สวัสดีวันสงกรานต์วันสุดท้ายครับ
วันนี้ไม่รู้จะทำอะไร งานก็ไม่มี เห็นฮาร์ดดิสอยู่ว่างๆไม่ได้ทำอะไร
ก็เลยคลิกไปคลิกมาลูกโน้นลูกนี้ ไปเจอบบทกลอนที่ตัวเองได้แต่งใว้ให้กับเวปต่างๆ รวมทั้งที่นี่ด้วย
ซึ่งต่างเวลาต่างสถานที่ ก็เลยคัดที่สนุกๆแปลกๆ บ้าๆมาให้อ่านกันแก้ร้อน
" อ่านเล่นๆห้ามซีเรียสเด้อ...ลูกหลาน "
ซึ่งบางคำบางเรื่องอาจจะมีซ้ำๆกันบ้างคงไม่ว่ากันนะเพราะว่าแต่งบ่อยๆบางทีก็หมดมุก
แต่ก็ใจรัก จำจึงต้องว่าไปตามอารมณ์
/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/
เขาโพสกระจู๋ มีรูปผู้หญิงอึ๋มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ถือกล่องน้ำส้มก็เลยโพสตอบล้อเล่นเขาไป
001 *** ดังนี้***
.....อยากจะดูด ลิ้มนม ของนวลน้อง
ได้แต่มอง จ้องหน้า ไม่กล้าเผย
กล่องสีแดง แต่ไร้หลอด ยอดทรามเชย
ปั๊ดโธ่เว้ย..... นายยอด หลอดไม่มี.....
.....มีทางเดียว คือกระดก ยกซดน้อง
คงจะต้อง เลอะปาก เพราะหกใส่
จะดูดจ๊วบ ให้ทุกหยด......หมดข้างใน
จะเอาลิ้น ....ชอนใช ........ในกล่องนม
.....แต่พอดู ใกล้ใกล้ เป็นน้ำส้ม
ไม่ใช่นม อย่างที่บอก.. มาหลอกได้
เวรแท้แท้ หลงเปรี้ยวปาก ตั้งมากมาย
ทำไปได้ บอกว่านม......เป็นส้มเอย.........
....มีส้มโอ ส้มเขียวหวาน ส้มบางมด
เปรียวเป็นกรด ส้มมะนาว ลูกเหลืองเหลือง
ส้มโชกุน จากหลังสวน มีนองเนือง
ส้มมะเฟือง ก็พอได้ สบายกราม....
หลอกล้อเล่นสมาชิกที่เวปฯบ้านออนซอน แล้วก็วกมาแซวตัวเอง
เมื่อครั้งมิตติ้งครั้งแรกกันที่หน้าบ้านผมเอง ( yellowStudio )
จ.อุบลฯ วันที่ 23 เดือนกรกฎาคม ปี 2547
002 *** ดังนี้***
เห็น Freeman เดินมา หน้าผ่องผุด
ศิลปิน หน้างุ๊ด หายไปใหน
ริมมูลน้อย นั่งคอยท่า ว่าคอยใคร
อภิรักษ์ ทำใจ ไม่งอแง
เวปมาสเต้อร์ ยืนเก้อรอ เมืองหญิงกล้า
โบมิวสิค ว่าจะมา แต่ก็หาย
เห็นธารา ทำลอยหน้า ตาชะม้าย
สเปโตรว์ ยกมือไหว้ ศาลพระภูมิ
BigManถาม หาเหล้า ให้เราก่อน
KPฯ ย้อน ว่าจะเมา ไปถึงใหน
เด็กร้อยเอ็ด ยิ้มกว้างๆ เห็นลิ้นไก่
นั่งหลับใน เพราะอดนอน มาสามวัน
ชายร่างใหญ่ ใจดี ไม่ตีเด็ก
ไม่ทำเก็ก ให้เวียนหัว ไม่มัวหมอง
เสียอย่างเดียว เป็นคน ที่ติ้งต้อง
ชื่อตาหน่อง พุงพลุ้ยๆ ตุ้ยนุ้ยจัง
อีตาหน่อง จ้องแต่ดื่ม แต่น้ำส้ม
กับดื่มนม เดินไปมา น่าเวียนหัว
สะพายกล้อง ถ่ายรูป ถ่ายไปทั่ว
แล้วร้องเพลง มั่วๆ กลอมพวกเรา
เพลงอะไร มันช่างหน้า รำคาญนัก
จะเพลงรัก ก็ไม่ใช่ หรือเพลงหวาน
เพลงบางเพลง ขึ้นอินโทร เสียเนิ่นนาน
แล้วก็ผ่าน เลยไป ในบทเพลง
บอบอกว่า จากใจ ที่ให้มอบ
ไม่ต้องการ สิ่งตอบ ที่แทนให้
มิตรภาพ เท่านั้น ที่ปันใจ
เผื่อแผ่ให้ พี่น้อง ผองพวกเรา
ทำอะไร ทำเถิด อย่าเปิดผ้า
ทำอะไร ไม่ว่า ผ้าอย่าเปิ๊ด
?????? แล้วมันจะเกี่ยวกันไม๊เนี่ย??? งั้นเอาใหม่
ทำอะไร ทำให้ได้ สบายเถิด
ทำระเบิด มาขว้างกัน ช่างมันเหลือ...???...เอ้า!! เอาเข้าไป......เอาใหม่อีกที...
ทำอะไร ทำได้ คล้ายตั้งจิต
ทำให้มิตร เป็นศัตรู ก็ทำได้......
ทำศัตรู ให้เป็นมิตร ก็มากมาย
ทำMIDI ง่ายง่าย สบายจัง....
ที่เวปแห่งหนึ่งหลายปีมาแล้ว ไม่รู้ใครขอให้แต่งกลอนแบบน่ารักๆให้
เขาจะเอาไปฝากแฟน ผมก็เลยสนองตอบเขาซะ
003 *** ดังนี้***
ครายมีกลอน น่ารัก ขอหน่อยก๊า
ทำใบหน้า ที่เหี่ยว ให้เด้งดึ๋ง
นั่งหัวเราะ งอหาย หงายหลังตึง
ตะลาลิด ติ๊ดชึ่ง จึงขอมา
จะเอาไป ฝากแฟน ที่แสนรัก
ฝากคนรัก ทั้งคนโน้น คนใหนใหน
ฝากทั้งซอย ไม่ว่า ใครต่อใคร
ฝากเรื่อยไป ตราบที่ใจ ยังรักเธอ
ขอมอบใจ ให้เธอ ทั้งห้าห่วง
ขอขอบคุณ ที่ให้ควง ยามเปลี่ยวเหงา
ความในใจ มากมาย หายบรรเทา
เคยนั่งเศร้า ก็ยิ้มได้ ยามเจอเธอ
ยามเธอตด ได้กลิ่นหอม คนดอมทั่ว
ยามตาถั่ว เดินตกท่อ หัวร่อได้
เดินหัวเราะ อ้าปากกว้าง ชนเสาไฟ
กางเกงใน หลุดกอง ที่น่องเธอ
พูดคนเดียว เดินห่างเรา เสาไฟฟ้า
กินมาม่า ออกจมูก น้ำตาใหล
บันใดเลื่อน ชายกระโปรง เกี่ยวบันใด
ลื่นไถล ไถถลอก หัวปอกเปิด...........
มีสมาชิกที่บ้านออนซอนท่านหนึ่งบ่นด้อแด้
ผมก็เลยปลอบเขาไปแบบ..เบาๆ
004 *** ดังนี้***
.....จะขอบอก ว่าอย่าท้อ ที่กล่าถึง
เป็นปัญหา อย่างหนึ่ง ที่แก้ได้
ยังดีกว่า คนตกงาน ที่มากมาย
ให้นึกถึง ความสบาย ได้ทำงาน
....ในชีวิต มันต้องมี ทุกข์สุขบ้าง
ใช่อ้างว้าง คนเดียว เสียเมื่อไหร่
อยากจะกิน อยากจะเที่ยว ก็ได้ไป
อยากจะทำ อะไร ก็เสรีย์
.....ให้ดีใจ ที่มีงาน เลี้ยงชีวิต
ค่อยๆคิด แก้ปัญหา ให้จงได้
ที่บอกมา ใช่คอขาด เรื่องบาดตาย
แต่เป็นเรื่อง ที่แก้ได้ ต้องใจเย็น
.....ค่อยค่อยแก้ ทีละอย่าง อย่างรอบคอบ
ค่อยค่อยหา คำตอบ และเหตุผล
ค่อยคลาย ทีละจุด อย่าร้อนรน
ค่อยค่อยค้น หาคำตอบ ให้ตัวเอง ....
..............นะครับ .....
บ้านออนซอนหาที่มิตติ้งกัน ก็เลยออกความเห็นเขาไป
005 *** ดังนี้***
......จะมิตติ้ง ที่ใหนดี มีคำตอบ
ก็ที่ชอบ ที่ชอบ ที่ถนัด
เสียงส่วนใหญ่ ใครเห็นด้วย ช่วยกันนัด
แล้วก็จัด วันมาพบ มาสบตา
.......แล้วจะเจอ ตัวจริงของ คนในนี้
เจออย่างที่ ไม่เคยเจอ ใหนมาก่อน
หุ่นบางคน อ้วนจู๋ เหมือนหมูตอน........( ผ๊มเองคร๊าบ )
หุ่นบางคน อรชร อ้อนแอ้นจริง
........บางคนดู หน้าตา ช่างดุนัก
แต่ทุกคน ก็รัก น่าสงสัย
บ้างหน้าอ่อน ชอบนอน อยู่ร่ำไป
บ้างเมาได้ ทั้งวัน ขยันชง
........บางคนสูง ตูดปอด ยอดขุนศึก
บางคนคึก จ้องจะกิน แต่ไอ้นั่น...( หมายถึงเบียร์น่ะ )
บางคนทำ ตาเยิ้ม ได้ทั้งวัน
และบางคน หลับตาฝัน ได้ทั้งคืน
.........บางคนสวย แต่ในบอร์ด แสนจะห้าว
บางคนสาว แต่ในบอร์ด ทำตัวแก่
บางคนดี แต่ในบอร์ด ทำตัวแย่
คนแท้แท้ แต่ในบอร์ด คนเที๊ยมเทียม
.........มีที่ใหน จริงใจ เหมือนในนี้
อยู่ต่างที่ ต่างถิ่น ถวิลหา
ก็ร้องเรียก เหมียวเหมียว ประเดี๋ยวมา
มาเคล้าแข้ง เคล้าขา น่าเอ็นดู
..................................................................... จบแล้ว....
.......................................................................วันนี้รู้สึกจบแปลกๆไปนะ
ม่ายบอกว่าที่ใหน....
006 *** ดังนี้***
.....จะลาวญวน จีนแขก แยกเชื้อชาติ
จะตัดขาด จากกัน ก็ไม่ได้
จากทั่วหล้า ดันมาเกิด อยู่เมืองไทย
อยู่ที่สำ- นึกใคร รักแผ่นดิน
.....จะโกงกิน กอบโกย ก็อายบ้าง
ทำลายล้าง แผ่นดิน ไปถึงใหน
ทำลายบ้าน ทำลายเมือง เรื่องอะไร
สมบัติชาติ มีใว้ ให้ใครกัน
..... ประชาชน คนไทย โดยสายเลือด
ร้องไห้จน น้ำตาเหือด ไปกี่หน
ต้องเสียใจ กับคน ไม่กี่คน
ต้องยอมทน กับคน ไม่กี่ตระกูล
.....หรือไทยครึ่ง จึงรังแก ไทยแท้ได้
หาความหมาย คำว่าไทย ไม่ได้หรือ
ร่วมแผ่นดิน เดียวกัน สำคัญคือ
ความยึดถือ ศูนย์รวม ของใจไทย
.....ทรัพย์สินที่ มากมาย ได้จากใหน
หาได้จาก แผ่นดินไทย ไม่ใช่หรือ
ความยิ่งใหญ่ อย่าได้ฉุด ไม่หยุดมือ
แต่ความซื่อ หาจากใจ แทบไม่มี
โอ้โห น่าย้ายไปห้องวรรณศิลป์มากเลยครับ :25:
ต่อจากข้างบน
***************************
....เรื่องทั้งหมด ที่กล่าวมา เป็นเรื่องเล่า
ของผู้เฒ่า "บุญฮัม" ผู้ยิ่งใหญ่
ผู้ที่มี ประวัติ อันเกริกไกร
เป็นพี่ชาย คนโต ของ"บุญโฮม"
.....ดันไปตรง กับใจใคร ต้องขอโทษ
อย่าได้เคือง อย่าได้โกรธ อย่าได้แค้น
อย่าโมโห อย่าโกรธา เดี๋ยวหน้าแบน
ยืนพุงแอ่น คิ้วขมวด ไม่หล่อเลย
....
.....เป็นยักษ์ใหญ่ ไล่ยัน ฟันยักษ์เล็ก
เห็นยักษ์เล็ก เปิดตูด หนียักษ์ใหญ่
กล้วยตานี หวีเดว เห้วหวีไป
พอฝนตก ขี้หมูใหล เลอะแผ่นดิน.......
....
5555 ขอจบแบบเลอะๆก็ละกัน ... ไปแระ...
แต่งเก่งค่ะ :45:
อ้ะ ห้องกล้องเขาเรียกว่าโดนปาด โดยไอ้แอน :30:
.. เหรอ งั้นแอนจัดการให้หน่อยนะ ทั้งหมด 17 บท ..
เอาเลยอย่าชัก....ช้า
เวปของ จ.อุบลฯ
ไม่มีอะไรจะอวยพรใคร เลยหาเรื่องอวยพรให้ดื้อๆ
007 *** ดังนี้***
......ในวาระ ดิถี ขึ้นวันศุกร์
ขอให้ท่าน สนุก ทุกแห่งหน
โพสมากๆ รูปก็ดี กันทุกคน
จะเป็นหน แห่งใด ก็ได้ชม
...... วิถีทาง ห่างใกล ใครไม่คบ
เราเคารพ พวกเรา เข้าใจได้
สนุกกัน แบ่งปัน เพื่อผ่อนคลาย
อีกไม่นาน ก็ตายจาก พรากกันเลย
......หาความสุข ใส่ตัว ไม่มั่วแน่
ของแน่แท้ อยู่ที่ใจ ใครจะเห็น
ศิลปะ ที่ต้องย้ำ ของจำเป็น
ได้ยลเห็น ผ่อนคลาย สบายใจ
ม่ายบอก....ว่าที่ใหน
008 *** ดังนี้***
.....รวยระริน ไกล้สิ้นลม หายใจเจ้า
ลมหายใจ เริ่มแผ่วเบา น่าสงสาร
เคยหายใจ ดังดัง มานมนาน
วันเดือนผ่าน ทำให้ไม่ หายใจดัง
.....เหมือนชนัก ปักติด สนิทลึก
ที่เคยคึก ในอำนาจ น่าสงสาร
เงาลางร้าย ค่อยค่อยคืบ คงไม่นาน
ลมหายใจ ที่เคยผ่าน อาจไม่มี
.....ลมหายใจ ก็เป็นลม หายนะ
นอนให้พระ สวดอภิธรรม นำไปเผา
ลมทั้งหล้า พัดมารุม สุมในเตา
ให้ไฟเผา เร็วขึ้น เป็นธุลี
.....เชิงตะกอน ช้อนตะกรัน จันทร์ก็ดับ
ทุกสิ่งสรรพ ทั่วหล้า พาแจ่มใส
เหลือเพียงถ่าน ก้อนสากสาก ซากจังไรย์
แค่นำไป โยนทิ้ง กลางทะเล
.....ปิดตำนาน ของนักสู้ ผู้อาภัพ
ที่ใครใคร ล้วนจับ ต้องไม่ได้
เชื่อลิ้วล้อ เชื่อสอพลอ จนตัวตาย
ชื่อของชาย คนนี้ ...... คือ.." บุญโฮม "
........ภาค 2 ...........
.....เหลือเพียงดวง วิญญาน ที่ลอยล่อง
เฝ้าแต่จ้อง สมบัติ ที่ทิ้งอยู่
พวกลูกหลาน มันผลาญ กันน่าดู
บริวาร ที่เหลืออยู่ ก็แย่งชิง
....คิดเจ็บใจ ตายแล้วเอา ไปไม่ได้
คิดเสียดาย ถึงตอนมี ชีวิตอยู่
ยอมคนด่า สารพัด สมบัติกู
ยังยอมสู้ เพื่อกอบโกย ไม่รู้พอ
.....ดวงวิญญาณ น้ำตาริน สำนึกได้
ที่ได้ตาย เพราะความโลภ มิรู้สิ้น
บ้าอำนาจ จนร่างข้า หน้ากลบดิน
สรรพสิ่ง สูญสิ้น เมื่อสิ้นลม
.....ในยามนี้ มีแต่คน กรวดน้ำให้
ก็เลยได้ แต่น้ำ ประทังหิว
ดวงวิญญาณ ผอมโซ ลอยละลิ่ว
ไม่ชิวชิว เหมือนดัง แต่ก่อนมา
....
..........ภาค 3 เร็วๆนี้ ..........
( ในขณะนั้น / ลุนหน่อน )
ที่เวปดนตรีแห่งหนึ่ง เขาคุยกันเรื่องปุ่มกดต่างๆ ก็เลยแจมเขาไปอย่างมั่วๆ
009 *** ดังนี้***
......ปุ่มทุกปุ่ม ไร้มลทิน ใสสะอาด
สีชมพู อมฝาด น่าแตะต้อง
กลิ่นหอมหวล ชวนฝัน หันมามอง
ตะลึงจ้อง แต่ปุ่มนี้ มีราคา
.....ใครมาว่า ปุ่มเรา เก่าหงำเหงอะ
ปุ่มเปรอะๆ ปุ่มเก่าๆ เราเจ้าของ
บอกว่าดี ถ้าไม่เชื่อ ต้องให้ลอง
แล้วจะต้อง ร้องลั่นบ้าน ว่าฉันรักปุ่มของน้าหน่อง.นะนะ จุ๊บๆๆ ....ฮ่าๆๆๆ .........เอย.....
อันนี้ที่เวปดนตรี มีสมาชิกท่านหนึ่งบ่นเรื่องปัญหาชีวิต เล่นดนตรีมาสองปี...
สุดท้ายแฟนให้เลือกระหว่างดนตรีกับตัวหล่อน ... ผมก็ขอเข้าไปแจมด้วย
010 *** ดังนี้***
.........เป็นสองปี ที่มีค่า ต่อชีวิต
ทำให้คิด อย่างมีค่า ช่วงแปรผัน
ให้นึกถึง ดนตรี ที่สำคัญ
ไม่ปล่อยวัน ให้ผ่านไป ให้เลื่อนลอย
........ในสองปี มีเรื่องราว มากหลายอย่าง
ล้วนเป็นทาง สร้างปัญหา ชีวิตได้
อยากจะตัด เธอให้ขาด มิอาจวาย
ลึมไม่ได้ เพราะสองเรา ร่วมกันมา
.......จุดหักเห ที่สำคัญ ก้าวเข้าหา
เธอมองตา เอ่ยปาก แล้วฝากถาม
จะเลือกฉัน หรือดนตรี แล้วแต่ตาม
เพราะทุกยาม เห็นเธออยู่ คู่ดนตรี.....
.......ไม่อยากตอบ แต่ต้องตอบ น้ำตาหลั่ง
นี่กระมัง ที่เป็นเหตุ ให้ต้องห่าง
มีทางเลือก หมดข้อแม้ แค่สองทาง
เลือกระหว่าง ....เล่นดนตรี .....กับมีเธอ
........ด้วยใจรัก ยอมทุ่มเท จนใจหมด
นั่งดมตด เธอทุกวัน โดยไม่เหม็น..... ??? ว้า!!! ...ไม่ดีเลย .เอาใหม่....
........ด้วยใจรัก จึงทุ่มเท จนใจหมด
ยอมรันทด เลือกดนตรี ที่มีอยู่
ส่วนตัวเธอ คิดว่าไม่ ใช่เนื้อคู่
จะขออยู่ กับดนตรี ตลอดไป
.......กับสองปี ที่ผ่านมา มีค่านัก
ให้รู้จัก การเรียนรู้ มากกว่านี้
ให้รู้จัก ว่าชีวิต คือดนตรี
ให้รู้จัก มักจี่ กับคีย์ A
.......จะขอฝาก บทเพลง ใว้หนึ่งบท
เป็นเรื่องราว ทรหด ที่ผันผ่าน
เป็นตัวโน้ต เชิญท่านหา ความสำราญ
ขอเชิญอ่าน ตัวโน้ต เป็นบทเพลง......
......ซอลซอลโด โดโดเร เรมีฝ่า
ฟาซอลล้า ล่าทีโด โด่เรหมี
ฟาฟาเร เรซอลโด ฟาซอลมี
ซอลลาที เรมีฟา ลาทีโด.......
อันนี้โพสใว้ที่นี่เอง เอามาให้อ่านกันอีกครั้ง
011 *** ดังนี้***
.....ระเบิดลูก แล้วเล่า เจ้าทำได้
จะให้ตาย กี่คน กันดอกหรือ
ชีวิตของ ชาวบ้าน อยู่ในมือ
ไม่คิดบ้าง เลยหรือ คือคนไทย .....
....จะให้ตาย เท่าไหร่ สมใจเจ้า
จะแผดเผา ไฟใต้ ไปถึงใหน
ไม่สงสาร ชาวบ้าน บ้างหรือไร
ไม่สงสาร คนไทย กันบ้างเลย ...
....น้ำตาลูก ผู้ชาย ต้องใหลหลั่ง
ทุกข์ประดัง คับอก บอกใครได้
เจ้าก่อเรื่อง แต่ละครั้ง ข้าแค้นใจ
ทำไงได้ ต้องทนฟัง รับข่าวคราว...
.....สองมือข้า กราบแทบเท้า ให้เจ้าหยุด
ผู้บริสุทธิ์ ตายโดยไม่ รู้สาเหตุ
ก้มกราบเจ้า ถึงใครมอง ดูสมเพศ
อย่าได้คิด ก่อเหตุ กันอีกเลย ...
.....องค์อัลเลาห์ โปรดประทาน เมตตาให้
กับใครๆ ที่คิดร้าย ฆ่าชาวบ้าน
ให้รับรู้ เรื่องดีชั่ว อย่ารุกราญ
อย่าเผาผลาญ ไทยด้วยกัน แค่นั้นเอง....
อันนี้เขาคุยกันเรื่องการฝึกเล่นดนตรี ที่เวปดนตรีบ้านป๋าติ๊ด ก็เลยออกความเห็นกับเขาด้วย
012 *** ดังนี้***
......วันใหนว่าง ก็จะฝึก จนดึกดื่น หลับไปแล้ว ก็ยังตื่น ขึ้นมาฝึก
ตอนนั่งส้วม จิตว่างๆ พลางจะนึก ไม่ทันสึก ออกมาฝึก รีบเร็วใว
( ไม่ทันสึก หมายถึง เข้าส้วมยังไม่เสร็จ )
......เดินไปซื้อ ของหน้าบ้าน ก็ไม่ได้ เพราะมิวาย ต้องรีบวิ่ง กลับมาฝึก
ให้วิชา ดนตรี เราแข็งปึ๊ก ตอนใหนนึก ตอนนั้นฝึก ทึกคราไป
......ฝึกมาแล้ว ยี่สิบปี พอมีหวัง กาละมัง ทั้งบ้าน บุบสลาย
ขวดถ้วยโถ จานกระเบื้อง แตกกระจาย ฝาบ้านไม้ ก็ทะลุ บุทะลวง
.......หลังคาบ้าน แตกกระจาย ตั้งหลายที่ ตรงกระจก ก็มี โดนขี้ขว้าง (แปลว่าโดนอุจาระขว้าง)
แม้กระทั่ง โดนก้อนดิน ที่หน้าต่าง ไม่เว้นว่าง โดนขว้าง อยู่ทุกวัน
.......เอาลำโพง ห้าสิบนิ้ว มาหกลูก แอมป์ถูกๆ ยามาฮ่า ห้าพันวัต
เอาคีย์บอร์ด เสียบเสียง ดังฟังชัด นั่งสบัด ปลายนิ้วข้า หน้าบ้านเรา
......โดเรมี ฟาซอล ลาทีโด่ โก้จะตาย นั่งใล่เสียง ที่หน้าบ้าน
ไล่นิ้วไป นั่งทำหน้า ตาเบิกบาน ใครรำคาญ ก็ช่างเขา เราอยากเป็น
........นั่งไล่เสียง วันละสอง ชั่วโมงกว่า ภรรยา ยังไม่ว่า เราสักแอะ
พอเดินผ่าน มือปิดหู ปากแบ๊ะแบ๊ะ ทำเหมือนแพะ หน้านิ่ว คิ้วชนกัน
........เสียงดนตรี ดังทั่ว ทั้งหมู่บ้าน ก้องกังวาน ทุกคนได้ ยินกับหู
โน้ตเจ็ดตัว ไล่ไปมา น่าเอ็นดู นิ้วทู่ๆ ไล่ดุ๊กๆ ซาหนุกจัง
.......โดเรมี ฟาซอล ลาทีโด่ โดทีลา ซอลฟา มีเรโด๋
โด๋มีเร ฟาฟา ลาทีโด โด่โด่โด่ เรเรเร มีฟาซอล
.......ทั้งลูกบ้าน ทั้งกำนัน ทั้งผู้ใหญ่ ล้วนสนใจ ในเสียง อันหน่วงหนัก
มามุงดู ด้วยแปลกใจ สนใจนัก บักอีหยัง คือเสียงดัง โต๋น้อยเดียว
(บักอีหยังคือเสียงดังโต๋น้อยเดียว แปลว่าตัวอะไรตัวนิดเดียว เสียงดั๊งดัง)
อันนี้แต่งเมื่อสงกรานต์ปี 2549 ที่ จ.อุบลฯ
013 *** ดังนี้***
.....จะเล่นน้ำ หรือสาดน้ำ ตามใจชอบ
ไม่ต้องตอบ ไม่ต้องถาม ตามถนน
เจอหน้ากัน ก็สาดกัน ในบันดล
เจอผู้คน ก็สาดกัน ให้บันเทิง
.....ตามถนน ทุกผู้คน ล้วนสนุก
ระบายทุกข์ ไปกับน้ำ ให้ชื่นฉ่ำ
ต่างลีลา โลดเล่น และร้องรำ
จนหน้าดำ เพราะแดด แผดเผาตัว
.....จัดทุกปี มีของฟรี กินตลอด
คัดแต่ยอด อาหารดี มาสนอง
ต่างก็แย่ง เพื่ออยากลิ้ม อยากชิมลอง
ต่างจับจอง เพื่อจะชิม กินของดี......
.....พอย่ำค่ำ ก็ตื่นตา ค้นหาเสียง
เป็นสำเนียง เพลงไทยเดิม มาขับขาน
ช่างดื่มด่ำ ปลุกชีวิต จิตวิญญาน
ใครหนอช่าง ขับขาน ให้เราฟัง.......
......เพลินฟังเพลง บรรเลงแว่ว จนลึมโลก
ลึมทุกข์โศก ล้วนลึมสิ้น กลิ่นอาหาร
ตักข้าวผัด กับราดหน้า มาสองจาน
ฟังเพลงเคลิ้ม ไปนาน โดนขโมย.....
.....แต่ก็อิ่ม เอมเปรมปรีย์ ชีวีสุข
ล้วนสนุก กับบทเพลง ที่ขับขาน
ทั้งคุณลุง ทั้งคุณป้า สุขสราญ
กับลุงป้า มาขับขาน ให้เราฟัง
.....ก่อนจะกลับ เหลือบมอง จ้องป้ายใหญ่
เทิดเอาใว้ เหนือหัว สูงตระหง่าน
พนมมือ ในจิต คิดกราบกราน
ทรงพระเจริญ ยืนนานตราบ นิจนิรันดร์
เมื่อครั้งTsunami ถล่มภาคใต้ ได้มีคนขอให้แต่งกลอนให้
ผมก็เลย จาดห้ายย....
014 *** ดังนี้***
.....หยาดน้ำตา ท่วมท้น แทบล้นโลก
ทั้งความโศก เหลือคณา มาให้เห็น
คลื่นซัดสาด พิฆาตสิ้น สาดกระเซ็น
มีให้เห็น เกลื่อนกลาด อนาถใจ
.....ความโชคร้าย ต้องมามี สิ้นปีเก่า
ความหมองเศร้า ต้องมามี ก่อนปีใหม่
ความสูญเสีย ต้องมาเกิด กับเมืองไทย
แต่น้ำใจ ยังมีทั่ว ผืนแผ่นดิน
.....ไฟภาคใต้ ที่แผดเผา ขอให้ดับ
คลื่นโถมทับ สังเวยให้ ความตายเห็น
ทั้งเสียหาย ทั้งสิ้นไป ไม่น่าเป็น
เป็นของเซ่น ดับไฟใต้ ให้มอดจุล
.....แสนอาลัย ผู้จากไป ไม่หวนกลับ
ขอให้หลับ กับผืนทราย ที่กว้างใหญ่
ทะเลแห่ง ความทรงจำ ตลอดไป
ที่สุดท้าย ที่ท่านเห็น ที่ชื่นชม
.....จากพื้นดิน สู่ผืนน้ำ ที่พรากพร่า
เปรียบน้ำตา ชาวใทย ที่ใหลหลั่ง
จึงรวมใจ รวมกาย ร่วมพลัง
รวมความหวัง หวังความสุข ให้ทุกข์คลาย
อันนี้แต่งให้คุณพ่อนักดนตรีท่านหนึ่งที่ซ่อมเมโลเดี่ยนที่พังแล้วให้ลูกชายได้เป่า
ผมก็เลยเข้าไปแจมซะ
015 *** ดังนี้***
....เห็นหน้าลูก ทุกวัน ไม่เคยเบื่อ
ลูกจงเชื่อ ในหัวใจ มีแต่เจ้า
เสร๊จจากงาน ความเหน็ดเหนื่อย ก็บรรเทา
ยามพบเจ้า พ่อชื่นใจ ไปทั้งทรวง
.....เป็นมิ่งขวัญ ในหัวใจ ของพ่อแม่
เป็นแต้แต่..... ... อึ่ม.เอาใหม่ ไม่เพราะ......
.....เป็นมิ่งขวัญ ในหัวใจ ของพ่อแม่
ไร้ข้อแม้ ที่ตามใจ ให้สมหวัง
แม้กระทั่ง เมโลเดี่ยน ที่มันพัง
พ่อก็ยัง พ่นสี ให้ดีดู ( ดูดี )
.....ขอลูกจง เป่าให้ดัง เป็นเพลงนะ
แล้วพ่อจะ นั่งฟัง ไม่อุดหู
จะไปตาม ญาติพี่น้อง มานั่งดู
ทั้งคุณปู่ คุณย่า ทั้งตายาย
....ทั้งอาเจ็ก อาม้า และอาซิ้ม
รวมอากิม อากู๋ เด๋อดู๋ดี๋
พ่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รัฐมนตรี
มาฟังลูก เป่าปี่ ป่อปี้แป..แป่แป๊ๆ ปี๊ดๆๆ.. แป้.....แป๊ด!!
หลังจากวันเข้าพรรษา ที่เวปแห่งหนึ่งมีสมาชิกเข้ามาอวยพรให้เพื่อนสมาชิกด้วยกัน
ผมก็ขอแจมอีกตามเคย
016 *** ดังนี้***
เอยษาพรร...เข้าวันหลัง...ดีโชคให้
สุขชื่นใจ...อย่ามีโศก....ให้หมองศรี
หยิ่งพยอง...ครองในตน...ฅนดนตรี
เก่งในที...มีเผื่อแผ่...แด่ผองชน
ใจต่อใจ...จงเอาใจ...ใส่ตัวโน้ต
มีแต่คุณ...ที่ไร้โทษ...ไม่หมกไหม้
จับสำเนียง...เสียงเสนาะ...เป็นเกราะภัย
แล้วก้าวไป...อยู่สนิท...กลางจิตคน
มากมายล้วน...รู้เสียง...สักหนึ่งศาสตร์
มากมายพลาด...ชอบจากใจ...ที่ใฝ่หา
มากมายมี....ฝีมือร้าย...คนหมายตา
มากมายพา..หลงระเริง...ในเพลิงเพลง
สรรพรส...ล้วนหลาก...ที่มากเสียง
ส่งสำเนียง...ทั่วเวียง...ไปไกลใกล้
จิตจดถือ...มือจดจิต....สะกิดใจ
ความรู้สึก...จากใจ...เป็นเสียงเพลง
ต่อจากข้างบน..
..............................................
ด้วยรัก แด่นักเพลง ร่วมครื้นเครง จึงมากล่าว
เขียนกลอน มายืดยาว มีอารมณ์ ศิลปิน
เป็นคน อยู่กับเพลง ชอบครื้นเครง นิ'จ สินธุ์
ร้องเรียก ให้ได้ยิน ว่าตัวข้า......บ้าดนตรี
ที่ จ.อุบลฯ มีชาย-หญิงคู่หนึ่ง คล้ายๆเป็นคนบ้ามักไปใหนมาใหนด้วยกัน
ประมาณบ่ายสามโมงเย็นกว่าๆผมเจอในขณะที่ทั้งสองคนนอนหลับเคียงข้างกันอยู่ข้างถนน
ในมือลุงผู้ชายมีดอกไม้อยู่ในมือ ท่ามกลางรถที่วิ่งผ่านไปมา ทังสองก็หลับอย่างสบายใจ
017 *** ดังนี้***
.....จะปีใหม่ ปีเก่า ก็ไม่สน
ยังดิ้นรน สู้ต่อ หนอชีวิต
จะให้ดิน ให้ฟ้า มาลิขิต
สุขน้อยนิด คือความฝัน ยามหลับนอน
.....ในความจริง สิ่งรอบตัว ล้วนยุ่งเหยิง
ในความฝัน เริงร่า อาภรณ์สวย
ในความจริง พิศวง คนงงงวย
ในความฝัน ร่ำรวย บนฟูกนอน
.....ในความจริง ข้างถนน คือแหล่งพัก
ในความฝัน ผู้คนรัก ห้อมล้อมทั่ว
ในความจริง ไม่ยึดติด สิ่งรอบตัว
ในความฝัน มีครอบครัว สุขสำราญ
.....ในความจริง มีสองคน ผจญสู้
ในความฝัน ได้รู้จริง ความยิ่งใหญ่
ในความจริง พเนจร ร่อนเร่ไป
ในความฝัน ผลกำไร ขายหุ้นมา
.....ในความจริง สูดกลิ่นควัน อัน_อวล_อบ
ในความฝัน กลับพานพบ กลิ่นหอมหวล
ในความจริง ไม่มีสิ่ง ที่เย้ายวน
ในความฝัน นางคู่ควร นอนแนบกาย
..... ในความจริง เธอเคียงคู่ สู้กันสอง
ในความฝัน เธอคู่ครอง สองฟันฝ่า
ในความจริง มีเธออยู่ ไม่ห่างตา
ในความฝัน ภรรยา ก็คือเธอ
.....ในความจริง กอดดอกไม้ แล้วหลับฝัน
ในความฝัน นอนกอดเธอ ได้คลายหนาว
ในความจริง นอนอิงแอบ แนบชิดเนาว์
ในความฝัน มีเธอเคล้า นอนเคียงกัน
.....เพราะเธอคือ ทุกสิ่ง ทั้ง "จริง_ฝัน"
ต้องบากบั่น นอนกลางดิน กินข้างถนน
ทุกสายตา มองมาเหมือน ไม่ใช่คน
จะไม่สน อยู่อย่างนี้ ก็พอใจ
******
วันศุกร์ ที่ 30/12/2548 เวลา 15:30
สถานที่ : ถนนชยางกูร จ.อุบลฯ
****************************
/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/*/
001 ถึง 017 ใครชอบบทใหนขอเฉียงหน่อยนะ
นี่ครับ รูปของผู้เฒ่า 2 ท่านที่ว่าใว้ข้างบน
(http://img2.f0nt.com/16/2402b900cc34c7d34d29a405dc118ab9.jpg)
หมดแล้วครับ
เชิญคอมเหม็นได้ ....
บรรยายไม่ถูกค่ะลุนหน่อน :45:
อยากให้อยู่ห้องศิิลป์พิลึก :43:
เค้าเรียกว่ากลอนอะไรอะคะ :09:
ครับ .. ให้แอนย้ายเลยก็ได้ครับ...
( ตาแอน...เมื่อตะกี๋เห็นแว๊บๆ หายไปใหนหว่า?? )
ลุนหน่อน จมล มาน้อยใจครับ
ว่าไม่มีใครคอมเมนต์เลย :21:
เค้าไปทะเลกันหมด :21:
พึ่งเห็น
อ่านแล้วเพลิดเพลินจนอยากคอมเม้นต์เป็นกลอน
แต่ดักดานในร้อยแก้วยิ่งนัก :08:
ลุนหน่อนเคยเห็นคนบ้าน้ำลายยืดโรงเรียนเบ็ญไหมครับ
ผมเห็นมาตั้งแต่ ม.1 ตอนนี้ยังอยู่อยู่เลย
ส่วนผู้เฒ่าสองท่านนั้น ไม่เคยเห็นแฮะ
เพิ่งเห็นกลอนเหมือนกันค่ะ
เข้ากันกับรูปคนบ้าสองคนนี้จริงๆ
ได้ยินชาวบ้านเค้าเรียกคนบ้าสองคนนี้ว่า อีต้อย กับไอ้รอด ( ขอโทษที่ไม่สุภาพ )
กิ๊กเห็นเค้าเดินไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมากๆ
บางวันก็จะเห็นเค้าเดินทะเลาะกัน งอนกันมั่ง
ถ้าต้อยเดินช้า ไอ้รอดก็จะตะโกนเรียก หรือไม่ก็จะหยุดรอ
ถ้ามองผ่านความบ้า ... .. คนสองคนนี้คงรักกันมาก
อ้อพี่เก้อ
ถามถึงติ๊งหนืดที่รร.เบ็ญใช่มั้ย
ตอนกลับบ้านสงกรานต์ กิ๊กมองเห็นติ๊งหนืดพอดี
หน้าตาไม่เปลี่ยนจากตอนที่จบเลย
สงสัยติ๊งหนืดจะหยุดอายุตัวเองไว้ซะแล้วมั๊ง :30:
ชอบ 017 ครับ ลุนหน่อน :25: