เป็นนิทานภาพดีๆ ข้อคิดโดนๆ
ลองอ่านดูนะ
[/b]
(http://img.f0nt.com/image/14763.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14764.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14765.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14766.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14767.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14768.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14769.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14770.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14771.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14773.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14774.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14775.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14776.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14778.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14779.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14780.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/14782.jpeg)
:08: โห เล่นแสกนมา ขนาดนี้เลยเหรอ แต่ก็ยังอ่านไม่ค่อยออกอยุ่ดี .....
:05:
เศร้า
รอโหลดบานเลย
กว่าจะอ่านจบ ตาแทบบอด
โรแมนติกดีครับ (+1)
(ยกเว้นประโยคสุดท้ายในนิทาน)
เดี๋ยวค่อยอ่านครับ
โหลดโคตรหนักเลย :08:
//อ่านแล้วครับ
นึกสงสารคนทำหนังสือเหมือนกันที่โดนเอามาแจกทั้งเล่มแบบนี้
ป.ล.สังหรณ์ใจว่าต้องเป็นต้นฉบับจากญี่ปุ่น แล้วก็ใช่จริงๆ ด้วยเพราะที่นั่นเขานับเลขหลักหมื่นกัน
(http://img.f0nt.com/image/14793.jpeg)
เคยอ่านเป็นหนังสือแล้วค่ะ แต่ก็ขอบคุณ :22:
ปล. รู้ไหมพารากอนห้ามจดข้อมูลหนังสือนะ ตูโดนมาแล้ว ทีหลังกรุณาปักป้ายด้วยนะคะ :39:
หมายถึงร้านไหนในพารากอนเหรอครับ :09:
ร้านMKไงครับ.... ห้ามจดเมนูออกมา :30:
:30:.............. :39:
ใช่ครับ วันนั้นไปนั่งกิน ขนาดเบอร์พนักงานยังไม่ยอมให้จด ออกมาเลย
ยังไม่ได้อ่านค่ะ ลืมแว่นตาไว้ในรถ
ต้องเข้าไปในรถเหรอครับ ถึงจะอ่านได้ หรือ ต้องเอาแว่นตาออกมา เอ๊ะ !! อย่างไหน ดีกว่ากันครับ... :40:
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 25 พ.ย. 2006, 21:17 น.
หมายถึงร้านไหนในพารากอนเหรอครับ :09:
ไม่แน่ใจว่าร้านชื่ออะไรแต่เป็นตรงที่ยึดครองซีกหนึ่งของชั้นไปเลยน่ะ อยู่ประมาณชั้น4 หรือ 5 ขึ้นบันไดเลื่อนกลมๆ ไปปั๊บร้านอยู่ทางซ้าย
พนักงานเขาเดินเข้ามาสะกิด บอกว่า น้องครับ ห้ามจดข้อมูลหนังสือไปนะครับ
มันมียังงี้ด้วยเหรอ ไม่เข้าใจ :08:
:05: :05: เศร้า
ขอบคุณค่ะ สนุกดี :25:
เรื่องแจ๋วครับ
แต่สงสารคนทำหนังสือนะ :08:
อ้างคำพูดจาก: kroonid เมื่อ 25 พ.ย. 2006, 21:22 น.
ยังไม่ได้อ่านค่ะ ลืมแว่นตาไว้ในรถ
อายุปูนนี้แล้วก็สายตายาวเป็นธรรมดาใช่ไหมครับครูป้านิด :22:
(อ่านไม่เห็นแล้วยังจะปั่นนะ :30:)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 พ.ย. 2006, 22:06 น.
อายุปูนนี้แล้วก็สายตายาวเป็นธรรมดาใช่ไหมครับครูป้านิด :22:
(อ่านไม่เห็นแล้วยังจะปั่นนะ :30:)
คาดว่าสายตาสั้นนะคะ
ถ้าสายตายาว ไม่ต้องใส่แว่น นั่งดูหน้าคอมคงชัด
สายตายาวคือโรคที่มองใกล้ไม่ชัดแต่ยังมองไกลยังชัดครับ {หมีโหด}
สายตายาว
1. คือการมองถึงอนาคต ข้างหน้า หรืออาจเรียกว่า วิสัยทัศน์ ก้าวไกล
2. .....อุ้ย!! ผิดจู๋ :43:
พยายามอ่านแล้ว จับใจความได้
"มีแมวตัวหนึ่งมีชีวิตอยู่ถึง 100 หมื่นปี
แมวน้อยเคยเมามาแล้ว 100 หมื่นครั้ง"
จะพยายามอ่านต่อค่ะ
โถ โถ โถ....
ผมจะเอาใจช่วยครับ
:16:
:11: พี่แอนอย่า ทำตัวเป็นพระเอกเลยน่า
ครูนิดครับ สู้ๆนะครับ :25:
จะพยายามซึ้ง {หมีโหด}
สรุปคือมันโสดมาตลอด หมื่นชาติเหรอ :42:
ซึ้งแล้ว :05:
เคยเห็นสมัยประถม
เรื่องนี้มันราคาแพงไม่ใช่รึ
ไม่ชอบเห็นสัตว์ร้องไห้้ :07:
:05:
เอาจริงๆ คือ ตูเข้าไม่ถึงกะนิทานโรแมนติกอะไรพวกนี้ว่ะ :30:
เพราะเจอเนือ้หาที่มันเล่าซ้ำๆ กันก็กดผ่านมาเลย มาดูไคลแมกซ์เลย
แล้วก็สงสัยด้วยว่า แมวมันเกิดมาล้านชาติเนี่ย
ถ้าอายุแมว 1 ชาติคือ 12-15 ปี โดยเฉลี่ย แบบตายปั๊บเกิดเลยน่ะ
มันก็ต้องผ่านโลกมา 15 ล้านปีแล้วสิ
แล้วสมัยนั้น แมว .. มันหน้าตาเป็นยังไงวะ
เป็นมิติคู่ขนานรึเปล่าครับ :08:
:42: เป็นไงเหรอ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 พ.ย. 2006, 22:41 น.
เอาจริงๆ คือ ตูเข้าไม่ถึงกะนิทานโรแมนติกอะไรพวกนี้ว่ะ :30:
เพราะเจอเนือ้หาที่มันเล่าซ้ำๆ กันก็กดผ่านมาเลย มาดูไคลแมกซ์เลย
แล้วก็สงสัยด้วยว่า แมวมันเกิดมาล้านชาติเนี่ย
ถ้าอายุแมว 1 ชาติคือ 12-15 ปี โดยเฉลี่ย แบบตายปั๊บเกิดเลยน่ะ
มันก็ต้องผ่านโลกมา 15 ล้านปีแล้วสิ
แล้วสมัยนั้น แมว .. มันหน้าตาเป็นยังไงวะ
เป็นแบบใน อักษรภาพอิยิปต์ หล่ะมั้งพี่แอน
เพราะแมว เค้าว่ามีต้นกำเนิดมาจากทางนั้น
ชาติ สุดท้าย แมวตัวนั้นคงเกิดในยุค พระศรีอาริยเมตไตร สงสัย คง หลุดพ้น เรียบร้อยแล้ว :43: นรกอยุ่แค่เอื้อมแล้วตู
แมวดำใช่มั้ยเจ๊
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 25 พ.ย. 2006, 22:44 น.
เป็นแบบใน อักษรภาพอิยิปต์ หล่ะมั้งพี่แอน
เพราะแมว เค้าว่ามีต้นกำเนิดมาจากทางนั้น
ประวัติศาสตร์ของแมว (http://www.judithstock.com/Speaking_of_Animals/History_of_Cats/history_of_cats.html)มันเกิดมาไม่เกิน 9500 ปีเองนะ
ย้ายจู๋ ด่วน แตกหน่อ ประวัติศาสตร์แมว...
+ 1 เลยน้อง พี่ชอบอ่านนิทาน :22:
มันบอกว่ามีอายุ100หมื่นปี
เกิดมา100หมื่นชาติ
บางชาติอายุมากกว่า1ปี เพราะ
ชาติที่เกิดเป็นแมวหญิงแก่ มันแก่ตาย
ชาติที่เกิดเป็นแมวกะลาสี มันได้ไปหลายที่หลายแห่ง(น่าจะอายุเกินปี)
แปลว่าบางชาติอายุไม่ถึงปี
อ่านเอาจินตนาการ อ่านจับอารมณ์โรแมนติก
เหตุผลเชิงตรรกะไม่ถือสำคัญครับ :22:
เวลามันซ้อนทับกันได้นะ
เพราะอวกาศบิด
คืออะไร อ่ะคะพี่อ๋าห์ อยากรู้ :25:
อวกาศบิดไงครับ
ขี้รั่วกันทั้งจักรวาล
:08:
เอะอะก็วกเข้าเรื่องขี้ :27:
นิทานสำหรับเด็ก
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 12:18 น.
อวกาศบิดไงครับ
ขี้รั่วกันทั้งจักรวาล
เขาหมายถึงBit Space
ที่ไว้โหลดหนัง :30:
อ้างคำพูดจาก: ShoGun เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 11:45 น.
คืออะไร อ่ะคะพี่อ๋าห์ อยากรู้ :25:
อ้างอิงอวกาศโค้ง
ตามทฤษฎีของไอน์สไตน์ แรงโน้มถ่วงมีผลทำให้อวกาศและเวลา " โค้ง" ความหมายของมันก็คือ เรขาคณิตสามัญของยูคลิดไม่อาจใช้ได้อีกต่อไปในอวกาศซึ่งโค้ง ดังเช่นที่เรขาคณิต 2 มิติของพื้นผิวราบไม่อาจใช้ได้กับผิวของทรงกลม
ยกตัวอย่างเช่น บนพื้นราบเราอาจจะเขียนรูป 4 เหลี่ยมจตุรัสได้โดยลากเส้นตรงยาว 1 เมตร 1 เส้น ทำมุม 90 องศาที่ปลายข้างหนึ่งลากเส้นอีก 1 เส้น ยาว 1 เมตรจากนี้โยงปลายเส้นตรงที่เหลือเข้าด้วยกันก็จะได้รูป 4 เหลี่ยมจตุรัส
อย่างไรก็ตามบนพื้นผิวของทรงกลมวิธีการเช่นนี้ใช้ไม่ได้ เนื่องจากกฎเกณฑ์ของเรขาคณิตแบบยูคลิดใช้ไม่ได้กับผิวโค้ง ในทำนองเดียวกัน เราอาจกล่าวได้ว่าอวกาศซึ่งโค้งเป็น 3 มิตินั้นจะใช้ทฤษฎีเรขาคณิตของยูคลิดกับมันไม่ได้อีกต่อไป
ในทฤษฎีของไอน์สไตน์กล่าวว่า อวกาศซึ่งเป็น 3 มิติจะถูกทำให้โค้งโดยสนามความโน้มถ่วงของวัตถุที่มีมวลสูงเมื่อใดก็ตามที่วัตถุมีมวลอยู่สูงเช่น ดาวฤกษ์ หรือดาวเคราะห์ อวกาศรอบๆ มันจะถูกทำให้โค้งและความโค้งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับมวลของวัตถุนั้นๆ
ในเมื่ออวกาศไม่อาจแยกออกจากเวลาได้ในทฤษฎีสัมพัทธภาพ เวลาก็เช่นเดียวกันถูกอิทธิพลของวัตถุซึ่งปรากฎอยู่ทำให้เวลาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่แตกต่างกันในส่วนต่างๆ ของจักรวาล
ดังนั้นทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ได้ลบล้างแนวคิดเรื่องอวกาศและเวลาที่สัมบูรณ์ไปอย่างสิ้นเชิง มิใช่แต่เพียงการวัดค่าต่างๆเกี่ยวกับอวกาศ เวลาขึ้นอยู่กับการกระจายตัวของวัตถุในจักรวาล และความคิดเรื่อง "อวกาศที่ว่างเปล่า" ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีความหมายด้วย
โลกทัศน์เชิงกลจักรของฟิสิกส์ดั้งเดิมนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดเรื่องวัตถุแข็งเคลื่อนที่ในอากาศที่ว่างเปล่า ความคิดนี้ยังคงใช้ได้ในขอบเขตซึ่งถูกเรียกว่า "เขตของมิติกลาง" (zone of middle dimensions) นั่นคือ ในอาณาเขตของประสบการณ์ประจำวันของมนุษย์ซึ่งฟิสิกส์แบบดั้งเดิมยังคงเป็นทฤษฎีที่มีประโยชน์ ความคิดทั้งสองประการคือความคิดเรื่องอากาศที่ว่างเปล่า และเรื่องสสารวัตถุซึ่งแข็งนี้ ได้ฝังลึกอยู่ในนิสัยการคิดของเรา
ดังนั้นมันจึงเป็นการยากอย่างเหลือเกินที่เราจะจินตนาการถึงความจริงทางฟิสิกส์ที่ไปพ้นขอบเขตของแนวคิดทั้งสอง และนี่คือสิ่งที่ฟิสิกส์สมัยใหม่ได้บีบบังคับให้เราต้องกระทำ เมื่อเราก้าวพ้นจากมิติกลางออกมาได้ ความหมายของ "อากาศที่ว่างเปล่า" ได้สูญสลายไป ในวิชาฟิสิกส์ที่ว่าด้วยดวงดาวและจักรวาลวิทยา ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยจักรวาลอันมหึมา และความคิดเริ่มวัตถุแข็งตัน ถูกป่นลงเป็นผุยผงโดยวิชาฟิสิกส์ที่ว่าด้วยอะตอมซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยของซึ่งเล็ก เล็กไม่มีที่สุด ในช่วงเปลี่ยนศตวรรษ มีการค้นพบปรากฏการณ์หลายประการซึ่งเชื่อมโยงกับโครงสร้างอะตอม และไม่อาจอธิบายได้ด้วยวิชาฟิสิกส์ดั้งเดิม
สิ่งที่บ่งชี้ประการแรกที่ว่าด้วยอะตอมประกอบขึ้นมาจากส่วนย่อย เริ่มมาจากการค้นพบรังสีเอกซ์มิใช่รังสีเพียงอันเดียวซึ่งถูกปลดปล่อยจากอะตอม หลังจากนั้นไม่นาน รังสีอื่นๆก็ถูกค้นพบ
ทั้งหมดเป็นการปลดปล่อยจากอะตอมที่เรียกว่าอะตอมประกอบโครงสร้างที่เล็กลงไปอีก และแสดงให้เห็นว่าอะตอมของสารกัมมันตรังสีมิใช่แต่เพียงปล่อยรังสีต่างๆเท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนตัวมันเองไปเป็นอะตอมของธาตุชนิดอื่นได้ด้วย นอกจากที่จะเป็นวัตถุที่ตั้งของการศึกษาแล้ว ปรากฎการณ์เหล่านี้ได้ถูกใช้อย่างเฉลียวฉลาดเพื่อเป็นเครื่องมือในการเจาะลึกลงไปในวัตถุ มากกว่าที่เคยกระทำมาแต่เดิม
ดังนั้น วอน ลัว (Max von Laue)ใช้รังสีเอกซ์ในการศึกษาการจัดเรียงตัวของอะตอมในผลึกชนิดต่างๆและเออร์เนสต์ รัตเทอร์ฟอร์ด ได้ตระหนักว่า สิ่งที่เรียกว่าอนุภาคแอลฟา (Alpha Particles) ซึ่งสารกัมมันตรังสีปลดปล่อยออกมานั้น เป็นอนุภาคซึ่งเล็กกว่าอะตอม และเป็นประดุจกระสุนความเร็วสูงซึ่งอาจจะนำไปใช้ในการศึกษาสำรวจภายในอะตอมได้ เรายิงมันไปที่อะตอมและผลที่ติดตามต่อมาอาจจะทำให้เราสรุปเกี่ยวกับโครงสร้างอะตอมได้
http://72.14.235.104/search?q=cache:yxVbnTkP6UgJ:www.baanjomyut.com/library/2548/tao_physics/page04.html+%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%87&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=1&client=firefox-a
ยาวไปอ่านอันนี้ก็ได้
http://www.khonkaenlink.com/thailand/pahoalj/kku-astro371/curvature-universe.asp
ตัวอย่าง
อ้างอิงศูนย์กลางของจักรวาลอยู่ที่ไหน?
ไม่มีศูนย์กลางของจักรวาลเพราะว่าไม่มีขอบเขตของจักรวาล เป็นจักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุด อวกาศโค้ง ถ้าคุณเดินทางเป็นพันล้านปีแสงเดินทางไปเป็นเส้นตรง คุณจะวนกลับมาที่เดิม ยังสถานที่ที่คุณเริ่ม มันเป็นไปได้ที่ว่าจักรวาลของเราไม่มีที่สิ้นสุด จากตัวอย่าง กลุ่มของ แกเล็กซีจะเป็นส่วนเติมความสมบูรณ์ของจักรวาลและพวกมันได้เคลื่อนแยกออกจากกันทุกจุด ทำให้จักรวาลมีการขยายตัว(ดูจากคำถามที่ 2)
ตัวอย่างเล็กมากๆจักรวาลบรรจุดาวเพียงแค่ 48 ดวง ยานสำรวจที่บินไม่สามารถหาขอบของจักรวาล ถ้ามันเป็นทางออกของอีกด้านหนึ่งของจักรวาล มันจะเชื่อมต่อกับอีกด้านหนึ่งของจักรวาล คนที่อยู่ในยานจะเห็นจำนวนดาวไม่มีที่สิ้นสุดรอบๆ พวกเขา จักรวาลไม่มีขอบเขตและไม่มีศูนย์กลาง
http://72.14.235.104/search?q=cache:R_mG8IVojmIJ:spaces.msn.com/natnicha/Blog/+%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%87+msn&hl=th&lr=&client=firefox-a&strip=0
//แก้ url สเปซใหม่ เข้าไปดูเวอร์ชั่นปัจจุบันมันไม่ใช่อย่างเดิมแล้ว
ไอ้ที่ได้มานี่คุ้นแคชกู๋เกิ้ลเอา
โอ้ว --- สมกับเป็น SPACEs.msn.com
อ่านห้าหน้าแรกแล้วข้ามไปอ่นหน้าที่มีแมวขาวเลย :42:
เพราะถ้าอ่านหมดคงต้องไปตัดแว่น
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 พ.ย. 2006, 22:52 น.
ประวัติศาสตร์ของแมว (http://www.judithstock.com/Speaking_of_Animals/History_of_Cats/history_of_cats.html)มันเกิดมาไม่เกิน 9500 ปีเองนะ
เห๊อะ :11:
ชอบนิทานเรื่องนี้เหมือนกัน
แล้วก็ชอบเรื่อง "ปลาย่าง" ด้วย
มันจะคล้ายกันคือสั้นๆ อ่านง่ายๆ แต่ทำไมมันซึ้งใจ
(มันไม่ต้องบรรยายเยอะๆ ก็ซึ้งใจได้)
:13: :48: :24: :19: :30: :28: :27: :14: :13: :13:
ความรักโรแมนติกจัง :05:
นี่มันนิทานสำหรับเด็กแน่เหรอคะ :37:
เศร้ามากนะ อรร้องไห้เลย :05:
ผมกังวลเรื่องการเผยแพร่นะ
หน้าลิขสิทธิ์มันบอกเรื่องนี้ไว้
:05: :05:
อ่านแล้วปวดตา
:05: ซึ้งงง
ขอบคุณครับ หาอ่านมานานแล้ว ^^