ผมเพิ่งซื้อรถมาได้3เดือน ซื้อมาไม่ได้ขับเองแต่เอาไว้ให้แฟนขับ (ไม่ใช่ใจดีหรอก .... จริงๆยังขับไม่เป็น)
ศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าแมวที่เลี้ยงไว้เกิดไม่สบาย ก็เลยว่าจะพากลับไปหาสัตวแพทย์ที่ใกล้บ้าน แฟนก็มารับแล้วก็ขับกลับ
ออกจากรพ.ตอน15.30น. ขับไปทางสุพรรณบุรี
16.10น. ขับถึงอำเภอเมือง แวะเติมน้ำมันสักหน่อย ก็เลยเติมน้ำมัน เบนซิน91 ตรงตามสเปกรถ แล้วก็ขับออกมา
ถ้าใครไปสุพรรณ คงเคยเห็นว่าข้างทางจะมีร้านขายของพวกขนมสาลี่ โมจิ มะม่วง ยาวเป็นทิวแถว
แฟนผมก็เอ่ยปากว่าน่าจะซื้อไปฝากคนที่โรงพยาบาลสักหน่อย ว่าแล้วก็เลือกร้าน แล้วก็จอดรถซื้อ
ร้านที่ว่านี้มียายแก่ๆคนนึงนั่งขายอยู่ หลังจากซื้อเสร็จ ฝ่าฝูงสุนัขของยายมาที่รถ
"พอมาถึง ผมไปเปิดประตูก่อนแฟนจะกดคลายล๊อค... รถร้องขึ้นมาสองครั้งแบบเวลาโดนงัด" ก็เลยต้องล๊อคใหม่แล้วคลายล๊อคใหม่ จากนั้นก็เข้าไปนั่งแล้วก็startเครื่อง
............................. แก๊ก.... รถไม่ติด
ลองสตาร์ทอีกสี่ห้าครั้งก็ไม่ติด เช็คดูความร้อนไม่ขึ้น ไฟในรถยังเปิดติดดี ลงจากรถไปเช็คหม้อน้ำ(ไม่ได้เปิด)ก็ไม่ค่อยร้อน แบตก็ไม่หลวม น้ำมันเบรคน้ำมันเครื่องก็อยู่ดีไม่มีรั่ว ฟิวส์ก็ไม่ขาด
..........
เหลือที่นึกออกแต่เช๊คไม่เป็นคือ สัญญาณกันขโมย
แฟนผมก็โทรหาเพื่อนที่รู้เรื่องรถ ถามดูว่าอาการเป็นจากอะไร หลังจากบอกอาการ เค้าก็ลงความเห็นว่าเกิดจากสัญญาณกันขโมยมันไปตัดระบบสตาร์ท ไม่งั้นก็เติมน้ำมันผิดไปเติมเอาพวกดีเซลมาแทนเบนซิน
.... ถึงตอนนี้ผมก็กลับเข้าไปในร้านแล้วก็ถามยายว่า "มีช่างซ่อมรถแถวนี้ไหมครับ"... จากนั้นก็ไปตามช่างมาซึ่งโชคดีคือ ช่างอยู่ห่างไปแค่กิโลเดียว
ระหว่างนี้แฟนเริ่มติดต่อไปตามที่ต่างๆที่ตอนซื้อรถเค้าบอกว่า "ติดต่อได้ตลอดเวลาถ้ามีปัญหา"
1. โทรไปศูนย์ซ่อม+ประกันรถเสีย ... ที่เค้าให้ไปเช็คระยะตามกำหนด(ถ้าไม่ไป เค้าจะตัดสิทธิ) ตอนนั้นเค้าบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรกับรถ ให้ตามเค้า ถ้าเรียกช่างข้างทางมาซ่อม จะถือว่าเราผิดสัญญา ศูนย์นี้บอกว่ารับแจ้งตลอด24ชม. มีสาขาทั่วประเทศล
ผล : มันบอกว่า จะรับเรื่องไว้ แล้วให้พรุ่งนี้เราหารถยก ยกไปที่ศูนย์โตโยต้าที่ใกล้ที่สุด แล้วติดต่อให้เค้าพากลับไปที่กรุงเทพ
2. โทรหาศูนย์โตโยต้า นี่ก็เหมือนกัน บอกว่ามีอยู่ทั่วประเทศ มีช่างตลอด24ชั่วโมง ถ้ามีอะไรต้องแจ้งเค้าก่อน ห้ามให้ช่างข้างนอกมาซ่อม
ผล : ในสุพรรณมีหลายสาขา ตอนแรกโทรไปสาขาใหญ่เค้าบอกว่าอยู่ไกลเกินไปให้โทรสาขาอื่น (สาขาใหญ่สุพรรณห่างจากรถผม10กิโล... สาขาอื่นประมาณ30กิโล) พอโทรไปโทรมาในที่สุดก็บอกว่าปิดแล้ว ช่างมีตลอด24ชั่วโมง แต่ทำงานเฉพาะ8-16น. ให้เราหาที่พักใกล้ๆแล้วพรุ่งนี้ค่อยเอารถไปเข้า ช่วงนี้ห้ามไปเข้าอู่ที่ไหน
3. โทรหาศูนย์ในกรุงเทพ ที่ไปซื้อรถมา
ผล : พอบอกว่าติดต่อในจังหวัดสุพรรณแล้ว เค้าก็บอกว่า ก็ทำตามนั้น แล้วพรุ่งนี้พอซ่อมแล้วให้เอารายละเอียดไปแจ้งที่กรุงเทพด้วย
3.5 โทรhot line toyota
ผล : ก็บอกให้เราเปิดสมุดหาสาขาสุพรรณ แล้วโทรไปตามนั้น ไม่มีคำแนะนำอื่น
4. โทรหาเซลล์ที่ขายรถ
ผล : ตอนแรกแนะนำให้โทรตามข้อ1-3.5 พอบอกว่าโทรแล้ว ก็บอกให้ตามช่างในอู่ใกล้ๆมาก่อน
.... เอ่อ คือว่าผมตามช่างมาเรียบร้อยแล้วครับ ช่างดูเสร็จแล้ว บอกว่าน่าจะเกิดจากสัญญาณกันขโมย
เซลล์ก็เลยติดต่อช่างของToyotaให้ จากนั้นก็คุยอาการกัน ให้ผมเช๊คเครื่องใหม่ทั้งหมด (ซึ่งเช็คไปตั้งแต่แรกแล้วทั้งเรื่องไฟเรื่องน้ำเรื่องแบตเรื่องฟิวส์)
หลังจากคุยกันอยู่นานร่วมชั่วโมง ช่างที่อู่ก็คงรำคาญ เลยให้เด็กเอาสายไฟมาแล้วก็จัดการจัมป์ไฟต่อสายตรงให้
เครื่องติด...... วิ่งได้ (แต่ถ้าดับเครื่องก็สตาร์ทไม่ติด)
ช่างในอู่เลยบอกว่า งั้นก็น่าจะเป็นเรื่องสัญญาณกันขโมย เพราะลักษณะการสตาร์ท ไฟมันไม่เข้าไดสตาร์ทแต่ว่าระบบไฟดี
ระหว่างลองเครื่อง สัญญาณกันขโมยก็ร้องแบบไม่มีสาเหตุหลายครั้ง
ผมบอกในสายกับทางเซลล์+ช่าง(ทางtoyota+ทางศูนย์) เค้าลงความเห็นว่า'ไม่น่าจะเกิดจากเครื่องมือผิดพลาด น่าจะเกิดจากใช้งานผิดวิธีอะไรซักอย่าง.... ช่างบ้านนอกจะรู้เหรอ'
วางจากสายของศูนย์ กลับมาคุยกับลุงช่าง ถามว่าแน่หรือเปล่าที่จะเกิดจากสัญญาณกันขโมย ... คำพูดที่ได้กลับมาทำให้ประทับใจครับ แกบอกประมาณว่า
ไม่ได้มีความรู้ทางเรื่องสัญญาณกันขโมยโดยตรง แต่จากการตรวจเช็คทุกส่วนเท่าที่ทำได้ขณะนี้ ไม่เจอความผิดปกติที่ไหน.... ดังนั้นคงบอกไม่ได้ว่าที่ช่างของศูนย์บอกนั้นจะจริงหรือไม่จริง
.... ได้ความรู้สึกเหมือนเจออาชีพที่ใช้คำว่า "วิชาชีพ" เลยครับ เพราะว่าช่างคนนี้ไม่ให้ร้ายใคร ไม่ว่าเครื่องไม่ว่าช่างคนอื่น ไม่ว่าช่างที่เช็คว่าไม่ดี ไม่ได้ว่ารถว่าห่วย...
ส่วนช่างที่โทรไปคุย เค้าก็พยายามซักถามแต่ว่า เราไปแต่งรถเพิ่มหรือเปล่า เช็คไฟเช็คน้ำหรือยัง บอกว่าเช็คแล้วก็ถามว่าเช็คถูกต้องไหม .... เรียกว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเลย
สุดท้ายจ่ายเงินค่าซ่อมไป200 (ผมว่าไม่แพงนะ) กลับมากรุงเทพฯ โทรติดต่อบริษัทสัญญาณกันขโมย
ฟังดูง่ายครับ แต่กว่าจะติดต่อได้ ต้องติดต่อดังนี้
ติดต่อศูนย์ - ไม่รับสาย สงสัยปิดแล้ว
ติดต่อศูนย์ที่ไปซื้อ - อ๋อ เราแค่เอาเครื่องมาติดให้ครับ ต้องโทรไปที่บริษัทสัญญาณกันขโมยโดยตรง ลองถามเซลล์ที่ซื้อรถด้วย
ติดต่อเซลล์ - ...... เซลล์ก็ให้เบอร์หัวหน้าช่างมา
หัวหน้าช่างสัญญาณกันขโมย - ให้เบอร์ลูกน้อง ให้เรานัดแนะเวลา
ช่างสัญญาณกันขโมย - งั้น10โมงหรุ่งนี้นะครับ ว่าแต่แน่ใจนะครับว่าเกิดจากสัญญาณ ผมว่าเอาไปเข้าศูนย์ก่อนถ้าไม่ใช่เรื่องเครื่องเดี๋ยวผมค่อยไปดู
ติดต่อศูนย์ที่ไปซื้อ - ตอนนี้ปิดแล้วครับ ต้องมาใหม่พรุ่งนี้ น้องบอกว่าถ้าดับเครื่องแล้วจะสตาร์ทไม่ติดพี่ก็ไม่มีที่จอดให้ น้องให้กันขโมยเค้าดูก่อนแล้วกัน ถ้าไม่ใช่ก็ให้เค้าต่อสายตรงแล้วเอามาที่ศูนย์
ช่างสัญญาณฯ - งั้น10โมงเจอกันครับ
ไร้สาระครับ เรื่องแค่นี้ก็โบ้ยไปมา :08:
สรุปสุดท้าย วันรุ่งขึ้นตรวจเช็คดู...... คิดว่าวงจรกันขโมยจะช๊อต ปิดคดี
เรื่องนี้ยาวนิดนึงนะครับ แต่ว่าให้ข้อคิดดีๆได้ข้อนึงคือ ถ้าซื้อรถมาแล้ว อย่าไปหวังลมปากของพวกศูนย์หรือพวกอู่เช็คระยะ
กรณีของผม ตอนก่อนซื้อก่อนทำประกันระยะ บอกตรงกันว่ามีช่าง24ชั่วโมง ... ที่ไหนได้ มี24ชั่วโมงจริง แต่ไม่ได้ซ่อมให้
รถยกก็มีให้เหมือนกัน แต่ต้องเสียเงินตามระยะ และต้องตามรถในเวลา
ได้เจอคำแนะนำห่วยๆคือ รถเสียสตาร์ทไม่ติด "ห้ามซ่อมก่อน" ถ้าไปให้ช่างที่อื่นซ่อมถือว่าเราทำผิด
คำถามของช่างบางคน ถามแบบจับผิดตลอด... จะให้เราสารภาพให้ได้ว่าพอเอารถจากศูนย์ไปแล้ว มีไปตกแต่งเข้าอู่ที่ไหนไหม ฮั่นแน่ มีแล้วไม่ยอมบอกใช่ไหม เห็นไหมล่ะรถเสียเลย
ซึ้งครับ เป็นบทเรียนที่ดีทีเดียว
ปล. โชคดีที่เซลล์ที่ซื้อรถด้วย มีservice mind คอยช่วยติดต่อประสานให้คนที่เกี่ยวข้องตลอด
ปอ. โชคดีที่ไปเจอช่างดีๆ .... อู่ไทยเจริญยนต์ ห่างจากอ.เมืองสุพรรณ 15กิโลครับ
ปฮ. โชคดีที่รถเป็นไม่มาก ก็เลยไม่ค่อยเดือดร้อนแถมได้รู้ว่าtoyotaสมคำร่ำลือจริงๆ
ปA. ระหว่างการซ่อม2ชั่วโมง แมวนอนนิ่งไม่ร้องซักแอะ.... พอรถออกตัวก็วิ่งพล่านทั่วรถเลย
:41: ยาวดีจริง
toyota สมคำร่ำลือ :39:
่ที่บ้านผมใช้ toyota ทุกคนนะ แต่ยังไม่เคยมีปัญหาแบบนี้
โบ้ยไปโบ้ยมา น่าเกลียดจรืงๆ
ทุกรายล่ะครับ ที่จะต้องโดนคำถาม...แบบนั้น
เฮ้อ :01:
ตอนอยู่เมืองไทยตูเคยเจอที่ล็อคเกียร์เสีย :30:
ยี่ห้อดังๆนั่นแหละ โชคดีจอดรถทิ้งไว้ในตึกชื่อดัง
ที่มีฟิตเนตแถวสีลม เค้ามีกฎว่าห้ามจอดค้างคืน
เลยเดินไปบอกยามดีๆ ยามยืนยันว่ายังไงก็จอดไม่ได้
คุยกันอยู่นาน ตูเลยบอกว่า งั้นจะมาช่วยตูเข็นขึ้นออกจากตึกไหมล่ะ
(จอดรถอยู่ใต้ดิน ต้องวนๆ ตั้งหลายชั้นกว่าจะออกมาได้ :30:)
ยามไปดูแล้วก็เลยบอกว่า งั้นคงต้องรายงานหัวหน้า
พอตูเจอหัวหน้ายาม หัวหน้ายามเห็นตูก็บอกว่าตามสบายเลยครับ
จริงๆ มันเกรงใจหัวหน้าตู :30:
วันต่อมาต้องไปตามช่างจากสมุดหน้าเหลือง
มาตัดที่ล็อคเกียร์ให้ กว่าจะตัดได้ สองชั่วโมง :08:
แข็งแกร่งสมคำล่ำลือจริงๆ :30: :07: :05:
ปัดความรับผิดชอบ :39:
เวลาไปตามต่างจังหวัด(บ้านนอกนั่นเอง)
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมมีร้านเปลี่ยนรับเปลี่ยนกระจกเป็นระยะๆ
เพราะจะโอกาสที่รถคันหน้า จะเหยียบก้อนหิน แล้วปลี้นมาโดนกระจก แล้วกระจกแตก นั้นมันมีอยู่ครับ
แต่โอกาสน้อยมาก แทบจะไม่พอให้ประทังชีวิตของช่างข้างทาง
ดังนั้นเค้าจึงทำให้โอกาสมันมากขั้น โดยเป็นการโยนหินตัดหน้ารถซะเอง
แป๊ะ!!! กระจกร้าวไปทั้งแผ่น เนื่องจากเป็นกระจกนิรภัยเวลาแตก มันจะร้าวไปทั่วแผ่น
เหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นกับ ครอบครัวผม บนสายเอชีย
ทั้งๆที่รู้ว่า มีวิธีหากินแบบนี้มาตั้งนาน จากคำบอกเล่า ของคนรู้จัก
แต่ก็หาวิธีป้องกันได้ยากยิ่ง เพียงแต่คิดในใจว่า ถึงคราวของเราแล้ว และ มองโลกในแง่ดีว่า
อาจเป็นก้อนหินจากรถคันหน้าก็ได้มั้ง
ขับรถแบบชลอๆ ไปไม่ถึง สองร้อยเมตร ก็พบร้านเปลี่ยนกระจก ...เอวังด้วยประการฉะนี้
ทุบรถ ออกทีวีเลยครับ {หมีโหด}
ส่วนใหญ่สัญญาณกันขโมย ที่แถมมามันจะไม่ค่อยดีนะครับ
เห็นเป็นกับหลายยี่ห้อเหมือนกัน พี่สาว ใช้ แจส ก็เป็น ดังเอง ล็อคได้ไม่ได้บ้าง
เลยไปถิดที่เค้าแถมมาทอ้ง แล้วติดเองใหม่
ว่าแต่หมอแมว ใช้ โตโยต้า รุ่นไหนฮะ เนี่ย โชคดีที่เสียในบริเวณที่มีช่าง ไม่งั้นแย่แน่เลย :44:
เมื่อคืนรถพี่สาวแบตอ่อนสตาร์ทไม่ติด เลยลองจั๊มป์สายเข้ากับรถของพี่เขย ลองเท่าไหร่ก็สตาร์ทไม่ติด สุดท้ายเลยโทรเรียกช่างมาทำให้(รอมันไปชม.กว่า) ช่างมาถึงคีบ หนีบสองที แล้วก็สตาร์ทปุ๊บติดปั๊บ
ไม่เข้าใจทำไมเราถึงทำเองไม่ได้ :09:
หรือเป็นเพราะแบตในตัวรถยนต์อีกคันมันแรงไม่พอ?
หรือสายจั๊มป์ของเรามันไม่ดี ?
หรือฟ้าดินลงโทษไม่ให้ตูไปดูเรือควีนแมรี่ :05:
ข้อดีของระบบกันขโมมยที่ตัดการสตาร์ทคือ คุณโจรต้องเสียเวลามากๆเลยในการขโมย เพราะมันไม่ใช่แค่ต้องต่อสายตรง แล้วเครื่องจะติด
ข้อเสียคือเวลาที่มันรวนหรือระบบรวนมันจะทำให้เจ้าของปวดหัวเป็นไมเกรนไปเลย ยิ่งถ้าเป็นระบบที่ไปยุ่งกับพวกกล่อง อีซียู เวลาเสียลำพังแค่ตัวกันขโมยก็ดีไป แต่ถ้ามันพากล่อง อีซียูี เราไปด้วย รับรองว่าน้ำตาตก เพราะราคาของกล่องอีซียูไม่ใช่ถูกๆ แต่ก็มีอีกประเภทที่ไม่ได้ไปยุ่งกับกล่อง อีซียู ของรถ แต่อาศัยการตัดไฟเข้าระบบจุดระเบิดสำคัญของรถ
เมื่อเวลาที่ระบบทำงานปกติก็เหมือนมีเทวดาดูแลคุ้มครองรถเลยครับ แต่ถ้านานเข้าหรือวันดีคืนดีระบบกันขโมยเสียหรือรวนขึ้นมาก็จะเหมือนเจ้าของรถถูกปีศาจกลั่นแกล้งเลยทีเดียว เพราะจะมีกุญแจหรือมีรีโมตยังไงก็สตาร์ทรถไม่ได้ ความซวยเลยมาเยือนเจ้าของรถครับ
ทางที่ดีถ้าจะติดสัญญาณกันขโมยหรือระบบป้องกันการสตาร์ท ควรอ่านคู่มือหรือศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบของกันขโมยที่ติดตั้งให้ดีครับ วิธีการใช้ วิธีการใช้ขั้นสูง เช่น ถ้าเกิดการทำงานที่ผิดปกติของระบบ ท่านจะรีเซ็ทระบบเช่นไร
มันก็น่าเจ็บใจนะครับ รถยังใหม่ ตรวจเช็คก่อนใช้งานอยู่เสมอๆ เอาใจใส่ดีตลอด แต่ต้องมาเจอปัญหาที่คาดไม่ถึง แล้วมาเจอตอนที่อยู่นอกพื้นที่บริการอีก จะไปโทษที่เจ้าสัญญาณกันขโมยแต่เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะอุปกรณ์พวกนี้ยังไงก็ต้องมีวันเสียหาย แถมจะเสียก็ไม่เคยบอกให้รู้ก่อน
ยิ่งเราสะดวกสบายมากๆจากพวกสัญญาณกันขโมย ทั้งสั่งล็อกประตู สั่งตัดการสตาร์ท เราก็จะได้รับความลำบากเวลาที่มันเกิดเสียหายตามมามากด้วยเช่นกัน ฟังดูก็แฟร์ๆดีครับ
อ้างคำพูดจาก: i-Palm เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 13:48 น.
เมื่อคืนรถพี่สาวแบตอ่อนสตาร์ทไม่ติด เลยลองจั๊มป์สายเข้ากับรถของพี่เขย ลองเท่าไหร่ก็สตาร์ทไม่ติด สุดท้ายเลยโทรเรียกช่างมาทำให้(รอมันไปชม.กว่า) ช่างมาถึงคีบ หนีบสองที แล้วก็สตาร์ทปุ๊บติดปั๊บ
ไม่เข้าใจทำไมเราถึงทำเองไม่ได้ :09:
หรือเป็นเพราะแบตในตัวรถยนต์อีกคันมันแรงไม่พอ?
หรือสายจั๊มป์ของเรามันไม่ดี ?
หรือฟ้าดินลงโทษไม่ให้ตูไปดูเรือควีนแมรี่ :05:
ให้ผมเดานะ
ประการแรกปาล์มคีบสายพ่วงแบตฯแน่นหนาดีหรือเปล่า (ที่ขั้วแบตฯบางทีมันสกปรก คีบแล้วก็ขยับๆให้ดี)
ประการที่สองเวลาสตาร์ทรถให้ปิดแอร์หรือฮีทเตอร์ให้หมดเสียก่อน (ข้อนี้ก็สำคัญนะ ยิ่งในกรณีที่แบตฯหมดเกลี้ยง)
ประการที่สามสายพ่วงแบตฯเส้นเล็กไป (ถ้าช่างเอาสายพ่วงแบตฯของเขามาใช้ ก็น่าจะใช่ข้อนี้)
ประการที่สี่บางทีต้องสตาร์ทเครื่องรถคันที่นำมาพ่วงด้วย (เพื่อใช้กระแสจากไดร์ชาร์จมาช่วยในการสตาร์จของรถอีกคัน เนื่องจากรถอีกคันกินกระแสไฟเวลาสตาร์ทมากกว่า)
ปล.ไม่ได้เบิ้ลโพสนะครับ พอดีตอบแล้วปาล์มตัดหน้า
หมอแมว มีโชคเรื่องพวกนี้นtครับ ตั้งแต่กรณี มือถือ :35:
บ้านผม โตโยต้าทั้งบ้าน ไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้เหมือนกัน
คือปัญหา จู่ๆ มันก็เสีย เลยไม่ได้เจอการปัดความรับผิดชอบแบบนี้
ตามที่อ่านมา น่าปรบมือให้ลุงช่างคนนั้นจริงๆ นั่นแหละ
:12:
เขาว่ากันว่าในรถ 1000 คันป้ายแดง จะต้องมีโชคร้ายเสียสัก 2 คัน
แต่ข้อมูลยืนยันจริงๆ ผมก็ไม่รู้
ทุกยี่ห้ออาจจะเหมือนกันหมดนะครับหมอ
ไม่งั้นคงไม่มีกรณีเหลืออด ทุบรถโชว์ เผารถประจานกัน
ผู้บริโภคประเทศเรา ต้องวัดดวงกันทุกเรื่อง พับผ่า!
เรื่องความผิดปกติของรถที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมถือว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆครับ แต่เมื่อมีของมีตำหนิออกมา ถ้าเจอแล้วก็น่าจะต้องรับผิดชอบครับ
อย่างกรณีนี้ช่างก็เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ (ไม่รู้ใหม่จริงหรือเปล่า) แต่เปลี่ยนแล้วก็ใช้ได้ .... ก็ถือว่ายังดี
แต่ไอ้ตอนโบ้ยนี่เหลือเกินจริงๆ
ส่วนเรื่องที่มือถือก็เจอ รถก็เจอ ผมว่าเป็นโชคดีครับที่เจอในแบบเบาะๆ เลยทำให้ได้ฝึกซ้อมไว้ ถ้าคราวหน้าเจอแบบหนักๆจะได้ไม่ตกใจ
เพื่อนผมบอกว่า ข้อดีของคนใช้รถเก่าคือ จะได้เป็นช่างซ่อมรถไปด้วยโดยอัตโนมัติ :42:
อ้างคำพูดจาก: ชายหนุ่มริมคลอง เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 14:26 น.
เพื่อนผมบอกว่า ข้อดีของคนใช้รถเก่าคือ จะได้เป็นช่างซ่อมรถไปด้วยโดยอัตโนมัติ :42:
รถที่ผมใช้ปีนี้อายุครบ 15 ปีพอดี ไปร้านซ่อมบ่อยจนรู้จักช่าง
และรู้จักรถดีขึ้น ทุกครั้งที่ไป มันจะเสียโน่นเสียนี่ เสียนั่นตลอด
ไม่เคยพ่วงแบตก็ต้องเคย ไม่เคยไดสต๊าดเสียก็ต้องเคย
แอร์จู่ๆ ก็พัง อะไรอีกจิปาถะ
หมอครับ
เวลาไป ต่างจังหวัดไกลๆ
จอดรถเติมน้ำมันที่ปั๊ม หมอระวังด้วยนะครับ
อย่าจอดไกลตา อันตราย มีมิจฉาชีพ
หากินด้วยการมาทำอะไรรถเราสักอย่าง
พอออกจากปั๊มขับไปสักพักก็เสีย
ทีนี้พลเมือง(ทำ)เหมือนจะดี มาช่วยลาก
ช่วยไปช่วยมา รื้อเครื่องเราหมดเลย
คราวนี้ละเป็น เวรแน่แท้
หมอแมวเจ๋งจริงๆ ครับ
มีแฟนคลับด้วย
อ้างคำพูดจาก: ชายหนุ่มริมคลอง เมื่อ 21 ก.พ. 2007, 14:26 น.
เพื่อนผมบอกว่า ข้อดีของคนใช้รถเก่าคือ จะได้เป็นช่างซ่อมรถไปด้วยโดยอัตโนมัติ :42:
ถูกต้องเลยฮะ คันก่อนผมก็ 40 ปี
ตอนนี้ลดอายุมาคันใหม่เหลือ 10 ปี ก็ยังต้องซ่อม และก็ยังงงกับระบบมันอยู่เลย
แต่มันก็เรื่องปกตินะ ที่เราขับรถก็ควรจะรู้อะไรบ้างเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับรถที่เราขับ
เวลามีปัญหาจะได้รู้อาการ หรือจุดเสียก่อนบ้าง :22:
ถามไว้ประดับความรู้ครับ
ต้องดูแลรถยังไงมั่งครับผมรู้แค่ ล้างรถ เช็คลมยาง เติมน้ำกลั่น จบ :44:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 00:11 น.
ถามไว้ประดับความรู้ครับ
ต้องดูแลรถยังไงมั่งครับผมรู้แค่ ล้างรถ เช็คลมยาง เติมน้ำกลั่น จบ :44:
ป๋าไปซื้อหนังสือดูแลรถอย่างง่ายๆ ได้ครับ ตามร้านหนังสือ เค้าจะรวบรวมพวกปัญหาที่เจอบ่อยๆไว้ อ่านเรื่อยๆ ประดับความรู้ไว้ก่อน ต่อไปอันไหนตรงกะเราค่อยกลับมาอ่านอีกที
ส่วนเรื่องของหมอแมว ผมว่าศูนย์ไหนๆก็เห็นคนบ่นเรื่องการให้บริการนะครับ น่าเห็นใจผู้บริโภคชาวไทย รู้สึกว่าเราจะไม่ค่อยได้รับความคุ้มครองดีๆซักเท่าไหร่
ตาย ตาย
โบว์เป็นคนนึงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เข้าศูนย์ตลอด ต่อไปจะเป็นไงเนี่ย
พอไปติดแก็สมา มีอะไรก็ถามซารุตลอดเลย
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 00:11 น.
ถามไว้ประดับความรู้ครับ
ต้องดูแลรถยังไงมั่งครับผมรู้แค่ ล้างรถ เช็คลมยาง เติมน้ำกลั่น จบ :44:
อย่างพี่ใหญ่บอกไว้ก็ได้ฮะป๋า ซื้อหนังสือมาอ่าน
แล้วสิ่งที่ควรรู้ไว้บ้างอีกก็พวกอุปกรณ์ต่างๆ ในฝากระโปรงรถ
ว่าชิ้นนี้เรียกว่าอะไร เวลามีปัญหาเกิดขึ้น บางทีโทรปรึกษาช่าง เวลาเค้าแนะนำมา
เราจะได้รู้ว่าควรดู ควรเช็คตรงไหนยังไงก่อนตามคำแนะนำของช่างอะครับ
จำได้ว่าตอนขับน้องเต่า ขับๆอยู่ดับ ช่างให้เช็คปั้ม AC วนหาอยู่เกือบชั่วโมงว่ามันคืออันไหนหว่า
แล้วที่แน่ๆ อีกอย่างนึงก็ควรมีเครื่องมือพวก ประแจ ไขควง อุปกรณ์เปลี่ยนยาง ฯลฯ ติดรถไว้บ้างก็ดีฮะ
ง่ายๆ เลยในการเช็ครถเบื้องต้น มันก็จะมีแค่
น้ำยาหม้อน้ำ น้ำยาล้างกระจก น้ำมันเครื่อง
ลมยาง ระบบไฟเลี้ยวต่างๆ ก่อนออกจากบ้าน
แต่...เรื่องของหมอแมว เกินความคาดหมายไปนิด :08:
รถยนต์รุ่นใหม่ๆ แค่ปล่อยให้แบตฯหมดหรือเสื่อม หมดอายุการใช้งาน ก็รวนไปหลายส่วนเลยครับ ที่เจอมาก็พวกวิทยุเทป กระจกไฟฟ้า สัญญาณกันขโมย บลา บลา :39:
ที่บ้านใช้รถอายุ 66 ใช้วันนึงซ่อมไปหลายวัน
อู่เนี่ยซี้กันเลย
อ้างคำพูดจาก: jeepjunior เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 09:01 น.
ที่บ้านใช้รถอายุ 66 ใช้วันนึงซ่อมไปหลายวัน
อู่เนี่ยซี้กันเลย
ซื้อมาสองเดือนกว่าเองเนี่ยนะ.... :08:
ที่บ้านใช้ โตโยต้ามาสองคัน ซ่อมหลายรอบแล้ว
เพราะว่ามันอายุมันก็ 7 ปีได้...เหอๆ :02:
อีกคันวิ่งดี อึด แต่พี่บอกว่าไม่ค่อยเกาะถนน
เพราะรถมันทรงสูงแล้วไม่กว้าง...(ผมไม่รู้เลย เพราะขับไม่เกินแปดสิบสักที :25)
นอกนั้นใช้อีซุซุครับ พ่อกับแม่ชอบไม่เคยมีปัญหากับช่างด้วย
ไอ้เรื่องศูนย์โตโยต้านี่ไม่รู้เป็นนโยบายหรือเปล่า บริการห่วย
ช่างซักด้วย...เคยโดนเหมือนกันครับ
เอารถไปซ่อมเพราะว่าจอดไว้นานมากๆ(เป็นเดือน) มันก็พังสิครับ
ท่านก็ถาม ฯลฯ ผมก็บอกว่าก็จอดไว้เฉยๆ ไม่ได้เอาไปแต่งด้วย
(หน้าอย่างกูจะแต่งรถไปอวดใครวะ...)
พอตอนซ่อม แม่งก็จะให้เปลี่ยน เปลี่ยน เปลี่ยน...เซ็งมาก
เลยบอกว่าถ้าพังขนาดนั้น ผมจอดไว้บ้านดีกว่า...แม่ง :13:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 00:11 น.
ถามไว้ประดับความรู้ครับ
ต้องดูแลรถยังไงมั่งครับผมรู้แค่ ล้างรถ เช็คลมยาง เติมน้ำกลั่น จบ :44:
แบตรุ่นใหม่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นแล้วลุง ในคู่มือรถจะบอกละเอียดว่าเราควรเช็คอะไรบ้างเมื่อถึงเวลา หรือระยะทางเท่าไหร่ เอารถเข้าศูนย์ก็ง่ายดีเป็นการตัดปัญหา แต่เวลาที่ศูนย์บอกว่าต้องทำโน้นทำนี่ ก็พิจารณาดูก่อนว่ามันโอเคหรือเปล่า เพราะศูนย์ชอบให้ทำอะไรเยอะแยะ บางอย่างจำเป็นบางอย่างไม่จำเป็น
เรื่องความห่วยของศูนย์ ตูเจอบ่อย ครั้งล่าสุด ที่ Honda ศรีอยุธยา เข้าไปล้างตู้แอร์ พอเอารถออกมา ลองปรับแอร์ให้มันเป่าเท้า ปรากฏว่าไม่มีลมออกมา เลยขับรถกลับไปที่ศูนย์อีกครั้ง บอกปัญหาเจ้าหน้าที่ มันเลยไปดูที่รถ เอาหัวหน้าไปดูด้วย
{หมีโหด} น่าจะเป็นที่แรงดันลมไม่พอ
:07: ถ้ามอเตอร์ดันลมแรงไม่พอทำไมตอนเปิดให้เป่าด้านบนมันถึงแรง
หัวหน้ามันเอามือไปอัง ๆ ด้านล่าง แล้วบอกว่า
หัวหน้า {หมีโหด} ก็นี่ไงมีลมออกมา มันก็ปกติดีนิ
:07: จะปกติได้ไง เวลาพี่ขับรถพี่จะเอาเท้าแหย่เข้าไปในช่องนั้นเพื่อรับลมด้วยหรือ(ใต้คอนโซล)
{หมีโหด} ปกติศูนย์เราประกันการซ้อม 6 เดือนนะ
:07: ก็นี่ไง รถผมซ่อมแล้ว ไม่ปกติเนี่ย จะแก้ไขยังไง
{หมีโหด} ก็มันเป็นแบบนี้ทุกคันแหละพี่ พี่คิดไปเองหรือเปล่า
:07: :07: :07: (คิดในใจ ตูจะชกหน้ามันดีมั๊ย) ผมใช้รถคันนี้มาหลายปีแล้ว ผมรู้ดีว่าปกติกับผิดปกติมันยังไง
ตอนนั้นเสียงเริ่มดัง คนเริ่มหันมาดู โมโหมากถึงมากที่สุด ควันออกหู ให้บังเอิญว่ามีรถรุ่นเดียวกันจอดอยู่ เลยขอเจ้าของรถเพื่อทดสอบ ว่าลมที่มันไปออกที่เท้ามันแรงแค่ไหน
:07: น้อง ๆ มาดูเลยมา ว่าปกติมันเป็นยังไง รถผมก่อนซ่อมมันเป็นแบบนี้แหละ ทำให้เหมือนเดิม
{หมีโหด} ครับพี่เดี๋ยวเรียกช่างมาดูให้ (ทำหน้าจ๋อย ๆ)
ช่างมาดูไม่ถึง 5 นาที ปรากฎว่าตอนประกอบมันทำไม่เรียบร้อยมีฟองน้ำไปดูตรงช่องลมที่เป่ามาที่เท้า ลมมันเลยออกมาเบา
ตอนหลังมี Call Center โทรมาถามความพึงพอใจ ก็บอกไปว่าเรื่องอื่นดีหมด ไม่ว่าการต้อนรับ มีหนมกิน มีข้าวต้ม มีอินเตอร์เน็ตให้ปั่นบอร์ดระหว่างรอ เสียอย่างเดียว QC ห่วย และไม่ยอมฟังลูกค้า (มันอ้างเหตุผลร้อยแปดเพื่อจะบอกว่าปกติ ตูเลยต้องบอกว่า น้อง ๆ ถึงพี่จะไม่ใช่วิดวะเครื่องกล แต่ไม่ใช่น้องจะมามั่วได้นะ)
สรุป ถ้าทุกคนพยามโบ้ย เราต้องพยามโวย อย่าไปยอมมัน แต่โวยแบบสุภาพ เสียงดัง ๆ หน่อย :22:
(แต่ถ้าเราผิด หรือเข้าใจผิดก็อย่าลืมขอโทษ :43:)
เพิ่มเติมอุปกรณ์ที่ควรมีในรถ- สายพ่วงแบต ไว้กรณีแบตหมดจะได้พ่วงกับแบตคันอื่นเพื่อสตาร์ทได้
- แม่แรงและอุปกรณ์ติดรถ ไว้ยกรถเพื่อเปลี่ยนยาง
- ยางอะไหล่ เอามาเช็คลมบ้างนะ เพราะเวลาจะใช้จริงมันอาจจะแบนอยู่ :08:
ผมเพิ่งเปลี่ยนแบตลูกใหม่ไป 1800
ยังเปิดดูน้ำกลั่นปกติ ยังไม่เคยใช้แบบไม่ต้องเติม
รถปิคอัพ ถ้าแบตหมด อย่าไปขอพ่วงจากเก๋งนะครับ
เขาว่า ทำให้แบตเก๋งพังได้
ใครรู้จริงเรื่องนี้ มายืนยันได้ไหมครับ
^
^
^
คนข้างบนคะ
ขอเรียนถามหน่อยค่ะว่า หากเป็น "มอเตอร์ไซด์ฮ้าง" เสียละคะ
จะหยะจะได๋
............
แบตรถยนต์ไม่ว่าเก๋งหรือปิกอัฟ อายุการใช้งาน ไม่น่าเกิน หนึ่งปีกับ หก เดือนนะคะ
แต่หากซื้อมาได้สองเดือนแล้วมีปัญหา
น่าจะเคลมได้
อ้างคำพูดจาก: ดาราราย เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 11:39 น.
^
^
^
คนข้างบนคะ
ขอเรียนถามหน่อยค่ะว่า หากเป็น "มอเตอร์ไซด์ฮ้าง" เสียละคะ
จะหยะจะได๋
............
แบตรถยนต์ไม่ว่าเก๋งหรือปิกอัฟ อายุการใช้งาน ไม่น่าเกิน หนึ่งปีกับ หก เดือนนะคะ
แต่หากซื้อมาได้สองเดือนแล้วมีปัญหา
น่าจะเคลมได้
ทิ้งครับ :04:
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 11:19 น.
ผมเพิ่งเปลี่ยนแบตลูกใหม่ไป 1800
ยังเปิดดูน้ำกลั่นปกติ ยังไม่เคยใช้แบบไม่ต้องเติม
รถปิคอัพ ถ้าแบตหมด อย่าไปขอพ่วงจากเก๋งนะครับ
เขาว่า ทำให้แบตเก๋งพังได้
ใครรู้จริงเรื่องนี้ มายืนยันได้ไหมครับ
เสียมั้ยไม่น่าจะเสียนะพี่ แต่ที่เคยทำมันจะไม่ติดเลยอะครับ เหมือนไฟมันไม่พอ
ืางที่ดีควรเป็นรถแบบเดียวกันดีกว่า จำได้ว่าเก๋งเคยสตาร์ทไม่ติด เอากระบะ มาจั๊มแบตก็ใช้ได้
แต่เค้าก็บอกว่าไม่ดี เพราะไฟของกระบะมันแรงกว่า อาจทำให้ของเก๋งพังได้ คือพอติดปุ๊ปก็เอาออกเลย ไม่ควรแช่ไว้
อันนี้เอามาฝาก พึ่งรู้เหมือนกัน เรื่องการจั๊มแบต ขับรถมาไม่เคยจั๊มเองเลยแฮะ :08:
อ้างอิงพ่วงแบตแล้วสตาร์ทไม่ติด เป็นเพราะ พ่วงบวกไปบวก และ ลบไปลบ ซึ่งช่างบอกว่า เป็นวิธีที่ถูก .... แต่ผิด งง :09:
ช่างเลยแจงว่า การพ่วงแบต ถ้าพ่วงแบบนั้น รถที่เอามาพ่วงอาจจะสตาร์ทไม่ติดไปด้วยเพราะ แบตลูกที่หมด จะดูดไฟฟ้าจากลูกที่มีมาไว้ที่ตัวเอง
แต่ตัวเองเก็บประจุไฟไม่ได้ สุดท้าย แบตลูกที่ดีก็จะหมดตาม
วิธีพ่วงที่ถูกคือ บวกไปบวก ส่วนลบจากลูกที่ดี ให้เอาสายอีกข้างไปแตะที่เครื่องเลย เพราะสายนั้นเป็นสายดิน ถ้ายิ่งใกล้ไดชาร์ทได้ยิ่งดี
ไฟมันจะวิ่งตรงไปที่ไดชาร์ทไม่ลงแบตลูกที่เสียและจะสตาร์ทติดเลย
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 11:19 น.
ผมเพิ่งเปลี่ยนแบตลูกใหม่ไป 1800
ยังเปิดดูน้ำกลั่นปกติ ยังไม่เคยใช้แบบไม่ต้องเติม
รถปิคอัพ ถ้าแบตหมด อย่าไปขอพ่วงจากเก๋งนะครับ
เขาว่า ทำให้แบตเก๋งพังได้
ใครรู้จริงเรื่องนี้ มายืนยันได้ไหมครับ
ผมก็ไม่ใช่ผู้รู้จริงนะครับ แค่พอรู้บางเรื่อง คือไดร์สตาร์ทของรถปิคอัพจะมีอัตราบริโภคกระแสสูง
กว่ารถเก๋งเครื่องเบนซินครับ ดังนั้นเวลาที่เอาไปพ่วงแบตฯกับรถเก๋ง จะทำให้แบตฯรถเก๋งต้องจ่ายกระแส
ไฟออกมาสูงมากๆ ยังผลทำให้ขั้วและแผ่นธาตุของแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกติมาก หรือบางทีไม่
สามารถจ่ายให้พอกับความต้องการ จึงทำให้พ่วงแล้วไม่ติด แต่ทำให้แบตเตอรี่รถเก๋งไฟอ่อนหรือไฟหมด
ได้
อีกประเด็นหนึ่งคือขนาดของสายพ่วงรถเก๋ง ไม่ควรที่จะเอาไปใช้พ่วงให้รถกระบะ เพราะสายไฟมันเล็ก
อาจร้อนจัดจนเปลืกสายไฟละลายได้
รถเสีย แย่พอๆกับ ปากเสีย เลยเนอะ :35:
อ้างคำพูดจาก: -ae- เมื่อ 22 ก.พ. 2007, 09:54 น.
แบตรุ่นใหม่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นแล้วลุง ในคู่มือรถจะบอกละเอียดว่าเราควรเช็คอะไรบ้างเมื่อถึงเวลา หรือระยะทางเท่าไหร่ เอารถเข้าศูนย์ก็ง่ายดีเป็นการตัดปัญหา แต่เวลาที่ศูนย์บอกว่าต้องทำโน้นทำนี่ ก็พิจารณาดูก่อนว่ามันโอเคหรือเปล่า เพราะศูนย์ชอบให้ทำอะไรเยอะแยะ บางอย่างจำเป็นบางอย่างไม่จำเป็น
ลุงแอ๊ะครับ ผมเคยใช้ครับแบตไม่เติมน้ำกลั่น ไม่ต้องเติมจริงๆครับ แต่มันบอกให้มาเติมน้ำยาทุกๆประมาณ 1 ปี.... สุดท้ายต้องไปให้มันเติมน้ำยาเสียเงินเพิ่ม(ปกติแบตไม่เติมน้ำกลั่นก็แพงกว่าปกติอยู่แล้วด้วย) สู้แบตธรรมดาเติมน้ำกลั่นเองอย่างมากก็ 3 เดือนเติมที เหมือนเติมน้ำ ไม่ยากหรอก น้ำกลั่นก็ขวดละ 10 บาทเอง ทำเองดีกว่าครับ ไม่ต้องขับรถไปอู่ให้มันเติมน้ำยาเสียเงินเพิ่ม
ของตูเสียแล้วทิ้งเลยอะ เปลี่ยนก้อนใหม่ :08:
โว้ววววว รวยครับลุง
แบตก้อนนึงหลายตังค์อยู่นะครับ บริจาคผมก็ได้ เดี๋ยวเอาไปเติมน้ำกลั่นเอง
ปล. สำหรับคนยังไม่รู้ แบตเก่าเสีย เอาไปขายต่อได้ครับ ขายที่อู่นั่นแหละ ให้เค้าหักลบกับแบตใหม่ได้เลย
แบตที่ไม่เติมน้ำกลั่นหมายถึง "แบตแห้ง" หรือเปล่าครับ
มันอันเดียวกันไหมครับ เคยได้ยิน? หรือมันหมายถึง แบตน้ำกลั่นหมดหว่า :09:
ต้องถามเฟริน
^
^
พี่เฟริน นี่ความรู้จากประสบการณ์ตรงเลยนะเรื่องนี้ :02: :02:
ของเฟรินนี่ใช้แบตอะไรล่ะ
ถ่านไฟฉายตรากบ ไม่ก็ แมวลอดบ่วง
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 25 ก.พ. 2007, 13:01 น.
ถ่านไฟฉายตรากบ ไม่ก็ แมวลอดบ่วง
มิหน้าถึงพูดไม่หยุดเหมือนหายใจทางผิวหนัง อ๊บๆ
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 24 ก.พ. 2007, 13:29 น.
แบตที่ไม่เติมน้ำกลั่นหมายถึง "แบตแห้ง" หรือเปล่าครับ
มันอันเดียวกันไหมครับ เคยได้ยิน? หรือมันหมายถึง แบตน้ำกลั่นหมดหว่า :09:
ใช่ครับ
ส่วนน้ำกลั่นหมด
แบตแห้งเหมือนกัน แต่พัง ครับ :30:
น้ำกลั่ย :09:
เช้านี้สงสัย เมาจริงๆ :44:
เมื่อเช้าเอารถเข้าศูนย์ เปลี่ยนพวกยางซีลด์ต่าง ๆ ค่าแรง + ค่าอะไหล่ ประมาณ 9000 :44:
เดือนนี้ได้ลดน้ำหนักสมใจแน่ :08:
เปลี่ยนตามอายุการใช้งานหรือเปลี่ยนตามสภาพครับ ผมยังมองข้อดีของการเอารถเข้าศูนย์ว่าเราถูกเอา
เปรียบน้อยที่สุด แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงก็ตามที แต่ไม่ใช่ว่าอะไรๆก็วิ่งเข้าศูนย์นะครับ ถ้ามี
ปัญหากับระบบสำคัญๆผมแนะนำให้เข้าศูนย์ แต่ถ้าเป็นเรื่องยุบยิบไม่ได้ร้ายแรงมากก็เข้าอู่ที่พอไว้ใจไ้้ด้ครับ
ต้องเข้าใจครับว่ามี รถ มีแต่ ลด สมชื่อๆจริงๆ :42:
เปลี่ยนยางที่ห้องเกียร์ และก็ยางบ้าบออะไรอีกไม่รู้รอบเครื่อง ประมาณเกือบ 10 จุด ตามอายุการใช้งาน แสน กิโล (กี่ k หว่า)
ไม่อยากเข้าอู่ข้างนอก แต่จริง ๆ ใช่ว่าศูนย์จะไว้ใจได้นะ เหมือนที่เคยโพสต์ไว้ แต่ตอนนี้ยังหาอู่ที่ไว้ใจไม่ได้ :16:
อืม! คงเป็นยางรองแท่นเครื่องด้วยมั้งครับพี่ เพราะยังไงทำแล้วก็เปลี่ยนซะทีเดียว จะได้ไม่ต้องเสียค่าแรงสองครั้ง พวกลูกยางหรือยางรองบางทีเรามองดูว่ามันยังดีอยู่ แต่พวกนี้มีอายุครับ รูปร่างหน้าตาดีแต่คุณสมบัติในความเป็นยางมันเริ่มหมดไปครับ มันจะแข็งตัวและไม่ยืดหยุ่นๆ แทนที่จะซับแรงสั่นสะเทือน มันก็จะช่วยเพิ่มแรงสั่นสะเทือนแทนครับ
แต่อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับ ตัวแปรสำคัญคือ เวลา ส่วนปลีกย่อยก็สภาพแวดล้อม ถ้าพี่เป็นคนใช้รถบ่อยใช้ปีครึ่งพี่ได้แสนกิโลแล้ว แล้วสภาพยางรองเครื่องยังเนียบแล้วมาเปลี่ยน แบบนี้เสียดายของครับ คืออะไรๆก็ยึดแต่ระยะไมล์ของรถ ผมว่ามันก็ไม่ถูกนัก ต้องคำนึงถึงระยะเวลาด้วย
อืมมมนะ น่าคิดข้อมูลเป็นประโยชน์ +1 :45:
ไม่รู้เรื่องเลย ขับเป็นอย่างเดียว :33:
แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าบ้านเดียวกับคุณริมคลอง
เดี๋ยวถ้ามันง๊องแง๊ง แล้วจะเข็นไปฝากผีฝากไข้นะ :33:
ยางรองผมยังไม่ได้เปลี่ยน
แต่ไดสต๊าด เพิ่งพังไป
เข็นกระตุกเอา :05:
ขอใช้กระจู๋หมอแมวคุยเรื่องนี้ละกันนะ :35:
เมื่อวานไปเอารถ มีการเปลี่ยนพวกชีลด์ต่าง ๆ อย่างที่ว่า รวมทั้งยางรองแท่นเครื่องหน้าและหลัง ผมออกมาน่าสะพรึงกลัวมาก กลับรถกลับบ้าน รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงพวงมาลัย และเสียงแบบอื้อ ๆ เข้ามาในห้องโดยสาร และอีกปัญหาคือ ได้ยินเสียงอึกอัก กุกกัก ที่ซุ้มล้อด้านซ้าย เหมือนมีอะไรไปเบียดอยู่ เวลารถวิ่งที่ขรุขระ ตอนแรกนึกว่ายางแบน ลงไม่ดูก็ไม่เจออะไร :14:
อีกปัญหาหนึ่งคือรถเสียศูนย์ กินขวา และพวงมาลัยเบี้ยว เช้านี้เลยเอาไปเข้าศูนย์อีกรอบ ซึ่ง Honda ทำให้ตูผิดหวังอีกรอบที่ทำงานไม่เรียบร้อย แต่ดีหน่อยว่าคราวนี้คนรับรถไม่มาเถียงว่าพี่รู้สึกไปเองหรือเปล่า
ขอแนะนำว่าก่อนเอารถไปซ่อม หรือเข้าศูนย์ให้สังเกตรถตัวเองดี ๆ ว่าเดิมเป็นแบบไหนอยู่ เมื่อไปเอารถก่อนออกจากศูนย์ หรืออู่ ก็ซักไซ้ไล่เลียงให้ดีว่าทำอะไรบ้าง อย่างไร ถ้าให้ดีได้ลองขับตอนที่เจ้าหน้าที่อยู่ด้วย
สรุปค่าใช้จ่าย 12,500 :01: :01: :01:
หมื่นสองพันห้าร้อย
เข้ามาปาดเหงื่อ
:05:
อะคาร์ ปรมาลาภา :46:
การไม่มีรถ เป็นลาภอันประเสริฐ :42:
ไม่มีรถสาวไม่ชอบนะ {หมีโหด}
เอก็ไม่ชอบ :27:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 28 ก.พ. 2007, 10:44 น.
ไม่มีรถสาวไม่ชอบนะ {หมีโหด}
70% จริง :01:
แต่เห็นเพื่อนมีแล้วก็นะ :39: กินแกลบทุกเดือน
ถ้าชอบเราเพราะ option เสริม
อย่ามีซะดีกว่านะ :42:
งั้นเอากางเกงในออกไปเลย
ตัวเปล่าๆ เลยชิมิ :27:
ขอแค่แอบดู :25:
:26:
มีรถเก่าอย่างตูสาวก็ไม่ชอบ :42:
ปิคอัพเก่าๆ ยิ่งแล้วใหญ่
เผื่อมีตกหล่นข้างทางจะได้เก็บขึ้นรถ :02:
น้องๆ บ้านน้องอยู่แถวไหนนะ เดี๋ยวพี่เดินไปส่ง :35:
ถ้ามีรถแต่เก่าหนูก็โอเคนะ
แต่มอไซค์ นี่ไม่เอาไม่ไหวๆๆ
อยู่ดีๆพาเราไปเช็คเครื่องใต้ท้องรถ10ล้อทำไงหล่ะ :03:
แต่หมอแมวดูจะถูกโฉลกกับเรื่องพวกนี้นะคะ เห็นเจอบ่อยจัง :21:
ป้ากิ้วก็เปิดศูนย์โตโยต้านะอยู่ทีสุราษ'ตอนแรกก็ตกใจหมดเห็นสุสุเหมือนกันนึกว่าเอาแล้วป้าตูสร้างวีรกรรมอันน่าประทับใจกับลูกค้าซะแล้ว
แต่พอดีไม่ใช่รอดตัวไป :35:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 28 ก.พ. 2007, 10:44 น.
ไม่มีรถสาวไม่ชอบนะ {หมีโหด}
:05: ช้านก็มีรถนะ แต่....ไม่เห็นสาวชอบเลย
มาอัพเดทข้อมูลการซ่อมเพิ่มเติม
1.รถสั่น ช่างบอกว่าได้ปรับยางรองแท่นเครื่องใหม่ (อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน)
2.เสียงดังกุกกัก ๆ ไม่ได้มีใครไปแอบอยู่ในซุ้มล้ออย่างที่ตูคิด แต่เป็นเพราะขันน๊อตช่วงล่างไม่แน่น ๆ :14: :14:
3.รถเอียงขวา (สงสัยเป็นพวกหัวเก่า) ได้ตั้งศูนย์ใหม่ให้
จะคิดว่าบริการตูในข้อ 3 600 กว่าบาท คนโทรมายังไม่ทันได้พูดจบ (เลยไม่รู้ว่ากว่าไปเท่าไหร่) ตูบอกว่าไม่ได้สั่งซ่อมใหม่นะเฟ้ย แต่มันเป็นปัญหาที่เกิดต่อเนื่องจากที่ตูเอารถไปให้ซ่อม จะมาคิดค่าใช้จ่ายได้ไง สาวคนที่โทรมาเลยให้คุยกับหัวหน้า เสียงในโทรศัพท์บอกว่า คุณพี่เปลี่ยนแค่ซีลห้องเกียร์ มันไม่น่าจะเกี่ยวกับศูนย์ถ่วงของรถนะ นึกฉุนในใจ จะไปรู้ได้ไงฟ่ะว่าเปลี่ยนซีลกับพวกยางรองแท่นเครื่องมันจะมีผลอะไรหรือเปล่า เลยตอบไปว่ารถก่อนเข้าศูนย์ ปล่อยมือขับวิ่งได้สบาย นอนหลับยังได้เลย แต่พอให้คุณซ่อม มันจะวิ่งชนขอบกำแพงกั้นทางด่วนเอา และครั้งนี้ได้เห็นความรับผิดชอบของ Honda (ไม่รู้เพราะรำคาญตูหรือเปล่านะ) บอกว่าเพื่อความสบายใจของลูกค้า จะยกเว้นค่าใช้จ่ายส่วนนี้ (ตอนนั้นคิดในใจถ้าตูต้องจ่ายอีก 600 จะไม่เข้าไปใช้บริการศูนย์ศรีอยุธยาอีก เพราะจ่ายไปหมดตัวแล้ว)
ไปรับรถมา อาการที่ว่ามาหายหมด รถกลับมานิ่ง เงียบ และแรงเหมือนเดิม :22:
(รถแสนกิโล ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา สาหัสจริง ๆ รายการเปลี่ยนเยอะแยะไปหมด รถใครที่วิ่งถึงแล้วก็เตรียมตังค์ไว้ให้ดี :39:)
อ้างคำพูดจาก: -ae- เมื่อ 01 มี.ค. 2007, 07:53 น.
มาอัพเดทข้อมูลการซ่อมเพิ่มเติม
1.รถสั่น ช่างบอกว่าได้ปรับยางรองแท่นเครื่องใหม่ (อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน)
2.เสียงดังกุกกัก ๆ ไม่ได้มีใครไปแอบอยู่ในซุ้มล้ออย่างที่ตูคิด แต่เป็นเพราะขันน๊อตช่วงล่างไม่แน่น ๆ :14: :14:
3.รถเอียงขวา (สงสัยเป็นพวกหัวเก่า) ได้ตั้งศูนย์ใหม่ให้
จะคิดว่าบริการตูในข้อ 3 600 กว่าบาท คนโทรมายังไม่ทันได้พูดจบ (เลยไม่รู้ว่ากว่าไปเท่าไหร่) ตูบอกว่าไม่ได้สั่งซ่อมใหม่นะเฟ้ย แต่มันเป็นปัญหาที่เกิดต่อเนื่องจากที่ตูเอารถไปให้ซ่อม จะมาคิดค่าใช้จ่ายได้ไง สาวคนที่โทรมาเลยให้คุยกับหัวหน้า เสียงในโทรศัพท์บอกว่า คุณพี่เปลี่ยนแค่ซีลห้องเกียร์ มันไม่น่าจะเกี่ยวกับศูนย์ถ่วงของรถนะ นึกฉุนในใจ จะไปรู้ได้ไงฟ่ะว่าเปลี่ยนซีลกับพวกยางรองแท่นเครื่องมันจะมีผลอะไรหรือเปล่า เลยตอบไปว่ารถก่อนเข้าศูนย์ ปล่อยมือขับวิ่งได้สบาย นอนหลับยังได้เลย แต่พอให้คุณซ่อม มันจะวิ่งชนขอบกำแพงกั้นทางด่วนเอา และครั้งนี้ได้เห็นความรับผิดชอบของ Honda (ไม่รู้เพราะรำคาญตูหรือเปล่านะ) บอกว่าเพื่อความสบายใจของลูกค้า จะยกเว้นค่าใช้จ่ายส่วนนี้ (ตอนนั้นคิดในใจถ้าตูต้องจ่ายอีก 600 จะไม่เข้าไปใช้บริการศูนย์ศรีอยุธยาอีก เพราะจ่ายไปหมดตัวแล้ว)
ไปรับรถมา อาการที่ว่ามาหายหมด รถกลับมานิ่ง เงียบ และแรงเหมือนเดิม :22:
(รถแสนกิโล ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา สาหัสจริง ๆ รายการเปลี่ยนเยอะแยะไปหมด รถใครที่วิ่งถึงแล้วก็เตรียมตังค์ไว้ให้ดี :39:)
รวมๆ ราคาแล้ว ดาวน์รถใหม่ได้คันนึงละมังนี่
เรื่องการเอารถเข้าศูนย์นี่ผมไม่เคยเลย (หรือเพราะไม่เคยขับรถใหม่มัง)
มีความรู้สึกว่า ศูนย์มัน เอะอะอะไร ก็จับเปลี่ยนๆ เลยมาหาช่างประจำข้างนอกดีกว่า
สบายใจ อันไหนใช้ได้เค้าก็ให้ใช้ไปก่อน จนมันไม่ไหว จริงๆ ค่อยเปลี่ยน
ค่าแรงก็ถูกกว่าศูนย์ เป็นกันเองมากกว่า (ซ่อมเช้า ตกเย็นกินเบียร์กับช่างต่อ) :42:
ตอนนี้ซื้อคันใหม่มาก็มือ 2 :08: แต่วิ่งไป 7 หมื่นโลเองแฮะ รถปี 97
ของพี่แอ๊ะรถอะไรหรอฮะ ซื้อมานานยัง วิ่งไปแสนกว่าแล้ว
รถผมซื้อมาก็เปลี่ยนนู่นนี่ไป หมื่นกว่าเหมือนของพี่แอ๊ะ เหมือนกัน (ของผมเค้าให้เช็คทุก 7 หมื่นโลแฮะ)
รายการคล้ายๆ กับของพี่แอ๊ะเลย ของผมก็มีพวกยางแท่นเครื่อง ยางหุ้มเพลา ผ้าเบรค
ตอนนี้เหลืออีกอย่างยังไม่ได้ทำเพราะตังหมด :05: คือโช๊คหน้า
ขับแล้วเหมือนมีไก่อยู่ในซุ้มล้อ ดัง กุ๊ก ๆ ๆ ตลอด :08:
อ้างคำพูดจาก: พี่ใหญ่จังโฮะโฮะโฮะ เมื่อ 01 มี.ค. 2007, 02:47 น.
:05: ช้านก็มีรถนะ แต่....ไม่เห็นสาวชอบเลย
หัวอกเดียวกันเลยฮะพี่ใหญ่ :05:
Honda งูเห่า ปี 2001 ครับ รถใช้มา 6 ปี ผมวิ่งออกต่างจังหวัดบ่อย กลับบ้านทีก็เป็นพันโลแล้ว
ตอนใช้นิสสันก็เหมือนกัน ช่วงแสนกิโล มันจะมีรายการเปลี่ยนพวกพวกอะไหล่ต่าง ๆ เยอะมาก ไม่ว่าพวกยางหุ้มเพลา สายพาน หรือพวกปั๊ม ส่วนของ Honda จะเพิ่มพวกสายพานไทม์มิ่งเข้ามา ซึ่งที่แสนกิโลก็ร่วม ๆ 1-2 หมื่น แล้วแต่เราว่าจะทำหรือไม่ทำ ซึ่งผมยึดตามหนังสือคู่มือเป็นหลัก เพราะรถเสียซ่อมได้ คนเสียซ่อมยาก ยิ่งต้องใช้รถทุกวันถ้าเจอปัญหาน้อย ๆ รถเสียบนทางด่วน ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเจอทำให้เกิดอุบัติเหตุนี่แย่เลย
ผมชอบเข้าศูนย์นะ ทั้ง ๆ ที่เพื่อน ๆ และคนอื่น ๆ บอกว่าช่างศูนย์ห่วย และทำงานไม่ค่อยรับผิดชอบ ขอให้เสร็จไปที เคยตั้งใจว่าพอรถหมดประกันแล้วจะไม่เข้าศูนย์ แต่บอกตามตรงว่าไม่ไว้ใจยิ่งกว่า ไม่ว่าเรื่องอะไหล่ว่าเอาอะไรมาใส่ให้เรา หรือทำให้เรียบร้อยดีจริงหรือเปล่า อย่างน้อยที่ศูนย์มันมีการบันทึกข้อมูลที่ชัดเจน ผมใช้รถจะเน้นปลอดภัย ส่วนค่าใช้จ่ายถือว่าแลกกับความมั่นใจว่ารถมีสภาพพร้อมที่ใช้งานเสมอ รถเป็นหนี้สินครับ :16:
ตอนผมใช้นิสสันเคยมีปัญหายางหุ้มเพลาขาด เลยไปให้อู่ข้างนอกดูให้ ทำเสร็จคิดตังค์ ผมมาสังเกตว่าทำไมยังมีคราบน้ำมันกระเด็นมาติดที่ข้าง ๆ ล้ออีก เลยเอารถเข้าศูนย์ (นิสสัน หัวหมาก) เขาเอารถไปเช็ค และเรียกผมให้ไปดูด้วย ปรากฎว่า ยางหุ้มเพลาเนี่ยรุ่งริ่งอยู่เลย :08:
แนะนำว่าการเข้าศูนย์ให้คุยปรึกษากับช่าง หรือวิศวกรโดยตรง จะดีกว่าคนรับรถ เพราะจะให้คำแนะนำได้ดีกว่า
ศูนย์ก็ชอบให้เปลี่ยน
ช่างซ่อมห่วยๆ ก็มากมายบนโลกนี้
ถ้าเจอช่างดีๆ ก็ซ่อมกับช่างผมว่าสบายใจกว่าครับ
ป..ล.คงยากแหล่ะ ขนาดญาติผมเองมันยังโกงกันได้ :07:
ว่าแต่พี่แอ๊ะบ้านอยู่แถวไหนฮะ เผื่อแนะนำอู่ให้ :42:
ลุงแอ๊ะเคยบอกว่าทุ่งรัวสิต :25:
อ้างคำพูดจาก: -ae- เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 08:44 น.
พึ่งย้ายที่ซุกหัวนอน จากรังหนูในกรุง ไปอยู่กลางทุ่งรังสิต
(http://img2.f0nt.com/18/0e4a447ab9d5398bbb6a45e46a523e4f.jpg)
อันนี้ภาพสโมสร หมู่บ้าน มีสระว่ายน้ำใหญ่มาก แต่ห้ามลงเล่น (มีฉลาม)
(http://img2.f0nt.com/18/b358f249f714d92ae30a68d47fe7ef49.jpg)
ภาพบ้านหลังน้อย ๆ เนื้อที่สวนไม่อาจเทียบเท่าบ้านพี่อ๋า แต่ทางเข้าไม่ซับซ้อนเป็นเขาวงกต (ซอยบ้านผมยังว่างอีก 2 หลังใครสนใจไปเป็นเพื่อนบ้านก็เชิญน่า :12:)
บ้านจริงกับรูปที่โชว์ในเว็บไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่ :09:
http://f0nt.com/forum/index.php?action=dlattach;topic=7589.0;id=10702;image
หมาดๆ เลยครับ
พ่อและแม่ผม ขับรถจากชุมพร
จะขึ้นมากรุงเทพ ยางระเบิดแถว อ.ท่าแซะ
โชคดีที่ขับมาไม่เร็ว
ตอนนี้รอเปลี่ยนยางอยู่
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 01 มี.ค. 2007, 09:58 น.
ศูนย์ก็ชอบให้เปลี่ยน
ช่างซ่อมห่วยๆ ก็มากมายบนโลกนี้
ถ้าเจอช่างดีๆ ก็ซ่อมกับช่างผมว่าสบายใจกว่าครับ
ป..ล.คงยากแหล่ะ ขนาดญาติผมเองมันยังโกงกันได้ :07:
ใช่ ๆ เปิดท้ายรถมาเจออะไหล่ที่ช่างเปลี่ยน ยังกะชิ้นส่วนของยานอวกาศ :14: (ดูจากในรายการยังไม่รู้เลยว่าเป็นชิ้นไหน)
บ้านผมอยู่แถวคลองสี่ครับศักดิ์ ตามที่โอเอ้ได้เอามาประจาน แต่ทำงานแถวสาทร ถ้ามีทั้ง 2 ระแวกเลยก็ดี :22:
(วันก่อนลองไปเข้าศูนย์ Honda ลำลูกกา การตอนรับดูแล ไม่ได้เลย สู้ศูนย์สาทร กับศรีอยุธยาไม่ได้ เลยไม่ได้ใช้บริการ)
ข้อเสียอย่างนึงของช่างศูนย์ก็คือ ถ้าคิวยาวเมื่อไร เราอาจได้รับผลจากการรีบซ่อมรีบทำครับ เพราะฉะนั้นเวลาเจอช่างซ่อมรถช้าๆ ก็อย่าไปเหมารวมว่าเขาซ่อมไม่เก่งนะครับ การซ่อมที่ดีต้องใช้เวลาพอสมควร ไม่ใช่ซ่อมเสร็จแล้วส่งรถเลย แต่ต้องลองขับเช็คอาการดูด้วย
การซ่อมช่วงล่างถ้าทำไม่ดีจะอันตรายมาก ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบและอย่าละเลยต่ออาการผิดปกติไปจากเดิม แม้จะเล็กๆน้อยๆก็ห้ามหยวน ยิ่งได้ยินเสียงผิดปกติ หรือส่งผลต่อการบังคับรถ ยิ่งอันตราย ต้องรีบกลับไปให้ช่างตรวจเช็คใหม่โดยด่วน ซึ่งพีแอ๊ะทำถูกต้องแล้วครับ
ส่วนเรื่องของศูนย์รถ หากพวงมาลัยของท่านเกิดกินซ้ายหรือกินขวาผิดปกติไปจากเดิม อาจมีความผิดปกติมาจากยางหรือระบบคันชัก คันส่ง ปีกนก ลูกหมาก หรือแค่การถอดล้อสลับยาง ก็ล้วนแต่ส่งผลกับศูนย์รถได้ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับความสึกหรอของอุปกรณ์ที่กล่าวมา ถ้ายังสึกหรอปกติตามการใช้งาน เอาไปเข้าศูนย์ทำการถ่วงล้อ ตั้งมุม ใหม่ ก็ช่วยให้กลับมาเป็นปกติได้ครับ :22:
โซนบ้านพี่แอ๊ะ ไม่มีอู่จะแนะนำเลยฮะ
ถ้ารถยุโรปก็พอมี :44:
ที่ว่างบ้านข้างๆว่างอยู่สองหลังนี่ เท่าไรครับเนี่ย
แบบว่าประเป๋าไม่หนักพอ ไปอยู่ไม่ได้หรือเปล่าครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: มุมมืดของสังคม เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 16:54 น.
ที่ว่างบ้านข้างๆว่างอยู่สองหลังนี่ เท่าไรครับเนี่ย
แบบว่าประเป๋าไม่หนักพอ ไปอยู่ไม่ได้หรือเปล่าครับ :25:
ตามนี้ครับ http://f0nt.com/forum/index.php?topic=7589.msg444993
สองล้านกว่าเหรอครับเนี่ย...ผ่อนจนลูกโต :05:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 28 ก.พ. 2007, 10:44 น.
ไม่มีรถสาวไม่ชอบนะ {หมีโหด}
จริงเหรอหมี ตูไม่มีรถ :25:
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 28 ก.พ. 2007, 10:44 น.
ไม่มีรถสาวไม่ชอบนะ {หมีโหด}
คงจะจริงครับที่ผู้หญิงชอบผู้ชายมีรถ....สาเหตุเพราะ ส่วนหนึ่งผู้หญิงไม่สามารถซ่อมรถเองได้ครับ เนื่องจาก...
(http://i2.tinypic.com/2zejpg5.jpg)
:04:
ลูกโป่งน้ำรึนั่น :08:
:30:
สงสัยสาวเจ้าต้องซื้อ 4WD แบบยกสูง :30: :30: :30:
เบนซ์
อ้างคำพูดจาก: มัม เมื่อ 28 ก.พ. 2007, 11:15 น.
มีรถเก่าอย่างตูสาวก็ไม่ชอบ :42:
รถเก่าไม่น่าจะเกี่ยว
รถเก่าสภาพดีเห็นสาวจองกันให้ตรึม
ถ้าเราระลึกอยู่เสมอว่า รถเราคือเครื่องบินปีกหมุน
นั่นหมายความว่า เมื่อออกบินแล้ว ห้ามเสียหรือมีปัญหาเด็ดขาด
..
รถคันแรกที่ซื้อหามาด้วยเงินของตัวเองได้ คือ อัลฟ่า โรมิโอ จูเลียตต้า
เทคโนโลยี่สูงแต่มีความสมบูรณ์ จะใช้งานได้ดีกว่ารถที่เรียบง่ายแต่บกพร่อง
จะว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ แต่มันสอนให้ผมดูแลรถคันต่อๆ มาได้อย่างดี
การดูแล รวมทั้งการใช้งานที่ถูกต้องทั้งหลายแหล่นั้น มีอยู่ในคู่มือประจำรถ
ส่วนมากไม่ค่อยอ่านกัน หรือไม่สนใจ หรือไม่มี ทำหาย ไม่เปิดอ้างอิงปฏิบัติ
เรื่องง่ายๆ แต่สำคัญแก่ชีวิต บนความเร็วสูง อาทิ เช่น ..
ความดันลมยางที่สัมพันธ์กับน้ำหนักบรรทุก และสภาพพื้นผิวสัมผัสของถนน
มีผลกับการบังคับ อายุช่วงล่าง ความปลอดภัย และการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นอย่างยิ่ง
รถทุกคันที่ผมใช้ ผมแทบจะท่องได้ และระลึกอยู่เสมอ เมื่อต้องเดินทางไกลในย่านความเร็วสูง
ความดันลมยาง และตัวแปรอื่นๆ ไม่ได้มีเพียงค่าเดียว เลือกใช้ให้เหมาะสม จะถนอมทั้งเงินและชีวิต
..
เลือกคนก่อน เลือกยานพาหนะทีหลัง
ผมหาช่าง หาสังกัด หาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน จึงค่อยหารถ
เครื่องยนต์ทุกชนิดมีอายุใช้งาน ต้องดูแลสม่ำเสมอ ที่บอกว่ารถญี่ปุ่นซ่อมถูกกว่านั้น ไม่จริง
ถ้าซ่อมง่ายกว่าล่ะก็ใช่ แต่ต้องเทียบกับอายุการใช้งาน ระยะทาง ความเร็ว และประสิทธิภาพด้วย
เมื่อเข้าตารางวิเคราะห์กันด้วยวิธีทางวิศวกรรมแล้ว รถยุโรปมือสองที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ คุ้มค่ามากกว่า
ฮอนด้า โตโยต้า มาสด้า นิสสัน เท่าที่ผมใช้มา พิสูจน์ได้ว่า ค่าซ่อมบำรุง/กิโลเมตร/ความเร็ว สูงกว่ารถยุโรป
ปัญหาจุกจิกทำให้ต้องจ่ายทีละน้อยๆ พลอยรำคาญ ค่าซ่อมถูก? แต่ภารกิจที่เสียหายมีค่ามากกว่านั้นหลายเท่า
ผมบอกช่างเสมอว่า ทำยังไงก็ได้ แต่ห้ามเสียตอนกำลังตะกายสู่ก้อนเมฆเด็ดขาด ไม่งั้นผมจะเอาหัวโหม่งโลก
รถญีปุ่นที่ดีก็มีนะครับ พอๆ กะรถฝรั่งที่ห่วยแตก คำถามในห้วงคำนึงของผมมีอยู่ว่า ถ้าให้เลือกรถสักคันในงบเท่ากัน
เพื่อขับไปบนถนนรอบโลก แบบไม่ต้องซ่อมบำรุงอะไรระหว่างทาง และไม่ต้องดับเครื่องกันเลย ผมไม่เลือกรถญี่ปุ่น
..
ปีใหม่นี้ ผมจะไปแม่ฮ่องสอนเลาะชายแดนพม่าอีกครั้ง ที่นั่นไม่มีอะไรให้พึ่งพา
รถหนึ่ง คนหนึ่ง หมาหนึ่ง จะไปกันแบบนันสตอป เพื่อทดสอบความเชื่อถือระหว่างกัน
ความเชื่อถือระหว่างมนุษย์และจักรกล เราควรให้ความสำคัญ เพราะนั่นหมายถึงชีวิต