ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: GAGABOY (S) เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:01 น.

ชื่อเรื่อง: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: GAGABOY (S) เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:01 น.
วันนี้ผมมาในรูปของ GAGABOY The Singulality of the singular

ผมอยากที่จะเริ่มต้นคำถามแบบนี้   
"ภาษาพูดกับภาษาเขียนเป็นภาษาเดียวกันหรือเปล่า"


ภาษาพูด ที่เราใช้พูดกันในชีวิตประจำวัน กับ ภาษาเขียน ที่เราใช้เขียนลงไปในกระดาษ เราสามารถเรียก
มันว่าเป็นภาษาเดียวกันได้หรือไม่ ? แน่นอน ในแง่หนึ่งมันมีความแตกต่างทางด้านการใช้อยู่อย่างแแน่นอน
ระหว่างภาษาที่ใช้พูดกับภาษาที่ใช้เขียน ในการที่มันต่างก็เป็นการใช้ทักษะทางภาษาหรือเป็นการใช้ทักษะ
ในการถ่ายทอดภาษาที่แตกต่างกัน ระหว่าง การพูด กับ การเขียน  แต่ อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้ว เรา พูด ในส่ิงที่
จะพูดออกไป ซึ่งมันขึ้นอยู่กับไหวพริบปฏิพานของการ ที่เรา จะ "พูด"ออกไปตรงนั้น แต่ เมื่อกลับมามองใน
สิ่งที่เกิดขึ้นกับการเขียนเอง เรากำลังเขียนสิ่งที่เราพูด หรือ กำลังเขียนสิ่งที่กำลังจะเขียน ผมคิดว่า
ปรากฏการณ์ ตรงนี้ชัดเจนโดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาษาที่เราเรียกว่าภาษา ทางการ หรือ ราชการ
(หรือ จะให้เรียกว่าภาษา โดยไม่ปกติ ของ พนักงานของรัฐก็ว่าได้) ตามที่แล้วแต่จะเรียกตรงนี้ บนพื้น
ฐานของการเขียนเองมันมีพื้นฐานของสิ่งเหล่านี้เองกำกับอยู่ และแตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในการพูด
และตรงนี้ยิ่งชัดในสิ่งที่เรารวมเรียกมันว่า "ภาษาไทย" (โดยเฉพาะในตัวอย่างที่ผมยกไปข้างบน) สิ่งผม
สงสัยก็คือ เราไม่ได้กำลังเขียนในสิ่งที่เราจะพูด และสิ่งที่เขียนเอง ก็ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่พูด เรา
เขียนก็เพราะเรากำลังเขียน (หรือ พิมพ์ ก็ตามแต่) และมันกลับมาในสิ่งที่ผมถามเราใช้ภาษาเดียวกันอยู่
หรือมันเป็นคนละภาษากัน  เพราะการพูดและการเขียนในหลาย ๆ ครั้ง มันไม่เคยเลยที่่จะมีหรือใช้ใน
ความหมายเดียวกัน หรีอว่าในที่สุดแล้วสองอย่างนี้ต่างก็มีอิสระจากกันและกัน และ ต่างก็มีภาษาและ
การใช้ภาษาของตัวมันเอง แต่มันก็อาจที่จะกล่าวแก้ได้ว่าคุณค่าของการเขียนเองแตกต่างจากคุณค่า
ของการพูดเป็นสองด้านของเหรียญที่ไม่มีวันแยกออกจากกัน  แต่ สิ่งที่เรามักจะทำกับการเขียนคือเรา
ทำราวกับว่าการเขียน ไม่มีีค่าอะไรมากกว่ามันเป็นเพียงเงาสะท้อนของคำพูด หรือว่าในที่สุดแล้วการ
เขียนก็คงจะหายไปในการพูด เพราะสิ่งที่ถูกอย่างไม่มีค่ามากอะไรไปกว่าสิ่งที่จะถูกพูดในที่สุด ซึ่งในที่
สุดสิ่งที่ถูกอ่านก็ยังจะคงหายไปในสิ่งที่ถูกพูด คุณค่าของการเขียนไม่เคยถูกทำให้แสดงตัวของมันเอง
ออกมา สิ่งที่ถูกเขียน (หรือ (ตัว) พิมพ์) จะมีคุณค่าเพียงแค่วัตถุของการมองผ่าน เพราะมันไม่มีคุณค่า
อะไรนอกจากวัตถุสำหรับการถูกอ่าน ....... แล้ว เรา กำลังทำอะไรกันอยู่กับสิ่งที่ เรา ทำ (และผม
ที่กำลังเรียนรู้ที่จะทำ)

GAGABOY
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:03 น.
เว้นบรรทัดหน่อย จะลดอาการปวดหัว ตาลายได้ครับ   :08:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ยัง มี พุง เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:04 น.
นี่ตูงง รึ ตูโง่ รึตูเบลอมากไปเนี่ย :01:

เท่าที่รู้ ตูไม่ค่อยเขียน

และที่สำคัญ ... ช่วยสื่อเป็นภาษาง่ายๆให้ตูได้มั้ย? :01:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: •หมูหมู•™ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:09 น.
ที่คุยๆกันในบอร์ดนี้ ถ้าออกแนวเล่นๆ
จะเป็นภาษาพูดเยอะเลยแหละ

ถ้าเป็นทางการขึ้นมาหน่อยก็จะใช้ภาษาเขียน

:31: :31:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:10 น.
ไม่เหมือนกันค่ะ

ตอบแค่คำถามข้างบนนะ ข้างล่างเขียนเป็นพรืด ตาลาย
ซึ่งสาวกเคยแนะนำวิธีเขียนไปแล้วในจู๋ปวดหัว1

ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:10 น.
เห็นด้วยว่า
ภาษาพูด ไม่เท่ากับภาษาเขียน
และนี่ก็เป็นตัวอย่างนึงว่า สิ่งที่เจ้าของกระทู้เขียนคือการนำเอาภาษาพูดมาเป็นภาษาเขียน พอทำอย่างนี้มันก็เลยมีสำนวนเพิ่มขึ้นมา มีรูปประโยคที่เราใช้เฉพาะการพูดมาโผล่ในประโยคเขียน
ดังนั้นอ่านแล้วอารมณ์เสียเลยครับ  :30:

เดี๋ยวจะขอเปลี่ยนให้เป็นภาษาเขียน
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:11 น.
เขียนได้ไม่น่าอ่านมากๆ
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:13 น.

ถ้าพูดออกมาจะไม่ตาลาย แต่หนวกหู

ถ้าเขียนจะไม่หนวกหู แต่ตาลาย  {หมีโหด}

จริงๆ แล้ว ภาษาพูดกับเขียน ไม่ต่างกัน เพียงแต่การเขียน ไม่มีการ react กลับมาอย่างฉับไวขนาดนั้น แล้วเรายังสามารถเรียบเรียงคำพูดที่เราเขียนไปแล้วอีกทีหนึ่งทำให้มีความสละสลวยถูกต้อง

มากกว่าพูดจิ๊ดนึง

ซึ่งจะดีกว่านี้มากถ้าพยายามแนว โดยการแบ่งให้มันอ่านง่ายนิดนึง

ซึ่งมันจะทำให้รู้ว่าได้ตรวจทานหรือผ่านการอ่านมาบ้างแล้วในระดับหนึ่ง  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: GAGABOY (S) เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:14 น.
วาว คุณ "หมอแมว" มองเห็นวาระซ่อนเร้นในกระทู้ของผมด้วย ขอคาราวะ :46: ด้วยใจจริง
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: •หมูหมู•™ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:15 น.
เฮ้อ..

ถ้าใครไม่เข้าใจโปรดกลับไปอ่านใหม่นะครับ  {หมีโหด}




-----------
ล้อเล่นน่ะ  :33:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:20 น.
อ้างคำพูดจาก: Sub-Zero™ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:15 น.
เฮ้อ..

ถ้าใครไม่เข้าใจโปรดกลับไปอ่านใหม่นะครับ  {หมีโหด}




-----------
ล้อเล่นน่ะ  :33:

:30:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:21 น.
ผมเข้าใจว่าไม่ใช่แค่หมอแมวนะครับที่ดูออก :42:
แต่.. :42:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:22 น.
:42:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:23 น.
 :42:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:37 น.
อันนี้ผมแปลนะครับ สีม่วงคือข้อความที่ถูกแปล


วันนี้ผมมาในรูปของ GAGABOY The Singulality of the singular

ผมอยากที่จะเริ่มต้นคำถามแบบนี้
"ภาษาพูดกับภาษาเขียนเป็นภาษาเดียวกันหรือเปล่า"

ขอเปลี่ยน
"ภาษาพูดกับภาษาเขียนเป็นภาษาเดียวกันหรือเปล่า"

ภาษาพูดที่เราพูดกันทุกวัน กับภาษาเขียนที่เขียนลงกระดาษ เป็นภาษาเดียวกันหรือไม่
ที่จริงแล้วสองอย่างนี้มันมีความแตกต่างกันอยู่ทั้งในลักษณะการใช้งานและต่างกันในแง่วิธีการสื่อ
เพราะอย่างเรื่องการพูด สิ่งที่เรากำลังพูดมักเป็นสิ่งที่เรียบเรียงจากสมองออกไปในเวลานั้น จึงมักเป็นการใช้ไหวพริบประกอบด้วย(ไม่ใช่ใจความที่ต้องการสื่อแต่อย่างเดียว)
...
พอมองย้อนกลับมา ผมเลยมองว่า ตกลงเรากำลังเขียนสิ่งที่กำลังจะพูด หรือว่า เขียนสิ่งที่กำลังจะเขียน
อย่าเพิ่งงงครับ ผมกำลังจะอธิบายต่อ
เรื่องนี้ยกตัวอย่างได้ชัดเจนในการใช้ภาษาราชการซึ่งมันก็เป็นภาษาไทย ซึ่งพอไปดูกันจริงๆ เวลาข้าราชการเขียนหรือพิมพ์เอกสารราชการออกมาฉบับนึงส่งผู้ใหญ่... ก็ไม่ได้เหมือนกันกับเวลาข้าราชการไปพูดเรื่องเดียวกันนี้กับผู้ใหญ่
ซึ่งไม่เหมือนนี้ ไม่เหมือนทั้งคำที่ใช้และเนื้อหาบางส่วนทั้งที่กำลังพูดเรื่องเดียวกันอยู่!!!   

ที่ผมสงสัยก็คือ ตกลงแล้วภาษาเขียนและภาษาพูด เป็นภาษาเดียวกันหรือคนละภาษาไปเลย
มีบ้างไหมที่ภาษาเขียนและพูดมีรูปแบบเดียวกัน หรือว่ามันมีอิสระจากกัน
อย่าลืมนะครับ รูปแบบที่ว่านี่ผมไม่ได้พูดถึงแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่หมายถึงวิธีคิดวิธีสื่อสารด้วย!!!
ในสิ่งที่ผมสงสัยนี้ก็ยังมีข้อแย้งจากบางคนว่า ที่จริงแม้มันจะไม่เหมือนกัน แต่ทั้งภาษาเขียนและภาษาพูดก็เป็นอีกด้านหนึ่งของกันและกัน
.....
แต่ผมขอแย้งกลับว่าแล้วถ้ามันเป็นอีกด้านหนึ่งของกันและกัน แต่ทำไมสิ่งที่เราทำกับการเขียนจึงเป็ฯเช่นปัจจุบัน นั่นคือทำให้การเขียนเป็นเหมือนกับแค่เงาสะท้อนของคำพูด.... หรือใช้ภาษาเขียนด้วยคำเดียวกับภาษาพูด
เมื่อเป็ฯเช่นนั้นการอ่านก็เปลี่ยนไป แทนที่จะเป็นการ"อ่าน"งานเขียนแล้วคิดต่อเติม ก็กลายเป็นการ"ฟังด้วยสายตา"


ดังนั้น ผมขอคัดค้านการใช้ภาษาวิบัติ และอยากให้ทุกคนตั้งใจในการเขียนให้มากขึ้น ให้การเขียนเป็น"การเขียน"จริงๆ


GAGABOY







ผมแปลได้แบบนี้ครับ ไม่รู้ตรงหรือเปล่า
ปัญหาคือ ผมเข้าใจสิ่งที่คุณสื่อครับ
แต่การเขียนตัวเล็กไม่เว้นวรรค มันทำให้อ่านยากมากครับ
....
แถมถ้านั่นเป็นสิ่งที่คุณจงใจก็คือ "เขียนเลียนแบบการพูด"
คุณเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องทีเดียวครับ.... เหมาะแก่การกล่าวสุนทรพจน์เป็นอย่างยิ่ง  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:42 น.
ฮ่ะ  :42: ~
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:45 น.
ครับผม  :07:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 15:52 น.
อ่านของหมอแมวแล้วค่อยรู้เรื่องขึ้นมาหน่อยนึง

แต่ก็ยืนยันคำตอบเดิมว่าไม่เหมือนกัน
ภาษาที่ใช้ในการพูด จะเรียบง่ายและกระชับกว่า
เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องบรรยายสิ่งแวดล้อม
หรือชักจูงให้เกิดจินตนาการเท่างานเขียน
ที่ต้องปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ร่วม

เว้นแต่การสื่อสารในระบบตอบโต้ถึงแม้จะเป็นงานเขียน
แต่ก็เน้นสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย

ถ้าภาษาพูดเหมือนภาษาเขียน
เพชรพระอุมา คงมีแค่ครึ่งเล่มจบแน่ๆค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:04 น.


พระเอกรักนางเอก เข้าป่า หาสมบัติ เจอ จบ  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:10 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:04 น.

พระเอกรักนางเอก เข้าป่า หาสมบัติ เจอ จบ  {หมีโหด}


บุญคำแอนด์เดอะแก๊งไม่ต้องเจอกันเลยเรอะ
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:13 น.
หยิ่ง ไม่อ่าน
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:23 น.


ไม่เคยอ่านเพชรพระอุมา  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:24 น.
  ผมกำลังเขียนในสิ่งที่ผมคิดครับ แต่ไม่ค่อยได้เอาไปพูด  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:32 น.
แม่ผมอ่านนนน  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: อิ๋งงิ้ง.. เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:34 น.
ตาลายค่ะ  เห็นด้วยกับคุณ slaveofann  ค่ะ
พอมาอ่านที่แปลแล้วค่อยเข้าใจขึ้นมาบ้าง
หลังจากที่เขางอกอยู่นานสองนาน

ภาษาพูดกับภาษาเขียน  เหมือนกันตรงที่ใช้ในการสื่อสารเช่นกัน
ภาษาพูดกับภาษาเขียน ไม่เหมือนกันตรงที่รูปแบบในการนำเสนอ

ัปัจจุบันนี้ก็แยกไม่ค่อยออกเหมือนกันว่า อัีนไหนคือภาษาพูดอันไหนคือภาษาเขียน  :30:
ส่วนมากที่เห็น ภาษาเขียนจะปรากฏอยู่ในวรรณกรรม วิทยานิพนธ์ หรืองานเขียนที่เป็นวิชาการ
ซึ่งเวลาอ่านแล้วต้องพยายามคิดตาม   
ภาษาพูดก็จะปรากฏอยู่ในนิตยสาร นิทาน หรือพวกงานเขียนที่ไม่เป็นทางการ  ( เอ่อ.. แล้วจะอธิบายไปทำไมเนี้ย  :08:)
ซึ่งจะเข้าใจเนี้อหาได้ง่ายกว่า   เนื่องจากเป็นคำที่ใช้ทั่วไป
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: GAGABOY (S) เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:36 น.
ผมขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ จาก คำแปลสิ่งที่ผมจู๋ไปของ หมอแมว

ดังนั้น ผมขอคัดค้านการใช้ภาษาวิบัติ และอยากให้ทุกคนตั้งใจในการเขียนให้มากขึ้น ให้การเขียนเป็น"การเขียน"จริงๆ

- ข้อพิจารณาในการอ่าน โปรดข้ามๆ สิ่งที่ ผมวงเล็บไว้ไปให้หมด

ผมไม่เคยคัดค้านการใช้ภาษาให้วิบัดิครับ ขอยกตัวอย่างนะ  ผมดูโฆษณาช่องเจ็ด แล้วมีดารามาอ่านบทละครให้ฟัง แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า เรามาพูดภาษาไทยให้ชัดกันเถอะ (เพื่อความเป็นไทยหรืออะไรก็ตามแต่ - ผมใช้คำว่า "ความเป็น" นะ) ทันใดนั้นผมก็ขอให้เพื่อชาวอีสานใต้ลองพูดภาษาไทย (แบบของมัน) ให้ชัดดู แล้วมันก็ "แว่วเสียงสำเนียง อิสาน ปน ส่วย ออกมา" ...

ผมขอพูด (เขียน) เถอะนะ ไอ้การใช้ภาษาไม่ให้วิบัตินี่มันคืออะไร มันหมายความว่าอะไรได้บ้าง "ภาษาไทยมีภาษาเดียว(สำเนียงเดียว - ตรงนี้ผมเลือกที่จะไม่เว้นวรรค และถ้าเป็นไปได้ก็กรุณาอ่านข้ามไอ้ที่ผมวงเล็บไว้อย่าไปสนใจมันเลย)และอย่างอื่นก็เป็นภาษาอื่น" หรือ "ภาษาไทยพูดได้แบบเดียวและเป็นอย่างอื่นไม่ได้" หรือ "ถ้าพูดภาษาอื่นคุณก็ไม่ได้พูดภาษาไทย" (สังเกตุ - ผมจงใจใช้คำซ้ำ ๆ เพื่อตั้งคำถามว่า แล้วอะไรคือภาษาไทย ????) คุณเคยได้ยินภาษาที่ว่ากันว่าตายแล้วไหม นั่นล่ะความหมายของการไม่เหลืออะไรให้วิบัติกันแล้ว (ดังนั้นผมจึงยินดีวิบัติอยู่ต่อไป ขอยกตัวอย่าง เพราะบางที่คนที่อ่านสามารถที่จะรู้ได้ว่ามีอะไรที่ผมเขียนผิดไปอยู่)

ส่วนเรื่องคำแปล เป็นปลื้มครับ ชัดเจนมาก แต่เล่นซะสิ่งที่ผมแอบๆไว้หายไปหมดเลย และหนึ่งในนั้น

ผมคิดว่านี่เป็นชุมชนที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเขียนอยู่มาก

ท้ายสุด ผมคิดว่า สิ่งที่คุณ slaveofann ได้เปิดประเด็นไว้ และ ^-FakE-^  มาต่อ ยืนยันสิ่งที่ผมเสนอโดยตัวของมันเอง

"อ่านของหมอแมวแล้วค่อยรู้เรื่องขึ้นมาหน่อยนึง

แต่ก็ยืนยันคำตอบเดิมว่าไม่เหมือนกัน
ภาษาที่ใช้ในการพูด จะเรียบง่ายและกระชับกว่า
เพราะเราไม่จำเป็นที่จะต้องบรรยายสิ่งแวดล้อม
หรือชักจูงให้เกิดจินตนาการเท่างานเขียน
ที่ต้องปลุกเร้าให้เกิดอารมณ์ร่วม

เว้นแต่การสื่อสารในระบบตอบโต้ถึงแม้จะเป็นงานเขียน
แต่ก็เน้นสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย

ถ้าภาษาพูดเหมือนภาษาเขียน
เพชรพระอุมา คงมีแค่ครึ่งเล่มจบแน่ๆค่ะ"

"พระเอกรักนางเอก เข้าป่า หาสมบัติ เจอ จบ"

อ่านซ้ำให้ดีครับ ทั้งหมดตรงนี้โดยตัวของมันเองคือสิ่งที่เขียน
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: slaveofann เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:47 น.
ภาษาวิบัติแถวๆนี้คือ งัฟ คิคิ อิอิ ป๋ม นู๋ จร้า เง้อ .... แนวๆภาษาต่างดาว
ส่วนการพิมพ์ให้ถูกต้องทุกคำ ถือเป็นอาหารเสริม
ที่คนเข้ามาบ่อยๆสามารถเลือกบริโภค
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:51 น.
พรรณาโวหาร นะครับ

นั้นนะสรุป  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:52 น.
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐอักษรไทยขึ้นมาครับ

เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน

ภาษาวิบัติในที่นี้ เรากำลังพูดถึง การผิดเพี้ยนโครงสร้างของคำ มิใช่ภาษาท้องถิ่น หรือ พูดเหน่อ ทองแดง

คุณกำลังหลงประเด็น

สวย  ซ๋วย  ษวย  ษ๋วย    ให้  ห้าย     ครับ  งัฟ  งับ งุงิ

มิใช่การปรับเปลี่ยน ในทางที่ดีขึ้น

มันน่าภูมิใจเหรอครับ


เคยได้อ่านจากที่ไหนสักแห่ง

เขาเปรียบเทียบว่าภาษาวิบัติมีที่มาจาก"โสเภณี"

เพราะเมื่อก่อนพวกคนขายบริการตามเน็ท เวลาหากิน ใช้คำตรงๆกันไม่ได้

ระบบจะกรองจะบล๊อกเวลามีคำแสลง สบถ หยาบออกมา จนพูดกันไม่รู้เรื่อง

เลยต้องหาทางสื่อสารกันไม่ให้ระบบจับได้

สุดท้ายเลยกลายมาเป็นภาษาวิบัติ

ซึ่งไม่รู้ว่าวันรุ่นสมัยใหม่ใช้บริการกันมากจนติด

หรือว่าเริ่มทำมาหากินกันจนชิน

เลยใช้กันเกลื่อนอย่างนี้

"เป็นการเปรียบเทียบ หาต้นตอได้สะอึกจริงๆ"



ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 16:59 น.
วิบัติ ไม่ได้หมายถึง พยายามพูดสิ่งที่มีความหมายเดียวกันแต่คนละเสียง คนละคำเหรอครับ

ครับ --> คับ --> งับ --> งัฟ --> งุงิ
          ^          ^         ^     ^
           |           |           \     |
     กร่อนเสียง     คนละ        \   ได้ศัพท์ใหม่มา 1 ตัว
      กลายเป็น    ความหมาย   \
     ภาษาพูดไป  เริ่มแผลงคำ    \
                                            เพิ่มเสียงเฟอะห์
                                            เพื่อความแนว

ปล. เอมั่ว  :42:
         
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 17:00 น.
  มั่วอะไรกัน ดูแนวดีออกครับ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 19:03 น.
คิดเหมือน เอ
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 19:09 น.
ผมอ่านแค่หัวข้อก็รู้แล้ว ครับว่าจะถามว่าอะไร 

เลยไม่ได้อ่าน ต่อเลย...ลายตาด้วย แต่มาอ่านที่หมอแมวพิมพ์ ไม่ลายตาแต่ไม่สบายใจ    :39:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 21:30 น.
ผมว่าสิ่งที่คุณควรทำอันดับแรกเลย
คือจัดบรรทัดและเว้นวรรคใหม่นะครับ

พิมพ์ติดกันเป็นพรืดขนาดนี้
นี่ในเว็บบอร์ดนะ ไม่ใช่หนังสือ

หรือว่าไป copy จากไหนมา แล้วเอามา paste
ก็น่าจะเอามาจัดสักหน่อย


ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: โจ้ ๆ เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 21:32 น.
และช่วยแก้คำผิดด้วยครับ   :35:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: แตน เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 21:36 น.
ขี้เกียจอ่านค่ะ  :07:

ขอโทษที  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 23:28 น.
 :42: ขี้เกียจอ่านค่ะ
แต่ไม่ขอขอโทษนะคะ

เนื่องจากคุณ จขกจ ต้องการให้คนที่อ่านได้รู้สึกปวดหัวกับสิ่งที่เขียน

เพราะฉะนั้น ขอไม่เอาตัวเองเข้าไปในสารบบแห่งกระจู๋นี้ค่ะ

สวัสดี

ปล. ชอบแนวการตอบของคุณหมอแมวค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 24 ม.ค. 2007, 01:12 น.


ไม่อ่าน
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: Kums เมื่อ 24 ม.ค. 2007, 01:15 น.
แต่ผมเริ่มเบื่อ ขี้หน้าคุณ GAGA แล้วล่ะครับ
ชื่อเรื่อง: Re: อันนี้ "ปวดหัว" ของจริง
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 24 ม.ค. 2007, 01:15 น.


เค้าไม่ใช่เกหล่ะสิ  :26: