:33:
//แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เป็นสีแดงเผื่อใครยังไม่ได้อ่านแต่กดเข้ามาแล้วไม่เข้าใจครับ
คือ จขกจ นี้ได้เปิดประเด็นเรื่องความเข้าใจเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ฟอนต์ขึ้นมา
โดยมีใจความโดยสรุปว่า เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่สามารถกำหนดกติกา กฎเกณฑ์การใช้งานได้
เพราะผู้ซื้อต้องมีสิทธิ์ในการซื้อ และนำไปใช้อย่างไรก็ได้
ซึ่งต่อมาได้เป็นประเด็นที่มีการพูดคุยต่อยอดกันอย่างออกรส
เพราะก่อนหน้านี้ "เรา" ก็เข้าใจตรงกันมาตลอดว่าประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
บัดนี้ จขกจ ก็ได้ลบข้อความทุกโพสต์ที่ตัวเองโพสต์ไว้
และหายเข้าไปในกลีบเมฆเป็นที่เรียบร้อย :33:
หากคุณเพิ่งเข้ามาอ่าน ก็สามารถจับประเด็นสาระได้
จากข้อความที่มีผู้กดตอบและแอบอ้างข้อความจาก จขกจ เป็นโพสต์ๆ ไป
แอน
2 ก.พ. 2550
ขอแสดงความเห็นขัดแย้ง/ตั้งคำถามกับส่วนของ ป.ล. นะครับ
คือคำประกาศลิขสิทธิ์เรื่องข้อจำกัดในการใช้งานนี่
โดยทั่วไปโปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถกำหนดได้นี่ครับ
ว่าจะให้เอาไปใช้งานได้กล้างขนาดไหน เช่น ใช้ส่วนตัว เพื่อทำการค้า หรืออะไร
ซึ่ง License ที่ได้รับก็จะเป็นคนละประเภทกัน
พอดีผมไม่กล้าโต้แย้งมากเพราะยังไม่ค่อยรู้จักคุณ Happychan
และไม่รู้จักเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินฯ ท่านนั้นครับ (ขออภัย)
แต่เข้าใจถึงเจตนาในการเขียนแสดงข้อมูลเหล่านี้ออกมา
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากรู้จักเจ้าหน้าที่ท่านนั้นด้วยครับว่ามีแหล่งอ้างอิงข้อมูลมาจากไหน
นี่ไม่ได้ชวนทะเลาะนะครับ :42: หวังว่าคงเข้าใจ
ป.ล.อีกประเด็นนึงคือเรื่องการ Create Outline แล้วสภาพของลิขสิทธิ์ฟอนต์สูญเสียไปนั้นเดี๋ยวค่อยมาต่อครับ
:12:
เอาวะ สนใจ
ถกกันเลย
:33:
:42:
เอา +1
ไม่รู้แหละ
อธิบายได้น่าอ่าน
.
:43:
:22:
.
การ CREATE OUTLINE ก็ไม่ใช่ทางแก้ที่ดีนะครับ
ผมมองว่าตัวฟอนต์นี่น่าจะเป็นกรณีเดียวกับสองตัวอย่างนี้นะครับ
1.
แกรมมี่กำหนดให้อัลบั้ม "เบิร์ดธงไชย 70 ยังแจ๋ว" สามารถเปิดรับฟังได้ตามบ้านเท่านั้น
ถ้าคุณเอาไปเปิดในร้านอาหารต้องเป็นอีก License นึง (อันนี้มีจริง)
2.
บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตราทุย ซึ่งรายละเอียดภายในเหมือนกันทุกประการ
แต่ถ้าใช้ตามบ้านจะเป็นราคานึง ใช้ตามร้านเน็ตคุณต้องจ่ายอีกราคานึง
นั่นแปลว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ควรมีสิทธิ์กำหนดลักษณะการใช้สินค้าที่มีลิขสิทธิ์ได้
ผมเข้าใจผิดตรงไหนหรือเปล่าครับ :46:
:25:
ครับ อันนี้เข้าใจ :12:
.
:42:
อ้าว ผมเข้าใจผิดเหรอครับ :44:
อ้างคำพูดจาก: จิตเสื่อม เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 15:57 น.
แปลว่าผู้บริโภค ต้องยอมรับเงื่อนไขของผู้ผลิต ถ้าต้องการของชิ้นนั้น
ไม่มีราคากลาง ข้อกำหนดกลางๆ เหมือนราคาหมูในตลาด ราคานมกล่อง บ้างเหรอ
อันนี้หลักเศรษฐศาสตร์และการตลาดจะเป็นคำตอบเองครับ
ถ้าของดีราคาถูก ก็ขายดี
ถ้าของดีราคาแพงโหด ก็ขายไม่ออก
ถ้าของห่วยราคาแพง ก็ไปทำงานอื่นเท้อะ :30:
ยกตัวอย่างได้เคลียมาก แอน
โดยทางกฎหมาย ผู้ผลิตสามารถกำหนดอย่างที่ว่าได้จริงๆนะครับ แถมยังครอบคลุมถึงการที่คุณไปดัดหั่นซอยบิดนิดบิดหน่อยจากของเดิมด้วย แต่ถ้าเอาลักษณะมา เช่น กิตติธาดา มีลักษณะเป็นเส้นบางๆไร้หัว แล้วคุณขึ้นเองทั้งหมดก็ไม่เป็นไรครับ
ปล.อย่าไปกังวลเรื่องนี้มากเลยครับ อย่างที่คุณพูดเริ่องลิขสิทธ์ทางทีวี จริงๆแล้วก็มีอยู่เจ้าเดียวแหละครับที่ทำ ในอนาคตก็จะมีฟอนต์ที่มันฟรีสวยกว่าดีกว่าและใช้ได้ทุกสื่อออกมาเรื่อยๆ เค้าก็ต้ัองปรับตัวครับ
:22:
แต่ข้้อกำหนดนี่เขากำหนดไว้ก่อนจะมีการตกลงซื้อขายกันนะครับ
ถ้าไม่ยอมรับ เราซื้อมาแล้วเราจะทำอะไรเขาได้เหรอครับ
:40:
:04:
ฮื่อ ว่าเค้าหลอกก็เกินไปหน่อยนะครับ
ตอนที่ผมโทรไปขอซื้อเค้า เค้าก็พูดดีนะว่าราคานี้ใช้สื่อนี้ๆๆๆ ราคานี้ TV ได้ เพราะอะไร เพราะ TV ได้เงินเยอะกว่า ....
:22:
ผมยังไม่เคลียร์นะครับ
เดี๋ยวขอเวลาตั้งหลักก่อนแป๊บนึง
เพราะรู้สึกว่าย้อนกลับไปอ่านแล้วยังไม่ค่อยกระจ่างใจนักน่ะครับ
:22:
ครับ :42:
ความคิดเห็นส่วนตัว บางที กรมทรัพย์สินก็ยังอาจจะไม่เข้าใจกระจ่างมากเท่าไหร่นักหรอกครับ
แค่เค้ามีเอกสารอยู่ในมือ และ มีตราราชการ :42:
นั่นสิครับ :42:
(แล้วตูจะปั่นทำไม)
:01:
:02:
ใจเย็นๆครับ
ผมว่าที่ถกกันนี่มีประโยชน์ดีออกนะครับ
แล้วยังไม่เห็นโพสไหนจะบอกว่ายอมๆกันไปเลยครับ
:12:
อย่าเพิ่งเหนื่อยสิครับ
ที่เขายอมเพราะไม่อยากเหนื่อยไงครับ สุดท้ายก็โดยเอารัดเอาเปรียบ
ยังไม่ได้อ่านละเอียดครับ แต่มาเป็นกำลังใจ (+2)
:25:
เอาจริงๆ กันเลยนะครับ
ยังจับประเด็นไม่ถูก :09:
รู้แต่ลิขสิทธิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์เอาเปรียบ ผู้ใช้เสียเปรียบ กรมทรัพย์สินทางปัญญา :08:
ความเข้าใจของคนเรามันไม่ตรงกัน ก็ต้องมีโต้เถียงกันบ้างครับ ถ้ายอมแพ้แล้ว เราจะหาข้อเท็จจริงได้อย่างไรครับ
อย่าเพิ่งท้อแท้สิครับ
ในเมื่อคุณมาเพื่อแสดงความคิดเห็น โอเคเรารับฟังและคิดตาม
แต่ทีนี้ถ้าคลุกคลีอยู่ในวงการท่เขาซีเรียสเรื่องลิขสิทธิ์ (ในฝั่งของผู้ผลิต) มาสักพัก
คุณอาจจะได้เห็นความเห็นจากอีกฝั่ง อันนี้ก็เป็นหน้าที่ที่คุณต้องรับฟังด้วยนะครับ
บ่อยครั้งที่เน็ตบ้านผมมีปัญหา ก็เลยโทรถามพนักงานจากทรูอินเทอร์เน็ต
แล้วพนักงานก็ไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับทางเทคนิคยากๆ ในเคสที่ไม่ได้เจอบ่อยๆ ได้
ผมเชื่อว่าฉันใดก็ฉันนั้นครับ อย่าเพิ่งมีข้อสรุปจากการฟังมาจากแหล่งเดียว
อยากให้คุณแฮปปี้จังลองสังเกตเรื่อง "สัญญาอนุญาต" ดูครับ
ไม่ว่าจะเป็นสัญญาของเจ้าของหอพัก ของผู้จ้างงาน ของบริษัทออกแบบ
แต่ละที่ก็จะมีสัญญาอนุญาตต่างกันออกไป ผมเชื่อว่าในกรณีของฟอนต์ก็เช่นกัน
แต่ทั้งนี้ตัวเองยังไม่มั่นใจในข้อมูลว่าจะแข็งแรงพอที่จะมาถกกันอีกครั้ง ดังนั้นขอเวลาผมหน่อยนะครับ
ไม่ต้องกลัวว่าผมจะเข้าข้างใครครับ เพราะผมก็เป็นผู้ใช้เหมือนกันกับคุณ (แต่บ่อยครั้งที่ต้องโดดมาฝั่งผู้สร้างสรรค์บ้าง)
นะครับ อย่าเพิ่งท้อ
//ตัดหน้า 4 คน :07:
อย่าเพิ่งไปไหน
น่าถกกันก่อน
ใครเขาถามกันนี่ ก็สงสัยกันทั้งนั้น
:46:
.
:17:
ถกเลยๆ :25b:
รอดูๆ :04a:
-----------------------------------
อะ จริงจังๆ :26:
เรื่องลิขสิทธิ์ไม่ขอกล่าวถึงแล้ว ไปอ่านเอาที่กรมทรัพย์สินแล้วกัน
แต่ประเด็นปัญหามันอยู่ที่
ข้อสัญญาในการใช้งาน และสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของผลงานนั้น
โดยที่ประเด็นมี 2 แบบคือ
1. จ่ายก่อนใช้ อันนั้นปัญหาจะง่ายขึ้น เพราะเราจะได้ดูข้อสัญญาต่างๆ อยู่แล้ว พอใจ ไม่พอใจ ก็อยู่ที่ทั้งสองผ่าย
2. ใช้ก่อนแล้วค่อยจ่าย อันนี้แหละเป็นเหตุผลหลักที่บ่นๆ กัน เพราะเจ้าของสินค้าที่โดนแอบใช้ก็จ้องจะฟันให้หนัก
ฝ่ายที่โดนฟันก็จ้องจะเบี่ยงไม่ให้โดนฟัน :25: (ดูตื่นเต้นๆ)
โดยตัวกลางความสัมพันธ์ทั้งหมดคือ
ตัวบทกฎหมายอันสลับซับซ้อน เขียนให้ดูอ่านยากต่อการเข้าใจ
คำว่าลิขสิทธิ์
คำว่าหนูไม่รู้ววว์
คำว่าประนีประนอม
คำว่าโดนเอารัดเอาเปรียบ
:22:
:33:
:22:
ขอเป็นการเสริมนะครับ
ก่อนที่จะเถียงกันหนัก
ลอง load ข้อมูลไปอ่านกันก่อนนะครับ
http://www.ipthailand.org/dip/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=82&Itemid=680
note:ผมตอบของคุณ Happychan มากสุดเพราะเป็นคนให้ข้อมูล ผมมีแค่เจตนามาให้ข้อมูลเสริมเท่านั้น
อ้างอิงauthor=Happychan
เพราะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาบอกว่า ฟอนต์ที่สร้างหรือเรียบเรียงมาเป็นภาษไทยที่อ่านได้แล้ว ถือว่าเป็นทรัพย์สินของชาติค่ะ
สาเหตุที่เกิดอันนี้เกิดขึ้น เพราะเขาไม่ให้อ้างสิทธิ์ว่าเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง เช่นผมไปจดคำว่า "สวัสดี" เป็นเครื่องหมายการค้า ถ้าเผลอให้จด
ต่อไปใครใช้คำว่าสวัสดีต้องจ่ายเงินให้ผม
เรื่องนี้เกิดกับ intel พยายามจดคำว่า 586 แต่จดไม่ได้(เพราะถ้าจดได้ ใครที่ใช้ 586 อาจจะต้องจ่ายเงินให้ intel) intel เลยใช้ pentium เป็นเครื่องหมายการค้าแทน(เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ อยู่คนละหมวด)
อ้างอิงดังนั้น ลิทธิบัตรที่ได้รับมาก็แสดงชัดเจนอยู่แล้วว่าคุณได้รับความคุ้มครองในกรณีของชุดโปรแกรม
หน้าที่ของเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็อยู่ที่ว่ามีคนเอาโปรแกรมของคุณไปใช้จากแผ่นแท้รึเปล่า
ลิทธิบัตร(ต้องจด, pantent) แต่ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจด(แค่ publish สู่สาธารณะ และไม่จำเป็นต้องโฆษณา) จึงมีความหมายต่่างกัน
อ้างอิงเพราะถ้าไม่จบแค่ตรงนั้น...คงเถียงกันไม่จบไม่สิ้น เหมือนกับเราซื้อของแบรนเนมมาแล้ว...จะเอาไปทำอะไรต่อก็เรื่องของเรา จะเอาไปใช้เอง หรือจะเอาไปให้ญาติผู้ใหญ่เพื่อให้เค้ารักเรา จนมอบมรดกพันล้านให้เรา ผู้ผลิตแบรนเนมก็ไม่มีสิทธิ์มาขอแบ่งกองมรดก จากเหตุผลที่ว่า"ก็เพราะสินค้าชั้นไง คุณก็เลยได้มรดก เพราะฉะนั้นชั้นจะขึ้นราคาของที่คุณซื้อไปชิ้นนั้น"
คำว่าลิขสิทธิ์กับผลิตภัณท์ที่เกิดจากลิขสิทธิ์มีความหมายต่างกัน
เช่น รองเท้าอดิดาส เราสามารถใช้รองเท้าได้ แต่ใช้ตาของอดิดาสไม่ได้(อันนี้เป็นเครื่องหมายการค้า)
อ้างอิงแล้วเรื่องก๊อปปี้ไม่ได้ ก็ต้องรู้กันอยู่แล้วว่าทำไม่ได้....ไม่ขอชี้แจงในประเด็นนั้นค่ะ
เชื่อไหมว่าเรา copy ได้ (ลองอ่าน ส่วนที่ 6 ของกฎหมายลิขสิทธิ์ดู) - ว่าจะไม่ชี้โพรงให้กระรอกแล้ว
ส่วนที่จะทำผิดคืออยู่ ส่วนที่ 5
อ้างอิงแกรมมี่กำหนดให้อัลบั้ม "เบิร์ดธงไชย 70 ยังแจ๋ว" สามารถเปิดรับฟังได้ตามบ้านเท่านั้น
ถ้าคุณเอาไปเปิดในร้านอาหารต้องเป็นอีก License นึง (อันนี้มีจริง)
เรื่องการกำหนดสิทธิ์แล้วแต่เจ้าของสิทธิฺ์(ก็เขาทรงสิทธิ์)
อ้างอิงอันนี้ทางเจ้าของฟอนต์มีหน้าที่นำสืบอย่างเดียวว่า สร้างคำว่า "สวัสดี" นี้มาจากที่ไหน แต่ไม่มีสิทธิ์มาบอกว่าป้ายนี้เป็นลิขสิทธิ์ของเค้า เพราะใช้ฟอนต์ของเค้า
คำว่า สวัสดี ตรงกับที่ผมยกตัวอย่างแรก(สิทธิ์ของชาติ)
แผ่นป้าย เจ้าของคือผู้จ้างวานหรือทำเอง
แต่ฟอนต์ยังเป็นสิทธิ์ของเจ้าของฟอนต์ (เหมือนรองเท้าอดิดาส)
อ้างอิงโทร.ไปที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาดีที่สุดค่ะ....จะได้กระจ่าง
อย่าฟังตาบอดคลำช้างเลย....
ผมขอเสนอทางเลือกอ่านเอกสารจาก link ด้านบน
ผมเคยเจอมาแล้วที่พูดกันไปคนละเรื่อง(ผมเคยเล่าใน forums นี้เกี่ยวกับ eduaction license แล้ว]
แต่เชื่อไหม education license อาจไม่มีในไทย(ลองอ่าน ส่วนที่ 6 ในกฎหมายลิขสิทธิ์ดู) - ว่าจะไม่ชี้โพรงให้กระรอก ชี้อีกแล้ว
--------------
note: ส่วนเรื่องเรียกร้องค่าเสียหายมหาโหด ผมเคยแสดงความเห็นไว้แล้ว
ผมเองก็ไม่ค่อยชอบเท่าไร ที่ไม่มีการกำหนด(แต่โลกความเป็นจริงเป็นอย่างนั้น)
อ้างอิง
อ้างอิง
อ้างอิงเรื่องการกำหนดสิทธิ์แล้วแต่เจ้าของสิทธิฺ์(ก็เขาทรงสิทธิ์)
ขอบคุณครับอาจารย์สำหรับประเด็นนี้ (ปกติเรียกลุง แต่มามาดนี้ต้องเรียกอาจารย์ :42:)
ตกลงผมไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหมครับ
ที่แท้เป็นกบ ไม่ได้เป็น แท่ง :25:
:45:
อย่าเฮ้ออย่างเดียวซิครับ
ก็อธิบายซิครับ
ก็กลับไปอ่านให้กระจ่างแล้วครับ
ก็ยังไม่กระจ่างครับ
เฮ้อออออ เฮ้ออออ
(เฮ้อ 2 อย่างนะนี้ :25:)
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 17:25 น.
เฮ้อ...สิทธิมีขอบเขตค่ะ
พูดได้เท่านี้....
เห็นด้วยครับ
ไม่งั้นคงมีคนอ้างว่าเก้าอี้(ในที่สาธารณะ)เป็นของกู เพราะกูนั่งประจำ
(แต่ก็มีกฎหมาย การครอบครองแบบปรปักษ์อีก) :34:
:32: :06: :48: :47:
อธิบายเลยครับ ลุงซันๆ :25c:
ก่อนจะถกกันต่อ เรามาจับประเด็นกันก่อนดีกว่า ว่าจะพูดในกรณีไหน
เท่าที่อ่านๆ ดูเหมือนยังไม่ค่อยชัดเจนเลย
เพราะเหมือนว่าเอาจริงๆ มันจะมีการแยกย่อยลงไปอีก
ลิขสิทธิ์ การอนุญาตสิทธิ์ ข้อตกลง ฯลฯ
อย่างลิขสิทธิ์เรื่องฟอนต์เนี่ย แน่นอนว่าลิทธิ์เป็นของผู้ประดิษฐ์
การที่จะนำไปใช้ ก็ต้องมีการอนุญาติสิทธิ์
ส่วนจะเอาไปใช้ได้มากแค่ไหน ขอบเขตยังไง ก็ต้องมาดูในข้อตกลง
ซื่งถ้ามีการอนุญาตแล้ว แต่ใช้ผิดข้อตกลง ความหมายก็คือผิด
อันนี้ไม่เกี่ยว แต่ยกเป็นกรณีศึกษา
กรณีเกิดข้อพิพาท มันมีอยู่ 2 แนวจากที่เคยศึกษามาก ที่ไม่ใช่กรณีของฟอนต์นะ
คือการตกลงยอมความกัน แล้วจ่ายค่าเสียหายความการร้องขอของเจ้าของลิขสิทธิ์
กับการขึ้นศาลแล้วให้ศาลตัดสิน
กรณีขึ้นศาล ก็ต้องนำขึ้นศาลในระยะเวลา เท่าไหร่อันี้จำไม่ได้ครับ ประมาณ 48 ชม. มั้งนะ :44:
แล้วทางเจ้าของสิทธิ์ก็ต้องมาศาลด้วย ในหลายกรณี เจ้าของสิทธิ์ไม่มาก็มี
เพราะตอนจับสิขสิทธิ์หวังเพียงตกลงยอมความแล้วจ่ายในกรณีแรก
หากศาลให้ผิด ก็อาจจะจ่ายน้อยกว่าหรือกับเท่าที่เจ้าของสิทธิ์ร้อง
เพราะหากผิดจริงๆ ศาลจะมองใน "เจตนา" ประกอบด้วย
ซึ่งจะช่วยทำให้ค่าปรับถูก หรือ เหมาะสมกับที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ทั้งนั้นที่อธิบายมาเป็นกรณีอื่นที่ไม่ใช่เรื่องลิขสิทธิ์ฟอนต์นะ
และอย่าเชื่อข้อมูลนี้ เพราะผมก็รับต่อจากแหล่งอื่นเช่นกัน
โอว..ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าตั้ง 6 คนแน่ะ :41:
:45:
ก็คือ การไปตั้งข้อตกลงเรื่องการใช้งานนั่น
ตามกฎหมายแล้ว "ทำไม่ได้" ใช่ไหมครับ
:42:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 17:39 น.
แล้วอะไรล่ะที่เป็นสิทธิของเค้า...มันก็ขั้นตอนของการลงโปรแกมไงคะ .... เค้าต้องชี้และนำสืบให้ได้ว่าฟอนต์ของเค้าที่มาทำเป็นป้าย หรืออะไรก็ตามแต่มาจากคอมฯเครื่องไหน
สิทธิของเค้าอยู่ที่ใครจะใช้ฟอนต์ที่เค้าสร้างต้องมาจากแผ่นแท้ มาจากการอนุญาตของเค้า
อันนี้ก็คือการใช้สิทธิ์(วัดว่ามีสิทธิ์ใช้ไหม)
อ้างอิงส่วนที่เหลือ ไม่ใช่สิทธิของเค้าแล้ว....
อันนี้คงไม่ใช่
ยกตัวอย่างเป็นรองเท้าไนกี้(เปลี่ยนยี่ห้อบ้าง) สัญญาลักษร์ก็ยังเป็นสิทธิ์ของเขา(ถ้าเอาสัญญาลักษณ์ไปทำคู่ใหม่ก็ผิดนะ)
ถ้าเปรียบสัญญาลักษณ์=ฟอนต์ ก็คงพอได้มั้ง?
อ้างอิงที่เฮ้อ..เพราะเราทุกคนต้องใช้สมองในการพิจารณากันเองด้วย ตัวอย่างไหนมีน้ำหนักสมเหตสมผลก็ถือว่าถูกต้อง OK ตัวอย่างไหนฟังไม่ขึ้น ไม่สามารถตอบทุกคำถามได้ นั่นก็แสดงว่าไม่ถูกต้อง
อย่างที่เค้าว่าน่ะถูกแล้ว...ไปเจอกันที่ศาล >>> (ไม่ได้ประชด...พูดจริงๆ)
เฮ้อ มั้ง ... :35: (เพราะถึงขั้นนี้ก็คงไม่มีปัญญาจ้างทนาย)
:33:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 17:50 น.
ใช่ค่ะ....ที่จะชี้คือประเด็นนี้...จบ
ทำไมละครับ? มีเหตุผลและ/หรือข้อกฎหมายไหมครับ? งงๆอยู่
ก็เราเห็น license software อยู่หลายประเภท(ไม่ได้มาจากการใช้งานของสิทธิ์? - ขอใช้สิทธิ์ในส่วนใด? หรือครับ?)
----------------------
กำลังจะแจกซอฟแวร์ฟรีสำหรับบุคคลทั่วไป
แต่ขอรายได้จากจากผู้ประกอบการ
ก็ไม่ได้ซิ .... :09:
:40:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 17:53 น.
ฟอนต์ ไม่ใช่ เครื่องหมายทางการค้า ค่ะ คนละเรี่องเลย......
ผิดตั้งแต่เริ่ม....ไอ้ที่ตามตามมาก็ผิดอ่ะสิ
แค่เปรียบเทียบ....... :29:
เพราะต้องการแยกเรื่องผลิตภัณ์กับลิขสิทธิ์ออกจากกัน
(ลองอ่านนิยามของ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และ ลิขสิทธิ์ดู)
เป็นเป็นว่าถ้าเปลี่ยน logo เป็นตัวหนังสือ
แล้วเราสามารถทำสำเนาตัวหนังสือไปใช้ในผลิตภัณท์เราได้ไหม(ถ้าเราไม่ได้ขอใช้สิทธิ์ฟอนต์)?
--------------------
ตกลงที่จะไปกันเรื่อยๆมีใครอ่านกฎหมายมาบ้างหรือยังเอ่ย?
ยกมือขึ้น................ :43:
--------------
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 17:59 น.
กลับไปอ่านตั้งแต่ต้นใหม่นะคะ....ชี้แจงไปแล้ว...
อ่านหมดแล้ว
แต่การชี้แจ้ง ไม่ได้หมายถึงถูกต้องเสมอ(แม้แต่ความเห็นของผมก็ตาม)
note:
แปลกดีที่ไม่เคยเจอลิขสิทธิ์ software ที่ใช้ต่างๆกัน?
เช่น windows มี retial,OEM,corperate,volume,education ....
:40:
:12:
:22:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 18:04 น.
ศึกษามาหมดแล้วค่ะ...
อ่านกฎหมาย ปรึกษาทนาย ปรึกษาเจ้าหน้าที่ของไทยและต่างประเทศ รวมถึงผู้พิพากษา และอ่านคดีทั้งหมดแล้ว
แปลกดีครับ แล้วไม่เจอการใช้สิทธิ์หลายรูปแบบ? งงแฮะ
(ลองเอา license จากบริษัท software ที่ใหญ่ๆมาดูก็น่าจะเห็นอย่างชัดเจน ว่า license ใน 1 software สามารถกำหนดการใช้งานได้[โดยยึดจุดประสงค์การใช้งาน] แต่ถ้านักกฏหมายบอกว่า เราได้สิทธิ์แล้วเอามาใช้กับกระดาษ A4 แต่เอามาใช้กับกระดาษ A3 ไม่ได้ อย่างนี้ซิ จะไมว่าเลย[ว่าทำไม่ได้] เพราะเป็นกลุ่มการใช้งานเดียวกัน ปกติ license ถ้าจะแบ่งก็แบ่งตามกลุ่มใช้งาน)
---------------------------
เอาเป็นว่า กระทู้ผมขอบายละ ไม่ไหว หาเรื่องปวดหัวแท้ๆ
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 18:07 น.
เปรียบเทียบไม่จริง..ที่ตามมาก็ไม่จริง >>> ถือว่าใช้ไม่ได้ค่ะ
ส่วนเรื่องการทำ Logo ก็ต้องนำสืบที่มาของฟอนต์ที่เอามาจดเป็น LOGO
ฮิ ฮิ ..เปรียบเทียบสิทธิ์ไม่มีอะไรไม่จริง การเปรียบเทียบไม่ได้หมายถึงการ duplicate
logo=เครื่องหมายการค้า
แต่ถ้าทำ font ให้เป็น logo ก็ทำได้่
แต่ถ้า font เฉยๆ ก็อาจเป็นอีก
-----------
ลาก็ขอลาด้วย ..
:42:
งั้นถ้าเรากำหนดวิธีการใช้ และ/หรือข้อกำหนดในการใช้ ในขอบเขตที่ว่าไว้
ก็ทำได้ใช่มั้ยครับ :09:
ถ้าใช่เช่นนั้นแล้ว แล้วขอบเขตที่ว่านี่คืออะไรครับ :09:
:45:
พูดตามตรงนะครับ
ผมเองก็งงที่คุณต้องการพยายามสื่อมาตั้งแต่โพสต์แรกเหมือนกัน
จนเมื่อเห็นโพสต์ของลุงอ๋าห์ (หมายถึงคนที่ใช้ชื่อว่า ภูกระดึง น่ะครับ)
ถึงเข้าใจตรงๆ ว่าไอ้ที่คุณต้องการบอกน่ะคืออะไร
:08:
ที่คุณบอกว่า เราจะกำหนดวิธีการใช้หรืออะไรประมาณนี้ไม่ได้
ผมลองไปเปิดๆ ดูกฎหมายตามลิงก์ไปกรมทรัพย์สินฯ (http://www.ipthailand.org/dip/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=82&Itemid=680)ของลุงซันที่เอามาโพสต์ไว้
เจอข้อความหนึ่ง กล่าวไว้ว่า
อ้างอิงส่วนที่ ๓
การคุ้มครองลิขสิทธิ์
มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๔ เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง
(๔) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
(๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) (๒) หรือ (๓) โดยจะกำหนดเงื่อนไข อย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนด ในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม ไม่ได้
การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (๕) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่ เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง
แสดงว่าเงื่อนไขในการนำไปใช้สามารถกำหนดได้ ?
แล้วสิทธิมีขอบเขตที่คุณว่า
นี่ก็คือ ที่บอกว่าว่า "แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนด ในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม ไม่ได้" หรือเปล่าครับ ?
อีกอย่างคือ อย่าเพิ่งถอนหายใจสิครับ
ที่ถามๆ นี่คืออยากทราบรายละเอียดน่ะครับ
(+1)
:25:
อารมณ์เหมือนโดนรุม :42:
แต่ผมว่า
การที่ผมโดนรุมกระทืบกับรุมขอลายเซ็นมันให้ความรู้สึกต่างกันนะครับ
(กรณีท่านเฟริน ที่มีแต่คนขอลายเซ็น เป็นต้น)
:08:
:43:
:40:
:22:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 18:51 น.
อ่านไม่เข้าใจ...เป็นความผิดใคร ชั้นเหรอ... :18:
ใช่ครับ :08:
คุณบอกว่าคุณชี้ทาง
แต่ผมสงสัยว่าทางที่คุณชี้ไปน่ะ
ไปทางไหนต่อ
ก็เลยอยากให้ชี้แนะต่อไป
ด้วยความเคารพนะครับ
แล้วที่คุณบอกว่าปรึกษาใครทั้งหลายทั้งปวงที่คุณว่ามานั้น
แล้วคุณคิดว่าความคิดของคุณถูกต้อง
ก็ควรที่จะตอบคำถาม เพื่อขจัดความสงสัยนั้นไป
ไม่ใช่ชี้ทาง แล้วพอมีคนถาม
ก็บอกว่า มาชี้ทางนะ ดังนั้นอย่าถามได้ไหม
แล้วก็ไม่ยอมตอบเสียที บอกแต่ว่าก็พูดไปแล้ว ไม่เข้าใจหรือไง
ไม่เข้าใจไงครับ เลยถาม
แล้วใครจะเชื่อ ไปทางของคุณล่ะครับ
ตามนั้น ถามไปเพราะสงสัย
คำตอบคือ
กลับไปอ่านอีกรอบ
กลับไปอ่านมา 4 รอบแล้วมั้ง ถามทีไรก็กลับไปอ่าน {หมีโหด}
ใครจะว่างไปศึกษากฎหมายขนาดนั้นละครับ ถ้าศึกษาแล้วก็มาซอยย่อยองค์ความรู้มาแบ่งปันกันซิ
ไม่ใช่มาบอกเกริ่นๆ แล้วก็ไปอ่านดู
แล้วก็เฮ้อ ... :08:
อุตส่าห์เงียบมาหลายหน้า :21:
คุณแฮปปี้ใจเย็นลงหรือยังครับ
ถ้าเย็นแล้วอยากให้มาคุยกันต่อ คุยกันดีๆ
ถ้าสังเกตโพสต์ของผม ผมพยายามหลีกเลี่ยงการกล่าวพาดพิง
ยกอ้างไปที่ตัวบุคคลหรือแหล่งอ้างอิง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ความคิดเห็นของตัวเองนะครับ
หรือที่พยายามที่สุดก็คือการแสดงความขัดแย้งไปถึงตัวบุคคล (คือคุณแฮปปี้)
ที่นอกเหนือจากประเด็นที่ผมตั้งคำถามไว้ตั้งแต่โพสต์แรก
แปลสั้นๆ ว่าผมจะไม่รุมคุณ - และไม่มีใครอยากรุมด้วยแหละ
แค่ทุกคนที่เข้ามาคุยที่นี่กระหายในความรู้(ความเห็น?) จากคุณ
ซึ่งเป็นความเห็นคนละด้านกันเลยกับข้อมูลที่เราได้รับและศึกษากันมา
เพราะเอาเข้าจริงถ้าจะให้พูด ผมก็ปรึกษาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการลิขสิทธิ์
กับศึกษาข้อกฎหมายทั้งไทยและสากลมาบ้างแล้วเหมือนกัน
แต่ด้วยความที่ยังใช้คำว่า "บ้าง" เลยไม่กล้าพูดแบบฟันธงครับ กลัวหน้าแตก :42:
กลับมาที่ประเด็นที่ผมบอกว่ายังไม่เคลียร์ และเชื่อว่าเรายังเขาใจไม่ตรงกัน
ก็คือย้อนกลับไปโพสต์แรกของผมที่หน้า 1 ครับ ตามนี้นะ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 15:13 น.
ขอแสดงความเห็นขัดแย้ง/ตั้งคำถามกับส่วนของ ป.ล. นะครับ
คือคำประกาศลิขสิทธิ์เรื่องข้อจำกัดในการใช้งานนี่
โดยทั่วไปโปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถกำหนดได้นี่ครับ
ว่าจะให้เอาไปใช้งานได้กล้างขนาดไหน เช่น ใช้ส่วนตัว เพื่อทำการค้า หรืออะไร
ซึ่ง License ที่ได้รับก็จะเป็นคนละประเภทกัน
ตัดความน้อยใจออกไปแล้วเรามาคุยกันดีๆ นะครับ
ผมเข้าข้างคุณ นะ :27:
ตามอ่านอย่างเดียวครับ ไม่มีความรุ้
ข้างหน้าหรือข้างหลังละ ฮร้า :27:
เข้าข้างหลังผมก็ได้นะครับ :27:
เข้าแถว :27:
อ่านอย่างตั้งใจครับ :33:
ตามมา 6 หน้ายังงงอยู่ :09:
ทำตัวหนาและสีแดงตรงที่ให้ย้อนกลับไปอ่านที มันเยอะ :46:
อ้างคำพูดจาก: Sub-Zero™ เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 22:28 น.
ตามมา 6 หน้ายังงงอยู่ :09:
ทำตัวหนาและสีแดงตรงที่ให้ย้อนกลับไปอ่านที มันเยอะ :46:
ตรงนี้ครับ http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8789.msg478849#msg478849 :45:
วันที่ 25 มค นี้ มีสัมมนาเรื่องลิขสิทธิ์ที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ครับ เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป
ลองมาถกกันเรื่องนี้สิครับ
สำรองที่นั่งที่นี่
http://www.cie.tu.ac.th/web2/seminar_detail.asp?id=72
เอาล่ะเรื่องไม่สำคัญจบไปแล้ว มาเข้าเรื่องสำคัญกันดีกว่า
คืองานนี้ บัวชมพู ฟอร์ด เป็นพิธีกรดำเนินรายการ :04:
ประกาศ โปรดฟังอีกครั้ง บัวชมพู ฟอร์ด ครับ
โอเค สัมนาบัวชมพู ฟอร์ด :04:
เฮ้อ.... :46:
ไม่ขอวิจารณ์ครับ เดี๋ยวโดนไล่ไปอ่านหน้าแรกอีก :41:
ผมมาคั่นจังหวะนิดหนึ่งนะ
ผมว่าผมเข้าใจว่า ถ้าผม post หัวข้อโดยหวังจะให้คนอื่นรู้ข้อมูล แต่เหมือนโจมตี เป็นผมก็คงเซ็ง
แต่อยากให้มองว่าเป็นแค่ความคิดเห็นที่แลกเปลี่ยนกันเท่านั้น
สำหรับผมถ้ายกตัวอย่างอะไรไปไม่เหมาะ(เช่น รองเท้า)ก็ขออภัยด้วย สำหรับคนที่ต้องการรู้ความเห็นผมก็หลล
เรื่องขอบเขตผมตอบไปแล้ว
เรื่องเปรียบเทียบผมใช้เครื่องหมาย ?ด้วย .. (แค่ชี้แจ้งนะ)
[การเปรียบเทียบเจตนาเรื่องสิทธิ์ในการใช้และการให้ต่อ ของผลิตภัณท์กับตัวที่ทำให้เกิดสิทธิ์ ..ส่วน เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร มีใน post ครั้งแรกแล้ว ไม่ได้มีเจตนาให้เป็น logo เหมือน font]
สำหรับความเห็นผม (เป็นเรื่องของแค่คนๆหนึ่ง)
ถ้าตีความหมายคำว่าฟอนต์(font)ซึ่งต้องใช้การประดิษฐ์(ประดอย?) เหมือนกับตัวหนังสือ(character/letter)เรื่องคงอีกยาว .......
เพราะตัวหนังสือเป็นทรัพย์สินของชาติ ตามที่บอก แต่ font ........ (เติมเองตามชอบใจของทุกๆท่าน)
สำหรับผม สิทธิ์(ค่า/การใช้สิทธิ์) ลิขสิทธิ์ และ การปรับ มีความหมายต่างกัน ... หัวข้อคือ " ชี้แจงลิขสิทธิ์การใช้ฟอนต์" ผมก็เลยเน้นตรงนั้น
note: ผมทำฟอนต์ไม่เป็นและไม่เคยทำและหลงมาที่นี่เพราะการ search หาชื่อโปรแกรมของผม :35:
ผมเลยไม่มีผลประโยชน์ใดๆ(ตรงข้าม ผมก็บอกแล้วไม่เห็นด้วยที่เรียกค่าเสียหายที่โหดเกินจริง)
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 22 ม.ค. 2007, 15:36 น.
ระจัน
อันนี้แค่แซว เพราะชอบอ่านหนังสือของท่าน
เจ้า logo (ระจัน)ของท่านสงวนลิขสิทธิ์ไหมเนี่ย? ชอบเป็นการส่วนตัว(ในกฏหมายยกเว้นไว้ ฮิ ฮิ)
แค่แซวนะ .. ไม่ต้องตอบก็ไดนะ้ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องยาว อีก :43:
สนุกชิบหายเลย :30:
มาถกกันต่อนะ กะลังติดตามอยู่
แต่รู้แล้วว่ายังไง อืมๆ
ถ้าเราในฐานะผู้บริโภคคิดว่าถูกเอาเปรียบหรือละเมิดสิทธิ์ ผมว่าควรฟ้องศาล จะได้มีคำตัดสินเป็นบรรทัดฐาน อ้างอิงได้ คิดว่างั้นนะ... :42:
อ้างคำพูดจาก: ThaiBuddy เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 00:52 น.
อันนี้แค่แซว เพราะชอบอ่านหนังสือของท่าน
เจ้า logo (ระจัน)ของท่านสงวนลิขสิทธิ์ไหมเนี่ย? ชอบเป็นการส่วนตัว(ในกฏหมายยกเว้นไว้ ฮิ ฮิ)
แค่แซวนะ .. ไม่ต้องตอบก็ไดนะ้ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องยาว อีก :43:
สำหรับชื่อนี้ ระจัน
ใครเอาไปใช้ ก็ตามแต่ใจ(มั้ง) :33:
แต่ตัวนี้
(http://f0nt.com/forum/index.php?action=dlattach;id=11591;type=avatar)
คงมีลิขสิทธิ์ :43:
เจ้าของกระจู๋ น่าจะอารมณ์ทุเลาลงแล้ว
ผมมาตามขอฟังลิขสิทธิ์ กันต่อนะครับ
.
อ้างคำพูดจาก: จิตเสื่อม เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 09:59 น.
ตอนนี้กลายเป็นไม่เข้าใจเลย ว่าเค้าจะสื่อไร
สื่อว่าผู้บริโภค โดนกดขี่
หรือสื่อว่าพวกเราควรมีความรู้มากกว่านี้
หรือสื่อว่าเราควรเรียกร้อง
:09:
คงทั้งสามข้อเลยแหละครับ
เพราะถ้าข้อกำหนดที่เจ้าของสิทธิ์เขากำหนดนั้น ทำไม่ได้จริง
แสดงว่า
เราโดนเอาเปรียบ
เราไม่รู้ว่ากฎหมายท่านห้ามกำหนดข้อตกลงการใช้
พอรู้แล้ว ก็ควรช่วยๆกันเรียกร้องน่ะครับ
แต่ผมไม่แน่ใจว่า การกำหนดข้อตกลงการใช้ฟอนต์ ทำได้หรือไม่ได้
หรือ ทำได้ แต่มีขอบเขตของมันอยู่
แล้วเจ้าของสิทธิ์บางเจ้า ไปกำหนดข้อตกลงเกินขอบเขตที่กฎหมายท่านให้ไว้ หรือเปล่า
คงต้องรอฝ่ายผู้ผลิต (อย่างอาจารย์โรจ คุณทัชชี่ คุณนายพล และท่านอื่น) มาบอกแล้วล่ะครับ
.
งั้นเปลี่ยนเป็น
รอผู้ผลิตมืออาชีพ ละกัน :42:
สมมติ....
ไม่ว่าคุณวาดโปเกมอน ขึ้นมาจาก โฟโตชอป หรือ วาดใส่แผ่นกระดาษวาดเขียนตราช้างน้อย
คุณก็มี สิทธิ์ ในโปเกมอนตัวนั้น ที่จะห้ามหรืออนุญาติ นำไปจำหน่าย จ่ายแจก
คุณสร้าง ก.ไก่ ขึ้นมาซักตัว ลวดลายวิจิตรพิศดาร
ไม่ว่าคุณจะใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นมา หรือ วาดโดยใช้มือใส่กระดาษ
ก.ไก่ตัวนั้นมันก็เป็นของคุณแล้ว
โปรแกรมมันเป็นเพียงอุปกรณ์แนวทางในการสร้าง
เรื่องลิขสิทธิ์ คุ้มครองถึงส่วนโปรดักการผลิตด้วย
งงมั้ย :01:
สู้ๆคร้าบ เป็นกำลังใจให้ทุกคน :12:
แต่ถ้าเอาโปเกมม่อนตัวนั้นไปทำโลโก้ร้านคุณ
เจ้าของลิขสิทธ์โปเกมม่อนฟ่องคุณได้มั้ย :09:
ฟ่องได่ครั่บ
ผมว่าเปรียบเทียบหรือยกตัวอย่างให้มันเกี่ยวกับฟอนต์หน่อย
จะได้ไม่สับสน :42:
ถ้าข้อกำหนดนั้นไม่ถูกต้องจริง
แล้วทำไมแม้แต่บริษัทใหญ่ๆที่น่าจะมีทีมกฎหมายเก่ง(อย่างบริษัทผม)
ถึงได้แพ้และต้องซื้อลิขสิทธิ์เค้าล่ะครับ :09:
แหม บริษัทผม :26:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 23 ม.ค. 2007, 10:09 น.
แต่ผมไม่แน่ใจว่า การกำหนดข้อตกลงการใช้ฟอนต์ ทำได้หรือไม่ได้
หรือ ทำได้ แต่มีขอบเขตของมันอยู่
แล้วเจ้าของสิทธิ์บางเจ้า ไปกำหนดข้อตกลงเกินขอบเขตที่กฎหมายท่านให้ไว้ หรือเปล่า
คงต้องรอฝ่ายผู้ผลิต (อย่างอาจารย์โรจ คุณทัชชี่ คุณนายพล และท่านอื่น) มาบอกแล้วล่ะครับ
ถ้าได้ลองอ่านกฏหมายลิขสิทธิ์จะชัดเจนในตัวเองขึ้นครับ ลองดูๆ(กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทย)
ขออนุญาต post link อีกครั้ง http://www.ipthailand.org/dip/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=82&Itemid=680
ถ้าเรื่องลิขสิทธิ์ ก็ http://www.ipthailand.org/dip/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=85&Itemid=680
ลองดู ส่วนที่ 1
แต่ถ้าต้องตีความก็แล้วแต่ละครับ :35: (อาจเหมือนนายพลว่า)
-----------
คุณระจัน
ผมว่าจะเอา logo ไปติดหน้่ารถซะหน่อยเลยไม่ได้เลย :16:
คงต้องเอาไปติดห้องนอน(ติดทำไมหว่า) เพราะไม่ผิด(ใช้ส่วนตัว) :43:
[อันนี้เป็นการแซวเพิ่มนะ .. ฮิ ฮิ
ถ้าผมเอาตัวหนังสือคุณระจัน(หรือของใครก็ได้)ไปใช้ โดยการพิมพ์ออกขายส่วนตัวจะผิดไหมน่า?
ก็ตัวหนังสือเป็นสมบัติชาติ?
เฉลย? อ่านหมวดวรรณกรรม(software ก็อยู่หมวดนี้)]
.
ลองอ่านนี่นะครับ
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=7046.msg482309#msg482309
คราวนี้เคลียร์ได้อย่างสนิทใจเลยแหละ
ตามอ่านมา งง กับเจ้าของจู๋นี้ตกลงจะสื่ออะไร
เค้าพยายามบอกว่า
การที่เจ้าของลิขสิทธิ์ กำหนดข้อตกลง
เพื่อจำกัดรูปแบบในการนำไปใช้
เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
แต่ไม่รู้ทำไม ผมเห็นด้วยกับคุณแฮปปี้นะ
เพราะกรณีที่เอาฟอนต์ไปใช้กับทีวีแล้วคิดแพงกว่า
ผมไม่เห็นด้วย เพราะก็เป็นฟอนต์เดิมๆ
ฟีเจอร์ต่างๆก็เหมือนเดิม
อย่างซอฟท์แวร์อื่นๆ เค้าก็จะมีส่วนที่แตกต่างกัน
คือฟีเจอร์ไม่เหมือนกัน ความสามารถไม่เหมือนกัน
ก็คิดราคาต่างกัน ก็ดูจะสมเหตุสมผลดี
่มันน่าจะไปคล้ายๆกรณีของเพลงหรือเปล่าครับ
เพลงเปิดที่ร้านอาหารต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อีกแบบนึง
หรือไปคล้ายๆกรณีที่ขายให้เพื่อการศึกษา
ก็จะถูกกว่าเอาไปทำมาหากินอะไรอย่างนี้
หรือ อาจจะตั้งราคาเต็มไว้ก่อนเลย เอาไปใช้ทำอะไรก็ได้
แล้วค่อยลดลง
ว่า ถ้าไม่ได้ออกทีวี เป็นราคาถูก
ถ้าเอาไว้ศึกษา เป็นราคาถูกกว่าอีกนะ เป็นต้น
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 09:56 น.
่มันน่าจะไปคล้ายๆกรณีของเพลงหรือเปล่าครับ
เพลงเปิดที่ร้านอาหารต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อีกแบบนึง
นี่ไงพี่อ๋าห์ ที่ผมว่ามันแหม่งๆ
มันเคยมีกรณีตัวอย่างเรื่อง DVD Zone ในต่างประเทศ
ที่เค้าสามารถแคร็กเรื่อง Zone ออกมาได้
ปรากฎว่าโดนฟ้อง
แต่ศาลตัดสินว่า ไม่ผิด
เพราะเค้าซื้อดีวีดีต่างๆ มาถูกต้องตามลิขสิทธิ์
และก็ไม่ได้ทำซ้ำเพื่อจำหน่ายด้วย
ศาลบอกว่า เมื่อเค้าซื้อสินค้ามาแล้ว
ตราบใตที่ไม่ได้นำสินค้าไปจำหน่ายซ้ำ
เค้าจะเอาไปทุบ ไปตี ยังไง ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ซื้อ
อย่างลิขสิทธิ์เพลงผมไม่แน่ใจว่ามันเหมือนกับซอฟท์แวร์หรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆ ก็เห็นถืงความละโมภอย่างน่าเกลียดของค่ายเพลง
ที่จัดเก็บลิขสิทธิ์แบบนั้น
และในกรณีของฟอนต์ต่างๆ
ผมว่ามันเข้ากรณีเดียวกับซอฟท์แวร์
ถ้าเราไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์อะไรเข้าไป
จะไปเก็บราคาเพิ่มตาม การใช้งานมันก็แปลกๆ
อีกอย่างนึงในเว็บฟอนต์นี่
ผมว่าอย่างน้อยควรจะมี
ประกาศลิขสิทธิ์ อย่างฟอนต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ผมว่าเป็นตัวอย่างคำประกาศที่ดีนะครับ
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 10:22 น.
นี่ไงพี่อ๋าห์ ที่ผมว่ามันแหม่งๆ
มันเคยมีกรณีตัวอย่างเรื่อง DVD Zone ในต่างประเทศ
ที่เค้าสามารถแคร็กเรื่อง Zone ออกมาได้
ปรากฎว่าโดนฟ้อง
แต่ศาลตัดสินว่า ไม่ผิด
เพราะเค้าซื้อดีวีดีต่างๆ มาถูกต้องตามลิขสิทธิ์
และก็ไม่ได้ทำซ้ำเพื่อจำหน่ายด้วย
ศาลบอกว่า เมื่อเค้าซื้อสินค้ามาแล้ว
ตราบใตที่ไม่ได้นำสินค้าไปจำหน่ายซ้ำ
เค้าจะเอาไปทุบ ไปตี ยังไง ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ซื้อ
อย่างลิขสิทธิ์เพลงผมไม่แน่ใจว่ามันเหมือนกับซอฟท์แวร์หรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆ ก็เห็นถืงความละโมภอย่างน่าเกลียดของค่ายเพลง
ที่จัดเก็บลิขสิทธิ์แบบนั้น
และในกรณีของฟอนต์ต่างๆ
ผมว่ามันเข้ากรณีเดียวกับซอฟท์แวร์
ถ้าเราไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์อะไรเข้าไป
จะไปเก็บราคาเพิ่มตาม การใช้งานมันก็แปลกๆ
เหมือนกับว่าผมซื้อหนังสือมาเล่มนึง
ถ้าอ่านเอง ก็ราคานึง
ถ้าเอาไปอ่านให้เพื่อนๆฟังก็อีกราคานึง
มันดูแปลกๆนะครับ
อีกอย่างนึงในเว็บฟอนต์นี่
ผมว่าอย่างน้อยควรจะมี
ประกาศลิขสิทธิ์ อย่างฟอนต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ผมว่าเป็นตัวอย่างคำประกาศที่ดีนะครับ
:46:
ทั้ง แก้ไข ทั้งอ้างอิง
กดทุกปุ่มเลยนะพี่นต :26:
สวัสดีครับ
คุณแอน ผมเข้ามาอ่านกระทู้นี้ได้หลายวันแล้ว
แต่ผมไม่ได้ออกความเห็น เนื่องจากว่า มันมีหลากหลายประเด็นมาก
ผมจะแยกเป็นประเด็นคร่าวๆนะครับ และอธิบายแบบหลักๆก่อน
ส่วนในเนื้อหารายละเอียด ถ้ามีใครสงสัยก็สอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ :27:
คือในส่วนของลิขสิทธิ์ หรือการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์นะครับ
ลิขสิทธิ์คือผลงานสร้างสรรค์ ซึ่งต่างจากสิทธิบัตร
จากประเด็นที่ว่า เจ้าของลิขสิทธิ์เรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์แพง เกินไป หรือเรียกเก็บไม่เท่ากัน
ตามการใช้งานนั้น สามารถทำได้ครับ
จากตัวอย่างที่เห็นจาก กรณีค่าลิขสิทธิ์เพลงใช่มั๊ยครับ
ที่เรียกเก็บจากผู้ฟังทั่วไป (ใช้ในที่พักอาศัยเท่านั้น) กับใช้เพื่อการค้า
ราคาไม่เท่ากัน!!!!
อันนี้เรียกเก็บจากการใช้งาน เหมือนที่มียุคนึง ทาง บ.พีเอสแอล เคยทำ คือขายสำหรับ
นักศึกษา ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ในการทำการค้า เพียงแผ่นละ สามร้อยกว่าบาท
(ที่ศูนย์หนังสือจุฬาก็เคยมี จัดจำหน่ายโดยไทยซอฟท์) ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม
ลิขสิทธิ์เป็นของเจ้าของผลงานครับ ไม่มีใครไปบังคับเค้าได้ เจ้าของสิทธิ์คือผู้ทรงสิทธิ์ครับ
เช่นถ้าใครมีฟอนต์อยู่หนึ่งชุด
เค้าพึงใจกับใครคนนึงมาก เค้าให้ใช้ฟรีก็ได้ หรือเก็บจะฟอนต์ละบาทก็ได้
หรือเก็บฟอนต์ละสองหมื่นก็ได้ หรือเก็บฟอนต์ละล้านก็ได้ หรือไม่ขายและไม่ให้ใช้เลยก็ได้
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเจ้าของสิทธิ์ครับ
คือเราจะไปบอกเค้าไม่ได้ครับ ว่าคุณต้องขายเท่านี้นะ เท่านั้นนะ เราในฐานะผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดเค้าครับ
แต่ถามว่าอะไรจะเป็นตัวกำหนด กลไกทางตลาดครับ คือถ้าเค้าทำแล้วอยากขาย
ถ้าขายแพงมาก คนก็ไม่ซื้อ ถ้าขายถูกไป ไม่คุ้มค่าพัฒนา ก็ไปไม่รอดทั้ง สองแบบครับ
ฉะนั้นราคาที่เค้าตั้งก็ต้องให้เหมาะสมครับ
ต่อข้อถามที่ว่าในกรณีลิขสิทธิ์ดีวีดี ที่ว่านั่นเป็นเรื่องของสำนึกครับ
ถามว่าผิดกฎหมายมั๊ย คำตอบคืออย่างที่ศาลท่านว่า ไม่ผิดครับ
แต่ความจริงควรติดต่อเจ้าของสิทธิ์ครับเพื่อจะได้มาซึ่งสิทธิ์นั้นครับ
การทำซ้ำโดยกฎหมายสามารถทำได้ครับ เช่นคุณอาจทำสำเนาแผ่นเพลง
ที่คุณใช้ฟังบ่อยๆ เนื่องจากคุณกลัวแผ่นแท้จะได้รับความเสียหายเป็นต้น
อธิบายแล้วมันแตกออกเป็นหลายประเด็น เนื่องจากมีหลายๆท่านทิ้งทุ่นไว้
เอาเป็นว่าถ้าสงสัยในกรณีใดๆแล้ว ถามตอบกันเป็นรายกรณีจะดีกว่าครับ
ไปหละ จุ๊บๆ :27:
:46: อ่านแล้วเข้าใจง่ายดีครับ
ขอบคุณมากครับ
แล้วประเด็นที่ว่า
เจ้าของลิขสิทธิ์ไปตั้งข้อกำหนดในการใช้งานล่ะครับ
(เช่น ซื้อขายกันในราคาเท่านี้ ห้ามเอาไปใช้ในงานโฆษณาทีวี เป็นต้น)
กฎหมายท่านให้ทำได้ไหมครับ
:01:
ประเด็นของผมไม่ได้หมายถึงเก็บแพงเกินไป
หรือยังไง ประเด็นของผมคือ คุณจะมาจำกัดการใช้งานฟอนต์
ที่ผมซื้อไปไม่ได้ ถ้าฟอนต์ของคุณคือตัวเดิม ฟีเจอร์เดิมๆ
อย่างผมซื้อรถเก๋งมาคันนึง
ผมจะเอาไปใช้แบบรถเก๋ง
หรือจะเอาไปบรรทุกของแบบรถกระบะก็ได้
ตราบใดที่ผมซื้อมาอย่างถูกต้อง
ไม่ได้ขโมยมา
ผมเชื่อว่ากรณีนี้ ส่วนใหญ่เจ้าของสิทธิ์แพ้ทุกรายครับ
แต่กรณีส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นก็คือ
ไม่ได้เคยซื้อมาก่อนต่างหาก
ท่านแฮปปี้ มีความเห็นว่าไงครับ
ผมรอฟังอยู่
อยากให้อ่านด้วยความรู้สึกที่เป็นกลางนะครับ
ถึงผมจะยืนอยู่ฝั่งผู้ผลิตก็จริง แต่ผมก็รักในความเป็นธรรมเหมือนกัน
คือก่อนอื่นเราต้องเข้าใจคำว่า ลิขสิทธิ์ก่อนนะครับ
คือลิขสิทธิ์เป็นของเจ้าของสิทธิ์ครับ
เค้าจะกำหนดยังไงก็ได้ เป็นสิทธิ์ของเค้า แต่ถ้าเราไม่พอใจในเงื่อนไขที่เค้าตั้งไว้
เราก็ไม่ต้องใช้ ไม่ต้องซื้อของเค้า เท่านั้นจบครับ
แต่ไม่ใช่ว่า เราจะใช้ของเค้า แล้วให้เค้าตั้งเงื่อนไขในแบบที่เราพอใจ
พอจะนึกออกมั๊ยครับ คือ สิทธิ์มันเป็นของเค้า เค้าจะให้เราใช้สิทธิ์แค่ไหนก็ได้
เป็นสิทธิ์ของเค้าครับ เช่นเพลงในซีดีของแท้ เค้าระบุว่าใช้เพื่อความบันเทิงในที่พัก
อาศัยเท่านั้น แต่เรานำมาเปิดในสถานบันเทิงเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ อันนี้ผิดครับ
คือไม่ใช่ว่าเราซื้อมาถูกต้อง แล้วจะทำยังไงก็ได้นะครับ
สังเกตุประเด็นดีๆนะครับ เค้าไม่ได้ขายสิทธิ์ขาดให้กับเรา เค้าเพียงขายสิทธิ์ในการใช้ให้เราเฉยๆ
ฉะนั้นเค้าขายสิทธิ์ในการใช้ ว่าเราใช้ได้แค่ไหน เราก็มีสิทธิ์ในการใช้ได้เท่านั้นครับ
ถ้าเราต้องการใช้มากขึ้น ก็ต้องติดต่อเจ้าของสิทธิ์เพื่อจะได้รับสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นครับ
กลับกันในกรณีที่ผมรับจ้างทำฟอนต์ให้กับ บริษัทโฆษณา บริษัทนึง
เค้าจ้างผมทำและผมขายขาดให้กับเค้า
เค้าจะเอาฟอนต์ที่ซื้อมาไปทำอะไรก็ได้ เช่นดัดแปลง แก้ไข ขายต่อ ทำซ้ำ
แจกจ่าย ได้สารพัดครับ เพราะเป็นสิทธิ์ของเค้า เค้าซื้อขาดไปแล้ว
ฉะนั้นการซื้อขาด กับการซื้อสิทธิ์การใช้งาน จึงเป็นคนละกรณีกันครับ
และในกรณีที่เราซื้อฟอนต์มาใช้นั้น เป็นกรณีของการซื้อสิทธิ์การใช้งานครับ
ไม่ได้ซื้อขาดหรือจ้างผลิต เพราะฉะนั้นสิทธิ์ยังอยู่ที่เจ้าของครับ
อีกตัวอย่างนึง ที่เพื่อนสมาชิกยกมา
เรื่องการซื้อรถเก๋งมาใช้ ถูกครับ คือเราซื้อมาแล้วจะทำไงก็ได้ครับเพราะซื้อมาอย่างถูกต้อง
เช่น ซื้อรถเก๋ง แล้วเอามาบรรทุกแบบปิคอัพ สามารถทำได้ เพราะอะไรครับ
ก็เพราะคุณซื้อขาดมาแล้ว แต่ถ้าเกิดปัญหากับรถเช่น ช่วงล่างรับน้ำหนักมากเกินไป
แล้วคุณเข้าศูนย์ให้เค้าเครมช่วงล่างให้ คุณอาจได้รับการปฏิเสธการรับประกันได้
เนื่องจากคุณใช้สินค้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ผลิต (ใช้ผิดประเภท)
นึกออกมั๊ยครับ รถใหม่รับประกัน สามปีหรือ หนึ่งแสนโล ก็ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วจะทำอะไรก็ได้
เพราะคุณอาจได้รับการปฏิเสธการรับประกันจากผู้ผลิตได้เช่นกันครับ
ด้วยความเคารพนะครับ
แต่ถ้าเกิดปัญหากับรถเช่น ช่วงล่างรับน้ำหนักมากเกินไป
แล้วคุณเข้าศูนย์ให้เค้าเครมช่วงล่างให้ คุณอาจได้รับการปฏิเสธการรับประกันได้
เนื่องจากคุณใช้สินค้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ผลิต (ใช้ผิดประเภท)
ตรงเผงครับ
รถที่เราใช้ (รถผมนี่ก็ได้เอ้า) เราทำอะไรก็ได้ครับ กับรถเรา
แต่ถ้าเอาไปใช้ เอาไปยกสูง โหลดแป้ก ตัดสปริง เพื่อบรรทุก หรืออะไรก็แล้วแค่
จะมาให้เคลม เขาจะถามก่อนเลย (หรือดูก็เห็นแล้วล่ะ) ว่าพังเพราะอะไร
สาเหตุถ้าไม่ได้เกิดจากเทคนิคของรถ หรือจากเครื่องยนต์
ยากครับที่เขาจะรับประกันให้
ยกตัวอย่างได้เห็นภาพดีครับ :22:
:45: อธิบายให้เข้าใจได้กระจ่างใจดีมากๆ เลยครับ
นับถือๆ :12:
:25: ยังงี้ซิที่ต้องการ
:25: เข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วค่ะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
ขอบคุณครับ :46:
ผู้รู้จริงของวงการฯ ท่านนึงปรากฏตัวมาให้ความกระจ่างแล้ว
ยังมีใครเข้าใจสงสัยตรงไหนอีกรีบถามนะครับ เดี๋ยวกระจู๋นี้จะเก่าเกินสนุก
ธูปไหม้ไปหลายดอกกว่าจะมา :21:
แล้วถ้ากรณี ที่เราลักลอบ/แอบ/ไม่รู้ นำฟอนท์ที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ ไม่ว่าในงานใดก็ตาม
ถ้าเจ้าของลิขสิทธิ์เจอ และมีการฟ้องร้องขึ้นมาเนี้ย
เจ้าของสามารถกำหนดค่าเสียหายต่างๆ ได้เองตามใจชอบเลยใช่มั้ยครับ
หรือมีมาตรฐานกลางอะไรซักอย่างในการกำหนดค่าเสียหายครับผม :25:
:33:
ขอโทษครับ ไม่ใช่ไม่ถูกหู
แต่มันไม่รู้เรื่องจริงๆ
:01:
ถูกหูว่า ผู้ผลิต ห้ามคิดแพง
คิดออกมาให้ใช้ฟรีนะ โอเคมั้ย
จะได้เอามาต่อยอด
ไม่ก้จะได้ใช้ฟรีสบายใจกันไป
เพื่อผลิตผลงานดีๆ ออกมาสู่สังคม
เช่นรายการทีวีดีๆ ฟอนท์สวยๆ เงินได้ผู้จัดรายการ
คนเขียนฟอนท์ไส้แห้ง
:40: เข้าใจยังงี้ถูกรึเปล่าเนี้ย
:43:
:22:
:27:
อ้างคำพูดจาก: psk_type เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 11:27 น.
ลิขสิทธิ์เป็นของเจ้าของผลงานครับ ไม่มีใครไปบังคับเค้าได้ เจ้าของสิทธิ์คือผู้ทรงสิทธิ์ครับ
เช่นถ้าใครมีฟอนต์อยู่หนึ่งชุด
เค้าพึงใจกับใครคนนึงมาก เค้าให้ใช้ฟรีก็ได้ หรือเก็บจะฟอนต์ละบาทก็ได้
หรือเก็บฟอนต์ละสองหมื่นก็ได้ หรือเก็บฟอนต์ละล้านก็ได้ หรือไม่ขายและไม่ให้ใช้เลยก็ได้
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเจ้าของสิทธิ์ครับ
คือเราจะไปบอกเค้าไม่ได้ครับ ว่าคุณต้องขายเท่านี้นะ เท่านั้นนะ เราในฐานะผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดเค้าครับ
แต่ถามว่าอะไรจะเป็นตัวกำหนด กลไกทางตลาดครับ คือถ้าเค้าทำแล้วอยากขาย
ถ้าขายแพงมาก คนก็ไม่ซื้อ ถ้าขายถูกไป ไม่คุ้มค่าพัฒนา ก็ไปไม่รอดทั้ง สองแบบครับ
ฉะนั้นราคาที่เค้าตั้งก็ต้องให้เหมาะสมครับ
มองในมุมผู้ผลิตนะครับ ด้วยความเป็นกลาง
เหมือนร้านค้าโดนขโมยของยังเงี้ย ทำไมเค้าถึงคิดค่าปรับ 20 เท่าเหรอครับ
เพื่อปรามไม่ให้คนอื่นขโมยซิครับ
(แล้วคิดในอีกแง่หนึ่งด้วยว่า การปรับก็เพื่อเอาค่าใช้จ่ายที่ถูกคนอื่นหรือคนเดิมขโมยไปตั้งนานแล้วด้วย)
แล้วยังงี้ ขโมย เรียกร้องได้มั้ยครับ ว่า ผม/ฉันไม่ได้ตั้งใจขโมยแค่หยิบติดมือ
หรือ เห้ย ของชิ้นนี้แค่ 20 ปรับตั้ง 400 (20 เท่า) เอาเปรียบผู้บริโภคนี้น่า อย่างงี้ต้องปลูกจิตสำนึก เรียกร้องขโมยของเท่าไหนก็ปรับเท่านั้นซิ มูลค่ามันแค่ 20 บาทเองปรับตั้ง 400 โกงชัดๆ
:46: ด้วยความเคารพและเข้าใจ
// อย่าเอาอารมณ์ที่โดนมากับตัว ปนกับ เหตุผลเลยครับ เพราะถ้าคนนอกที่ยืนอยู่ห่างๆ โดยเว้นระยะเท่าๆกันทั้งสองฝ่าย เค้าเข้าใจหลักเหตุและผลเองละครับ :26:
:12:
ถ้าเขาขาย 5000 ก็ไม่ต้องไปซื้อเขาสิครับ
อยากขายแพงเองทำไมล่ะ
:42:
ก็เหมือนฟอนต์แหละครับ
เขากำหนดห้ามอย่างนี้
กำหนดราคาสูง กำหนดข้อกำหนดงุงิ บลา บลา
ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องซื้อ
จบ
:42:
กินก๋วยเตี๋ยว ไม่ได้ดูราคาก่อนกินเหรอจ๊ะ
ไปหยิบชามมาลวกเองกินเองเหรอจ๊ะ
:25: คนแก่เนี้ยมุมมองเข้าข้างตัวเองดีจัง
แล้วที่เอาฟอนทเค้า์ไปใช้โดยไม่ได้ซื้อหรือขอสิทธิ์เนี้ย เค้าเรียกยืมเหรอจ๊ะห์ :25:
:45:
:42:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:21 น.
กินก๋วยเตี๋ยว ไม่ได้ดูราคาก่อนกินเหรอจ๊ะ
ไปหยิบชามมาลวกเองกินเองเหรอจ๊ะ
:25: คนแก่เนี้ยมุมมองเข้าข้างตัวเองดีจัง
แล้วที่เอาฟอนทเค้า์ไปใช้โดยไม่ได้ซื้อหรือขอสิทธิ์เนี้ย เค้าเรียกยืมเหรอจ๊ะห์ :25:
แล้วประเด็นนี้เข้าใจ หรือว่ามีข้อขัดแย้งยังไงรึเปล่าครับ
เราจะได้เข้าใจตรงกัน :25:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:30 น.
โง่เนอะ...ที่ต้องซื้อก๋วยเตี๋ยวชามละ 5,000 บาท :28:
อ่าเราเข้าใจตรงกันละ :25:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:10 น.
ถ้าอยู่ๆโดนให้จ่าย 80,000 บาทน่ะ จะจ่ายมั๊ย
แล้วเราทำอะไรผิดรึเปล่าล่ะครับ
ถ้าทำผิดก็จำเป็นต้องจ่าย
:42:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:14 น.
นึกออกแล้ว.... :30:
ที่คนเค้าอ่านไม่เข้าใจเพราะมีคนมาป่วน
ไม่เกี่ยวนะครับ :08:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:28 น.
ไม่ได้โดนอะไรทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้เอาอารมณ์มาพูดด้วยนะเคอะ... :34:
เข้าใจเหรอ ??? :04: อย่าพูดคำนี้ออกมาเลยค่ะ.... :05:
จริงเหรอครับ
ทำไมผมดูเหมือนคุณใช้อารมณ์มาพูด
เจ๊เอห์ก็อาจจะเหมือนกัน
และอาจจะเป็นผมด้วย
:08:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:30 น.
โง่เนอะ...ที่ต้องซื้อก๋วยเตี๋ยวชามละ 5,000 บาท :28:
ใช่ครับ โง่เนอะ
แล้วจะซื้อทำไมครับ ในเมื่อรู้ราคาอยู่แล้ว :09:
เราไม่จำเป็น "ต้อง" ซื้อนี่ครับ
:22:
ถูกครับ
แต่ที่นี่เราก็ (กำลังจะ -- เมื่อไหร่วะ) ประกาศราคา (คือฟรี) และข้อกำหนดการใช้อย่างถูกต้องชัดเจนนี่ครับ
หรือคุณกำลังพูดถึงฟอนต์ PSL ?
มองอีกมุมหนึ่งนะครับ
เอา font PSL (ขออนุญาตเอ่ยนาม) มาจากแหล่งไหนเหรอครับถึงไม่รู้ว่ามีลิขสิทธิ์ :42:
เอาเป็นว่าต่อไป อาจจะต้อง set properties ของแต่ละ font เลยมั้งครับว่า font set นี้ราคาเท่าไหร่
ให้เป็น properties ติด font ไปเลย น่าจะแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง :42:
ส่วนเร่ :42:
ใครเจ๊แก :07a:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:40 น.
แต่บางอย่างกลับไม่มีราคาที่แสดงให้ผู้ซื้อได้ทราบโดยทั่วกัน ทำให้เกิดเป็นปัญหาในปัจจุบันค่ะ
ซื้อก่อนใช้ ไม่เกิดปัญหาครับ
ปัญหาที่เกิดในปัจจุบันคือ ใช้ก่อนซื้อ
:42:
// แว๊บๆ มา ไปแล้ว ฟิ๊วววววว...
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:51 น.
ซื้อก่อนใช้ ไม่เกิดปัญหาครับ
ปัญหาที่เกิดในปัจจุบันคือ ใช้ก่อนซื้อ
:42:
// แว๊บๆ มา ไปแล้ว ฟิ๊วววววว...
เค้าอาจจะไม่รู้ว่าต้องซื้อก่อนแล้วค่อยใช้ :25:
แบบใช้ก่อนผ่อนทีหลัง
อย่างนั้นควรจะเป็นความผิดของคนปล่อยให้โหลดรึเปล่าครับ :08:
ถ้าเกิด TSL (นามสมมุติ) ฟ้องเรามา ซึ่งเราไปโหลด TSL มาจากเว็บ E0NT (นามสมมุติ)
เราก็ต้องฟ้องไอ้เว็บ E0NT ต่อ ?
แล้วถ้าไปซื้อแผ่นมาจาก หมื่นติ๊บ
เราจะไปฟ้องไอคนขายหน้าหื่น โป้มั้ยพี่ ต่ออีกที นึง :42:
:46:
:01:
:42:
:25: กว่าจะรู้
:45:
:22:
ไม่เชิงครับ
ไม่พอใจคุณก็มีส่วนด้วย
และเรื่องฟอนต์ก็มีส่วนด้วยเช่นกัน
:42:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 23:10 น.
แล้วติดลบสุดๆนี่มันเท่าไหร่อ่ะ :10:
-10000 ครับ :01:
:46:
ไม่พอใจที่ไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่นครับ :42:
ในขณะนั้น เหมือนองค์ลง คิดว่าตัวเองถูก
พอชาวเราเอาข้อมูลที่ก็ได้รับรู้มาเหมือนกันมาถก
ก็มา เฮ้อ .. กลับไปอ่านหน้าแรกอีกรอบไงครับ
จริงๆ ก็ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย จนกระทั่ง ผู้รู้ ของพี่แอนมาโพสต์นะครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: psk_type เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 11:27 น.
สวัสดีครับ
คุณแอน ผมเข้ามาอ่านกระทู้นี้ได้หลายวันแล้ว
แต่ผมไม่ได้ออกความเห็น เนื่องจากว่า มันมีหลากหลายประเด็นมาก
ผมจะแยกเป็นประเด็นคร่าวๆนะครับ และอธิบายแบบหลักๆก่อน
ส่วนในเนื้อหารายละเอียด ถ้ามีใครสงสัยก็สอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ :27:
คือในส่วนของลิขสิทธิ์ หรือการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์นะครับ
ลิขสิทธิ์คือผลงานสร้างสรรค์ ซึ่งต่างจากสิทธิบัตร
จากประเด็นที่ว่า เจ้าของลิขสิทธิ์เรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์แพง เกินไป หรือเรียกเก็บไม่เท่ากัน
ตามการใช้งานนั้น สามารถทำได้ครับ
จากตัวอย่างที่เห็นจาก กรณีค่าลิขสิทธิ์เพลงใช่มั๊ยครับ
ที่เรียกเก็บจากผู้ฟังทั่วไป (ใช้ในที่พักอาศัยเท่านั้น) กับใช้เพื่อการค้า
ราคาไม่เท่ากัน!!!!
อันนี้เรียกเก็บจากการใช้งาน เหมือนที่มียุคนึง ทาง บ.พีเอสแอล เคยทำ คือขายสำหรับ
นักศึกษา ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ในการทำการค้า เพียงแผ่นละ สามร้อยกว่าบาท
(ที่ศูนย์หนังสือจุฬาก็เคยมี จัดจำหน่ายโดยไทยซอฟท์) ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม
ลิขสิทธิ์เป็นของเจ้าของผลงานครับ ไม่มีใครไปบังคับเค้าได้ เจ้าของสิทธิ์คือผู้ทรงสิทธิ์ครับ
เช่นถ้าใครมีฟอนต์อยู่หนึ่งชุด
เค้าพึงใจกับใครคนนึงมาก เค้าให้ใช้ฟรีก็ได้ หรือเก็บจะฟอนต์ละบาทก็ได้
หรือเก็บฟอนต์ละสองหมื่นก็ได้ หรือเก็บฟอนต์ละล้านก็ได้ หรือไม่ขายและไม่ให้ใช้เลยก็ได้
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเจ้าของสิทธิ์ครับ
คือเราจะไปบอกเค้าไม่ได้ครับ ว่าคุณต้องขายเท่านี้นะ เท่านั้นนะ เราในฐานะผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดเค้าครับ
แต่ถามว่าอะไรจะเป็นตัวกำหนด กลไกทางตลาดครับ คือถ้าเค้าทำแล้วอยากขาย
ถ้าขายแพงมาก คนก็ไม่ซื้อ ถ้าขายถูกไป ไม่คุ้มค่าพัฒนา ก็ไปไม่รอดทั้ง สองแบบครับ
ฉะนั้นราคาที่เค้าตั้งก็ต้องให้เหมาะสมครับ
ต่อข้อถามที่ว่าในกรณีลิขสิทธิ์ดีวีดี ที่ว่านั่นเป็นเรื่องของสำนึกครับ
ถามว่าผิดกฎหมายมั๊ย คำตอบคืออย่างที่ศาลท่านว่า ไม่ผิดครับ
แต่ความจริงควรติดต่อเจ้าของสิทธิ์ครับเพื่อจะได้มาซึ่งสิทธิ์นั้นครับ
การทำซ้ำโดยกฎหมายสามารถทำได้ครับ เช่นคุณอาจทำสำเนาแผ่นเพลง
ที่คุณใช้ฟังบ่อยๆ เนื่องจากคุณกลัวแผ่นแท้จะได้รับความเสียหายเป็นต้น
อธิบายแล้วมันแตกออกเป็นหลายประเด็น เนื่องจากมีหลายๆท่านทิ้งทุ่นไว้
เอาเป็นว่าถ้าสงสัยในกรณีใดๆแล้ว ถามตอบกันเป็นรายกรณีจะดีกว่าครับ
ไปหละ จุ๊บๆ :27:
นี้ไงๆ :25:
:46: :46: :46: :46: :46: :46: :46: :46: :46: :46: :46:
เขียนยาวแต่ไม่เข้าใจ = ไม่ได้เขียนนะครับ :25:
:46: :46: :46: :46: :46: :46: :46: :46: :46: :46:
:42:
พยายามบอกแล้วครับ
แต่จำได้ว่าโดนไล่ไปอ่านหน้าแรกน่ะครับ
:08:
ไม่เป็นไรครับ ให้อภัยกันได้ :42:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 23:22 น.
เขียนยาวแต่ไม่เข้าใจ = ไม่ได้เขียนนะครับ :25:
ก็เลยขออนุญาตลบข้อความของตัวเองเป็นการถ่ายโทษ ที่ทำให้ไม่พอใจ :46:
ขอแอบอ่านเงียบๆนะคะ คงไม่ว่าอะไรกันนะคะ :16:
ไม่จำเป็นต้องลบหรอกครับ
ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป
เริ่มใหม่ก็ได้
... อ้าว ลบไปแล้ว :01:
ยุคนี้ต้องเร็วนะครับ {หมีโหด}
// กรรม :08:
เล่นเปลี่ยนอวาตาร์ใหม่
แล้วก็แก้ไขโพสต์ตัวเองเป็นอีโมซะหมด
ขอบอกตรงๆ ว่าเสียดายค่ะ
ทั้งๆ ที่ชื่นชมในความเป็นคนยึดมั่นของคุณ
ถึงแม้ว่าจะมีหลายๆ คนที่เห็นตรงข้ามกัน
ในความเป็นจริง การถกเถียงกัน มันไม่ได้เป็นการขัดแย้งไม่ใช่เหรอคะ
การนำเหตุผลมาถกกันเพื่อนำไปสู่ประเด็นใหม่เป็นเรื่องที่ดีมาก
น่าเสียดายที่คนเริ่มต้นกลับเป็นคนทำลายซะเอง
ปล. ยังไม่เห็นว่าใครจะไม่พอใจกับ "ความเห็น" ของคุณเลยค่ะ
อาม่าทำเป็นเคสไว้นี่
อ้างคำพูดจาก: 藿月 (lán yuè) เมื่อ 02 ก.พ. 2007, 00:53 น.
ปล. ยังไม่เห็นว่าใครจะไม่พอใจกับ "ความเห็น" ของคุณเลยค่ะ
จริงหรือครับ :08:
:42: พี่คิดว่าอย่างนั้นนะเร่
ถ้าจะให้ตรงๆ กว่านั้นอีก
ก็แค่รู้สึกว่า ในเมื่อจะมาอธิบาย แล้วพอมีคนสงสัย
ทำไมไม่ทำให้มันกระจ่างกว่าเดิมก็แค่นั้น
เหมือนกับว่าอยู่ที่สูง มองคนต่ำกว่า แล้วก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ
เฮ้อ ยังไงเธอก็ไม่มีวันเข้าใจความคิดชั้นหรอก ไรเงี้ย
{หมีโหด}
ปล. เคสไหนคะป๋า
คือไม่ใช่ไม่พอใจไงเร่
เพียงแต่ไม่เข้าใจว่ายังไง
พอถามก็กลับไปอ่าน ยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่
ก็เลยเปลี่ยนเป็นไม่พอใจง่ายกว่า :42:
บรรทัดสุดท้าย ล้อเล่น :33:
นอกนั้นก็ตามที่เราถกกันสองคนนั้นละ :25:
ในจู๋ฟอนต์นี้ไม่มีแจก
อ้างคำพูดจาก: psk_type เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 12:37 น.
เรื่องการซื้อรถเก๋งมาใช้ ถูกครับ คือเราซื้อมาแล้วจะทำไงก็ได้ครับเพราะซื้อมาอย่างถูกต้อง
เช่น ซื้อรถเก๋ง แล้วเอามาบรรทุกแบบปิคอัพ สามารถทำได้ เพราะอะไรครับ
ก็เพราะคุณซื้อขาดมาแล้ว แต่ถ้าเกิดปัญหากับรถเช่น ช่วงล่างรับน้ำหนักมากเกินไป
แล้วคุณเข้าศูนย์ให้เค้าเครมช่วงล่างให้ คุณอาจได้รับการปฏิเสธการรับประกันได้
เนื่องจากคุณใช้สินค้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ผลิต (ใช้ผิดประเภท)
นึกออกมั๊ยครับ รถใหม่รับประกัน สามปีหรือ หนึ่งแสนโล ก็ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วจะทำอะไรก็ได้
เพราะคุณอาจได้รับการปฏิเสธการรับประกันจากผู้ผลิตได้เช่นกันครับ
ขอเสริมนะครับ(ย้ำว่าเสริมไม่ได้แย้งนะ) เพราะเขียนได้ clear ดีแท้
***** ถ้าไม่อยาก งง กระโดดข้ามไปได้เลยครับ ผมชอบทำให ้งง :43: (แต่จริงใจนะ ฮิ ฮิ) *****
----------
ที่กล่าวกันมาก็คือสิทธิ์การใช้รถ ซึ่งอธิบายได้ clear แล้ว :25:
ที่ผมจะพูดคือบางอย่างแม้เรามีสิทธิ์ในของนั้น
เราต้องคำนึงถึงสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างกรณีรถ ยังมีสิทธิ์ในการใช้ถนน(เพราะไปเกี่ยวของกับเรื่อง ภาษี ทะเบียน และความปลอดภัย และบุคคลอื่น ซึ่งไปเกี่ยวกับกฏหมายอื่นๆอีก) แม้จะเป็นรถเรามีสิทธิ์ เราก็ยังต้องคำนึงถึงสิทธิ์คนอื่นและสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องด้วย(ก็ยังต้องใช้ถนนสาธารณะ) ไม่เชื่อลองแค่เปลี่ยนสีรถดูซิ(ก็สิทธิ์ของตู)..แล้วจะรู้เองว่าแค่เปลี่ยนก็ต้องแจ้ง?(ภาษีรถสำหรับการใช้บรรทุกกับใช้ส่วนตัวก็ไม่เท่ากัน) ก็มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องอื่นๆอีก ..เอาเป็นอย่า serious มาก เพราะไปๆมาๆทุกๆอย่างในโลกนี้จะเกี่ยวข้องกันหมด(เดี๋ยวจะไปถึงกาแลกซี่)
เอาเป็นว่าแม้เราจะมีสิทธิ์แต่ไม่ใช่สิทธิ์ขาดทั้งหมด(แม้กระทั่งตัวเราเอง)
เข้ามาอ่านไม่ทันครับ เสียดายเหมือนกัน
แต่ก็เหมือนลมอีกวูบพัดผ่านไป
เหมือนกันกับที่แล้วๆ มา :42:
อ้างคำพูดจาก: 藿月 (lán yuè) เมื่อ 02 ก.พ. 2007, 00:53 น.
ในความเป็นจริง การถกเถียงกัน มันไม่ได้เป็นการขัดแย้งไม่ใช่เหรอคะ
การนำเหตุผลมาถกกันเพื่อนำไปสู่ประเด็นใหม่เป็นเรื่องที่ดีมาก
เห็นด้วยอย่างยิ่ง :12:
ครั้งหน้าเสกมนต์ดักไว้ก่อนนะ :30:
มาอ่านไม่ทันด้วยนั่นแหละ เลยเสียดาย
อีกอย่าง มันเอาเป็นกรณีศึกษาได้ด้วย
ว่าคนทำฟอนต์ คนใช้ฟอนต์
หรือเอางี้ คนไทยทั้งที่รู้กฎหมายและไม่รู้กฎหมาย
ไม่เข้าใจเกี่ยวกับคำว่า "ลิขสิทธิ์" เท่าไหร่เลย
(ถึงจะมีกฎหมายบอกว่าประชาชนคนไทยต้องรู้กฎหมาย จะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้)
ถ้าคนตีความอย่างอื่นล่ะ
ถ้าคนเอาเรื่องอื่นมาเป็นเกณฑ์ล่ะ
ถ้าตัดอารมณ์เอาแต่ความถกเถียงกัน ก็ได้ประโยชน์ดีออก
{หมีโหด}
ไม่ได้ใช้อารมณ์เลยนะ ถกล้วนๆ {หมีโหด}
เข้ามาอ่านไม่ทัน
แต่อยากจะแสดงความเห็นดังนี้
[แอบอ้าง
เรื่องการซื้อรถเก๋งมาใช้ ถูกครับ คือเราซื้อมาแล้วจะทำไงก็ได้ครับเพราะซื้อมาอย่างถูกต้อง
เช่น ซื้อรถเก๋ง แล้วเอามาบรรทุกแบบปิคอัพ สามารถทำได้ เพราะอะไรครับ
ก็เพราะคุณซื้อขาดมาแล้ว แต่ถ้าเกิดปัญหากับรถเช่น ช่วงล่างรับน้ำหนักมากเกินไป
แล้วคุณเข้าศูนย์ให้เค้าเครมช่วงล่างให้ คุณอาจได้รับการปฏิเสธการรับประกันได้
เนื่องจากคุณใช้สินค้าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ผลิต (ใช้ผิดประเภท)
นึกออกมั๊ยครับ รถใหม่รับประกัน สามปีหรือ หนึ่งแสนโล ก็ไม่ใช่ว่าซื้อแล้วจะทำอะไรก็ได้
เพราะคุณอาจได้รับการปฏิเสธการรับประกันจากผู้ผลิตได้เช่นกันครับ]
กำลังพากันหลงประเด็นหรือเปล่าครับ
เพราะเจ้าของสิทธิ์จะฟ้องเราได้ คือข้อหาละเมิดสิทธิ์
ไอ้ส่วนรับประกันหรืออะไรเนี่ย มันคนละเรื่อง
ผมเอารถไปทุบตีนั่น ก็ยอมรับว่าผู้ผลิตมีสิทธิที่จะปฏิเสธ
การรับประกันอยู่แล้ว
คำถามที่พยายามจะถามคือ
การที่เราซื้อฟอนต์มาหนึ่งฟอนต์
ปกติเราทำแต่สิ่งพิมพ์ มีอยู่วันนึง
เราเกิดได้งานทีวีมา แล้วเอาฟอนต์นั้นไปใช้
เจ้าของสิทธิ์ฟ้องเราข้อหาละเมิด
ถามว่า เราจะผิดข้อหาละเมิดหรือเปล่า
เจ้าของสิทธิ์ทรงสิทธิ์นั้นจริงหรือ
ผมไม่แน่ใจว่ากฎหมายไทยครอบคลุมแค่ไหน
แต่อย่างในเมืองนอก ถ้าคุณจะขายซอฟท์แวร์
ถ้าฟีเจอร์คุณไม่ได้เพิ่มขึ้น
สิ่งที่เขาทำได้ก็คือขายLicense ตามจำนวนเครื่องเท่านั้น
:16: เสียดายไม่ได้อ่านความเห็นจากคุณแฮปปี้
เข้ามาอ่านก็ตกใจ ทำไมมีแต่โพสอีโมฯ อ่านมาเรื่อยๆก็เลยพอรู้ เอาไว้ทีหลังจะพยายามมาให้ทันนะครับ :26:
จะให้อธิบายสถานการณ์ให้ฟังมั้ยอะครับ
ยังพอจำได้คร่าวๆ {หมีโหด}
ข้อความต่อไปนี้ เรียบเรียงจากความจำของขะเจ้าเพียงผู้เดียว โปรดพิจารณา
เร่ถ้ามาแล้วลองมาช่วยกันเช็คซิว่าถูกมั้ย :22:
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 21:57 น.
:33:
อ่า ข้อความในนี้ ยังเป็นประมาณว่าให้ผู้บริโภคทั้งหลายต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมของผู้ผลิต
ที่เรียกเก็บค่าใช้ฟอนท์แพงเกินจริง (หลังจากได้ใช้ไปแล้วโดยที่ยังไม่ได้ซื้อลิขสิทธิ์อะนะ)
แล้วในบทก็จะมีประมาณว่า ไปพูดอะไรไม่ถูกหู พวกเรา รึเปล่าถึงได้โต้เถียง (ไม่รู้ใช้คำอะไรดี ถกนั้นแหละ แต่อารมณ์ประมาณนี้)
ประมาณว่ายอมรับการที่ผู้ผลิตฟอนท์คิดแพงๆ อะ
แล้วก็มา ทริปเปิ้ลชุดนี้
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:10 น.
:43:
อันนี้บอกว่า เข้าใจแล้วว่าทำไมมีคนไม่เข้าใจ ข้อมูลที่นำเสนอ
เพราะมีคนมาป่วนนี้เอง (ซึ่งก็น่าจะเป็นตู :08:)
อีกอันนึงถัดมาก็ ประมาณว่า ไม่ถูกหูที่เอตอบในโพสก่อนหน้าว่าทำไมคิดยังนี้
อีกอันหนึ่งถัดมาก็คือ ประมาณว่า ทำไมถึงยอมให้ผู้ผลิตเอาเปรียบละเนี้ย
ถ้ายังไงก็ลองฟังทนายความดู
:08: ตรงนี้ งงๆ หน่อย จำไม่ค่อยได้
แล้วเอก็ตอบไป แล้วก็มาเรื่องหลงประเด็น
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:19 น.
:12:
ประมาณว่า อย่าหลงประเด็นซิ ยกตัวอย่างไม่ได้ตรงประเด็นเลย คนแก่ละเซ็ง :42:
แล้วก็ยกตัวอย่างมาว่าถ้าไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่ข้างทางแล้วเค้าคิดตัง 5000 เราก็ต้องจ่ายงั้นเหรอ
เร่ ก็มาช่วยตอบ :25:
แล้วข้ามมานิดนึง ถ้าไปอ่านน่าจะเดาได้ว่าเรากำลังคุยอะไรกัน เร่ก็ quote มาบางส่วนด้วยแล้ว
แล้วก็มาอันนี้ ซึ่งพี่โอ้เอ้ก็ quote ไว้บางส่วน
ี้
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 22:40 น.
:22:
แต่บางอย่างกลับไม่มีราคาที่แสดงให้ผู้ซื้อได้ทราบโดยทั่วกัน ทำให้เกิดเป็นปัญหาในปัจจุบันค่ะ
แล้วซักพักเค้าก็กลับมาบอกว่า หลังจากให้เพื่อนลองอ่านที่เค้าเขียนดู
เพื่อนๆ ก็บอกว่าเค้าเขียนแรงไป สมควรที่จะโดนรุม อะไรซักอย่าง :01:
แล้วหลังจากนั้นเราก็ ถกๆ กันด้วยภาษาดอกไม้ :25:
เข้าใจกัน เร่ก็เข้ามาปลอบ เรื่องที่ไม่พอใจ แล้วก็ จสพ ติดลบ ได้มากสุดเท่าไหร่อะไรประมาณนั้น
แล้วเค้าก็บอกว่าที่ได้เคยโพสๆ ไปนั้นไม่ได้ใช้อารมณ์เลยนะ พูดธรรมดาแต่ว่าพิมพ์มายาวแล้วไง
เลยให้กลับไปอ่านมาใหม่อีกรอบ เพราะถ้าพิมพ์อีกทีก็พิมพ์เหมือนเดิมเป๊ะๆ
แล้วก็มาถึงจุด Climax
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ก.พ. 2007, 23:51 น.
ก็เลยขออนุญาตลบข้อความของตัวเองเป็นการถ่ายโทษ ที่ทำให้ไม่พอใจ :46:
ขอแอบอ่านเงียบๆนะคะ คงไม่ว่าอะไรกันนะคะ :16:
หลังจากนั้นข้อความก็หายไปเรื่อยๆ ไอเราก็นึกว่าจะลบแค่อันเดียว {หมีโหด}
จบละเหนื่อยจัง :08:
:01: อ๋อ...
(+1) ให้เอ ที่เจาะเวลาหาอดีตมาให้ดู
:42:
ไอ้ตัวความคิดเห็นเพียวๆ นี่ ไม่มีใครไม่พอใจหรอกครับ
แต่ลีลานี่ดูเกินงามไปหน่อย :42:
:01:
เอาเถอะครับ
อันเนื่องมาจากผมใช้ Google Desktop
แ้ล้วเจ้าโปรแกรมนี้จะมีคุณสมบัติอย่างนึง คือจะเก็บข้อมูลเนื้อความของเว็บที่เข้า
ซึ่งบางครั้งมันก็จะเก็บ บางครั้งก็ไม่เก็บ ดังนั้นบางช่วงจึงหายไป
ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบดู ปรากฏว่ามันดันเก็บข้อความของ จขกจ. ที่โพสต์ไว้ 3 โพสต์แรกน่ะครับ
ใครที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ก็จะได้จับประเด็นถูก
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ม.ค. 1970, 07:00 น.
สืบเนื่องจากอยากเป็นคนดี ทำถูกกฎหมายก็เลยทำการศึกษาเรื่องลิขสิทธิ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
และแน่นอนต้องไม่ลืมเรื่องฟอนต์ด้วย...ที่มีกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง
การคุ้มครองลิขสิทธิ์ฟอนต์ ก็เหมือน Software อื่นๆ เพราะฟอนต์ได้ลิขสิทธิ์เป็นชุดโปรแกรม
เพราะฉะนั้นดูกันให้ดีๆ...ว่าเจ้าของจะมีลิขสิทธิ์ในส่วนใดบ้าง
ลิขสิทธิ์ของเจ้าของโปรแกรมก็คือ เราต้องลงแผ่นจริง ที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์
แต่ฟอนต์ที่ Create แล้ว เค้าไม่มีสิทธิ์ในผลงานของเรา เช่น โปสเตอร์ แผ่นพับ เป็นต้น
หน้าที่เค้าคือ ตรวจสอบที่มาของผลงาน >> ว่าเกิดจากคอมฯเครื่องที่ลงแผ่นที่ถูกกฎหมายรึเปล่า
หน้าที่ของผู้ใช้ฟอนต์ที่มีลิขสิทธิ์ก็คือ ทำงานกับเครื่องคอมฯที่มีฟอนต์ที่ Install อย่างถูกกฎหมาย จากแผ่นจริง
ป.ล. เค้าไม่มีสิทธิ์ในการกำหนดว่าฟอนต์ใช้ได้เฉพาะงานโน้นงานนี้เท่านั้น เราซื้อฟอนต์เค้ามา ส่วนเราจะเอาไปทำอะไรก็เป็นเรื่องของเรา เพราะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาบอกว่า ฟอนต์ที่สร้างหรือเรียบเรียงมาเป็นภาษไทยที่อ่านได้แล้ว ถือว่าเป็นทรัพย์สินของชาติค่ะ
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ม.ค. 1970, 07:00 น.
อ่านเรื่องลิขสิทธิ์ที่โพสกันมาโดยตลอดแล้ว "ขอกล่าวในความเป็นกลาง..จริงๆ"
ความกระจ่างน่าจะอยู่ที่ "คุณ...ผู้ที่เป็นผู้ผลิตฟอนต์ได้ทำอะไร ที่เป็นการลงแรง ลงสมองไปบ้าง" ดูจากเนื้อหาขั้นตอนการสร้างฟอนต์แล้ว น่าเป็นเรื่องของโปรแกรมในการผลิตขึ้นมา
เพราะฉะนั้นความลำบากอยู่ที่การปั้นฟอนต์ขึ้นมา ในรูปของโปรแกรม ที่จะเอาลงไปในตัวคอมฯ
ดังนั้น ลิทธิบัตรที่ได้รับมาก็แสดงชัดเจนอยู่แล้วว่าคุณได้รับความคุ้มครองในกรณีของชุดโปรแกรม
หน้าที่ของเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็อยู่ที่ว่ามีคนเอาโปรแกรมของคุณไปใช้จากแผ่นแท้รึเปล่า
แต่ไม่เกี่ยวว่าเค้าจะเอาไปทำอะไร....อันนี้ถือว่าคนไทยเข้าใจสิทธิของตัวเองผิดเพี้ยนไปมากๆ
เพราะ ถ้าไม่จบแค่ตรงนั้น...คงเถียงกันไม่จบไม่สิ้น เหมือนกับเราซื้อของแบรนเนมมาแล้ว...จะเอาไปทำอะไรต่อก็เรื่องของเรา จะเอาไปใช้เอง หรือจะเอาไปให้ญาติผู้ใหญ่เพื่อให้เค้ารักเรา จนมอบมรดกพันล้านให้เรา ผู้ผลิตแบรนเนมก็ไม่มีสิทธิ์มาขอแบ่งกองมรดก จากเหตุผลที่ว่า"ก็เพราะสินค้าชั้นไง คุณก็เลยได้มรดก เพราะฉะนั้นชั้นจะขึ้นราคาของที่คุณซื้อไปชิ้นนั้น"
ลองคิด ดูว่าเจ้าของฟอนต์บอกว่า เพราะฟอนตร์เค้าที่เราเอาไปทำประโยชน์โน่นนี่นี่นั่น เลยทำให้เราได้เงินเยอะ เพราะฉะนั้นขอเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์จากเราเยอะ.....แล้วถ้าเราซื้อฟอนต์เค้า มา แล้วเราขายไม่ได้ เพราะเราเอาฟอนต์เค้ามาทำ LOGO หรือทำโปสเตอร์ขายสินค้า แล้วดันขายของไม่ออก เจ๊ง ....อันนี้เราสามารถฟ้องเค้ากลับได้มั๊ยล่ะ ว่า"เพราะฟอนต์เค้า ทำให้เราขายของไม่ได้ ของเรียกค่าเสียหาย"
ส่วน เรื่องการสร้างสรรค์ฟอนต์ใหม่....ก็เหมือนการขายแชมพู ยังไงแชมพูก็ต้องมีฟอง มีส่วนปรพกอบหลักเหมือนๆกัน แต่จะต่างกันที่รายละเอียด เหมือนการถ่ายรูป ถ่ายวัดนี้ มุมนี้ยังไงก็หน้าตาแบบนี้ แต่เราถ่ายเองกับมืออ่ะ....ส่วนฟอนต์ ก็เราชอบหน้าตาฟอนต์แบบนี้ แล้วเราก็สร้างเองกับมืออ่ะ ไม่ได้เอาของเค้ามาลอก มันคล้ายๆกัน ทำไมจะคล้ายไม่ได้ หรือเหมือนกันร้านก๋วยเตี๋ยวอ่ะ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แต่คนละสูตร...ทำกันคนละร้าน คนละหม้อ ใครมีทำเลดีกว่า ราคาเหมาะสมกว่าก็ขายได้ ไม่อย่างนั้นก็มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเดียวในโลกหน่ะสิ
ทำเอง สร้างเองกับมือ แล้วอยากจะขาย ก็ไปจดลิขสิทธิ์ในตัวชุดโปรแกรมของตัวเองซะ แล้วก็ประกาศพร้อมราคาที่เหมาะสมให้ทราบโดยทั่วกัน ลูกค้าชอบแบบไหนก็ซื้อแบบนั้น จะต่างกันนิดหน่อยก็ไม่เห็นตาย...อยู่ที่ราคาว่าเหมาะสมมั๊ย ของดี-ไม่โก่งราคา ใครๆก็ซื้อ
พูดในฐานะที่เคารพเรื่อง ลิขสิทธิ์ แต่ไม่อยากให้คนดีๆต้องโดนคนที่หัวหมอมาเอาเปรียบ หรือคนดีๆอยากสร้างสรรค์งาน แต่ต้องมาติดกับความงี่เง่าของคนที่ไม่ดี
สังคมคนดีต้องเข้มแข็ง ฉลาดและรู้เท่าทัน.....
อ้างคำพูดจาก: Happychan เมื่อ 01 ม.ค. 1970, 07:00 น.
ที่พูดนี่ขอพูดในส่วนของเพื่อการค้าก่อนนะคะ
เพื่อการค้าก็ เพื่อการค้า แต่จะไปค้าอะไรก็เรื่องของเรา เพราะตอนนี้มีการระบุว่า ใช้ได้เฉพาะสิ่งพิม์ หรือเฉพาะ TV ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเราซื้อในราคาเพื่อการค้าก็ควรมีราคาเดียว...ไม่สามารถ ระบุว่าเป็นการค้าแบบไหน แต่ที่เค้าทำกันมานี่ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง และที่ยังทำต่อไปได้ก็เพราะไม่มีใครลุกขึ้นมา
หลังจากนี้ เนื้อหาของ จขกจ หลังๆส่วนใหญ่
คือจะให้ไปอ่านในหน้าแรกครับ ซึ่งก็คือ 3 โพสต์นี้นั่นเอง (ซึ่งตอนนี้อยู่หน้า 13)
นะ...
โอ้ ขอบคุณครับ :45:
:42:
ขอบคุณครับ
เอ๊ะ อินี่ไม่รู้ฟังเว้ย
ไปอ่านหน้า 13 ไป๊
เฮ้อ ...
กลับไปอ่านหน้า 13 อีกครั้งนะครับ
อ้างอิง
คำถามที่พยายามจะถามคือ
การที่เราซื้อฟอนต์มาหนึ่งฟอนต์
ปกติเราทำแต่สิ่งพิมพ์ มีอยู่วันนึง
เราเกิดได้งานทีวีมา แล้วเอาฟอนต์นั้นไปใช้
เจ้าของสิทธิ์ฟ้องเราข้อหาละเมิด
ถามว่า เราจะผิดข้อหาละเมิดหรือเปล่า
เจ้าของสิทธิ์ทรงสิทธิ์นั้นจริงหรือ
ผมไม่แน่ใจว่ากฎหมายไทยครอบคลุมแค่ไหน
แต่อย่างในเมืองนอก ถ้าคุณจะขายซอฟท์แวร์
ถ้าฟีเจอร์คุณไม่ได้เพิ่มขึ้น
สิ่งที่เขาทำได้ก็คือขายLicense ตามจำนวนเครื่องเท่านั้น
:16: เสียดายไม่ได้อ่านความเห็นจากคุณแฮปปี้
ลองทำใจให้เป็นธรรมก่อนนะครับ(บังเอิญในกฎหมายเขียนไว้) เป็นธรรมอย่างไรก็ได้(เอาใจหลายๆฝ่ายมาเป็นใจเรา และ อ่านตัวบทกฏหมายดีที่สุดครับ[จะได้ไม่ต้องเอาความคิดใครไปพัวพันซะก่อน])
แล้วลองดูี้
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8789.msg478811#msg478811
------
กับมาเพิ่มอีกนิด ที่ว่า "แต่อย่างในเมืองนอก ถ้าคุณจะขายซอฟท์แวร์
ถ้าฟีเจอร์คุณไม่ได้เพิ่มขึ้น
สิ่งที่เขาทำได้ก็คือขายLicense ตามจำนวนเครื่องเท่านั้น"
ไม่เสมอไปครับ หลายตัวแจกฟรี(ถ้าใช้ส่วนบุคคล) หลายตัวกำหนดการใช้(ส่วนบุคคล การศึกษา freeware shareware commercial) หลายตัวกำหนดการใช้ในองค์กร ซึ่งราคาต่างกัน (single,freeware,shareware ....,site,[per]server,[per]cpu,corperate ..etc) ลองดูๆครับมีหลายตัว
(แต่ส่วนมากก็ตามคุณ iamnot บอกครับจะขายเป็นราคาเดียว)
คุณ iamnot ครับ ความจริงไม่มีใครหลงประเด็นหรอกครับ
เพียงแต่ตัวอย่างที่คุณยกมา "ว่าถ้าคุณซื้อรถเก๋ง แล้วจะมาบรรทุกอะไรนั่น มันเข้าพงตั้งแต่
ที่คุณพยายามยกตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบแล้วครับ ซอฟท์แวร์กับรถยนต์... ผมก็แค่ตามน้ำไป :43:
คืออย่างนี้นะครับ ผมไม่ได้มาโต้แย้งนะครับ แต่จะมาเล่าให้ฟัง
คือโดยกฎหมายลิขสิทธิ์ไม่เฉพาะของไทยนะครับ แต่ของทั้งโลกเหมือนๆกันคือ
ในกรณีที่ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ มีสิทธิ์กำหนดการใช้งานได้ครับ
เหมือนที่ผมเคยเรียนไปแล้วว่า "เค้าขายสิทธิ์การใช้งาน ไม่ได้ขายขาด"
อย่างในกรณีที่คุณ iamnot ซื้อสิทธิ์การใช้งานแบบสิ่งพิมพ์ วันนึงคุณรับงานทีวีเพิ่มขึ้นมา
คุณก็ติดต่อเจ้าของสิทธิ์เพื่อขอใช้สิทธิ์เพิ่ม ก็เท่านั้นครับ ไม่ยากเย็นอะไร
เรื่องสิทธิ์ก็อีกเหมือนกันครับ สมมุติคุณ iamnot คิดค้นหรือประดิษฐ์อะไรขึ้นมาได้สักอย่าง
คุณก็มีสิทธิ์ในผลงานของคุณใช่มั๊ยครับ คุณอยากจะให้ใครใช้ก็ได้ หรือขายก็ได้
หรือจะไม่ให้ใครใช้ก็ได้ จริงมั๊ยครับ เพราะมันเป็นของๆคุณ เป็นผลงานของคุณ
แต่ถ้าอยู่ดีๆ มีคนมาบอกว่าคุณต้องเอาของที่คุณทำขึ้นมา มาขายให้ชั้นนะ
ชั้นจะซื้อในราคานี้ แล้วชั้นจะเอาไปทำอะไรก็ได้ เพราะชั้นซื้อของเธอแล้ว
คุณคงจะรู้สึกแปลกๆใช่มั๊ยครับ เพราะของที่คุณประดิษฐ์ขึ้นมามันเป็น
ของๆคุณ คุณจะกำหนดเงื่อนไขยังไงก็ได้ จริงมั๊ยครับ
อธิบายยังไงดีน้า.....
เอ้า ว่ากันตรงเลยแบบไม่อ้อมหละ คือ บ.พีเอสแอล เค้าทำฟอนต์ออกมา ก็แน่หละมีของก็อยากจะขาย
แต่เราจะไปกำหนดเค้าว่า เฮ้ยต้องขายเท่านี้นะ แล้วก็ซื้อแล้วเอาไปทำอะไรก็ได้นะ เข้าใจมั๊ย!!
มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ที่จริงถ้าเค้าไม่พอใจเรา เค้าก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ขายให้เราด้วยซ้ำไป
จริงมั๊ยครับ ไม่ใช่ว่าเราจะบังคับให้คนขาย ขายของให้เรา ในเงื่อนไขที่เราพอใจ
คิดแบบง่ายๆใจเค้าใจเรา เหมือนที่ผมยกตัวอย่างข้างบนครับ
ว่าถ้ากลับกันเป็นคุณประดิษฐ์อะไรขึ้นมาคุณก็มีสิทธิ์ในการกำหนดกฏเกณฑ์ได้อยู่แล้วครับ
เป็น เรื่องความจริงพื้นฐาน
คือเท่าที่อ่านๆมา คุณ iamnot คิดว่าคุณซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วจะเป็นแบบไหนก็แล้วแต่
คุณก็สามารถใช้ได้ครอบจักรวาล อันนี้ไม่ใช่ครับ
ขอยกตัวอย่างอีกกรณีนึงละกัน (อาจจะไม่เกี่ยวกันยิ่งกว่าเรื่องรถเก๋งนั่น) :33:
สมมุติคุณไปพักโรงแรมที่มีมาตรฐานสักแห่ง ไปกันแบบเพื่อนฝูง
อ๊ะก็แน่นอนหละครับ เราก็จะเช่าห้องพักแบบ ห้องเดียวอยู่กันเยอะๆหารกันจะได้ประหยัด
หนุกหนานดี แต่ทางโรงแรมเค้าจะไม่หนุกหนานด้วยหนะสิครับ
เพราะเค้าจะกำหนดว่า หนึ่งห้องเตียงคู่พักได้ สองท่านเท่านั้น อาจจะอนุโลมได้ถึงสาม
แต่จะยัดเข้ามาแบบนี้ไม่ได้ มีทางออกอยู่สองทาง (เท่าที่ผมเคยเจอมานะ)
คือ ให้คุณเปิดห้องเพิ่ม โดยยืนยันว่าอยู่ได้ห้องละ สองคนเท่านั้น
กับเอ้า..ถ้าอยากอบอุ่นก็อยู่กันไป แต่เก็บค่าหัวเพิ่ม :42:
เห็นรึยังครับ เป็นเพราะคุณเช่าสิทธิ์เฉยๆ สิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของโรงแรมอยู่ เค้าจะกะเกณฑ์ยังไงก็ได้
แต่ถ้าคุณซื้อห้องในคอนโดหรูสักแห่ง คุณจะอัดเข้าไปกี่คนก็ได้ เพราะคุณซื้อขาดมาแล้ว
เหมือนกับฟอนต์ที่คุณซื้อสิทธิ์การใช้งานเท่านี้ คุณก็จ่ายเท่านี้ แล้วพอคุณจะใช้สิทธิ์มากขึ้น
คุณก็ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ก็เท่านั้นครับแต่ถ้าคุณอยากใช้หรือแจกจ่ายหรือทำอะไรกับฟอนต์ก็ได้
คุณก็ต้องซื้อขาดเลยครับ หรือจ้างผลิตก็ได้ ทีนี้คุณจะเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในฟอนต์นั้นๆครับ
ส่วนที่คุณพูดถึงเรื่องของต่างประเทศ ที่เค้ากำหนดเป็น License ตามจำนวนเครื่องก็จริงอยู่ครับ
แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่มีสิทธิ์กำหนดนะครับ เพียงแต่เค้าไม่กำหนดเท่านั้น
คือกฎหมายเขียนไว้ชัดว่า โดยจะกำหนดเงื่อนไข อย่างใดหรือไม่ก็ได้
คือผมไม่ได้มาเถียง หรือมาอะไรนะครับ แต่แค่อยากให้คุณ iamnot ฟังความจากอีกข้างนึงเท่านั้นครับ
พูดไปก็กลัวว่าคุณจะโกรธผมเหมือนกันนะ คือเอาเป็นว่าผมไม่ได้มาโต้แย้ง
แค่มาแถลงความจริง ในอีกด้านนึงเท่านั้น
ขอบพระคุณสำหรับความกรุณา :46: :46: :46:
พอดีไปเจอข้อความนี้มา เลยเอามาแปะไว้ที่นี่
ผมคิดว่ามันน่าจะ เทียบเคียงได้นะ ไม่รู้หละ :11:
"กาลครั้งหนึ่ง.....นานมาแล้ว.....
มี..อากง..แก่ๆ...อยู่คนนึ่ง...อยากจะสอนข้อคิดอะไรบางอย่างให้หลานๆ...ตามปะสาคนแก่
อากง...จึงเรียกหลานๆ ทั้งสี่มานั่งล้อมโต๊ะสี่มุม....แล้วบอกหลานทั้งสี่ว่า
เอาล่ะหลานๆ ..ตอนนี้หลับตา..นะ..หลับตา.....
พอหลานๆ หลับตา...อากง...ก็เดินเข้าไปห้องเก็บของ...แล้วหยิบโคมไฟเก่าๆ มาอันนึ่ง...
อากง...เปิดฝาครอบ...จุดไฟ...แล้วปิดฝาครอบ... แล้ว...อากง...ก็บอกหลานทั้งสี่...ว่า...
ลืมตาขึ้น..แล้วบอก...อากง...ซิว่าโคมไฟสีอะไร...?
เด็กทั้งสี่ลืมตาขึ้น....ตอบไล่ๆ กัน....ตอบไม่เหมือนกัน...และเริ่ม...ทะเลาะกัน....
คนที่นั่งด้านนึ่งบอกว่า...สีแดง...อีกด้านนึ่งบอกว่า...เขียว...สีเหลือง...และน้ำเงิน....ตาม ลำดับ...
ทั้งสี่ทะเลาะกันพักนึ่ง....ก็มีเด็กคนนึ่งถาม...อากง...ว่า......
อากง....ทำไมของอย่างเดียวกัน...มีตั้งหลายสี...........
อากง...ก็เลยบอกว่า...เดี๋ยวนะ...อากง...จะทำอะไรให้ดู....
อากงเดินมาที่โต๊ะ...หยิบฝาครอบแล้วหมุนให้ดู...ปรากฎว่า....
ฝาครอบสี่ด้าน....สี่สี...แดง...เหลือง...เขียว...น้ำเงิน...
หลังจากนั้น...อากง...ก็บอกว่า....เอ๊าตอนนี้บอกอากงซิ...โคมไฟสีอะไร...?
หลานๆ....ตอบเหมือนกันคือสีของเปลวไฟ.....
อากง..เลยบอกว่า...เอาล่ะหลาน...อากง..ถามอะไรชักสองข้อนะ....
ข้อที่..1.....เมื่อสักครู่นี้....ครั้งแรก...ไครผิด....
หลานตอบว่า....ไม่รู้.....
อากง...บอกว่า....รึว่า...อากง..ผิด........
อากง...เลยบอกอีกว่า...ฟังนะ..เจ้าทั้งสี่..นั่งอยู่ในที่เดียวกัน....
มองของ อย่างเดียวกัน...ในเวลาเดียวกัน...ยังเห็นไม่เหมือนกันเลย.....
ทำไม..? ทำไมถึงไม่มีใครผิดล่ะ....
อากง..เลยบอกว่า...ก็เพราะคนทุกคนมองจากมุมมอง...ของตัวเอง...เห็นในสี่งที่ตัวเองเห็น....
แต่..ถ้าเจ้าอยากเข้าใจว่าทำไมคนอื่นเห็นอย่างที่เขาเห็น...เจ้าก็เดินไปมองที่มุมของเขา แล้วเราก็จะเห็นอย่างที่เขาเห็น....
แต่ถ้าลองนึกภาพนะ...เจ้าทั้งสี่ นั่งอยู่ที่เดียวกันมองของอย่างเดียวกัน...ในเวลาเดียวกัน ยังเห็นไม่เหมือนกันเล๊ย....
ในอนาคต....เวลาที่อยู่ในสังคม...เป็นไปได้มั๊ย... คน..ก็มองสี่งต่างๆ....ไม่เหมือนกัน......
เพราะฉนั้น....เวลาที่คนคิดไม่เหมือนเรา....
ใครผิด...
ในอนาคตนะ...เวลาที่เจ้าคิดไม่เหมือนคนอื่น....อย่าไปโกรธว่าเขาผิด...อย่าไปกลัวว่า...ตัว เองผิด....
เพราะคนแต่ละคน...ก็เห็นสี่งต่างๆ...จากขอบข่ายประสบการณ์และสี่งแวดล้อมของตนเอง....
แต่ถ้าเจ้าอยากเข้าใจว่า...ทำไมคนอื่นถึงคิดแบบนั้น....เจ้าก็เดินไปมุมของเขา....
และเมื่อเจ้ายอมเข้าใจคนอื่น....อาจเป็นไปได้ว่าคนอื่นก็อาจจะยอมที่จะเดินมา....และเข้าใจเจ้า.....
คำถามที่..2...อากง..บอกว่า....ที่เห็นครั้งแรกกับครั้งหลัง....เป็นของอย่างเดียวกันมั๊ย..?....
หลานบอกว่า....อย่างเดียวกัน.....
แล้วเห็นเหมือนกันมั๊ย....?
....ครั้งแรกเห็นอะไร...?
หลานตอบว่า...ฝาครอบ....และครั้งหลังเห็นเปลวไฟ....
อากงเลยบอกว่า....หลานๆเอ๊ย...
ในอนาคตถ้าเลือกได้นะ...อย่ามองสี่งต่างๆ...เพียงแค่ที่เห็น....
จงเข้าใจสิ่งต่างๆ... อย่างที่เป็น
เอวัง ด้วยประการฉะนี้ ฯ
สาธุ
ก่อนอื่นขอชี้แจงก่อนเลยว่า
ไม่ต้องกลัวว่าผมจะโกรธเคืองอะไร
ตราบใดที่ไม่ได้ด่าพ่อล่อแม่ผม
ตราบใดที่ยังถกเถียงกันด้วยเหตุและผล
ผมยินดีครับ เพราะว่านี่เป็นบ่อเกิดแห่งองก์ความรู้
อย่างเวลาเรียนในต่างประเทศ
เค้าก็จะให้ Discuss กัน บางครั้งดูเหมือนจะรุนแรง
และ หลายๆ ครั้งก็หาข้อสรุปไม่ได้
แต่ก็เป็นหัวข้อให้ไปค้นคว้าหาความรู้ต่อยอดได้
อ้างคำพูดจาก: psk_type เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 03:58 น.
คุณ iamnot ครับ ความจริงไม่มีใครหลงประเด็นหรอกครับ
เพียงแต่ตัวอย่างที่คุณยกมา "ว่าถ้าคุณซื้อรถเก๋ง แล้วจะมาบรรทุกอะไรนั่น มันเข้าพงตั้งแต่
ที่คุณพยายามยกตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบแล้วครับ ซอฟท์แวร์กับรถยนต์... ผมก็แค่ตามน้ำไป :43:
ครับ อันนี้ผมยอมรับว่ายกตัวอย่างไม่ดี
แต่เจตนาที่จะบอกก็คือ จะมาฟ้องว่าผมละเมิดได้จริงหรือเปล่า
เพราะ ตาม พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ 2537
ได้กำหนดบทบัญญัติการละเมิดลิขสิทธิ์
เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไว้ 2 กรณีคือ
มาตรา 30 กรณีที่ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยไม่ได้รับอนุญาต
และมาตรา 31 กรณีที่รู้อยู่แล้วว่างานดังกล่าวกระทำขึ้น
โดยละเมิดลิขสิทธิ์แล้วยังหากำไรจากงานดังกล่าวโดยการขาย
มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้
เช่าซื้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน
แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่เจ้าของลิขสิทธิ์และนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
ซึ่งจะเห็นว่า จะคำถามที่ผมยกตัวอย่างไป
ลองคิดดูนะครับ ว่ามันละเมิดหรือเปล่า
นี่ต่างหากที่ผมอยากฟังความเห็น
(กรณีนี้เท่าที่ทราบ ยังไม่มีกีฏาใด หรือศาลใดในไทย
ตัดสินนะครับ เพราะที่ตัดสินไปส่วนใหญ่คือ
ใช้โปรแกรมเถื่อน)
แต่ในต่างประเทศมีการตัดสินแล้วนะครับ
ว่าไม่ละเมิด อย่างกรณี โซนี่ฟ้อง คนที่แคร็กเรื่องโซน
ปรากฎว่า ศาลชี้ออกมาว่า ไม่ละเมิด
เพราะเค้าซื้อ ดีวีดี มาถูกต้องทุกอย่าง
คือโอเคล่ะ เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถตั้งกติกูเงื่อนไขอะไรก็ได้
แต่มันมีผลทางกฎหมายไหม นี่สิเป็นสิ่งที่น่าคิด
(อย่างห้างที่มีที่จอดรถ เขียนว่า ไม่รับผิดชอบใดๆต่อความเสียหาย
มีกีฎามาแล้วว่า สัญญาที่เขียนเนี่ยเป็นโมฆะ)
เหมือนกับว่า คุณไปซื้อซอฟท์แวร์มาจากร้านไหนสักร้านนึง
ซึ่งถูกต้องทุกอย่าง (เคยมีคำถามในชั้นอนุกรรมการร่างพรบ
ว่า แล้วตรงไหนที่แปลว่า ผู้ซื้อยอมรับเงื่อนไขหรือสัญญา
มีการถกเถียงว่า ยอมรับ ตอนที่ฉีกห่อ
แต่ก็มีคนแย้งว่า ก็ในเมื่อเงื่อนไขมันอยู่ในห่อ
ถ้าไม่ฉีกก็อ่านเงื่อนไขไม่ได้สิวะ :07:)
กรณีแบบนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
ผมว่า คงต้องให้มีกรณีนี้เกิดขึ้น
แล้วเข้าไปต่อสู้กันในศาลสักหน
เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต
ครับ อยากฟังความเห็นของทุกท่านนะครับ
ก็ถือว่า
มาตรา 30 กรณีที่ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยไม่ได้รับอนุญาต (ให้เอาไปใช้ในโทรทัศน์ นิครับ)
เพราะเราได้รับอนุญาตให้ใช้ในสิ่งพิมพ์
:09: ไม่ถูกเหรอครับ
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 12:35 น.
ก็ถือว่า
มาตรา 30 กรณีที่ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยไม่ได้รับอนุญาต (ให้เอาไปใช้ในโทรทัศน์ นิครับ)
เพราะเราได้รับอนุญาตให้ใช้ในสิ่งพิมพ์
:09: ไม่ถูกเหรอครับ
เอ่อ ด้วยความเคารพ :05:
ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ ให้เช่าหรือสำเนา
หมายถึงตัวโปรแกรมนะครับ
เช่น เอาแผ่นโปรแกรมฟอนต์ที่ซื้อมา
มาทำก็อปปี้แล้วขาย เป็นต้น
นี่ไงตูถึงไม่ค่อยอยากอ้างกฎหมาย
(เพราะมีแต่นักกฎหมายที่อ่านเข้าใจ :07:)
คือกฎหมายให้ความคุ้มครองต่อโปรแกรมหรือชุดคำสั่งเท่านั้นนะครับ
ชุดคำสั่งที่ว่าหมายถึงการที่จะทำให้ตัวอักษรไปปรากฎในคอมพิวเตอร์
ในรูปแบบต่างๆ แต่ ตัวอักษรที่อยู่ในโปรแกรมฟอนต์
ไม่ถือเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ ขอรับ
อ่าว :08:
งั้นก็กลับไปจุดเริ่มแรกเลยซิครับว่า
ฟอนท์คืออะไรกันแน่ :42:
ลิขสิทธิ์ฟอนท์ นับจากตรงไหน
รูปแบบอักษรที่ออกแบบไว้
หรือยังไง
แต่ที่เอคิดคือ ลิขสิทธิ์น่าจะครอบส่วนที่เป็น
รูปร่างที่จะปรากฎออกมาสู่สายตาชาวโลกเรานี้ละครับ
เพราะวิธีใช้คงจะเหมือนๆ กันทั่วโลกละมั้ง
เอามาใส่ แล้วก็ พิมพ์ๆๆๆๆๆ :42:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 12:58 น.
อ่าว :08:
งั้นก็กลับไปจุดเริ่มแรกเลยซิครับว่า
ฟอนท์คืออะไรกันแน่ :42:
ลิขสิทธิ์ฟอนท์ นับจากตรงไหน
รูปแบบอักษรที่ออกแบบไว้
หรือยังไง
แต่ที่เอคิดคือ ลิขสิทธิ์น่าจะครอบส่วนที่เป็น
รูปร่างที่จะปรากฎออกมาสู่สายตาชาวโลกเรานี้ละครับ
เพราะวิธีใช้คงจะเหมือนๆ กันทั่วโลกละมั้ง
เอามาใส่ แล้วก็ พิมพ์ๆๆๆๆๆ :42:
จริงๆ นะครับ ผมไม่ได้พูดเล่น
ตอนนี้กฎหมายไทยถือว่า
ตัวอักษรไทยที่อยู่ในโปรแกรมฟอนต์
ไม่ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ :05:
ลิขสิทธิ์ อยู่แค่ชุดคำสั่ง
ที่ทำให้ตัวอักษรปรากฎในรูปแบบต่างๆเท่านั้น
(สงสัยต้องไปหาแหล่งอ้างอิงแล้วล่ะ
จะได้เอามาให้เอดู)
นี่เป็นอีกประเด็นนึงนะครับว่า
เราควรจะรวมฟอนต์ เป็นส่วนหนึ่ง
ในเรื่องของลิขสิทธิ์โปรแกรมหรือเปล่า
เพราะการใช้งานฟอนต์ก็มีลักษณะเฉพาะตัว
ไม่เหมือนซอฟท์แวร์ทั่วๆไป
ควรไหมที่ ฟอนต์ จะแยกประเภทลิขสิทธิ์ออกมาต่างหาก
หรือว่ารูปร่างลักษณะของฟอนท์
อาจจะเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ออกแบบละครับ ที่เกี่ยวกับการออกแบบ อะไรประมาณนั้น
ส่วนลิขสิทธิ์โปรแกรมเป็นของท่านนายพลเทมเพลตไป :42:
แต่ก็มีบ้างที่บางแห่งทั้งออกแบบ และ ผลิตชุดคำสั่งเอง(โดยอาจเอาของคนอื่นมาอีกที)
อาจจะใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ คนละส่วนก็ได้มั้งครับ :42:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 13:22 น.
หรือว่ารูปร่างลักษณะของฟอนท์
อาจจะเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ออกแบบละครับ ที่เกี่ยวกับการออกแบบ อะไรประมาณนั้น
ส่วนลิขสิทธิ์โปรแกรมเป็นของท่านนายพลเทมเพลตไป :42:
แต่ก็มีบ้างที่บางแห่งทั้งออกแบบ และ ผลิตชุดคำสั่งเอง(โดยอาจเอาของคนอื่นมาอีกที)
อาจจะใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ คนละส่วนก็ได้มั้งครับ :42:
เท่าที่ผมทราบมา
เค้าบอกว่าอักษรไทยถือเป็นสมบัติของชาติ
แต่โปรแกรมฟอนต์ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์
ในส่วนเรื่องของการออกแบบ หรือ ชุดคำสั่งนี่
ลิขสิทธิ์จะเปีนของใครบ้าง
ยังไม่มีใครชี้ชัดลงไป :01:
นี่ไง ที่เค้าเรียกว่า ช่องว่างทางกฎหมาย
เพราะคนเขียนกฎหมาย ไม่ใช่คนใช้
คนใช้กฎหมาย ไม่ใช่คนเขียน
และคนที่ได้ผลกระทบจากกฎหมาย
ไม่ได้ใช้และไม่ได้เขียน :01:
อ้างอิง"โปรแกรมคอมพิวเตอร์" หมายความว่าคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด
ยกมาจาก ที่นี่ (http://www.ipthailand.org/dip/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=82&Itemid=680)
ดังนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ จะเป็นชุดคำสั่งอย่างเดียวนี่ครับ
หรือหากไม่คุ้มครองในฐานะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ก็คุ้มครองในฐานะศิลปกรรมก็ได้นี่ครับ
อ้างอิง"ศิลปกรรม" หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้
(๑) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วย เส้น แสง สี หรือสิ่งอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง
(๒) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้
(๓) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์และหมายความรวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย
(๔) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่งภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
(๕) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสงผ่านเลนส์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือ วิธีการอย่างอื่น
(๖) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่างหรืองานสร้างสรรค์ รูปทรงสามมิติอันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์
(๗) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (๑) ถึง (๖) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงาน ดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้ หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ ทางการค้า
ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (๑) ถึง (๗) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย
ดังนี้แล้ว ฟอนต์ก็ควรจะเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งไม่ใช่หรือครับ
:09:
จริงๆ เรื่องที่ลุงณตสงสัยนี่
ผมก็เรียบเรียงมาอธิบายไว้ยืดยาวในนี้แล้วครับ
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=7046.0
ลุงณตลองกลับไปอ่านหน้าแรกนะครับ :30:
แหม อยากให้อ่านจริงๆ โดยเฉพาะท่อนที่ผมบรรจงด่า รมต.ทั่นนั้นที่ประกาศออกอากาศให้คนไทยเขวกันทั้งประเทศน่ะ
เอาล่ะ เห็นนายฝากคิดคิดเพื่อนเคี้ยวเข้ามาตอบแล้ว
ผมอย่าเพิ่งกวนตีนแทรกดีกว่า เดี๋ยวมีช่องเมื่อไหร่ค่อยเสริม :35:
อ่า ลืม ว่ามีจู๋นั้นด้วย :42:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 13:40 น.
จริงๆ เรื่องที่ลุงณตสงสัยนี่
ผมก็เรียบเรียงมาอธิบายไว้ยืดยาวในนี้แล้วครับ
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=7046.0
ลุงณตลองกลับไปอ่านหน้าแรกนะครับ :30:
แหม อยากให้อ่านจริงๆ โดยเฉพาะท่อนที่ผมบรรจงด่า รมต.ทั่นนั้นที่ประกาศออกอากาศให้คนไทยเขวกันทั้งประเทศน่ะ
เอาล่ะ เห็นนายฝากคิดคิดเพื่อนเคี้ยวเข้ามาตอบแล้ว
ผมอย่าเพิ่งกวนตีนแทรกดีกว่า เดี๋ยวมีช่องเมื่อไหร่ค่อยเสริม :35:
ไอ้รมตนั่นน่ะมันรู้อะไรบ้างล่ะนอกจาก... :08:
ปล ผมอ่านแล้วจริงๆนะ
เจตนาของผม อยากตั้งคำถามให้คิดต่อยอดกันน่ะ
แต่อีกอย่างนึงผมก็รู้มาเหมือนกันว่า เค้าคุ้มครองแค่ชุดคำสั่ง
ไม่ได้หมายถึงตัวอักษรไทยที่อยู่ในโปรแกรม
มันมีเจตนารมณ์ของมันอยู่นะครับ
ไว้เดี๋ยวหาเจอจะเอามาให้อ่าน
ในที่สุดตูก็ต้องไปหาแหล่งอ้างอิงจากเน็ท
(จริงๆแล้วอยากได้แหล่งอ้างอิงที่เป็นตัวบุคคลมากกว่า)
นี่เป็นคำถามเรื่องลิขสิทธิ์ฟอนต์ ที่ตอบในเว็บกรมทรัพย์สินทางปัญญา
http://www.ipthailand.org/dip/index.php?option=com_mamboboard&func=view&catid=12&id=1072#1072
เค้าย้ำชัดเลยว่า คุ้มครองเฉพาะชุดคำสั่ง แต่ตัวอักษรที่อยู่ในนั้น
ไม่ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์
แล้วโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ถือเป็นงานลิขสิทธิ์ประเภทวรรณกรรม
เขาบอกว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด นี่ครับ
ไม่ใช่เฉพาะชุดคำสั่งอย่างเดียว
:09:
แล้วเหมือนว่าเค้าตอบเน้นไปที่ตัวโปรแกรมนี้ครับ
เหมือนพวกใช้ software เถื่อน ไม่ได้ตอบเน้นไปที่เรื่องที่คนถามพุ่งประเด็นไป
แถมยังยึดกฎหมายซะชัดเจนไม่เห็นอธิบายเกี่ยวกับ font เลยซักนิด {หมีโหด}
แล้วสงสัย ว่า front PSL เนี้ย คือชื่อ font หรือเค้าพิมพ์ผิดครับ {หมีโหด}
อ้างอิงตัวอักษรหรือพยัญชนะไทยไม่ถือเป็นงาน ลิขสิทธิ์
หมายถึง ภาษาเขียนที่เราใช้กันอยู่หรือเปล่าครับ
ไม่ใช่รูปแบบที่ปรากฎออกมาสู่สายตา
ถ้างั้นลายมือเราก็ไม่มีลิขสิทธิ์ ดิ :09:
อ้างคำพูดจาก: ซาฟิเร่ เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 14:00 น.
เขาบอกว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด นี่ครับ
ไม่ใช่เฉพาะชุดคำสั่งอย่างเดียว
:09:
สิ่งอื่นใดนี่หมายถึงสิ่งที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานนะ :08:
ตอบเอ
นี่ไงครับ เพราะยังไม่มี กีฏาใด หรือ คำตัดสินใดที่ชี้ชัด
ส่วน Front เนี่่ย เค้าพิมพ์ผิดอยู่แล้วแหละ
ผมถึงบอกว่า ควรไหม ที่จะแยกฟอนต์ ออกมาเป็นงานลิขสิทธิ์
อีกประเภทนึง ไม่ใช่ไปรวมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์
คิดแบบผมนะพี่
ขนาด font ยังพิมพ์ผิดเลย :42:
เหอะๆ เหอะๆ
ขอบคุณมากครับ ที่คุณ iamnot ไม่โกรธ :27:
นับว่าเป็นคนที่มีเหตุผลครับ
ที่คุณ iamnot พูดว่ารูปแบบอักษรในชุดคำสั่งโปรแกรมฟอนต์นั้นไม่มีลิขสิทธิ์
อันนี้จริงครับ แต่ไม่มีลิขสิทธิ์ในแง่ที่ว่า สมมุติ มีร้ายป้ายใช้ภู่กันเขียนป้าย
บนแผ่นไม้ แล้วมีรูปแบบไปคล้าย หรือเหมือนกับ ฟอนต์ที่มีอยูในคอมพิวเตอร์
โดยที่ร้านใช้การจดจำรูปแบบจากที่พบเห็น ประเด็นนี้หละครับที่ ท่านว่าไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์
คือไม่ใช่เจ้าของโปรแกรมฟอนต์จะไปไล่ฟ้องดะได้นะครับ ว่าเขียนป้ายเหมือนฟอนต์เค้า
แต่ถ้านำสืบได้ว่า ก่อนการเขียนป้ายมีการทำ เลย์เอาท์ ออกมาจากคอมพิวเตอร์
และเลือกใช้ฟอนต์นั้น โดยที่ไม่ได้รับอนุญาต นั่นหละครับที่ผิด
ประเด็นความผิดอยู่ที่การใช้ฟอนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตครับ
แต่การเขียนป้ายโดยมีลักษณะไปละม้ายกับฟอนต์ นั้นไม่ผิดครับ
แต่คำว่าไม่มีลิขสิทธิ์ ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า เราจะเปิดฟอนต์ขึ้นมาแล้วก๊อปปี้เอาท์ลายน์
ออกมาแปะในเทมเพลตใหม่ แล้วจะกลายเป็นลิขสิทธิ์ของเรา เพราะเราไปเข้าใจว่ารูปแบบอักษร
ไม่มีลิขสิทธิ์นะครับ เพราะกรณีนี้จะไปเข้าข่าย แก้ไข ดัดแปลง ครับ
(ผมคิดว่า คุณ iamnot ทราบอยู่แล้ว แต่ที่ต้องบอกเพิ่ม เพราะกลัวผู้อ่านท่านอื่นๆ
จะไม่เข้าใจ เลยคิดว่า เอาท์ลายน์ของฟอนต์ไม่มีลิขสิทธิ์ เอาท์ลายน์เป็นเวคเตอร์
เวคเตอร์ เก็บค่าแบบชุดคำสั่ง และแน่นอนว่าชุดคำสั่งมีลิขสิทธิ์)
ส่วนประเด็นที่ว่า คุณ iamnot พยายามจะสื่อก็คือ ถ้าคุณซื้อมาถูกแล้ว
และตอนซื้อคุณซื้อมาเพื่อใช้ในสิ่งพิมพ์ (ตามสัญญาอนุญาต)
แต่พอวันนึง คุณรับงานทีวี เพิ่มก็จะใช้ฟอนต์นั้นไปด้วยเลย เพราะถือว่าซื้อมาถูกต้องแล้ว
อันนี้คุณต้อง วางใจเป็นกลางนิดนึงนะครับ เพราะว่าสัญญาอนุญาต เค้าบอกไว้ชัดเจนว่า
ถ้าใช้ในสิ่งพิมพ์ ราคานี้ และใช้สำหรับงานทีวี อีกราคานึง
คือเค้ากำหนดเงื่อนไขไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับ ว่าคนละราคา (ตามกฎหมายเจ้าของสิทธิ์
จะกำหนดเงื่อนไข หรือไม่ก็ได้ จริงมั๊ยครับ) เพราะฉะนั้นกรณีนี้ เค้าได้กำหนดเงื่อนไข
ไว้ก่อนแล้วไงครับ ไม่ใช่เค้าขายโดยไม่บอกเงื่อนไข แล้วพอคุณใช้ เค้าก็ไปเก็บเพิ่ม
ก่อนอื่นต้องยอมรับ และเข้าใจก่อนว่างานอันมีลิขสิทธิ์ เจ้าของสิทธิ์จะกำหนดเงื่อนไขยังไงก็ได้
แล้วในกรณีนี้ บ.พีเอสแอล เค้าตั้งเงื่อนไขไว้อย่างนี้ไงครับ
เคยถามเค้าเหมือนกัน เค้าบอกว่า เค้าดูจากผลตอบแทน ของการใช้ฟอนต์ของเค้า
อย่างที่เคยบอกครับ เค้าขายเพื่อการศึกษา แผ่นละ สามร้อยกว่าบาท
แต่ตอนหลังเลิกทำไปแล้ว เพราะคนไปซื้อแผ่น สำหรับเพื่อการศึกษา มาใช้ในเชิงพาณิชย์ครับ
อันนี้เค้าตั้งเงื่อนไข คล้ายๆลิขสิทธิ์เพลง หรือลิขสิทธิ์อื่น
ตัวอย่างสมมุติถ้าเราไป ขอซื้อลิขสิทธิ์ โดเรมอนมา ตอนติดต่อเพื่อขอซื้อ
เราบอกว่าจะเอา มาพิมพ์เสื้อขาย เค้าก็ขายสิทธิ์มาเท่านี้บาท
ต่อมาภายหลังเราเห็นว่า ถ้าพิมพ์ลงบนสมุดแล้วไปขายเด็กๆ น่าจะขายได้ดีกว่า
เราก็จัดแจงเลยครับ เพราะคิดว่าซื้อมาถูกต้องแล้ว เป็นไงครับ ก็โดนฟ้องสิครับ
เพราะเค้าขายสิทธิ์มาให้ใช้ได้เท่านี้ เพราะถ้าตอนซื้อคุณบอกว่าจะพิมพ์ปกสมุดขายด้วย
คุณอาจต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่ม พอจะนึกออกมั๊ยครับ คือเค้าตั้งเงื่อนไขไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
แต่โดยส่วนตัวผมก็ต้องยอมรับนะครับว่า ฟอนต์ที่ผมจำหน่ายในขณะนี้
ผมขายสัญญาอนุญาต แบบนับเครื่องครับ 1 สัญญาอนุญาตใช้ได้ 3 เครื่องเป็นต้น
รู้สึกว่า ดีบี.ดีไซน์ กับ บี513 ดีไซน์ก็จะเป็นคล้ายๆกันแบบนี้
ผมเพียงอยากจะสื่อว่า ผมก็ไม่ได้ตั้งกฎเกณฑ์แบบเดียวกับ บ.พีเอสแอล
แต่ก็วนกลับมาที่เดิมครับ ว่าเจ้าของสิทธิ์จะกำหนดเงื่อนไขอย่างไร หรือไม่ก็ได้
อย่างที่คุณ iamnot บอกว่าเมืองนอกเค้านับเป็นเครื่อง เพราะเงื่อนไขเค้านับเป็นเครื่อง
ไงครับ แต่เงื่อนไขของบ.พีเอสแอล เค้าตั้งเงื่อนไขตามการใช้งานไงครับ
พูดไปพูดมา เราเหมือนมองกันคนละมุม ต่างมองในมุมของตัวเอง
เหมือนที่อากงสอนหลานนั่นหละครับ :17: :17: :17:
ครับ :42:
(ถ้าสมมุติว่าไม่มีตัวอักษรบรรจุอยู่ในฟอนต์
คอมพิวเตอร์ก็ไม่ทำงานให้ปรากฏเป็นรูปแบบตัวอักษรนั้นๆนี่ครับ :08:)
นับเป็น สมบัติของชาติครับ {หมีโหด}
อันนี้ล้อเล่น :42:
กำลังรออ่านความเห็นอยู่เลยครับ +1 :12:
ประเด็นนึงก็คือ ทำไมเมืองนอกเค้าทำแบบนั้น
เพราะว่า เค้าร่างกฎหมายจากการที่เอา
เจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ใช้มาเป็นส่วนหนึ่งในการร่างกฎหมาย
(นอกจากนักกฎหมายอย่างเดียว)
ว่าแค่ไหนนะ ที่รับได้ แค่ไหนนะที่มันมากไป
และแค่ไหน ที่ไม่มีผลทางกฎหมาย
สมัยที่ผมเคยมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในคณะอนุกรรมการ
ร่างพรบ ลิขสิทธิ์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์จากบริษัทเอกชน
ตอนนั้นอาจารย์ยรรยง พวงราช เป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ท่านพยายามผลักดัน ให้ทำอย่างต่างประเทศเหมือนกัน
ประชุมกันอยู่หลายครั้ง แต่พอท่านพ้นจากตำแหน่งไป ก็ไม่มีใครทำอีก
เป็นที่น่าเสียดาย เพราะศาลจะเอาไปเป็นหลักเกณท์ก็ไม่ได้
อย่างกรณีเจ้าของลิขสิทธิ์กำหนดเงื่อนไขยังไงก็ได้เนี่ย
ผมอยากให้มีเคสขึ้นศาลสักที จะได้มีบรรทัดฐานต่อไป
ในอนาคต (ว่าแต่ว่าคงต้องหา ผู้กล้า :30:)
ผมยังเชื่ออย่างนี้อยู่นะครับว่า
กำหนดเงื่อนไขยังไงก็ได้
แต่กฎหมายคุ้มครองหรือเปล่าเนี่ย มันอีกเรื่องนึง
เอาเฉพาะกรณีฟอนต์นะ
(กรณีโดเรมอนนี่มันอีกอย่างนึง)
ไว้ยังไงผมจะไปลองถามความเห็นจากผู้รู้ดู
(แล้วตูจะเอามาอ้างอิงได้ไหมเนี่ย :08:)
เจอหนึ่งวรรคของลุง psk ที่น่าเอามาย้ำครับ
อ้างอิงเวคเตอร์ เก็บค่าแบบชุดคำสั่ง และแน่นอนว่าชุดคำสั่งมีลิขสิทธิ์
นี่แหละครับความหมายของการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย
ค่าเวกเตอร์ที่เราดัด ลาก โยง ทั้งหมดนี้เป็นชุดคำสั่งครับ
เพราะคอมพิวเตอร์มันไม่ได้เห็นเป็นเส้นๆ แต่มันเห็นเป็นชุดคำสั่ง
(แปลว่า กฎหมายลิขสิทธิ์ไทย คุ้มครองเวกเตอร์ ไม่คุ้มครองบิตแมป)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 14:45 น.
เจอหนึ่งวรรคของลุง psk ที่น่าเอามาย้ำครับ
นี่แหละครับความหมายของการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย
ค่าเวกเตอร์ที่เราดัด ลาก โยง ทั้งหมดนี้เป็นชุดคำสั่งครับ
เพราะคอมพิวเตอร์มันไม่ได้เห็นเป็นเส้นๆ แต่มันเห็นเป็นชุดคำสั่ง
(แปลว่า กฎหมายลิขสิทธิ์ไทย คุ้มครองเวกเตอร์ ไม่คุ้มครองบิตแมป)
แล้วกรณีอย่างที่ เอ สงสัยล่ะครับ
ว่าเอานายพลเทมเพลทมาใช้
ลิขสิทธิ์จะเป้นของใคร ท่่านนายพลจะมีส่วนหนึี่งในลิขสิทธิ์ฟอนต์นั้นๆด้วยหรือไม
แอน มีความเห็นยังไงบ้างครับ
ผมว่าก็ควรจะมีนะครับ :42:
(โทษทีตอบช้า คนมาเต็มบ้านเลย :44:)
เอางี้ครับ ถ้าว่ากันเป็นกฎหมายเลยน่ะนะ
แบบไม่เอาเรื่องจริยธรรมใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ
ทั่นนายพลได้รังสรรค์ตัวตารางแม่แบบฟอนต์เอาไว้
(แน่นอน ภายในอัดแน่นด้วยชุดคำสั่งฯ ตามกฎหมายเด๊ะๆ)
และนายพลได้ประกาศสิทธิ์ไว้แล้วประมาณที่เขียนไว้ในกระจู๋ร่างเอกสารแนบไฟล์ฯ นั่น
ดังนั้นในกรณีนี้ ตัวแม่แบบ ก็เป็นลิขสิทธิ์ของนายพล
ส่วนตัวฟอนต์ ก็เป็นลิขสิทธิ์ของผู้ออกแบบ
และตัวอักษรไทย ก็เป็นสมบัติของชาติเหมือนเดิม (ตัวอักษร ไม่ใช่ฟอนต์)
ถ้าถาม จนท กรมทรัพย์สินฯ แบบที่คุณอะไรนะ (ลืมแล้ว - จขกจ น่ะ :26:) ได้ไปถามไว้
เชื่อว่าเจ้าหน้าที่หนึ่งท่านที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงตรงนี้ก็คงบอกในกรณีนี้ไม่ได้หรอกครับ
ก็ขนาดทนายยังต้องมีความถนัดเฉพาะเลย ใช่มะจ๊ะ
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 12:05 น.
ก่อนอื่นขอชี้แจงก่อนเลยว่า
ไม่ต้องกลัวว่าผมจะโกรธเคืองอะไร
ตราบใดที่ไม่ได้ด่าพ่อล่อแม่ผม
ตราบใดที่ยังถกเถียงกันด้วยเหตุและผล
ผมยินดีครับ เพราะว่านี่เป็นบ่อเกิดแห่งองก์ความรู้
อย่างเวลาเรียนในต่างประเทศ
เค้าก็จะให้ Discuss กัน บางครั้งดูเหมือนจะรุนแรง
และ หลายๆ ครั้งก็หาข้อสรุปไม่ได้
แต่ก็เป็นหัวข้อให้ไปค้นคว้าหาความรู้ต่อยอดได้
ดีมากครับ ผมชอบบบบบบบบบบ ฮิ ฮิ..
อ้างอิง
ครับ อันนี้ผมยอมรับว่ายกตัวอย่างไม่ดี
แต่เจตนาที่จะบอกก็คือ จะมาฟ้องว่าผมละเมิดได้จริงหรือเปล่า
เพราะ ตาม พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ 2537
ได้กำหนดบทบัญญัติการละเมิดลิขสิทธิ์
เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไว้ 2 กรณีคือ
มาตรา 30 กรณีที่ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์
โดยไม่ได้รับอนุญาต
อันนี้ พวกทำการ copy ขายเลยไม่ต้องตีความ
อ้างอิง
และมาตรา 31 กรณีที่รู้อยู่แล้วว่างานดังกล่าวกระทำขึ้น
โดยละเมิดลิขสิทธิ์แล้วยังหากำไรจากงานดังกล่าวโดยการขาย
มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้
เช่าซื้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน
แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่เจ้าของลิขสิทธิ์และนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
อันนี้แหละที่อาจแพ้ชนะกันได้ครับ
ถ้าผมเอาโปรแกรม(เป็นโปรแกรมก่อนแล้วกันนะครับ เรื่องฟอนต์เดี๋ยวต้องไปตีความอีก - ผมอ่านกระทู้อื่นแล้ว เดี๋ยวจะไปแสดงความเห็นที่กระทู้นั้นนะครับ)
เอาไปให้เพื่อนที่ office ใช้ ถือว่าเป็นการแจกจ่าย?
การรับมาถือว่ารับของโจร?(จริงๆไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้เท่าไร)
ปัญหาที่สำคัญคือเราใช้ของเขา น้อยสุดก็คือเขาเสียหาย(ที่ไม่ได้จ่ายเงินเขา)?
note: ขอความกรุณาทุกๆท่าน แยกประเด็น
1. สิทธิ์การใช้
กับ
2.ใช้ไปแล้ว(ละเมิดสิทธิ์)
เพราะต่างกัน (เหมือนนายโอ้เอ้พูดไว้ละครับ ใช้ก่อนจ่าย หรือ จ่ายก่อนใช้)
-สิทธิ์ในการใช้ ถ้าเงื่อนไขการใช้เหมือนกัน เราควรได้รับความยุติธรรม(ไม่ใช่ ไม่ชอบหน้านาย ก ก็ขายแพงๆ - อย่าไปตีความว่าอีกบริษัทได้ลดราคานะ เรื่องลดราคาจะเป็นอีกเรื่อง) แต่เขามีสิทธิ์ไม่ขายให้นะ(ถ้าคุณไปฟ้องเขา เขาอาจว่า คุณอาจจะทำความเสียหายให้เขาได้ เช่น เรารวยจัด อยากซื้อภาพวาดคุณเฉลิมชัยไปแบกระดิน(เลหลัง)เขาอาจไม่ขายให้เราก็ได้ (ถ้าเราซื้อไปแล้ว แล้วเอาไปแบร่กระดินจะไม่ใช่กฎหมายลิขสิทธิ์แต่เป็นกฎหมายอื่นเพราะเราซื้อมาแล้ว[ได้สิทธิ์] แต่ถ้าเอาสิทธิ์ที่ได้ไปทำให้เขาเสียหายจะเป็นอีกประเด็น(ถ้าไม่ได้ไปลงในเงื่อนไขการใช้ เช่น ใช้ติดบนฝาบ้านเท่านั้น ฮิ ฮิ) ส่วนราคาแล้วแต่กลไกการตลาด เวลา และเงื่อนไขอื่น(ค่าเงินบาท?)..ฯลฯ
-ถ้าใช้ไปแล้วจะเป็นค่าปรับ
ค่าปรับ ไม่จำเป็นต้องยุติธรรม(อาจพิจารณารวยจน หรือ อะไรก็ได้)
เพราะค่าปรับไม่ได้บรรยัติไว้(ไม่เหมือนบางหมวดของกฏหมาย)
อ้างอิง
ซึ่งจะเห็นว่า จะคำถามที่ผมยกตัวอย่างไป
ลองคิดดูนะครับ ว่ามันละเมิดหรือเปล่า
นี่ต่างหากที่ผมอยากฟังความเห็น
(กรณีนี้เท่าที่ทราบ ยังไม่มีกีฏาใด หรือศาลใดในไทย
ตัดสินนะครับ เพราะที่ตัดสินไปส่วนใหญ่คือ
ใช้โปรแกรมเถื่อน)
เพราะไม่ต้องตีความ :35:
อ้างอิง
แต่ในต่างประเทศมีการตัดสินแล้วนะครับ
ว่าไม่ละเมิด อย่างกรณี โซนี่ฟ้อง คนที่แคร็กเรื่องโซน
ปรากฎว่า ศาลชี้ออกมาว่า ไม่ละเมิด
เพราะเค้าซื้อ ดีวีดี มาถูกต้องทุกอย่าง
เพราะเขามีสิทธิ์ในตัวสินค้า
การ crack นั้นพิสูจน์ไม่ได้ว่าทำความเสียหาย(เพราะเขาไม่ได้เอาผลการกระทำ ไปทำเพื่อจำหน่ายจ่ายแจก)
แม้ว่าเขาจะเอา algorithm(ที่เขา crack) ไปเผยแพร่บนเว็บของเขาก็ไม่ผิด(note:เรื่องนี้ยังถกเถียงกันไม่เลิก เรื่อง reverse engineer เพราะหลายทนายบอกว่าทำไปเพื่อให้เกิดการพัฒนา แต่บางคนบอกว่าทำความเสียหาย สุดท้ายต้องไปดูสำนวนแล้วให้ศาลตัดสินเอา ว่าเกิดความเสียหายหรือไหม?)
แต่ถ้าเขารู้ original algorithm แล้วไปเผยแพร่ หรือเอาสิ่งที่ทำไปให้บริษัทผลิต DVD เถื่อน อันนี้ผิด(ลิขสิทธิ์)
ลองเดาซิว่าเรื่องร้อนๆตอนนี้
โชว์โป๊บน camfrog ผิดกฏหมายอนาจารไหม?
คำตอบคือ ไม่แน่
เพราะไปติดที่ "ถ้าเราไม่เปิดดูเขา เราก็ไม่เห็นเขาโป๊"
แต่ถ้าเขาเรียกร้องให้ดู? หรือ ขายวิว? ละ .. :08: ฮิ ฮิ
ถ้าโปรแกรมไม่ต้องเปิดเพื่อดู แต่โชว์ในห้องสารธารณะเลย? จะมีคนอยากแค่พูดคุย(ดูแค่ตัวหนังสือ)? :07:
(คนเรียนกฏหมายคงเคยเจอ case ที่ว่า เขาแก้ผ้าในบ้าน เราไปเห็น แล้วฟ้องอนาจารได้ไหม?
แต่ยืนอยู่หน้าต่างตรงกับหน้าต่างบ้านเราแล้วยืนแก้ผ้าโชว์นิ่งๆจะผิดไหม?)
อ้างอิง
คือโอเคล่ะ เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถตั้งกติกูเงื่อนไขอะไรก็ได้
แต่มันมีผลทางกฎหมายไหม นี่สิเป็นสิ่งที่น่าคิด
มีผลครับ แต่ต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรม(แต่ไม่เกี่ยวกับค่าปรับนะ
ในกฏหมายระบุไว้(เหมือนที่ คุณซาฟิเร่ post ไว้เรื่องกฏหมายลิขสิทธิ์)
อ้างอิง
(อย่างห้างที่มีที่จอดรถ เขียนว่า ไม่รับผิดชอบใดๆต่อความเสียหาย
มีกีฎามาแล้วว่า สัญญาที่เขียนเนี่ยเป็นโมฆะ)
สัญญาเขียนฝ่ายเดียวไม่ได้ ข้อนี้เลยหลุด(ฟ้องร้องได้)
แต่ถ้าเราไป web เรากดปุ่มยอมรับ(จะเป็น 2 ฝ่ายทันที)
ในกฏหมายสัญญาต้องทำต่อหน้าพยาน(แต่ที่บริษัทรับจ้างเซ็นที แล้วเอามาให้เราถึงเซ็น อันนี้เป็นอนุโลมกันไป แต่ถ้าเกิดเรื่องแล้วทุกคนพูดความจริง สัญญาจะกลายเป็นโมฆะ)
อ้างอิง
เหมือนกับว่า คุณไปซื้อซอฟท์แวร์มาจากร้านไหนสักร้านนึง
ซึ่งถูกต้องทุกอย่าง (เคยมีคำถามในชั้นอนุกรรมการร่างพรบ
ว่า แล้วตรงไหนที่แปลว่า ผู้ซื้อยอมรับเงื่อนไขหรือสัญญา
มีการถกเถียงว่า ยอมรับ ตอนที่ฉีกห่อ
แต่ก็มีคนแย้งว่า ก็ในเมื่อเงื่อนไขมันอยู่ในห่อ
ถ้าไม่ฉีกก็อ่านเงื่อนไขไม่ได้สิวะ :07:)
เรื่องสัญญาอธิบายด้านบนครับ
ส่วนเงื่อนไขการใช้ถือว่าเป็นสํญญาหรือไหม(ในช่วงไหน)ขึ้นอยู่ตีความ(และขึ้นอยู่กับข้อความบนสินค้านั้น)
แต่ที่ฟ้องร้องจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์(มากกว่าสัญญา)คือใช้ผิดประเภทของสิทธิ์(การใช้) หรือ ถ้าไม่ได้ซื้อ(หรือจ่าย)ก็ไม่มีสิทธิ์
เรื่องความไม่ชัดเจนในสัญญาหรือข้อตกลงในการใช้(ถ้าต้องแกะแล้วถึงเห็น และ ไม่มีที่อื่นให้อ่าน)ฟ้องร้อง(หรือคืน)ได้ครับ -แต่ไม่ใช่กฏหมายลิขสิทธิ์(แต่จะตีความให้เข้าข้อ ไม่ยุติธรรม ก็พอได้ แต่ผมว่าน้ำหนักน้อย คงไปกฏหมายอื่นที่เข้าข่ายลอกลวง..ฯลฯ)
อ้างอิง
กรณีแบบนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
ผมว่า คงต้องให้มีกรณีนี้เกิดขึ้น
แล้วเข้าไปต่อสู้กันในศาลสักหน
เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต
ถูกต้องครับ
และฟ้องต้องเลือกหัวข้อดีๆ
เช่น ฟ้องลิขสิทธิ์ ฟ้องเรื่องทำให้ชื่อเสียงเขาเสียหาย ..ฯลฯ
พร้อมทำสำนวนดีๆ
อ้างอิง
ครับ อยากฟังความเห็นของทุกท่านนะครับ
:12:
อ้างคำพูดจาก: iamnot
จริงๆ นะครับ ผมไม่ได้พูดเล่น
ตอนนี้กฎหมายไทยถือว่า
ตัวอักษรไทยที่อยู่ในโปรแกรมฟอนต์
ไม่ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ :05:
ถูกต้องคร๊าบบบบบบบ(ต้องทำท่า คุณปัญญาด้วย)
ถ้าพูดถึงตัวหนังสือ( ก ข ค ... ิ ี...) จะเป็นสมบัติชาติครับ(อ้างสิทธิ์ไม่ได้)
แต่ถ้าเอาตัวหนังสือนั้นมาร้อยเรียง จะถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ครับ(วรรณกรรม)
อ้างอิง
ลิขสิทธิ์ อยู่แค่ชุดคำสั่ง
ที่ทำให้ตัวอักษรปรากฎในรูปแบบต่างๆเท่านั้น
(สงสัยต้องไปหาแหล่งอ้างอิงแล้วล่ะ
จะได้เอามาให้เอดู)
นี่เป็นอีกประเด็นนึงนะครับว่า
เราควรจะรวมฟอนต์ เป็นส่วนหนึ่ง
ในเรื่องของลิขสิทธิ์โปรแกรมหรือเปล่า
เพราะการใช้งานฟอนต์ก็มีลักษณะเฉพาะตัว
ไม่เหมือนซอฟท์แวร์ทั่วๆไป
note:อันนี้ผมอาจพูดรวมข้อมูลที่ตอบในกระทู้คนอื่นๆด้วยนะครับ(เดี๋ยวจะกลายเป็นปั่นๆๆๆๆ)
เรื่อง font ตีความหมายได้ 2 แบบครับ
1.ตีว่าเป็น software (เหมือนที่ NECTEC ตีความ)เนื่องการ font นอกจากเกิดจากรูปร่างของ font ตัว font ยังมี script กำกับการแสดงผล ซึ่ง script ที่กำกับนี้แหละที่เป็นจุดชี้ชัดเจนว่า font เป็น software
สามารถอ่านเรื่อง script ได้ที่นี่ครับ http://www.unicode.org/versions/Unicode4.0.0/ch10.pdf (http://www.unicode.org/versions/Unicode4.0.0/ch10.pdf)
นึกถึง flash กับ action script ก็คงพอได้
ส่วนเรื่อง script ทำอะไร ทำอย่างไร คงต้องถามคุณนายพล(เป็นนาย พลทหารแอนนนน?) :35:
หรือไม่ก็ท่านอื่นๆเพราะผมพึ่งเริ่มต้นศึกษา script
2.ตีความว่าเป็น "ศิลปกรรม" ก็ตามที่คุณ ซาฟิเร่ post ไว้ครับ (http://http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8789.msg491661#msg491661) คนอ่านกฏหมายตัวจริง :35:
เช่นมีคนปั้นรูป แล้วเราไปปั้นตาม พอเข้าศาลทุกคนมองว่าเหมือนกันแปะ(จริงๆจะมีอย่างน้อย 1 คน ที่มองไม่เห็นเหมือน ไม่จำเลยก็ทนายฝ่ายจำเลย-ประเภทต้องทำตาหลิว)
note: กฏหมาย lookalike ก็ยังถกเถียงกันไม่เลิก
ส่วนเรื่อง vector ผมมองเป็น
-ข้อ 2 (ถ้า vector นั้นกำกับรูปร่าง[ทิศทาง])
- แต่ถ้า vector นั้นเป็นการกำกับตำแหน่งการแสดงก็อาจถือเป็นข้อ 1 (ถูกกำกับโดย script?)
เดี๋ยวต้องไปตีความ bitmap font กับ vector font อีก? :34:
เรื่อง "นายพลได้ประกาศสิทธิ์ไว้แล้วประมาณที่เขียนไว้ในกระจู๋ร่างเอกสารแนบไฟล์ฯ นั่น"
ถ้าถือว่าเป็นสัญญาจะไม่ใช่ แต่ถ้าประกาศเงือนไขการใช้สิทธิ์คือใช่
ลิทขสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องประกาศ(หรือโฆษณา ก็ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์) การมีไฟล์แนบส่วนมากเป็นการบอกเงื่อนไขการนำไปใช้ GPL,MZL,commecial .. ผู้ผลิต(งาน)ไม่งั้นก็คงไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิ์ และ มักจะบอกกันว่า จะไม่รับผิดชอบการเสียหายใดๆที่เกิดขึ้น(as is) เพราะไม่งั้นอาจมีการฟ้องว่า เพราะซอฟแวร์คุณนี้แหละเป็นผลให้บริษัทผมล่มจม(แต่เขามักไปฟ้องรวมๆเช่น การให้คำแนะนำ/คำโฆษณาทำให้ใช้ซอฟท์แวร์ผิดประเภท หรือ คุณสมบัติเกินจริง)
อ้างอิง
ควรไหมที่ ฟอนต์ จะแยกประเภทลิขสิทธิ์ออกมาต่างหาก
ไม่น่าจำเป็น? ตามที่อธิบายด้านบน?
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 03 ก.พ. 2007, 14:51 น.
แล้วกรณีอย่างที่ เอ สงสัยล่ะครับ
ว่าเอานายพลเทมเพลทมาใช้
ลิขสิทธิ์จะเป้นของใคร ท่่านนายพลจะมีส่วนหนึี่งในลิขสิทธิ์ฟอนต์นั้นๆด้วยหรือไม
แอน มีความเห็นยังไงบ้างครับ
อย่างในกรณีนี้ใช่มั๊ยครับ คือกฎหมายลิขสิทธิ์ไทยระบุว่า ต้องตกลงเป็นรายกรณีไปครับ
ตัวอย่าง ถ้าผมให้คุณ iamnot ร่างแบบอักษรให้ แล้วผมนำมาดราฟ และพัฒนาเป็นฟอนต์
โดยใช้เทมเพลตของลุงพล ลิขสิทธิ์จะตกอยู่กับใครใช่มั๊ยครับ
1. คุณ iamnot
2. ผม
3. ลุงพล
คำตอบคือขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างเราทั้งสามคนครับ ว่าลิขสิทธิ์จะตกเป็นของใคร
หรือของทั้งสามเลยก็ได้ครับ โดยกฎหมายระบุว่าให้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครับ
อย่างในกรณีฟอนต์ของกรมทรัพย์สินฯที่จัดประกวดไปแล้วนั้น
ตัวเทมเพลตได้ถูกพัฒนามาจาก เทมเพลตของ ทางพีเอสเค.ดีไซน์
และผมก็ได้เพิ่มเทเบิ้ลในส่วนของภาษาเวียดนาม
และเขียนสคริปโอเพ่นไทป์ ในส่วนของเวียดนามเพิ่มเข้าไปด้วย (เพื่องานนี้โดยเฉพาะ)
แต่ผมก็มีการคุยกับทางคณะกรรมการว่า เทมเพลตนี้ผมยกให้กับการประกวดในครั้งนี้
และโดยเงื่อนไขในการประกวด ก็ตกเป็นลิขสิทธิ์ของกรมทรัพย์สินฯกับsipa
ซึ่งถึงแม้จะเป็นเทมเพลตที่ผมพัฒนาขึ้น แต่ลิขสิทธิ์ก็เป็นของกรมทรัพย์ได้ครับ
แต่ในส่วนเทมเพลตของ พีเอสเค. เวอร์ชั่นดั้งเดิมก็ยังเป็นลิขสิทธิ์ของผมอยู่
เพราะฉะนั้นอย่างกรณีใช้เทมเพลตของลุงพลในการพัฒนาฟอนต์
ก็ขึ้นอยู่กับลุงพลครับ ว่าจะมีส่วนในลิขสิทธิ์ของฟอนต์นั้นๆหรือไม่
หรือจะยกให้กับผู้พัฒนาฟอนต์นั้นไปเลย ก็สุดแท้แต่ข้อตกลงระหว่างกันครับ
เอ...ว่าแต่ว่า เพิ่งรู้นะครับ ว่าคุณ iamnot ก็เป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการร่างพรบ.ลิขสิทธิ์ :18:
มีอะไรก็แนะนำผู้น้อย อย่างผมด้วยนะครับ :27:
เออ...แต่ว่า คุณ iamnot แกถามความเห็นคุณแอนไม่ใช่เหรอ :08: :08: :08:
ก็น่าจะคล้ายๆกับวิชาชีพของผมนะครับ
ถ้าเป็นกรณีของสถาปนิกออกแบบบ้านอย่างผมเนี่ย
ถ้าผมออกแบบบ้านให้คุณณต
แบบบ้านหลังนั้นจะเป็นสิทธิ์ร่วมกันระหว่างผม(สถาปนิก และวิศวกรผู้ออกแบบ) กับคุณณต (เจ้าของบ้าน) ครับ
อ้างคำพูดจาก: psk_type เมื่อ 04 ก.พ. 2007, 00:08 น.
อย่างในกรณีนี้ใช่มั๊ยครับ คือกฎหมายลิขสิทธิ์ไทยระบุว่า ต้องตกลงเป็นรายกรณีไปครับ
ตัวอย่าง ถ้าผมให้คุณ iamnot ร่างแบบอักษรให้ แล้วผมนำมาดราฟ และพัฒนาเป็นฟอนต์
โดยใช้เทมเพลตของลุงพล ลิขสิทธิ์จะตกอยู่กับใครใช่มั๊ยครับ
1. คุณ iamnot
2. ผม
3. ลุงพล
คำตอบคือขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างเราทั้งสามคนครับ ว่าลิขสิทธิ์จะตกเป็นของใคร
หรือของทั้งสามเลยก็ได้ครับ โดยกฎหมายระบุว่าให้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครับ
อันนี้แหละที่ผมไม่ค่อยไปของานวิจัยใคร เพราะหลายครั้งรู้สึกไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่ได้ แลกการกำหนดสิทธิ์ เดี๋ยวทำเสร็จจะเอาไปทำอะไรต้องทำหนังสือขอใช้สิทธิ์(สิทธิ์ร่วมเลยต้องแจ้งอีกฝ่าย)
(ในกระทู้ program ของผม ..คุณปาท่องโก๋ แนะนำให้ไปขอ NECTEC ผมไม่ไ่ด้ขอ เพราะค่าใช้จ่ายน้อย และ ตอนที่ผมอยู่ที่นั้นรู้สึกเขากำลังร่างเรื่องลิขสิทธิ์ร่วม เลยไม่ได้ไปศึกษาการของานวิจัย[แต่ ผอ. คนปัจจุบันมีบุญคุณกับผมมาก ..clear งานไ้ด้คงไปขอทำ เพราะรู้สึกตอนอยู่ไม่ได้ทำอะไรให้คุ้มเงินเขาเลย]
อ้างอิง
เออ...แต่ว่า คุณ iamnot แกถามความเห็นคุณแอนไม่ใช่เหรอ :08: :08: :08:
เอาเป็นว่าผมตอบคุณ psk หรือ คุณแอนนนน ก็ได้นะครับ ฮิ ฮิ .. (just kidding)
:27: คุยอะไรกัน กลับไปอ่านหน้าแรกไป๊
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 ก.พ. 2007, 01:14 น.
:27: คุยอะไรกัน กลับไปอ่านหน้าแรกไป๊
งั้นตอบคุณ psk คนเดียวก็ได้ ขี้เกียจพลิกไปพลิกมา ตาลาย :35:
:27:ครับคุณ ซัน เราคุยกันสองคน :27: อีตาแอนไม่เกี่ยว :35: :35:
อ้างคำพูดจาก: psk_type เมื่อ 04 ก.พ. 2007, 01:40 น.
:27:ครับคุณ ซัน เราคุยกันสองคน :27: อีตาแอนไม่เกี่ยว :35: :35:
เหอะๆๆๆ
ห้ามอ่านนะ คุณแอนนนน (ถ้ายังไม่ได้ไปหน้าแรก) :43:
มีบทสรุป หรือยังครับ :09:
อ้างคำพูดจาก: sarun29 เมื่อ 04 ก.พ. 2007, 15:20 น.
มีบทสรุป หรือยังครับ :09:
น่าจะมีนานแล้วครับ
แต่ถ้ามีประเด็นอะไร เราก็คุยๆกันได้ครับ :21:
--------------------
วันนี้(5 กพ)ถ้าใครโอกาสดูรายการ คนหัวหมอ (ตอนใกล้บ่ายโมง)
มีประเด็นว่า ยืม VCD/DVD แล้วเอามา copy ไว้ผิดไหม?
ถ้าตามกฏหมายคือไม่ผิด(ตกข้อยกเว้นใช้ส่วนตัว) แต่ห้ามจ่ายแจกนะ(เช่นให้คนอื่นยืมดู แม้ไม่ได้คิดเงินเขา)
แยกให้ออกระหว่างคำว่า "ลิขสิทธิ์" กับ "สิทธิ์"
โดยทั่วไป ลิขสิทธิ์ ตกอยู่กับผู้สร้างสรรค์เท่านั้น
การที่ให้คนอื่นนำไปใช้ หมายความว่า ให้ "สิทธิ์" ในการนำไปใช้ แต่ไม่ได้ให้ "ลิขสิทธิ์" ไปนะครับ ลิขสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของเหมือนเดิม
ดังนั้นการที่พูดว่า ขายฟอนต์ลิขสิทธิ์ ขายโปรแกรมลิขสิทธิ์ ไม่ได้หมายความว่าขายลิขสิทธิ์นะครับ แค่ขายสิทธิ์ (License) ในการใช้งานเท่านั้น
คล้ายๆ กับการซื้อตั๋วหนังนะครับ พอซื้อตั๋วแล้ว คุณก็มีสิทธิ์เข้าไปดูในโรงได้ แน่นอนว่าตั๋วย่อมมีหมดอายุ แล้วก็ เมื่อคุณมีสิทธิ์ดู ก็ได้แค่ดูเท่านั้น คุณจะไม่สามารถเอาฟิล์มหนัง หรือถ่ายภาพหนัง หรือ ถ่ายวิดีโอหนัง ออกมาได้ เค้าให้สิทธิ์คุณแค่ดูเท่านั้น พอคุณเดินออกจากโรงมา ตั๋วมันก็หมดอายุ License ของซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมก็เหมือนกัน เค้าให้สิทธิในการใช้งานเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีหมดอายุด้วย (ดูอย่างพวกโปรแกรม AV ทั้งหลายแหล่นั่นแหล่ะ ปีเดียว หมดอายุแล้ว)
:46: เข้าใจได้ง่ายอีกแล้วครับ
โอ๊ะ โปรแกรม AV คืออะไรครับ :09:
อะเด้า วิดีโอ :25:
อ่ะ ศัพท์เทคนิค :30:
AV คงหมายถึง Anti Virus ครับ
ปีเดียวหมดอายุ
AV = ออดิโอ วีดิโอ คือ เสียงและภาพ ครับ
อ้างคำพูดจาก: ชายหนุ่มริมคลอง เมื่อ 09 ก.พ. 2007, 14:41 น.
AV = ออดิโอ วีดิโอ คือ เสียงและภาพ ครับ
เห็นควรด้วย :30:
(เห็นช่อง AV อยู่แถวๆบ้าน) ฮิ ฮิ
อ้างคำพูดจาก: ThaiBuddy เมื่อ 09 ก.พ. 2007, 16:42 น.
เห็นควรด้วย :30:
(เห็นช่อง AV อยู่แถวๆบ้าน) ฮิ ฮิ
จริงเหรอ :21:
ถามครับ
ThaiBuddy เป็นไปได้ไหมว่าจะแปล ศัพท์เฉพาะ แบบเอาเม้าท์ไปชี้ที่ Firefox กด Alt+s ก็จะแปลว่า บราวเซอร์ยอดนิยม(ยกตัวอย่าง :43:)
หรือ ชี้ที่ F0nt ก็แปลว่า เว็บฟอนต์ชื่อดัง
ก็คือทำระบบเพิ่มคำศัพท์เองใช่ไหมครับ
ทำได้ครับ เดี๋ยวอีก 10 นาทีดาวน์โหลดจาก Thaibuddy.com เลย
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 11:39 น.
จริงเหรอ :21:
ถามครับ
ThaiBuddy เป็นไปได้ไหมว่าจะแปล ศัพท์เฉพาะ แบบเอาเม้าท์ไปชี้ที่ Firefox กด Alt+s ก็จะแปลว่า บราวเซอร์ยอดนิยม(ยกตัวอย่าง :43:)
หรือ ชี้ที่ F0nt ก็แปลว่า เว็บฟอนต์ชื่อดัง
AV อยู่แถวๆนี้แหละ เดี๋ยวเดินหาก่อนนะ เจอแล้วจะไม่แจ้ง
------
เรื่อง dict
เอ๋ ก็ทำได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ? เพราะอ่าน text จากทุก apps ยกเว้นกลุ่มที่ render text เอง เช่น acrobat จะทำไม่ได้
--------
แฮะๆๆ กลับมาอ่านทวน กลายเป็นผมเองไม่เข้าใจ(คุณแอนนนนเข้าใจแทน) ไว้รุ่น 2.0 pro นะครับ(ยังแจกฟรี)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 15 ก.พ. 2007, 20:41 น.
ก็คือทำระบบเพิ่มคำศัพท์เองใช่ไหมครับ
ทำได้ครับ เดี๋ยวอีก 10 นาทีดาวน์โหลดจาก Thaibuddy.com เลย
งะ
10 นาที(จริงๆก็ทำได้ครับ)
แค่อนุญาติให้ เพิ่ม แก้ไขได้
แต่ถ้าทำไปแล้ว คนใช้เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากเอา(ที่เพิ่ม)จะไม่ดีเอา(จริงต้องแยกเป็น custom dict ซึ่งอาจจะเกิน 10 นาที) ยกเว้น ยกให้คุณแอนนนนนทำ :02:
พี่แอนฝากมาบอกว่าขอแค่สองนาทีครับ {หมีโหด}