายกดกริ่งให้รถจอด เ
ขาก็เดินมานั่งตรงที่ยายได้โดยไม่ต้องอึดอัดใจ

ส่วนยายก็........ เอ้อ......

รถประจำทาง มันมีเสมอไม่ใช่หรือจ๊ะ
แม่หนู...... "

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 11:27 น.
ไม่เคยอ่าน  :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 11:40 น.
เราบางคนเป็นเช่นหมึก และบางคนเป็นเช่นกระดาษ
หากมิใช่เพราะความดำมืดของบางคนแล้ว
เราบางคนก็คงเป็นใบ้
และถ้ามิใช่เพราะความขาวสะอาดของบางคนแล้ว
เราบางคนก็คงจะมืดบอด

Some of us are like ink and some like paper.
And if it were not for the blackness of some of us,
some of us would be dumb;
And if it were not for the whiteness of some of us,
some of us would be blind.




หมาป่าผู้นุ่มนวลกล่าวกับลูกแกะสามัญว่า
"ท่านจะให้เกียรติเยี่ยมเยือนบ้านของข้าพเจ้าได้ไหม?"
ลูกแกะตอบว่า
"เราจะรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะเยี่ยมเยือนบ้านของท่าน
ถ้ามันไม่อยู่ในท้องของท่าน"

Said a gracious wolf to a simple sheep,
"Will you not honor our house with a visit?"
And the sheep answered:
"We would have been honored to visit your house
if it were not in your stomach."




ผู้ใดหัวเราะเยาะเธอ เธอสมเพชเขาได้
แต่ถ้าเธอหัวเราะเยาะเขา เธออาจไม่มีวันให้อภัยตนเอง
ถ้าผู้ใดทำร้ายเธอ เธออาจลืมบาดแผลได้
แต่ถ้าเธอทำร้ายเขา เธอจะจดจำตลอดไป
โดยสัจธรรมนั้น ผู้อื่น คือตัวตนของเธอที่อ่อนไหวที่สุด
ในอีกร่างหนึ่ง

If the other person laughs at you, you can pity him;
but if you laugh at him you may never forgive yourself.
If the other person injures you, you may forget the injury;
but if you injour him you will always remember.
In truth the other person is your most sensitive self
given another body.




เมื่อเธอเห็นคนถูกนำไปเข้าคุก จงกล่าวในใจว่า
"เป็นไปได้ว่า เขากำลังหนีจากคุกที่คับแคบกว่า"
และเมื่อเธอเห็นคนเมาเหล้า จงกล่าวในใจว่า
"เป็นไปได้ว่า เขาหาทางหนีจากบางสิ่งซึ่งไม่สวยงามยิ่งกว่านั้น"

When you see a man led to prison say in your heart,
"Mayhap he is escaping from a narrower prison."
And when you see a man drunken say in your heart,
"Mayhap he sought escape from something
still more unbeautiful."




คู่รักโอบกอดสิ่งซึ่งดำรงอยู่ระหว่างกัน
มากกว่ากันและกัน

Lovers embrance that which is between them
rather than each other.

                                                                                                          - Kahlil Gibran

เอามาจากสเปซรุ่นพี่ค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 11:45 น.
 :25: ความหมายดีครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 11:46 น.
บรรทัดแรก :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 12:07 น.
เจ๋งเป้งเลย ชอบยายมากๆ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 16:09 น.
อ้างคำพูดจาก: รับทำวิทยานิพนธ์ เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 11:46 น.
บรรทัดแรก :30:
เห้ย ปู๋ววว~ :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้น™ เมื่อ 27 เม.ย. 2007, 08:36 น.
"เมื่อผมต้องสอนคอมพิวเตอร์ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่"

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมถูกรุ่นน้องขอร้องให้ไปบรรยายกะทันหันวันรุ่งขึ้นเรื่อง
การใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้นที่ศูนย์ฝึกอบรมของหน่วยราชการ เพราะวิทยากรซึ่งก็คือ
สามีของเธอป่วยกะทันหัน เธอให้ข้อมูลว่าผู้เข้ารับการอบรมชุดนี้เป็นข้าราชการ
ที่ถูกบังคับให้มาอบรมเพราะไม่ผ่านการประเมิน ความรู้ด้านสารสนเทศ บางคน ซีแปด
ซีเก้าแต่มีแนวคิดศักดินา เห็นเอกชนคนไม่มียศเป็นบริวารไปหมด ขอให้ผมอดทนบรรยาย
ให้จบตามหัวข้อ อย่าโต้ตอบ ผมรับปาก

เมื่อไปถึงห้องบรรยาย
ผมก็เริ่มเข้าใจคำพูดของรุ่นน้องแต่ละคนคุยกันอื้ออึงขณะผมแนะนำตัว
ชายคนหนึ่งพูดเสียงดังให้ผมสอนวิธีแชตหาคู่ การดูคลิปวิดิโอและเว็บไซต์โป๊
หลายคนหัวเราะสนับสนุน ผมต้องตะล่อมให้เข้าสู่บทเรียนว่า
"ได้ครับ แต่ต้องหัดเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จึงจะเข้าไปดูได้"
ได้ผล ทุกคนเริ่มหาปุ่มเปิดเครื่อง และความโกลาหลก็เริ่ม
เพราะวิธีเปิดปิดของเครื่องแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน
และที่น่าเวียนหัวที่สุดคือ ทำทุกอย่างแต่เครื่องไม่ทำงาน
หาอยู่นานจึงพบว่าปลั๊กไม่ได้เสียบแค่เปิดครบทุกเครื่องก็ถึงเวลาพักทานกาแฟแล้ว

หลังหมดเวลาพัก
ผู้เข้าอบรมก็ยังยืนสูบบุหรี่หรือจับกลุ่มคุยกัน
ผมต้องประกาศผ่านไมค์เชิญเข้าห้อง บางคนมองด้วยความไม่พอใจ
ผมชี้แจงว่าต้องรีบสอน "เพราะยังมีอุปกรณ์ต่อพ่วงอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้
เช่น มอนิเตอร์ คีย์บอร์ด เมาส์ โมเด็ม ยูพีเอส..."
คุณพี่ผู้หญิงคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาว่า
" ขอโทษนะคะ ตามระเบียบสำนักนายกฯ เวลาพิมพ์เอกสารราชการต้องใช้ภาษาไทย
ช่วยแปลไอ้เตอร์ๆ เด็มๆ อะไรของคุณให้เป็นคำไทยหน่อยได้ไหมคะ
จะได้ก่อประโยชน์กับการทำงานบ้าง..."
มีเสียงลอยมาตามลดให้ได้ยินจากท้ายห้องว่า
เด็กสมัยนี้ ติดไทยคำฝรั่งคำอยากให้รู้ว่าจบนอก

ผมฉุนกึก สูดหายใจยาว
"ได้ครับ งั้นเอาใหม่ เรารู้วิธีเปิดเครื่องคณิตกรณ์แล้ว
บางเครื่องอาจเป็นคณิตกรณ์ส่วนบุคคล บางเครื่องเป็นคณิตกรณ์วางตัก
แต่ไม่ว่าอย่างไรมันจะทำงานไม่ได้ ถ้าขาดชุดคำสั่งระบบปฏิบัติการและ
ชุดคำสั่งประยุกต์อื่นๆ ประการต่อมา คณิตกรณ์จะต้องมีครุภัณฑ์ต่อพ่วง
ซึ่งทำหน้าที่หลักสองรูปแบบ คือ นำเข้าข้อมูลไปส่งหน่วยประมวลผลกลาง
กับนำข้อมูลที่ประมวลแล้วมาแสดงให้เราดู"

ผมชี้ไปที่จอภาพ
"นี่คือเครื่องเฝ้าสังเกตซึ่งอาจหนาเทอะทะแบบจอโทรทัศน์
หรือเป็นจอภาพผลึกเหลวที่ให้ความคมชัดกว่า
ส่วนครุภัณฑ์ต่อพ่วงที่นำเข้าข้อมูลไปให้หน่วยประมวลผลกลาง
อาจอยู่ในรูปหน่วยขับ ก และหน่วยขับ ข ซึ่งสามารถอ่านและบันทึก
ข้อมูลเก็บไว้ในแผ่นบันทึกชนิดอ่อนปวกเปียก(floopy)
หรือในจานบันทึกแบบแข็งที่หน่วยขับ
อุปกรณ์นำเข้าและส่งออกข้อมูล ยังมีในรูปแบบอืนๆอีก เช่น
เครื่องกราดภาพ ตัวกล้ำและแยกสัญญาณ โทรภาพ
แต่ที่ขาดไม่ได้เลย คือสิ่งนี้"

ผมยกคีย์บอร์ดขึ้นมา
"แผงแป้นอักขระซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดที่เราจะป้อนชุด
คำสั่งเข้าสู่เครื่องคณิตกรณ์ จะเห็นว่าบนแผงแป้นอักขระจะมีกระดุมหรือ
ปุ่มอักขระมากมายมีทั้งที่คุ้นเคยกันดี เช่น มหัพภาค อัฒภาค ทวิภาค วิภัชภาค
ยัติภังค์ ปรัศนี อัศเจรีย์ เสมอภาค สัญประกาศ ทีฆสัญญา กับที่ยังไม่ได้บัญญัติ
ศัพท์ เช่น กระดุมสอดแทรก กระดุมเข้าไป กระดุมหลบหนี กระดุมอวกาศถอยหลัง
หรือ backspace..."

วันนั้นไม่มีใครได้ดูคลิปวิดีโอ

ต่อมาผมได้รับผลการประเมินการสอนว่า
"ไม่น่าพอใจ และพูดภาษาไทย แต่ไม่รู้เรื่อง"


เอามาจาก fwd mail ครับผม ไม่ทราบที่มาแน่ชัด  :16:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 27 เม.ย. 2007, 10:15 น.
กะลังตัดสินใจพอดีว่าจะเอาบทความนี้มาลงดีไหม
กลัวละโว้   :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 30 เม.ย. 2007, 01:49 น.
อ่านแล้วนึกถึงตอนที่อาจารย์ให้ดาส่งดีวีดี my girl ไปให้ทาง msn
พอบอกว่าส่งไม่ได้ ไฟล์มันใหญ่
เค้าก็บอกให้ส่งไปทาง e-mail :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 30 เม.ย. 2007, 03:33 น.
ผู้ใหญ่นี่ก็เอาใจยากเน๊อะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 30 เม.ย. 2007, 13:04 น.
เด็กก็เอาใจยากเหมือนกันแหละ  :35:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 30 เม.ย. 2007, 14:25 น.
อ้างอิงกระดุมอวกาศถอยหลัง
หรือ backspace..."

:30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 06:56 น.
นอนไม่หลับเลยตื่นเร็ว
เพื่อนส่งเมล์นี่มาให้อ่านแล้วรู้สึก เฮ้อ
ยาวหน่อยนะแต่ลองอ่านดู (ก็อปมาทั้งดุ้น  :42:)




*****ชีวิตสาว AV ญี่ปุ่น*****

เรื่องมันมีอยู่ว่าผมกับรุ่นพี่คนอื่นๆไปแม่ฮ่องสอน เพื่อไปเที่ยวบ้านรุ่นพี่คนหนึ่งที่สายรหัสตรงกับผม
ซึ่งจบไปได้ 6-7 ปีแล้ว พี่ผมคนนี้ทำงานป่าไม้ โดยมีหน้าที่เป็นไกด์ไปในตัว
เราออกจากเชียงใหม่ตอน9โมงเช้า ไปถึงที่นู้นก็บ่ายๆกว่าเพราะแวะซื้อของไปเรื่อยๆ
พวกเราไปหยุดอยู่ที่หน้าบ้านแล้วแกล้งบีบแตรดัง พี่ต๊อก(ชื่อสมมุติ)แกก็ลงมาเปิดประตู
หน้าตาเหมือนเพิ่งตื่น พอพี่ต๊อกเห็นว่าเป็นพวกเรา แกก็อายม้วน บอกว่ามากันได้อย่างไร
จริงๆวันนั้นเป็นวันเกิดพี่ต๊อกแล้วเราก็ไปกินเหล้าตามคำชวนเขาพี่เขา (ไปเสียไกลเลย) เราร่วมกันhappy birthdayให้พี่เขา
ตอนที่กำลังยกของลงจากรถ แฟนพี่ต๊อกก็มาช่วย เราได้แต่ตะลึงในความงามของแฟนพี่ต๊อก

หน้าเธอสวยยิ่งกว่าดาราบ้านเราอีก หุ่นก็สูงขาว
เธอเป็นคนญี่ปุ่น พูดไทยได้บ้าง เราหันไปค้อนพี่ต๊อกที่มีของดีๆแบบนี้โดยไม่เคยบอกกัน
หลังเก็บของเสร็จเราก็พากันออกไปเที่ยวโดยมีพี่ต๊อกนำขบวน สายตาของพวกเรานับ10
คู่ลุกเป็นไฟทุกครั้งเวลาที่พี่ต๊อกเล่นกับแฟน พวกเราเลยแอบค้อนพี่ต๊อก
ว่าสนใจแต่แฟนไม่เคยสนใจเลยน้องๆ เนี่ย พี่ต๊อกแกก็ยิ้มๆไม่พูดอะไร
จนตกกลางคืน จริงๆผมไม่กินเหล้า ผมกะมานั่งคุยนั่งเล่นกับพวกพี่ๆ เขาเฉยๆ
หัวข้อในวงเหล้าก็ไม่พ้นเรื่องแฟนพี่ต๊อกนั่นแหละ เราชมว่าแฟนพี่เขาดีอย่างนั้น
ดีอย่างงี้ ไม่เหมาะกับพี่ต๊อกเลย จนดึกๆพี่แกนึกครึ้มยังไงไม่รู้ถามว่า"เอ็งเชื่อไหม
แฟนกูเคยแสดงหนังเอ็กซ์" พวกเราหยุดเงียบ วงเหล้ากลายเป็นป่าช้าในทันใด ตอนแรกเรานึกว่าพี่ต๊อกพูดเล่น
พี่ต๊อกแกหันไปมองที่ห้องนอนดูว่าแฟนแกหลับจริงๆหรือยัง แล้วแกก็กลับมานั่งที่โต๊ะ มีกลุ่มพวกเราที่หน้าเสียไปแล้ว
พี่ต๊อกหน้าเครียด ดูไม่เหมือนอาการเมาเหล้าเลย พี่ต๊อกเริ่มเล่าชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้ฟัง
แฟนพี่ต๊อกเป็นคนที่สวยจัดเป็นไอดอลคนหนึ่งตอนที่อยู่ญี่ปุ่น แต่ไม่ดังเพราะมีคนอื่นๆที่ใช้เส้นสายในวงการ
(ขอใช้คำว่าเธอแทนแฟนพี่ต๊อกนะ)
เธอเป็นลูกสาวของนายอำเภอหญิงคนหนึ่งในเกียวโต คนมาจีบเธอมากมาย
งานแสดงโฆษณาก็มีเยอะ เธอเข้าประกวดทุกงานที่มีจัด และส่วนใหญ่เธอก็จะชนะ
จุดหักเหของชีวิตเธอคือวันหนึ่ง มีงานถ่ายแบบที่สตูดิโอแห่งหนึ่ง ทุกทีเธอจะมีแม่มาด้วยแต่ครั้งนี้แม่ติดธุระ
เธอจึงมากับเพื่อนคนอื่นๆ เมื่อถ่ายแบบเสร็จ ผู้กำกับก็ให้เธออยู่ก่อนแล้วทุกคนก็เหมือนพร้อมใจกันทิ้งเธอไว้
ในห้องสตูดิโอคนเดียว มีเสียงเคาะประตู เธอก็ไปเปิด มีกลุ่มชายยากูซ่านับ10 คนยืนอยู่ที่หน้าประตู
หนึ่งในจำนวนนั้นมีลูกนักการเมืองคนดัง ซึ่งเคยมาจีบเธอแต่เธอไม่สนอยู่ด้วย พวกมันเข้ารุมทำร้ายเธอ
เธอเคยคิดแบบผู้หญิงคนอื่นๆ คืออยากจะเก็บความบริสุทธิ์ไว้ตอนแต่งงาน แต่แล้วเธอก็ต้องเสียมันไป
มีหลายคนเคยบอกว่าเวลาที่มีเซ็กซ์กัน แม้จะไม่ได้รักแต่อารมณ์จะคล้อยตามไปอย่างมีความสุข
เธอบอกว่ามันเป็นคำโกหกทั้งเพ เธอไม่ได้มีความสุขเลย มันยิ่งกว่าตกนรกด้วยซ้ำ
เวลาที่มีร่างชายแปลกหน้ามาทาบบนร่างกายเธอมันเหมือนมีมัจจุราชมาฆ่า เธอ เธอคิดถึงแม่มาก
เธอร้องไห้ไปจนน้ำตาไม่มีจะให้ไหลอีก พวกชายพวกนั้นเสร็จกิจ ก็ทิ้งเธอนอนกองอยู่ตรงนั้นแหละ
เธอซมซานกับมาบ้าน เธอเข้าสวมกอดกับแม่ โดยที่แม่เธอก็ร้องไห้ด้วยเพราะก่อนหน้าที่เธอจะกลับมามีวิดีโอส่งมา
เป็นภาพที่ลูกสาวของตนกำลังโดนข่มขืน คิดดูเองนะว่าหัวใจแม่จะโดนขยี้หนักมากขนาดไหน
วันต่อมาก็มีรถจากยากูซ่ามารับเธอ แต่แม่เธอไม่ให้ไป ตัวเธอเองก็ไม่อยากจะไป ยากูซ่ายกหูโทรศัพท์โทรไปหาบุคคลคนหนึ่งซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คนๆนี้มีความสำคัญต่อการเมืองญี่ปุ่นมาก แม่ร้องไห้อีก แล้วหันมามองหน้าเธอแล้วสวมกอด
เธอรู้ได้ทันทีว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป เธอก้าวขึ้นรถ มันเหมือนเธอจะต้องก้าวไปยังแดนประหาร
เธอถูกส่งเวียนไปหานักการเมืองหลายคน ก่อนที่ยากูซ่าจะส่งเธอไปถ่ายหนังเอวี แรกๆหนังพวกนี้จะเซ็นเซอร์ช่วงล่างให้เธอ เวลาก่อนถ่ายทุกครั้ง พวกยากูซ่าจะบังคับให้เธอเสพยา บางครั้งก็จะลืมความเจ็บปวดได้ชั่วขณะหนึ่ง
แต่พอถึงเวลาทำแบบนั้นจริงๆ เธอกับเจ็บปวด ถึงกับร้องออกมา (เพิ่งรู้ว่าที่เสียงๆดังนั่นไม่ใช่การแสดง)
แม้บางทีเธอจะมีอารมณ์ร่วมแต่ความรู้สึกเธอก็ไม่ต่างจากขยะอะไรเลย
วันหนึ่งเธอจะเห็นผู้ร่วมชะตากรรมซึ่งเป็นผู้หญิงนับหมื่นคนใน1 ห้องสตูดิโอ
ผู้หญิงเหล่านั้นเวลาไปโรงเรียนก็มักจะเจอสายตาจากเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน ว่าแรด ร่านบ้างล่ะ
เพื่อนผู้ชายก็ชวนเธอขึ้นเตียงอย่างเดียว เธอรู้สึกได้เลยว่าชีวิตคนเรามันไม่ได้เหมือนการ์ตูนที่เคยอ่านเลย
หลายครั้งที่เธอคิดจะฆ่าตัวตาย จริงๆก็มีเพื่อนดาราเอวีของเธอคนหนึ่งฆ่าตัวตาย
ข่าวออกได้วันเดียว หลังจากนั้นก็ข่าวโดนปิด เธอสงสารแต่แม่
แม้เงินที่ยากูซ่าให้มาจะใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมดแต่เธอก็อยากจะเลิกเธอเคย หนีไป
อยู่........(อะไรสักที่นี่แหละในญี่ปุ่นผมจำชื่อไม่ได้) แต่ยากูซ่าก็ยังตามไปเอาเธอกลับมาแสดงหนังลามกอีกจนได้
ความนิยมของเธอมากขึ้นจนติดหนังเอวีท๊อป 1 ของญี่ปุ่นไปหลายเดือนมาก
เธอไม่รู้ว่าจะภูมิใจกับมันดีหรือขยะแขยงกับมันดี จนในที่สุดเธอก็หมดความนิยม
แต่ยากูซ่าก็ยังอุตสาห์เอาเธอไปศัลยกรรม และส่งเธอไปขายตัวที่ต่างประเทศเกือบปี
นับจากวันที่เลวร้ายที่สุดของเธอ6 ปี
แต่เธอเหมือนทุกวันคืออเวจีดีๆนี่เอง ยากูซ่ายกเลิกสัญญาถ่ายหนังกับเธอทั้งหมด
เพราะมีนางแบบหน้าใหม่มาแทนเธออีกเพียบ จากเมื่อก่อนมีแค่หมื่นคน เธอคิดว่าปัจจุบันจะเพิ่มเป็นแสนคน
เธอทิ้งเงินครึ่งหนึ่งไว้ที่แม่ อีกครึ่งหนึ่งเธอทิ้งญี่ปุ่นแล้วมาเที่ยวเมืองไทย
เธอเดินทางไปเที่ยวเหนือ และก็มาเจอกับพี่ต๊อก พี่ต๊อกกำลังจบใหม่ได้ 2-3 ปี
จบออกมาก็มีคุณอาชวนมาทำงานที่แม่ฮ่องสอน และระหว่างที่เป็นไกด์ก็ได้เจอกัน
พี่ต๊อกประทับใจเธอตรงที่เป็นคนต่างชาติที่สวยและพูดฟังภาษาไทยได้ชัดเจน มาก (คุณพ่อเธอเป็นคนไทย)
ตอนแรกพี่ต๊อกไม่ได้รู้เรื่องนี้เลยก็เลยจีบแบบถวายหัวกะว่าถ้าไม่ได้คน > นี้จะ
ไม่รักใครแล้วจริงๆ เธอก็ไม่อยากให้ความหวังอะไรพี่ต๊อกมาก แต่พี่ต๊อกก็ตามตื้อ ในช่วง6 ปีที่ผ่านม
เธอรู้สึกว่าช่วงนี้เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ เพราะเธอได้เจอกับคนที่รักเธอจริงๆ และเธอก็รักพี่ต๊อกมากด้วย
(พวกเราแอบหัวเราะพี่ต๊อกนิดนึงตอนที่พี่ต๊อกเล่าว่าเธอก็รักพี่ต๊อกมาก ด้วย)
จนเขาคบกันมาได้ปีกว่าพี่ต๊อกคิดอยู่เหมือนกันว่าจะขอแต่งงาน วันหนึ่งพี่ต๊อกมาเที่ยวเชียงใหม่มาพักหอของพี่คนหนึ่งในคณะ แล้วก็ดูหนังโป๊กัน แล้วบังเอิญที่พี่ต๊อกพบหนังอย่างว่าของเธอ พี่ต๊อกคิดว่าคงจะเป็นใครที่หน้าคล้ายๆ กันเฉยๆ
พี่ต๊อกขอยืมแผ่นหนังนี้ไปเปิดให้เธอดูบอกว่าคนๆ นี้หน้าเหมือนเธอจังเนอะ เธอร้องไห้ตั้งแต่เห็นแผ่นแล้ว
ระบายเรื่องทั้งหมดให้พี่ต๊อกฟัง พี่ต๊อกก็ฟังอย่างช็อกไป เช้าวันรุ่งขึ้นพี่ต๊อกเก็บของกลับบ้านที่ตาก
ส่วนเธอเองก็เข้าใจดีและเก็บของเตรียมจะไปจีนแต่ขอให้เห็นหน้าพี่ต๊อกอีกครั้ง
พี่ต๊อกไป3 วันกลับมา เธอไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากไปซื้อข้าวหน้าปากซอย
พี่ต๊อกบอกเธอว่าเดี๋ยวไปเที่ยวบ้านเกิดเราหน่อยสิ ตอนแรกเธอจะไม่ไป
อยากจะหนีไปจีนลูกเดียวแต่ก็ลงเอยที่เธอไปตากกับพี่ต๊อก พี่ต๊อกพาเธอมาที่หลุมศพพ่อกับแม่พี่ต๊อก
พี่ต๊อกพูดต่อหน้าหลุมศพว่า "ชีวิตผมขาดพ่อกับแม่ให้ความดูแลมาตั้งแต่เด็ก แต่ผมก็ภูมิใจที่พ่อกับแม่ให้กำเนิดผมมา
ตรงหน้าพ่อกับแม่นี้มีผู้หญิงที่เธออาจจะไม่ใช่คนดีที่เลิศเลอที่สุด แต่เธอก็คือผู้หญิงที่ผมรักที่สุด
ผมจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้นในที่ผ่านมา ผมรู้แต่ว่าเขาเป็นคนให้กำเนิดหลานของพ่อกับแม่ และหลานของพ่อกับแม่จะเป็นคนดี ผมสัญญา" ตอนที่พี่ต๊อกหันกลับไป เธอยืนน้ำตาซึมอยู่ข้างหลัง (พวกผมเองยังน้ำตาซึมเลย)

เรื่องมันก็จบแค่ตรงนั้นตรงที่พี่ต๊อกกับเธอยืนกอดกันกลมต่อหน้าสุสาoของพ่อกับแม่ ไม่อายผีอายสาง
แต่ผมว่าผีสางคงจะเขินอายและอวยพรให้เขาทั้งคู่อ่ะนะ ชีวิตพี่ต๊อกเองที่ผ่านมาก็ไม่ใช่คนดีอะไรนัก
เคยเสพยาจนโดนตำรวจจับ เคยตีกับตำรวจ แต่ชีวิตเลวร้ายของทั้งคู่ก็ผ่านไปแล้ว
มันทำให้ผมเชื่ออยู่ถึงจนบัดนี้ว่าความรักมันทำให้เราเริ่มต้นใหม่ได้ สายๆ ของวันต่อมาเราพร้อมใจกันทำความสะอาดบ้านพี่ต๊อก แล้วเราก็ได้เห็นรอยยิ้มของคนทั้งคู่ มันทำให้ผมอบอุ่นไปทั้งหัวใจเวลาที่เห็นใครสักคนได้ฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วย
กัน แล้วมาลงเอยด้วยกันอย่างมีความสุข ผมขึ้นรถทีท้ายกระบะ พวกเรานั่งมองพี่ต๊อกและเธอโบกมืออำลามาแต่ไกล

ข่าวดีคือเธอท้อง4 เดือนแล้ว อีก 5 เดือนเราจะไปอุ้มหลานกัน ข่าวร้ายคือพี่ต๊อกไม่มีตังค์แต่งงาน
แม้ว่าเราจะยื่นเงินก้อนให้กู้หรือให้เปล่าๆ เลยแกก็ไม่เอา ผมคิดเรื่องของพี่ต๊อกมาตลอดทาง
ผมคิดว่าชีวิตเราก็เหมือนละครฉากหนึ่ง พอถึงจุดหนึ่งละครมันก็จะจบไปแบบฉบับของมันเอง
คุณล่ะ....... ถ้าแฟนคุณเคยผ่านอะไรร้ายมาคุณจะซ้ำเติมเขา หรือรักเขาให้สุดหัวใจของคุณ

ผมมีคำตอบของตัวผมแล้ว แต่ผมไม่บอกหรอก รู้อย่างนี้แล้วยังจะอยากดูหนัง AV อยู่หรือเปล่าครับ???
เพราะความต้องการมาก เลยทำให้ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อแบบนี้ไง น่าจะคิดกันบ้างน่ะว่าทำไม ดาราหนัง AV
ของญี่ปุ่นถึงมีเยอะแยะมากไปหมด
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 09:38 น.
ละ...อ๊ะ... อ๊...
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 11:09 น.
พึ่งเคยอ่าน ชอบนะ :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ริสา เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 12:25 น.
รู้สึกในพันทิปจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงน่ะค่ะ

ไม่รู้สินะ  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 13:43 น.
อ้างคำพูดจาก: [-[[aida]]-] เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 09:38 น.
ละ...อ๊ะ... อ๊...
]
ละอ่อน  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 15:11 น.
เดี๋ยวปั๊ดจับหักคอจิ้มน้ำพริกกินเลย

ละอ่อนๆเนี่ยแหละ กะดูกกำลังนิ่มได้ที่ :04:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Okudakung เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 17:40 น.
เหอๆ เค้าปล่อยFW mail แถวนี้ใช่มะ ฮี่ๆได้โอกาศ :02:

             นี่เป็นจดหมายจากเด็กชายคนหนึ่งจากจ. ยะลา อ่านแล้วรู้สึกสะเทีอนใจมากครับ เพราะว่าครอบครัว  เราอยู่ที่ใต้เหมือนกัน ถึงจะไม่ใช่ในสามจังหวัดนั้น เราก็เป็นคน ไทยคนหนึ่งที่รู้ว่าที่นั้นเกิดอะไรขึ้น ช่วยกันส่งข้อความนี้ ต่อ ๆ กันเถอะนะครับถึงเราจะไม่มีอำนาจที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยทำให้ เหตุการณ์นี้ดีขึ้นได้ แต่ก็ช่วยกันเป็นกำลังใจให้คนที่นั้นได้ ให้พวกเค้ามีกำลังใจที่จะสู้กับปัญหา อยากให้ เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมครับข้อความมีอยู่ ว่า....................................

ถึง คุณลุงทหาร
                  บ้านเกิด ผมอยู่ที่ยะลาครับ พวกคุณลุง คงรู้กันใช่มั๊ยครับว่ากำลังเกิด เหตุการณ์อะไรในนั้น .... มีคนบริสุทธ์โดนฆ่าตายทุกวัน ๆ แม่ผม โทรมาหาผมบ่อย ๆ ถ้ามีเวลาว่างผมก็จะพยายามโทรหาแม่ ครับ ผมกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้คุยกับเค้าอีก ... ผมกลัวจริง ๆ แม่ บอกว่า  วันท ี่2 นี้เค้าอาจจะชักธงชาติ ของรัฐปัตตานีขึ้น แล้ว ถ้าพวกนั้นทำได้ก็หมายความว่าเราจะไม่ใช่คนไทย อีก จะกลับบ้านผมก็ต้องใช้ passport เพื่อนกลับบ้านเกิดตัว เอง ... ผมกำลังจะเป็นคนต่างชาติไปแล้ว แต่ก่อน.......... ผมเรียน หนักมาก ผมมีกำลังใจทุกครั้งที่แม่โทรมา ผมยอากคุยกับแม่ บ่อย ๆ (ถึงบางครั้งมะม๊าจะดุเรื่องใช้เงิน เยอะก็เถอะ )  แต่ตอน นี้....... ทุกครั้งที่แม่โทรมา ผมใจเสียตลอดเลยครับ ผม กลัว ...กลัวว่า จะได้ยินข่าวร้าย  ผมกลัวทุกครังที่ที่บ้านโทรมา ผม กลัว แม่บอกว่าตอนนี้เราต้องใช้เงินให้ประหยัด เพราะคน งานเค้าไม่กล้าออกไปทำสวนยางให้ เค้ากลัวว่าจะโดนฆ่า เถ้าแก่สวนยาง เลยต้องเดินทาง ไปสวนของตัวเองบ่อย ๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ ... แม่ ต้องขับรถเข้าออกสวนของเรา 2 วันครั้งระยะทาง20กิโลกว่า ๆ ต้อง ผ่านหมูบ้านอิสลาม หลายหมู่บ้าน ผมกลัวอีกแล้ว ราคายางก็ตกลงทุก วัน ๆ จนคนงานบางคนนึกว่าไม่คุ้มกับค่าเหนื่อย+เสี่ยงกับตาย ฟรี ๆ ด้วยก็พากันลาออกไป สวนยางบางที่ก็มา เล่าให้แม่ฟัง ว่า เค้าหนีไปอยู่วัดเพราะกลัวอันตราย แต่พอกลับมาที่ สวนต้นไม้ทุกต้น ที่อุสาต์ปลูกมาเป็น 10 ปีกว่าจะใช้ งานออกผลได้ก็ถูกพวกโจรใต้ตัดทำลายไปไม่เหลือชื้นดี เค้าร้องไห้ เพราะชีวิตไม่เหลืออะไรแล้ว แม่ผมไม่ให้กลัวว่าเค้าจะมาทำร้ายแม่ แต่กลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ลูก ๆ จะอยู่ยังไง ตอนนี้พวกโจร แจกจดหมายไปทั่วเมืองว่าห้ามเราทำงาน ห้ามออกจากบ้านห้ามอยู่ไกล้ก ับพวกตำรวจ ไม่งั้นเค้าจะตามฆ่าถึงบ้าน คนที่เค้าทนไม่ไหวก็ต้องยอม ขายบ้านขายที่ดินในราคาถูก ๆ ไปแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่นแทน คนแถวนั้น ก็น้อยลงทุกวัน ๆ แม่พูดว่าถ้าเค้าเอาจังหวัด 3 จังหวัดเป็นประเทศ เค้าได้จริง ๆ ..ถ้าเค้าปกครองดีก็ดี แต่มันก็มี เปอร์เซ็นต์ที่เค้าจะไล่คนจีนคนไทยออกไปให้หมด น้องสาวผมเรียนอยู่ ปัตตานี ตั้งใจเรียนตลอด อ่านหนังสือถึงตี 2 ตื่น 7 โมงเช้าทุกวัน เรียนได้ 4.00 ตลอดเพราะอยากทำให้แม่ดีใจ ...เวลามันกลับบ้านทีนึง ผมต้องโทรเช็คตลอดว่าถึงบ้านรึเปล่า แม่ต้องย้ำเสมอว่ากลับมายะลา ต้องกลับเช้าส ๆ นะเพราะโจรมันจะฆ่าคนส่วนใหญ่ตอนกลาง วัน ผมไม่เป็นอันทำอะไรเวลารู้ว่าน้องจะกลับบ้าน กลัวมันจะ โดน ......... ฆ่า(อย่างที่คุณลุงคิดละครับ) สุขภาพจิตผมแย่ มาก ๆ ร้องไห้ก่อนอนทุกวัน ไม่มีสมาธิเรียนหนังสือเลย ครับได้แต่อยู่กับเพื่อน ๆ แล้วหลอกตัวเองว่ากูมีความสุขทั้ง ๆ ที่ ไม่ใช่ ผมคิดอยากกลับบ้านไปหาแม่ อยากตาย ... ตายในอ้อมกอดแม่ก็ยัง ดี ทำไมคนไม่กี่คนสามารถสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้ล่ะ ครับ แล้วรัฐบาลเค้าทำอะไรอยู่อ่ะครับ เค้าไม่เห็นจะ แคร์เลยว่าคนที่นั่นจะเป็นยังไง เค้ามีคนเยอะ กว่าพวกโจรอีก แต่ทำไม เค้ายังจับโจรไม่ได้เลยล่ะครับ ถ้าผมพิมพ์ตรงไหนผิดผมก็ขอโทษ จริง ๆ ครับ นั่งพิมพ์ไปน้ำตาก็ไหลมองแป้นไม่ได้เลยครับ ... ผมยัง อยากเป็นคนไทย ผมอยากอยู่แบบ ไม่ต้องกังวลอะไร ผมคิดถึงบ้าน เกิด ... เมืองที่หมอกลงตอนหน้าหนาวปกคลุมทั้งเมือง เมืองที่ผู้คนยิ้มแย้มให้กัน อยู่ด้วยกันทั้งคนจีนคนไทยคนอิสลาม  มันไม่มีอีกแล้วใช่มั๊ยครับ... ผมไม่รู้ว่าวันไหนโชคร้ายจะมาเยี่ยม บ้านผม....ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ....ผมก็จะตามแม่ไปครับ เป็นห่วง แม่และทุกคนที่นั่นนะครับ ท้ายนี้ผมขอให้ช่วยบ้าน ช่วยแม่ผมด้วย ครับขอบพระคุณ ครับ

................................................ เพื่อความ ปลอดภัย ขออนุญาตไม่เผยแพร่ชื่อ ขอความกรุณาช่วยคนไทยด้วยครับ



ฮี่ๆ ต้องมีใครสักคนที่พูดว่า"เคยอ่านแล้ว" แน่ๆหล่ะ :42:
ปล.เหนื่อยเหมือนกันนะนั่งลบ >> เนี่ย :44:
(แก้แล้วครับ)

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 21:48 น.
ละ..เอ่อ..













ละแวกนี้ผมยังไม่เคยเห็นครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 06 พ.ค. 2007, 23:28 น.
อยากให้คนอ่านก็เสียเวลาจัดหน้าให้น่าอ่านซักนิดเหอะค่ะ :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้น™ เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 10:02 น.
Subject: ข้าคือมนุษย์แซงคิว
Sent: Wednesday, May 09, 2007 4:57 PM

เคยไหม ? เวลาต่อคิวซื้อของ ขึ้นลิฟท์ หรือจ่ายค่าบริการอะไรซักอย่าง
คุณจะพบมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนมนุษย์(ดีๆ)ปกติทั่วไป
พวกเขาคือมนุษย์พันธุ์ใหม่ ที่กำลังมีการขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย
โดยไม่จำกัดว่าในสังคมเมือง หรือถิ่นทุรกันดาร เพราะเราจะพบเขาทุกหนแห่ง!
ยินดีต้อนรับสู่ยุคแห่งมนุษย์แซงคิว...

ชนิดแรกที่เราจะพบเห็นประจำคือ มนุษย์แซงคิวสายหลบหลีก
พวกเขาจะมีความรวดเร็วเป็นพิเศษ ในการแซงคิวชาวบ้านชาวช่อง
และบางคนอาจมีเสต็ปสับขาหลอก ดีกว่ากองหน้าทีมชาติอังกฤษ
นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์แล้ว พบว่ามนุษย์แซงคิวประเภทนี้มีเยอะที่สุดในสังคม...

(http://img2.f0nt.com/11/19f20a6ec3e2c23f0d74e533130addb7.gif)

จากค่าสถานะ พวกนี้ไม่ค่อยฉลาดนัก มักแซงแบบไร้แทคติค
แต่จะมีความแข็งแกร่งของใบหน้า และความหนาที่ทนทานยิ่งยวด
พวกเขาจึงต้องอาศัยค่าความเนียนและความเร็วสูง เพื่อลบข้อด้อย
แต่พวกนี้ก็มีแนวโน้มถูกกระทืบจากคนข้างหลังได้สูงเช่นกัน...
และถ้าเผลอเมื่อไหร่...เป็นโดนเสียบทันที!

(http://img2.f0nt.com/11/dd4a98a867db670c9d012b49fd84b346.gif)

--------------------------------------------------------------------------

ชนิดรองลงมาที่เราจะพบเห็นประจำคือ มนุษย์แซงคิวสายปาร์ตี้
พวกเขาจะดูเป็นมิตร ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ แต่นั่นก็แค่ฉากหน้าเท่านั้น
จงอย่ายอมให้เขาใช้ความเนียนเข้าข่ม หากคุณไม่คิดถึงตัวเองก็คิดถึงคนข้างหลังบ้าง
สมมุติพวกเขามีวงศาคณาญาติ หรือมากันทั้งโคตรเหง้าศักราช คุณก็หมดโอกาสทันที

(http://img2.f0nt.com/11/36776c5b3340a9cde5709f7aded736d3.gif)

พวกนี้ด้านมากถึงมากที่สุด แถมฉลาดสุด ๆ โดยใช้ความมีน้ำใจบังหน้า
แต่เนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรเลย มีดีแค่เล่นพรรคเล่นพวก พี่พ้องน้องเพื่อน
บางรายอาจโชว์หญิงโดยให้หญิงเสียบก่อน ถ้าอีกคนเข้ามาแทรกด้วย
ก็สรุปได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน คือด้านพอ ๆ กัน พวกนี้พูดอะไรไปก็ไม่รู้สึก

และดีไม่ดีอาจจะโดนสวนกลับด้วยวาจาถากถาง หรือการสาปแช่งแถมมาด้วย
เรียกว่าซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง...

(http://img2.f0nt.com/11/631d221f5e442ae903ddb5a12b5debea.gif)

----------------------------------------------------------------------------------

ชนิดที่สามที่เราจะพบเห็นประจำคือ มนุษย์แซงคิวสายซัพพอร์ต
พวกเขาจะมีอุปกรณ์ช่วยเหลือสารพัดชนิดในการแซงคิวไปเรื่อย ๆ
บางรายอาจเป็นลูกเล็กเด็กแดง หรืออาจของหนัก ๆ ที่เขาถืออยู่
พวกนี้ก้ำกึ่ง ดูจะน่าสงสาร แต่บางทีพฤติกรรมก็ชวนให้น่าประชาทัณฑ์

(http://img2.f0nt.com/11/cf6b0e6fe4e8497e84d413fd34a50289.gif)

สายนี้แข็งแกร่งที่สุด ! เนียนที่สุด ! และคุณก็ทำอะไรไม่ได้มากที่สุด !!
เพราะบางครั้งอาจจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาคนอื่นไปเลยก็ได้
แม้จะเชื่องช้า ค่อยเป็นค่อยไป แต่ทุกย่างก้าวนั้นดูดราม่า น้ำตาท่วมจอ
ขอให้จงระวังพวกเขาไว้ให้ดี เพราะบางทีเขาอาจเป็นมนุษย์แซงคิวก็ได้...

(http://img2.f0nt.com/11/914fd9d9a7a55cd23acb0d6fe70ba0c8.gif)
-----------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้ไม่ได้สอนให้คุณไร้น้ำใจ
แต่คุณก็ควรพึงรู้ในสิทธิของตนเอง(และคนข้างหลัง)ด้วย
คุณต้องดูสถานะ ดูภาพรวม และองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง
เพราะบางทีคนดี ๆ แต่กลับกลายเป็นคนโง่ก็มีเยอะแยะไป

แต่มนุษย์แซงคิวในที่นี้ หมายถึงเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมตามแบบในภาพเท่านั้น
หากคุณพบผู้อื่นกำลังลำบาก ผู้พิการ หรือผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
และคุณให้ความช่วยเหลือเขา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและให้การยินยอมได้ครับ...
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 10:04 น.
 :30:


แต่ตอนเจอจริง ๆ ก็ขำไม่ออก  :39:
ได้แต่สะกิด เห้ย อย่างแซงคิดเด่ะ  :07:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 10:34 น.


:42: สายปาร์ตี้ ที่ดรีมเวิร์ล  :11:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: D869 เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 11:01 น.
 :30: :30: ภูภู่ นี่เอง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 11:19 น.
มีปู๋ววว์ ด้วย  :30:

(http://img2.f0nt.com/11/06a4fc59fb0feba7f4a5827f208928ab.png)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เง็ก เจสสิก้า อาม่า เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 12:13 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 11:19 น.
มีปู๋ววว์ ด้วย  :30:

(http://img2.f0nt.com/11/06a4fc59fb0feba7f4a5827f208928ab.png)


:30: :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 13:34 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 11 พ.ค. 2007, 10:34 น.

:42: สายปาร์ตี้ ที่ดรีมเวิร์ล  :11:

:42: :42: :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้องการ เมื่อ 17 พ.ค. 2007, 20:00 น.
Subject : กระดาษขีดความโกรธ

Sent: Thursday, May 17, 2007 11:55:59 AM

กระดาษขีดความโกรธ
หมออติ"นี่ถ้าขาดสติมากกว่านี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ชีวิตที่เหลือจะเป็นยังไง"ซิ้มกล่าวกับผมอย่างยิ้มแย้มก่อนจะเดินออกจากห้องตรวจ

หลายเดือนก่อน "ซิ้ม" (นามสมมติ) หญิงวัยเกือบ ๕๐ ปีถูกชายรุ่นลูกที่อยู่ด้วยกันฉันผัวเมียมานานหลายปีทอดทิ้งไปใช้ชีวิตอยู่กับสาวสูงวัยคนใหม่อย่างไร้เยื่อใย ซิ้มเป็นคนเข้มแข็ง จริงจัง ขยันและเก่งและเพราะความเป็นคนขยันทำงาน จึงไม่ได้มีสายตาและเวลาไปเหลียวแลหนุ่มที่ไหนอีกนอกจากลูกน้องหนุ่มของตน ที่ช่วยเหลือเจือจานกันมานานแล้วและเนื่องจากเห็นหน้ากันทุกวันๆ ก็กลายเป็นความรักขึ้นมา

อนิจจังไม่เที่ยง เวลาเปลี่ยนไปใจคนก็เปลี่ยนตามหนุ่มน้อยที่เติบโตมาเป็นหนุ่มใหญ่  กลับมีใจให้ญาติห่างๆ คนหนึ่งของซิ้มเอง เมื่อซิ้มจับได้คาตาว่าสามีหนุ่ม ลักลอบคบหากับญาติของตนจึงยื่นคำขาดให้สามีตัดสินใจว่าจะเลือกใครถ้าจะจากไปก็ให้เอาของออกจากบ้านของตนไปให้หมด แล้วไม่ต้องกลับมาอีก.... สามวันหลังจากนั้น เพื่อนบ้านของซิ้มก็พาซิ้มมาโรงพยาบาลเนื่องจากเพื่อนบ้านสังเกตว่าซิ้มเปลี่ยนไป ไม่ยอมทำงาน เอาแต่ร้องไห้และมักจะโทรศัพท์ไปด่าญาติของตนว่าแย่งผัวชาวบ้าน

วันที่ผมเจอซิ้มครั้งแรก เธอร้องไห้จะเป็นจะตายไม่เหมือนประวัติที่เพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นหญิงสู้ชีวิตที่เข้มแข็งคำที่ซิ้มมักจะพูดไปร้องไห้ไปมีอยู่สองสามคำ คือฆ่ามันทั้งคู่เลยดีมั้ย  เค้ายังรักชั้นอยู่ใช่ไหม ชั้นควรทำอย่างไร ... ผมให้เวลากับซิ้มได้ระบาย และเมื่อมีจังหวะ ก็ใช้วิธีเทคนิคการให้กำลังใจจนซิ้มเริ่มหยุดร้องไห้

ผมแนะนำให้ซิ้มพักอยู่โรงพยาบาลสักระยะเพราะหากกลับบ้านไปอาจจะทำให้คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ และอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวซิ้มเองก็เป็นได้ซิ้มยืนยันจะไม่อยู่โรงพยาบาล แต่จะมาพบผมตามนัด สามวันผ่านไป ยาที่ให้อาจทำให้ซิ้มสงบลงได้บ้างแต่ไม่มากนักเพราะความอาฆาตแค้นยังฝังแน่นอยู่เต็มอกแต่วันนี้ ซิ้มร้องไห้น้อยกว่าเดิม  แม้ยังมีความรู้สึกเจ็บปวดใจอยู่มาก"อยากโทรไปด่ามันทั้งคู่" ซิ้มเกร็งมือแน่นเมื่อพูดถึงสามีเก่าและญาติของตน ครั้งนี้ ผมเห็นว่าซิ้มมีสติพอจะคุมตัวเองได้มากกว่าครั้งก่อนและเห็นว่าซิ้มคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ที่ทำให้เกิดอารมณ์โกรธอยู่มาก จึงแนะนำซิ้มว่า เมื่อรู้สึกโกรธขึ้นมาครั้งใด ก็ให้เอาปากกาขีดใส่กระดาษ ขีดไปเรื่อยๆนี่เป็นการบ้านของผมที่ให้ซิ้มทำ

ซิ้มทำอยู่นาน ๗ วันก็กลับมาหาผมตามนัดแล้วนำ 'กระดาษขีดความโกรธ' มาให้ผมดูซิ้มบอกว่า  "มันเยอะมากเลยหมอ เนี่ยบางทีมันคิดเรื่องโกรธนานมาก แต่ก็ติ๊กแค่ครั้งเดียว"ในกระดาษใบนั้นนอกจากรอยขีดแล้ว ยังมีคำด่าปนๆ มาอีกหลายคำ ผมสอบถามความรู้สึกว่าเป็นอย่างไรบ้าง เวลาติ๊กกับเวลาโกรธซิ้มบอกว่า ไม่เห็นมีอะไร มันก็แค่ติ๊กว่าเราโกรธเท่านั้นเองแต่ผมก็ยังแนะนำให้ซิ้มกลับไปทำการบ้านนี้ให้ผมซ้ำอีก

อีก ๑ สัปดาห์ผ่านไป ซิ้มกลับมาสีหน้าดีขึ้นครั้งนี้ก็ยังคงบ่นเหมือนเดิมว่าโกรธและอาฆาต แต่ไม่ได้ร้องไห้เหมือนวันแรกๆ ที่มาพบในกระดาษขีดความโกรธมีรอยขีดมากขึ้น แต่ไม่มีคำด่าปนมาด้วย ซิ้มยิ้มๆ ส่งกระดาษให้ผม แล้วบอกว่า"มันเยอะมากเลยหมอ โกรธไปได้ยังไงเนี่ย งานการไม่ได้ทำพอดี"

ผมเริ่มสังเกตว่าซิ้มยิ้มได้มากขึ้นอาจจะเป็นเพราะยาที่ช่วยควบคุมให้อารมณ์ไม่หงุดหงิดก็เป็นได้ผมนัดซิ้ม ๑ สัปดาห์เช่นเดิมและให้การบ้านเหมือนเดิม สัปดาห์ที่สามแล้ว ซิ้มมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมากขึ้นกว่าก่อนซิ้มบอกว่า ซิ้มไม่ได้ทำการบ้านที่ผมให้แล้วล่ะ เพราะรู้สึกว่าเสียเวลาไปโกรธเขาบางทีแค่คิดเรื่องไม่ดีก็มึนหัวไปหมดแล้ว เราจะทำตัวให้เศร้าไปทำไมปล่อยให้เขาไปมีความสุขก็ดีแล้ว

เราก็ไม่คิดมากแล้วเวลาคิดแล้วมันก็รู้ว่ามีผลเสียตามมาเยอะ อย่างแค่โกรธนี่ก็แย่มากๆ แล้วไม่เอาดีกว่าตอนหลังๆ พอคิดถึงก็รู้ว่าเดี๋ยวมันจะโกรธ ก็เลยหยุดคิดเอาไว้หาอะไรมาทำแทน ก็ดีกว่าจะโกรธนะหมอนะ .. ผมชื่นชมซิ้มว่าที่ทำดีแล้ว และทำได้ดีมากด้วยพร้อมกับสนับสนุนความเห็นของซิ้มว่า ดีแล้ว การโกรธเป็นเรื่องไม่ดีเลย แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม

ซิ้มขอให้ผมนัดต่อ..ผ่านไปสามเดือน ซิ้มยังมาคุยกับผม เรื่องการรู้สึกว่าหลงไปคิด และหลงไปโกรธอยู่เรื่อยๆทั้งๆ ที่ผมก็ไม่ได้คุยอะไรให้ซิ้มฟังมากมาย และก่อนจะออกจากห้องตรวจครั้งล่าสุด ซิ้มก็เอ่ยกับผมว่า"นี่ถ้าขาดสติมากกว่านี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ชีวิตที่เหลือจะเป็นยังไง" ที่จริง ยาอาจจะมีผลต่ออารมณ์โกรธของซิ้มก็ได้ คือทำให้ซิ้มสงบลงแต่กระดาษขีดความโกรธสำหรับซิ้มแล้ว เป็นเหมือนสติเครื่องกั้นไม่ให้ซิ้มหลงไปทำพฤติกรรมตามความคิดและอารมณ์โกรธ  ซึ่งได้ผลดีพอสมควร

ผมไม่คิดว่าซิ้มจำเป็นต้องฝึกสติเพื่อความพ้นทุกข์หรือเพื่อการบรรลุธรรมแต่อย่างใด แค่ซิ้มมีสติและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพียงเท่านี้ ผมก็คิดว่าสมความปรารถนาของผมและเพียงพอสำหรับซิ้มแล้ว 

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 22 พ.ค. 2007, 22:10 น.
***ไม่มีนางฟ้าในชีวิตแพทย์***

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในประเทศแห่งหนึ่งที่เหนือกาลเวลา 
ที่ซึ่งความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผล คำพูดมีน้ำหนักกว่าความจริง 
เกรียงชัยอยู่เวรประจำห้องฉุกเฉินคืนนี้ 
วันนี้เขาได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลรายงานเคสผู้ป่วยมาด้วยอาการผื่นคันตามตัว 
หน้าบวมเล็กน้อย มีประวัติเคยแพ้ยาเพนนิซิลินมาก่อน 
หลังจากรับโทรศัพท์ 
แพทย์หนุ่มก็เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้วเดินไปที่ห้องฉุกเฉินทันที 

"ป้าเป็นอะไรมาครับ"เกรียงชัยถาม 
"ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆก็มีผื่นขึ้นตามตัวแล้วก็คันๆ" 
ผุ้ป่วยตอบพลางเกาตามแขน เกรียงชัยตรวจดูตามลำตัวและใบหน้า 
ที่ใบหน้าและตามแขนขา มีผื่นสีแดงขึ้นเป็นวงนูนขนาด4-5ซม. 
ที่ตาเริ่มมีลักษณะแดงๆกระจกตาปกติ 
ปากก็ดูแดงเล็กน้อยแต่ไม่มีลักษณะลอกแต่อย่างใด 
ฟังปอดก็ปกติ กดท้อง ทุบที่ชายโครงก็เจ็บเล็กน้อย 
แต่ป้าก็บอกว่าปวดหลังมาหลายวันแล้ว 
"เมื่อก่อนป้าเคยแพ้ยา อาการเป็นยังไงครับ" แพทย์ถาม 
ป้าทำหน้านึกสักครู่ก่อนที่จะตอบ "ตอนนั้นป้ามีไข้อยู่วันนึง 
ก็เลยไปซื้อยาจากร้านขายยามากิน 
หลังจากนั้นก็มีผื่นขึ้นคล้ายๆแบบวันนี้แหละ 
แต่ตอนนั้นขึ้นแค่ที่ปากกับหน้า 
ไม่มีขึ้นที่แขนขากับตัวแบบวันนี้" 
เกรียงชัยจึงให้พยาบาลเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะและวัดไข้ 
ผลที่ออกมา อุณหภูมิร่างกาย 36.9องศาเซลเซียส 
ปัสสาวะ เม็ดเลือดขาว 5-10ตัว เม็ดเลือดแดง 3-5ตัว 
เซลล์เยื่อบุ 2-3ตัว 
ผลเลือด เม็ดเลือดขาว 10000ตัว ชนิดNeutrophil 40% เลือด 40% 
เกร็ดเลือด 180,000ตัว 
"ในสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ป้าได้ไปกินยาอะไรมาหรือเปล่าครับ" 
เกรียงชัยถาม "ไม่ว่าจะยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณนะครับ" 
ป้านึกอีกครั้ง "ไม่นะหมอ ป้าไม่ได้กินยาอะไรเลย ... 
ป้ากินยาครั้งสุดท้ายก็เมื่อปีที่แล้วเป็นยาพาราฯ ... 
หลังจากนั้นมาป้าไม่ได้กินยาอะไรอีกเลย" ป้านึกอีกนิดนึง " 
ยาบำรุงหรืออาหารเสริมป้าก็ไม่ได้กิน" 
"แล้วช่วงนี้มีไม่สบายอะไรหรือเปล่าครับ" เกรียงชัยถาม 
เพราะรู้ว่าการเกิดปฏิกริยาแพ้รุนแรงนั้น มากถึง1ใน3 
เกิดจากการติดเชื้อ 
ไม่ได้เกิดจากการให้ยาเพียงอย่างเดียวอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกัน 

"ป้ามีไม่สบายมีไข้ครั้งสุดท้ายก็ต้นปีก่อนแหละหมอ 
ตอนที่กินพารานั่นแหละ 
ป้าไม่ได้ป่วยได้ไข้ไม่มีผื่นอะไรแบบนี้มาเกือบสองปีแล้ว" 
ป้าตอบอย่างมั่นใจ 

เกรียงชัยครุ่นคิดอย่างหนักใจ 
สิ่งที่เขาต้องระวังมากในตอนนี้คือ ป้าเป็นอะไรกันแน่ 
เพราะการรักษานั้นไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกันเลย 
1. ป้าเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ... 
เพราะมีการตรวจพบเม็ดเลือดขาวในปัสสาวะ 
และป้าก็ไม่มีประวัติการกินยาหรือเรื่องเสี่ยงต่อการเกิดการแพ้ 

แต่ข้อที่ต้องระวังคือ การแพ้ 
ก็ทำให้เกิดเม็ดเลือดในปัสสาวะได้เหมือนกัน 
และในป้าก็ไม่มีไข้และการตรวจเลือดก็ปกติ 
2. ป้าเกิดอาการแพ้ ... เพราะตรวจร่างกายเหมือนแพ้ 
แต่ที่ต้องระวังคือ 
ป้าไม่มีประวัติใดที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแพ้เลย 

ถ้าเป็นแต่ก่อนนี้ เกรียงชัยจะไม่หนักใจเลย 
เพราะว่าสามารถเฝ้าดูอาการได้ 
หากมีอาการหลังจากนอนรพ.ชี้นำไปในทิศใด ภายใน6-12ชม. 
ก็สามารถเริ่มการรักษาได้ แต่ภายหลังจากคดีสะเทือนขวัญคดีนึง 
มีแพทย์ได้มาบอกว่า 
ถ้าแพ้จะต้องให้ยาdexamethasoneทันที...เป็นการฉีกหน้าตำราการแพทย์ทั้งปวง 

เพราะพูดนั้นพูดง่ายว่าแพ้แล้วต้องให้ ... 
แต่การจะแยกว่าแพ้จริงหรือเปล่านั้นทำได้ยากมาก... 
อีกทั้งหลักฐานทางการแพทย์จนถึงปัจจุบันก็ชี้ว่า 
การให้dexamethasoneควรให้เมื่อแน่ใจ ไม่ใช่ให้กราดไปก่อน... 
การให้กราดมีแต่จะทำให้อันตราย ... 
แต่ตอนนี้กระแสสังคมกลับทิศกับความจริงทางวิทยาศาสตร์ไปแล้ว 
ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่ก็ต้องยอมรับ 

ถ้ารักษาการติดเชื้อ ไม่ได้รักษาแพ้ แล้วเป็นอาการแพ้ ... 
ผลที่ได้ อาจจะเกิดการแพ้อย่างหนักได้ 
ถ้ารักษาการแพ้ ไม่ได้รักษาการติดเชื้อ 
แล้วเป็นการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ... ผลที่ได้ 
อาจจะติดเชื้อรุนแรงได้ 
ถ้ารักษาทั้งสองอย่างควบคู่กันไป ก็ยังอันตรายอยู่ดี 
เพราะจะประเมินอะไรไม่ได้เลย บอกไม่ได้ว่าแพ้หรือไม่ 
และก็ไม่แน่ชัดว่าติดเชื้อหรือไม่ 
............ 
........ 
.... 

  หลังจากตรึกตรองอยู่พักหนึ่ง เกรียงชัยจึงให้รักษาแบบเรื่องแพ้ 
เนื่องจากเหตุผลที่ว่า ป้าเคยแพ้มาก่อน สิ่งที่ตรวจพบ 
ไม่มีอะไรที่ชี้ชัดเลยว่าติดเชื้อ... 
ส่วนของปัสสาวะนั้นถึงจะผิดปกติและเกิดจากการมีเชื้อ 
ก็อาจจะเป็นการมีเชื้อโดยที่ไม่ได้ก่อโรคเพราะว่าไม่ได้มีไข้และตรวจเลือดก็ 
ปกติ 
เกรียงชัยจึงให้ฉีดยาDexamethasoneทุก6ชั่วโมง 
และให้สังเกตอาการ 
***ผ่านไป8ชั่วโมง*** 
หลังจากฉีดยาครั้งที่สองไปได้พักใหญ่ๆ 
จู่ๆป้าก็มีอาการหนาวสั่นสะท้าน แล้วก็เป็นลม 
วัดความดันโลหิตไม่ได้ 
แม้แพทย์จะพยายามรักษาอย่างเต็มที่ก็ไม่เป็นผล 
ป้าเสียชีวิตคาเตียงรพ. 
เกรียงศักดิ์ส่งศพชันสูตรท่ามกลางการคัดค้านของญาติๆที่ต้องการให้จ่ายเงินช 
ดเชยและไม่ต้องการให้ส่งผ่าพิสูจน์เพราะเชื่อว่าแพทย์ผิดแน่นอน 
... ผลออกมา 
ป้าเสียชีวิตจากกรวยไตอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง 

วันรุ่งขึ้น รายการทีวีช่องหนึ่ง มีแพทย์มาแสดงความเห็น 
"รายนี้เห็นได้ชัดครับว่าแพทย์ผิดพลาด 
เพราะเราก็เห็นๆอยู่ว่าปัสสาวะผิดปกติตั้งแต่แรก 
อีกทั้งผู้ป่วยอายุมาก 
การที่เม็ดเลือดขาวจะปกติและไม่มีไข้ก็เป็นเรื่องธรรมดา" 
แพทย์คนนั้นกล่าว 
"การให้ยาDexamethasoneจึงถือเป็นความผิดอย่างร้ายแรงที่แก้ตัวไม่ได้ 
ไปสู้ศาลไหนก็ผิดครับ" 

เกรียงชัยเสียใจมาก 
เพราะเรื่องพวกนี้แพทย์ที่ทำงานจริงๆก็รู้ว่าไม่มีอะไร100%ในการตรวจรักษา 
การรักษานั้นก็ทำอย่างระมัดระวัง ที่สำคัญ 
การให้dexaไปแค่6ชั่วโมง 
ยายังไม่ทันออกฤทธิ์ที่จะไปกดภูมิคุ้มกันอย่างที่หมอคนนั้นกล่าวอ้าง 

เกรียงชัยจึงเสียใจ 
เพราะถ้าโดนว่าโดยแพทย์ที่ทำงานจริงเขาจะไม่คิดอะไรมากเลย 
แต่นี่โดนกล่าวหาจากแพทย์ที่ไม่ได้รักษาคนไข้และกล่าวหาหลุดจากความจริง 

..ฉับพลันนั้นเอง นางฟ้าก็มาปรากฎกาย 
"เราเห็นแก่เจ้าที่ทำดีมาตลอด 
จะให้พรเจ้าย้อนเวลาไปแก้ไขเหตุการณ์ได้ 
เจ้าจะกลับไปแก้อะไรล่ะ" นางฟ้ากล่าว 
"ผมขอกลับไปให้ยาปฏิชีวนะครับ จะไม่ให้dexaแล้ว" 
เกรียงชัยร้องอย่างดีใจ สายตาเปี่ยมด้วยความหวัง 
พลันแสงสว่างก็เจิดจ้าไปทั่วห้องของแพทย์หนุ่ม 
เกรียงชัยลืมตามาอีกครั้ง ป้าคนนั้นนอนอยู่ตรงหน้า 
ในมือเกรียงชัยมีใบคำสั่งการรักษาที่ยังไม่ได้เขียนอยู่ 
แพทย์ผู้ได้รับโอกาสครั้งที่สองในชีวิตรีบเขียนสั่งการรักษาให้ยาปฏิชีวนะ 
ให้ยาแก้แพ้แบบฉีดCPM 
และไม่ลืมที่จะเก็บปัสสาวะส่งเพาะเชื้อและเฝ้าระวังอาการแพ้ที่อาจจะเกิดขึ้ 
น ... 
หลังจากเขียนดักไว้ทุกทางแล้วเกรียงชัยก็ลองนึกว่าตนเองหลุดอะไรอีกหรือไม่ 
... เมื่อไม่มีอะไรเพิ่มเติม เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก 

***ผ่านไป8ชั่วโมง*** 
พยาบาลรายงานว่าจู่ๆใบหน้าคนไข้ก็ขึ้นผื่นเต็มไปหมด 
การอักเสบลุกลามไปทั่ว 
ตอนนี้มองอย่างไรก็เหมือนอาการแพ้ที่เรียกว่า "สตีเวนจอห์นสัน" 

เกรียงชัยรีบสั่งการรักษาแบบอาการแพ้ 
ตรวจและบันทึกสภาพดวงตาที่ยังปกติ 
ตรวจดูปากที่ลอกไปทั่วแต่ยังไม่บวม ... 
เมื่อควบคุมทุกอย่างได้ก็ส่งไปรพ.จังหวัดในทันที 
หลังจากนั้นเกรียงชัยก็ได้ข่าวว่าผู้ป่วยรายนี้มีการอักเสบจนตาบอด 
จากนั้นก็เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนทางผิวหนังจนกระทั่งเสียชีวิต 


วันรุ่งขึ้น รายการทีวีช่องหนึ่ง มีแพทย์มาแสดงความเห็น 
"รายนี้เห็นได้ชัดครับว่าแพทย์ผิดพลาด 
เพราะว่ารายนี้แค่มีปัสสาวะผิดปกติอย่างเดียวโดยที่ไม่มีไข้หรือผลเลือดปกติ 
แถมมีการแพ้ในอดีต เราก็ต้องนึกถึงเรื่องการแพ้ซ้ำอีก" 
แพทย์คนนั้นบอก 
"การให้ยาปฏิชีวนะหรือให้แค่ยาแก้แพ้โดยไม่ให้ยาdexamethasoneจึงเป็นข้อผิด พลาดร้ายแรงมากอย่า 
งไม่น่าให้อภัย ไปสู้ศาลไหนก็แพ้หมดตูด" 

ระหว่างที่เกรียงชัยนั่งหมดอาลัยตายอยากนั้นเอง 
นางฟ้าก็มาปรากฎกายอีกครั้ง 
"สวัสดีจ๊ะ คุณหมอ...." นางฟ้าทักทาย 
"เห็นแก่ความดีที่เจ้าสั่งสมมาในอดีต 
เราจะให้โอกาสเจ้าขอพรครั้งสุดท้าย .... 
เจ้าจะขอแก้ไขอดีตอย่างไรดีจ๊ะ" 
เกรียงชัยคิดอย่างเคร่งเครียด จากนั้นก็กล่าวคำขอขึ้น...... 
แล้วแสงสว่างก็บังเกิดขึ้นทั่วทั้งห้อง 

............ 
........ 
.... 

"สวัสดีค่ะคุณหมอ" หญิงสาวทักทายเกรียงชัย 
"จะมาดูเรื่องสิวค่ะ" 
แพทย์หนุ่มเพ่งพิศก่อนจะบอกแก่หญิงสาว "เป็นสิวน่ะครับ 
เดี๋ยวผมจัดยาให้นะครับ" 
ว่าแล้วก็บันทึกลงไปในสมุดจด ผู้ป่วยเป็นสิวชนิด 1A 
ใช้ยาชุด#12 และเข้าทรีทเมนท์แบบ#2 
............................ขณะบันทึก 
เกรียงชัยก็นั่งคิดว่าตนเองมาถูกทางไหม 
ที่เลือกว่าเมื่อเรียนจบก็จ่ายเงินไปเลยโดยไม่ทำงานชดใช้ทุนสามปี......... 
แต่อย่าคิดมากน่า มาถูกทางแล้ว เชื่อเถอะ 

และแล้ว นายแพทย์ก็ใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขตลอดไป 





-----------
จริงๆคงไม่มีอะไรหรอก .... แค่Fwd ธรรมดา แต่รู้สึกดีเพราะเป็นคนเขียนเองแล้วเอาไปปล่อยในPantip.com / Lumpini กับที่ Thaiclinic
ไม่นึกว่าจะได้รับเป็น Fwd Mailกลับมาหาตัว  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 22 พ.ค. 2007, 22:15 น.


:22: ชอบครับ

สะท้อนสังคมดี  :45: :45: :45:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 22 พ.ค. 2007, 23:35 น.
 :44: อ่านแล้วหดหู่นะคะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 02:08 น.
เป็นหมอรักษาโรคผิวหนังนี่ท่าทางจะเงินดีนะคะ
ดาไปจ่ายส่วยปีตั้งหลายตังค์  :05:


เป็นกำลังใจให้หมอแมวทำงานต่อไปนะคะ  สู้ๆ  :12:

มีกระทู้รีรันที่พันทิปแล้วด้วยแฮะ
http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L5396923/L5396923.html
(หรือว่าหมอแมวโพสเองหว่า อย่างหลังนี่หน้าแตกเลยนะ :42:)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: TangMo เมื่อ 23 พ.ค. 2007, 14:52 น.
มาแปะ   :33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เง็ก เจสสิก้า อาม่า เมื่อ 24 พ.ค. 2007, 14:23 น.
อ่านไปรอบนึง  ว่าจะอ่านอีกรอบให้รู้ว่าตกลงป้าเป็นอะไรแน่ ....  แต่ก็ไม่เอาดีกว่า


ตกลงป้าป่วยเป็นอะไรคะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 09 มิ.ย. 2007, 00:28 น.
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N5461921/N5461921.html

เพื่อนแนะนำให้ฉันไปทำ......"เสน่ห์ยาแฝด".......

ฉันกับแฟนคบกันมา 4 ปี มีโครงการจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้ แต่แล้วจู่ ๆ เค้าก็มาบอกว่า "เราเลิกกัน" "เค้าไม่ได้รักฉันแล้ว ตอนนี้เค้าพบคนใหม่ ตลอดเวลาเค้าหลอกฉันมาตลอดว่ารัก เค้าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่สิ้นปีนี้"

ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อจะฉุดรั้งเค้ากลับมา ฉันถามว่าฉันผิดตรงไหน ไม่ดีตรงไหน ฉันจะปรับปรุงตัวใหม่ เค้าต้องการอะไรฉันทำให้ได้ทุกอย่างและยอมทุกอย่าง ขอเพียงแค่ "กลับมาเหมือนเดิม" แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือความเฉยชา,หงุดหงิด,รำคาญ ทำอะไรก็ผิดไปหมด

"เพื่อน" แนะนำฉันให้ "ไปทำเสน่ห์" ปกติฉันเป็นคนที่กลัวเรื่องพวกนี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยว ไม่อยากเข้าใกล้ แต่....ณ จุดจุดนี้ ไม่ได้แล้ว ความรักบังตาฉันยอมทุกอย่าง ขอเพียงได้เค้ากลับคืน อะไรก็ได้สำหรับฉัน ณ ตอนนี้

"ปู่ฤาษี" คือผู้ที่เพื่อนฉันพาไปหา เพื่อนบอกว่า "ท่านเก่ง ญาติของเพื่อน สามีหนีไปอยู่กับเมียน้อยท่านก็เป็นคนเรียกกลับมา ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งหลงภรรยา ไม่ไปมีใหม่อีกเลย"

บ้านปูนชั้นเดียว มีลานจอดรถที่พอจอดรถยนต์ได้ประมาณ 10 คัน วันแรกที่ฉันไปมีรถยนต์จอดอยู่ 3 คัน มองเข้าไปในบ้านมีคนนั่งจนล้นออกมาข้างนอกมีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะ เพื่อนพาฉันเข้าไป ภาพที่ฉันเห็น "ชายหนุ่มอายุน่าจะประมาณ 28 – 29 ปี ผมยาวมีลายสักเต็มตัว นัยต์ตาหวานเยิ้ม มือคีบบุหรี่พูดไป ยิ้มไป ปล่อยมุกสนุกสนาน ทำให้ผู้ที่เข้ามาหาหัวเราะเป็นระยะ ๆ นุ่งชุดลายเสือ ดูดีมีเสน่ห์ " คนนี้เรอะที่เพื่อนบอกว่าเป็นปู่ฤาษี ทำไมยังหนุ่ม แต่ ณ วินาทีนั้นความรักบังตาไม่ได้คิดอะไร เพื่อนบอกว่าดี ฉันก็เชื่อโดยที่ไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์ในวันข้างหน้าเลย

เราสองคนนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง คนที่เข้ามาล็อคแรกก็ออกไป ถึงคิวของฉัน เพื่อนแต่งขันธ์ห้า (ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่) พร้อมเงิน 100 บาท ให้ฉันเขียนชื่อ-นามสกุล พร้อมที่อยู่ ของฉันและของแฟน ยื่นให้ปู่ฤาษี
".........(เอ่ยชื่อฉัน) ดวงไม่ดี จะถูกแย่งของรัก ....... (เอ่ยชื่อแฟน) คนนี้เป็นแฟนใช่มั๊ย"
ฉันตอบ "ใช่ค่ะ" มีอะไรจะถาม"ท่านถามฉัน
......เงียบ ......ฉันก็ไม่รู้จะถามอะไร
เพื่อนหันมาสะกิด "ตอบไปซิ"
ก็ไม่รู้จะตอบอะไร..........
ท่านนั่งหลับตาสวดคาถาประมาณ 5-10 คำ แล้วหันมาถาม " รักเค้ามาก ตอนนี้ใจเศร้าหมอง มีแต่คิดจะฆ่าตัวตาย .........อยากได้เค้ากลับมามั๊ย" ท่านหันมาถาม
"อยากได้ค่ะ" ฉันตอบ
"ถ้าอยากได้คืน จะช่วย แต่จะต้องจ้างน่ะ มีเงินเท่าไหร่"
"สองพันค่ะ"
ท่านหลับตาสักพัก "ไม่ใช่หรอก ในกระเป๋าตังค์มีเงิน ห้าพันบาท ในสมุดบัญชีมีเงินอีก 3 หมื่น"
ฉันตกใจ ท่านรู้ได้อย่างไง
"ถ้าอยากได้คืน ปู่คิดค่าจ้าง 3 หมื่น"
"ตกลงค่ะ" ฉันตอบตกลง
"จะบ้าเหรอ.....3 หมื่นน่ะแก ไม่คิดก่อนหรือไง" เพื่อนฉันตกใจรีบหันมาถามฉัน
แต่สำหรับฉันตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการได้แฟนกลับคืนมา
ปู่ฤาษี มองหน้ายิ้ม ๆ "ให้ไปเอา..................................." ท่านสั่งให้ฉันนำสิ่งของมาเข้าพิธี
.............................................
รุ่งขึ้น เดินทางไปหาปู่ฤาษี ไปถึงก็มีคนมารอท่านเต็มอาศรมไปหมด
รายแรก....มากันประมาณ 5-6 คน แต่งขันธ์ 5 จานเดียวใส่เงิน 100 บาท แต่มีรายชื่อในกระดาษประมาณ 10 ชื่อได้ ท่านรับขันธ์ 5 ไป หลับตาสวดมนต์ ดูให้ทีละคน การทำนายของท่านแม่นเหมือนตาเห็น ท่านจะทักเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยก่อนว่า เป็นลักษณะไหนอยู่ตรงไหนมีอะไรเป็นจุดเด่น (มาทราบภายหลังว่าท่านไม่ได้ดูจากวันเดือนปีเกิด แต่จะส่งจิตไปยังบ้านที่เราอาศัยอยู่เพื่อไปตรวจสอบยังสถานที่ ท่านจึงต้องถามว่าสถานที่ที่ท่านไปถูกต้องหรือไม่) ท่านจะทักแต่ละคนตามรายชื่อที่เขียนไป จนกระทั่งไปสะดุดที่ชื่อของลูกสาวของคนที่มาดู "มันหนีออกจากบ้านไปใช่มั๊ย" (จริง ๆ แล้วท่านจะพูดเป็นภาษาอีสาน แต่ว่าฉันแปลเป็นภาษาภาคกลางให้เพื่อจะได้เข้าใจ)
"ใช่จ๊ะ" คนเป็นแม่พูด น้ำตาเริ่มไหล
ท่านหลับตาสวดมนต์สัก 5-10 คำ " มันหนีไปกับผู้ชายตอนนี้มันอยู่ กาฬสินธ์ อยู่บ้านเค้า"
"ปู่ช่วยหน่อย ตามมันกลับมาให้หน่อย" แม่พูดไปพร้อมเช็คน้ำตา ฉันเองก็พาลจะน้ำตาไหลตามไปด้วย
ท่านสวดมนต์สักพัก "เออ....ปู่จะช่วย วันจันทร์มันจะกลับมา พอมันมาแล้วให้พามันมาหาปู่........" ท่านพูดปลอบใจเขาสักพักแล้วก็เริ่มสอนให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตของมนุษย์เป็นคำสอนตามแบบของศาสนา จนพ่อแม่ของน้องผู้หญิงผ่อนคลายหายเศร้าท่านจึงให้กลับ

รายที่ สอง เป็นชาวบ้านมาประมาณ 4-5 คน รายนี้ภรรยาหนีตามชู้ไป ทิ้งสามีกับลูกสองคน สามีเค้ารักภรรยามาก อยากได้ภรรยาคืน ฤาษีท่านดูไปแล้วทักว่า ภรรยาของแกหนีตามผู้ชายข้างบ้านไป ผู้ชายคนนั้นก็มีภรรยาแล้วใส่เสน่ห์ภรรยาของแกด้วย พอท่านพูดถึงตรงนี้ ผู้หญิงที่มาด้วยบอกว่าเป็นสามีของแกเอง ปู่จึงหันมาถามว่าจะเอาคืนด้วยหรือ ฝ่ายหญิงตอบว่าไม่เอา ปู่จึงหันไปถาม ฝ่ายชายว่าจะเอาคืนจริง ๆ หรือ ไม่รังเกียจเค้าหรือที่เค้าทำแบบนี้ โกรธเค้าไหม เกียจเค้ามั๊ย ซึ่งฝ่ายชายก็ยืนยันคำเดียวว่าจะเอาคืน ท่านถามซ้ำ 3 ครั้ง ฝ่ายชายก็ยังยืนยันคำเดิม ท่านรับปากว่าจะช่วยแล้วให้บูชาของสิ่งหนึ่งไป เรียกเก็บเงิน 500 บาท

ฉันเริ่มสงสัย เอ...ทำไมของฉัน 3 หมื่น ส่วนของคนนี้แค่ 500 บาท แต่ก็ยังไม่ได้ถามตอนนั้น

รายที่ 3 เป็นคุณยาย พาหลานสาวมากราบท่าน บอกว่าเป็นคนนี้ที่หนีออกจากบ้านแล้วให้ท่านตามมาให้ กลับมาแล้วตามที่ท่านบอก ท่านเรียกน้องผู้หญิง (อายุประมาณ 16-17 ปี) เข้ามานั่งต่อหน้าท่านแล้วเริ่มสอน ซึ่งคำสอนของท่านฉันฟังแล้วน้ำตาแทบไหล.....
"เห็นหน้ายายมั๊ย แกเสียใจขนาดไหน เค้าเลี้ยงเรามากี่ปี แต่ผู้ชายอีกคนพึ่งเจอกันไม่เท่าไหร่ ทำไมถึงทุ่มเททุกอย่างให้เค้าได้ขนาดนั้น ยายเค้าเสียใจขนาดไหนเห็นมั๊ย (คุณยายเริ่มเช็ดน้ำตา) ที่ปู่ช่วยไม่ได้อยากช่วยเราน่ะ ปู่สงสารยายของเราถึงได้ช่วยเรียกกลับมา............................" ท่านสอนอยู่นานพอควร

เกือบบ่าย 2 ถึงคิวฉันซะที ท่านหันมายิ้ม "เดี๋ยวจะทำน้ำมนต์ให้อาบ"
ท่านให้ฉันอาบน้ำมนต์โดยท่านเป็นผู้ปลุกเสก จะมีผู้ชายอีกคนเป็นคนอาบให้ ในระหว่างที่อาบเค้าก็จะสวดคาถาไปด้วย .....หลังจากอาบน้ำมนต์เสร็จ ท่านก็ให้นำของที่เตรียมมาให้ ทำพิธีอยู่ประมาณ 10 นาที หลังเสร็จพิธีท่านผูกแขนให้ฉันแล้วสั่งให้ฉันปฏิบัติตามคำสั่ง
1. ทุกวันตอนเย็น ให้ฉันเดิน 999 ก้าว โดยให้นับทีละก้าวห้ามนับผิด หากนับผิดหรือไม่แน่ใจให้เริ่มนับใหม่
2. ก่อนนอนให้สวดมนต์ 99 จบ
3. ให้คุยกับ คุณพ่อหรือคุณแม่ทุกวัน เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังให้หมด ห้ามปิดบังและโกหก
4. ไม่ให้รับรู้หรือพูดคุยกับแฟนโดยเด็จขาด ภายใน 15 วัน หากผิดคำสัญญาจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จนกว่าจะครบ 15 วัน
ท่านให้ฉันปฏิบัติอยู่ 15 วันแล้วให้กลับมาหาท่านใหม่ ซึ่งท่านสัญญาว่าภายใน 15 วัน หากฉันทำได้ตามคำสั่งแฟนของฉันจะกลับมาหาฉันแน่นอน

ฉันรับปาก และเริ่มปฏิบัติตามที่ท่านสั่งไว้......เวลาเริ่มผ่านไปจากวันที่หนึ่ง เป็นวันที่สอง วันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า.......วันที่สิบห้า
วันที่ 15 ครบจำนวนวันที่ท่านสัญญาไว้ ฉันเดินทางไปหาท่านแต่เช้า.......
"เป็นไง.....รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า" ท่านถาม
"ค่ะ สบายใจขึ้น มากแล้วค่ะ"
"รักเค้ามากเลยหรือ" ท่านถาม
"ค่ะ"
"ได้โทรหาแม่ทุกวันหรือเปล่า"
"โทรค่ะ"
"แม่ว่าไง เค้าเสียใจมั๊ย"
"แม่ไม่ว่าอะไรค่ะ ท่านจะคอยปลอบใจ แล้วท่านก็เสียใจมากค่ะ"
"แม่เสียใจ แล้วเราเสียใจมั๊ย"
.....ฉันเงียบ เริ่มคิด "เสียใจค่ะ"
"ตอนเราร้องไห้ แม่เค้าว่าไง"
"......แม่เค้าก็ร้องไห้ค่ะ...."
"รักแม่มั๊ย"
"รักค่ะ"
"ใครทำให้เราเสียใจ ใครทำให้เราเป็นแบบนี้ ผู้ชายคนนั้นใช่มั๊ย"
.......ฉันนั่งนิ่ง น้ำตาเริ่มไหล.......
"ทำงานมาเคยให้เงินแม่บ้างมั๊ย....เวลาไปตลาดเห็นกับข้าวเคยจำได้มั๊ยว่าแม่ชอบกินอะไร จำได้หรือเปล่าว่าตัวเราชอบกินอะไร...............ทุกวันนี้กับข้าวที่ซื้อมากินเป็นที่เราชอบหรือเป็นที่ผู้ชายคนนั้นชอบ........ทำไมต้องให้เค้ามามีอิธิพลอยู่เหนือตัวเองขนาดนั้น เค้าทิ้งเราไปเพราะอะไร.......ตอบได้มั๊ย"
".......เค้าไปมีคนใหม่ค่ะ"
"ทำไมเค้าไปมีคนใหม่"
"......ไม่ทราบค่ะ" ฉันตอบไปพลางเช็คน้ำตา
"เพราะสันดาน......เข้าใจคำว่าสันดานมั๊ย คนดี จะคิดดี ทำดี พูดดี คนไม่ดี ความคิดมันก็เลวไปด้วย อยากจะทุกข์ทรมารอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิต ก็จะเอามันคืนให้ แต่ถ้าอยากจะมีความสุข ไม่อยากให้แม่เสียใจ มีชีวิตที่ดี เจอคนดี ๆ ก็เลิกกับมันซะ ปู่ไม่เคยเห็นใครตายเพราะอกหัก แต่ที่คนมันตายก็เพราะมันสิ้นคิด เพราะแพ้ใจตัวเอง ใจอ่อนแอ ถ้าไม่คิดไม่นำจิตไปวางไว้กับมัน มันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง บังคับตัวบังคับกายมันทำได้ แต่การบังคับใจถ้าไม่แกร่งจริงมันก็ยาก แต่ใจมันเป็นของเราถ้าเรายอมแพ้มัน เราก็จะแพ้ไปตลอดชีวิต ถ้าเราเคยเอาชนะมันได้บังคับมันได้ เราก็จะไม่มีทุกข์ ไม่มีใครช่วยเราได้หรอกหมอที่ไหนก็รักษาให้ไม่ได้ มีแต่ตัวเรากับเวลาเท่านั้นที่ช่วยตัวเราได้......สิบห้าวันผ่านมาเป็นไงบ้าง"
"ไม่ได้คิดอะไร ก็รู้สึกดีค่ะ"
"ทำต่อไปน่ะ ตัดใจซะ มันทำไม่ได้ทันทีหรอกแต่มันจะค่อย ๆ ดีขึ้น คิดถึงแม่ไว้ให้มาก ๆ ไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้เค้าฟัง ให้มีสติ อย่าไปจดจ่ออยู่กับมัน 15 วันผ่านมาไม่มีเค้าเราก็อยู่ได้ ไม่เห็นจะตายไม่ใช่หรือ ตัดใจซะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น อย่าไปใส่ใจกับมัน คนมันไม่ดีก็ปล่อยมันไปตามวิถีชีวิตของมัน........"
ปู่ฤาษี หันไปหยิบของในย่าม เป็นเงิน 3 หมื่นบาท ยื่นคืนให้ฉัน
"เงิน 3 หมื่น ปู่ไม่เอาหรอก ให้เอาไปเก็บไว้ 2 หมื่น เอาให้แม่ 5 พัน อีก 5 พัน ไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง แต่งตัวใหม่ให้ดูดีกว่านี้" พูดจบแกก็หัวเราะ
"จำคำปู่ไว้ อย่าเชื่อใจคน อย่ามองเพียงแค่ภายนอก แล้วอย่าไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก ทุกคนมีเสน่ห์อยู่ในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่เสน่ห์ที่เรามีจะถูกใจใครเท่านั้น พวกนุ่งผ้าเหลือง ผ้าขาว บางคนสักแต่เอาผ้ามาห่ม แต่ใจมันไม่ใช่คน เราเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้ดี ถ้าเจอคนดีก็ดีไป ถ้าเจอพวกไม่ดีเราจะเสียทั้งตัว เสียทั้งเงิน เสียทั้งใจ จะไปโทษใครบอกใครก็ไม่ได้ เราโง่เอง ...หยุด...ห้ามไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก จำคำปู่ไว้ให้ขึ้นใจ วันนี้แฟนเราจะมาหา ก็ตัดสินใจเอาก็แล้วกัน"
........................................
ฉันกลับที่พัก เริ่มนั่งคิดทบทวน เรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา ความเจ็บปวดที่เคยมี ทุกครั้งฉันแทบจะทนไม่ได้ถ้าคิดถึงเค้า แต่ตอนนี้ทำไมความเจ็บปวดมันลดลง เริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆที่ผ่านมา จิตใจที่เคยอ่อนแอ มันเริ่มแข็งแรงตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่รู้ น้ำตาที่เคยไหลไม่หยุดหากเมื่อไหร่ที่คิดถึงเค้า ทำไมมันหายไปไหน คำสอนของปู่ก้องอยู่ในสองหู ฉันตัดสินใจ.....จากนี้ต่อไปฉันต้องเข้มแข็ง

...........เสียงเคาะประตูหน้าห้อง.....
"ใครค่ะ" ฉันถาม
"เราเอง" เหมือนที่ปู่บอกไว้ไม่ผิด เค้ามาจริง ๆ ใจที่เคยเด็จเดี่ยวเมื่อครู่หายไปไหนหมด หัวใจเต้นแรง ใจเริ่มอ่อน เริ่มหวั่นไหว........
"มีธุระอะไร" ฉันไม่ยอมเปิดประตู
".....เราคิดถึง.....เปิดประตูให้เราหน่อย"
.......ฉันเริ่มสับสน น้ำตาเริ่มไหล จะทำไงดี...คิดถึงคำพูดของปู่ฤาษี คิดถึงหน้าแม่.......
"กลับไปก่อนน่ะ วันนี้เรายังไม่อยากคุย ตอนนี้เราอยู่กับแม่ กลับไปเถอะ" ฉันโกหกเพราะรู้ว่าตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอ หากเจอเค้าวันนี้ฉันต้องใจอ่อนแน่นอน
........................................................
ทุกวันนี้ฉันฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน ปู่ฤาษีคัมภีร์ แสนวัง ผู้ให้ชีวิตใหม่แก่ฉัน ถ้าไม่มีท่านฉันก็ไม่รู้ว่าชีวิตของฉันจะต้องพบเจออะไร อาจจะเจอสิ่งที่เลวร้าย เจอพวกซาตานในคราบนักบุญ ต้องเสียทั้งตัว เสียทั้งใจ จึงอยากจะขอเตือนเพื่อน ๆ ที่คิดจะไปทำเสน่ห์ ให้ไตร่ตรองให้ดี ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีเหมือนฉันเสมอไปน่ะค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 09 มิ.ย. 2007, 09:31 น.
อื๋อออ !!!???!!!???
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 09 มิ.ย. 2007, 11:11 น.
สุดยอดดดด

ที่ไหนเนี่ย :25: :25:
น่าศรัทธามากๆเลย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Okudakung เมื่อ 11 มิ.ย. 2007, 17:45 น.
หายไปนานเลยเอาานี่มาแปะให้ จากเว็บเด็กดี

เบื้องหลัง เกมโชว์ ทศกัณฑ์ วันที่ 5-6 ก.พ. 50 ลวงโลกจิงๆ
โดนปล้นแชมป์ เจอเข้าไปจังๆ !!!

หลังจากที่เคยโพสท์แฉเรื่องสามสาวทีม เด็กสร้างบ้าน" ไปแล้ว เมื่อคราวทศกัณฑ์ยกทัพ มาคราวนี้ทศกัณฑ์จำแลงทำฉาวอีกแล้วครับ

ถ้าท่านพี่น้องยังจำเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการเตี๊ยมและหลอกลวงคนดูของบริษัทworkpoint รายการเกมส์ทศกัณฑ์ได้ ซึ่งในครั้งนั้นมันเริ่มจากเพียงคนๆหนึ่งไปโพสท์ในอินเตอร์เน็ทเพื่อแฉเรื่องราวที่คนวงนอกไม่รู้ และจะไม่มีวันรู้เลย

หากไม่มีคนวงในInsider) ออกมาเปิดเผย เพราะทีมงาน รวมถึงตัวเจ้าของบริษัทเองนั้นเรียกได้ว่า หน้าด้านเหลือหลาย ไร้ซึ่งความละอายคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ในคราวที่ปั้น 3 สาว ทีมเด็กสร้างบ้านเป็นดาราในสังกัดของ workpoint เองนั้นก็กะให้เป็นแชมป์ 200 สมัย

แต่มีอยู่เทปหนึ่ง ที่เตี๊ยมพลาดเนื่องจากคนเราอยู่บนเวทีมานาน สมองก็ย่อมล้ากันบ้าง

อย่างไรก็ตามที่เลวร้ายที่สุดคือ เมื่อคุณเธอตอบผิดแล้ว ทีมงานใช้แผน "เทปถูกกลืน"โดยอ้างว่าเทปถูกกลืน จึงต้องอัดรายการใหม่อีกครั้งเพื่อให้ทีมสามสาวกลับมาเอาชนะอีกครั้ง

ในครั้งนั้นผมอยู่ในห้องส่งด้วยรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมอย่างมากและคนภายนอกก็ไม่มีวันได้ทราบเรื่องเหล่านี้เลย

พอเปลี่ยนรูปแบบรายการแล้วมันยังกล้าทำอีก ทั้งๆที่คนทั่วประเทศก็รู้แผนของมันหมดแล้ว!!ไปหาอ่านย้อนหลังกันเอาเองนะครับ ตามเว็บบอร์ดต่างๆ ว่ารายการ workpointมันมีวิธีโกงอย่างไร ตั้งแต่การเตรียมคำตอบ ไปจนถึงการกดสัญญาณไฟ

ครั้งนี้มันกะปั้นหนุ่มเจ้าของผับ ย่านอาร์ซีเอคนนี้ เป็นพระเอกในสังกัดมันต่อไปเพราะเห็นว่าเคยเป็นพระเอกมิวสิคมาก่อน เหมือนกับที่มันปั้นสามสาวทีมเด็กสร้างบ้านเป็นดารา เหมือนกับที่มันปั้นน้องเดียว"แล้วให้ออกพ๊อกเก๊ตบุ๊คส์ และเพื่อดึงเรตติ้งรายการมันซึ่งเป็นแผนที่มันวางไว้มาตั้งแต่เปิดรายการใหม่ๆแล้วอันที่จริง รายการของworkpoint

ทุกรายการก็มีการหลอกลวงคนดูทั้งนั้น ต่างกันตรงที่เกมส์ทศกัณฑ์มันทำร้ายจิตใจคนดูและเป็นการอยุติธรรมมากกว่ารายการอื่น

เช่น รายการแฟนพันธุ์แท้ ที่มันจะให้ผู้เข้าแข่งขันตั้งคำถามเองแล้วมันก็จะเอามาดูว่าใครตอบข้อไหนได้หรือไม่ได้เพื่อที่จะเอามาควบคุมผลการแข่งขันได้อย่างที่ต้องการ

ส่วนการกดไฟเพื่อตอบก่อนในรายการนั้น ก็หลอกลวงเพราะมันให้ทีมงานควบคุมเอาไว้แล้วว่าจะให้ไฟติดที่ใคร แล้วคนอื่นๆจะแข่งไปเพื่ออะไรล่ะครับ คุณเคยมั้ยครับ พยายามแทบตายมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างหนัก เพื่อที่จะไปแข่งขันอะไรก็ตามเหมือนผู้เข้าแข่งขันในรายการที่ ตรากตรำค้นคว้าหาข้อมูลอย่างเต็มที่โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองถูกกำหนดมาให้แพ้ตั้งแต่แรกแล้ว! อนิจจาผู้เข้าแข่งขันเป็นร้อยเป็นพันคน ที่ถูก "ถีบ" ตกรอบไปโดยที่ไม่รู้เบื้องหลังความชั่วร้ายของรายการมันเลย

คำถามประวัติศาสตร์ก็คือคำใบ้ว่า "หูหนวก" ซึ่งมีคำตอบให้เลือก 3 ข้อ คือ
1. หน้าบน- วินเซ้นต์ แวน โก๊ะ
2. หน้ากลาง บีโธเฟ่น
3. หน้าล่าง- อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ เชื่อมั้ยครับ

ขณะที่กำลังแข่งขันอยู่ ตอนที่แชมป์กำลังจะตอบหน้าเจ้าปัญหานั้นเปลือกตาซ้ายของผมกระตุกอย่างแรงเป็นเวลานาน (กระตุกจริงครับ>> > >ไม่ได้เปรียบเทียบ ผมเชื่อลางบอกเหตุก็คราวนี้แหละ)

แล้วแชมป์ก็ตอบว่า วินเซ้นต์ แวน โก๊ะ" ซึ่งเป็นคำตอบที่ผิด โดยแชมป์ให้เหตุผลว่า แวนโก๊ะนั้นตัดหูตัวเอง และ บีโธเฟ่น เป็นนักประพันธ์เพลง ไม่น่าที่จะหูหนวก อย่างไรก็ตาม คำตอบที่ถูกต้อง คือ "บีโธเฟ่น" เพราะบีโธเฟ่นนั้นเป็นโรคหูหนวกแต่ก็สามารถประพันธ์เพลงได้ ถึงได้เรียกว่าเป็นอัจฉริยะไงล่ะครับ

ถึงตรงนี้ ผมยิ้มกริ่มแล้วครับ เพราะผมรู้ว่าแชมป์ตอบผิด เตรียมตัวกระโดดดีใจเต็มที่เลย และแล้วลางสังหรณ์ของผมก็เป็นจริง

ไฟตก!! ท่านผู้อ่านครับ โอกาสที่ไฟจะตกระหว่างอัดรายการนั้น แทบไม่มีทางเป็นไปได้ !! ครั้งนี้ทีมงานเล่นแผนคล้ายๆกับตอนที่ช่วยโกงสามสาวเด็กข้างบ้านให้ชนะอย่างหน้าด้านๆ ถึงตอนนี้ทีมงานทุกคน รวมถึงตัวแชมป์และปัญญาเองนั้น ต่างก็เล่นละคร ให้ผมและคนดูในห้องส่งเห็น ดังนี้

ปัญญา - " ...แหม อยู่ดีๆไฟก็ดันตกซะได้ งั้นผมปิดหน้าจอของผมก่อนแล้วกัน...เด๋วเทปก็กลืนเหมือนตอนทีมสามสาวหรอก"
อ้วนดำ ทีมงาน1 - "...พี่ขอโทษนะครับ ไฟมันตก...">> > >(แล้วมันก็แกล้งวิ่งไปวิ่งมา 555)
ปัญญา - ผมปิดหน้าจอของผมก่อนแล้วกัน...." (มันย้ำอยู่นั่นล่ะ)

มาถึงตอนนี้แชมป์หันมายิ้มแหยๆ กับผม แล้วกระซิบว่าเมื่อกี้เค้าตอบมั่ว ใช่ครับ!!ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละ

เค้าตอบมั่วจริงๆ และยังไม่รู้ตัวว่าตอบผิดด้วยและผมก็ยังคงหลอกตัวเอง มีความหวังอยู่ เนื่องจากหน้าจอของผมมันยังไม่ดับดังนั้นก็หวังว่า รายการคงไม่เปลี่ยนคำถามใหม่
ผมแดงและผู้หญิงทีมงาน2และ3 --พี่คะ...ขอเช็คไมค์ของพี่หน่อยนะคะ....." (แล้วก็ทำเป็นมาขยับๆ wirelessผม)
ฟูทีมงาน4 - (เดินเข้าไปซุบซิบๆกับแชมป์) ใ

ช่แล้วครับ!! มันแกล้งให้ทีมงาน 2 คนมาเบี่ยงเบนความสนใจผม แล้วก็ให้ทีมงานอีกคนหนึ่งไปซุบซิบเตี๊ยมกับแชมป์ และแล้ว..........>

หลังจากที่มันเล่นละครกันอยู่ครู่หนึ่ง มันก็ "สั่ง" ให้ไฟมา แล้วทีมงานมันก็มากระซิบกับปัญญา

โดยแกล้งให้ผมได้ยินด้วยว่า ต้องให้แชมป์ตอบใหม่ แล้วก็อัดรายการใหม่!!!??ทำไมคุณต้องอัดรายการใหม่ทั้งๆที่ แชมป์ตอบไปแล้ว!!?

และถึงแม้ว่าจะให้ตอบใหม่ ถ้าแชมป์บอกว่าตอบมั่ว ทำไมถึงมาเปลี่ยนคำตอบทีหลัง!?? อันที่จริงนั้นผมยังสงสัยและลุ้นระทึกอยู่เลยว่า ทีมงานจะเอายังไงตอนที่แชมป์ตอบออกมาผิดเพราะผมก็รู้ว่ามันผิดและเตรียมกระโดดดีใจเต็มที่แล้ว แต่ปัญญามันก็พยายามถามย้ำให้แชมป์รู้ตัว
แต่แชมป์ก็ไม่รู้ตัวจนผมได้ภาวนาหวังว่าครั้งนี้รายการมันคงเล่นแบบขาวสะอาดแต่ก็เหมือนหลอกตัวเองนั่นแหละครับเพราะท้ายที่สุดแล้ว มันก็โกงเหมือนที่ผมคิดเอาไว้และกลัวว่ามันจะเกิดกับผมเองจริงๆเ นื่องจากตอนที่มันปั้นสามสาวทีมเด็กสร้างบ้านให้ชนะแบบหน้าด้านๆนั้นมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนอื่น ถึงผมจะดูแคลนรายการมันมากในตอนนั้นแต่ก็ไม่เจ็บใจเท่าครั้งนี้ เพราะครั้งนี้ มันดันเกิดขึ้นกับผมเองเต็มๆ เจอเข้าไปจังๆ !!!

>>เหลือเชื่อ.....ใช่ครับ....ผมเองก็คิดว่ามันเหลือเชื่อ ระหว่างนี้จนถึงช่วงจบรายการ ผมอยากจะเดินลงมาจากเวทีเฉยๆกลางคันเลยด้วยซ้ำ แต่ผมก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ผมไม่อาจควบคุมสีหน้าแสดงความรังเกียจและไม่พอใจได้ อย่างน้อยผมก็แสดงสีหน้าให้ทีมงานทุกคนรู้ จนกระทั่งเดินลงจากเวที หากคุณได้ดูวันออกอากาศ จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจากที่ผมท่าทางคึกคักๆกลายมาเป็นเคร่งเครียดหงุดหงิด จากหน้ามือเป็นหลังมือ

แล้วพอมาถึงคิวผมตอบบ้างคราวนี้คำถามใบ้ว่า
"ป้าลงที่ดอนเมือง" มีคำตอบให้เลือก 3>> >ข้อดังนี้
1หน้าบน- น้องแม๊ค (ลูกแหม่ม)
2 .หน้ากลาง- น้อง(จำไม่ได้)
3.หน้าล่าง- น้องอชิ (ลูกโบ-ชญาดา) อั นที่จริง

ผมรู้คำตอบข้อนี้ ว่าตอบน้องอชิเนื่องจากคุณแบม จณิสตา ซึ่งเป็นป้าของน้องอชินั้น ลงสมัครสส.เขตดอนเมือง ใช่ครับ ถึงแม้ตอนนั้น ผมจะนึกคำตอบออก ผมก็จะแกล้งตอบผิดอยู่ดี อย่างไรก็ตามตอนนั้นผมโมโหมากจนสมองมันด้านชาไปหมด ก็เลยนึกคำตอบไม่ออกเลยตอบส่งๆไปว่าหน้ากลาง เพราะผมไม่อยากเล่นต่ออีกแล้วเหมือนที่เพื่อนผมคนหนึ่งบอกหลังจบรายการว่า"...ไม่รู้จะเล่นไปทำxxxอะไรแล้วโกงกันแบบนี้ ช้าหรือเร็ว เราก็ต้องแพ้อยู่ดี..."

และตอนที่ผมลงมาแล้วคนดูในห้องส่งก็โห่ไล่แชมป์กันใหญ่ จนทีมงานต้องบอกให้เงียบๆและประชุมปรึกษากันเป็นการใหญ่ รวมถึงเรียกผมไปคุยเป็นการส่วนตัว คิดดูสิครับปัญญาเดินลงมาจากเวทีทั้งๆกำลังจะอัดรายการต่ออยู่ ต้องสั่งคัท เพื่อจะเดินมาขอคุยกับผมโดยตรง ร้อนตัวชัดๆ!!! 555
ทั้งๆที่ผมเองไม่ได้เรียกร้องอะไรเลยนะ ก็กำลังจะกลับบ้านอยู่แล้วคิดว่าเดี๋ยวค่อยไปประจานมันทีหลัง มันกลับร้อนตัวนั่งไม่ติดเองต้องลุกเดินมาคุยกับผมต่อหน้าผู้ชมและทีมงานทุกคนในห้องส่ง แล้วทีมงานมันก็เดินมามุงกันว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมปัญญาถึงขนาดต้องเดินลงมากลางรายการอย่างนั้นและนี่คือบทสนทนาที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

ปัญญา - คืองี้นะ...ผมอยากจะขอทำความเข้าใจหน่อย....คือเมื่อกี้นี้...มัน..."
หน้าจืด ทีมงาน - "...มันเป็นอุบัติเหตุครับ..."(แล้วมันก็แกล้งทำหน้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง)

มาถึงตอนนี้ ผมตัดบทเลยครับ

ผมเอง"เอางี้ดีกว่าครับพี่ พูดกันตรงๆเลยนะ ผมไม่ใช่ควาย ผมรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ผมจะไม่เอาเรื่องแล้วกัน!!)

ปัญญา -"....คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ...(แกล้งทำหน้าเซ่อ)...แต่ๆๆ....ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแชมป์ถึงเปลี่ยนคำตอบ..." (มาถึงตอนนี้ มันก็โบกมือเรียกแชมป์มา) ปัญญา -(แกล้งทำหน้าฉงน)"....คุณบอกหน่อยซิ....ทำไมคุณถึงเปลี่ยนคำตอบ...(ขยิบตาให้แชมป์นิดนึง)

ยัง...มันยังไม่เลิกเล่นละคร

แชมป์ -"...คือๆๆ...ตตตอนนั้นผผม...ลองวิเคราะห์ดูใหม่แล้ว...ก็เลยเปลี่ยนน..." ผมเอง- " พี่ครับ...ผมขอกลับก่อนแล้วกัน....เอาเป็นว่าผมรู้ก็แล้วกัน ....."(แล้วก็หันหลังกลับ)

หน้าจืด ทีมงาน - (ตะโกนเรียก)"พี่ๆๆ...นั่งรอแป๊บนึงเถอะ...เด๋วรอผมคุยปรึกษากับพี่ตาก่อนว่าจะเอายังไง..."
ปัญญา - (สั่งทีมงานผู้หญิง)"ไปเอาเก้าอี้เอาน้ำมาให้พี่เค้านั่งพักดื่มน้ำก่อนเร็ว..."

แต่ผมก็เดินออกมาโดยไม่รั้งรอไม่สนใจว่ามันจะติดสินบนอะไร ตอนที่ผมเดินออกมาจากห้องส่งเพื่อนๆผมที่รอแข่งขันอยู่ในนั้นอีก4-5 คน ก็ออกท่าทางไม่พอใจและจะกลับบ้านตามผมมาด้วย (เพื่อนผมโทรมาเล่าให้ฟังเป็นระยะๆ)และคนดูในห้องส่งก็เริ่มส่งเสียงวิจารณ์อย่างหนักขึ้นเรื่อยๆ>

กระทั่งมันต้องแกล้งให้แชมป์ตกรอบไป ด้วยการโยนให้อีกฝ่ายหนึ่งตอบคิดดูสิครับแชมป์มันตอบมาจนเป็นแชมป์ 11 สมัยแล้ว อยู่ดีๆหน้าง่ายๆ มันดันโยน 555 ผมสะใจจริงๆครับ ถึงแม้ผมจะถูกทำให้ "แพ้"แต่อย่างน้อยก็ทำให้ปัญญาไม่สบายใจ จนต้องสั่งคัทครั้งแล้วครั้งเล่า

และในที่สุดก็จำต้องตัดใจแกล้งปล่อยให้แชมป์แพ้ไป เพื่อพยายามกลบข้อครหา แต่ถึงกระนั้น ตอนแชมป์เดินลงไปจากเวทีนั้น เพื่อนๆผมที่รอแข่งอยู่ทั้งผู้ชายผู้หญิงต่างก็ส่งเสียงร้องยินดีปรีดาไชโยกันใหญ่ เพราะรู้กันดีว่าเป็นเพราะอะไรมันถึงต้องยอมแพ้

หลังจากกลับมาที่บ้านผม เพื่อนผมที่อยู่ในห้องส่งก็โทรมาเล่าถึงบรรยากาศหลังจากที่ผมออกจากห้องส่งมาแล้วให้ฟังว่ามีแต่ความเกลียดชังปัญญาและทีมงาน แต่ทุกคนก็สะใจและขอบคุณผมที่ทำให้แผนอุบาทว์ของรายการมันล่มกลางคัน อันที่จริง นี่มันรายการคุณ ถ้าคุณขอผมดีๆ หรือแม้จะจับผมเซ็นสัญญาคุณก็ย่อมทำได้โดยขอว่าอย่านำเหตุการณ์ในวันนี้ออกไปเผยแพร่สู่สาธารณะหรือสื่อมวลชนผมก็อาจจะรับปากให้ เพราะผมไม่อยากมีปัญหากับ workpoint อยู่แล้วเนื่องจากอาจจะสมัครไปเล่นรายการอะไรของบริษัทคุณอีกในภายภาคหน้าก็ตอนนี้คุณเป็นบริษัทมหาชนแล้วนี่ คงมีทุนพอจะอยู่ไปได้อีกนาน......

แต่นี่คุณเล่นยืนกรานกระต่ายขาเดียว อย่างหน้าด้านๆว่า คุณไม่ได้ทำ และลูกน้องลูกจ๊อกคุณก็เล่นละคร เออออไปกับคุณด้วยมันเป็นการดูหมิ่นสติปัญญาของผมมาก! คุณหลอกคนนับล้านได้ แต่คุณหลอกผมไม่ได้ คุณขอให้ผมเงียบได้ แต่คุณขอให้ผมหลอกตัวเองไม่ได้!!ผมจำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็นศัตรูกับ workpointหรือว่าจะปิดหูปิดปากปล่อยให้เรื่องมันเงียบไปแล้วค่อยไปเล่นรายการอื่นๆใหม่ ผมเองก็รู้สึกขัดแย้งภายในตัวเองอย่างแรง เป็นเวลาหลายวัน

อย่างไรก็ตามถึงตอนนี้ เมื่อท่านได้อ่านข้อความเหล่านี้แล้ว ท่านคงรู้แล้วว่าผมเลือกทางไหน ส่วนท่านที่อ่านจบแล้ว ก็จะมีอยู่ 3 ประเภท

1. เชื่อ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเกมส์โชว์ของ workpoint มันเลวแบบนี้
2. กึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ พอได้ยินมาบ้างและไม่ได้สนใจว่ารายการมันจะมีเบื้องหลังยังไง
3. ไม่เชื่อเพราะคนแพ้มันชอบพาลหาเรื่อง

จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่พี่น้องทุกท่านเถอะครับ สุดท้ายนี้ ผมอยากจะถามว่า คุณปัญญาครับ ทำไมคุณไม่ปล่อยให้มันเป็นไปแบบ autonomy หรือตามกลไกของมัน? ทำไมคุณต้องคอยควบคุมสิ่งต่างๆถึงขนาดนี้จะสนุกกว่าไหม ถ้าให้ผู้แข่งขันชิงชัย วัดฝีมือกันเอง ผมไม่เคยเห็นเกมส์โชว์ไหนทำแบบที่คุณทำเลย ทั้งในและต่างประเทศความเห็นแก่ตัวคิดแต่ผลประโยชน์ตัวเอง ความเลวของคุณมันเทียบได้กับคนที่ถูกขับไล่ออกไปอยู่ประเทศอังกฤษในขณะนี้เลยทีเดียว เกมโชว์บริษัทอื่นๆเค้าอาจเรทติ้งน้อยกว่า แต่เค้าก็มีศักดิ์ศรีมากกว่าคุณ ถึงแม้ศักดิ์ศรีจะกินไม่ได้ก็ตามคุณเป็นบริษัทมหาชนมาได้ด้วยวิธีนี้หรือ!?.........>

คุณได้รับรางวัลพิธีกรยอดเยี่ยมมาด้วยวิธีนี้หรือ!?............
คุณได้รับรางวัลเกมส์โชว์ดีเด่น 3 ปีซ้อนจากต่างชาติมาด้วยวิธีนี้หรือ!?......
คุณได้รับรางวัลลูกกตัญญูมาด้วยวิธีนี้หรือ!?.......ปัญญา นิรันดร์กุล!!!!

แล้วรู้มั้ยว่าใครคือคนที่แฉความชั่วร้ายของคุณเมื่อคราวที่แล้วจนเป็นข่าวอึกกระทึกครึกโครม ทั้งในเว็บไซท์ต่างๆ หนังสือพิมพ์รวมถึงรายการโทรทัศน์ต่างๆ ก็นำไปเผยแพร่ คุณรู้มั้ยว่าที่คุณเคยต้องออกมาแถลงข่าวแก้ตัวเป็นพัลวันอย่างหน้าด้านๆ เมื่อคราวที่แล้วนั้น เป็นเพราะใคร? "
ผมเอง"

นางเอก - ถ้าคุณต้องเล่าเรื่องๆหนึ่งซึ่งคุณรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ.....คุณจะทำยังไง"
พระเอก - ผมก็จะลองพยายามดู"

ปล. ผมไม่รู้ว่าเทปนี้จะได้ออกอากาศรึเปล่าหรือปัญญามันจะทำลายหลักฐาน" หรือไม่ หากว่าได้ออกอากาศคุณคงจะนึกภาพตามไปได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังและก็จะรู้ว่าตัวผมเองนั้นเป็นใคร หรืออาจจะได้ออกอากาศแต่ก็คงถูกตัดต่อเหลือนิดเดียว จนดูไม่ออกว่าเบื้องหลังเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม โปรดติดตามว่าจะออกหัวหรือก้อย ได้ทาง ช่อง 9 เวลา 18.30


ปล.ผมไม่ได้เขียน อย่ามองผมแบบนั้น
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 11 มิ.ย. 2007, 18:00 น.
ค่อนข้างเก่ามากครับ แล้วก็คงไม่ใช่ FWD งามๆ ด้วย :42:
(ถ้าเอาไปแปะในจู๋ของฝากจากพันทิปก็จะโดนว่าละโว้อยู่ดี :08:)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 11 มิ.ย. 2007, 20:07 น.


:42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 12 มิ.ย. 2007, 08:35 น.
 :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2007, 14:56 น.
(http://img.icez.net/i/ob/f1e11.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=2092a28ef338c27ff85649121708ae1a)

(http://img.icez.net/i/zm/n2622.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=f02e380f73491357439b476ad7aebac3)

(http://img.icez.net/i/xm/y0ec3.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=a0fcca0f418327d1ad5b50865e0623f0)

(http://img.icez.net/i/p8/m9ms4.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=8ead7617234a08b16adef744cb193a08)

(http://img.icez.net/i/p6/wrr55.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=36b3f7683840479c02aacc92005ad247)

(http://img.icez.net/i/eg/c7p26.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=ab4b0913f0790bda414eccf924571f2e)

(http://img.icez.net/i/kc/qnhy7.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=91fd1addd057cbdcbf8497650f5fa04f)

(http://img.icez.net/i/ae/3qwd8.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=1359f0fe36f51ffef60d79986e091971)

(http://img.icez.net/i/8c/lyxe9.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=fe828efe752bd2a59d7c268a7e99b8c2)

(http://img.icez.net/i/bd/ai210.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=c08364f8ca29449e5424c5d2130d179e)

(http://img.icez.net/i/y5/lb111.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=6ae5cc829f734f7bfc38adfdab8faecd)

(http://img.icez.net/i/z4/mge12.jpg) (http://img.icez.net/show.php?id=376e1468486ea6461e2d4ebb6cba6f84)



:33:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 25 มิ.ย. 2007, 09:39 น.
 :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 25 มิ.ย. 2007, 17:52 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 25 มิ.ย. 2007, 21:08 น.
ตูเลือกข้อ1  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Candy_Girl เมื่อ 25 มิ.ย. 2007, 23:01 น.
 :25: อ่านเรื่องปู่ฤาษี แล้วซาบซึ้ง..
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 26 มิ.ย. 2007, 04:42 น.
เอามาจากพันทิปครับ - http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5525699/A5525699.html



ความสุขของพระมหากษัตริย์

ได้รับ forward mail มา หนึ่งฉบับ อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยกับเมล์ฉบับนี้ จึงอยากให้เพื่อนๆ เฉลิมไทย ได้อ่านกันบ้าง ซึ่งถ้าคนไหนเคยอ่านแล้ว หรือว่าเบื่อกับข้อความนี้ ก็ขออภัยด้วย..


ข้อความมีดังนี้............



ความสุขของพระมหากษัตริย์



หนึ่งปีที่ผ่านมา......
เราใส่เสื้อเหลือง
เราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง

คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที

วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข
เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดี
ต่อราชวงศ์จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย






.....สิบสองปีที่ผ่านมา......


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป
ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน

เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน
ไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ
และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่


ยังจำกันได้ไหม ?


.... 34 ปีที่ผ่านมา.....

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516  เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด
วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล
เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ
เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า
"คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน"


และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน




หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า
"เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น ?"

ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ
ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" 
หรือ " จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ"


ยังจำกันได้ไหม ?






แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?



เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด

เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส

เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ "สิทธิ " แต่ลืมคำว่า " หน้าที่"

เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

เราสร้าง "กฎหมู่ " ให้เหนือ "กฎหมาย "

เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่





เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
จะทรงเสียพระทัยเพียงใด ?

80 ชันษาของพระองค์ท่าน
หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่
ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ
ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด

แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา
ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์



พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้
ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร


หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ
เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน
รู้จักความพอเพียง และมีสติ- เพียงเท่านี้เอง




แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ?


ขอทำดีเพื่อพระองค์ค่ะ
เรารักในหลวง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 26 มิ.ย. 2007, 10:48 น.
อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยครับ  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 26 มิ.ย. 2007, 14:25 น.
 :46:
เห็นด้วยเช่นกันครับ






เชื่อไหมว่าบางคนอ่านแล้วก็ยังอยากจะทะเลาะกันอยู่ดี  :41:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 26 มิ.ย. 2007, 21:08 น.
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง อ๋าห์ เมื่อ 26 มิ.ย. 2007, 14:25 น.
เชื่อไหมว่าบางคนอ่านแล้วก็ยังอยากจะทะเลาะกันอยู่ดี  :41:
:08:ของบางอย่างมันเป็นตั้งแต่ในโครโมโซมแล้วครับ  :08: (ภาษาบ้านๆคือคำว่า สันดาน)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 28 มิ.ย. 2007, 12:53 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 26 มิ.ย. 2007, 04:42 น.
เอามาจากพันทิปครับ - http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5525699/A5525699.html



ความสุขของพระมหากษัตริย์

ได้รับ forward mail มา หนึ่งฉบับ อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยกับเมล์ฉบับนี้ จึงอยากให้เพื่อนๆ เฉลิมไทย ได้อ่านกันบ้าง ซึ่งถ้าคนไหนเคยอ่านแล้ว หรือว่าเบื่อกับข้อความนี้ ก็ขออภัยด้วย..


ข้อความมีดังนี้............



ความสุขของพระมหากษัตริย์



หนึ่งปีที่ผ่านมา......
เราใส่เสื้อเหลือง
เราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง

คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที

วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข
เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดี
ต่อราชวงศ์จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย






.....สิบสองปีที่ผ่านมา......


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป
ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน

เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน
ไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ
และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่


ยังจำกันได้ไหม ?


.... 34 ปีที่ผ่านมา.....

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516  เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด
วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล
เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ
เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า
"คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน"


และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน




หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า
"เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น ?"

ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ
ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" 
หรือ " จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ"


ยังจำกันได้ไหม ?






แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?



เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด

เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส

เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ "สิทธิ " แต่ลืมคำว่า " หน้าที่"

เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

เราสร้าง "กฎหมู่ " ให้เหนือ "กฎหมาย "

เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่





เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
จะทรงเสียพระทัยเพียงใด ?

80 ชันษาของพระองค์ท่าน
หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่
ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ
ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด

แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา
ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์



พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้
ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร


หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ
เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน
รู้จักความพอเพียง และมีสติ- เพียงเท่านี้เอง




แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ?


ขอทำดีเพื่อพระองค์ค่ะ
เรารักในหลวง

เพิ่งได้เมลมา
ว่าจะเอามาโพสซะหน่อย :23:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 28 มิ.ย. 2007, 20:35 น.
น่าเอาไปแจกตรงที่่เค้าชุมนุมกัน เผื่อจะคิดอะไรได้มั่ง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 06 ก.ค. 2007, 12:59 น.
(http://img2.f0nt.com/06/cee7b77d89b5a6423685097417cd5b2d.jpg)

ถ้าให้จัดเรียงความสำคัญของ 'ผู้หญิง' ในชีวิตเรามาสามอันดับแรก น่าเป็นดังนี้

อันดับที่หนึ่ง คือ 'แม่'
อันดับที่สอง คือ 'แม่'
อันดับที่สาม คือ 'แม่'

ใช่ครับ ผมกำลังจะพูดถึง 'แม่'สิ่งที่เราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ว่า
อาจมีบ้างบางครั้งที่เราหลงลืมไป จนขาดความใส่ใจกับบุคคลใกล้ตัวท่านนี้
จำได้ มั๊ยครับ

ครั้งสุดท้ายที่คุณกอดแม่น่ะเมื่อไหร่?
อย่าบอกนะว่าคุณอายุมากเกินไปแล้ว...เป็นไปไม่ได้
ไม่มีใครแก่เกินกว่าจะกอดแม่หรอก

ผมอยากอวดแม่ของผมครับ
แม่ผมเป็นคนบ้านนอก เชยๆ ผมชอบนั่งแอบมองแม่เวลาแกเผลอ หล่อนอยากทำอะไร
ผมก็ปล่อยให้แกทำ

ล่าสุดนี่ เธอเหยาะน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไป ในน้ำสุดท้ายของการอาบน้ำให้หมาด้วย
ด้วยเหตุผลของคนซื่อ คือเธอบอกว่า ทำตั้งหลายครั้งแล้ว ก็ไม่เห็นหมามันบ่นอะไร

แม่ผมเรียนมาน้อย เรียกว่าไม่ได้เรียนเลยก็เกือบจะว่าได้ เธอศึกษาทุกอย่างด้วยการจำ
เห็นเขาพูดเขาทำอะไรในโฆษณาก็พยายามเอามาใช้กับลูกชาย
ครั้งนึงผมน้ำเข้าหู เธออวดภูมิด้วยการบอกให้ผมใช้ไม้สำลีเช็ดหู ของจอห์นสันไมโครบัส

ผู้หญิงคนเดียวกันนี้เองที่ลากครกกับสากกะเบือออกไปตำน้ำพริกมะม่วงนอกบ้าน
เพราะเห็นลูกชายกำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน ไม่ใช้ตำแค่นอกบ้านนะ
แต่เธอออกไปตำนอกรั้วบ้านเลยทีเดียว

ผมกับแม่ทุกวันนี้ เราอาศัยอยู่ด้วยกันที่ต่างจังหวัด
ทุกครั้งที่ผมขับรถเข้ามาคุยงานในกรุงเทพฯ
เธอยังคงทำกับข้าวใส่กล่องมาให้ผมกินอยู่เสมอ

และเธอไม่เคยลืมที่จะเด็ดดอกจำปีหน้าบ้าน มาใส่ในกล่องข้าวด้วยทุกครั้ง
ผมตื้นตัน แต่!แม่ครับ ผมอยากจะบอกแม่ว่า...ดอกจำปีมันไม่อร่อยเลยครับ

เมื่อไม่นานมานี้ครอบครัวของเราได้มีวาสนาไปออกรายการโทรทัศน์
รายการเจาะใจ

ผมบอกแม่ว่า 'นี่เธอ ชั้นจะพาเธอไปออกโทรทัศน์นะ ดีใจมั๊ย'
แม่อิดออด แบ่งรับแบ่งสู้ 'ไม่เอาดีกว่ามั๊งลูก เดี๋ยวเขาถามอะไรแล้วแม่ตอบไม่ได้'

แม่ครับ รายการเขาไม่ได้มีสิบหกคำถาม สามตัวช่วย ถามใครก็ได้
ตอบได้สองครั้ง หรือว่าเปลี่ยนคำถาม ถึงแม่จะตอบผิด เกมส์เขาก็ไม่ได้จบลงทันทีซะเมื่อไหร่

นะแม่นะ ไปด้วยกันเถอะนะ'
'ไม่เอาหรอก แม่ไม่ไปดีกว่า'
'เอาน่าแม่ ไปด้วยกันเถอะ'
'ไว้ถึงวันนัดก่อนแล้วกัน แม่จะให้คำตอบ'

แล้วคำตอบของแม่ก็คือ การตื่นไปทำผมตั้งแต่มืด
ร้อยวันพันปีเธอเคยเข้าร้านเสริมสวยกับเขาซะที่ไหน
แต่ผมก็รู้ดีว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง...เธอทำเพื่อชายไทยทั้งประเทศต่างหาก!!!!!!!!!!

เรื่องราวแม่มีมากมายไม่รู้จบ เป็นนิทานให้เรานั่งมองได้ไม่รู้เบื่อ
ถ้าเราจะหาเวลาว่างๆ นั่งลอบมองดูเธอคนนั้นบ้างเท่านั้นเอง

ผมเชื่อว่า แม่ของพวกเราทุกคนมีมุมน่ารัก ให้เราได้อมยิ้มอยู่เสมอ
เป็นเรื่องน่าแปลก ที่เรามักจะรู้กันอยู่ในใจว่าเรารักผู้หญิงคนนี้

แต่ทว่า เรากลับนั่งกินข้าวกับเธอ น้อยกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ซะอีก
เราถูกสอนมาให้รักแม่ แต่เรากลับซื้อของขวัญให้คนอื่น บ่อยกว่าซื้อให้แม่ของเราซะอีก

เดี๋ยวนี้ผมอายุมากขึ้น แม่ก็อายุมากกว่าเราอีกเท่าตัว
ผมยังคงนั่งแอบมองแม่อยู่ แม่ผมแก่ลงไปมาก

หล่อนจะมีเวลามาโพสต์ท่าให้เรานั่งแอบมองได้อีกสักกี่ปี
บนโลกกลมๆใบนี้ ผมมัวแต่วิ่งวนเร็วจี๋จนแทบจะชนหลังตัวเองอยู่ร่อมร่อ
ตลอดเวลาเราไขว่คว้าหาอะไรอยู่ก็ไม่รู้ จนเกือบลืมผู้หญิงคนนี้

กว่าจะนึกขึ้นมาได้ เวลาก็ผ่านไปมากมาย
ถ้าบทความนี้ สะกิดให้ใครนึกถึงแม่ขึ้นมาได้มั่งล่ะก้อ ขอร้องล่ะ

อย่าทำได้แค่นั่งมองแม่ เพราะเกรงว่าเพียงแค่นั้นจะไม่ทันการณ์
เวลาไม่ได้มีเหลือเฟือ...


บทความจากพิง ลำพระเพลิง
ก๊อบมาจากเว็บปืน BB  อาจจะซ้ำแล้วบนเว็บฟ๐อนต์

แต่ให้อ่านซำ้หลายๆ รอบ แล้ววิ่งไปกอดแม่ซะ
:22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 06 ก.ค. 2007, 13:05 น.
 :16: ชอบรูปและเนื้อความมากๆ เลยค่ะ
ชอบมาก และคิดถึงแม่ขึ้นมาเลยจริงๆ นะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 06 ก.ค. 2007, 13:28 น.


ขอบคุณครับ  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 06 ก.ค. 2007, 13:51 น.
ขอบคุณครับพี่โก้

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 06 ก.ค. 2007, 17:22 น.
ขอบคุณมากๆครับ  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 14 ก.ค. 2007, 21:47 น.
>>   หลวงพ่อเล่าให้ ฟังว่า..
>>   ท่านเล่าว่าที่วัดป่าชิคาโก มีพระพุทธรูปอยู่องค์นึง..
>>   ปางปฐมเทศนาหรือปางแสดง ธรรมจักร
>>   (เราคิดว่าเป็นปางนี้ เพราะแม่บอกว่าเป็นปางที่ท่านทำมือจีบๆ)
>>
>>   หลวงพ่อท่านเล่า ว่า..
>>   มีเด็กฝรั่งคนนึงมาที่วัดกับแม่ เค้า
>>   ตอนเดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้..
>>   เค้าก็สะกิดๆแม่เค้าแล้วก็บอกว่า..
>>
>>   "Look mom,
>>   Buddha says everything is okay.."
>>
>>   เราฟังแล้วขำกลิ้ง เลย..
>>   เด็กอะไร เข้าใจคิดจริงๆ :
>>
>>   หลวงพ่อบอกว่า เออ หลวงพ่อก็เห็นพระพุทธรูปองค์นี้มาตั้งนาน แล้ว
>>   เดินผ่านอยู่ทุกวัน
>>   ไม่ เห็นเคยมองมุมนั้นมาก่อนเลย :
>>   ท่านบอกว่า หลังจากนั้น เดินผ่านพระพุทธรูปองค์นี้ทีไร
>>   ก็จะนึกขึ้นมาทุกทีว่า พระพุทธรูปท่านว่า Everything is okay ^^'

(http://img2.f0nt.com/14/f2e1cd6dfeab719a610037f4de54766f.gif)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 15 ก.ค. 2007, 01:17 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 25 ต.ค. 2006, 00:26 น.
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 4 ปี อาจจะเข้าใจเรามากกว่าคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 6 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราคิด
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 3 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราเห็น
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 1 เดือน อาจเข้าใจเรามากกว่าที่เราฝัน
คนที่รู้จักกันมา................เพียง 1 สัปดาห์ อาจเข้าใจเรามากกว่าคนรู้ใจ
คนที่รู้จักกันมา................เพียงเมื่อวาน – ในวันนี้ เค้าอาจจะเข้าใจเรา – มากกว่าที่เราเข้าใจตัวเอง



:25:

เรื่องนี้ผมชอบนะ คือแฟนผมที่คบกันมา 3 ปี เลิกกับผมไปคบกับแฟนใหม่ที่รู้จักกันแค่เดือนเดียว
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 18 ก.ค. 2007, 09:46 น.






วิธีทำงานกับคนที่ไม่ชอบหน้า


ก็เข้าใจว่าไม่มีใครเพอร์เฟ็คท์ได้เต็มร้อย แต่ก็มีไม่น้อยที่ต้องฝืนใจทนทำงานกับคนที่เราแสนจะ..เหม็นขี้หน้า แต่ถ้าจะปล่อยให้แต่ละวันเป็นวันแห่งความทรมานใจ ก็เป็นการบั่นทอนกำลังใจเกินไป ลองคิดใหม่ ทำใหม่ ให้ทำงานกันได้ราบรื่นดีกว่าไหม

1. เปิดใจให้กว้าง ลดความรู้สึกไม่ชอบในใจลงไปสักนิด..แค่นิดเดียวก็จะทำให้คุณฟังเขาพูดได้รื่นหูมากขึ้น

2. เน้นที่ตัวงานมากกว่าตัวคน เวลาสั่งงานให้เน้นที่งานมากกว่าระบุตัวคุณ เช่นแทนที่เขาจะบอกว่า "คุณต้องส่งงานนี้ที่ฉัน ภายในวันศุกร์" ก็เปลี่ยนเป็น "รายงานชิ้นนี้ต้องส่งนายวันศุกร์นี้ค่ะ"

3. คุยกันแบบตัวต่อตัวหรือทางโทรศัพท์ สำหรับเรื่องสำคัญ หรือเรื่องที่คิดว่าจะมีปัญหาผิดใจกันได้ง่ายๆ

4. พูดกันให้สั้น กระชับ ตรงประเด็น ไม่อยากเถียงกันมากขึ้นอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจน

5. ให้เขารู้ผลเสียที่จะตามมา ถ้าเขาทำไม่ดี เช่น บอกว่าถ้าเขาส่งงานไม่ทันเดทไลน์จะเป็นอย่างไร "ถ้าคุณปิดต้นฉบับไม่ทันศุกร์นี้ หนังสือก็จะออกช้านะ"

6. ถ้ามีประชุม เตรียมพร้อมทุกอย่างในส่วนของตัวเองอย่างดีที่สุด และก็ไม่ต้องตำหนิใครถ้าคนอื่นไม่พร้อม

7. ถ้ามีเรื่องต้องโต้แย้ง (มั่นใจว่า..มีเถียงแน่ๆ) ให้จดประเด็นที่ต้องพูดเป็นข้อๆ แล้วคุยให้อยู่ในประเด็นนั้นให้ได้

8. ไม่นินทาฝ่ายตรงข้ามลับหลัง ประเภทว่าปิดกันให้แซด! น่ะ...ถึงเจ้าตัวชัวร์

9. ใจเย็นๆ ถ้าทำงานกับคนที่ไม่ชอบ..นี่คือคาถาที่สำคัญที่สุด


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 18 ก.ค. 2007, 09:49 น.


มีหนังสือด้วยนะนั้น  :45:

ไปเจอที่ร้านที่เมเจอร์
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 18 ก.ค. 2007, 12:29 น.
  อ่านแล้วใจเย็นขึ้นเยอะเลยครับ  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 18 ก.ค. 2007, 15:15 น.
บททดสอบ...ความอดทน

หนุ่ม 3 นายเตรียมจะเป็นพระ จึงถูกพาไปทดสอบว่า สามารถจะตัดกิเลสได้หรือเปล่า
พระผู้ใหญ่ ให้แคนดิเดททั้งสาม ผูกลูกกระพรวนไว้ที่เจ้าหนูของแต่ละคน
แล้วทยอยส่งตัวเข้าห้องทีละคน
จากนั้นก็ให้นางระบำหน้าท้องตามเข้าไป .....แม่สาวเซ็กซี่เริ่มยักย้ายร่ายรำ ยังไม่ทันเปิดผ้าคลุมหน้าด้วยซ้ำ
ทันใดนั้น ! เสียง "กรุ๊งกริ๊ง ๆ" ก็ดังขึ้น

..."โอ แพทริก"" พระผู้ใหญ่พูด
" น่าผิดหวังมากที่เธอไม่รู้จักควบคุมตัวเองเอาเสียเลย ไปอาบน้ำเย็นซักชั่วโมงแล้วตามไปสวดมนต์"

...แพทริกออกจากห้องไป
แคนดิเดทคนที่สองก้าวเข้ามา
นางระบำเริ่มส่ายสะโพกอีกครั้ง แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอจึงเลิกผ้าคลุมหน้าออก แล้วส่งยิ้มยวน....
ทันใดนั้น ! "กรุ๊งกริ๊ง ๆๆ"


..."โอ้....อนิจจาโจเซฟ  โจเซฟ..." พระผู้ใหญ่ส่ายหน้า.....

"เธอยังละทางโลกย์ไม่ได้เหมือนกัน
ไปอาบน้ำเย็นซักชั่วโมง แล้วสวดมนต์ขออภัยในบาป"

....โจเซฟออกจากห้องไป
แคนดิเดทคนที่สามก้าวเข้ามา
นางระบำเปลื้องผ้าออกทีละชิ้นจนหมด
แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น....
คุณเธอจึงตวัดแขนโอบรอบคอเบียดกายสัมผัสเนื้อแนบเนื้อ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก


..."อา..เจมส์ ลูกพ่อ!!  พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก!!" พระผู้ใหญ่ชมเปาะ

"มีแต่เธอเท่านั้นที่จะเป็นพระได้ ตามเจ้าคนจิตใจอ่อนแอทั้งสองคนนั่นไปอาบน้ำเถิด"

แต่แล้ว.......

......ทันใดนั้น...



"กรุ๊งกริ๊ง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
จากคุณ : ไม้ไผ่โย่ง
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 18 ก.ค. 2007, 15:17 น.
อ๊ะ  :30a:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 18 ก.ค. 2007, 16:03 น.
เอ๊า  :30: :30a:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 18 ก.ค. 2007, 17:56 น.
 :30: อดใจรอมาตั้งนานซินะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 05:17 น.
วิธีสังเกตุเกย์
*หมายเหตุ ใช้สำหรับเกย์ที่ไม่แสดงออก

แต่งตัวดีเกินเหตุ
หัวเข็มขัดตั้งในระนาบเดียวกับกระดุมและซิบกางเกง ความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1ซม.
ใช้น้ำหอม
มีผ้าเช็ดหน้าติดตัว
ผูกเน็ตไทน์สวยไม่มีที่ติ
ใช้กางเกงในสีขาว
แต่งตัวเข้าเทรนตลอด
การใช้เสื้อผ้าต้องเข้าชุดกัน และดูเป็นตัวของตัวเอง
มีเครื่องสำอางติดตัวอย่างน้อย 1 ชิ้น เช่น ลิปมัน กระดาษซับหน้า โลชั่นกันแดด SPF 30
เค้าจะเลือกทรงผมที่เข้ากับหน้าตาได้ดีที่สุด ตาจะกลิ้งกรอก
เคลื่อนไหวได้มากกว่าผู้ชายธรรมดา
พูดจาสุภาพ น่าเชื่อถือ เป็นนักพูดที่เก่ง เป็นนักฟังที่ดี
มีคำราชาศัพท์หลุดออกมาบ้างเป็นครั้งคราว อย่าง อุ้ย, เก๋ไหมล่ะ, เลิศ
การหยิบจับของ นิ้วก้อยที่ชี้ขึ้นจะบ่งบอกระดับความเป็นเกย์
ไว้เล็บนิ้วก้อย ใส่แหวนนิ้วกลางข้างซ้าย (แสดงถึงความเข็มแข็งที่อ่อนแอ และต้องการความอบอุ่นจากใครบางคน)
ชอบกัดเล็บ
สังเกตดีๆ เขากันคิ้วหรือเปล่า
เก่งภาษาต่างประเทศ
มีความสามารถในการทำงานที่ใช้ความสร้างสรรค์
ละเอียดอ่อน และอ่อนไหวง่าย
ปากร้าย ด่าเจ็บ
สามารถหาเรื่องขำๆให้คนอื่นหัวเราะได้เรื่อยๆ
เกลียดเด็ก (รวมถึงสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น แมลงสาบ คนบ้า)
ไม่ชอบเรื่องเซอร์ไพรซ์ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
ชอบทำตัวรังเกียจกระเทย เพื่อปกปิดความเป็นเกย์ในตัว
ชอบกินอาหารเพื่อสุขภาพ
ชอบออกกำลังกายบางชนิด อย่าง ว่ายน้ำ แอร์โรบิค วิ่ง วอลเล่ย์บอล แบท การเพาะกาย
สมองขาดสมถภาพในด้านการเล็งระยะ เช่นการชูดบาส ยิงธนู ยิงปืน
การจอดรถยนต์ในพื้นที่จำกัด (สูญเสียพื้นที่ในสมองส่วนนี้ไปให้ความอดทนและความละเอียดอ่อน)
ชอบเพลงคลาสสิค เพลงแจ๊ส โซล
สันโดษ ชอบความเป็นส่วนตัว ขี้เหงา
ในห้องน้ำที่บ้านเขาจะมีมากว่าสบู่ ยาสระผม ครีมนวด และยาสีฟัน
ห้องนอนเรียบร้อยกว่าผู้ชายปกติ
รักต้นไม้ และการปลูกต้นไม้

และ.....


คุณผู้ชายที่สนใจอ่านมาถึงตรงนี้แสดงว่าคุณเป็น เกย์!!!

ปล. อย่าเชื่อมากนะครับ มันวัดใครไม่ได้จริงหรอก  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 08:26 น.
 :07: เว้ย! เว้ย! ตรงหลายข้อเลย  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 08:27 น.
ชายเป็นเกย์  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 09:14 น.
อ้างคำพูดจาก: Psyfer เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 08:27 น.
ชายเป็นเกย์  :27:
เกย์กลับใจแล้วครับป้าจอย  :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 09:14 น.


ลุงชายเป็นลุงเกย์  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 09:19 น.
อ้างคำพูดจาก: เอ : ปิยะ เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 09:14 น.

ลุงชายเป็นลุงเกย์  :27:
:11: ดี ดี ประสบการณ์สูง เอ อยากลองชิมิ  :27b:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 10:10 น.
อ้างคำพูดจาก: กระทาชาย เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 09:14 น.
เกย์กลับใจแล้วครับป้าจอย :02:

กลับใจเป็นกะเทยแทน  :09:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: D869 เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 10:51 น.
ดีที่ยิงปืน กับ ใส่บ็อกเซอร์ ไม่งั้นเป็นเกย์ไปแล้ว :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 19 ก.ค. 2007, 10:58 น.
ไม่เป็นเกย์แต่เป็นตุ๊ดแทนอ่ะเหรอ  :35:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 24 ก.ค. 2007, 02:57 น.
ได้ FWD MAIL มาค่ะ
อ้างอิง
Aug. 27th  the Whole World is waiting for......... .Planet Mars will be the brightest in
the night sky starting August. It will look as large as the full moon to the naked eye.
This will culminate on Aug. 27th when Mars comes within 34.65M miles of earth.
Be sure to watch the sky on Aug. 27 12:30 am. It will look like the earth has 2 Moons. 
The next time Mars may come this close is in 2287.Share this with your friends as
NO ONE ALIVE TODAY will ever see it again. 

คำแปลคร่าวๆ ในภาษาไทย:

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2550 คือวันที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอย....

เพราะดาวอังคารจะส่องแสงเจิดจรัสบนฟากฟ้าให้เห็นแบบชัดเจนที่สุดตลอดเดือนสิงหาคม

ด้วยรูปทรงขนาดใหญ่ประดุจดังพระจันทร์เต็มดวงซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

โดยเฉพาะวันที่ 27 สิงหาคมซึ่งทุกอย่างจะชัดเจนสมบูรณ์ที่สุดเพราะวันนั้นดาวอังคาร

จะอยู่ห่างจากโลกแค่ 34.65 ล้านไมล์ อย่าพลาดนะคะ...คืนวันที่ 27 สิงหาคมนี้

เวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง เราจะเห็นดวงจันทร์สองดวงบนท้องนภา (โรแมนติคมั่กมาก)

ปรากฎการณ์เช่นนี้จะมีให้เห็นอีกครั้งในปี คศ. 2287 (หรือพุทธศักราช 2830) ค่ะ



ร่วมแบ่งปันเมล์นี้ให้เพื่อน (และคนที่คุณรัก / หรือแอบรัก) ด้วยนะคะ
เพราะนี่คือโอกาสเดียวในชีวิต (ยกเว้นแต่คุณเป็นมนุษย์อมตะซึ่งสามารถมีชีวิตได้อีก 280 ปีค่ะ)

เค้าให้แบ่งปัน  :25: ก็เลย ...  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 24 ก.ค. 2007, 02:58 น.
 :25: กรี๊ด
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 24 ก.ค. 2007, 02:58 น.


ซาดาโกะ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 24 ก.ค. 2007, 03:38 น.
สิงหาคมนี้ จะมีแต่เรื่องดีๆ  :40:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 24 ก.ค. 2007, 03:50 น.
ดูดวงที่ไหนมาคะ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 24 ก.ค. 2007, 03:52 น.
ไม่ได้ดูดวง

แต่มันมีวาระแห่งความสุข  :49:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้น™ เมื่อ 24 ก.ค. 2007, 15:24 น.
มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด
เพิ่มเราเข้าไปอีกคนหนึ่งจะเป็นไรไป
เราก็อยู่ในโลกที่ผู้คนเต็มใจจะเข้าใจผิดอยู่แล้ว  

มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด
คนอ่อนแอพากันท้อแท้
แต่คนเข้มแข็งรอคอยการพิสูจน์อย่างมั่นใจ  

มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด
แต่บางคนพยายามเข้าใจตนเองให้ถูก
และอยู่ให้เหนือกว่าความเข้าใจผิดของผู้อื่น  

มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด
แต่คนที่เข้าใจตนเองถูกต้องแล้ว
พอใจที่จะได้คำตอบสั้นๆมากกว่าคำอธิบายที่ยืดยาว  

มีคนมากมายถูกเข้าใจผิด
แต่เมื่อความจริงเปิดเผยแล้ว  

คนที่แก้ตัวน้อยที่สุด...
...จะได้รับความนับถือมากที่สุด...  

------------------------------------------------------------------

ก า ร ร อ ค อ ย...
เป็นเรื่องที่ทรมาน  

โดยเฉพาะการรอคอยที่จะกลับมาพบกัน
หรือรอคอยใครสักคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
เพราะในเวลาแห่งการรอคอยนั้น
มันมีมากกว่า 24 ชั่วโมง 1440 นาที 86400 วินาที
และเข็มนาฬิกาก็เดินช้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว...
จากเวลาที่นานอยู่แล้วจึงนานยิ่งกว่า
และการดำเนินชีวิตระหว่างการรอนั้น
ก็มีตัวแปรมากมายที่จะทำให้คนเปลี่ยนไปอยู่ทุกขณะ  

เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเหงา
และโดดเดี่ยวอยู่ในตัวเองพอๆกับความอ่อนไหว
เป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ระยะทางเป็นเครื่องวัดความรู้สึก
พิสูจน์ความแข็งแรงของความรัก
วัดการกระทำ...ความเสมอต้นเสมอปลาย
และความอดทน
ด้วยเงื่อนไขของความลำบากแห่งกาลเวลา
และตัดสินว่า...การรอคอยจะคุ้มค่าหรือไม่  

ก า ร อ ยู่ ห่ า ง กั น...
จึงจำเป็นต้องพิสูจน์กันด้วยความเข้มแข็ง
ต่างคนต่างก็ต้องทำหัวใจให้เข้มแข็งกับอารมณ์ต่างๆ
ที่คอยรบกวน...และคอยชักจูงออกนอกลู่นอกทาง
เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย...ที่วันนึงเราพบว่า
คนคนหนึ่ง...คือคนที่ชีวิตเราตามหามาตลอด
และใครสักคนที่เป็นได้อย่างที่เราฝัน
มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
และคนที่จะฝ่าฟันกับการบีบคั้นแห่งการรอคอย
กลับมาหาเราได้ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา...  

เ พ ร า ะ ฉ ะ นั้ น...
ย่อมหมายถึง...ความรู้สึกที่เค้ามีอยู่ก็คงไม่ได้ธรรมดา
และคนคนนั้นก็ย่อมเต็มค่า
เวลาที่ชาวประมงจะเลี้ยงหอยมุก
จะต้องใช้เวลาเนิ่นนาน
และสามารถรอคอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะเขารู้ว่า เมื่อไหร่ถึงเวลา
ที่มุกสามารถนำมาร้อยเป็นสร้อยได้
ย่อมเกิดค่ามหาศาล  

...ชีวิตจึงจำเป็นต้องรอคอยใครสักคนให้ได้
หากรู้ว่าเป็นใครสักคน ..ที่มีค่าแก่การรอคอย...
ซึ่งอาจจะช้าบ้างเร็วบ้าง..ก็แตกต่างกันไป
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 25 ก.ค. 2007, 15:17 น.
>>>>>วันมะรืนนนี้อย่าลืมดูดาวอังคารใหญ่เท่าดาวคอราซังนะครับ
>>>>>ในล้านปีจะมีวันเดียวตอนเที่ยงคืนดาวทั้งสองดวงจะทำมุมเซต้ากันพอดี
>>>>>แล้วจะเห็นจตุคามทางทิศตะวันตกให้เอาใบพลูคาบไว้แล้วอธิฐาน
>>>>>จะสมหวังภายในสามชั่วโมง แต่ถ้าไม่ฟอเวิร์ดต่อให้เพื่อนอีกร้อยคน
>>>>>ทักกี้จะกลับมาเป็นนายก

>>>>>ธรรมสวัสดี
>>>>>หลวงหนุ่ย kfc

:30: แค่ฟอร์เวิร์ดหลอกๆที่บอกว่าจะมีดวงจันทร์สองดวง ก็ฮาพอแล้ว นี่ยังรวบรวมสรรพมุกมาไว้ด้วยกัน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้น™ เมื่อ 25 ก.ค. 2007, 17:22 น.
แม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต

1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็ก ๆ ผมเกิดในครอบครัวยากจน
ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อย ๆ
เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว...แม่จะแบ่งข้าวม าให้ผมเพิ่มขึ้นอีก
พร้อมทั้งพูดว่า"ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ...ส่วนแม ่ไม่ค่อยหิว"
นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม  

2. เมื่อผมเติบโตขึ้น คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ
เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติ บโตของผม
แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน
ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้าง ๆผม แทะกิน เศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมไ ด้กินเนื้อปลาไปแล้ว
ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่
แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า "ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา" นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกผม  

3. เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น
แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็ก ๆน้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน
บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน
"แม่ครับ...นอนเถอะครับมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก"
แม่ยิ้มกับผมพูดว่า "ลูกนอนต่อก่อนนะ...แม่ยังไม่เหนื่อย...นอนไม่หล ับ"
ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกผม  

4. ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมผมต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย
แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจใ ห้ผม
มันเป็นวันที่แดดร้อนมาก ๆ...แม่ต้องรอผมอยู่หลายชม.
เมื่อผมทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่
เห็นแม่ผมมีเหงื่อออกท่วมตัว..
แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้ผมดื่ม
ผมเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อ น
แม่พูดขึ้นว่า "ลูกดื่มเถอะ....แม่ยังไม่กระหายน้ำ"
นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกผม  

5. หลังจากที่พ่อผมล้มป่วยและเสียชีวิต
คุณแม่ที่น่าสงสารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจ ุนเจือครอบครัว
แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าคุณแม่จะพยายามมากขึ้นเ พียงไร
คุณลุงที่อยู่ข้าง ๆบ้านท่านเป็นคนดี
พยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้า นที่ผุพัง..ฯลฯ
เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงาน ใหม่
แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับผมว่า
"แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องความรักอีก"
แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว  

6. ในทื่สุดผมก็เรียนจบและมีงานทำ
ผมอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง
แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้า
ขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้ง ๆที่ผมพยายามส่งเงินมาให้แม่
(ผมต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล)
แม่ผมไม่ค่อยยอมรับเงินผม..บางครั้งยังส่งเงินกลับคื นให้ผมอีก
แม่พูดกับผมว่า "แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ"
แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 6  

7. เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า..
ผมตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่ม ีชื่อเสียงในอเมริกา เมื่อผมเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง
เมื่อทำงานไปได้สักพัก...ผมอยากให้แม่ผมมาอยู่กับผมท ี่อเมริกา
เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน...พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต
แต่แม่ผมไม่อยากรบกวนผม...บอกผมว่า "แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน"
ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกผม  

8. เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อย ๆ..
ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โ รงพยาบาล
ผมลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่สุดที่รักทันที
แม่ผมนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อผมไปถึง
น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโ ทรมลงอย่างมาก
แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นผม....พยายามยิ้มอย่างสดชื่น ด้วยความลำบาก
ผมรู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน
จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว
ผมโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร
หัวใจผมในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด
แม่พยายามปลอบผมด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ
"ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูกแม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ ว"
นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก
และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกผม  

แม่ที่ผมรักและบูชามาตลอดชีวิตได้ปิดตาลงและจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากที่เธอกล่าวคำโกหกครั้งที่ 8 จบลง.........

แปลและเรียบเรียงจาก English Forward Mail -"mother's 8 lies"

ปล. Forward Mail
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คิ้วหนาจ้ะ เมื่อ 25 ก.ค. 2007, 17:23 น.
 :05: อ่านแล้วน้ำตาจะไหล
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 25 ก.ค. 2007, 17:30 น.


:05: :05: :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 25 ก.ค. 2007, 20:14 น.
 :05: คิดถึงแม่  อยากกลับบ้าน :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 ก.ค. 2007, 23:26 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 24 ก.ค. 2007, 03:52 น.
ไม่ได้ดูดวง

แต่มันมีวาระแห่งความสุข  :49:

วันเกิดพี่โอ้เอ้เหรอคะ ...  :17:/
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 26 ก.ค. 2007, 00:31 น.
อ้างคำพูดจาก: ต้น™ เมื่อ 25 ก.ค. 2007, 17:22 น.
แม่โกหกผม 8 ครั้งในชีวิต

1. เรื่องเริ่มขึ้นตอนเมื่อผมเป็นเด็ก ๆ ผมเกิดในครอบครัวยากจน
ครอบครัวของเราจนมากจนต้องอดข้าวบ่อย ๆ
เมื่อไหร่ก็ตามเมื่อถึงเวลากินข้าว...แม่จะแบ่งข้าวม าให้ผมเพิ่มขึ้นอีก
พร้อมทั้งพูดว่า"ลูกต้องกินข้าวเพิ่มขึ้นนะ...ส่วนแม ่ไม่ค่อยหิว"
นี้เป็นครั้งแรกที่แม่โกหกผม  

2. เมื่อผมเติบโตขึ้น คุณแม่เพียรพยายามหาเวลาว่างไปตกปลาในแม่น้ำ
เพื่อว่าผมจะได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติ บโตของผม
แม่ต้มปลาที่ตกมาได้ทำเป็นซุปให้ผมกิน
ในขณะที่ผมกินแกงต้มปลา..แม่จะนั่งข้าง ๆผม แทะกิน เศษเนื้อปลาที่ติดอยู่ตามก้างปลาหลังจากที่ผมไ ด้กินเนื้อปลาไปแล้ว
ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก..ผมพยายามแบ่งเนื้อปลาให้แม่
แต่แม่ปฎิเสธทันควันพร้อมกับกล่าวว่า "ลูกกินเถอะ...แม่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อปลา" นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่แม่โกหกผม  

3. เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม เราต้องใช้เงินเพิ่มมากขึ้น
แม่ต้องหารายได้พิเศษด้วยการรับงานเล็ก ๆน้อยจากโรงงานมาทำที่บ้าน
บางครั้งผมตื่นขึ้นมาตอนตี 1 หรือตี 2...ผมยังเห็นแม่กำลังทำงาน
"แม่ครับ...นอนเถอะครับมันดึกมากแล้ว พรุ่งนี้แม่ต้องไปทำงานอีก"
แม่ยิ้มกับผมพูดว่า "ลูกนอนต่อก่อนนะ...แม่ยังไม่เหนื่อย...นอนไม่หล ับ"
ครั้งที่ 3 แล้วที่แม่โกหกผม  

4. ตอนเมื่อใกล้จบชั้นมัธยมผมต้องไปสอบเป็นวันสุดท้าย
แม่อุตส่าห์หยุดงานไปเป็นเพื่อนและเพื่อเป็นกำลังใจใ ห้ผม
มันเป็นวันที่แดดร้อนมาก ๆ...แม่ต้องรอผมอยู่หลายชม.
เมื่อผมทำข้อสอบเสร็จ...รีบออกมาหาแม่
เห็นแม่ผมมีเหงื่อออกท่วมตัว..
แต่ท่านกลับรินน้ำเย็นที่เตรียมมาให้ผมดื่ม
ผมเห็นแม่รู้สึกเหนื่อยและร้อนจึงขอให้แม่ดื่มน้ำก่อ น
แม่พูดขึ้นว่า "ลูกดื่มเถอะ....แม่ยังไม่กระหายน้ำ"
นั่นเป็นครั้งที่ 4 ที่แม่โกหกผม  

5. หลังจากที่พ่อผมล้มป่วยและเสียชีวิต
คุณแม่ที่น่าสงสารต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหารายได้มาจ ุนเจือครอบครัว
แต่ก็ยังไม่ค่อยเพียงพอไม่ว่าคุณแม่จะพยายามมากขึ้นเ พียงไร
คุณลุงที่อยู่ข้าง ๆบ้านท่านเป็นคนดี
พยายามมาช่วยเหลือครอบครัวเราเสมอ....เช่นซ่อมแซมบ้า นที่ผุพัง..ฯลฯ
เพื่อนบ้านเห็นครอบครัวลำบากมากก็แนะนำให้แม่แต่งงาน ใหม่
แต่แม่ยืนกรานไม่เห็นด้วย แม่พูดกับผมว่า
"แม่มีลูกอยู่ทั้งคน...แม่ไม่ต้องความรักอีก"
แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 5 แล้ว  

6. ในทื่สุดผมก็เรียนจบและมีงานทำ
ผมอยากให้แม่ซึ่งตรากตรำทำงานหนักมาตลอดได้พักผ่อนบ้าง
แต่แม่ไม่ยอม.....กลับไปตลาดทุกเช้า
ขายผักที่หามาได้เพื่อเลี้ยงชีพทั้ง ๆที่ผมพยายามส่งเงินมาให้แม่
(ผมต้องไปทำงานในเมืองที่ห่างไกล)
แม่ผมไม่ค่อยยอมรับเงินผม..บางครั้งยังส่งเงินกลับคื นให้ผมอีก
แม่พูดกับผมว่า "แม่มีเงินพอใช้แล้ว...ลูกควรเก็บเงินไว้สร้างฐานะ"
แม่โกหกผมเป็นครั้งที่ 6  

7. เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้า..
ผมตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของมหาวิทยาลัยที่ม ีชื่อเสียงในอเมริกา เมื่อผมเรียนจบก็ได้งานทำที่นั่นและมีเงินเดือนค่อนข้างสูง
เมื่อทำงานไปได้สักพัก...ผมอยากให้แม่ผมมาอยู่กับผมท ี่อเมริกา
เพื่อว่าแม่จะได้หยุดทำงาน...พักผ่อนให้สบายในบั้นปลายของชีวิต
แต่แม่ผมไม่อยากรบกวนผม...บอกผมว่า "แม่ไม่คุ้นเคยกับชีวิตต่างแดน"
ครั้งที่ 7 แล้วซินะที่แม่โกหกผม  

8. เมื่อแม่แก่ตัวลงไปเรื่อย ๆ..
ในที่สุดแม่ก็เป็นมะเร็งและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โ รงพยาบาล
ผมลางานแล้วรีบบินกลับมาหาแม่สุดที่รักทันที
แม่ผมนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเมื่อผมไปถึง
น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อเห็นแม่ซึ่งผ่ายผอมและดูทรุดโ ทรมลงอย่างมาก
แม่รู้สึกดีใจมากที่เห็นผม....พยายามยิ้มอย่างสดชื่น ด้วยความลำบาก
ผมรู้ดีว่าแม่ได้ฝืนความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดฝืน
จากโรคมะเร็งร้ายที่ลามไปทั่วทั้งตัว
ผมโอบกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ด้วยความสงสาร
หัวใจผมในขณะนั้นเศร้าหมองและเจ็บปวดอย่างที่สุด
แม่พยายามปลอบผมด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ
"ลูกรักของแม่...เห็นหน้าลูกแม่ไม่รู้สึกเจ็บแล้ ว"
นี่เป็นครั้งที่ 8 ที่แม่โกหก
และเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของแม่ที่โกหกผม  

แม่ที่ผมรักและบูชามาตลอดชีวิตได้ปิดตาลงและจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากที่เธอกล่าวคำโกหกครั้งที่ 8 จบลง.........

แปลและเรียบเรียงจาก English Forward Mail -"mother's 8 lies"

ปล. Forward Mail


ความรักของแม่ยิ่งใหญ่เหนือคำใดในโลกจริงๆ
ซึ้งมาก :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 26 ก.ค. 2007, 20:09 น.
ซึ้งครับ :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 26 ก.ค. 2007, 23:53 น.
ปล.

จากโพสต์เจ๊เฟิร์น
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=972.msg672474#msg672474

มีรุ่นพี่เค้าบอกมาว่าไม่จริงนะคะ
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000086527




ปล. เพื่อนเดือนมันเตรียมปีนหลังคาหอไปดูดาวแล้ว :30:
มันมาชวนด้วย นี่ถ้าไม่ติดว่ารู้แล้วว่าไม่จริงก็คงจะไปดูเหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 30 ก.ค. 2007, 02:42 น.
เพิ่งเห็น  :30:


ปล. ไม่เคยได้ fwd อันนี้เลย :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 ก.ค. 2007, 02:44 น.
มีคนเชื่อกันจริงๆ เหรอ :44:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 30 ก.ค. 2007, 02:59 น.


หมายความว่ืายังไงพี่แอน  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 ก.ค. 2007, 03:44 น.
อ้อ เป็นเพราะเฟรินนี่เอง :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กาก เมื่อ 07 ส.ค. 2007, 19:44 น.
.
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 07 ส.ค. 2007, 22:09 น.






โห ตามอ่านย้อนหลังไปไกลขนาดนั้นเลย


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กาก เมื่อ 08 ส.ค. 2007, 09:38 น.
.
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 10 ส.ค. 2007, 13:24 น.
อันนี้ไปเจอมาครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องแต่ แต่มันก็สะเทือน




ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับเจ้าของต้นเรื่อง มันอาจตอกย้ำความเจ็บปวดกับคุณในเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรเผยแพร่เพื่อตอกย้ำคนที่ได้ชื่อว่าลูกทุกคนให้หันกลับมาดูคนที่ส่งเสียคุณเลี้ยงดูคุณมาด้วยความเหนื่อยยาก วันนี้เราหันไปเหลียวท่านบ้างหรือเปล่า ก่อนจะไม่มีโอกาสดูแล เมื่อท่านจากเราไปแล้วการจัดงานใหญ่โตมันไม่มีประโยชน์อะไร เวลาท่านอยู่ทำไมไม่ทำ ?


ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป เรียน เที่ยว นอน กิน ดึกๆผมก็โทรคุยกับแฟนของผม ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผมและผมก็เชื่อว่าใครๆเค้าก็ทำแบบนี้กัน "จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง" "กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้า มั้ยเนี่ย" "รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง ""ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ"


ประโยคต่างๆที่ผมได้คิดและคัดสรร เตรียมพร้อมมาต่างๆก่อนโทร ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์ ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน

เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน " "ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง""เย็นนี้กินข้าวอิ่ม มั้ย" "วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง" "อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ" โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง" จนกระทั่งวันนั้น "ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย" "เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ"" แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ"


ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า "Home""โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย" ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ "และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่"


หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืนและได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจหรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา "ผม" สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือโทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม   วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่ ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ คนเดียวในโลกที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ คน

เดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม "และคนเดียวในโลกที่เลือกคุยกับผมทุกๆวัน"

ใช่คนเดียวที่เลือกคุยกับเราโทรหาเราทุกวัน รับสายเราทุกครั้งแม้ว่าจะยุ่งอยู่ ไม่เคยตัดสายเราทิ้ง และไม่เคยทำให้เราน้อยใจ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 10 ส.ค. 2007, 17:49 น.
 :05: :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: YDA เมื่อ 10 ส.ค. 2007, 17:54 น.
 :05: :05: :05: :05: รักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 10 ส.ค. 2007, 18:02 น.
ซึ้ง  :05: :05: :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กาก เมื่อ 11 ส.ค. 2007, 19:04 น.
.
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 11 ส.ค. 2007, 20:17 น.
ตอนจบทำร้ายจิตใจมาก :05: :05: :05: :05: :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้น™ เมื่อ 11 ส.ค. 2007, 22:28 น.
ต้อนรับวันแม่ด้วยคน...จะซ้ำหรือเปล่านะ   :22:

--------------------------------------------------------------

คนเขาว่าอย่างไรแม่ไม่สน
ลูกของตนทนพร่ำและย้ำสอน
แสนเหนื่อยยากหนักหนาคราเดือนร้อน
ยังอาทรอ่อนโยนโอนไกวเปล

ลูกเติบใหญ่ในวันที่ผ่านล่วง
แม่ยังห่วงเจ้านะกลัวเถล
แม้โตแล้วแก้วจ๋าอย่าซัดเซ
หรือหักเหเรรวนป่วนสังคม

เขาประฌามหยามเหยียบเปรียบเป็นสัตว์
ฟังแล้วชัดขัดหูสู้ใจข่ม
ลูกจะรู้บ้างไหมใจแม่ตรม
สุดระทมก้มหน้าละอายคน

แต่อย่างไรใจแม่แท้มั่นรัก
ใครจะทักหักอกจนโศกหม่น
ว่าลูกชั่วตัวแม่แย่ทุกข์ทน
น้ำตาหล่นจนใจแก้ไขทัน

ขอวอนลูกถูกผิดย้ำคิดบ้าง
อย่าเอาอย่างข้างชั่วมัวหมองนั่น
ทำผิดพลาดขาดยั้งฝั่งทางตัน
ยากกลับหันผันตนเป็นคนดี

แม้ทำคุณหนุนช่วยอำนวยมาก
ยังลำบากหากพลาดขาดราศี
เขาเหยียบย่ำซ้ำร้ายหมายชีวี
ฝากวจีบอกเจ้าเคล้าน้ำตา

--------------------------------------------------------------
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 13:17 น.
สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช

* เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ
* ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก
* ถ้ามีการแนะนำตัวว่า " นี่เพื่อนฉัน" หมายความว่า "แฟนฉัน"
* ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่แฟนฉัน " หมายความว่า "ผัว/เมียฉัน"
* มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
* แฟนของคนอื่นมักจะสวยกว่าแฟนของตัวเอง
* เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ
* ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
* เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักทีให้พูดว่าไม่เอาจะได้เร็ว
* ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที
* ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้านไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
* ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่งไม้, ซอกตึก,อย่าตัดสินใจ ซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ
* ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ
* ระวังคน ที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
* อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง
* หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือหนังที่เราชอบดู
* อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
* อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก
* เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
* อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
* รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป
* ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ยังไงเพื่อนต้องมี
* อย่าเข้าใกล้หมาตอนกินข้าว
* ตลาด อตก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา
* เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
* ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
* คนไม่กินเนื้อไม่ได้แปลว่าเป็นดีเสมอไป
* เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีน ออกจากปากให้หลับตาด้วย
* ปูอัด มันทำจากปลา
* กระเพาะปลามันทำมาจากหนังหมู
* กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
* อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
* ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรกอ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2 ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา
* คนที่เอาหมวกตำรวจหรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเขาไม่มีตู้เขาไม่ได้ลืม เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร
* คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆตัวเป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา
* คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
* ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
* จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
* เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดูหน้าที่ตัวเองพูดถึง มักจะหาไม่เจอ
* ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
* ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต,ห้องน้ำผู้ชายผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้น™ เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 13:29 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 13:17 น.
สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้ของ อุดม แต้พานิช

* มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
* ถ้าแอบรักใครอย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
* หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือหนังที่เราชอบดู
* อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
* คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
* ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน

ชอบๆ  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 14:56 น.
อ้างอิง
* กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
* คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ

ข้อแรก ยืนยันฮะ
ส่วนข้อสอง ยืนเขย่งแล้วก็ยันอีกที
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 15:32 น.

อ้างอิง* หนังสือดีคือหนังสือที่เราชอบอ่าน, หนังดีคือหนังที่เราชอบดู
* ตลาด อตก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา
* คนไม่กินเนื้อไม่ได้แปลว่าเป็นดีเสมอไป

ชอบอันนี้ :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 18:28 น.
อ้างอิง
* เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ
* ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก

:12:

อ้างอิง* ถ้ามีการแนะนำตัวว่า " นี่เพื่อนฉัน" หมายความว่า "แฟนฉัน"
* ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่แฟนฉัน " หมายความว่า "ผัว/เมียฉัน"

แล้วถ้ามันแนะว่า "นี่เมียกู" ล่ะ :01:

อ้างอิงมนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี

:12:

อ้างอิงอยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ

:30:

อ้างอิงในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรกอ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2 ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา

ใช่!!!


อ่านๆ ไป น่าเอาไปลงอวดรู้ด้วยนะเนี่ย :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 23:22 น.
เสียงประชาชน มิใช่เสียงสวรรค์เสมอไป
เป็นเสียงนรกก็ได้ ถ้าไร้ศีลธรรม

พุทธทาส
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 16 ส.ค. 2007, 20:44 น.
อ้างคำพูดจาก: Adobe MoonShine เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 18:28 น.

แล้วถ้ามันแนะว่า "นี่เมียกู" ล่ะ :01:


หมายถึงว่าจริงๆ เป็นเมียคนอื่นน่ะ :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: toeytoeytoey เมื่อ 17 ส.ค. 2007, 20:37 น.
 :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้น™ เมื่อ 19 ส.ค. 2007, 13:40 น.
มีแม่ทัพผู้หนึ่ง ชื่นชอบต่อการสะสมของเก่าเป็นอย่างยิ่ง อยู่มาวันหนึ่งก็ได้นำของเก่าออกมาทำความสะอาด ในขณะที่หยิบของเก่าชิ้นโปรดขึ้นมานั้น ด้วยความไม่ระวัง พลันทำของเก่าชิ้นนั้นหลุดมือร่วงลงพื้น แม่ทัพตกใจรีบตะครุบเอาไว้อย่างรวดเร็ว
แม้มันจะไม่เล่นแตก แต่ใจของแม่ทัพก็ตื่นตระหนกแทบจะสลายไปก่อนหน้านี้ ใบหน้าจึงชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในขณะนั้นท่านก็ได้คิด
"ข้านำพานพลมากมายจำนวนนับหมื่นนับแสนออกไปรบ ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า ข้าหาได้กลัวตายไม่ แต่ทำไมวันนี้ เพราะแก้วใบเล็ก ๆ ใบเดียว ทำให้ข้าตื่นตระหนักได้ถึงเพียงนี้ "
ฉับพลันท่านก็แจ้งใจ หยิบแก้วใบนั้นปาทิ้งลงไปบนพื้นจนแตกละเอียดไม่เป็นชิ้นดี

เป็นจิตยึดอยู่กับการได้และสูญเสีย เราจึงมีทุกข์ สุข ยินดี โศกเศร้า ด้วยอัตราที่เกิดขึ้นจากการครอบครอง ทำให้เราไม่อาจที่จะเป็นอิสระ ทำให้เราวางไม่ลงปลงไม่ได้ ความทุกข์ความกลัดกลุ้มความกังวลจึงตามมา แม่ทัพผู้นี้ได้แจ้งแล้วซึ่งสัจธรรม ปลดปล่อยตัวเองจากวัตถุที่คอยพันธนาการ ท่านไม่เพียงแต่เป็นผู้กล้าแต่ยังพร้อมด้วยปัญญา

ความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่อยู่ที่ทรัพย์สมบัติมากมาย แต่อยู่ที่การแสวงหาความสงบสุขแห่งวิถีจิต ท่านล่ะคิดอย่างไร ?

ปุถุชน ที่ยังคงเป็นปุถุชน ก็เพราะยึดอยู่กับเรื่องส่วนตน วางไม่ลงปลงไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้ แล้วจะพ้นจากการเกิดตายได้อย่างไร?
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 19 ส.ค. 2007, 18:43 น.
สาธุ :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Okudakung เมื่อ 19 ส.ค. 2007, 19:01 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 15 ส.ค. 2007, 13:17 น.

* ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน


ชอบครับๆ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: HJ เมื่อ 26 ส.ค. 2007, 23:49 น.
อ้างคำพูดจาก: ต้น™ เมื่อ 19 ส.ค. 2007, 13:40 น.
มีแม่ทัพผู้หนึ่ง ชื่นชอบต่อการสะสมของเก่าเป็นอย่างยิ่ง อยู่มาวันหนึ่งก็ได้นำของเก่าออกมาทำความสะอาด ในขณะที่หยิบของเก่าชิ้นโปรดขึ้นมานั้น ด้วยความไม่ระวัง พลันทำของเก่าชิ้นนั้นหลุดมือร่วงลงพื้น แม่ทัพตกใจรีบตะครุบเอาไว้อย่างรวดเร็ว
แม้มันจะไม่เล่นแตก แต่ใจของแม่ทัพก็ตื่นตระหนกแทบจะสลายไปก่อนหน้านี้ ใบหน้าจึงชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในขณะนั้นท่านก็ได้คิด
"ข้านำพานพลมากมายจำนวนนับหมื่นนับแสนออกไปรบ ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า ข้าหาได้กลัวตายไม่ แต่ทำไมวันนี้ เพราะแก้วใบเล็ก ๆ ใบเดียว ทำให้ข้าตื่นตระหนักได้ถึงเพียงนี้ "
ฉับพลันท่านก็แจ้งใจ หยิบแก้วใบนั้นปาทิ้งลงไปบนพื้นจนแตกละเอียดไม่เป็นชิ้นดี

เป็นจิตยึดอยู่กับการได้และสูญเสีย เราจึงมีทุกข์ สุข ยินดี โศกเศร้า ด้วยอัตราที่เกิดขึ้นจากการครอบครอง ทำให้เราไม่อาจที่จะเป็นอิสระ ทำให้เราวางไม่ลงปลงไม่ได้ ความทุกข์ความกลัดกลุ้มความกังวลจึงตามมา แม่ทัพผู้นี้ได้แจ้งแล้วซึ่งสัจธรรม ปลดปล่อยตัวเองจากวัตถุที่คอยพันธนาการ ท่านไม่เพียงแต่เป็นผู้กล้าแต่ยังพร้อมด้วยปัญญา

ความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่อยู่ที่ทรัพย์สมบัติมากมาย แต่อยู่ที่การแสวงหาความสงบสุขแห่งวิถีจิต ท่านล่ะคิดอย่างไร ?

ปุถุชน ที่ยังคงเป็นปุถุชน ก็เพราะยึดอยู่กับเรื่องส่วนตน วางไม่ลงปลงไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้ แล้วจะพ้นจากการเกิดตายได้อย่างไร?


พิมผิดครับ ต้องเขียนว่า อัตตา

ชอบบทความนี่มากครับ แต่อยากรู้ว่ามันมีตอนต่อไปหรือเปล่าครับ  อยากอ่านต่อ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 07 ก.ย. 2007, 17:48 น.
อ้างอิง
      
เคล็ดลับการจีบสาวมีแฟนแล้ว

สิ่งที่ผมจะนำมาให้อ่านนี้ผมใช้เวลาคิดนานเหมือนกันว่าจะPostดีหรือไม่แต่คิดว่ามันมีโทษมากกว่าประโยชน์ (ในมุมมองของผม) เพราะเรื่องอย่างงี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับคนที่เรารักใช่ไหม๊ เพราะความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ...

เคล็ดลับการจีบสาวมีแฟนแล้ว

(เคล็ดลับการจีบสาวมีแฟนแล้ว(แต่อยู่ไกล)ใช้ได้ดีกับผู้หญิงที่อ่อนกว่า)


1. อย่ายอมรับว่าเรากำลังจีบเขาอยู่

- ถึงแม้ว่าเขาจะถามมาตรงๆ หรือถามวกวนอย่างไรก็ตาม
บอกแค่ว่าไม่คิดอะไร แค่เป็นเพื่อนคนหนึ่ง คบแล้วสบายใจดี ผิดด้วยหรือ ทำให้เขารู้สึกผิดที่ถามมา
(ถ้าตอบไปว่าใช่ ก็แหวกหญ้าให้งูตื่นสิครับ เธอก็ไม่กล้าพูดคุยด้วยพอดี ผู้หญิงก็รู้สึกผิดต่อแฟนเป็นนะ)


2. พยายามทำดีด้วยให้มากที่สุด พูดจากให้กำลังใจ ทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ (สำคัญนะ)
ห้ามหึงหวง

- ทำดีไปเถอะตอนนี้ทำไปมากๆ เหมือนการหาเสียงพอเค้าเปลี่ยนใจจากคนที่เค้าคบแล้วเราก็ค่อยเปลี่ยนพฤติกรรมบ้างก็ได้ ไม่ผิดนิ

- โดยปกติ 80% ขึ้นไป แฟนเก่าเขาจะมีอายุพอๆกัน (เพราะคบกันตอนเรียน)
ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ
ใจเย็น และทำทุกอย่างให้เธอได้ ไปรับไปส่ง โทรไปหา อย่าขัดใจเธอนัก แต่ก็มีแซวๆบ้างได้
ให้เธอรู้สึกเป็นกันเอง และชื่นชมในตัวคุณ


3. อย่าพูดถึงแฟนเขานัก แม้ว่าเธอจะพยายามชักจูงเข้าไปหาเรื่องแฟนเธออย่างไร
ก็พยายามทำเหมือนไม่ได้ยิน หรืออาจจะพูดว่า อือ อือ แต่ไม่ใส่ใจ ทำเหมือนว่ามันไม่มีตัวตนอยู่ในโลก
หรือนานๆทีจะเล่นมุขชมไปบ้างว่า ดูรักกันดีจังนะ ดูเธอรักเขาจัง เขาคงเหมือนกันใช่หรือป่าว
ให้สาวเจ้าเริ่มลังเล แต่อย่าทำให้เหมือนดูประชดนะครับ ตอนนี้เธอยังภูมิใจ และยังรักแฟนเก่าเธออยู่


4. ให้กำลังใจ และปลอบใจเมื่อเค้าทะเลาะกับแฟน

- อย่าเพิ่งไปยุเขาให้เลิกกับแฟนอย่างโจ่งแจ้งนะครับ คอยปลอบเขา บอกเขาว่าถ้าไม่สบายใจก็พูดคุยกันได้ ถ้าเขาบอกว่าไม่ค่อยสบาย
ไม่ค่อยอยากคุย ก็อย่าคะยั้นคะยอ รอไปก่อน แล้วค่อยโทรไปใหม่ ชวนออกไปหาอะไรทำให้เขาสบายใจขึ้นวันหลัง
- พอวันหลังเขาไปคุยกับแฟน แฟนเขาก็จะหึงอีกที่มาคุยกับเรา แล้วก็จะทะเลาะกันอีก
- ก็กลับมาในรูปแบบเดิมครับ ปลอบต่อ สร้างฐานคะแนนเสียงไปเรื่อยๆ


5. รอเวลา - สำคัญมากครับ อย่าทำอะไรบู่มบ่าม รอให้เขาทะเลาะกันให้พอ
เริ่มให้สาวเจ้ารู้สึกว่า แฟนในปัจจุบันรักเธอจริงหรือป่าว ทำไมทำให้เธอไม่สบายใจยันเลย
( แล้วเธอละ ทำอย่างนี้ แฟนคงสบายใจด้วยหล่ะนะ ก็มันหึงนี่หว่า)




6. ทำความดีต่อไปเรื่อยๆครับ ทำให้สาวเจ้าสบายใจที่สุดที่อยู่กับคุณ ถ้าโอกาสดีๆ ก็แกล้งคุยไป
ถามว่าความรักเป็นอย่างไรบ้าง เค้ารักเธอจริงหรือป่าวนะ เห็นหมู่นี้ไม่ค่อยสบายใจนี่
ทำไมเขาทำให้เธอเป็นอย่างนี้ล่ะ ก็รักจริงไม่ใช่หรือ
- ที่สำคัญ ทำให้แนบเนียนนะครับ วางมาดดีๆ ทำให้คุณดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเธอประมาณ 10 ปี
ให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าปรึกษาผู้ใหญ่ที่เธอไว้ใจอยู่


7. เมื่อโอกาสมาถึง สาวเจ้าจะส่ง signal ประมาณว่าขอเป็นเพื่อนกับแฟนเธอ สาวเจ้าจะบอกแฟนเธอว่า ยังรักอยู่ รอกลับมาทำดีด้วย แล้วกลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือว่า เธอรักเราจริงหรือป่าว
ทำไมต้องทำตัวเป็นเจ้าของเราด้วยล่ะ ทำไมต้องทำให้เราไม่สบายใจด้วย


8. ครับ... ผู้ชายพอได้ฟังก็จะอึ้ง ยิ่งคบกันมานานเท่าไหร่ ก็จะอึ้งนานเท่านั้น แฟนจะเริ่มรู้สึกว่า
สาวเจ้าเริ่มทำตัวออกห่าง แล้วก็จะหึงหนักและทะเลาะกันครับ แล้วเรื่องก็จะบานปลายมากขึ้น คุณพ่อ
คุณแม่เธอเห็นเธอร้องไห้หรือครับ แฟนในปัจจุบันก็จะเป็นคนเลวในทันที ไม่ต้องมีการแก้ตัว
และก็จะช่วยกีดกันมันออกไปจากชีวิตเธอให้คุณโดยอัตโนมัต


9. เมื่อปัจจัยอื่นๆมันมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ปัญหามาก แฟนเขาก็ต้องมีท้อบ้างครับ เริ่มรู้สึกว่าเราไม่ดีพอหรือป่าว ไม่รักเธอจริงหรือป่าว (ใช้ได้ดีมากสำหรับแฟนเก่าที่รักเธอย่างจริงใจ หรือคบกันมานานมาก)
เริ่มรู้สึกว่า ควรจะให้เธอลองทำตามความต้องการ (ที่โดนยุแหย่จากคุณ) ซักหน่อยดีไหม
สุดท้ายเขาก็ต้องยอมรับกับการคบเธอเป็นเพื่อน

ส่วนเรื่องที่เขาจะแย่งเธอคืนมาจากคุณหรือครับ ก็เขาเหนื่อยกับสิ่งที่ทำให้เธอแล้ว
และเกิดความท้อใจเพราะคิดว่าสิ่งที่เค้าทำ ที่มันดีที่สุดแล้ว มันยังไม่มีค่าพอที่จะเหนี่ยวรั้งตัวเธอเอาไว้ได้ กว่าเค้าจะเรียกกำลังใจคืนมาได้ ป่านนั้นคุณก็เข้าไปนั่งในตำแหน่งของเขาในใจเธอเรียบร้อยแล้วหล่ะ


10. คราวนี้ตาคุณแล้ว ค่อยๆเข้าไปให้ความสบายใจเรื่อยๆเหมือนปกติ ในใจคุณตอนนี้
ก็จะได้กระหยิ่มยิ้มย่องกับความสำเร็จของคุณ รอเวลาอีกนิด ก็จะได้เธอมาครอบครองสมใจ
โดยไม่มีแฟนเก่าของเธอเป็นก้างขวางคออีกต่อไป


ขอแสดงความยินดีครับกับความสำเร็จของคุณครับ... สาธุ...
ขออย่าให้คุณเจอเองนะครับ เจ็บเจียนตายเลยล่ะ ถ้าเกิดกับคนที่คุณรัก



* * * ปล. หากใครคิดจะทำตามคิดให้ดีก่อนนะครับไม่ใช่คิดเอาแต่ได้ เรื่องอย่างนี้ไม่เท่และไม่ใช่เรื่องสนุก อีกอย่างนึงคนที่เขียนเทคนิคนี้ไว้เค้าก็เตือนแล้วด้วยว่า "ขออย่าให้คุณเจอเองนะครับ เจ็บเจียนตายเลยล่ะ ถ้าเกิดกับคนที่คุณรัก"

อ่านแล้ว เอ่อ....  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 07 ก.ย. 2007, 17:59 น.
คือเหมือนว่าเพื่อนของแฟนเก่าผมจะใช้วิธีราวๆนี้หล่ะมั้ง

ตอนนี้คาบเอาไปทานแล้ว เจ็บเจียนตายจริงๆ  :39:

รักแท้แพ้ใกล้ชิด คนสนิทคิดไม่ซื่อ  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 07 ก.ย. 2007, 20:35 น.
มีคนใช้วิธีลัดด้วยนะ  :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 10:32 น.
ตีหัวลากเข้าถ้ำ :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 17 ก.ย. 2007, 00:51 น.
เช็คเมลล์วันนี้ แล้วอ่านเจอเมลล์นี้ค่ะ เลยเอามาแบ่ง  :22:
อ้างอิง
เค้าว่ากันว่า
เด็กแต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง
มีมุมมองของตัวเอง
แม้ความคิดของเด็กบางคนอาจจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัว
ผ่านเรื่องมาเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง
อาจจะมากกว่าคนอายุเป็นเท่าตัวของเราด้วยซ้ำ
แต่บางเรื่องก็ปฎิเสธไม่ได้
ว่าเรา...
มีประสบการณ์น้อยกว่าผู้ใหญ่บางคน
สำหรับเรา
วิธีนี้อาจดีที่สุด
เหมาะสมที่สุด
ทำได้ง่ายที่สุด
พึงพอใจที่สุด
ปลอดภัยที่สุด
และ...
เป็นตัวของตัวเองที่สุด

ในขณะที่
ผู้ใหญ่
ก็มีมุมมองของเค้า
ที่ไม่เห็นด้วยกับเราก็ได้

แต่นั่นไม่ใช่เพราะเค้าไม่พอใจ
ที่เราดื้อ
เราซน
หรือไม่พอใจ
ในเหตุผลของเรา

การที่เค้าค้าน
ก็เพราะต้องการให้เกิดสิ่งใหม่ๆที่อาจจะดีกว่า
ถึงแม้บางครั้ง
มันอาจจะไม่ดีกว่าก็ได้
แต่ผลจากการค้าน
อย่างน้อย...
ก็ทำให้เราไม่ยึดติดกับความคิดเดิม
แล้วมองโลกในแบบเดิม

มีคนบอกว่า
เด็กสมัยนี้คิดนอกคอก...ไม่ใช่นอกกรอบ

จริงแล้ว
เด็กคนนั้นไม่ได้คิดนอกคอกหรือนอกกรอบหรอก
แต่....


เค้าไม่เปิดตาเปิดใจมองดูเหตุผลที่คนอื่นมอง
และพยายามบอกตัวเองว่า
สิ่งที่คิด
เป็นแนวคิดใหม่



จะดีไม่น้อย
ถ้าเด็กเปิดตามองหลายมุมมากขึ้น
และผู้ใหญ่ก็เปิดใจรับฟัง

เค้าว่ากันว่า
ผู้ใหญ่ที่ดี
ไม่ควรเห็นด้วยกับเด็กทุกอย่าง
เพราะการเห็นด้วยในทุกอย่าง
ไม่ได้ดึงเด็กออกจากโลกใบเก่า
อีกทั้งยังเป็นการกดความคิดของเด็ก
ให้ดีทุ่สุดในโลกของเด็ก
แต่ความจริง
โลกใบนี้มีตั้งหลายซีกโลก
ไม่ได้มีเฉพาะโลกของเด็กเพียงอย่างเดียว

เด็กที่ดี
ก็ควรจะมีความคิดเป็นของตัวเอง
รู้จักรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น
บางครั้ง
เด้กอาจไม่เห็นด้วยกับผู้ใหญ่
จนลืมมองเหตุผลของโลกอีกใบหนึ่ง
แต่บางครั้ง
ความเห็นของคนอื่นๆ
จากซีกโลกอื่น
ก็เป็นสิ่งที่ดีที่เรายังไม่สัมผัสก็ได้

การที่ผู้ใหญ่อยากให้เราทำตาม
บางครั้งก็เพียงอยากให้เราเปิดประตูเข้ามาในอีกซีกโลกหนึ่ง
อยากให้เราได้สัมผัส
มันก็คง...
ไม่ต่างอะไรกับความคิดเด็ก
ที่อยากให้ผู้ใหญ่คิด และรับฟังความเห้นของตัวเอง

เพราะในที่สุด...ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล
สำคัญที่สุด
คือความกล้าหาญ

กล้า...
กล้าที่จะทำตาม
กล้าที่จะรับฟัง
กล้าที่จะเชื่อมั่น

กล้า....ก็เท่านั้นเอง

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 17 ก.ย. 2007, 18:11 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 17 ก.ย. 2007, 19:15 น.
+เฟริน

ตรงอารมณ์ในตอนนี้มากๆเลย
ขอบใจนะจ๊ะ  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 18 ก.ย. 2007, 09:45 น.


ขอบคุณค่า  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แนนเค้ก ❤ เมื่อ 19 ก.ย. 2007, 23:22 น.
ดีจริงๆด้วยเฟิร์น  :12:+
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เกดลดา เมื่อ 20 ก.ย. 2007, 10:53 น.
เวลาที่คุณท้อ คุณเป็นแบบไหน from lookkaew

วันหนึ่งลูกสาวพร่ำบ่นถึงชีวิตอันแสนรำเค็ญให้พ่อฟังว่า . . .
เธอกำลังรู้สึกอับจนปัญญาที่จะจัดการกับชีวิตและปรารถนาที่จะยอมแพ้พ่าย
ด้วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และการแข่งขัน
ประหนึ่งว่าเมื่อสางปัญหาหนึ่งเสร็จสิ้น
อีกปัญหาหนึ่งก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ


ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นพ่อครัวจึงเดินนำเธอเข้าไปในครัว
จัดแจงต้มน้ำในหม้อ 3 ใบด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด
เขาใส่แครอทในหม้อใบแรก
วางไข่ลงในหม้อใบที่สอง และตักกาแฟลงไปในหม้อใบสุดท้าย
แล้วปล่อยให้มันต้มไปเรื่อยๆ โดยไม่มีคำอธิบายให้กับลูกสาวเลย


ฝ่ายลูกสาวเริ่มรู้สึกหงุดหงิด และหมดความอดทน
ทั้งยังสงสัยว่าพ่อกำลังทำอะไร 20 นาทีผ่านไป พ่อก็ปิดเตาแก๊ส
ตักแครอทขึ้นมาวางไว้ในชาม นำไข่วางไว้ในชามอีกใบหนึ่ง
และตักกาแฟไว้ในชามสุดท้าย แล้วหันไปถามลูกว่า "ลูกเห็นอะไรบ้าง"

" แครอท ไข่ กาแฟ" เธอตอบ

เขาจึงขอร้องให้เธอสัมผัส แครอท เธอจึงรู้ว่ามันนิ่ม
แล้วเขาก็ให้ลูกสาวตอกไข่ เมื่อเธอแกะเปลือกไข่ออก ก็พบว่าไข่
นั้นได้ต้มจนสุกแล้ว ท้ายที่สุดเธอให้ลูกสาวลองจิบ กาแฟ ดู
เธอยิ้มและลิ้มรสอันหอมกรุ่นนั้น

แล้วก็ถามพ่อ ว่า " นี่หมายความว่าอย่างไรเหรอคะคุณพ่อ?"

พ่ออธิบายว่า " เราได้กระทำต่อ 3
สิ่งนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน นั่นคือ น้ำเดือด
แต่ผลลัพธ์มันกลับแตกต่างกัน จากเดิม แครอท ดูแข็งๆ
และไม่โอนอ่อนผ่อนตาม พอผ่านการต้มมันกลับนิ่มและดูอ่อนปวกเปียก
ไข่...ซึ่งดูบอบบาง มีเพียงเปลือกบางๆ คอยห่อหุ้มของเหลวภายใน
แต่น้ำเดือดทำให้ของเหลวนั้นกลับแข็งขึ้น
ขณะที่กาแฟกลับมีลักษณะเฉพาะตัวตลอดกาล เมื่อมาเจอน้ำเดือด
น้ำต่างหากที่แปรเปลี่ยนไป . . ."

พร้อมกันนี้ พ่อยังถามลูกสาวว่า
แล้วลูกล่ะเมื่อความทุกข์มาเยือน ลูกจะเตรียมรับมืออย่างไร
ลูกจะเป็นแครอท ไข่ หรือ กาแฟ"?

ถ้าเป็น "แครอท" แม้จะดูแข็งโป๊ก
แต่เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานาก็จะเฉา อ่อนแอ
และสูญเสียเรี่ยวแรง และกำลังไป

หรือจะเป็น " ไข่" ซึ่งดูสามารถปรับสภาพได้ในตอนแรก
แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเป็นความตาย การแตกแยก การหย่าร้าง
หรือการเลย์ออฟ . .แม้เปลือกภายนอกยังคงเดิม แต่หัวใจ
และจิตวิญญาณของอาจปวดร้าว และแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นไปได้

หรือหากคุณเหมือน "กาแฟ"
เมื่อเจอน้ำเดือดอันนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่ ณ อุณหภูมิสูงสุด 100
องศาเซลเซียส กาแฟกลับมีรสชาติดีขึ้นยามนั้น หากเป็นดั่งกาแฟ
เมื่อถึงภาวะที่เลวร้ายที่สุด
นอกจากจะสามารถจัดการชีวิตตนเองได้แล้ว
ยังสามารถทำสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้นได้ด้วย. .
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 08 ต.ค. 2007, 21:01 น.
(http://img.icez.net/i/t8/mevr2.jpg)


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 08 ต.ค. 2007, 23:53 น.


ชอบ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 08 ต.ค. 2007, 23:57 น.
ชอบไปทำไม
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 08 ต.ค. 2007, 23:59 น.
 :39:



ต้่องบอกว่ามีไปทำไม  :07:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 09 ต.ค. 2007, 00:00 น.
อ้าว รูปจาก img.icez.net หายไปไหน  :08:

/// อ้อ กลับมาแล้ว
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 09 ต.ค. 2007, 00:41 น.
อูย...สะอึก :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 09 ต.ค. 2007, 01:18 น.

:46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 09 ต.ค. 2007, 11:47 น.
 อ่านแล้วตาสว่าง ขอบคุณครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 09 ต.ค. 2007, 17:16 น.
อ้างอิงวันนี้ขอ เอาขนมปังอาม่า มาให้ดูหน่อยค่ะ
อาม่า อายุน่าจะสัก 65 up
แต่ไม่รู้เท่าไหร่ เพราะไม่กล้าสัมภาษณ์แกมากนัก (เป็นโรคแพ้คนแก่)
ที่ต้องนำมาแนะนำให้เพื่อนรู้จักกันก็เพราะว่า

วันหนึ่ง อาม่าขายขนมปัง ตรงทางลงรถไฟฟ้าสถานี อโศก ตามปกติ
แต่ที่ไม่ปกติก็คือ วันนั้น อาม่า ต้องยืนถือไม้เท้าคู่ใจของแก พร้อมกับ หิ้วขนมปังใส่ถุงก๊อบแก๊บใบโต
เร่ขาย ให้กับผู้คนรอบด้านที่เดินผ่าน
คิดดูสิคะ คนที่จะกล้าซื้อขนมปังแกคงมีไม่เยอะ นอกจากคนที่เคยอุตหนุนกันเป็นประจำ เพราะจากสภาพแล้วคนคงกลัวว่า
ของจะไม่สะอาดบ้างหละ ไม่น่ากินบ้างหละ คุณภาพไม่ดีบ้างหละ
เห็นแล้วก็อดสงสารแกไม่ได้ (ก่อนหน้านี้ผ่านเจอแกทุกวันแต่ยังไม่คิดจะซื้อเพราะเป็นโรคกลัวคนแก่)
วันนั้น เลยเดินเข้าไปอุตหนุนขนมปังแกไป 4 ก้อน
เลยได้ถามแกว่า
B: อาม่า ทำไมวันนี้ อาม่าต้องมายืนขายด้วยหละ แล้วเก้าอี้หายไปไหน
อาม่า: อ๋อ วันนี้เห็นเจ้าหน้าที่เค้ามาบอกว่า ห้ามนั่งขาย เพราะมีผู้ใหญ่จะผ่าน

คิดดูสิ เพราะผู้ใหญ่จะผ่าน ถึงขึ้นทำให้แกต้องยืนถือไม้เท้าเร่ขาย ใจดำจริง ร้านแกก็ไม่ได้ทำให้กรุงเทพแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่สักเท่าไหร่

มาต่อกันที่ ขนมปังอาม่า ดีก่า เดี๋ยวจะเสียอารมณ์
ตอนแรกกะลังคิดอยู่ว่าจะเอาขนมปังไปแจก เพื่อนพี่น้อง ที่ออฟฟิตกิน เพราะมันตั้ง 4 ก้อน และไม่รู้ว่าจะอร่อยไหม
เพราะหน้าตาของขนมปังนั้นดูบ้านๆธรรมดา บรรจุในถุงแกง ที่ถูกมัดปากถุงแบบที่แม่แบ่งขนมจากบ้าน ให้ไปโรงเรียนตอนสมัยอนุบาล
แต่จากที่อาม่าจับขนมปังมัดใส่ถุงแบบนั้น ทำให้ ขนมปังของอาม่า สะอาด และนุ่ม มากๆ (เพราะอาม่าขายอยู่ข้างถนน)
พอได้กัดขนมปังเข้าไปรู้สึกได้เลยว่า โอ้แม่เจ้า!! นี้มัน อร่อยกว่า แบรนด์ดังๆ หลายเจ้าเลยนะเนี้ย(แต่ไม่รู้ว่าอาม่ารับมาจากไหน หรือว่าทำเอง เพราะเป็นโรคแพ้คนแก่)
ที่สำคัญ กว่าความอร่อย ก็คือ ปริมาณที่ เกินราคา เพราะมันแค่ 10 บาท แต่ใส้บานตะไท
ขนมปังอาม่า มี หลายไส้มากๆค่ะ แต่ราคา 10-12 บาท (ใส้กุ้งไม่รู้เท่าไหร่ไม่เคยซื้อเพราะใส่หัวหอมใหญ่)
ถูกจนไม่รุ้จะถูกยังไง เพราะ ไส้เยอะ แป้งน้อย เหนียวนุ่ม
เวลาเปิดขาย ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ช่วง 8.30 - 10.00 น. ก็เห็นแกอยู่แล้ว น่าจะมาเช้ากว่านั้น (วันจันทร์ ไม่ขาย, เสาร์-อาทิตย์ ไม่ทราบค่ะ)

(http://img2.f0nt.com/09/6ae12d3966b6f0e06ac3fbc120031354.png)

(http://img2.f0nt.com/09/99b55b268a1600e802a4858fb0923a2a.png)
ใครผ่านไปแถวๆนั้น แวะช่วยแกอุตหนุนหน่อยนะคะ เพราะแกจะต้องขายขนมปังให้หมดก่อนถึงจะกลับได้
ขนาดวันที่เราไปทำงานสาย เกือบ 11 โมงแล้ว แกยังนั่งขายอยู่เลย
บางวันเหลือเยอะๆ ก็ช่วยซื้อหมดไม่ได้ จะกินทุกวันก็มะไหวอีก ได้แต่ช่วยแก 2-3 ชิ้น ไปวันๆ(แต่รับประกันของแกอร่อยจริงๆ ไม่งั้นไม่กล้าแนะนำ)

สุดท้าย ฝากทุกคนดูแลคนชรา ที่บ้านด้วยนะคะ
ปล. ใครไปซื้อขนนมปังแล้วรักคนแก่ ฝากถามแกด้วยว่า ทำขนมเองหรือเปล่า อร่อยมากๆ

มีใครเคยเห็นตัวเป็นๆ มั่งครับ  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 12:09 น.
อ้างคำพูดจาก: เอ เป๋ตลอด เมื่อ 09 ต.ค. 2007, 17:16 น.
มีใครเคยเห็นตัวเป็นๆ มั่งครับ  :46:
เคยเห็นครับ เมื่อปีที่แล้ว
จะขายอยู่ตรงทางลงบันไดรถไฟฟ้า
ขาที่ลงมาทางรถไฟฟ้าใต้ดิน
(ไม่ใช่ทางลงบันไดเลื่อนนะ)

ส่วนตอนนี้ยังขายอยู่หรือเปล่า..... ไม่รู้ครับ
เพราะตั้งแต่จบมา ยังไม่เคยไปแถวนั้น ตอนเช้าๆเลย :42:


> >ไต้หวัน-- -- หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ
> >เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น
> > ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ
> >ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี
> >ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างใ นกระเพาะ
> >ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน "ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย
> >ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า" ศาสตราจารย์ฟันธง
> >ผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ"มันฆ่า" แล้วสารหนูมาจากไหน
> >ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน
> >นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น
> > กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก ็ไม่เห็นเป็นไร
> >แต่ผู้ตายกินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ
> >นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง
> >พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง
> >สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร
> >แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี
> >ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5 หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ
> >กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ซึ่งมีพิษ
> >หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั้นเอง
> >พิษสารหนูจะทำให้การทำงานของเส้นโลหิตฝอยและเอนไซม์ของซัลฟีดรีลข ัดข้อง
> >เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจ ตับ ไต และลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน
> >เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้น ผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด
> >เพราะฉะนั้น ในระยะที่รับประทานวิตามินซี ต้องงดกินอาหารประเภทกุ้ง
> >เพื่อความไม่ประมาท
> >เมื่ออ่านจบ โปรดส่งต่อไปยังญาติโยมเพื่อนฝูงด้วย

ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะครับ :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 14:33 น.
^ น่ากลัวแหะ :44:


อ้างอิง
ผู้หญิงบางคน ( อาจรวมถึงตัวคุณเองด้วยก็ได้นะคะ ) ชอบโวยวาย ว้ายกรี๊ดในทำนองว่า "ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา แล้วทำไมทั้งเพื่อน ทั้งแฟนถึงได้ซิ่งหนีกันไปหมด?" "เอ๊ะ! เราก็ดีกับเขาสารพัดอย่าง  แต่ไหงมองเราเป็นยัยตัวแสบ ก็ไม่รู้ซินะ?"

เอาเป็นว่า ถ้าเพื่อนๆ ของคุณนัดกันไปช้อปปิ้ง ดูหนัง ไปปิคนิค หรือว่าไปเชียร์กีฬา ฯลฯ แล้วไม่บอก ไม่ชวนคุณไปด้วย หรือว่าเขาคุยกันอยู่กิ๊วก๊าวระรื่นเชียว พอคุณเข้าไปร่วมด้วยสักพักเดียวเลยกร่อยกันหมด หรือผู้ชายคนที่คุณรักคุณ เข้ามารักได้ไม่นานเท่าไร พอรู้ว่าคุณเป็นยังไงเขาก็หายหัวไป

อย่างนี้ล่ะก็คุณต้องพิจารณาตัวเองแล้วละคะว่า ตัวคุณน่ะมี "โทษสมบัติ" เหล่านี้บ้างหรือเปล่า


เคร่งเครียดซีเรียสจัด

ขอให้เชื่อเถอะว่าคนที่มีอารมณ์ขันสามารถทำให้คนอื่นหัวเราะไปได้น่ะ ใครๆ ก็อยากเข้าวง แล้วคุณล่ะเคยเล่าเรื่องสนุกๆ กุ๊กกิ๊กให้เพื่อนคิกคักบ้างหรือเปล่า ก็ไม่ต้องถึงกับขำก๊ากเป็นตลกคาเฟ่หรอก แค่ให้ยิ้มหัวกันได้ก็เป็นเสน่ห์แล้ว แต่ถ้าอยู่ในที่ทำงาน คุณก็หน้าเครียดวางท่าเอางานเอาการซะเต็มประดา พอเลิกงานคุณก็ยังวางหน้าอย่างนั้นอีก เฉยชามึนตึง ไม่รู้ที่เล่นทีจริงใครทักก็พูดด้วยอย่างแกนๆ ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ ฯลฯ ลองเป็นแบบนี้ก็ไม่นานหรอกใครๆ จะตีกรรเชียงออกห่างจากคุณ เพราะหาความรื่นรมย์ไม่เจอเลยสักกระติ๊ด...เซ็งค่ะ



ขบกัดสะบัดเขี้ยว

มีนิสัยชอบจับผิดคนอื่น แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ออกมาตรงๆหรือเก็บเอาไปนินทาลับหลัง ถึงแม้ว่าคุณจะรู้จริงแล้วอดวิจารณ์ออกมามาได้ หรือว่าวิจารณ์เพราะคุณขี้อิจฉามีปมด้อยให้ใครดีใครเด่นไม่ได้ ต้องหาเหตุมาตำหนิติเตียนจนได้ แน่ล่ะ! คนที่ฟังคุณอยู่ก็ย่อมเอิ๊กอ๊ากสะอกสะใจไปด้วย แต่แล้วพวกที่ฟังนั้นแหละจะค่อยๆ ขยาดปากคุณ ไม่อยากจะคบด้วยเพราะเกรงว่าจะถูกคุณเก็บไปเป็นเหยื่อลับหลังไงคะ


ชอบจุ้นจ้านสั่งสอน

พวกนี้น่าจะไปเป็นอาจารย์แนะแนวหรือคุมห้องปฎิบัติการซะให้รู้แล้วรู้รอด เพราะไปที่ไหนก็อดไม่ได้ที่จะแนะนำสั่งสอนเช่น ไปบ้านเพื่อนก็เล็งแลไปทั่วห้องรับแขก แล้วก็แนะเชียวว่าม่านหน้าต่างไม่เหมาะยังไง โต๊ะรับแขกตั้งมุมนี้ไม่เหมาะ ตู้โชว์ใบนั้นก็ไม่เข้ากับเครื่องลายครามที่อยู่ในตู้ ฯลฯ ต้องยังงั้นยังงี้ถึงจะถูกต้อง บางทีแนะไปถึงเรื่องอาชีพของสามี เพื่อน และการเรียนของลูกเพื่อนด้วยกันอีกแน่ะ ว่าควรทำไอ้โน่นจะรวยเร็วกว่า หรือว่าเรียนไอ้นี่จะหางานทำง่ายกว่า ชะดีชะร้ายกับสั่งสอนเพื่อนผู้เป็นเจ้าของบ้านว่า เธอต้องอ้วนกว่านี้อีกนิดหรือผอมกว่านี้อีกสักหน่อย ไม่งั้นฝาละมีเธอไปมีเมียน้อยแน่ๆ เฮ้อ...อีแบบนี้ใครอยากจะเปิดประตูต้อนรับในคราวต่อไปอีกละคะ...ถามตรงๆ เถอะ


ช่างติแถมขี้บ่น

นี่ก็เป็นคนอีกประเภทหนึ่งที่ทำลายเสน่ห์ของตัวเองให้เหือดหายไปได้อย่างชะงัดดีนัก ซึ่งโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง เพราะไม่มีใครเขาจ้างวานใช้เลยสักนิกเดียว แต่เกิดขึ้นเพราะตัวเราเอง "จิตไม่ว่าง" แถม "ผีเจาะปาก" มาให้พูด คนประเภทนี้เห็นอะไรนิดหน่อยก็สามารถติได้เป็นคุ้งเป็นแคว เรียกว่าอะไรผ่านเข้ามาในสายเป็นจับมาเป็นข้อติฉินได้หมด จะมีมูลความจริงหรือเปล่า สมเหตุสมผลหรือไม่ ไม่สนใจ ขอให้ได้ติได้ประเมินค่าในขั้นต่ำหรือในแง่ลบไว้ก่อนเป็นพอใจ อีกพวกหนึ่งเป็นพวกที่ไม่ติอะไรตรงๆ หรือรุ่นแรง แต่ชอบบ่น บ่นได้สารพัดเรื่อง ขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง ฝนตกก็บ่นหยุดก็บ่นอีก เช่น เดินเข้าไปในกลุ่มเพื่อนๆ ที่เขากำลังคุยกันเพลินๆ เรื่องอะไรอยู่ก็ไม่สนใจแล้วเปิดปากบ่นเรื่องรถติดทำให้มาช้าเป็นวรรคเป็นเวร แล้วก็บ่นต่อเรื่องแอร์ในห้องทำไมไม่ค่อยเย็น... โอ๊ย! สารพัดจะหยิบยกขึ้นมาบ่น แล้วเพื่อนหน้าไหนล่ะคะจะทนฟัง คนอย่างนี้แหละที่เพื่อนจะหายหน้าไปทีละคนสองคนจนหมดเพื่อน ถ้ามีสามี...สามีอาจจะขอปลีกวิเวกไปนั่งวิปัสสนาในคาราโอเกะก็ได้ สบายหูกว่าฟังเสียงบ่นเยอะเลย



ไม่เห็นความสำคัญของใคร

คติเก่าๆ ที่ยังขลังอยู่เสมอคือ ถ้าอยากให้เขารักคุณ คุณก็ต้องรักเขาก่อน เป็นจิตวิทยาขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว...หากคุณต้องการเป็นที่รักของใคร คุณก็ต้องรู้จักเป็นผู้ฟังที่ดีในขณะที่เขาพูด แสดงความสนใจในสิ่งที่เขาพูดเล่า ถ้าเสริมคำถามที่เหมาะเจาะได้ด้วยยิ่งดี แต่ถ้าขณะที่เขาพูดอยู่นั่นคุณทำเป็นเมินเฉย ไม่ใส่ใจที่จะฟังหรือเมินมองไปทางอื่น ทำเหมือนกับว่าที่เขาพูดอยู่นั้นเป็นเสียงนกแก้วนกขุนทองไม่เห็นจะน่าสนใจเลย ถ้าคุณยังทำอย่างนี้กับหลายๆ คน อีกหน่อยคุณก็จะกลายเป็นคนที่ถูกเมินเหมือนกัน ในเมื่อคุณไม่เห็นความสำคัญของคนอื่นได้ คนอื่นเขาก็คิดและทำอย่างคุณเป็นเหมือนกัน...เกลือจิ้มเกลือว่างั้นเถอะ


อะไรๆ ก็รู้ไปหมด

ความรอบรู้ของคนเราน่ะพอจะแบ่งออกเป็นได้ 2 ประการคือ "รู้เรื่องชาวบ้าน" ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่โดยเฉพาะเรื่องไม่ดีไม่งาม คุณทำเป็นรู้หมด แถมยังทำตัวเป็นหอกระจายข่าวเอาไปนินทาโพนทะนาให้คนอื่นๆ รู้ต่ออีกด้วย ซึ่งใครๆ ก็อยากฟังเพราะเรื่องพรรค์นี้อร่อยรูหู แต่ลึกๆ ลงไปแล้ว พวกที่ฟังคุณอยู่นั้นก็ชักไม่ไว้วางใจคุณ ไม่อยากจะคบด้วย ถ้าต้องคบก็คบอย่างผิวเผินเพราะเกรงว่าถ้าสนิทมากๆ แล้วคุณจะเอาความไม่ดีของเขาไปแฉโพยในวงอื่น ส่วนอีกประเภทหนึ่งคือ "รู้เรื่องเนื้อหาสาระทั่วไป" เช่น ข่าวสารบ้านเมือง เรื่องศิลปะบังเทิง กีฬา แฟชั่น ดูโหงวเฮ้งก็ได้ ดูลายมือก็เป็น ฯลฯ ครอบจักรวาลไปหมดจนกลายเป็นสารานุกรมเคลื่อนที่ ถามอะไรตอบได้หมด ซึ่งก็น่าภาคภูมิใจไม่น้อยที่มีภูมิรู้ แต่บางทีการแกล้งไม่รู้ซะบ้างจะทำให้คุณมีเสน่ห์มากขึ้นไม่ใช่พอ ใครๆ พูดอะไรขึ้นมาคุณก็แจงเพิ่มแบบว่ารู้จริงรู้สึกมากกว่า หรือใครพูดอะไรคลาดเคลื่อนนิดๆ หน่อยๆ คุณก็ไม่ยอมปล่อยไปแต่กลับหักล้างแก้ไขทันควันโดยไม่เห็นแก่หน้าใครเลย...ระวังเถอะสักวันหนึ่งจะไม่เหลือใครนั่งฟังความรู้ของคุณเลยสักคน แล้วจะเหงาปาก เว้นเสียแต่คุณจะเปลี่ยนอาชีพไปเป็นครูบาอาจารย์ก็แล้วไป



ถือตัวเองเป็นใหญ่

ถ้าคุณคาดหวังจะให้ทุกคนเออออห่อหมกไปกับคุณทุกอย่าง เห็นพ้องด้วยกับคุณทุกประเด็นที่คุณเสนอ หรือชี้แนะหรือนิยมชมชอบในสิ่งเดียวกับคุณ ฯลฯ นั้นถือได้ว่าคุณคาดหวังมากเกินไปแล้ว เพราะแต่ละคนก็มีสติปัญญา มีความคิดความเชื่อ และรสนิยมเป็นของตัวเอง พอไม่ได้ดังใจคุณก็โกรธเขา โดยไม่ยอมเปิดใจให้กว้างฟังเหตุผลของคนอื่นๆ ถ้าคุณยังถืออัตตาธิปไตยเหนือประชาธิปไตยอย่างนี้ละก็ต่อไปคุณก็ได้อยู่คนเดียวสมใจ เพราะไม่มีใครยอมให้คุณจูงจมูกหรอก หากว่าเขาไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรบางอย่างจากคุณ ที่มันคุ้มกับการแกล้งโง่!


มองโลกในแง่ร้าย

อันที่จริงคนที่มองโลกหรือมองคนอื่นในแง่ร้ายไว้ก่อนนั้น พอจะกล้อมแกล้มอ้างได้ว่าเป็นคนถี่ถ้วนรอบคอบไม่ประมาณ เป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ นั้นก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าคุณเห็นอะไรเลวร้ายน่าหวดระแวงขวางหูขวางตาหรือไม่น่าไว้วางใจไปหมด เช่น เพื่อนจริงใจด้วยคุณก็หาว่าเขาเสแสร้งแกล้งทำ เพื่อนเก่าแวะมาเยี่ยมก็วิตกร้อนรุ่มว่าเขาจะมายืมเงินหรือเปล่า อะไรทำนองนี้ จะทำให้คุณขาดเพื่อนลงไปเรื่อยๆ เพราะคุณเห็นใครก็ระแวงไปหมดจนไม่อยากคบใคร ถ้าเป็นอย่างนี้ล่ะก็ ตัวคุณเองนั้นแหละจะเสียทั้งเพื่อนและเสียทั้งสุขภาพจิต ลองหัดมองโลกและคนอื่นในแง่ดีบ้าง ถึงแม้พวกเขาจะมีส่วนไม่ดีอยู่บ้างก็ควรอภัยซะ โดยถือคติที่ว่า ไม่มีใครดีพร้อม แม้แต่ตัวเราเองถ้าทำได้อย่างนี้คุณก็จะเป็นคนน่าคบในหมู่เพื่อน และคุณเองก็จะคบคนได้ง่ายมากขึ้นด้วย

โอเว่อร์เกินไป

จะว่าไปก็เหมือนพวกที่ไม่รู้จักทางสายกลาง หรือไม่รู้จักกาลเทศะนั้นแหละ คือชอบทำอะไรที่มันเกินพอดี...แต่ตัวหรูเริ่ดไปซะทุกงาน อวดเก่ง อวดรู้จนน่าหมั่นไส้ พูดมาก หัวเราะมาก ร้องไห้มากจนน่ารำคาญ เพราะไม่สมเหตุผล เสแสร้งประจบสอพลอจนจับได้ ชวนให้เอียน บ้างก็บ้าอำนาจหลงตัวเอง ยกตนข่มท่าน หรือชอบแนะชอบสอนจนไม่มีใครอยากเข้าใก้ล ฯลฯ แล้วจะโทษใครถ้าต้องถูกปล่อยเกาะ



เพียงแค่นี้ก็คงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนเพียงพอแล้วนะคะว่าทำไมบางคนจึงมีเพื่อนน้อยลงเรื่อยๆ ลองสำรวจตัวเองนะคะ ถ้ามีข้อหนึ่งข้อใดหรือหลายข้ออยู่ในพฤติกรรมของคุณละก็ เปลี่ยนเสียเถอะค่ะ แล้วคุณจะกลายเป็นที่รักของใครต่อใครเพิ่มมากขึ้นอย่างนึกไม่ถึงทีเดียว...เริ่มวันนี้เลยนะคะ..??

รู้สึกช่วงนี้ตัวเองรั่วเป็นพิเศษ เลยเอามาอ่านเตือนสติซักหน่อย  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 14:35 น.
ด้วย    :01:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 16:19 น.
อ้างคำพูดจาก: ณัฐกานต์...บานดี เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 14:35 น.
ด้วย    :01:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 20:52 น.

> >ไต้หวัน-- -- หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ
> >เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น
> > ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ
> >ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี
> >ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างใ นกระเพาะ
> >ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน "ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย
> >ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า" ศาสตราจารย์ฟันธง
> >ผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ"มันฆ่า" แล้วสารหนูมาจากไหน
> >ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน
> >นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น
> > กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก ็ไม่เห็นเป็นไร
> >แต่ผู้ตายกินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ
> >นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง
> >พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง
> >สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร
> >แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี
> >ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5 หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ
> >กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ซึ่งมีพิษ
> >หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั้นเอง
> >พิษสารหนูจะทำให้การทำงานของเส้นโลหิตฝอยและเอนไซม์ของซัลฟีดรีลข ัดข้อง
> >เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจ ตับ ไต และลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน
> >เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้น ผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด
> >เพราะฉะนั้น ในระยะที่รับประทานวิตามินซี ต้องงดกินอาหารประเภทกุ้ง
> >เพื่อความไม่ประมาท
> >เมื่ออ่านจบ โปรดส่งต่อไปยังญาติโยมเพื่อนฝูงด้วย




http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5907701/X5907701.html
ไปตอบไว้ในนี้ครับ และสามารถหาได้จากKeyword
Vitamin C prawn arsenic
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 21:03 น.
อ่านแล้ว จับใจความได้ว่า ไม่จริงใช่ไหมครับ
กินได้เป็นปกติ(แบบว่า อ่านแล้ว มึนเล็กน้อย ถึงปานกลาง) :42:

ขอบคุณครับผม :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 21:19 น.
เกือบเชื่อแหน่ะ ดูมีหลักฐานที่มาที่ไปมาก   :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 23:51 น.
อ้างคำพูดจาก: poloh เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 12:09 น.
เคยเห็นครับ เมื่อปีที่แล้ว
จะขายอยู่ตรงทางลงบันไดรถไฟฟ้า
ขาที่ลงมาทางรถไฟฟ้าใต้ดิน
(ไม่ใช่ทางลงบันไดเลื่อนนะ)

ส่วนตอนนี้ยังขายอยู่หรือเปล่า..... ไม่รู้ครับ
เพราะตั้งแต่จบมา ยังไม่เคยไปแถวนั้น ตอนเช้าๆเลย :42:


> >ไต้หวัน-- -- หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ
> >เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น
> > ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ
> >ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี
> >ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างใ นกระเพาะ
> >ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน "ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย
> >ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า" ศาสตราจารย์ฟันธง
> >ผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ"มันฆ่า" แล้วสารหนูมาจากไหน
> >ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน
> >นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น
> > กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก ็ไม่เห็นเป็นไร
> >แต่ผู้ตายกินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ
> >นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง
> >พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง
> >สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร
> >แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี
> >ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5 หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ
> >กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ซึ่งมีพิษ
> >หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั้นเอง
> >พิษสารหนูจะทำให้การทำงานของเส้นโลหิตฝอยและเอนไซม์ของซัลฟีดรีลข ัดข้อง
> >เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจ ตับ ไต และลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน
> >เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้น ผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด
> >เพราะฉะนั้น ในระยะที่รับประทานวิตามินซี ต้องงดกินอาหารประเภทกุ้ง
> >เพื่อความไม่ประมาท
> >เมื่ออ่านจบ โปรดส่งต่อไปยังญาติโยมเพื่อนฝูงด้วย

ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะครับ :31:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมวยาว ชีวิตสั้น เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 20:52 น.
> >ไต้หวัน-- -- หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ
> >เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น
> > ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ
> >ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี
> >ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างใ นกระเพาะ
> >ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน "ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย
> >ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า" ศาสตราจารย์ฟันธง
> >ผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ"มันฆ่า" แล้วสารหนูมาจากไหน
> >ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน
> >นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น
> > กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา คนในบ้านกินกันก ็ไม่เห็นเป็นไร
> >แต่ผู้ตายกินวิตามินซีพร้อมกันด้วย ปัญหาจึงเกิดตรงนี้แหละ
> >นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง
> >พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่นกุ้งมีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง
> >สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร
> >แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี
> >ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5 หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ
> >กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ซึ่งมีพิษ
> >หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั้นเอง
> >พิษสารหนูจะทำให้การทำงานของเส้นโลหิตฝอยและเอนไซม์ของซัลฟีดรีลข ัดข้อง
> >เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจ ตับ ไต และลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน
> >เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้น ผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด
> >เพราะฉะนั้น ในระยะที่รับประทานวิตามินซี ต้องงดกินอาหารประเภทกุ้ง
> >เพื่อความไม่ประมาท
> >เมื่ออ่านจบ โปรดส่งต่อไปยังญาติโยมเพื่อนฝูงด้วย




http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5907701/X5907701.html
ไปตอบไว้ในนี้ครับ และสามารถหาได้จากKeyword
Vitamin C prawn arsenic
:31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 11 ต.ค. 2007, 23:58 น.
 :09:

แค่ tag แอบอ้างมันหายไปเท่านั้นมั้งครับ ?
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 12 ต.ค. 2007, 00:00 น.
น่าจะแหละค่ะ :05:
ลืมดูว่ามันเหมือนกันหมดเลย  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 12 ต.ค. 2007, 06:40 น.






ลิงก์หมอแมวสิ้นชีพไปแล้ว :37:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 12 ต.ค. 2007, 09:59 น.
 :37:/ อดอ่านเลยครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 12 ต.ค. 2007, 11:10 น.
(http://img2.f0nt.com/12/e379b793d311ba8887ff95093f885f3e.png)


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 13 ต.ค. 2007, 03:22 น.
ตอบไม่ได้แฮะ
จริงๆ นะ

คนแรก เค้าอาจจะมีความสุขแบบของเค้าก็ได้

แต่ถ้าถามว่าอยากเป็นคนไหน จะตอบได้ดีกว่า :17:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 15 ต.ค. 2007, 09:29 น.



อ้างคำพูดจาก: fwd แมว เมื่อ 13 ต.ค. 2007, 03:22 น.

ปลายฝนต้นหนาวเลข 29 มาเยือน คุณยังเสียเวลากับผู้ชายแบบนี้อยู่หรือเปล่า

1. ผู้ชายที่คิดว่างานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิงและไม่คิดจะช่วย คิดว่าไม่ผิดที่ผู้ชายจะมีกิ๊กหรือชู้
    = ต้องโทษประหาร สับแล้วโยนให้เป็ดกิน

2. มีหนี้ท่วมหัว เป็นหนี้พนันบอล บัตรเครดิตและหนี้อื่นๆ

3. ผู้ชายวัยทำงานที่ยังนั่งเล่นเกมส์เป็นกิจวัตรและไม่ทำกิจกรรมอะไรนอกจากนอนในวันหยุด
    = ต้องส่งกลับไปอยู่ รร อนุบาลกินนอน

4. ผู้ชายที่อายุมากกว่าแต่รายได้ต่ำกว่า
    = มีแฟนเหมือนมีพ่อแถมขอเงินก็ไม่ได้

5. ผู้ชายอายุน้อยกว่า ที่คิดว่าเรามีรายได้มากกว่าและจ้องแต่จะให้เราจ่าย
    = มีแฟนเหมือนมีลูก ป้าบเราแล้วยังจะให้เราจ่ายค่าไอติม

6. ไม่พาเราไปแนะนำให้ครอบครัวเค้ารู้จักและไม่เคยพาไปบ้านช่องเค้า
    = คงโกหกอะไรชัวร์ หรือครอบครัวคงเป็นแบบ Adam's Family

7. ผู้ชายที่ไม่แน่ใจตัวเองว่าชอบผู้หญิงรึเปล่า
    = ประตูหน้า Lock lock lock!! แบบนี้ระวังโรค

8. ผู้ชายที่มีครอบครัว อ้างว่าแยกกันอยู่แล้วแต่หย่าไม่ได้ (แถวบ้านเรียกว่าโกหก)
    = มุขนี้หมาแก่อายุ 35 ขึ้นไปชอบเอาไว้หลอกเด็กอายุ 20 กว่าๆ 29 แล้วอย่าหลงกล เอาน้ำร้อนราดมันซะ!

9. ไม่สามารถเสียสละเวลางานเพื่อเราได้ ไม่ว่าเรื่องจะฉุกเฉินแค่ไหน
    = บ้างานแบบนี้จะแต่งกับมันเอาโล่ห์หรอ

10. ผู้ชายที่ Give silent treatment
     = มีปากแต่ไม่รู้จักใช้พูดปรับความเข้าใจ มีเรื่องทีไรเงียบตลอด

11. ผู้ชายที่แมนมาก ไม่เดินจับมือ ไม่ช่วยถือของ และเดินนำหน้าผู้หญิงตลอด
     = เราเดินตกท่อมันยังไม่รู้เลย

12. ไม่คิดจะแต่งงานกับเรา ไม่มีการออมเงินเพื่อแต่งงานหรือสร้างครอบครัว ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้

13. ผู้ชายที่คบกับคุณเพราะคุณรวย
     = หวังเงินหรือผลประโยชน์จากคุณและครอบครัวคุณ

14. ผู้ชายที่ไม่เคารพพ่อแม่คุณ

15. พูดจาหยาบคายกับคนอื่น แต่พูดดีกับคุณ

16. ผู้ชายที่คอยบอกให้เราไปหาหมอเวลาที่เราป่วย แต่ไม่เคยพาเราไปหาหมอ

17. ผู้ชายที่ชอบพูดว่าไม่จำเป็นต้องทำดีในวันพิเศษหรอก วันไหนก็ทำได้ ขนาดวันพิเศษมันยังไม่ทำ วันธรรมดาก็อย่าหวัง 555


แฟนใครเป็นแบบนี้ 5 ข้อขึ้นไป เตรียมตัวเผ่นเถอะ เลข 3
จะมาเยือนคุณแล้ว ชีวิตควรมีคนดูแลคุณได้ดีกว่านี้



:37:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 26 ต.ค. 2007, 02:13 น.
ถ้าให้พี่อุ้ยช่วยดูแลจะรบกวนเกินไปมั้ยคะ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 26 ต.ค. 2007, 09:23 น.






หากไม่ดูเป็นการรบกวนก็จะชวนเธอมารบกัน :37:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 30 ต.ค. 2007, 11:55 น.






หัวใจY
วินทร์ เลียววารินทร์


'โรคหัวใจ' ทำให้ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรน้ำ (ตา) ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก 'โรคหัวใจ' เป็นบ่อเกิดของความแตกแยก หย่าร้าง ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย การรักษาโรคตามอาการไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทางดีที่สุดคือการป้องกันหัวใจไม่ให้เป็นโรค

ขณะที่โรคหัวใจวายอาจเป็นสาเหตุของความตายอันดับต้นๆ อาการ 'หัวใจ Y' กลับทำให้สดชื่นแจ่มใส หัวใจ Y (Y = Young) คือหัวใจที่เป็นหนุ่มสาวเสมอ ไม่รู้เหนื่อย ไม่รู้แก่

ต่อไปนี้คือเทคนิครักษาสภาพหัวใจของคนที่รักกัน เคยรักกัน และ/หรืออยากรักกันมากขึ้น (สามารถเลือกใช้ได้มากกว่าหนึ่งวิธี) :


1 เทคนิคใช้ความอุ่น (Heart Warming)

เป็นเทคนิคโบราณ เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ยังไม่ล้าสมัย เทคนิคนี้เน้นการให้ความอบอุ่นกับคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เช่น ก่อนแต่งงานเคยมอบกุหลาบแดงแก่คนรัก หลังแต่งงานแล้วห้าปีสิบปี ก็ยังมอบให้ตลอดเรื่อยๆ (ไม่มีข้ออ้างราคาดอกไม้สูงขึ้นกี่เปอร์เซนต์) ก่อนแต่งงานไปรับส่งแฟน หลังแต่งงานก็ยังไปรับส่ง (ไม่มีข้ออ้างเรื่องไม่ว่าง) เทคนิคนี้เป็นหลักสำคัญของการถือไม้เท้ายอดทอง ถือกระบองยอดเพชร


2 เทคนิคเปลี่ยนหัวใจ (Heart Transplant)

การเปลี่ยนหัวใจนี้ทำได้ง่ายมาก นั่นคือเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ทำในสิ่งที่เรารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ ถ้าทั้งสองฝ่ายรู้จักคิดถึงหัวอกกันและกันสม่ำเสมอ จะไม่มีความบาดหมางใดๆ มากวนใจ

อนึ่ง อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 99.25 เปอร์เซนต์


3 เทคนิคการทำบายพาส (Bypass Surgery)

ในกรณีที่ท่านประสบอุปสรรคในชีวิตคู่ ให้ปล่อยเรื่องไม่ดีผ่าน (Bypass) ออกไปเสีย อย่านำเรื่องไม่ดีเข้าบ้าน ไม่เอาเรื่องไม่ดีของคนรักไปโพนทะนา เทคนิคนี้รวมถึงการไม่นินทาชาวบ้าน

อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 98.5 เปอร์เซนต์


4 เทคนิคการทำบอลลูน (Heart Balloon)

ชีวิตเราต้องเจอเรื่องไม่ดีแทบทุกวัน เทคนิคนี้สอนให้เรารู้จักปล่อยวาง สิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็แก้ปัญหาเสีย เรียนรู้จากประสบการณ์ แต่ไม่เก็บไว้ในใจข้ามปีข้ามชาติ รู้จักลอยตัวให้เบาสบายเหมือนลูกบอลลูน


5 เพิ่มระดับความหวาน (Heart Glucose)

แปลกแต่จริง ความหวานไม่มีผลเสียต่อหัวใจเหมือนต่ออวัยวะส่วนอื่นๆ จงเติมความหวานเข้าไปในหัวใจให้สูงเข้าไว้ เอ่ยคำว่า 'รัก' ต่อคนรักบ่อยเท่าที่ต้องการ (อย่างน้อยวันละครั้งก่อนหรือหลังอาหาร หรือก่อนนอน)

เชื่อเถิด กระทรวงสาธารณสุขทั่วโลกรับรองมาแล้วว่าเทคนิคนี้ไม่มีอันตรายอย่างแน่นอน


6 นวดหัวใจด้วยการสัมผัส (Touching)

การสบตากัน การแตะมือเบาๆ การกอดกัน ช่วยทำให้ หัวใจมีคุณภาพดีมาก จากการทดสอบคู่สมรส 14,216 คู่ จากเจ็ดทวีป พบว่าการสัมผัสเบาๆ แต่อบอุ่นทำให้หัวใจวาบหวามดื่มด่ำ ช่วยให้ร่างกายเพิ่มสารเอนโดรฟิน สบายกายสบายใจขึ้นมาก


7 ลดระดับคาร์บอนไดออกไซด์แก่หัวใจ

ไม่ใช้คำหยาบ ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่แดกดัน ไม่ตีวัวกระทบคราด ไม่พูดเรื่องไม่เป็นมงคล มองโลกในแง่ดี จะทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะดี


8 เพิ่มออกซิเจนเข้าหัวใจ

หัวใจต้องการสารอาหารที่สะอาดและมีประโยชน์ ออกซิเจนก็คือลมปากหวานหู รู้จักง้อบ้าง

เทคนิคนี้ช่วยป้องกันลิ้นหัวใจรั่ว


9 การช็อคหัวใจ (Shock Technique)

บางครั้งช็อคหัวใจของอีกฝ่าย ที่เรียกว่า 'เซอร์ไพรส์' เช่น พาไปกินอาหารนอกบ้านในที่แปลกๆ พาไปฟังดนตรี ตลอดจนทำกิจกรรมที่ไม่จำเจร่วมกัน


10 การกระตุ้นหัวใจด้วยเสียง (Sound Therapy)

โทรศัพท์หาคนรักบ้าง (แม้ไม่ถี่เท่าก่อนแต่งงาน) เพิ่มการใช้เสียงกระซิบ ลดการเสียงกระชาก

นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แจ้งแล้วว่า การลดระดับเสียงลงเพียงไม่กี่เดซิเบลต่อวัน ช่วยทำให้ชีวิตคู่ดีขึ้นมาก


11 เทคนิคแยกหัวใจ (Absence Technique)

แยกทางกันบ้าง การไม่เจอหน้ากันตามสมควรทำให้คิดถึงกันมากขึ้น (ที่ฝรั่งว่า Absence makes the hearts grow fonder.) เทคนิคนี้พิสูจน์แล้วว่าทำให้หัวใจโหยหากันและกันอย่างเห็นได้ชัด


12 เทคนิควางใจ (Trust)

ลดความระแวง ไม่ต้องตามเช็กว่าไปไหน ไม่ต้องแอบตรวจเสื้ออีกฝ่ายว่ามีซากลิปสติกไหม ไม่ต้องจ้างนักสืบ ฯลฯ วิธีนี้ป้องกันโรคหัวใจรั่วชะงัด


13 เทคนิคบ่มหัวใจ (Aging Process)

ไม่เฉพาะแต่ไวน์ที่บ่มยิ่งนานยิ่งดี หัวใจก็เช่นกัน คนรักกันไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม ไม่ควรผลีผลาม เพราะความรู้สึกที่เราเชื่อว่าเป็นรักอาจเป็นเพียงความหลงใหลชั่วคราว

นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มสารเคมีที่เรียกว่า Romantica Substance ในหัวใจสูงถึง 81.25 เปอร์เซนต์ (สูตรเคมีคือ R2L2 R = Romantic L = Love)


14 เพิ่มไขมันที่ดี (HDL) ให้หัวใจ

ไขมันชนิดดี (HDL) จะสร้างความอบอุ่น ป้องกันเรื่องไม่ดีที่มากระทบ ไม่ให้ทำอันตรายต่อหัวใจได้

HDL (= High Density Love) มาจากการออกกำลังกาย ทำให้หัวใจแข็งแรง พร้อมรับมือเรื่องแย่ๆ ได้ทุกเมื่อ


15 ลดคอเลสเตอรอลที่หัวใจ

คอเลสเตอรอลที่เกาะหัวใจเกิดมาจากการเสพสิ่งไม่ดีมากเกินไป ทำให้เส้นเลือดหัวใจอุดตัน การใช้จ่ายเกินกำลัง การหลงระเริงไปกับบริโภคนิยม ฯลฯ

การเสพอย่างพอเพียงเท่ากับช่วยเก็บหอมรอมริบ ช่วยกันประหยัด เพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว


เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ต้องทำต่อเนื่อง วันละเล็กวันละน้อย กว่าจะบรรลุขั้น 'หัวใจ Y' อาจจะยาก แต่เพื่อคนที่เรารัก มันคุ้มที่จะเริ่มต้นทำมิใช่หรือ?



คาดว่าคัดลอกมาจากหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งของลุงเขา


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 31 ต.ค. 2007, 23:47 น.
(http://www.1baht.net/nat/t_3689.jpg)


(http://www.1baht.net/nat/t_3690.jpg)


(http://www.1baht.net/nat/t_3691.jpg)


(http://www.1baht.net/nat/t_3692.jpg)

ที่มา : http://www.thaiadmin.org/board/index.php?topic=68335.0

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 00:55 น.
 :21: อยากแซว
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เกดลดา เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 03:04 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 03:24 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 03:43 น.
:52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 08:32 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 13:54 น.
http://www.adslthailand.com/forum/viewtopic.php?t=74053
adslthailand.com :: อ่าน - เพลงที่คนต่างชาติแต่งให้ในหลวง สมควรแก่การเก็บ และฟัง ไพเราะมาก...

อ้างอิงหม่อมหลวงปริยดา ดิศกุล ประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมได้นำเยาวชนในเครือข่ายเยาวชนพัฒนาศักยภาพ ประมาณ 20 คน ร่วมร้องเพลงถวายพระพร โดยมี นางเคลลี นิลตั้น (Kelly Newton) นักร้องนักแต่งเพลงชาวออสเตรเลียซึ่งได้เดินทางร้องเพลงมาแล้วทั่วโลก เป็นต้นเสียงในการร้องนำ ในเพลง Long live The King of Thailand ซึ่งนางเคลลี เป็นผู้เขียนเนื้อเพลง และทำนองด้วยตนเอง
สำหรับเนื้อหาในเพลงนางเคลลีกล่าวว่า ตนเป็นชาวต่างชาติแต่ได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและรู้สึกประหลาดใจว่า ผู้ชายคนนี้ได้ทำให้ประเทศชาติมากมายขนาดนี้ ทรงเป็นสามี เป็นพ่อที่ดี ขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงมีพระอัจฉริยะภาพหลายด้าน ทางด้านการแต่งเพลงดนตรี หรือการเกษตร พระองค์ทรงเป็นนักแต่งเพลงและดนตรีที่แต่งเพลงและทรงดนตรีได้เยี่ยมยอดมาก ซึ่งตนก็ชื่นชอบเพลง ที่พระองค์แต่งทุกเพลง
นางเคลลีกล่าวอีกว่า แรงบันดาลใจสำคัญที่นำมาซึ่งเนื้อหาในบทเพลงนี้เริ่มต้นมาจาก ตนได้นั่งเครื่งบินของการบินไทยและได้เห็นวีทีอาร์พระราชกรณียกิจในหลวง ซึ่งตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นพระองค์ท่าน ก็ประหลาดใจว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงได้ทำอะไรมากมายขนาดนี้ เมื่อลงจากเครื่อง จึงได้สอบถามเพื่อนและทราบว่าเป็นพระองค์ท่าน แรงบันดาลใจสำคัญจึงมาจากพระองค์เอง
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ทรงมีความรัก ความเมตตาให้แก่ประชาชนของพระองค์ทุกคน ซึ่งตนสามารถเห็นและสัมผัสได้ พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างของผู้นำที่ดีของโลกนี้ ที่ผู้นำทุกคนควรจะเป็น
นางเคลลีกล่าวด้วยว่า ตนกับสามีทำฟาร์มอยู่ที่ออสเตรเลีย โดยไม่ใช้สารเคมี มา 20 ปีแล้ว ซึ่งพอทราบว่าพระองค์ท่านมีพระราชดำริเกี่ยวกับการเกษตร ให้ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปลูกพืชปลอดสารพิษ ก็ยิ่งรู้สึกประทับใจในพระองค์ท่าน คิดว่าเป็นบุคคลที่หาได้อยากที่สุดในโลกแล้ว และเมื่อได้มาประเทศไทย ก็ถามคนที่นี่ว่า ทุกคนรู้สึกอย่างไรกับในหลวง ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เรารักในหลวง ซึ่งตนไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในโลกว่า ความรักที่ประชาชนมีต่อผู้นำประเทศจะมากมายขนาดนี้ และเมื่อทราบว่า พระองค์ประชวรจากเพื่อนจึงได้เดินทางมาถวายพระพร ด้วยการร้องเพลงที่แต่งเอง ซึ่งได้แต่งเพลงนี้เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2550 ใช้เวลา 15 นาที ก็ได้เพลงนี้ออกมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นางเคลลีได้นำเด็กๆในเครือข่ายร้องเพลงนี้บริเวณด้านหน้าศาลา 100 ปี ศิริราช ก็มีประชาชนให้ความสนใจ โดยเมื่อถึงท่อนฮุก Long live the king Long live of Siam ประชาชนที่อยู่ในบริเวณก็ร่วมร้องท่อนฮุกนี้ไปพร้อมๆกัน

กดเข้าไปฟังสองท่อนแรกขนลุกเลย นี่เลยลองแกะเนื้อร้องมาให้ อาจผิดไปบ้างนะเพราะสำเนียงออสซี่ไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่ความหมายเพลงนี้แบบสุดยอดเลย ใครอยากได้ไปโหลดเอาได้ที่นี่เน้อ http://google.thaidirr.com/



The king of Siam
--------------------------------------------------------
Ever since I saw the face of this man
หลังจากที่ฉันได้เห็นหน้าผู้ชายคนนั้น

The king of Thailand, The king of Siam
กษัตริย์ของประเทศไทย กษัตริย์ของประเทศสยาม

I felt in love with his soul loves this land
ฉันก็หลงรักในความรักที่ท่านมีให้แก่แผ่นดินของท่าน

It's in his eye, it's in his heart, it's in his hand
มันเห็นได้จากสายตาของท่าน จากหัวใจของท่าน และจากมือของท่าน

He is the husband, the father and the king
ท่านเป็นสามี เป็นพ่อ และเป็นกษัตริย์

A great photographer , musician so many things
เป็นช่างภาพผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักดนตรี และอีกหลายๆอย่าง

The way he lives his life is something to be hold
การดำเนินชีวิตของท่านมันเป็นสิ่งที่น่าถนุถนอมไว้

His grace, his wisdom , an example to the world
สติปัญญาและความสามารถของท่านเป็นตัวอย่างที่ดีแก่โลกนี้

Long live the king of Thailand
Long live the king of Siam

And in the time when the rain came flooding down
และเมื่อถึงเวลาที่ฝนตกน้ำท่วม

He saved the city with a building of the dam
ท่านก็ช่วยเหลือจังหวัดนั้นไว้ด้วยการสร้างเขื่อน

In time of conflicts, he has always been there
เวลาเกิดความขัดแย้งกัน ท่านก็อยู่ตรงนั้นเสมอ

To stop the fighting just like the father who really cares
เพื่อช่วยหยุดการต่อสู้เหมือนกับพ่อที่ห่วงใยสนใจลูก

Long live the king of Thailand
Long live the king of Siam

I'm watching wonder at the things he understands
ฉันเฝ้ามองท่านและพิสวงสงสัยในหลายๆอย่างที่ท่านทำ

His love for his people, his love for this land
ความรักของท่านต่อประชาชนของท่าน และต่อแผ่นดินของท่าน

His working a great culture, he is one of a kind
ท่านสร้างวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงาม ท่านเป็นหนึ่งในล้านจริงๆ
His vision for the future way ahead of their time
ท่านมองเห็นการณ์ไกลมาก

Long live the king of Thailand
Long live the king of Siam
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 13:57 น.


เพลงอยู่ใน ฟด เฟค ครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 01 พ.ย. 2007, 19:18 น.
ขอบคุณค่ะ   
กำลังอยู่ระหว่างการเผยแผ่ :22:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 02 พ.ย. 2007, 11:40 น.






(http://img2.f0nt.com/02/74831abc4628604eb1734fd9cd7b40f3.jpg)


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 02 พ.ย. 2007, 12:00 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 02 พ.ย. 2007, 15:10 น.
โห ทั้งคล้องทั้งคม  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 14:59 น.
ขำขันที่ ขำไม่ออก เพราะผมอยู่เมืองไทยนี่แหละ 



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก
พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆมากมาย
พระองค์เริ่มต้นด้วยการ สร้างมหาสมุทร ทั้ง7
โดยหลักของการวางของวิเศษ พระองค์จะต้องวางทั้ง
ของดีและของไม่ดี คู่กันไป
เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด
สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ
ทรง เอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา
แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย
เอาป่าอเมซอน วางไว้ให้บราซิล ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย
เอาขั้วแม่เหล็กโลก วางไว้ให้แคนาดา
แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้
เอาเทือกเขาหิมาลัย
ให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก
แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้
ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมด
.....จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน
คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศ รูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน
ทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป
แต่ด้วยความที่เขาสูงชันมาก
เทือกเขาได้เกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด
ข้าวของที่ดีๆ ที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ
เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์
ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหารอร่อยที่สุดในโลก
ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่
--- ประเทศไทยหมด ---

ว้า !! แย่แล้ว พระเจ้า ทรงคิดว่า ประเทศนี้
ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งหมดแน่นอน

พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว
พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหว ให้ญี่ปุ่นไปแล้ว
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆ
จะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่า พระองค์ไม่ยุติธรรม

จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอที่ จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่า
ประเทศอื่นๆได้ เมื่อทรงคิดได้
เพื่อเป็นการป้องกัน ประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้
ไม่ให้เจริญล้ำไปกว่า ที่อื่นๆ



พระองค์ก็เลยสร้าง
.......นักการเมืองไทยขึ้นมา
ถ้ามีนักการเมืองไทยอยู่ล่ะก็




ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหน ไทยก็ไม่มีวันเจริญ......

เพื่อนส่งมา  :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:05 น.


:21:

หุหุ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:05 น.
:21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:06 น.
 :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:08 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:25 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:30 น.
ได้อ่านเวอชันที่ไม่ใช่นักการเมืองนะ
แต่เป็นคนไทยเลยล่ะ
:52:
อีโมนี้ได้เลื่อนมาอยู่หน้าแรกแล้วเร๊อะ ไม่ต้องไปกดเพิ่มเติมอีก  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:33 น.
 :52: แจ่ม
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:34 น.
 :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:42 น.
แหม
ยกให้เป็นอีโมยอดเยี่ยมแห่งปีแล้วนะ :52:
โคตรได้อารมณ์บอร์ดนี้เลย :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: YDA เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:45 น.
ยิ่งกว่าไข้ป่า
ยิ่งกว่าพายุทอนาโด
ยิ่งกว่าภูเขาไฟ
ยิ่งกว่าแผ่นดินไหว

**** นักการเมืองไทย   ****  :41:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:45 น.
 :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 15:57 น.


:30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 17:02 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 05 พ.ย. 2007, 21:04 น.
 :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 08 พ.ย. 2007, 13:38 น.
ละโว้รึเปล่า :44:

อ้างอิงNominated by UN as the best Poem of 2006 - Written by an African Kid

When I born, I black                 : เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ

When I grow up, I black           : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่

When I go in Sun, I black         : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ

When I scared, I black             :  เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ

When I sick, I black                  : เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ

And when I die, I still black       : และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ



And you white fellow                 : และคุณ...เพื่อนมนุษย์ผิวขาว

When you born, you pink          : เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู

When you grow up, you white   : เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว

When you go in sun, you red    : เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง

When you cold, you blue           : เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน

When you scared, you yellow    : เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง

When you sick, you green          : เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว

And when you die, you grey        : เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา

And you calling me colored??    : และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี??

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 08 พ.ย. 2007, 13:39 น.
 :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Sen เมื่อ 08 พ.ย. 2007, 13:52 น.
โดนใจมากครับ ใครๆ ก็ว่าผม :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 08 พ.ย. 2007, 16:13 น.
งั้นต้องเรียกคนผิวขาวว่าคนหลายสี  :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: modzie เมื่อ 08 พ.ย. 2007, 17:15 น.

555555+

น่าอิจฉาคนผิวดำเนอะ

ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงดำไม่เปลี่ยนแปลง
ชื่อเรื่อง: หัวใจ Y โดย วินทร์ เลียววาริณ
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 13 พ.ย. 2007, 11:13 น.
อ่านแล้ว ผมว่ามันน่ารักดี เลยเอามาให้ชมกัน



'โรคหัวใจ' ทำให้ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรน้ำ (ตา) ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก
'โรคหัวใจ' เป็นบ่อเกิดของความแตกแยก หย่าร้าง ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย
การรักษาโรคตามอาการไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทางดีที่สุดคือการป้องกันหัวใจไม่ให้เป็นโรค

ขณะที่โรคหัวใจวายอาจเป็นสาเหตุของความตายอันดับต้นๆ อาการ 'หัวใจ Y' กลับทำให้สดชื่นแจ่มใส
หัวใจ Y (Y = Young) คือหัวใจที่เป็นหนุ่มสาวเสมอ ไม่รู้เหนื่อย ไม่รู้แก่
ต่อไปนี้คือเทคนิครักษาสภาพหัว ใจของคนที่รักกัน เคยรักกัน และ/หรืออยากรักกันมากขึ้น
(สามารถเลือกใช้ได้มากกว่าหนึ่งวิธี) :

1 เทคนิคใช้ความอุ่น (Heart Warming)

เป็นเทคนิคโบราณ เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ยังไม่ล้าสมัย เทคนิคนี้เน้นการให้ความอบอุ่นกับคนรัก
อย่างเสมอต้นเสมอปลาย เช่น ก่อนแต่งงานเคยมอบกุหลาบแดงแก่คนรัก หลังแต่งงานแล้วห้าปีสิบปี
ก็ยังมอบให้ตลอดเรื่อยๆ (ไม่มีข้ออ้างราคาดอกไม้สูงขึ้นกี่เปอร์เซนต์) ก่อนแต่งงานไปรับส่งแฟน
หลังแต่งงานก็ยังไปรับส่ง (ไม่มีข้ออ้างเรื่องไม่ว่าง) เทคนิคนี้เป็นหลักสำคัญของการถือไม้เท้ายอดทอง
ถือกระบองยอดเพชร

2 เทคนิคเปลี่ยนหัวใจ (Heart Transplant)

การเปลี่ยนหัวใจนี้ทำได้ง่ายมาก นั่นคือเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ทำในสิ่งที่เรารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ
ถ้าทั้งสองฝ่ายรู้จักคิดถึงหัวอกกันและกันสม่ำเสมอ จะไม่มีความบาดหมางใดๆ มากวนใจ
อนึ่ง อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 99.25 เปอร์เซนต์

3 เทคนิคการทำบายพาส (Bypass Surgery)

ในกรณีที่ท่านประสบอุปสรรคในชีวิตคู่ ให้ปล่อยเรื่องไม่ดีผ่าน (Bypass) ออกไปเสีย อย่านำเรื่องไม่ดีเข้าบ้าน
ไม่เอาเรื่องไม่ดีของคนรักไปโพนทะนา เทคนิคนี้รวมถึงการไม่นินทาชาวบ้าน
อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 98.5 เปอร์เซนต์

4 เทคนิคการทำบอลลูน (Heart Balloon)

ชีวิตเราต้องเจอเรื่องไม่ดีแทบทุกวัน เทคนิคนี้สอนให้เรารู้จักปล่อยวาง สิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็แก้ ปัญหาเสีย
เรียนรู้จากประสบการณ์ แต่ไม่เก็บไว้ในใจข้ามปีข้ามชาติ รู้จักลอยตัวให้เบาสบายเหมือนลูกบอลลูน

5 เพิ่มระดับความหวาน (Heart Glucose)

แปลกแต่จริง ความหวานไม่มีผลเสียต่อหัวใจเหมือนต่ออวัยวะส่วนอื่นๆ จงเติมความหวานเข้าไปในหัวใจให้สูงเข้าไว้
เอ่ยคำว่า 'รัก' ต่อคนรักบ่อยเท่าที่ต้องการ (อย่างน้อยวันละครั้งก่อนหรือหลังอาหาร หรือก่อนนอน) เชื่อเถิด
กระทรวงสาธารณสุขทั่วโลกรับรองมาแล้วว่าเทคนิคนี้ไม่มีอันตรายอย่างแน่นอน

6 นวดหัวใจด้วยการสัมผัส (Touching)

การสบตากัน การแตะมือเบาๆ การกอดกัน ช่วยทำให้ หัวใจมีคุณภาพดีมาก จากการทดสอบ
คู่สมรส 14,216 คู่ จากเจ็ดทวีป พบว่าการสัมผัสเบาๆ แต่อบอุ่นทำให้หัวใจวาบหวามดื่มด่ำ
ช่วยให้ร่างกายเพิ่มสารเอนโดรฟิน สบายกายสบายใจขึ้นมาก

7 ลดระดับคาร์บอนไดออกไซด์แก่หัวใจ

ไม่ใช้คำหยาบ ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่แดกดัน ไม่ตีวัวกระทบคราด ไม่พูดเรื่องไม่เป็นมงคล มองโลกในแง่ดี
จะทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะดี

8 เพิ่มออกซิเจนเข้าหัวใจ

หัวใจต้องการสารอาหารที่สะอาดและมีประโยชน์ ออกซิเจนก็คือลมปากหวานหู รู้จักง้อบ้าง
เทคนิคนี้ช่วยป้องกันลิ้นหัวใจรั่ว

9 การช็อคหัวใจ (Shock Technique)

บางครั้งช็อคหัวใจของอีกฝ่าย ที่เรียกว่า 'เซอร์ไพรส์' เช่น พาไปกินอาหารนอกบ้านในที่แปลกๆ
พาไปฟังดนตรี ตลอดจนทำกิจกรรมที่ไม่จำเจร่วมกัน

10 การกระตุ้นหัวใจด้วยเสียง (Sound Therapy)

โทรศัพท์หาคนรักบ้าง (แม้ไม่ถี่เท่าก่อนแต่งงาน) เพิ่มการใช้เสียงกระซิบ ลดการใช้เสียงกระชาก
นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แจ้งแล้วว่า การลดระดับเสียงลงเพียงไม่กี่เดซิเบลต่อวัน ช่วยทำให้ชีวิตคู่ดีขึ้นมาก

11 เทคนิคแยกหัวใจ (Absence Technique)

แยกทางกันบ้าง การไม่เจอหน้ากันตามสมควรทำให้คิดถึงกันมากขึ้น อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า
Absence makes the hearts grow fonder เทคนิคนี้พิสูจน์แล้วว่าทำให้หัวใจโหยหากันและกันอย่างเห็นได้ชัด

12 เทคนิควางใจ (Trust)

ลดความระแวง ไม่ต้องตามเช็กว่าไปไหน ไม่ต้องแอบตรวจเสื้ออีกฝ่ายว่ามีซากลิปสติกไหม ไม่ต้องจ้างนักสืบ ฯลฯ
วิธีนี้ป้องกันโรคหัวใจรั่วชะงัด

13 เทคนิคบ่มหัวใจ (Aging Process)

ไม่เฉพาะแต่ไวน์ที ่บ่มยิ่งนานยิ่งดี หัวใจก็เช่นกัน คนรักกันไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม ไม่ควรผลีผลาม
เพราะความรู้สึกที่เราเชื่อว่าเป็นรักอาจเป็นเพียงความหลงใหลชั่วคราวนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า
เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มสารเคมีที่เรียกว่า Romantica Substance ในหัวใจสูงถึง 81.25 เปอร์เซนต์
(สูตรเคมีคือ R2L2 R = Romantic L = Love)

14 เพิ่มไขมันที่ดี (HDL) ให้หัวใจ

ไขมันชนิดดี (HDL) จะสร้างความอบอุ่น ป้องกันเรื่องไม่ดีที่มากระทบ
ไม่ให้ทำอันตรายต่อหัวใจได้ HDL (= High Density Love) มาจากการออกกำลังกาย
ทำให้หัวใจแข็งแรงพร้อมรับมือเรื่องแย่ๆ ได้ทุกเมื่อ

15 ลดคอเลสเตอรอลที่หัวใจ

คอเลสเตอรอลที่เกาะหัวใจเกิดมาจากการเสพสิ่งไม่ดีมากเกินไป ทำให้เส้นเลือดหัวใจอุดตัน
การใช้จ่ายเกินกำลัง การหลงระเริงไปกับบริโภคนิยม ฯลฯ การเสพอย่างพอเพียงเท่ากับช่วยเก็บหอมรอมริบ
ช่วยกันประหยัด เพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ต้องทำต่อเนื่อง วันละเล็กวันละน้อย
กว่าจะบรรลุขั้น 'หัวใจ Y' อาจจะยาก แต่เพื่อคนที่เรารัก มันคุ้มที่จะเริ่มต้นทำมิใช่หรือ?
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 13 พ.ย. 2007, 22:38 น.
คล้ายๆของลุงวินทร์เลย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แทน เมื่อ 13 พ.ย. 2007, 23:14 น.
แมลงสาบใช้อวัยวะใดในการฟัง

------------------------
กระทำโดยนักวิจัยอิสระกลุ่มหนึ่ง ใน ฟิจิ อียิปต์ ... กาบอง .. ไมอามี่
หรือ วารินชำราบ ฯ ไม่แน่ใจครับ ..  ไม่ต้องสนมันครับ
เอาว่าวิจัยที่ใดสักที่ก็แล้วกันว่ามันต้องมีหูที่ดีแน่ๆ
จึงสามารถจับเสียง หรือ การสั่นสะเทือนต่างๆ ไปจน กระทั่ง
มันสามารถเดิน หรือ บินไปไหนต่อไหนได้

อุปกรณ์การทดลอง
1. กล่องไม้ขีดไฟ
2. แมลงสาบ 4 ตัว

นักวิจัยตั้งสมมติฐานไว้ ว่าแมลงสาบจะต้องใช้อวัยวะ 4
อย่างนี้แหละในการได้ยิน .. คือ หนวด - ปีก - หัว - หรือ .. ขา

กล่องไม้ขีดที่ 1...  พวกเขานำแมลงสาบมา เด็ดหนวดออก แล้วใส่กล่องเหมือนเดิม
กล่องไม้ขีดที่ 2...  เด็ดหัวมันออก แล้วใส่กล่องไว้
กล่องไม้ขีดที่ 3.... เด็ดปีกออกแล้วใส่กล่องไว้
กล่องไม้ขีดที่ 4..... เด็ดขาแมลงสาบออกทั้งหมดแล้วใส่กล่อง

การทดลองเริ่มต้นขึ้น .. โดย พวกเขาเปิดกล่องแมลงสาบที่ 1 ออก ..
แล้วตะโกน GO.! GO !! GO !!!!! [ แมลงสาบพวกนี้เป็นสายพันธุ์ต่างชาติ ]
กล่องที่ 1 แมลงสาบวิ่งออกไปตามเสียงตะโกน แม้ไม่มีหนวด
กล่องที่ 2 แมลงสาบทะยานไปเต็มกำลังแม้ไม่มีส่วนหัว !!!!
กล่องที่ 3 แมลงสาบใส่ตีนหมา หายลับไป แม้ไม่มีปีก !!!
กล่องสุดท้าย แมลงสาบที่ไม่มีขา นิ่ง .. !!! และ นิ่ง ... มิใส่ใจเสียง GO GO GO !!!!

นักวิจัยทั้งหมด กระโดดกอดกันกลม กับสิ่งที่ได้ค้นพบ

..พวกเขาสรุปงานวิจัยนี้ทันที ว่า แท้แล้วแมลงสาบนั้น ใช้ " ขา " ในการได้ยิน
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 14 พ.ย. 2007, 00:09 น.


สุดยอด  :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 14 พ.ย. 2007, 07:15 น.
 :07: ตอนแรกนึกว่าวิชาการ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 14 พ.ย. 2007, 08:28 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 14 พ.ย. 2007, 00:09 น.

สุดยอด  :21:

:52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 14 พ.ย. 2007, 10:06 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 13 พ.ย. 2007, 22:38 น.
คล้ายๆของลุงวินทร์เลย

เป็นของ ลุงวินทร์ เลียววาริณ ครับ^^
งานกของพี่เขา น่ารักดีผมว่า :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: poloh เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 04:28 น.
ตีแผ่ 10 Forward Mail สุขภาพที่หลายคนเข้าใจผิด -= By หมอแมว =-‏

1. แก็งค์ขโมยอวัยวะ


เนื้อหาของFWD <<  ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีกระแสข่าวเกิดขึ้นในหลายจังหวัดว่ามีแก็งค์รถตู้ออกตระเวนจับคนไปตัดอวัยวะ ฆ่าทิ้งโดยควักอวัยวะไป หรือลักพาตัวหายไป ... กระแสข่าวนี้ มีทั้งในทีวี วิทยุ โทรทัศน์ และ อินเตอร์เนท


วิเคราะห์FWD >> ในเมื่อผมไม่ใช่ตำรวจ ก็คงไม่สามารถบอกได้ว่าจริงๆแล้วมีคนหายหรือตายในช่วงดังกล่าวเท่าไหร่ แต่มีข้อสังเกตบางสิ่งบางอย่างดังนี้
- ลักษณะข่าวหลายข่าว มีตั้งแต่การเจอศพที่ถูกฆ่าแล้วเปิดท้องเอาอวัยวะไป มีเด็กเจอจับแล้วก็มีคนควักลูกตาออกจากนั้นก็โยนเงินมาให้ มีคนโดนฆ่าทั้งครอบครัว ฯลฯ ... หลายข่าว คนที่ส่งต่อหรือเล่าต่อจะเล่าเหมือนกับว่าตนเองเห็นเหตุการณ์หรือได้ฟังจากปากผู้เสียหายจริงๆ แต่ หากลองถามย้อนสืบค้นกลับไปแล้วจะพบว่าไม่มีรายใดเลยที่ได้รับรู้ข่าวจากเหตุการณ์จริง
- ไม่มีข่าวใดขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์
- การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ต้องใช้ห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ในเมืองไทยทำได้ไม่กี่ที่ มีคนทำได้จำนวนไม่มาก
- หลังการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ต้องกินยาควบคุมภูมิคุ้มกันไป'ตลอดชีวิต'และต้องตรวจอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งผู้ที่เปลี่ยนอวัยวะในเมืองไทยจะมีอยู่จำนวนนึง ... ถ้ามีคนไทยที่ได้รับการเปลี่ยนอวัยวะอย่างผิดกฎหมาย ก็เป็นไปได้ยากที่จะไม่มีใครรู้ใครเห็น
- ที่สำคัญที่สุด ความสดของอวัยวะ ... เทคนิกที่จะทำให้อวัยวะสดใหม่พอที่จะนำไปปลูกถ่ายให้กับคนป่วยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ... การฆ่าคนแล้วเอาอวัยวะไปหลังจากคนๆนั้นตายแล้วเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอวัยวะนั้นมักจะเสียคุณภาพและมีโอกาสที่จะเสียมาก ... ถ้าจะทำจริงๆน่าจะลักพาตัวไปจะง่ายกว่า
- และจากข้อข้างบน ... การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ต้องทำการจับคู่อวัยวะของทั้งผู้ให้และผู้รับ ... ดังนั้นการจะลักอวัยวะ ต้องทำการตรวจเลือดของผู้ให้และผู้รับและจับคู่กันให้ได้ (ส่วนมากมักเป็นญาติกัน โอกาสจะเจอจากคนที่ไม่ใช่ญาตินั้นน้อย) การที่ไปดักฆ่าใครมั่วๆซั่วๆแล้วตัดอวัยวะไป จึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมีขบวนการใดงี่เง่าพอที่จะไปทำ(เพราะไม่คุ้มทุน)


ที่มาของFwd : Fwdลักษณะนี้มีในอเมริกามาตั้งแต่ปี1998แล้วครับ
===================================================================


2. การกินวิตามิน C ร่วมกับการกินกุ้งทำให้ตายได้


เนื้อหาของFWDในไทย << เป็นเรื่องราวที่เกิดในไต้หวันโดยมีกรณีที่พบผู้หญิงตายโดยไม่ทราบสาเหตุและมีศาสตราจารย์คนนึงไปร่วมชันสูตร และก็บอกว่าผู้หญิงคนนี้ตายจากการที่กินกุ้งพร้อมกับวิตามินซี ซึ่งเข้าไปทำปฏิกริยากับสารหนูชนิดไม่มีพิษ As2O5 กลายเป็น As2O3 หรือสารหนูชนิดที่เป็นพิษทำให้ตายแบบเลือดไหลออกหมดตามทวาร


วิเคราะห์FWD >> จับผิดได้หลายจุด
- ข้อแรก ไม่มีรายงานทางการแพทย์ฉบับใดที่รายงานการเกิดพิษจากสารหนูจนถึงตาย จากการกินกุ้งพร้อมกับวิตามินซี ... ถ้ามันเป็นเรื่องที่ง่ายขนาดที่ศาสตราจารย์ทางการแพทย์ไต้หวันรู้ในพริบตาเดียว ก็น่าจะมีตำราหรือรายงานการแพทย์สักฉบับในโลกที่กล่าวถึง
- กุ้งจะไปเอาสารหนูในระดับที่ฆ่าคนได้มาจากไหนโดยกุ้งไม่ตาย ... อย่าลืมว่าสารหนู(As) เป็นธาตุไม่ใช่สารประกอบ ดังนั้นไม่มีทางผสมสารใดๆแล้วบังเอิญกลายมาเป็นสารหนูได้ ถ้าไม่มีสารหนูเป็นตัวตั้งต้น
- As2O5 จะเปลี่ยนเป็น As2O3ได้ ต้องใช้อุณหูมิ 300 องศาเซลเซียส
- As2O3 หรือ อาร์เซนิกไตรออกไซด์ มีพิษก็จริง แต่พิษของมันถ้าเกิดเฉียบพลันจะก่อให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง อาเจียนมาก ... ไม่ใช่เลือดออกทุกทวาร
- As2O5 หรืออาร์เซนิกเพนตาออกไซด์ก็มีพิษ กุ้งที่ไหนจะรับได้


ที่มาของFWD : พบFWDนี้ในinternet ตั้งแต่ปี2001 โดยเริ่มแรกจากข้อความสั้นๆและได้โดนพิสูจน์ว่ามั่วไปนานแล้ว แต่เมื่อเข้ามาในไทยในปี2007ก็ขยายความยาวของเนื้อหาและรายละเอียดหลายส่วนที่แก้ต่างข้อพิสูจน์เหล่านั้นไป


จริงๆเป็นForward Mail ที่ไม่น่าเชื่อถืออันนึง แต่โชคไม่ดีที่มีสื่อบางแขนงเอาไปเผยแพร่โดยไม่ได้ทำการตรวจสอบให้ดี(ทั้งที่ยุคนี้การตรวจสอบข่าวสารทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะ หรือแค่ถามแพทย์ที่ทำงานให้กับองค์กรสื่อแห่งนั้นก็ยังได้) ซึ่งจากการเผยแพร่ของสื่อนั้น ยิ่งทำให้คนที่ไม่รู้เข้าใจไปว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
===================================================================


3. รู้ไหม ถ้าคุณกำลังจะหัวใจวาย การไอสามารถช่วยคุณได้


เนื้อหาของFWD << เริ่มด้วยการสมมุติว่ากำลังขับรถกลับบ้านตอนเย็น จากนั้นก็เจ็บหน้าอกเกิดอาการหัวใจล้มเหลว ... ซึ่งรู้ว่าต้องช่วยด้วยการนวดหัวใจ แต่การนวดหัวใจ (CPR cardiopulmonary resuscitation)ต้องทำโดยคนอื่น แล้วถ้าคุณกำลังจะหัวใจหยุดเต้นใครจะช่วยได้ ... ในเนื้อหาอ้างว่าการผายปอดด้วยการไอ หรือนวดหัวใจด้วยการไอ (Cough CPR) เป็นสิ่งที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยสถาบันการแพทย์และถูกบรรจุในหลักสูตร โดยให้ไอไปเรื่อยๆเป็นจังหวะเพื่อกระตุ้นหัวใจให้ทำงาน


วิเคราะห์FWD >>
- เมล์ดังกล่าวจะมีการอ้างสถาบันสุขภาพของอเมริกาหลายแห่ง แต่อันที่แพร่หลายในไทยจะอ้าง JOURNAL OF GENERAL HOSPITAL ROCHESTER และ American Heart Association ... ซึ่งสิ่งที่ค้นพบคือทั้งสองแห่งไ ด้มีข้อความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ชัดเจนว่าไม่เคยมีการแนะนำดังกล่าว
http://www.viahealth.org/body_rochester.cfm?id=329
อันแรกเป็นlinkของโรงพยาบาล Rochester ที่ยืนยันว่าไม่เคยมีการแนะนำดังกล่าวในวารสารของโรงพยาบาล
และทางAmercan heart association หรือสมาคมโรงหัวใจสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของการแพทย์ด้านหัวใจของโลก ก็ได้มีความเห็นในwebsite เกี่ยวกับเรื่องCough CPRไว้ดังนี้ครับ
http://www.americanheart.org/presenter.jhtml?identifier=4535
ซึ่งสรุปใจความสั้นๆไว้ชัดเจนว่า
- การนวดหัวใจด้วยการไอ มีใช้ก็เฉพาะกรณีที่กำลังทำการสวนหัวใจอยู่แล้วไปสะกิดโดนบางจุดจนเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งแพทย์ที่สวนหัวใจจะสั่งให้คนไข้ไอ
- ไม่เคยมีการสอนให้ทำCough CPR ในคำแนะนำสากลแก่ประชาชน(หรือบุคลากรทางการแพทย์ทั่วไป)


นอกจากนี้
- อาการเจ็บหน้าอก เป็นอาการของหัวใจขาดเลือด Myocardial Iscemia หรือ Myocardial Infarct การแก้ไขคือ พยายามให้ผู้ที่มีอาการ อยู่นิ่งๆและหยุดกิจกรรมต่างๆ อมยาใต้ลิ้นเพื่อลดอาการเจ็บปวด และกินยาป้องกันเกร็ดเลือดแข็งตัว จากนั้นก็รีบไปโรงพยาบาล
- การพยายามไอมากๆในคนที่มีอาการเจ็บหน้าอกของโรคหัวใจเป็นการออกแรง ซึ่งน่าจะให้ผลเสีย(ถึงตาย) มากกว่าผลดี
- หัวใจเต้นผิดจังหวะที่ไม่มีสาเหตุแน่ชัดอื่นๆ ไม่ได้รักษาด้วยการไอ
- แรงดันในช่องอกจากการไอ ไม่เพียงพอที่จะนวดหัวใจให้พ่นเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้
- ถ้าหัวใจของใครสักคนหยุดเต้น ความดันเลือดจะตกลงจนสมองหยุดทำงาน ... ซึ่งรวดเร็วเกินกว่าที่สมองจะสั่งการให้ไอได้ทัน


สรุปแล้วดูเหมือนกับว่านอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว หากผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีอาการเจ็บหน้าอกคนไหนเอาไปใช้ ก็อาจจะเกิดอันตรายได้มากกว่าที่จะเป็นประโยชน์
===================================================================


4. สูบบุหรี่ผิดด้าน ไปจุดเอาก้นกรองจะทำให้เป็นหมัน


เนื้อหาของFWD << บอกว่าในก้นกรองบุหรี่มีสารเคมีที่ทำให้เป็นมะเร็งและทำให้เป็นหมัน


วิเคราะห์FWD >> ค่อนข้างพิสูจน์ได้ง่าย
- ก้นกรองบุหรี่ ทำมาจากสารพวกเซลลูโลส พูดง่ายๆว่าทำมาจากเยื่อไม้ ... จากนั้นก็เอามาทาสีข้างนอกเป็นสีน้ำตาล สีขาว ฯลฯ ดังนั้นสูบก้นกรองเข้าไปก็ไม่ได้มีอันตรายเพิ่มไปกว่าเดิม ที่จริง ก้นกรองเป็นส่วนที่ปลอดภัยที่สุดของบุหรี่ครับ
- ก้นกรองบุหรี่ที่อันตราย คือก้นกรองบุหรี่แบบเก่าๆ ที่ทำมาจากแร่ใยหิน Asbestos


สรุปแล้วมั่วมากครับ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าคนอ่านแล้วจับผิดได้ง่าย เมล์FWDนี้เลยไม่ค่อยแพร่หลายนัก
ที่สำคัญ เจ้าสารที่ทำให้เป็นหมันและมะเร็ง อยู่ในตัวยาสูบ ไม่ใช่ก้นกรอง ดังนั้นถ้าใครสูบบุหรี่อยู่แล้วสูบผิดด้านก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะด้านที่สูบตามปกติ ก่อมะเร็งได้ง่ายกว่าก้นกรองเป็นพันเท่า
===================================================================


5. กินฉี่หนูที่เปื้อนกระป๋องน้ำอัดลม ... ตาย!!!


เนื้อหาของFWDในไทย << เมล์เก่าแก่นี้เริ่มตั้งแต่เตือนว่าการมีคนตายจากการกินน้ำอัดลมโดยไม่ได้เช็ดที่ปากกระป๋อง จึงกินฉี่หนูที่ติดตรงนั้นเข้าไป หลังจากนั้นก็ป่วยหนักและตาย ... ต่อมาก็เริ่มมีการกล่าวอ้างเพิ่มขึ้น มีทั้งบอกว่าต้องไปรักษาที่รพ. หมอบอกว่าเป็นโรคฉี่หนู ต้องส่งมารักษาที่กทม. เสียเงินเป็นล้าน , มีการกล่าวอ้างว่าฉี่หนูเฉยๆกินเข้าไปก็ตายได้ , หรือแม้แต่ระบุที่ท้ายของFwd เป็นเบอร์โทรศัพท์ของกองสาธารณสุข


วิเคราะห์FWD >> เรื่องนี้ใครที่ทำงานด้านสาธารณสุข จะรู้ทันทีหลังจากอ่านว่า"มั่ว" , ใครที่บ้านมีหนูจะรู้ว่าเรื่องมันทะแม่งๆ
- โรคฉี่หนูชนิดรุนแรง จะมีอาการไข้สูงหนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ ตัวเหลืองตาเหลือง ... ซึ่งอาการในเมล์มักจะเป็นอาการที่ไม่ใช่
- ฉี่หนูปกติ ต่อให้กินเข้าไปก็ไม่ตายครับ ฉี่หนูที่มีเชื้อกินเข้าไปโอกาสติดเชื้ออาจจะมีแต่น้อยมากๆ(ลงกระเพาะก็ตายไปเกือบหมด ถ้าจะติดก็คงจากแผลในปาก) ... จนถึงตอนนี้ผมก็ยังค้นหาเอกสารทางการแพทย์ที่บอกว่าฉี่หนูติดได้ง่ายๆจากการกินไม่พบเลย
- บ้านใครมีหนู คงรู้นะครับว่าฉี่หนูแห้งๆกลิ่นมันขนาดไหน ใครจะกินได้


ที่มาของFWD นี้ มันกระจายในอเมริกามาตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งอเมริกามีโรคฉี่หนูไม่มากเท่าเมืองไทย forwardเมล์นี้เลยค่อนข้างอยู่ยงคงกระพัน และถูกส่งไปส่งมาเรื่อยๆครับ
===================================================================


6. โค้ก เป็นสิ่งอันตรายมาก (ทำให้กระดูกผุ)



ตัวอย่าง FWD http://www.maama.com/reading/view.php?id=001590
เนื้อหาของFWD <<  เนื้อหาในนั้นจะกล่าวถึงการคุณสมบัติที่ทำให้โค้กดูเหมือนเป็นน้ำอัดลมที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เป็นกรดที่รุนแรง ... ลำพังตัวฟอร์เวิร์ดนี้จะไม่มีอะไร แต่มันเป็นการไปตอกย้ำความเชื่อที่ว่าการดื่มน้ำอัดลมทำให้กระดูกผุ น้ำอัดลมเป็นสารที่อันตราย ฯลฯ


วิเคราะห์FWD >>
- ถ้าตามเข้าไปดูในข้อมูลต่างๆในนั้น จะเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ดูแล้วทำให้โค้กเป็นวัสดุกัดกร่อนที่มีฤทธิ์รุนแรง สามารถกัดกร่อนสิ่งต่างๆได้ การใช้งานก็ดูน่ากลัวสำหรับของที่จะเอามากิน
- (ปัจจัยในเวบบอร์ดต่างๆ และความเชื่อสมัยก่อน บอกว่าการดื่มน้ำอัดลมทุกชนิดทำให้กระดูกผุ เพราะกรดในน้ำอัดลมจะไปละลายกระดูก)
- โค้กมีpH ที่ประมาณ2.5 อันนี้ก็จริง ... แต่
- น้ำมะนาวมีpH 2-2.5 ส่วนกรดในกระเพาะอาหาร มีpH 1.5-2 กัดกร่อนยิ่งกว่าโค้กเสียอีก เรื่องคุณสมบัติที่ว่านั้นหากเอาน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูไปแทนที่ก็ทำได้เหมือนกัน (แต่Apple cider vinegarดันบอกว่าดีต่อสุขภาพ ทำไมไม่บอกว่ากัดกระดูกล่ะ)
- ในต่างประเทศของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีราคาแพง ในขณะที่โค้กมีราคาถูกมากและมีแพร่หลายทุกพื้นที่ ก็ไม่แปลกนักที่ชาวต่างชาติเขาจะใช้โค้กในการทำความสะอาดหรือใช้งานกันแปลกๆ (ก็มันประหยัด)
- เรื่องฤทธิ์กัดกร่อนกระดูกนั้น ที่จริงทางการแพทย์เคยเชื่อกันมานานและแนะนำอย่างนี้กันมานาน แต่ว่าในระยะหลังๆเริ่มมีงานวิจัยออกมาคัดค้าน เพราะว่ามีข้อสังเกตว่า กรดฟอสฟอริกที่เคยเชื่อว่าทำลายกระดูกก็มีในอาหารหลายชนิด แต่ว่าไม่ปรากฎว่าจะทำให้เกิดกระดูกพรุนได้
- งานวิจัยล่าสุดเมื่อปีที่แล้วในชุด  The Framingham Osteoporosis Study ระบุถึงความเกี่ยวข้องของน้ำอัดลมต่อมวลกระดูก ก็บอกว่ามีโค้ก (แต่ไม่รวมถึงน้ำอัดลมแบบอื่นๆ)ที่ทำให้เกิดมวลกระดูกลดลง (แถมเกิดเฉพาะในผู้หญิง) http://www.ajcn.org/cgi/content/abstract/84/4/936 ... เลยทำให้ต้องกลับไปดูกันอีกว่า ตกลงแล้วน้ำอัดลมทำให้กระดูกพรุนได้อย่างที่เคยเชื่อจริงหรือ
- ข้อมูลที่บอกว่าดื่มน้ำป้องกันมะเร็งได้ อันนี้ไม่มีหลักฐานการวิจัยที่สนับสนุนชัดเจน


ดังนั้นเมื่อดูจากข้อมูลแล้วถ้าดูเผินๆจะไม่มีอะไร แต่มันสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าใจผิดว่าการดื่มน้ำอัดลมก่อให้เกิดการกัดกร่อนในกระเพาะ(โรคกระเพาะ ?) และก่อโรคกระดูกพรุน ซึ่งจริงๆไม่เกี่ยวข้องกัน ..... และความไม่มีอะไรและการที่ความเชื่อเรื่องน้ำอัดลม"กัดกระดูก"มันเป็นควาเชื่อมานาน พอมีคนออกมาคัดค้านก็อาจจะโดนมองว่าไม่น่าเชื่อถือ
ข้อมูลเพิ่มเติม
- แต่การดื่มน้ำอัดลมกลุ่มที่มีน้ำตาล ก่อให้เกิดโรคอ้วนและเบาหวานชัดเจน
- การดื่มน้ำอัดลมที่ใส่สารทดแทนความหวาน ก็ก่อความเสี่ยงเรื่องโรคอ้วนและเบาหวานได้เช่นกัน
===================================================================


7. Cravit ยาอันตรายที่ต้องระวัง


ตัวอย่าง FWD http://www.fwdder.com/topic/11326
เนื้อหาของFWD << เนื้อหากล่าวถึงการที่แพทย์จ่ายยาอย่างไม่จำเป็นเพียงเพื่อหวังยอดขายและเงินส่วนแบ่ง  ในนั้นอ้างว่ายาจะทำให้กล้ามเนื้อถูกทำลาย มีการสร้างความน่าเชื่อถือโดยการอ้างว่ามีเภสัชกรมายืนยันว่าไม่ต้องกินก็ได้ ... และมีการแสดงตัวอย่างที่บอกว่าการกินยาตัวนี้ทำให้คนดีๆต้องมีอาการหนักขึ้น


วิเคราะห์FWD >> เรื่องนี้คนที่สร้างFWDน่าจะเป็นคนไทย ซึ่งขอแยกประเด็นเป็นดังนี้ครับ


- เรื่องการสั่งยาโดยไม่จำเป็น ... การให้ยาCravit โดยไม่จำเป็น ถามว่ามีไหมก็คงจะมี แต่เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังในการวิจารณ์ เนื่องจากผมเองเป็นหมอเอง เอายาที่หมอหรือเภสัชกรจ่ายให้คนไข้มาดู ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่ายานั้นเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นเรื่องที่ว่าจำเป็นหรือไม่ต้องไปดูกันเป็นรายๆไป (ดังนั้นประเด็นนี้ไม่วิจารณ์ เพราะถ้าวิจารณ์จะเกิดการโต้เถียง) และเรื่องค่าคอมมิชชั่น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้
จะเห็นว่าเรื่องนี้จับเอาคนสองฝ่ายมาชนกันในFWD คือ หมอและเภสัชกร ... ซึ่งถ้าเถียงไปเถียงมา อาจจะเกิดกระทบกระทั่งกันเองได้ (ดังนั้นเรื่องผลประโยชน์ผมว่าคุยกันวันหลังดีกว่านะครับ)
-ในFWDบอกว่ามันเป็นยาแก้ปวดแต่ที่จริง Cravit เป็นตัวยาที่มีชื่อว่า Levofloxacin เป็นยาปฏิชีวนะ ที่มักใช้ในการรักษาโรคในระบบทางเดินหายใจและปัสสาวะ ... ในเมืองไทยการจ่ายยาตัวนี้แบบมีข้อบ่งชี้ ก็คือ การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่คาดว่าเชื้อจะดื้อยา ปอดบวม และ กรวยไตอักเสบ (แต่ปกติไม่ได้ใช้เป็นตัวแรกเพราะมันมีผลข้างเคียง)
- ข้อดีของยาตัวนี้ที่ทำให้นิยมในรพ.เอกชนคือ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และ ไม่ต้องฉีดยา
- อาการที่ในFWD กล่าวถึงผู้หญิงฝ่ายMarketing พิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดจากยาหรือเกิดจากโรค เพราะสมมุติว่าคนนั้นเป็นกรวยไตอักเสบ อาการของกรวยไตอักเสบก็สามารถทำให้อาการหนักจนเข้าโรงพยาบาลได้เช่นกัน
- ถ้ายามันมีผลเสียจนมากเกินผลดีจริงๆ ในอเมิรกาคงมีการฟ้องกันวุ่นวายแล้ว
- และถ้ามีผลเสียต่อสุขภาพถึงขนาดเป็นยาอันตรายที่ไม่ควรกิน ประโยชน์มากกว่าโทษ FDA เขาตัดทิ้งครับ ... เผลอๆบริษัทแม่เอาออกจากตลาดเอง เพราะว่าถ้าบริษัทเหล่านั้นโดนฟ้อง เขาถือว่าไม่คุ้มกัน


โดยสรุปแล้ว หากใครได้รับยานี้จากแพทย์ และคุณคิดว่าไม่มีความจำเป็น(แพง)หรือไม่อยากกิน(กลัว) ให้บอกกับแพทย์ตรงนั้นไปเลยครับ เพราะว่าถ้าคุณเกิดจำเป็นต้องกินยานั้นขึ้นมาแล้วคุณไม่กิน อาจจะเกิดอันตรายจากการติดเชื้อได้ ... หรือถ้าหากกินยาแล้วไม่ดีขึ้นแทนที่จะไปโทษว่ายาเป็นสาเหตุน่าจะต้องระวังเรื่องการติดเชื้อที่รุนแรงเกินกว่ายาจะรับมือไหวดีกว่าครับ
ปล. ยาตัวนี้ผมก็เคยกิน
===================================================================


8. ขวดน้ำPETไม่ควรใช้ซ้ำ เพราะว่ามีสารก่อมะเร็ง


เนื้อหาของFWD << กล่าวอ้างถึงกรณีเด็กที่กินน้ำจากขวดน้ำใช้ซ้ำเป็นเวลาหลายเดือน จนกระทั่งตายลง ... ในเมล์มีข้อมูลว่าในขวดจะมีสาร DEHA ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ในเมล์เวอร์ชั่นหลังๆ จะมีการค้นเอาข้อมูลการก่อมะเร็งของสารดังกล่าวมาโชว์ด้วย


วิเคราะห์FWD >> เมล์นี้เป็นเมล์แรกๆที่ผมพยายามค้นหาคำตอบ เพราะปกติจะใช้ขวดน้ำซ้ำๆ
- FDA หรืออย.อเมริกาถือว่าขวดPETปลอดภัยในการใส่อาหาร
- งานวิจัยที่บอกว่าขวดPET มีสาร DEHA คือ http://www.riskworld.com/Abstract/2001/SRAam01/ab01aa189.htm ซึ่งเป็น Thesis ของนักศึกษาปริญญาโทหรือเอกนี่แหละ ... ซึ่งจากข้อมูลหลายที่ระบุว่าเกิดความเข้าใจผิดในชื่อย่อของสาร และการปนเปื้อนสารในการทดลองมากกว่า
- สารDEHAในเมล์ไม่ว่าของไทยหรือฝรั่ง จะลงชื่อว่า diethylhydroxylamine  ... แต่ว่าสารที่ใช้ในการทำขวด PET คือDiethylhexyl adipate
- ข้อมูลในIARC http://www.inchem.org/documents/iarc/vol77/77-02.html ของสารDI(2-ETHYLHEXYL) ADIPATE สรุปสั้นๆด้านล่างว่า "not classifiable as to its carcinogenicity to humans "
- การระบุว่าขวดต่างๆให้ใช้ครั้งเดียวทิ้ง... เป็นมาตรการเดียวกันกับที่เขียนไว้ที่หนังสือการ์ตูนว่า "เฉพาะสำหรับอ่าน" (ห้ามเอาไปเช็ดก้น) ผู้ผลิตมุ่งเรื่องป้องกันการนำไปใช้ซ้ำแล้วล้างไม่สะอาดทิ้งไว้จนอาจจะเกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ครับ
===================================================================


9. ดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร ทำให้เป็นมะเร็ง

ตัวอย่าง FWD http://bbs.srp.ac.th/showthread.php?t=2902
เนื้อหาของFWD << บอกถึงการดื่มน้ำเย็นๆลงไป จากนั้นน้ำเย็นไปทำให้ไขมันจับเป็นก้อนสีขาวๆและไปจับลำไส้กลายเป็นมะเร็ง
วิเคราะห์FWD >> เอ่อ......-_-' อ่านดูเหมือนจะดี แต่ไร้สาระครับ
- ต่อให้กินอาหารที่เป็นมันๆลงไปแล้วดื่มน้ำเย็นตามจนเกิดไขมันจับเป็นลิ่มๆในท้องจริง แต่ท้องเราอยู่ในลำตัว ดังนั้นสักพักอุณหภูมิจะเปลี่ยนกลับเป็น 37องศาอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวมันก็กลายเป็นน้ำมันอยู่ดี
- ในชีวิตจริง เรากินมันหลายชนิดที่เป็นก้อนๆอยู่แล้ว ดังนั้นไขมันบางตัวจะไม่ละลายตั้งแต่ต้น
- กระบวนการย่อยไขมันใช้น้ำย่อย ... เป็นปฏิกริยาทางเคมี ต่อให้มันเป็นก้อนก็ย่อยสลายอยู่ดี
- สมมุติยังกลัวว่ามันจะไปจับลำไส้จริง ลำไส้คนเรามีการผลัดเซลล์เป็นระยะ ดังนั้นมันจับได้จับไป เดี๋ยวก็หลุดออกมาเอง
- ที่สำคัญที่สุด *** การเป็นมะเร็งในลำไส้ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำเย็นครับ ... ถ้าจะเกี่ยวก็เกี่ยวกับการกินไขมันเยอะน้ำตาลเยอะกินกากใยน้อย ดังนั้นแก้ปัญหาผิดจุดเอามากๆ ***
จริงๆเป็นหนึ่งในฟอร์เวิร์ดที่ไร้สาระจนอาจจะไม่มีค่าควรเอามาไว้ แต่มันมีเหตุผลบางอย่างครับที่ทำให้ผมต้องเอามาใส่ไว้  ...  ถ้าเจ้าตัวบังเอิญผ่านมาเห็นรบกวนอ่านด้วยแล้วกันครับ
===================================================================


10. ระวังแมงมุมใต้ห้องน้ำเครื่องบิน / ระวังแมงมุมเทลาโมเนีย


ตัวอย่าง FWD  http://www.saranair.com/article.php?sid=9292 ภาษาไทย
http://www.health2know.com/killer-spider-on-the-loose-the-twostriped-telamonia ภาษาอังกฤษ พร้อมรูป
เนื้อหาของFWD << เล่าถึงแมงมุมพิษร้ายแรงบนเครื่องบินที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาก่อเหตุที่มาเลเซีย
วิเคราะห์FWD >> เรื่องนี้สืบค้นยากหน่อยนึง เพราะว่าเป็นภาษาไทยหมดโดยถูกแปลมาอีกที แต่เมื่อค้นจากชื่อแมงมุมกลับเป็นภาษาอังกฤษ เรื่องราวก็กระจ่าง
- แมงมุมเทลาโมเนีย เป็นแมงมุมกระโดดครับ (ไอ้ตัวเล็กๆที่โดดไปมาตามพื้นนี่แหละ) กัดคนได้ยังไงยังน่าสงสัยอยู่
- เมล์แบบนี้มีหลายversionมากๆๆๆ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อแมงมุม เปลี่ยนสถานที่เกิดเหตุ ... อันแรกๆอยู่ในอเมริกา จากนั้นก็เปลี่ยนที่ไปมาจนกระทั่ง เปลี่ยนที่เป็นเกิดเหตุในกัวลาลัมเปอร์ ก็ได้มีคนแปลเป็นภาษาไทยเนื่องด้วยเห็นว่าอยู่ใกล้เมืองไทย !!!
- พวกนี้มันจะอาศัยในเครื่องบินได้ยังไงครับ (หรือว่าเครื่องบินมีหนอนกะหล่ำให้มันกิน)
สรุปแล้ว ความหวังดีของผู้ที่ได้รับเมล์แล้วแปลออกมา ก็ทำให้เกิดความตื่นกลัวแมงมุมขึ้นมา(อีกครั้ง)
===================================================================


หลังจากได้ค้นข้อมูลมาจากการฟอร์เวิร์ดในที่ต่างๆ ได้เห็นผลกระทบของฟอร์เวิร์ดเมล์พวกนี้ที่มีต่อสังคมครับ
ยุคนี้ข่าวสารต้องเร็ว โดยเฉพาะข่าวร้าย
คุณลักษณะสำคัญของเรื่องราวในFWDเหล่านี้ในระยะหลังคือ (อย่าเอาไปทำนะครับ)


- เนื้อหาเป็นเรื่องลักษณะไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ลองทำดูระมัดระวังดูไม่เสียหาย
- ชอบพูดถึงชื่อโรคที่เป็นอันตราย คนรู้จักกันดี แต่น้อยคนจะรู้ความจริงของโรคนั้นๆ (มะเร็ง สารพิษ)
- ใส่ความจริงครึ่งเดียว เพื่อเวลาไปหาข้อมูลจะได้มีส่วนที่จริงๆบ้าง
- ถ้าเรื่องใดมีคนบางอาชีพบางกลุ่มพิสูจน์ได้ ให้แต่งเรื่องให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน (เวลาคนกลุ่มนี้มาอธิบายความจริง จะได้เกิดความขัดแย้ง)


ความจริง กระทู้ FWD เคยจัดอยู๋ในลักษณะของไร้สาระ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่น่ามีพิษภัยอะไร แต่ในระยะหลายปีมานี้ผมก็เริ่มเห็นผลกระทบของมันแล้ว ...


- คนไข้บางคนเชื่อสิ่งที่นักข่าวเอามาอ่านในทีวี จากนั้นก็มารพ.ด้วยความกังวล ... พอผมอธิบายให้ฟังก็ไม่เชื่อ บ้างก็ไม่พอใจหรือโวยวายใส่ผม
- นึกถึงสภาพคนที่ได้แต่FWD เตือนภัยการเป็นมะเร็งจากสาเหตุนั้นสาเหตุนี้ ซึ่งก่อให้เกิดโรคกลัวมะเร็งขึ้นสมองอย่างที่เราเห็นๆกันอยู่ในปัจจุบัน
- ก่อให้เกิดการมองโลกในแง่ร้าย ยิ่งทำให้คนๆนั้นจะต้องเปิดอ่านFWDเพิ่มด้วยกลัวว่าอาจจะมีโรคบางอย่างที่มีการเตือนภัยมาแล้วตนจะตกข่าว


ดังนั้น เรามาร่วมมือกันขจัดฟอร์เวิร์ดไร้สาระให้หมดไปจากสังคมกันเถอะครับ
===================================================================


แถมท้าย (จากคนก็อปปี้ข้อความ) ถ้ายังอ่านมาถึง
ไอ้เมล์ว่า Hotmail จะเก็บตัง ก็ของปลอม
ไอ้เมล์ที่ให้ fwd ช่วยเด็กพิการเอธิโอเปีย ว่าจะได้ 1 เซ็นต์ ทุกๆ ฉบับ ก็ของปลอม
ไอ้เมล์ KFC ทรมานไก่ ก็ของปลอม


ระวังอีกหน่อยจะมีเมล์ "กินข้าวหอมมะลิแล้วเป็นริดสีดวง" นะครับ
สงสัยคนไทยจะเลิกกินข้าวกันเป็นแถว 555
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 06:27 น.
 :08: แดจาวู
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 07:40 น.
เหมือนจะเคยอ่านเมลล์นี้เมื่อหลายปีแล้ว  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 08:14 น.


หมอแมวพึ่งเขียนได้ไม่ถึงปีนิ  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 08:37 น.
น่ารักดี  :33:

(http://img2.f0nt.com/15/b816a0076352d22cd21da74665f74852.gif)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 09:50 น.
โอ๊ะ น่ารัก  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 12:13 น.
ขอเซฟ ได้ไหม :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 12:13 น.



ถ้าบอกไม่ได้ จะกดเซฟไหม  :37:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 12:14 น.
กด  :37:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 18 พ.ย. 2007, 12:49 น.
อ้างคำพูดจาก: psyferส์ เมื่อ 15 พ.ย. 2007, 12:14 น.
กด  :37:
กี๋หมด
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 18 พ.ย. 2007, 13:19 น.






หมอแมวกดหมี


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 19 พ.ย. 2007, 01:20 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 19 พ.ย. 2007, 09:22 น.
 :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 11:16 น.






(http://img2.f0nt.com/03/cef7fe915eeffb265834a4bd92b4e9a5.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/ba87ba796bd6dc41e5339979827341ec.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/51f374624cea45cd098c0431f5e59540.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/6cdab832e36b8ab408f8be34dbf827ac.jpg)


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 11:18 น.


ซะ ซะ เลยแหะ  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 11:18 น.






ยังแปะไม่เสร็จเลย :37:


(http://img2.f0nt.com/03/f080715068a68db36b401081e2f82ed6.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/99745b67498d744b4633cab5d28607e0.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/244101ee462e3f2b6a3f06d97536900d.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/0dd9080fa18b2361b8cf76cb296da0b7.jpg)


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 11:19 น.






(http://img2.f0nt.com/03/1492a755a0735c7c58e381e638499ffb.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/1c8392b0df00aa2048a9a86a65e11431.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/82d0807947bcfa30c1892eee90e44095.jpg)
(http://img2.f0nt.com/03/ef69db00bbf182f8bd4480ee1186caec.jpg)


เยอะแฮะ :37:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 11:21 น.


มาเร็วไปเหรอ  :31:

หนุ่มซะซะ วาดซะเหมือนเลย  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 12:06 น.
เป็นสาว ซะๆ  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 12:23 น.
อ้างอิง(http://img2.f0nt.com/03/99745b67498d744b4633cab5d28607e0.jpg)

เป็นหนุ่มอุอุ  พวกเข้าข้างตัวเอง คิดเองฝ่ายเดียว :16:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 12:36 น.
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 11:18 น.
(http://img2.f0nt.com/03/0dd9080fa18b2361b8cf76cb296da0b7.jpg)

เป็นหนุ่ม อุซะ ครับ  :37:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 13:09 น.
ผมก็ อุอุ   :37:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 13:23 น.






ซะอุล่ะ :37:


ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 14:51 น.
เป็นสาวอุอุแหละ  :22: แต่ไม่ได้มีความมั่นใจขนาดที่เค้าบอกแฮะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 14:57 น.
เป็นสาวซะซะ
และ ไม่ตรงเลย  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: D869 เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 15:28 น.
เป็นหนุ่มอุซะ แต่ไม่ขี้เก๊กนะ :07:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แทน เมื่อ 03 ธ.ค. 2007, 18:45 น.
เป็นหนุ่ม ซะอุ ครับ
ผมก็ไม่รู้ว่าตรงมั๊ยแฮะ :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 04 ธ.ค. 2007, 19:37 น.
สาว ซะอุ ค่ะ  :52:


แต่ติดดูแลคนอื่นเยอะเกินไป ตรงเหมือนกันแฮะ  :44:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 04 ธ.ค. 2007, 19:44 น.
อุอุ ค่ะ

แต่ไม่รู้ว่าทำถูกรึปล่าว  :30:




(http://img2.f0nt.com/04/ff590fac21c562397f379c4f02cb993e.gif)
(http://img2.f0nt.com/04/fca6e792c377eb9ce41f02b4c0f40d07.gif)
ซ้ำไหม  :44:

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 01:58 น.
Never give up
"คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก"


จาก forward mail

(http://img525.imageshack.us/img525/2328/nevergiveupbywin01bp5nv2.jpg)

(http://img263.imageshack.us/img263/4248/nevergiveupbywin02cd9re1.jpg)

(http://img521.imageshack.us/img521/1943/nevergiveupbywin03zw1vb3.jpg)

(http://img207.imageshack.us/img207/8665/nevergiveupbywin04pu7tg8.jpg)

(http://img339.imageshack.us/img339/6789/nevergiveupbywin05wj6cv2.jpg)

(http://img507.imageshack.us/img507/1294/nevergiveupbywin06yz6fm8.jpg)

(http://img206.imageshack.us/img206/9414/nevergiveupbywin07za7ol2.jpg)

(http://img505.imageshack.us/img505/6038/nevergiveupbywin08gu9fs6.jpg)

(http://img520.imageshack.us/img520/5776/nevergiveupbywin10cu8uj5.jpg)

(http://img210.imageshack.us/img210/2239/nevergiveupbywin11cw5sp1.jpg)

(http://img521.imageshack.us/img521/3033/nevergiveupbywin12gt6ss8.jpg)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:03 น.


มันเยี่ยมมากค่ะ  :25:  :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:14 น.
อ้าว รูปที่เก้าหายไปไหนอะคะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:17 น.
ไม่รู้ ก๊อบมามีแค่นี้  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:20 น.
รูปสองเปิดไม่ได้ด้วย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:21 น.
อ้างคำพูดจาก: ดา เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:20 น.
รูปสองเปิดไม่ได้ด้วย

อ้างคำพูดจาก: ดา เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:19 น.
จากคนเน็ทช้า :42:

:21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:22 น.
อ้างอิงสาวอุซะ

คือ กุลสตรีอ่อนโยน อ่อนไหวสมเป็นหญิง >>เรอะ :08:
เป็นสาวอารมณ์อ่อนไหว >>75%
เดาใจความรู้สึกฝ่ายตรงข้ามด้วยสัญชาตญาณ >>95%
และความสามารถเข้าถึงคนอื่นอย่างเนียนๆ แบบเป็นตัวของตัวเอง >>80%
เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เบื้องหน้า แต่เป็นพวกที่เดินตามหลังคนอื่น และคอยช่วยเหลือ >>เรอะ :08:
ปกติแล้วเป็นนักฟังที่ดี >>ก็ถ้าน่าสนใจก็ฟังง่ะ
แต่กับคนที่สามารถเข้าถึงใจคุณได้ก็จะทำตัวเป็นเด็กขี้อ้อนในบางที >>ถูก!!!!!

ข้อดี
ถ้าถูกไหว้วานให้ทำอะไรจะไม่กล้าปฎิเสธ >>ถ้ากะคนที่แคร์ก็ใช่
เป็นคนจริงใจ และความรับผิดชอบสูง >> :22:
ถึงแม้ต้องลำบากแต่ก็เลือกจะดูแล และช่วยคนอื่น >>ถ้ากะคนที่แคร์ก็ใช่

ข้อเสีย
อ่อนไหว ต่อคำอย่าง "ทำดีแล้วน่ะ" ไม่ก็ "ขอบคุณ" >>little
เมื่อปักใจเชื่อใครก็จะไม่สงสัยอะไรเลย ดังนั้นถ้าถูกหักหลังจะเจ็บนานหน่อย >>ถูก!!! เพิ่งโดนไม่นานนี้นี่เอง

คำแนะนำ
ระวังจะถูกล้อเล่นกะความรู้สึก และจงแสดงความคิดเห็นของตัวเองบ้าง >>ช่วงนี้อีกนั่นแหละ :08:

+พี่อุ้ย ชอบ :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:26 น.
(http://img2.f0nt.com/15/2c61ba9c69d3934e4ca19a0e56953453.jpg)

ตัดหน้าห้าคน :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:27 น.
ทำเหมือนซะด้วยนะ  :30:

แต่มีสาระมากๆ อ่านแล้วดีมากเลย  :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:30 น.
อ่านคำว่าเล่นตลกเป็นตกปลา งงอยู่พักนึง
อ่านอีกรอบ ก็ยังเห็นเป็นตกปลา ก็ยังคงงง

อ่านรอบที่สามถึงเห็นว่าเล่นตลก  :30:

ปล. พี่แอนขยันจริงๆ :12:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:35 น.



ตกปลายังไงดา  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 12:47 น.
 เบื้องหลังของรางวัลนักปั่นแห่งปี :35: (ได้แน่ๆ)
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 20:24 น.
 :30: ชื่อโทนี่ด้วย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 17 ธ.ค. 2007, 16:09 น.
อ้างคำพูดจาก: น้องไอ้แอน เมื่อ 15 ธ.ค. 2007, 02:26 น.
(http://img2.f0nt.com/15/2c61ba9c69d3934e4ca19a0e56953453.jpg)

ตัดหน้าห้าคน :08:
:30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 21 ธ.ค. 2007, 17:46 น.
ชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไอดาโออย่างเดียวดาย

เขาต้องการที่จะพรวนดินเพื่อทำสวนมันฝรั่ง

แต่มันเป็นงานที่หนักมาก

ลูกชายคนเดียวที่เคยช่วยต้องโทษติดคุก

ชายชราเขียน จ.ม. ถึงลูก อธิบายถึงสถานการณ์

ลูกรัก พ่อรู้สึกแย่มาก

เพราะดูเหมือนว่าพ่อจะปลูกมันฝรั่งไม่ได้ในปีนี้

พ่อแก่เกินไปที่จะขุดไถแปลงสวน

ถ้าลูกยังอยู่ คงจะไม่มีปัญหา

พ่อรู้ว่าลูกคงจะขุดพรวนแปลงสวนให้

รัก/ จากพ่อ



หลังจากนั้น 2-3 วัน

ชายชราได้รับ จ.ม. จากลูกชาย

พ่อครับ เพื่อเห็นแก่พระเจ้า

พ่ออย่าได้ขุดพรวนแปลงสวนนะครับ

ผมฝังศพไว้ที่นั่นหลายศพ !!

รัก/จากลูก



ตี 4 เช้าวันรุ่งขึ้น จนท. เอฟบีไอ

และตำรวจท้องที่ แห่กันมาขุดค้นไปทั่วทั้งสวนแต่ไม่พบศพเลย

จนท. ขอโทษ ชายชราและจากไป

วันเดียวกัน ชายชราได้รับ จ.ม. อีกฉบับจากลูกชาย

พ่อครับ ตอนนี้คุณพ่อลุยปลูกมันฝรั่งได้เลย

ตอนนี้ผมคงช่วยพ่อได้แค่นี้ละครับ

ในสถานการณ์เช่นนี้

รัก/ จากลูก

///

โว้ป่าวไม่รู้แต่ถูกใจสุดๆ  :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 21 ธ.ค. 2007, 18:03 น.
เป็นสาวอุซะ  :31:

ตอนแรกรู้สึกว่าไม่ใช่ แต่จะว่าไปก็จริง  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 21 ธ.ค. 2007, 18:36 น.
อ้างคำพูดจาก: น้องชาร์ป เมื่อ 21 ธ.ค. 2007, 17:46 น.
ชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองไอดาโออย่างเดียวดาย

เขาต้องการที่จะพรวนดินเพื่อทำสวนมันฝรั่ง

แต่มันเป็นงานที่หนักมาก

ลูกชายคนเดียวที่เคยช่วยต้องโทษติดคุก

ชายชราเขียน จ.ม. ถึงลูก อธิบายถึงสถานการณ์

ลูกรัก พ่อรู้สึกแย่มาก

เพราะดูเหมือนว่าพ่อจะปลูกมันฝรั่งไม่ได้ในปีนี้

พ่อแก่เกินไปที่จะขุดไถแปลงสวน

ถ้าลูกยังอยู่ คงจะไม่มีปัญหา

พ่อรู้ว่าลูกคงจะขุดพรวนแปลงสวนให้

รัก/ จากพ่อ



หลังจากนั้น 2-3 วัน

ชายชราได้รับ จ.ม. จากลูกชาย

พ่อครับ เพื่อเห็นแก่พระเจ้า

พ่ออย่าได้ขุดพรวนแปลงสวนนะครับ

ผมฝังศพไว้ที่นั่นหลายศพ !!

รัก/จากลูก



ตี 4 เช้าวันรุ่งขึ้น จนท. เอฟบีไอ

และตำรวจท้องที่ แห่กันมาขุดค้นไปทั่วทั้งสวนแต่ไม่พบศพเลย

จนท. ขอโทษ ชายชราและจากไป

วันเดียวกัน ชายชราได้รับ จ.ม. อีกฉบับจากลูกชาย

พ่อครับ ตอนนี้คุณพ่อลุยปลูกมันฝรั่งได้เลย

ตอนนี้ผมคงช่วยพ่อได้แค่นี้ละครับ

ในสถานการณ์เช่นนี้

รัก/ จากลูก

///

โว้ป่าวไม่รู้แต่ถูกใจสุดๆ  :52:
:30: ไม่โว้สำหรับผมนะ ฮาแบบกตัญญูดีครับ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 21 ธ.ค. 2007, 18:54 น.
หนุ่มอุซะ :52:



ส่วนเรื่องพรวนดิน ลูกนี่เข้าใจคิด :30:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 21 ธ.ค. 2007, 19:02 น.
เออ เข้าใจคิด :30:

ไอ้นี่ต้องเป็นอาชญากรตัวฉกาจ ที่ตำรวจดักฟังโทรศัพท์อยู่แหงๆ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 21 ธ.ค. 2007, 19:04 น.
 โจรคนลูกเขียนจดหมายครับจักรี ตึกโป๊ะ!!~~
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แทน เมื่อ 21 ธ.ค. 2007, 20:15 น.
'โรคหัวใจ' ทำให้ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรน้ำ (ตา) ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก 'โรคหัวใจ' เป็นบ่อเกิดของความแตกแยก หย่าร้าง ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย การรักษาโรคตามอาการไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทางดีที่สุดคือการป้องกันหัวใจไม่ให้เป็นโรค

ขณะที่โรคหัวใจวายอาจเป็นสาเหตุของความตายอันดับต้นๆ อาการ 'หัวใจ Y' กลับทำให้สดชื่นแจ่มใส หัวใจ Y (Y = Young) คือหัวใจที่เป็นหนุ่มสาวเสมอ ไม่รู้เ! หนื่อย ไม่รู้แก่

ต่อไปนี้คือเทคนิครักษาสภาพหัวใจของคนที่รักกัน เคยรักกัน และ/หรืออยากรักกันมากขึ้น (สามารถเลือกใช้ได้มากกว่าหนึ่งวิธี) :


1 เทคนิคใช้ความอุ่น (Heart Warming)

เป็นเทคนิคโบราณ เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ยังไม่ล้าสมัย เทคนิคนี้เน้นการให้ความอบอุ่นกับคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เช่น ก่อนแต่งงานเคยมอบกุหลาบแดงแก่คนรัก หลังแต่งงานแล้วห้าปีสิบปี ก็ยังมอบให้ตลอดเรื่อยๆ (ไม่มีข้ออ้างราคาดอกไม้สูงขึ้นกี่เปอร์เซนต์) ก่อนแต่งงานไปรับส่งแฟน หลังแต่งงานก็ยังไปรับส่ง (ไม่มีข้ออ้างเรื่องไม่ว่าง) เทคนิคนี้เป็นหลักสำคัญของการถือไม้เท้ายอดทอง ถือกระบองยอดเพชร


2 เทคนิคเปลี่ยนหัวใจ (Heart Transplant)

การเปลี่ยนหัวใจนี้ทำได้ง่ายมาก นั่นคือเอาใจเขามาใส่ใจเร า ไม่ทำในสิ่งที่เรารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ ถ้าทั้งสองฝ่ายรู้จักคิดถึงหัวอกกันและกันสม่ำเสมอ จะไม่มีความบาดหมางใดๆ มากวนใจ

อนึ่ง อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 99.25 เปอร์เซนต์


3 เทคนิคการทำบายพาส (Bypass Surgery)

ในกรณีที่ท่านประสบอุปสรรคในชีวิตคู่ ให้ปล่อยเรื่องไม่ดีผ่าน (Bypass) ออกไปเสีย อย่านำเรื่องไม่ดีเข้าบ้าน ไม่เอาเรื่องไม่ดีของคนรักไปโพนทะนา เทคนิคนี้รวมถึงการไม่นินทาชาวบ้าน

อัตราการป้องกันโรคหัวใจด้วยเทคนิคนี้สูงถึง 98.5 เปอร์เซนต์!


4 เทคนิคการทำบอลลูน (Heart Balloon)

ชีวิตเราต้องเจอเรื่องไม่ดีแทบทุกวัน เทคนิคนี้สอนให้เรารู้จักปล่อยวาง สิ่งร้ายๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็แก้ปัญหาเสีย เรียนรู้จากประสบการณ์ แต่ไม่เก็บไว้ในใจข้ามปีข้ามชาติ รู้จักลอยตัวให้เบาสบายเหมือนลูกบอลลูน


5 เพิ่มระดับความหวาน (Heart Glucose)

แปลกแต่จริง ความหวานไม่มีผลเสียต่อหัวใจเหมือนต่ออวัยวะส่วนอื่นๆ จงเติมความหวานเข้าไปในหัวใจให้สูงเข้าไว้ เอ่ยคำว่า 'รัก' ต่อคนรักบ่อยเท่าที่ต้องการ (อย่างน้อยวันละครั้งก่อนหรือหลังอาหาร หรือก่อนนอน)

เชื่อเถิด! กระทรวงสาธารณสุขทั่วโลกรับรองมาแล้วว่าเทคนิคนี้ไม่มีอันตรายอย่างแน่นอ น


6 นวดหัวใจด้วยการสัมผัส (Touching)

การสบตากัน การแตะมือเบาๆ การกอดกัน ช่วยทำให้ หัวใจมีคุณภาพดีมาก จากการทดสอบคู่สมรส 14,216 คู่ จากเจ็ดทวีป พบว่าการสัมผัสเบาๆ แต่อบอุ่นทำให้หัวใจวาบหวามดื่มด่ำ ช่วยให้ร่างกายเพิ่มสารเอนโดรฟิน สบายกายสบายใจขึ้นมาก


7 ลดระดับคาร์บอนไดออกไซด์แก่หัวใจ

ไม่ใช้คำหยาบ ไม่กระฟัดกระเฟียด ไม่แดกดัน ไม่ตีวัวกระทบคราด ไม่พูดเรื่องไม่เป็นมงคล มองโลกในแง่ดี จะทำให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะดี


8 เพิ่มออกซิเจนเข้าหัวใจ

หัวใจต้องการสารอาหารที่สะอาดและมีประโยชน์ ออกซิเจนก็คือลมปากหวานหู รู้จักง้อบ้าง

เทคนิคนี้ช่วยป้องกันลิ้นหัวใจรั่ว


9 การช็อคหัวใจ (Shock Technique)

บางครั้งช็อคหัวใจของอีกฝ่าย ที่เรียกว่า 'เซอร์ไพรส์' เช่น พาไปกินอาหารนอกบ้านในที่แปลกๆ พาไปฟังดนตรี ตลอดจนทำกิจกรรมที่ไม่จำเจร่วมกัน


10 การกระตุ้นหัวใจด้วยเสียง (Sound Therapy)

โทรศัพท์หาคนรักบ้าง (แม้ไม่ถี่เท่าก่อนแต่งงาน) เพิ่มการใช้เสียงกระซิบ ลดการเสียงกระชาก

นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แจ้งแล้วว่า การลดระดับเสียงลงเพียงไม่กี่เ ดซิเบลต่อวัน ช่วยทำให้ชีวิตคู่ดีขึ้นมาก


11 เทคนิคแยกหัวใจ (Absence Technique)

แยกทางกันบ้าง การไม่เจอหน้ากันตามสมควรทำให้คิดถึงกันมากขึ้น (ที่ฝรั่งว่า Absence makes the hearts grow fonder.) เทคนิคนี้พิสูจน์แล้วว่าทำให้หัวใจโหยหากันและกันอย่างเห็นได้ชัด


12 เทคนิควางใจ (Trust)

ลดความระแวง ไม่ต้องตามเช็กว่าไปไหน ไม่ต้องแอบตรวจเสื้ออีกฝ่ายว่ามีซากลิปสติกไหม ไม่ต้องจ้างนักสืบ ฯลฯ วิธีนี้ป้องกันโรคหัวใจรั่วชะงัด


13 เทคนิคบ่มหัวใจ (Aging Process)

ไม่เฉพาะแต่ไวน์ที่บ่มยิ่งนานยิ่งดี หัวใจก็เช่นกัน คนรักกันไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม ไม่ควรผลีผลาม เพราะความรู้สึกที่เราเชื่อว่าเป็นรักอาจเป็นเพียงความหลงใหลชั่วคราว

นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มสารเคมีที่เรียกว่า Romantica Substance ในหัวใจสูงถึง 81.25 เปอร์เซนต์ (สูตรเคมีคือ R2L2 R = Romantic L = Love)


14 เพิ่มไขมันที่ดี (HDL) ให้หัวใจ

ไขมันชนิดดี (HDL) จะสร้างความอบอุ่น ป้องกันเรื่องไม่ดีที่มากระทบ ไม่ให้ทำอันตรายต่อหัวใจได้

HDL (= High Density Love) มาจากการออกกำลังกาย ทำให้หัวใจแข็งแรง พร้อมรับมือเรื่ องแย่ๆ ได้ทุกเมื่อ


15 ลดคอเลสเตอรอลที่หัวใจ

คอเลสเตอรอลที่เกาะหัวใจเกิดมาจากการเสพสิ่งไม่ดีมากเกินไป ทำให้เส้นเลือดหัวใจอุดตัน การใช้จ่ายเกินกำลัง การหลงระเริงไปกับบริโภคนิยม ฯลฯ

การเสพอย่างพอเพียงเท่ากับช่วยเก็บหอมรอมริบ ช่วยกันประหยัด เพื่ออนาคตของตนเองและครอบครัว


เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ต้องทำต่อเนื่อง วันละเล็กวันละน้อย กว่าจะบรรลุขั้น 'หัวใจ Y' อาจจะยาก แต่เพื่อคนที่เรารัก มันคุ้มที่จะเริ่มต้นทำมิใช่หรือ?



ยาวแฮะ  :08: ตอนแรกผมอ่านก็นึกว่าวิชาการ  :52:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 27 ธ.ค. 2007, 21:46 น.
(http://img2.f0nt.com/27/a24170cbb353dae4f5bd8b4e25124cc7.jpg)

(http://img2.f0nt.com/27/f56177892dbf77edb370c9ecc41e211d.jpg)

(http://img2.f0nt.com/27/4df4b0855acdfe18dfba7054de027f8a.jpg)

(http://img2.f0nt.com/27/2938c9928e3b2824f995df66385a850d.jpg)

(http://img2.f0nt.com/27/09c6a68ff1c4b8e5aee2e155c4acd4e6.jpg)

ว่าแล้วก็หยิบ flashdrive หน้าคอมฯ มาเคี้ยวเล่น  :04:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 27 ธ.ค. 2007, 22:23 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 28 ธ.ค. 2007, 00:21 น.
 :30: ชอบชุดอาหารญี่ปุ่น นั่นรวมกันกี่GB เนี่ย
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 16:23 น.
รูปและเนื้อหาโหดเกิน

ลบดีกว่าครับ 555

เดี๋ยวมีบางคนยังไม่เห็น จะกลัวเอา
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 16:29 น.
รูปและเนื้อหาโหดเกิน

ลบดีกว่าครับ 555

เดี๋ยวมีบางคนยังไม่เห็น จะกลัวเอา
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 16:44 น.
กำลังจะกินข้าว :28:

ปล. ไม่ได้งามเลยนะ น่าจะไปอยู่จู๋เรื่องจริงอะไรทำนองนั้นมากกว่าป่าว :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 17:08 น.
ไม่น่าจะแรงได้ขนาดนั้น งูไรหว่า :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 17:33 น.
fwd. งามๆ แบ่งกันอ่านนะคะ
ไม่ใช่
fwd. สยองๆ แบ่งกันอ่าน :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 17:35 น.
กำลังกินข้าวอยู่ อย่างอร่อย! เห็นแล้ว :28: เลื่อนแทบไม่ทันเลยอ่ะ

ไม่นึกฝันมาก่อนว่าจะเจอในนี้ :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 17:38 น.
โฮก... ภาพตื่นตาตื่นใจมาก  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต้น เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 17:40 น.
สยิวมาก  :28:

เห็นแล้วก็นึกถึงเฟรินนะ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 18:02 น.
เขามาโพสต์ที่นี่เพราะจู๋นี้มั้ง :30:

http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,11940.0.html
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 18:48 น.
ถูกครับ

โดนด่าไปที 555
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 19:04 น.
ฟอเวิร์ดงามๆ  :41:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 19:16 น.
555

ลงโพสต์ไป ชั่วโมงนึง

เสียงตอบรับดีมากๆเลย

ติดลบเพิ่มอีก 2 เหอะๆ

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 19:42 น.
ยิ่งใส่ใจมากก็ยิ่งเครียดนะคะ
ปวดกบาลเปล่าๆ ปลี้ๆ :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 23:03 น.
อ้างคำพูดจาก: earthchie เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 19:16 น.
555

ลงโพสต์ไป ชั่วโมงนึง

เสียงตอบรับดีมากๆเลย

ติดลบเพิ่มอีก 2 เหอะๆ



เป็นกำลังใจค่ะ สู้ สู้!!  :25:  แต่คราวหน้า..ขอให้งามจริงๆนะ  งามบะล้ำบะเหลือแบบเนี้ย ไม่ไหว  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 23:08 น.
 :30:  สงสารน้องเค้าจัง +1 ให้กำลังใจ  :21:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 30 ธ.ค. 2007, 01:10 น.
อ้างคำพูดจาก: </bell> เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 23:08 น.
:30:  สงสารน้องเค้าจัง +1 ให้กำลังใจ  :21:

ขอบคุณครับ

จริงๆไม่ได้เครียดหรอกครับ

เป็นคนแบบนี้แล่ะ

มีอะไรก็ว่าๆ บ่นๆ มาเถอครับ

ผิดเป็น ผิด ถูกเป็นถูก

ยอมรับความจริงครับ ^^

ป.ล. ผมถือคตินะว่าเพื่อนแท้เท่านั้นที่กล้าพูดกันตรงๆ
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 30 ธ.ค. 2007, 01:20 น.
โอ้ววว งาม  :25: FWD Mail แจ่มแจ๋วแหวว อ๊าง
แต่เหมือนจะงามผิดที่ค่ะ  :30:

อ่านเจตนารมณ์ของกระจู๋นั้นที่หน้าแรกก่อนสิคะ
ให้ถูกที่ถูกทาง แรกๆก็ยังถือว่าไม่แปลกหรอกค่ะ
ใครๆก็เป็นได้


ไปดูหน้าแรกมาแล้ว เหมือนจะไม่ได้บอกชัดเจน
แต่ FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน ก็เอาเรื่องดีดีมาบอกต่อกันหน่ะค่ะ  :27:
ถ้าอันไหนมีประโยชน์ก็ไป เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาฝาก
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,5900.0.html

ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 30 ธ.ค. 2007, 03:20 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 30 ธ.ค. 2007, 01:20 น.
โอ้ววว งาม  :25: FWD Mail แจ่มแจ๋วแหวว อ๊าง
แต่เหมือนจะงามผิดที่ค่ะ  :30:

อ่านเจตนารมณ์ของกระจู๋นั้นที่หน้าแรกก่อนสิคะ
ให้ถูกที่ถูกทาง แรกๆก็ยังถือว่าไม่แปลกหรอกค่ะ
ใครๆก็เป็นได้


ไปดูหน้าแรกมาแล้ว เหมือนจะไม่ได้บอกชัดเจน
แต่ FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน ก็เอาเรื่องดีดีมาบอกต่อกันหน่ะค่ะ  :27:
ถ้าอันไหนมีประโยชน์ก็ไป เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาฝาก
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,5900.0.html



ขอบคุณที่แนะนำครับ

ไปปั่นแน่นอนครับ

แว้กๆๆ ไม่ใช่ครับไม่ใช่ แนวโหดๆ เลิกละๆ หลาบ 5555
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 01 ม.ค. 2008, 00:44 น.
อ้างคำพูดจาก: มารสุราแสวงพ่าย™ เมื่อ 29 ธ.ค. 2007, 17:08 น.
ไม่น่าจะแรงได้ขนาดนั้น งูไรหว่า :08:

งูกะปะ ค่ะ  :25:

ทิ้งไว้นานเลยนะนั่นหน่ะ เนื้อหายไปขนาดนั้น  :07:
โดนกัดต้องหาภายใน24ชม.นะค๊าาา  :07:

สงสัยเป็นพวกเดียวกับที่ทดลองพิษแมงมุมแน่เลยที่มันทิ้งไว้รอดูอาการว่าเน่าแค่ไหนอ่ะค่ะ จำกันได้เปล่า  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 01 ม.ค. 2008, 00:46 น.


เค้าจำได้แหละ แม๊นแม่น  :25: :25: :25:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 03 ม.ค. 2008, 00:29 น.


ใครจำไม่ได้ผมมีรูปนะครับ   :27: :27:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 03 ม.ค. 2008, 00:30 น.
อ้างคำพูดจาก: earthchie เมื่อ 03 ม.ค. 2008, 00:29 น.

ใครจำไม่ได้ผมมีรูปนะครับ   :27: :27:

ไม่เอาค่ะ  :07:

กลัว :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 03 ม.ค. 2008, 00:31 น.
อ้างคำพูดจาก: สหายนานา เมื่อ 03 ม.ค. 2008, 00:30 น.
ไม่เอาค่ะ  :07:

กลัว :05:

เผยความกลัว ระวังโดนเค้าเอามาขู่ว่าจะโพสรูปนั้นนะ :02:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 03 ม.ค. 2008, 00:32 น.
 :12: adblock ช่วยคุณได้
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 03 ม.ค. 2008, 09:19 น.
เราลบไปด้วยล่ะ  :05:

อีตอนแผลยังพอทำใจ
แต่อีรูปงูนี่ซิ่ :41:

ใครอย่าเอามาโพสน์อีกนะ
ตูจะลบไม่ให้ผุดให้เกิด  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 05 ม.ค. 2008, 01:16 น.
ถ้าผมกลับไปลบตอนนี้จะทันมั๊ย 555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 09 ม.ค. 2008, 02:21 น.
แว้ก เพิ่งเห็น ตามมาจากจู๋ขาจรฯ :07:
ว่าจะกดลบซะหน่อย แต่เจออันนี้


อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 30 ธ.ค. 2007, 01:10 น.
ป.ล. ผมถือคตินะว่าเพื่อนแท้เท่านั้นที่กล้าพูดกันตรงๆ


ให้อภัย :52:


(กลับไปลบออกก็ได้มั้งครับ ถ้าเห็นว่ามันเกินไป .. แล้วแต่วิจารณญาณนะ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 09 ม.ค. 2008, 19:54 น.
ลบแล้วครับ 55
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 09 ม.ค. 2008, 20:36 น.
เห็นแว้บๆด้วยล่ะ  :08:

แทบช๊อค  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 13:51 น.
เพิ่งได้มา ถ้าละโว้คงไม่มีใครว่านะ :40:

เรื่องของ ในหลวง ที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้

บทความ เกร็ดความรู้ เรื่องของ ในหลวง ประวัติในหลวง รูปในหลวง
ที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ เป็น บทความ เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับ ในหลวง
ตั้งแต่เมื่อทรงพระเยาว์ พระอัจฉริยภาพ ในหลวง งานของในหลวง ของทรงโปรด ในหลวง
และเรื่องส่วนพระองค์ ... อ่าน บทความ เกร็ดความรู้ เรื่องของ ในหลวง
ที่คุณอาจไม่เคยรู้ ที่นี่ค่ะ

เมื่อทรงพระเยาว์
1. ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45น.
2. นายแพทย์ ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
3. พระนาม 'ภูมิพล' ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
4. พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช
5. ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
6. ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า ' H.H Bhummibol Mahidol'หมายเลขประจำตัว 449
7. ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า 'แม่'
8. สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง
9. แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม
10. สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต
11. สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า 'บ๊อบบี้'
12. ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำ พระองค์ต้องลุกขึ้นบ่อยๆ
13. สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่าโทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรองว่า 3 ที มากเกินไป 2 ทีพอแล้ว
14. ระหว่างประทับอยู่สวิตเซอร์แลนด์นั้นระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ
15. ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก 'การให้' โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า 'กระป๋องคนจน' เอาไว้ หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูก 'เก็บภาษี' หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินใน กระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน
16. ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า 'ลูกอยากได้จักรยาน
ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มากค่อยเอาไปซื้อจักรยาน'
17. กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา
18. ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง

พระอัจฉริยภาพ
19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก 'การเล่น' สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไรต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ
ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง
20. สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเ ทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูป ตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์
21. ในหลวงทรงเครื ่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน)
22. ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้
23. ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส
24. ทรงพระราชนิพนธ์พลงครั้งแรก เมื่อพระชนมพรรษา 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ 'แสงเทียน' จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง
25. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง 'เราสู้'
26. รู้ไหม...? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่5
27. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้าง อาคารสภากาชาดไทยที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย
28. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง 'นายอินทร์' และ 'ติโต' ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์ แต่ 'พระมหาชนก' ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
29. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และ เรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเคในกีฬาแหลมทอง(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น'กีฬาซีเกมส์') ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510
30. ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง และตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน
31. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผ ลงานประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือ 'กังหันชัยพัฒนา' เมื่อปี 2536
33. ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษต รเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์,ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว
34. องค์การสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตคว ามเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตนเอง

เรื่องส่วนพระองค์
35. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรา มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
36. รักแรกพบของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่า'น่าจะเป็น เกลียดแรกพบมากกว่ารักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง
37. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
37. หลังอภิเษกสมรส ทรง'ฮันนีมูน'ที่หัวหิน
38. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
39. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
40. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพงหรือต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพง
อะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น
41. เครื่องประดับ : ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา
42. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว : ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
43. หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม
44. วันที่ในหลวงเสียใจที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้า แม่ถึงตีสี่ตีห้า
พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ เมื่อถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าสมเด็จย่าสิ้นพระชนม์แล้ว ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล
เห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียง ในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ซบหน้านิ่งอยู่นาน ค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง

งานของในหลวง
45. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนถึงปัจจุบนมีจำนวนกว่า 3,000 โครงการ
46. ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค ์อยู่ 3 สิ่ง คือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบ
47. ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนีย วกระดาษที่จะนำมาให้ข้าราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน
48. เก็บร่ม : ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน
49. ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯ ร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่หามาเอง เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน
50. โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73บาท ซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว ก็ค่อยๆเติบโตเป็นโครงการพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เราเห้นกันทุกวันนี้
51. เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด
52. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า 'ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ
53. ทรงนึกถึงแต่ประชาชนแม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสัน หลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549)
ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน

ของทรงโปรด
54. อาหารทรงโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา
55. ผักที่ไม่โปรด : ผักชี ต้นหอม และตังฉ่าย
56. ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก
57. ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย โดยใช้สระว่ายน้ำในพระตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง
58. เครื่องดื่มทรงโปรด : โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง
59. ทีวีช่องโปรด ทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศส ของยูบีซี เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก
60. ทรงฟัง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆ ในกทม.ไปที ่ จส.100ด้วย โดยใช้พระนามแฝง
61. หนังสือที่ในหลวงอ่าน : ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับและก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก
62. ร้านตัดเสื้อของในหลวง คือ ร้านยูไลย เจ้าของชื่อ ยูไลย ลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501 เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต
ก็มี ลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ มาถวายงานต่อ จนถึงตอนนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว
63. ห้องทรงงานของในหลวง อยู่ใกล้ห้องบรรทม บนชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ
64. สุนัขทรงเลี้ยง นอกจากคุณทองแดง สุวรรณชาด สุนัขประจำรัชกาลที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล แล้ว ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว

รู้หรือไม่ ?
65. ในหลวงเกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า 'นายหลวง' ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็น ในหลวง
66. ทรงเชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา คือ ไทย ละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และ สเปน
67. อาชีพของในหลวง เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆทรงโปรดให้กรอกใน ช่อง อาชีพของพระองค์ว่า 'ทำราชการ'
68. ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา เป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา ตอนนั้นมีอายุเพียง 20 พรรษา และทรงใช้พระเนตรข้างซ้ายข้างเดียว ในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนชาวไทยมาตลอดกว่า 60 ปี
69. ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงว่า แซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้น เป็นแซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์ ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า 'อันนี้ไม่จริงเลย สมมติว่าจริงก็จะหนักมากยกไม่ไหวหรอก'
70. ปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่งจนกระทั่งกุด
71. หัวใจทรงเต้นไม่ปรกติ ในหลวงเคยประชวรหนักจนหัวใจเต้นไม่ปกติ เนื่องจากติดเชื้อไมโครพลาสม่า ขณะขึ้นเยี่ยมราษฎรที่อำเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี
72. รู้หรือไม่ว่า ในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษา ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์
73. ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพ็ค มีประชาชนเข้าชมรวม 6ล้านคน
74. ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2493 จน 29 ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่าเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้งละ 3 ชม. ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน
75. ดอกไม้ประจำพระองค์ คือ ดอกดาวเรือง
76. สีประจำพระองค์คือ สีเหลือง
77. นั่งรถหารสอง : ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลือง จึงให้นั่งรวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระเกษมสำราญ มีพระพลานมัยแข็งแรงสมบูรณ์
มีพระชนม์ยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ตลอดกาลนานเทอญ.
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ... ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 14:51 น.
ขอบคุณครับ บางเรื่องไม่รู้จริงๆ นะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 14:52 น.
ข้อ 44 อ่านแล้วน้ำตาไหลอ้ะ

ไหลจริงๆ นะ ไม่ได้ยังงี้มานานแล้ว :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 14:59 น.
อันนั้นเคยอ่านในหนังสือครับ เป็นเล่มเดียวกัน (ถ้าจำไม่ผิด)
ที่ผู้ใหญ่ท่านนึงเขียนไว้ว่าเราเป็นอธิบดีฯ ไม่เคยได้กลับบ้านกินข้าวกับแม่ ด้วยอ้างว่างานเยอะ
แต่ในหลวงท่านมีงานในดูแลเป็นพันโครงการ ยังกินข้าวกับแม่ได้อาทิตย์ละหกวัน (ถ้าจำไม่ผิดอีกนั่นแหละ)

คิดถึงกับข้าวแม่จัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 21:32 น.
+บวบ ไม่รู้หลายเรื่องเลยจริงๆ ไม่โว้ด้วยแหละ ขอบใจที่เอามาให้อ่านนะ  :22:




อันนี้ที่บวบพูดถึง ได้จาก FwdMail

คัดลอกมาจาก หนังสือ
เรื่อง หยุดความชั่วที่ไล่ล่าตัวคุณ
ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ


กษัตริย์ยอดกตัญญู

ลูก ๆ ทุกคน...ก็ได้รู้กันแล้วว่า
ความหวังของแม่ ..ที่มีต่อลูก 3 หวังคือ

ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา
หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ

ทีนี้...มาดูตัวอย่างบ้าง..บุคคลที่เป็นยอดกตัญญู
ที่ประทับใจอาจารย์มากที่สุด คือใคร ทราบไหม?
คือคนในภาพนี้..ในหลวงของเรา...

ในหลวง...นอกจากจะเป็น
ยอดพระมหากษัตริย์ของโลก..
เป็น THE KING OF KINGS แล้ว
ในหลวงของเรา
ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วย

ความหวังของแม่...ทั้ง 3 หวัง
ในหลวงปฏับติได้ครบถ้วน ... สมบูรณ์
เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ให้แก่พวกเรา
ในหลวงทำกับแม่ยังไง ?
ตามอาจารย์มา...อาจารย์จะฉายภาพให้เห็น....

หวังที่ 1. ยามแก่เฒ่า..หวังเจ้า..เฝ้ารับใช้...
ใครเคยเห็นภาพที่... สมเด็จย่า เสด็จไปในที่ต่าง ๆ
แล้วมีในหลวง..ประคองเดินไปตลอดทาง...เคยเห็นไหม...?
ใครเคยเห็น...กรุณายกมือให้ดูหน่อย...ขอบคุณ...เอามือลง
ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหนเนี่ย.. มีคนเยอะแยะ...

มีทหาร...มีองครักษ์ ...มีพยาบาล..
ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว
แต่ในหลวงบอกว่า..."ไม่ต้อง....
" คนนี้...เป็นแม่เรา...เราประคองเอง

ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา
..สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน...
เพราะฉะนั้น..
ตอนนี้แม่แก่แล้ว...เราต้องประคองแม่เดิน
เพื่อเทิดพระคุณท่าน... ไม่ต้องอายใคร...

เป็นภาพที่...ประทับใจมาก...
เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่.. ประคองแม่เดิน
ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ ... สองข้างทาง
ฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งนู้น.....8,000 คน
ยกมือขึ้น...สาธุ แซ่ซ้อง..สรรเสริญ

"กษัตริย์ยอดกตัญญู..."

ในหลวง..เดินประคองแม่..
คนเห็นแล้ว ...เขาประทับใจ
ถ่ายรูป...เอามาทำปฏิทิน
...เอาไปติดไว้ที่บ้าน

เพื่อแสดงความเคารพ...กราบไหว้...

ลองหันมาดูพวกเรา...ส่วนใหญ่
เวลาออกไปไหน แต่งตัวโก้...
ลูกชาย..แต่งตัวโก้... ลูกสาว..แต่งตัวสวย...
แต่เวลาเดิน...ไม่มีใครประคองแม่
กลัวไม่โก้...กลัวไม่สวย

ข้าราชการ...แต่งเครื่องแบบเต็มยศ...
ติดเหรียญตรา...เหรียญกล้าหาญ...เต็มหน้าอก...
แต่เวลาเดิน...ไม่กล้าประคองแม่...

กลัวไม่สง่า...กลัวเสียศักดิ์ศรี...
ประคองแม่ .... เป็นเรื่องของ...คนใช้...

หลายคน...ให้ประคองแม่.. ไม่กล้าทำ อาย...
เวลาทำดี..ไม่กล้าทำ...อาย
เวลาทำชั่ว...กล้า....ไม่อาย...

ใครเห็นภาพนี้ที่ไหน...กรุณาซื้อใส่กรอบ...
แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน...เอาไว้สอนลูก

เห็นภาพชัดเจนไหมครับ?
เท่านั้น ...ยังน้อยไป...มาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น...
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่า...เสร็จสิ้นลงแล้ว
ราชเลขา..ของสมเด็จย่า...
มาแถลงในที่ประชุม...ต่อหน้าสื่อมวลชน...ว่า...

ก่อนสมเด็จย่า จะสิ้นพระชนม์..ปีเศษ...ตอนนั้นอายุ 93
ในหลวง..เสด็จจากวังสวนจิตร.. ไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน
ไปทำไมครับ....?
ไปกินข้าวกับแม่...
ไปคุยกับแม่...ไปทำให้แม่..ชุ่มชื่นหัวใจ...
พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง..
โฮ้โห....ขนาดนี้เชียวหรือในหลวงของเรา

เสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่...
สัปดาห์ละกี่วัน...ทราบไหมครับ ?
พวกเราทราบไหมครับ...สัปดาห์ละกี่วัน ?

5 วัน......

มีใครบ้างครับ....?
ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่ ...สัปดาห์ละ 5 วัน
หายาก.........
ในหลวง มีโครงการเป็นร้อย...เป็นพันโครงการ...
มีเวลาไปกินข้าวกับแม่..สัปดาห์ละ 5 วัน
พวกเรา ซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก..พลตรี...อธิบดี..ปลัดกระทรวง
ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่....บอกว่า...งานยุ่ง

แม่บอกว่า...ให้พาไปกินข้าวหน่อย..
บอกว่า ไม่มีเวลา จะไปตีกอล์ฟ...
ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว...
แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ...เห็นตัวเองหรือยัง ..?

พ่อแม่..พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง...
ฝนตก...น้ำเซาะ..อีกไม่นานโค่น...
พอถึงวันนั้น...เราก็ไม่มีแม่ให้กราบแล้ว...

ในหลวงจึงตัดสินพระทัย...
ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน
เมื่อตอนที่สมเด็จย่าอายุ...93

สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน
อีก 2 วัน ไปไหนครับ ....?
ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์...องคมนตรี บอกว่า....

ในหลวง...ถือศีล 8 วันพระ
ถือศีล 8 นี่ยังไง...? ต้องงดข้าวเย็น...
เลยไม่ได้ไปหาแม่...วันนี้เพราะ ถือศีล
อีกวันหนึ่งที่เหลือ...
อาจจะกินข้าวกับพระราชินี..กับคนใกล้ชิด
แต่ 5 วัน....ให้แม่
เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม...?

ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ ๆ หน่อย
ไปดูตอนกินข้าว...
ทุกครั้ง...ที่ในหลวงไปหาสมเด็จย่า...
ในหลวงต้องเข้าไปกราบ ที่ตัก...
แล้วสมเด็จย่า...ก็จะดึงตัวในหลวง...
เข้ามากอด..กอดเสร็จก็หอมแก้ม...

ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่า..หอมแก้มในหลวงบ้าง...?
ภาพนี้...ถ้าใครมี...ต้องเอาไปใส่กรอบ
เป็นภาพความรักของแม่...ที่มีต่อลูก..อย่างยอดเยี่ยม

ตอนสมเด็จย่า..หอมแก้มในหลวง...อาจารย์คิดว่า
แก้มในหลวง...คงไม่หอมเท่าไร
..เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม
แต่ทำไม...สมเด็จย่าหอมแล้ว...ชื่นใจ...
เพราะท่านได้กลิ่นหอม...
จากหัวใจในหลวง หอมกลิ่นกตัญญู

ไม่นึกเลยว่า...ลูกคนนี้
จะกตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่มากขนาดนี้

ตัวแม่เองคือ สมเด็จย่า...ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์
เป็นคนธรรมดา...สามัญชน...เป็นเด็กหญิงสังวาลย์
เกิดหลังวัดอนงค์...เหมือนเด็กหญิงทั่วไป...
เหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้

ในหลวงหน่ะ...
เกิดมา เป็นพระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้า
ปัจจุบันเป็นกษัตริย์...เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว
แต่ในหลวง..ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน....
ก้มลงกราบ..คนธรรมดา..ที่เป็นแม่

หัวใจลูก...ที่เคารพแม่...
กตัญญูกับแม่อย่างนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว...
คนบางคน...พอเป็นใหญ่เป็นโต
ไม่กล้าไหว้แม่....เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ...
เป็นชาวนา....เป็นลูกจ้าง...
ไม่เคารพแม่....ดูถูกแม่......

แต่นี่...ในหลวง เทิดแม่ไว้เหนือหัว...
นี่แหละครับความหอม

นี่คือเหตุที่สมเด็จย่า...หอมแก้มในหลวงทุกครั้ง...
ท่านหอมความดี...หอมคุณธรรม...หอมกตัญญู..ของในหลวง
หอมแก้มเสร็จแล้ว...ก็ร่วมโต๊ะเสวย...
ตอนกินข้าวนี่...ปกติ...แค่เห็นลูกมาเยี่ยม...ก็ชื่นใจแล้ว...
นี่ลูกมากินข้าวด้วย...โอย...ยิ่งปลื้มใจ

แม่ทั้งหลาย..ลองคิดดูซิ...
อะไรอร่อย ๆ ในหลวงจะตักใส่ช้อนแม่...
อันนี้อร่อย...แม่ลองทาน...
รู้ว่าแม่ชอบทานผัก...
หยิบผักมาม้วน ๆ ใส่ช้อนแม่...
เอ้าแม่...แม่ทานซะ...ของที่แม่ชอบ
แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 4 คำ
ก็เจริญอาหาร...กินได้เยอะ
เพราะมีความสุข ที่ได้กินข้าวกับลูก
มีความสุขที่ลูกดูแล....เอาใจใส่...

กินข้าวเสร็จแล้ว...ก็มานั่งคุยกับแม่...
ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไง...ทราบไหม...?
ตอนในหลวงเล็ก ๆ...แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ...
"อยากฟังแม่สอนอีก"
เป็นยังไงบ้าง...?
เป็นกษัตริย์...ปกครองประเทศ...
อยากฟังแม่สอนอีก...
พวกเรา เป็นยังไง...?
เราคิดว่า...เรารู้มาก...เราเรียนสูง...
เรามีปริญญา...แม่จบ ป.4
เวลาแม่สอน....ตะคอกแม่
ตวาดแม่ กระทืบเท้าใส่แม่
เบื่อจากตายอยู่แล้ว...รำคาญ....
พูดจาซ้ำซาก...เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที...
เราเหยียบย่ำ หัวใจแม่......

พอสมเด็จย่าสอน...
ในหลวงจะเอากระดาษมาจด...
มีอยู่เรื่องหนึ่ง...ที่จำได้แม่น..
สมเด็จย่า...เล่าว่า ตอนเรียนหนังสือที่ Swiss
ในหลวงยังเล็กอยู่...เข้ามาบอกว่า..อยากได้รถจักรยาน
เพื่อน ๆ เขามีจักรยานกัน
แม่บอกว่า...ลูกอยากได้จักรยาน...
ลูกก็เก็บสตางค์...ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ...
เก็บมาหยอดกระปุก..วันละเหรียญ...สองเหรียญ
พอได้มากพอ...ก็เอาไปซื้อจักรยาน...

นี่คือสิ่งที่แม่สอน...
แม่สอนอะไร..ทราบไหมครับ...?

ถ้าเป็นพ่อแม่บางคน...
พอลูกขอ...รีบกดปุ่ม ATM ให้เลย
ประเคนให้เลย..ลูกก็ ฟุ้งเฟ้อ...ฟุ่มเฟือย...
เหลิง...และหลงตัวเอง
พอโตขี้น...ขับรถเบนซ์ชนตำรวจ...ก็ได้...
ยิงตำรวจ...ยังได้..เพราะหลงตัวเอง..พ่อตนใหญ่
เห็นไหม.....? ตามใจเทิดทูน จนเสียคน...

แต่สมเด็จย่านี่...เป็นยอดคุณแม่..
สร้างคุณธรรมให้แก่ลูก..
ลูกอยากได้..ลูกต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้...ไปหย่อนกระปุก...

แม่สอน 2 เรื่อง คือ...ให้ประหยัด....ให้ยืนอยู่บนขาของตัวเอง
"ความประหยัด...เป็นสมบัติของเศรษฐี"
ใครสอนลูกให้ประหยัดได้..
คนนั้นกำลังมอบความเป็นเศรษฐีให้แก่ลูก

พอถึงวันปีใหม่..สมเด็จย่าก็บอกว่า...
"ปีใหม่แล้ว...เราไปซื้อจักรยานกัน.."
เอ้า...แคะกระปุก..ดูซิว่ามีเงินเท่าไร...?
เสร็จแล้ว...สมเด็จย่าก็แถมให้...
ส่วนที่แถมนะ...มากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก...

มีเมตตา...ให้เงินลูก...
ให้...ไม่ได้ให้เปล่า...สอนลูกด้วย...สอนให้ประหยัด
สอนว่า...อยากได้อะไร...ต้องเริ่มจากตัวเรา...
คำสอนนั้น...ติดตัวในหลวงมาจนทุกวันนี้....
เขาบอกว่า..ในสวนจิตรเนี่ย...
คนที่ประหยัดที่สุด...คือ...ในหลวง...

ประหยัดที่สุด..ทั้งน้ำ..ทั้งไฟ...
เรื่องฟุ้งเฟ้อ..ฟุ่มเฟือย...ไม่มี...
เป็นอันว่า...ภาพนี้..ชัดเจน..

หวังที่ 2. ยามป่วยไข้...หวังเจ้า..เฝ้ารักษา
ดูว่าในหลวง ทำกับแม่ ยังไง...?

สมเด็จย่า..ประชวร อยู่ทีโรงพยาบาลศิริราช..
ในหลวงไปเยี่ยม..ตอนไหนครับ..?
ไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษ ๆ..จีงเสด็จกลับ..
ไปเฝ้าแม่วันละหลายชั่วโมง...

แม่...พอเห็นลูกมาเยี่ยม..ก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว..
ทีมแพทย์ ที่รักษาสมเด็จย่า..
เห็นในหลวงมาเยี่ยม มาประทับ
ก็ต้องฟิต...ตามไปด้วย ต้องปรึกษาหารือกันตลอด
ว่า..จะให้ยายังไง...จะเปลี่ยนยาไหม..?
จะปรับปรุงการรักษายังไง...ให้ดีขึ้น...
ทำให้สมเด็จย่า..ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น...
เห็นภาพไหม...?
กลางคืน .... ในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า...
คืนละหลายชั่วโมง..ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน

ลองหันมาดูตัวเราเองซิ...
ตอนพ่อแม่ป่วย..โผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง
ถามว่า...ตอนนี้..อาการเป็นยังไง....?
พ่อแม่...ยังไม่ทันตอบเลย
ฉันมีธุระ งานยุ่ง ต้องไปแล้ว....
โผล่หน้าไปให้เห็น...
พอแค่เป็นมารยาท..แล้วก็กลับ..
เราไม่ได้ไปเพราะความกตัญญู...

เราไม่ได้ไปเพื่อทดแทนพระคุณท่าน........น่าอายไหม...?

ในหลวง...เสด็จไปประทับกับแม่...
ตอนแม่ป่วย....ไปทุกวัน...ไปให้ความอบอุ่น...
ประทับอยู่วันละหลายชั่วโมง...นี่คือ...สิ่งที่ในหลวงทำ

คราวหนึ่ง...ในหลวงป่วย...สมเด็จย่า...ก็ป่วย..
ไปอยู่ศิริราช..ด้วยกัน..อยู่คนละมุมตึก..
ตอนเช้า..ในหลวงเปิดประตู...แอ๊ด......ออกมา...
พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่า
...ออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี

ในหลวง..พอเห็นแม่..
รีบออกจากห้อง..มาแย่งพยาบาลเข็นรถ

มหาดเล็ก ...กราบทูลว่า
ไม่เป็นไร.. ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว
ในหลวงมีรับสั่งว่า.....แม่ของเรา....
ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น.... เราเข็นเองได้...

นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน...เป็นกษัตริย์....ยังมาเดินเข็นรถให้แม่
ยังมาป้อนข้าว...ป้อนน้ำให้แม่...ป้อนยาให้แม่
ให้ความอบอุ่นแก่แม่....เลี้ยงหัวใจแม่...
ยอดเยี่ยมจริง ๆ... เห็นภาพนี้แล้ว.....ซาบซึ้ง.....

มาตามดูต่อ.....
หวังที่ 3. เมื่อถึงยาม...ต้องตาย...วายชีวา...
หวังลูกช่วย..ปิดตา.......เมื่อสิ้นใจ...


วันนั้น...
ในหลวง..เฝ้าสมเด็จย่า อยู๋จนถึงตี 4 ตี 5
เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน...
จับมือแม่..กอดแม่...ปรนนิบัติแม่...
จนกระทั่ง.."แม่หลับ..." จึงเสด็จกลับ...

พอไปถึงวัง...
เขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า...สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์...
ในหลวง..รีบเสด็จกลับไป..ศิริราช...
เห็นสมเด็จย่า..นอนหลับตาอยู่บนเตียง..
ในหลวงทำยังไงครับ......?
ในหลวงตรงเข้าไป....คุกเข่า....
กราบลงที่หน้าอกแม่....
พระพักตร์ในหลวง...ตรงกับหัวใจแม่...
"ขอหอมหัวใจแม่...เป็นครั้งสุดท้าย......"
ซบหน้านิ่ง....อยู่นาน...
แล้วค่อย ๆ...เงยพระพักตร์ขึ้น....
น้ำพระเนตรไหลนอง......

ต่อไปนี้....จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว....
เอามือ...กุมมือแม่ไว้
มือนิ่ม ๆ ...ทีไกวเปลนี้แหละ
ที่ปั้นลูก...จนได้เป็น กษัตริย์...
เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง...
ชีวิตลูก...แม่ปั้น...

มองเห็นหวี....ปักอยู่ที่ผมแม่....
ในหลวงจับหวี...ค่อย ๆ หวีผมให้แม่...
หวี...หวี...หวี....
หวี...ให้แม่สวยที่สุด....
แต่งตัวให้แม่...ให้แม่สวยที่สุด...
ในวันสุดท้ายของแม่....



เป็นภาพที่ประทับใจอาจารย์ที่สุด....
เป็นสุดยอดของลูกกตัญญู...
หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว....

กษัตริย์...ยอดกตัญญู
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 22:44 น.
ข้อ 44 นี่ .....รู้สึกว่าตอนนั้นพระองค์ท่านจะอยู่ในห้องพระองค์เดียวนี่ครับ  :09:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 00:11 น.
ซึ้งครับ  :05:

ไม่เห็นละโว้เลยพี่

+ ทั้ง 2 คนเลย

อ่านแล้วรู้สึกว่าเรารักในหลวงมากๆเลยครับ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 00:14 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 10 ม.ค. 2008, 22:44 น.
ข้อ 44 นี่ .....รู้สึกว่าตอนนั้นพระองค์ท่านจะอยู่ในห้องพระองค์เดียวนี่ครับ  :09:

เคยอ่านเจอว่าเป็นอย่างนี้เหมือนกันครับ

ประมาณว่าอยู่กันทั้งพระพี่นาง ในหลวง แล้วก็คุณหญิงบุตรีพระพี่นาง
อะไรอย่างนี้แหละครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 00:19 น.
ตอนนั้นครูเอามาให้อ่า่น

น้ำตาไหลท่ามกลางเพื่อนๆเลยครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 00:26 น.
ทรงพระเจริญ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ต่อแต่นี้ไป เมื่อ 11 ม.ค. 2008, 10:58 น.
น้ำตาไหลในที่ทำงาน :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 12 ม.ค. 2008, 12:46 น.
รูปที่สวยที่สุด รูปที่ดีที่สุด รูปที่ชอบที่สุด

ทุกวันนี้พยายามสรรหา....

ความรู้เกี่ยวกับกล้องถ่ายรูป
ข้อมูลต่างๆของเลนส์
ความรู้เรื่องการถ่ายรูป

(http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700-0.jpg)


ทั้งจากหนังสือ
จาก internet
จากประสบการ์ณจริง


ลองผิดลองถูก

ลอง ฟิล์มทั้ง slide, ขาวดำ, ฟิล์มสี, ยี่ห้อไหนแบบไหนเขาว่าดีก็ลองซื้อมาใช้ลอง lab ทั้ง สยาม สะพานควาย ลาดพร้าว เอกมัย สีลม ห้วยขวาง ฯลฯ เสียเวลา หรือไกลแค่ไหนถ้าเขาว่าดีเราก็ไป

เสียเงินค่าฟิล์มกับล้างอัดไปไม่รู้เท่าไหร่

(http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700-1.jpg)


ไม่ต้องนับค่าเลนส์ ค่าอุปกรณ์ที่สรรหาประดามี เท่าที่จะจ่ายไหว....



พยายามศึกษาหามุมมองใหม่ๆ
เพื่อก้าวผ่านขอบเขตของตนเอง
ที่มองในมุมเดิมๆ


(http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700-2.jpg)



เพื่อให้ได้รูปที่
"สวยที่สุด"
"ดีที่สุด"

เท่าที่ตัวเองจะทำได้

(http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700-3.jpg)


แต่.....รูปที่ผมชอบมากที่สุด

มีความหมายกับผมที่สุด


กลับเป็นรูปธรรมดาๆรูปนี้

ที่ใช้กล้อง compact ธรรมดา หรือที่เรียกว่ากล้องปัญญาอ่อน

-ถ่ายทื่อๆ ไม่ต้อง compose
-subject เบลอ
-Flash แรงไป
-สีทึมๆและเพี้ยน
-องค์ประกอบในรูปไม่ได้มีอะไรเลย


และรูปก็ไม่สามารถสื่อความหมายอะไรด้วย

ให้ใครมาดูก็ได้
แล้วถามว่ารูปนี้เป็นยังไง
ทุกคนคงส่ายหน้า

(http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700-4.jpg)


เพราะ....


มันเป็นรูปที่ผมและภรรยาถ่ายรูปด้วยกันเป็นครั้งแรกในชีวิต

ด้วยความบังเอิญของป้าผม ที่ถ่ายรูปในเด็กๆที่มาในงานวันเกิดของลูกเขาในวันที่ 16 มกราคม

ผมและภรรยาคือหนึ่งในเด็กๆที่ร่วมเต้นเพลงไอ้หนุ่มดอยเต่า(ประมาณนั้น) และกินขนมเค้ก น้ำอัดลม เล่นเกมส์กับอย่างสนุกสนาน


(http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700-5.jpg)


"คู่แล้วไม่แคล้วกัน"


ใครไม่เชื่อเรื่อง พรหมลิขิต แต่ผมเชื่อสนิท

หลังจากรูปนี้ 13 ปี เด็กสองคนนี้ก็กลับมาเจอกันอีก

และอีกหลายปีถัดมา....

ทั้งสองคนนั้นก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขพร้อมกับทายาทตัวน้อยๆที่กำลังจะเกิดอีกไม่กี่เดือนนี้


(http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700-6.jpg)


ไม่ว่าในวันนี้หรือวันไหนๆ

ถึงผมจะถ่ายรูปได้สวยระดับไหน

ไม่ว่าจะได้รางวัลหรือจะมีผู้คนชื่นชมรูปผมขนาดไหน

....

.....

ก็จะไม่มีรูปไหนมีความหมายกับผมยิ่งไปกว่ารูปนั้นอีกแล้ว






แล้วทุกวันนี้ผมจะถ่ายรูปไปทำไม??

เผื่อว่าในวันหนึ่งข้างหน้า
รูปห่วยๆของผมในวันนี้
อาจจะกลายเป็นรูปที่มีความหมายที่สุดในชีวิตของใครคนหนึ่งก็ได้


ขอบคุณที่อ่านครับ


*** Happy Anniversary ให้รูปนั้นด้วยครับ ***

(http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700-7.jpg)



------

เจอจากที่อื่น แต่ย้อนรอยไปเจอต้นฉบับที่นี่ครับ
http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/O3237700/O3237700.html
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 12 ม.ค. 2008, 12:58 น.
 :25:  ตอนแรกมาเจอรูปเด็กถึงได้ย้อนกลับไปอ่าน ดีจังเลยตอนนี้ลูกขวบสองขวบแล้วมั้ง   :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 12 ม.ค. 2008, 13:12 น.
เคยอ่านอยู่ ดูแล้วก็เป็นอย่างที่เค้าว่าจริงๆ ครับ บางรูปไม่สวย แต่มีคุณค่ามากสำหรับบางคน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 12 ม.ค. 2008, 23:40 น.
ทำไม

ชอบทำให้ซึ้งกันจัง    :05:

+1
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 13 ม.ค. 2008, 23:30 น.
คุ้ยของ เจอไอ้นี่เข้า ไม่รู้ละโว้หรือเปล่านะ :39:

แต่ชอบ :40:

(http://img2.f0nt.com/13/8bb052133b9b8e1a618ff8965493d245.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 13 ม.ค. 2008, 23:34 น.
มันสำคัญที่ต้องรู้จักตัวเอง แล้วก็จริงจังกับสิ่งที่ทำนะผมว่า  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 14 ม.ค. 2008, 23:44 น.
คุณค้นหาตัวเองเจอแล้วหรือยัง

คำนี้ ตอนม.4 ผมโดนถามครับ

ถ้าเราตอบคำถามได้ ชีวิตเราไม่เหมือนเพื่อน 2 แน่ครับ

คำนี้ผมโดนตอนเดือนที่แล้ว เลือกคณะ...

ทำในสิ่งที่รัก ทำในสิ่งที่ชอบ ทำในสิ่งที่ดี

อีกประการคือวิสัยทรรศน์ว่าเรามองอนาคตให้ตัวเองไปไกลแค่ไหน

ไม่ใช่สักแต่ว่าจะชอบ ต้องดูความอยู่รอดด้วย

ว่างานที่ชอบ มันเลี้ยงเราได้มั๊ย

(อันนี้โดนตอนจะเลือกเรียนเภสัชฯ เพราะร้านขายยาเชียงใหม่ เจ๊งกันเป็นแถบ เปิดร้านของของชำขายดีกว่าอีก -*-

// เป็นเพียงความคิดส่วนตัว อย่ายึดติดนะครับ )


ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 00:03 น.
 :25: อู๊ย เรื่องรูปอย่างซึ้งเลย


ส่วนของคุณมารสุรา :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 07:02 น.
ที่พี่โอ้เอ้เอามาโพสนี่ ดูแล้วซึ้งใจนะ น่าจะเรียกว่า รูปทุกรูปสามารถถ่ายทอดเรื่องราวในตัวของมันเอง
ซึ้งๆ แล้วมาแก้เครียดหน่อย

Subject: โปรแกรมที่ลงแล้วต้องใช้ตลอดชีวิตครับ (ต้องอ่าน !!)
> > เรียน Support
> >
> >
> > เรื่อง พบปัญหา (Bugs) ของโปรแกรม
> >
> >
> >
> > เมื่อปีที่แล้วผมได้อัพเกรดโปรแกรม จาก 'แฟน 7.0' มาเป็น 'ภรรยา 1.0' พบ
> > ว่าโปรแกรมนี้ มีอาการแปลกๆ รวมถึงกินพื้นที่
> > และทรัพยากรอันมีค่าเป็นอันมาก และอาการที่เกิดขึ้นนี้ ไม่มีการกล่าวถึงใน
> > เอกสารแนะนำสินค้าเลย
> >
> >
> > 'ภรรยา 1.0' ได้ทำการติดตั้งตัวเอง และทำงานเอง โดยระบบจะคอยตรวจสอบความ
> > เป็นไปของโปรแกรมอื่นๆ อาทิเช่น
> > 'ป๊อกเด้ง 10.3' , อาร์ซีเอ 2.5' และ 'จูน่า 5.0' ทำให้ไม่สามารถรันได้
> > และเกิดเหตุการณ์ระบบล่มขึ้น เมื่อโปรแกรม
> > เหล่านี้ถูกเรียกใช้
> >
> >
> >
> > ผมจึงคิดที่จะกลับไปใช้ 'แฟน 7.0' แต่ปรากฎว่าโปรแกรม Uninstaller ไม่
> > สามารถทำงานได้ กรุณาช่วยผมด้วยครับ และขอ
> > ขอบคุณล่วงหน้า
> >
> >
> >
> > จาก User ที่มีปัญหา...
> >
> >
> >
> > เรียน ท่านUserที่มีปัญหา
> >
> > เรื่อง ชี้แจงปัญหา (Bugs) ของโปรแกรม
> >
> >
> >
> > นี่เป็นปัญหาที่ลูกค้าได้ติดต่อเข้ามาบ่อยมาก แต่ขอชี้แจงว่าปัญหานี้ เกิด
> > จากความเข้าใจผิดในปฐมบทผู้ใช้ ส่วนมากอัพเกรดจาก
> > 'แฟน 7.0' ไปเป็น 'ภรรยา 1.0' เนื่องจากคิดว่า 'ภรรยา 1.0' เป็นโปรแกรม
> > อรรถประโยชน์ และเพื่อความบันเทิง (
> > Utilities & Entertainment )
> >
> >
> >
> > แต่อันที่จริงแล้ว 'ภรรยา 1.0' เป็นระบบจัดการ (Operating System) ซึ่งผู้
> > สร้างได้ออกแบบให้รันทุกอย่าง และดูเหมือนว่า
> > คุณจะไม่สามารถ ถอดถอน 'ภรรยา 1.0' หรือแม้แต่การแปลงกลับไปเป็น แฟน 7.0'
> > เพราะระบบจะทำการจำลอง 'แฟน
> > 7.0' ให้ทำงานเป็น 'ภรรยา 1.0' อยู่ดี
> >
> >
> >
> > ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อันใด แต่มีบางผู้ใช้ท่านได้พยายามที่จะติดตั้ง '
> > แฟน 8.0' หรือ 'Small House 2.0'แต่ท้ายสุดก็มีปัญหา
> > มากขึ้นกว่าเดิม
> >
> >
> >
> > ขอให้ท่านดูหนังสือคู่มือการใช้งานในหัวข้อ ข้อควรระวัง - สินไหมทดแทน
> >
> >
> >
> > ผมขอแนะนำให้คุณใช้ 'ภรรยา 1.0' ด้วยความระมัดระวัง และผมอยากให้คุณติด
> > ตั้งโปรแกรม 'c:\ได้จ้ะที่รัก' เพื่อป้องกันข้อ
> > ขัดแย้งจากการใช้โปรแกรม 'ภรรยา 1.0'
> >
> >
> >
> > ทางแก้ที่ดีที่สุด ก็คือคุณจะต้องเรียกคำสั่ง 'c:\ขอโทษจ้ะที่รัก' ในกรณี
> > ที่เกิดเหตุการณ์ที่ c:\ได้จ้ะที่รัก' ไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่ง
> > 'c:\ขอโทษจ้ะที่รัก' จะช่วยให้ระบบจัดการเข้าสู่สภาพปกติได้ และระบบจะทำ
> > งานได้อย่างราบรื่นต่อไป
> >
> >
> > โปรแกรม 'ภรรยา 1.0' เป็นโปรแกรมที่ดี แต่ต้องการการดูแลที่สูง คุณควรที่
> > จะซื้อซอฟแวร์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มขีดความสา มารถ
> > ของ 'ภรรยา 1.0'
> >
> >
> >
> > โปรแกรมที่แนะนำ คือ 'ดอกไม้ 2.0.1' และชุดโปรแกรม 'เครื่องเพชร 5.1.2'
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 07:27 น.


หายเครียดเลยครับ  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 08:44 น.
 :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 09:07 น.
อย่าคิดเอาโปรแกรม แฟน7.0มาลงเพิ่มที่บ้าน หากมีภรรยา 1.0 อยู่แล้ว อันนีี้ฮา :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 09:27 น.

ลงโปรแกรม Anti History Dejavu ด้วยนะฮร้าาา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 19:20 น.
โว้ถึงใจเลยอันนี้  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 16 ม.ค. 2008, 13:00 น.
อ้างคำพูดจาก: เบลครับ เมื่อ 15 ม.ค. 2008, 19:20 น.
โว้ถึงใจเลยอันนี้  :25:

อย่างน้อยผมก็ไม่เคยอ่าน  :45: 
เพราะปกติตูก็โว้อยู่แล้ว :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 16 ม.ค. 2008, 18:14 น.
ได้มาจากFwd mail

>Subject: เข้าห้องน้ำมอเตอร์เวย์ ระวัง!

>จุดพักรถมอเตอร์เวย์ ต้องระวัง แม้กระทั่งผู้ชาย

>เคยเจอแบบนี้ไหมครับ จุดพักมอเตอร์เวย์ ตอนตีสองครึ่ง
>ผมกำลังขับรถกลับบ้าน คนเดียว ปวดขี้สุดๆ เข้าไปในห้องน้ำนั่งทันที ปิดประตูปัง
>สักพักมีคนเข้ามานั่งห้องข้าง ๆ แล้วก็มีเสียงลอดมา

>ชายนิรนามห้องข้างๆ: "สวัสดี เป็นไงมั่ง สบายดีไหม?"
>ผม: นึกในใจ อืม อะไรของมัน เอาวะใจดีสู้เสือตอบไป "เอ่อ สบายดีครับ สวัสดีครับ"

>ชายนิรนามถามต่อ: " ทำอะไรอยู่ล่ะ"
>ผม: เอ่อ จะให้ ทำอะไรฟะ นั่งอยู่ในส้วม " เอ่อ ขี้อยู่น่ะครับ "

>ชายนิรนามถามอีก: " นอนดึกนะเนี่ย ไม่หลับไม่นอน จะไปไหนเนี่ย"
>ผม: อืม แปลกดีวุ้ยมีชวนคุย " เออ กลับบ้านที่จันท์ครับ ต้องไปงานแต่งตอนเช้า"

>แล้วชายนิรนามก็พูดประโยคที่ทำให้ผมช๊อคมาก ว่า
>"เฮ้ย แค่นี้ก่อนนะ ห้องข้างๆเป็นเอี้ยอะไรไม่รู้ พูดตอบมาตลอดเลย"

ผมอ่านแล้วขำ หงายท้อง  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 16 ม.ค. 2008, 18:16 น.
 :30: :30:


แต่ผิดจุดไปมั้ง มันต้องไปเจอมาเห็นว่าตลกดี  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 16 ม.ค. 2008, 18:21 น.
เรารึก็ตั้งใจอ่าน  :30: 
ขนาดมุกเก่านะเนี่ย :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 16 ม.ค. 2008, 18:29 น.
ู^
^
^

ละโว้กว่าตูอีก  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 16 ม.ค. 2008, 21:26 น.
ช่วงนี้เหมือนเป็นเทศการโว้   แต่ขำนะ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 17 ม.ค. 2008, 09:50 น.
เห้ย แต่ขำจริงๆ  :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 17 ม.ค. 2008, 16:39 น.
เพิ่งเคยเห็น ขำด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 18 ม.ค. 2008, 00:18 น.
สะพานที่สูงกว่าหอไอเฟล....  สะพาน The Millau ของฝรั่งเศส....

(http://www.limparty.com/share_files/t_8958.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_8959.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_8960.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_8961.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_8962.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_8963.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_8964.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_8965.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 18 ม.ค. 2008, 00:35 น.
น่ากลัวค่ะ  :14:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 18 ม.ค. 2008, 00:52 น.


ละ  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 18 ม.ค. 2008, 00:54 น.
 ละ :21:

(ลบโพสตัวเองเพื่อมาเยาะเย้ย)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 18 ม.ค. 2008, 01:51 น.
(โว้) โว เย่ เย้













เห็นเป็นชาติละ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 18 ม.ค. 2008, 01:53 น.



ไม่ธรรมดาจริงๆ  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 21:17 น.
(http://img2.f0nt.com/24/2178fe6d3c8825ed50144db807edbb38.jpg)

(http://img2.f0nt.com/24/f918a8f1f69067ce5b52c6ad2b957fe4.jpg)

(http://img2.f0nt.com/24/e8c1a388b97b5a088fffb9ed1b787e5b.jpg)

(http://img2.f0nt.com/24/f8e6ec8cb1eee209bbaf58ed27f14ee6.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 21:19 น.
(http://img2.f0nt.com/24/078af1593636562fb0cd2f3dee9eec7f.jpg)

(http://img2.f0nt.com/24/87ad11be59cf61b5e544c0dda4cc0219.jpg)

(http://img2.f0nt.com/24/abe6d7faf226f81afbea5e0bc2e176a5.jpg)

(http://img2.f0nt.com/24/69db80823e4ffa09375d4dd65e402c4e.jpg)

จี๊ดโดนใจมาก :05:
โดยเฉพาะ ช่องที่สอง ของหน้าที่สอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 21:24 น.
นั่นสินะ  โถ่ คนไม่เคยพอ :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 21:24 น.
โดนใจครับ  :12:


ขอบคุณครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 21:25 น.
:05: น่าจะขอตังค์
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 21:54 น.
บ้าที่สุด
:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 21:55 น.


ทั้งจังหวัดเลยนะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 21:56 น.
 ขอ ปัญญา
ขอตัง
  ขอให้ลูก โตมาเป็นเด็กดี  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 22:09 น.


ขอให้ลูกโตมาเป็นเย็นตาโฟ
ขอให้ลูกโตมาเป็นพันติ๊บ  :25a:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 22:13 น.
จะขอ
markIII เลน17-40mml/70-200 l is usm/24-105mm l/ 50mm f/1.2 l / tripod+monopod benro /300mm fix f/4/marco len
iphone/macbookpro/macpro/fino/nds/psp slim/will/ps3/เงินๆๆๆๆ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 22:14 น.
เกินแล้ว :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 22:24 น.
จะขอให้โลกสงบสุข วิ้วววววววว  :11:

แล้วค่อยขออื่น ๆ อีกร้อยแปดพันเก้า

เอ๊.......ถ้าขอผู้ชายดี ๆ ซักคนล่ะ ยักษ์จะให้ได้มะเนี่ย??

เพราะมีคนบอกว่า ผู้ชายดี ๆ  ๑. ตายหมดแล้ว  ๒.มีแฟนแล้ว  ๓.เป็นเกย์  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 22:30 น.
สนใจแบดบอยแทนมั้ยครับ :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 23:02 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 24 ม.ค. 2008, 22:30 น.
สนใจแบดบอยแทนมั้ยครับ :02:

:44:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 25 ม.ค. 2008, 09:36 น.
 ขอพลังจงอยู่กับท่าน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 27 ม.ค. 2008, 22:24 น.
(http://www.limparty.com/share_files/t_9024.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9025.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9026.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9027.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9028.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9029.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9030.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9031.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9032.jpg)

(http://www.limparty.com/share_files/t_9033.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 27 ม.ค. 2008, 22:25 น.
เคยดูแล้วครับ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 27 ม.ค. 2008, 22:31 น.
ตูว่าคุ้นๆ อยู่นา :21:

แต่ช้างนี่เท่สุด :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 27 ม.ค. 2008, 22:32 น.
ไรฟระ โพสเอง ตอบเอง ซะงั้นน่ะ :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 27 ม.ค. 2008, 22:41 น.
5555

นึกว่าจะไม่มีใครทัก  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 28 ม.ค. 2008, 13:55 น.
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 27 ม.ค. 2008, 22:25 น.
เคยดูแล้วครับ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 28 ม.ค. 2008, 16:16 น.
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 27 ม.ค. 2008, 22:41 น.
นึกว่าจะไม่มีใครทัก  :30:

หวัดดีน้องเอิร์ธ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 28 ม.ค. 2008, 22:25 น.
 :08:

นามสกุลเชิญยิ้มกันเหรอไงครับ 

:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 30 ม.ค. 2008, 15:46 น.
คุณอยากได้กล้องถ่ายรูปแบบดิจิตัลสักตัวหนึ่ง

หลังจากหาข้อมูลมาหลายวันทั้งจากหนังสือพิมพ์และคนรู้จัก
ก็ตัดสินใจได้ว่าจะซื้อยี่ห้อและรุ่นอะไร
คุณใช้เวลา ๒-๓ วันในการหาร้านที่ขายถูกที่สุด

แล้วคุณก็พบร้านหนึ่งซึ่งขายต่ำกว่าราคาทั่วไปถึง ๒๕ %
คุณตัดสินใจควักเงิน ๗ , ๕๐๐ บาท แล้วพากล้องใหม่กลับบ้าน
ด้วยความปลื้มใจที่ได้ทั้งของดีและราคาถูก
แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ตั้งใจว่าจะไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง
แต่กลับพบว่าเขาเพิ่งซื้อกล้องยี่ห้อและรุ่นเดียวกับ คุณ
แต่ซื้อได้ถูกกว่านั้น คือจ่ายไปเพียง ๕ , ๐๐๐ บาทเท่านั้น

คุณจะรู้สึกอย่างไร? ยังจะยิ้มได้อีกหรือไม่ ?
ถ้าคุณยิ้มไม่ออก ก็น่าถามตัวเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?
ก็คุณเพิ่งได้ของใหม่มา แถมจ่ายน้อยกว่าคนทั่วไป
อีกทั้งสินค้าก็มีคุณภาพและถูกใจคุณเสียด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่คุณน่าจะดีใจมิใช่หรือ ?
แต่ทำไมคุณถึงเสียใจหรือถึงกับโมโหตัวเอง
เป็นเพราะคุณไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านใช่หรือไม่ ?

คุณมีกล้องดีที่น่าพอใจ แต่ทันทีที่คุณไปเปรียบเทียบกับกล้องของคนอื่น
ความรู้สึกไม่พอใจก็เข้ามาแทนที่ คนเราไม่พอใจกับสิ่งที่ตนมีก็เพราะเหตุนี้

จึงมีผู้กล่าวว่าการเปรียบเทียบเป็นหนทางลัดไปสู่ควา มทุกข์

เคยสังเกตหรือไม่ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่มักคิดว่ารถของคนอื่นดีกว่ารถของ ตัว
แฟนของคนอื่นสวย(หรือหล่อ)กว่าแฟนของตัว ลูกของคนอื่นเก่งกว่าลูกของตัว
และอาหารที่คนอื่นสั่งมักน่ากินกว่าจานของตัว
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ชีวิตจะหาความสุขได้ยาก
แม้จะได้มามากเท่าไร ก็ไม่พอใจเสียที

อย่าว่าแต่ของที่ซื้อมาด้วยเงินของตัวเลย แม้ของที่เราได้มาฟรี ๆ
เช่น ได้โทรศัพท์มือถือ มาฟรี ๆ ๑ เครื่อง
ที่จริงน่าจะดีใจ แต่เมื่อรู้ว่าคนอื่นได้รับแจกรุ่นที่ดีกว่าและแพงกว ่า
จากเดิมที่เคยยิ้มจะหุบทันที

แถมยังจะทุกข์ยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้รับแจกด้วยซ้ำ
นั่นเป็นเพราะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นใช่ไหม ?
ทั้งๆ ที่ตนมีโชคแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าตนโชคไม่ดีเหมือนคนอื่น

ความทุกข์ของผู้คนสมัยนี้ส่วนใหญ่ เกิดขึ้นเพราะไปมองคนอื่นมากเกินไป
เราจึงไม่เคยพอใจกับสิ่งที่มีหรือเป็นเสียที แม้ว่าจะสวยหรือหุ่นดีเพียงใด

ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขี้เหร่ ผมไม่สลวย ผิวคล้ำไป
แถมวงแขนก็ไม่ขาวนวลเหมือนดารา
แต่เมื่อใดที่เราหันมาพอใจกับสิ่งที่ตนมี
มองเห็นแง่ดีของสิ่งที่มีอยู่และเป็นอยู่
ความสุขจะเพิ่มพูนขึ้นมามากมายทันที
จิตใจจะเบาขึ้น และชีวิตจะหายเหนื่อย

เพราะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องวิ่งไล่ล่าหาซื้อสิ่ งของต่าง ๆ มากมาย
เพียงเพื่อจะได้มีเหมือนคนอื่นเขา
พอใจในสิ่งที่เรามี
ภูมิใจในสิ่งที่เราเป็น
เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่กับตัว
นี้คือเคล็ดลับสู่ชีวิตที่เบาสบายและสงบเย็น


พระไพศาล วิสาโล
http://www.pantip.com/cafe/camera/topic/O6226281/O6226281-31.jpg


ละโว้ล่ะ แต่เพิ่งอ่านเจอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 30 ม.ค. 2008, 16:47 น.
อันนี้ดีมากเลยนะครับ ถ้าคิดแบบนั้นได้ก็สบายใจจริงๆนะ แต่ทำไม่เคยได้ซักที  :53:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 30 ม.ค. 2008, 17:17 น.
 :44: กล้องผมซื้อเป็นหมื่นเลยอ่ะ

+ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 30 ม.ค. 2008, 21:51 น.
เหมือนผมเลย LUMIX  DMC-FX 7 ซื้อมา 16,900  ตอนนี้รุ่นที่ดีกว่ายัง 7,000 เลย  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 31 ม.ค. 2008, 03:03 น.
(http://img2.f0nt.com/31/836a8fec8f2b2e852fdfa26193b6a885.jpg)

(http://img2.f0nt.com/31/93b503865a9823b614d60c2124197253.jpg)

(http://img2.f0nt.com/31/6dcd5c3f5d8641aa9bd1555ab097d6ac.jpg)

(http://img2.f0nt.com/31/de761d02dd46518e4473fc0266ba5f20.jpg)

:46:


ใหญ่ไปขอโทษด้วยค่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 12:44 น.
มาซะธรรมมะแบบให้บรรยากาศได้อึมครึมน่าดู

อ่านดึกๆคงจะรู้สึกพิลึกน่าดู  :38:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 13:07 น.
ชอบหมดทุกอันเลย  :25:

เป็นธรรมมะเตือนในที่โดนทั้งคู่เลยค่ะ
ส่วนรูปเพนต์นั่นก็สวยจนเหมือนรีทัชเลย
ชอบแววตาช้างมากๆ ดูเศร้าๆ เห็นแล้วนึกถึงช้างที่เดินตามถนน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 14:49 น.
ลิงค์ด้านล่างต่อไปนี้

เป็นภาพของผุ้ติดเชื้อ HIV อย่างรุนแรง


มันอาจจะทำร้ายจิตใจนะถ้าใจไม่เข็ง เพราะเป็นตุ่มเป็นหนองเต็มตัวเลย

แต่ผมมันโรคจิต เลยอยากเอามาฝาก


ย้ำอีกทีนะ มันเป็นรูปที่ไม่น่าดูเท่าไหร่

จุดประสงคืที่ยาอกให้ดู เพื่อให้รับรู้ถึงความน่ากลัวของเชื้อเอดส์นะครับ

คิดดีๆ ก่อนคลิก

http://www.limparty.com/index.php?p1=share&p2=17&t_id=17&s_id=2787&act=read
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 14:51 น.
น่ากลัวจริงๆ  :08:
ดีแล้วที่ไม่โพสรูปตรงๆ เดี๋ยวก็เหมือนตอนงูกัดอีก  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แทน เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 18:33 น.
นอกจากทำร้ายจิตใจ ยังอาจทำร้าย จพส. คนโพสด้วยหรือเปล่า  :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 18:51 น.
น่าจะใช่นะ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 22:25 น.
อ้างคำพูดจาก: แทน ใ เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 18:33 น.
นอกจากทำร้ายจิตใจ ยังอาจทำร้าย จพส. คนโพสด้วยหรือเปล่า  :43:

อันนั้นเป็นผลข้างเคียงที่ผมพร้อมจะรับมัน

บวกซะเถอะนะ  555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 22:26 น.
งามๆ ครับ งามๆ

fwd. งามๆ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 22:29 น.
ช่วงนี้มีแต่ ภาพหลุดดาราฮ่องกง ไรเงี้ย ไม่มีงามๆ เล๊ย :41:
มีแต่กามๆ :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ross เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 22:54 น.
 :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 23:31 น.
อ้างคำพูดจาก: มารสุราแสวงพ่าย™ เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 22:29 น.
ช่วงนี้มีแต่ ภาพหลุดดาราฮ่องกง ไรเงี้ย ไม่มีงามๆ เล๊ย :41:
มีแต่กามๆ :39:
งั้นต้องเช็ค FW mail ซะหน่อยละ :04:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 02 ก.พ. 2008, 01:33 น.
โดยเฉพาะจางป๋อจือนะ :04: :04:



ปล. ฟด. - sphinx
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 02 ก.พ. 2008, 10:00 น.
โดยเฉพาะ French Beaches นะ  :04:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 02 ก.พ. 2008, 19:48 น.
อ้างคำพูดจาก: [[aida]] เมื่อ 01 ก.พ. 2008, 23:31 น.
งั้นต้องเช็ค FW mail ซะหน่อยละ :04:

ไม่ต้องละครับ  หนังสือพิมพ์บันเทิงก็มี


แต่เซ็นเซอร์นะ  :26:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 02 ก.พ. 2008, 19:53 น.
ไม่ได้เข้า ฟด. นานแล้ววันนี้เข้าไปหาอะไรดูซักหน่อย  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 02 ก.พ. 2008, 20:48 น.
แหม...  :26:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 02 ก.พ. 2008, 21:10 น.
ไม่ต้องแหม ตัวเองก็.... :26:











:27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 02 ก.พ. 2008, 22:16 น.
อ้างคำพูดจาก: มารสุราแสวงพ่าย™ เมื่อ 02 ก.พ. 2008, 21:10 น.
ไม่ต้องแหม ตัวเองก็.... :26:











:27:

.. ก็เค้าชอบนะตัวเอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 00:33 น.
ละโว้รึเปล่าไม่รู้


อ้างอิงฉันเกิด ในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน
แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อน ระอุ

ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อย กว่าฉัน 3 ปี

วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไป ซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ
ของฉันมีกัน

จากนั้นพ่อก็รู้ เรื่อง
พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง
โดยที่ในมือ พ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน
"ใครขโมยเงินไป" พ่อ ตวาด

ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชาย ฉันก็เช่นกัน

พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับ สารภาพก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ"

พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น
ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้....แล้วพูด ว่า
"ผมขโมยเอง ครับ"

ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อ เนื่อง
พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่ หยุด
จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย
พ่อนั่งลงบนเก้าอี้และด่า ว่าน้องชายของฉัน

" ของคนใน บ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไร อีก

แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัว ขโมย"

คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้อง ชายของฉันไว้
หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด
แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้ แต่น้อย
กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียง ดัง และนานมาก
น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า

" พี่ ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว"

ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้
ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ

หลายปีผ่านไป

แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้ เอง
ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย
ตอน นั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉัน อายุ 11ปี...
เมื่อตอนที่น้องชายของฉัน ใกล้จบ ม.ต้น
เขาได้รับการตอบรับจาก โรงเรียน
ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้ จบ ม.ปลาย
ก็ได้รับการตอบรับจาก มหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน
คืนนั้น พ่อได้ นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน
ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า
" ลูกเราทั้งคู่เรียนดีเรียนดีมากนะ"
แม่ซึ่ง นั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูด ว่า
"แล้วเราจะ ส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน"
ทันใด นั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า
" ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอ แล้ว"
พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่
"ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้
ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน
พ่อก็จะ ส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้"
คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ
ทั่วทั้งหมู่บ้าน....เพื่อขอยืม เงิน
ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้ม บวมๆ
ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า
" ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้น ชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้"
แต่ในขณะเดียวกัน
ฉันก็ไม่อาจล้มเลิก ความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้
ใครจะรู้ได้ .......
วันต่อมาในตอนเช้ามืด
น้องชายของฉันได้ ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
และถั่วเพียงเล็ก น้อยเพื่อประทังความหิว
ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของ ฉัน
ขณะฉันกำลังหลับ
" พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....
ผมจะไปหางานทำ...แล้วจะส่งเงิน มาให้พี่"
ฉันนั่งอยู่บนเตียง
อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานอง หน้า .......
ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป
ตอน นั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉัน อายุ 20ปี .....
ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่ บ้าน
รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงาน เป็น
กรรมกรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ .......
ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึง ปี 3

วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่าน หนังสืออยู่ในห้องพัก
เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอก ว่า
"มีชาวบ้านมาหา เธอ...อยู่ข้างนอกแน่ะ"
ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ

ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืน อยู่
ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อ สร้าง..

ฉันถามเขาว่า
"ทำไมไม่บอก เพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ"

น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า
"ก็ดูผมสิ สกปรกมอมแมมออกอย่างนี้...ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ
ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี"

ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง
และพยายามพูดด้วยเสียง เครือๆในลำคอ
" พี่ไม่ สนใจว่าใครจะพูดยังไง
เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม"

จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง
เป็นกิ๊บหนีบผมรูป ผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉัน
แล้วพูด ว่า
"ผมเห็น สาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติด บ้าง"

ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด
ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและ ร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี .
วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก
ฉันสังเกตเห็น ว่า
หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้น มาก
หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ ว่า

"แม่ไม่ต้อง เสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก
เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่ บ้านหรอกนะคะ"
แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า
" แม่ไม่ได้จ้างหรอก...น้องชายลูกต่างหาก

วันนี้ เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน
ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอก เหรอ
น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ"

ฉันรีบเข้า ไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา
ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลาง ใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ
ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่ สุด "เจ็บมากไหม"
ฉันถาม
"ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้ นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ
มีหิน ตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด
แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอก นะ
และ..."

น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด
เพราะฉันหันหน้าหนีเขา
น้ำตาไหลอาบหน้า ของฉันอีกครั้ง
"เพราะพี่เป็นพี่ สาวของผมนี่ครับ"

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉัน อายุ 26 ปี...
หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง
หลายครั้งที่ สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน...
แต่ ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ
ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง
แต่เมื่อออกไปแล้ว
ท่านไม่ รู้จะทำอะไรดี
จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม
น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ...
เขาบอกกับฉันว่า
"พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทาง นั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง"

สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัท ของ ครอบครัว
เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับ ตำแหน่งผู้จัดการบริษัท...
แต่ น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้
เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงาน ธรรมดา
วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีน บันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล
และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด
เขาถูกรีบหาม ส่งโรงพยาบาล
ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล
น้องชายของ ฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา
... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า
" ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!
ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่าง นี้
ดูตัวเองซิ...เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึง ไม่ยอมฟังพี่บ้าง"

คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่ง เครียด
ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา
"พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่ เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน
ส่วนผมมันการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็นผู้ จัดการ
คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด"

น้ำตาปริ่มดวงตาของฉัน รวมทั้งสามีของฉันด้วย .....
ฉันบอกกับน้องว่า
"แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะ พี่..."
"ทำไมต้อง พูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ"

น้องชายของฉันจับมือฉัน ไว้
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...
เมื่อน้องชายของฉันอายุ ได้ 30 ปี
เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่ ทำงานที่เดียวกัน
ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้อง ชายของฉันว่า
" ใครคือคน ที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้"

น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาว ของผมครับ" .....

และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ ได้
"ตอนผมอยู่ โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง
เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2 ชม.
เพื่อเดินไปเรียน...และเดินกลับบ้าน
วันหนึ่งในวันที่หิมะตก หนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง
พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้าง หนึ่ง
และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล
เมื่อ เรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว
เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าว ได้ด้วยซ้ำ .......นับจากวันนั้น
ผมสาบานกับตัวเอง

ว่าตลอดชีวิตของ ผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี
และจะทำดีกับ เธอ"

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว
สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมา จับจ้องที่ฉัน
คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก .......
"ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่ สุด คือน้องชายของฉันค่ะ"
ใน วาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้
น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีก ครั้ง...
จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักใน ทุกๆ
วันในชีวิตของคุณและเขา
คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใคร สักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ
แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่าง คาดไม่ถึง
.. ไม่ว่า เขาคนนั้นจะคือ

พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน
หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ ตาม

จบ บริบูรณ์....


ปล.ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวอายุ 86 ปีตำรง ตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่บริษัทฮุนไดและในเครือกว่า 20 บริษัท

น้องชายอายุ 83 ปีเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท เล็กๆ ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า

"ซัมซุง"

และเรื่องราวของท่านทั้ง 2 คนกำลังถูกนำมาสร้างเป็นซี่รี่ย์ โดยดาราเล็กๆ คนคือ ซอง เฮ เคียว และ ลี ดอง ฮุคครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 00:42 น.


บริษัทเล็กๆ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 01:19 น.
 :07a:  แม่เจ้า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 01:21 น.
ไอ้บริษัทเล็กๆนี่ผมเห็นผลงานมากกว่าบริษัทพี่อีกนะ  :07:

อ่านแล้วมันเหมือนไม่ใช่เรื่องจริงครับ  :05:

อะไรจะเป็นผู้ให้ได้ขนาดนี้  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 10:05 น.
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 01:21 น.
ไอ้บริษัทเล็กๆนี่ผมเห็นผลงานมากกว่าบริษัทพี่อีกนะ  :07:

อ่านแล้วมันเหมือนไม่ใช่เรื่องจริงครับ  :05:

อะไรจะเป็นผู้ให้ได้ขนาดนี้  :12:

เขาเจาะ กลุ่มเป้าหมายตลาดไม่เหมือนกันคับเอ
ลองไปดูที่ลาว รถยนต์ส่วนมากที่เขาใช้ ๆ กันจะเป็นรถ ยี่ห้อ ฮุนได ทั้งนั้นเลย
ที่นั่นใครขับเบนซ์ แปลว่ารวยจริง เพราะนาน...น้านนน จะได้เห็นซักคันที่ขับผ่าน

ปอลอ. ขอบคุณนายโอ้เอ้ ครับ :46: 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 10:08 น.
อ้างคำพูดจาก: ป้าชอย เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 10:05 น.
เขาเจาะ กลุ่มเป้าหมายตลาดไม่เหมือนกันคับเอ
ลองไปดูที่ลาว รถยนต์ส่วนมากที่เขาใช้ ๆ กันจะเป็นรถ ยี่ห้อ ฮุนได ทั้งนั้นเลย
ที่นั่นใครขับเบนซ์ แปลว่ารวยจริง เพราะนาน...น้านนน จะได้เห็นซักคันที่ขับผ่าน

ปอลอ. ขอบคุณนายโอ้เอ้ ครับ :46: 

เอ ไม่รู้เรื่องครับ   :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 10:12 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 10:08 น.
เอ ไม่รู้เรื่องครับ   :31:

รักหลอก จึงบอกให้  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 11:55 น.
ผมว่า มันเป็นเรื่องแต่งนะ
ปล. นั่นมีคนเอามาเติมทีหลัง :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 06 ก.พ. 2008, 16:51 น.
อันนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ
รู้แต่ว่า ฮุนได เกลื่อนไปหมดที่ลาว
ถ้าเป็นบ้านเราต้อง ฮอนด้า โตโยต้า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 09 ก.พ. 2008, 11:47 น.
ฮุนไดนี่ระดับโลกนะครับ (คนก่อตั้งเป็นผู้ชายนะ)
ที่เกาหลีมีเมืองฮุนไดเลยครับ คือทั้งเมืองน่ะ อยู่ได้ด้วยอุตสาหกรรมหนักของบ.
ประชากรทั้งเมืองก็เรียกได้ว่าลูกจ้างบ.
มีอู่ต่อเรือ ที่ "ใหญ่ที่สุดในโลก"  ทำเองทุกชิ้นส่วน รวมไปถึงเครื่องยนต์ด้วย (ขนาดสูงเท่าตึกสี่ชั้น)
อู่สามารถต่อเรือได้พร้อมกันเป็นสิบลำ และมีอยู่ตลอด บลาๆๆ

เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่มากๆ ครับ

ปล. ดูมาจากสารคดี ใน TPBS ครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 10 ก.พ. 2008, 00:03 น.
ตามไปหาข้อมูลของ Samsung แล้วมันแปลกๆ
ซัมซุง ก่อตั้งโดย Lee Byung-chul ซึ่งได้ข้อมูลว่า

http://en.wikipedia.org/wiki/Lee_Byung-chul
อ้างอิงLee Byung-chul (February 12, 1910 – November 19, 1987) was the founder of the Samsung Group. He was the son of a wealthy landowning family who used his inheritance to open a rice mill for his first venture. That endeavor was not especially successful so he established a trucking business in Taegu on March 1st, 1938, which he named Cheil, the forerunner to Samsung. He attended college at Waseda University in Tokyo, although he did not complete his degree.


เป็นลูกของเศรษฐีเจ้าของที่ดิน ซึ่งเอามรดกที่ได้รับลงทุนมาทำธุรกิจครั้งแรกด้วยการเปิดโรงสีข้าว การทำธุรกิจในครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ จึงตั้งธุรกิจเกี่ยวกับรถบรรทุกใน Taegu ให้ชื่อว่า Cheil ในวันที่ 1 มีนาคม 1938  ก่อนที่จะมาตั้งกิจการ Samsung 
เขาได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ Waseda University ในโตเกียว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนจนสำเร็จการศึกษา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 10 ก.พ. 2008, 00:09 น.
 อ๋อ แสดงว่านั่นมันเป็นเพียงภาพลวงตา ที่หลอกให้ผมซึ้ง :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 10 ก.พ. 2008, 00:12 น.
บอแล้วไงว่าเรื่องแต่ง ข้างล่างเขาก็เพิ่มเอง  จำได้ว่าอ่านแรกๆ มันไม่มี :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 10 ก.พ. 2008, 00:14 น.
ผมเชื่อคนง่ายน่ะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 ก.พ. 2008, 00:14 น.
แต่อย่าเชื่อฟอร์เวิดครับ :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: X11 เมื่อ 10 ก.พ. 2008, 00:17 น.
ก็อยากรู้ว่ามีตัวจริงๆ ไหม
ถ้าเป็นจริง บริษัทระดับ Hyundai และ Samsung ต้องมีข้อมูลที่พอค้นได้อยู่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 10 ก.พ. 2008, 00:26 น.
นายชุง มองคู ประธานบริษัทฮุนไดครับ

ผู้ก่อตั้งคือ Chung Ju-yung
http://en.wikipedia.org/wiki/Chung_Ju-yung
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Rathda เมื่อ 22 ก.พ. 2008, 16:39 น.
ไม่รู้ว่าจะลงที่ไหนดี ลงที่นี่แล้วกัน (อันนี้คุณวินทร์แปลเองเลย)
http://www.winbookclub.com/viewanswer.php?qid=12264

ก่อนแต่งงาน...

เขา : ใช่แล้ว ในที่สุด! ผมรอมานานเหลือเกิน

เธอ : คุณต้องการให้ฉันไปไหม?

เขา : ไม่ อย่าได้คิดอย่างนั้นเป็นอันขาด

เธอ : คุณรักฉันไหม?

เขา : แน่นอน ซ้ำแล้วซ้ำอีก!

เธอ : คุณเคยนอกใจฉันไหม?

เขา : ไม่ ทำไมคุณถึงถามยังงั้นล่ะ

เธอ : คุณจะซื่อสัตย์กับฉันตลอดไปไหม?

เขา : ทุกๆ โอกาสที่ผมมีเลย

เธอ : คุณจะตบตีฉันไหม?

เขา : คุณบ้ารึไง! ผมไม่ใช่ผู้ชายพรรค์นั้น

เธอ : ฉันไว้ใจคุณได้ไหม?

เขา : ครับ

เธอ : โอ! ที่รัก!


หลังแต่งงาน...

อ่านจากบรรทัดล่างขึ้นบน

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แทน เมื่อ 22 ก.พ. 2008, 18:26 น.
ไม่รู้ว่าโว้หรือเปล่าครับ แต่อ่านแล้วมันชวนให้หายขี้เกียจจริงๆนะ  :42:

> **อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่เรายังใช้ชีวิตไม่คุ้ม **
>
> "อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน......แล้วนะ -"
>
> ข้อคิดดี ๆ จากน้าเน๊ก เกตุเสพย์สวัสดิ์
> คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี
> 1 ปี เท่ากับ 365 วัน
> แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
> คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
> ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์
> อุแม่เจ้า........แสดงว่า
> เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
> คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา
> แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน
> เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...
> เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย
> และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ
> แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข
> ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน
> เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
> หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู
> ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก
> พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย..... กลุ้ม
> สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน
> น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ
> ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี
> แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
> นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ
> อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!
> อุแม่เจ้าเทค 2
> คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง
> สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
> คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู
> กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
> เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้
> นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว
> นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่
> เราไม่ค่อยได้มองมัน
> เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี
> แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
> และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น ......
> คำนวณเองบ้างซิว้อยย.....
> เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา (ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่
> ผลลัพธ์ที่ได้
> เราจะทำยังไงกับมันดี .....
> แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ
> นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวัน ๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้ (ฮ่าๆๆๆใครเอ่ย???)
> เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า "เงินเดือน "
> บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ
> ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
> ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน
> เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า กูจะเป็นอะไรดี
> บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
> ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
> แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
> บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
> ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ แน่ กูแน่ งอนการกุศล
> ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....บ้า
> และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา " ชีวิตมันว่างจัด
> ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
> บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
> เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
> อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ......แล้วนะ
> ลองคิดแบบนี้บ้าง
> ใช่แล้ว ....เราจะเกิดความเสียดาย
> เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
> ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
> ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
> แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
> และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...
> มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
> เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
> ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
> ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
> ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง
> รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
> ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว
> ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
> กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา
> นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
> เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล
>
> ....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
> ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด
> ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
> แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
> เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........
> หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......
> แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
> ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
> และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
> ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ
> อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
> รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ
> เดี๋ยวตายซะก่อน ....เสียดายแย่
> โดย น้าเน๊ก ...... เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: I’Boss เมื่อ 22 ก.พ. 2008, 19:18 น.
อ้างคำพูดจาก: หนูแฮม เมื่อ 22 ก.พ. 2008, 16:39 น.
ไม่รู้ว่าจะลงที่ไหนดี ลงที่นี่แล้วกัน (อันนี้คุณวินทร์แปลเองเลย)
http://www.winbookclub.com/viewanswer.php?qid=12264

ก่อนแต่งงาน...

เขา : ใช่แล้ว ในที่สุด! ผมรอมานานเหลือเกิน

เธอ : คุณต้องการให้ฉันไปไหม?

เขา : ไม่ อย่าได้คิดอย่างนั้นเป็นอันขาด

เธอ : คุณรักฉันไหม?

เขา : แน่นอน ซ้ำแล้วซ้ำอีก!

เธอ : คุณเคยนอกใจฉันไหม?

เขา : ไม่ ทำไมคุณถึงถามยังงั้นล่ะ

เธอ : คุณจะซื่อสัตย์กับฉันตลอดไปไหม?

เขา : ทุกๆ โอกาสที่ผมมีเลย

เธอ : คุณจะตบตีฉันไหม?

เขา : คุณบ้ารึไง! ผมไม่ใช่ผู้ชายพรรค์นั้น

เธอ : ฉันไว้ใจคุณได้ไหม?

เขา : ครับ

เธอ : โอ! ที่รัก!


หลังแต่งงาน...

อ่านจากบรรทัดล่างขึ้นบน


เอ่อ ละ....

ละลอยล่อง ง๊องแง๊ง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 25 ก.พ. 2008, 00:28 น.
(http://img2.f0nt.com/25/76177225e63b17489c4d6e5a8193ae60.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/4bde2432a65af26fa84f6d3ee710e802.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/a343207fbf1773a0b2eb0c120df20caf.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/708c61ab9b9c2eb167f089baf2a65302.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/fec5b92495c734285106314677ef153f.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/61638d00df1ef5e818d499bdd31baca9.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/b887611df612fca609b3f08ec642dc62.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/1037e3a2819e5d6f1cd61c4a6e151da3.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/71293894b24af5b3497d456371392730.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/fa06c4166348b4145587d0cdc49f2797.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/29684a86eaa5ffda7abe5b3232977350.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/71a90dd70f3b1e55a36a8f3867706fbf.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/b5c73737d3719b39bb811eb10a629d9d.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/82644bcd670948ceba957625e6ed24f4.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/38a3102159f7740b52ff25e9c75c39c6.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/2bd6a60c1658d35be8965b45c015fe99.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/7cf4817b7d64ebf8c81db708df243c15.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/e7374eeda87520e421b9a3b813c62a44.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/0c63c06d49a750998014b4e6babce4d1.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/cbe77c4e23ee55e137b796aa66d5d07c.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/4dfaff6ec68ead6e57fc056372fd6ce4.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/217fb833270ca6b257be4752e1f634be.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/65b73c03257833cbec6debd4d06f77c9.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/9687872ee68caf0936ee18b01306d153.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/67d694fc3ad27288e20de21d8bc6fb70.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/7da153d88742b3a45deaf25092281534.jpg)
(http://img2.f0nt.com/25/0d61bcfd2d89b95295520050612b9fd9.jpg)


ถึงจะละโว้ก็ห้ามว่านะ อัพเหนื่อยรู้มั๊ย  :44:




ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 25 ก.พ. 2008, 00:32 น.
ไม่ได้ว่านะ :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 25 ก.พ. 2008, 00:35 น.
 :11:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 25 ก.พ. 2008, 00:40 น.
อ๊ะห์ :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 25 ก.พ. 2008, 01:58 น.
 :21: อุ้ย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 25 ก.พ. 2008, 02:11 น.


:21: ไม่ต้องว่าหรอก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 25 ก.พ. 2008, 02:13 น.
ตูพลาดอีกแล้ว  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: creamkae เมื่อ 26 ก.พ. 2008, 12:00 น.
ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
1. ผู้ชายที่คิดว่างานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิงและไม่คิดจะช่วย คิดว่าไม่ผิดที่ผู้ชายจะมีกิ๊กหรือชู้= ต้องโทษประหาร สับแล้วโยนให้เป็ดกิน

2. มีหนี้ท่วมหัว เป็นหนี้พนันบอล บัตรเครดิตและหนี้อื่นๆ

3. ผู้ชายวัยทำงานที่ยังนั่งเล่นเกมส์เป็นกิจวัตร และไม่ทำกิจกรรมอะไรนอกจากนอนในวันหยุด = ต้องส่งกลับไปอยู่ รร อนุบาลกินนอน

4. ผู้ชายที่อายุมากกว่าแต่รายได้ต่ำกว่า = มีแฟนเหมือนมีพ่อ แถมขอเงินก็ไม่ได้

5. ผู้ชายอายุน้อยกว่า ที่คิดว่าเรามีรายได้มากกว่า และจ้องแต่จะให้เราจ่าย = มีแฟนเหมือนมีลูก ป้าบเราแล้วยังจะให้เราจ่ายค่าไอติม

6. ไม่พาเราไปแนะนำให้ครอบครัวเค้ารู้จักและไม่เคยพาไปบ้านช่องเค้ า = คงโกหกอะไรชัวร์ หรือครอบครัวคงเป็นแบบ Adam's Family

7. ผู้ชายที่ไม่แน่ใจตัวเองว่าชอบผู้หญิงรึเปล่า = ประตูหน้า Lock lock lock!! แบบนี้ระวังโรค

8. ผู้ชายที่มีครอบครัว อ้างว่าแยกกันอยู่แล้วแต่หย่าไม่ได้ (แถวบ้านเรียกว่าโกหก) = มุขนี้หมาแก่อายุ 35 ขึ้นไปชอบเอาไว้หลอกเด็กอายุ 20 กว่าๆ 29 แล้วอย่าหลงกล เอาน้ำร้อนราดมันซะ!

9. ไม่สามารถเสียสละเวลางานเพื่อเราได้ ไม่ว่าเรื่องจะฉุกเฉินแค่ไหน = บ้างานแบบนี้จะแต่งกับมันเอาโล่ห์หรอ

10. ผู้ชายที่ Give silent treatment = มีปากแต่ไม่รู้จักใช้พูดปรับความเข้าใจ มีเรื่องทีไรเงียบตลอด

11. ผู้ชายที่แมนมาก ไม่เดินจับมือ ไม่ช่วยถือของ และเดินนำหน้าผู้หญิงตลอด = เราเดินตกท่อมันยังไม่รู้เลย

12. ไม่คิดจะแต่งงานกับเรา ไม่มีการออมเงินเพื่อแต่งงานหรือสร้างครอบครัว ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้

13. ผู้ชายที่คบกับคุณเพราะคุณรวย = หวังเงินหรือผลประโยชน์จากคุณและครอบครัวคุณ

14. ผู้ชายที่ไม่เคารพพ่อแม่คุณ

15. พูดจาหยาบคายกับคนอื่น แต่พูดดีกับคุณ

16. ผู้ชายที่คอยบอกให้เราไปหาหมอเวลาที่เราป่วย แต่ไม่เคยพาเราไปหาหมอ

17. ผู้ชายที่ชอบพูดว่าไม่จำเป็นต้องทำดีในวันพิเศษหรอก วันไหนก็ทำได ้ ขนาดวันพิเศษมันยังไม่ทำ วันธรรมดาก็อย่าหวัง 555


:08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 26 ก.พ. 2008, 12:35 น.
 :45:

ดูผู้ชายในมุมของหญิง จะได้เอาไปปรับใช้ได้  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 26 ก.พ. 2008, 17:55 น.
น่ากลัวนะเนี่ย น่ากลัวนะเนี่ย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 26 ก.พ. 2008, 18:30 น.
ใครยึดครบทุกข้อมีสิทธิ์ขึ้นคาน  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 26 ก.พ. 2008, 18:38 น.
ต้องแก้เป็นใครยึดเกินสามข้อมีสิทธิ์ขึ้นคาน

จะได้ไม่เชื่อกัน  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 27 ก.พ. 2008, 01:48 น.
ดูเหมือนผมไม่มีซักข้อ เป็นคนในอุดมคติ  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: HS-JEF เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 09:14 น.
ขุด  :27:

แฟนผี & แฟนหงส์ & แฟนปืน หลบไป ยายทิ้งมาแล้วววววววว

ยายทิ้ง แฟนบอลพันธุ์อุลตร้าของทีมแปดริ้ว(ฉะเชิงเทรา เอฟซี)
แกจะมาเชียร์แปดริ้วนัดเหย้าทุกครั้ง

(http://img210.imageshack.us/img210/4152/011lb3.jpg)

แกจะรำป้อทุกครั้งที่ทีมรักของแกพังประตูคู่แข่งได้

(http://img155.imageshack.us/img155/6789/87503cidimage002mr0.jpg)

(http://img156.imageshack.us/img156/6255/71964272lm0.jpg)

(http://img137.imageshack.us/img137/110/031lh9.jpg)

แต่ถ้ามีอะไรไม่ถูกใจ แกก็อารมณ์เสียเป็นนะเอ้อ

(http://img90.imageshack.us/img90/5448/29073cidimage001mj8.jpg)

(http://img215.imageshack.us/img215/5903/081ns1.jpg)

แล้วก็มานั่งพักเหนื่อย เอากะแกสิ

(http://img215.imageshack.us/img215/8664/48446147ge0.jpg)

ใครว่ามีแต่ป๋าเฟอร์กี้คนเดียวที่กล้าวีนใส่ผู้ตัดสินที่4

(http://img228.imageshack.us/img228/4381/47201109zd8.jpg)

(http://img89.imageshack.us/img89/5536/010aj9.jpg)

ยายทิ้งไม่ใช่คนเสียสตินะ
เงินค่าตั๋วของแกทุกนัด อาจจะยังดูน้อยนิด
แต่สำหรับฟุตบอลอาชีพไทยกับทีมแปดริ้วแล้ว มันมากมายมหาศาลเหลือเกิน
นักฟุตบอลทีมแปดริ้วคงจะสู้สุดใจเพื่อยายทิ้งแน่ๆ

ยายแก่ๆคนนี้ล่ะ ที่จะเป็นหนึ่งในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย จากเงินค่าตั๋วของแก

ปล.สู้ต่อไปนะยาย ขอให้บอลไทยได้ไปบอลโลกก่อนที่ยายจะหมดลม

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณเจ๊แรมพยาบาลสาวสวยจากเชียงใหม่ที่ส่งมาให้ครับ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 09:19 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 09:21 น.
สนามบอลหน้าบ้านตู  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 09:37 น.
ว่าจะไปดู จะไปดู ก็ยังไม่ได้ไปดูซักที
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: neokizza เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 09:48 น.
 :18: สุดยอดคุณยาย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 11:05 น.


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คนค้นคน เดือนนี้นะครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 15:21 น.
 :18: ผมยังไม่ชอบดูเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 16:40 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณเอ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 11:05 น.

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คนค้นคน เดือนนี้นะครับ  :12:

มันมีเป็นหนังสือด้วยเหรอครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 16:44 น.


เป็นหนึงคอลั่มของคนค้นคนเดือนนี้เลยนะครับ ขึ้นปกด้วยนะนั้น  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 14 มี.ค. 2008, 14:04 น.
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 13 มี.ค. 2008, 09:21 น.
สนามบอลหน้าบ้านตู  :37:

ลีลาวนาอินดอร์สเตเดี้ยมน่ะเหรอพี่ :26:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 18 มี.ค. 2008, 04:33 น.
น่านับถือคุณยายนะนั้น  :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 21 มี.ค. 2008, 14:05 น.
เพิ่งได้มาครับ

อ้างอิง
คำถามสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน

รถเมล์คันนี้จะไปทางไหน?

ซ้ายหรือขวา?

(http://img2.f0nt.com/21/32b0ea1c682fcb06f217ae50b1f4a588.jpg)

ตัดสินใจไม่ได้ละซิ?

ดูภาพอีกครั้ง.

ยังงงใช่ไหม?

90% ของเด็กก่อนวัยเรียนที่ อังกฤษ สามารถตอบได้ว่ารถเมล์คันนี้วิ่งไปทางขวา

เลยถามพวกเด็กเหล่านั้นว่ารู้ได้อย่างไร

เด็กๆ ตอบว่า

ก็มองไม่เห็นประัตูรถ เพราะฉะนั้นรถมันต้องวิ่งไปทางขวา

รู้สึกอย่างไรบ้าง???

คงรู้สึกเหมือนกัน

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 21 มี.ค. 2008, 14:15 น.
ผมจะตอบว่า ไปทางซ้ายครับ
เพราะ ขวาร้าย ซ้ายดี ผมเลยว่า
รถน่าจะวิ่งไปทางซ้าย ลืมคิดเรื่องประตูไปเลย ไม่ได้สังเกตุด้วยว่าไม่มีประตู  :12:
แพ้ ป.4 แน่เลยเรา :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 21 มี.ค. 2008, 14:20 น.


เพราะเวลาวาดรถ ส่วนใหญ่จะวาดให้วิ่งไปทางขวาครับ เหตุผลไม่่รู้  รู้แต่ต้องวิ่งไปทางขวา  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 21 มี.ค. 2008, 14:22 น.
ไม่รู้สักอย่าง  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 21 มี.ค. 2008, 15:01 น.
ดูอยู่ตั้งนานกว่าจะรู้ว่าภาพนั้นคือรถ :08:

นึกว่ายานอวกาศ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 21 มี.ค. 2008, 23:38 น.
รถเมล์ ประตูมีทางเดียวครับ คือด้านซ้ายของรถ

ด้านนี้เป็นอีกข้างของรถซึ่งไม่เห็นประตู แสดงว่าหัวมันต้องอยู่ทางขวาครับ


ผมตอบถูกป่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 21 มี.ค. 2008, 23:39 น.
ก็เฉลยไปแล้วนี่ครับ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 21 มี.ค. 2008, 23:39 น.
อ่าวครับ  :30:    ปล่อยไก่อีกแล้วตู
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 24 มี.ค. 2008, 12:45 น.
อันนี้ต้องไปโพสในตกข่าวนะเนี่ย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 03:15 น.
รุ้สึกว่า


โง่ กว่า 90% ของเด็กก่อนวัยเรียนที่ อังกฤษ

:16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 14:58 น.
Category: Books
Genre:  Romance
Author: Manager Blog

ช่างเทคนิค : " ฮัลโหล สวัสดีครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ "

ลูกค้า : " ดิฉันได้นั่งนึกดูแล้วคิดว่า โปรแกรมความรัก นี่ก็น่าสนใจ ดีนะคะ คุณช่วยกรุณาแนะนำดิฉันหน่อยได้ไหมคะว่าจะลงโปรแกรมนี้ยังไง "

ช่างเทคนิค : " ด้วยความยินดีครับ ไม่ทราบว่าพร้อมที่จะลงโปรแกรม หรือยังครับ "

ลูกค้า : " อืม... ไม่รู้เหมือนกันคะ บอกตามตรงว่าดิฉันไม่ค่อยรู้ เรื่องคอมพิวเตอร์เท่าไร แต่ดิฉันคิดว่าน่าจะพร้อมคะ ไม่ทราบว่าต้องเริ่มทำยังไงบ้างคะ "

ช่างเทคนิค : " อันดับแรกเลยคุณต้องเปิดใจคุณก่อนครับ "

ลูกค้า : " ไม่มีปัญหาคะ แต่ว่าตอนนี้ฉันเปิดใช้โปรแกรมอื่นอยู่ด้วย ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาใน การติดตั้งไหมคะถ้าฉันไม่ได้ปิดโปรแกรมพวกนี้ "

ช่างเทคนิค : " ไม่ทราบว่าโปรแกรมอะไรหรือครับที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ "

ลูกค้า : " เดี๋ยวขอดิฉันดูนิดนึงนะคะ อืม... ก็มีโปรแกรม "ความเจ็บปวดในอดีต", "การไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง", "ความริษยา", "ความขุ่นเคือง" และก็ "โปรแกรมความโกรธ" ทั้งหมดที่เปิดก็มีเท่านี้คะ "

ช่างเทคนิค : " ไม่มีปัญหาครับ โปรแกรมความรักจะค่อยๆลบความเจ็บปวดในอดีต ออกจากระบบปฏิบัติการครับ มันอาจจะคงอยู่ในหน่วยความทรงจำ แต่ว่าจะไม่รบกวนการทำงานของโปรแกรมอื่นๆครับ ไม่ต้องกังวล

สำหรับโปรแกรมการไม่เห็นคุณค่าของตัวเองนั้นจะค่อยๆหายไปเอง เพราะส่วนประกอบส่วนหนึ่งของโปรแกรมความรัก คือการเห็นคุณค่าของตนเอง ส่วนนี้จะค่อยๆเข้ามาแทนที่อย่างช้าๆจนการไม่เห็น คุณค่าตัวเองหมดไป

แต่ว่าคุณเองจะต้องปิดโปรแกรมความริษยา ความขุ่นเคืองและ ความโกรธลง เพราะโปรแกรมพวกนี้จะขัดขวางไม่ให้โปรแกรมความรักสามารถติดตั้งได้ รบกวนช่วยปิดโปรแกรมพวกนี้ ก่อนได้ไหมครับ "

ลูกค้า : " บอกตามตรงเลยนะคะ ดิฉันไม่รู้จริงๆคะว่าจะปิดโปรแกรมพวกนี้ยังไง "

ช่างเทคนิค : "เข้าไปที่ Start Menu นะครับ แล้วเรียกโปรแกรมการให้อภัยขึ้นมา ต้องเปิดโปรแกรมนี้เรื่อยๆจนกว่าความริษยา, ความขุ่นเคือง และก็ความโกรธจะถูกลบออกไปจนหมด "

ลูกค้า : " ได้คะ.... เสร็จแล้วคะ ตอนนี้โปรแกรมความรักเริ่มที่จะติดตั้งอัตโนมัติแล้วคะ แต่เอ............. นี่เป็นปกติของโปรแกรมใช่ไหมคะที่ติดตั้งด้วยตัวมันเอง "

ช่างเทคนิค : " ใช่ครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นเพียงโปรแกรมพื้นฐานเท่านั้น คุณจะต้องติดต่อกับหัวใจดวงอื่นๆเพื่อที่จะได้ upgrade โปรแกรมความรักให้มี version ที่สูงขึ้น "

ลูกค้า : " อุ้ย.... ............... มีข้อความผิดพลาดขึ้นที่หน้าจอ บอกว่า โปรแกรมไม่สามารถติดต่อออก ไปสู่ภายนอกได้" ............. ดิฉันควรทำยังไงดีคะ "

ช่างเทคนิค : "ไม่ต้องตกใจครับ ................. นั่นแสดงว่าตอนนี้โปรแกรมความรักได้ติดตั้งอยู่ภายในใจคุณเรียบร้อยแล้วครับ แต่ที่โปรแกรมยังไม่สามารถใช้งานได้ ก็เพราะว่าคุณต้องเริ่มรักตัวคุณเองก่อน จากนั้นคุณถึงจะรักคนอื่นได้ "

.................

ลูกค้า : " แล้วดิฉันควรจะทำยังไงคะ "

ช่างเทคนิค : " คุณช่วยเลื่อนระดับการยอมรับตัวเอง ลงมาหน่อยได้ไหมครับ จากนั้นให้คลิกที่ไฟล์ "การยกโทษให้ตนเอง", "การรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง" และ "การยอมรับถึงความจำกัดในตัวคุณ"

ลูกค้า : " ได้ค่ะ ..................................... เสร็จแล้วค่ะ "

ช่างเทคนิค : " โอเคครับ จากนั้นก็ก๊อปปี้ไฟล์พวกนี้เข้ามาในไดเร็กทอรี่ "ใจฉัน" ระบบจะทำการจัดการไฟล์ที่มีปัญหารวมทั้งแก้ไขโปรแกรมต่างๆที่มีข้อผิดพลาด

แต่ว่าคุณจะต้องลบไฟล์ "การพูดถึงตัวเองในแง่ลบ" และไฟล์ "การตัดสินผู้อื่น" ออกจากทุกๆไดเร็กทอรี่นะครับ และอย่าลืมเข้าไปลบอีกที ใน Recycle Bin นะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าไฟล์พวกนี้ถูกลบจนหมดและไม่มีทางกลับเข้ามาทำความยุ่งยากได้อีก "

ลูกค้า : "ทราบแล้วคะ เอ๊ะ!! ..........มีไฟล์ใหม่ๆเกิดขึ้นในหัวใจตั้งเยอะเลยค่ะ

"ยิ้ม" กำลังวิ่งเล่นอยู่บนหน้าจอ

"สันติสุข" และ "ความยินดี" กำลังก๊อปปี้ตัวเองอยู่ทั่วไปภายในใจฉัน นี่เป็นปกติหรือเปล่า คะ "

ช่างเทคนิค : " ครับ บางครั้งสำหรับบางคนอาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่ท้ายที่สุดสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้โปรแกรมความรักได้ติดตั้ง และเปิดใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกก่อนที่จะวางสายครับ ความรักเป็นโปรแกรมให้เปล่า อย่าลืมแบ่งปันให้คนอื่นนะครับ ความรักที่คุณให้ไปจะไม่เหมือนกันในแต่ละคน และความรักนี้จะถูกส่งต่อไปยังคนอื่นๆ และส่วนหนึ่งก็จะกลับคืนมาสู่ตัวคุณด้วย เมื่อถึงตอนนั้นความรักของคุณ ก็จะมีการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง "

ลูกค้า : " ดิฉันให้สัญญาคะ...................ว่าจะแบ่งปันโปรแกรมความรักให้กับคนอื่นๆ รบกวนขอทราบชื่อของ คุณหน่อยได้ไหมคะ "

ช่างเทคนิค : " เรียกผมว่า "ผู้ชันสูตรจิตใจ" หรือ "เราเป็น" (I AM) ก็ได้ครับ คนส่วนใหญ่คิดว่าพวกเขาจะต้องไปตรวจสุขภาพจิตใจปีละครั้ง เพื่อให้หัวใจเขามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แต่ผู้ที่สร้างใจ (ผมเอง) ขอแนะนำว่าไม่จำเป็น เพียงแต่คุณคอยหมั่นดูแลความรัก ให้คงอยู่ในแต่ละวันก็เพียงพอแล้วครับ


--------------

ส่วนตัวแล้ว  ชอบจัง ไม่รู้ว่าละโว้รึเปล่า :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: REROYD เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 15:29 น.
ชอบครับ...ชอบ  :25: :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 16:03 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 17:08 น.
ขำไรตั้ง  :34:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 17:10 น.
อ้างคำพูดจาก: วันสว่าง เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 16:03 น.
:21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 20:16 น.
 :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 27 มี.ค. 2008, 22:33 น.
อ้างคำพูดจาก: วันสว่าง เมื่อ 26 มี.ค. 2008, 16:03 น.
:21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 27 มี.ค. 2008, 22:38 น.
เคยอ่านตั้งแต่สมัครเมลแรก  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 27 มี.ค. 2008, 22:54 น.
อ่อ ขำที่ละโว้เหรอคะ  :42:

บุ๋มเพิ่งได้อ่านน่ะ  อิอิ  :35:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ขา...จอห์น[23] เมื่อ 30 มี.ค. 2008, 04:19 น.
มีคนแนะนำให้มาแปะไว้ที่นี่

อันนี้เป็น FW mail จากเพื่อนที่เรียนหมอครับ

ไม่รู้ว่าเรื่องจริงหรือเรืื่องล้อเล่น งง


นายแพทย์ท่านหนึ่งกำลังสอนนักศึกษาเกี่ยวกับการผ่าศพ
ทั้งอาจารย์และนักเรียนกำลังยืนล้อมโต๊ะที่มีอาจารย์ใหญ่นอนอยู่
นายแพทย์พูดว่า "สิ่งที่ทุกคนต้องมีในการผ่าศพมีอยู่สองอย่างคือ 1. คุณต้องมีความกล้า"

ว่าแล้วนายแพทย์ก็เอานิ้วแหย่เข้าไปในก้นศพแล้วก็เอามาเลีย
แล้วก็สั่งให้นักศึกษาทำตาม
นักเรียนต่างมองหน้ากัน
แต่แล้วในที่สุดก็ยอมทำตาม
เอานิ้วแหย่เข้าไปในก้นศพแล้ว
เลียด้วยความพะอืดพะอม
................................................................................
....................

นายแพทย์ พูด "เอาละผมเห็นแล้วว่าทุกคนมีความกล้า ต่อไปคือข้อ 2
พวกคุณต้องมีความช่างสังเกต เมื่อกี้ผมเอานิ้วชี้แหย่เข้าไป แต่ผมเลียนิ้วกลางนะ"

................................................................................

........ทำไปได้ ง่ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 30 มี.ค. 2008, 04:22 น.
 :30:  ตายห่า ซวยไป

แต่ได้ยินมานานแล้วนะครับเรื่องนี้ น่าจะแต่งมาแซวเล่นเฉยๆ คงไม่มีอาจารย์อุตริเล่นบ้าๆงี๊หรอก  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 30 มี.ค. 2008, 05:44 น.
เอาเป็นว่าพยายามเข้านะครับ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 06 เม.ย. 2008, 15:31 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 30 มี.ค. 2008, 05:44 น.
เอาเป็นว่าพยายามเข้านะครับ :37:

:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 15:44 น.
(http://img2.f0nt.com/10/3038bf39c56639cb00e18b7e8ea0cc42.jpg)
(http://img2.f0nt.com/10/109b00179b5cbcb85b8d218deb2ea231.jpg)
(http://img2.f0nt.com/10/595af86510878fe4ed8018a9c9c32f88.jpg)
(http://img2.f0nt.com/10/b0fe5effb4a8909f2741dea30d42ba5b.jpg)
(http://img2.f0nt.com/10/1209eb22770a2e36171654d313f17e7a.jpg)



อยาก FWD ส่งต่อไปเรื่อยๆ คงดี  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 15:46 น.
 :40: :40: ดูแล้วยิ้มได้เลยแฮะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 16:12 น.
แต่ดูแล้วก็กลัวมันลื่นตกลงไปเนอะ  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 17:50 น.
 :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 00:50 น.
โลกงดงาม :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 11 เม.ย. 2008, 03:22 น.
เห็นเเล้วแบบ

อยากกลับไปอยู่ชนบท ที่ซึ่งมีน้ำใจดี ๆ เหลืออยู่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 12 เม.ย. 2008, 11:06 น.
คนมีเมตตา โลกก็น่าอยู่ขึ้น




สงสัยว่าหมาขึ้นมาเองไม่ได้เหรอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 12 เม.ย. 2008, 11:09 น.
ให้ฮาต้องหมาดึงเด็กตกน้ำ แล้วมันก็เดินขึ้นมา :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 12 เม.ย. 2008, 21:52 น.
ไม่ใช่ จู๋ ไปเจอมา เห็นว่าตลกดี -*-
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 17 เม.ย. 2008, 10:25 น.
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 10 เม.ย. 2008, 15:44 น.
(http://img2.f0nt.com/10/3038bf39c56639cb00e18b7e8ea0cc42.jpg)
(http://img2.f0nt.com/10/109b00179b5cbcb85b8d218deb2ea231.jpg)
(http://img2.f0nt.com/10/595af86510878fe4ed8018a9c9c32f88.jpg)
(http://img2.f0nt.com/10/b0fe5effb4a8909f2741dea30d42ba5b.jpg)
(http://img2.f0nt.com/10/1209eb22770a2e36171654d313f17e7a.jpg)



อยาก FWD ส่งต่อไปเรื่อยๆ คงดี  :22:

งดงามจริงๆค่ะ ..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: HS-JEF เมื่อ 19 เม.ย. 2008, 18:36 น.
จากประสบการณ์จริงของพี่พยาบาลที่รู้จักัน

เมื่อฉันผิดสัญญากับ...หมา

ตั้งแต่ทำงานมาต้องไปๆมาๆ ระหว่างบ้านกับหอพัก รู้สึกว่าจะทำให้ขาดการติดต่อกับมนุษย์ลดลงไปเกือบครึ่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไร้ญาติขาดมิตร(บางวัน) อาจจะมีความเหงาอยู่ในส่วนลึกๆ ได้แต่ดูทีวี ฟังเพลง แต่มีประสบการณ์ที่ดีต่อการเชื่อมความสัมพันธ์กับคุณหมาๆ แมวๆ แถวบ้านบ้าง...

เย็นวันนั้น ขณะกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ มีหมาแม่ลูกอ่อน (สังเกตจากเต้านมที่ค่อนข้างตึง แต่โตงเตง วิ่งเหยาะๆมาหยุดตรงหน้าบ้าน) ท่าทางผอมโซ ทำตาเศร้าสร้อย แกว่งหางไปมา มันหยุดดูหน้าฉัน ฉันหยุดมองหน้ามัน ตาประสานตาแต่ไม่เข้าใจ ฉันเดาเอาว่ามันคงหิวข้าว ก็เลยไปจัดการคุ้ยอาหารในตู้เย็น พบโครงไก่ทอดที่ซื้อมาจากตลาดนัด ทำการอุ่นเสร็จ ก็จัดการนำโครงไก่ใส่ถ้วย กับน้ำอีก 1 ถ้วย เผื่อหมามีปัญหาในเรื่องกระดูกไก่ติดคอ พร้อมให้สัญญากับมันว่า "เดี๋ยวรอกาด (ตลาด)นัดใกล้บ้านจะไปซื้อโครงไก่ทอดให้"

(http://img232.imageshack.us/img232/5210/21kb3.jpg)

ตลาดนัดแถวบ้านจะมีวันจันทร์ พุธ และเสาร์ค่ะ กะว่าจะไปเดินหาซื้อโครงไก่ ก็ต้องมีเหตุ คือฝนตกค่ะ เป็นอันต้องยกเลิกไป แต่พอนั่งเล่นหน้าบ้าน หมา(มัน)ดันมาจริงๆ แกว่างหางมาแต่ไกล คิดในใจ "ตายละวา สัญญากับหมา หมามันมาจริงๆ " ก็รีบเข้าไปในบ้าน หาของในตู้เย็น(อีกแล้ว)  และเป็นคราวซวย ในตู้เย็นมีแต่ของสดกับนม ไม่มีอะไรที่เค้าจะกินได้เลย มันยังทำหน้าตาละห้อย แกว่งหางไปมาเช่นเดิม  เฮ้อ.... ทำใจค่ะ ก็ได้แต่บอกมันอีกครั้งว่า " ขอผลัดอีกสองวันนะ เพราะว่าวันนี้ไม่ได้ซื้อจริงๆ " พูดไปก็ไม่กล้าสบตามัน มันทำท่าไม่เข้าใจ ยังคงแกว่งหาง เหมือนกับว่า วันนี้จะได้ลิ้มลองโครงไก่ทอดอีกแล้ว

ฝนยังตกลงมาปรอยๆ ฉันก็เข้าบ้าน ปิดประตู ประมาณ 5 นาที หลังจากที่มันคิดว่าฉันผิดสัญญาแล้ว มันก็จากไป ฝนยิ่งตก ฟ้าร้องครืนๆ เสียงกบเขียดร้องระงม ชวนให้เศร้าใจนัก

หลังจากเลิกงานแล้ว พยายามกลับบ้านบ่อยๆ โดยเฉพาะวันที่มีตลาดนัด ไปซื้อโครงไก่มา 2 ชิ้น เพื่อให้หมา ทดแทนความผิดที่เคยสัญญาไว้กับมัน นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันไม่เคยเจอมันอีกเลย รอด้วยความอดทนจนทนไม่ไหว ขณะขับรถผ่านบ้านคนรู้จักแถวหน้าหมู่บ้าน เลยถามว่าเคยเห็นหมาแม่ลูกอ่อนที่วิ่งไปมาไหม คำตอบที่ได้คือ "มันถูกรถชนตายไปสัปดาห์ที่แล้ว ลูกมันก็มีคนเอาไปเลี้ยงหมดแล้ว"

ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนมีอะไรจุกที่คอหอย ขอบตาร้อนผ่าวไปหมด หลังจากนั้นเป็นต้นมา ฉันไม่เคยสัญญากับใครอีกเลย ไม่ว่าหมาหรือคน ยกเว้นสัญญาก่อนหน้านี้กับแม่เท่านั้น ที่สัญญาว่าจะเป็นคนดีและจะขอตายหลังที่พ่อแม่ตายแล้วเท่านั้น....

ปล. คิดถึงเจ้าตาลจัง...

Credit พี่หน่อย พยาบาล รพ.สวนดอก  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 14:42 น.
อีกมุมมองของชีวิต

--------------------------------------------------------------------------------
มีคู่รักคู่หนึ่งนั่งรถเมล์ที่กำลังตรงไปในเมืองในหุบเขา   มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้ลงกลาง   
ทาง   หลังจากที่พวกเขาได้ลงแล้ว   รถเมล์ก็วิ่งต่อไป   แต่เพียงไม่นานก็มีหินก่อนขนาดมหึมา   
ได้ตกลงมาจากที่สูงมาก   และทับรถเมล์คันนั้นพังยับเยิน   ทุกคนที่อยู่ในรถในเ! วลานั้นเสียชีวิต   
ทั้งหมด   คู่รักคู่นั้นเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ; ก็พูดขึ้นว่า ' ถ้าพวกเรายังอยู่ในรถคันนั้นก็ดี   
น่ะซิ! '   

คนส่วนใหญ่น่าจะคิดว่า  ' ยังดีนะที่เราลงจากรถก่อน! '   แต่คู่รักคู่นี้กลับพูดสิ่งที่ต่างจากคน   
ส่วนใหญ่   คุณคิดว่าเพราะอะไร ???   
--------------------------------------------------------------------------------

ตอบมาก่อนนะว่าคิดว่าไง   เดี๋ยวจะเฉลยตัวนวล


ถ้าพวกเขายังคงอยู่และไม่ได้ลงจากรถ   รถเมล์คัน ดังกล่าวก็จะไม่ต้องหยุดรถเพื่อพวกเขา   
และจะขับเลยตำแหน่งที่หินถล่มลงมา!!   

ในชีวิตของพวกเรานั้น   ให้ลองมองด้วยมุมมองที่ต่างจากของตัวเองและพยายามเข้าใจและช่วยเหลือผู้   
อื่นมากขึ้น   อย่าได้ใช้ชีวิตอย่างขาดสติและเฉยเมย   ทำเพื่อตัวเองอีกต่อไปเลย   




ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 21:46 น.
....  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 22:01 น.
 :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 22:06 น.
โอ้โห  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 22:07 น.


ตอบได้ตั้งกะอ่านครั้งที่สอง  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 22:10 น.
แล้วนี่อ่านครั้งที่เท่าไหร่  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 22:12 น.

ลืมนับ  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 22:12 น.
อ๋อ นับไม่ถ้วน  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 22:13 น.
 :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 22 เม.ย. 2008, 22:30 น.
เป็นผมผมรู้ตัว...  :33:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 04:03 น.
 :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 07:46 น.
อย่าเสียงดังไป เดี๋ยวคนโพสรู้ตัว  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 12:31 น.
โอ๋..โอ๋ แต่ช้าแต่ ...

น่าสงสารจัง





:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:27 น.
ก็ผมเพิ่งเคยได้อ่านนี่นา  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 16:59 น.
อ้างคำพูดจาก: ป้าชอย เมื่อ 23 เม.ย. 2008, 15:27 น.
ก็ผมเพิ่งเคยได้อ่านนี่นา  :05:

ประสบเหตุการณ์เดียวกันเลยค่ะพี่ป้าชอย  :27:

ปลอบใจไป 1 จึ๊ก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: าาา๐ เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 17:24 น.

เห็นเด็กช่วยหมาตกน้ำแล้วน่ารักจังเลย  :52:



หมามันคงเล็กมากน่ะครับ ขึ้นมาเองไม่ได้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 พ.ค. 2008, 15:20 น.
..อ่านกันเล่นๆ น่ะครับ อาจมีบางคำที่ไม่สุภาพแต่ผมคงสภาพเดิมที่เขาส่งมาให้ไว้...

สาเหตุของพนักงานลาออกดูเอาแล้วกัน...

นักศึกษา ป.ตรี จบใหม่ชื่อ น.ส A มีความมุ่งมั่นอยากทำงานจึงสมัครเข้าบริษัท KKK
สมมุติว่า น.ส A เข้าทำงาน Start 12000 บาท ทำงาน 3 ปี แต่ละปีทำงานที่ KKK เด่นมากในแต่ละปี หัวหน้าชื่อปืด อยากจะให้เงินเดือนเป็น 18000 บาท ด้วยซ้ำแต่ หัวหน้าปืดทำอะไรไม่ได้ จึงทำได้แค่ขึ้นเงินให้ 6% ตลอดทั้ง3 ปี (บริษัทให้ budget มาแค่ 4.5 % ตามอัตราเงินเฟ้อแต่หัวหน้าหักเงินส่วนของคนอื่นมาขึ้นให้ น.ส A )
            ดังนั้น น.ส A  ได้เงินเดือน 12000 x 1.06 x 1.06x1.06 = 14,292 บาท
( ถ้าคิดมูลค่าเงินเปลียนไปตามเวลา Time value of money  โดยคิดเงินเฟ้อ 4.5 % นั้นหมายความว่า 12000 x 1.045 x 1.045 x 1.045 = 13,693 บาท )
             ทำมา 3 ปีเงินเดือนเพิ่มขึ้นจริงแค่ = 14292 -13693 = 598 บาท

น.ส A คิดมากทำงาน 3 ปี ได้เงินแค่นี้ ไม่พอเลี้ยงครอบครัว และคิดค่าใช้จ่ายภายใต้อัตราเงินเฟ้อประเทศไทย 4.5 %ทุกๆปี-->คิดๆ ทำไงดีวะ หัวหน้าก็ใจดี แต่เงินไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว ---> หางานใหม่ดีกว่า

น.ส A จึงไปสมัครงานใหม่ด้วยวุฒิที่มีอยู่และประสบการณ์ 3 ปีที่ทำงานกับบริษัท KKK ไปหางานใหม่ได้
เงินเดือน 20,000 บาท  น.ส A ดีใจจังได้เยอะกว่าตั้งเยอะ รู้อย่างนี้ไปตั้งนานแล้ว

***เงินเดือนในตำแหน่ง น.ส A  Start 12000 บาท ซึ่งบริษัทกำหนดใว้เป็นฐานเงินเดือนตั้งแต่ราคาทองคำ 8,000 บาท   ซึ่งเงินเดือนครั้งแรก น.ส A ซื้อทองได้หนัก 1.5 บาท ก่อนลาออก น.ส A ได้เงินเดือน 13693 บาท  ซึ่งราคาทองราคาปัจจุบัน 13700บาท/ทอง 1 บาท โดยที่ก่อน น.ส A ลาออก เงินเดือนซื้อทองได้หนัก 1 บาทเท่านั้น

หัวหน้าปืดเครียด ลูกน้องออก ทำไงดี ---> กรูกว่าจะ Train ลูกน้องคนหนึ่งได้ เหนื่อยนะโว้ย ---> จึงหาลูกน้องใหม่ และแจ้งเอกสารถึงฝ่ายบุคคลเพื่อรับพนักงานใหม่<ซึ่งปกติตำแหน่งของ น.ส A นั้นถ้าไม่มี  ประสบการณ์ก็จะ Start 12,000 บาท

หัวหน้าปืด : จึงเร่งถามฝ่ายบุคคลว่า เมื่อไหร่ จะหาคนให้ได้ซักที นานแล้วนะ แล้วอีกอย่างเอกสารที่คุณส่งมาให้นะมีแต่เรียกเงินเดือนสูงๆทั้งนั้นเลย  ซึ่งแต่ละคนเรียกเงินเดือน 18000-22000 เลย

ฝ่ายบุคคล : ปืดไม่ต้องห่วงนะ เรื่องเงินเดือนเพราะว่าถ้าเขามีประสบการณ์2-3 ปี นะพี่ให้ได้  22000 บาท เลย ถ้าปืดต้องการเด็กคนไหนในเอกสารพี่ให้ไป   ก็ส่งมาเลย เพราะว่าพี่มี Budget ของลูกน้องปืด 22000 บาท

หัวหน้าปืด ( นึกในใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ) แม้งจะให้กรูรับลูกน้องเงินเดือน22000 ได้ไง ลูกน้องแต่ละคนทำงานมา8 ปี ยังไม่ถึง 20000 เลย ให้เงินแบบนี้ลูกน้องกรูลาออกหมดนะสิ
          แล้วทีกรูอยากให้ น.ส A ได้เงินเพิ่มทำไมมรึงไม่ให้วะ  ---->ทีมรึงรับคนจากข้างนอก ไม่เคยเห็นผลงานเสื้อกให้ 22000 บาท ส้นตรีนจริงๆ
          อยากรู้เหมือนกัน ถ้า น.ส A กลับเข้ามาทำงานเป็นลูกน้องกรู มรึงจะให้ 22,000 บาทไหมอีเวง

นี่ละครับสาเหตุของลูกน้องผมที่ลาออกบ่อยๆท่านผู้บริหาร ช่วยมาดูหน่อยคร๊าปป.ล ปัจจุบันผมทำได้แค่เพียงรับนักศึกษาจบใหม่แล้วเอามาปั้นให้เป็นเด็กสร้าง  ซึ่งผมคงทำอะไรไม่ได้ ถ้า 3 ปีผ่านไป เขาต้องลาออกแล้วไปรับเงินเดือนสูงๆที่บริษัทอื่น หรือเห็นบริษัท KKK นี้เป็นที่พักผ่อน ช่วงรองานที่อื่น
**


ลูกน้องมันส่งมาให้อ่านเล่นๆๆ ขำๆๆๆ เลยส่งมาให้อ่าน 55


:52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 02 พ.ค. 2008, 15:24 น.
อ้างคำพูดจาก: เอ เมื่อ 02 พ.ค. 2008, 15:20 น.
..อ่านกันเล่นๆ น่ะครับ อาจมีบางคำที่ไม่สุภาพแต่ผมคงสภาพเดิมที่เขาส่งมาให้ไว้...

สาเหตุของพนักงานลาออกดูเอาแล้วกัน...

นักศึกษา ป.ตรี จบใหม่ชื่อ น.ส A มีความมุ่งมั่นอยากทำงานจึงสมัครเข้าบริษัท KKK
สมมุติว่า น.ส A เข้าทำงาน Start 12000 บาท ทำงาน 3 ปี แต่ละปีทำงานที่ KKK เด่นมากในแต่ละปี หัวหน้าชื่อปืด อยากจะให้เงินเดือนเป็น 18000 บาท ด้วยซ้ำแต่ หัวหน้าปืดทำอะไรไม่ได้ จึงทำได้แค่ขึ้นเงินให้ 6% ตลอดทั้ง3 ปี (บริษัทให้ budget มาแค่ 4.5 % ตามอัตราเงินเฟ้อแต่หัวหน้าหักเงินส่วนของคนอื่นมาขึ้นให้ น.ส A )
            ดังนั้น น.ส A  ได้เงินเดือน 12000 x 1.06 x 1.06x1.06 = 14,292 บาท
( ถ้าคิดมูลค่าเงินเปลียนไปตามเวลา Time value of money  โดยคิดเงินเฟ้อ 4.5 % นั้นหมายความว่า 12000 x 1.045 x 1.045 x 1.045 = 13,693 บาท )
             ทำมา 3 ปีเงินเดือนเพิ่มขึ้นจริงแค่ = 14292 -13693 = 598 บาท

น.ส A คิดมากทำงาน 3 ปี ได้เงินแค่นี้ ไม่พอเลี้ยงครอบครัว และคิดค่าใช้จ่ายภายใต้อัตราเงินเฟ้อประเทศไทย 4.5 %ทุกๆปี-->คิดๆ ทำไงดีวะ หัวหน้าก็ใจดี แต่เงินไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว ---> หางานใหม่ดีกว่า

น.ส A จึงไปสมัครงานใหม่ด้วยวุฒิที่มีอยู่และประสบการณ์ 3 ปีที่ทำงานกับบริษัท KKK ไปหางานใหม่ได้
เงินเดือน 20,000 บาท  น.ส A ดีใจจังได้เยอะกว่าตั้งเยอะ รู้อย่างนี้ไปตั้งนานแล้ว

***เงินเดือนในตำแหน่ง น.ส A  Start 12000 บาท ซึ่งบริษัทกำหนดใว้เป็นฐานเงินเดือนตั้งแต่ราคาทองคำ 8,000 บาท   ซึ่งเงินเดือนครั้งแรก น.ส A ซื้อทองได้หนัก 1.5 บาท ก่อนลาออก น.ส A ได้เงินเดือน 13693 บาท  ซึ่งราคาทองราคาปัจจุบัน 13700บาท/ทอง 1 บาท โดยที่ก่อน น.ส A ลาออก เงินเดือนซื้อทองได้หนัก 1 บาทเท่านั้น

หัวหน้าปืดเครียด ลูกน้องออก ทำไงดี ---> กรูกว่าจะ Train ลูกน้องคนหนึ่งได้ เหนื่อยนะโว้ย ---> จึงหาลูกน้องใหม่ และแจ้งเอกสารถึงฝ่ายบุคคลเพื่อรับพนักงานใหม่<ซึ่งปกติตำแหน่งของ น.ส A นั้นถ้าไม่มี  ประสบการณ์ก็จะ Start 12,000 บาท

หัวหน้าปืด : จึงเร่งถามฝ่ายบุคคลว่า เมื่อไหร่ จะหาคนให้ได้ซักที นานแล้วนะ แล้วอีกอย่างเอกสารที่คุณส่งมาให้นะมีแต่เรียกเงินเดือนสูงๆทั้งนั้นเลย  ซึ่งแต่ละคนเรียกเงินเดือน 18000-22000 เลย

ฝ่ายบุคคล : ปืดไม่ต้องห่วงนะ เรื่องเงินเดือนเพราะว่าถ้าเขามีประสบการณ์2-3 ปี นะพี่ให้ได้  22000 บาท เลย ถ้าปืดต้องการเด็กคนไหนในเอกสารพี่ให้ไป   ก็ส่งมาเลย เพราะว่าพี่มี Budget ของลูกน้องปืด 22000 บาท

หัวหน้าปืด ( นึกในใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ) แม้งจะให้กรูรับลูกน้องเงินเดือน22000 ได้ไง ลูกน้องแต่ละคนทำงานมา8 ปี ยังไม่ถึง 20000 เลย ให้เงินแบบนี้ลูกน้องกรูลาออกหมดนะสิ
          แล้วทีกรูอยากให้ น.ส A ได้เงินเพิ่มทำไมมรึงไม่ให้วะ  ---->ทีมรึงรับคนจากข้างนอก ไม่เคยเห็นผลงานเสื้อกให้ 22000 บาท ส้นตรีนจริงๆ
          อยากรู้เหมือนกัน ถ้า น.ส A กลับเข้ามาทำงานเป็นลูกน้องกรู มรึงจะให้ 22,000 บาทไหมอีเวง

นี่ละครับสาเหตุของลูกน้องผมที่ลาออกบ่อยๆท่านผู้บริหาร ช่วยมาดูหน่อยคร๊าปป.ล ปัจจุบันผมทำได้แค่เพียงรับนักศึกษาจบใหม่แล้วเอามาปั้นให้เป็นเด็กสร้าง  ซึ่งผมคงทำอะไรไม่ได้ ถ้า 3 ปีผ่านไป เขาต้องลาออกแล้วไปรับเงินเดือนสูงๆที่บริษัทอื่น หรือเห็นบริษัท KKK นี้เป็นที่พักผ่อน ช่วงรองานที่อื่น
**


ลูกน้องมันส่งมาให้อ่านเล่นๆๆ ขำๆๆๆ เลยส่งมาให้อ่าน 55


:52:


ลูกน้องกำลังจะบอกอะไรหรือเปล่า  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 พ.ค. 2008, 15:25 น.


เนอะ  :52:

อยากย้ายเหมือนกันนะเนี้ย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 02 พ.ค. 2008, 15:44 น.
เพิ่งได้อ่านวันนี้เอง (ใน hotmail)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 02 พ.ค. 2008, 16:42 น.
น่าคิดนะครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 04 พ.ค. 2008, 23:24 น.
จากกระทู้นี้

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6572630/A6572630.html

จะเอาไปโพสในของฝากจากพันทิปก็กลัวผิดอารมณ์ของกระทู้ตอนนี้  :30:




อ้างอิงมีเรื่องน่าปลาบปลื้มจากหน้าสังคมไทยรัฐมาฝาก.....ตื้นตันใจมากๆๆ T_T

...............เกิดโกลาหลหน้าโรงแรมโอเรียนเต๊ลวันก่อน เมื่อแขกโรงแรมหุ่นอาแปะ กลับลงมาจากงานแต่งงาน ก็ให้พนักงานไปเอารถที่ใช้บริการ VALET PRAKING มา พอได้ลูกกุญแจ และให้ลูกเมียขึ้นรถแวนเรียบร้อย อาแปะก็ขับออกไป แต่ยังไงไม่รู้? รถพุ่งชนเบนซ์รุ่นใหม่เอี่ยม ที่จอดอยู่เกาะกลางเต็มรัก ทำให้รถกระเด้งไปกระแทกรถบีเอ็มฯซีรี่ย์7อีก2คันเสียหายไปด้วย อาแปะตกใจมาก รีบเข้าเกียร์ใหม่ คราวนี้ถอยหลังเต็มที่ จึงไปชนรถลีมูซีนของโรงแรมอีก2คัน และแรงกระแทกทำให้ไปเสยกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่จนแตก เศษกระเบื้องหน้าหนัก หล่นโครมลงมาบนฝากระโปรงรถอีก2คัน คันนึงเป็นพอร์ช สรุปว่ามีรถเสียหายจากผลงานการขับของอาแปะไป7 คันรวด!!!!



..............เจ้าของรถ(เบนซ์ และ บีเอ็มฯ)จึงเรียกอาแปะไปเจรจา ถามว่าขับยังไงถึงได้ชนขนาดนั้น อาแปะตัวสั่นงันงก อธิบายตะกุกตะกักไปว่า"ไปงางแต่งงางลูกเพื่อง เพื่องมังเอาเบียร์ให้กิงแก้วนึง แล้วก้อเอาวิก-สะ กี้ให้กิงอีกแก้วนึง ไวนือีก 2 แก้ว กิงไป4 แก้ว ขามังเก็งค้างกาทังหัง(ขาเกร็งค้างกระทันหัน) เลยเหยียบคันเร่งแรงไป"


............เจ้าของรถถามว่า แล้วจะคิดค่าเสียหายยังไง คราวนี้อาแปะซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆแถวอุรุพงษ์หน้าจ๋อยบอกว่า "ก็ต้องขายของ ขายบ้าง(ขายบ้าน)เอาเงิงมาใช้ ผิกก็ต้องยอมรับผิก"


..............เจ้าของรถจึงให้อาแปะไปดูสภาพรถที่เสียหาย เพื่อให้รู้ว่าเจ้าของรถรักรถและดูแลรถดีเยี่ยมแค่ไหน อาแปะและลูกเมียเดินดูรถไปหน้าซีดไป เพราะเสียหายมาก พอดูรถแล้ว เจ้าของรถก็เรียกมาคุยอีก โดยบอกว่าความเสียหายส่วนนี้จะยกโทษให้ เพราะเห็นว่าไม่ได้ร่ำรวยอะไร หากต้องรับผิดชอบค่าซ่อม ครอบครัวคงจะเดือดร้อนหนัก และบอกกับลูกๆอาแปะว่า ไม่ควรให้พ่อขับรถอีก เพราะอายุ 71แล้ว ลูกหลานควรขับให้เพราะถ้าไปชนกลางถนนหลวงอาจจะมีคนเจ็บคนตาย


..............อาแปะและลูกเมียถึงกับน้ำตาคลอเบ้าก้มกราบพระบาทเจ้าของรถด้วยความสำนึกในพระเมตตาธิคุณของ  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร อย่างล้นพ้นและจดจำไปชั่วชีวิต ที่พระราชทานอภัยทั้งที่อาแปะเมาแล้วขับ จนชนรถ ร.ย.ล. ซึ่งจอดรอ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และรถอื่นๆ เสียหายไปประมาณ 2 ล้านบาท!!


..............ตอนอาแปะ กราบบังคมทูลลา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร ได้พระราชทานสติ๊กเกอร์ให้ 1 แผ่น รับสั่งให้เอาไว้ติดรถ เพื่อเตือนสติ--เป็นสติ๊กเกอร์ เมาไม่ขับ!!









*********ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรดฯ


*********ของพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยิ่งนานพลุ


ที่มา น.ส.พ. ไทยรัฐ หน้าสังคมฉบับวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2551


*******จขกทพิมพ์ไปก็น้ำตาคลอไป  อยากให้คนอื่นๆที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องน่าตื้นตันแบบนี้ได้อ่านกันเยอะๆ รบกวร ช่วยๆกันโหวตด้วยนะจ๊ะ!

จากคุณ : หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ - [ 3 พ.ค. 51 12:39:53 ]

จขกท.เอามาจากไทยรัฐอีกที
http://www.thairath.co.th/news.php?section=specialsunday13&content=88390

:46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 04 พ.ค. 2008, 23:28 น.
ตอนแรกอ่านเหมือนเรื่องเหลือเชื่อ

แต่ก็ต้องเชื่อจริงๆ  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 01:27 น.
ได้ยินแต่ข่าวแย่ๆของท่านเยอะ :42:

วันนี้ได้ยินเรื่องดีๆบ้างแล้ว  :45: ซึ้งครับ

ตอนแรกก็นึกว่าเรื่องตลก คัดยี่ห้อมาซะแพงๆทั้งนั้น เบนส์ ปอร์เช่ บีเอ็ม  :44:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 01:58 น.
อ้างคำพูดจาก: the Blue Marble เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 01:27 น.
ได้ยินแต่ข่าวแย่ๆของท่านเยอะ :42:
เหมือนกันครับ

แต่วันนี้  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 13:22 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: าาา๐ เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 15:27 น.

อ้างคำพูดจาก: the Blue Marble เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 01:27 น.
ได้ยินแต่ข่าวแย่ๆของท่านเยอะ :42:

วันนี้ได้ยินเรื่องดีๆบ้างแล้ว  :45: ซึ้งครับ





:46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 21:22 น.
คิดว่าน่าจะละโว้เคยเห็นใน aromdee ละ
แต่รอบนี้ไปเจอใน digg ครับ :18:
ขุดกันกระจายด้วย

Thai Dog Rescue
http://flickr.com/photos/astanhope/sets/72157604856471152/

(http://farm3.static.flickr.com/2051/2460881719_4233b62b5c.jpg)

:25: โหยน้อง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 21:57 น.
Digg :25:
http://digg.com/pets_animals/Thai_Dog_Rescue_2
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 23:14 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ชาร์ป เมื่อ 05 พ.ค. 2008, 21:22 น.
คิดว่าน่าจะละโว้เคยเห็นใน aromdee ละ
แต่รอบนี้ไปเจอใน digg ครับ :18:
ขุดกันกระจายด้วย

Thai Dog Rescue
http://flickr.com/photos/astanhope/sets/72157604856471152/

(http://farm3.static.flickr.com/2051/2460881719_4233b62b5c.jpg)

:25: โหยน้อง

พี่โก้เคยโพสท์แล้วนะ มาเป็นเซทเท่มากเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 02:41 น.
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6555508/X6555508.html#25

เอาไปโพสต์ที่pantip ... ดูความเห็ฯที่ 25 เป็นต้นไป  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ออยอิชี่ เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 09:13 น.
คนเอาไปดัดแปลงนี่ก็ช่างคิดนะ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 10:32 น.
 :30: :30: :30:

อารมณ์ดีจริงๆคนคิด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 00:50 น.
อาจจะละโว้นะครับ เพราะผมก็ได้รับ fwd มานานแล้วเหมือนกัน เพิ่งขุดมาให้อ่านกัน
เป็นแง่คิดที่ดีสำหรับคนที่ทำงานบริษัทเหมือนกัน





ลองอ่านดูนะ  ได้แง่คิดเหมือนกัน  สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา 

Subject: FW: อายุ 28 ทำงานมา 3 ปี ย้ายงานมา 6 บริษัท อ่านแล้ว อึ้ง ทึ่ง เสียว



จบวิศวะ เครื่องกล พระจอมเกล้า พระนครเหนือ ตอนนี้อายุ 28 ทำงานมา 3 ปี ย้ายงานมา ทั้งหมดก็ 6 บริษัท เสต็ปเงินเดือนนะครับ
- 8,000 โรงงานคนไทย ( Design Engineer) สิบเดือน
- 15,500 บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น ( Design Engineer) สี่เดือน เลื่อนตำแหน่งไปหนึ่งครั้ง
- 30,000 บริษัทฝรั่ง A (Design Engineer) หนึ่งปีเงินเดือนขึ้นสองรอบ
- 35,000 โรงงานฝรั่ง B ( Design Engineer) สามเดือน
- 40,000 บริษัทฝรั่ง B (Project Engineer) สี่เดือน เลื่อนตำแหน่งไปหนึ่งครั้ง
- 6x,xxx บริษัทฝรั่ง C (Project Engineer) สามเดือน
- 1xx,xxx บริษัทฝรั่ง C (Project Manager) เพิ่งเลื่อนตำแหน่งเมื่อวาน

อยากจะบอกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เวลาที่ทำงาน จะต้องคอยสังเกตและศึกษาอยู่ตลอดว่า งานที่เรารับมาทำนั้น มันมาจากไหน มาจากใคร และ ไปไหนต่อ ไปยังไง ใครตรวจสอบ
เพื่อดูว่าตำแหน่งที่สูงกว่าเรานั้น เค้ารับผิดชอบเรื่องอะไร พยายามเรียนรู้ให้ได้ว่าเรายังขาดอะไรอีกในการเลื่อนตำแหน่ง มันไม่ยากอย่างที่หลายๆคนเข้าใจนะครับ

เหมือนคนจีนว่า อย่าถามว่าเมื่อไรจึงจะได้เลื่อนตำแหน่ง
แต่ให้ถามว่า หากได้เลื่อนตำแหน่งวันนี้ เรามีความสามารถพร้อมกับตำแหน่งนั้นๆหรือยัง

ผมเองก็ทำตามที่กล่าวมาข้างต้น พอมีโอกาสให้รีบเสนอตัวทันทีไม่ต้องรอ ถ้าคิดว่าพร้อม โดยส่วนมากจะได้ตามที่เสนอ แต่ต้องย้ำว่าพร้อมจริงๆนะครับ

คิดว่าคงเป็นประโยชน์บ้างนะครับ สำหรับคนจบใหม่ หรือ กำลังทำงานอยู่

อธิบายเพิ่มเติมให้แล้วกันนะครับ เผื่อเป็นแนวทาง

- 8,000 โรงงานคนไทย ( Design Engineer) สิบเดือน
อันนี้ไม่มีอะไร ปรกติ เพิ่งจบ กำลังเรียนรู้ระบบ ลาออกเพราะเงินเดือนน้อย

- 15,500 บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น ( Design Engineer) สี่เดือน เลื่อนตำแหน่งไปหนึ่งครั้ง
เดินเข้าไปคุยกับญี่ปุ่น ว่าผมทำงานตำแหน่ง senior design engineer ได้ เพราะว่าพร้อม และอธิบายเค้าว่า พร้อมยังไง เค้าก็โอเค ลาออกเพราะได้ที่ใหม่ เงินเดือนเยอะกว่า ที่สำคัญ เป็นบริษัทฝรั่ง

- 30,000 บริษัทฝรั่ง A (Design Engineer) หนึ่งปีเงินเดือนขึ้นสองรอบ
ขึ้นรอบแรกตอนผ่านโปรสามเดือน หลังจากนั้นอีกหกเดือนเงินเดือนขึ้นอีกรอบ เพราะว่า เดินเข้าไปคุยกับหัวหน้า เสนอตัวเองรับหน้าที่เพิ่มเติมจาก job description และอธิบายอีกครั้งว่าพร้อมยังไง เค้าก็โอเค ลาออกเพราะหัวหน้างานเริ่มงี่เง่ามาก ทนไม่ไหว

- 35,000 โรงงานฝรั่ง ( Design Engineer) สามเดือน
อันนี้ปรกติ ออกเพราะว่ามันไกลบ้านมาก เดินทางไม่ไหว

- 40,000 บริษัทฝรั่ง B (Project Engineer) สี่เดือน เลื่อนตำแหน่งไปหนึ่งครั้ง
อันนี้เข้ามาเป็นตำแหน่งใหม่เป็นครั้งแรก หลังจากทำงานในตำแหน่ง design engineer มาหลายที่แล้ว เลยสมัครเป็น project engineer เพื่อดูภาพรวมของ project หลังจากนั้น บังเอิญที่บริษัทมี project นึง ที่ติดค้างส่งมอบให้ลูกค้ามานานมาก และไม่มีใครอยากรับไปทำต่อ ลูกค้าโกรธมากๆ ผมก็เลยเสนอตัวเองรับงานนี้ไปดู พร้อมกับข้อเสนอ (ตำแหน่งใหม่ เป็น Project manager แต่เงินเดือนเท่าเดิม เพราะว่าต้องการ referent ในตำแหน่ง project manager ไว้หางานใหม่)

ลาออกเพราะว่าหัวหน้าเป็นฝรั่ง ลูกค้าเป็นคนไทย ลูกน้องก็เป็นคนไทย น่าเบื่อมาก

- 6x,xxx บริษัทฝรั่ง C (Project Engineer) สามเดือน
งานที่นี่มันส์มาก ลุยกันสุดๆ ลูกค้าส่วนากอยู่ที่ต่างประเทศ ต้องเดินทางไปประกอบและติดตั้ง setup โรงงานตามไซด์งานต่างๆ

- 1xx,xxx บริษัทฝรั่ง C (Project Manager) เพิ่งเลื่อนตำแหน่งเมื่อวาน
และเช่นเคย มีงานใหม่เข้ามา priject ใหญ่พอสมควร แต่ว่างานล้นมือกันทุกคน PM ที่มีอยู่ก็ติดงานอื่น เลยคุยกับเจ้าของบริษัท บอกว่าเราทำได้ ขอทำ เค้าก็คุยกับ PM ที่เหลือ ทุกคน OK ก็เลยเพิ่งเลื่อนนี่แหละครับ

คนไม่เชื่อ ทำยังไงก็ไม่เชื่อ
ลองมองดูรอบๆที่ทำงานสิครับ เห็นคนอายุน้อยตำแหน่งสูงบ้างมั้ย
ลองไปถามดูสิครับว่าเค้าทำยังไง ดีกว่าคอยนั่งนินทา แล้วก็อิจฉาเค้าไปวันๆ

ที่ผมอยู่ที่แรก เงินเดือน 8,000 ได้ตั้งปี เพราะว่าผมได้ทำงานอยู่ในห้องเดียวกับผู้จัดการโรงงาน เห็นเค้าว่างเมื่อไรผมถามแหลก ว่าแกขึ้นตำแหน่งนี้มาได้ยังไง ต้องรู้อะไรบ้าง บุคลิคจำเป็นมั้ย บลา บลา บลา
แล้วสุดท้ายผมก็ได้แกเป็นต้นแบบ ทำตามที่แกแนะนำทุกอย่าง ทุกวันนี้ยังโทรคุยกับแกอยู่แลยครับ

ที่บริษัทญี่ปุ่นนั้น เสต็ปมันจะไม่เหมือนกันครับ
ผมทำได้สองเดือนแรก ผมยื่นใบลาออก ทนไม่ไหว กลับดึกเงินเดือนน้อย ตามสไตล์ญี่ปุ่น
หัวหน้าคนไทยกับคนญี่ปุ่นเรียกมาคุยบอกว่าไม่อยากให้ออก ยูทำงานเร็วมาก ผมบอกไอ้คนที่เข้ามาพร้อมกัน มันทำช้า ไม่เห็นใครว่าไร เงินเดือนเท่ากัน ไม่แฟร์
เค้าบอกทนๆไปก่อนเดี๋ยวสิ้นปีจะเลื่อนให้เป็น senoir เค้าจะ support ให้
ผมบอกไม่ไหว นานไป ก็เลยถามเค้า senior เงินเดือนเท่าไร เค้าบอกมา ผมก็ว่าใช้ได้ 2x,xxx ก็เลยถามเค้าว่า senior ต้องทำอะไรได้บ้าง เขียนมาเลยเป็นข้อๆ แล้วผมจะรีบศึกษา ถ้าทำได้ตามนี้เมื่อไร ยูต้องปรับไอขึ้นนะ
เค้าโอเค

หลังจากนั้น หัวหน้าญี่ปุ่นเค้าก็เริมโยนงานของ senior มาให้ทำมากขึ้นเรื่อยๆ ครบสองเดือนก็เลื่อนครับ
แต่พอดีที่ใหม่เค้ายื่นมา 30,000 เลยออกทันทีเลยครับ
ผมถือว่าทำงานเพื่อเงิน เวลาของผมมีค่าที่สุด
เรื่องความภักดีต่อองค์กรมันก็ส่วนหนึ่ง แต่ผมเลือกเงินไว้ก่อน เป็นฐานเงินเดือนดีกว่า

วิศวกร หลายๆคน คงรู้ว่า เวลาหางานใหม่ ขอเงินเดือนเยอะไม่ได้ มันติดฐานเงินเดือนเก่า ใช่มั้ยครับ
นั่นแหละครับ เหตุผลที่ผมเปลี่ยนงานบ่อยๆ

งานที่สุดท้ายเป็นลักษณะงานแบบเป็น project ๆ ไป แล้วแต่ลูกค้า
ส่วนมากจะอยู่ที่ต่างประเทศ ระยะเวลาก็แตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 1 ปี
คนที่คุมงานโดยรวม Project Manager ท่านอื่นๆ ก็จะรับงานไปดูแลส่วนมากไม่เกิน 3 งาน ในเวลาเดียวกัน
ทีนี้ โดยนิสัยฝรั่ง ถ้าเรากล้าขอ มันก็กล้าให้ (ถ้าไม่เสี่ยงมาก) ถ้าทำได้ก็ทำต่อไป ถ้าขอแล้วทำไม่ได้ อันนี้ลาออกสถานเดียวนะครับ

พอดีจังหวะงานใหม่ที่เข้ามา ผมเป็นคนไปประชุมพร้อมกับเจ้าของมาแล้วหลายๆครั้ง รู้ที่มา ที่ไปเกือบทั้งหมด

งานในส่วนที่ผมรับผิดชอบมันเริ่มล้าช้า ผมเลยถามว่าทำไมช้อมูลมันมาช้า ผมทำงานต่อไม่ได้ เจ้าของก็บอกว่าคนอื่นๆเค้างานยุ่งกันหมด ไม่มีใครรับเป็นเจ้าภาพงานนี้เลย ผมเลยกลับมาคิด ดูรอบๆด้สนแล้วน่าจะเอาอยู่
เลยเข้าไปคุยกับเจ้าของ อธิบายว่า ถ้าให้เราคุม เราจะทำอย่างไร ขั้นตอน แผนงาน เป็นยังไง เค้าขอเวลาคุยกับ Project Manager ท่านอื่นๆก่อน (มีอีก 2 คน) ระหว่างนั้นผมก็รีบโทรหาทั้งสองท่านทันที บอกเค้าว่าเราทำได้ อยากให้ช่วยสนับสนุนหน่อย ทั้งสองท่านก็บอกว่ามันเหนื่อยนะ แต่ถ้ายูอยากลอง ไอคิดว่ายูพอได้

แล้วเจ้าของเค้าก็บอกว่าโอเค ลุยได้เลย แล้วก็ยื่นเงินเดือนใหม่มาให้ เท่านี้อ่ะครับ

ตอนนี้ก็เหนื่อยเหมือนกัน.

ใครทำงานกับฝรั่ง ลองดูก็ได้ครับ

มีอยู่คนนึง ผมนั่งสัมภาษณ์เค้าเข้าทำงาน นั่งกับ PM อีกคน คุยไปคุยมา
พอถามเรื่องเงินเดือน พี่แกหันมาพูดไทยกับผมเฉยเลย ถามว่าผมได้เท่าไร
ประมาณว่า กะว่าฝรั่งมันคงฟังไทยไม่รู้เรื่องมั้ง
ผมก็บอก คุณอยากได้เท่าไรล่ะครับ ว่ามาเลย
เค้าก็ย้ำอีก ถามว่าผมได้เท่าไรล่ะ กะว่าจะได้เรียกให้ใกล้เคียงกันมั้ง

เลยบอกเค้าว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมให้คุณ 1 ล้าน คุณเอามั้ย
เค้าบอกเอาครับ พี่ล้อเล่นรึเปล่า
ผมบอกเปล่า พูดจริงๆ แต่ต้องตอบคำถามพี่ข้อนึงนะ
เค้าบอก ถามมาเลยครับ
ผมถาม ' ไหนลองอธิบายให้ฟังหน่อย ว่าคุณจะทำเงินให้บริษัท มากกว่าเดือนละ 1 ล้าน ได้ยังไง '
เค้าบอก งั้นผมขอเงินเดือน 17,000 พอคับ ผมเข้าใจแล้ว

ผมทำ EPCM ครับ แนว ปรึกษา , ออกแบบ , วางระบบ , สร้าง , Setup ระบบ เกี่ยวกับ Gas ทุกชนิด เพื่อปั่นไฟฟ้า ตามไซด์งานลูกค้าครับ

แถมให้หน่อย
เจ้าของบริษัทเค้าเคยบอกผมว่า
คุณรู้มั้ย มืออาชีพ ต่างกับมือสมัครเล่นตรงไหน ? ผมบอกไม่รู้ครับ
เค้าบอกว่า

มือสมัครเล่น จะทำงานไม่สำเร็จ แม้ว่าเค้าอยากจะทำงานนั้นมากแค่ไหนก็ตาม และมีเหตุผลร้อยพัน ว่าทำไมมันถึงไม่สำเร็จ

ส่วน

มืออาชีพนั้น จะทำงานสำเร็จเสมอ แม้ว่าเค้าจะไม่อยากทำงานนั้นๆเลยก็ตาม ไม่ว่าจะเบื่อหน่าย เหนื่อย ใดๆก็ตามแต่ งานจะเสร็จเสมอ แม้ว่าบางครั้งเค้าก็บอกเหตุผลไม่ได้เหมือนกัน

น่าจะมีประโยชน์ครับ เอามาแชร์

ตอนทำงานที่แรก ( 8,000)
จริงๆแล้วเป็นบริษัทคนไทยร่วมทุนกับญี่ปุ่น เพื่อผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ส่งให้กับโรงประกอบรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ มีตั้งแต่ อีซูซุ ไปถึง เบนซ์ เยอะแยะไปหมด
แต่ว่าที่โรงงานนี้เค้าเน้นการสร้างเครื่องจักรใช้เองมากกว่าซื้อมาจากต่างประเทศ เพราะมันแพงมาก
ผมเองเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ครับ แต่น แตน แต้น

' ออกแบบเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต '

ว่าแล้วทั่นหัวหน้าก็โยนชิ้นงานมาให้ดู เป็นตัวอย่างจากลูกค้า เราต้องผลิต xx,xxx ชิ้นต่อเดือน ออกแบบเครื่องให้หน่อย ให้เวลา 1 เดือน
เอาล่ะสิครับทั่น ความระทึกมาเยือน เพราะต้องทำคนเดียว วิศวกรท่านอื่นๆก็ออกแบบเครื่องของแต่ละคน แยกจากกัน ไม่ได้ทำงานกันเป็นทีม ประมาณว่า All in one เหมือนรีจอยส์ น่ะครับ ฮา

ก่อนอื่น ก็ไปนั่งอ่านแคทตาลอกอุปกรณ์ไฟฟ้า เซ็นเซอร์ นิวเมติกส์ และอื่นๆ 2 วันเต็มๆ ในห้องเก็บเอกสาร เพื่อดูว่าโลกนี้เค้าใช้อะไรกันมั่ง ตอนนั้นรู้น้อยมากครับ อาศัยอ่านแคทตาลอกเอา รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง อ่านๆไปก่อน ฮา

หลังจากนั้น ก็มานั่งบ้าอยู่คนเดียวในห้องประชุม เขียนไวท์บอร์ดไปเรื่อยๆ
ว่าเครื่องมันหน้าตาควรจะเป็นยังไง จนได้ข้อสรุปที่คิดว่า นี่แหละ คำตอบสุดท้าย ( Conceptual Design ) เพื่อสรุปให้หัวหน้าเค้าฟังก่อนเริ่มลงมือทำ

ต่อมาก็คือขั้นตอนการออกแบบรายละเอียดของตัวเครื่องในแต่ละชิ้น
ขั้นตอนนี้หินที่สุด ปวดหัวมาก เพราะโจทย์มันครอบจักรวาล
เครื่องนี้จะต้อง
- ราคาไม่แพง
- ทำงานได้ดี
- ทนทาน
- ปลอดภัย
- ดูแลรักษาง่าย
- ประกอบง่าย
- มีความรวดเร้วในการทำงานสูง
- ประหยัดเนื้อที่ (ขนาดเล็ก) เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ในไลน์การผลิต
- และ อื่นๆ อีกมากมาย
เอาล่ะสิครับ หัวฟูเลย คิดแล้วคิดอีก เพราะว่ามันต้องตอบโจทย์ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน คิดอยู่สองวัน งานไม่เดิน จนทนไม่ไหว ขอลาช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อกลับสถาบัน เตรง เตร่ง เตร๊ง (ลิเกไปมั้ยวะเนี่ย)

พอเจอทั่นอาจารย์ที่เคารพ (อ.ที่ปรึกษา) ก็เค้าไปคุยเพื่อขอคำชี้แนะ
ผมก็เล่าให้ท่านฟังว่าเราไปไม่ถูก ตัวแปรมันเยอะเกิน คิดพร้อมกันมันปวดหัว ไปไม่เป็นเลยครับทั่น
อาจารย์ท่านก็หัวเราะ แล้วก็ส่ายหัว (เราก็นึกในใจ สงสัยเราจะโง่มากเลยใช่มั้ยครับ ) แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ช้าๆ ว่า

' คุณรู้มั้ย ว่า textbook ที่คุณเรียนน่ะ ไอ้ที่มันหนาๆเป็นร้อยๆหน้าอ่ะนะ เวลาเค้าเขียนขึ้นมา เค้าเขียนยังไง '
ผมตอบทันควันด้วยความมั่นใจ ' ไม่ทราบครับ '
ท่านกล่าวต่อ (ประโยคอมตะสำหรับผมเลยครับ จะจำจนวันตาย)

' เวลาเค้าเขียนน่ะ เค้าเขียนทีละตัวอักษร ทีละตัว ทีละตัว จนเป็นคำ '
' จากคำ เป็นประโยค เป็นย่อหน้า เป็นหน้า หลายๆหน้า ก็เป็นเล่ม '
' คุณกำลังทำอะไรอยู่ เขียนทีละคำ หรือเขียนทีละเล่ม ?'

วาบ วาบ แปล๊บ แปล๊บ (เอ็ฟเฟ็กส์)
เหมือนมีแสงวาบๆ ในหัวทันที มันโล่งบอกไม่ถูก พูดแล้วน้ำตาซึม เรามีอาจารย์ดีอย่างนี้ เป็นบุญจริงๆ แล้วท่านก็กล่าวต่อว่า
' เราเป็นวิศวกรแล้วนะ วิศวกรที่ดี จะต้องไม่ทำอะไรที่ดูแล้ว ไม่ฉลาด เข้าใจมั้ย '
หลังจากนั้นมา ก็ลื่นเลยคับ คิดทีละเรื่อง อย่างอื่นช่างมัน ดูน็อตทีละตัว ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ แก้ไขปรับแต่งไปเรื่อยๆ ไม่เครียดแล้วคราวนี้รู้สึกสนุกมาก เครื่องเสร็จเรียบร้อย ทำงานได้ดี ไม่มีปัญหา

คิดว่าคำสอนของท่านอาจารย์ผมน่าจะมีประโยชน์กับหลายๆคน

เล่าสู่กันฟังครับ

กระผมเองมีจุดประสงค์ที่จะแบ่งปันประสบการณ์ผ่านพบมากับตัวเอง
แน่นอนว่า พื้นฐานของแต่ละคน เติบโตมาไม่เหมือนกัน
ผมเองนั้น ทำงานที่บริษัทใหญ่ๆมาแค่สองที่แรกเท่านั้นเองครับ ที่เหลือเป็นบริษัทขนาดกลาง ถึง เล็ก ด้วยซ้ำ
เพราะผมรู้ว่า บริษัทใหญ่ มันเงินเดือนน้อย โตยาก (จากที่กล่าวไปข้างบนแล้ว) ผมรู้สึกว่ามันช้าไม่ทันใจ เลยออกมาเข้าบริษัทเล็กๆดีกว่า

เริ่มตั้งแต่บริษัทที่สาม ที่ทำงานมา ถึงรู้ว่า บริษัทเล็กๆนั้น ส่วนมาก ไม่ค่อยมี HR หรอกครับ คนที่สัมภาษณ์เรา เป็นหัวหน้าเราโดยตรง ไม่ก็เจ้าของบริษัทเลย
ดังนั้น คนเหล่านี้จะไม่เหมือน HR ที่มานั่งดูว่าคุณเคยทำอะไรมา
แต่คนเหล่านี้จะถามซ้ำไป-ซ้ำมา ว่าคุณทำอะไรได้บ้างนับจากนี้เป็นต้นไป

ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ พร้อมกับสร้างความมั่นใจในเชิงบวกได้แล้ว
เงินเดือนที่เราเรียกร้อง ย่อมเป็นไปได้ ตรบเท่าที่ยังอยู่ในจุดคุ้มของบริษัท
ผมย้ำไว้ข้างบนสุด ละ หลายๆที ว่า ต้องพร้อมจริงๆ ถึงจะทำได้

ความพร้อมที่ว่านี้ หมายถึงความพร้อมที่จะรับทั้งผิด และ ชอบ
ต้องยอมรับงานที่หนัก กดดัน เหมือนขึ้นที่สูง และพร้อมยอมรับ ถ้าถูกไล่ออกเมื่อทำไม่ได้ ( แน่นอนว่า บริษัทใหญ่ๆ จะใช้ระบบเป็นตัวรับผิดชอบแทน คุณไม่ต้องมารับความเสี่ยงตรงนี้ ดังนั้น การอยู่บริษัทใหญ่ๆจะมั่นคงกว่า )

ใครก็ตามที่คิดจะเลียนแบบวิธีการของผม
ผมกลับคิดว่ามันเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่เค้า/เธอ ทำงานอยู่ ณ. ปัจจุบันนี้ซะอีก
เพราะนั่นหมายความว่า
เขา/เธอ เหล่านั้น จะไม่ทำงานแบบซังกะตายอีกต่อไป
หากแต่จะรีบทำงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้มีเวลาเหลือสำหรับการของานที่นอกเหนือหน้าที่ตนเองมาทำ เพื่อศึกษา
มันย่อมส่งผลให้ ประสิทธิถาพการทำงานของเขา/เธอ สูงขึ้น

ขณะเดียวกัน หลังเลิกงาน กลับไปที่บ้าน

แทนที่จะไปนั่งดูละคร หรืออะไรก็ตาม ที่มันไร้สาระ
กลับใช้เวลาที่ยังพอมี ก่อนนอน มานั่งศึกษา หาหาความรู้ใส่ตัว
เพื่อทำให้ตัวเองพร้อมมากที่สุด สำหรับตำแหน่ง - เงินเดือน ที่ต้องการ

ในที่ทำงาน

เมื่อเจอเจ้านาย/หัวหน้า/ลูกค้า/เพื่อนร่วมงาน งี่เง่า
เขา/เธอ จะไม่บ่น หรือ อารมย์เสียอีกต่อไป
หากแต่จะคิดทันทีว่า เมื่อใดที่เธอได้ทำงานใน ตำแหน่ง-เงินเดือน (ที่วางเป้าหมายไว้)
เขา/เธอ จะแก้ปัญหาเหล่านั้น ได้อย่างไร

เสต็ปถัดไป
เขา/เธอ เริ่มศึกษาหาโอกาสทันที โดยไม่ต้องรอให้ใครมาสั่ง
เริ่มมาดูโครงสร้างบริษัท
รายได้ รายจ่าย
รายชื่อลูกค้า
กำไรต่อปี
นโยบาย ภาพรวมตลาด

เมื่อ เขา/เธอ พร้อมแล้วที่จะท้าลองก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้น ความมั่นใจตรงนี้มาจากการทำการบ้านมาดี

ว่าแล้วก็เริ่มคิดแผนการณ์ อัพตัวเองทันที
บ้างก็วางแผนจะเสนอตัวเป็นหัวหน้าแผนกใหม่
บ้างก็เสนอให้บริษัทเจาะตลาดใหม่ๆ โดยให้ เขา/เธอ เป็นหัวหน้าทีมบุกเบิก
บ้างก็รอจังหวะงานเข้ามากๆ แล้วรีบเข้าไปเสนอตัว
บ้างก็เสนอตัวเข้าแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานานขององค์กร

เมื่อโอกาสมาถึง + ดวงสักเล็กน้อย ย่อมเป็นไปได้ครับ

ผมไม่เห็นมันจะเสียหายตรงไหน ที่จะเสี่ยง
ถึงแม้มันไม่ได้ตามที่ เขา/เธอ คาดหวัง
แต่อย่างน้อย มันก็ทำให้ เขา/เธอ พร้อมมากขึ้นในการยื่นข้อเสนอครั้งต่อไป

ในเมื่อคนเรามีเวลาจำกัด ทำงานไม่กี่ปีก็แก่
ผมเห็นว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์ เลยมาแบ่งปัน

หลายๆคนที่เข้ามาอ่าน อาจจะพร้อมมากกว่าผมก็ได้ แต่ไม่มีเส้นสาย หรือไม่กล้าเข้าไปคุย ผมก็แนะนำ
หรือบางคนทำงานไปแกนๆ งั้นๆ สิ้นปีก็มานั่งบ่น เงินเดือนน้อย โบนัสน้อย
ผมก็แนะนำ ให้แก้ปัญหาให้ตรงจุด




ถ้าละโว้ต้องขออภัยด้วยครับ :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: าาา๐ เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 07:09 น.
อ่านแล้วจี๊ดใจดีจรัง  :01:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 13:36 น.
สามปีเงินเดือนแสนนึง :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 18:19 น.
พี่อ๋าห์ เคยทำรูป เอาหมาไปปล่อยลงน้ำ แต่หาไม่เจอ
ไม่รู้แกโพสท์ไว้ไหน โคตรขำเลย :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 18:36 น.
เก่ง + ขยัน + ฉลาด  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 21:10 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 02:41 น.
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6555508/X6555508.html#25

เอาไปโพสต์ที่pantip ... ดูความเห็ฯที่ 25 เป็นต้นไป  :30:


ฮาหมาสไลด์เดอร์  คห.42    :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 10:38 น.
ฝนเทียมในหลวงป้องกันภัยพายุไซโคลนนาร์กีสให้แก่ไทย :46:
   
ฝนเทียมในหลวงป้องกันภัยพายุไซโคลนนาร์กีสให้แก่ไทย

ขออนุญาตนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเล่าสู่กันฟัง

เมื่อวันศุกร์ผมได้มีโอกาสได้เข้าค่ายที่ศูนย์ฝึกทหารของค่ายนเรศวร วันแรกที่เข้าไปกะบรรยากาศครึ้ม ๆ
ผมก็ว่า เอ... แปลกๆนะ ทำไมอากาศอบอ้าวเหมือนจะมีฝน แต่ก็คิดว่าคงเป็นไปตามสภาพอากาศ
พอไปถึงก็ทำกิจกรรมจนได้เข้าหอประชุมตอนดึกใกล้เวลานอนมากแล้ว

อาจารย์เอกราช ท่านได้มาพูดถึงเรื่องของฝนที่ตกนี้ว่า
'ก่อนหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านทรงให้คณะทำงานเกี่ยวกับฝนเทียม รีบทำฝนเทียม
เพื่อเป็นแนวกันลมพายุดีเปรสชั่น ซึ่งตอนนั้นยังไม่เกิดขึ้น แต่พระองค์ทรงเหมือนกับเทวดาองค์นึงที่ทราบเรื่องนี้ก่อน

ถามว่าตอนนั้นกรมอุตุรู้เรื่องนี้ไม๊ ... ไม่มีใครทราบว่าจะเกิดพายุที่ประเทศพม่าด้วยซ้ำ
พอคณะทำงานด้านฝนเทียมทำงานเสร็จ ด้วยความสำเร็จ... ผลงานที่พระองค์ได้ทำ ก็ก่อให้เกิดผล

เมื่อเกิดพายุอย่างที่พระองค์ตรัสไว้ที่พม่า และพายุนี้ก็ได้สร้างความเสียหาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศพม่า
จนทำให้เกิดความสูญเสียอันมหาศาลกับประเทศ ...

แต่สำหรับประเทศไทย แนวกำแพงฝนเทียมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงสร้างไว้ก็ทำให้เกิดฝนตกเพียงเล็กน้อย
ถ้าเทียบกับพายุที่จริงๆแล้วสามารถสร้างความเดือดร้อนกับประเทศได้มาก '
พอผมได้ทราบผมถึงกับอึ้งขนลูกซู่ กับ สิ่งที่พระองค์ได้ทำไว้ให้กับประเทศของเรา

ถึงแม้นจะเป็นเรื่องที่ดีที่ทราบเรื่องนี้ แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้ผมสะเทือนใจกับสิ่งที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้

วันที่ 2 ที่เข้าค่าย ครูฝึกได้เปิดวีซีดีเกี่ยวกับพระองค์ให้ดู ผมก็ดูไปเรื่อยๆจนถึงตอนนึงที่เค้าตัดเอาตอนที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนิน
เพื่อไปส่งเหล่ากษัตริย์จากต่างประเทศ คณะทูตที่มาเข้าเฝ้าในงานฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา

ภาพที่ทำให้ผมปวดจี๊ดขึ้นมาในหัวใจก็คือ ตอนที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินลงบันได (ขอโทษครับพอดีไม่ทราบว่าเขียนยังไง)
พระองค์เกือบหกล้มดีที่ทหารรักษาพระองค์ที่เดินนำหน้าคอยประคองพระองค์ไว้
พอพระองค์ทรงยืนได้ ก็ปัดมืออก

ผมไม่ทราบว่าพระองค์ตรัสตรงนั้นทันทีไม๊ หรือตรัสกับคนสนิทในภายหลัง ว่า

' ไม่ต้องมาพยุงเรา เราจะเดินให้คนทั่วโลกได้เห็นว่า เราเดินได้
ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าเราสามารถปกครองคน 64ล้านคนด้วยตัวของเราเองได้ '

ถึงตอนนี้แล้ว ...น้ำตาผมคลอเบ้า คนที่ดูกันก็สะอึ้นกันไปหลายคน ทุกๆคนในที่นั้นเงียบหมดกับคำพูดที่พระองค์ได้ตรัสไว้
ผมได้ยินเสียงกระซิบจากเพื่อนข้าง ๆ ว่า สงสารพระองค์ที่ต้องมาทรงงานอย่างหนัก ถึงแม้นจะอายุเยอะแล้ว
แต่พระองค์ก็ยังทรงรักและเป็นห่วงลูก ๆ หลานของพระองค์ ลูก ๆ หลาน ๆ ที่อยู่ใน
ประเทศนี้ ท่านทรงงานทุกอย่างเพื่อให้คนในประเทศได้สบาย เพื่อคนในประเทศได้อยู่ดีกินดี

อาจารย์ได้บอกกับพวกเราเมื่อวีซีดีจบว่า พระองค์เหมือนฝนที่ทำให้ประเทศร่มเย็น
เหมือนเทวดาที่ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปที่ไหนที่นั่นจะชุ่มฉ่ำ ที่ ๆ พระองค์
เสด็จพระราชดำเนินไปจะพบแต่ความสงบสุข มีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร

ท้ายสุดนี้ผมอยากจะบอกพระองค์หากแม้นมีใครผ่านมาอ่าน ถึงจะเป็นคำพูดที่อาจจะได้ยินมาบ่อย ๆ
แต่ผมก็ไม่สามารถจะคัดกรองคำพูดใดๆมาพูดได้อีกนอกจาก

'ขอพระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงประชา เป็นร่มโพธิทองของเหล่าปวงชนชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญตราบนานเท่านาน '

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ :46:

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: แน็ก เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 11:08 น.
 :21: :21: :21: :21: :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 11:08 น.
 :05: เห็นแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 11:11 น.
 :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 23:38 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 16 พ.ค. 2008, 13:37 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว -=28=- เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 02:41 น.
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6555508/X6555508.html#25

เอาไปโพสต์ที่pantip ... ดูความเห็ฯที่ 25 เป็นต้นไป  :30:

อ้างคำพูดจาก: กาปุก เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 18:19 น.
พี่อ๋าห์ เคยทำรูป เอาหมาไปปล่อยลงน้ำ แต่หาไม่เจอ
ไม่รู้แกโพสท์ไว้ไหน โคตรขำเลย :30:

อยู่นี่ครับ

http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,2759.msg873237.html#msg873237

:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 17 พ.ค. 2008, 15:17 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺบวบ [ย่าง๒๕] เมื่อ 15 พ.ค. 2008, 11:08 น.
:05: เห็นแล้ว
ยังไม่เคยเห็นๆ บวกให้ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 28 พ.ค. 2008, 19:23 น.
หญิงที่เต้านมสวยที่สุด
คุณเจียง เซี่ยวหัว เป็นตำรวจสตรี ที่กำลังเมีลูกทารกของตัวเอง วันนั้น เขาทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสพภัยแผ่นดินไหวอยู่ มีเด็กทารกเล็กมากที่ต้องการนม เพราะว่าอดนมมาหลายชั่วโมงแล้ว แม่อยู่ใหนก็ไม่รู้ เป็นตายร้ายดีก็ไม่รู้ คุณเซี่ยวหัว ได้ยินดังนั้น ก็ไม่มีการรีรอใด ๆ ปลดกระดุมตัวเองป้อนนมจากเต้าของตัวเองให้เด็กทารกทานทันที รวมทั้งป้อนเด็กทารกจากที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวไปสี่คนด้วยกัน จึงทำให้เธอได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้มีเต้านมที่งามที่สุดในประเทศจีน    เครดิต ท่าน Admin www.lovemaesai.com (http://www.lovemaesai.com) ครับ
(http://img2.f0nt.com/28/b11b25f9fa8eea41f9017220b995f708.jpg)
:52:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 28 พ.ค. 2008, 19:29 น.
น้ำตาไหลเลย  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 29 พ.ค. 2008, 11:57 น.
 เหตุการณ์สร้างชีโร่  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 29 พ.ค. 2008, 11:58 น.
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 29 พ.ค. 2008, 11:57 น.
เหตุการณ์สร้างชีโร่  :12:

ฮีโร่ไม่ใช่เหรอครับ  :09:

:05: เลือดของความเป็นแม่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 29 พ.ค. 2008, 15:44 น.


ก็ ชี เป็นผู้หญิงไงคะ  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 29 พ.ค. 2008, 15:49 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori*ผ่า เมื่อ 29 พ.ค. 2008, 15:44 น.

ก็ ชี เป็นผู้หญิงไงคะ  :27:
:21: ถูกต้องครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บัวริมบึง เมื่อ 15 มิ.ย. 2008, 22:36 น.
คือหัตถาครองพิภพ จบสากล :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 11:48 น.
 เพิ่งจะได้รับมาจากเพื่อนคนนึงครับ

คำเตือน ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

อ้างอิง10 ทะลึ่งคลายเครียด

1. เซ็กส์ คือ คณิตศาสตร์: เอา 2 เรือนร่างบวกกัน
ลบออกด้วยเสื้อผ้าหารด้วยท่อนขาแล้วคูณ ( ด้วยอะไรก็ไม่บอก) !!!

2. เด็กหญิง : "แม่คะ หนูรู้แล้วว่า จู๋ของเด็กข้างบ้านน่ะเหมือนเมล็ดถั่วเลย"
แม่ : "หนูหมายถึงว่า มันเล็ก ใช่มั๊ยจ๊ะ"
เด็กหญิง : "ไม่ค่ะแม่
มันเค็ม !!!"

3. คู่แต่งงานใหม่ๆ มักมีความสุขกับทุกสิ่ง (whole thing)
เขามีความสุขกับรู(hole) และ เธอมีความสุขกับสิ่ง ( thing)

4. สถิติล่าสุด... ผู้ชายทำอะไรหลังมีเพศ สัมพันธ์ ?
2% กิน , 3% สูบบุหรี่ , 4% อาบน้ำ , 5% หลับ , 86%
ลุกขึ้นแต่งตัวและกลับบ้านไปหาเมียหลวง

5. " จูบ " คืออะไร?
คือ การเตรียมตัวของช่วงบนเพื่อเตรียมการรุกรานของช่วงล่าง
ซึ่งก่อให้เกิดการแทงทะลุและการเร่งเร้า
ซึ่งก่อกำเนิดทายาทรุ่นต่อไป

6. ในรถไฟฟ้า ผู้ชายคนหนึ่งกำลังอุ้มเด็กทารก 3 คน
ผู้หญิงที่นั่งข้างถามว่า "นั่นลูกคุณเหรอ ?"
ผู้ชายตอบว่า "ไม่ใช่
ผมทำงานที่บริษัทผลิตถุงยางอนามัย
และเด็กทารกพวกนี้คือคำร้องเรียน"

7. ห้าคำโกหกยอดฮิตของสุภาพสตรี
5.) ฉันเป็นสาวบริสุทธิ์
4.) โอว์ มัน...ใหญ่จัง
3.) ฉันทำอย่างนั้นกับเพื่อนสนิทไม่ได้หรอก
2.) ฉันจะไม่เพิ่มน้ำหนักหลังจากแต่งงาน
1.) โอว์ จวนแล้ว...จวนแล้ว...

8. ทำไมจู๋ถึงดีกว่าบัตรเครดิต ?
1.) หลังจากใช้ไปแล้ว มันรีชารจ์ได้ด้วยตัวมันเอง
2.) มันเป็นที่ยอมรับทั่วโลก
3.) ภรรยาคุณสามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่เธอต้องการ

9. ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปหาหญิงสาวในบาร์ แล้วพูดว่า
"คุณอยากเล่นกลมั๊ย" เธอถามว่า "อะไรเหรอ"
เขาเสนอ "ไปที่บ้านผม ติ๋วติ้วกัน แล้วคุณก็หายตัวไป!!!"

10. อะไรที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า "ประจำเดือน" ของผู้หญิงมากที่สุด?


ตอบ... "เงินเดือน" เพราะมันมาเดือนละครั้ง อยู่ครั้งละ 4-5 วัน

ถ้าเดือนไหนมันไม่มา... คุณเริ่มมีปัญหา XxXอิ อิ อิ
5555
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 12:10 น.
ไปที่เจอมาตลกดีเหมาะกว่ามั้งครับพี่ชาย  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 24 มิ.ย. 2008, 13:22 น.
ตลกดี  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 13:56 น.
(http://img2.f0nt.com/28/2fe4ef8821ed8147eb77dd47f3c8b322.jpg)

(http://img2.f0nt.com/28/f497654804989c39878ff4b9bb97fba2.jpg)

(http://img2.f0nt.com/28/61ae2dd26307b5d8922a961c911fd62f.jpg)

(http://img2.f0nt.com/28/7f1130f8997ed65ea82eb24fea235f46.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 13:59 น.


:21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 14:01 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 15:33 น.
 :21:




ทำไมไม่วาดสัตว์อื่นก็ไม่รู้นะ -*-"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 17:16 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 28 มิ.ย. 2008, 13:59 น.

:21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 17:36 น.
 :21: :21: :21: ให้สามอันเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:29 น.
ไม่เคยเห็น
แต่นึกถึงแฟนตัวเอง  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:50 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:29 น.
ไม่เคยเห็น
แต่นึกถึงแฟนตัวเอง  :08:
คงเป็นกันหลายคนครับหมอ :47:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:51 น.
ใช่ครับหมอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:52 น.
เค้าเป็นแบบนี้กันเหรอ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:53 น.
บางโอกาส บางเวลา  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:53 น.
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:52 น.
เค้าเป็นแบบนี้กันเหรอ  :31:
ไม่มีโอกาสอะดิ :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:54 น.
ถึงมีก็ไม่เคยเป็นอ่ะ  :48:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 11:03 น.
 เข้าไปเช็คอีเมล์ และก็พบ FWD. e-mail ฉบับหนึ่ง มีใจความว่า

 


        กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว.....
        อาเธอร์ถูกจับและจะประหารชีวิต
        แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ
        ถ้าหากเขาสามารถตอบ
        ปัญหาแสนยากข้อหนึ่ง ได้ถูกต้อง

        อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้
        เขาก็จะถูกประหาร 'คำถามนั้นคือ ....
        สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร ?'

        ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง
        เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและ
        เริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน
        แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้
        คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่
        ซึ่งน่าจะเป็นผ! ู้เดียวที่จะรู้คำตอบ
        แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง

        แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง
        อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น


        แม่มดตกลงจะให้คำตอบแต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน
        นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน
        อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของ
        เหล่าอัศวินโต๊ะกลม
        และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์

        อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ
        เพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็น
        มีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วม
        ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ
        เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน

        ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงาน
        เพื่อชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม

        และยายแม่มดก็ให้ค ำตอบต่อคำถามของอาเ! ธอร์
        'สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป ็นตัวของตัวเอง'
        ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่
        และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน
        และก็เป็นเช่นนั้นจริง


        แต่ทว่า........งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ
        กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติทั้งสุภาพอ่อนน้อม
        ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช

        ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตด
        ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด และ
        แล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง

        กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยองเขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์
        ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!!
        หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่
        เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้า
        กาเวนงุนงง ???? สาวแสนสวยเฉลยว่า

        เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน (เมื่อยามเป็นแม่! มด)
        ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่า
        รังเกียจส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้

        กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?

        เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!! กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง
        หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง
        แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง เป็นยายแม่มด?

        หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน
        แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??
        เป็นคุณหล่ะ
        คุณจะเลือกอย่างไร ???
        (กรุณาหยุดคิดสักนิดเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ค่อย scroll ลงไปอ่านนะ )





























        เอาละ..


        เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว!
        อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่
        ข้า งล่างนี้ กาเวนตอบว่า
        'เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง'
        เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอ
        จึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา
        เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง
        นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า...

        1. ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด ลึกๆ ข้างในเธอก็คือ แม่มด
        2. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มด หรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่
        นั้นขึ้นอยู่กับ ความประพฤติของผู้ชาย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 12:49 น.
 :21: แต่ก็ชอบนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 13:14 น.
อ้างคำพูดจาก: ฺบวบ [๒๕ บริบูรณ์] เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 12:49 น.
:21: แต่ก็ชอบนะ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 13:14 น.
 :21: แต่ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 13:20 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 29 มิ.ย. 2008, 18:29 น.
ไม่เคยเห็น
แต่นึกถึงแฟนตัวเอง  :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 07 ก.ค. 2008, 13:21 น.
ร้ายก็รักครับ :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 14 ก.ค. 2008, 11:33 น.






มุมมองต่างชาติกับการทำงานแบบไทย

บ้านเราเดี๋ยวนี้มีคนต่างชาติเข้ามาทำงานหลายพันชีวิต พอฝรั่งกับไทยมาเจอกัน ความอลเวงก็เลยเกิดขึ้น เพราะนอกจากภาษาและความเคยชินจะต่างกันชนิดฟ้ากับเหวแล้ว นิสัยการทำงานก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย ฝรั่งจะนินทาคนไทยว่ายังไรบ้าง  มาแอบฟังกันดีกว่า....
เราคว้าตัวฝรั่งมาทั้งหมด 12 คน ซึ่งแต่ละคนโชกโชนกับการทำงานในแวดวงคนไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี เมื่อถามว่าพวกเค้ามีความเห็นอย่างไรกับการทำงานแบบไทยๆ เราก็ได้คำตอบว่า:

1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าฝรั่งเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมืออย่างเต็มที่หรือไม่ก็ถึงกับถูกต่อต้ านก็มี

- เจฟฟรีย์ บาร์น

2. การโต้แย้ง
เมื่อมีการเจรจา คนไทยจะไม่กล้าโต้แย้งทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียเปรียบ ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกม บางคนบอกว่ามีนิสัยอย่างนี้เรียกว่า "ขี้เกรงใจ" แต่สำหรับฝรั่งแล้ว นิสัยนี้จะทำให้คนไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

- ทานากะ โรบิน (จูเนียร์) ฟูจฮาระ

3. ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด
เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยคือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมาทั้งๆ ที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่ไม่แพ้ฝรั่งเลย แต่มักจะเก็บความสามารถไว้ ไม่บอกออกมาให้เจ้านนายได้รู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้วเลยไม่บอกเพราะเห็นว่าไม่ถามอะไร ทำให้ทำงานกันไปคนละเป้าหมาย หรือทำงานไม่สำเร็จ เพราะคนที่รับคำสั่งไม่รู้ว่าถูกสั่งให้ทำอะไร

- ไมเคิล วิดฟิล์ค

4. ความรับผิดชอบ
1. ฝรั่งมองว่าคนไทยเรามักทำไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า ทั้งๆทีงานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดยิ่งงานไหนให้เวลาในการทำงานนานก็จะยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานออกมาแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ ควร
2. ไม่ค่อยยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าให้เซ็นชื่อรับผิดชอบงานที่ทำคนไทยจะกลัวขึ้นมาทันที เหมือนกับกลัวจะทำไม่ได้ หรือกลัวจะถูกหลอก

- สเตฟานี จอห์นสัน

5. วิธีแก้ไขปัญหา
คนไทยไม่ค่อยมีแผนการรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า หลายคั้งที่ฝรั่งพบว่าคนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรต้องรอให้เจ้านายสั่งลงมาก่อนแล้วค่อยทำตามถ้านายเจ้านายไม่อยู่ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด

- ดร.มาเรีย โรเซนเบิร์ก

6. บอกแต่ข่าวดี
คนไทยมีความเคยชินในการแจ้งข่าวที่แปลกมาก คือ
1. จะไม่กล้าบอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งบานปลายไปเกินแก้ไขได้จึงค่อยเข้ามาปรึกษา
2. จะเลือกบอกแต่สิ่งที่คิดว่าเจ้านายจะชอบ เช่น บอกแต่ข่าวดีๆ แทนที่จะเล่าไปตามความจริงหรือถ้าหากเจ้านายถามว่า จะทำงานเสร็จทันเวลาๆหม ก็จะบอกว่าทัน (เพราะรู้ว่านายอยากได้ยินแบบนี้) แต่ก็ไม่เคยทำทันตามเวลาที่รับปากเลย

- โจนาธาน ธอมพ์สัน

7. คำว่า "ไม่เป็นไร"
เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยทุกคน ทำให้เวลามีปัญหา ก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ และจะไม่ค่อยหาตัวคนทำผิดด้วยเพราะเกรงใจกัน แต่จะใช้คำว่า "ไม่เป็นไร" มาแก้ปัญญหาแทน

- เจนิส อิกนาโรห์

8. ทักษะในการทำงาน
1. ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ถ้าทำงานเป็นทีมมักมีปัญหาเรื่องการกินแรงกันบางคนขยันแต่บางคนไม่ทำอะไรเลย บางทีก็มีการขัดแย้งกันเองในทีม หรือเกี่ยงงานกันจนผลงานไม่คืบหน้า
2. ไม่ค่อยมีทักษะในการทำงาน แม้จะผ่านการศึกษาในระดับสูงมาแล้ว และไม่ค่อยใช้ความพยายามอย่างเต็มทีเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด
3. พนักงานชาวไทยที่รู้จัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องร าวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าไรนัก แล้ไม่ค่อยชอบหาความรู้เพิ่มเติมแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานก็ตาม

- เดวิด กิลเบิร์ก

9. ความซื่อสัตย์
พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มาสาย ขาดงานโดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน

- เฮเบิร์ก โอ ลิสส์

10. ระบบพวกพ้อง
คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อข้าวของภายในสำนักงาน พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆ มาก่อนโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา การให้ความช่วยเหลือเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่แย่มาก และเมื่อพบว่าเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้อง และทำให้ไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง

- มาร์ค โอเนล ฮิวจ์

11. แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว
คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร
1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน
3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที
4. ไม่ยอมรับความผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ
5. ต้องการเงินมากขึ้นแต่กลับไม ่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย

- วิลเลี่ยม แมคคินสัน

12. นับถือระบบอาวุโส
คนไทยให้เกียรติคนที่อายุมากกว่ามากเกินไป จนไม่กล้าทำอะไรที่เรียกว่าเป็นการข้ามหน้าข้ามตา บางครั้งคนที่อายุน้อยกว่าอาจจะมีความคิดความสามารถมากกว่า แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกเพราะเกรงใจคนที่อายุมาก เป็นการทำลายโอกาสของตัวเอง และโอกาสของบริษัท



จริงบ้างไม่จริงบ้าง ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ก็ว่ากันไป


ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โต เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 14:12 น.
 :12:









แต่  :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 15:02 น.
เจอกับตัวเองหลายข้อเลยแฮะ :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 16 ก.ค. 2008, 22:22 น.
ไอ่เรื่องเซ็นรับรองนี่ผมก็ไม่อยากเซ็น

กลัวเสร็จไม่ทัน รับผิดชอบไม่ไหว  :35:


\\แก้คำสะกดผิด
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: พบกัน เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 13:21 น.
อันล่าสุดนี่เคยอ่าน  :08:


กระจู๋ดีจริงๆครับ  :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 13:24 น.
 น้องที่สนิทกันส่งมาให้ครับ

40 ข้อคิดสะกิดความรัก



          ความรักมีความลับเป็นของตัวเอง จะเข้าใจก็เมื่อพบเจอ แม้จะมีแง่มุมซับซ้อนและไม่อาจคาดเดา แต่คนจำนวนมากก็ไม่เคยครั่นคร้าม และเดินหน้าเข้าหาความรักอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะได้รู้จักความรักและความสัมพันธ์ให้มากยิ่งขึ้น ลองอ่าน 40 ข้อคิดสะกิดใจต่อไปนี้ดู

         1. อารมณ์หึงเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง แต่อารมณ์หึงของผู้หญิงจะซับซ้อนกว่า


         2. ผู้ชายร้อยละ 90 ชอบผู้หญิงสวย น่ารัก แต่ผู้ชายร้อยละ 100 อยากอยู่กับผู้หญิงฉลาดและเฉลียว


         3. คนที่มีแฟนขี้หึงขั้นรุนแรงมีเพียง 0.000001% เท่านั้นที่ชอบ นอกนั้นรู้สึกว่าอึดอัด 


         4. ไม่เคยมีคู่ไหนไม่ต้องใช้ความอดทนในการรัก เพียงแต่จะเป็นการอดทนในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง


         5. คนที่มีกิ๊ก คือคนที่ไม่ศรัทธาในความรัก


         6. อย่ากลัวการอกหัก เพราะไม่เคยมีใครตายจากโรคอกหัก มีแต่ความอ่อนแอเท่านั้นที่ทำให้ฆ่าตัวตาย


         7. ความรักมักไม่เกิดตอนที่เฝ้ารอ แต่เมื่อปล่อยตามสบาย ความรักมักจะโผล่มาทำเซอร์ไพรส์ให้หัวใจเต้นแรงเสมอๆ


         8. ถึงจะไว้ใจเพื่อนแค่ไหน ก็อย่าให้เพื่อนกับแฟนของเราสนิทกันเกินไปเพราะรักแท้อาจแพ้ความใกล้ชิด


         9. ถ้าเรารู้สึกอายเวลาเดินเคียงข้างแฟนที่ขี้เหร่ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้รักเขาจริง


         10. อย่าบ่นให้ใครฟังว่าแฟนไม่เคยทำตัวดีขึ้นเลย เพราะจะโดนย้อนว่า "แล้วจะโง่ทนคบอยู่ทำไม"


         11. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่ขี้หึงขั้นรุนแรง อย่าได้เลือกคบผู้ชายที่หน้าตาและมนุษยสัมพันธ์ดีเด็ดขาด


         12. การที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่ จนเหลียวหลัง ไม่ได้หมายความว่าเค้าต้องการแฟนที่เป็นแบบนั้น


         13. ผู้ชายที่ไว้ใจได้ ว่าไม่มีวันจะนอกใจแฟนหรือภรรยา มีเพียงแต่ผู้ชายที่อยู่ในโลงเท่านั้น ควรจำให้ขึ้นใจ


         14. พยายามทำตัวให้ดีและมีคุณค่า มากกว่าเป็นเพียงผู้หญิงที่ถูกแฟนทิ้งไป แล้วสักวันแฟนเราจะกลับมาเอง


         15. อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องแฟนเก่ามาพูดเสียๆ หายๆ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป


         16. ผู้ชายที่รักสัตว์  รักเสียงเพลง  รักครอบครัว น่าคบมากกว่าผู้ชายที่รักตัวเองซะอีก


         17. อายุที่มากขึ้นอาจทำให้ต้องลดสเปกชายในฝันลง แต่ข้อที่ไม่ควรลดเด็ดขาดก็คือ ความดีและความจริงใจ


         18. ผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ดูน่ารังเกียจกว่าผู้หญิงที่ชอบปอกลอกผู้ชายหลายเท่า


         19. มนุษย์ผู้ชายมีน้อยกว่ามนุษย์ผู้หญิง ผู้ชายที่ดีและเป็นโสดก็มีน้อยกว่าผู้ชายที่เลวและมีเจ้าของแล้วด้วย


         20. อย่ารักผู้ชายที่ทั้งขี้เหร่ ขี้เกียจ และขี้เมา เพราะจะต้องรู้สึกตกนรกไปตลอดชีวิต


         21. คู่รักที่เดินกอดจูบกันต่อหน้าชุมชน มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่จะถูกประณามและถูกดูถูกอย่างรุนแรง


         22. เซ็กส์ไม่สามารถผูกมัดให้คู่รักอยู่ด้วยกันไปตลอด ความผูกพันต่างหากที่จะดึงรั้งกันไว้ได้


         23. อายุไม่ใช่อุปสรรคของความรัก  ถ้าความคิดและความรู้สึกตรงกัน ความมั่นคงก็เกิดขึ้นได้


         24. ในชีวิตรักจริงๆ ไม่ต้องเป็นนางเอกที่แสนดีตลอดเวลา บางทีต้องมีการใช้ไหวพริบในการแย่งชิงบ้าง


         25. คนสวยหรือคนหล่อสามารถอกหักได้เหมือนกัน ถ้าทำตัวไม่ดีหรือมีเวลาให้กับความรักไม่พอ


         26. ถึงจะได้ยินว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกวิ่งหาความรักมากกว่าจะอยู่เป็นโสด


         27. เรื่องที่แฟนไม่ยอมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรก มักเป็นเรื่องที่เรารู้เมื่อไหร่ ก็ต้องควันออกหูทันที


         28. ถ้าชื่นชมในตัวแฟน 100%  ควรบอกเขาแค่ 70%


         29. ถึงผู้ชายจะบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า แต่ผู้ชายก็ไม่ชอบคนที่หน้ามันหรือซีดตลอด


         30. ผู้ชายมักจะชอบติรูปร่างของแฟนหรือคนโน้นคนนี้ โดยลืมดูรูปร่างตัวเองว่าแย่ขนาดไหนเสมอ


         31. คนต่างชาติต่างภาษาสามารถรักกันได้ เพราะภาษาหัวใจเป็นภาษาสากลที่ไม่ต้องการคำแปล


         32. ผู้ชายต้องใช้สมองและทักษะมากขึ้นในช่วงที่มีความรัก เพราะผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ


         33. ผู้ชายชอบเป็นฝ่ายไล่ล่ามากกว่าจะเป็นฝ่ายถูกล่า ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่เขาพยายามจะหนีเมื่อถูกตามตื๊อ


         34. ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย ปัญหาขัดแย้งจึงมักจะเกิดจากเหตุนี้แหละ


         35. รักแรกพบสามารถเกิดได้แค่ 10%  นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิดและการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง


         36. คนที่เรารักกับคนที่รักเราอาจไม่ใช่คนเดียวกัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราบังคับหัวใจกันไม่ได้จริงๆ


         37. ทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อมีความรัก และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีก หลังจากอกหัก


        38. มือที่สามสามารถเดินเข้ามาในชีวิตเราได้ตลอดเวลา ในความไว้ใจจึงควรมีความระวังรวมอยู่ด้วย


         39. อย่ารีบมีแฟนหลังจากอกหัก เพราะเราจะแยกแยะไม่ออกว่านั่นเป็นความรัก การประชด หรือการฆ่าเวลา


         40. คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือคุยกันตลอดทาง แค่รู้สึกว่ามีกันและกันก็เพียงพอ

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 13:25 น.
อืม  :47:

แต่เอาเหอะ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 13:34 น.
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 13:25 น.
อืม  :47:

แต่เอาเหอะ  :25:
เข้าข่ายข้อไหนบ้างหละครับ  :35:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 13:40 น.
ข้อละโว้ครับ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 13:41 น.
34. ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น
แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย
ปัญหาขัดแย้งจึงมักจะเกิดจากเหตุนี้แหละ

:56:




ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 16:12 น.
ข้อ 39-40 :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 16:27 น.
  35. รักแรกพบสามารถเกิดได้แค่ 10%  นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิดและการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง

โอ้ว ... ผมเป็น 10%  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 18 ก.ค. 2008, 20:24 น.
 3. คนที่มีแฟนขี้หึงขั้นรุนแรงมีเพียง 0.000001% เท่านั้นที่ชอบ นอกนั้นรู้สึกว่าอึดอัด 


ข้อนี้  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 23 ก.ค. 2008, 01:33 น.
15. อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องแฟนเก่ามาพูดเสียๆ หายๆ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป

ข้อนี้โดน  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 23 ก.ค. 2008, 01:37 น.
ที่แกเอาเรื่องแฟนเก่าที่เป็นผู้ชายมาพูดเสียๆ หายๆ อ่ะนะ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 23 ก.ค. 2008, 01:50 น.
 :49: บ้า
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 ก.ค. 2008, 03:51 น.
คบไม่ได้ๆ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 26 ก.ค. 2008, 07:55 น.
อ้างอิง...มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง อาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ทุกๆเช้าภรรยาจะแอบมองดูเพื่อนบ้านจากหน้าต่างชั้นบนบ้านและวิ่งกลับมา รายงานให้สามีฟัง

"เพื่อนบ้านเรานี่ ซักผ้าไม่เป็นเลย เสื้อผ้าสกปรกเหลือเกิน ไม่รู้เขาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือใช้วิธีซักอย่างไร?"
สามีก็ตอบว่า "อย่าไปสนใจคนอื่นเขาเลย เราซักผ้าของเราให้สะอาดก็แล้วกัน"

แต่ภรรยาก็ยังไปแอบดูเพื่อนบ้านอยู่ทุกเช้า จากหน้าต่างข้างบนบ้าน และวิ่งกลับมารายงานสามีทุกเช้า "เสื้อผ้าของเขาสกปรกอีกแล้ว..."

ต่อมาวันหนึ่ง ภรรยาวิ่งลงมารายงานสามี ด้วยความแปลกประหลาดใจ

"ไม่ เข้าใจจริงๆ ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น เสื้อผ้าของเขาขาวสะอาดอยากจะรู้เหลือเกินว่า เขาเปลี่ยนใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไรหรือทำอย่างไร..."

สามีหัวเราะ และกล่าวว่า... "นี่ฉันรำคาญเธอเหลือเกิน เมื่อเช้านี้ฉันตื่นแต่เช้ามืด และไปเช็ดกระจกหน้าต่างให้ใสสะอาด ก่อนหน้านี้กระจกมันสกปรก เธอมองออกไปก็เห็นแต่ความสกปรก..."

มนุษย์เราชอบมองคนอื่น โดยผ่านจิตใจของเราออกไป เมื่อจิตใจของเราสะอาด เราก็จะเห็นแต่ความดีงามรอบๆ ตัว แต่ถ้าจิตใจของเราสกปรกเราก็จะเห็นแต่ความสกปรกรอบตัว

การที่เรา เห็นแต่ความเลวรอบๆตัวเรา เราต้องเข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้ว...สิ่งที่เราเห็นมันเกิดขึ้นในจิตใจของเรา และเราจะต้องหาทางฝึกจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์


ถ้าเราเห็นแต่สิ่งที่เลว... จิตใจก็ไม่สงบ เราก็จะกลุ้มอกกลุ้มใจ มีความทุกข์
แต่ถ้าเราหัดมองในแง่ดี...เราก็จะคิดแต่สิ่งที่ดีจิตใจก็เบิกบานและมีความสุข.

โว้หรือเปล่าไม่รู้
แต่ได้มาจากกระทู้ด่าพี่นัทค่ะ :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Marnnoy เมื่อ 18 ส.ค. 2008, 19:20 น.
82. คนที่กล้าบอกรักผู้หญิงตั้งแต่รู้จักกัน 3 วันแรก เป็นคนที่ควรอยู่ให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Marnnoy เมื่อ 18 ส.ค. 2008, 19:26 น.
1. ความรักต่างจากความใคร่ เราความรักหวังความผูกพันทางใจ แต่ความใคร่หวังความผูกพันทางกาย
2. ผู้ชายชอบเป็นฝ่ายไล่ล่า มากกว่าจะเป็นฝ่ายถูกล่า ฉะนั้นจีงไม่แปลกที่จะพยายามหนีเมื่อถูกตามตื้อ
3. รักแรกพบสามารถเกิดได้ 10 % นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิด และการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง
4. ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย
5. เคยมีคู่ไหนไม่ต้องใช้ความอดทนในการรัก เพียงแต่จะเป็นการอดทนในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง
6. คนที่เรารักกับคนที่รักเราอาจไม่ใช่คนเดียวกัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราบังคับหัวใจกันไม่ได้จริง ๆ
7. ทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อได้มีความรัก และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกหลังจากการอกหัก
8. ความรักเป็นได้ทั้งสิ่งที่ช่วยสร้างพลังให้กับชีวิต และก็สามารถเป็นสิ่งที่ทำลายชีวิตได้เหมือนกัน
9. มือที่สามสามารถเดินเข้ามาในชีวิตรักของเราได้ตลอดเวลา ในความไว้ใจจึงควรมีความระวังอยู่ด้วย
10. การที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่ จนเหลียวหลัง ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องการแฟนที่เป็นแบบนั้น
11. อารมณ์หึงสามาระเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง แต่อารมณ์หึงของผู้หญิงจะซับซ้อนน่ากลัวกว่า
12. อย่ารีบมีแฟนทันทีหลังจากอกหัก เพราะเราจะแยกไม่ออกว่านั่นเป็นรักหรือเป็นการฆ่าเวลา
13. ถ้าอีกฝ่ายหมดรักเราแล้ว ต่อให้พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเท่าไหร่ เขาก็ยังเห็นเป็นคนเก่าอยู่ดี
14. หากไม่อยากให้ความรักกลายเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝัน ควรจะรักคนที่ไม่แตกต่างจากเรามากเกินไป
15. อย่ากลัวการอกหัก เพราะไม่เคยมีใครตายจากโลกอกหัก มีแต่ความอ่อนแอเท่านั้นที่ทำให้ฆ่าตัวตาย
16. ความรักมักไม่เกิดตอนที่เฝ้ารอ แต่เมื่อปล่อยตัวตามสบาย ความรักมักจะมาทำเซอร์ไพส์ให้หัวใจ
17. ผู้ชายร้อยละ 90 ชอบผู้หญิงสวย น่ารัก แต่ผู้ชายร้อยละ 100 อยากอยู่กับผู้หญิงที่ฉลาดและเฉลียว
18. ถ้าเรารู้กระดากอายเวลาเดินเคียงข้างแฟนที่เหร่ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้รักเขาด้วยใจจริง
19. ความพร้อมในการมีความรักของแต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่รักอิสระมาก ๆ อาจพร้อมตอนอายุ 70 ก็ได้
20. ผู้หญิงอาจดูไม่ดีถ้าไปจีบผู้ชายก่อน แต่ไม่ใช่เรื่องเสียหายถ้าจะทอดสะพานให้อย่างมีชั้นเชิง
21. คนที่มีกิ๊กนอกเหนือจากแฟนตัวจริง คือคนที่ไม่ศรัทธาในความรักและมีปมด้อยทางจิตอยู่ลึก ๆ
22. ผู้หญิงหน้าตาดีมีโอกาสรักผู้ชายขี้เหร่ มากกว่าผู้ชายหน้าตาดีจะรักผู้หญิงขี้เหร่ถึงร้อยละ 50
23. ควรระวังคนที่ตกหลุดรักง่ายและทุ่มเทรุนแรงเข้าไว้ เพราะเขาอาจจะเบื่อหน่ายเราเร็วกว่าคนทั่วไป
24. ผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ดูน่ารังเกียจกว่าผู้หญิงที่ชอบปอกลอกเฒ่าหัวงูหลายเท่า
25. อย่าตามใจแฟนที่ชอบงอนโดยไม่มีเหตุผล เพราะอาจกลายเป็นคนน่าสมเพชในสายตาคนอื่น
26. คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือคุยกันตลอดทาง แค่มีความรู้สึกว่ามีกันและกันก็เพียงพอ
27. แฟนที่ชอบทำตัวงี่เง่า ไร้มารยาท เปรียบเสมือนขยะที่กลุ่มเพื่อนไม่อยากให้เอาติดมาด้วย
28. การกระทำที่แสดงออกถึงความรัก ลึกซึ้งน่าจดจำมากกว่าการแสดงออกเป็นคำพูดซะอีก
29. ไม่มีใครอิจฉาคู่รักประเภท 3 วันดี 4 วันเลิก เพราะดูเป็นความรักที่เหน็ดเหนื่อยน่ารำคาญ
30. ถ้ายังมีอคติกับความรักรุนแรงอยู่ อย่าให้ใครเข้ามาในหัวใจเลย เพราะเขาจะน่าสงสารมาก
31. คนไม่สวยก็มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ ถ้ามีมนุษย์สัมพันธ์ดีและรู้จักแต่งตัวตามกาลเทศะ
32. คนที่เข้าสังคมมากมีโอกาสมีแฟนเท่ากับคนเข้าสังคมน้อย ขึ้นอยู่กับว่าเจอคนที่ใช่หรือเปล่าเท่านั้น
33. อายุที่มากขึ้นอาจต้องลดสเปกชายในฝันลง แต่ข้อที่ไม่ควรลดเด็ดขาดคือความดีและความจริงใจ
34. เชื่อเถอะว่า คู่รักที่ใคร ๆ เห็นว่าแตกต่างกันมากแต่คบกันได้ยืนยาวจะต้องมีบางสิ่งที่เหมือนกัน
35. ถ้าคิดจะเอาชนะคนที่คบด้วย ขอให้เป็นการเอาชนะว่าใครสามารถรักได้มากกว่ากันจะดีที่สุด
36. ผู้ชายที่รักสัตว์ รักเสียงเพลง รักครอบครัว น่าคบมากกว่าผู้ชายที่รักแต่ตัวเองเป็นร้อย ๆ เท่า
37. อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องของแฟนเก่ามาพูดจนเสียหายเละเทะ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป
38. ความซื่อกับความโง่มีเส้นแบ่งบาง ๆ เท่านั้น คนที่มีความรักแบบขาดสติมักแยกมันไม่ออก
39. อย่าหวังเป็นวีรสตรีปราบหนุ่มคาสโนว่า เพราะถ้าไม่แน่จริงมีโอกาสนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าได้เสมอ
40. ถ้าเราไม่ใช่คนเพอร์เฟ็กต์ ก็อย่าเรียกร้องความเพอร์เฟ็กต์จากอีกฝ่ายเพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย
41. อย่าบ่นให้ใครฟังว่าแฟนไม่เคยทำตัวดีขึ้นเลย เพราะจะโดนย้อนว่า "แล้วจะโง่ทนคบอยู่ทำไม"
42. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนขี้หึงขั้นรุนแรง อย่าได้เลือกคบผู้ชายหน้าตาดีและมนุษย์สัมพันธ์ดีเป็นอันขาด
43. คนที่แฟนขี้หึงขั้นรุนแรง มีเพียง 0.00001 % เท่านั้นที่ชอบนอกนั้นรู้สึกยิ่งกว่าอึดอัด
44. ผู้ชายที่ไว้ใจได้ว่าจะไม่นอกใจแฟนหรือภรรยา มีแต่ผู้ขายที่อยู่ในโลงเท่านั้น ควรจำให้ขึ้นใจ
45. พยายามทำตัวให้ดีและมีคุณค่ามากกว่าผู้หญิงที่แย่งแฟนเราไป แล้วซักวันแฟนเราจะกลับมาเอง
46. มนุษย์ผู้ชายมีน้อยกว่ามนุษย์ผู้หญิง ผู้ชายที่ดีและเป็นโสดก็มีน้อยกว่าผู้ชายเลวและมีเจ้าของด้วย
47. อย่ารักผู้ชายที่ทั้งขี้เหร่ ขี้เกียจ และขี้เมา เพราะเราจะต้องรู้สึกตกนรกไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
48. คู่รักที่เดินกอดจูบกันต่อหน้าชุมชน มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่จะถูกประฌามและดูถูกอย่างรุนแรง
49. เซ็กส์สามารถผูกมัดให้คู่รักอยู่ด้วยกันไปได้ตลอด ความผูกพันต่างหากที่จะดึงรั้งกันไว้ได้
50. ถึงจะไว้ใจเพื่อนแค่ไหน ก็อย่าให้เพื่อนกับแฟนของเราสนิทกันเกินไปเพราะหายนะอาจตามมา
51. ผู้ชายจดจำเรื่องราวดี ๆ ในอดีตได้น้อยกว่าผู้หญิง จึงลืมได้ง่ายปและรวดเร็วกว่าหลังจากเลิกกัน
52. ความรักที่เริ่มจากการเป็นเพื่อนเป็นสิ่งดี แต่หมายความเฉพาะรักกับเพื่อนที่รู้สึกตรงกันเท่านั้น
53. อายุไม่ใช่อุปสรรคของความรัก ถ้าความคิดและหัวใจตรงกัน ความมั่นคงก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน
54. ในชีวิตจริงของการมีความรัก เราอาจไม่ใช่นางเอกแสนดี บางทีต้องมีการใช้ไหวพริบแย่งชิงบ้าง
55. อย่าสมเพชคนที่ไม่เคยมีโอกาสถูกใครรัก แต่ให้สมเพชคนที่ไม่เคยรู้สึกรักใครเลยดีกว่า
56. ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ก็เรียกร้องหัวใจของคนที่หมดรักแล้วกลับมาไม่ได้
57. ความรักสามารถควบคู่ไปกับการเรียนได้ ของเพียงแค่อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมเท่านั่นเอง
58. คนสวยหรือคนหล่อสามารถอกหักได้เหมือนกัน ถ้าทำตัวไม่ดีหรือมีเวลาให้กับความรักไม่พอ
59. การเทคแคร์คนที่รักไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นสิ่งที่หัวใจอยากทำ ถ้ารู้สึกเบื่อแสดงว่ากำลังฝืนใจตัวเอง
60. การใช้บริการของแม่สื่อ ไม่ใช่เป็นการยืนยันว่าจะสมหวังเสมอไป จึงไม่ควรตั้งความหวังมากนัก
61. คนที่ล้มเหลวเรื่องความรักบ่อย ๆ แทนที่จะโทษโชคชะตา ให้ลองหัดมาพิจารณาตัวเองบ้าง
62. คู่ที่มีความรักที่สวยงามน่าอิจฉา ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ ก็มีคนจับตามองและอิจฉาอยู่แล้ว
63. ถ้าจับได้ว่าแฟนจอนเจ้าชู้นอกในครั้งแรก ให้สันนิษฐานว้าเลยว่าจะมีครั้งที่ 2 และ 3 ตามมา
64. คนที่ฉลาดและมีประสบการณ์ด้านความรักมาเยอะ ก็มีสิทธิ์โดนหลอกได้เหมือนกัน
65. คู่รักที่กล้าจะพูดคำว่าขอโทษเมื่อทำความผิด มีเปอร์เซ็นต์ที่จะคบกันได้ยืนยาวกว่าคู่ที่ไม่เคยพูด
66. ให้เชื่อคำวิจารณ์เกี่ยวกับคนที่เราคบอยู่ ถ้ามันเป็นคำวิจารณ์ของคนในครอบครัวและเพื่อนสนิท
67. ความรักจะมาเคาะประตูหัวใจเสียงดัง ใจช่วงที่เราทำตัวสดใสและเห็นคุณค่าในตัวเอง
68. การแอบรักคนมีเจ้าของอยู่แล้ว เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มีหัวใจ
69. ผู้ชายสามารถมีเซ็กส์กับผู้หญิงที่ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย ถือเป็นธรรมชาติของการสืบเผ่าพันธ์
70. คนที่เลิกกันไม่สามารถมาเป็นเพื่อนกันอีกได้อีกทุกคน เพราะแกล้งลืมความเจ็บปวดไม่ได้
71. คนที่เลือกคบคนที่หน้าตา จะสมหวังในความรักเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของคนที่เลือกคบที่จิตใจ
72. ถึงจะได้ยินว่ามีรักที่ไหนมีทุกข์ที่นั่น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะมีรักมากกว่าอยู่เป็นโสด
73. เรื่องที่แฟนไม่เล่าให้เราฟังตั้งแต่แรก มักเป็นเรื่องที่เรารู้เมื่อไหร่ก็ต้องควันออกหูอยู่ดี
74. ถ้าเห็นคู่รักที่โทรหากันตลอดและมีเรื่องคุยกันนาน ๆ แสดงว่าพวกเขาเพิ่งรักกันไม่เกิน 3 เดือน
75. ผู้ชายเกลียดการช็อปปิ้งที่สุด ถ้าคบกันเกิน 1 ปี ไปแล้ว จึงมักจะหาข้ออ้างไม่ไป
ช็อปปิ้งกับแฟน
76. ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ไม่ชอบให้แฟนติดละครเกาหลี เพราะเสีย self ที่รู้ว่าพระเอกหล่อกว่าตัวเอง
77. อย่าคิดจะหาผู้ชายที่หล่อเริด รวยโคตร แต่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อความรัก เพราะไม่มีจริง
78. อย่าตัดสินว่าผู้ชายที่คบด้วยดีหรือไม่ดี โดยดูจากญาติพี่น้องของเขาเท่านั้น เพราะใช้วัดกันไม่ได้
79. ถ้าชื้นชมใจตัวแฟน 100 % ควรบอกเขาแค่ 70 % ไม่อย่างนั้นเขาจะหลงตัวเอง
80. ถึงผู้ชายจะบอกว่ามาไม่ชอบผู้หญิงใช้เครื่องสำอาง แต่ผู้ชายก็ไม่ชอบคนที่หน้ามันหรือซีดตลอด
81. ผู้ชายชอบติรูปร่างของแฟนหรือของคนโน้นคนนี้ โดยลืมดูรูปร่างของตัวเองว่าแย่แค่ไหน
82. คนที่กล้าบอกรักผู้หญิงตั้งแต่รู้จักกัน 3 วันแรก เปฯคนที่ควรอยู่ให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้
83. ไม่ว่ากรณีไหน เรื่องที่ไม่ควรเล่าให้อีกฝ่ายฟังในช่วงคบกันใหม่ ๆ คือประสบการณ์ด้านเซ็กส์
84. ถ้าจะเช็กว่าผู้ชายคนไหนเป็นเกย์หรือไม่เป็น ควรจะทำเวลาที่เขาเผลอและไม่เคยเกริ่นถามก่อน
85. ถ้าเราเชื่อมั่นว่าจะมีคนที่ใช่สำหรับเรารอเราอยู่ที่ไหนสักแห่งซักวันจะได้เจอเขาแน่ ๆ
86. ผู้ชายเชื่อเรื่องดวงด้านความรักน้อยกว่าผู้หญิง เพราะสามารถเป็นฝ่ายจีบผู้หญิงที่ชอบได้เสมอ
87. คนต่างชาติต่างภาษาสามารถรักกันได้ เพราะภาษาหัวใจเป็นภาษาสากลไม่ต้องการคำแปล
88. อาหารที่กินกับแฟนมักอร่อยกว่าอาหารที่กินกับเพื่อนหรือพี่น้องทั้งที่ปรุงเหมือนเดิมทุกอย่าง
89. ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากให้แฟนชมว่าสวยหรือหุ่นดีมากที่สุด แต่มักจะไม่ผลที่ตรงข้ามอยู่เสมอ
90. ผู้ชายต้องใช้สมองและฝึกทักษะมากขึ้นใจช่วงที่มีความรัก เพราะผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ
91. ผู้ชายที่ขี้งอนมักจะเป็นลูกคนสุดท้อง หรือมีปัญหาครอบครัวมาก่อน ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
92. อย่าคบผู้ชายที่ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่มีความกล้าหาญ ถ้าเราไม่ใช่ผู้หญิงที่เก่งไปหมดทุกเรื่อง
93. คิดให้ดี ๆ ก่อนจะคบกับคนที่มีประวัติชอบใช้ความรุนแรง เพราะมีโอกาสที่จะเจอเรื่องนั้นสูง
94. อย่างหวังจะได้รับความจริงทุกอย่างจากเพื่อนซี้ของแฟน เพราะยังใงเขาก็ต้องปกป้องเพื่อนบ้าง
95. ถ้าอยากมีแฟนควรเริ่มดูจากเพื่อนต่างห้องหรือคนอื่น ๆ ก่อน ถ้าเลิกกันจะได้ไม่ลำบากใจมาก
96. ผู้หญิงที่ฉลาดควรเป็นฝ่านเลือกมากกว่าฝ่ายถูกเลือก จึงต้องตรวจสอบสถานะของตัวเองให้ดี
97. ผู้ชายที่ชอบด่าหรือข่มเหงแฟนต่อหน้าเพื่อนตัวเอง บ่งบอกว่าเปฯที่ทะเยอทะยานอย่างแรง
98. ผู้หญิงสามารถรักและดูแลผู้ขายที่เจ็บป่วยหรือพิการได้ตลอดชีวิตแต่ผู้ชายไม่สามารถทำได้
99. ผู้ชายที่เป็นคาสโนว่ามักมีนิสัยขี้หึงกับแฟน เพราะรู้ดีว่าไม่ได้มีตัวเองคนเดียวที่มีนิสัยแบบนั้น
100. ทุกคนที่เคยพูดว่าเข็ดกับความรัก ถ้าเจอคนที่ทำดีด้วยมาก ๆ และตรงสเปก จะลืมคนพูดนั้นทันที

เยอะมากมาย
ถ้าคำไหนผิดก็ขออภัยด้วยน้าคะ
เพราะไปเอามาจากที่อื่นอีกที
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: JoO! เมื่อ 21 ส.ค. 2008, 22:38 น.
อ้างคำพูดจาก: Marnnoy เมื่อ 18 ส.ค. 2008, 19:26 น.
1. ความรักต่างจากความใคร่ เราความรักหวังความผูกพันทางใจ แต่ความใคร่หวังความผูกพันทางกาย
2. ผู้ชายชอบเป็นฝ่ายไล่ล่า มากกว่าจะเป็นฝ่ายถูกล่า ฉะนั้นจีงไม่แปลกที่จะพยายามหนีเมื่อถูกตามตื้อ
3. รักแรกพบสามารถเกิดได้ 10 % นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิด และการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง
4. ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย
5. เคยมีคู่ไหนไม่ต้องใช้ความอดทนในการรัก เพียงแต่จะเป็นการอดทนในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง
6. คนที่เรารักกับคนที่รักเราอาจไม่ใช่คนเดียวกัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราบังคับหัวใจกันไม่ได้จริง ๆ
7. ทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อได้มีความรัก และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกหลังจากการอกหัก
8. ความรักเป็นได้ทั้งสิ่งที่ช่วยสร้างพลังให้กับชีวิต และก็สามารถเป็นสิ่งที่ทำลายชีวิตได้เหมือนกัน
9. มือที่สามสามารถเดินเข้ามาในชีวิตรักของเราได้ตลอดเวลา ในความไว้ใจจึงควรมีความระวังอยู่ด้วย
10. การที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่ จนเหลียวหลัง ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องการแฟนที่เป็นแบบนั้น
11. อารมณ์หึงสามาระเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง แต่อารมณ์หึงของผู้หญิงจะซับซ้อนน่ากลัวกว่า
12. อย่ารีบมีแฟนทันทีหลังจากอกหัก เพราะเราจะแยกไม่ออกว่านั่นเป็นรักหรือเป็นการฆ่าเวลา
13. ถ้าอีกฝ่ายหมดรักเราแล้ว ต่อให้พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเท่าไหร่ เขาก็ยังเห็นเป็นคนเก่าอยู่ดี
14. หากไม่อยากให้ความรักกลายเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝัน ควรจะรักคนที่ไม่แตกต่างจากเรามากเกินไป
15. อย่ากลัวการอกหัก เพราะไม่เคยมีใครตายจากโลกอกหัก มีแต่ความอ่อนแอเท่านั้นที่ทำให้ฆ่าตัวตาย
16. ความรักมักไม่เกิดตอนที่เฝ้ารอ แต่เมื่อปล่อยตัวตามสบาย ความรักมักจะมาทำเซอร์ไพส์ให้หัวใจ
17. ผู้ชายร้อยละ 90 ชอบผู้หญิงสวย น่ารัก แต่ผู้ชายร้อยละ 100 อยากอยู่กับผู้หญิงที่ฉลาดและเฉลียว
18. ถ้าเรารู้กระดากอายเวลาเดินเคียงข้างแฟนที่เหร่ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้รักเขาด้วยใจจริง
19. ความพร้อมในการมีความรักของแต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่รักอิสระมาก ๆ อาจพร้อมตอนอายุ 70 ก็ได้
20. ผู้หญิงอาจดูไม่ดีถ้าไปจีบผู้ชายก่อน แต่ไม่ใช่เรื่องเสียหายถ้าจะทอดสะพานให้อย่างมีชั้นเชิง
21. คนที่มีกิ๊กนอกเหนือจากแฟนตัวจริง คือคนที่ไม่ศรัทธาในความรักและมีปมด้อยทางจิตอยู่ลึก ๆ
22. ผู้หญิงหน้าตาดีมีโอกาสรักผู้ชายขี้เหร่ มากกว่าผู้ชายหน้าตาดีจะรักผู้หญิงขี้เหร่ถึงร้อยละ 50
23. ควรระวังคนที่ตกหลุดรักง่ายและทุ่มเทรุนแรงเข้าไว้ เพราะเขาอาจจะเบื่อหน่ายเราเร็วกว่าคนทั่วไป
24. ผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ดูน่ารังเกียจกว่าผู้หญิงที่ชอบปอกลอกเฒ่าหัวงูหลายเท่า
25. อย่าตามใจแฟนที่ชอบงอนโดยไม่มีเหตุผล เพราะอาจกลายเป็นคนน่าสมเพชในสายตาคนอื่น
26. คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือคุยกันตลอดทาง แค่มีความรู้สึกว่ามีกันและกันก็เพียงพอ
27. แฟนที่ชอบทำตัวงี่เง่า ไร้มารยาท เปรียบเสมือนขยะที่กลุ่มเพื่อนไม่อยากให้เอาติดมาด้วย
28. การกระทำที่แสดงออกถึงความรัก ลึกซึ้งน่าจดจำมากกว่าการแสดงออกเป็นคำพูดซะอีก
29. ไม่มีใครอิจฉาคู่รักประเภท 3 วันดี 4 วันเลิก เพราะดูเป็นความรักที่เหน็ดเหนื่อยน่ารำคาญ
30. ถ้ายังมีอคติกับความรักรุนแรงอยู่ อย่าให้ใครเข้ามาในหัวใจเลย เพราะเขาจะน่าสงสารมาก
31. คนไม่สวยก็มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ ถ้ามีมนุษย์สัมพันธ์ดีและรู้จักแต่งตัวตามกาลเทศะ
32. คนที่เข้าสังคมมากมีโอกาสมีแฟนเท่ากับคนเข้าสังคมน้อย ขึ้นอยู่กับว่าเจอคนที่ใช่หรือเปล่าเท่านั้น
33. อายุที่มากขึ้นอาจต้องลดสเปกชายในฝันลง แต่ข้อที่ไม่ควรลดเด็ดขาดคือความดีและความจริงใจ
34. เชื่อเถอะว่า คู่รักที่ใคร ๆ เห็นว่าแตกต่างกันมากแต่คบกันได้ยืนยาวจะต้องมีบางสิ่งที่เหมือนกัน
35. ถ้าคิดจะเอาชนะคนที่คบด้วย ขอให้เป็นการเอาชนะว่าใครสามารถรักได้มากกว่ากันจะดีที่สุด
36. ผู้ชายที่รักสัตว์ รักเสียงเพลง รักครอบครัว น่าคบมากกว่าผู้ชายที่รักแต่ตัวเองเป็นร้อย ๆ เท่า
37. อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องของแฟนเก่ามาพูดจนเสียหายเละเทะ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป
38. ความซื่อกับความโง่มีเส้นแบ่งบาง ๆ เท่านั้น คนที่มีความรักแบบขาดสติมักแยกมันไม่ออก
39. อย่าหวังเป็นวีรสตรีปราบหนุ่มคาสโนว่า เพราะถ้าไม่แน่จริงมีโอกาสนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าได้เสมอ
40. ถ้าเราไม่ใช่คนเพอร์เฟ็กต์ ก็อย่าเรียกร้องความเพอร์เฟ็กต์จากอีกฝ่ายเพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย
41. อย่าบ่นให้ใครฟังว่าแฟนไม่เคยทำตัวดีขึ้นเลย เพราะจะโดนย้อนว่า "แล้วจะโง่ทนคบอยู่ทำไม"
42. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนขี้หึงขั้นรุนแรง อย่าได้เลือกคบผู้ชายหน้าตาดีและมนุษย์สัมพันธ์ดีเป็นอันขาด
43. คนที่แฟนขี้หึงขั้นรุนแรง มีเพียง 0.00001 % เท่านั้นที่ชอบนอกนั้นรู้สึกยิ่งกว่าอึดอัด
44. ผู้ชายที่ไว้ใจได้ว่าจะไม่นอกใจแฟนหรือภรรยา มีแต่ผู้ขายที่อยู่ในโลงเท่านั้น ควรจำให้ขึ้นใจ
45. พยายามทำตัวให้ดีและมีคุณค่ามากกว่าผู้หญิงที่แย่งแฟนเราไป แล้วซักวันแฟนเราจะกลับมาเอง
46. มนุษย์ผู้ชายมีน้อยกว่ามนุษย์ผู้หญิง ผู้ชายที่ดีและเป็นโสดก็มีน้อยกว่าผู้ชายเลวและมีเจ้าของด้วย
47. อย่ารักผู้ชายที่ทั้งขี้เหร่ ขี้เกียจ และขี้เมา เพราะเราจะต้องรู้สึกตกนรกไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
48. คู่รักที่เดินกอดจูบกันต่อหน้าชุมชน มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่จะถูกประฌามและดูถูกอย่างรุนแรง
49. เซ็กส์สามารถผูกมัดให้คู่รักอยู่ด้วยกันไปได้ตลอด ความผูกพันต่างหากที่จะดึงรั้งกันไว้ได้
50. ถึงจะไว้ใจเพื่อนแค่ไหน ก็อย่าให้เพื่อนกับแฟนของเราสนิทกันเกินไปเพราะหายนะอาจตามมา
51. ผู้ชายจดจำเรื่องราวดี ๆ ในอดีตได้น้อยกว่าผู้หญิง จึงลืมได้ง่ายปและรวดเร็วกว่าหลังจากเลิกกัน
52. ความรักที่เริ่มจากการเป็นเพื่อนเป็นสิ่งดี แต่หมายความเฉพาะรักกับเพื่อนที่รู้สึกตรงกันเท่านั้น
53. อายุไม่ใช่อุปสรรคของความรัก ถ้าความคิดและหัวใจตรงกัน ความมั่นคงก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน
54. ในชีวิตจริงของการมีความรัก เราอาจไม่ใช่นางเอกแสนดี บางทีต้องมีการใช้ไหวพริบแย่งชิงบ้าง
55. อย่าสมเพชคนที่ไม่เคยมีโอกาสถูกใครรัก แต่ให้สมเพชคนที่ไม่เคยรู้สึกรักใครเลยดีกว่า
56. ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ก็เรียกร้องหัวใจของคนที่หมดรักแล้วกลับมาไม่ได้
57. ความรักสามารถควบคู่ไปกับการเรียนได้ ของเพียงแค่อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมเท่านั่นเอง
58. คนสวยหรือคนหล่อสามารถอกหักได้เหมือนกัน ถ้าทำตัวไม่ดีหรือมีเวลาให้กับความรักไม่พอ
59. การเทคแคร์คนที่รักไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นสิ่งที่หัวใจอยากทำ ถ้ารู้สึกเบื่อแสดงว่ากำลังฝืนใจตัวเอง
60. การใช้บริการของแม่สื่อ ไม่ใช่เป็นการยืนยันว่าจะสมหวังเสมอไป จึงไม่ควรตั้งความหวังมากนัก
61. คนที่ล้มเหลวเรื่องความรักบ่อย ๆ แทนที่จะโทษโชคชะตา ให้ลองหัดมาพิจารณาตัวเองบ้าง
62. คู่ที่มีความรักที่สวยงามน่าอิจฉา ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ ก็มีคนจับตามองและอิจฉาอยู่แล้ว
63. ถ้าจับได้ว่าแฟนจอนเจ้าชู้นอกในครั้งแรก ให้สันนิษฐานว้าเลยว่าจะมีครั้งที่ 2 และ 3 ตามมา
64. คนที่ฉลาดและมีประสบการณ์ด้านความรักมาเยอะ ก็มีสิทธิ์โดนหลอกได้เหมือนกัน
65. คู่รักที่กล้าจะพูดคำว่าขอโทษเมื่อทำความผิด มีเปอร์เซ็นต์ที่จะคบกันได้ยืนยาวกว่าคู่ที่ไม่เคยพูด
66. ให้เชื่อคำวิจารณ์เกี่ยวกับคนที่เราคบอยู่ ถ้ามันเป็นคำวิจารณ์ของคนในครอบครัวและเพื่อนสนิท
67. ความรักจะมาเคาะประตูหัวใจเสียงดัง ใจช่วงที่เราทำตัวสดใสและเห็นคุณค่าในตัวเอง
68. การแอบรักคนมีเจ้าของอยู่แล้ว เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มีหัวใจ
69. ผู้ชายสามารถมีเซ็กส์กับผู้หญิงที่ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย ถือเป็นธรรมชาติของการสืบเผ่าพันธ์
70. คนที่เลิกกันไม่สามารถมาเป็นเพื่อนกันอีกได้อีกทุกคน เพราะแกล้งลืมความเจ็บปวดไม่ได้
71. คนที่เลือกคบคนที่หน้าตา จะสมหวังในความรักเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของคนที่เลือกคบที่จิตใจ
72. ถึงจะได้ยินว่ามีรักที่ไหนมีทุกข์ที่นั่น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะมีรักมากกว่าอยู่เป็นโสด
73. เรื่องที่แฟนไม่เล่าให้เราฟังตั้งแต่แรก มักเป็นเรื่องที่เรารู้เมื่อไหร่ก็ต้องควันออกหูอยู่ดี
74. ถ้าเห็นคู่รักที่โทรหากันตลอดและมีเรื่องคุยกันนาน ๆ แสดงว่าพวกเขาเพิ่งรักกันไม่เกิน 3 เดือน
75. ผู้ชายเกลียดการช็อปปิ้งที่สุด ถ้าคบกันเกิน 1 ปี ไปแล้ว จึงมักจะหาข้ออ้างไม่ไป
ช็อปปิ้งกับแฟน
76. ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ไม่ชอบให้แฟนติดละครเกาหลี เพราะเสีย self ที่รู้ว่าพระเอกหล่อกว่าตัวเอง
77. อย่าคิดจะหาผู้ชายที่หล่อเริด รวยโคตร แต่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อความรัก เพราะไม่มีจริง
78. อย่าตัดสินว่าผู้ชายที่คบด้วยดีหรือไม่ดี โดยดูจากญาติพี่น้องของเขาเท่านั้น เพราะใช้วัดกันไม่ได้
79. ถ้าชื้นชมใจตัวแฟน 100 % ควรบอกเขาแค่ 70 % ไม่อย่างนั้นเขาจะหลงตัวเอง
80. ถึงผู้ชายจะบอกว่ามาไม่ชอบผู้หญิงใช้เครื่องสำอาง แต่ผู้ชายก็ไม่ชอบคนที่หน้ามันหรือซีดตลอด
81. ผู้ชายชอบติรูปร่างของแฟนหรือของคนโน้นคนนี้ โดยลืมดูรูปร่างของตัวเองว่าแย่แค่ไหน
82. คนที่กล้าบอกรักผู้หญิงตั้งแต่รู้จักกัน 3 วันแรก เปฯคนที่ควรอยู่ให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้
83. ไม่ว่ากรณีไหน เรื่องที่ไม่ควรเล่าให้อีกฝ่ายฟังในช่วงคบกันใหม่ ๆ คือประสบการณ์ด้านเซ็กส์
84. ถ้าจะเช็กว่าผู้ชายคนไหนเป็นเกย์หรือไม่เป็น ควรจะทำเวลาที่เขาเผลอและไม่เคยเกริ่นถามก่อน
85. ถ้าเราเชื่อมั่นว่าจะมีคนที่ใช่สำหรับเรารอเราอยู่ที่ไหนสักแห่งซักวันจะได้เจอเขาแน่ ๆ
86. ผู้ชายเชื่อเรื่องดวงด้านความรักน้อยกว่าผู้หญิง เพราะสามารถเป็นฝ่ายจีบผู้หญิงที่ชอบได้เสมอ
87. คนต่างชาติต่างภาษาสามารถรักกันได้ เพราะภาษาหัวใจเป็นภาษาสากลไม่ต้องการคำแปล
88. อาหารที่กินกับแฟนมักอร่อยกว่าอาหารที่กินกับเพื่อนหรือพี่น้องทั้งที่ปรุงเหมือนเดิมทุกอย่าง
89. ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากให้แฟนชมว่าสวยหรือหุ่นดีมากที่สุด แต่มักจะไม่ผลที่ตรงข้ามอยู่เสมอ
90. ผู้ชายต้องใช้สมองและฝึกทักษะมากขึ้นใจช่วงที่มีความรัก เพราะผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ
91. ผู้ชายที่ขี้งอนมักจะเป็นลูกคนสุดท้อง หรือมีปัญหาครอบครัวมาก่อน ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
92. อย่าคบผู้ชายที่ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่มีความกล้าหาญ ถ้าเราไม่ใช่ผู้หญิงที่เก่งไปหมดทุกเรื่อง
93. คิดให้ดี ๆ ก่อนจะคบกับคนที่มีประวัติชอบใช้ความรุนแรง เพราะมีโอกาสที่จะเจอเรื่องนั้นสูง
94. อย่างหวังจะได้รับความจริงทุกอย่างจากเพื่อนซี้ของแฟน เพราะยังใงเขาก็ต้องปกป้องเพื่อนบ้าง
95. ถ้าอยากมีแฟนควรเริ่มดูจากเพื่อนต่างห้องหรือคนอื่น ๆ ก่อน ถ้าเลิกกันจะได้ไม่ลำบากใจมาก
96. ผู้หญิงที่ฉลาดควรเป็นฝ่านเลือกมากกว่าฝ่ายถูกเลือก จึงต้องตรวจสอบสถานะของตัวเองให้ดี
97. ผู้ชายที่ชอบด่าหรือข่มเหงแฟนต่อหน้าเพื่อนตัวเอง บ่งบอกว่าเปฯที่ทะเยอทะยานอย่างแรง
98. ผู้หญิงสามารถรักและดูแลผู้ขายที่เจ็บป่วยหรือพิการได้ตลอดชีวิตแต่ผู้ชายไม่สามารถทำได้
99. ผู้ชายที่เป็นคาสโนว่ามักมีนิสัยขี้หึงกับแฟน เพราะรู้ดีว่าไม่ได้มีตัวเองคนเดียวที่มีนิสัยแบบนั้น
100. ทุกคนที่เคยพูดว่าเข็ดกับความรัก ถ้าเจอคนที่ทำดีด้วยมาก ๆ และตรงสเปก จะลืมคนพูดนั้นทันที

เยอะมากมาย
ถ้าคำไหนผิดก็ขออภัยด้วยน้าคะ
เพราะไปเอามาจากที่อื่นอีกที
ตรงหลายข้อทีเดียว
"เกือบทุกข้อเลย"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 24 ส.ค. 2008, 12:42 น.
เอามาจากลิ้ม  สวยมากเลย  :25: อยากได้เป็น wallpaper

ภาพวาดหรือนี่....
(http://www.limparty.com/share_files/att58456.jpg)

http://www.limparty.com/index.php?p1=share&p2=15&t_id=15&s_id=3407&act=read
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 10 ก.ย. 2008, 18:06 น.
อ้างอิงกรรมของคนรู้มาก
คัดลอกจาก นิตยสาร
สารกระตุ้น ฉบับเดือนสิงหาคม
2549 ,หน้า 130
ผู้เขียน :  สุรศักดิ์
กาญจนภูษิต


-----------------------------------
              ก่อนเรียนสถาปัตย์ฯ
ผมเห็นบ้านเมืองสวยงามดี
ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่มีปัญหา
                พอได้เรียนสถาปัตย์ฯ
เริ่มรู้ว่าความงามคืออะไร
รสนิยมที่ดีคืออะไร
ทันใดนั้นเอง
บ้านเมืองที่เคยสวยงามก็เปลี่ยนไป
กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความเกะกะ
ทั้งเสาไฟ เสาทางด่วน
ป้ายโฆษณา
บ้านที่มีเสาโรมันนั่นก็ห่วย
ตึกสูงโด่เด่ในเขตเมืองเก่านั่นก็แย่
ลามไปถึงวัดที่สร้างอุโบสถ
ผิดสัดส่วนก็ไม่งามตา
เห็นแล้วก็ยิ่งหงุดหงิดรำคาญใจไม่ใช่น้อย
               
แบบที่เรียกว่ายิ่งรู้ก็ยิ่งทุกข์หรือเปล่า

                ก่อนจะสนใจการเมือง
บ้านเมืองดูเหมือนไม่มีปัญหา
ผมเองก็มีความสุขกับชีวิตดี
               
แต่เมื่อได้เริ่มเสพข้อมูลทางการเมืองมากขึ้น
ได้รู้ได้เห็นถึงความชั่วร้ายของคนขี้
โกงที่ทำไว้กับบ้านเมืองที่เรารัก
ย่ำยีผลประโยชน์ส่วนรวมเอาไปเขมือบกันเอง
แถมยังปันหน้าเป็นคนดี
อยู่ในสังคมได้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่รู้ๆ
กัน  แต่จับไม่ได้คาหนังคาเขา
ก็ยิ่งสร้างความอึดอัดใจให้กับชีวิต
มากขึ้น
แต่ละวันก็มีข่าวใหม่ๆ
มาให้รู้
ยิ่งรู้ก็ยิ่งเครียดขึ้นไปอีก
               
แบบนี้เรียกว่าเป็นกรรมของคนรู้มากได้ไหม
ไม่รู้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว

                ก่อนจะรู้จักกับติ๋ม
ติ๋มก็ดูเป็นคนติ๋มๆ ดี
จนกระทั่งผมรักติ๋ม
ทุกสิ่งทุกอย่างก็
เปลี่ยนไป
               
ผมโทรคุยกับติ๋มเป็นประจำ
คลุกคลีเอาใจใส่ติ๋มจนได้รู้ธาตุแท้ของความเป็น
ติ๋มมากขึ้น
ติ๋มเปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนถุงเท้า
ติ๋มให้ความหวังกับผู้ชายทุกคนที่หลงเข้ามา
บ่อยครั้งที่
ติ๋มต้องโกหกเพื่อสับรางรถไฟ
หลังจากหัวปักหัวปำอยู่ได้พักใหญ่
ผมก็รู้ว่าติ๋มเป็นคนเห็นแก่ตัว
ใจร้าย
หลายใจ
และติ๋มก็มีวิธีป้องกันตัวเองให้ดูดีในสายตาคนอื่นเสมอ
                ยิ่งรู้ก็ยิ่งช้ำ
ยิ่งรักก็ยิ่งเกลียด
มันอาจจะดีกว่าหรือเปล่า
ถ้าเราจะไม่รู้อะไร
เสียบ้าง
เพื่อให้ชีวิตไม่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ที่ได้รู้
ได้เห็น
ในเรื่องที่ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็น

               
ความคิดนี้ทำให้ผมนึกไปถึงคำพูดของนักปราชญ์เชนท่านหนึ่ง
ที่ว่า  "ก่อนเรียนเชน
ฉันเห็นภูเขาเป็นภูเขา
เมื่อได้เรียนเชน
ฉันเห็นภูเขาไม่เป็นภูเขา
เมื่อเข้าใจเชน
ฉันเห็นภูเขากลับ
มาเป็นภูเขา"
           
เมื่อความเข้าใจเกิดขึ้น
ภูเขาที่เคยไม่ใช่ภูเขาก็กลายเป็นภูเขาเหมือนเดิมได้
ดู
เผินๆ
อาจเหมือนการเล่นคำให้วกวน
แต่มันกลับทำให้ผมมสนใจคำว่า
"เข้าใจ"  มากเป็นพิเศษ  ไม่
ใช่เพราะใคร
ก็เพราะติ๋มนั่นเอง

               
หลังจากที่เจ็บมาพอสมควร
จนจวนจะทนไม่ได้
ก็ควรจะถึงเวลาที่ผมจะตัดใจ
เสียที
แต่ยิ่งตัดใจก็ยิ่งฝืนความรู้สึกตัวเอง
ยิ่งฝืนก็ยิ่งฝืด
ผมจึงเปลี่ยนยุทธิวีธีรับมือเสียใหม่
แทนที่จะ
ตัดใจก็เปลี่ยนมาทำความเข้าใจติ๋ม
แทน
ติ๋มเป็นผู้หญิงกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เกิด
แม่ต้องออกจากบ้านไปหารายได้
ทำให้ติ๋มรู้สึกขาดแคลน
ต้องการเติมเต็มให้กับชีวิต
โชคดีที่ติ๋มเป็นคนหน้าตาดี
ก็เลยมีคนอาสามาช่วยกันเติมเต็มให้กับติ๋มมาก
มาย
และการที่ติ๋มไม่เคยปฏิเสธคนเหล่านั้น
ไม่ได้หมายความว่าติ๋มเป็นคนไม่ดี
เพียงแต่ติ๋มรู้สึกกลัวที่
จะต้องคอยอยู่คนเดียวเท่านั้น
ในขณะที่ผมเป็นทุกข์เพราะเห็นติ๋มเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น
ติ๋มเองกำลัง
เป็นทุกข์ที่ไม่สามารถหาจุดลงตัวให้กับตัวเองได้เหมือนกัน

                เมื่อเข้าใจติ๋ม
ผมก็ไม่เหลือความโกรธเกลียดติ๋มอีกต่อไป
ติ๋มก็เป็นเช่นนี้เอง
มีความสุข
มีความทุกข์ในแบบของติ๋ม
ยิ่งผมอยากให้ติ๋มเปลี่ยนไปเพื่อความพอใจของตัวเองเท่าไร
ผมเองนั่นแหละที่จะยิ่งเจ็บ
"ก่อนที่ผมจะรู้จักติ๋ม
ผมเห็นติ๋มเป็นติ๋ม
เมื่อผมได้รู้จักติ๋ม
ผมเห็นติ๋มไม่
ใช่ติ๋ม  จนผมได้เข้าใจติ๋ม
ติ๋มก็กลับมาเป็นติ๋มอีกครั้ง"

                วันหนึ่ง
อาจารย์สถาปัตย์ฯ
ท่านหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ
แทบจะร้องยูเรก้าออกมา
แล้วบอกว่า "ผมค้นพบแล้ว
เมืองไทยก็คือเมืองรกๆ
เมืองหนึ่งนี่เอง  ถ้า
เมืองไทยไม่มีป้ายโฆษณางานวัด
ไม่มีแผงลอยข้างทาง
ไม่มีความไม่มีระเบียบให้เห็นเต็มถนน
เมือง
นี้คงไม่ใช่เมืองไทย
พอเข้าใจแบบนี้แล้วก็เลยรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก"



                นี่แหละ
คือประโยชน์ของความเข้าใจ
ในระยะหลังผมจึงเอาใจใส่กับการทำ
ความเข้าใจเป็นพิเศษ
เพราะความเข้าใจในทุกสิ่ง
เป็นการเรียนรู้ที่จะพาเราทะลุความซับซ้อนสับสน
ของเปลือกนอก
ไปสู่ความเรียบง่ายที่รวมกันเป็นเอกภาพได้จนน่าแปลกใจ
               ถ้าเรา
มีความเข้าใจให้ใครสักคน
เราคงไม่รู้สึกหงุดหงิดรำคาญเขาได้ลงคอ
คนรู้มากจึงไม่ใช่คนมีกรรม
ถ้าเราสามารถพัฒนาความรู้นั้นมาเป็นความเข้าใจลึกซึ้ง
ชนิดที่รู้ไต๋กันเป็นอย่างดี
เราก็จะอยู่ร่วมกับ
ปัญหานั้นๆ ได้อย่างสงบสุข
เหมือนกับตอนที่เรายังไม่ได้รู้จักมันเลย
เข้าทำนอง
"สูงสุดคืนสู่สามัญ"
นั่นแหละ               
สุดท้ายปัญหาก็ตกอยู่ที่ว่า
ในช่วงชีวิตหนึ่ง
คนเราจะสามารถทำความ
เข้าใจสิ่งที่ตัวเองเกลียด
โกรธ กลัว ได้มากแค่ไหน
พระท่านว่าไม่ยากเลย
เพียงแค่เริ่มทำความ
เข้าใจตัวเราเองให้ได้ก่อน
แล้วทุกสิ่งในโลกนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องยากเกินทำความเข้าใจ
มีเรื่องน่าตื่นเต้นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะบอก
พระอาจารย์ "ติช นัท ฮันห์"
พระเชนผู้ยิ่งใหญ่ชาว
เวียดนามเคยอธิบายคำว่า
"นิพพาน" ด้วยภาษาง่ายๆ ว่า
มันคือเรื่องของ
"ความเข้าใจ" นั่นเอง


แหล่มเลย เน่าในๆ  :15:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 11 ก.ย. 2008, 17:29 น.
 :12: บวกเอ
ขอบคุณที่เอามาให้อ่านนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 07 ต.ค. 2008, 10:43 น.
รู้สึกว่าแม่น เลยเอามาให้ลอง
วันเกิดบอกความเจ้าชู้ในตัวคุณได้

วันอาทิตย์>
คนเกิดวันนี้ มีหัวใจกล้าได้กล้าเสียในเรื่องความรักนั้น ถือคติว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงกันตามประสาคนชอบสนุก เจ้าสำราญพอสมควร คนวันอาทิตย์เจ้าชู้ จึงมีดวงในเรื่องความรักที่โดดเด่น คือได้พบรักเสมอๆ มักปิ๊งคนเด่น ๆ ที่ดูดีกว่าใครในกลุ่มคนที่มีท่าเรียบง่ายจนเกินไป ค่อนข้างเชยๆ ไม่ใช่คนแบบที่คุณจะสะดุดตาสะดุดใจแน่นอน ใครก็ตามที่ห้าวเกินเหตุ คนวันอาทิตย์ก็ยากจะตัดใจ คิดชอบพอความสดใส มั่นใจในตัวเอง คือเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆ หลงรักคนเกิดวันอาทิตย์ และนิสัยที่แข็งเกินไปของคุณก็คือตัวการสำคัญที่จะทำลายความรักให้พังทลายไปอย่างน่าเสียดาย ยามหลงรักใคร คุณจะตามติดหวังพิชิตให้ได้ เมื่อสมใจแล้ว คุณกลับไม่ยอมให้คู่รักมาเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวตนที่แท้ของคุณ ถ้าใครยอมคุณได้ก็รักกันได้นานแน่นอน โดยทั่วไป ดวงในเรื่องความรักของคนวันอาทิตย์ ไม่ค่อยมีอุปสรรคอะไรนัก จีบใครหรือทอดสะพานให้ ใครก็มักสำเร็จเสมอ อยู่ที่ว่าตัวคุณเองนั่นแหละ จะเป็นฝ่ายจืดจางห่างเหินอีกฝ่ายเสียก่อน ตามประสาคนเจ้าชู้ที่หัวใจอ่อนไหว และอยากคบคนใหม่ๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องท้าทายดีชอบหาความมั่นใจให้ตัวเองด้วยเรื่องรักๆ ใคร่ๆ บางครั้งทั้ง 4 ห้องหัวใจเต็มหมด ห้องไหนทนไม่ไหวโบกมือลาไปคุณก็ไม่เสียใจ มีใครคนใหม่มาแทนได้เร็วเสมอ ดวงความรักค่อนข้างดี ตัวเองไม่มีปัญหา แม้จะชอบตามใจตัวเอง แต่ก็ไม่ค่อยเอะอะเอาเรื่องกับความรักจริงจังนัก ปัญหามักเกิดขึ้นเพราะคนรักของคุณ ซึ่งคิดจะเอาเรื่องกับคุณให้ได้ หรืออาจเป็นเพราะความใจร้อนของคุณบ้าง โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดการแตกหักหรอก ดังนั้นถ้าใครเข้าใจคุณก็สามารถควงกับคุณได้นานเป็นพิเศษ

วันจันทร์>
คนวันจันทร์ไม่แสดงออกถึงความเจ้าชู้เด่นชัดอย่างคนวันอาทิตย์ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนเจ้าชู้เงียบ แอบโปรยเสน่ห์อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งก็มีคนหลงปลื้มอยู่เสมอไป ด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยน ฉลาด รอบรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ดีพอควรคนวันจันทร์ชอบทำตัวน่ารัก แต่ถ้าเริ่มคบหาจริงจังกับหวานใจแล้ว จะแสดงความดื้อดึงออกมาทันที เพราะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองไม่น้อย ดวงความรักของคุณจึงแสนซึ้งในช่วงต้น ๆ เพราะพื้นดวงเป็นคนสุภาพ น้อยคนนักที่จะห้าวมากๆ นอกจากเกิดในวันจันทร์ และถ้าความรักจะมีปัญหาก็มักเป็นเพราะตัวคุณเอง เนื่องจากเป็นคนช่างคิดอยู่แล้ว จึงคิดมากคิดไกลเกินไปเสมอและเป็นเหตุร้าวฉานในความสัมพันธ์ได้ไม่ยาก ดวงความรักของคุณค่อนข้างไม่ธรรมดา ความรักแท้มักเกิดขึ้นกับคนที่รอบข้างแอบส่ายหน้า ว่าไม่เหมาะสมกัน ถ้าไม่แก่หรืออ่อนวัยกว่ามากๆ ก็อาจแตกต่างกันที่ฐานะ หรือการศึกษา ด้อยกว่าในเรื่องใดเรื่องหนี่งแน่นอนและมักจะได้แสดงถึงความรักแท้เหมือนในหนัง คือการฝ่าฟันกับกระแสการกีดกันของครอบครัว เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปนี้ ถ้าใครได้คู่ที่สมกันดีไม่มีใครห้ามปรามก็ต้องนับว่าโชคดี คงมีดวงในราศีเกิดหรืออิทธิพลอื่นๆ ที่เสริมให้ดวงความรักไปได้ดีกว่าพื้นดวงที่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สุดท้ายแล้ว คนวันจันทร์จะแฮปปี้สมหวังเสมอ ไม่ค่อยผิดหวังในเรื่องรัก นอกจากจะมีทุกข์ในหัวใจที่ตัวเองคิดเองรู้สึกเองไม่ใช่คนที่คุณรักก่อขึ้นหรอก หรือบางกรณีก็เป็นเพราะคุณแอบหวั่นไหวไปปลื้มคนอื่นแล้วผิดหวัง ถ้าดูแลหัวใจตัวเองให้ดี ๆ ไม่วอกแวกไปไหนคุณก็มักมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนานจนเพื่อนๆ อิจฉาเสมอแน่นอน

วันอังคาร
ถ้าคุณเกิดวันอังคาร คุณก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความรักของคุณหรอก เพราะดวงในเรื่องความรักค่อนข้างดี หมายถึงดวงคู่แท้ ๆ ที่เป็นความรักแท้ๆในชีวิตด้วยเช่นกัน พื้นฐานนิสัยของคุณแม้จะห้าวหาญวู่วาม และตรงไปตรงมาจนน่าถอยห่าง แต่เสน่ห์ของคุณมีเสมอกับเพศตรงข้าม ทำให้ไม่มีช่วงใดที่ไร้คู่นานวันนักนอกจากบางช่วงคุณจะยังไม่คิดในเรื่องนี้จริงจังเท่านั้น คนวันอังคารเจ้าชู้แค่อารมณ์เท่านั้น ไม่ได้เจ้าชู้เป็นนิสัยถ้าเจอะเจอคนหล่อหรือคนสวยในแบบที่พึงพอใจ ก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่น แต่ไม่ใช่คนที่จะต้อง ปราดเข้าไปขอทำความรู้จักทันใด แม้จะเป็นคนกล้าแกร่งปานใดก็เถอะ เว้นแต่ว่าถ้าได้รู้จักกันแล้วและหลงรักเข้าแล้วเท่านั้นที่คนวันอังคารจะติดตามผลงานอย่างตั้งใจ จนกว่าจะได้ใจของใครคนนั้นไม่มีวันที่คุณจะจีบเล่นๆ แบบนินจาเดี๋ยวมาเดี๋ยวหายแน่นอน คนวันอังคารเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน และมีดวงแบบตกหลุมรัก เมื่อแรกสบตาได้มากกว่าคนเกิดวันใด น้อยเหลือเกินที่จะเห็นคนวันอังคารมีความรักกับเพื่อนที่คบกันนานปีแล้วค่อยๆ พัฒนาเป็นความรักและในกรณีที่เป็นคู่รักกันแล้วหากมีเรื่องปะทะอารมณ์ใส่กัน คุณก็จะปิดปากเงียบไม่ยอมขอโทษว่าตนผิดเอง ทั้งๆ ที่ในใจคุณอยากง้อใจจะขาด นอกจากว่าทะเลาะกับคู่รักบ่อยๆ ครั้งจนรู้สึกชินแล้วนั่นแหละคุณถึงจะง้อเป็น กล้าที่จะเอ่ยคำว่าเสียใจออกไปได้ ในท่วงท่าที่ดูเป็นคนมุทะลุวู่วามไม่จริงใจกับใครแท้จริงแล้ว คนวันอังคารเป็นคนรักที่คงมั่นมาก ตามดวงชะตาบ่งบอกว่าเป็นคนรักจริงหวังแต่ง มักได้คู่ดี เว้นแต่บางช่วงจะไปรักคนผิดจนเดือดร้อนไม่น้อย ดวงความรักของคุณ หากจะมีปัญหา ก็อยู่ที่อารมณ์เท่านั้น ถ้าร้อนเจอร้อนก็จบเร็วแน่ ถ้าคุณลดไฟในอารมณ์ตัวเองได้หรือเลือก คนใจเย็นเป็นน้ำ ก็รักกันยั่งยืนยากจะแตกร้าวได้


วันพุธ
คนเกิดวันพุธมักมีดวงเกี่ยวกับความรักในแบบที่ลึกซึ้ง ไม่รักเพียงหวือหวาให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น ด้วยธรรมชาติและพื้นดวงที่เป็นคนช่างคิดช่างตรองรอบคอบกับทุกเรื่องราวเสมอ ดังนั้นกับในเรื่องรัก คุณจึงต้องมั่นใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้ามาแนบใจ เสน่ห์ที่โดดเด่นของคนวันพุธอยู่ที่ศิลปะในการพูดจาทำให้ใครๆ หลงเคลิ้มได้เสมอ และยังเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีอีกด้วย นั่นเป็นจุดเด่นที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมเป็นพิเศษ แต่แม้ว่าจะมีใจชอบใครคนวันพุธ จะไม่เปิดเผยทุกอย่างแก่คนรักเนื่องจากเป็นคนมีโลกส่วนตัว ชอบเก็บบางเรื่องราวไว้กับตัวเองเหมือนกับที่เป็นคนชอบอิสระ และรักสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว คนเกิดวันพุธจริงๆ แล้วมี 2 แบบคือแบบ ที่ควักเงินทุ่มให้คนรักแบบสุดๆ กับอีกประเภทคือ เหนียวสุด ๆ กับคนรัก คุณเป็นแบบไหนก็คงต้องตรวจสอบดูตัวเอง แต่ที่มีอยู่ในตัวคนวันพุธทั้ง 2 แบบ ก็คือมักจะปิ๊งคนที่อ่อนวัยกว่าเพราะอยากที่จะดูแลคนรักของตน แบบแสนห่วงหวง และคุณก็มักชอบมีรักแบบที่ค่อยๆ ใกล้ชิดติดใจกันไปทีละนิด คุณแพ้คนที่เข้าใจคุณถ่องแท้ ดวงของคุณจึงมีแนวโน้มที่จะพบรักที่ซาบซึ้งตรึงใจและมีความผูกพันกันมาก เพราะเป็นความรักที่มีพัฒนาการเต็มไปด้วยความเข้าใจในกันและกัน พยายามที่จะรู้จักตัวตนแท้ ๆ ของกันและกันนั่นเอง คนวันพุธโชคดีที่ได้ปิ๊งกับคนคล้ายๆ กัน รสนิยมไม่ต่างกันราวฟ้ากับดินนัก คุยกันรู้เรื่อง ถ้าใครที่ดูดีอย่างเดียว แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ทัศนคติต่างกันมาก ๆ คนวันพุธจะละความสนใจทันที หากเมื่อใดที่อกหัก คนวันพุธก็จะไม่ฟูมฟายมากนักแม้จะปวดใจเพียงใด คนที่เป็นคู่รักของคนวันพุธได้ดีต้องมีลักษณะของความเป็นเพื่อน เฮไปไหน ๆ ด้วยกันได้ ถ้าทำสวีทเป็นเจ้าของเกินไป มักอยู่กับคนวันพุธได้สั้นกว่าที่หวัง

วันพฤหัส
ถ้าคุณเกิดวันพฤหัสบดี มั่นใจได้เลยว่าคุณจะเป็นคนรักที่ดีให้ใครคนนั้นได้ภาคภูมิใจแน่ เพราะคุณมีทั้งความเอื้ออารี มีน้ำใจ เป็นคนสติปัญญาดี มีความยุติธรรมเป็นคนที่ใครก็ยอมรับและชื่นชมคุณเป็นคนรักจริงเกลียดจริง ถ้าเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งคบหาต่อไปให้ต้องฝืนตามวิสัยของคุณวันพฤหัสบดี ที่ตรงพอสมควร ดวงในเรื่องความรักของคนวันพฤหัสบดี ไม่ค่อยโลดโผนพิสดารมากนัก ความรักค่อยเป็นค่อยไปอย่างเรียบง่าย หากจะมีเรื่องปวดหัวใจบ้างก็เป็นเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไป บางครั้งจึงหลงคารมคนไม่จริงใจหรือบางครั้งก็คิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นดั่งที่แอบคิดแอบหวั่นไหว คนเกิดวันพฤหัสบดีเป็นคนใฝ่รู้ ถ้าช่วงใดเจ็บหัวใจ ก็จะทำใจด้วยการทุ่มเทในเรื่องที่มีสาระ มีประโยชน์กับชีวิต ความน่ารักของคนอยู่ที่ความสดใส เปิดเผย มีความมุ่งมั่นเสมอ ไม่ใช่คนที่เลื่อนลอยไร้สาระ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนวันพฤหัสบดีอีกลักษณะหนึ่งคือไม่ค่อยเรียบร้อยและขาดความสุขุมรอบคอบ คนวันพฤหัสบดีไม่ค่อยเจ้าชู้ แม้จะดูมีท่าทีเข้ากับคนง่ายสดใสเป็นกันเองแต่ไม่ได้ชอบใครง่าย ๆ เสมอไป ถ้ารักใครก็จะรักอย่างซื่อสัตย์ หากจะผิดหวังก็ดังที่กล่าวมาแล้ว คือการไปรักคนผิด คิดว่าดีที่แท้ไม่ใช่ ดวงความรักดของคนวันพฤหัสบดีนั้นจะมีรักจริงจังก็ต่อเมื่อพบเจอคนที่เรียบง่ายคล้ายๆกัน ไม่ใช่ฟู่ฟ่าหรูหราเกินไปนัก คิดแต่เรื่องสร้างสรรค์มากกว่าเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ ปัญหาในรักมักใม่ใช่อยู่ที่ตัวคุณเอง เพราะคุณอดทนได้เสมอแต่คนที่คุณรักต่างหากที่จะนำเรื่องปวดหัวมาให้

วันศุกร์
คนที่เกิดวันศุกร์ เป็นคนที่ต้องพัวพันกับเรื่องรักๆใคร่ๆเสมอ เพราะดาวศุกร์ เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาวประจำเทพีแห่งความรัก คุณผู้หญิงวันศุกร์จึงเป็นคนรักสวยรักงามเป็นพิเศษ คุณผู้ชายก็สำอางไม่เบา ถ้าผู้ชายคนใดที่บำรุงผิวหน้าด้วยโลชั่นหรือพรมน้ำหอมเสมอก่อนออกจากบ้าน จนใครๆ เกือบจะคิดว่าเป็นเกย์ละก็ที่แท้เขาคนนั้นเป็นคนวันศุกร์นั่นเอง เมื่อรักใครชอบใครคนวันศุกร์จะเทคแคร์เอาใจได้ละเมียดละไมที่สุดยิ่งกว่าคน เกิดวันอื่นๆ แต่ด้วยความที่รักตัวเองมาก หลงตัวเองพอสมควร ดังนั้นคุณจึงต้องการให้คนพิเศษของคุณ ทุ่มเทรักให้คุณสุดหัวใจ ถ้ารู้สึกว่ายังได้ความรักจากเขาหรือเธอไม่มากพอ คุณจะร้ายใส่ทันที แม้เสน่ห์ของคนวันศุกร์จะอยู่ที่ความอ่อนหวานก็เถอะ ยามหึงหวงหรือโกรธเคืองแล้วจะปากร้ายมาก แต่ในจิตใจไม่พิษร้ายใดๆ เป็นคนใจกว้างและเป็นคนซื่อตรงซื่อสัตย์มากด้วยซ้ำ เพียงแต่คิดมากขี้ระแวงเท่านั้นเอง ดวงความรักของวันศุกร์ค่อนข้างอาภัพ ทั้งๆ ที่มีคนมารักจริงแบบหวังแต่ง แต่ก็มักจบลงเพราะความไม่มีเหตุผลอย่างสุดๆ ของคุณเอง เรื่องที่จะผิดหวังเพราะไปรักเขาข้างเดียวนั้นก็มีบ้าง แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักหรอก ถ้าจะผิดหวังจนเสียหน้า ก็เป็นเพราะไปหลงเชื่อคนที่มาหวังผลประโยชน์จากคุณโดยไม่ได้รักคุณจริง เนื่องจากคนวันศุกร์ฉลาดในเรื่องอื่น แต่ไม่ทันคนนักหรอก ที่ว่าดวงความรักของคนวันศุกร์อาภัพก็เพราะว่า แม้บางจังหวะชีวิตจะมีรักแสนซึ้งเพียงใดก็กลับต้องเลิกร้างกันทั้งๆ ที่ยังรักบางคนก็อาภัพแบบมีแต่รักเทียมๆ สั้นๆ ไม่ดื้อไม่ดื่มด่ำลึกซึ้งนานวันให้อิ่มใจนักคนเกิดวันศุกร์บางคนก็มีความสัมพันธ์ รักที่ยั่งยืนอบอุ่น แต่มักไม่ใช่เป็นคนที่คุณหลงรัก อย่างปักจิตปักใจมาก่อน นับเป็นดวงแห่งความรักที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

วันเสาร์
คนเกิดวันเสาร์ มีดวงชะตาในเรื่องรักที่ค่อนข้างดีพอสมควร ไม่ค่อยจะมีปัญหาปวดหัวปวดใจ จนเดือดร้อนเพราะเรื่องความรักอย่างคนเกิดวันอื่นๆ เนื่องจากพื้นฐานนิสัยที่เป็นคนเด็ดเดี่ยว หนักแน่น คุณจึงคบใครก็คบอยู่คนเดียว พอเลิกกันเมื่อใดจึงค่อยมีรักใหม่ แต่คนวันเสาร์จะไม่ออกไปวิ่งไขว่คว้าหารักมาใส่ตัวหรอก นอกจากรอให้กามเทพแผลงสอนเองตามธรรมชาติดีกว่า แม้จะดูสุขุม มีระบบระเบียบ เป็นคนตรง หัวแข็งไม่เบา แต่ในใจคนวันเสาร์ก็อ่อนไหวไม่อยากกับเรื่องรัก เห็นใครถูกใจก็ชอบแต่ก็รู้จักยับยั้งใจ ไม่วิ่งเข้าประกบทันทีเด็ดขาด ถ้าจะมีความเจ้าชู้ ก็เจ้าชู้เงียบ แต่ไม่ใช่เงียบแบบแอบเอาจริงอย่างคนวันจันทร์ เพราะคนวันเสาร์จะแค่มอง รู้สึกชอบ ส่งยิ้มไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดอะไรมากกว่านั้น ดวงความรักของคุณ เป็นลักษณะที่มีความสัมพันธ์มีความผูกพันธ์ เต็มไปด้วยความลึกซึ้งไม่ใช่รักแบบตื่นเต้นเร้าใจสั้นๆ แล้วจบลงเหมือนเพียงจุดพลุดอกไม้ไฟ คนวันเสาร์ทำให้คนอื่นประทับใจได้เสมอ กับความสุขุมทระนงอดทนมุ่งมั่นใส่ใจคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ถ้าใครคนนั้นฟู่ฟ่าหรูหราใช้เงินกระหน่ำเกินไปคุณก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน ความที่เป็นคนช่างเลือกคนวันเสาร์ จึงไม่ใช่คนประเภทที่มีใครๆ เคียงข้างอยู่ตลอดเวลา บางปีถ้าไม่ปิ๊งใครมากๆ ก็ยอมเปลี่ยวใจตลอดปีไม่ซีเรียส ถ้าคนวันเสาร์ถูกใจใคร จะใช้เวลาดูใจดูนิสัยก่อนจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปให้ลึกซึ้ง ด้วยความขี้ระแวงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ต้องดูแล้วดูอีกกว่าจะตัดสินใจเรื่องความเหมาะสมกัน คุณก็คิดมาก กว่าคนวันเกิดใดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือฐานะ เช่น อีกฝ่ายรวยกว่ามากหรือจนกว่ามากๆ คุณก็จะคิดมาก แม้จะรักแล้วแต่ก็ลังเล หรือถ้าอายุน้อยกว่ามากๆ หรือแก่กว่ามากๆ ก็กลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงช่องว่างระหว่างวัยจะมีหรือไม่ นี่หละคือสไตล์ความคิดของคนวันเสาร์ ปัญหารักในเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยมีหรอก นอกจากจะสับสนกับตัวเอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 07 ต.ค. 2008, 11:22 น.
เบิ้ลลลลล  :27:
อาการของคนเริ่มแก่
อ้างอิงถ้าคุณเริ่มมีความคิดเหล่านี้ หรืออาการเหล่านี้...

-บังเกิดความคิดขึ้นว่า... 'กูจะไปสยามทำหอกอะไรวะ?'
-เปิดเพลงที่เรารู้สึกว่าวัยรุ่นสุดๆขึ้นฟัง และพบว่า มันกลายเป็นเพลงเก่าไปแล้ว(เมื่อ2วันที่แล้วเลย เปิดProject Hฟัง...รู้ตัวอีกที...ชิบหาย แม่ง7-8ปีแล้วนี่หว่า...)
-ขณะเดินผ่านกลุ่มวัยรุ่นในสยาม บังเกิดความคิดขึ้นว่า... 'แม่งแต่งตัวเหี้ยไรของแม่งวะ?'
-หลังจากผ่านกลุ่มวัยรุ่นไป เงี่ยหูฟังเพลงที่เปิดในสยาม... 'เพลงควยไรเนี่ย? มึงฟังอะไรกันอ่ะ?'
-เดินต่อมา เจอคู่รักวัยรุ่น... บ่นพึมพำกับตัวเองว่า ' น้อง...เปิดห้องเลยไม๊?... ถุงยางมียัง? '(สมัยกูอายุเท่าพวกมึง แค่จับมือกูก็ตื่นเต้นชิบหายแล้ว)
-หรือเห็นกลุ่มวัยรุ่นกำลังมีเรื่องกัน เราจะหันไปมองหน้าเพื่อนโดยอัตโนมัติ และคิดเช่นเดียวกัน ... 'อืม... หมอยเพิ่งขึ้นกันใช่ไม๊? เห่อหมอยกันใหญ่เลย...'
-สถานที่Hang-Out เริ่มเปลี่ยนเป็น เยาวราช,สำเพ็ง,สวนลุมพินี,พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
-สมัย ม.ปลาย เลิกเรียน ดิ่งไปสยาม พออยู่มหาลัย เริ่มหาร้านนั่งกินอะไรชิวๆ หานิทรรศการศิลปะดีๆดู เดินถ่ายรูปตามย่านเมืองเก่า
-เกิดอาการช็อกโลก เมื่อหยิบกางเกงตัวเก่ามาใส่ แล้วแม่งฟิต...
-การ์ตูนที่เราชื่นชอบ กลายเป็นบรรพบุรุษการ์ตูนที่เด็กสมัยนี้ไม่เคยเห็นตัวตน
-ยิ่งขนมที่เราเคยกิน แม่งจะกลายเป็นตำนานลี้ลับที่ไม่เคยมีใครรู้จัก
-เดินเข้าแผนกของเล่น แล้วรู้สึกอิจฉาเด็กสมัยนี้ ... ของเล่นแม่งเจ๋งสัดอ่ะ ...
-เปิดนิตยสารวัยรุ่นดู แล้วเกิดประโยคเหล่านี้ เช่น... ' เฮ้ย ชิบหาย แม่ง15เองอ่ะ...ตอนกูอยู่ประถมนี่ แม่งเพิ่งเกิดเองอ่ะ' หรือ 'เด็กสมัยนี้โตเร็วเนอะ...'
-อายุถึง เข้าผับได้ปั๊บ เย็ดเข้!!! ดีใจสัดๆ... พอเวลาผ่านไปซักพัก... เอ่อ... กูจะดีใจทำไม? นี่กูแก่แล้วดิเนี่ย?
- สถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน จะเปลี่ยนจุดประสงค์ จากผับDanceชื่อดัง กลายเป็นร้านนั่งชิว เปิดเพลงเบาๆ นั่งคุยกันกะเพื่อนๆ เน้นแดก ไม่เน้นDance... (ป่าวหรอก สังขารมันไม่ให้ และกูต้องการแดกเหล้า ไม่ใช่เต้นระบำ)
-เวลาทำงาน เวลาเรียน มากขึ้น ในขณะที่ เวลาพักผ่อน เวลานอน แม่งน้อยลง
- ดาราวัยรุ่นที่เราชื่นชอบ ปัจจุบันเล่นบท... แม่ ...
-เตะบอล สมัย ม.ปลาย เตะกันเป็นชั่วโมง เดี๋ยวนี้15นาที หรือแค่วิ่งประกบกองหน้า หอบแดกยังกะวิ่งมาราธอน
-เล่นบาส สมัย ม.ปลาย กระโดดจับห่วงได้สบาย เดี๋ยวนี้ปลายตาข่ายกูยังจะตายเอา
-แต่ก่อน วันเกิด ยะฮู้!!! แดกเหล้าโว้ยยยยยยยย!!! เดี๋ยวนี้ ตักบาตร เข้าวัด ถวายสังฆทาน
-UBCช่อง34 ช่อง มะจัง คือพระเจ้า!!!
-ตื่นนอนขึ้นมา...และรู้สึกว่า... กูเคยผอมกว่านี้นะ...
-ดูรูปตัวเองสมัยก่อน โอ้ว ฟักยัด นี่กูหรือนี่?... มันไม่มีภาพนั้นอีกต่อไป...
-เคยชินกับ Bakery มากกว่า Love Is (ก่อนพี่บอย จะสติแตก และคลั่งทั่นเย)
-ยังได้เห็นภาพพี่ป๊อด Moderndog ก่อนจะเป็นเกย์
-และซันนี่ ยู-โฟร์ ก่อนจะเป็นสาว
-รู้จัก และร้องเพลงของ ต้า Dr.Kids ก่อนจะผูกคอตาย
-เด็กๆสมัยนี้คงจะร้องเพลง 'ที่ว่าง' ของวงPauseได้ แต่ไม่เคยเห็นว่า พี่โจ้ ร้องนำวงนี้ หน้าตาเป็นยังไง
-เดินเข้าร้านอาหาร พนักงานเรียกพี่... ขึ้นTaxi คนขับเรียกพี่... ไปกินเหล้า พนักงานเรียก พี่...
-จำชื่อวง KORN, Limp Bizkit, Coal Chamber, Slipknotอะไรเหล่านี้ได้รึป่าว?
จริงๆ มีอีกเป็นพันๆความคิด+อาการ แต่แม่งเวอร์ชั่นว่าขี้เกียจเขียน
ถ้างั้น ใครมีอาการเริ่มแก่ หรือความคิดเริ่มแก่อะไรเพิ่มเติม อย่ารีรอที่จะบอกครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 10 ต.ค. 2008, 12:30 น.
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 07 ต.ค. 2008, 10:43 น.

วันจันทร์>
คนวันจันทร์ไม่แสดงออกถึงความเจ้าชู้เด่นชัดอย่างคน วันอาทิตย์ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนเจ้าชู้เงียบ แอบโปรยเสน่ห์อยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน ซึ่งก็มีคนหลงปลื้มอยู่เสมอไป ด้วยความที่เป็นคนอ่อนโยน ฉลาด รอบรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ดีพอควรคนวันจันทร์ชอบทำตัวน่ารัก แต่ถ้าเริ่มคบหาจริงจังกับหวานใจแล้ว จะแสดงความดื้อดึงออกมาทันที เพราะเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองไม่น้อย ดวงความรักของคุณจึงแสนซึ้งในช่วงต้น ๆ เพราะพื้นดวงเป็นคนสุภาพ น้อยคนนักที่จะห้าวมากๆ นอกจากเกิดในวันจันทร์ และถ้าความรักจะมีปัญหาก็มักเป็นเพราะตัวคุณเอง เนื่องจากเป็นคนช่างคิดอยู่แล้ว จึงคิดมากคิดไกลเกินไปเสมอและเป็นเหตุร้าวฉานในความสัมพันธ์ได้ไม่ยาก ดวงความรักของคุณค่อนข้างไม่ธรรมดา ความรักแท้มักเกิดขึ้นกับคนที่รอบข้างแอบส่ายหน้า ว่าไม่เหมาะสมกัน ถ้าไม่แก่หรืออ่อนวัยกว่ามากๆ ก็อาจแตกต่างกันที่ฐานะ หรือการศึกษา ด้อยกว่าในเรื่องใดเรื่องหนี่งแน่นอนและมักจะได้แสดงถึงความรักแท้เหมือนใน หนัง คือการฝ่าฟันกับกระแสการกีดกันของครอบครัว เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปนี้ ถ้าใครได้คู่ที่สมกันดีไม่มีใครห้ามปรามก็ต้องนับว่าโชคดี คงมีดวงในราศีเกิดหรืออิทธิพลอื่นๆ ที่เสริมให้ดวงความรักไปได้ดีกว่าพื้นดวงที่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สุดท้ายแล้ว คนวันจันทร์จะแฮปปี้สมหวังเสมอ ไม่ค่อยผิดหวังในเรื่องรัก นอกจากจะมีทุกข์ในหัวใจที่ตัวเองคิดเองรู้สึกเองไม่ใช่คนที่คุณรักก่อขึ้น หรอก หรือบางกรณีก็เป็นเพราะคุณแอบหวั่นไหวไปปลื้มคนอื่นแล้วผิดหวัง ถ้าดูแลหัวใจตัวเองให้ดี ๆ ไม่วอกแวกไปไหนคุณก็มักมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนานจนเพื่อนๆ อิจฉาเสมอแน่นอน

หว่านล้อมซะเกือบแม่นเลย  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: สมเจี้ยม เมื่อ 10 ต.ค. 2008, 17:08 น.
อ้างอิง-เตะบอล สมัย ม.ปลาย เตะกันเป็นชั่วโมง เดี๋ยวนี้15นาที หรือแค่วิ่งประกบกองหน้า หอบแดกยังกะวิ่งมาราธอน

ชอบอันนี้
บ่นตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 01:05 น.
เกิดประมาณตีสองระหว่างวันจันทร์กับวันอาทิตย์ ต้องอยู่วันไหนละเนี่ย
แต่วันอาทิตย์ตรงกว่านะ   :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 01:16 น.
เหมือนกันเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 01:51 น.
อ้างอิง-ยังได้เห็นภาพพี่ป๊อด Moderndog ก่อนจะเป็นเกย์

พึ่งจะรู้  :07:

อ้างคำพูดจาก: จอล สครับ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 01:05 น.
เกิดประมาณตีสองระหว่างวันจันทร์กับวันอาทิตย์ ต้องอยู่วันไหนละเนี่ย
แต่วันอาทิตย์ตรงกว่านะ   :47:

เกิดตีสองวันจันทร์เหมือนกันเลยครับ
แต่ไม่ยักกะคิดว่าตัวเองเกิดวันอาทิตย์เลยแฮะ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 02:15 น.
เป็นไบเหอะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 02:34 น.
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 07 ต.ค. 2008, 10:43 น.
รู้สึกว่าแม่น เลยเอามาให้ลอง
วันเกิดบอกความเจ้าชู้ในตัวคุณได้

วันอาทิตย์>
คนเกิดวันนี้ มีหัวใจกล้าได้กล้าเสียในเรื่องความรักนั้น ถือคติว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงกันตามประสาคนชอบสนุก เจ้าสำราญพอสมควร คนวันอาทิตย์เจ้าชู้ จึงมีดวงในเรื่องความรักที่โดดเด่น คือได้พบรักเสมอๆ มักปิ๊งคนเด่น ๆ ที่ดูดีกว่าใครในกลุ่มคนที่มีท่าเรียบง่ายจนเกินไป ค่อนข้างเชยๆ ไม่ใช่คนแบบที่คุณจะสะดุดตาสะดุดใจแน่นอน ใครก็ตามที่ห้าวเกินเหตุ คนวันอาทิตย์ก็ยากจะตัดใจ คิดชอบพอความสดใส มั่นใจในตัวเอง คือเสน่ห์ที่ทำให้ใครๆ หลงรักคนเกิดวันอาทิตย์ และนิสัยที่แข็งเกินไปของคุณก็คือตัวการสำคัญที่จะทำลายความรักให้พังทลายไปอย่างน่าเสียดาย ยามหลงรักใคร คุณจะตามติดหวังพิชิตให้ได้ เมื่อสมใจแล้ว คุณกลับไม่ยอมให้คู่รักมาเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวตนที่แท้ของคุณ ถ้าใครยอมคุณได้ก็รักกันได้นานแน่นอน โดยทั่วไป ดวงในเรื่องความรักของคนวันอาทิตย์ ไม่ค่อยมีอุปสรรคอะไรนัก จีบใครหรือทอดสะพานให้ ใครก็มักสำเร็จเสมอ อยู่ที่ว่าตัวคุณเองนั่นแหละ จะเป็นฝ่ายจืดจางห่างเหินอีกฝ่ายเสียก่อน ตามประสาคนเจ้าชู้ที่หัวใจอ่อนไหว และอยากคบคนใหม่ๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องท้าทายดีชอบหาความมั่นใจให้ตัวเองด้วยเรื่องรักๆ ใคร่ๆ บางครั้งทั้ง 4 ห้องหัวใจเต็มหมด ห้องไหนทนไม่ไหวโบกมือลาไปคุณก็ไม่เสียใจ มีใครคนใหม่มาแทนได้เร็วเสมอ ดวงความรักค่อนข้างดี ตัวเองไม่มีปัญหา แม้จะชอบตามใจตัวเอง แต่ก็ไม่ค่อยเอะอะเอาเรื่องกับความรักจริงจังนัก ปัญหามักเกิดขึ้นเพราะคนรักของคุณ ซึ่งคิดจะเอาเรื่องกับคุณให้ได้ หรืออาจเป็นเพราะความใจร้อนของคุณบ้าง โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดการแตกหักหรอก ดังนั้นถ้าใครเข้าใจคุณก็สามารถควงกับคุณได้นานเป็นพิเศษ



เเต่เค้า บ๊ายบายไป ก็เสียใจนะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 09:30 น.
อ้างอิงวันเสาร์
คนเกิดวันเสาร์ มีดวงชะตาในเรื่องรักที่ค่อนข้างดีพอสมควร ไม่ค่อยจะมีปัญหาปวดหัวปวดใจ จนเดือดร้อนเพราะเรื่องความรักอย่างคนเกิดวันอื่นๆ เนื่องจากพื้นฐานนิสัยที่เป็นคนเด็ดเดี่ยว หนักแน่น คุณจึงคบใครก็คบอยู่คนเดียว พอเลิกกันเมื่อใดจึงค่อยมีรักใหม่ แต่คนวันเสาร์จะไม่ออกไปวิ่งไขว่คว้าหารักมาใส่ตัวหรอก นอกจากรอให้กามเทพแผลงสอนเองตามธรรมชาติดีกว่า แม้จะดูสุขุม มีระบบระเบียบ เป็นคนตรง หัวแข็งไม่เบา แต่ในใจคนวันเสาร์ก็อ่อนไหวไม่อยากกับเรื่องรัก เห็นใครถูกใจก็ชอบแต่ก็รู้จักยับยั้งใจ ไม่วิ่งเข้าประกบทันทีเด็ดขาด ถ้าจะมีความเจ้าชู้ ก็เจ้าชู้เงียบ แต่ไม่ใช่เงียบแบบแอบเอาจริงอย่างคนวันจันทร์ เพราะคนวันเสาร์จะแค่มอง รู้สึกชอบ ส่งยิ้มไปบ้าง แต่ก็ไม่คิดอะไรมากกว่านั้น ดวงความรักของคุณ เป็นลักษณะที่มีความสัมพันธ์มีความผูกพันธ์ เต็มไปด้วยความลึกซึ้งไม่ใช่รักแบบตื่นเต้นเร้าใจสั้นๆ แล้วจบลงเหมือนเพียงจุดพลุดอกไม้ไฟ คนวันเสาร์ทำให้คนอื่นประทับใจได้เสมอ กับความสุขุมทระนงอดทนมุ่งมั่นใส่ใจคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ถ้าใครคนนั้นฟู่ฟ่าหรูหราใช้เงินกระหน่ำเกินไปคุณก็ไม่ชอบใจเหมือนกัน ความที่เป็นคนช่างเลือกคนวันเสาร์ จึงไม่ใช่คนประเภทที่มีใครๆ เคียงข้างอยู่ตลอดเวลา บางปีถ้าไม่ปิ๊งใครมากๆ ก็ยอมเปลี่ยวใจตลอดปีไม่ซีเรียส ถ้าคนวันเสาร์ถูกใจใคร จะใช้เวลาดูใจดูนิสัยก่อนจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปให้ลึกซึ้ง ด้วยความขี้ระแวงไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ต้องดูแล้วดูอีกกว่าจะตัดสินใจเรื่องความเหมาะสมกัน คุณก็คิดมาก กว่าคนวันเกิดใดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือฐานะ เช่น อีกฝ่ายรวยกว่ามากหรือจนกว่ามากๆ คุณก็จะคิดมาก แม้จะรักแล้วแต่ก็ลังเล หรือถ้าอายุน้อยกว่ามากๆ หรือแก่กว่ามากๆ ก็กลัวว่าคนอื่นจะคิดยังไงช่องว่างระหว่างวัยจะมีหรือไม่ นี่หละคือสไตล์ความคิดของคนวันเสาร์ ปัญหารักในเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยมีหรอก นอกจากจะสับสนกับตัวเอง

อึ  :38:   ตรงทุกคำพูดเลยครับ

ผมคิดว่า ถ้ามันจะมีก็มีมาเอง ผู้หญิงสมัยนี้ไม่น่าไว้ใจ จะเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต ต้องเลือกดีๆ

ไม่ใช่เลือกเผื่อเลิก อารมณ์ประมาณไม่ใช่ก็หาใหม่ ไม่ชอบ จะหาทั้งที ก็มองหาตัวจริงไปเลย

พอดีผมหัวโบราณน่ะ พยายามปล่อยทิ้งแต่ก็ชอบเก็บมาคิด เรื่องผู้หญิงเที่ยวกลางคืร ผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาแล้ว

ผมก็เลยจะดูกันไปนานๆก่อน ปรากฏดูจนเป็นเพื่อนไปหมดละ ไปบอกเค้าว่าชอบ เค้าบอกว่าคิดกะผมเป็นเพื่อนหมดละทุกคน

สงสัยดูใจนานไป มันเห็นตูเป็นเพื่อนสาวไปแล้ว (เรียกเพื่อนสาวจริงๆ เพราะไว้ใจกันมาก แต่ผมแมนนะ :44:)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 17:19 น.
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 07 ต.ค. 2008, 10:43 น.


วันพฤหัส
ถ้าคุณเกิดวันพฤหัสบดี มั่นใจได้เลยว่าคุณจะเป็นคนรักที่ดีให้ใครคนนั้นได้ภาคภูมิใจแน่ เพราะคุณมีทั้งความเอื้ออารี มีน้ำใจ เป็นคนสติปัญญาดี มีความยุติธรรมเป็นคนที่ใครก็ยอมรับและชื่นชมคุณเป็นคนรักจริงเกลียดจริง ถ้าเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งคบหาต่อไปให้ต้องฝืนตามวิสัยของคุณวันพฤหัสบดี ที่ตรงพอสมควร ดวงในเรื่องความรักของคนวันพฤหัสบดี ไม่ค่อยโลดโผนพิสดารมากนัก ความรักค่อยเป็นค่อยไปอย่างเรียบง่าย หากจะมีเรื่องปวดหัวใจบ้างก็เป็นเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไป บางครั้งจึงหลงคารมคนไม่จริงใจหรือบางครั้งก็คิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นดั่งที่แอบคิดแอบหวั่นไหว คนเกิดวันพฤหัสบดีเป็นคนใฝ่รู้ ถ้าช่วงใดเจ็บหัวใจ ก็จะทำใจด้วยการทุ่มเทในเรื่องที่มีสาระ มีประโยชน์กับชีวิต  ความน่ารักของคนอยู่ที่ความสดใส เปิดเผย มีความมุ่งมั่นเสมอ ไม่ใช่คนที่เลื่อนลอยไร้สาระ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนวันพฤหัสบดีอีกลักษณะหนึ่งคือไม่ค่อยเรียบร้อยและขาดความสุขุมรอบคอบ คนวันพฤหัสบดีไม่ค่อยเจ้าชู้ แม้จะดูมีท่าทีเข้ากับคนง่ายสดใสเป็นกันเองแต่ไม่ได้ชอบใครง่าย ๆ เสมอไป  ถ้ารักใครก็จะรักอย่างซื่อสัตย์ หากจะผิดหวังก็ดังที่กล่าวมาแล้ว คือการไปรักคนผิด คิดว่าดีที่แท้ไม่ใช่ ดวงความรักดของคนวันพฤหัสบดีนั้นจะมีรักจริงจังก็ต่อเมื่อพบเจอคนที่เรียบง่ายคล้ายๆกัน ไม่ใช่ฟู่ฟ่าหรูหราเกินไปนัก คิดแต่เรื่องสร้างสรรค์มากกว่าเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ ปัญหาในรักมักใม่ใช่อยู่ที่ตัวคุณเอง เพราะคุณอดทนได้เสมอแต่คนที่คุณรักต่างหากที่จะนำเรื่องปวดหัวมาให้





ใช่เลย แดง ๆ เนี่ย   :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กำนม.};oO= เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 17:34 น.
แดงๆ นั่นคือปลายหนวด ใช่ไหม
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 13 ต.ค. 2008, 17:35 น.
เลือดพี่กำนันค่ะ   :39b:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:23 น.

กาแฟใส่เกลือ...

เขาเจอเธอในงานเลี้ยงแห่งนึง
เธอดูโดดเด่นมาก
และมีคนมากมายรุมล้อมเธอ
ในขณะที่เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดาคนนึง
ไม่มีใครใส่ใจเขาเลย

และหลังงานเลี้ยงเลิก
เขาได้มีโอกาสชวนเธอไปทานกาแฟต่อ
เธอประหลาดใจมาก
แต่ท่าทีที่สุภาพของเขา ทำให้เธอตอบตกลง


พวกเขานั่งในร้านกาแฟดีๆแห่งนึง
เขาดูประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก
เธอรู้สึกอึดอัดมาก
จนคิดในใจว่า
ได้โปรดให้ฉันกลับบ้านเหอะ

แต่ทันใดนั้น.....



เขาถามบ๋อยว่า ขอเกลือป่นได้ไหม
อยากเอามาใส่ในกาแฟ
ทุกคนในร้านหันมาจ้องเขาด้วยความประหลาดใจ
เขาอายจนต้องก้มหน้า
แต่ก็ยังเติมเกลือลงในกาแฟ และก็ดื่มมันเสียด้วย

ทำให้เธอต้องถามเขาอย่างอดไม่ได้ว่า ทำไมชอบกาแฟรสชาติแบบนี้
เขาตอบว่า เมื่อเขายังเด็ก
บ้านเกิดเขาอยู่ริมทะเล
เขาเป็นลูกน้ำเค็ม
เล่นกับทะเลทุกวัน เคยชินกับรสเค็มของเกลือ
เหมือนกับรสชาติของกาแฟเค็ม
เพราะฉะนั้นเมื่อทุกครั้งที่เขาได้ลิ้มรสกาแฟเค็มๆ
เขาก็จะคิดถึงวัยเด็ก
คิดถึงบ้านเกิด
เขาคิดถึงพ่อแม่ทียังอยู่ที่นั่น


เขาเล่าไปก็น้ำตาไหลอาบแก้ม
เธอรู้สึกสงสารเขาจับใจ
นั่นเป็นความในใจลึกๆของเขา
ผู้ชายคนไหนที่กล้าบอกว่าเขาคิดถึงบ้าน
แสดงว่าเขาต้องรักครอบครัวอย่างมาก
และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว
ดังนั้นเธอก็เริ่มประทับใจในตัวเขา
เริ่มชวนเขาคุย
เล่าถึงบ้านเกิดของเธอบ้าง
ชีวิตในวัยเด็ก ครอบครัวของเธอ
เธอกับเขาคุยกันถูกคอมากขึ้นเรื่อยๆ
และจากการเริ่มต้นที่ดี
ทำให้เขากับเธอคืบหน้าความสัมพันธ์ต่อไป

จนทีสุด เธอก็ค้นพบว่า เขาคือผู้ชายแบบที่เธอต้องการอย่างแท้จริง
เขาใจกว้าง อ่อนโยน อบอุ่น และดูแลเป็นอย่างดี
เขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอเกือบจะมองข้ามเขาไป!
ต้องขอบคุณกาแฟแก้วนั้น
และชีวิตรักที่สวยงามเช่นนี้ ก็เหมือนดังเรื่องทั่วไป
เมื่อเธอตกลงใจแต่งงานกับเขา
และก็มีความสุขมาโดยตลอด....
โดยทุกๆครั้งที่เธอชงกาแฟให้กับเขา
เธอต้องใส่เกลือลงไปในกาแฟให้ทุกครั้งไป
เธอรู้ว่านี่เป็นกาแฟที่เขาชอบมากที่สุด


หลังจากนั้นอีกสี่สิบปี
เขาก็จากเธอไป
ทิ้งจดหมายไว้ให้เธอฉบับนึง
ข้างในมีใจความว่า

ที่รัก อภัยให้ผมด้วย
ที่ต้องโกหกคุณชั่วชีวิต
มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมโกหกคุณ เรื่องกาแฟเค็มนั่น
จำวันแรกที่เรามีนัดกันได้ไหม
ผมประหม่ามากในตอนนั้น
จริงๆแล้วผมต้องการน้ำตาล แต่ผมพูดผิดเป็นขอเกลือ
ซึ่งมันยากที่จะกลับคำในตอนนั้น ผมจึงต้องปล่อยมันไป
ซึ่งผมไม่คิดว่า นั่นจะทำให้เราได้เริ่มต้นการพูดคุยกัน
ผมพยายามที่จะสารภาพกับคุณหลายต่อหลายครั้ง
แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะสารภาพออกไป
ทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า จะไม่โกหกอะไรคุณอีกแม้แต่ครั้งเดียว
ตอนนี้ผมจากไปแล้ว ผมไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีก
ดังนั้นจึงเล่าความจริงในจดหมายฉบับนี้


แท้จริงแล้วผมไม่ได้ชอบทานกาแฟรสเค็มเลยแม้แต่น้อย
มันรสชาติค่อนข้างแย่ทีเดียว
แต่ว่าผมทานมันตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่ได้รู้จักคุณ
ผมไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ทำเพื่อคุณเลย
การได้พบคุณเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดชีวิตของผม
ถ้าผมได้มีโอกาสมีชีวิตอีกครั้ง
ผมก็ยังอยากจะได้พบคุณ และมีคุณเป็นภรรยาผมอีกครั้งเช่นกัน
แม้ว่าผมจะต้องดื่มกาแฟรสเค็มอีกตลอดชีวิตก็ตาม!

น้ำตาของเธอหยดใส่กระดาษจดหมายจนเปียกชุ่ม
และหลังจากนั้น หากมีใครถามเธอ
กาแฟรสเติมเกลือรสชาติเป็นเช่นไร

เธอก็จะตอบเสมอว่า " มันหวาน "

แต่ถ้าหากมีใครถามเธอ
สามีเธอป่วยเป็นอะไรก่อนเสียชีวิต

เธอจะไม่มีวันตอบว่า "ไตวาย"
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:32 น.
เคยอ่านของหมอแมวแล้ว

แต่ 3 บรรทัดล่างเพิ่งเคยเห็นค่ะ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:49 น.
อ้างคำพูดจาก: จั๊วจ่ะ :D เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:32 น.
เคยอ่านของหมอแมวแล้ว

แต่ 3 บรรทัดล่างเพิ่งเคยเห็นค่ะ  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: IM เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:53 น.
ดูมันเถียงพระ : พระพยอม กัลยาโณ


วันนั้น ไปเทศน์ที่...สิงห์บุรี... เทศน์ให้ครูฟัง...

ครูนั่งกันเต็มห้องประชุม... ๒-๓ ร้อยคน...
พวกครูผู้ใหญ่...พวกผู้อำนวยการ... ก็นั่งโซฟาข้างหน้า...

มีครูผู้ชายคนหนึ่ง... นั่งเก้าอี้ข้างหน้า...เหยียดขา...ตาแดง...โงนไป...โงนมา... เมา....

ชาวบ้านเวลาฟังพระเทศน์.เขาพนมมือกันหมด... มันไม่พนมมือ...

แถมเวลาพระเทศน์...มันกระดิกขา...เคาะจังหวะอีก.

ผู้อำนวยการอยู่ข้างหน้า...พยายามจ้องหน้ามัน... มันหันหนี...ไม่สบตา... ทำเป็นไม่รู้ ไม่ชี้...

อาตมาเทศน์ไปสักพัก...ทนไม่ไหว... เลยถามว่า...

'โยม...ทำไมไม่ไหว้พระล่ะ...'

'พระเดี๋ยวนี้ประพฤติตัวไม่ค่อยดี...ไหว้แล้วเสียมือ. ..'

แน๊ะ...มันเมาเหล้ากลิ่นคลุ้ง...จนโงหัวไม่ขึ้น... ยังเสือกมาสอนพระอีก...

'โยม...ที่พระเทศน์นี่... ท่านเอาธรรมะของพระพุทธเจ้า.มาสอนเรา... ไม่ใช่ความคิดของท่าน...

การที่เราไหว้...เวลาพระเทศน์...เป็นการบูชาธรรม... เป็นการแสดงความเคารพพระพุทธเจ้า...'

ไม่ไหว้...  

'โยม...อาตมาขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?'

'ถามอะไร...?'

'ระหว่างเรายกมือไหว้พระเอง...กับมีคนจับมือให้ไหว้พระ... อันไหนดีกว่ากัน...?

ระหว่างสวดมนต์เอง...กับนอนให้พระสวดให้...อันไหนดีกว่ากัน..?'

มันเงียบ...ไม่ตอบ... คงเริ่มสำนึกบาปแล้วล่ะ...

อาตมารีบถามต่อเลย...เดี๋ยวจะช้าไป...

'โยม...เคยไปวัดบ้างไหม...?'

'ไม่ไป...ไม่ชอบวัด...'

'โยม...ระหว่างเดินไปวัดเอง...กับเขาหามไปวัด...อันไหนดีกว่ากัน...?'

มันจ้องตาเขม็งเลย... แล้วลุกขึ้นยืน....

'นี่...หลวงพี่...ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม...?'

'ได้...'

'ระหว่างเดินกลับวัดเอง.กับมีคนหามกลับวัด...อันไหนดี กว่ากัน...?'  



ที่มาข้อมูล : เทศนา...ฮาสุดขีด ของ พระพยอม กัลยาโณ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:55 น.
อ้างคำพูดจาก: จั๊วจ่ะ :D เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:32 น.
เคยอ่านของหมอแมวแล้ว

แต่ 3 บรรทัดล่างเพิ่งเคยเห็นค่ะ  :31:
:37:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 11:26 น.
อ้างคำพูดจาก: จั๊วจ่ะ :D เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:32 น.
เคยอ่านของหมอแมวแล้ว

แต่ 3 บรรทัดล่างเพิ่งเคยเห็นค่ะ  :31:
:37:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 13:25 น.
อ้างคำพูดจาก: eMz Star Dog. เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 01:53 น.
ดูมันเถียงพระ : พระพยอม กัลยาโณ

'ระหว่างเดินกลับวัดเอง.กับมีคนหามกลับวัด...อันไหนดี กว่ากัน...?'   

ที่มาข้อมูล : เทศนา...ฮาสุดขีด ของ พระพยอม กัลยาโณ


:30: :30:  อยากรู้พระำยอมท่านว่าไงต่อครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 13:26 น.
ท่านคงเลือกเดินกลับวัด  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: IM เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 15:01 น.
ตอนผมอ่านครั้งแรก  นึกหน้าพระพยอมตอนโดนประโยคนี้ไม่ออกเลย

ไม่รู้จะทำหน้ายังไง  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 14 ต.ค. 2008, 20:48 น.
คงทำหน้า  :38: แบบนี้


:08:
:46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: AppBalL เมื่อ 16 ต.ค. 2008, 19:51 น.
35_ อาการของคนบ้า(รถไฟ)
จากการวิจัยของผม สามารถจำแนกอาการได้ดังนี้

1. กล้ามเนื้อลุกตากระตุก เวลาเห็นรถไฟ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ก็ต้องหันตาม
2. อาจถึงขั้นลงจากรถ ถ้าอยู่บนรถ ลงมามองให้ถนัดจากด้านนอกรถ
3. กล้องดิจิทัลอยู่ที่ไหน มือจะรีบหยิบมาอย่างเร็ว ถ่ายด้านหน้าไม่ทัน ด้านหลังก็ยังดี ไว้ดูต่างหน้า
4. มีอาการตื่นเต้นเล็กน้อย เมื่อได้มาที่สถานีรถไฟ
5. จะดีใจเป็นที่สุด ถ้ารู้ว่ารถจักรที่ได้ทำขบวน เป็นรถจักรที่ทำขบวนแล้วช้าอยู่บ่อยๆ(คุ้มดี)
6. ใครพูดคำว่า"รถไฟ" จะต้องหันไปแอบฟัง ว่าจะชมหรือด่า
7. ลงทุนเสียเงินเยอะๆ เพื่อนั่งรถไฟไปแล้วก็กลับ
8. ไม่ก็เดินไปสำรวจที่ต่างๆ ที่ชาวบ้านหาว่า "พวกนี้บ้ารึเปล่า"
9. อาจถึงขั้นปีนเสาโทรเลข หรือเสาสัญญาณ เพื่อให้ได้ภาพสวยๆเลยก็มี
10. เมื่ออยู่บนรถไฟ จะนั่งไม่ค่อยติด จะต้องชะโงกดูสัญญาณอยู่ตลอด
11. พลาดไม่ได้ เวลาอยู่กันเป็นหมู่คณะ เมื่อได้ยินเสียงหวีด จะต้องจัดกำลังพล ประจำตำแหน่ง เหมือนออกรบ เพื่อโจมตีที่หมายด้วยกล้องดิจิทัล
12. ผู้ใดที่เป็นโรคนี้ระยะที่ 2 แล้ว จะเริ่มหันไปใช้อาวุธหนัก บางครั้งจะมีขาทรายติดตั้งด้วย
13. พยายามหนี ส. แขวงมาเที่ยวให้ได้
14. เมื่อได้ยินเสียงรถสิบล้อ จะหลอนทุกที นึกว่าเสีย Alsthom
15. เปิดทีวีช่องใดแล้วเจอรถไฟ จะดูช่องนั้นก่อนแป๊บนึง ถึงแม้ว่า จะมีรายการโปรดรออยู่อีกช่องก็ตาม
16. มีตารางเดินรถฝังอยู่ในสมอง
17. เมื่อขบวนรถหลีกกัน ก็ไม่ลืมที่จะชักภาพไว้ ถึงแม้ว่าจะเป็นกลางคืน ได้ Headlight ก็ยังดี
18. สะพาน จะเป็นอุปกรณ์ฝึกวิ่ง สำหรับนักวิ่งที่เป็นโรคนี้
19. วันที่ 26 มีนาคม 12 สิงหาคม 23 ตุลาคม และ 5 ธันวาคม จะเป็นวันรวมญาติคนที่เป็นโรคนี้
20. โรคนี้รักษาไม่ได้
21. โรคนี้ เป็นโรคที่ต้องอาศัยความบ้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
22. แรกเริ่ม โรคนี้เกิดจากคนไม่กี่คน ก่อนที่จะแพร่ระบาดออกไปอย่างรวดเร็ว
23. สะพานบางปะกง สะพานพระราม 6 เป็นจุดยุทศาสตร์ยอดฮิตในการดักตีรถโดยสารและรถสินค้า เนื่องจากอยู่ใกล้เมืองหลวง
24. จะนอนหลับเมื่อรถวิ่ง และจะตื่นเมื่อรถหยุด
25. เพลงกล่อมหลับชั้นดี คือเสียงเครื่องยนต์ที่ดังเสียดประสาทชาวบ้าน
26. ว่างเป็นเที่ยว ถ้ามีเงิน
27. พยายาม ลดชั้นการโดยสารตัวเองในตอนเช้า ถ้าเดินทางด้วยรถปรับอากาศที่ไม่ใช่ดีเซลราง
28. ประตู คือที่สิงสถิตย์ของคนพวกนี้บางจำพวก
29. ฝันว่า สักวันต้องได้นั่ง E&O เกือบทุกคน
30. จะนั่งทายกันอยู่ถ้าคนเป็นโรคนี้ไปด้วยกัน ว่ารถจักรที่มาไกลๆนั่น เป็นรถจักรอะไร เลขอะไร
31. พขร. จะเบื่อคนพวกนี้มาก ถ้ากระจกหน้ารถใสจนมองเห็นข้างใน (ตูยังไม่ได้ล้างหน้าอาบน้ำเลย หัวกระเซิง)
32. จะมีปัญหากับยามชานชลาอยู่บ่อยครั้ง เพราะพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และสถานีรถไฟ
33. กฎอะไร มีไว้ชอบแหก เช่น ยืนตรงประตู กับชะโงกหัวออกหน้าต่างเป็นต้น
34. ที่สำคัญเวลาคนแน่น จะชอบมุดรูหน้าต่างห้องน้ำ เมื่อหาช่องใช้อาวุธ
35. พยายามชักจูงคนปกติ ให้มาติดไวรัสนี้ แล้วก็ทำสำเร็จหลายรายแล้ว

ลอกเขามาอ่าครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 16 ต.ค. 2008, 19:54 น.
จริงมั๊ยครับลุงเจฟ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 17 ต.ค. 2008, 13:57 น.
รอเจ้าตัวมายืนยัน :26:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 17 ต.ค. 2008, 14:31 น.
เพื่อนลุงเจฟเป็นคนเขียนฟอร์เวิร์ดแน่เลย  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนุ่ม เมื่อ 17 ต.ค. 2008, 14:40 น.
เผลอๆอาจจะเป็นแกเขียนเองนะ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 17 ต.ค. 2008, 22:02 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 17 ต.ค. 2008, 22:34 น.
เคยเห็นแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 18 ต.ค. 2008, 02:30 น.
บรรพชีวิน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: bobotaro01 เมื่อ 18 ต.ค. 2008, 04:33 น.
อาการบ้ารถไฟนี่ไม่ไหวอ่ะ :48:ทั้งชีวิตเพิ่งเคยขึ้นครั้งเดียวเอง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 18 ต.ค. 2008, 23:10 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori* เมื่อ 18 ต.ค. 2008, 02:30 น.
บรรพชีวิน
แปลหน่อยสิเฟริน  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 19 ต.ค. 2008, 01:18 น.
ซากดึกดำบรรพ หรือ ฟอสซิล  :47:



ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 20 ต.ค. 2008, 11:26 น.
อ๋อ  :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 07 พ.ย. 2008, 10:43 น.
(http://img3.f0nt.com/07/6bef18ba5f6408b6d9112b7255da7b96.jpg)
(http://img3.f0nt.com/07/bc3dc840af6f1bf886ac4ba82e7fca45.jpg)
(http://img3.f0nt.com/07/98a23e014bfe4fa95dc109d594bbf3e8.jpg)
(http://img3.f0nt.com/07/a734c0ad51f425a1bb33c7561c8a171d.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 07 พ.ย. 2008, 10:46 น.
(http://img3.f0nt.com/07/e65102cbdde2ba48aebcfae929c3b573.jpg)
(http://img3.f0nt.com/07/e6ed702be122e2c107db6bb8899c6549.jpg)
(http://img3.f0nt.com/07/21c1990a201e647950fba69d19d3d1c6.jpg)

เราต้องอยู่อย่างมีความหวัง เพราะความหวังทำให้เรามีกำลังใจ  :12:
fwd นานมาละ แต่อ่านแล้วได้อะไรเยอะดี
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 07 พ.ย. 2008, 10:47 น.
 :46:
ซึ้งแต่เช้าเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 08 พ.ย. 2008, 03:38 น.
 :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 09 พ.ย. 2008, 05:16 น.
อ่านแล้วเกิดคำถาม

เป็นผมจะทำแบบนี้ได้หรือเปล่า  :05: :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 09 พ.ย. 2008, 06:31 น.
อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 09 พ.ย. 2008, 05:16 น.
อ่านแล้วเกิดคำถาม

เป็นผมจะทำแบบนี้ได้หรือเปล่า  :05: :05:
:42: คิดเหมือนกันเลย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นางบี เมื่อ 11 พ.ย. 2008, 19:13 น.
:05: ซึ้งงงงงงงงง  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 14 พ.ย. 2008, 14:31 น.
เพิ่งได้รับ FWD mail เรื่องนี้อ่ะ

อ้างคำพูดจาก: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 07 ก.ย. 2008, 01:11 น.
http://comicbook.exteen.com/20080905/final-version/page/3 (http://comicbook.exteen.com/20080905/final-version/page/3)
"วันที่สมหมายชอบที่สุด"

:52: อ่านแล้วมานั่งคิด


แค่สีเท่านั้นเอง..
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 01 ธ.ค. 2008, 16:32 น.
ถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน

ฉันเคยได้รับ mail เรื่องคนชราขายกระเพาะปลาอยู่ที่แถวซอยพัฒน์พงษ์ แล้วหลังจากนั้นเวลาเดินผ่านตรงนั้นก็เห็นสองตายายขายดีขึ้น เลยคิดว่ามันน่าจะช่วยอาม่าคนนี้ได้บ้าง....อาม่าคนนี้ขายขนมกุ้ยช่ายและก๋วยเตี๋ยวหลอดอยู่ในซอยละลายทรัพย์ ถนนสีลม (ซอย 5 น่ะ) ทุกเช้า ถ้าฉันมาทำงานสายหน่อย ขับรถมาก็จะเห็นภาพเศร้าๆ.....อาม่าลากรถเข็นจากถนนสวนพลู ข้ามถนนสาทร ซึ่งเป็นถนนที่กว้างมากๆ สำหรับคนแก่ ......ลากมาเรื่อยๆ ....บางวันเห็นใส่หมวกสานแหลมๆ ไว้กันแดด.....มาขายที่ซอยละลายทรัพย์ .....เคยจอดรถทำเป็นเนียน ซื้อกุ้ยช่าย แล้วชวนแกนั่งรถมาด้วยกัน เพราะที่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากที่แกขายของ แกยิ้มแย้มขอบคุณเสียงดังฟังชัด....แต่ไม่ยอมมาด้วย .... ตอนบ่ายแก่ๆ ก็เห็นลากกลับอยู่คนเดียว  เหงามั้ยน้า....

เคยมาทำงานวันเสาร์ มารถไฟฟ้า มองลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี ก็เห็นแกนั่งขายอยู่หน้าเซเว่นริมถนนนราธิวาสอีก...อะไรว้า ทำงานทุกวันเลยรึ

สรุป จันทร์ถึงศุกร์ ขายในซอยละลายทรัพย์ เดินตรงมาเรื่อยๆ จนใกล้จะถึงวิลล่าซุปเปอร์มาร์เก็ต มองเรี่ยๆ พื้นไว้นะ แกนั่งขายอยู่ทางซ้ายมือค่ะ
  วันเสาร์ขายอยู่หน้าเซเว่น ตรงแถวถนนนราธิวาสฯ แถวนั้นมีแมคโดนัลด์ด้วย มองลงมาจากสถานีช่องนนทรี...จะเห็นได้โดยไม่ต้องพึ่งกล้องส่องทางไกล

อยากให้เมล์นี้ผ่านตาคนเยอะๆ ให้เยอะที่สุด สำหรับใครก็ได้ที่จะมีโอกาสมาเดินละลายทรัพย์ ถ้านึกได้ .... ให้แวะช่วยซื้อขนมของอาม่าด้วย คนละนิด...ถ้าไม่กินเองก็ซื้อเอาไปฝากคนอื่นก็ได้ ฝากเพื่อน....พี่น้อง....พ่อแม่....ฝากแม่บ้าน...ฝากรปภ.ที่ออฟฟิศ ช่วยคนแก่ให้มีกำลังใจหน่อยนะ

ขอบคุณแทนแกด้วย

แมว
13/11/2551

--------------------------------------------------------------------------------


(http://img3.f0nt.com/01/66b580d34482da1f53fb67acc647337d.png)
อาม่าบอกว่าอย่าถ่ายเลย แต่งตัวไม่สวย

มีขายขนมกุ้ยช่าย มีใส้เผือก, ใส้มันแกวด้วย  แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวหลอด

(http://img3.f0nt.com/01/127a091821355cc4b19a2d2774027132.png)
วางขายอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ข้างร้านขนม, กระเป๋า...ที่มองเห็นขวาสุดด้านบนคือวิลล่าซุปเปอร์มาร์เก็ต ในซอยละลายทรัพย์

(http://img3.f0nt.com/01/c55790ca8003de300b22fa6f59e66bc4.png)
ให้สังเกตุตู้เอทีเอ็มก็ได้ค่ะ ถัดจากตู้นี้ก็เป็นรมย์รวินท์คลีนิค ตรงข้ามก็คือวิลล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต

ช่วยกันคนละนิดเท่านั้นค่ะ....เป็นกำลังใจให้แก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 01 ธ.ค. 2008, 16:57 น.
อยากไปอุดหนุนอาม่า   :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 02 ธ.ค. 2008, 22:17 น.
ม่าน่ารัก  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 17 ธ.ค. 2008, 14:06 น.
อยากกินกุ้ยช่าย  :54: เอ่อ ก็อยากไปอุดหนุนอาม่าอะนะ เอาไว้ไปแถวนั้นจะแวะนะ

เสาร์ อาทิตย์นี้ ทำกินเองดีกั่ว  :47: เกี๊ยวซ่าด้วย ไหน ๆ ก็จะซื้อกุ้ยช่ายแล้ว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 18 ธ.ค. 2008, 09:43 น.
มีปากหม้อด้วย :54:

คิดถึงปากหม้อที่สุรินทร์ :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 18 ธ.ค. 2008, 14:41 น.
เคยดูทีวีเห็นอาม่าด้วย ไม่รู้ทำไมอ่านอันนี้เเล้วน้ำตาจะไหลหงะ


เหมือนจะสงสาร เเต่ไม่นะ พอเห็นอาม่ายิ้มเเล้ว เหมือนเค้ารู้สึกดียังไงก็ไม่รู้  :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:35 น.
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_01.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_02.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_03.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_04.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_05.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_06.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_07.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_08.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_09.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_10.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_11.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_12.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_13.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_14.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_15.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_16.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_17.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_18.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_19.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_20.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_21.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_22.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_23.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_24.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_25.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_26.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_27.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_28.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_29.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_30.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_31.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_32.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_33.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_34.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_35.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_36.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_37.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_38.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_39.jpg)

:22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:36 น.
น่ารักจังเลย    :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:37 น.
บ้า  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:37 น.
การ์ตูนค่ะ    :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:40 น.


นึกว่ามันจะหักมุมอีก ท้ายรถฟาดทั้งคู่ไปเลย  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:48 น.
 :22: ผมจะคอยเดินตามระวังหลังให้คุณนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:50 น.
เค้าก็จะตามระวังประตูหลังให้ตะเองเหมือนกัน  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:52 น.
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:40 น.

นึกว่ามันจะหักมุมอีก ท้ายรถฟาดทั้งคู่ไปเลย  :47:

:47:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:58 น.
อ้างคำพูดจาก: ลุงเป็ด เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:50 น.
เค้าก็จะตามไปเสียบประตูหลังให้ตะเองเหมือนกัน  :27:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 16:02 น.
การ์ตูนของ สีปอน story on the wall คนวาดหน้าตาดีนะ  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 16:14 น.
อ่านแล้วทำไมไม่รู้นึกถึง ทหารม้าของส้มเลย :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 16:17 น.
ซึ้งมาก :05: :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 21:31 น.
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 16:17 น.
ซึ้งมาก :05: :40:
:05:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 21:36 น.
อ้างคำพูดจาก: นาย ภาณุพันธุ์ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 16:14 น.
อ่านแล้วทำไมไม่รู้นึกถึง ทหารม้าของส้มเลย :40:

:30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 10 ม.ค. 2009, 12:23 น.
พี่โก้ สรรหามา

ซึ้งซะ  :23:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 12 ม.ค. 2009, 08:40 น.
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 09 ม.ค. 2009, 13:35 น.
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_01.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_02.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_03.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_04.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_05.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_06.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_07.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_08.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_09.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_10.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_11.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_12.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_13.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_14.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_15.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_16.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_17.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_18.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_19.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_20.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_21.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_22.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_23.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_24.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_25.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_26.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_27.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_28.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_29.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_30.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_31.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_32.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_33.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_34.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_35.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_36.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_37.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_38.jpg)
(http://i116.photobucket.com/albums/o12/oa5932214/Story%20Board/Story_39.jpg)

:22:


โอ.......... :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 12 ม.ค. 2009, 12:49 น.
ซึ้ง  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: หนูอร เมื่อ 12 ม.ค. 2009, 16:26 น.
เคยอ่านแล้วแต่ก็
ชอบบบ   :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อนล เมื่อ 17 ม.ค. 2009, 14:40 น.
ช ช ชอบ  :45:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 19 ม.ค. 2009, 19:05 น.
ชอบ :25: โดยเฉพาะฉากที่โดนชน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: อนล เมื่อ 19 ม.ค. 2009, 19:22 น.
 :08:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 24 ม.ค. 2009, 15:54 น.
วาดได้อารมณ์ชน  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ning❤ เมื่อ 18 ก.พ. 2009, 23:09 น.
อารมณ์คล้ายๆหัวแตงโมเลย

อ้างอิงสำหรับผู้ ใช้Hotmail ทุก ท่าน

เนื่องจากมีคนไทยใช้ฮอทเมล์มากจนผิดสังเกต จนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ต้องมีการเรียกประชุม ครม.อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตที่

จะถูกทางฮอตเมล ปิดการให้ เพราะจะทำให้ทั้งคณะรัฐมนตรี และ ประชาชนไทยไม่มีฮอตเมลไว้ใช้งาน จึงใคร่ขอให้ทุกท่านทำตามเงื่อนไขด้านล่างโดยด่วนที่สุด



นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายธีรเดช



ดังนั้นภายใน 1 เดือนจากนี้ไปท่านใดที่ ไม่ได้รับเมล์ใน

หัวข้อเรื่องนี้จะถูกลบชื่อจากตัวเก็บข้อมูลของทาง เรา

โปรดส่งเมล์ฉบับนี้ต่อไป

เพื่อที่ทางเราจะได้รู้ ว่าคุณยังคงใช้บริการฮอทเมล์ อยู่

คำเตือนทางเราต้องการที่ จะหาผู้ที่ใช้บริการฮอทเมล์อย่าง แท้จริง

ถ้าคุณยังคงใช้บริการฮอท เมล์ อยู่

กรุณาส่งเมล์นี้ไปยังผู้ ใช้ฮอทเมล์อื่นๆ เท่าที่คุณจะทำ ได้

และถ้าคุณไม่ส่งเมล์ฉบับ นี้ผ่านต่อไปยังผู้ อื่น

ทางเราจะทำการลบชื่อคุณออก จากบัญชีรายชื่อ ผู้ใช้บริการฮอทเมล์

มีคนเข้ามาใช้บริการเป็น จำนวน มาก

ทางเราต้องการให้คุณส่ง ต่อเมล์ฉบับนี้ไปยังผู้อื่นอย่าง น้อย 20 คน

ทางเราทราบดีว่าเป็นจำนวน มากเหมือน กัน

สำหรับคุณที่จะส่งต่อไป อีก20 คน

แต่ทางเราต้องการที่จะหา ผู้ใช้บริการฮอทเมล์อย่างแท้ จริง

และที่สำคัญถ้าคุณไม่ส่งเมล์ฉบับนี้ไปยัง สมาชิกของ ฮอทเมล์อื่นอย่าง น้อย 10 คน ทางเราจะ ลบชื่อคุณออกจากลิสต์รายชื่อ ผู้ใช้ฮอทเมล์ทางเราขออภัยในความไม่สะดวกด้วยความ จริงใจ

อาร์รอน โล เปซ

ผู้อำนวยการบริการฮอท เมล์

กรุณาทำตามที่บอก มีบางคน ได้ถูกลบชื่อออกจากรายชื่อ แล้ว

และคุณไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งเมล์นี้กลับ ไปยังคนที่ส่ง

เมล์มาให้คุณหมายถึงนับรวมเป็น 1 ใน 10 ที่ต้องส่งเมล์ออกไปให้ กับคน ใช้ ฮอทเมล์คน อื่น

จากมิสเตอร์จอห์น เฮ นเนิร์ด

ขอแจมทางผู้ให้บริการเค้า อยากรู้ว่ามีเมล์ที่ยังมีการ ติดต่อกันจริงๆ

แค่ไหนส่วนเมล์ที่ไม่มีการเคลื่อน ไหว

หรือขอเมล์แล้วลืมใช้ก็มีจำนวนไม่ น้อย

ซึ่งเค้าจะต้องลบทิ้งเมล์นิ่งๆ ทุกๆ ปี อยู่ แล้ว

และหลายคนขอเมล์ทิ้ง ไว้

แต่ไม่เคยเปิดเลยเป็นเวลาหลายๆ เดือนก็ มี

จนลืมชื่อ-พลาสเวริ์ดก็เยอะ กลายเป็น เมล์ตายไม่มีการเคลื่อน ไหว

ทางผู้ให้บริการเค้าถึง อยากรู้เมล์ที่มีการใช้งานและ เคลื่อนไหวจริงๆ

เป็นการลดภาระเมล์ตายที่ มีมากมาย ด้วย

ดังนั้นคนที่ไม่เคยแม้แต่จะคลิ ก Forword

เพื่อติดต่อรายชื่อใน Contacts

จะได้ฝึกส่งเมล์ให้มีการ เคลื่อนไหวไปด้วยในตัว น่ะ

ถ้าเห็นว่าเมล์รายชื่อที่ ส่งมามันยาวไปก็ก๊อปปี้เฉพาะ เนื้อความ

แล้วนำมาวางใหม่ส่งต่อ เมล์อื่นๆ ก็ ได้

หรือถ้าทำไม่เป็นนักก็แค่ คลิกคำ ว่า Forword

แล้วพิมพ์ชื่อเมล์ เพื่อนๆ ใส่ ช่อง To:,Cc: ,Bcc:

แล้วคลิก Send ก็ได้นะ จ๊ะ

แล้วบางคนไม่มีรายชื่อ เมล์มาก นัก

ก็หยิบเอารายชื่อที่เห็น จากเมล์ที่ส่งนี้ เลือกเอามาใส่บ้างก็ได้จ้า


เอ่อ.......... ฉันใช้ gmail นะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 18 ก.พ. 2009, 23:21 น.
ไปใช้ gmail กันก็ได้ ไม่เห็นง้อเลย  :50:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 18 ก.พ. 2009, 23:32 น.
อันดับ 1 จากท๊อปเทนฟอร์เวิร์ดที่น่ารำคาญของหมอแมวเลยนะเนี่ย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ บักโo ☼ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 20:59 น.
การ์ตูน ผู้ชายหน้าตาธรรมดา แต่ตอนโดนรถชนเข้าโรงบาลหล่อมาก
อย่างงี้ถ้าผมอยากหล่อก็ต้องไปยืนให้สิบล้อเสยใช่มั๊ย  :02:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 22:09 น.
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287156.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287228.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287243.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287281.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287291.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287299.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287318.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287333.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287353.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287378.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287391.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287417.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287429.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287447.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287461.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287483.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287505.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287518.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287535.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287575.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287591.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287616.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287721.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287784.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287850.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287915.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287952.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287968.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228288002.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228288045.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228288075.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228288103.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228288132.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 22:26 น.
 :30: :30:

เหมือนเคยอ่านแล้วเลยแฮะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โบว์ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 22:54 น.
เคยอ่านจากที่ไหนว่า พี่ก็อ่านแล้ว นึกไม่ออก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 02:33 น.
ไม่เคยอ่านอะไรแบบนี้  :30:  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 02:49 น.
ปากแข็งทั้งคู่ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 11:22 น.
ใช้ลิปมัน  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: าาา๐ เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 11:31 น.

ปากแข็งแบบน่ารักดี  :42:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ บักโo ☼ เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 11:52 น.
มีแต่เรื่องรักๆ อ่านแล้วมันช้ำทรวง  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 13:25 น.
 :47: จะจำไปใช้บ้าง  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฝั่งฝัน เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 20:17 น.

"เมือคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วคลาดกัน"

ต้องเป็นเพลงร้องในงานแต่งแน่นอน
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 21 ก.พ. 2009, 00:42 น.
ไม่เคยอ่าน  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 21 ก.พ. 2009, 01:02 น.
อ้างคำพูดจาก: บักโอ เมื่อ 20 ก.พ. 2009, 11:52 น.
มีแต่เรื่องรักๆ อ่านแล้วมันช้ำทรวง  :05:
:05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: IM เมื่อ 21 ก.พ. 2009, 01:05 น.
ทำไมคนสร้างสรรค์งานดีๆ แบบนี้ถึงไม่ทิ้งเครดิตตัวเองไว้ในงาน  :09:
หรือคนที่เอามาเผยแพร่ลบเครดิตทิ้งไป  :31:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 21 ก.พ. 2009, 01:50 น.
ไม่เคยอ่าน คนวาดก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีนะ ปากไม่ตรงกับใจกันเลยจนตอนสุดท้าย :43:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ~ZephyR~ เมื่อ 21 ก.พ. 2009, 16:45 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 19 ก.พ. 2009, 22:09 น.
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228287616.jpg)

อ๊างงงงง น่ารักมากๆๆๆ  :25: :25:

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228288075.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228288103.jpg)
(http://www.chomthai.com/forum/picture/1228288132.jpg)

สุดท้ายก็ได้แต่งงานกัน  :53: :40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: พระธิดาผู้รั้ง a.k.a. Aomzaa-@- เมื่อ 22 ก.พ. 2009, 21:18 น.
ตามอ่า่นอยู่ค่ะ

น่ารักมากเลยอ้ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 12:35 น.
ฟอร์เวิร์ดเมลล์ จากเพื่อน
เป็นภาพไฟไหม้ที่ออสเตรเลียเมื่ออาทิตย์กว่าๆ ที่ผ่านมาครับ
พ่อกับแม่ผมไปเที่ยวพอดี แต่ไม่ได้เจอ อยู่คนละรัฐ

มีหลงมาภาพนึง น่ารักดี โคอาล่า
แม่ผมไปเจอตัวเป็นๆ บอกว่ามันเหมือนหนูยักษ์

(http://img3.f0nt.com/25/98b10bd592fa7b34b73362a12fd8274f.jpg)

เห็นรูปนี้แล้วก็อดยิ้มไม่ได้
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 12:36 น.
น่ารักจัง  :25:
มันรอดมาตัวเดียวเหรอคะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 12:41 น.
ไอ้ตัวสีเหลืองน่ะเหรอ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: าาา๐ เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 12:44 น.

แสดงว่าโคอาล่ามันบังคับให้ตัวสีเหลืองที่เหลืออยู่ป้อนน้ำเหรอครับ  :55:


โหดขิงๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 12:52 น.
หมี  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 12:57 น.
โคอาล่า ไม่ใช่หมี แต่เป็นสัตว์จำพวกจิงโจ้  :48:
http://th.wikipedia.org/wiki/ (http://th.wikipedia.org/wiki/)โคอาลา
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 12:58 น.
โอเคๆ เอาใหม่ค่ะ



















จิ้งโจ้  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 12:59 น.
จริงๆ มันคือ โคอาล่า ไม่ใช่จิงโจ้   :48:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 13:01 น.
อ๊ะ!

โคอาล่า  :07:












โอเคยังคะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 13:07 น.
นั่นล่ะ ในภาพมันมีตัวเดียว
ตัวอื่นๆ ไม่รู้ชะตากรรม  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 17:16 น.
แหม พี่โก้  :30: :30:




เฟริน บรรจุศัพท์นี้ลงเมมด่วนเลยนะ โคอาล่า ไม่ใช่หมี ไม่ใช่จิงโจ้ :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: พระธิดาผู้รั้ง a.k.a. Aomzaa-@- เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 00:25 น.
โคอาล่าน่ารักอ้ะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 26 ก.พ. 2009, 21:39 น.
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 25 ก.พ. 2009, 13:01 น.
อ๊ะ!

โคอาล่า  :07:












โอเคยังคะ  :05:
โอเคแล้วเฟ  :12:+
:30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 02 มี.ค. 2009, 14:11 น.
(http://i430.photobucket.com/albums/qq22/Gusjung_album/DSC_0502_resize.jpg)

น่าสงสารเจ้าของ
น่าอิจฉาแทนไอ้ตูบที่มันพลัดหลงไป

ขอให้ได้เจอกันเร็วๆ  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: น้องเข่มเข๊ม เมื่อ 02 มี.ค. 2009, 14:12 น.
 :46:  ขอให้ได้เจอกันไว ๆ 
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 15:32 น.
เรื่องของคุกกี้ถุงเดียว (เหมือนเคยอ่านแล้วล่ะ แต่ยังไม่เห็นแบบมีภาพประกอบ)


(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708345.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708411.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708440.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708473.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708509.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708552.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708576.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708606.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708633.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708660.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708743.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708785.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708809.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708840.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235708864.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235709286.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235709213.jpg)

(http://www.chomthai.com/forum/picture/1235709254.jpg)

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ฟิ้งซ์ เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 15:41 น.
รู้สึกสถานที่เกิดเหตุจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แฮะ

เคยเจอแบบที่มีรูปอยู่นะ แต่จำไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 08 มี.ค. 2009, 17:43 น.
อ่านอีกครั้งก็ยังงามอยู่  :17:/
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ya เมื่อ 10 มี.ค. 2009, 01:13 น.
> > พิษณุ นิลกลัด
> >
> > สัปดาห์สุดท้ายของปี 2548
> > ผมไปงานสวดและงานเผาศพผู้ชายวัย 81
> > ปีที่ผมรู้จักเขามา
> > ยาวนาน 30 ปี
> >
> > ไม่ใช่ญาติ แต่สนิทนักรักใคร่เสมือนญาติ
> >
> > ก่อนเสียชีวิตไม่กี่วันเขาสั่งลูกและภรรยาแบบคนไม่ครั่นคร้ามความตายว่า
> > สวดสามวัน
> >
> > แล้วเผา ไม่ต้องบอกใครให้วุ่นวาย อย่าเศร้า อย่าร้องไห้
> > ทุกคนต้องมีวันนี้
> > เพียง
> > แต่เขาอยู่หัวแถวเลยต้องไปก่อน
> >
> > แล้วลูกเมียก็ทำตามคำสั่ง สวดสามวันเผา
> >
> > งานสวด 3 คืนมีคนฟังพระสวดคืนละ 14 คนคือเมีย ลูก หลาน
> > เขย สะใภ้
> > และผมซึ่งเป็นคน
> > นอก
> >
> > เป็นงานศพที่มีคนไปร่วมงานน้อยที่สุดเท่าที่ผมเคยไปฟังสวด
> >
> > วันเผามีเพิ่มเป็น 17 คน
> > สามคนที่เพิ่มเป็นเพื่อนบ้านที่เคยคุยด้วยเกือบทุกเย็นคน
> > หนึ่ง
> >
> > เป็นแม่ค้าล็อตเตอรี่ที่เคยยืมเงินแล้วไม่มีสตังค์จ่าย
> > เลยเอาล็อตเตอรี่ทยอยผ่อน
> > ใช้หนี้แทนเงินงวดละสองใบคนหนึ่ง
> >
> > และคนสุดท้ายเป็นหญิงที่ผู้ตายเคยผูกปิ่นโตทุกมื้อเย็น
> >
> > ทั้งสามคนบอกว่าเกือบมาไม่ทันเผา
> > เคราะห์ดีที่แวะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล
> > เจ้า
> > หน้าที่บอกว่าเสียชีวิตไปแล้ว 3 วัน
> >
> > หลังฌาปนกิจพระกระซิบถามเจ้าหน้าที่วัดว่าเจ้าของงานจ่ายเงินค่าศาลาสวด
> > พระอภิธรรม
> > แล้วหรือยัง
> >
> > พระท่านคงไม่เคยเห็นงานศพที่มีคนน้อยแบบที่ผมก็รู้สึกตั้งแต่สวดคืนแรก
> >
> > จริงๆ แล้วผู้ตายเป็นคนค่อนข้างมีสตังค์
> > ทำงานธนาคารแห่งประเทศไทยจนเกษียณอายุที่
> > ตำแหน่งหัวหน้าหน่วย แต่ด้วยความที่รักและศรัทธา
> > อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์
> > อดีตผู้
> > ว่าการแบงค์ชาติ
> > จึงดำเนินชีวิตแบบไม่ปรารถนาให้ใครเดือนร้อน -
> > แม้กระทั่งวันตาย
> >
> > ผมสนิทกับเขาเพราะเขามีความฝันในวัยเด็กอยากเป็นนักประพันธ์แบบ
> > ไม้
> > เมืองเดิม ที่
> > เขาเคยนั่งเหลาดินสอและวิ่งซื้อโอเลี้ยงให้
> >
> > เมื่อตัวเองเป็นนักเขียนไม่ได้
> > พอมาเจอะผมที่เป็นนักข่าวก็เลยถูกชะตาและให้ความ
> > เมตตา
> >
> > การมีโอกาสได้พูดได้คุยกับเขาตามวาระโอกาสตลอด 30
> > ปีทำให้ได้แง่คิดดีๆ
> > มาใช้ในการ
> > ดำรงชีวิต
> >
> > วันหนึ่งเขารู้ว่าขโมยยกชุดกอล์ฟของผมไปสองชุดราคา 4
> > แสนกว่าบาท
> > เขาปลอบใจผมว่า '
> > ของที่หายเป็นของฟุ่มเฟือยของเรา
> > แต่มันอาจเป็นของจำเป็นสำหรับลูกเมียครอบครัวเขา
> > คิดซะว่าได้ทำบุญ จะได้ไม่ทุกข์ '
> >
> > เขามีวิธีคิด ' เท่ๆ ' แบบผมคิดไม่ได้มากมาย
> >
> > เป็นต้นว่าสุขและทุกข์อยู่รอบตัวเรา
> > อยู่ที่ว่าเราจะเลือกหยิบเลือกคว้าอะไร
> >
> > คงเป็นเพราะเขาเลือกคว้าแต่ความสุข
> > ช่วงปีสุดท้ายของชีวิตเขาต่อสู้กับโรคชรา เบา
> > หวาน หัวใจ ความดัน เกาต์ และไตทำงานเพียง 5
> > เปอร์เซ็นต์โดยไม่ปริปากบ่น
> > แถมยัง
> > สามารถให้ลูกชายขับรถพาเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์โดยที่ตัวเองต้องหิ้วถุง
> > ปัสสาวะ
> >
> > ไปด้วยตลอดเวลาเนื่องจากไตไม่ทำงาน ปัสสาวะเองไม่ได้
> >
> > 6 เดือนสุดท้ายของชีวิตต้องนอนโรงพยาบาลสามวันนอนบ้านสี่วันสลับกันไป
> >
> > เวลาลูกหลาน หรือเพื่อนของลูกรวมทั้งผมด้วยไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล
> > เขามีแรงพูดติดต่อกันไม่เกิน 10 นาที แต่ 10
> > นาทีที่พูดมีแต่เรื่องสนุกสนานเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนไป
> > เยี่ยมไข้ ทุกคนพูดตรงกันว่า
> > ' คุณตาไม่เห็นเหมือนคนป่วยเลย ตลกเหมือนเดิม '
> >
> > พอแขกกลับ ลูกหลานถามว่าทำไมคุยแต่เรื่องตลก
> >
> > เขาตอบว่า ' ถ้าคุยแต่เรื่องเจ็บป่วย
> > วันหลังใครเขาจะอยากมาเยี่ยมอีก '
> >
> > เขาเป็นคนชอบคุยกับผู้คนไม่ว่าจะอยู่บนเตียงคนไข้หรืออยู่บนรถแท็กซี่
> >
> > บ่อยครั้งที่นั่งรถถึงหน้าบ้านแล้ว
> > แต่สั่งให้โชเฟอร์ขับวนรอบหมู่บ้านเพราะยังคุย
> > ไม่จบเรื่อง แล้วจ่ายเงินตามมิเตอร์ !
> >
> >
> > 4 เดือนสุดท้ายของชีวิตแพทย์ที่รักษาโรคไตมาตั้งแต่สมัยเป็นแพทย์อินเทิร์น
> > จน
> > กระทั่งเป็นหัวหน้าแผนกแนะนำให้พักรักษาตัวในโรงพยาบาลให้แข็งแรงแล้วค่อย
> > กลับบ้าน
> >
> > แต่อยู่ได้ 4 วันเขาวิงวอนหมอว่าขอกลับบ้าน
> > หมอซึ่งรักษากันมา 16 ปีไม่ยอม
> > เขาพูดกับหมอด้วยความสุภาพว่า
> > ' ขอให้ผมกลับบ้าน
> > เถอะ ผมอยากฟังเสียงนกร้อง
> > คุณหมอไม่รู้หรอกว่าคนคิดถึงบ้านมันเป็นอย่างไร
> > เพราะ พอเสร็จงานหมอก็กลับบ้าน '
> >
> > หมอได้ฟังแล้วหมดทางสู้ ยอมให้คนไข้กลับบ้าน
> > แต่กำชับให้มาตรวจตรงตามเวลานัดทุกครั้ง
> >
> > 1 เดือนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
> > เขาสูญเสียการควบคุมอวัยวะของร่างกายเกือบทั้งหมด
> > เคลื่อนไหวได้อย่างเดียวคือกะพริบตา
> > แต่แพทย์บอกว่าสมองของเขายังดีมาก
> > เวลาลูก
> > เมียพูดคุยด้วยต้องบอกว่า ' ถ้าได้ยินพ่อกะพริบตาสองที '
> >
> > เขากะพริบตาสองทีทุกครั้ง !
> >
> > เห็นแล้วทั้งดีใจและใจหาย
> >
> > เขายังรับรู้ แต่พูดไม่ได้
> > นี่กระมังที่เรียกว่าถูกขังในร่างของตนเอง
> >
> > สิบวันก่อนพลัดพราก ภรรยากระซิบข้างหูว่า ' พ่อสู้นะ '
> >
> > เขาไม่กะพริบตาซะแล้วทั้งๆ
> > ที่ก่อนหน้านี้สองเดือนเคยตอบว่า ' สู้ '
> >
> > เขาสู้กับสารพัดโรคด้วยความเข้าใจโรค
> > สู้ชนิดที่หมอออกปากว่า
> > ' คุณลุงแกสู้จริงๆ '
> >
> > ตอนที่วางดอกไม้จันทน์
> > ผมนึกถึงประโยคที่แกพูดกับลูกเมื่อสี่เดือนก่อนว่า
> >
> > ' โรคภัยมันเอาร่างกายของพ่อไปแล้ว
> > อย่าให้มันเอาใจของเราไปด้วย '
> >
> > ' แง่คิดดีๆ จากชายชราที่จากไป '
> >
> > สอนให้เรารู้ว่า...
> >
> > เราเกิดมาพร้อมกับจิตใจบริสุทธิ์ และมันสมองมหัศจรรย์
> >
> > ที่จะสามารถเรียนรู้ แยกแยะเรื่องดีๆและสิ่งร้ายๆในชีวิต
> >
> > จงใช้โอกาสดีๆที่ร่างกายและจิตใจของเรา
> >
> > ยังทำอะไรๆได้อย่างที่สมองสั่ง
> >
> > จงเรียนรู้ และสร้างประโยชน์สุข
> >
> > ให้กับตนเองและผู้อื่นอย่างพอเพียง
> >
> > และดำรงชีวิตอย่างพอเพียงทางเศรษฐกิจ
> >
> > หากทุกๆครั้งที่เรียนรู้ เราล้ม เราพลาด...
> >
> > อาจจะรู้สึกท้อบ้างในบางที
> >
> > แม้ไม่มีกำลังกายที่จะลุกในทันที
> >
> > ..... แต่ข้อให้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป
> >
> > ถ้าเราเรียนรู้...ก็จะทำให้เราพบว่า
> >
> > การล้มหรือพลาดครั้งต่อไป ...เราจะไม่เจ็บเท่าเดิม :-)


เอามาจากที่นี่ครับ http://www.konrakmeed.com/webboard/upload/index.php?showtopic=8639
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ บักโo ☼ เมื่อ 10 มี.ค. 2009, 16:28 น.
เรื่องคุกกี้เคยอ่านสมัยยังไม่มีภาพประกอบนานมาแล้ว
พึ่งจะเคยเห็นว่ามีการนำมาใส่ภาพประกอบด้วย  :52:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: สันในตั้ม เมื่อ 22 มี.ค. 2009, 10:04 น.
เกิดพยับพยุห์พัดอัศจรรย์ สลาตันเป็นระลอกกระฉอกฉาน
ทะเลลึกดังจะล่มด้วยลมกาฬ กระทบดานกระแทกดังกำลังแรง
สำเภาจีนเจียนจมด้วยลมซัด สลุบลัดเลียบบังเข้าฝั่งแฝง
ไหหลำแล่นตัดแหลมแคมตะแคง ตลบตะแลงเลาะเลียมมาตามเลา
ถึงปากน้ำแล่นส่งเข้าตรงร่อง ให้ขัดข้องแข็งขืนไม่ใคร่เข้า
ด้วยร่องน้อยน้ำคับอับสำเภา ขึ้นติดตั้งหลังเต่าอยู่โตงเตง
พอกำลังลมจัดพัดกระโชก กระแทกโคกกระท้อนโขดเรือโดดเหยง
เข้าครึ่งลำหายแคลงไม่โคลงเคลง จุ้นจู๊เกรงเรือหักค่อยยักย้าย
ด้วยคลองน้อยเรือถนัดจึงขัดขึง เข้าติดตรึงครึ่งลำระส่ำระสาย
พอชักใบขึ้นกบรอกลมตอกท้าย ก็มิดหายเข้าไปทั้งลำพอน้ำมา
พอฝนลงลมถอยเรือลอยลำ ก็ตามน้ำแล่นล่องออกจากท่า
ทั้งสองเสร็จสมชมชื่นดั่งจินดา ก็แนบหน้าผาศุกมาทุกวัน

------------------------------

"บันดาลพลาหกเทวบุตร
ก็ผึ่งผุดตั้งทั่วทิศาศาล
โพยมพยับอับอึงอนธการ
สะท้านถึงเมรุราชสีขรินทร์

สัตภัณฑ์บรรพตก็ไหวหวั่น
คงคาลั่นเป็นระลอกกระฉอกสินธุ์
ฝูงมหามัจฉาในวาริน
ก็โดดดิ้นเล่นน้ำลำพองกาย

อันดอกดวงสิมพลีที่ตูมกลัด
ครั้นฝนซัดเชยแช่มแย้มขยาย
ที่ตูมบานก้านกลีบขจรจาย
รำพายกลิ่นรื่นรสเสาวคนธ์

แมลงภู่ทิพรีบเร่งมาเอาซาบ
อาบละอองต้องทั่วทุกขุมขน
สองสุขสองเกษมเปรมสกนธ์
สองกมลสองสวาทไม่คลาดกัน"

(จาก กากีกลอนสุภาพ)

------------------------------

"อัศจรรย์ลั่นพิลึกกึกก้อง
ฟ้าร้องครั่นครื้นดังปืนใหญ่
เกิดพายุโยนยวบสวบสาบไป
หลังคาพาไลแทบเปิดโปง

ฝนตกห่าใหญ่ใส่ซู่ซู่
ท่วมคูท่วมหนองออกนอกเจิ่ง
คางคกขึ้นกระโดดโลดลองเชิง
อึ่งอ่าเริงร่าร้องแล้วพองคอ

นกกระจอกออกจากวิมานมะพร้าว
ต้องฝนทนหนาวอยู่งอนหง่อ
ขนคางหางปีหเปียกจนมอซอ
ฝนก็พอขาดเม็ดเสร็จบันดาล"

(จาก ระเด่นลันได)

------------------------------

"เกิดกุฬาคว้าว่าวปักเป้าติด
กระแซะชิดขากบกระทบเนียง
กุฬาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง
ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด

กุฬาโคลงไม่สู่คล่องกระพร่องกระแพร่ง
ปักเป้าแทงตะละทีไม่มีผิด
จะแก้ไขให้หลุดสุดความคิด
ประกบติดตกผางลงกลางดิน"

(จาก พระอภัยมณี)

------------------------------

"พลางอุ้มจุมพิตสนิทถนอม
งามละม่อมละมุนจิตพิสมัย
ร่วมภิรมย์สมสองทำนองใน
แผ่นดินไหวจนกระทั่งหลังอานนท์

ในนทีตีคลื่นเสียงครื้นครึก
ลั่นพิลึกโลกาโกลาหล
จิ๊บดนตรีปี่พาทย์ระนาดกล
ไม่มีคนไขดังเสียงวังเวง

อัศจรรย์ลั่นดังระฆังฆ้อง
เสียงกึกก้องเก่งก่างโหง่งหง่างเหง่ง
ปืนประจำกำปั่นก็ลั่นเอง
เสียงครื้นเครงครึกโครมโพยมบน

สุนีบาตฟาดเสียงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรื่อง
กระดองเดื่องดินฟ้าเป็นห่าฝน
ทุกธารถ้ำน้ำพุทะลุล้น
ท่วมถนนแนวฝั่งเกาะลังกา"

(จาก พระอภัยมณี)

------------------------------

"ว่าพลางทางเปลื้องเครื่องคาด
แขวนพาดฉากลงประจงจับ
อุ้มนางวางตักสะพักรับ
ก็ทอดทับระทวยลงดั่งท่อนทอง
พระพายชายพัดบุบปชาติ
เกสรสาดหอมกลบตรลบห้อง
ริ้วริ้วปลิวชายสไบกรอง
พระจันทร์ผันผยองอยู่ยับยับ
พระอาทิตบ์ชิงดวงพระจันทร์เด่น
ดาวกระเด็นใกล้เดือนดาราดับ
หิ่งห้อยพร้อยไม้ไหวระยับ
แมลงทับท่องเที่ยวสะเทือนดง"

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

------------------------------

"เอนอิงพิงประทับลงกับหมอน
สะเอื้อนอ้อนอ่อนแอบลงแนบหน้า
กระเดือกเสือกดิ้นอยู่ไปมา
เกิดมหาเมฆมืดโพยมบน

ฮือฮืออื้อเสียงพยุพัด
กลิ้งกลัดเกลื่อนกลุมชอุ่มฝน
เป็นห่าแรกแตกพยับโพยมบน
ไม่ทานทนทั่วกระทั่งทั้งแดนไตร"

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

------------------------------

"ว่าพลางทางประจงปลงจิต
เนื้อสนิทแนบกันกระสันหา
สองชื่นรื่นรสภิรมยา
ดั่งราหูจู่จับพระจันทร

อ้าโอษฐ์โกรธกริ้งกระหยับย้ำ
กรกำเรือนรถจะสังหร
แสงจันทร์อับชะอำในอัมพร
ด้วยกำลังฤทธิรอนอสุรินทร์

พสุธาอากาศก็อับแสง
ไม่แจ่มแจ้งแหล่งหล้าวนาสิน
ประจักษ์จันทร์อุปราค์ทั้งแดนดิน
ก็อึงอินทเภรีระดมปืน

ฆ้องระฆังกังสดาลประสานเสียง
สำเนียงโห่ลั่นหล้าไม่ฝ่าฝืน
ประเวณีคลี่คลายขยายคืน
ก็แช่มชื่นเด่นดวงศศิธร"

(จาก กากีกลอนสุภาพ)

------------------------------

"ประเคนนางวางแท่นแสนสวาท
สัมผัสพาดเพิ่มจิตพิสมัย
อัศจรรย์ลั่นเลื่อนสะเทือนไป
ที่ถ่านไฟเก่าดับก็กลับโพลง

เหมือนเมื่อปีมีวันจันทร์อังคาธ
โลกธาตุเลื่อนลั่นควันโขมง
เขาเนมินทร์อิสินทรเลื่อนคลอนโคลน
ทะเลโล่งลมคลื่นเสียงครื้นครึก"

(จาก พระอภัยมณี)

------------------------------

"กอดประทับกับกายสายสวาท
นุชนาฏถนอมจิตสนิทสนอง
เสน่ห์แนบแอบเอียงเคียงประคอง
ตามทำนองสองสนิทไม่บิดพลิ้ว

อัศจรรย์หวั่นไหวไม่เร่งรัด
เป็นลมพัดเรื่อยเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยฉิว
ช่อใบไม้ไหวกระดิกริกริกริ้ว
ระหวยหิวหอบระเหยเลยหลับไป"

(จาก พระอภัยมณี)

------------------------------

"ปล้ำล้มจมเตียงเสียงต้ำเฮือก
วันทองเสือกตำฝาตาป๋อหลอ
อัศจรรย์ฟ้าลั่นฝนตกปรอ
เสียงจ้อไปไหลอาบซาบแผ่นดิน

กุ้งปลาดีใจไล่มุดโผล่
แต่ล้วนตัวโตโตเข้าเคล้าหิน
เทโพเทพาเที่ยวหากิน
ว่ายวารินชำแรกแทรกถึงพิ้น"

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)

------------------------------

"กำเริบราคเสียวกระสันประหวั่นจิต
หวุดหวิดวุ่นวายกายกระฉ่อน
พระพายพัดซัดคลื่นในสาคร
กระท้อนกระทบกระทั่งฝั่งกระเทือน

เรือไหหลำแล่นล่องเข้าคลองน้อย
ฝนปรอยฟ้าลั่นสนั่นเลื่อน
ไต้ก๋งหลงบ่ายศรีษะเชือน
เบือนเข้าติดตื้นแตกกับตอ"

(จาก เสภาขุนช้างขุนแผน)


เขียนกันเก่งมากกกกกกกกก
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 29 มี.ค. 2009, 04:30 น.
(http://img3.f0nt.com/29/4e06dd78f9020dcd13ec020ab253d09a.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 29 มี.ค. 2009, 11:26 น.
 :21:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ บักโo ☼ เมื่อ 29 มี.ค. 2009, 22:36 น.
เหมือนจะเคยเห็นแล้วนะ  :21:

ว่าแต่ทำไมมันไปขอเดินไปกับคนข้างหน้าอะ หรือไม่ก็ 2 คน แบกอันเดียว
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 19 มิ.ย. 2009, 16:14 น.
http://darkygirl.exteen.com

(http://img3.f0nt.com/19/f28add91a534257a72595c869ff55c99.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/cdc1c2330aa542732b4e7980f4abf9c7.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/dd6ba7ac724c2a741ac8f6cfc3e6158e.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/a71ffc22c66c9bb60342929706389059.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/9bc2a4a52b98de86d0cd868a7af42a1d.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/989c7e7d62f65cb6903d898d0dc1a460.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/c4916deadcd7bcb89ca7c8d3698b65c7.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/9b4ce73ab0a175e46bc9b185e8c76a1c.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/59d55150a71b633903322a7815e865b4.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/aa3b28497f2d992e891ab29330039a5a.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/d07c647eaf8c0aa7bb2075d36b16856e.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/88b269ac80e2013a83ca5b645c10dd31.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/539b52dec53362133fd0f6f35ef00da0.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/5d6663f907b9fce4ef6cf7e18718ad4a.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/223c17dcf010aaedf15a876e81ac7e96.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/642fde9124908baf3311d1ffb5108fd6.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/780fa562170b288aa4a45968f2ce71f5.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/a4aaf47b629e9e30def72d0d5a2c03e0.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/834e62f098f9b51c2a461359b8ae3df7.gif)
(http://img3.f0nt.com/19/084aa420bc68a929b184abe9c8c25136.gif)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: IM เมื่อ 19 มิ.ย. 2009, 16:47 น.
คนบางคนมันไม่เคยสำนึกบุญคุณจริงๆ  :16:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ❤ NoOIzY&Tad ❤ เมื่อ 20 มิ.ย. 2009, 10:14 น.
หงะ  :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 20 มิ.ย. 2009, 23:02 น.
 :05: :05:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 15 ก.ค. 2009, 12:08 น.
ตอนอ่านเสร็จโทรหาแม่ทันทีเลย :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 15 ก.ค. 2009, 12:10 น.
งานเจ๋งอะ  :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 09:38 น.
(http://img3.f0nt.com/07/85e34ed36d095ccb101f9f4d4d7ed2b0.jpg)

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เบียร์ซาบซ่า ! เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 10:54 น.
 :46: :46: :46:
ท่านเสียภาษีด้วย
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: itor เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 10:56 น.
คุ้นว่าเคยเห็นหลายวันที่แล้ว
รู้สึกจะได้คืนนะครับ พระเจ้าแผ่นดินไม่ต้องเสียภาษีนะครับ (จากที่สอบถามมาครับ)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 11:19 น.
ใครไม่ยอมเสียก็ไปอยู่ประเทศอื่นสินะ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 12:36 น.
อ้างคำพูดจาก: ต่อ เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 10:56 น.
คุ้นว่าเคยเห็นหลายวันที่แล้ว
รู้สึกจะได้คืนนะครับ พระเจ้าแผ่นดินไม่ต้องเสียภาษีนะครับ (จากที่สอบถามมาครับ)

คุ้นๆว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ก็ไม่ต้องเสียนะครับ





ปล. อย่าลืม ว่าที่มามันคือ mail fw. นะครับ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 15:07 น.
ตกลงเลขปจต.ปชช.นี่จริงป่าวครับ :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 15:13 น.
เช็คกับโปรแกรมก็ผ่านนะครับ  :30:

แบบนี้เกรียนก็เอาไปสมัครเกมส์ออนไลน์ได้สิเนี่ย   :39:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 15:30 น.
แล้วจดหมายจากสรรพากร มันมีเลขบัตร ปชช. แปะหน้าไปแบบนี้จริงๆเหรอ  :47:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: พันเอก เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 15:39 น.
อ้างคำพูดจาก: ปิยะ เมื่อ 01 ธ.ค. 2008, 16:32 น.
ถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน

ฉันเคยได้รับ mail เรื่องคนชราขายกระเพาะปลาอยู่ที่แถวซอยพัฒน์พงษ์
แล้วหลังจากนั้นเวลาเดินผ่านตรงนั้นก็เห็นสองตายายขายดีขึ้น เลยคิดว่ามันน่าจะช่วยอาม่าคนนี้ได้บ้าง....
อาม่าคนนี้ขายขนมกุ้ยช่ายและก๋วยเตี๋ยวหลอดอยู่ในซอยละลายทรัพย์ ถนนสีลม (ซอย 5 น่ะ)
ทุกเช้า ถ้าฉันมาทำงานสายหน่อย ขับรถมาก็จะเห็นภาพเศร้าๆ.....
อาม่าลากรถเข็นจากถนนสวนพลู ข้ามถนนสาทร ซึ่งเป็นถนนที่กว้างมากๆ สำหรับคนแก่ ......
ลากมาเรื่อยๆ ....บางวันเห็นใส่หมวกสานแหลมๆ ไว้กันแดด.....มาขายที่ซอยละลายทรัพย์ .....
เคยจอดรถทำเป็นเนียน ซื้อกุ้ยช่าย แล้วชวนแกนั่งรถมาด้วยกัน เพราะที่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากที่แกขายของ
แกยิ้มแย้มขอบคุณเสียงดังฟังชัด....แต่ไม่ยอมมาด้วย .... ตอนบ่ายแก่ๆ ก็เห็นลากกลับอยู่คนเดียว  เหงามั้ยน้า....

เคยมาทำงานวันเสาร์ มารถไฟฟ้า มองลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี
ก็เห็นแกนั่งขายอยู่หน้าเซเว่นริมถนนนราธิวาสอีก...อะไรว้า ทำงานทุกวันเลยรึ

สรุป จันทร์ถึงศุกร์ ขายในซอยละลายทรัพย์ เดินตรงมาเรื่อยๆ จนใกล้จะถึงวิลล่าซุปเปอร์มาร์เก็ต
มองเรี่ยๆ พื้นไว้นะ แกนั่งขายอยู่ทางซ้ายมือค่ะ
วันเสาร์ขายอยู่หน้าเซเว่น ตรงแถวถนนนราธิวาสฯ แถวนั้นมีแมคโดนัลด์ด้วย มองลงมาจากสถานีช่องนนทรี...
จะเห็นได้โดยไม่ต้องพึ่งกล้องส่องทางไกล

อยากให้เมล์นี้ผ่านตาคนเยอะๆ ให้เยอะที่สุด สำหรับใครก็ได้ที่จะมีโอกาสมาเดินละลายทรัพย์
ถ้านึกได้ .... ให้แวะช่วยซื้อขนมของอาม่าด้วย คนละนิด...ถ้าไม่กินเองก็ซื้อเอาไปฝากคนอื่นก็ได้
ฝากเพื่อน....พี่น้อง....พ่อแม่....ฝากแม่บ้าน...ฝากรปภ.ที่ออฟฟิศ ช่วยคนแก่ให้มีกำลังใจหน่อยนะ

ขอบคุณแทนแกด้วย

แมว
13/11/2551

--------------------------------------------------------------------------------


(http://img3.f0nt.com/01/66b580d34482da1f53fb67acc647337d.png)
อาม่าบอกว่าอย่าถ่ายเลย แต่งตัวไม่สวย

มีขายขนมกุ้ยช่าย มีใส้เผือก, ใส้มันแกวด้วย  แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวหลอด

(http://img3.f0nt.com/01/127a091821355cc4b19a2d2774027132.png)
วางขายอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ข้างร้านขนม, กระเป๋า...ที่มองเห็นขวาสุดด้านบนคือวิลล่าซุปเปอร์มาร์เก็ต ในซอยละลายทรัพย์

(http://img3.f0nt.com/01/c55790ca8003de300b22fa6f59e66bc4.png)
ให้สังเกตุตู้เอทีเอ็มก็ได้ค่ะ ถัดจากตู้นี้ก็เป็นรมย์รวินท์คลีนิค ตรงข้ามก็คือวิลล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต

ช่วยกันคนละนิดเท่านั้นค่ะ....เป็นกำลังใจให้แก

โทษที่ที่แอบอ้างมาซะไกลเลย คือจะบอกว่า อาม่าคนนี้ผมรเคยเห็นแกมาขายของของแกที่ตลาดสวนพลูแถวๆหอผมนะ
เพื่อนผมที่เป็นคนแถวนั้นก็บอกว่า มันเห็นแกมาตั้งนานหลายปีแล้ว แกก็ลากรถเข็นขายของของแกแบบนี้แหละ

แต่ที่มาเล่าเพราะมันบอกว่ามีอยู่วันหนึ่งเห็นอาม่าก็ขายลากรถขายของของแกอยู่นี้แหละ
แล้วก็มีรถยุโรปคันหรูมาจอดและมีชายแต่งตัวดีลงมาจากรถและพยายามจะยกของของแกขึ้นมาบนรถ
แล้วก็พูดว่า แม่ผมบอกตั้งกี่ครั้งแล้วเนี่ยว่าอย่าออกมาขายของแบบนี้อีก :06: ไปๆๆขึ้นรถกลับบ้าน
อาม่าก็พูดว่า ช่างอั๊ว อั๊วจะขายอยู่บ้านว่างๆไม่มีอะไรทำมันก็เบื่อ (อาจจะใส่สีตีไข่หน่อยนะเพราะเอามาจากปากเพื่อน)
แล้วผมก็ถามต่อว่า แล้วเคยซื้อของแกกินไหม เพื่อนตอบว่า เคยซื้อแต่มันไม่อร่อยเลยเลิกซื้อ
แล้วถามเื่อนต่อว่าเห็นแกมาขายของยังงี้รู้สึกยังไง เค้าตอบว่าก็โอเคนะอยู่บ้านว่างๆไม่มีอะไรทำก็มาขายของแกคงจะเพลินๆของแกละมั้ง
เลยถามต่อว่า ถ้ามันไม่อร่อยแล้วเกิดรู้ว่าบ้านแกจน จนมากๆเลยเนี้ยจะช่วยซื้อไหม
มันตอบว่าซื้อ ซื้อเพราะสงสารไม่ได้ซื้อเพื่อต้องการสินค้าชิ้นนั้น
ผมไม่มีเจตนาจะมาบอกว่า อาม่าแกทำสิ่งที่ไม่ดีนะครับอย่าเข้าใจผิด ผมแค่เอาประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองมาเล่าให้ฟัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: icez เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 16:05 น.
อ้างคำพูดจาก: โก้ เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 09:38 น.
(http://img3.f0nt.com/07/85e34ed36d095ccb101f9f4d4d7ed2b0.jpg)


เลขบัตรประจำตัวประชาชนนี้ไม่มีในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ครับ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 07 ส.ค. 2009, 18:20 น.
แน่นอนอยู่แล้วครับ ถ้าหาความหมายของหมายเลขบัตรปชช.
เลขตัวแรกจะมีแค่ 1-8 ครับ ซึ่งหมายถึงบุคคลแต่ละประเภท (กก.ดูได้)

แต่ก็นั่นอีกแหละ อาจจะเป็นข้อยกเว้น

ปล. ผมจำได้ว่าตอนบัตรปชช. เริ่มเป็นบัตรแข็ง สมเด็จพระเทพก็ทรงไปทำด้วย ใครทราบเลขบัตรปชช. ของพระองค์มั่งครับ?
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 08 ส.ค. 2009, 00:16 น.
จำวิธีเช็คได้ลางๆ เลยลองเช็คดู

ได้ผลว่าตัวสุดท้ายต้องเป็น 1 ไม่ใช่ 0

ดังนั้นเลขนี้ไม่น่ามีอยู่จริงครับ เพราะไม่ว่าความหมายเลขตัวอื่นจะยังไง

บิตสุดท้ายก็ต้องไปตามกฎ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: สมเจี้ยม เมื่อ 08 ส.ค. 2009, 00:22 น.
เชคดิจิตผ่านนะ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 08 ส.ค. 2009, 01:11 น.
สงสัยเช็คผิด เพราะจำวิธีไม่ค่อยได้เหมือนกัน 555

//

ไม่ได้เอาผลลัพธ์ไปลบกับ 11 นี่เอง  :15:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 13 ส.ค. 2009, 21:55 น.
ไม่รู้ละโว้มั้ย แต่อ่านแล้วรู้สึกดี  :56:

(http://img3.f0nt.com/13/80ee3489b0e3e7cfa0288c0fdb72645c.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/f965434ec3502aef8dbfc8a19c02aefb.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/e5b5a5e0bf47b7164b95a4e31680de41.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/cbdf35748963ac1a4d4a7df1dea69a23.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/db5f7479503453f6358fe3307a03d67a.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/05cffef6afd6389177722207df11cc61.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/aee91d4067ca6e97a1f9a739787182aa.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/7bf186e8a7667e7e3dc22606fb7aa7e0.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/50cd84de8b772a0fb39333f61dbb64e6.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/070492fb157be6b9bb9798dedeb2b7b6.jpg)
(http://img3.f0nt.com/13/55aea37f011e21a2297c12c2637ecedd.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 14 ส.ค. 2009, 01:21 น.
โดนมากๆ :05:+

ปากพล่อยพาซวยแท้ๆ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 14 ส.ค. 2009, 09:54 น.
 :56: เข้าใจเปรียบเทียบดีแฮะ แนวคิดเค้าเจ๋งดีจัง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โมเมย์ เมื่อ 14 ส.ค. 2009, 12:20 น.
อ่านแล้วทำให้เราอดทนได้มากกว่าเดิม โดนใจ :22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 17 ก.ย. 2009, 09:36 น.
ขุด  :51:



ไปเจอบทความสั้นๆ นี้ใน hi5 พี่รหัส
แล้วชอบ เลยเอามาแบ่งปันกันอ่านค่ะ


เงิน 1,000 บาท


อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งเริ่มการสนทนาในชั้นเรียน
ด้วยการ ควักธนบัตรใบละ 1,000 บาทมาให้นักศึกษาดู
แล้วถามว่ามีใครอยากได้บ้าง

นักศึกษาทุกคนยกมือขึ้น พร้อมกันทันที!

อาจารย์เริ่มขยำธนบัตรจนยับยู่ยี่ แล้วถามอีกครั้งว่า
มีใครอยากได้ธนบัตรใบนี้อีกหรือไม่?

นักศึกษาทุกคนยังคงยกมือ เหมือนเดิม

อาจารย์ถามต่อว่า หากธนบัตรใบนี้ถูกทิ้งอยู่บนพื้น
และถูกเหยียบย่ำจนสกปรก ยังมีใครอยากได้อยุ่อีกบ้าง?

นักศึกษาทุกคนก็ตอบว่า อยากได้

อาจารย์จึงสรุปว่า

นี่คือสิ่งมีค่าที่พวกเธอได้เรียนรู้ในวันนี้
คือไม่ว่าจะทำอย่างไรกับธนบัตรฉบับนี้ มันก็ยังมีราคา1,000 บาท
" ชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน บางครั้งเราอาจจะถูกทอดทิ้ง
ถูกใครต่อใครซ้ำเติมเหยียบย่ำ ถูกขยำจนยับเยิน
เพราะความผิดพลาดในการก้าวเดินของชีวิต
จนทำให้ตนเองเกิดความรู้สึกไร้ค่า

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็ยังมีคุณค่าความเป็นคน
และไม่ว่าเธอจะสะอาดเอียม หรือ สกปรก
เธอก็ยังเป็นคน ๆ เดิม ที่มีคุณค่ายิ่ง"


....โดยเฉพาะสำหรับคนที่รักเธอ ^_^




:22: อ่านแล้วเหมือนเพิ่มพลังชีวิตขึ้นมาอีกกระเปาะนึง

ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 17 ก.ย. 2009, 12:09 น.
แล้วมีใครได้แบงค์พันมั้ยครับ  :37:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: บิ๊กเล็ก เมื่อ 17 ก.ย. 2009, 12:14 น.
อ่านของพี่บุ๋มแล้วตรง  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: เดอะบุ๋ม เมื่อ 17 ก.ย. 2009, 12:49 น.
อ้างคำพูดจาก: เบล เมื่อ 17 ก.ย. 2009, 12:09 น.
แล้วมีใครได้แบงค์พันมั้ยครับ  :37:

ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่ได้สนใจจะถามต่ออะ

อ่านเอาได้สาระ ก็ไม่สนใจจะถามอะไรละ


:22:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 20 ต.ค. 2009, 10:09 น.
มีคนเล่าให้ฟังว่า... สมัยก่อน...พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ...ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต
แกอยู่ในป่า...กับเพื่อน 5 - 6 คน...ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกัน...ล่าสัตว์ป่า...มาทำอาหาร...

วันหนึ่ง...เป็นเวรของพงษ์เทพ  แกก็คว้าปืนยาว...สะพายบ่า...เดินเข้าป่าไป...
อาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ...คือแกงเนื้อลิง... พอเดินเข้าป่าไปได้สักพัก.
เห็นลิงตัวหนึ่ง...นั่งอยู่บนต้นไม้...หันหลังให้.. แกก็รีบยกปืนประทับบ่า...ยิงเปรี้ยง!!!....ไปที่ตัวลิง..

เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดขึ้น...ปกติ...ลิงพอถูกยิง..จะหล่นตุ๊บ...จากต้นไม้ทันที...
แต่ลิงตัวนี้...นั่งจับกิ่งไม้เฉย...ไม่หล่นลงมา...จะว่ายิงไม่ถูก...ก็ไม่ น่าเป็นไปได้...
เพราะ...แกยิงปืนแม่น...ระยะแค่นี้  เป้าใหญ่ขนาดนี้....ไม่พลาดแน่นอน...
ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น...ลิงตัวที่ถูกยิง....ร้อง  โหยหวน...เสียงดังมาก...

ฝูงลิงที่แยกย้ายกันออกหากินอยู่บริเวณใกล้ ๆ...
วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิง... แล้วร้องโหยหวน...เหมือนกัน หมด...
แกตกใจ...ยืนตกตะลึง...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...  สักครู่....ลิงตัวที่ถูกยิง... โยนวัตถุเล็ก ๆ...
สีดำ ๆ..ชิ้นหนึ่ง...ให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด...

แล้วก็หล่นตุ๊บ...ลงมาจากต้นไม้...คุณพงษ์เทพ...รีบวิ่งไปดู...
ลิงถูกยิงเข้าที่หลัง... ทะลุอก....เลือดแดงฉาน..เต็มตัว...
พงษ์เทพเห็นแล้ว...ต้องเบือนหน้าหนี...

ลิงที่ตกลงมา...เป็นลิงแม่ลูกอ่อน...ขณะที่ถูกยิง...เธอกำลังให้นม ลูก...
ลูกตัวน้อย...กำลังดูดนมอย่างมีความสุข...ทันทีที่ถูกยิง.. ถ้าเป็นลิงตัวอื่น...
จะหล่นตุ๊บ...ลงจากต้นไม้.. แม่ลิงตัวนี้...ยังหล่นไม่ได้...ยังตายไม่ได้...
เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ...คือ...รักษาชีวิตลูกน้อย...ให้พ้น
อันตราย.... เธอกัดฟัน...โหนกิ่งไม้ไว้...แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ...

มองดูเลือดที่ ไหลหยด เป็นทาง
ด้วยความตกใจ...พยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมีเหลือทั้งหมด...
ตะโกนสุดเสียง...ร้องเรียก...ฝูงลิงเข้ามาใกล้ๆ..
แล้วก็ฝากฝัง...ให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอ
หลังจากโยนลูกให้จ่าฝูงแล้ว....มองดูลูก....ถูกพาไปจนลับสายตาแล้ว..

แน่ใจว่า...ลูกปลอดภัยแล้ว...จึงหลับตา...แล้วหล่นลงมา...ตาย..
คุณพงษ์เทพ...ก้มมองหน้าลิง..แล้วร้องไห้...เพราะที่เบ้าตาลิง...มี หยดน้ำตาใส ๆ
กำลังไหลริน...คุณพงษ์เทพ..รีบเดินกลับที่พัก...เอาปืนไปเผาทิ้ง...
ไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลย...ตลอดชีวิต..
และภาพความรักที่ยิ่งใหญ่..ของแม่ลิง...ที่มีต่อลูกน้อย...
เป็นแรงบันดาลใจ ให้พงษ์เทพ...แต่งเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง...

ชื่อว่า...ลิงทะโมน...
http://www.icygang.com/jukebox/listen.php?id=1668

เพื่อยกย่อง...เชิดชู...คุณค่าของความรัก...ที่แม่...มีต่อลูก
แม่นะหรือ... คือผู้สร้าง ทุกสิ่ง อันยิ่งใหญ่  คือผู้รัก ลูกตน กว่าใครใคร  คือผู้คอย ห่วงใย ทุกเวลา
คือคนสุข เมื่อลูกนั้น มีหรรษา คือคนปลอบ เมื่อลูกเหงา เศร้าอุรา
คือคนคอย ให้เมตตา ลูกทุกคราว เป็นสายฝน คอยช่วยให้ ลูกสดชื่น
เป็นผ้าผืนคอยห่มให้ เพื่อคลายหนาว  เป็นกระโถน คอยรับทุกข์ ทุกเรื่องราว
เป็นบันได ไต่ดาว ลูกก้าวไป  เป็นคุณครู ผู้สอนสั่งทุกอย่างหนอ
เป็นคุณหมอ คอยรักษา จะหาไหน  เป็นทุกสิ่ง ทุกอย่าง ได้ดั่งใจ
จะหาใครได้เท่าแม่เหมือนไม่มี  สาธยาย อย่างไร คงไม่หมด
พระคุณแม่ ยากแทนทด เหมือนปลดหนี้ สิ่งล้ำค่า ใดใด ในปฐพี
จะเทียมเท่า คุณแม่นี้ ไม่มีเอย.

คิดถึงแม่  :12:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 20 ต.ค. 2009, 12:14 น.
 :05:



ที่ร้องเพราะสงสารพงษ์เทพ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 25 พ.ค. 2010, 13:54 น.
หลังเสื้อเกราะ

(http://img3.f0nt.com/25/dfbf0dadfb58848d7ad460b089bad5b3.jpg)

:40:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Earthchie เมื่อ 25 พ.ค. 2010, 15:22 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: MintJi เมื่อ 25 พ.ค. 2010, 19:30 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กวางจ้ะ เมื่อ 26 พ.ค. 2010, 10:09 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ☼ แอนมินิ ☼ เมื่อ 27 พ.ค. 2010, 23:34 น.
 :46:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 15:39 น.
น้ำท่วมที่โคราช ปีนี้เยอะมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา
ได้นั่งดูรูปจากเว็บเพื่อนบ้านรถกระบะ เห็นรูปนี้แล้วยิ้มได้

(http://img3.f0nt.com/21/e2f83e8106c9e39ad850d79ba037dd4f.jpg)
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 15:49 น.
ลอยตามน้ำมาเหรอครับ  :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 15:51 น.
เสบียง :25:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 15:54 น.
ลุงอ๋าห์ถูกครับ  :07:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: JΛNΣ เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 16:33 น.
 :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 19:21 น.
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 16:33 น.
:30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: กันย์ เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 20:45 น.
 :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: IM เมื่อ 22 ต.ค. 2010, 00:27 น.
อ้างคำพูดจาก: คุณภูกระดึง เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 15:51 น.
เสบียง :25:
อ้างคำพูดจาก: กันย์ เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 20:45 น.
:30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: ณัฏฐ์ เมื่อ 23 ต.ค. 2010, 01:11 น.
อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 21 ต.ค. 2010, 16:33 น.
:30b: :3005:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 พ.ย. 2010, 14:39 น.
:30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: FWD: งามๆ แบ่งกันอ่าน
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 21 ก.ค. 2011, 11:20 น.
ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใด??

ความสุขไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางที่ไปถึง แต่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

บางครั้งคุณคิดว่า ถ้าคุณมีบ้าน มีรถ มีวันหยุดพักร้อนนานๆ
และเมื่อถึงวันเกษียณอายุการทำงาน ชีวิตของคุณจะมีความสุขมากที่สุด
แต่เมื่อเกษียนแล้วก็จริง แต่ทำไมถึงยังไม่มีความสุขสักที

ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกัน?
แท้จริง แล้ว ความสุขของชีวิต อยู่ ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน ไม่ต้องรอให้ความสุขมาหาเราในอนาคต เราควรมีความสุขและพึงพอใจกับความสุขอยู่ในปัจจุบัน ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ต้องมีสิ่งท้าทายเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ทั้งอุปสรรคต่างๆ หรือบททดสอบชีวิตอันยากเข็ญ แต่ในที่สุดเราก็จะต้องก้าวผ่านไป อุปสรรคกับชีวิตเป็นของคู่กัน ดังนั้น เป็นหน้าที่ของเรา ที่ต้องความสุขและความพึงพอใจจากการเดินทางบนถนนแห่งชีวิตนี้ซึ่งจะทำให้ ชีวิตมีความสุข มากกว่าที่จะรอให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อน แล้วถึงจะมีความสุขได้

คนที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ ล้วนล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา รางวัลต่างๆ เมื่อวางไว้นาน ก็จะถูกฝุ่นจับ แม้แต่ผู้ชนะก็จะถูกลืมในไม่ช้า คนที่มีความหมายต่อชีวิตคุณ ไม่ได้เป็นคนที่ต้องเป็นที่สุด ไม่ได้มีเงินมากที่สุด ไม่ต้องได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เพราะยังมีคนใกล้ตัวคุณอีกหลายคน ที่ห่วงใยคุณ คอยให้การดูแลคุณ และเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะคอยอยู่เคียงข้างคุณ

... ไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะมีความสุข มากกว่าช่วงเวลา ณ ปัจจุบันนี้..ใช้ชีวิตให้มีความสุขกับช่วงเวลาปัจจุบัน

- อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้น เขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
- อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้ายก็ทุ่มเทกำลัง
และพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
- อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้ ...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
- อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
- อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณ กับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ
- จงฝันตอนตื่น มากกว่าตอนหลับ
- ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลา...คิดให้ดีก็จะรู้ว่า คุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
- ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีต และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณ เกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย
เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
- ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร จงอย่าเกลียดคนอื่น
- ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
- ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
- จงเข้าใจเสียว่า ชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตร
ซึ่งมาแล้วก็หายไป เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
- จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
- คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกเถียงกับคนอื่น บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้
เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร
- อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ
- จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
- จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
- จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6ขวบ
- พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
- คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่ เรื่องของคุณสักหน่อย
- งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ
ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้ ก็ควรจะทำ
- ทำสิ่งที่ควรทำ
- อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์,จงทิ้ง ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม ?
- เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผล ทุกอย่างได้
- ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน
- ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุก จากเตียง, แต่ง ตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน
ด้วย... get up, dress up and show up.
- สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
- ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
- เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข เสมอ...ดังนั้น, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า