คาดว่าน้องหมอแมวน่าจะให้คำแนะนำได้ดีที่สุด หรือถ้ามีน้องคนไหนรู้ก็รบกวนด้วยนะคะ
น้องกิ๊กอาจจะรู้ :33:
เรื่องมันมีอยู่ว่า ป้ากินวิตามินอีขนาด 400 IU มาตลอด เป็นเวลาหลายปีแล้ว เพื่อบำรุงผิวและต่อต้านสารอนุมูลอิสระ (อ่านหนังสือชีวจิต เค้าว่างั้น)
แถมดื่มน้ำนมถั่วเหลืองมาตลอดเพราะแพ้นมวัว
บังเอิญได้คุยกับเพื่อน เพื่อนบอกว่าไอ้เจ้าสองตัวนี่แหละที่ทำให้ป้าไม่สามารถมีลูกได้
ไม่ทราบว่าจริงๆแล้ว มันเกี่ยวกันมั้ยคะ ??? :44:
วิตามินอี ป้องการเป็นหมันครับ แต่ไม่ควรกินเกิน 200 IU ต่อวัน ซึ่งจะได้จากอาหารอยู่แล้วครับ
ซ้ำยังมีผลเสียต่อร่างกายครับ
การที่รับสารสังเคราะห์มากเกินไปมักจะมีผลเสียอยู่แล้วครับ
แต่จะเกี่ยวเนื่อง ว่ากินมากเกินไปแล้วจะมีลูกยากหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจครับ
http://www.thaihealth.net/h/article550.html
http://www.nydailynews.com/news/wn_report/story/251643p-215456c.html
A ตา ชา B Cลัก D (กระ)ดูก K (เลือด)แข็ง E หมัน
เท่าที่ค้นมา
ขนาดที่ป้าปิกได้ 400IU จะไม่มีผลข้างเคียงถ้าป้าปิกกินในระยะสั้น
แต่ว่าถ้าป้าปิกกินนานๆ ก็จะมีอาการจะำพวก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว มองภาพแล้วเบลอ
( ถ้าไม่เกิดก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะว่าอาการพวกนี้เป็นเฉพาะบางคน )
แล้วที่ถามว่า กินกับน้ำนมถั่วเหลืองแล้วจะเป็นหมันมั้ยเนี่ย
กิ๊กว่ามันไม่เกี่ยวกันนะคะ
เพราะว่าที่จริงแล้วนมถั่วเหลืองเองก็มีวิตามินอีรวมอยู่ด้วย ซึ่งมันก็ไม่น่าจะมีผลอะไรเลย
ก็สรุปว่า กินด้วยกันก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
รู้แค่นี้แหละค่ะ รอหมอแมวมาตอบอีกทีนะ :46:
ไม่น่าเกี่ยวครับ <--- ตอบแบบตอบคนไข้
ไม่เกี่ยวครับ <--- ตอบแบบส่วนตัว
ระดับที่ไม่ควรกินเลย คือ มากกว่า 800IU ต่อวัน
ระดับที่ต้องระวัง คือ มากกว่า200IU ต่อวัน
เดี๋ยวมาพิมพ์ต่อครับ โดนตาม
คือว่าถ้ามากกว่านั้นก็อาจจะมีอาการดังที่มีคนบอกข้างบนได้ แต่เรื่องเป็นหมันนี่ไม่เคยได้ยินครับ รู้ว่ามีการทดลองในหนู แต่ในคน ไม่มีใครทดลองขนาดนั้นหรอกครับ
ส่วนเรื่องถั่วเหลืองก็ยังเป็นความเชื่อกันว่ามีphytoestrogen อาจจะเกี่ยวกับการมีบุตรยาก .... แต่ยังไม่เคยรู้ว่ากินแล้วเป็ฯหมัน
อีกอย่าง
คนเราถ้ากินอาหารตามปกติ การขาดวิตามินEเป้็นไปได้ยากครับ
ไม่รู้แหละว่าป้ากินอะไรมาบ้าง
แต่ที่แน่ๆ ...
อ้วนแล้วนะครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 12:05 น.
ไม่รู้แหละว่าป้ากินอะไรมาบ้าง
แต่ที่แน่ๆ ...
อ้วนแล้วนะครับ
วาจา ช่างน่ารักน่าชังเหลือเกิน :11: :11: :11:
เดี๋ยวจะฟ้องโบว์ :29:
:30: :30: :30:
:18: โอ๊ะ...ความรู้ใหม่
ขอบคุณค่ะ :46:
+ หมอแมว กับพี่กิ๊ก
// :08: แก้แล้วนะ
กิ๊กครับ กิ๊ก
อ้างคำพูดจาก: Long time เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 02:03 น.
เท่าที่ค้นมา
ขนาดที่ป้าปิกได้ 400IU จะไม่มีผลข้างเคียงถ้าป้าปิกกินในระยะสั้น
แต่ว่าถ้าป้าปิกกินนานๆ ก็จะมีอาการจะำพวก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว มองภาพแล้วเบลอ
( ถ้าไม่เกิดก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะว่าอาการพวกนี้เป็นเฉพาะบางคน )
แล้วที่ถามว่า กินกับน้ำนมถั่วเหลืองแล้วจะเป็นหมันมั้ยเนี่ย
กิ๊กว่ามันไม่เกี่ยวกันนะคะ
เพราะว่าที่จริงแล้วนมถั่วเหลืองเองก็มีวิตามินอีรวมอยู่ด้วย ซึ่งมันก็ไม่น่าจะมีผลอะไรเลย
ก็สรุปว่า กินด้วยกันก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
รู้แค่นี้แหละค่ะ รอหมอแมวมาตอบอีกทีนะ :46:
--แล้วกินนานแค่ไหนถึงจะถือว่านาน คะ แบบกี่ปี? มีกำหนดระยะเวลามั้ยคะ? เพราะว่าวิตามินอีนี่ป้ากินมาตั้งแต่สาวๆเลย เพิ่งเลยสาวมาไม่นาน รวมๆแล้วก็น่าจะประมาณ 6 ปีน่ะค่ะ ที่เริ่มกินวิตามินอีเป็นจริงเป็นจังเลย คือกินวันละเม็ด ทุกวัน
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 12:03 น.
ไม่น่าเกี่ยวครับ <--- ตอบแบบตอบคนไข้
ไม่เกี่ยวครับ <--- ตอบแบบส่วนตัว
ระดับที่ไม่ควรกินเลย คือ มากกว่า 800IU ต่อวัน
ระดับที่ต้องระวัง คือ มากกว่า200IU ต่อวัน
เดี๋ยวมาพิมพ์ต่อครับ โดนตาม
คือว่าถ้ามากกว่านั้นก็อาจจะมีอาการดังที่มีคนบอกข้างบนได้ แต่เรื่องเป็นหมันนี่ไม่เคยได้ยินครับ รู้ว่ามีการทดลองในหนู แต่ในคน ไม่มีใครทดลองขนาดนั้นหรอกครับ
ส่วนเรื่องถั่วเหลืองก็ยังเป็นความเชื่อกันว่ามีphytoestrogen อาจจะเกี่ยวกับการมีบุตรยาก .... แต่ยังไม่เคยรู้ว่ากินแล้วเป็ฯหมัน
อีกอย่าง
คนเราถ้ากินอาหารตามปกติ การขาดวิตามินEเป้็นไปได้ยากครับ
น้องหมอแมวคะ แสดงว่าที่ป้ากิน 400IU ต่อวันนี่ก็ควรจะระวังเหรอคะ? :09:
แต่ตามร้านขายยา จะหาในระดับที่น้อยกว่านี้ได้ยากมากเลยค่ะ แล้วอีกอย่างตรงฉลากเค้าก็แนะนำมาเสร็จสรรพ ให้กินในระดับนี้ วันละเม็ด เลยคิดว่าไม่เป็นไร
ส่วนอาการข้างเคียงก็ไม่เคยมีเลยค่ะ
จริงๆก็ไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย จะว่าเป็นเหยื่อโฆษณาอะไรก็ยอมรับกันตรงนี้เลยละกัน :16:
เพราะป้าก็มีอาการทางจิตเล็กๆอย่างนึงคือกลัวความชรากลัวตีนกามากๆ:44:
เลยอยากจะยื้อความตึงไว้ให้นานที่สุดเท่าที่กำลังกายและกำลังทรัพย์จะทำได้น่ะค่ะ
พอเพื่อนบอกว่าวิตามินอีกับนมถั่วเหลือง อาจจะเป็นสาเหตุให้มีลูกยาก ป้าก็เริ่มกลัวๆ เลยว่าจะหยุดกินซักพัก ดีมั้ยเนี่ย?? :42:
เอาจริงๆนะครับ
Vit Eที่เราได้จากต่างประเทศเป็นส่วนมาก ดังนั้นมันเลยเกินเป็นส่วนใหญ่
Vitamin E เป็น วิตามินที่ละลายในไขมัน ดังนั้นคนไทยที่มวลร่างกายเล็กกว่าชนต่างชาติก็ต้องการน้อยกว่า
ถ้าป้าปิ๊กไม่มีความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งหรือเป็นโรคแปลกๆของลำไส้ ผมว่าไม่ต้องไปกินเยอะขนาดนั้นก็ได้ครับ กินผักผลไม้และธัญพืชตามแบบชีวจิตก็ได้วิตามินEเพียงพอแล้ว
ส่วนการกินนานกี่ปีกินมากแค่ไหนจึงจะเกิดอันตราย ผมยังไม่เห็นวิจัยที่ชัดเจนครับ แต่เท่าที่ดูส่วนใหญ่ผลข้างเคียงไม่รุนแรงและจะพบได้บ่อยขึ้นเมื่อรับปริมาณเกิน800ต่อวัน (ในขนาดน้ำหนักของฝรั่ง)
ส่วนเรื่องความแก่ชราและการบำรุง ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนกลัวกันมาก
แต่กระซิบไว้นิดนึงครับ
คนโอกินาวา และคนซาร์ดิเนีย ติดอันดับ"ผู้อายุยืนและมีคุณภาพชีวิตดี"ที่สุดในโลก โดยที่ไม่มีใครกินวิตามินบำรุงเลย
งั้นป้าเลิกกินดีกว่าเนาะ สวยแบบธรรมชาติ(ลงโทษ)ต่อไป :25:
ว่าแต่ว่าคนโอกินาวาและซาร์ดิเนียเค้ากินอะไรกันล่ะถึงได้อายุยืนเนี่ย มีวิจัยมั้ยคะ?
อ้อ อีกอย่าง กินอะไรถึงจะท้องคะ??
ที่นี่หมอให้กินโฟลิกแอสิดวันละเม็ด ก็กินอยู่นะคะ แต่ไม่มาซ๊ากที :05:
กินยาอย่างเดียวนี่ไม่ท้องนะน้องป้า
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 18:15 น.
กินยาอย่างเดียวนี่ไม่ท้องนะน้องป้า
อย่างอื่นก็ทำค่ะพี่ลุงอ๋าห์ แต่ไม่ป่องซักทีนี่ เลยสงสัยว่ามีอะไรที่กินแล้วช่วยๆกันได้บ้างหรือเปล่า
ว่าแต่พี่ลุงอ๋าห์ล่ะคะ เมื่อไหร่จะมีกับเค้าซักที :43:
:30: :30: