กรณีแสงศตวรรษ
ติดตามจนถึงข่าวกองเซนเซอร์จะไม่ยอมคืนฟิล์มต้นฉบับให้ผู้สร้างเว้นแต่จะยอมให้ตัด 4 ฉากที่ว่าออกเสียก่อน ช่างตลกเสียจริง
นี่มันแก่กะลาบ้าอำนาจนี่หว่า
ป.ล. เรื่องนี้ท่าจะยาว ตั้งเป็นกระจู๋ใหม่ไปเลยดีไหม
เค้าอยากให้ฉาย แต่ต้องตัด 4 ฉากเลยดึงฟิล์มไว้เพื่อเป็นการยื้อรึป่าว :08:
น่าเกลียดมากกับการทำแบบนั้น
ตอนนี้รู้สึกว่า่ อ้อ เป็นหนังได้รางวัลแถมดังต้องเอาออกฉาย
แต่กูเห็นว่าบางฉากไม่เหมาะไปตัดออกซะนะ
พอผู้กำกับไม่ยอม แถามบอกว่าไม่ฉายก็ได้
เลยเสียหน้า ยึดฟิล์มไว้แล้วให้มาตัดออกซะ
พูดเองงงเองนะเนี่ย
แบบว่าอธิบายไม่ถูก :08:
แตกหน่อจากอันนี้นะครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 13 เม.ย. 2007, 22:32 น.
แสงศตวรรษ แสงสะท้อนความอัปยศอดสูของชนเผ่าสยาม
สนธยา ทรัพย์เย็น และทีมงานฟิล์มไวรัส
http://www.onopen.com/2007/02/1696
สรุปเหตุการณ์แสงสหัสวรรษ
http://www.onopen.com/2007/editor-spaces/1691
ตูเคยดูหนังพี่เจ้ยแค่เรื่องเดียว คือเรื่องสุดเน่หา
แล้วกูยอมรับว่าหนังเหี้ยอะไรวะ ดูไม่รู้เรื่องเลย
แต่ก็เป็นหนังที่คนชมกันมหาศาล (เข้าใจครับเรื่องที่ชมนี่)
แต่กรณีนี้ประเด็นที่ต้องคุยกันก็คือ เรื่องแก่กะลา กับเรื่องเซ็นโง่ (ที่ท่านมุ้ยเรียกไว้) นี่แหละ
เลยแตกหน่อมา
หมอห้ามกินเหล้านะครับ เดี๋ยวเด็กๆ จะคิดไม่เป็นว่าหมอกินเหล้าทุกคน :42:
หนังของพี่เค้าหลิงไม่เคยดู
แต่ว่านะจนาดได้ทำชื่อเสียงให้ประเทศด้วยแล้ว แต่ไม่ได้รับการยอมรับนี่
ใครเค้าอยากจะทำอะไรอีก ถ้าไม่มีใครสนัีบสนุน
เอาเวลาไปทำอยากอื่นดีกว่ามั้งคน censor เนี่ย
แล้วมีสิทธิ์อะไรไปยีดของเค้าเนี่ย ช่วยไม่ช่วยแล้วยังฉุดอีก
มีอะไรหนุกๆ มาให้อ่านครับ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5309457/A5309457.html
อ้างอิงเลิกคลั่งได้แล้ว แสงศตวรรษ มันมีฉากหมออวัยวะเพศแข็งตัว เค้าเลยตัด จะให้เราฉายหนังโชว์ไอ้จ้อนเหรอครับ
ขอโทษเถอะนะครับ คุณเจ้ยนี่แกชอบไอ้จ้อนเป็นพิเศษรึเปล่า ตั้งแต่ตอนสุดเสน่หาแล้ว ตอนจบที่นางเอกลุกขึ้นมารูดไอ้จ้อนพระเอก แล้วถ่ายโคลสจะจะ ผมไม่รู้ว่ามันมีความจำเป็นไหม หรือจะเน้นให้สื่อถึงอารมณ์ที่ไปกระตุ้นต่อสิ่งเร้าว่านี่ไง เพราะมีอารมณ์ไง ไอ้จ้อนเลยแข็งตัว
กฎกติกาสากล คุณโชว์ไอ้จ้อนได้ แต่ห้ามแข็งตัว ผมไปเล่นฟิตเนสที่ยุโรป ห้องน้ำรวม ช-ญ คุณจะเดินโทงเทงก็ตามสบาย แต่ห้ามแข็งตัว
ผม ว่า กบว ต้องบ้าแน่ ถ้ายอมให้ผ่านออกไป และตัวหนังเองฉายสองโรง ผมต่อให้ฉายติดต่อกัน 1 เดือน อย่างมากก็มีคนเข้าไปดูไม่น่าเกิน 3,000 คน
และก็อาจจะมีคนที่เข้าใจว่าตัวเองหัวสูงแถวนี้เข้าไปหาวหวอดๆแล้วออกมายกนิ้วให้อีกส่วนนึง
ผมเห็นออกมาคลั่งกันราวกับว่าหนังมันเป็นมาสเตอร์พีช เป็นภาพยนตร์แห่งความภาคภูมิใจ
เอางี้นะ ไปหา DVD มาดู อย่าบอกนะว่าไม่มีช่องทาง ไม่มีปัญญาหา
เห็น เรื่องอื่นๆที่ไม่เข้าท่า ดาราโชว์ฐานนมงี้ออกมาตะโกนด่าให้เหยงๆๆๆๆ เกย์ทำหนังโชว์ไอ้จ้อนแล้วโดนตัดก็ออกมาโวยว่าอยากดู ไว้อาลัยยิ่งกว่าบุพการีตาย
ขอโทษนะ เลิกมาทำตัวดีดดิ้นแบบนี้เถอะ มันน่าสมเพช อยากดู ผมไม่เชื่อว่าคุณไม่มีปัญญาหามาดู หรือศีลธรรมจัด จะรอแผ่นลิขสิทธิ์
ไปล่ะ......
จากคุณ : ไฮยีน่าแมน - [ 11 เม.ย. 50 07:32:18 ]
คนโพสต์นี่มีดีกรีเป็นเกรียนดาวรุ่งแห่งพันทิป ณ เวลานี้เลยนะครับ
หลายๆนโยบายของรัฐบาลนี้ก็ดูกระโหลกกะลาตามสไตล์คนแก่นะครับ
555
ความคิดเห็นที่ 151
อะไรกันนี่ มีรูด มีถอกด้วยเหรอ?.. ตายจริง นี่หรือเมืองพุทธ?
ลูกเล็กเด็กแดงเห็นเข้าจะเป็นยังไง มินั่งขมิบกันเป็นแถบๆเหรอ เวรกรรมแท้ๆ
ไม่เคยสนใจจะดูหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่พอรู้ว่ามีฉากแบบนี้สงสัยต้องหามาดูบ้างแล้ว จะได้รู้ว่ามันเสื่อมทรามแค่ไหน หัวแดงจริงอย่างที่ว่าๆกันหรือเปล่า โคลสอัพจริงไหม อันเขื่องหรือเปล่า แขวนผ้าเช็ดตัวได้กี่ผืน จะได้ป้องกันไม่ให้ลูกหลานที่บ้านหลงเอามาดูให้บัดสีบัดเถลิง ทุเรศ น่าเกลียด.. ว่าแต่จะหาซื้อ DVD เวอร์ชั่น uncut (หมายถึงหนังนะ ไม่ใช่อย่างอื่น) ได้จากไหนคะ แค่อ่านก็ขยะแขยงเหลือเกินแล้ว อยากจะพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเองก่อนจะด่วนสรุปค่ะ
จากคุณ : สวย ส่ายสุดๆ - [ วันเนา (14) 02:13:18 ]
------------------------------------------------------------------------------
อย่างฮา
เอ่อ ผมว่าถ้ามันมีฉากแข็งๆอย่างว่า ตัดไปก็ดีนะ ไม่เห็นจำเป็นต้องมีฉากอย่างที่ว่าเพื่อแสดงอารมณ์ให้มันลึกซึ้งเลย มันมีทางออกตั้งหลายวิธีที่จะทำหนังแล้วสื่ออารมณ์ของตัวละครได้ดีกว่าโชว์ผ่างๆ
แต่ผมไม่ได้ดูฉากที่ว่านะครับเป็นเพียงแค่ ถ้ามันมี... ถึงคิดอย่างนี้
แต่ถ้าทำหนังผมว่ามันต้องคิดถึงเรื่องที่จะตามมานิดนึงนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม (อ่ะอันนี้ผู้ใหญ่หลายๆคนชอบพูดแต่ผมก็ว่าจริง) เซ็นเซอร์ หรืออื่นๆ
ปล.นึกขึ้นได้ว่าสมัยเรียนตูเคยดูหนังที่มีฉาก ... จั่กๆ ๆ ๆ ๆ แล้วน้ำพุ่งใส่กล้องด้วย ไม่ใช่หนัง AV นะ :08: :28:
ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเซนเซอร์ครั้งนี้เท่าไหร่
แต่ยิ่งกว่านั้นที่ไม่น่าพอใจคือเรื่องการไม่ยอมคืนฟิล์มของทางกองเซนเซอร์มากกว่า
เรื่องเซ็นเซอร์นี่ ขี้เกียจพูดถึงแล้ว
เพราะ กบว เซ็นเซอร์เกินเหตุอยู่บ่อยๆ
บางทีเคยดูโฆษณารณรงค์ไม่ให้สูบบุหรี่
แต่ดันเบลอรูปบุหรี่ซะงั้น
แล้วจะไปรู้ได้ไงวะ ฮ่าๆๆๆ
แต่น่าจะคืนฟิล์มเค้าไปนะ
คืนฟิล์ม..
แล้วแดนบีมล่ะครับ
ฮ้ะ ฮะ :47:
มีใครพอจะทราบมั้ยครับว่าคณะกรรมการพวกนี้นี่มาจากไหน? หามายังไง? :42:
มีความรู้เรื่องไหนกันบ้าง?
ทำไมถึงเก่งขนาดตัดสินแทนคนทั้งประเทศได้?
แล้วเมื่อไหร่หนังจะมีเรทครับ? ในเมื่อหนังโรงมันกำหนดผู้ชมได้ชัดเจนอยู่แล้ว
เข้าผับผมก็เข้าตั้งกะสิบห้าสิบหก สมัยนี้เอาจริงขึ้นเยอะ ถึงจะมีบ้างก็การ้านแบบนั้นยากแล้ว
ทำไมโรงหนังจะทำไม่ได้?
ทำไมที่ตูคืดมันดูง๊ายง่าย
ทำไมๆๆ :42:
เอา 2 ลิงก์มาฝากครับ
- เว็บ www.thaiindie.com เปลี่ยนหน้าเว็บทั้งเว็บมาทำเนื้อหาเพื่อแสงฯ
- กว่าจะมาเป็นโลโก้ (http://beautifulone.wordpress.com/2007/02/04/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9/) (รู้สึกเคยอ่านในอะเดย์เล่มก่อนๆ แล้วนะ)
ที่คิดแล้วดูง้ายง่ายเพราะเรื่องเงินไงครับ ธุรกิจ
ไม่งั้นตูก็คิดได้ง้ายง่ายเหมือนกัน ว่าสงกรานต์คนแม่งตายห่ากันเยอะแยะ
ก็งดขายเหล้าสิวะ ง้ายง้าย :22:
แล้วเขามีอำนาจยึดฟิล์มเหรอครับ?
เท่าที่ผมรู้เนี่ยอย่างจราจรยังไม่มีสิทธิ์ยึดใบขับขี่เราเลยไม่ใช่เหรอ?
ลักทรัพย์รึเปล่า? :42:
กรณียึดฟิล์มนั่นก็เกินป๊าย :22:
ตอนนี้อยากฟัง อยากอ่านการแถลงการณ์อะไรสักอย่างจากคณะกรรมการนั่นจัง
:42:เหนื่อยใจ
ฟ้องเหอะ อยากเห็นผล {หมีโหด}
1. อยากให้มีการออกมาพูดว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ในมุมของกองเซ็นเซอร์
เพราะฟังความข้างเดียวต้องระวังBiasเสมอ ทั้งในแง่ของผู้พูด และผู้สื่อข่าว
2. ไม่เห็นด้วยหรอก หากมีการบอกว่าต้องตัดฉากดังกล่าวออกจากฟิล์มก่อนแล้วจะคืนให้
แต่ตรงนี้เลยงง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เค้าก็น่าจะตัดแล้วส่งคืนไปแต่ต้น.... จะเก็บฟิล์มไว้ทำไม
3. เรื่องการเซ็นเซอร์ ผมก็พอเข้าใจครับว่าต้องเข้มแข็งเข้าไว้
ตอนที่กระทรวงวัฒนธรรมยังอ่อนแอมาก ไม่มีใครไปทำอะไรกับชุดหรือเครื่องแต่งกายวัยรุ่นนักศึกษา
สมัยนั้นจำได้ไหมครับว่าแค่Triump Kingdom กับชุดรัดเห็นยกทรง โดนด่าชนิดสาดเสียเทเสีย
สมัยนี้ ธรรมดาครับ ใครมายุ่งก็หาว่าจำกัดสิทธิ
ดังนั้นการที่จะห้ามหรือเซ็นเซอร์หนังจึงต้องมีกฎที่ชัดเจน
เรื่องหมอกินเหล้า เรื่องพระเล่นกีต้าร์ เรื่องเจี้ยวโด่
มันเป็นเรื่องที่มีในสังคมไทยจริงๆ
แต่มันใช่ที่ ที่จะเอาออกมาแสดงในที่เปิดเผย
ถ้าเอามันออกมาแสดงครั้งนึง ครั้งต่อไปก็ต้องมี
และครั้งต่อไปก็จะเป็นหมอฆ่าคน พระฆ่าคน ตำรวจฆ่าคน (อ้าวมันก็มีนี่นา)
ต่อไปอาจจะมีเรื่องประเภท พ่อกับลูกรักกันมีอะไรกัน (อ้าวมันก็มีจริงนี่นา)
ตอนนี้หลายๆคนอาจจะบอกว่าตัวอย่างที่ผมยกมามันเกินไป.... แต่เชื่อเถอะครับ มันต้องมีวันนึงที่สังคมไทยเห็นว่าสองบรรทัดล่างเป็นเรื่องธรรมดา
เหมือนกับที่เห็นGirly Berry ธรรมดา และเห็นข่าวโจรใต้ฆ่าประชาชนเป็นแค่ข่าวผ่านๆทางหน้านสพ.
ต้องใช้วิธีที่ดีกว่าการตัดทิ้ง หรือทำโมเสกเบลอๆบังไว้นะครับ
แปะฉอฉิ่งไว้ก็ได้ เด็กห้ามดู
เขาจะฉายแค่สองโรงเองนี่ ความจริงก็คงไม่มีเด็กหรือเยาวชนที่ไหนสนใจจะไปดูหนังของพี่เขากันเท่าไรร๊อก
ทีเบียร์มันยังห้ามขายได้ เที่ยงคืนเดี๋ยวนี้หาซื้อเบียร์ตามเซเว่นไม่ได้แล้ว ลำบากจริงๆ
อ้างคำพูดจาก: เหยี่ยวพญายม เมื่อ 16 เม.ย. 2007, 17:39 น.
ทีเบียร์มันยังห้ามขายได้ เที่ยงคืนเดี๋ยวนี้หาซื้อเบียร์ตามเซเว่นไม่ได้แล้ว ลำบากจริงๆ
จริงครับหายาก แต่ไม่ใช่หาไม่ได้นะ :42:
วันก่อนไปซื้อตอนห้าทุ่ม มีการถามด้วยว่า "ไม่รับไปเผื่อเหรอครับ?" คิดในใจว่าห่านตูกินแค่สองคน :08:
ตอนเอ็งเดินไปซื้อ เขาคงเห็นใครขี่คอไปด้วยล่ะมั้ง
พูดงี้ :08:
แสดงว่าหน้าผมเหมือนอนันดาใช่มะ :33:
เหมือนเสนาหอยตอนติดยาน่ะ
:11:
:29:
อ๋อ...เรื่องนี้เองเหรอครับ เห็นตัวอย่างตอนที่กำลังเป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่มาแล้วครับ ตอนที่ได้ดูยังตกใจว่าแหม!กล้าดี จะได้ดูจริงเปล่าวะหนังเรื่องนี้ :42:
:42: เมื่อวานรุ่นพี่ที่มหาลัย(เอกฟิลม์) ก็ชักชวนให้ไปลงชื่อเหมือนกัน
เมื่อเช้าฟัีงแฟตเรดิโอ
มีใจความนึงบอกว่า
มีหมอคนนึงเค้าก็เป็นคนที่อยู่ในกองเซ็นเซอร์เหมือนกัน
เค้าให้เหตุผลที่ให้ตัดฉากที่ หมอกอดจูบแฟนในโรงพยาบาล หมอกินเหล้าในโรงพยาบาล
เหตุผลก็เพราะว่า
"เรื่องที่หมอจะกอดจูบแฟน หรือกันเหล้านั้น สามารถกระทำได้ครับ แต่ว่า ที่ที่ทำอยู่นั้น
ทำกันในโรงพยาบาล ด้วยเหตุนี้ อาจจะทำให้คนทั่วไปคิดว่า หมอสามารถที่จะทำ
อะไรก็ได้ในโรงพยาบาล จึงอยากจะให้ตัดฉากพวกนี้ออก เพื่อเป็นการให้เกียรติโรงพยาบาลด้วย"...
แหมดูถูกคนดูหนังไปนิดนึง
มันเป็นเรื่องของความรู้สึกครับ :42:
อ้างอิงแหมดูถูกคนดูหนังไปนิดนึง
ประโยคนี้แหละครับที่น่าคิด
เอ๊ะ ตกลงหนังเรื่องนี้ชื่อแสงศตวรรษใช่มั้ยคะ
ไม่ใช่แสงสหัสวรรษ :09:
จ้ะ
ของแบบนี้ต้องดูแล้วใช้วิจรณญาณตัดสินกันเอาเอง
ไม่ใช่ให้คนเพียงไม่กี่คนมาตัดสินว่ามันไม่เหมาะสม แล้วก็ตัดทิ้งเหมือนเส้นผมตอนอกหัก
จากนั้นก็บอกกับคนอื่นว่า มันไม่เหมาะสม อย่าไปดูมันเลยนะหลานๆ :46:
เขาเรียกอะไรนะ ฟรีด้อม ออฟ สปีชซี่ส์ อะไรนี่แหละ 555
นี่เป็นการเหยียดหยามศิลปะ
พอเวลาจะพูด พูดออกแค่นี้
ทั้งที่คำมันอัดอั้นเต็มหัวใจไปหมด
คือบังเอิญเป็นกลุ่มคน"จำนวนหนึ่ง"ที่รอชมภาพยนต์เรื่องนี้
และก็ทุกเรื่องของพี่เจ้ยที่ผ่านมา รวมไปถึงหนังเทือกๆนี้อื่นๆ
ออกตัวไว้ เนื่องจากความคิดเห็นคงไม่อาจเป็นกลางได้ในกรณีนี้
กรุณาอย่าเหยียดหยามศิลปะไปมากกว่านี้เลย
(http://img2.f0nt.com/19/71fe3800a8efe7fb430bd2b183b7182e.jpg)
http://blueology.exteen.com/ ไม่ได้อัพบล็อกมาสักชาติหนึ่ง เอาเสียหน่อย
พี่เจ้ย ,วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เป็นคนที่เราเคารพอย่างสูงยิ่ง
สำหรับการทำให้ สุนทรียศาสตร์ภาพยนต์ไทย กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
หลังจากที่ห่วงโซ่นี้มันหายไป เมื่อเราเริ่มดูถูกมัน
เมื่อเราเริ่มดูถูกคุณเชิด ทรงศรี เมื่อเราเริ่มดูถูกแผลเก่า
เมื่อเรายินยอมให้ฮอลลีวู้ดครอบครองวิญญาณของเรา
เลยมานั่งนึกว่า เราสามารถทำอะไรได้บ้างวะ
แค่ลงชื่อยังไม่สาแก่ใจ เขียนเป็นภาพเป็นอะไรที่พอทำได้ตอนนี้
(ดันมารู้เอาสี่ทุ่มของวันที่ 18 กลับจากสงกรานต์ :08:)
เสียใจที่รู้ข่าวช้า มัวแต่ไปเที่ยวสงกรานต์
รูปนี้เลยรีบเขียนไปอยู่เหมือนกัน
ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ไหม แต่ก็มาจากใจจริงนะเออ
ปล.ตอนนี้ พยายามนั่งนึกกลอนของท่านอังคาร ที่เขียนแช่งคนที่ไร้ศิลปะอยู่
เพื่อที่จะเสิร์ชหาข้อความที่เหลือในเน็ต แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก มีบทเดียวเด่นๆนั่นแหละครับ
ที่บอกว่า ชนใดไร้ศิลปะ นานาอารยะ ต่ำสถุล ใจดำมืดยิ่งกว่าหมึกดำอะไรนั่น
(มั่วๆนะครับ จำได้แค่ลางๆ) ใครทราบช่วยสงเคราะห์ที คันคะเยอมากๆ
โอ้โห ตอบโต้ด้วยศิลปะ :45:
สวย สวย
ฝีมือเกือบเท่านานาละ :45:
ผมเคืองกองเซ็นเซอร์มานานแสนนานละ ไม่รู้จะเซ็นไปทำเพื่อ?
เซ็นเซอร์บุหรี่ แต่เห็นควัน... เด็กมันคงนึกว่าไอ้นั้นจุดธูปมั้ง???
เซ็นเซอร์ปืนจ่อหัว... ทั้งๆที่คนเหงื่อแตก ... เด็กมันคงเห็นว่านั้นกำลังแคะหูมั้ง???
เซ็นเซอร์สมทรงในเรื่องไอฟัก ... ทำอย่างกะเด็กส่วนใหญ่เสียตัง120บาท เพื่อไปดูฉาก ตั๊ก เปลือย??
(ไปซื้อแผ่นที่พันธ์ทิพย์ไม่ดีกว่าหรอ?)
ทุกอย่างนั้นทำไปเพื่อ???
ปกป้องเด็กจากภัยอันไม่สมควรดู?
กลัวความจริงในบางเรื่องที่รับไม่ได้ของผู้คนหัวโบราณจะถูกเปิดเผย?
นี่มันอะไรกัน.. เราเรียนกันมาตั้งแต่สมัยป.1ว่า เมืองไทยเป็นเมืองที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย
อำนาจอยู่ที่ประชาชน ไม่ใช่หรือ ??
เย็นไว้... รัฐธรรมนูญใกล้คลอดแล้ว (ผมหวังว่าคงไม่งี่เง่าดั่งเรื่องที่มันออกข่าวนะ)
ตกลง เราควรที่จะสอนเด็กว่า เมืองไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยหน้ากาก งั้นรึ?
" รัฐบาลกินภาษีของประชาชน (ทั้งๆที่ผมยังไม่ต้องจ่ายก้อเหอะ) เพราะฉะนั้น พวกเราประชาชนคนไทย ก็ต่้างเป็นหัวหน้าของเหล่ารัฐบาล เราต้องสู้ !! อย่าปล่อยให้รัฐบาลมาทำตัวเป็นเจ้านายเรา ทั้งๆที่เราให้เงินเดือนพวกเขา "
ปล. งงกันป่ะครับ :08:
เมื่อคืนผมดู รายการ คม ชัด ลึก
เขาคุยประเด็นนี้กัน เสียดาย ผกก ไม่มา
ผมดูประสาคนชอบเสพข่าว และยังไม่ได้ดูหนัง
ก็ยังบอกในประเด็นที่ควรตัดไม่ควรตัด ไม่ได้
แต่ ถ้าดูจำเพาะ สี่ฉากที่ว่า
ก็ไม่รู้ว่าทำไมมันต้องมี
และดูแค่นั้นก็ตัดเถอะครับ
(กรรมการอาจจะดูแค่นี้)
แต่ถ้าทั้งสี่ฉาก มันเกี่ยวร้อย
กับเรื่องทั้งเรื่อง จะไปตัดเขาก็กะไรอยู่
ในรายการ
มี บอกอ ไบโอสโคป บอกว่า
ฉากพระเล่นกีต้า กับฉากพระเล่นเครื่องร่อน
เป็นแค่ฉากผ่าน
ถ้าฉากผ่านจริงทำไมตัดไม่ได้ มันน่าตัดได้
ผมมองกรณีที่ว่า มันแค่ฉากผ่าน
แต่ผมอยากดูเต็มๆ อยู่
เท่าที่อ่านมา ทำให้ผมคิดไปถึงเรื่องการจัดเรทภาพยนตร์ ถ้าบ้านเราเมืองเราเอาจริงเอาจังในเรื่องเรทภาพยนตร์ ทำได้จริงๆก็คงไม่เกิดกรณีพิพาทกันแบบนี้บ่อยนัก
ปัจจุบันที่ทำไม่ได้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเพราะอะไร ขนาดหนังเรท R เด็ก ป.3 ป.4 หรือ อนุบาล ยังเข้าไปดูได้เลยครับ เราเข้มข้นกับการสกรีนเนื้อหากันมากไปหรือเปล่า แต่เราไม่สกรีนคนดู ทั้งๆที่อย่างหลังทำได้ง่ายกว่า และไม่เป็นการก่อให้เกิดการปิดกั้นเจตนารมณ์ของผู้กำกับหนังด้วยครับ
หนังบางเรื่องถูกตัดทอนฉากออกไปจนกลายเป็นหนังเฮ่ยแทนที่จะเป็นหนังฮา อีกทั้งการจัดเรทก็มีใช้กันเป็นสากลอยู่แล้วในหลายประเทศ แล้วคนดูหัวหมอจะได้เลิกใช้คำว่า อย่ามาดูถูกคนดู เสียที เพราะครั้งนี้เขาต้องเคารพกติกาสากล เรทไหนดูได้เรทไหนดูไม่ได้ แค่นั้นจบ
ภาพแต่ละภาพสื่อได้เป็นหมื่นคำ
บางที ผกก คงต้องการสื่อแค่ เก้าพันกว่าคำมั้งครับ เลยเป็นฉากผ่าน :42:
แต่เรื่องเซ็นเซอร์เนี้ย เหมือนกับว่าผู้ปกครอง(หมายถึงพ่อ แม่ ปู่ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อานะครับ) ของไทยไม่สามารถสั่งสอนลูกหลานได้เลยหรือ ว่าอะไรดีไม่ดี ทีวีฉายอะไรมาก็ว่าตามนั้น
หรือเด็กไทยเราเชื่อคนง่าย เห็นทีวีก็เชื่อแล้ว
หรือเด็กไทยเราขาดวิจารณญานในการชม
หรือเป็นเรื่องของการสะกดจิต :09: เห็นภาพบ่อยๆ แล้วอยากทำตาม
หรือเป็นเรื่องของความจริงที่ไม่ควรเผยแพร่ออกไปให้คนนอกรู้
หรือ หรือ หรือ :09:
เมืองไทยไม่มีวัฒนธรรมเรื่องการจัดเรตครับ (ทุกคนดูได้ เท่าเทียม555)
ไม่เคยเซ็นเซอร์ฉากของความรุนแรง คำหยาบในหนังตลก
ถ้าจัดเรต
ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ก็อาจจะโดนเรต R
ยิ่งสุริโยทัยอาจจะถึงเรต X เพราะฆ่ากันเละเทะ
แต่คนไทยบ้าจี้ครับ
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้สมองในการคิดเรื่องพวกนี้
บ้าไง บ้าตามกัน 555
สุดท้ายก็บ้า ศีลธรรมแบบคนไทย (สังคมไทยเป็นสังคม มือถือสากปากถือศีลครับ)
คือต้องปิดกั้นทุกอย่างที่ ค่านิยมสังคม บอกว่าอนาจาร
เพื่อแสดงว่าตัวเองนั้นเป็นคนดี ... เป็นสังคมสะอาด... (แต่ที่จริงแล้วแม่งก็อยากดูด้วยกันทั้งนั้น)
คนไทยยอมรับไม่ได้ที่จะใช้เหตุผล และวิจารณญาณ ในการชมภาพเหล่านี้
หรือ ไม่ยอมใช้วิจารณญาณ ... ปล่อยให้หนังคลั่งชาติฆ่ากันเลือดสาดอยู่ได้ (อ้างศิลปะฆ่ากันได้ ทำไมจะเปลือยไม่ได้ฟะ)
จริงๆ แล้วก็อยู่เฉยๆ แหละครับ
นั่งสาปแช่งกองเซ็นเซอร์ และกระทรวงไดโนเสาร์ ทุกครั้งที่เห็นการเซ็นเซอร์งี่เง่า
ซักวันขอให้มันลำสักคำว่า "ศีลธรรม" ที่พ่นออกมาจนตาย 555 (โรคจิตละ)
อ่าน comment ของเต่าต้องใช้วิจารณญาณให้มากนะครับ ไม่งั้นจะถูกดึงเข้าสู่ด้านมืดได้ :42:
comment ของเอเป็นเต่าด้านสว่างน่ะครับ :35:
คิดแบบเต่าแหละ :25:
เราคงทำได้กันแค่นั่งสาปแช่งงั้นรึ?
งั้นต่อไปน้องฮิปโป เปลี่ยนจากบทขอบคุณ รู้คุณข้าว ปลา อาหาร หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ
น้องฮิปโปจะเปลี่ยนเป็นบทสาปแช่ง ... ทั้ง 3 มื้อเลย
เย้ ๆ ๆ ๆ ๆ :33:
ขอแสดงความเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับหลายๆท่าน
เรื่องเซ็นเซ่อสำหรับโทรทัศน์ หลายๆส่วน ผมเห็นด้วย
ในหลายๆประเด็น การทำให้บางเรื่องปรากฏสู่สายตาเด็กๆจนชาชินตา
มันส่งผลจริงๆให้เด็กเห็นมันเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องนี้เป็นวิทยาศาสตร์
มิฉะนั้นโฆษณาตัวหนึ่ง คงไม่เสียเงินเป็นสิบๆล้านเพื่อิสะกดจิตคนดูจริงไหมครับ
เช่น อาจมีไอ้บ้าแว่นหัวเกรียนในเมกาสักคนคิดขึ้นมาว่า
การจะยิงใครไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรเลย (งั้นยิงหลายๆคนมันเลยดีกว่า)
ไม่ต้องบอกนะครับว่า มันขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู, ครอบครัวอะไรแบบนั้น
เพราะเราไม่มีทางบอกได้ว่า เด็กอายุตั้งแต่ 0-15 ปีทุกคน คิดดี ทำดี
ได้รับการเลี้ยงดูในครอบครัวที่ดีทุกคน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ต้องดูเป็นกรณีอย่างว่านั่นแหละ
ถ้ามันเกินกว่าเหตุก็คงต้องร่วมด้วยช่วยกันยำ
สรุปเรื่องเซ็นเซ่อเรื่องความรุนแรงหลากหลายชนิดในสื่อ ผมเห็นด้วย
ประเทศที่เจริญแล้วประเทศไหนก็มีกัน แต่สิ่งที่ควรกังขาคือ
วิจารณญาณของผู้เซ็นเซ่อมากกว่า ในประเทศอื่นๆที่มันไม่เป็นปัญหา
เพราะวิจารณญาณของผู้ทำหน้าที่เหล่านี้ ได้รับการยอมรับ
แต่ของเรากลายเป็นว่า เอาไอ้บ้าห้าร้อยอคติมืดบอดต่อศิลปะมาทำหน้าที่
ทำให้เรายังเห็นนางร้ายกรี้ดๆในจอหลังข่าวภาคค่ำอยู่ทุกวัน
(ว่าแต่ถ้าไปแบนนางร้ายเขา แม่ค้าจะประท้วงเหมือนพี่เจ้ยไหมครับเนี่ย)
สำหรับการเซ็นเซ่อในโรงภาพยนต์ โรงภาพยนต์ไทยทุกหนทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร
ทุกเพศทุกวัยสามารถเข้ามาดูได้ มันจึงแทบไม่ต่างกับการดูโทรทัศน์
จึงมีเหตุผลเดียวกันที่จะเซ็นเซ่อ แต่หนังนั้นย่อมต่างกับการดูรายการโทรทัศน์
การจะใช้มาตรฐานเดียวกันแบบนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องถูกต้อง
แต่ติดปัญหาที่ว่า โรงหนังไทย คนทุกเพศทุกวัยเข้าไปดูได้นี่สิ
เพราะงั้น การจัดเรทกำหนดอายุจึงเป็นทางออก
เรื่องจัดเรท ผมว่าเต่ามองคลาดเคลื่อนไป
จริงๆการจัดเรทนี่ ไม่เห็นว่ามันเกี่ยวกับวัฒนธรรมอะไรเลยนะ
เกี่ยวกับเงินนี่แหละ อย่างเดียวเลย มีการเคลื่อนไหวในแวดวงมานับสิบปี
แต่มันทำไม่ได้มาตั้งนานนมเนี่ย เพราะเงินตัวเดียว เจ้าของโรง
ผู้ประกอบธุรกิจหนังส่วนใหญ่ไม่ยอมกันไง แม้แต่ผู้ผลิตหนังเองส่วนมากยัง
ไม่ยอมด้วยเลย เพราะฐานคนดูหลักของหนัง มันอายุ ต่ำกว่า 17ลงมาทั้งนั้น
(วัยมัธยมนั่นแหละ)แล้วนอกจากนั้น คนดูก็ยังไม่เห็นความจำเป็น
บางคนกลัวไม่ได้ดูเสียอีก
เจ้าของโรง คนทำหนัง กลัวไม่ได้ตัง กลัวไม่มีคนดู คนดูกลัวไม่ได้ดู
สุดท้ายการจัดเรทเลยเป็นเพียงเสียงแผ่วๆลอยหายไปกับลม
คราวนี้ เขาจึงพยายามผลักดันกันให้ถึงฝั่งฝันเสียที
เพราะคนที่มาก่อการ เช่น สำนักไบโอสโคป คือกลุ่มที่พยายามผลักดันเรื่องนี้
มานับสิบปีแล้ว ไม่มีโอกาสอะไรดีกว่าครั้งนี้อีกแล้ว นี่คือการดับเครื่องชนแล้วนะครับ
สำหรับบางคน เขาเห็นว่า ภาพยนต์คือศิลปะแขนงที่ 7 ผู้กำกับคือศิลปิน
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะทนมองเห็นแสงศตวรรษถูกคนต่ำสถุลแบบนั้นหั่นส่วนหนึ่ง
ของงาน เหมือนมีคนมาสั่งทำเบลอนมในภาพเขียนของปิกัสโซ่
ดังนั้นแสงศตวรรษจึงควรเป็นเรื่องสุดท้าย
สำหรับคนที่มีมุมมองว่า ภาพยนต์คือความบันเทิงเพียงเท่านั้น
มันอาจดูเป็นเรื่องง่าย ตัดแค่สองสามฉาก ในมุมผู้สร้างเองก็เถอะ
ตัวภาพยนต์เองที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุผลทางการตลาด
(ก็หมายถึงหนังส่วนมากนั่นแหละ) การจะตัดสักสองสามฉาก
ก็ดูจะไม่เป็นไรนักหนาอีกเหมือนกัน แลกกับ"เงิน"ที่จะได้ เมื่อเข้าฉาย
แต่แสงศตวรรษไม่ยอมแลก
(ส่วนหนังเหล่านั้นคงไม่ถูกตัดหรอก
ถ้าไม่หนักหนาอะไร เสี่ยสั่งผ่านฉลุยอยู่แล้ว)
คิดว่าหลายๆคนคงเคยเศร้าใจ อึดอัด อัดอั้นว่า ประเทศนี้จะดักดาน
แบบนี้ไปอีกนานสักเท่าไหร่ และอาจคิดว่ามันก็คงเป็นอย่างนี้ต่อไปนั่นแหละ
ช่วยอะไรไม่ได้หรอก แต่ผมว่า คราวนี้เสียงของเราทุกคนช่วยได้
มันอาจดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่กี่ครั้งแล้วครับ ที่เรานั่งพิมพ์ด่าเซ็นเซ่อ
แล้วเราก็กดดูเวบโป๊ต่อ แล้วมันก็จางหายไปกับลม กี่ครั้งแล้วที่คนสร้างศิลปะ
ต้องทนดูลูกถูกตัดแขนขา เราเป็นแค่คนนึงที่โพสด่าแล้วก็ทำใจว่า
ได้แค่ด่านั่นแหละ แล้วก็ต้องมานั่งพิมพ์ด่ากันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดักดานอยู่อย่างนี้ บางทีอาจจะถึงรุ่งลูกรุ่นหลานเรา
ทุกคนหยุดความดักดานนี้ได้เดี๋ยวนี้เลยครับ แค่ช่วยกันตะโกน
มันต้องไม่จบลงอย่างทุกครั้ง ผมเชื่อแบบนั้น
+1 คุณเก้อค่ะ :12:
ชอบโพสพี่เก้อมากๆค่ะ :12:
พระเล่นกีตาร์มันผิดศีลนี่ครับ
สมควรตัดออกครับ
เรื่องตัดหมอกินเหล้า ก็เห็นด้วยนะ หมอมันเป็นอาชีพที่ต้องดูดีตลอดเวลา คนจะได้เชื่อถือ ไว้ใจตอนไปรักษา
แต่เรื่องไม่คืนฟิล์มนี่รู้สึกเกินไปนิดหนึง
และที่สำัคัญ มันเซนเซอร์ ดีวีดี Saw3 ครับ ทายาหม่องทั้งตัวเลย โอย ดูแล้วหงุดหงิด
ซื้อหนังมาเพราะอยากดูเลือด โหดๆ พี่แกล่อซะเห็นแต่ลูกตา หงุดหงิดสุดยอด
รู้งี้ซื้อแผ่นผีโซนหนึ่งดีกว่า ปั๊ดโถ่
คิดเล่นๆ ว่าสร้างหนังเกี่ยวกับกองเซ็นเซอร์เนี่ย
เขาจะปล่อยให้ฉายมั้ยหว่า :21:
ตัดทั้งเรื่อง ค่ะ :27:
ก็ไม่กะว่าจะให้ได้ฉายไง แต่ให้กองเซนเซอร์ดูโดยเฉพาะ
เสียดสีทั้งเรื่อง :30:
ซอว์สาม ไม่เห็นอะไรเลย :08:
:30: เออ เจ๋งดีพี่โอ้เเอ้
:43:
จูราสสิคปาร์คไง พี่โอ้เอ้ :42:
...
..
.
Free Thai Cinema Movement Petition
Statement by Apichatpong Weerasethakul
*with Bioscope, the Thai Film Foundation, Thai Film Directorนs
Association, and Alliances.*
I am saddened by what has happened to my film.
However, this is not thevenue to try to make
SYNDROMES AND A CENTURY shown in Thai theaters.
It is not my intention to use this opportunity to promote my work.
But, it is time to seriously think about what is going on with our
censorship laws,
so that the next generation of filmmakers will not face
the same problems as us,
and so that the Thai audiences can truly achieve a freedom of choice.
It is time we discuss whether all films, before being released,
shouldbe seen by the Buddhist council, doctors council, teachers
council,labor council, the army,
pet lovers group, taxi union, representativesfrom other foreign countries etc?
Or, is it easier to turn our nationinto a Fascist state so that we can live in harmony
and don't have towaste time talking about democracy?
The system of the Thai Board of Censors needs to be evaluated.
Their members' relevancy and efficiency needs to be questioned, and we
should decide whether the laws should be changed.
I would like to ask you to reflect on the censorship practices in our
country and to provide us with advice at:
www.petitiononline.com/nocut/petition.html
Later on, this Petition will be submitted to the Thai government.
Yoursupport will be a great contribution to our fight for one of our most
basic rights - that of freedom.
I am grateful for your time and your participation. Thank you
very much.
Warmest Regards,
Apichatpong Weerasethakul
....
Thanks for recommend: Phapda from typhoonbooks.com
Thanks for web site : http://www.petitiononline.com/nocut/petition.html
... :46:
...
..
.
นันทขว้าง สิรสุนทร สัมภาษณ์สด กองเซ็นเซอร์ แสงศตวรรษฯ
เย็นวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากปิดงานต้นฉบับเซคชั่น enter trend เรียบร้อย
ผมลองกดมือถือไปเข้าเบอร์ของกองเซ็นเซอร์ท่านหนึ่ง
ปรกติคณะกรรมการเซ็นเซอร์หนังจะเปลี่ยนหน้าตาไปเรื่อยๆ
5 ปีที่แล้วอาจไม่ได้หลุดเข้ามาเป็นปีนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและดุลพินิจหลายๆ
อย่าง แต่ในฐานะคนทำงานด้านนี้ ผมพอจะรู้จักว่าใครเป็นคณะกรรมการ
นี่ไม่ใช่ "นั่งเทียนเขียน" นะครับ
แต่เป็นการนั่งยกขาข้างหนึ่งไว้บนเก้าอี้และใช้มือเขียน จากการสนทนาร่วมๆ 15 นาที (เวลา 17.20 น.)
เขาไม่ขอให้ออกนาม ด้วยเหตุผลไม่อยากยุ่งเกี่ยว เพราะเดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่
ถือว่าให้เกียรติกันกับคนให้ความคิดเห็นและสัมภาษณ์
........................................
นันทขว้าง : ปัญหาเรื่องแสงศตวรรษฯ หนังของคุณเจ้ย ดูท่าทางจะดังเป็นข่าวระดับชาติ
เซ็นเซอร์ : คุณอย่าไปสนใจเลย มันเป็นมาร์เก็ตติ้งของเขา เป็นการโปรโมทหนัง
นันทขว้าง : ผมถามได้มั้ยว่า ถึงตรงนี้แล้ว ความขัดแย้งมันจะไปจบหรือเจอกันได้ตรงไหน
เซ็นเซอร์ : ก็ทางเขาก็อุทธรณ์สิ รู้สึกจะอุทธรณ์นะ แต่ไม่ผ่านอีก หรือไงเนี่ย
นันทขว้าง : ถ้ามองแบบจากสายตาคนนอก ไม่เข้าข้างใคร จะเรียนถามว่า
ทำไมเซ็นเซอร์ไม่คืนฟิล์มให้กับทีมงานภาพยนตร์
เซ็นเซอร์ : เซ็นเซอร์เขาก็กลัวนะ กลัวจะเอาไปตัดต่อฉายใหม่ ใครจะไปรู้ว่าจะฉายหรือไม่ฉาย
นันทขว้าง : ถ้าทีมงานเขาอ้างว่า จะฉายนอกประเทศล่ะครับ
เซ็นเซอร์ : ไม่ได้หรอก
นันทขว้าง : อ้าวทำไมล่ะครับ กฎหมายตัวนี้จะไป cover นอกประเทศด้วยหรือ
เซ็นเซอร์ : มันมีภาพไม่เหมาะสมเยอะ
นันทขว้าง : แต่ประเด็นเรื่องเขาจะฉายนอกประเทศ น่าจะเป็นความชอบธรรมชอบเขานะครับ
เซ็นเซอร์ : คุณไม่เข้าใจ ในหนังมันมีฉากที่ไม่ควรจะมีอยู่ ทางเซ็นเซอร์ไม่อยากปล่อย จริงๆ
เขาก็ต้องไปต่อสู้เอาสิ
นันทขว้าง : (ผมยังติดใจเรื่องเซ็นเซอร์ของเราจะไปห้ามหนังเจ้ยฉายเมืองนอกได้อย่างไร
แต่ก็เปลี่ยนประเด็นถามเพราะว่า เขามีเวลาน้อย) งั้น ฉากที่เป็นปัญหาเนี่ย ในมุมมองของคณะกรรมการ
มองอย่างไร
เซ็นเซอร์ : อย่างฉากพระเล่นกีตาร์ มันไม่ได้ มันผิดบัญญัติสงฆ์เขา
นันทขว้าง : แค่เล่นกีตาร์ ?
เซ็นเซอร์ : คุณไปดูสิมันไม่ได้หรอก ผมว่าพวกเขา(ทีมงาน)ตะแบงเกินไป อยากจะโชว์ว่าข้ายิ่งใหญ่
ใครมาขวางไม่ได้
นันทขว้าง : เข้าใจว่าเรื่องศาสนาเป็นเรื่องอ่อนไหว แล้วฉากที่?แข็งตัวของหมอ
เซ็นเซอร์ : โอ้ย มันสื่อถึงอารมณ์เกย์เลย ถามหน่อยทำไมต้องทำขนาดนั้น
คุณให้คนสองคนจูบกันและเดินออกมาจากห้องทีละคน ผู้ชมเขาไม่รู้เลยหรือว่า มันเซ็กส์กัน คุณก็รู้
นันทขว้าง : ?แข็งตัวเป็นแท่งๆ แล้วเห็นมั้ยครับ
เซ็นเซอร์ : มันอยู่ในกางเกง แล้วเอามือจับอีก คือ
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนทำหนังต้องคิดว่าอะไรมันต้องสุดโต่งตรงๆ ออกมา มันสื่ออย่างอื่นได้ไม่ใช่หรือ
นันทขว้าง : แต่มันน่าจะเคยมีหนังหลายเรื่องที่มีภาพลักษณะนี้ อาจอยู่ในกลุ่มหนัง comedy
เซ็นเซอร์ : นันทขว้าง ถามคุณหน่อย แล้วทำไมมันต้องตรงแบบนี้
นันทขว้าง : ผมไม่ได้ดูหนัง เลยแสดงความเห็นไม่ได้ ว่ามันยังไง
เซ็นเซอร์ : สิ่งที่เรารู้สึกคือทีมงานเขากร่างมาก นึกว่าหนังได้รางวัลแล้วยิ่งใหญ่ ถามหน่อยเถอะว่า
ใครให้ล่ะ ไม่ใช่ค่ายหนังที่มีเอี่ยวกับหนังหรือ
นันทขว้าง : เซ็นเซอร์จะแสดงบทบาทอย่างไรต่อ เพราะ conflict มันเริ่มแรง
เซ็นเซอร์ : ส่วนตัวแล้ว ไม่รู้นะ ต้องแล้วแต่ทางกองเขาว่าจะอย่างไร
นันทขว้าง : แต่โดยทางความชอบธรรมแล้ว หนังมีสิทธิ์จะฉายได้ ถ้าไม่เข้าสู่กติกาสังคม (หมายความว่า
ทางทีมงานจัดฉายเป็นกิจกรรมพิเศษ และไม่มีการเก็บค่าตั๋ว)
เซ็นเซอร์ : วันก่อนเห็นโปรดิวเซอร์เขามาโวยวายที่กองฯ ใหญ่เหลือเกิน
นันทขว้าง : ผมว่าตอนนี้ คงต้องรอเจ้ย เพราะเจ้ยอยู่อเมริกา
................................
คุยถึงตรงนี้ เขาขอตัวเพราะเพิ่งเดินทางกลับถึงกรุงเทพหลังจากไปเที่ยวสงกรานต์มา
เรื่องนี้คงมีภาคสองเร็วๆ นี้.
....................................
ที่มา:
http://www.oknation.net/blog/nantakwang/2007/04/17/entry-3
สิทธิเสรีภาพในการได้รับชมสื่อต่างๆ เป็นสิทธิขั้นพิ้นฐานของคนทุกคน
...
เซ็นเซอร์หรือไม่นี่ ไม่รู้แฮะ แต่ถ้าได้ดูแบบไม่เซนเซอร์
ในฉากที่หมอมีอะไรกับผู้หญิงนั่นจริงๆ
ผมก็คงมีอารมณ์ตามหนังที่ได้เห็นนั่นแหล่ะ
ส่วนในฉากพระเล่นกีตาร์ หรืออีกหลายๆ ฉากเกี่ยวกับพระ
ถ้าได้ดูแล้วคงเฉยๆ ล่ะมั้งครับ อาจจะแค่งงว่า ทำไมพระเล่นได้วะ
ประมาณนั้นน่ะครับ
+1 พี่เก้อ เริ่ดๆๆๆ
ประเด็นมันอยู่ที่วิธีคิด (เรียกให้ถูกปากก็ คอนเซปต์) ของการสร้างสรรค์งานครับ
เกิดว่าคุณเป็นผู้หญิงหุ่นดี เลยแก้ผ้าให้ชาวบ้านดูเป็นโคโยตี้สงกรานต์ แล้วโดนจับ
อันนี้ก็สมควร เพราะจุดประสงค์ของคุณคือเรื่องเพศ หรืออะไรก็ตามที่ชักนำให้คนมามีเซ็กส์กับฉันสิ
แต่ในอีกกรณี ผู้หญิงหุ่นเดียวกันไปแก้ผ้าเป็นแบบให้นักศึกษาศิลปะนั่งดรออิ้งกัน
ตำรวจจะเข้ามาจับแล้วบอกว่าไม่สมควรก็ไม่ถูกใช่ไหม
ภาพยนตร์บางเรื่อง (เอาตัวอย่างเลยก็อย่างผู้หญิงห้าบาป) ไม่เห็นหัวนม ไม่มีอวัยวะเพศเลย
นั่นเป็นเพียงศรีธนญชัยต่อข้อกฎหมาย ทั้งที่จุดประสงค์คือทำให้คนดูโดนชักนำเข้าสู่เซ็กส์
จุดประสงค์ของคนสร้างคือเซ็กส์ครับ มาเกิดอารมณ์อยากเอากันด้วยการดูหนังของกูนี่มา
ผิดกับภาพยนตร์ยี่ห้ออภิชาติพงษ์
ซึ่งรู้กันอยู่แล้วว่าหนังของแกคงไม่ต้องการไป PR เหมือนหอแต๋วแตก
ให้คนมานั่งดูกันแน่นโรง เสร็จแล้วเอาไมค์มาจ่อหลังจากดูเสร็จ - "ขำทุกห้านาทีเลยค่ะ"
แต่มันคือศิลปะ!
พูดอย่างนั้นก็รู้สึกจะดูถูกคนดูไปหน่อย หาว่าใครไม่เข้าใจก็เป็นพวกรสนิยมต่ำ - แต่เปล่าเลย
เพราะตูเองก็ไม่เคยดูหนังพี่เจ้ยแล้วอินสักเรื่องเดียว
ก็เช่นเดียวกับที่ดูงานศิลปะของศิลปินหลายคนแล้วส่ายหน้า ว่านี่มันอะไรของมันวะ
แต่เมื่อเจตนาบริสุทธิ์ของหนังมันคือสร้างมาเพื่อบอกโลกให้รู้ว่านี่คือศิลปะแขนงที่เจ็ดของจริง
ไม่ใช่เพื่อการค้า การพาณิชย์ เหมือนกับที่หนังกะหลั่วๆ ทำไว้ต้มคนดู
นึกถึงนุชตีสิบที่ถ่ายหน้าอกตัวเองขึ้นนิตยสารอะไรก็ไม่รู้
เห็นนมทั้งสิงเต้าเต็มๆ แต่ไม่มีหัวนม..
โอเค ไม่มีหัวนม กูรอด
(มาจากหน้าแรก)คิดว่าน่ารำคาญแต่ก็ดีครับ
กองเซ็นเซอร์ก็ทำหน้าที่โปรโมทให้หนังของ ผอกอกอ คนนี้ดีแล้วแหละ
เรื่องเส้นแบ่งของความเหมาะสม สำหรับผู้สร้างงานศิลปะนั้น
จะว่าไปก็คงเป็นเป็นเส้นขนานกับผู้คนที่ไม่เข้าใจ
อย่างที่มันเป็นมาตลอดประวัติศาสตร์โลก
จริงๆพี่แอนก็เอามาขายหลายรอบแล้ว
แต่ก็อยากเอามาขายอีก เรื่องงานศิลปะของนักศึกษาจิตรกรรมท่านหนึ่ง
ที่ชักว่าวใส่จีวรพระ แล้วเขียนข้อความไปว่า ขอโทษ อาตมาซักไม่ออก
แต่มันก็เป็นงานที่อาจารย์ผู้สอนยอมรับให้ออกมาแสดงได้อย่างเปิดเผย
กับพระเล่นกีตาร์ ในรอบสื่อ ที่มีคนถามพี่เจ้ย แกตอบแต่เพียงว่า
"พอดีตอนเด็กๆเดินผ่านวัด เห็นพระเล่นกีตาร์ เลยเอามาใส่ครับ"
เพียงเท่านั้น
ประเด็นศิลปะ-เหมาะสม-ไม่เหมาะสม อธิบายได้ เท่าที่ความสามารถจะมีครับ
แมวก็ยังเป็นแมว นกก็ยังเป็นนก ปลาก็ยังเป็นปลา
ปลาก็คงไม่เข้าใจว่าบนท้องฟ้าเป็นอย่างไร
นกก็ไม่มีวันรู้ว่าใต้ผืนน้ำที่ไหลเย็นนั้น เย็นฉ่ำแค่ไหน
แต่อย่างไหนมันจะดีกว่ากันสำหรับโลก
เส้นขนานนี้ ที่ผ่านมาโลกมันเคยเป็นอย่างไร
มันก็คงไม่มีทางมาบรรจบกันเช่นเดิมต่อไป
แต่สำหรับเรื่องนี้ คนที่เกี่ยวข้อง คนที่เคลื่อนไหว ออกมาให้ข้อมูล ให้เหตุผล
หากต้องการจะรู้ว่า ชีวิตอีกฝั่งเป็นอย่างไร ทำไมเขาต้องต่อสู้นักหนา
เพื่อที่จะให้สังคมด่าทองั้นเหรอ มีความสุขมากไหมที่โดนคนด่า
ดันทุรังแบบนี้แล้วตังก็ไม่ได้สักสลึง ทำแล้วคนจะแห่มาดูขึ้นอันดับหนึ่งบ็อกซออฟฟิศไหม
พวกเขาทำทั้งหมดนั้นไปเพื่ออะไร
ลองเงี่ยหูฟังสักหน่อยแล้วค่อยตัดสินใจดีไหมครับ :46:
จะมาบอกว่า รับไม่ได้ค่ะ ที่โดนแบน ....
คนไทยมันถึงได้อยู่ในกะลาเพราะอีกแบบนี้ล่ะเค่อะ
เด็กเดี๋ยวนี้เริ่มอ่อนแอลงเพราะความไม่สร้างสรรค์ของผู้บริหารในบ้านเรา
บักเก้อร์หล่อมากที่กระจู๋นี้ :45:
ของแบบนี้ต้องดูก่อนอ่ะครับ ไม่งั้นจะพูดว่ามันเหมาะหรือไม่เหมาะไม่ได้
มันต้องดูบริบทแวดล้อม
ประเด็นคือ กรรมการเซ็นเซ่อร์เป็นใครมาจากไหนกันถึงจะมาคิดเรื่องนี้แทนผมได้
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 19 เม.ย. 2007, 19:29 น.
เรื่องเส้นแบ่งของความเหมาะสม สำหรับผู้สร้างงานศิลปะนั้น
จะว่าไปก็คงเป็นเป็นเส้นขนานกับผู้คนที่ไม่เข้าใจ
เส้นขนานนี้ ที่ผ่านมาโลกมันเคยเป็นอย่างไร
มันก็คงไม่มีทางมาบรรจบกันเช่นเดิมต่อไป
คำคมประจำวัน :12:
ขอบคุณครับ เริ่มเขินวุ้ย :08:
พี่นักเขียนในไบโอสโคปท่านนึง เม็วมาบอกว่า
ส่งรูปที่เขียนเนี่ยไปให้พี่เจ้ยละ และบอกอีกว่า
อ้างอิงเดี๋ยวประมาณวันอาทิตย์หรือจันทร์ที่จะถึงนี้ จะมีสัมมนาใหญ่
สถานที่ วัน เวลา จะประกาศพรุ่งนี้ครับ แล้วจะแจ้งให้ทราบครับ
เพี้ยง สัมมนาที่บ้านกรูดเถอะ
นั่นมันสัมโนครัว แล้ว
ไม่อยากออกความคิดเห็นเลยเรื่องนี้ มันซ้ำไปซ้ำมาคิดแล้ววกวน เอาเป็นว่าตามนั้น เข้ามาได้แค่เล่นมุก
ไม่เห็นด้วยเรื่องการยึดฟิล์ม สำหรับการเซ็นเซอร์ มันค่อนข้างคาบเกี่ยวกับหลายสิ่งหลายอย่าง ส่วนตัวแล้วไม่ใช่คนที่มาทางสายศิลปะ บางครั้งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอันไหนคือศิลป์ หรือไม่ใช่ แต่ไม่ชอบการปิดกั้น คนเราควรมีเสรีภาพในการเข้าถึง หรือแสดงออก แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในกรอบที่ไม่ส่งผลกระทบ หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
สิ่งที่อยากจะเห็นในสังคมไทย คือเรามีความเข้มแข็งทางปัญญา สามารถแยกแยะผิดถูกชั่วดี และมีความรับผิดชอบกันในสังคม แต่ทุกวันนี้เรายังไม่สามารถเดินทางไปถึงจุดนั้น สื่อทั้งหลายไม่ว่าทางจอแก้ว หรือจอเงิน หรืออินเตอร์เน็ต ล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลกับคนในสังคมที่อ่อนแอ เราเลยยังมีคนที่คอยคิดคอยทำคอยใช้อำนาจแทนเราอยู่เสมอ
...
..
.
ล่าสุดเห็นท่านมุ้ยออกมาโต้โผด้วย :45:
...
เรื่องนี้น่าสนุกจริงๆ ครับ
แต่ผมไม่มีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่ ... :42:
แต่ยังไงผมก็ยังมองไม่ออกว่าจะทำยังไง
ให้คนไทยมีวัฒนธรรมยอมรับการจัดเรต
ว่าหนังเรตนี้เด็กดูได้ต้องมีผู้ใหญ่แนะนำ
เรตนี้ห้ามดู
แต่ถึงจัดเรตผมว่าคนไทยก็ไม่ยอมใช้วิจารณญาณอยู่ดี
ปัญหาอยู่ที่โครงสร้างสังคมรึเปล่าครับแบบนี้ :08:
ไปฟังเจ๊บ่นหน่อย
http://yousuck.exteen.com/
โอ้ 259 คอมเมนท์ :18:
สแปมซะ 5 หน้าครึ่ง
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 16 เม.ย. 2007, 15:10 น.
1. อยากให้มีการออกมาพูดว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ในมุมของกองเซ็นเซอร์
เพราะฟังความข้างเดียวต้องระวังBiasเสมอ ทั้งในแง่ของผู้พูด และผู้สื่อข่าว
2. ไม่เห็นด้วยหรอก หากมีการบอกว่าต้องตัดฉากดังกล่าวออกจากฟิล์มก่อนแล้วจะคืนให้
แต่ตรงนี้เลยงง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เค้าก็น่าจะตัดแล้วส่งคืนไปแต่ต้น.... จะเก็บฟิล์มไว้ทำไม
3. เรื่องการเซ็นเซอร์ ผมก็พอเข้าใจครับว่าต้องเข้มแข็งเข้าไว้
ตอนที่กระทรวงวัฒนธรรมยังอ่อนแอมาก ไม่มีใครไปทำอะไรกับชุดหรือเครื่องแต่งกายวัยรุ่นนักศึกษา
สมัยนั้นจำได้ไหมครับว่าแค่Triump Kingdom กับชุดรัดเห็นยกทรง โดนด่าชนิดสาดเสียเทเสีย
สมัยนี้ ธรรมดาครับ ใครมายุ่งก็หาว่าจำกัดสิทธิ
ดังนั้นการที่จะห้ามหรือเซ็นเซอร์หนังจึงต้องมีกฎที่ชัดเจน
เรื่องหมอกินเหล้า เรื่องพระเล่นกีต้าร์ เรื่องเจี้ยวโด่
มันเป็นเรื่องที่มีในสังคมไทยจริงๆ
แต่มันใช่ที่ ที่จะเอาออกมาแสดงในที่เปิดเผย
ถ้าเอามันออกมาแสดงครั้งนึง ครั้งต่อไปก็ต้องมี
และครั้งต่อไปก็จะเป็นหมอฆ่าคน พระฆ่าคน ตำรวจฆ่าคน (อ้าวมันก็มีนี่นา)
ต่อไปอาจจะมีเรื่องประเภท พ่อกับลูกรักกันมีอะไรกัน (อ้าวมันก็มีจริงนี่นา)
ตอนนี้หลายๆคนอาจจะบอกว่าตัวอย่างที่ผมยกมามันเกินไป.... แต่เชื่อเถอะครับ มันต้องมีวันนึงที่สังคมไทยเห็นว่าสองบรรทัดล่างเป็นเรื่องธรรมดา
เหมือนกับที่เห็นGirly Berry ธรรมดา และเห็นข่าวโจรใต้ฆ่าประชาชนเป็นแค่ข่าวผ่านๆทางหน้านสพ.
ชอบคอมเมนท์หมอแมวมากๆค่ะ โดยเฉพาะตรงที่เน้นสี
ไม่ชอบกองเซนเซอร์ในเรื่องของการยึดฟิล์มเรื่องเดียวค่ะ
ส่วนตัดทอนหนัง ไม่สามารถตอบได้ เพราะยังไม่ได้ดูหนัง
แต่ถามว่า ถ้ามีฉากหมอกับพยาบาลนัวเนียในรพ.จนจู๋แข็งอะไร
นี่จริง ตัดออกก็ดี ไม่อยากให้มีกรณีตัวอย่างที่ดาดดื่น
ในหนังไทยยุคนี้ที่ด่าไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ ไอ้กรวย(หน้าเหลี่ยม2)
หรือในเรื่องสมเด็จพระนเรศว2 ที่มีฉากกอดจูบกันเยอะมาก
และหนังเรื่องนี้เด็กก็ดูเยอะเลย โดยเฉพาะนักเรียนวัยเด็กหญิง
เด็กชาย สิ่งเร้าเหล่านี้ มันส่งผลกับเด็กเหล่านี้เยอะเลยนะ
ในความคิดเรา แล้วยิ่งเมื่อมันเป็นหนังในตำนานด้วย
และหลายคนก็เริ่มเห็นมันเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว
นึกถึงสมัยก่อน แค่กูมึงยังโดนดูดเสียงเล้ย
แต่ถึงไง ไอ้ยึดฟิล์มก็เกินไป จึงได้ลงชื่อไม่เห็นด้วย
ไปแล้วค่ะ
สงสารกองเซ็นเซอร์ในบางมุมณ ตอนนี้ เหมือนถ้าเค้าแค่ตด
คนก็ด่าสาบแช่งเหมือนไปฆ่าใครมาเสียแล้ว
คิดว่า เจ้าของหนังคงติสมากๆเลย แต่จะให้ทำไงได้ สังคมต้องมีศีลธรรมเป็นที่ตั้ง
อ้างคำพูดจาก: [v] เมื่อ 22 เม.ย. 2007, 04:22 น.
คิดว่า เจ้าของหนังคงติสมากๆเลย แต่จะให้ทำไงได้ กองเซนเซอร์ต้องมีตัวเองเป็นที่ตั้ง
{หมีโหด}
เรทติ้งเถอะครับ เซนเซอร์มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องรสนิยม เอาแน่ไม่ได้ ไม้บรรทัดมันมั่วไปได้ตลอด
จัดเรทติ้ง เพื่อกำหนดอายุของผู้ชมน่าจะเป็นทางออกสุดท้าย
ที่ดีที่สุด คิดแทนกันบ่อยเกินไป บางทีก็น่ารำคาญ
ขืนทำแบบนี้บ่อยครั้ง ต่อไปคนไทยคงสมองฝ่อตายกัน
ค่อนประเทศ เพราะจะทำอะไร ก็มีคนมาคิดแทนหมด
อ้างคำพูดจาก: kumint เมื่อ 20 เม.ย. 2007, 09:29 น.
...
..
.
ล่าสุดเห็นท่านมุ้ยออกมาโต้โผด้วย :45:
...
มีข่าวให้อ่านมั้ยครับ {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: ปุกปุก เมื่อ 22 เม.ย. 2007, 14:28 น.
จัดเรทติ้ง เพื่อกำหนดอายุของผู้ชมน่าจะเป็นทางออกสุดท้าย
ที่ดีที่สุด คิดแทนกันบ่อยเกินไป บางทีก็น่ารำคาญ
ขืนทำแบบนี้บ่อยครั้ง ต่อไปคนไทยคงสมองฝ่อตายกัน
ค่อนประเทศ เพราะจะทำอะไร ก็มีคนมาคิดแทนหมด
นั่นสิในเมื่อโรงหนังมันกำหนดคนดูได้ชัดๆ อยู่แล้ว :08:
FREE THAI CINEMA MOVEMENT
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2550
ขอเชิญท่านผู้สนใจ ร่วมฟังการแถลงข่าว และการเสวนา
เรื่อง "จากกรณี แสงศตวรรษ ถึง เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์"
ณ โรงภาพยนตร์ HOUSE RCA พระราม 9(ตึกเดียวกับ UMG และ Tops)
ผู้ร่วมเสวนา
คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์,คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว นายกสมาคมผู้กำกับไทย,คุณ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต มูลนิธิหนังไทย,คุณพันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับ,คุณไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และคุณธนชัย อุชชิน(ป๊อดโมเดิร์นด็อก)นักร้อง
ดำเนินรายการโดย คุณ พิมพกา โตวิระ
ลงทะเบียนเวลา 15.00น.เริ่มแถลงข่าวและสัมมนา เวลา 16.00 น.
The seminar will be held at HOUSE theatre RCA rama 9(UMG&TOPS Building)
on Monday 23rd April 2007, at 4 PM.
Speakers include Apichatpong Weerasatetakul, Prachya Pinkeaw (director of Ong Bak), Pantham Tongsang (Syndroms's producer), Chalida Uabumrungjit (Thai Film Foundation) , Kraisak Choonhawan and Thanachai Ucchin(a lead vocal of Modern Dog).
Moderated by filmmaker Pimpaka Toweera.
โอ๊ะ
คุณ ธัญสก มาเองเลยหรือครับนี่ :25:
แอบติดตามชมผลงานมานาน
(เอาจริงๆเข้าขั้นเลื่อมใส)
งั้นพรุ่งนี้จะไปรายงานตัวตามเวลาครับ :12:
ถึงเจ๊ปุก
ในฐานะที่ (เรียกตัวเองนี่แหละว่า) เป็นคนดูหนังไทยคนหนึ่ง
อยากบอกว่า หนังพี่เจ้ย กับหนังพี่หม่ำ มันเป็นศาสตร์คนละแขนงกันครับ
เมื่อไร สาวกทักษิณ จะตายห่ากันซักทีวะ รำคาญชิบหาย
อ้าว อ้าว :08:
นี่ไม่เกี่ยวนะครับคุณ 666
เฮ่ย มาไง :08:
...
..
.
มาดูบทสัมภาษณ์...(วงใน) แบบกวนๆกัน
Q:สัวสดีครับคุณมือใหม่
A:สวัสดีครับคุณสิบเดซิเบล
Q:ไม่ให้เสียเวลามากผมขอเข้าเรื่องเลยนะครับคุณมือใหม่
A:ครับผมก็ว่าท่าทางผมก็คล้ายเหมือนคนไม่มีเวลาอยู่แล้ว เข้าเรื่องก็ดีครับ
Q:หนังเรื่องไหนที่คุณชอบที่สุดสักสามเรื่องครับ
A:คู่กำ เวอร์ชั่นน้าหมีกำกับ สวีตเกิร์ลสองของจอห์น โฮล์ม และสุดท้ายสุดเสน่ห์หาของน้องเจ้ย
Q:น้าเจ้ยไปเกี่ยวอะไรด้วยครับ สองเรื่องแรกมันหนังโป๊นี่ครับ
A:คุณนี่ใส่แว่นเพื่อให้คนอื่นคิดว่าตัวฉลาดเพราะอ่านหนังสือมาก หรือว่าคุณใส่แว่นเพราะอ่านหนังสือมากจริงแต่ไม่รู้เรื่อง
Q:คุณคิดว่าผมโง่ที่ไม่เข้าใจคุณ?
A:คำถามของผมชัดเจนอยู่แล้ว เพียงคุณคิดตามก็จะช่วยยืนยันได้ว่าผมผิดหรือถูกอย่างไร
Q:สมมุติว่าผมโง่ ขอให้คุณอธิบาย
A:หนังเรื่องไหนที่คุณดูกี่ครั้งไม่มีเบื่อ ผมชอบหนังโป๊เพราะดูกี่ครั้งก็มีอารมณ์ร่วมทุกครั้ง ผมชอบหนังสือโป๊เพราะอ่านกี่ทีก็มันส์ทุกที คุณคิดดูสิชื่อเรื่องก็แดกขาดแล้ว "คู่กำ" ตัวหนังนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในยุคนั้นเป็นหนังโป๊ที่ลงทุนมากที่สุด คนว่าหนังโป๊เป็นหนังต้นทุนต่ำแก้ผ้าแล้วก็เอากันแต่เรื่องที่ผมกล่าวถึงฉีกกฎทุกกฎที่มีอยู่อย่างชัดเจน เป็นหนังโป๊ที่ผมดูแล้วเมื่อยมือที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมา...คอนเฟริ์ม
Q:แล้วพี่เจ้ยไปเกี่ยวอะไรด้วยครับคุณมือใหม่
A:คุณไม่ต้องสมมุติว่าคุณโง่หรอก คุณเข้าถึงจริง เอาล่ะผมจะอธิบายต่อ สวีตตี้เกิร์ลเป็นหนังโป๊เรื่องที่ไปถ่ายทำที่ดูไบแหล่งที่เศรษฐียุคนี้ชอบไปพักผ่อนกัน ผมชอบหนังเรื่องนี้เพราะสมจริงเป็นที่สุดเป็นยุคที่จอห์นเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมากมายเพื่อคนดู จอห์นแฝงสาระมากมายไว้ในหนังเรื่องนี้ ทั้งเรื่องการเมืองในยุคนั้นระหว่างรัสเซียกับอเมริกา ทั้งเรื่องปรัชญาที่แฝงไว้ในผ้าปูที่นอนบนเตียง...ผมยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดของจอห์น ผมเสียพลังไปมากมายระหว่างดูหนังเรื่องนี้หลายรอบ
Q:..............คุณไม่เคยตอบคำถามง่ายๆ
A:หนังของเจ้ยผมดูล่าสุดเมื่อสอง-สามปีก่อน ไปดูทั้งโรงมีคนไม่เกินยี่สิบทั้งที่เพิ่งเข้าวันแรก
Q:คนดูไม่ถึงยี่สิบทั้งที่เพิ่งเข้าวันแรก!!!
A:.ใช่คุณได้ยินไม่ผิด ทั้งที่เป็นวันแรกที่เข้าและในตอนนั้นกระแสเรื่องรางวัลที่เมืองคานส์ก็ดังมากมายแต่ก็ยังส่งไม่ถึง ผมยังจำได้ผมไปดูรอบห้าทุ่มที่เมเจอร์รัชโยธิน
Q:..............
A:ขอบคุณที่คุณไม่ขัดเวลาที่ผมพูดต่อ ผมดูหนังของเจ้ยไม่ว่าเรื่องไหนผมต้องรีบซื้อซีดีมาเก็บเอาไว้ด้วย หนังของเจ้ยดูได้หลายรอบ
Q:มันส์ซะขนาดนั้น!!!
A:ไม่หรอก หนังของเจ้ยคล้ายกับหนังที่ผมชอบอีกสองเรื่องแต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว หนังของเจ้ยทำผมงง มากกว่ามันส์ ต้องดูหลายรอบ
Q:มันจำเป็นถึงขนาดนั้นหรือ หนังไม่ใช่คณิตศาสตร์ถึงจะต้องทำความเข้าใจในทุกๆเรื่อง สำหรับผมกับหนังบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องทำความเข้าก็ได้นิ
A:คุณเรียกผมมาเพื่อให้ผมฟังคุณพูดหรืออยากฟังผมพูด
Q:ขอความคิดเห็นสำหรับเรื่องการตัดฉากในหนังออกที่เป็นข่าวดังในตอนนี้
A:คุณเคยเห็นพระดื่มเหล้าไหม คุณเคยเห็นหมอฆ่าคนตายไหม คุณเองเชื่อหรือว่าหัวนมผู้หญิงสามารถตัดสินความหยาบคายของหนังได้ คุณเชื่ออย่างนั้นหรือ?
Q:ผมเคยเห็นซีดีแอบถ่ายพระกับสีกา เคยอ่านข่าวพี่เสริม เรื่องหัวนมผมเพิ่งยัวะตอนไปดูหนังเรื่องสามร้อยแต่ยอมรับในวัยเด็กว่าเห็นหัวนมทีไรก็มีอาการทุกที
A:นั่นไง...คุณคิดว่าศิลปะต้องเสนอแต่ด้านที่เป็นความฝันหรือไง เรากำลังทำหนังเชิดชูศาสนา เชิดชูวงการหมอหรืออย่างไร หรือหมอพริกหยวกเล็กแข็งไม่ได้ หรือพระเล่นกีตาร์ไม่ได้ นี่ไม่ใช่หนังของกระทรวงศาสนาหรือกระทรวงสาธารณะสุขทุ่มทุนสร้าง ทีรูปเพ้อเจ้อที่ถ่ายกันลงหนังสือพิมพ์ในช่วงนี้ทุกวี่วันว่ามีรูปวัตถุมงคลดังติดอยู่ในรูปถ่ายทำให้คนงมงายเหยียบแย่งกันไปซื้อจนตายห่า-ตายโหงทำไมไม่ยอมเซนเซอร์ ไม่ตรวจสอบวิธีการนำเสนอ นี่ไม่เรียกว่างี่เง่าแล้วนับว่าเรียกเป็นอื่นใดได้...หาไอสัด!!!(คุณมือใหม่ทุบโต๊ะ)
Q:ขอร้องคุณอย่าใส่อารมณ์กับผม ผมไม่มีญาติทำงานอยู่ในกองเซนเซอร์ ผมสัมภาษณ์คุณตามหน้าที่
A:โทษทีพอดีผมคอแห้งและช่วงนี้น้ำตาลในเลือดต่ำอารมณ์ไม่ค่อยคงที่ ดื่มเหล้าก็ต้องคอยเติมโซดาโค้กเข้าไปด้วยเพื่อรักษาระดับความหวาน เด็กเสิร์ฟที่ร้านเหล้าก็บอกว่าผมเป็นคนอ่อนหวาน...วันนี้ก็ยังไม่ได้ดื่มอะไรหวานๆเลย อารมณ์เลยไปไกล...ขอโทษด้วย
Q:คุณก็ไม่ชอบเรื่องวัตถุมงคลดังที่หาซื้อในเซเว่นด้วย(ยังคงไม่สนใจเรื่องเครื่องดื่มที่คุณมือใหม่ถามหา)
A:ผมไปเซเว่นเพื่อซื้อสโม๊คกี้ไบท์หรือบุหรี่ซองแดง ไม่ใช่ไปหาซื้อวัตถุมงคล
Q:คุณดูท่าทางเป็นคนขวางโลก
A:ไม่เลย ผมเกิดมาในพื้นดินที่มีพระปล้ำสีกาเป็นประจำ มีหมอเป็นเพื่อนที่ชอบดื่มเหล้าบ้าง บ้าหม้อบ้างเป็นธรรมดา และก็เกิดมาในประเทศที่ชอบเอาเรื่องผัวเมียตีกัน เรื่องหวย เรื่องงมงายมาลงหน้าหนึ่งทุกๆวัน ผมพูดอย่างที่ผมเห็นและก็พูดอย่างที่ผมคิด
Q:เรื่องที่คุณคิดก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องถูกต้องไปเสียหมด
A:ถูก-ไม่ถูก ใช้ได้กับคณิตศาสตร์หรือฟิสิกข์แต่กับเรื่องชีวิตผมไม่แน่ใจนัก
Q:คุณไม่ถูกกับคนเขาไปเรื่อย คุณแน่ใจว่านี่เป็นชีวิตที่สมสุขโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง
A:หากการไม่ทะเลาะกับใครเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตมีความสุข-ไม่มีความสุข นั่นคงหมายความว่าผมไม่มีความสุขในโลกที่คุณคิดขึ้น
Q:คุณยอกย้อนเสมอ?(ทำคิ้วต่ำข้าง-สูงข้าง)
A:มีเพียงเรื่องเดียวที่ผมไม่เข้าใจ คุณชอบถามในเรื่องที่คุณเข้าใจแล้ว!!!
Q:ผมเป็นคนสัมภาษณ์เรื่องที่ควรชัดก็ต้องควรชัด เรื่องที่ไม่ต้องชัดก็คงไม่ต้องชัด
A:เรื่องหนังสือคุณไปถึงไหนแล้ว...เคลียร์กับเจ๊ได้ยังมาเสือกเรื่องพี่เจ้ยนี่มันใช่เรื่องไหม เรื่องตัวเองสู้ให้ได้เสียก่อนไม่ดีรือ ก่อนที่จะเสือกสู้เพื่อคนอื่น คิดว่าตัวเองเป็น เชกูวาร่าหรือไงหึ!!
Q:....................................................(อัดบุหรี่ไปเจ็ดมวนติดแล้วเงียบไปเลย)
จบการสัมภาษณ์
........................................................................
ขอบคุณ: สิบเดซิเบล
...
อ้างอิง
Q:คุณดูท่าทางเป็นคนขวางโลก
A:ไม่เลย ผมเกิดมาในพื้นดินที่มีพระปล้ำสีกาเป็นประจำ มีหมอเป็นเพื่อนที่ชอบดื่มเหล้าบ้าง บ้าหม้อบ้างเป็นธรรมดา และก็เกิดมาในประเทศที่ชอบเอาเรื่องผัวเมียตีกัน เรื่องหวย เรื่องงมงายมาลงหน้าหนึ่งทุกๆวัน ผมพูดอย่างที่ผมเห็นและก็พูดอย่างที่ผมคิด
Q:เรื่องที่คุณคิดก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องถูกต้องไปเสียหมด
A:ถูก-ไม่ถูก ใช้ได้กับคณิตศาสตร์หรือฟิสิกข์แต่กับเรื่องชีวิตผมไม่แน่ใจนัก
Q:คุณไม่ถูกกับคนเขาไปเรื่อย คุณแน่ใจว่านี่เป็นชีวิตที่สมสุขโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง
A:หากการไม่ทะเลาะกับใครเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตมีความสุข-ไม่มีความสุข นั่นคงหมายความว่าผมไม่มีความสุขในโลกที่คุณคิดขึ้น
:22:
ที่คุยกันมา 6 หน้านี่
ยังไม่มีใครเคยดูหนังกันเลยนะครับ :30:
...
..
.
งั้นเอาภาพ ๔ ฉากที่โดนตัดไปดูพลางๆ แทน
(http://img225.imageshack.us/img225/9607/550000005086901wl0.jpg) (http://imageshack.us)
...
กลับมาจากงานแถลงข่าวแล้วครับ
โซ้ยส้มตำปลาร้าเรียบร้อยแล้วด้วย
ประเดี๋ยวจะพยายามย่อความให้ทราบกันถ้วนหน้า
อารมณ์ร่วมของผู้ที่มาชุมนุมกันวันนี้
(ซึ่งน้อยกว่าการแถลงข่าวบอลหมั้นนาตาลีอยู่หลายเท่า)
คือคำว่า
"พอกันที!"
มารอฟัง วันนี้จริงๆก็อยากไป แต่ติดเรียน
โอเค แจ๋วหลายครับ ขออ่านหน่อย
นั่งพิมพ์อยู่นาน รู้สึกสื่อใจความออกมาไม่ครบยังไงอยู่
อ่านแล้วแหม่งๆขอให้รู้ว่า คนเรียบเรียงมีความสามรถแค่นี้นะครับ :46:
เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพภาพยนต์
FREE THAI CINEMA MOVEMENT
คือชื่ออย่างเป็นทางการของการเคลื่อนไหวครั้งนี้
ที่น่าจะมีคุณ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต มูลนิธิหนังไทย เป็นผู้ประสานงาน
และคงต้องเป็นหน้าเสื่อรับผลกรรมทั้งหลายแหล่
เอ ทำไมไม่ตั้งแนวๆพันธมิตรประชาชนเพื่อภาพยนต์ไทยอะไรเทือกกันนั้นนะ
หลังจากผจญความร้อนระอุเฉียด 40 องศาในตอนกลางวัน เราก็ไปถึง
เฮ้าส์ประมาณเวลานัดหมาย น่าจะไปก่อนเวลาอีก ทำยังไงได้ คนมันว่างงาน
ดูๆคนยังบางตาป่าช้ายังไงอยู่ แต่ก็เข้าใจนักข่าวสายบันเทิงช่วงนี้
ต้องไปตามข่าวบอลหมั้นนาตาลี ที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนประเทศนี้อยู่
ลงทะเบียนและนั่งรอสักพัก คนเริ่มคึกคัก เขาก็ต้อนกันเข้าโรงที่จัดแถลง
มีการฉายตัวอย่างให้ชมพองาม จากนั้นผู้เข้าร่วมสัมนาและแถลงข่าว
ก็ขึ้นแท่น มี พี่เจ้ย, ปรัชญา ปิ่นแก้ว, พันธัมม์ ทองสังข์โปรดิวเซอร์ภาพยนต์หลายเรื่อง
ล่าสุดมะหมา มาในฐานะเคยถูกรับเชิญไปพิจารณาเซ็นเซ่อหนัง, จีระนันท์ พิตรปรีชา,
ชลิดา เอื้อบำรุงจิต และพี่ป๊อด มีคุณพิมพกา โตวิระผู้กำกับคืนไร้เงาดำเนินรายการ
แน่นอนขึ้นเรื่องด้วยเจ้าตัว พี่เจ้ย พูดท้าวความให้ฟังเล็กน้อย
ก่อนแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นั้น ก็ไม่ต่างเท่าไหร่จากที่เราอ่านๆกันแถวนี้
แต่ขยายความให้ชัดเจน มันจะเข้าใจง่ายกว่านี้ ถ้าหากประเทศนี้เปลี่ยนเป็น
เด็จการหรืออะไรยังงั้นไปเลย เค้าจะได้ไม่ต้องมานั่งตั้งคำถามอีก ว่าประเทศเราคืออะไรกันแน่
เราเป็น Protected State เกินไปหรือเปล่า คัดกรองเฉพาะสื่อเพื่อเด็ก 5 ขวบ
กลัวสมองประชากรจะเติบโตกว่านั้นเหรอ เค้าไปเห็นเด็กฝรั่งอายุ 20
กล้าแสดงความคิดเห็น แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเด็กไทยอายุเท่ากัน งอแง คิดอะไรเองไม่เป็น
"เรากลัวหลานเรามันจะโง่"
ทางออกมันมีหลายวิธี เอาเป็นจัดเรตตามประเทศที่เจริญแล้วเลยก็ได้
ดีกว่าต้องมานั่งอธิบายให้คนที่สอนอีก 2 ชาติก็ไม่เข้าใจ(หมายถึงไม่เข้าใจศิลปะ)
เนื่องจากก็ติดตามพี่เจ้ยมานาน ถึงจะไม่ได้รู้จักตั้งแต่ดอกฟ้าในมือมาร
แต่ก็รู้จักก่อนสุดสเน่หาจะได้รางวัล พี่แกสู้เพื่อที่จะสร้างหนังมาตลอด
ไม่มีรัฐบาลหรือใครคนไหน มาเหลียวแล แต่พอได้รางวัลขึ้นมา
ก็มาเอาหน้าว่านี่คนไทย ตอนที่เขาต่อสู้กับเงินทุนที่แสนจะน้อยนิดอยู่
มีใครอยู่ข้างบ้างไหม สู้เพื่อที่จะได้ทำงานขนาดนี้ ยังต้องมาเจอเหตุการณแบบนี้
"จนมาคิดว่า เราย้ายประเทศดีไหม"
พี่ตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจัง
กับความเหนื่อยยากทั้งมวลที่ประสบมา
สิ่งตอบแทนที่ประเทศนี้ให้คือสิ่งนี้
หรือถ้าย้ายไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงมัน
(มีต่อ)
คุณจีระนันท์เสริมว่า แน่ล่ะเรื่องสื่อไม่ควรยั่วยุเด็ก อย่างเหตุการณ์เด็กเกาหลีนั่น
สื่ออาจมีผลก็ได้ มันอาจมีเด็กหนึ่งในร้อยล้านที่ลุกขึ้นมาทำแบบนั้น
หลังจากได้ดูฉากยิงกันในหนัง แต่เรายินดีเอาเสรีภาพของเราไปแลกกับ
"ความปลอดภัยสัมบูรณ์" ขนาดนั้นหรือ?
หรือเราต้องออกกฎเพื่อจำกัดประเด็นในการทำงานสร้างสรรค์ศิลปะไปเลยไหม
ว่าอย่างไหนทำได้ อย่างไหนทำไม่ได้ จะได้ไม่ต้องมานั่งถามกัน ขีดกรอบให้ศิลปินไปเลย
พวกประติมากรรมในศิลปากร ต้องเอาอะไรไปแปะตรงหัวนมไว้ให้หมด
เราเคยนั่งหัวเราะเยาะประเทศนั้นประเทศนี้ที่ดูงี่เง่าเซ็นเซ่อกัน แต่มันกำลัง
เกิดขึ้นกับเรา ขำออกกันไหม เรานี่แหละคือประเทศด้อยพัฒนาของแท้เลย
พี่ป๊อดพระเจ้าของเด็กแนว ซึ่งมางานนี้ด้วยใจ (ประมาณว่าขอมาพูดด้วย ทนไม่ไหว)
ก็พูดในแง่มุมของคนส้รางสรรค์ศิลปะว่า ภาพยนต์คือสิ่งสะท้อนพฤติกรรมของมนุษย์
ในมิติต่างๆ "พระและหมอ คือมนุษย์" แต่เอาล่ะ แม้ว่าสามแสนสถาบันอะไรนั่นไม่พึงพอใจ
แต่ศิลปะแต่ละชิ้น มันควรจะมี"ที่ทาง"ให้แสดงออกของมัน การปิดโอกาสไปเลยแบบนี้
มันอุกอาจ และสมควรได้รับการเปลี่ยนแปลง เหมือนตอนเด็ก ที่พี่แกโดนครูมาตัดผม
ที่ห้องสอบ "เฮ้ย ขอกูคิดเองสักหน่อยได้ไหม มันเป็นการขอที่มากไปหรือเปล่า"
หรือเราถูกสอนให้ยอมๆๆๆๆๆ แล้วก็ยอมจนชาชินไปแล้ว
ส่วนสิ่งที่พี่แกต้องการก็แค่ "ที่ทาง" ของศิลปะ ขอแค่ที่ทางที่เหมาะสม
ไม่ได้หวังว่ารัฐบาลจะมาใส่ใจหรือประชาชนทั่วไปจะมาร่วมผลักดันอะไร
เพราะสำหรับการเมือง ศิลปะมันเป็นเรื่องซับซ้อนเกินไปสำหรับเขา
จึงขอแค่ให้โอกาสและที่ทางให้ศิลปินได้นำเสนอสิ่งที่เขาสร้างสรรค์
หลังจากนั้นก็มีแขกในห้องส่ง (ส่งไปไหนวะ)ร่วมแสดงความคิดเห็น
มีคุณพี่นั่งแถวหน้าท่านหนึ่ง ผมเข้าใจว่าเป็นนักต่อสู้หรืออะไรทำนองนั้น
เพราะการพูดจา ความคิดลุ่มลึก ครอบคลุมประเด็นแจ่มแจ๋วเสียจนผมเข้าใจว่า
น่าจะมีชื่อเป็นที่รู้จักแน่ๆ ท่านเสนอว่าต้องฟ้อง เพื่อให้เกิดเป็นคดี
ฟ้องว่า บัญญัติที่ถูกตราไว้ตั้งแต่ปี 2473 ตั้งแต่ประเทศยังไม่เปลี่ยนแปลงการปกครอง
มาเป็นระบอบประชาธิปไตยนี่ขัดกับรัฐธรรมนูญไหม?
เพื่อที่จะนำไปสู่การเป็นประเด็นสาธารณะ ไหนๆคุณเจ้ยก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว
อยากให้กรณีนี้ไปถึงที่สุด เพราะไม่มีใครเคยนำมันไปถึงที่สุดสักที
เพื่อจะได้ทลายกำแพงให้ล้มลงเสียที!
เสรีภาพของพวกเราคงไม่ได้มาง่ายๆ และคงไม่มีใครมาประทานให้
อยากให้เรื่องนี้มีผลมากกว่าแค่การมานั่งบ่นกัน, เราจะบ่นกันไปถึงไหน
(ผมว่าคำถามนี้น่าส่งต่อไปสู่ผู้คนในโลกไซเบอร์ได้) เราไม่ยอมให้คุณมาใช้
กฎหมายที่ขัดกับรัฐธรรมนูญนี้
ที่เขาจำกัดเราแบบนี้ เค้าอยากให้เราเป็นเด็กตลอดไป
อยากให้เราโง่ต่อไป เพื่อที่จะได้ควบคุมง่ายๆ
ครั้งนี้ "พอกันที"!
แต่พี่ปรัชก็ย้ำให้ชัดว่า ที่เราต่อสู้กันเนี่ยไม่ได้ต่อสู้เพื่อจะได้พูดคำหยาบ
ไม่ได้สู้เพื่อจะได้ใส่ฉากโป๊ลงในหนังอีก แต่เราสู้เพื่อหลักประกัน
สำหรับอิสระภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน
แล้วหลังจากนั้น ผู้ชมท่านอื่นๆก็แสดงความคิดเห็น
หนึ่งในผู้ชมนั้นก็มีคุณมานพ อุดมเดช(ผู้กำกับหนัง)ด้วยนั่งพนักเก้าอี้ดูอยู่
ที่นั่งมันเต็ม ส่วนคนที่นั่งเก้าอี้ตัวนั้นคือ คุณอังเคิ่ล ผู้กำกับใหญ่อีกท่านหนึ่ง
(แต่สงสัยเดี๋ยวนี้คนจะรู้จักเพราะบทตำรวจคู่ในหนังยุทธเลิศล่ะมั้ง)
ที่แกบอกว่า คุยกันอีกกี่ชาติกับเซ็นเซ่อก็ไม่มีวันรู้เรื่องหรอก
แกโดนประจำ ขนคนไปอธิบายเป็นรถบรรทุก มันก็ไม่รู้เรื่องกัน
พร้อมกับเล่าประสบการณ์ทำนองนี้ด้วยลีลาชวนขำของแก
เรียกว่าแฉแหลก แต่เรื่องที่แฉนี่คงต้องขำทั้งน้ำตา
ในกลุ่ม"ผู้ชม"นี่ยังมีอีกหลายท่านที่ยังไม่ได้เอ่ยนามนะครับ
จะว่าไปก็มากันครบแหละ คนที่ควรจะได้เห็นหน้า
ไม่ว่าจะเป็น คุณโดม สุขวงศ์-หอภาพยนต์แห่งชาติ, อ.กิตติศักดิ์ สุวรรโภคิน
นักวิจารณ์ภาพยนต์ชั้นครู(ที่ผมถึงกับแอบกรี้ดในใจตอนแกเดินมายืนอยู่ไกล้ๆ)
ทีมไบโอสโคปอย่างคุณสุภาพ คุณธิดา คุณธัญสก(อ่านว่าทัน-สะกะ
ที่มาโพสนี่แหละ เฮียแกเป็นนักทำหนังสั้นชื่อดัง)กลุ่มไทยอินดี้ กลุ่มไทยช็อร์ตฟิล์ม
พิง ลำพระเพิงใส่เสื้อกล้ามกางเกงวอร์มมา,ลี ชาตะเมธีกุล
(นักตัดต่อชื่อดัง ที่หล่อกว่าพระเอกหนังทุกเรื่องที่แกตัดซะอีก)
ผู้กำกับอีกเป็นโหลที่ผมลิ้งค์ชื่อกับหน้าไม่ได้ ฯลฯ
เอาเป็นว่า ควรจะได้เห็นหน้าใคร ก็มาให้เห็นครบ
รวมกันถ่ายรูป ให้สัมภาษณ์สื่อต่อข้างนอก แล้วก็คงแยกย้ายกันไปบ้านใครบ้านมัน
แต่ไม่รู้ว่าไอ้ที่สัมภาษณ์ๆกันจะมีเวลาออกไปไหม เห็นติดข่าวบอล-นาตาลี
ฟังจนจบ เรามีข้อสรุปส่วนตัวดังนี้
สำหรับเขา
1.ยกเลิกกฎหมายเซ็นเซ่อ โบร่ำโบราณ(ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองซะอีกนะ)
สร้างมาตรฐานใหม่ อาจเป็นการจัดเรทก็ได้
2.ฆ่าศิลปินที่มีอยู่ในประเทศนี้ทิ้งให้หมด
สำหรับเรา
1.สู้เพื่อทลายกำแพงแห่งการสร้างสรรค์นี้
2.ย้ายประเทศ
จบแล้วครับ เมื่อยมือชิบ :08:
ขอบคุณเก้อมากครับ
ที่ช่วยอธิบายความคืบหน้า ให้ได้อ่านกัน
ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น
หลังจากนี้ :46:
ขอบคุณเก้อร์สำหรับบทรายงานที่ (น่าจะ) ปราศจากอคติส่วนตัว
เอาไปก่อน 1 แต้ม
ยินดีที่ได้ยังหวังว่าต่อจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
และยังหวังว่าสื่อมวลชนไทยจะสนใจเรื่องนี้มากกว่าข่าวดาราเอากันเสียที (ฝันไปเถอะ!)
เจ๋งว่ะครับ
ช่วงนี้ผมก็เริ่มจะรับไม่ค่อยได้แล้วนะ
ทั้งๆ ที่ทีแรกผมแบบว่า
จะขอแค่รอดูเค้าเรียกร้องกัน
ตอนนี้เคือง ict มากๆ :42:
ทำไมบล็อกเวบนี้ได้ http://www.youtube.com/ แถมมีคนบอกว่าดีแล้วด้วย
แล้วทำไมหนังของคุณพี่เจ๋ย บล็อกมั่งไม่ได้นะ
ถ้าประเทศนี้บล็อกเวบไซด์ได้ ทำไมจะบล็อกหนังไม่ได้
ถ้ากูเกิลไม่ยอมถอดคลิบ พีเจ้ยก็ไม่ยอมหั่นฉาก
แปลกดี ฟรีกระด้ง ฟรีกระเด้ง อะไรนี่แปลกดี
http://www.youfest.in.th/YouMove
ยูมูฟๆ :25:
เรื่องนี้เหมือนกัน สนใจไปเจอกันเน้อ :42:
โพสพี่เก้อกระจ่างมาก :12:
ชอบข้อสรุปแฮะ ยกเลิกกฏหมายสร้างมาตรฐานใหม่หรือฆ่าศิลปินทิ้ง จะสู้ต่อหรือย้ายประเทศ
เอออันนี้ไม่รู้จะเกี่ยวกันมั้ย :31:
นานาได้ฟังวิทยุคำเมืองมั้ง เป็นคลื่นข่าวคำเมืองจัดโดยลุงอะไรนี่แหละ อายุน่าจะรุ่นยายๆเรา
เป็นเรื่องหมีแพนด้า :31: ช่วงที่เค้าเปิดหนังโป๊หมีแพนด้าให้พวกมันดูน่ะ
ลุงดีเจแกก็บ่นใหญ่
"ทำไมไม่มีเซนเซอร์ ถ้าลูกเล็กเด็กแดงมาเห็นแล้วเราจะตอบว่าอะไร? ปู่ๆ หมีแพนด้ามันทำอะไรกัน?"
เค้ากลัวเกินไปรึเปล่าคะ :09:
ไม่เข้าใจผู้ใหญ่ :08:
โฮ่ อาจารย์มะนาว ดูแกจะวอรี่เรื่องบล็อกเนทมาก 555
:12: เก้อเยี่ยมเลย
เผื่อแผ่ คนที่ไม่ได้ไปฟัง
ความเห็นคงไม่มีอะไรอีกแล้วเพราะว่าเค้าก็พูดๆกันไปหมดแล้วอ่ะนะ
แต่พออ่านตรง เซ็นเซอร์หัวนม
แล้วนึกภาพเรื่อง 300 ขึ้นมาซะฉิบ
ทำให้ตูเสียอารมณ์ไปเยอะทีเดียว
กับหนังที่ภาพสวย เป็นศิลปะดิจิตอลที่กระโดดจากหนังสือการ์ตูนขึ้นมา
แต่ หนังเสียไป ยกนึงเต็มๆ เพราะ จากความโค้งมน ของลายเส้น
และสีของภาพที่สวยงาม โดนแปะด้วยโมเสท ห่วยๆ ยุ๊กยิ๊กๆ
:08: ฟัก
ทำให้นึกถึงนุชตีสิบด้วยค่ะ
อยากเห็นหนังสือเล่มนั้นอ้ะ :25:
ได้ดู 300 แบบไม่มีเซนเซอร์
สวยมากๆ :25:
ไม่เห็นจะอนาจารเลย :08:
ไม่ได้ดู อยากดูมั่ง :27:
มีของไบโอสโคปเขารายงานไว้นะครับ (แหงล่ะ)
เป็นงานเป็นการ ละเอียดละออ สื่อความได้ชัดแจ๋วดี
http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=201.0
ชอบความคิดเห็นนี้
อ้างอิง
3. หากสู้จนสุดทางไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆก็ยังไม่ได้อะไรขึ้นมา จะยินดีสนับสนุนให้พี่ย้ายไปประเทศอื่นอย่างเต็มใจยิ่ง เป็นเหตุผลที่ยอดเยี่ยมในการย้ายประเทศ ถ้าประเทศเรามันดีกว่านี้ไม่ได้แม้เราจะร่วมใจกันขนาดนั้น ก็อย่าให้ความสามารถของพี่ต้องมาถูกจำกัด ทำอะไรก็ไม่สะดวกในประเทศล้าหลังอย่างนี้เลย ขอให้ไปใช้ความสามารถที่แท้จริงในให้ชาวโลกได้ชื่นชมในที่ที่เค้าพัฒนาแล้วจริงๆเถอะ
และทำให้นึกขึ้นได้ ที่พี่แกเอากวีท่อนหนึ่งมาอ่านให้ฟัง
"Wherever they burn books they will also, in the end, burn human beings."
มีเป็นวีดีโอด้วยนะเออ 17 นาทีแรกของการสัมนา
http://video.google.com/videoplay?docid=7670215569932689893
แน่นอนว่าในขณะที่โลกตะวันตกมีคนอย่างอังเดร ทาร์คอฟสกี้
นักทำหนังผู้ยิ่งใหญ่ของรัสเซีย แต่นั่นคือสังคมตะวันตกที่ศิลปะ
ไม่ได้ถูกมองเป็นสิ่งไร้ค่า
หันมามองฝั่งเอเชีย ไต้หวันมีโหวเสี่ยวเซี่ยน
อิหร่านมีอับบาส เคียรอสทามี่ ตุรกีมี นูริ บิลเก เซลัน
ฮ่องกงมีหว่องการ์ไว เกาหลีมีคิมคีดุค
เมืองไทยก็ภูมิใจได้ เพราะเราที่มีคนทำหนังที่ชื่อ
อภิชาตพงศ์ วีระเศรษฐกุล
แต่ดูเหมือนประเทศนี้จะไม่อนุญาตใหเขาไปไกลมากกว่านี้แล้ว
พี่เก้อ..
ประโยคสุดท้ายมันเศร้ามากเลย :16:
เป็นปัญหาขึ้นมาเพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมหรือเปล่า :09:
เพราะคนบางคนคิดแยกแยะไม่เป็นมังคะ :42:
เพราะไดโนเสาร์เป็นใหญ่ครับ :17:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 24 เม.ย. 2007, 08:24 น.
ขอบคุณเก้อร์สำหรับบทรายงานที่ (น่าจะ) ปราศจากอคติส่วนตัว
เอียงกะเท่เร่ขนาดนี้ ยังคิดว่าเราเป็นกลางอยู่เหรอ :30:
เยี่ยมครับเก้อ
มีตัวแทนของกองเซ็นเซอร์ ไปไหม
แต่ผมไม่ชอบอารมณ์ ย้ายประเทศเลย แฮะ
กลางใจมวลชนครับ :42:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 24 เม.ย. 2007, 15:29 น.
กลางใจมวลชนครับ :42:
เวลามีสัมนาแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นมุมมอง เกือบฝ่ายเดียวแหละ
อีกฝ่ายไม่ค่อยจะมาแจม อาจจะกลัวโดนถล่ม
ผมว่า ถ้าจะหาทางออกกันจริงๆ จังๆ ก็ต้อง มีคณะทำงานมารื้อระบอบ นี้ใหม่หมด
เออรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีเลยนะครับ
Debate เลย อยากดูๆ :25b:
แต่เอว่าเถียงให้ตายก็ไม่มีวันจบ
ต้องทำเป็นรายการพิเศษ :43:
มีเชิญมาครับ บนเวทีก็แจ้งว่า
ไม่อยากให้มันเป็นมุมมองเพียงข้างเดียวเช่นกัน
แต่ทางกองเซ็นเซ่อตอบกลับด้วยเหตุผลสุดฮิตว่า "ไม่สะดวก"
อาจเพระช่วงนี้อากาศร้อนออกไปไหนมันไม่ค่อยสะดวกล่ะมั้งครับ
ผมว่าไม่ควรเอากองเซ็นเซ่อมาถกกันหรอกครับ
เขาก็ทำงานของเขา ตามมุมมองของเขา ซึ่งชัดเจนว่าเป็นเส้นขนานกับศิลปินผู้สร้าง
และโดยหน้าที่รับผิดชอบของเขาการที่เขาเซ็นเซ่อนี้ มองอีกมุมหนึ่ง
มันก็เป็นการปกป้องตัวเขาเอง ส่วนที่เขารับผิดชอบมันแค่นั้น
ผมจึงเชื่อว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเอาเขาเหล่านั้นมาพูดคุย
พี่เจ้ยก็เช่นกัน แกเห็นว่าปัญหามันอยู่ที่ระบบ จึงต้องการรื้อระบบใหม่
เสียดายถึงลูกถึงคนก็คราวนี้แหละ ว้า :41:
ทางลัดที่จะผลักดันให้เป็นประเด็นสาธารณะ
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 24 เม.ย. 2007, 15:43 น.
มีเชิญมาครับ บนเวทีก็แจ้งว่า
ไม่อยากให้มันเป็นมุมมองเพียงข้างเดียวเช่นกัน
แต่ทางกองเซ็นเซ่อตอบกลับด้วยเหตุผลสุดฮิตว่า "ไม่สะดวก"
อาจเพระช่วงนี้อากาศร้อนออกไปไหนมันไม่ค่อยสะดวกล่ะมั้งครับ
ผมว่าไม่ควรเอากองเซ็นเซ่อมาถกกันหรอกครับ
เขาก็ทำงานของเขา ตามมุมมองของเขา ซึ่งชัดเจนว่าเป็นเส้นขนานกับศิลปินผู้สร้าง
และโดยหน้าที่รับผิดชอบของเขาการที่เขาเซ็นเซ่อนี้ มองอีกมุมหนึ่ง
มันก็เป็นการปกป้องตัวเขาเอง ส่วนที่เขารับผิดชอบมันแค่นั้น
ผมจึงเชื่อว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเอาเขาเหล่านั้นมาพูดคุย
พี่เจ้ยก็เช่นกัน แกเห็นว่าปัญหามันอยู่ที่ระบบ จึงต้องการรื้อระบบใหม่
เสียดายถึงลูกถึงคนก็คราวนี้แหละ ว้า :41:
ทางลัดที่จะผลักดันให้เป็นประเด็นสาธารณะ
ถ้ามาจริงก็ ได้เฮ แหละ
เหมือนมาโดนรุม
:21:
อ้างคำพูดจาก: Kums-XMen เมื่อ 24 เม.ย. 2007, 12:49 น.
แต่พออ่านตรง เซ็นเซอร์หัวนม
แล้วนึกภาพเรื่อง 300 ขึ้นมาซะฉิบ
ทำให้ตูเสียอารมณ์ไปเยอะทีเดียว
กับหนังที่ภาพสวย เป็นศิลปะดิจิตอลที่กระโดดจากหนังสือการ์ตูนขึ้นมา
แต่ หนังเสียไป ยกนึงเต็มๆ เพราะ จากความโค้งมน ของลายเส้น
และสีของภาพที่สวยงาม โดนแปะด้วยโมเสท ห่วยๆ ยุ๊กยิ๊กๆ
:08: ฟัก
ไปดูที่ paragon ไม่เห็นจะ censor เลยคะ ดูแบบเต็ม ได้อารมณ์สุดๆ 55+
โอเค ขอบคุณเก้อมาก (++++)
//เฮ้ย เดี๋ยวนะ ตอนตูพิมพ์นี่
ข่าวกีฬาช่อง 9 กำลังออกเรื่องพาราดอนกับนาตาลีอยู่เลย (กีฬาประเภทไหนอยากเห็นจัง)
เนื่องจากไม่ได้อ่านพันทิปมานาน หรืออ่านก็ขี้เกียจติดตาม
แต่เดาได้ว่าในเฉลิมไทยก็น่าจะมีพูดกันเรื่องนี้หนาหูเหมือนกัน
(มันก็พูดกันมาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีใครลุกขึ้นมาเป็นหัวหอกนี่แหละ - เข้าตำราเอาแต่บ่น)
นึกย้อนกลับไปยุคกาลิเลโอ ซึ่งคล้ายๆ กะพี่เจ้ยของเราเนี่ย
ประวัติศาสตร์อีกกี่ร้อยกี่พันปีก็ต้องด่ารัฐบาลของกาลิเลโอว่าช่างปัญญาอ่อนเสียจริง
ที่ไปขัดขวางตำนานขนาดนั้นได้ด้วยกะลาแคบๆ ของตัวเอง
ไม่งั้นล่ะป่านนี้เรามีหุ่นอะตอมบินว่อนทั่วฟ้าแล้ว
ตกลงว่าเราจะรื้อระบบราชการ
และเปลี่ยนความคิดคนไทยจำนวนมากได้ยังไงเหรอครับ
ผมเชื่อว่ามันยังมีคนอีกจำนวนมากมายที่
ยังยึดมั่นใน การใช้ปากถือศีล
จู๋นี้ทำให้ผมหมดความอดทนแล้วนะครับ
ทีแรกผมว่าจะไม่ทำตัวเองให้มีอะไรทำมากกว่านี้แล้วนะ
เต่าส่งเม็วมาหาครับ
อ้างอิง
ผมฟังพี่เจ้ยพูดแล้วรู้สึกรับไม่ได้ละครับ
มันทำร้ายจิตใจกันมากตรงหมุนๆ ใช้กรรไกรตัด ฉับๆ น่ะนะ
แต่ว่าผมยังมองไม่เห็นว่า เราจะต่อสู้เรื่องนี้กันตรงจุดไหนกันแน่
คือมีความเป็นไปได้อยู่แล้ว ที่เราจะต่อสู้เพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้
อย่างน้อยเพื่อให้ได้ฟิล์มกลับมาในสภาพสมบูรณ์
หรือให้ได้ฉายโดยการจัดเรตในประเทศไทย
แต่... มันก็จะเป็นแค่ "กรณีศึกษา" เรื่อง "ภาพยนตร์เรื่องแสงศตวรรษ"
ซึ่งก็อย่างที่เค้าพูดกันอยู่ ว่ามันเป็นเรื่องของ โครงสร้างระบบ
ไม่ใช่ตัวบุคคล
ทีนี้... ผมกำลังรู้สึกว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไรที่ใหญ่กว่านั้นรึเปล่า
มันอาจจะไม่ใช่แค่คนในระบบราชการ หรือกรมศาสนา หรือกรมอะไรทั้งหลาย
แต่มันเป็น "วัฒนธรรม" ของคนไทยที่มันฝังลึกมานานนม
คือที่ผมจะสื่อสารตรงนี้คือ เรากำลังจะแก้ปัญหาโครงสร้างสังคม
ที่เราบอกว่า "มันเป็นไปไม่ได้" มานานแล้วรึเปล่า
ค่านิยมเรื่องการมีศีลธรรม
ระบบราชการ
การเคารพกฎเกณฑ์การจัดเรต
การใช้วิจารณญาณของคนไทย
ผมว่ามันคือตัวถ่วงประเทศให้ไม่เจริญมาหลายสิบปีแล้ว
จริงๆ แล้วผมว่ามันก็ดีที่เรื่องนี้
จะจุดประกายการลุกขึ้นมาพูดถึงปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
แน่นอนว่าในใจผมก็ยังเต็มไปด้วยความไม่รู้ และความลังเลใจ
(โว้ว พี่จะออนเอ็มขึ้นมาทำไมเนี่ย หมดอารมณ์เขียน จม. เลย)
สรุปว่า ผมเริ่มเคลื่อนที่แล้วครับ
มันแบบว่า ... อยู่เฉยๆ ไม่เป็นสุขละ
แปลให้อ่านหน่อยสิครับ
เอามาโพส เพราะจะหาคนแปลให้ฟังนี่ล่ะครับ :44:
แปลได้ว่า เต่าจะปฎิวัติรัฐบาลครับ
คงจะคิดการใหญ่
คิดการไกลด้วย
อ้างคำพูดจาก: ChenLing เมื่อ 24 เม.ย. 2007, 16:53 น.
ไปดูที่ paragon ไม่เห็นจะ censor เลยคะ ดูแบบเต็ม ได้อารมณ์สุดๆ 55+
เดือนก็ดูที่พารากอนนะ
เซ็นเซอร์เต็มๆ เลย :07:
มีปืนหรือยังล่ะเต่า
:21:
เห็นข่าวคลังแสงระเบิดมั้ยครับ
เต่าเคลื่อนไหวแล้ว
หรือว่าที่เรือท่องเที่ยวไฟไหม้ก็ฝีมือเต่า {หมีโหด}
อ้างอิง
สรุปว่า ผมเริ่มเคลื่อนที่แล้วครับ
มันแบบว่า ... อยู่เฉยๆ ไม่เป็นสุขละ
เอาจริงหรือเต่า :26:
http://www.onopen.com/2007/02/1738
มาดูเขาประชดกัน
:30: ยอดจริงๆ
อ้างคำพูดจาก: 藿月 (lán yuè) เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 09:07 น.
เดือนก็ดูที่พารากอนนะ
เซ็นเซอร์เต็มๆ เลย :07:
ต้องดูแบบ Digital
ฮาลีลาของฟิล์มไวรัส
ประชดประเทียด เสียดลึก :30:
เรื่องแค่นี้เซนเซอร์ด้วย นิสัยอ่ะ
อ้างคำพูดจาก: 藿月 (lán yuè) เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 09:07 น.
เดือนก็ดูที่พารากอนนะ
เซ็นเซอร์เต็มๆ เลย :07:
มันมีให้เลือก 2 แบบนะคะ ธรรมดา กับ Digital
digital จะแพงกว่าหน่อย มั้ง แต่ก็ได้แบบเต็มๆ ภาพสวยกว่าด้วย
เพราะบางฉากฉายแบบธรรมดาไม่ได้(เห็นเพื่อนพี่บอกมาก)
ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ :05:
เต่ามีสิทธิที่จะไม่พูด แต่ทุกคำพูดของเต่าจะเป็นคำให้การในชั้นศาล {หมีโหด}
หาซื้อกระสุนไม่ได้ล่ะสิ
ผมเมล์ไปบอกว่าผมเปลี่ยนจุดยืนของผมต่อเรื่องนี้เฉยๆ นะ :05:
พี่เก้อเอามาเผยแพร่ทำม๊าย... :05: (ดีนะตัดมาแค่ช่วงนี้ ไม่มีต่อตรงนั้นของเราสองคน :19:)
ก็มันอ่านแล้วได้ใจจนไม่อยากเก็บไว้คนเดียวน่ะ
ส่วนเนื้อหาตรงส่วนนั้น รู้กันสองคนนะ :22:
:05: พี่เก้อก็เป็นชาวเราอีกคนแล้วหรอ มีสองคนกะเต่าด้วย
เห็นแนวๆ โถ่ พี่เก้อ :05:
หรือว่าเป็นเพราะตอนมีตติ้งครั้งนั้น :31:
ประสบการณ์ในห้องเกะครั้งนั้นกับเต่า เราลืมไม่ลงจริงๆ :26:
ลีลาคงเร้าใจเกินลืมสินะ
อ้างคำพูดจาก: เต่าจร เมื่อ 25 เม.ย. 2007, 23:15 น.
ผมเมล์ไปบอกว่าผมเปลี่ยนจุดยืนของผมต่อเรื่องนี้เฉยๆ นะ :05:
พี่เก้อเอามาเผยแพร่ทำม๊าย... :05: (ดีนะตัดมาแค่ช่วงนี้ ไม่มีต่อตรงนั้นของเราสองคน :19:)
เต่า แล้ว ครั้งนั้น บนกระเช้า ของเราล่ะ
ลืมแล้วหรอ :11:
ในห้องเกะสินะ นานาไม่น่าไปเป็น กขค เล๊ย :43:
อ่านกันแล้วยัง :42:
อ้างอิงพระห้ามเล่นกีตาร์ พระห้ามเล่นจานร่อน แพทย์ห้ามดื่มเหล้า แพทย์ห้ามมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ พิจารณาเพียงถ้อยคำอันขาดไร้บริบท บางข้อเหล่านี้ฟังดูรุนแรง (โดยมาตรวัดทางศีลธรรมอันคลุมครือของเรา) แต่แน่นอน ทั้งหมดนี้ -เกิดขึ้นจริง-
ความจริงที่เราไม่อยากยอมรับนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังเป็นความจริง และความจริงไม่ได้นำมาเพียงการปฏิบัติตามกันอย่างไร้ความคิด ความจริงไม่ได้นำมาซึ่งความเสื่อมทรามของผู้คนแต่เพียงถ่ายเดียว หากความจริงยังกระตุ้นให้เราเรียนรู้ทำความเข้าใจอีกด้วย และบางทีเป็นการเรียนรู้ทำความเข้าใจนี้ต่างหาก ที่บางคนมุ่งหวังจะกำจัดมันออกไป
การเซ็นเซอร์ฉกฉวยความจริงไปจากมือเรา เพื่อให้สงบเซื่องกับภาพลักษณ์ลวง ฟังดูแล้วชวนประหลาดที่จะเห็นว่า สี่ฉาก มาจากสองกลุ่มคน หนึ่งคือ พระ สองคือ หมอ แน่นอน ทั้งสองสถานะดำรงอยู่ในสถานะพิเศษของสังคมไทย ได้รับความเคารพ ให้เกียรติ ถูกใช้เป็นแบบอย่างที่ดี หากแต่นั่นคือนามของวิชาชีพ (กรณีพระสงฆ์อาจเรียกเป็นคำอื่น) แต่ในฐานะมนุษย์ผู้เป็นปัจเจก การสวมหัวโขนในวิชาชีพนั้นๆไม่ได้ให้ศักดิ์และสิทธิ์ในการทำลายความเป็นมนุษย์ของตนลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของผู้อื่น ซึ่งอาจไม่เชื่อ ในศักดิ์และสิทธิ์เช่นเดียวกับที่เราเชื่อ
พระสงฆ์ควรมีกิริยาสำรวม แพทย์ควรเคร่งขรึมน่าเชื่อถือ นั่นพูดกันในนาม แต่มันช่างแตกต่างกันนักระหว่างสิ่งที่ควรเป็น กับสิ่งที่เป็นจริงๆ น่าขันที่หลายคน บอกว่า ในชีวิตจริงจะเป็นอย่างไรก็ได้ แต่เมื่อนำเสนออกไปในสื่อ ต้องเป็นด้านดีเท่านั้น
ภาพยนตร์ไม่ได้มีหน้าที่ -โฆษณาชวนเชื่อให้วิชาชีพใด องค์กรใด- ในฐานะงานศิลปะ มันควรกระตุ้นเตือน ทำหน้าที่เป็นวัคซีน ที่จะระคายเคืองให้คันในเนื้อสมองมากพอที่จะคิดทะลุไปไกลเกินกว่าที่ผูกตาไว้
http://www.onopen.com/2007/02/1697
ยัง :42:
หน้าที่แล้ว มีอะไรกัน
เสียภาพพจน์อันดีงามหมด :05:
ตกลงจะปฏิวัติวัฒนธรรมไทยวันไหนเต่า :12:
จะใช้สาธารณรัฐเอลาโย่เป็นแม่แบบในการพัฒนาประเทศครับ :31:
อ้างคำพูดจาก: jannnnn เมื่อ 23 เม.ย. 2007, 01:26 น.
ถึงเจ๊ปุก
ในฐานะที่ (เรียกตัวเองนี่แหละว่า) เป็นคนดูหนังไทยคนหนึ่ง
อยากบอกว่า หนังพี่เจ้ย กับหนังพี่หม่ำ มันเป็นศาสตร์คนละแขนงกันครับ
ตูก็ไม่ได้บอกว่า เป็นหนังแนวเดียวกันเลยนะ
หรือมีคุณค่าเท่ากันสักหน่อย ที่จะสื่อคือว่า
บางทีการถูกเซนเซอร์มากน้อย มันขึ้นอยู่
กับค่ายหนังบิ๊กใหญ่อะไรหรือเปล่า เหมือน
ว่าถ้าตีตราปั๊มกลางหัวว่า สหมงคลฟิล์ม
พูดไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ เจอตัดนิดหน่อย แต่ถ้า
มาจากค่ายเล็กๆ ชื่อไม่ดังก้องฟ้า
แค่พูดไอ้เวร เจอตัดไปเกือบนาที
สงสัยแอนจะเข้าใจผิดที่ตูสื่อหนังในตำนาน
ว่าหมายถึง สมเด็จพระนเรศวรต่างหาก
http://www.popcornmag.com/bbs/index.php?showtopic=4079
คำต่อคำ จากงานสัมมนาที่ว่าไว้เอย
เห็นในบิตมีหนังเรื่องนี้ให้โหลดด้วยแฮะ
โดนซิวไปแล้วครับ
อ้าวเหรอ มีที่หนึ่งยังให้โหลดอยู่เลย
ที่นั่นปล่อยเค้าไป เว็บยิ่งกว่าใต้ดินอีก
เก็บไว้หน่อย :25:
มาสิ วังหิน
ดองไว้หลายวันแล้ว กำลังเปรี้ยว
อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 10 พ.ค. 2007, 17:07 น.
ที่นั่นปล่อยเค้าไป เว็บยิ่งกว่าใต้ดินอีก
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 10 พ.ค. 2007, 18:49 น.
มาสิ วังหิน
ดองไว้หลายวันแล้ว กำลังเปรี้ยว
โอเช ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะไปดูครับ :27:
ผมว่า คนทำหนังก็ควรอธิบายนะครับว่า ทำไมถึงทำหนังออกมาโดยมีฉากที่ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์ ถ้าแค่เหตุผลที่ว่าต้องการนำเสนอความจริง ก็สมควรโดนเซ็นเซอร์แหละครับ เพราะความจริงที่เสนอมันก็แค่ส่วนน้อย แล้วอีกอย่างก็คือ การทำหนังโดยพาดพิงไปถึงสถาบันสงฆ์ จริงๆก็ไม่ควรทำอยู่แล้วนะครับ หากเป็นคนไทยก็น่าจะรู้ความหมายของสีธงชาติว่าแต่ละสีหมายถึงอะไร การที่ทำหนังพาดพิงไปถึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เป็นการกระทำที่ไม่สมควรอยู่ ซึ่งรวมถึงศาสนาอื่นๆที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธด้วยครับ เพราะการทำหนังพาดพิงไปถึงสถาบันสงฆ์ในที่นี้ เป็นการพาดพิงในทางที่ไม่ดีงามนัก และผมเชื่อว่าก็คงไม่มีคำอธิบายใดๆ จากผู้สร้างว่านี่เป็นเรื่องจริงที่เป็นส่วนน้อยหรอกครับ
ที่กล่าวมาไม่ได้แปลว่า ห้ามสร้างหนังที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เพราะผมเชื่อว่าหากผู้สร้างมีความเข้าใจในศาสนาดีพอ ก็คงสร้างออกมาได้โดยไม่โดนเซ็นเซอร์ ไม่ใช่สร้างเพื่อความสะใจของตัวเอง ว่า กูแน่ กูนี่แหละติสต์
อ่านตั้งแต่ต้น แล้วยังครับ :09:
ตูพนันข้างไม่อ่าน
แล้วใครจะรับเป็นเจ้ามือล่ะเนี่ย คนแทงข้าง อ่าน ไม่มีเลย
:43:
ตอนนี้เห็นที่ Bangkok Code มีงาน "Free Thai Cinema Movement" "จากเซ็นเซอร์สู่เรตติ้ง ทางออกที่เป็นไปได้"
มีใครได้มามั่งรึเปล่าครับ เห็นตารางมีเสวนากัน วันนี้กับพรุ่งนี้
ถ้ามีใครมาช่วยเล่าให้ฟังมั่งนะครับ :42:
ขุด
http://stu45.com/forum/index.php?topic=1730.0
ใครอยากดู คราวนี้ได้ดูแล้วครับ
รีบหน่อยนะ
:25:
ว่าแต่ A49 lobby มันอยู่ที่ไหนอะคะ :16:
สุขุมวิท 26 มั้งครับ
เป็นบริษัทสถาปนิกขนาดยักษ์ของไทย
:46: ขอบคุณนะคะ :33:
ขุดฮะ
สำหรับคนที่อยากดูหนังเรื่องนี้ (โดยเฉพาะคนที่อยู่ในอังกฤษ)
จะฉายที่ BFI Southbank แถวๆ วอเทอร์ลู ตั้งแต่วันที่ 21กันยายน เป็นต้นไป
ตัวอย่างหนัง
http://www.dekretser.com/efliers/syndromes/trailer.html?eid=mayspace (http://www.dekretser.com/efliers/syndromes/trailer.html?eid=mayspace)
http://www.bfi.org.uk/whatson/releases/films/syndromes/ (http://www.bfi.org.uk/whatson/releases/films/syndromes/)
:42:
หรือไม่ก็มาแถววังหิน... :27:
ขุดจากลุงทอป
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5921607/A5921607.html
PANTIP.COM : A5921607 "ไม่มีคนไทยคนไหนอยากดูหนังของอภิชาติพงศ์หรอก"
และ "คนดูหนังส่วนใหญ่ไร้การศึกษา" นางลัดดา ตั้งสุภาชัย กล่าว [ภาพยนตร์]
อือ จะว่ายังไงดี :42:
อ่านจบแล้ว
ข้าพเจ้าหวังเพียงรอคอย ... :30:
ให้ยุคจูราสสิคหมดไป .....
อาเมน
เบื่อยุคจูราสสิกจริงๆ :05:
ตอบแบบนี้สมควรให้ไปเป็นแม่หมูแฮม :08:
หนังเค้าแรงจริงๆ
รู้สึกว่ามีอิกเรื่องนะครับนานแล้วที่แบนไม่ให้ฉายในไทย
โปสเตอร์ประมาณว่า มีชาย red neck คนหนึ่งนั่งบนไหล่องค์พระพุทธรูปเลยไม่ได้มาฉาย :05:
ไม่รู้จะโพสที่ไหนดี
ไม่ได้ดูการ์ตูนมานานแล้ว เพิ่งเห็นว่า เซ็นเซอร์บิกินี่ของนามิด้วย?
ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?
อ้างคำพูดจาก: น้องบวบ เมื่อ 08 ธ.ค. 2007, 09:50 น.
ไม่รู้จะโพสที่ไหนดี
ไม่ได้ดูการ์ตูนมานานแล้ว เพิ่งเห็นว่า เซ็นเซอร์บิกินี่ของนามิด้วย?
ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?
อย่าว่าแต่บิกินี่เลยครับขนาโดเรมอนยังโดนเซ็นเซอร์เลย :08:
http://www.onopen.com/2008/editor-spaces/2568
onopen.com - โอเพ่นออนไลน์ » อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล: ประเทศไทยก็เป็นแบบนี้?
เคยตีพิมพ์เมื่อตอนคดีนี้ยังร้อนๆ ใน Image
แต่เอามาลงเป็นเวอร์ชันออนไลน์ให้อ่านอีกที
แว่วว่าจะเอามาฉาย
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6422462/A6422462.html
ด่วน! "แสงศตวรรษ" ฉบับ "ผ่านการรับรองโดยผู้กำกับแล้ว" จะฉายเมืองไทยแล้ว แต่ทว่า....
ขอประมือให้กับระบบแบน+เซนเซอร์ ของไทยครับ - -'a
ทำได้......... มาก
น่าจับไป......มาก
อยากด่าว่าไอ้.....มาก
ขอบคุณครับ
ปล. อยากเติมอะไรเติมเลยฮะ :45: :45:
โอ้ว มีหม้อหุงข้าวด้วย
นี่คดีระดับโลกเลยนะ
งง ครับ ไม่เข้าใจเรื่องราวเลย
ภาษาอังกฤษตรึม