ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: ยุนเอ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:21 น.

ชื่อเรื่อง: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:21 น.
ก่อนอื่นขอขอบคุณ นิตยสาร ค คน ที่ทำให้อยากตั้งจู๋นี้ขึ้นมา
ก็เป็นนิทานเป็นตอนๆ เล่าจบแล้วจะมีคำถามที่อยากให้ได้ไปขบคิดและเสนอแนวทางการคิดมากัน
อยากให้อธิบายยาวซัก 25-30 บรรทัดโดยประมาณจะได้มีการอ่านระบบวิธีอธิบายหลักการและเหตุผลอย่างจริงจัง

นิทานเรื่องแรก... (กะว่าเดือนละเรื่องก็เหนื่อยละ  :42:)

เป็นเกร็ดเล็กๆ เกี่ยวกับชาย 2 คนที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์
คนแรกชื่อ โสเครติส ในประวัติศาสตร์มักอธิบายรูปพรรณสัณฐานว่า
เป็นชายหลังงุ้ม หน้างอคอหักแบบปลาทูแม่กลอง วันๆ ไม่ค่อยทำอะไรเอาแต่เดินตั้งคำถามกับคนนุ้นคนนี้ คำถามส่วนใหญ่ของโสเครติสฟังเผินๆ อาจดึงดูดอวัยวะใช้เดินของจิ๊กโก๋ หน้าปากซอยยุคนี้เป้นอันมาก

แต่ลองจินตนาการดูว่าในยุค 200ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งองค์ความรู้และการศึกษายังไม่ถูกเซตเป็นระบบนั้น
บรรดาผู้คนที่เคยนึกว่า "รู้อะไร" มากพอแล้ว พอเจอคำถามของผู้เฒ่าหน้างอคอหักรายนี้ต้อนเข้า สุดท้ายก็จะพบว่าตัวเอง "ไม่รู้อะไรเลย"

โสเครติสสะสมชื่อเสียงในลักษณะนี้ จนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง บรรดาเจ้านายใหญ่โตที่พอมองเห็นคุณค่าการศึกษาในสมัยนั้น ต่างก็พากันส่งลูกหลานข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนกับโสเครติส จนผู้มีอำนาจในยุคนั้นเริ่มหวาดระแวง
สุดท้ายก็มอบข้อหามีการกระทำอันเป็นภัยต่อเทพเจ้า และมอมเมาผู้คนให้สับสน..
ข้อหานี้มีความรุนแรงถึงขั้นต้องเอาชีวิต

ชื่อเสียงของโสเครติสเพิ่มเป็นทวีคูณก็เพราะเหตุการณ์นี้ เพราะเขาเลือกที่จะเผชิญหน้ากับอาญา กลืนยาพิษฆ่าตัวตาย แทนที่จะยอมอ่อนข้อประนีประนอม ทั้งที่ถ้าจะทำก็พอมีทางเอาชีวิตรอดได้

ราว 2000 ปีถัดมา ในยุคที่ศาสนจักรมีอิทธิพลครอบงำชี้เป็นชี้ตายชีวิตผู้คน มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อ
กาลิเลโอ กาลิเลอีชายคนนี้เป็นประเภทเชื่ออะไรต้องมีการทดลองและพิสูจน์ให้ประจักษ์กับตา เขาไม่เชื่อว่าลำพังแค่ตรรกะแบบคอมมอนเซนส์ที่ฟังดูเข้าทีจะเป็นจริง ทุกสิ่งต้องทดลองและพิสูจน์ให้ประจักษ์ทั้งสิ้น

การทดลองที่มีชื่อเสียงของกาลิเลโอ  เริ่มตั้งแต่มีการหักล้างความเชื่อตามเหตุผลคอมมอนเซนส์ที่บอกว่า เมื่อปล่อยหินสองก้อนที่มีมวลไม่เท่ากัน หินก้อนที่หนักกว่าจะตกถึงพื้นก่อน ซึ่งผลการทดลองปรากฏว่า - ไม่จริง

แต่ที่เป็นเรื่องเป็นราวก็คือ การทดลองส่องกล้องเพื่อนพิสูจน์ว่าโลกกลมและหมุนรอบดวงอาทิตย์ ไม่ใช่แบนและเป็นศูนย์กลางจักรวาลเหมือนที่ศาสนจักรพร่ำสอนผู้คน

พูดแบบนี้ก็มีเรื่องซิท่านเอ๋ย ที่ประชุมศาสนจักรลากตัวกาลิเลโอมาลงทัณฑ์ ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาความนั้น ที่ประชุมได้ถามกาลิเลโอว่า ยังเชื่ออยู่ไหมว่าโลกกลมและหมุนรอบดวงอาทิตย์

ว่ากันว่าเหตุผลที่ทำให้กาลิเลโอถูกลดโทษเหลือเพียงจองจำและยังแอบเขียนตำราความรู้ของเขาได้ต่อไป จนกลายเป็นความรู้ใหม่ให้กับโลกอีกในภายหลังก็คือ ณ นาทีที่อยู่ต่อหน้าที่ประชุมศาสนจักรนั้นกาลิเลโอยอมพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับความเชื่อของตนเอง

ต้องรออีกหลายร้อยปี กว่าที่สำนักวาติกันจะตีพิมพ์แสตมป์รูปกาลิเลโอ กาลิเลอี อันมีนัยแสดงความยอมรับถึงบางเรื่องในอดีต

คำถามที่เวตาลฯ อยากรู้ก็คือ
1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้
2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน

โปรดอย่าลืมว่าคำตอบไม่มีถูกผิด ไม่มีผลแพ้ชนะเหมือนฟุตบอล ขอแค่ความซื่อสัตย์และคำอธิบายดีๆ เท่านั้น

(พิมพ์เหนื่อยมากเลย  :08:)
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:22 น.
มาทักเรื่องไม้โท :42:

(http://img2.f0nt.com/05/b9fdf5a95aea82115718ec44b141f87d.png)

ชิ แก้แล้วนี่หว่า  :23:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:23 น.
ประชุมก่อนเดี๋ยวกลับมาอ่าน  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:26 น.
อ่านแล้วคันมืออยากตอบ แต่ยังกั๊กไว้ก่อน
(+1) ค่าตั้งกระจู๋ที่ทำให้สมกับเป็น "นักปั่นดีเด่น" ขึ้นมาหน่อยครับ


ป.ล.นึกถึงเรื่องนิทานเวเตย ของธวัชชัย คิดอ่าน :21:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:58 น.
1. ไม่นับรวมองค์ความรู้  ก็แสดงว่า ต้องการให้บุตรหลานไปศึกษานิสัยใจคอรูปแบบการดำเนินชีวิตของ
เขานะซิ ใช่มั้ยครับ ถ้าผมมีลูกผมคงไม่อยากให้ลูกผมตาย ......   
แค่นี้คงจะรู้นะครับว่าผมเลือกที่จะส่งไปเรียนกับใคร

2. ส่วนตัวถ้าให้ย้อนไปยุคนั้น ผมว่า ทั้งสองท่านนี้ เกิดอยุ่ในยุคที่ต้องก้มหัวให้กับกฏระเบียบของสังคมอย่างมาก การฉีกตัวออกมาโดดเด่นจึงเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่หาได้ยาก คนแรก โสเครติส  ส่วนตัว
คิดว่าเขา มีความยึดมั่นถือมั่นมากเกินไป บางที่คำว่าชื่อเสียงอาจทำให้เขาไม่กล้าลงจากหลังเสือจึงตัดสินใจตายซะบนนั้น....ส่วนกาลิเลโอ   ส่วนตัวคิดว่าเขาไม่ใช่นักอุดมการณ์แต่เป็นนักวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการมีชีวิตอยุ่เพื่อต่อยอดความรู้จึงเป้นหนทางที่เขาคิดว่าดีที่สุด .....  และถ้าให้เปลียบบุคคลสองท่านนี้แล้ว
ให้ชี้ชัดว่าชอบใคร  ความเป็นจริงชอบ คนละแบบ  แต่บางครั้งคนเราจำเป้นต้องเลือกอย่างเดียว ผมจึงเลือกที่จะชื่นชอบ กาลิเลโอ  มากกว่า  อนาคตเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่อยุ่เพื่อตัวเองแต่อยุ่เพื่อความก้าวหน้า
ของวิทยาการ.........
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 11:10 น.
เชื่อว่าอีตอนที่กาลิเลโอจะโดนสั่งตัดสินประหาร
แกคงไม่ได้มาคิดเรื่องประมาณว่า "กูจะต้องอยู่รอดเพื่อวิทยาการ" หรอกครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 11:13 น.
อ้าวเหรอ  !!  งั้นเปลี่ยนๆๆ



                 


          แต่ก็ยังเลือก  กาลิเลโอ อยุ่ดี  :39:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: แตน เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 11:19 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:21 น.

คำถามที่เวตาลฯ อยากรู้ก็คือ
1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้

ตอบ   กาลิเลโอ เพราะทั้งความรู้หลากหลายสาขาวิชา  ปฏิภาณ ความรู้จักเอาตัวรอดดีกว่าโสเครติส 

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน

ตอบ   กาลิเลโอ เพราะรู้จักเอาตัวรอดมากกว่า คนเราความรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเอาตัวรอดได้ ดังนี้ บางครั้งเราต้องรู้จักเอาตัวรอดด้วย  เช่น ถ้าวันนั้นกาลิเลโอบอกว่าตัวเองยังเชื่อว่าโลกกลม  ทฤษฎีอีกมากมายที่กาลิเลโอคิดขึ้นก็คงไม่มีขึ้นในโลกนี้ หรือถ้ามีก็อาจจะช้ากว่าที่กาลิเลโอคิดไป 200-300ปี 

{หมีโหด}


ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 11:25 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:21 น.
กาลิเลโอ กาลิเลอี ชายคนนี้เป็นประเภทเชื่ออะไรต้องมีการทดลองและพิสูจน์ให้ประจักษ์กับตา  

ทั้งสองข้อเลยตอบ กาลิเลโอ
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 11:30 น.
+เ ครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 11:54 น.
 :45:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: โตน เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 12:55 น.
ผมไม่รู้จัก ทั้งสองท่านนี้เป็นการส่วนตัวนะครับ  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการ พบเจอ หรือพูดคุยกัน หรือ การเรียนรู้ถึงลักษณะนิสัยใจคอกันเลย  :42:

ทีนี้ เมื่อรู้จัก 2 ท่านนี้ แค่ ตามที่คุณเปี๊ย เล่ามา บวกกับเคยอ่าน และ ฟังคนอื่นพูดถึงมาบ้าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถูกต้องมาน้อยเพียงใด ( ด้วยความรู้สึกส่วนตัวนะ ประวัติบุคคลสมัยนั้น มีความน่าเชื่อถือน้อยมาก จะออกแนวไปตามความรู้สึก ของคนเล่า หรือคนเขียน และยิ่งเพิ่มเติมขึ้นไปอีกตามเวลา ขนาดบุคคล ที่อยู่สมัยเดียวกัน เดี๋ยวนี้ ตอนนี้ เรายังไม่รู้จักเค้า จริงๆจังๆเลย) เอ๊ะ เริ่มออกแนวเถลไถล ไปไกล :44:

เอาตามข้อมูลที่ให้มา  องค์ความรู้ เปรียบเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจาก อยู่คนละยุคสมัยกัน
การสั่งสมความรู้มาจาคนรุ่นก่อนๆ พื้นฐานก็ไม่เท่ากัน จะเปรียบเทียบได้ก็คง พวก ลักษณะการแสวงหาความรู้ ลักษณะการคิด จินตนาการ
-ทั้ง2คนรักการเรียนรู้เหมือนกัน
-คนนึงชอบถามเป็นหลัก คนนึงชอบพิสูจน์ด้วยตนเอง : การถาม จะทำให้ได้ข้อมูลมาอย่างรวดเร็ว และจะได้ข้อมูลมาประมาณ 80% ของผู้ตอบซึ่งถือเป็นการย่อยความรู้ที่เร็วมาก แต่ถ้าผู้ตอบตอบมาผิดๆ ก็ตัวใครตัวมัน :31: ส่วนการลองด้วยตนเองใช้เวลานานกว่ามาก แต่จะได้ความเข้าใจในแบบตัวเองกลับมา :12: ข้อนี้ผมชอบทั้ง2อย่างครับ แต่ถามบ่อยกว่าเพราะว่าเร็วดี คนที่ผมถามบ่อยสุดคือ google :33:
-ทั้ง 2 คนมีแนวคิดและวิถีทางเป็นของตัวเอง เป็นต้นแบบเด็กแนวแท้ๆ
-คนนึง ปรับเปลี่ยนได้ เพื่ออยู่รอด อีกคน ยึดมั่น แม้ตายก็ยอม {หมีโหด} โดยส่วนตัวอีกแล้ว ผมไม่ชอบคนไม่กลัวตายนะ ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้ :44: นึกถึงพวกระเบิดพลีชีพ อะไรแนวๆนี้

สรุปคือ กาลิเลโอ เฉือนไปนิดเดียว ตรงกลัวตายนี่แหละครับ :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 13:13 น.
1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้
โสเครติส เพราะ เราไม่ได้เรียนเรื่องราวของท่านผ่านหลักสูตร สปช.และเรื่องราวของท่าน ก็แทบจะไม่มีบันทึกไว้เป็นตัวอักษร

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน
นับถือ กาลิเลโอ  เพราะ  รู้จักการเอาตัวรอดได้ เดินไปเจอต้นตาลขวางหน้าอยู่ เราเดินอ้อมก็ได้ไม่จำเป็นต้องปีนข้ามไป ครับ

และ่ก็นับถือโสเครติสตรงที่ ไม่ละทิ้งอุดมการณ์ ถึงตัวท่านจะตาย แต่อุดมการณ์ ยังคงอยู่
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 15:15 น.
1.
ถ้าไม่นับองค์ความรู้ หรือนับก็ตามแต่ จะส่งลูกหลานไปเรียนกับโสเครติส
ชอบครูบาอาจารยืที่สอนให้เด็กช่างคิดช่างสงสัย

ที่โสเครติสถามนั้น ไม่ใช่ว่าโสเครติสไม่รู้ บางเรื่องโสเครติสรู้แล้ว แต่ถามเพื่อสร้างความกระจ่างให้แก่ตัวผู้ถูกถามเอง ว่าที่ตนเองรู้จริงหรือไม่
ซึ่งแนวคิดและหลักการถามเพื่อให้เกิดปัญญา เป็นเหมือนปูรากฐานขั้นต้นให้แก่ลูกของเราเอง
เพราะการถามของโสเครติสไม่ใช่ถามเพื่อต้องการคำตอบ แต่ถามเพื่อให้นำไปคิดแล้วต่อยอด

การให้ลูกเราไปเรียนกับกาลิเลโอก็เหมือนกับการเลือกโรงเรียนที่มี อ. เก่งให้ลูกไปเรียน
แต่ให้ไปเรียนกับโสเครติสเพื่อไปซึมซับแนวคิดหรือหลักการณ์ต่างๆ ที่สอนกันผ่านตัวหนังสือไม่ได้

2.
โดยส่วนตัวนับถือ กาลิเลโอ ในแง่ของการประนีประนอม เป็นดั่งต้นไผ่ต้องลม
แต่ตรงส่วนนี้เราสามารถสอนลูกหลานของเราเองได้ 

:22:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 15:21 น.
คุณเชื่อมั้ย   ?

         ว่า เมื่อ ลูกเรายังเด็กเขาจะ ถามคำถามเรา ซ้ำแล้วซ้ำอีก  เราก็จะเพียรตอบมันอยุ่อย่างนั้นด้วยความเอ็นดู ในความชั่งสังเกตุ

และเชื่อมั้ยว่า ?

        เมื่อเราแก่ตัวไป เราก็จะเพียรถามคำถามเดิมๆกับลูกซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือนกัน   แต่ลุกจะไม่ตอบคำถามเราซ้ำแล้วซ้ำอีกหรอก

เผลอๆ โดนลูกตะคอกใส่หน้าอีกด้วยนะ.....ว่า "ถามอะไรนักหนาน่ารำคาญ!!!"
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 15:22 น.


อ๋อ สอนให้มีแนวคิดและหลักการในการถาม นะ ไม่ได้สอนให้ถาม แล้วก็ถามๆๆๆ  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 15:23 น.
เปล่าครับให้สังเกตุดู ครับ ว่า ชีวิตจริงเป็นแบบนี้จริงๆนะ


สูงสุดคืนสู่สามัญ
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 16:11 น.
1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้

ใจจริงแล้วอยากให้ได้ศึกษากับทั้ง โสเครติส และ กาลิเลโอ เพราะโสเครติสนั้นยึดมั่นในอุดมการณ์ของตน ส่วนกาลิเลโอก็ทำทุกอย่างเพือให้ได้พิสูจน์ความเชื่อของตนและได้ส่งผ่านไปสู่คนรุ่นหลังแม้อาจจะต้องผิดต่ออุดมการณ์ของตน แต่ก็ยังไม่ได้เสียมันไป
เพราะงั้นถ้าจะให้เลือกจริงๆ คงเลือก กาลิเลโอ เพราะถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยผิดต่ออุดมการณ์ของเราเลย
แต่ถ้าหากมันไม่ได้สืบทอดต่อไป และไม่อาจมีใครรับรู้มัน และอุดมการณืนั้นอาจตายไปพร้อมกับเรา
มันก็คงไม่มีค่าอะไร เพราะบางครั้งก็ไม่แน่ว่าการที่เราแลกชีวิตเพื่ออุดมการณ์ คนอื่นจะต้องรับรู้

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน

ก็คงคล้ายกับข้อแรก นับถือทั้งคู่เกือบจะเท่ากันเลย เพราะทั้งคู่ยึดมั่นในความเชื่อเหมือนกัน เพียงแต่วิธี
อาจจะต่างกัน แต่ถ้าต้องเลือก คงนับถือ โสเครติสมากกว่า เหตุผลอย่างแรกเลยเพราะชอบโสเครติสมา
ตั้งแต่ตอนเรียนวิชา นิติปรัชญาแล้ว ชอบในแนวความคิดและปรัชญา อีกทั้งความกล้าที่จะยึดถือใน
อุดมการณ์ของตน ซึ่งในยุคนั้น(ต่อให้เป็นสมัยนี้ก็ตาม ถ้าต้องเอาชีวิตไปแลก)ถือว่าหายาก คนที่อาศัยหลักการประณีประนอมเหมือนไผ่ลู่ลมอาจจะดีก็จริง แต่ก็คงมีคนน้อยมากที่จะกล้าชนกล้าแลกชีวิตเพื่อ
อุดมการณ์ เพราะถ้าไม่แลกชีวิตเพื่อมันบางทีถึงอุดมการณืนั้นอาจจะได้สืบทอดต่อไป แต่ผู้คนก็อาจจะ
ไม่ค่อยสนใจและให้ความสำคัญกับมัน
แต่ยังไงซะสังคมก็ต้องมีทั้งคนแบบ โซเครติส และ กาลิเลโอ เพราะแต่ละวิธีก็เหมาะสมกับแต่ละยุคสมัยและแต่ละสถานะการณ์อยู่ที่ว่าจะนำมันไปใช้ให้เหมาะสมยังไง

+ เอ :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 18:12 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:21 น.

ต้องรออีกหลายร้อยปี กว่าที่สำนักวาติกันจะตีพิมพ์แสตมป์รูปกาลิเลโอ กาลิเลอี อันมีนัยแสดงความยอมรับถึงบางเรื่องในอดีต

วาติกันไม่ใช่มีนัยยอมรับครับ แต่สมเด็จพระสันตปาปา ยอห์นปอลที่2 (องค์ที่แล้ว) ประกาศขอโทษอย่างเป็นทางการไปแล้วครับ บอกว่าเป็นความผิดของศาสนจักรที่ไปกล่าวหากาลิเลโอ

1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้

กาลิเลโอครับ ดูวิทยาศาสตร์กว่า... โสเครตีสดูปรัชญา

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน
กาลิเลโอครับ แนวของผมถือว่ารู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
และหากต้องชนจนตัวตายแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนอกจากเป็นที่กล่าวขวัญ ผมว่ากลืนน้ำลายตัวเองหรือผิดต่อตนเองแล้วเอาตัวรอดไว้ย่อมมีประโยชน์กว่า

:39:ดูน่าเกลียดนิดนึง แต่ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะในที่สุดคนที่ดับเครื่องชนแล้วตายไป หลายคนหายไปในประวัติศาสตร์โดยไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลย
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 19:01 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 18:12 น.
:39:ดูน่าเกลียดนิดนึง แต่ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะในที่สุดคนที่ดับเครื่องชนแล้วตายไป หลายคนหายไปในประวัติศาสตร์โดยไม่เกิดอะไรขึ้นมาเลย

ตรงนี้ผมก็คิดคล้ายหมอแมวนะ แต่บางสถานการณ์มันก็ต้องมีคนที่ยอมดับเครื่องชน(แต่ไม่ใช่ชนเงียบๆแล้วหายไปในหลืบของประวัติศาสตร์นะ)เพื่อให้คนหันมาสนใจเหมือนกันนะ
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 20:05 น.
อุดมการณ์ กับ ความเป็นจริง ไปด้วยกันไม่ได้ :39:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 20:14 น.
อุดมการณ์เคียงคู่กับความเป็นจริงได้เสมอครับถ้ายืดหยุ่นรับสถานการณ์
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 20:42 น.

1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้
อยากให้เรียนกับกาลิเลโอมากกว่า :08: (เหตุผลอยู่ข้อล่าง)

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน
กาลิเลโอค่ะ เพราะว่ารู้ัจักรักษาเอาตัวรอดดี ถ้าสมมุติกาลิเลโอเชื่อมั่นในตัวเองจนต้องถูกฆ่า ความคิดดีๆที่อาจจะเกิดหลังจากนั้นก็คงไม่มีจนถึงวันนี้ บางทีเราก็ต้องยืดหยุ่นกันบ้างน่ะ   :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 20:57 น.
โคเปอร์นิคัสไงครับ  :30: คิดแบบกาลิเลโอ แต่มีทางหนีทีไล่ดีกว่าเยอะ
http://en.wikipedia.org/wiki/Nicolaus_Copernicus
เสนอทฤษฎีได้โดยที่ไม่เป็นอะไรแบบกาลิเลโอ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 21:11 น.
1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้
อันที่จริงมีพรมแดนระหว่างช่วงเวลา และวัฒนธรรมด้วยครับ
ถ้าส่งลูกไปเรียนในสมัยนั้นจะส่งไปหาโสเครติส
แต่ถ้าในยุคโลกทุนนิยมคงต้องส่งไปให้กาลิเลโอครับ  :42:

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน
อย่างที่บอกครับ พรมแดนของเวลา วัฒนธรรม และความเรืองอำนาจของศาสนจักร
เป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ามีผลกับการตัดสินใจของคน
โสเครติส ตายเพราะความระแวงในอำนาจของนักการเมือง
ส่วนกาลิเลโอ ถูกศาสนจักรจับข้อหาหมิ่นพระเจ้า(ทำนองนั้นแหละ)
โสเครติสอาจจะคิดอะไรบางอย่างถึงได้ทำอย่างนั้น
กาลิเลโออาจจะทำเพื่อปกป้องอะไรบางอย่าง ถึงได้ทำอย่างนั้น
ดังนั้น... วิถีทางของใคร ที่ไม่ใช่ในสถาานการณ์เดียวกัน คงตัดสินไม่ได้  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 06 ม.ค. 2007, 01:15 น.
พึ่งสอบวิชาปรัชญาไป เจอทั้งคุณโสกราตีส ทั้งคุณกาลิเลโอ ตีกันมั่วไปหมด
ออกมาได้ 18 เต็ม 30 มีนอยู่ที่ 20  ...ตูตายยยยยย !! :05: :05: :05:

1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน
คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้

ถ้าตอบแบบไม่เครียดอะไรเลย จะส่งไปเรียนกับโสกราตีสค่ะ
เพราะส่วนตัวชอบวัฒนธรรมแบบกรีก นับถือพระเจ้าหลายองค์
แต่ก็ยังผสมผสานความรู้หลายๆด้านได้
อีกทั้งโสกราตีสยังไม่อวดตัว ชอบในเรื่องที่เค้าไม่ฟุ่มเฟือยด้วย  :33:
(อ้างอิงมาจาก : โลกของโซฟี  :39:)

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน
ชอบวิถีทางของโสกราตีสอีกนั่นแหละค่ะ
เพราะเค้าไม่เลือกทำในสิ่งที่จะทำให้ชีวิตเค้าำดำรงอยู่ต่อไปได้
เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวเค้า เค้าจึงยอมตายดีกว่า  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 06 ม.ค. 2007, 10:44 น.
เขียนว่าโสกราตีสแบบจั๊วดีกว่า
เชื่อว่าเขียนถูก

1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้

โสกราตีส เพราะในขณะที่ประชากรโลกในสมัยนั้นยังปีนต้นไม้ นอนถ้ำ
(คนไทยยังเลี้ยงจามรีอยู่อัลไตอยู่เลยมั้ง)

แต่ชาวกรีกคุยกันเรื่องอภิปรัชญากัน

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน

โสกราตีส เป้นต้นหลิวลู่ลมแต่ไม่เสียรากเหง้าความเชื่อของตนนับว่าดี
สมควรปฏิบัติตตาม แต่...ทุกวันนี้คนแบบนี้มีเยอะแล้ว  :42:

เลือกชอบแบบหายากๆดีกว่า แนว
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ณต เมื่อ 06 ม.ค. 2007, 10:52 น.
1. โสกราตีส ครับ เพราะโสกราตีส โด่งดังได้มาจากการตั้งคำถาม
ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มในการแสวงหาความรู้ของมนุษย์ชาติิืิ
เมื่อเริ่มสงสัย ก็ตั้งคำถาม แล้วก็เน้นไปในทางแสวงหา สัจธรรม

2. ข้อนี้ตอบไม่ได้ครับ เพราะยุคสมัยมันไม่เหมือนกัน
อย่างยุคกรีก คนเราก็ตายง่ายๆ ได้อยู่แล้ว
ความจริงโสกราตีส อาจจะไม่ได้อยากตายก็ได้
เพียงแต่เรื่องราวที่เรารับรู้มา ก็ส่งเสริมให้โสกราตีสดูเหมือนจะเป็นฮีโร่
หรือกาลิเลโอในความเป็นจริง ก็อาจจะมีคนช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง
อย่างองค์กรลับต่างๆ ซึ่งเรื่องราวตรงนี้ ณ ตอนนั้น กาลิเลโอเอง
ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าโลกกลม

แต่ถ้าเอาจากที่เอเขียนมา มาให้เลือกแล้ว
ก็คงเลือก โสกราตีส ล่ะครับ เพราะผมเชื่อว่า
ุวิถีแห่งการเอาตัวรอด อย่างที่กาลิเลโอทำ
ซึ่งเป็นสัญชาติญาณของมนุษย์นี่แหละ
ทำให้มนุษย์สามารถทำในสิ่งที่ไม่น่าจะทำ
และไม่ควรจะทำได้ ตั้งหลายเรื่อง
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 06 ม.ค. 2007, 10:56 น.
1. ส่งลูกไปเรียนกับกาลิเลโอ เพราะอยากให้รู้จักรักษาตัวรอด อยากให้ลูกปลอดภัย
2. ตอบว่านับถือโสกราตีส เพราะว่ามั่นคงเด็ดเดี่ยวดี ขอยกไว้นับถือ แต่ไม่ขอเจริญรอยตาม :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 07 ม.ค. 2007, 14:09 น.
1. ถ้าไม่นับส่วนที่เป็น "องค์ความรู้" หากคุณผู้อ่านมีบุตรหลาน คุณผู้อ่านจะส่งบุตรหลานของท่านไปรับการศึกษาจากใครในระหว่างผู้ชาย 2 คนนี้

-ส่งไปเรียนกะกาลิเลโอ เพราะว่าชอบในวิธีการศึกษาที่ว่าก่อนจะเชื่ออะไรเราต้องมีการทดลองให้รู้แจ้งเห็นจริงก่อน
ในทางวิทยาศาสตร์นั้น ถ้าเราตั้งคำถามแต่ไม่ทำอะำไรเลย มันก็ไม่ถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง
ต่อให้เป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ที่เน้นทางทฤษฎีที่บางคนดูหมิ่นเหยียดหยามว่าไม่มีการทดลองปฏิบัตินั้น
ก็ยังต้องมีการพิสูจน์สิ่งที่คิดหรือตั้งเป็นคำถามและสมมติฐานด้วยวิธีการต่างๆ ที่ซับซ้อน
กว่าจะได้มาซึ่งทฤษฎีบทหนึ่ง

2. โดยรสนิยมส่วนตัว คุณผู้อ่าน "นับถือ" วิถีทางของใครมากกว่ากัน

-นับถือวิถึทางของโสกราตีส เพราะว่าเป็นวิถีทางที่เด็ดเดี่ยว ยอมหัก ไม่ยอมงอ
แต่วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีและสมควรทำเสมอไป
การกระทำของกาลิเลโอถือว่าเป็นการเอาตัวรอดเพื่อรักษาเจตนารมณ์ในภายภาคหน้า
แต่หนทางของโสกราตีสเป็นการหักดิบเพื่อศักดิ์ศรีหรืออะไรก็ตาม
แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เพียรพยายามมาก็อาจจะไม่เป็นผลอะไรเลย :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 08 ม.ค. 2007, 08:02 น.
งง :31:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 10:14 น.

ขุด !!!

เรื่องที่สองเนื่องจากพึ่งซื้อ ฅ ฅนเล่มใหม่มา

เป็นนิทานติดเกาะ  :17:

เคยอ่านกันมาบ้างไหมครับที่ว่า ถ้าต้องติดเกาะแล้วให้เลือกของติดตัวได้อย่างเดียว นั้นละๆๆ

ในนิทานมีคนอย่างนี้ 4 คน

คนที่ 1 ขอข้าว 1 ถุงขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กขนาดว่ายน้ำพอถือกลับเข้าฝั่งได้
คนที่สอง ขอเหล้าลังใหญ่ กะใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายหาความสุขด้วยการเมาตายบนเกาะร้าง
คนที่สาม เหตุผลคล้ายๆ คนที่สองแต่เปลี่ยนจากเหล้ายามาเป็นสาวสวยไม่มีหัวใจแทน
คนที่สี่ขอ ปืนหนึ่งกระบอกเพื่อเอาไว้ล่าอะไรซักอย่างมาประทังชีวิต

พอไปใช้ชีวิตบนเกาะร้างคนที่ตายสมใจนึก คนแรกคือชายคนที่สองที่เอาแต่กินเหล้าเมา 7 วัน 7 คืนโดยไม่มีน้ำ มีข้าวตกถึงท้อง

ส่วนชายคนที่สามหลังจากนัวกับสาวสวยคนนั้นทั้งวันทั้งคืนจนล่วงเข้าวันที่ 8 โดยไม่ได้กินอะไรก็เริ่มเบื่อและอยู่ไม่สุขจึงจ฿งมือกันไปขอข้าวจากชายคนที่หรึ่ง ซึ่งยังพอมีข้าวสารเหลือไว้ประทังชีวิต

คำตอบของชายคนที่ครองข้าวสารคือไม่ให้เพราะต้องการประทังชีวิตของตนต่อไปอีกยาวๆ สุดท้ายก็ปล่อยให้คนที่มาขอปันข้าวตายไปต่อหน้าต่อตาทั้งคู่

แต่ก็อย่างว่าเอาเข้าจริงผ่านไป 20 - 30 วันข้าวก็เริ่มร่อยหล่อ จนจะหมดถุงอยุ่แล้วชายคนที่สี่ที่ล่าสัตว์ไม่ได้หลายวันแล้วก็มาขอแบ่งข้าวพอได้คำตอบเดิมคือไม่ให้ คนถือปืนก็เลยตอบโต้ด้วยการฝังลูกตะกั่วเข้าขั้วหัวใจ แย่งข้าวมากินดื้อๆ

ข้าวที่ปล้นมาก็กินต่อได้อีกไม่กี่มื้อ แถมกระสุนปืนก็หมดเกลี้ยง สุดท้ายก็บ๊ายบายโลกนี้ตามกันไป

หลังจากหมดเวลาบนโลกคนทั้งสี่ก็ไปเจอกันอีกที ที่หน้าประตูสวรรค์ ผลัดกันเคาะประตูรอคำพิพากษาจากเทวทูตที่ทำหน้าที่คัดเลือก

คำถามง่ายๆ จากเวตาลคือ สมมุติคุณผู้อ่านเป็นเทวทูตจะเลือกรับใคร ถ้ารับได้เพียงแค่คนเดียว

หลักการตอบอยู่หน้าแรกนะครับ  :12:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 11:36 น.
ตอบ คนที่สาม เพราะไม่ได้คิดจะเบียดเบียนใครเลย ถึงจะเมาก็เมาคนเดียวไม่เกี่ยวใคร :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 11:40 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 10:21 น.
ก่อนอื่นขอขอบคุณ นิตยสาร ค คน ที่ทำให้อยากตั้งจู๋นี้ขึ้นมา
ก็เป็นนิทานเป็นตอนๆ เล่าจบแล้วจะมีคำถามที่อยากให้ได้ไปขบคิดและเสนอแนวทางการคิดมากัน
อยากให้อธิบายยาวซัก 25-30 บรรทัดโดยประมาณจะได้มีการอ่านระบบวิธีอธิบายหลักการและเหตุผลอย่างจริงจัง


:05:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 11:53 น.
อ้างคำพูดจาก: kitty เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 11:36 น.
ตอบ
คน
ที่
สาม
เพราะ
ไม่
ได้
คิด
จะ
เบียด
เบียน
ใคร
เลย
ถึง
จะ
เมา
ก็
เมา
คน
เดียว
ไม่
กับ
เกี่ยว
ใคร
น่ะ
แจ๊ะ
งุ
งิ
:46:

ครบละ :27:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 11:56 น.
 :12: โอเค
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 11:57 น.
ไม่รับทั้งหมดนั่นแหละ ส่งกลับไปให้ยมบาลอบรมสักสามวันเจ็ดวันก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่

คนที่สอง ไม่เชื่อในความน่าจะรอดของตัวเอง จมปลักอยู่กับน้ำเมา ไม่พยายามหาวิธีเอาตัวรอด นอนรอความตายไปวันๆ
คนที่สาม พอกัน ศีลข้อกาเมฯ ก่อนตายยังไม่ยอมรักษา :39:
คนที่หนึ่ง รู้รักษาตัวรอด แต่วันๆ ที่มีข้าวก็นั่งกินไม่รู้ร้อนรู้หนาว อันที่จริงตัวเองมีเครดิตดีกว่าเพื่อนที่ไม่ต้องท้องกิ่ว ก็ดันไม่คิดหาทางกลับแผ่นดิน อันที่จริงช่วยเพื่อนมานั่งกินข้าวแล้วถกวิธีหาทางออกกันน่าจะดีกว่า
คนที่สี่ ถือปืนล่าสัตว์ แต่ไม่ได้ ไปขอข้าวเค้ากิน เค้าไม่ให้ ส่องหัวเค้าอีก หยั่งกะมาเฟียเลยแฮะ

แต่ก็นะ ฉันไม่ได้เป็นเทวทูตสักหน่อย แล้วจะไปตัดสินใครได้
กลับบ้านกินข้าวดีกั่ว {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 12:24 น.
อ้างคำพูดจาก: kitty เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 11:36 น.
ตอบ คนที่สาม เพราะไม่ได้คิดจะเบียดเบียนใครเลย ถึงจะเมาก็เมาคนเดียวไม่เกี่ยวใคร :46:

คนแรก ขอเหล้าไม่ใช่เหรอครับ :09:



ผมคิดว่า ให้คนที่มีข้าว แหละ
เพราะ คิดว่าคนนี้ มี วิสัยทัศน์ที่ มองการณ์ไกลนะ ถ้า อีตาคนนี้ ไม่เลือก ความสุขของตนเองเหมือนกับ คนอื่นๆ  รู้จักคุณค่าของชีวิต ว่าจะต้องอยู่ให้นานที่สุด
อาจมองว่า อีตาคนที่มีข้าว นี่ไร้น้ำใจ แต่เค้าไม่แบ่งก็มันเป็นสิทธิของเค้า  (ที่เหล้า  กะ  ผู้หญิง) ยังไม่แบ่งเค้าเลย  :02:

่สองคนแรก ต่างก็เลือกที่จะตาย  คาเหล้า  กะ  คาอก  (แต่ดันไม่ตาย)

ส่วนคนที่มีปืน แนวคิด ก็คล้ายๆคนแรก เพียงแต่ เบียดเบียนคนอื่น
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: อู๋ เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 14:02 น.
อ่านผิด คนที่สองนิหวา :08:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: otomi เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 15:42 น.
คนแรกดิ ก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร ทำสิ่งที่ดีเพื่อตัวเอง
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จั๊วจ่ะ :) เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 15:48 น.
แ่ต่โจทย์พวกนี้ รู้สึกได้ว่ามันต้องมีคำตอบที่เหนือความคาดคิดยังไงไม่รู้  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 15:50 น.


มันต้องมีไง แต่เอก็ไม่รู้คำตอบ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 15:59 น.


เอห์  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 02 มี.ค. 2007, 16:01 น.
กระจู๋นี้มีอะไรเหรอครับ ไม่เห็นรู้เรื่อง :09:
(ไม่ได้อ่านคอกระจู๋ ยาว)
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 02:24 น.
เพิ่งเคยเห็นจู๋นี้ {หมีโหด}

คนแรกจะว่าไปก็เื่พื่อความอยู่รอดของตัวเอง แต่ก็ดูเกินไปจริงๆ ที่ปล่อยให้คนตายต่อหน้าต่อตา

คนที่สองก็ไม่ได้เดือดร้อนใคร แต่ทำไมต้องขนาดนั้นด้วย ไม่สู้เอาเสียเลย

คนที่สามคงจะเก็บกด ปกติหาสาวไม่ได้เลยขอเสียหน่อย ตายโง่ไปหน่อย

คนสุดท้ายเหมือนจะวางแผน เหมือนจะคิดหาทางออก แต่โมโหหิวเลยฆ่าคน เป็นไปได้มากๆ..

ไอ้เราก็ค่อนข้างเห็นด้วยที่ว่าจะไม่รับใครเลย แต่ไม่ชอบคำตอบแบบนั้นเพราะอยากจะเลือกอะไรให้มันชัดๆ ไปเลย

สรุป
คนสุดท้ายตัดทิ้งคนแรกเลย ฆ่าคน จะเหตุผลอะไรก็ช่าง ไม่น่าขึ้นสวรรค์
คนแรกตัดสินใจลำบากมาก.. เว้นไว้ก่อน
คนที่สามงี่เง่า แล้วยังไปเบียดเบียนเค้าอีก ไม่เลือกละกัน

เหลือคนแรกกับคนที่สอง
ตอบ

ให้คนที่สองดีกว่า
ถึงจะดูตายโง่ๆ ก็ไม่เดือดร้อนใคร ยังไงก็แค่หาความสุขให้ตัวเอง และไม่เดือดร้อนใครนี่?
คนแรก ถึงคนจะคนแย่ๆ ขนาดไหน ปล่อยให้ตายเนี่ยก็เกินไปมั้ง?

คนที่สองนั่นแหละ {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: พี่ใหญ่จังโฮะโฮะโฮะ เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 02:30 น.
คนที่2 กินเหล้าเมาแล้วโว้ยวายว่า   ยังไม่เมา แค่มืนๆ  ไม่เห็นขำเลย เอิ๊ก(เรอ)
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 02:36 น.
แสดงว่าไม่ได้ตายเพราะเหล้า
แต่แบตเตอรี่หมด {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ✌ เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 11:07 น.
จริงๆคำถามมันดักๆนิดหน่อย ประมาณว่า ถ้าเลือกคนที่2(กินสปายred)แล้วทำไมไม่เลือกคนที่3ละ

คนแรกไม่เบียดเบียนใครแต่ไำม่เคยเผื่อแผ่ซักนิด

คนที่สอง วันๆเอาแต่เมาเหล้าไม่เีบียดเบียนใครเหมือนกัน แต่ไม่เคยคิดจะหาทางรอดหรือ ยอมรับกับชะตาแล้ว..?

คนที่สาม เอาแต่สาวสวย อย่าลืมว่าสาวไม่มีหัวใจดังนั้นอาจไม่เบียดเบียนก็ได้อันนี้กึ่งๆ อาจเป็นตัวเลื่อกที่น่าเลือกแต่ไม่โดดเด่นที่สุด (คนที่2เด่นกว่ายังไงไม่รู้)

คนที่สี่ เบียดเบียนแบบหลับตาตอบเลย แต่ยังมีความดีที่อาจยังคิดหาทางรอด (แต่โง่ที่เลือกจะใช้กระสุนยิงคนแรก แทนที่จะยิงสัตว์ตัวใหญ่ๆที่ดีกว่านี้)

ถ้าให้คะแนน
อันดับหนึ่งคือ คนที่สอง กับ สาม
อันดับสามคือ คนที่หนึ่ง
อันดับสี่คือ คนที่สี่

เพราะฉะนั้นเลือกยากจริงๆสำหรับคนที่สองกับสาม เพราะตายก็พร้อมกันขอก็คล้ายๆกัน ผิดศีลก็เหมือนกัน

สรุปว่าคนที่สอง เพราะเหตุผลง่ายๆคือ คนที่สามอยู่กับสาวโดยไม่กินอะไรเป็นเวลา8วันมันเกินไำป {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 11:15 น.
แต่คนที่สามมันหน้าด้านไปขอข้าวเขากินด้วยนี่ :11:


















































ที่ตอนอยู่กับสาวไม่เคยแบ่งใคร ถ้าตูเป็นคนที่หนึ่งตูก็ไม่ให้มันกินหรอก {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: มานี มีใจ เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 11:45 น.
// เพิ่งเรียนเรื่องนิทานเวตาลเมื่อเทอมก่อน  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: pugpug : นนทกร เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 12:41 น.
ขอมาแปะไว้ก่อนครับ :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: มุมมืดของสังคม เมื่อ 04 มี.ค. 2007, 01:14 น.
มาช้าๆ จะขุดว่า กาลิเลที่ไม่ถูกประหาร เพราะว่าสิ่งที่เขาพิสูจน์เป็นความจริงในหลายๆประการ
ทุกเรื่องพิสูจน์ได้หมด รวมทั้งเหตุผลเรื่องโลกกลมด้วย
อีกทั้งมีการเรียกร้องจากกลุ่มชนที่สนับสนุนเขามาก

ซึ่งก่อความกดดันต่อศาสนจักรเป็นอันมาก
สุดท้ายจับกักบริเวณ จนตายแทน

ผมว่ามันประมาณนี้หรือเปล่าครับ

มีในงานอ้างอิงหลายงานนะครับ ที่จำได้นี่
ลองดูเรื่อง ปลา...(อะไรสักอย่าง)สนามฟุตบอล ของคุณเรียว วารินท์นี่แหล่ะมั้งครับ
มีเขียนถึงนักคิด นักปรัชญา สำคัญๆหลายคนเลย
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Re-Peat Again เมื่อ 04 มี.ค. 2007, 20:15 น.
สำหรับผม ถ้าให้เลือกเป็น ผมจะเป็นคนที่สาม 555
อย่างน้อยมีความสุขที่สุดก่อนตาย คือผมเชื่อว่าความสุขในการกระทำเช่นนั้นเนี่ย มันถือเป็นความสุขสูงสุดส่วนหนึ่งในชีวิตนะครับ
ธรรมชาติสร้างกลไกขึ้นมาให้มนุษย์มีความสุขกับการร่วมเพศเพื่อสืบทอดสัฐชาติญาณในการสืบพันธุ์โดยไม่ขาดตอน ศีลข้อสามถูกวางไว้เพื่อป้องกันการประพฤติผิดในกาม ไม่ได้ห้ามมีการสืบพันธุ์ ผมกลับไม่เห็นว่าการครองพรหมจรรย์เป็นเรื่องสูงส่ง เพราะตามกลไกธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดดำรงอยู่เพื่อสืบเผ่าพันธุ์ต่อไป ดังนั้นหากปิดกั้นเรื่องนี้ไป ก็เท่ากับฝืนธรรมชาติ อันนี้ผมมองว่าคนที่สามได้ทำตัวกลมกลืนกับธรรมชาติที่สุด
หากจะคิดว่าทำไมถึงเลือกธรรมชาติด้านการสืบพันธุ์ ไม่เลือกการกิน ซึ่งก็เป็นกลไกหลักของสิ่งมีชีวิต
ผมจะอธิบายคร่าวๆว่า การกินนั้น สามารถสร้างความสุขไดเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการหลั่งอดรีนาลีนถึงขีดสุด และทำให้ลืมเรื่องอื่นไปได้ชั่วขณะ การขอข้าวไว้กิน วันหนึ่งข้าวก็จะหมด สุดท้ายก็ต้องอดตายอยู่ดี เมื่อผลลัพธ์เท่ากัน จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับว่าสามารถตักตวงความสุขช่วงก่อนตายได้มากแค่ไหน เพื่อให้จิตใจไม่หดหู่เกินไปตอนที่จะตาย

แต่ถ้าผมเป็นฑูตสวรรค์ คนที่สามอาจบาปเท่าๆกับคนที่สี่ ทั้งคู่มีผลลัพธ์เท่ากับฆ่าคนหนึ่งคนเหมือนกัน คนที่สามขอผู้หญิงคนหนึ่งมาตายด้วย ถึงจะไม่มีหัวใจ แต่ก็เท่ากับหนึ่งชีวิตเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้หญิงตั้งครรภ์ ก็เท่ากับทำลายชีวิตเพื่มขึ้นอีก
สำหรับคนแรกที่ขอข้าว เค้าอาจไร้น้ำใจ ปล่อยให้คนตาย แต่ก็คือกลไกการเอาตัวรอด ทว่าอย่างไรก็ตาม เขาเองก็น่าจะรู้ว่าสุดท้ายตัวเองก็จะตาย เพราะข้าวย่อมหมดไปสักวัน แทนที่จะเลือกสร้างกุศลโดยแบ่งปันเพื่อช่วยเหลือสองชีวิต แต่กลับขาดสติยั้งคิด ครอบครองเวลาที่เหลืออยู่ไว้คนเดียว คนนี้ผมว่าไม่ได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกัน
คนที่สอง ขอเหล้า เมาคนเดียว ตายคนเดียวก็ดูเหมือนจะดีนะครับ เค้าเลือกทางที่จะทำใจยอมรับความตายโดยสงบ ไม่ดิ้นรกระเสือกกระสน เพราะรู้แน่ว่าต้องตาย ไม่คิดแย่งชิงหรือครอบครองอะไร อาจเพราะไม่มีเวลาให้คิด เนื่องจากเมาอย่างเดียว แต่ผมเชื่อว่าตอนจะขอเหล้าเนี่ย เค้าน่าจะไตร่ตรองถึงผลลัพธ์ไว้แล้ว ผมว่าเค้าเลือกได้ดีนะครับ ดิ้นรนไปก็เท่านั้น เมื่อหนีความตายไม่พ้น เหมือนคนเป็นมะเร็ง รักษายังไงก็จบที่ความตาย หากต้องทรมานกับการรักษา สู้ยิ้มรับความตายไปเลยดีกว่า
ถ้าอย่างนั้นผมขอเลือกคนที่สองครับ

หรือถ้าจะเอาเหตุผลง่ายมากๆที่สุดเลย เพราะคนที่สองตายเป็นคนแรกครับ ก็รีบๆขึ้นสวรรค์ไปซธ จะมารับแค่คนเดียว ผมจะได้รีบกลับสวรรค์ไปนอน
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 05 มี.ค. 2007, 01:39 น.
 :25: โว้ว ตอบยาวได้ใจมาก
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 05 มี.ค. 2007, 14:44 น.
ชอบเหตุผลสุดท้าย :25:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 06 มี.ค. 2007, 11:06 น.


:05a: ดีใจ
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Soris0ri เมื่อ 06 มี.ค. 2007, 11:11 น.


พีทเจ๋งหง่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 00:45 น.
หายไปนาน เอามาถามต่อซักหน่อย วันนี้ฮึด  :07:
เป็นเรื่องเกี่ยวกับข่าวซุบซิบดาราต่างๆ ที่เวตาลไปคุยกับกูรู ทั้งสามคนมาต่างคนก็ต่างตอบดังนี้

นักข่าวบันเทิงตอบว่า :
อ้างอิงเวตาลอย่าดัดจริตไปหน่อยเลย... ของแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับหลักอุปสงค์-อุปทาน เราผ่านการพิสูจน์ลองผิด ลองถูกกันมานานแล้ว
ว่าลึกๆ แล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่สนใจเรื่องแบบนี้ ในแง่มืออาชีพเราก็แค่สนองความต้องการของตลาด ..
นี้แหละคือข้อเท็จจริงของสังคม สังคมเป็นอย่างไรมันก็ผลิตสื่อออกมาอย่างนั้น อย่าโกหกตัวเองเลยเวตาลเอ๋ย

อีกอย่างถาเวตาลเป็นห่วงสังคมจริง นี้ไงเรากำลังสะท้อนสังคมให้เห็นอยู่ ไอที่เราถามคำถามเลวๆ ก็เพื่อให้คนพวกนี้สะท้อนความโง่ของตัวเองออกมา เวตาลจะด่าว่าเราเป็นสื่อน้ำเน่าก็ได้ แต่ถ้าเราไม่สะท้อนความน้ำนเ่าเวตาลจะเห็นความน้ำนเ่าเหรอว่าอะไรเป็นอะไร แล้วถ้ามัวแต่แอบจิตไม่ยอมรับความจริงจะไปเท่าทันคนพวกนี้ได้อย่างไร

คือถ้าเอะอะก็ออกสูตรลูกโทษว่าสื่อไม่มีจรรยาบรรณ ไม่มีความรับผิดชอบ ..มันง่ายไปเวตาล มันง่ายไป ..

ดาราตอบว่า :
อ้างอิงโถ เวตาล จะแอ๊บแบ้วไปถึงไหน ขอร้องเลิกพูดซะทีเถอะว่าดาราต้องเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชน..
คำพูดแบบนี้สงวนไว้ให้ป้าๆ แถวกระทรวงวัฒนธรรมเหอะ ประเทศไหนยกภาระให้ดาราให้เป็นแบบอย่างเยาวชนจริงๆ จังๆ ก็บ้าแล้ว
แสดงว่าทั้งประเทศไม่มีแบบอย่างดีๆ อื่นๆ เลยเหรอ
ดาราเมืองนอกที่มันทำท่าฉลาดๆ น่ะก็แค่คนส่วนน้อยเท่านั้น แล้วฝรั่งมันก็ไม่ได้คาดหวังนะว่าดารานักร้องของมันจะต้องฉลาดสะอาดสะอ้าน
มันรู้ว่าคนพวกนี้มีหน้าที่แค่สร้างความบันเทิงเท่านั้นแหละ  เพราะมันมีตัวอย่างจากคนแวดวงอื่นอีกตั้งเยอะให้คนนับถือเป็นแบบอย่าง

อย่าไปให้ราคาดาราเกินจริงเลย ขอร้องเหอะเวตาล อย่าเว่อร์ ...

นักบริโภคข่าวบันเทิงตอบว่า :
อ้างอิงโห ... อะไรของพี่ .. ชีวิตมันก็เครียดอยู่แล้ว หุ้นก็ตก น้ำมันก็แพง พี่เวตาลจะเอาอะไรกับหนูอีก
ขอแค่ความบันเทิงจากการได้อ่านข่าวเมาธ์นินทาสาระแนชิวชิวหน่อย พี่เวตาลก็จะมาทำท่าดีดดิ้น... จะเอาแบบซีเรียสใช่มั้ย

เคยอ่านตำรามานุษยวิทยารึเปล่า  ที่เค้าบอกว่ากรรมวิธีการนินทา  คือเครื่องมือในการควบคุมทางสังคมที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดชนิดหนึ่ง .. ไปเรยยย กลับไปอ่านงาน อ.นิติ๊ เรยยย   หนูอ่านมาแล้ว  ไม่ใช่แค่อ่านข่าวบันเทิง
โด่.. อย่ามาลองภูมินี่ไง ควบคุมทางสังคมจนไฝขึ้นเต็มปากเสียบุคลิกแล้วเนี่ย  เหอๆๆๆ


คำถามที่เวตาลอยากถามก็คือภายใต้วิถีคิดของบุคคลทั้งสามนี้ ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนกันเอาแค่ดูความคิด เหตุผลและความสูงต่ำของระดับจิตใจ เวตาลควรเชื่อความเห็นใครดี ?


ปล. พิมพ์เหนื่อยจริง  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 02:15 น.
ผมเห็นจู๋นี้ช้าไปหน่อยมาตอบตอนนี้ไม่ว่ากันเนาะ

ผมเลือกทั้งสองข้อเป็นกาลิเลโอครับ

ผมไม่ชอบวิธีการหาทางออกหรือหนีปัญหาด้วยความตายครับ

ถอยหนึ่งก้าวเพื่อก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่  :25:


อ้าวกรรม ทำไมไปเจอในวิกิเป็นแบบนี้เนี่ย :07:


อ้างอิงโสคราติสต้องโทษตามกฎหมายกรีซให้ดื่มยาพิษ

วิกิพีเดีย เนี่ย
(http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%8B)

ส่วนข้อสองนี่ผมคงเลือกคนที่เอาเหล้าอ่ะครับ ไม่ได้เบียดเบียนใครเมาตาย เพราะสุดท้ายก็ตายหมดอยู่ดี
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: psyfer เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 14:11 น.
ไม่ตอบข้อแรก ๆ ขี้เกียจอ่าน
แต่สำหรับข้อสุดท้าย

ตอบแบบดาราเลย ดาราก็คน ทำอะไรก็อยู่ในบรรทัดฐานของคนมีดีมีเลว
เราไปให้ค่าดาราเอง ดาราต้องดี ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

ตัวอย่างดี ๆ แบบอื่นก็มีไปดูเอาดิ่  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 15:53 น.
ตูตอบกระจู๋แบบนี้ไม่เป็น แนวเกิ๊น :08:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 16:42 น.
เลือกดาราครับ เพราะว่าน่าจะหน้าตาดีที่สุดในบรรดา 3 คนนี้  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 16:44 น.


เลือกๆ มาซักคนเหอะพี่แอน  :27:

เหตุผลสนับสนุนที่ว่าดาราหน้าตาดีละพี่พลัม แอร๊ยยยยยยยยย
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: HyoPlum เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 16:52 น.
นักข่าวบันเทิง(ไม่นับพิธีกรนะ)ตูไม่เคยเห็นใครน่าตาดีเลยสักคน
ส่วนนักบริโภคข่าวบันเทิง นี่อ่านหนังสือด๋อยอะไรก็ไม่รู้
คนหน้าตาดีดี ตูไม่เคยเห็นเค้าอ่านหนังสืออะไรแบบนี้เลย
เพราะฉะนั้นจึงตัดช้อยส์เหลือแค่ดารา ดูน้องเค้าเป็นตัวของตัวเองดี
ดูจากวิธีตอบแล้ว ต้องเป็นตั๊กบงกช แน่ๆ (แต่ตูว่ามีเปอร์เซ็นต์เป็นมดดำสูงมาก)
เพราะฉะนั้น   เลือกดาราเป็นเพื่อนก็อาจจะได้กินเพื่อนของดาราที่เป็นดาราอีกด้วย  :25:


ป.ล. วิเคราะห์ได้ไม่เกี่ยวกับบริบทที่เขาให้มาเลยตู  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 16:54 น.






พี่พลัมมองการณ์ไกล :25:


ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 17:00 น.


:30:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 17:05 น.
เลือกที่จะเชื่อทุกคนเลยซิ คุณ เวรตาลไล    เลือกเอาสิ่งที่ดีเขามีอยู่  เป็นประโยชน์โลกบ้างยังหน้าดู  จู่ฮุกกรู ฮุก ฮุก จุ๊กกรู้ๆ
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 17:08 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 17:05 น.
เลือกที่จะเชื่อทุกคนเลยซิ คุณ เวรตาลไล    เลือกเอาสิ่งที่ดีเขามีอยู่  เป็นประโยชน์โลกบ้างยังหน้าดู  จู่ฮุกกรู ฮุก ฮุก จุ๊กกรู้ๆ

สรุปคือ รู้ว่าสังคมน้ำเน่า ดาราก็แค่คน และประชาชนก็อยากรู้เรื่องราวน้ำเน่าของคนที่เป็นดารา
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 17:12 น.
(http://img2.f0nt.com/14/61ef4736aacc19b96a70b41b50e991ec.gif)(http://img2.f0nt.com/14/61ef4736aacc19b96a70b41b50e991ec.gif)(http://img2.f0nt.com/14/61ef4736aacc19b96a70b41b50e991ec.gif)
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 17:47 น.


ถึงกับก๊อบรูปกันเลยทีเดียว  :34:
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 18:22 น.
ยิ้ม แบบจริงใจไงเอ (http://img2.f0nt.com/14/61ef4736aacc19b96a70b41b50e991ec.gif)
ชื่อเรื่อง: Re: เวตาล วานตอบ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 14 ก.ย. 2007, 18:48 น.
เหมือนจู๋นี้เลย
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,8764.0.html