จู๋ไม่ได้ตั้งนานแล้ว
เอ้ย ไม่ได้ตั้งจู๋นานแล้ว
ไม่ได้จะมาชวนเล่าเรื่องผีนะ อยู่ดีๆก็เกิดสงสัยว่า
กลัวผีกันไหมครับ
ถ้ากลัว แล้วทำไมถึงกลัว กลัวอะไรของมัน
เช่น กลัวมันมาหักคอ หรือกลัวเพระมันมาแบบเน่าเฟะ หรืออื่นๆ
แล้วคำถามต่อมาคือ แล้วทำยังไงจึงจะหายกลัวผีอย่างเด็ดขาด
เนื่องจาก ตัวเองเป็นคนไม่กลัวผี อย่างน้อยก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นแบบนั้น
(ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่นับถือศาสนาด้วย) แต่พอเอาเข้าจริงๆ
ก็ดันมีหลายครั้ง หลายๆสถานการณ์ที่ความกลัวแวบเข้ามาในหัว
โดยที่วิธีคิดเป็นเหตุเป็นผลที่ตัวเองมั่นใจนักหนา ก็ไม่สามารถกำจัดความกลัวนั้นไปได้
พอหายกลัว เลยสงสัยแบบจริงๆจังๆว่า เป็นเพระอะไร
เพราะเราถูกเลี้ยงดูมาในสังคมที่มีผีหรือเปล่า
อย่างสังคมตะวันตกหลายๆสังคม เรื่องนี้ก็แทบไม่อยู่ในความนึกคิดของเค้า
ผีเลยไม่มีอยู่สำหรับเค้า แต่เราสังคมมีผี
สลัดจากความคิดให้ตาย มันก็ยังฝังอยู่ในยีนส์คนไทยหรือเปล่า
เรื่องแปลกๆคนนึงที่นึกออก มีรุ่นพี่คนนึง
ในบัตรประชาชนแกระบุช่องศาสนาว่า : ไม่ระบุ
เพราะแกไม่นับถืออะไรเลยจริงๆ แม่แกมาชวนไปวัดแกก็บ่นเป็นวัน
เลยคิดว่า คนแบบนี้ไม่กลัวผีแน่นอน แล้วแกก็นิยมการไปดูบ้านผีตามที่ต่างๆมาก
แต่พอถามจริงๆ ดันบอกว่า เป็นคนกลัวผีมาก ที่ไปดูเพราะมันกลัวแล้วมันตื่นเต้นนี่ล่ะ
ก็ถามว่า ไม่มีศาสนาอะไรทำไมกลัว แกบอก นั่นแหละกูยิ่งต้องกลัว
พอเจอแล้ว ไม่รู้จะสวดอะไรให้ศาสนาไหนมาคุ้มครองดี :07:
ถือว่าซ้ำกับกระจู๋เล่าเรื่องผีไหมเนี่ย :01:
กลัว เพราะ เราไม่รู้ ไม่เห็นมัน ครับ
แต่ตัวผมเองไม่กลัวผีหรอกครับ...บ (พิมพ์ไปสั่นไป)
(อยากถามคนที่ตามองไม่เห็นตั้งแต่กำเนิด ว่าเขากลัวผีหรือคิดว่าผีหน้าตามันเป็นยังไง แหะ)
กลัวผี
กลัวดิ
แต่ไม่เคยเห็นหรอกนะ
เพราะว่าจินตนาการมันสร้างภาพไปแล้วอ่ะ
เวลาตอนกลางคืน ได้ยินอะไรก๊อกแก๊กๆ นี่ไม่ค่อยเท่าไหร่นะ
ถ้าอยู่ในบ้านจะไม่ค่อยกลัวอะไร แต่ว่าถ้าอยู่ๆไฟดับ หรือไฟมันวูบวาบๆนี่
จะเริ่มคิดและ
จินตนาการไปต่างๆ นาๆ
แต่ไม่เคยเจอซักที
แต่ที่ประเทศไทย มีการเลี้ยงดูโดยมีการเชื่อเรื่องผีอยู่ด้วยนี่
เค้าจะเรียกว่า กุศโลบายของคนสมัยก่อนอยู่ด้วยนะ
คือสอนเรื่องกรรมอะไรแบบนี้
เช่น เอ็งไปฆ่าเค้า เดี๋ยวพอเค้าตายขึ้นมา จะตามมาหักคอเอ็งนะ
"ไอ้หม่า เอ็งไปตบตีพ่อแม่ ตายไป๊น่ะ เมิงจะเกิดเป็นเปรต"
อะไรแบบเนี้ย เป็นกุศโลบายง่ายๆว่า อย่าทำชั่วนะ อย่าทำเลวนะ อย่าฆ่าใครนะ
แต่เวลาฟังเรื่องผีนี่ก็โคตรชอบเลย เพราะว่ามันน่ากลัวนี่แหละ เลยชอบฟัง
แต่เจอตัวเป็นๆ ไม่เอาล่ะ
ไม่ได้กลัวผีมาหักคอนะ แต่ไม่คุ้นกับสิ่งไม่มีชีวิตมากกว่า :38:
ผมว่าคนที่ไม่เคยนับถืออะไรนั่นแหละที่น่ากลัว เพราะว่าเขาไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ คนกลัวผีส่วนใหญ่ต่างพึมพำเป็นบทสวดเพื่อไม่ให้เกิดความกลัว อย่างน้อยมันก็ช่วยชะโลมจิตใจให้เขากล้าขึ้นได้บ้าง
แต่สำหรับตัวผม คือผมสามารถบอกได้ว่าผมเป็นปกติคือ ถามว่ากลัวมั้ย ก็กลัว แต่ผมไม่ได้กลัวไปเรื่อยเปื่อยหรือชอบคิดไปเอง
เป็นเพราะผมเคยเป็นเด็กวัดมา สามปี ตอนที่ผมเป็นเด็กวัด วัดที่ผมอยุ่ไม่มีเมรุ
เวลาเผาศพก็เผาบนกองฟอน
พอดึกๆผมกับเพื่อนสองคน ก็จะไปเอาไม้เขี่ยศพให้อยุ่ในตำแหน่งที่ไฟไหม้หมดได้ ตอนเช้าก็ต้องไปเก็บกระดูก
ซึ่ง มันก็ทำให้ผมกล้า จนบางคนเรียกว่า ไม่กลัว แต่ใจจริงของผมแล้ว ก็คือ มีกลัว บ้างครับ เป็นปกติ
เผาบนกองฟอน
อยากถามนิสนึง
เวลาเผา เค้ามัดก่อนใช่เปล่า
แล้วเคยมีไหม ที่เวลาเผาๆอยู่แล้วศพ เด้งขึ้นมาอ่ะ
แบบว่าเส้นมันยึดทั้งวันก็เด้งขึ้นมา ดึ๋ง~~~~~
มีซิครับ
เขามัดตาสัง ใส่โรงไม้ ตั้งไว้บนกองฟืนสูงๆ เวลาเผาเนี่ย เสียงโลงเลื่อน เป็กป๊ากเลยละ มีบางรายกลิ้งลงจากกองฟอนต่อหน้าต่อตาญาติ
แก้ไขครับ มัดตราสังข์ กับโลง
:14:
:44: เมื่อกี้ เงาวูบบบบผ่านหลัง เย็นวาบบบบ
ลำบากพระเณร และเด็กวัดอย่างผม ต้องไปเอาไม้เขี่ยให้เข้าไปในกองไฟ เพราะโลงเป็นไม้มันย่อมไหม้หมดก่อนศพครับ :42:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 04:02 น.
มีซิครับ
เขามัดตาสัง ใส่โรงไม้ ตั้งไว้บนกองฟืนสูงๆ เวลาเผาเนี่ย เสียงโลงเลื่อน เป็กป๊ากเลยละ มีบางรายกลิ้งลงจากกองฟอนต่อหน้าต่อตาญาติ
มัดตราสังข์
กลิ้งลงมา!! เอ่อ ยังห่อผ้าคลุมศพอยู่ใช่มั้ยครับ
ขอบคุณสำหรับ คำว่า มัดตราสังข์ ครับ
ตอนกลิ้งลง ผ้าไหม้หมดแล้วครับ คือโลงไม้กับผ้าเนี่ยไหม้หมดแล้ว กลิ้งลงมาเป้นตัวๆเลยครับ :42:
งึ่ดสส...
แล้ว เขี่ยเข้ากองไฟ - -
เห็นภาพเลยแหะ
ไปนอนดีกว่า บรรยากาศ ตีสี่ ไม่ค่อยดีแหะ
(สี่ เลขไม่สวย)
ถ้าเขี่ย ตอนกลางวัน ก็พอทน ดึกๆต้องลงมาเขี่ยอีกรอบนี่ซิ :44:
:14: น่ากลัวอ่ะ
อืม เป็นคนกลัวผีนะ กลัวที่มืด คือมองไม่เห็น แล้วพอมองไม่เห็นมันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยกลัว..
แต่ที่กลัวผีเนี่ย สงสัยจะเพราะว่ากลัวว่าเค้าจะมาทำให้ตกใจกลัวภาพสยดสยอง
แต่เคยดูเรื่องเด็กหอ พอรู้แล้วว่า คนนั้นเป็นผีนะ แต่เค้าไม่มาทำอะไรน่ากลัวให้เห็นก็รู้สึกว่าอื้อก็ไม่น่ากลัวนี่หนังเรื่องนี้ มันน่าประทับใจมากกว่า
กลับมาว่า ทำไงให้ไม่กลัวผี อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน โดยส่วนตัวแล้วต้องสว่าง และต้องไม่เงียบจนถึงที่เรียกว่า เงียบสงัด
อย่างกลับมาบ้านนี่ไม่ค่อยคุ้นเลย มืดแล้วเงียบมีแต่แต่เสียงหรี่งเรไร เลยนอนไม่ค่อยหลับ แต่พอเสียงฝนตกดังขึ้นมาเมื่อไหร่ก็รู้สึกดีขึ้นนอนฟังเสียงฝนจนหลับไป (ปกติจะชินกับห้องที่กรุงเทพมากกว่าคือมีเสียงรถผ่านตลอดแล้วห้องสว่างมีไฟจากเสาไฟฟ้าสาดเข้ามาในห้อง)
อาจสรุปได้ว่ากลัวผีเพราะกลัวตกใจ แล้วความเงียบความมืดก็เป็นสิ่งเร้าให้คิดนั่นคิดนี่ จินตนาการถึงสิ่งที่ทำให้เราตกใจ...คิดว่างั้นนะ
ปล.กลัวผีมาก ไม่อยากเจอเลย กลัวจริงๆ
เหมือนจะน่ากลัว แต่พี่กัมส์พูดแล้วทำไมน่ารักยังไงอยู่
ตอบเรื่องไม่นับถืออะไรก่อน เคยอธิบายไว้นานมากแล้ว
ประมาณว่า ถ้าศาสนาเราถูก ก็แปลว่าคนอื่นผิดใช่ไหม
แต่ทุกคนก็พูดว่าตัวเองถูก ให้ลองมาพิสูจน์ดูเถิด เลยมาอยู่ตรงกลางจะดีกว่า
แล้วอีกสมมุติฐานหนึ่งคือ มนุษย์เราอ่อนแอใช่ไหม
ในการที่เราจะทำความดี เป็นคนดี หรือเข้าถึงความจริงบางอย่าง
ไม่สามารถเป็นไปได้ด้วยตัวมนุษย์เอง ต้องมีสิ่งคอยยึดเหนี่ยว
หรือต้องมีคนบางคนคอยจ้องเรามาจากข้างบนอยู่
เลยรื้อความเชื่อดั้งเดิมทั้งหมดของตัวเองทิ้งไป แล้วเริ่มใหม่หมดเหมือนรีสตาร์ทคอม :30:
เรื่องศาสนาก็เรื่องนึง มีเรื่องผีนี่แหละ รื้อทิ้งยังไงก็ยังเอาไม่ออก
จนน่าสงสัยว่า มีวิธีไหนไหมที่จะทำให้ไม่กลัวเด็ดขาดไปเลย
ไม่เอาแบบว่าอยู่กับมันจนชินนะ กลัวเด้งดึ๋ง :05:
เค้าว่ากันว่า ความกลัวคือความไม่รู้ สิ่งที่จะทำให้หายกลัวน่าจะต้อง..ทำให้รู้ล่ะมั้ง
คิดว่าที่คนเรากลัวผีไม่ได้กลัวว่าเค้าจะมาทำร้ายหรอก เพราะว่า คนเราด้วยกันเองก็ทำร้ายกันได้
แต่ที่กลัวผีน่าจะเพราะว่ากล้วสิ่งที่ไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะมารูปแบบไหน ไม่รู้ว่าจะมายังไงมากกว่า
การทำให้รู้ ...บ้างก็ว่า ผีคือพลังงานในรูปแบบต่างๆ บ้างก็ว่าต้องฝึกปลงสังขาร ...ปลงว่า คนเราก็เป็นแค่ถุงใส่สิ่งปฎิกูลประกอบไปด้วยเลือดเนื้อหนัง ถ้าลอกเนื้อลอกหนังออก สังขารคนเราก็เหมือนๆกัน สภาพกายก็คล้ายๆกัน.... โอย ยาวแฮะ
ก่อนจะปลงได้ ก็คงต้องทำให้ชินน่ะแหละ :42:
จริงๆศาสนาไม่ มีถูกผิด นะครับ คนต่างหากละที่คิดว่าความคิดของตนเองถูกต้อง คนที่รู้พระไตรปิฎก แล้วเอามาห่ำหั่นคุยทับ ศาสนาอื่น นั่นแหละที่ทำให้เรารุ้สึกแบบนั้น คนที่เขาปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ ตามรอยศาสดาของตน มีอยู่จริง ส่วนคนไม่รู้จริงนั่นแหละที่ออกมาประกาศปาวๆ ว่ากูดี
ไม่ว่าศาสนาไหนก็สอนให้คนเป็นคนดี นะ :42:
ผมถึงพูดบ่อยถึงเรื่อง ศรัทธา สติ
ส่วนผี ผมว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับศาสนา นะ
มันเกี่ยวตรงที่อธิบายไปแต่แรกไงครับว่า
เป็นหนึ่งในกระบวนการณ์รื้อถอน-ตรวจสอบความเชื่อดั้งเดิมที่เราเชื่อมาแต่เล็กแต่น้อย
(จริงๆคำนี้ก็ไม่ใช่ว่าคิดเองหรอกนะครับ พูดอ้างอิงภาษาฝรั่งให้เท่ๆว่า
Deconstructionism-พวกนิยมการรื้อสร้าง )
ส่วนเรื่องการประกาศว่าตนเองถูก พูดให้รวบรัดเฉยๆครับ
(ว่าไว้แบบยาวๆที่นี่ แก้สึนามิแทบตาย :08: http://f0nt.com/forum/index.php?topic=2873.msg92613#msg92613)
คือในระดับที่เป็นปัญหากันนี่ เพราะมันเลยผ่านจุดประสงค์ที่ว่าให้มนุษย์เป็นคนดีมาแล้วไงครับ
หน้าที่นั้น เชื่อว่าศาสนาไหนก็ทำได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว -พอละ เดี๋ยวเป๋
นึกได้อย่าง เรื่องกลัวผี ปัจจัยสำคัญน่าจะมี 2 อย่างนะครับ
คือความมืด กับ ความเงียบ(หรือบางทีก็เพราะความไม่เงียบ)
โดยเฉพาะความมืดนี่ ตัวดีเลย :08:
(+2) อย่างเด็ดขาดเลยในความคิดที่ตั้งกระจู๋นี้มา
ถ้ามองข้ามทฤษฎีพวก "ผีคือพลังงาน" หรืออะไรพวกนั้นออกไปแล้วนะ
ขอบอกว่าเป็นคำถามเดียวกับที่ตูอยากถามมานานมากๆ
แต่ไม่เคยคิดตั้งเป็นประเด็นขึ้นมาแบบนี้
เพียงแค่ช่วงอาทิตย์ที่ีผ่านมามีเหตุการณ์ที่ทำให้ตูกลับมาหัวใจอ่อนแอ
และกลับมาเชื่ออย่างสนิทในว่า ผีต้องมีจริงเท่านั้น โดยไม่ได้คิดว่ามันอาจมี หรือไม่มี
ขณะที่เดินเข้าไปในมุมมืดหลังบ้าน ในห้องครัว บนห้องนอนตอนยังไม่ได้เปิดไฟ
หรือแม้แต่ตอนกลับบ้าน (ที่เพชรบุรี) เมื่อวานนี้
หรือเมื่อสามสี่วันก่อนเพื่อหาที่ซุกหัวนอนเพื่อเย็นของอีกวันจะไปช่วยงานศพน้องอีกที
ความรู้สึกว่า เฮ้ย อยากเจอว่ะ ... อยากเจอมันว่ะ ก็แว้บขึ้นมา จนกลายเป็นเรื่องปกติไป
เพียงแต่ในแว้บพวกนั้นมันก็มีภาพซ้อนขึ้นมาให้ตูกลัวบ้าง
เช่น ถ้ามันโผล่มาแบบหน้าเละๆ อารมณ์อุบัติเหตุๆ เหมือนตอนมันตายล่ะ ตูจะทำยังไง (คำตอบคือกลัว)
หรือถ้ามันโผล่มาแบบหันหลังให้ ตามภาพติดตาในหนังไทยยุคที่ผีเกาหลีหรือผีญี่ปุ่นยังไม่ครองจอเนี่ย ตูจะทำยังไง (ก็ยังกลัว)
กลัวน่ะกลัว แม้ตัวเองจะรู้ว่า ผี คือหนัง เท่านั้นเอง
คำถามที่เคยตั้งกระจู๋จะถามคือ ตกลงเรากลัวอะไรของผี?
1. ผีมาหักคอ หรือผีมาฆ่า (อิทธิพลมาจากไหนไม่รู้ เชื่อว่ามาจากความเชื่อที่ว่า ผีมีอิทธิฤทธิ์ หรือไม่ก็หนังฝรั่ง)
2. ผีมาแบบเละๆ หรือพยายามหลอก แลบลิ้นปลิ้นตา (เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว) ด้วยวิธีต่างๆ
3. ผีที่เป็นความไม่แน่ใจ แค่ไม่แน่ใจก็กลัวแล้ว เช่น ผีแว้บไปแว้บมา หรือผีมีแต่เสียง
4. มีข้ออื่นๆ ไหม
ถ้าเราไม่รู้มาก่อน หรือเราไม่ได้อยู่บนความเชื่อที่ถูกสั่งสอนให้ "กลัว" ไอ้ข้อ 2 กับ 3 เนี่ย
ถามว่าเราจะกลัวไหม ที่อยู่ดีๆ ไปเจอคนแปลกหน้าเดินในห้องของเรา ในโรงแรมเก่าๆ ที่เราไปพัก
หรือเราจะกลัวไหมที่เจอสาวชุดดำยืนโบกรถอยู่ริมถนนตอนตีสองตีสาม
หรือแม้แต่การเห็นเพื่อนเราที่ตายไปแล้วมายืนเศร้าอยู่หน้าบ้าน -- -เราจะโทรไปเล่าที่เดอะช็อคไหม
เอาในนิยามที่ว่า "ผีมีจริง" แต่คำว่าจริงของมันในความหมายของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันละกันนะ
แล้วที่ว่าจริงนี่ จริงแบบไหน?
บางคน จริงของเขาคือ คนตายไปแล้วคือผี ผีต้องมีความผูกพันกับอะไรสมัยที่ตัวที่ยังอยู่
บางคน จริงของเขาคือ ผีมีอยู่เพราะความศรัทธา (ตูเรียก ทฤษฎีนูเบ) เช่นศาลปู่ตา เทวดา เจ้าพ่อเจ้าแม่ต่างๆ
บางคน จริงของเขาคือ ผีคือมนุษย์ต่างดาว
แต่เรายังไม่มีข้อพิสูจน์จริงๆ จังๆ เกี่ยวกับความจริงนี้
แม้ตูจะเชื่อแสนเชื่อว่าในที่สุดแล้ว ผีก็มีจริงนะ (เพราะเคยเจอมาแล้ว - http://iannnnn.com/?p=93)
แค่ยังสงสัยอยู่ดีว่า ไอ้สิ่งที่เจอนั่นมันสามารถเอามาขยายความต่อยอดได้ไหมว่าผีตรงนั้นคืออะไร
จริงๆ แล้วผีจะเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่ดำรงชีพไปตามปกติ
แต่เราดันไปเจอมันแล้วกลัวไปเองเหมือนเราเดินป่าแล้วเผลอิญเจอเสือเข้าจริงๆ (เคยเห็นแต่ในทีวี) แล้วก็กลัว ใช่หรือไม่
เขียนมายาวเดี๋ยวไม่ได้ทำงาน
ขอวกกลับมาที่ประเด็นแรกคือเรื่องของน้องคนสนิทของตูที่เพิ่งตายไป
คือจนถึงวินาทีนี้ - เผาศพเสร็จไปเมื่อเย็นวาน มันก็ยังไม่เคยปรากฏตัวหลังจากตายแล้วเพื่อเจอใครเลย
แม้แต่พ่อแม่ พี่น้องสโมที่สนิทกันก็ไม่เจอ ถ้าไม่นับรวมพวกคิดไปเองเช่น หมาหอนทั้งวิทยาเขต อะไรแบบนี้
เลยตูมาตั้งทฤษฎีที่น่าจะเป็นไปได้เกี่ยวกับการกลับมาปรากฏตัวของผีให้ญาติโยมเห็นไว้ 2 ข้อ คือ
1. ผี ไม่มีจริงๆ ตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งหมดนี่เป็นความเชื่อ
2. การกลับมาปรากฏตัวของผี จำเป็นต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว
เหมือนกับบางคนที่สามารถยักคิ้วข้างเดียวได้ แต่บางคนหัดให้ตายก็ทำไม่ได้ (เป็นเรื่องยีนเด่นยีนด้อยหรืออะไรก็ยังไม่รู้)
จบ
เ้อ้อ.. แถม
(http://img2.f0nt.com/18/9babaafb085c28c6967d3185b133f40f.jpg)
รูปนี้ตูก้อมลงถ่ายลอดใต้หว่างขาที่หลังเมรุ+ศาลาสวดศพในคืนสุดท้าย
พวกเพื่อนๆ ของผู้ตาย กะไอ้พัฒ (เก้อรู้จักมั้ง) ไปสูบบุหรี่และปักบุหรี่ไว้หนึ่งมวนเพื่อให้ไอ้โน้ตสูบด้วย
แล้วก็อยู่คุยกันจนหมด (มันบอกมันทำยังงี้กันทุกคืนแหละพี่ พี่จะคุยกับบุหรี่มั่งก็ได้นะ)
ถ่ายมาหลายรูป พยายามหามุมที่พอจะอนุโลมได้ว่าเป็นผี แต่ก็ยังไม่มี :08:
กลัว :31:
กลัวจิตหลอน กลัวจินตนาการที่ได้ฟัง ได้ดูมา
จะบอกว่าผีไม่มีจริง ไม่เชื่อ อันนี้ผมไม่มีทางทำใจได้แน่นอนเพราะถ้าเกิดมาจริงๆล่ะก็ กลัวตั้งสติไม่อยู่ :42:
คนตายอยู่ทุกวันไม่รู้ที่ไหนบ้าง แสดงว่าผีก็มีอยู่ทุกที่ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสื่อสารหรือมีจิตจูนตรงหรือเปล่า
คนที่เจอ มักจะเจอบ่อยๆ ?? ผมไม่เคยเจอเลยแม้แต่เงาหรือกลิ่น ก็ภาวนาว่าอย่าได้เจอกันดีกว่า :46:
เพราะเราคิด ผีจึงมีอยู่ :25:
จินตนาการก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดผี
แล้วเราก็กลัวจินตนาการตัวเอง :08:
พูดในแง่วิทยาศาสตร์นะ
ส่วนในแง่ไสยศาสตร์ :46: มีจริงครับ แม้จะไม่เจอมาแบบหลอนๆ ก็เถอะ
จำมาจากหนังเรื่องนึง "มนุษย์มักกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น หรือสิ่งที่ไม่รู้ ถ้ารู้แล้วก็จะไม่กลัว"
มันก็เหมือนเอาไหมาซักใบแล้วให้เราเอามือแหย่ลงไปเราก็จินตนาการไปตามหนังหรือเรื่องเล่าต่างๆ แล้วก็บวกกับความไม่รู้ว่าอะไรอยู่ข้างใน เลยกลัวไปใหญ่
แต่เอาเข้าจริงๆผมก็กลัวผีนะ จินตนาการไปต่างๆนานา
ตอนที่จูออนภาคแรกมาใหม่ๆผมไปดูมาโคตรกลัว แล้วพอมานอนกับพี่สาวเห็นผมยาวๆแล้วหลอนนอนไม่หลับเลย :41:
แยกเรื่องเก้อออกเป็น 2 เรื่อง
เรื่องผี
โดยความคิดเห็นส่วนตัว คิดว่าผีมีจริง น่าจะอยู่ในรูปที่พออนุมานว่าเป็นพลังงานรูปหนึ่ง การที่จะเห็นหรือสัมผัสได้ จำเป็นมีการปรับประสาทสัมผัสของเราให้สอดคล้องกัน (อาจจะผีปรับเพราะอยากเจอเรา หรือบังเอิญว่าเราปรับไปตรงที่ผีจะออกมาพอดี)
ตอนเด็ก ๆ กลัวผี ตอนนี้ยังกลัวนิด ๆ แต่ไม่ใช่กลัวว่าจะออกมาหักคอ หรือทำหน้าหลอน ๆ แต่มันน่าจะอารมมณ์เดียวกับกลัวในสิ่งที่เราไม่เคยเจอ ไม่เคยมีประสบการณ์ คิดส่าถ้าเจอผี ซักครั้งหรือ 2 ครั้ง น่าจะเลิกกลัว
เรื่องศาสนา
ในมุมมองผมศาสนา คือศาสตร์ที่ค้นหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิต ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอะไรเลย ยิ่งพิธีกรรมด้วยแล้ว ถือว่าเป็นเปลือกนอกเสียด้วยซ้ำ แต่มันจำเป็นต้องมี การไม่นับถือศาสนาอะไรไม่แปลก เพราะศาสนาไม่ใช่เครื่องฟอกตัว ไม่ใช่พาหนะที่จะนำทางไปที่ไหน (ความเชื่อส่วนตัวสุด ๆ )
อย่างศาสนาพุทธ (ที่ผมนับถือ) ก็ให้คำตอบ ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการดำรงค์ชีวิต จุดมุ่งหมายของการเกิด จุดมุ่งหมายของการเป็นคน แต่เพราะคน มีทั้งโง่บ้าง ฉลาดบ้างไม่เท่ากัน เหมือนที่พระพุทธเจ้าเปรียบกับบัวสี่เหล่า ดังนั้นจึงเกิดมีอุบายเพื่อจูงใจ เพื่อชักนำ หรืออะไรก็แล้วแต่ (อาจจะเรียกว่าบุญ ว่าสวรรค์ชั้นฟ้าที่เท่าไหร่) เพื่อให้คนหันมาศึกษา หันมาพิจารณาหลักคำสอน ซึ่งบ้างคนก็ไม่สามารถข้ามด่านของการนับถือศาสนาเพียงเพราะเชื่อว่า ศาสนาจะช่วย ศาสนาจะทำ ศาสนาจะมอบให้
สุดท้ายศาสนาคือวิชา มีไว้ศึกษา ไม่ได้ไว้นับถือ :46:
ผมว่าน่าจะกลัวเพราะ ไม่คุ้น ครับ
คล้ายๆกับตอนแรกไม่กล้าจับ งู หรือ ตุ๊กแก
แต่ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญจับไว้ก่อน เราก็สามารถค่อยๆเอามือไปแตะ หรือจับตามเขาได้
ผีก็เหมือนกันแหละมั้ง ถ้าคุ้นๆได้เนี่ย คงไม่กลัวหรอก
เราไม่ได้กลัวอะไรของผีหรอกครับ
จากประสบการณ์คนที่เคยเจอผีเด็กดึงขามาก่อน
แต่ เรารู้สึกได้......
แล้วไอ้ความคิดหลังจากความรู้สึกนั่นแหละ ที่ทำให้เรากลัว
แปลกนะคะ เรื่อง สิ่งลี้ลับ หรือวิญญาณ พวกนี้อ่ะ ทุกวันนี้ยังหาคำตอบไม่ได้สักที
แต่ถามว่ากลัวไหม๊ ก็ไม่กลัวค่ะ เพราะไม่เคยเจอ และพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองสักที :14:
Never fear shadow. They simply mean there's a light shining some where near by.
อย่ากลัวเงา เพราะเงา หมายความว่ามีแสงสว่างส่องอยู่ใกล้ ๆ สักแห่ง
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 11:37 น.
Never fear shadow. They simply mean there's a light shining some where near by.
อย่ากลัวเงา เพราะเงา หมายความว่ามีแสงสว่างส่องอยู่ใกล้ ๆ สักแห่ง
motto จู๋นู้นเฟ้ย :39:
จะบอกว่า
ผมไม่กลัวผี แม้บางครั้ง อาจรู้สึกหลอนๆแว้บเข้ามาในหัว เนื่องจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม
แต่ก็พยามท้าทายอยากเจอซักครั้ง เอาแบบเห็นเจ๋งๆ ราวกับ IMAX สามมิติ
มีเรื่องอยากสัมภาษณ์มากมายครับ
ไม่อยากเจอ กลัว :48:
ยังยืนยันว่าผมไม่เชื่อเรื่องผี แต่สิ่งที่ผมกลัวมีอยู่ 2 อย่าง
1 . กลัวความมืด
เพราะเมื่อมืดแล้วจินตนาการมันจะสูง ไม่สามารถระบุได้ว่าเบื้องหลังความมืดนั้นมีอะไรซ่อนอยู่
ยิ่งถ้าอยู่กับคนที่เชื่อว่าผีมีจริงแล้ว ความเชื่อนั้นจะมากรอกหูให้เรารู้สึกกลัว ระแวง
2 . กลัวว่าผีมีจริง
เพราะนี่คือสิ่งที่ผมปฏิเสธตลอดว่า ว่ามันไม่มีจริง มันทำให้ผมกลัว
กลัวว่าความเชื่อมั่นของผมในสิ่งนี้จะหลุดหายไป :42:
เคยฝันว่ามีโอกาสได้เจอผีจริงๆ แล้วนั่งคุยกันอยู่ตั้งนาน
สัมภาษณ์ผี :21:
ไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ท้าทาย แต่ผมหวังในในว่า หากผีมีอยู่จริง ผมอยากจะเจอสักครั้งหนึ่ง
เจอกันแบบดีๆ แล้วมาคุยกันแบบที่ผมเคยฝัน :46:
สิ่งที่เรากลัวๆกันน่าจะเป็นความมืด ความเงียบ และความคิดมากกว่า
สถานที่เดียวกัน ถ้าเป็นกลางวันมันก็ไม่รู้สึกอะไร
แต่ลองความมืด หรือ กลางคืนมาเยือนเมื่อไร สมองมันก็จะสั่งให้คิด ให้กลัว
แล้วยิ่งบรรยากาศเงียบๆด้วยแล้ว บรื๋อออออ :01:
ไม่เคยเจอผีเหมือนกันแต่กลัวค่ะ ไม่อยากเจอด้วย :22:
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 11:52 น.
มีเรื่องอยากสัมภาษณ์มากมายครับ
เช่นกัน
โคตรอยากสัมภาษณ์เลย
ทุกวันนี้เวลาเจออะไรแปลกๆ แว้บๆ ก็จะพยายามวิ่งค้นหาว่าต้นตอของความแปลกนั่นคืออะไรกันแน่
อย่างตอนที่ตูกลับไปเพชรบุรีถึงนู่นตอนตีสี่ รถมูลนิธิเพิ่งเอาศพน้องมา เปิดศาลา วางศพ แล้วก็ปิดไฟ เดินทางกลับนั่น
เรายืนคุยกัน 4-5 คนในอารมณ์โศกทั้งมืดๆ กลางลานวัด หน้าศาลา
วินาทีนั้นเชื่อว่ามีแต่พวกเราในรัศมี 100 เมตรตรงนั้น กับศพในศาลา 2 ศพ
บรรยากาศน่ากลัวสไตล์หนังผีไทยมากๆ เลย คือหมาหอนตลอดเวลา .. แต่ไม่มีใครกลัวเลยครับ
หารู้ไม่ว่าตอนนั้นคงมีผีพยายามจะติดต่อกับเราด้วยการทำเสียง ปึง ปึง ปึง เป็นจังหวะ ดังๆ หลายครั้งจากในศาลา
แต่ก็หันไปสนใจกันแว้บเดียวแล้วกลับมาโศกกันต่อ .. ส่วนตู เดินไปหาที่มาของเสียง แต่ก็เงียบตามระเบียบ
พอกลับมาคุยต่อหน้าศาลา มันดังปึง ปึง ปึง จากที่วางศพอีกละ
แล้วกูจะรู้ไหมเนี่ยมึงทุบอะไรทำไม :33:
ผมคิดต่างจากพี่โอ้เอ้
คือ เชื่อว่ามันมี เพราะได้รับการพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว 4 ครั้งในชีวิต
แต่อยากรู้ว่าลิมิตของวิทยาศาสตร์การผีมันจะกว้างไกลขนาดไหน เลยพยายามศึกษาอยู่ครับ
(อารมณ์คงเหมือนนักวิชาการไปค้นพบพะยูนเผือก เลยอยากรู้ว่ามันจะผสมพันธุ์ยังไง)
เวลาเกิดเหตุการณ์อะไรแปลกๆ อะ
(อยู่ดีๆ ไฟดับ หรืออะไรอีกหลายๆ อย่าง)
ผมชอบอยู่เฉยๆ นั่งทำหน้าตาย แล้วหยิบไฟฉายออกมา
ส่องหน้าตัวเอง :30:
[นึกภาพตามด้วยจะน่ากลัวมาก ปกติกลางวันเราก็หลอนพออยู่แล้ว นี่กลางคืน ไฟดับ :43:]
ไม่รู้ว่าจะกลัวผีมั้ยนะ ไม่เคยเห็นเลย
เคยไปเดินเป็นคณะ เค้าเจอกันทั้งกลุ่ม
เราไม่เจออยู่คนเดียว
เห็นเค้าวิ่งกัน เรายืนงงอยู่ว่าวิ่งหนีอะไร - -'
หรือเราเห็นผีเป็นคนไปแล้วหว่า :08a:
อ้อ ลืมไป
ผมเชื่อว่าผีมีจริงนะครับ
แต่ไม่กลัว
ที่ผมกลัวไม่ใช่ผีอ่ะ
แต่เป็นหมา
มันชอบทำ sfx หลอนๆ
ผมกลัวนะจะเป็นผีหรือวิญญาณ เหตุที่กลัวเพราะมันพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ มันควบคุมปัจจัยในการเกิดไม่ได้ คาดเดาไม่ได้ กำจัดหรือไล่ไปไม่ได้ ถ้าหาสาเหตุมาอธิบายเรื่องเหล่านี้ได้ ผมก็จะเลิกกลัว :01:
กลัว :01:
ไม่เคยเห็นไม่อยากเจอ แต่กลัว
เพราะไม่รู้ถ้าเค้ามาให้เจอเค้าจะมาทำไม - -............ถ้าเป็นญาติก็ว่าไปอย่าง ยังคุยกันได้
แต่ถ้าเป็นคนอื่น อย่ามาเลยครับ กลัว :05:
ป.ล.เคยแต่ได้กลิ่นธูป+น้ำอบตอนอยู่หน้าประตูบ้านตอนน้าชายเสียไปห้าหกวัน ทั้งๆที่แถวบ้านปกติไม่มีคนจุดธูปใส่น้ำอบอยู่แล้ว :01:
ป.ล.ตอนนี้อยู่หอฯที่ปราจีนฯ พี่ที่อยู่ด้วยดันชอบพูดประหลาดๆ :05:
ผมกลัวผีครับ กลัวความมืด กลัวความเงียบ
เพราะไม่รู้ว่า สิ่งนั้น จะเกิดขึ้น ณ เวลาไหน
เจอล่าสุดตอนปิดเทอม มาแบบเสียงครับ เสียงปลดล๊อคลูกบิดประตูที่บ้าน
ทั้งที่ห้องนั้นไม่มีใครอยู่เป็นห้องเก็บของ
แถมดังตอนผมเดินผ่านด้วยสิ ขนลุก และหลอนมาก
เกือบนอนไม่หลับเลย เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นตอน หลังเที่ยงคืน
ผมกลัวไอซ์ครับ
กลัว :31:/ เพราะไม่รู้จัก
:08:กลัวผีค่ะ
เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน เดาว่ามันเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามีจริงรึ้เปล่ามั้ง
อีกอย่าง โตมากับวัฒนธรรมแบบนี้น่ะ แถวบ้ายิ่งน่าจินตนาการเข้าไปใหญ่ :30: :30: :30:
ประเด็นที่ว่า ผีมีจริงหรือไม่ คิดว่าเป็นประเด็นที่หลายๆ คนก็น่าจะคิดอยู่ในใจมั้งคะ
อย่างเช่นว่า คนเราตายแล้วไปอยู่ที่ไหน
จะกลายสภาพเป็นวิญญาณ เป็นผี หรือพลังงานตามทฤษฎีของวิทยาศาสตร์ (จริงๆ คือไม่เชื่อ)
อย่างตอนนี้เรายอมรับว่าเรามีทั้งร่างกายและจิตใจใช่มะ
แล้วถ้าเราตายล่ะ ร่างกายไม่ทำงาน หัวใจไม่เคลื่อนไหว
มีร่างกาย แล้วจิตใจ ดวงจิตล่ะ ไปไหน
สมมติคนตายแล้วจะกลายเป็นวิญญาณที่คงสภาพเดิมเอาไว้แต่ไม่มีร่างกาย
กรณีแบบนี้บางทีก็อยากเจอนะ
แต่บางทีก็ไม่อยากเจอ
คือมันเ้ป็นสิ่งที่เราไม่รู้และยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าจะเป็นไปได้แน่ๆ หรือไม่ไง
บางทีคนเราก็กลัวในสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามีหรือไม่มีนะ
อย่างเช่นบางคนไม่ยอมกินผัก เพราะอะไรก็ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่าไม่อยากกิน ไม่ชอบ
ชอบคำพูดของลุงจักรี ที่ว่า คนกลัวผีบางทีก็ดีตรงที่ว่าได้สวดมนต์ ได้ท่อง
ได้มีอะไรยึดเหนี่ยวจิตใจให้เกิดความกล้านะ
เพราะบางทีก็เคยเป็นเหมือนกัน
ยิ่งตอนเวลาอ่านหนังสือฆาตกรรม หรือแนวนักสืบ
พอกลางคืนมาก็กลัว เลยสวดมนต์ แผ่เมตตาไปตามเรื่องตามราว
มันก็ทำให้รู้สึกสงบมากขึ้น
เป็นคนกลัวผีค่ะ กลัวมาก...ก ที่กลัวเพราะกลัวบรรยากาศ กลัวความมืด ความวังเวงวิกเวกโหวงเหวง ยิ่งอยู่คนเดียวยิ่งกลัว
ยังไม่เชื่อว่าผีมีจริงนะ ถึงเคยเจอมาแล้วก็ตาม เพราะที่เจอมันเจอแบบไม่ชัด ไม่เคยเจอแบบจะๆ แจ่มๆ ซะที ด้วยความที่เป็นคนสายตาสั้น ยามค่ำคืนจึงมองเห็นอะไรได้ไม่ถนัดนัก ยิ่งไม่ใส่แว่นยิ่งแล้วใหญ่ ส่วนมากที่เห็นจะเป็นเงาวูบๆ มองเห็นบางสิ่งบางอย่าง(ผี)เคลื่อนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว(มาก)
บางครั้งเหมือนเห็นชัดเจน แต่อยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นจึงโบ้ยไปว่าตัวเองฝันไป ที่จำได้แม่นสุดๆ ก็คือ "ที่บ้านบางกะปิ เวลาประมาณเที่ยงคืนเกือบตี1 พี่สาวยังไม่กลับเข้าบ้านเลยนอนกลิ้งไปมารอพี่สาว ซักพักมองออกไปนอกประตู มองไปถึงห้องฝั่งตรงข้ามที่เปิดประตูทิ้งไว้ตรงกับบันไดบ้านพอดี ก็เห็นวัตถุสิ่งหนึ่งเดินมา(เปรตเดินมา) เจ๊ดโด้! ตัวอะไรวะเหมือนคนเลย สู๊งสูง สูงจนมองไม่เห็นหัว แล้ววูบหนึ่งเขาก็ผ่านเราไป มองเห็นแค่ช่วงตัวกับแขนยาวๆ (ที่มองไม่เห็นมือ) อารมณ์เหมือนเคลื่อนด้วยลางดอลลี่ผ่านกล้องเลย ภาพที่เห็นทั้งหมดมันเป็นประมาณภาพซ้อนระหว่างตัวตึกกับเวิ้งหนองน้ำมีต้นตาลสูงๆ :31:"
จบลงด้วยการอึ้ง ตัวแข็ง เหมือนช็อคชั่วขณะ สิ่งที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่วิกลับเหมือนนานมาก
คนน่ากลัวกว่าผีเยอะเลย :34:
เบลล์เป็นคนกลัวผีนะ
ไม่ว่าจะมาแบบไหนก็กลัว
จะมาดีๆ หน้างามๆก็ไม่เอา
กลัววววว
แต่เป็นคนชอบดูหนังผีมากๆ
ไม่รู้เป็นโรคอะไร
แต่บางเรื่องก็ดูไม่ได้นะ อย่างจูออน
พวกหนังผีเอเชียมันหลอนจริงๆ
หน้าตามันก็ยิ่งคล้ายๆเราอยู่
กลัวตอนกลางคืนตื่นขึ้นมามองกระจกแล้วในกระจกไม่ใช่เรา
บรื้ออออ
สรุปดูได้แต่หนังผีฝรั่ง ตลกดี
วกกลับมาเรื่องผีๆในชีวิตจริง
ไม่เคยเจอกับตัว
แต่เชื่อมากๆว่ามีจริง
แต่ไม่อยากพิสูจน์ ไม่อยากเจอด้วย
ตอนกลางคืนสวดมนต์ แผ่ส่วนกุศลให้ทุกครั้ง
ขอล่ะ อย่าให้เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นเล๊ยยยย
กลัวเพราะเคยเจอและรู้ว่ามีค่ะ
น่ากลัว ไปนอนที่พัทยา วันหยุดดันกระแดะตื่นก่อนคนอื่น เลยซวยเจอเลย มาเดินว่อนๆในห้องอันนี้ไม่น่ากลัว เพราะคิดว่าคงเป็นขี้ตาติดตาเลยเห็นอะไรมัวๆๆ แต่ไอ้ที่แอบมองเราที่มุมห้องนี่สิ มันตัวคนทั้งตัวเลย แต่มันไม่ใช่คนที่มากะเรานี่นา :14: นิ่ง+แข็ง (เห็นแบบนั้น 3วันติดกันด้วย ) :14:
ผมชอบอยู่ในทีมืดๆ
โดยเฉพาะก่อนนอนช่วง ห้าทุ่ม-เที่ยงคืน
ปิดไฟให้หมดทั้งบ้าน เหลือแค่แสงสว่างรำไรลอดมาทางหน้าต่าง
ผมชอบการที่มีความรู้สึกว่า ถ้ามีผีจริงๆ
ผมก็คงจะเป็นผี ปีศาจ ได้เหมือนกันในความมืดเนี่ยะ :42:
แต่ก่อนก็กลัวผีนะ แบบว่าเก็บไปฝันเลยก็เคย
แต่พักหลังๆมา รู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่น่ากลัวกว่าผีเยอะเลย :08:
หนูว่าพี่แหละน่ากลัว :38:
กลัวผีเหมือนกัน กลัวมากด้วย :14: :14: :14:
เมื่อคืน ไม่ใช่ๆๆเมื่อเช้ามืด อาบน้ำตอนตี 5 แล้วมันก็มืดๆๆ เราดันลืมผ้าเช็ดตัวเลยออกมาเอา เปิดประตูห้องน้ำเจอตายืนอยู่หน้าห้องน้ำ แล้วทั้งบ้านมือหมดมีแค่ไฟจากในห้องน้ำเท่านั้น แล้วเราก็มองหน้าตาเราไม่ชัดด้วย :14: ตกใจเกือบช็อค อิมเมจตากิ้วเหมือนผีคนแก่อะ น่ากลัว แล้วที่ตกใจเนี่ยเพราะปกติตาไม่ได้มาอยู่กับกิ้วนะ พอดียายเพิ่งเสียไปแล้วตาเลยช็อค เลย ค่อนข้างจะเป็นความจำเสื่อมอะค่ะ ลืมไปแล้วว่ากิ้วเป็รหลาน ลืมไปแล้วว่าแม่กิ้วเป็นลูก :05: เลยไม่คุ้นแล้วเค้าชอบมายืนหน้าห้องน้ำเวลามีคนเข้าด้วย เวลาไม่มีคนเค้าก็ไม่มายืนนะ สรุปวันนั้นช็อคจนมือไม้สั่นเลย
อ้างคำพูดจาก: tao เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 19:57 น.
ผมชอบอยู่ในทีมืดๆ
โดยเฉพาะก่อนนอนช่วง ห้าทุ่ม-เที่ยงคืน
ปิดไฟให้หมดทั้งบ้าน เหลือแค่แสงสว่างรำไรลอดมาทางหน้าต่าง
ผมชอบการที่มีความรู้สึกว่า ถ้ามีผีจริงๆ
ผมก็คงจะเป็นผี ปีศาจ ได้เหมือนกันในความมืดเนี่ยะ :42:
แต่ก่อนก็กลัวผีนะ แบบว่าเก็บไปฝันเลยก็เคย
แต่พักหลังๆมา รู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่น่ากลัวกว่าผีเยอะเลย :08:
:17:/
ชอบอยู่มืดๆเหมือนกัน
ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย หน่ะ :08:
ผีหรอครับ ไม่กลัวเท่าไร่ครับ ( :18: )
แต่อยู่คนเดียวตอนกลางคืนก็ :07: เริ่มหวั่นๆครับ
กลัวความมืดค่ะ :31:
ค่ะ :21:
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 20:50 น.
:17:/
ชอบอยู่มืดๆเหมือนกัน
กลัวเห็นตัวเองใช่มั้ย :17:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 08:13 น.
เ้อ้อ.. แถม
(http://img2.f0nt.com/18/9babaafb085c28c6967d3185b133f40f.jpg)
รูปนี้ตูก้อมลงถ่ายลอดใต้หว่างขาที่หลังเมรุ+ศาลาสวดศพในคืนสุดท้าย
พวกเพื่อนๆ ของผู้ตาย กะไอ้พัฒ (เก้อรู้จักมั้ง) ไปสูบบุหรี่และปักบุหรี่ไว้หนึ่งมวนเพื่อให้ไอ้โน้ตสูบด้วย
แล้วก็อยู่คุยกันจนหมด (มันบอกมันทำยังงี้กันทุกคืนแหละพี่ พี่จะคุยกับบุหรี่มั่งก็ได้นะ)
ถ่ายมาหลายรูป พยายามหามุมที่พอจะอนุโลมได้ว่าเป็นผี แต่ก็ยังไม่มี :08:
โห พยายามจะถ่ายรูปผี
ไม่ใช่ผีธรรมดา ผีกลับหัวด้วย
สรุปที่ว่ามา ไม่ว่าคนที่มีวิธีคิดเป็นเหตุเป็นผลคนรุ่นใหม่แค่ไหน
ยังไงก็ต้องกลัวผีใช่ไหมครับ จะเรียกว่ากลัวความมืดกลัวจินตนาการอะไรก็ตามเถอะ
แต่ยังไงคนไทยก็ต้องกลัวใช่ป่าว ไม่นับพระหรือคนที่ฝึกมานะครับ
เคยคิดว่า ความกลัวประเภทนี้เนี่ยจะกำจัดง่าย เพราะไม่เห็นมีเหตุมีผลอะไรให้กลัวเลยนี่
มันจะมาหักคอเราหรือก็เปล่า ทำให้เราบาดเจ็บล้มตายก็ไม่ แค่หลอก
แต่ทำไมมันยากจริงๆหนอ
ของพี่โอ้เอ้สนใจครับว่า ทำไมถึงไม่เชื่อว่าผีมีจริง
อยากรู้จริงๆครับ
ก็ป้ากิ้วบอกเคยมองลอดหว่างขอแล้วเห็นผีด้วยแหละ ไม่รู้เหมือนกันว่าหลอกหลานอะเปล่า :42:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 21:36 น.
ของพี่โอ้เอ้สนใจครับว่า ทำไมถึงไม่เชื่อว่าผีมีจริง
อยากรู้จริงๆครับ
เชื่อตัวเอง เป็นคำตอบสุดท้าย :42:
จะยอมจำนนต่อหลักฐานเท่านั้น เมื่อไม่สามารถแสดงหลักฐานและสืบพยานได้ จึงไม่เชื่อครับ
หากวันใดวันหนึ่ง มีคนเดินกอดคอกับผีแล้วมาแนะนำตัวให้รู้จักว่านี่ผีนะ วันนั้นจะเชื่ออย่างสนิทใจ :42:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 19 ธ.ค. 2006, 00:09 น.
เชื่อตัวเอง เป็นคำตอบสุดท้าย :42:
จะยอมจำนนต่อหลักฐานเท่านั้น เมื่อไม่สามารถแสดงหลักฐานและสืบพยานได้ จึงไม่เชื่อครับ
หากวันใดวันหนึ่ง มีคนเดินกอดคอกับผีแล้วมาแนะนำตัวให้รู้จักว่านี่ผีนะ วันนั้นจะเชื่ออย่างสนิทใจ :42:
เอ้ย เจ๋งว่ะ
ในนี้มีคนไม่กลัวกันหลายคน รวมกลุ่มกันไปดูบ้านผีดีไหมครับ
ใครจะวิ่งก่อนเพื่อน :30:
2-3 ปีที่แล้ว เคยไปทีนึง น่าจะประมาณคืนวันลอยกระทงอะไรทำนองนั้น
วัยรุ่นๆ ขับรถไปกัน 4-5 คน ไปที่โรงงานร้างแห่งหนึ่งแถวไหนจำไม่ได้แล้วเหมือนกัน
แต่มันดังมาก ในแถบชานเมืองกรุงเทพนี่ล่ะ เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าที่นี่ดุจริง
ไปถึงสักเที่ยงคืน รถเข้าไปจอดตรงลานสนามหญ้าข้างหน้าอาคารโรงงานร้างนั่น
เต็มๆเลยครับ
เต้นกันอยู่กลางสนามเต็มเลย :14:
ไอ้พวกเด็กแกงค์มอไซค์แว้นๆน่ะ กับพวกแกงค์เวสป้า
เต้นกันอยู่กลางสนามเต็มเลย :08:
พอดีเป็นวันหยุด วัยรุ่นออกเที่ยวกลางคืนกันเยอะ
พวกแกงค์อะไรเนี่ย เลยมากันเต็มเลย ผีเผอไม่ต้องไปนึกหรอกว่าจะมี
เลยกลับกันด้วยอาการวัยรุ่นเซ็ง :41:
ขนาดตูไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว
แว้นยังเต็มทั้งหมู่บ้านเลยเกลอเอ๋ย
มิตติ้ง ที่หลอนๆกันมั้ย ละ ครับ
ใครมีรถกระบะและสะดวกจะขับล่ะครับ
น่าสนเหมือนกัน :27:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 19 ธ.ค. 2006, 01:30 น.
มิตติ้ง ที่หลอนๆกันมั้ย ละ ครับ
หอพักป้ามั้ยล่ะ :04:
แค่คุยกับป้าก็หลอนพอแรงอยุ่แล้วครับ :39:
เอาที่ไหนดีครับที่ว่าเฮี้ยนๆ :25:
ถ้าเป็น "ที่ว่าเฮี้ยนๆ" ที่มีชื่อเสียงเพียงนิดแล้วละก็
ขอแนะนำ อย่าไปเลยครับ ไปก็เสียเวลาเปล่า
เพราะผีคงขี้เกียจต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เสร็จจากการเที่ยวกลางคืนมาหาที่เบ่งสาวคืนละเป็นร้อยเป็นพัน
ไร้ความสงัดสิ้นดีครับ :08:
(เคยไปบางที่มา 2 ครั้งใน 2 ปี เห็นความสแตกต่างอย่างชัดเจนในครั้งที่ 2)
ไปดรีมเวิล์ด :42:/
:08: ผมเคยไปแถวมีนบุรี มีที่หนึ่งน่ากลัวมากๆ ตอนนั้นหลงไปแต่จำไม่ได้แล้ว
นึกได้อีกเรื่องนึงครับ
เมื่อครั้งวัยละอ่อนอยู่ปี 1 ทุกคนในคณะต้องผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่าเซอร์เวย์
(Survey of Thaiart) คือพาไปเที่ยวสุโขทัยโบราณสถานอะไรพวกนั้น 3 วัน
(จริงๆเค้าให้ไปเขียนรูปนั่นแหละ แต่ดันไม่ค่อยเขียนกัน) ป้าแป้งคงจะรู้จักเป็นอย่างดี
ตอนกลางคืน สถานที่ที่เค้าให้เราไปนอนมันจะเป็นวิหาร หรืออาคารนอนอะไรสักอย่าง
ในเขตวัดโบราณสถานสุโขทัย แล้วแน่นอน ของคู่กับการท่องเที่ยว ตจว.คือสุราแปลว่าเหล้า
อาจารย์ก็นั่งซดกันกับนักเรียน พอได้ที่ เลยมีการท้าทายกัน (ตามสูตร) ไปเซอร์เวย์ ออฟ ไทยโกสต์
แต่สุดท้าย รวบรวมได้แค่ 3 คน 1 คือผมนี่ล่ะ อีกคนเป็นศิษย์ธรรมกาย
(มันบอกว่ามันฝึกมา จึงไม่กลัว)อีกคนเป็นผู้หญิง ดูเหมือนมันจะไม่นับถืออะไร
เพราะดันอ่านหนังสือเยอะ (จบสตรีวิทย์ 4.00) และเมาด้วย
จึงถือไฟฉายกระบอกนึง เดินไปแถวสุสาน และเมรุ ไม่เหมือนเมรุเท่าไหร่ แค่ที่เผาศพเฉยๆ
ไอ้เพื่อนผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มอาการท้าทาย จริงๆน่าจะเรียกว่าทักทายมากกว่า
แต่ดันตะโกนทักทาย และพูดเหตุผลเรื่องผี วิญญานห่าเหวอะไรของมันไม่รู้ให้ผีฟัง (ถ้าเค้าฟังกันอยู่น่ะนะ)
ลองนึกดูนะครับ ไปกัน 3 คน ในป่าช้ามืดสนิท ตรงที่ยืนคือที่เผาศพ
ซึ่งอยู่ในบริเวณโบราณสถานเก่าแก่น่ะ แล้วดันมาตะโกนแบบนั้น ทีแรกผมก็หัวเราะครับ
สักพัก อะไรมาดลใจให้เพื่อนอีกคนมันพูดออกมาว่า"เฮ้ย"ไม่รู้ ผมเลยวิ่ง
พอคนนึงวิ่งอุปทานระบาดหมู่ก็วิ่งตามกันป่าราบ :07:
แล้วก็มานั่งหัวเราะกัน เล่าให้เพื่อนฟัง แล้วไอ้ที่ตะโกนนั่นก็ไม่มีอะไรหรอก
ใบไม้ร่วงมันก็หลอนแล้ว :30:
อันนี้น่าจะเป็นไรที่ไปทักทายโดยตรงครั้งเดียว แต่ไม่ยักกะเจออะไรนะครับ
ยกเว้นว่า ไอ้เพื่อนผู้หญิงคนนั้นวันต่อมา เค้าพาไปไหว้เจดีย์ช้างล้อมมันก็มาบ่นๆมึนๆ
อะไรไม่รู้ พูดไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ผีเข้าหรือเมาค้าง
อูยยย ตรงสุโขทัยน่ะชอบมาก ป้าได้เดินถือตะเกียงไปจุดเทียนรอบๆโบราณสถานด้วย..เหมือนวิหารอะไรสักอย่างจำชื่อไม่ได้แล้ว แล้วก็ไหว้พระ นั่งคุยกัน สวยมากกกกกก
ตกดึกหน่อยก็หิ้วเบียร์ไปกินกันที่สะพานแขวนข้ามแม่น้ำ :25: เมาก็นอนดูดาว เคล้าไอหมอกปริ่มๆน้ำ โคตรจะสวยเลย
อุ๊บส์ มันไม่เกี่ยวกับกระจู๋ผีนี่นา :39:
อุตส่าห์อ่านจนจบดันไม่เจอ :08:
เพื่อไม่ให้กลายเป็นจู๋เล่าเรื่องผีจนเกินไป
อยากจะถามว่า.. คุณเชื่อว่า "ผี" "ของคุณ" "เป็นยังไง"
(ทำไมต้องใส่อัญประกาศมันทุกคำวะ)
หมายความว่า ผีที่อยู่ในความนึกคิดของคุณสามารถมีอภิสิทธิ์ อภินิหารได้ระดับไหนน่ะครับ
ใครเข้าใจคำถามช่วยตอบตูที
ไปกันมั้ย อยากไปๆๆ :25:
เอาเฮ้ย ผิดจุ๋ :01: ขอโทษนะครับ โพสซ้ำ พอดี เบลอไปหน่อย โพสผิดจุ๋ :01: :46:
ผี ของผม เป็น จิตวิญญาณสิงสถิตอยู่ในสิ่งของ และเมื่อทำการโอเวอร์โซล ก็จะแปรเปลี่ยนสภาพตามผู้ทำการโอเวอร์โซลครับ :31:
เป็นกลุ่มพลังงาน เป็นภาพวิญญาณของคนที่ตายแล้ว :46:
ทำไมถึงยังมี พลังงาน หลงเหลืออยู่ล่ะครับ
เราเชื่อว่า จิตวิญญาณ มีอยู่จริงใช่มั้ยครับ
เมื่อไม่มีร่างให้ จิตวิญญาณ สิงสถิต แล้ว จิตวิญญาณ จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้เราเห็นได้ยังไงล่ะครับ
ผมล่ะอยากรู้จริงๆ อืม หรือวิญญาณอาศัย โมเลกุลในอากาศ เพื่อปรากฏตัวออกมาให้เห็นเป็นภาพ
กลัวผี แต่ก็ไม่เคยเจอเหมือนกัน
ออก field trip ทางโบราณคดีต่างจังหวัด ก็นอนตามโบราณสถานหรือวัดเกือบจะทุกครั้ง บางครั้งขุดเจอโครงกระดูก หรืออัฐิ (กระดูกที่เผาแล้ว) ก็ต้องเอากลับมาที่พักด้วย ก็ไม่มีอะไร
จูนไม่ติดมั้ง
มีเรื่องเล่าเยอะ พี่ที่อยู่ตามแหล่งโบราณคดีที่เคยเจอ ก็เล่าเหมือนเหตุการณ์ปกติ
พี่ท่านนึงไปประจำอยู่ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่พักก็เป็นอาคารสมัยรัชกาลที่ 4 ทางด้านหลังพิพิธภัณฑ์นั่นแหละ กลางคืนไม่มีใครพักในนั้นนอกจากภัณฑรักษ์ กับยามที่ต้องเฝ้าประตู
วันที่เพิ่งย้ายมาประจำที่นั่นวันแรกๆ เขาก็มาเยี่ยม มายืนอยู่หน้าบ้านครู่นึง แล้วแว่บเดียวก็หายไป
เหมือนพี่ที่ศรีสัชนาลัย ก็จะเคยเห็นคุณยายชุดขาวที่ดูแลเรือนรับรอง ท่านมาเยี่ยม (ให้เห็น) นานๆ ครั้ง
ถามเพื่อนอิสลามบอกว่าไม่มีผี แต่เรียกว่ายิน
..... ในเมื่อคนเราและจิตใจ เกิดจากการทำงานของระบบนิวรอน เมื่อไม่มีพลังงานและตายไปแล้ว จะเอาพลังงานที่ไหนมาเป็นจิตใจรู้นึกคิด...
งั้นผีคืออะไรฟะ :08:
อีกคำถามไงครับ
-คุณกลัวผี มั้ย ?
กลัว
เคยหลอนเพราะคนไข้ มั้ยครับ แบบว่าก่อนสิ้นลม จับมือหมอไว้แน่น แล้ว มองหน้าหมอ อะไรแบบนี้ มีมั้ยครับ :44:
ไม่เคยครับ :08: คนไข้ส่วนใหญ่ตายไม่น่ากลัวในสายตาผม
ถ้าจะไปบ้านผี ไอ้ที่ต้องกลัวไม่ใช่ผีหรอกครับ ควรจะกลัวไอ้พวกที่ซุ่มอยู่ตามบ้านร้างมากกว่า
ครั้งสุดท้ายที่ผมเคยไป(4-5 ปีที่แล้ว) เป็นบ้านร้างแห่งหนึ่งแต่จำที่ไม่ได้นะมันนานแล้ว ขับรถไปกับเพื่อนประมาณ 5-6 คน ไปจอดรถห่างบริเวณบ้านครับ พอกำลังจะเข้าไปใกล้ตัวบ้านก็เห็นแสงไฟฉายโผล่ออกมาจากพงหญ้า ที่ดูๆไม่น่าต่ำกว่า 15 เลยคิดว่าน่าจะมีคนแอบอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 คนพอเข้าไปใกล้ตัวบ้านพวกมันก็รีบดับแสงไฟฉาย ก็เลยคิดว่าท่าทางไม่ดีแล้ว กลับกันดีกว่า จู่ๆก็มีผู้ชายคนนึงลุกออกมาจากพงหญ้า อายุไม่น่าเกิน 20 ดูจากท่าทางแล้ว เด็กแว้นชัวร์ มันก็ออกมาแล้วถามว่าพวกพี่ไม่เข้าไปเหรอครับ พวกผมรอหาคนเข้าไปเป็นเพื่อนมากัน 2-3คนเอง เลยไม่กล้าเข้า เลยบอกมันไปว่าไม่เข้าดีกว่า มันก็พยายามตื้อ
จนผิดสังเกตุ เลยบอกว่าไม่เข้าแล้วจะกลับ อยู่ๆก็มีพวกมันลุกขึ้นมาอีก 5-6คน เดินเข้ามาพูดจากวนตีน
ทำเป็นท้าว่าพวกพี่ไม่กล้าเข้าปอดเหรอครับ แล้วก็พยายามพูดหวานล้อม รุ่นพี่ที่ไปด้วยคนนึงแกเป็น
ตำรวจ ก็เลยเปิดเสื้อแจ็คเกตออกให้เห็นปืน แล้วแกก็บอกว่าพวกพี่เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ(เลยต้องทำเนียนเป็นตำรวจไปด้วยเลย) พวกน้องมีอะไรรึเปล่าท่าทางแปลกๆ ตื้อจะชวนพวกพี่เข้าให้ได้ มันเลยบอกว่าไม่มีอะไรพี่แล้วรีบเดินเข้าไปเลย พี่แกเลยบอกว่ารีบขึ้นรถเลยมึง พวกผมเลยขึ้นรถกลับบ้านเลย
จะไปก็ระวังกันหน่อยนะครับ ไม่งั้นดีไม่ดีจะได้เป็นผีกันซะเอง :01:
อ้างคำพูดจาก: ☆MUMโคตร™☆ เมื่อ 20 ธ.ค. 2006, 01:54 น.
ถ้าจะไปบ้านผี ไอ้ที่ต้องกลัวไม่ใช่ผีหรอกครับ ควรจะกลัวไอ้พวกที่ซุ่มอยู่ตามบ้านร้างมากกว่า
ครั้งสุดท้ายที่ผมเคยไป(4-5 ปีที่แล้ว) เป็นบ้านร้างแห่งหนึ่งแต่จำที่ไม่ได้นะมันนานแล้ว ขับรถไปกับเพื่อนประมาณ 5-6 คน ไปจอดรถห่างบริเวณบ้านครับ พอกำลังจะเข้าไปใกล้ตัวบ้านก็เห็นแสงไฟฉายโผล่ออกมาจากพงหญ้า ที่ดูๆไม่น่าต่ำกว่า 15 เลยคิดว่าน่าจะมีคนแอบอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 คนพอเข้าไปใกล้ตัวบ้านพวกมันก็รีบดับแสงไฟฉาย ก็เลยคิดว่าท่าทางไม่ดีแล้ว กลับกันดีกว่า จู่ๆก็มีผู้ชายคนนึงลุกออกมาจากพงหญ้า อายุไม่น่าเกิน 20 ดูจากท่าทางแล้ว เด็กแว้นชัวร์ มันก็ออกมาแล้วถามว่าพวกพี่ไม่เข้าไปเหรอครับ พวกผมรอหาคนเข้าไปเป็นเพื่อนมากัน 2-3คนเอง เลยไม่กล้าเข้า เลยบอกมันไปว่าไม่เข้าดีกว่า มันก็พยายามตื้อ
จนผิดสังเกตุ เลยบอกว่าไม่เข้าแล้วจะกลับ อยู่ๆก็มีพวกมันลุกขึ้นมาอีก 5-6คน เดินเข้ามาพูดจากวนตีน
ทำเป็นท้าว่าพวกพี่ไม่กล้าเข้าปอดเหรอครับ แล้วก็พยายามพูดหวานล้อม รุ่นพี่ที่ไปด้วยคนนึงแกเป็น
ตำรวจ ก็เลยเปิดเสื้อแจ็คเกตออกให้เห็นปืน แล้วแกก็บอกว่าพวกพี่เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ(เลยต้องทำเนียนเป็นตำรวจไปด้วยเลย) พวกน้องมีอะไรรึเปล่าท่าทางแปลกๆ ตื้อจะชวนพวกพี่เข้าให้ได้ มันเลยบอกว่าไม่มีอะไรพี่แล้วรีบเดินเข้าไปเลย พี่แกเลยบอกว่ารีบขึ้นรถเลยมึง พวกผมเลยขึ้นรถกลับบ้านเลย
จะไปก็ระวังกันหย่อยนะครับ ไม่งั้นดีไม่ดีจะได้เป็นผีกันซะเอง :01:
:22: มีเพื่อนแล้ว :43:
แก้แล้ว :11:
แก้แล้วเหรอ :27:
ไหนๆ
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 20 ธ.ค. 2006, 01:32 น.
..... ในเมื่อคนเราและจิตใจ เกิดจากการทำงานของระบบนิวรอน เมื่อไม่มีพลังงานและตายไปแล้ว จะเอาพลังงานที่ไหนมาเป็นจิตใจรู้นึกคิด...
งั้นผีคืออะไรฟะ :08:
ฉายซ้ำหลายรอบแล้ว แต่จะฉายอีก เผื่อใครยังไม่เคยฟัง
คำตอบว่าตายแล้วไปไหน ตายแล้วเป็นอะไรที่ดีที่สุดที่เคยได้ยินนะครับ
ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชา สุภัทโธ วัดหนองป่าพงษ์ (และเป็นผู้ก่อตั้งวัดป่านานาชาติด้วย)
ได้ไปเทศน์ที่อเมริกา มีฝรั่งคนนึงถาม
"ท่านว่า ศาสนาพุธมีคำตอบเรื่องชีวิตทุกอย่างใช่ไหม"
"โยมต้องการถามอะไรหรือ"
"ผมต้องการทราบว่า ตายแล้วไปไหน?"
หลวงพ่อชานิ่ง ชี้ไปที่เปลวเทียนที่จุดอยู่ตรงหน้า
"โยมเห็นไฟนี่ไหม"
"เห็นครับ"
หลวงพ่อ โบกมมือวูบ เทียนดับ พรึ่บ และว่า
"แล้วไฟมันหายไปไหน โยมรู้ไหม"
:31:
รู้สึกเป็นคำตอบที่ดีมากคำตอบนึงเลย
สุดยอด!!! :46:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 20 ธ.ค. 2006, 18:25 น.
ฉายซ้ำหลายรอบแล้ว แต่จะฉายอีก เผื่อใครยังไม่เคยฟัง
คำตอบว่าตายแล้วไปไหน ตายแล้วเป็นอะไรที่ดีที่สุดที่เคยได้ยินนะครับ
ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชา สุภัทโธ วัดหนองป่าพงษ์ (และเป็นผู้ก่อตั้งวัดป่านานาชาติด้วย)
ได้ไปเทศน์ที่อเมริกา มีฝรั่งคนนึงถาม
"ท่านว่า ศาสนาพุธมีคำตอบเรื่องชีวิตทุกอย่างใช่ไหม"
"โยมต้องการถามอะไรหรือ"
"ผมต้องการทราบว่า ตายแล้วไปไหน?"
หลวงพ่อชานิ่ง ชี้ไปที่เปลวเทียนที่จุดอยู่ตรงหน้า
"โยมเห็นไฟนี่ไหม"
"เห็นครับ"
หลวงพ่อ โบกมมือวูบ เทียนดับ พรึ่บ และว่า
"แล้วไฟมันหายไปไหน โยมรู้ไหม"
:31:
รู้สึกเป็นคำตอบที่ดีมากคำตอบนึงเลย
:12:
ผมลองคิดเล่นๆดูนะครับ :42: ว่า สมมติว่าถ้าหลวงพ่อท่านรู้ว่า ไฟหายไปไหนหลังจากดับแล้ว ....
แล้ว ทำไมท่านถึงไม่บอกฝรั่งคนนั้นไป...
ผมคิดว่าคงเป็นเพราะ ถึงแม้ท่านจะบอกไป ฝรั่งคนนั้นก็คงไม่เชื่อท่าน
เพราะมันอาจจะฟังดูไม่มีเหตุผล และไม่สามารถพิสูจน์ได้ ด้วยความรู้ ด้วยวิทยาศาสตร์ หรือด้วยอะไรต่างๆนาๆ........
ท่านเลยเลือกที่จะบอก แบบนั้น......
เราต้องยอมรับว่าหลายอย่างเกินปัญญามนุษย์จริงๆ........
ส่วนตัวผมแล้ว คิดว่า
"ธรรม สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาตร์ แต่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ธรรม ได้หมด"
ดังนั้น สิ่งที่เราไม่รุ้ และพิสูจน์ไม่ได้ มีอีกเยอะแยะ ............ รวมถึงวิญญาน ด้วย
:45:
แต่วิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ไบเบิ้บได้ทั้งเล่มเลยนะ :40: ลองดูซิ
แต่ถามว่ากลัวมั้ยผีหน่ะกลัวมั้ย
คำตอบ กลัวค่ะ :33:
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้ว เมื่อ 20 ธ.ค. 2006, 20:40 น.
แต่วิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ไบเบิ้บได้ทั้งเล่มเลยนะ :40: ลองดูซิ
แต่ถามว่ากลัวมั้ยผีหน่ะกลัวมั้ย
คำตอบ กลัวค่ะ :33:
กระเปิ๊ปกระป๊าปจริงๆ {หมีโหด}
No comment {หมีโหด}
สิ่งที่เราเห็นได้ด้วยตา ไม่ได้หมายความว่าจะมีอยู่จริงเสมอไป
และสิ่งเรามองไม่เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีจริง
หนูก็ว่าเหมือนกันแหละ ว่าตัวเองกระเปิ๊ปกระป๊าบ มือไวใจเร็ว กดโอเคไวไปนิด ขอโทษค่ะ :40:
แต่ก็น่ารักใช่มั้ยย :33:(ไม่มีใครชม ชมตัวเองก็ได้ :11:)
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 20 ธ.ค. 2006, 22:41 น.
สิ่งที่เราเห็นได้ด้วยตา ไม่ได้หมายความว่าจะมีอยู่จริงเสมอไป
และสิ่งเรามองไม่เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีจริง
เป็นเหตุผลของคนตดในห้องแล้วโดนจับได้
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 20 ธ.ค. 2006, 22:47 น.
เป็นเหตุผลของคนตดในห้องแล้วโดนจับได้
ตดอำมหิต คือตดไม่มีเสียง
:41:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 20 ธ.ค. 2006, 18:25 น.
หลวงพ่อ โบกมมือวูบ เทียนดับ พรึ่บ และว่า
"แล้วไฟมันหายไปไหน โยมรู้ไหม"
คมกริบเลย :46:
:01: ตี หนึ่งแล้ว นะครับ ผมขอขุดจุ๋นี้มาเพื่อหลอน ทุกคน............ :44:
เมื่อกี้ เจอของดีเข้าให้ ครับ มายืนอยุ่หน้าบ้าน 5555 ที่ไหนได้ตากผ้าทิ้งไว้ จิตคนคิดไปเรื่อยจริงๆครับ....................
บ้านทำซักรีด ผ้าเต็มบ้านแต่เวลาตื่นมากลางคืนก็ยังหลอนผ้าลูกค้าอยู่ นึกว่าคนมายืน :14:
ตอนสมัยอยู่หอ เพื่อนเอาชุดที่เสื้อและกางเกงติดกันไปแขวนตากบนต้นไม้ ลงมาฉี่ชั้นล่างนึกว่าคนผูกคอตาย :14: :14: :14:
ขวัญอ่อนจริง :34:
ก็ในเสื้อผ้าที่แขวนนั่น ยังมีคนใส่มันอยู่
:14:
ตึ่งโป๊ะ!
:30:
อ้างคำพูดจาก: กุหลาบแก้ว เมื่อ 20 ธ.ค. 2006, 20:40 น.
แต่วิทยาศาสตร์ สามารถพิสูจน์ไบเบิ้บได้ทั้งเล่มเลยนะ :40: ลองดูซิ
แต่ถามว่ากลัวมั้ยผีหน่ะกลัวมั้ย
คำตอบ กลัวค่ะ :33:
เถียงครับ :07: :01: เรื่องศาสนาผมว่าอย่างเอามาเถียงกันดีกว่า
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 23 ธ.ค. 2006, 17:47 น.
เถียงครับ :07: :01: เรื่องศาสนาผมว่าอย่างเอามาเถียงกันดีกว่า
ว่าจะลุยแล้ว :46:
่
อ้างอิงมงคลของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เมื่อทรงแสดงแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถหาเหตุผลมาลบล้างได้ แม้ พระองค์จะทรงเปิดโอกาส ให้คัดค้านวิพากษ์วิจารณ์ได้ตลอดเวลา ดังความในบทสรรเสริญพระธรรมคุณ ที่ว่า "เอหิปัสสิโก เชิญมาพิสูจน์เถิด"
:46:
สาธุ :46:
:46:ก้อย่างเราก้กัวเพราะว่าเคยโดนผีอำตอนนอนรัยเงี้ย ที่บ้านอีก :16:
แย่จัง :05:
ใช้ภาษาให้ถูกหน่อยนะครับ :42:
อันนี้เป็นอาการหลอน
ด้วยความว่าคิดถึงไอโน้ต.มาก
เลยไปอ่านสเปซมัน แล้วเม้นท์ทิ้งไว้
บอกให้มันมาให้หวยหน่อย
แว๊บบบบเดียว ได้ยินเสียงประตูห้อง :14:
เมิงมาหากูจริงๆหรอวะ????? :14: :14: :14:
จริง :31:
ลั่นว่านะ .. ไอ่คนที่เจอหนึ่งครั้ง แล้วมันก็จะเจออยู่เรื่อยๆ ..
ส่วนไอ่คนไม่เจอเลยมันก็จะเคยเจอเลย ... :46:
ส่วนลั่นไม่เคยเจอนะ ... เคยเจอแต่ที่เราเห็น แต่เพื่อนเราไม่เห็น เช่น
เห็น บ้านพักอีกหลังหนึ่ง ทั้งๆ ที่ คนอื่นไม่เห็น
เห็นห้อง อีกห้องหนึ่งซึ่งมันไม่มี
ประมาณนั้นนะ
ส่วนเพื่อนลั่น... เป็นความซวยของชีวิตมาก ..
เวลาไปไหน ก็เจอผีตลอด .. จนมันชินนะ
เวลาถ่ายรูป ก็จะมีคนเพิ่มมาอีกคนตลอด ในต่างสถานที่นะ
บางทีนอนอยู่ ก็มานอนอยู่ข้างๆ ก็มี ..
ถามเพื่อนเรากลัวมั้ย .. มันบอกไม่กลัว {หมีโหด}
อาจารย์ปิงเคยเล่าให้ฟังว่า ..
มีผีอยู่ตนนึง .. เป็นผีผู้หญิงนะ
ชอบมามีอะไรกันกับผู้ชายโสดคนหนึ่ง ในเกือบทุกๆค่ำคืน
อยากรู้จริงๆ ว่าชายผู้นั้นจะ ... :44:
พิมพ์จู๋นี้แล้วเสียวสันหลังวูบวาบว่ามั้ย?
อ้างคำพูดจาก: ลั่นทม เมื่อ 25 ธ.ค. 2006, 13:21 น.
บางทีนอนอยู่ ก็มานอนอยู่ข้างๆ ก็มี ..
โหววว อันนี้อย่างน่ากลัว :38:
ผีง่วง :38:
สมัยนี้เค้ายังมีการไปค่าย ทดสอบความกล้ากันอีกไหมครับ
คือ เคยไปมาสมัย ม.ไหนแล้ว จำไม่ได้ ประมาณว่าไปเข้าแค๊มธรรมดาๆ นี่แหละ
แถวๆ ป่าใน จ.ตรัง แล้วข้างๆ ที่พัก เค้าเล่ากันว่า เป็นสุสาน หรือ อะไรเก่าๆนี่แหละ
ไม่แน่ใจแล้ว :42: ก็เล่นนู่นเล่านี่ บิ๊วอารมณ์ให้กลัวกัน แล้วพอตอนกลางคืน เค้าก็พาเดิน
เข้าไป แถวๆที่เค้าเล่ามา ไปกันทั้งหมดเป็นกลุ่มใหญ่
แล้ว ระหว่างเดิน เค้าก็จุดธูปไปเรื่อยๆ ปักไปตามทาง เรา ก็สงสัยว่าปักทำไม สวยดีมั้ง
(ตอนนั้นยัง เด็ก ไม่สงสัยอะไร :38:) เดินไปซะไกล จนเริ่มเหนื่อย เค้าก็หยุด แล้วก็บอกว่า
:42: :"เอ๋า ใครมีไฟฉายบ้าง"
:31: : เราก็ยกมือกัน :31:/ :31:/ :31:/ {หมีโหด}/
:42: : "มีไฟฉายเอามาไว้นี่เลย :33:
:31: : :25:
:42: :"เอ๋า เดินกลับกันทีละคน"
:31: : :14:
มืดสนิท สนิทจริงๆ เห็นแต่แสงธูป เป็นทางยาว :14:
ไปเป็นคนที่ 7-8 ก่อน หน้านั้น ได้ยิน เสียงเพื่อน(ผช )คนที่ไปก่อน กรี๊ดด มาจากที่ใดที่หนึ่ง ไกลๆ :42:
จนถึงคิวตัวเอง
:42: จบดีกว่า
โหวววว โหดอ่ะ ให้เดินกลับทีละคนรึ
ของป้าแค่เดินแตะหลังเพื่อนแบบขบวนรถไปไปเรื่อยๆหัวใจจก็จะวายอยู่แล้วววว :14:
ไฟฉาย ก็ไม่ให้ ใจร้ายอ้ะ :23:
ตอนเป็นทหาร เข้าค่ายในป่า
แล้วทดสอบความกล้าด้วยการเดินผ่านป่าช้าสุดเฮี้ยนในวัด
ตูออกเดินคนท้ายๆ เลย (เขาสุ่มเรียกชื่อเอา)
เนื่องจากผีคงเหนื่อยหมดแล้ว เลยไม่เจอสักตน :30:
ตูนี่แหละ นั่งชักผีขึ้นๆ ลงๆ อยู่ :01:
ซุ่มในป่า ยุงก็กัด พอทหารเริ่มมาถี่ มันเห็นกันแล้วก็ไม่กลัวแล้ว
ไม่กลัวไม่ว่า เสือกกวนตีน น่ากลัวๆ จังเลยๆ
แหม... อยากออกไปถีบจริงๆ :39:
:30: :30: :30:
พี่โอ้เอ้ ตัวใหญ่ไปนี่นา เป็นผีไม่เหมาะ
แล้วตกลงทำไมเราต้องกลัวผี :42:
ไม่รุ้ซิ :42:
เวลา เดินผ่านป่าช้า วังเวงจนต้องวิ่ง ก็ไม่เคยถามเหตุผลกับตัวเองว่าทำไมถึงวิ่ง
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 25 ธ.ค. 2006, 14:40 น.
ตูนี่แหละ นั่งชักผีขึ้นๆ ลงๆ อยู่ :01:
ซุ่มในป่า ยุงก็กัด พอทหารเริ่มมาถี่ มันเห็นกันแล้วก็ไม่กลัวแล้ว
ไม่กลัวไม่ว่า เสือกกวนตีน น่ากลัวๆ จังเลยๆ
แหม... อยากออกไปถีบจริงๆ :39:
:30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30: :30:
:30: :30: :30: :30:
ไม่ต้องชักผีหรอก กระโดดจ๊ะเอ๋เลยครับ :42:
:11:
:07: ว่าพี่เอ้เหมือนผีได้ไง
การกลัวผีนี่ เป็นปัญหาจนถึงกับต้องบรรจุเป็น
หลักสูตรการฝึกทหารในกองทัพของประเทศนี้เลยแฮะ
ประเด็นนี้น่าคิดๆ
หมายถึง ผมไม่คิดว่า การฝึกทหารในประเทศฝรั่งจะมีน่ะครับ
แสดงว่าคุณผีได้รับการยอมรับในกองทัพหรือครับ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก
แล้วที่พี่เอ้ไปทำนั่น มันคือยังไงเหรอครับ อยากรู้จริงๆนะ
รูปผีหรืออะไร แล้วไปซุ่มหลอกแบบไหน คนเยอะ แถมบอกว่าทดสอบเรื่องความกล้า
ชัดเจนเสียขนาดนั้น ใครมันจะไม่เตรียมใจไว้ก่อน หรือคิดไว้ก่ิอนว่าเป็นเรื่องเตรียมไว้ล่ะ
หรือเค้าสร้างสถานการณ์เนียน :09:
เอาล่ะ เล่าคร่าวๆ แล้วกัน
ถึงตูจะอยู่ในกลุ่มครูฝึกทหารใหม่ แต่ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมาก
ไปในฐานะร้านค้ากองร้อย
เค้าเรียกการฝึกนี้ว่า "การทดสอบกำลังใจ"
การฝึกนี้ "ไม่ใช่การหลอกผี" เพียงอย่างเดียว
การฝึกนี้ความจริงจะเป็นการเก็บเงียบไว้ ไม่ให้มีข่าวออกมาก่อน
แต่ก็มีหลุดรอดมาบ้าง จากการอกเล่าของทหารรุ่นพี่
การฝึกคือการให้ปฏิบัติภาระกิจ
โดยกำหนดให้ "ความกลัว" เป็นอุปสรรคของภาระกิจ
หน้าที่ทหารคือประฏิบัติภาระกิจให้สำเร็จ
โดยทหารจะถูกเรียกจากที่พักทีละคู่ ขณะที่นอนหลับอยู่
โดยการสุ่มให้มารับภาระกิจ
เริ่มจากรับเข้าพบจ่าเวร เพื่อรับทราบภาระกิจ
และเริ่มด่านแรกด้วยการฝึกประสาทสัมผัส ด้วยการล้วงไห :42: (เหมือนลูกเสือเลย)
ภาระกิจในที่นี้คือ การเขียนชื่อตัวเองลงบนกระดาษ แล้วนำไปใส่ไว้ในเมรุ
โดยบอกแค่เพียงให้เดินตามแสงไฟที่ตั้งไว้เป็นจุด ตลอดทางเดิน
หน้าที่ครูฝึกคือ ทำให้ทหารเหล่านั้นกลัว ระแวง เพื่อให้ไม่สามารถทำตามภาระกิจได้ครบ
ตอนตูเป็นครูนั้น คือทำหุ่นผีผ้าขาว เอาแขวนไว้บนยอดไว้ แล้วต่อรอกเพื่อดึงขึ้น ปล่อยลงได้
พอทหารผ่านมาในจุดที่กำหนดไว้ ก็ปล่อยเชือกลงมา ให้หล่นตรงหน้าทหาร :42:
(ทหารรุ่นเดียวกับแอน มีลงไปชักกับพื้นคนนึงด้วย เล่นเอาตูกับจ่าเสียขวัญเลย กลัวมันช็อคตาย :44:)
ผ่านจุดนี้ไปก็จะเดินเข้าในเมรุ ก็จะมีครูอีกกลุ่มนึงรออยู่ คอยดึงโลงให้ขยับ
ดึงให้ต้นไม้ล้ม โยนถาดให้เสียงดัง ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรก็ได้ ที่ทำให้ทหารลนลาน จนลืม
ทหารต้องเขียนชื่อในกระดาษที่มีให้ แล้วยื่นมือไปในช่องเตาเผา แล้ววางกระดาษลงในพานข้างใน
จังหวะที่กำลังวางนี่แหละ ถาดจะหล่น เสียงสนั่น!! ถ้าขวัญอ่อน กระดาษมักไม่อยู่บนพาน :43:
เสร็จสิ้นภาระกิจ ให้นอนอยู่ในเมรุ รอจนกว่าทุกคู่จะมาครบ
เมื่อครบแล้วถึงจะเปิดไฟ แล้วสรุปภาระกิจ ใครไม่มีชื่อตามจุดต่างๆ และชื่อในพาน โดนแดก!
และโดนแดกพร้อมเพรียงกันทุกคน ถือว่าภาระกิจล้มเหลว
ซึ่งตอนโดนแดกนี่ล่ะ น่ากลัวที่สุดเลย กลางวันก็ฝึก กลางคืนยังมาเล่นแบบนี้ ไม่ได้นอนอีก :39:
ปล. รุ่นตูกับรุ่นแอนนี่ฝึกไม่ค่อยเหมือนกัน
อย่างด่านที่ว่าด้านบนกว่าตูจะออกมาจากเมรุก็เกือบหกโมงเช้าแล้ว
ของแอนประมาณ ตีสองเองมั้ง
ด่านนี้ไม่ได้แดกตูหรอก ตูไม่กลัว(แบบออกนอกหน้า)
อีกอย่างคู่บัดดี้ตูเป็นอิสลาม :30:
สรุป คือการฝึกปฏิบัติภาระกิจ แต่เอาเรื่องความกลัวมาเป็นอุปสรรค ซึ่งเรื่องผี ก็เป็นอะไรที่ยอมรับว่าหลายคนกลัว :42:
อ้าว เขาให้ไปเป็นคู่เหรอ
ทำไมตอนตูไปถึงได้ไปคนเดียวฟะ :44:
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 26 ธ.ค. 2006, 13:21 น.
(ทหารรุ่นเดียวกับแอน มีลงไปชักกับพื้นคนนึงด้วย เล่นเอาตูกับจ่าเสียขวัญเลย กลัวมันช็อคตาย :44:)
ผมนั่งรอเรียกอยู่ครับ
อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนแบบกลัวที่สุดในชีวิตดังลั่นขึ้นมา "เหวออออออออออออ~~~!!!!"
ไอ้พวกที่นั่งรอด้วยความกลัวก็กลัวกันไป ไอ้พวกที่ไม่กลัวก็นั่งขำกัน :30:
จัดทริปแบบนี้กันมั่งดีมั๊ยครับ :25:
เห็นว่ายังกลางวันแสกๆ เลยเข้ามาดูจู๋นี้ :46:
ไม่กลัวผี เพราะเห็นหน้า {หมีโหด}ทุกวันๆ :46:
:31:
อร๊ากกกกกกกกกกก
หมี {หมีโหด}อย่าฆ่าเราเลยนะ :44:
เป็นอะไรมากมั้ยครับ
:39:
อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 26 ธ.ค. 2006, 14:47 น.
เป็นอะไรมากมั้ยครับ
:39:
แหะๆ นิดนึงน่ะ กลัวโดนหมีฆ่า เดี๋ยวจะกลายเป็นผีซะเอง :44:
คำก็หมี สองคำก็หมี
เรามีชีวิตเพื่อตัวเองดีไหมครับ
:39: พี่แอนเป็นไรคะ
เอือมหมี {หมีโหด}
อ๊ะล้อเล่น :33:
หรือว่าจริง
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 26 ธ.ค. 2006, 16:58 น.
พี่โอ้เอ้อะ :05:
จำนวนอีโมหมีที่ยุ่งเล่นอาจจะแซงหน้าจำนวนโพสต์ไปแล้วหล่ะมั้ง :02:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 ธ.ค. 2006, 13:36 น.
อ้าว เขาให้ไปเป็นคู่เหรอ
ทำไมตอนตูไปถึงได้ไปคนเดียวฟะ :44:
ผมนั่งรอเรียกอยู่ครับ
อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนแบบกลัวที่สุดในชีวิตดังลั่นขึ้นมา "เหวออออออออออออ~~~!!!!"
ไอ้พวกที่นั่งรอด้วยความกลัวก็กลัวกันไป ไอ้พวกที่ไม่กลัวก็นั่งขำกัน :30:
น่าสนุก :30:
แล้วมีแบบกรี๊ดโป๊ะแตกเลยไหมครับ
(หรือเค้าเรียกว่าอะไรนะ แอ็บแตก แต็ปแตกอะไรทำนองนี้แหละ)
ไอ้คนที่ลงไปดิ้นนั่นแหละ ฮาสุดแล้ว
ตอนปกติดูแข็งแรงแมนๆ เลย โดนหลอกซะเก็กหลุด :30:
ปัจจุบันนายคนนั้นเค้าเป็นบ้างคะ :39:
ได้ข่าวว่ามาทำเว็บ อะไรซักอย่างนี่แหละ :42:
แถมหน้าเขียว+ตูดขาวด้วยครับ :39:
เสียดาย มีอาหารอยู่ตรงหน้าทำไมคนอื่นๆไม่เหลียวแลนะ :27:
กลัวผี :05:
:30: :30: :30:หมีห์ {หมีโหด}
เหมือนกิ้วเมื่อก่อนเลย :39:
:30: :30: :30: :30: :30: