ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: ป๋มคือ-หอยจ้อ!! เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:41 น.

ชื่อเรื่อง: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป๋มคือ-หอยจ้อ!! เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:41 น.
 พระพุทธศาสนามีบทบาทในชีวิตคนเราอย่างไรมั่งครับ

นอกจากจะทำบุญเพื่อหวังผลบุญ  ถามจริงๆเถอะครับ มีใครมั่งที่ทำอะไรลงไป

แล้วไม่อยากรู้ว่ามันจะเป็นผลยังไง  ก็คล้ายๆกับการทำบุญใช่ไหมครับ

ผมรู้สึกว่า พระพุทธศาสนาที่คนเราสัมผัสได้ มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

เป็นส่วนที่คนเราเอามาปรุงแต่งอีกที  เพื่อเพิ่มความน่าสนใจเข้าไป

แล้วเราจะทำยังไงดีครับ  เพื่อให้คนเราได้เข้าถึงหรือสัมผัสกับพระพุทธศาสนา

อย่างมีคุณค่า  และได้ประโยชน์สูงสุด

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:43 น.
ต้องจัดกรอบเป้าหมายครับ
ถ้าเป้าหมายสูงสุด อยู่ที่นิพพาน กระจู๋นี้ก็จบไปได้เลย
ถ้าเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ความสำเร็จในชีวิต(ตามหลักทุนนิยมพอเพียง) ก็ต้องปรับเอาพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: AslanzZ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:50 น.
ศาสนา  เป็นแค่ ภาพลวงตา
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: Kurt Cobain เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:50 น.
ทำบุญ .. ฝึกสมาธิ .. แยกแยะชั่วดี
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: AslanzZ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:54 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:43 น.
ต้องจัดกรอบเป้าหมายครับ
ถ้าเป้าหมายสูงสุด อยู่ที่นิพพาน กระจู๋นี้ก็จบไปได้เลย
ถ้าเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ความสำเร็จในชีวิต(ตามหลักทุนนิยมพอเพียง) ก็ต้องปรับเอาพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน

กว่าจะไปถึงขั้นนิพพานได้  ต้องเวียนวนอยู่ใน วัฏสงสารอยู่หลายร้อยปี 

แร้วเมื่อไหร่จะได้นิพพานเนี่ย -"-
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ooooo เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:57 น.
โอ้ยยย เวียนหัว

เอาเป็นว่า "ทำในสิ่งที่ควรทำ ละในสิ่งควรละ"

แค่นี้แหละครับ ทำได้่ก็ยอดคน
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: AslanzZ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:58 น.
อ้างคำพูดจาก: ooooc เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:57 น.
โอ้ยยย เวียนหัว

เอาเป็นว่า "ทำในสิ่งที่ควรทำ ละในสิ่งควรละ"

แค่นี้แหละครับ ทำได้่ก็ยอดคน

พูดง่าย  ทำยาก  มากมายเลยอ่าครับ  -"-
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักสืบ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:58 น.
ศีล5 รักษาครบหรือเปล่าครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 20:22 น.
ทำไมไม่ได้1ข้อ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 20:22 น.

กิเลส....





จบ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 20:29 น.
อย่างที่ผมเคยแปะไว้แล้ว ว่า มุนุษย์สร้างกรรมดีไว้ถึงระดับหนึงจึงได้เกิดมา สิ่งมีชีวิตที่มีโอกาศบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าได้มากที่สุด ก็คือมนุษย์ ...
ที่อ้างว่า ชีวิตต้องเวียนว่ายตายเกิดตามวัฏสงสารนั้นนั่นแหละครับคือจุดประสงค์ของพุทธศาสนา
คือการหลุดพ้น  หลุดพ้น คือไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก

คุณรู้มั้ย คนที่เขาถือศิลปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพรุพุทธเจ้า ต้องเกิดอีกกี่ชาติกว่าจะบรรลุอรหันต์
แล้วคุณละ ตอนนี้ยังไม่เริ่มทำแล้วต้องเกิดอีกกี่ชาติถึงจะหลุดพ้น....เริ่มจากความดีง่ายๆก็ดีนะครับ....

ไม่เชื่อลองศึกษาพุทธประวัติดู ว่าพระเจ้าสิทธัตถะ เกิดกี่ชาติกี่ภพ บำเพ็บบุญบารมีมากตั้ง 10 ชาติ กว่าจะมาค้นพบธรรมมะแห่งทางสายกลาง สำเร็จเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าได้  


ดังนั้นเรามาเริ่มทำดี กันตั้งแต่วันนี้กันเถอะครับ.... :22:

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 20:29 น.
ผมคิดว่า...
ผมไม่เหมาะสนทนาในกระจู๋นี้ครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 20:50 น.
ไม่ใช่ไม่เหมาะหรอก แต่มันต้องอธิบายกันยาวใช่ไหมเต่า
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:02 น.
สำหรับเต่า .... บางครั้ง ปรัชญา กับ ศาสนา ก็ไม่ได้ไปด้วยกัน
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:04 น.
เปล่าครับ  :05:
กลัวจะแปดเปื้อนมลทิน  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: *ควายน้อยกลอยใจ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:09 น.
ขอเป๋กระจู๋นิดหน่อยครับ

ในบัตรปชช ของไทยสามารถระบุศาสนา เป็น ไม่มีศาสนา ได้ไหมครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ปลาทอง เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:10 น.
ไม่เคยเห็นนะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:16 น.
ศาสนาในบัตรประชาชน
จะมีหรือไม่ พุทธ ศริสต์ อิสลาม

อายุไม่ถึง 18 ก็เข้าผับไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ  :42:
ไม่มีความแตกต่างเลยเห็นมะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: *ควายน้อยกลอยใจ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:18 น.
อ้างคำพูดจาก: tao เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:16 น.
ศาสนาในบัตรประชาชน
จะมีหรือไม่ พุทธ ศริสต์ อิสลาม

อายุไม่ถึง 18 ก็เข้าผับไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ  :42:
ไม่มีความแตกต่างเลยเห็นมะ

ผับ พั่บ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ปลาทอง เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:19 น.
 :08:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:42 น.
เข้าจู๋นี้แล้วรู้สึกร้อนแฮะ :38:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:53 น.
อ้างคำพูดจาก: tao เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:16 น.
​ศาสนา​ใน​บัตรประชาชน​
​จะ​มี​หรือ​ไม่​ ​พุทธ​ ​ศริสต์​ ​อิสลาม​

​อายุ​ไม่​ถึง​ 18 ​ก็​เข้า​ผับ​ไม่​ได้​ทั้ง​นั้น​แหละครับ​  :42:
​ไม่​มี​ความ​แตกต่างเลยเห็นมะ​
ตอนนี้อายุเกินยี่สิบก็เข้าผับไม่ได้ทั้งงั้นแหละ
เพราะว่าผับมันจดทะเบียนผิดประเภท โดนปิดไปหมดแล้ว(รัฐบาลนี้เค้าเอาจริง)
(ผับแถวๆมหาวิทยาลัย)

ขอโทษที่เป๋ค่ะ
เข้าเรื่องดีกว่า ปิดผับไปก็ดี จะได้งดการผิดศีลไปได้อีกข้อ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ปลาทอง เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:56 น.
ถึงจะปิดผับ มันก็แก้ไขปัญหาไปได้ไม่ไม่หมดอยู่ดี
ถึงไม่มีผับให้สุมหัวกัน
ก็อาจจะอุตริ ไปสุมหัวกันที่ศาลาป้ายรถเมลล์ก็ได้
จะกลายเป็นแหวกแนวไป  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 22:04 น.
มีป้ายรถเมล์แค่ในม. (ก็บอกแล้วว่าที่นี่บ้านนอก ฮ่าๆ)
แล้วห้ามเอาเหล้าเข้าม.
โทษหนักถึงไล่ออกทันที

ปล. อย่างน้อยดาเนี่ยแหละที่จะเลิกกินคนนึง
เพราะว่าหัวใจหลักของการไปเที่ยวคืออยากไปเต้น
กะว่าจะเปลี่ยนไปเต้นแอโรบิก :22:

Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ปลาทอง เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 22:07 น.
เต้นแอโรบิก
การเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โอ้วว....... ค้นพบแล้ว
เต้นแอโรบิกเพื่อให้เข้าถึงพระพุทธศาสนานี่เอง  :18:
(บาปแน่เลย ชีวิตนี้  :05: )
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 22:11 น.
อ้างคำพูดจาก: [-[[aida]]-] เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 22:04 น.


Re: ​เพื่อการ​เข้า​ถึง​พระพุทธศาสนา​!!
หมายความว่า อย่าชวนเป๋มากไปกว่านี้เลยค่ะ  :39:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 23:41 น.
ทำชีวิตให้อยู่ดีมีสุข ไม่เดือดร้อนตัวเองและบุคคลรอบข้างก็เพียงพอแล้วครับ
ศาสนาไหน ก็อยู่ร่วมกันได้

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 23:54 น.
อ้างคำพูดจาก: *ควายน้อยกลอยใจ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 21:09 น.
ขอเป๋กระจู๋นิดหน่อยครับ

ในบัตรปชช ของไทยสามารถระบุศาสนา เป็น ไม่มีศาสนา ได้ไหมครับ


มีครับ อย่างของเราจะเขียนว่า ไม่ระบุ
อันนี้ต้องบอกเค้าตอนทำบัตรใหม่่่่่่่่

รู้ว่าทำได้เพราะเห็นของรุ่นพี่คนนึง บัตรเขียนว่าแบบนี้แหละ(ศาสนา : ไม่ระบุ)
เลยถามว่ามันคืออะไร แกบอกว่าตอนไปทำบัตร เค้าถามว่าช่องศาสนาคืออะไร
แกบอกว่า พี่เติมอะไรไปก็ได้ครับ  :08:


แต่แกเป็นคนกลัวผีมากนะครับ บอกว่า
ก็เ้วลาเจอ กูไม่นับถืออะไร ไม่รู้จะสวดอะไร ศาสนาไหนดี  :30:



ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 23:55 น.
อ้างอิงเพื่อให้คนเราได้เข้าถึงหรือสัมผัสกับพระพุทธศาสนา

อย่างมีคุณค่า  และได้ประโยชน์สูงสุด

ตัดสิ่งที่เป็นเปลือก เป็นกระพี้ ออกไป

เช่นการแห่นาคใหญ่โ่ต มอมเหล้านาคก่อนเข้าพิธี

ขอหวยจากพระ 

ทำบุญเพราะทำบุญ  ไม่ได้ทำบุญเพราะจะได้ไปสวรรค์

และอื่นๆอีกมากมาย

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: tmd เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 01:05 น.
อ้างคำพูดจาก: tumjung_f0nt เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:41 น.
พระพุทธศาสนามีบทบาทในชีวิตคนเราอย่างไรมั่งครับ

เป็นตัวประกอบมั้ง  บางทีก็ไม่สนใจ
ประมาณว่าลืม ๆ จนคิดว่าไม่เห็นความสำคัญ

แต่บางทีมันก็อาจจะช่วยอะไรเราได้บ้างในยามขาดที่พึ่ง อย่างน้อยเช่นเวลาเจอผี  เออ...

ส่วนมากคนพุทธก็จะคิดแบบนี้อะมั้งนะ
อ้างอิงผมรู้สึกว่า พระพุทธศาสนาที่คนเราสัมผัสได้ มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

เป็นส่วนที่คนเราเอามาปรุงแต่งอีกที  เพื่อเพิ่มความน่าสนใจเข้าไป

คงจะหมายถึงเปลือก กะพี้ศาสนา

อ้างอิงแล้วเราจะทำยังไงดีครับ  เพื่อให้คนเราได้เข้าถึงหรือสัมผัสกับพระพุทธศาสนา

อย่างมีคุณค่า  และได้ประโยชน์สูงสุด

อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:43 น.
ี่นิพพาน

จบ.

  :27:คนอื่นตอบไปหมดแล้ว ขอมีส่วนร่วมหน่อย

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 01:08 น.






อย่าคิดว่านิพพานเป็นเรื่องไกลตัว


อย่าคิดว่าบุญกรรมเป็นเรื่องสำเร็จรูป


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: tmd เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 01:11 น.
ว้ายยย

ถูกใจ :27:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: kroonid เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 10:22 น.
แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ก็คือ หลักธรรม
อยากเข้าถึงพระพุทธศาสนา ก็ปฎิบัติตามหลักธรรม
ว่ากันว่า  เมื่อใดมนุษย์ไม่นำหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนมาปฏิบัติ
เมื่อนั้นหลักธรรมก็จะหายไป  ศาสนาก็จะเสื่อมสูญไปพร้อมกับหลักธรรม :25:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 11:20 น.
ความจริงพิมพ์ไว้บานเลย แต่..
ลบทิ้งดีกว่า

ผมว่าเรื่องการเข้าถึงนี่คงอธิบายไม่ได้มั้งครับ
ผมก็ยังไม่เข้าถึงซะที มันมีเรื่องให้ใจวุ่นวายอยู่บ่อยๆ

การเข้าถึงจริงๆ คงหมายถึงการปฏิบัติและเป็นได้อย่างคำสอน
ผมเป็นคนนึงที่ปล่อยวางอะไรเด็ดขาดไม่ได้จริงๆ
เลิกคิด เลิกยุ่ง แต่มันก็ยังกระเพื่อมๆ อยู่ลึกๆ ทำนองนั้น

ผมเป็นคนนึงที่ขาดสติอยู่บ่อยๆ (บางครั้งขาดมากๆ)

พระบางรูปก็ยังมีกิเลส แบบผมนี่แหละ

...

ไม่รู้จะพิมพ์อะไรต่อละ บางอย่างมันรู้ๆกันอยู่ แต่อธิบายไม่ถูก
ออกแนว ถ้าเรายังหา เราก็ยิ่งไม่พบ
แต่ถ้าเราหยุดเมื่อไหร่ แม้ไม่เจอ แต่มันก็จะเจอ
555 มองหาจิตเดิมแท้ภายในจิตใจทำนองนั้น...

... คนเรานี่เข้าใจยากจริงๆ  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 12:47 น.
ไม่เห็นต้องวางให้หมดเลย
ไม่ค่อยเห็นความจำเป็นของการปล่อยวาง
เพราะไม่ค่อยมีความเดือดร้อนกับอะไรอยู่แล้ว(เด็กแนวเรียก ชิว ชิว)
ยกเว้นบางเรื่อง ที่ต้องเดือดร้อนด้วย เหมือนมีคนอธิบายไว้ว่าแบบนี้



กวีมิใช่นักบวช ด้วยไม่อาจทำใจให้ปล่อยวาง
กวีไม่อาจปล่อยวางด้วยไม่เต็มใจละทิ้งความงาม
นักบวชยิ่งรู้ กวียิ่งตระหนัก
เมื่อพ่ายแพ้ต่อความงามก็พ่ายแพ้ความอัปลักษณ์
เช่นดอกไม้บานแล้วโรยรา, บานแล้ว ต้องโรยรา
เด็กเด็กไร้เดียงสาแล้วหยาบกร้าน, ไร้เดียงสาแล้วหยาบกร้าน
อารมณ์กวีนี้เพื่อปีติและปวดร้าว, ปีติและปวดร้าว
ย่ำย้ำซ้ำอยู่เช่นนั้น

จากท่อนหนึ่งของกลอนโดย เดือนวาด พิมวนา
/ มติชนสุดสัปดาห์เล่มเดือนตุลา



ไม่ต้องกวีก็ได้ คนที่ทำงานเกี่ยวกับความงามทั้งหลายแหล่
ก็คงปล่อยวางอารมณ์เพื่อความงาม และความอัปลักษณ์ไม่ได้
แค่อย่าเอาไปใช้กับเพื่อมนุษย์ด้วยกันพอ เดี๋ยวเดือดร้อน  :08:

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 12:49 น.

เกลาตัวเองเถอะครับ

ศาสนา เป็นแค่คำบอกเล่า ถึงการปฎิบัติที่ดี มีคนทำมาแล้ว

ดูตัวเองเถอะครับ

พิจารณาตัวเองเถอะครับ

เพื่อการเข้าถึงตัวเราเอง
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 15:12 น.
ไม่รู้สิ
แต่เชื่อเรื่องการทำดีนะ
อย่างน้อยๆ ไม่ไปเบียดเบียนใครก็ดีละล่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: แตน เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 18:00 น.
ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์

:22:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 21:20 น.
ถ้ายังเข้าแตกฟอง ก็คงไม่ถึงนิพพานหรอกครับ :08:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 21:24 น.
อ๋อ ยังไม่มีหมี  :01:

มิน่า ...
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 21:41 น.
อ้างคำพูดจาก: tumjung_f0nt เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:41 น.
พระพุทธศาสนามีบทบาทในชีวิตคนเราอย่างไรมั่งครับ

นอกจากจะทำบุญเพื่อหวังผลบุญ  ถามจริงๆเถอะครับ มีใครมั่งที่ทำอะไรลงไป

แล้วไม่อยากรู้ว่ามันจะเป็นผลยังไง  ก็คล้ายๆกับการทำบุญใช่ไหมครับ

ผมรู้สึกว่า พระพุทธศาสนาที่คนเราสัมผัสได้ มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

เป็นส่วนที่คนเราเอามาปรุงแต่งอีกที  เพื่อเพิ่มความน่าสนใจเข้าไป

แล้วเราจะทำยังไงดีครับ  เพื่อให้คนเราได้เข้าถึงหรือสัมผัสกับพระพุทธศาสนา

อย่างมีคุณค่า  และได้ประโยชน์สูงสุด



จริงศาสนาพุทธนี่จะบอก วิธีใช้ชีวิตประจำวันอยู่แล้วนะ
เช่น การทำงานเป็นทีม> สังฆวัตถุ4 พรหมวิหาร4 ฯลฯ
(เคยเจอ เหตุที่ทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัว4)
ถ้าศึกษาจริงๆอย่างสังฆวัตถุ4นี่ ถึงจะมี4ข้อสั้นๆแต่มันขยายความได้เยอะนะ
ว่างๆจะขยายให้ดู

แต่ 3/4 ที่ในทะเบียนเป็นชาวพุทธไม่ได้ศึกษาอ่ะสิ

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป๋มคือ-หอยจ้อ!! เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 08:35 น.
 เคยสงสัยกันไหมครับว่า 

ทำไมพระพุทธศาสนาต้องเน้นหลักธรรมเป็นข้อๆ 

เพื่อง่ายต่อการจดจำเหรอครับ  ผมว่ามันยากกว่าอีกนะ

เหมือนเรียนฟิสิกส์  ที่เน้นความเข้าใจมากกว่าสูตรอะครับ

แล้วก็พระพุทธศาสนาเน้นภาษาบาลีเกินไปรึเปล่าครับ

ทำให้คนเราเบื่อหน่ายที่จะศึกษา  และเหมือนเป็นกำแพงภาษาอีกรูปแบบหนึ่ง

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักสืบ เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 10:26 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 18 พ.ย. 2006, 21:20 น.
ถ้ายังเข้าแตกฟอง ก็คงไม่ถึงนิพพานหรอกครับ :08:

ตกอยู่ในวังวนหมี   {หมีโหด}/
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 10:49 น.
อ้างคำพูดจาก: tumjung_f0nt เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 08:35 น.
เคยสงสัยกันไหมครับว่า 

ทำไมพระพุทธศาสนาต้องเน้นหลักธรรมเป็นข้อๆ 

เพื่อง่ายต่อการจดจำเหรอครับ  ผมว่ามันยากกว่าอีกนะ

เหมือนเรียนฟิสิกส์  ที่เน้นความเข้าใจมากกว่าสูตรอะครับ

แล้วก็พระพุทธศาสนาเน้นภาษาบาลีเกินไปรึเปล่าครับ

ทำให้คนเราเบื่อหน่ายที่จะศึกษา  และเหมือนเป็นกำแพงภาษาอีกรูปแบบหนึ่ง



ไม่เอาเป็นข้อๆแล้วจะเอาเป็นพารากราฟ เหรอครับ

เป็นข้อแหละจำง่ายดี

อย่าง ศีล ธรรม ๕

ไตรสิกขา   มรรค๘    อริยสัจ๔
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 16:22 น.


ไม่ได้เน้นภาษาบาลีนะครับ

แต่เพราะใช้ภาษาบาลี ต่างหาก

:42:

ใครเป็นคนสังคายนาพระไตรปิฎกละครับ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: tmd เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 17:52 น.
พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแบบเน้นหลักธรรมเป็นข้อ ๆ
แต่พระพุทธเจ้าสอนคน
โดยปรับระดับธรรมะที่พระพุทธองค์ "รู้" ให้เข้ากับคนที่พระองค์จะทรงสอน

บางครั้งท่านก็สอนด้วยบทยาว ๆ บางครั้งก็เป็นแค่บทสั้น ๆ
บางครั้งก็เป็นบทกลอนที่พระองค์ทรงแต่งขึ้นสด ๆ (คาถา)

( ผลที่เกิดคือกลุ่มเป้าหมายเกิด "ปิ๊ง" เข้าใจในสิ่งที่พระองค์ทรงสอนอย่างแจ่มแจ้ง
ดังคำอุปมาว่า เปรียบเหมือนเปิดของที่คว่ำให้หงาย (เอากบออกจากกะลา)
เปรียบดังผู้จุดไฟส่องทางในที่มืด )

บางครั้งพระพุทธองค์ทรงสอนคนโดยยกบุคคลยกนิทานมาเล่าเพื่อโน้มน้าวให้เข้าใจได้ง่าย
บางครั้งพระองค์สอนโดยยกทฤษฎีทางธรรมชั้นสูงมาสอน (อภิธรรม)

กล่าวคือระดับของคำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ นั้นต่างกัน
เพราะคำสอนแต่ละครั้งท่านสอนไว้ต่างคนต่างวาระกัน และไม่ได้สอนเป็นข้อ ๆ หมวด ๆ

เมื่อพระองค์ปรินิพพานลงก็มีการทำสังคายนา
รวบรวมคำสอนของพระองค์เข้ามารวมไว้เป็นหมวดหมู่

เรียกว่านำสิ่งที่กระจัดกระจายเข้ามารวมไว้เป็นหมวดเดียวกัน
บางสูตรก็แบ่งหัวข้อโดยแยกประเภทตามหัวข้อธรรม ความยาว ความสั้น

และสรุปรวบรวมลงมติให้ใช้การรวบรวมของที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ในการอ้างอิง
และนำไปปฏิบัติโดยไม่ให้มีการปรับแก้ใด ๆ ( เรียกว่านิกายเถรวาท )

และในการทำสังคายนาครั้งนั้นท่านลงมติให้ใช้ภาษาบาลี
ซึ่งเป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในอินเดียสมัยนั้นเป็นภาษาที่บันทึกพระไตรปิฎก

ทุก ๆ ประเทศที่นับถือนิกายเถรวาทก็จึงนับถือและยกย่อง ภาษาบาลี
เป็นภาษาสำคัญที่ใช้จารึกพระไตรปิฎก เพื่อความถูกต้องตรงกันกันมาช้านาน

และการสอนธรรมะในสมัยต่อมาจึงมีการยกบาลีมาขึ้นอ้างในการสอนธรรม
เพื่อความน่าเชื่อถือและสร้างความศรัทธาให้ศาสนิกชน

ทั้ง ๆ ที่ภาษาบาลี "ตาย" ไปนานแล้ว

ทำให้ต่อมาการนำบาลีมายกอ้างจึงก่อให้เกิดความน่าเบื่อต่อผู้ที่ฟังคำสอนเพราะ "ไม่เข้าใจ"
เรียกว่าเป็นอุปสรรคตัวใหญ่ที่ทำให้การสอนของพระส่วนใหญ่ไม่เข้าถึงใจประชาชนอย่างแท้จริง

ไม่ใช่พระพุทธศาสนาเน้นภาษาบาลี
ผู้รักษาพระศาสนาต่างหากที่เป็นผู้เน้นภาษาบาลี

คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เจ๋ง ๆ เป็นภาษาบาลีมีอยู่เยอะ
แต่บางทีคนผู้แปลหรือผู้สอน แปลออกมาไม่ดีหรือสอนไม่ดีก็ทำให้ชาวบ้านงงและไม่เข้าใจ

และพากันบอกว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าเข้าใจยาก และธรรมะเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ

ทำให้เสียประโยชน์ที่พึงได้ไปอย่างน่าเสียดาย...

บ่นเฉย ๆ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 18:01 น.
เหรอครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักสืบ เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 18:07 น.
เข้าถึงคนแถวนี้ยังยากเลยครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 18:08 น.
มันยาวครับ ไม่อ่านหรอก
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 19:56 น.
+2 เณรธีครับ  :45:

เรื่องเกี่ยวกับศาสนานี่ไม่พลาดอยู่แล้ว มีความรู้ความเห็นดีๆ มาฝากตลอด
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 20:01 น.
www.dmc.tv
บ้านผมก่อนมาบอร์ด f0nt
แต่ในบอร์ด dmc ผมชื่อ ChocolatE นะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 20 พ.ย. 2006, 13:30 น.
อ้างคำพูดจาก: รับทำวิทยานิพนธ์ เมื่อ 19 พ.ย. 2006, 18:08 น.
มันยาวครับ ไม่อ่านหรอก


นี่คือกลุ่มคนที่ไม่รับกับการอธิบายแบบยาวๆ ครับ :08: (ขอลบนิดนะ)




แปลกใจแฮะ อ่านของ tmd ทุกครั้งแล้วรู้สึกว่ามันยังมีเรื่องอะไรที่เราอยากรู้แต่ไม่มีโอกาสได้รู้จนมาอ่านอีกเยอะเลย
เจ๋งครับ เจ๋งมาก อยู่กันนานๆ นะ :12: (+++)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 20 พ.ย. 2006, 13:42 น.


แหะๆๆ เอก็เข้าใจแบบนั้น แต่อธิบายออกมาไม่ได้  :08:

พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป๋มคือ-หอยจ้อ!! เมื่อ 20 พ.ย. 2006, 17:45 น.
ขอบคุณครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: •หมูหมู•™ เมื่อ 20 พ.ย. 2006, 18:03 น.
ผมแค่พยายามไม่ทำชั่วมากกว่านี้ครับ
เพราะศิล5ยังรักษาไม่ได้เลย :16:
ยังมีการพูดเท็จ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอยู่เรื่อยๆ สุราเมรัยก็มาเป็นระยะ

แต่ผมไม่โกงชาติครับ :40:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 20 พ.ย. 2006, 18:29 น.
เณรธีอธิบายได้ดีมากครับ
:12:

ส่วนเคน ...  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 20 พ.ย. 2006, 18:44 น.
 :45:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: alcohol_ic เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 18:26 น.
ผมว่าพิธีกรรมกับศาสนา ก็เหมือนกับ...

ยาแก้ไอรสน้ำเชื่อมที่ใช้หลอกเด็กให้กินยาเพื่อรักษาโรค

เหมือนการกินเจ ที่ต้องทำเป็นรูปสัตว์ มีรสชาติต่างๆ เพื่อให้คนละเว้นเนื้อสัตว์จริงๆ สักช่วงหนึ่ง

พิธีกรรมก็เป็นเหมือนการหลอกล่อให้เข้าหาศาสนาครับ

อย่าลืมนะครับ บัวมีสี่ประเภท
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: tmd เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 18:48 น.
 :12:

ใช่เลย
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 18:53 น.
ไม่ค่อยอยากออกความเห็น (น่าจะเป็นเหตุผลเดียวกะพี่เต่า)


อย่างน้อยๆก็ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ไปเบียดเบียนใครก็ดีแล้วค่ะสำหรับนานา  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 19:41 น.
ธรรม  สำหรับคนทุกระดับ ผู้ที่นำมาสอนเลือก ให้เหมาะสมกับระดับของผู้ถูกสอน

            เคยได้ยินมาว่าภาษาบาลี เป็นภาษาสากล ที่ใช้กันแพร่หลายในนรก มีเรื่องเล่าตลกๆ เล่าว่า
ผู้ที่ตายไปแล้วจะสามารถบอกว่าเคยทำความดีอะไรบ้าง ด้วยภาษาบาลี  ผู้ที่รุ้ภาษาบาลีมากก็จะได้เปรียบ
ผู้ที่รุ้ภาษาบาลีมาก คือคนสวดมนต์มาก ..




กรรมดี กรรมชั่วเหมือนต้นไม้สองต้น  เจริญเติบโต ไปของใครของมัน  อยุ่ที่ว่าต้นไหนจะให้ผลผลิตก่อนหลัง.....แต่  ให้ผลอย่างแน่นอนทั้งสองต้น....

ฝากลิ้งนะครับ ....  http://www.jarun.org
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 19:45 น.
เหมือนยกเอาห้องศาสนามาไว้ที่F0nt  :33:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 19:47 น.
ขอแบบจริงจังครับ

...

วิชาพระพุทธศาสนา
สร้างทัศนคติที่ไม่ดีของนักเรียน ต่อศาสนาครับ

แต่เดิมศาสนาเป็นเรื่องของวัฒนธรรม และวิถีชีวิต
พอหลังๆ มา คนมันมีที่ให้ไปมากกว่าวัด
กระทรวงศึกษาก็เลยบรรจุวิชาพระพุทธศาสนาลงในหลักสูตร
(รวมถึงในวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม)

เป็นไอเดียที่ดีครับ...
แต่ในทางปฏิบัติ... พบว่ามันล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงครับ

...

ผมเรียนหลักธรรมซ้ำๆ มา 6-7 รอบแล้วครับ
แต่ความสำคัญของหลักธรรรมกลับมีความสำคัญแค่
ในคืนก่อนสอบ และชั่วโมงสอบ... จากนั้นแม่งก็ไปเดินห้าง
เหล่หญิง ดูหนัง ฯลฯ...

เอาล่ะ

ในเมื่อวิถีชีวิตมันตีห่างศาสนา หากจะเอาไปยัดกลับ
มันก็ผิดธรรมชาติครับ
ไม่ซึมซับ ไม่ซาบซึ้ง... แถมยังทำให้พาลไม่ชอบเข้าวัดเข้าวาไปอีก
...
เรียนพระพุทธศาสนาแต่ไม่ได้ทำให้เป็นคนดีขึ้นเนี่ย... เสียเวลานะครับ
...

การเข้าถึงการเข้าใจพุทธศาสนาจริงๆ
ก็เหมือนการทะลวงลมปราณให้เชื่อมจุดต่างๆ ให้เดินลมปราณสะดวก
ต้องทำลายกำแพงของอคติออกไปก่อน...
บางทีอคติอาจจะมีอยู่บางๆ แต่มองไม่เห็น
...
ดังนั้นการเข้าถึงศาสนาจึงควรจะทำโดยความเข้าใจ
ไม่ใช้การท่องสูตร...  :42:
เราน่าจะเข้าใจว่า ทำไมพระุพุทธเจ้าถึงสอนหยั่งงั้น
ทำไมมรรคมีองค์ 8 ทำไมแบ่งเป็น ไตรสิขา ศีล ปัญญา สมาธิ
ไม่ใช่การถามคำถามอจินไตย หรือไร้สาระนะครับ
แต่ในความรู้สึกของผมมันเป็นการพิสูจน์ว่า ทฤษฎีนั้นถูกต้อง  :42:
...
พอเราเข้าใจถึงอะไรบางอย่างในหลักธรรม
อคติลึกๆ มันก็จะหายไปเองครับ
...

ทั้งหมดนี้โดยความรู้สึกของผมนะ
ผมเองมีอคติกับคำสั่งคำสอนทุกสิ่งทุกอย่าง
และบางทีมีความคิดลึกๆว่างมงาย...
แต่พอพยายามทำความเข้าใจจริงๆแล้ว
มันทำได้การปฏิบัติตามเป็นไปโดยความสบายใจครับ

อย่างไรก็ดี การใช้เหตุผล การเข้าใจถึงหลักธรรม
ยังคงต้องควบคู่ไปกับการปฏิบัติ การภาวนา ทำสมาธิ
ทำใจให้สงบ และมีสติ...
ยังคงเป็นอะไรที่ผมยังห่างไกลมากเลย  :05:

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 19:53 น.
สมาธิ เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ง่ายๆครับ   สมถะสมาธิ  เป็นเรื่องไม่ยาก และสามารถประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ ครับ.....
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 19:59 น.
ผมว่าที่ยากคือ สติ ครับ  :42:

เห็นขาวๆ เอวคอดๆ กระโปรงสั้นๆหน่อยก็  :04:
สติแตก แล้วครับ

เอ้ย ไม่ใช่...
แต่พูดถึงการมีสติอยู่ทุกขณะเป็นอะไรที่ผมยังทำไม่ได้จริงๆ นะครับ  :05:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 20:23 น.
วิชาพระพุทธเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเบืื่่อแหละ (จริงของพี่เต่านะ)

มีคนเรียนจริงๆก็พวกเด็กเรียนแหละค่ะ (เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของคะแนน) นอกนั้นฟังเพลง เล่นเกม ฯลฯ

เรียนเรื่องเทียบบาลีกับโรมันกับไทยอยู่ เป็นอะไรที่สนุกที่สุดแล้วอ้ะ  :43:

นอกนั้น ย้มยม :01:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 20:27 น.
จริงๆ อยากให้ข้อสอบวิชาพระพุทธศาสนาเป็นข้อสอบให้บรรยาย  :01:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: Kurt Cobain เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 20:27 น.
น่าเบื่อมากครับ .. โดยเฉพาะสุภาษิตภาษาบาลี หรือเกร็ดประวัติศาสตร์พระพุทธฯ
ปล. แต่สวดมนต์ยังพอไหวอยู่นะครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 20:32 น.
เรื่องนี้ก็ไม่รู้นะ วิถีชีวิตมันไม่เหมือนกันด้วยมั้ง

คนบ้านนานา นอกจากยายแล้วก็ นานมากๆเข้าวัดที  (ยายก็ไปเฉพาะเวลามีใครชวนไปงานบุญต่างๆแหละ พูดตรงๆว่าไปเอาหน้า  :34: ไม่งั้นมันเสียมารยาท :01:) .... เกือบๆปีละครั้งก็ว่าได้  :30: (ตอนลอยกระทง เดินเข้าไปลอยกระทงที่ท่าน้ำในวัดแล้วก็ออกมาแค่นี้แหละ  :42:) ยายอยู่บ้านก็ ไหว้พระ อะไรไป (มันเป็นความเคยชินของเค้า)

สรุปว่าวิถีชีวิตนานาอยู่ไกลจากอะไรแบบนี้มากๆ  :42: (รู้สึกว่าไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเลยด้วย  :31:)

:42:ได้ใกล้ๆบ้างก็แค่ตอนเรียนพระพุทธค่ะ (แล้วก็กิจกรรมที่ รร จัดแค่นั้นแหละ)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 20:35 น.
อย่างน้อยวิชาพระพุทธศาสนา ก็ยังทำให้เยาวชนรุ้สึกใกล้ชิดกับศาสนาเข้ามาบ้าง 
แม้ หลักสูตร จะเป็นอย่างไงก็ตามเถอะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 21 พ.ย. 2006, 20:39 น.
อืม ก็จริงนะ   :31:
อย่างน้อยๆ บางทีก็สนุกดีค่ะ   :08:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 25 พ.ย. 2006, 23:46 น.
เข้่าถึงยากนัก หันมานับถือศาสนาท่านเทพมังกรสิครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 00:29 น.

อ่านวิถีชีวิต ของ พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตรซิครับ สนุกดี ออก  {หมีโหด}

วิชาพระพุทธ สอนเพื่อให้อย่างน้อยเราก็รู้จักคำสอนศาสนานะ

ถ้าไม่สอนเราจะรู้มั้ย ว่า พรหมวิหาร 4 คืออะไร

อะไรคือ อริยสัจ 4  และอื่นๆ อีกมากมาย  :42:


ข้อสอบบรรยายสนุกดี เหมือนการจำลองตนเองให้เป็นคนดีโคตรๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำจริง  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 01:17 น.
ตั้งกระจู๋ ทบทวนวิชาพุทธศาสนา ว่าด้วยพุทธประวัติ และธรรมของศาสดา บ้างดีกว่า  อย่างน้อยเยาวชนก็จะได้ทบทวนความรู้ไปในตัว ส่วนผู้ใหญ่ก็จะได้รื้อฟื้นความจำได้บ้าง....
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 11:01 น.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 00:29 น.
อ่านวิถีชีวิต ของ พระโมคคัลลานะ พระสารีบุตรซิครับ สนุกดี ออก  {หมีโหด}

วิชาพระพุทธ สอนเพื่อให้อย่างน้อยเราก็รู้จักคำสอนศาสนานะ

ถ้าไม่สอนเราจะรู้มั้ย ว่า พรหมวิหาร 4 คืออะไร

อะไรคือ อริยสัจ 4  และอื่นๆ อีกมากมาย  :42:


ข้อสอบบรรยายสนุกดี เหมือนการจำลองตนเองให้เป็นคนดีโคตรๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำจริง  :22:

ตกค่ะ ทำข้อสอบทีไรก็มั่วทุกที ตอบตามใจไม่อิงหลักธรรม
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 19:33 น.
เนื่องจากศาสนาพุธเข้าถึงยากเกินไป
ช่วงนี้ผมจึงหันมานับถือศาสนาท่านเทพมังกรครับ

ศาสนาท่านเทพมังกรเป็นศาสนาโบราณของห้องสมุด(เก่า)ก่อนจะแยกตัวมาเป็นห้องศาสนา
เราสนใจศาสนานี้มาตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อ3-4 ปีที่แล้ว ที่ศาสดาหวงหมิงหายตัวไป
(ว่ากันว่า โดนอุ้มโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าฝีมือของฝ่ายใด)แล้วคำสอนก็เสื่อมหายไปตามการรันของกระทู้

แต่ช่วงเดือนกว่าๆมานี้ เข้าสู่ยุคฟื้นฟู (ได้เป็นกระทู้แนะนำถึง 2 กระทู้แน่ะ)
มีสหธรรมิกมาร่วมกันฟื้นฟูคำสอนกันเป็นที่ครึกครื้น

หลักธรรมเข้าใจง่ายๆ ขอคัดย่อมาฝาก เผื่อจะมีผู้สนใจเปลี่ยนศาสนาอย่างราบ้าง


๑. ท่านเทพมังกรนี่สร้างโลกขึ้นมายังไงครับ หรือไม่ได้สร้าง
ท่าน เทพมังกรไม่ได้สร้างโลกและจักรวาลครับ เพราะท่านรู้ว่าต้องสร้างนั่นสร้างนี่เยอะแยะไปหมด แถมต้องมารับผิดชอบดูแลอีกจิปาถะ ก็เลยสร้างพระเจ้าขึ้นมา แล้วก็ให้พระเจ้าสร้างสรรพสิ่งทั้งปวงแทน ส่วนท่านเทพมังกรก็นอนตีพุงสบายแฮ ง่ายกว่ากันเยอะเลยเนอะ อิอิ

๒. มีจอมมารที่เป็นศัตรูกับท่านเทพมังกรไหมครับ
โอ๊ย ไม่มีหรอกครับ นั่นน่ะเทพมังกรในดรากอนบอลแล้ว คนละเทพมังกรครับ อย่าสับสนกัน


๓. ท่านศาสดาหวงหมิงนี่เป็นใครครับ มีความสำคัญอย่างไร
ท่านศาสดาหวงหมิง คือคนที่เป็นแอนติไครส์ยุคกลางของห้องสมุด หลังจากที่ยุคหางดาบเสื่อมลง

มีความสำคัญก็คือ เป็นบุคคลที่ได้รับการติดต่อจากท่านเทพมังกร เพื่อให้มาเปิดเผยความจริงในเรื่องที่เถียงกันมานับพันปีไม่รู้จบก็คือ

"ทุกไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้จะต้องมีผู้สร้าง ดังนั้น ถ้าพระเจ้าสร้างโลก แล้วใครสร้างพระเจ้า"

ไม่ มีชาวคัมภีร์คนไหนใครตอบคำถามนี้ได้ ล้วนแต่บอกว่าพระเจ้าเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย จึงไม่มีผู้สร้างพระเจ้า ซึ่งเหล่าผู้ไม่เห็นด้วยต่างก็บอกว่าเป็นการขัดหลักลอจิกอย่างรุนแรง

ท่านเทพมังกรเห็นเถียงกันอยู่นาน ชักรำคาญ ก็เลยให้ท่านศาสดาหวงหมิง เป็นผู้ออกมาประกาศความจริงข้อนี้

หลัง จากที่ประกาศศาสนาอยู่ได้ไม่นานเท่าไหร่ ก็โดนอุ้มเพื่อชาติ ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด แต่ในขณะนั้นมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าคงเป็นกลุ่มชาวคริสต์ที่เถียงไม่ สู้ ก็เลยแจ้งเว็บมาสเตอร์ให้อุ้มอย่างลับๆ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ก็ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่า ตกลงแล้ว ท่านศาสดาหวงหมิงหายตัวไปไหนแน่ ถูกอุ้มย้ายภพไปแล้ว หรือยังหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

๔. ศาสนาเรามีศีลธรรมอะไรบ้าง หรือไม่มีเลย
อ๋อ ศาสนาท่านเทพมังกรไม่ได้มีหลักธรรมคำสอนอะไรเลย เพราะที่เหลือ ยกภาระหน้าที่ให้พระเจ้าไปจัดการหมดแล้ว ท่านเทพมังกรจึงไม่ต้องทำอะไรเลย นอนผึ่งพุงสบายแฮอย่างเดียว เว้นไว้แต่หลักความจริงสำคัญเพียงหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ ท่านเทพมังกรเป็นผู้สร้างพระเจ้า

๕. วิธีติดต่อกับท่านเทพมังกรทำอย่างไรครับ ใช่ต้องไปรวบรวมดราก้อนบอลหรือเปล่า
ทำแบบนั้นก็ได้เจอท่านมังกรจากดรากอนบอลน่ะสิ

ตัว ผมเองก็ยังไม่เคยเจอท่านเทพมังกรแบบตัวเป็นๆ จับได้ต้องได้หรอกนะครับ แต่จากที่ท่านศาสดาหวงหมิงได้บอกไว้ วิธีที่จะได้พบท่านเทพมังกรก็คือ เวลาตอบกระทู้ให้พูดพาดพิงท่านเยอะๆ หรือแอบนินทาหน่อยๆ ก็ได้ เดี๋ยวพอแว่วเข้าหูท่าน เกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เดี๋ยวก็ออกมาหักคอจิ้มน้ำพริกปลาทู เองแหละ หรือไม่ถ้าไม่ออกมาเอง อย่างน้อยก็ส่งสาวกมาแทน (คำพยานอย่างหลังอันนี้จริงมากๆ มีใครพาดพิงทีไร ท่านเทพมังกรต้องส่งโทรจิตมาจิกให้ผมเข้ามาตอบกระทู้ทุกทีสิน่า อิอิ)


หรือตามไปที่นี่ครับ กำลังคึกครื้นเลย http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y4888982/Y4888982.html

(http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y4888982/Y4888982-112.jpg)

เทพมังกรอวยชัยทุกท่านครับ

เอนมา
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 19:46 น.
โออ

น่าสนใจ  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 19:59 น.
อ้างอิงความคิดเห็นที่ 29

      ว่าแต่ถ้าศาสนาของเราเผยแผ่ออกไปนี่มันจะเกิดปัญหา
      โลกแตกอีกแล้วนะครับท่าน
      คือถ้าท่านเทพมังกรเป็นคนสร้างพระเจ้า และใครเป็นคน
      สร้างท่านเทพมังกรต่อๆขึ้นไปอะ ...หรือว่าจะเป็นพิคโกโร

      จากคุณ : เชษฐา - [ 20 พ.ย. 49 11:57:55 ]

   






เดี๋ยวห้องศาสนาก็เกรียนหมดพอดีครับ
เอ๊ะ หรือเกรียนอยู่แล้ว เกิดมาเพิ่งเคยเข้าไปดูกระทู้แรกนี่แหละ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 20:34 น.
 :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 20:42 น.
เกรียนพองามครับ

ไม่ได้ฮาร์ดคอร์ไรกันมาก นับหัวเกรียนๆได้ มีไม่เยอะชื่อนัก
อ่านมาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นยังเป็นกลุ่มย่อยศาสนาปรัชญา ในห้องสมุด
และยังไม่มีแตกฟองไง เลยยังอยู่แถบๆนั้นอยู่

ตอนนั้นศาสนานี้แทบจะสาบสูญไปแล้ว ดีนะมีคนสืบทอด
อยู่ดีๆเผยแพร่กันในช่วงเดือนนี้ เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ดีใจ
เพราะตอนนั้นก็ชอบศาสนานี้มาก เหมือนรำลึกความหลัง
ไม่เสียทีที่รักษาศรัทธามาตลอด 4 ปี  :30:

แล้วศาสนานี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความเกรียนนะพี่ กลับก่อให้เกิดความสมานฉันท์ยิ่งในห้องศาสนา
แถมอัครฑูต ท่านดอสเป็นนักเรียนนอกเรียนโทที่ออสเตรเลีย
อัครสาวก Digital Krash ที่มาขยายความคำสอนนี่ เรียนปริญญาโทด้านปรัชญาที่อังกฤษเลยเชียว
(ไม่ได้อำ เรื่องจริง) จึงนับว่าศาสนานี้เป็นศาสนาแห่งปัญญาอย่างแท้จริง  :08:


เอนมาครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 21:23 น.
เอนมา กูเตะนะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 21:26 น.
มีเก้าอี้มั้ยล่ะ จะได้เอนไป
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 21:31 น.
ศาสนาเทพมังกร....... :30:
หลังจากศาสดาแมว ล่มสลาย นึกว่าจะไม่เหลือใครแล้ว :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 21:31 น.
ชื่อศาสนา มันน่าขอพรจริงๆ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 21:33 น.
 :30:

เทพมังกร  :25:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักสืบ เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 22:30 น.
ที่นี่มีลัทธิบูชาหมีนี่ครับ  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 23:21 น.
สุดยอด...  :25:
มีศาสนาน่ารัก โซคิ้ว เยี่ยงนี้ด้วย ...
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 26 พ.ย. 2006, 23:23 น.
หมีโปรดอวยพรข้าพเจ้าด้วย

โฮเมน
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 27 พ.ย. 2006, 01:43 น.






หมอแมวโปรดอวยพรข้าพเจ้าด้วย


โฮโม


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 27 พ.ย. 2006, 21:38 น.
เขาบอกว่า คนมีปัญญา มักจะคิดวิเคราะห์ มีเหตุผล ทดลอง ทดสอบ ก่อนที่จะเชื่ออะไร คนส่วนใหญ่ที่มีปัญญาดีมักเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสุง อย่างสาวกหลายๆท่านในบอร์ดเป็นบุคคลที่มี ความ
สามารถ มีเหตุมีผล มีวิสัยทัศน์เป็นของตัวเอง  ทางพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับปัญญามาก แต่ สิ่งหนึ่ง
ที่ อยู่คู่กัน มันคือศรัทธา   

                   
                      ผมสังเกตผู้มีปัญญาดี หลายท่าน ที่มีวิสัยทัศน์ คิด วิเคราะห์ แยกแยะเหตุการณืต่างๆได้เป็น
อย่างดี หลายท่าน  บอกว่า ผมไม่ได้เชื่อกฏแห่งกรรม  ผมเชื่อมั่นในตัวเอง  ผมเชื่อสิ่งที่ทำ และตามอง
เห็น   


ถ้า ท่านเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นอย่างนี้  ลองใส่คำว่า ศรัทธา ลงไปในตัวท่านอีก สักนิด........


อินทรีย์พละ   ว่า    สติ คู่กับความเพียร   เขาว่าต้องใช้สติให้เท่ากับความเพียร สิ่งที่ทำจะสำเร็จได้โดยง่าย
                           ปัญญา คู่กับศรัทธา  ต้องทำให้สมดุลกัน ศรัทธามากไป เกิดเป็นงมงาย ปัญญามากไป
เกิดเป็น อีโก้......
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 27 พ.ย. 2006, 21:57 น.
อืม
คิด..
วิเคราะห์..
แยกแยะ..

อืมมมม :04a:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 15 ธ.ค. 2006, 21:10 น.
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4944415/A4944415.html
เทพมังกร 108 ปาง
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 15 ธ.ค. 2006, 21:57 น.







เอนมา... :46:


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 15 ธ.ค. 2006, 22:29 น.
พุทธศาสนานี่ ความจริง บุญ-บาป เขาก็ไม่ได้เน้นอะไรมากนะ(โดยหลักการแล้วเป็นเรื่องจิ๊บจอยซ์มากในพุทธศาสนา) แต่ว่าพักหลังเอามาเน้นกันเพราะมันขายได้
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: kroonid เมื่อ 15 ธ.ค. 2006, 22:30 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 15 ธ.ค. 2006, 21:10 น.
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4944415/A4944415.html
เทพมังกร 108 ปาง

ปางงอนสุดๆ  :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 14:46 น.
ถ้าคำว่า "ปาง" ไม่เจตนาแซวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรา ก็คงไม่เป็นไร
ถ้ากะเอามาแซวเล่นนะ เอ็งเอย . . . อย่างน้อยก็อเวจี  :38:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 17:50 น.
เข้าไปดูละ 108ปาง

- - ไม่มี ปาง...ญาอ่อนแหะ

เอนไปเอนมา  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 17:50 น.

ปาง ญา อ่อน  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 18:04 น.
มี ยืนยัน {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:16 น.
มี  :21:


เออใช่ มีข้อสอบในวิชาพระพุทธศาสนา รร นานาข้อนึงเป็นสอบย่อยขำๆ

ข้อสี่ - เทวดาในความคิดนักเรียนเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะเป็นแบบนั้น
แล้วนานาตอบว่า ไม่คิดว่าเทวดามีอยู่จริง รู้สึกเหมือนเป็นแรงจูงใจให้คนอยากทำีดีมากกว่าเพราะจะได้สุขสบาย  {หมีโหด}


:08:จะเป็นอะไรมั้ยคะตอบแบบนี้
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:19 น.
เป็นพี่ให้แปดครึ่ง เต็มสิบ ครับ

หักไปหนึ่ง ครึ่ง  เรื่องความนุ่มนวลของการใช้ภาษาครับ

.....

จะดีกว่าถ้าตอบประมาณว่า

เป็นหลักอุบายเพื่อให้คนทำความดี ...อะไรก็ว่าไป

หลีกเลี่ยง คำว่า "ไม่คิดว่าเทวดามีอยู่จริง"

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:22 น.
 :08: นั่นสิ

:46: ขอบคุณที่แนะนำค่ะ

(อันที่จริงเบื่อวิชาพระพุทธมากๆเลย เพิ่งมาสนุำกตอนแปลงบาลีเป็นอารบิกอะไรแบบนี้  :43:)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:26 น.
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:19 น.
เป็นพี่ให้แปดครึ่ง เต็มสิบ ครับ

หักไปหนึ่ง ครึ่ง เรื่องความนุ่มนวลของการใช้ภาษาครับ

.....

จะดีกว่าถ้าตอบประมาณว่า

เป็นหลักอุบายเพื่อให้คนทำความดี ...อะไรก็ว่าไป

หลีกเลี่ยง คำว่า "ไม่คิดว่าเทวดามีอยู่จริง"




ใช้คำว่า กุศโลบาย  ดีกว่าครับ (แต่เอ๊ะ ไม่รู้เขียนผิดรึเปล่านะ)


คำถาม แบบนี้ มันไม่มีถูกผิดหรอกครับ  ถ้าอยากได้คะแนนเยอะๆ ต้องเดาใจอาจารย์

แต่ที่อยากจะแนะนำคือ เรื่องความคิดว่า เทวดาไม่มีจริงเนี่ยอยากให้ปรับนิดนึง อย่าเพิ่งปรักใจเชื่อแบบ
นั้น ถ้าเรา เป็น พุทธศาสนิกชน จริงเรา เชื่อคำสอน ของสัมมาสัมพุทธเจ้า เราจะต้องมีศรัทธา ในหลักธรรม
และ พุทธประวัติ ซึงเคยมีบอกเล่ามาว่า ท่านได้เสด็จไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์  ดังนั้น จึงอย่าเพิ่งปรักใจเชื่อว่าเทวดาไม่มีเลยซะทีเดียว แบ่งรับแบ่งสู้เอาไว้ครับ  

....................
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:29 น.
อืม.....
:08: ตอบแบบเดาใตนี่ยากดีนะคะ

ขอบคุณค่ะ  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:47 น.
ถ้า เป็นผม  จะตอบแบบให้โดนใจอาจารย์เลยนะ

  "เทวดาในความคิดนักเรียนเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะเป็นแบบนั้น"
                   
                     - เทวดา เป็นผู้ที่ เราเห็นว่าท่านเป็นคนดี บริสุทธิ์  ท่านทำประโยชน์ ทั้งแก่ตัวเราและคนอื่น
                        ดังนั้นจึงมี คำกล่าวบางคำว่า เทวดาสำหรับเราคือผู้ที่มีพระคุณสูงสุดของเรา นั่นก็คือพ่อแม่
ที่ท่านทำทุกอย่างให้เราโดยใจบริสุทธิ์ไม่หวังผลตอบแทนใดๆจากเราเลย เป็นคนดีสำหรับเราเสมอมา
ดังนั้น พ่อแม่เป็นเทวดาที่คอยคุ้มครองปกป้องเรา สั่งสอนอบรมเรา 
ครูบาอาจารย์ที่ดีสอนศิษย์โดยเจตนาที่บริสุทธิ์ต้องการที่จะให้วิชาความรู้อย่างแท้จริง
โดยไม่อิงค่าเทอม นั่นก็อาจเรียกได้ว่า ท่านคือเทวดาสำหรับศิษย์เช่นกัน.....................


ประมาณนี้ครับ    :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:53 น.
 :18: โห

คาดไม่ถึงจริงๆนะเนี่ย  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:56 น.



อ้างคำพูดจาก: นานา เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:16 น.
มี  :21:


เออใช่ มีข้อสอบในวิชาพระพุทธศาสนา รร นานาข้อนึงเป็นสอบย่อยขำๆ

ข้อสี่ - เทวดาในความคิดนักเรียนเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะเป็นแบบนั้น
แล้วนานาตอบว่า ไม่คิดว่าเทวดามีอยู่จริง รู้สึกเหมือนเป็นแรงจูงใจให้คนอยากทำีดีมากกว่าเพราะจะได้สุขสบาย  {หมีโหด}


:08:จะเป็นอะไรมั้ยคะตอบแบบนี้


คิดว่าทำดีแล้วจะสุขสบายจริงเหรอครับ


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 22:04 น.
ไม่ค่ะ  :01:
ถ้าทำดีแล้วหวังจะสุขสบาย นานาึคิดว่าเป็นแบบทำบุญหวังผล
(อันที่จริงแนวคิดเรื่องเทวดาอาจจะเป็นแบบหวังผลก็ได้นะ สงสัยดีกว่าไม่ทำมั้งคะ)

แต่ถ้าบริสุทธิ์ใจ ก็ได้ความสุขทางใจเล็กๆน้อยค่ะ  :43:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 22:07 น.
อ้างคำพูดจาก: จอนจัด เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:56 น.

คิดว่าทำดีแล้วจะสุขสบายจริงเหรอครับ



เคยมั้ยที่เวลาคุณช่วยคนแก่ข้ามถนน โดยไม่ได้หวังอะไร  จะรู้สึกว่าปลื้มปิติยินดี ในใจมาก เกิดความสุขใจภายใน ที่ยากจะอธิบาย....... ผมว่า แค่นี้ก็น่าจะเรียกว่าความสุขได้แล้วนะครับ....





.....เมื่อ ก่อน ตอนผมเรียน ผมชอบเรียนพุทธศาสนามาก เพราะผมชอบ บทเรียนที่เกี่ยวกับ พุทธประวัติ

การเรียนพุทธประวัติเยอะๆทำให้เรารู้ว่า พระพุทธเจ้าก็เป้นคนธรรมดา มี สุข มีทุกข์ มีเจ็บมีปวด มีเกิดและมีตาย....

              พระพุทธเจ้าสอนให้อย่าเชื่ออะไรง่ายๆจนกว่าจะได้ลงมือปฎิบัติเอง  เรื่องปาฏิหาริย์ต่างๆเลยไม่ได้ถูกยืนยันอยู่ในพุทธประวัติมากนักเพราะท่านไม่ได้เน้นให้ใครเชื่อ เรื่องฤทธิ์เดชอะไร ท่านเน้นให้เชื่อในคำสอน เกิดศรัทธาและปฎิบัติตามเพื่อพิสูจน์  ผมเชื่อว่าทุกอย่างในคำสอนของท่านสามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์......แต่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ลงลึกเข้าไปในจิตใจและความคิดอันละเอียดอ่อนของมนุษย์ได้



ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 22:42 น.



อ้างคำพูดจาก: นานา เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 22:04 น.
ไม่ค่ะ  :01:
ถ้าทำดีแล้วหวังจะสุขสบาย นานาึคิดว่าเป็นแบบทำบุญหวังผล
(อันที่จริงแนวคิดเรื่องเทวดาอาจจะเป็นแบบหวังผลก็ได้นะ สงสัยดีกว่าไม่ทำมั้งคะ)

แต่ถ้าบริสุทธิ์ใจ ก็ได้ความสุขทางใจเล็กๆน้อยค่ะ  :43:


นั่นแหละ แค่จะบอกว่าทำดีไม่ต้องเดี๋ยว เอ้ย ทำบุญไม่ต้องหวังผล


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: B o o k เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 22:52 น.
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 16 ธ.ค. 2006, 21:47 น.
ถ้า เป็นผม  จะตอบแบบให้โดนใจอาจารย์เลยนะ

  "เทวดาในความคิดนักเรียนเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะเป็นแบบนั้น"
                   
                     - เทวดา เป็นผู้ที่ เราเห็นว่าท่านเป็นคนดี บริสุทธิ์  ท่านทำประโยชน์ ทั้งแก่ตัวเราและคนอื่น
                        ดังนั้นจึงมี คำกล่าวบางคำว่า เทวดาสำหรับเราคือผู้ที่มีพระคุณสูงสุดของเรา นั่นก็คือพ่อแม่
ที่ท่านทำทุกอย่างให้เราโดยใจบริสุทธิ์ไม่หวังผลตอบแทนใดๆจากเราเลย เป็นคนดีสำหรับเราเสมอมา
ดังนั้น พ่อแม่เป็นเทวดาที่คอยคุ้มครองปกป้องเรา สั่งสอนอบรมเรา 
ครูบาอาจารย์ที่ดีสอนศิษย์โดยเจตนาที่บริสุทธิ์ต้องการที่จะให้วิชาความรู้อย่างแท้จริง
โดยไม่อิงค่าเทอม นั่นก็อาจเรียกได้ว่า ท่านคือเทวดาสำหรับศิษย์เช่นกัน.....................


ประมาณนี้ครับ    :42:

เยี่ยม ให้สิบเต็ม :12:

แต่ข้างบนนู้น ปักใจค่ะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 17 ธ.ค. 2006, 00:39 น.


เป็นวิชา ปั้นน้ำเป็นตัวครับ

บรรยายความดีที่โดนใจ อ. ที่สุดได้คะแนน  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 17 ธ.ค. 2006, 01:00 น.
สาธุ  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 21:10 น.
 :01:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: kroonid เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 21:42 น.
http://www.rosenini.com/spiritualtheatre/

พอดีกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับห้องเรียนเสมือน
เจอเว็บนี้เข้า  คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ  น่าสนใจดีค่ะ  :33:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 21:47 น.
แล้วทำยังไงถึงได้เป็นพ่่อแม่ครับ  :04:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 22:11 น.
ก็มีลูกซิคะ   :30:
แต่ถ้าคิดว่าเด็กเป็นผ้าขาวแล้วสังคมเอาสีไปแต่งแต้มละก็ผิดถนัดค่ะ   
ถ้าตรงๆ ใครเคยสอนให้เราโกหกบ้าง  แล้วโกหกกันเองได้มั้ย   ได้นี่  ใครสอนให้หยิบของแล้วไม่บอกเจ้าของบ้าง(ขโมย)  ไม่มีหรอกค่ะแต่ก็ทำกันได้เอง  แต่สิ่งที่สังคมเอาไปแต่งแต้มคือสิ่งที่เกินธรรมชาติความบาปในตัวเด็กค่ะ  กินเหล้าเมายาไรงี้   :33:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 22:43 น.


ก็สอนซิ  :01:

สอนๆๆๆๆๆ เข้าไป

ทำให้ดู

ไม่งั้นจะเรียนพระพุทธศาสนาทำไม เรียนเลขทำไม  :39:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: Dew Susansaraly เมื่อ 18 ธ.ค. 2006, 23:22 น.
อ้างคำพูดจาก: tumjung_f0nt เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 19:41 น.
พระพุทธศาสนามีบทบาทในชีวิตคนเราอย่างไรมั่งครับ

นอกจากจะทำบุญเพื่อหวังผลบุญ  ถามจริงๆเถอะครับ มีใครมั่งที่ทำอะไรลงไป

แล้วไม่อยากรู้ว่ามันจะเป็นผลยังไง  ก็คล้ายๆกับการทำบุญใช่ไหมครับ

ผมรู้สึกว่า พระพุทธศาสนาที่คนเราสัมผัสได้ มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

เป็นส่วนที่คนเราเอามาปรุงแต่งอีกที  เพื่อเพิ่มความน่าสนใจเข้าไป

แล้วเราจะทำยังไงดีครับ  เพื่อให้คนเราได้เข้าถึงหรือสัมผัสกับพระพุทธศาสนา

อย่างมีคุณค่า  และได้ประโยชน์สูงสุด



พระพุทธศาสนามีบทบาทในชีวิตเราในฐานะของศาสนาที่สอนหลักการดำเนินชีวิตที่เป็นสุข  และในระดับขั้นสูงสอนหลักให้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง  เข้าถึงสภาวะที่จิตว่างเปล่าอยู่ตลอดเวลา

หากศึกษาหลักธรรม  พระพุทธศาสนามีอะไรให้คิด  มีหลักให้ปฏิบัติ  เพื่อชีวิตที่สงบสุขเยอะแยะ  ทำบุญเพื่อหวังผลนั้นไม่น่าใช่พระพุทธศาสนานะครับ  เพราะพุทธ  ไม่ได้หมายถึงสิ่งนั้น  พุทธคือความว่างในตัวเรานั่นเอง  พวกทำบุญเพื่อหวังผลน่าจะเป็นเรื่องทีเป็นไปตามสัญชาตญาณคนโดยทั่วไปที่ทำอะไรก็ย่อมหวังสิ่งนั้น  เพียงแต่มาทำกับพระสงฆ์  แล้วติ๊งต่างว่าเป็นชาวพุทธที่ดี  เป็นสิ่งที่ชาวพุทธต้องปฏิบัติ  จะได้ไม่ตกนรก  จะได้ขึ้นสวรรค์  จะได้ขอพรได้  ฯลฯ

แต่ทำบุญในทางพุทธศาสนาเท่าที่ผมพอทราบ  ล้วนไม่ได้ให้ผลแบบพิสูจน์ไม่ได้  เช่น  พวกขึ้นสวรรค์  อะไรพรรค์นั้น  แต่เหตุผลที่การทำบุญมีดี  เพราะทำบุญแล้วมีอานิสงส์ที่ทำให้จิตใจเราปลอดโปร่ง  รู้จักปล่อยวาง  เสียสละ  จิตใจที่ปิติเช่นนี้จะเข้าถึงนิพพานได้ง่ายกว่าจิตใจที่ร้อนรน  เต็มไปด้วยกิเลส ความละโมบ  และช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาด้วย 

พระพุทธศาสนาที่คนเราสัมผัสได้  มีมากมายทีเดียว  ส่วนใหญ่จะเป็นธรรมะอันเป็นส่วนย่อยเป็นองค์ประกอบของชีวิตที่สงบสุข  ส่วนธรรมะที่แท้  ที่มุ่งค้นหาพุทธในใจเรานั้น  แม้จะเข้าถึงได้ยาก  แต่ผมเชื่อว่าคนเรามีขีดความสามารถที่จะเข้าถึงได้

เราจะทำอย่างไรให้เข้าถึงพุทธศาสนาที่แท้จริง  ก่อนอื่นเริ่มต้นด้วยการศึกษาพุทธศาสนาที่แท้จริง  แนะนำหนังสือ สมบัติจากพระพุทธวัจจนะ  ของท่านอาจารย์พุทธทาสครับ

ผมเป็นคนไม่เข้าวัดเลย  เรียนวิชาพระพุทธศาสนาเพื่อให้ได้เกรดเท่านั้น  แต่หลังจากได้ไปฝึกสมาธิที่สวนโมกข์  ผมรู้ได้เลยว่านี่แหละพระพุทธศาสนาแบบที่สามารถทำให้เรามีชีวิตที่สงบสุข  มีสุขได้จริงๆ  และเป็นเหตุเป็นผลมากที่สุดเท่าที่ผมได้รับรู้มาตลอด 19 ปีที่เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชนครับ

เมื่อศึกษาแล้ว  ลองเอามาปฏิบัติดูครับ  แค่เรื่องง่ายๆคือการตามรับรู้อารมณ์ของเราโดยอาณาปานสติ  ทำให้เรานิ่งขึ้น  แค่นิ่งขึ้น  ชีวิตก็ได้อัพเกรดขึ้น 3 เท่าจากที่เป็นอยู่แล้วครับ

ปล.มีอะไรหรือเปล่าที่ทำให้ จขกจ.  ท้อแท้  และมุ่งแสวงหาคำตอบของพระพุทธศาสนา  ลองแบ่งปันข้อเท็จจริงกันได้นะครับ  เพราะมีช่วงหนึ่งที่ผมคิดว่าศาสนาเป็นเรื่องไร้สาระเหมือนกัน  เพราะอาจารย์สอนแต่บทสวดมนต์  สอนเนื้อหาตามหนังสือเรียน  ซึ่งก็ไม่ได้ผิด  แต่มันก็เขียนแบบเดิมๆตั้งแต่ป.1-ม.6  ไม่ได้สอนแก่นของพระพุทธศาสนาเลย  ผมเลยหมดศรัทธาว่าขนาดศาสนาพุทธที่ไอน์สไตน์ว่าเป็นเหตุเป็นผล  ยังไร้สาระขนาดนี้แล้วศาสนาอื่นจะเหลืออะไร

แต่ปัจจุบันหลังได้สัมผัสกับการสอนธรรมแบบสวนโมกข์  ผมเชื่อมั่นว่า  ไม่ว่าศาสนาใด  ก็ทำให้คนเรามีความสุขได้  เพียงแต่มองมันให้ลึกถึงแก่นของมันเท่านั้นพอ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: chaiwut เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:08 น.
ผมไม่ได้จะลบหลู่นะครับเพียงแต่สงสัย ย้ำนะครับ ผมไม่ได้จะลบหลู่นะครับเพียงแต่สงสัย
เพราะศาสนาของใคร ย่อม มีความศรัทธา อย่างแรงกล้าอยู่แล้ว

พระพุทธรูปที่พวกคุณไหว้ กันอยู่ เป็นแค่ปูน ตึกที่ผมอยู่ มันก็ปูน
พระเจ้าของพวกคุณอยู่ในนั้นเหรอ แล้วผมเห็นพระ เอาน้ำมาสาดไล่ผี (เรียกสาดหรือเปล่า คือเอาใบไม้มาจุ่มๆ แล้ว สบัด) และที่เอาอวัยวะเพศชายมาห้อย  ผมรู้สึกงง แปลก นะครับ
ผมไม่เข้าใจ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:11 น.
แหม ยังไม่ได้คำตอบเลยว่ามีลูกต้องทำไง  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:12 น.
อ้างคำพูดจาก: ซาฟิเร่ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:11 น.
แหม ยังไม่ได้คำตอบเลยว่ามีลูกต้องทำไง  :42:

อยากมีเองหรืออยากให้คนอื่นทำให้ล่ะ :34:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:23 น.
อ้างคำพูดจาก: chaiwut เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:08 น.
ผมไม่ได้จะลบหลู่นะครับเพียงแต่สงสัย ย้ำนะครับ ผมไม่ได้จะลบหลู่นะครับเพียงแต่สงสัย
เพราะศาสนาของใคร ย่อม มีความศรัทธา อย่างแรงกล้าอยู่แล้ว

พระพุทธรูปที่พวกคุณไหว้ กันอยู่ เป็นแค่ปูน ตึกที่ผมอยู่ มันก็ปูน
พระเจ้าของพวกคุณอยู่ในนั้นเหรอ แล้วผมเห็นพระ เอาน้ำมาสาดไล่ผี (เรียกสาดหรือเปล่า คือเอาใบไม้มาจุ่มๆ แล้ว สบัด) และที่เอาอวัยวะเพศชายมาห้อย  ผมรู้สึกงง แปลก นะครับ
ผมไม่เข้าใจ

พระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์ถึงพระพุทธเจ้า(ความจริงต้องบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ให้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ที่สอนให้เรารู้ทันความทุกข์ - ว่าไปตามหลักการน่ะนะ)
การสร้างพระพุทธรูปมีมาในสมัยหลัง สมัยก่อนพระองค์ตายใหม่ๆ ทรงพูดว่า "ถ้านึกถึงเราก็ให้นึกถึงต้นโพธิ์" 
คือสมันแรกใช้ต้นโพธิ์  พระพุทธรูปมีมาทีหลัง

ส่วนเอาน้ำมาสาดไล่ผี พรมน้ำมนล้างซวย เอาอวัยวะมากราบไหว้  พวกนี้ไม่ใช่พุทธศาสนาครับ
ท่านพุทธทาส ใช้คำว่า "พุทธศาสนาเนื้องอก"  คือมันงอกมาทีหลัง  สมัยก่อนนี้มันไม่มี

ไปเจอวัดไหนนิยมทำของพวกนี้ คือเอาน้ำมาสาดไล่ผี พรมน้ำมนล้างซวย เอาอวัยวะมากราบไหว้

ก็ไม่ต้องไปเข้า หรือว่า มันเป็นกันทุกวัด 555
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:31 น.
คุณไชยวุฒิเป็นศาสนิกของศาสนาใดหรือครับ
ต้องถามเสียก่อนจะอธิบายเปรียบเทียบ  :42:

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: 蓝月 (lán yuè) เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:32 น.
(เค้าชื่อชัยวุธ พี่เก้อ)
(กระซิบๆ )
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:33 น.
เก้อเป็นกลางสู้ผมไม่ได้หรอก :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: chaiwut เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:35 น.
ชัยวุธครับไม่ใช่ ไชยวุธ  ชือ ภาษท้องถิ่น โซฟีอา สะมะดิแอร์

เป็นมุสลิมครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:43 น.
ครับ ยินดีครับและขออภัยที่สะกดผิด
ส่วนผมนับถือเทพเจ้ามังกรครับ เอนมาๆ

จริงๆเรื่องคำอธิบาย คิดว่าคงไม่ต้องอธิบายหรอกมั้งครับ
เพราะประเด็นนี้มีผู้คนอธิบายกันอย่างหลากหลายทั่วไปอยู่แล้ว
ทั้งแบบชาวบ้าน แบบจิตวิทยา แบบปรัชญา และอีกหลายแบบ
(ยิ่งอยู่ในสังคมพุทธเป็นหลัก เป็นเรื่องยากที่จะไม่เคยได้ยินเลย)

เรื่องของเรื่องคือ อธิบายแล้ว เราเชื่ออย่างไรมากกว่า

ต่างศาสนาก็ย่อมจะต่างความเชื่อ
สำหรับความเชื่อหนึ่ง สิ่งที่ผู้คนอธิบายอาจไม่มีน้ำหนัก ไม่เป็นเหตุเป็นผลเสียเลย
เช่น ถ้าอย่างผมนับถือเทพมังกร พยายามอธิบายถึงการมีอยู่ของเทพมังกรอย่างเป็นเหตุเป็นผลอย่างไร
คนที่มิได้นับถือ ย่อมจะมองว่าไม่เป็นเหตุเป็นผลเอาเสียเลย ทำนองนั้นล่ะครับ


เทพมังกรอวยชัยนะครับ
เอนมาๆ

เอ๊ะ หรือเปลี่ยนเป็นนิทเช่อวยพรดี

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:44 น.
ฮ่าาาาาาา
:02:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: นัท ผู้พัน เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:55 น.
เทพเจ้ามังกร...??? :09:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:56 น.
เก้อห์ จริงๆ :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 01:05 น.


นิทเช่ เท่านั้น

GOD IS DEAD
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 01:06 น.
ออ พอดีผมนึกว่าเป็นนับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน

คือว่าพักหลังพุทธศาสนาในประเทศไทยมันกลายพันธุ์ไปมาก เดาว่ามาจากนิสัยของคนไทย
คุณชัยวุธ มีอะไรสงสัยอีกไหมครับนี่
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 10:10 น.
อ้อ ครับ
ผมเข้าใจ

(อีกดอก)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 10:26 น.
อืม
การเข้าไปถึงแก่นของศาสนา ไม่ว่าจะศาสนาไหนก็ยากเหมือนกันแหละ
นานาไม่ได้นับถือศาสนาอะไรละ รู้สึกว่ามันก็เหมือนๆกันหมด

เลยไม่รู้จะแบ่งๆไปทำไม เผลอๆทะเลาะกันได้อีกตะหาก  {หมีโหด}

(ตอนนี้พบประโยชน์ของการนับถืออยู่อย่างเดียว เวลาต้องการความมั่นใจหรือกลัวอะไรจะได้มีที่พึ่ง :08:)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 10:30 น.
อาจจะเพราะอิทธิพล อ.นิธิ
และพลังมติชนมากไปหน่อย
ผมชอบคำนี้ครับ

"พุทธ พราหมณ์ ไสย์"

มันเป็นตัวหล่อหลอมวัฒนธรรม
(ก็ลองดูที่เสาชิงช้านั่นน่ะ พราหมณ์ทำพิธี พระสวดต่อ)
หรือจะแบบตอนท้าวมหาพรหม
ที่มุสลิมคนนึงถูกพุทธสองคนกระทืบตายเนื่องจากไปทำลายรูปเคารพพราหมณ์

นั่นไง...
โป๊ะเชะ...

เทพมังกรอวยชัย
เอนมา...

:42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 10:33 น.
 :42:

(เสาชิงช้านี่ก็แปลก คนเขียนยังไม่ยักกะโดนกระทืบ  :39:)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 10:57 น.
อึ่งปองรู้ อึ่งปองเห็น  :27:
รักนะ อึ่งปอง  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 12:49 น.
ขออึ่งปองจงอวยชัยนะจ๊ะ  :27:
รักนะ จากอึ่งปอง  :27:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักสืบ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 13:21 น.
ต่างศาสนา ต่างความเชื่อครับ อย่าเอามาเป็นเหตุให้ทะเลาะกันเลย เถียงยังไงก็ไม่จบ

ไม่งั้นสงครามครูเสดคงจบภายในวันเดียว
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 14:16 น.
อ้างคำพูดจาก: นานา เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 10:26 น.
อืม
การเข้าไปถึงแก่นของศาสนา ไม่ว่าจะศาสนาไหนก็ยากเหมือนกันแหละ
นานาไม่ได้นับถือศาสนาอะไรละ รู้สึกว่ามันก็เหมือนๆกันหมด

เลยไม่รู้จะแบ่งๆไปทำไม เผลอๆทะเลาะกันได้อีกตะหาก  {หมีโหด}

(ตอนนี้พบประโยชน์ของการนับถืออยู่อย่างเดียว เวลาต้องการความมั่นใจหรือกลัวอะไรจะได้มีที่พึ่ง :08:)

สำหรับพุทธย่ะ เราก็เรียนตั้งแต่เด็กแล้วนี่
ว่าทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส :33:
ถ้าเรารู้เหตุแ่ห่งทุกทุกข์เราก็ดับทุกข์ หรือแม้แต่กันไม่ให้เกิดก็ได้
ถ้าเราไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น
ถ้าเราไม่อยากไม่ได้ ไม่อยากไม่มี ไม่อยากไม่เป็น
ก็ไม่ทุกข์ (แต่คงยากเนอะ)

ว่ากันตามจริงพุทธไม่เคยสอน ไม่เคยพูดถึงพิธีกรรม
ที่เราๆ เห็นกันส่วนใหญ่เป็นพิธีพราหมณ์
แต่ตัวพิธีกรรมนี่แหละที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ศาสนายังคงอยู่
ปัญหาคือคนส่วนใหญ่เชื่อในพิธีกรรมนี่สิ?

พระพุทธเจ้าเองก็เคยตรัสไว้ว่าคนมีหลายจำพวก
ทั้งเวนัยสัตว์ และอเวนัยสัตว์ คือทั้งสอนได้ และสอนไม่ได้
พวกที่สอนได้เอง ก็ยังมีพวกโง่พวกฉลาดอีก
แต่ละพวกก็ต้องมีเทคนิกวิธีการสอนต่างๆ กันออกไป
เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งในธรรม
:33:

ปล. ถ้าผิดพลาดประการไหน ชี้แนะด้วยครับ
ปล2 ไปหาเพลง One Love - Bob Marley มาฟังเถอะครับ หรือไม่ก็ Imagine - John Lennon ก็ได้ :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 14:25 น.


คิดอย่างนั้นเช่นกัน  :42:

มันก็แค่เปลือก คนเราเอาเปลือกศาสนามาฆ่ากันชัดๆ

ไม่รู้จะอธิบายให้เข้าใจยังไง  :42:

ว่าศาสนาคือตัวเราเองนั้นแหละ คิดดี ทำดี เท่านี้ ดีแน่นอน  :25:

เอนมา เอนมา  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: chaiwut เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 16:45 น.
อ้างคำพูดจาก: LipTa[ne] เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 01:09 น.

ถ้าอ่านให้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองความคิดดีๆ

แม้งไม่มีตรงไหนเกี่ยวกับศาสนาเลยค่ะคุณ

สวัสดีค่ะ




อ้างคำพูดจาก: LipTa[ne] เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 01:00 น.
อ่านมาหลายอันแล้ว

เริ่มตะหงิดใจ ดูเป็นคนไม่มีจุดยืน

คนกินหมูก็กินกันได้ทุกศาสนานี่คะ

(เอ่อ ... เรื่องละเอียดอ่อน เพื่อนตาล.บางคนเป็นมุสลิมก็กินหมู)

เพราะงั้น ไม่เห็นตรงไหนที่เกี่ยวกับศาสนา

เรื่องที่มันไม่เกี่ยวก็อย่าให้มันมาเกี่ยวกันเลยคู๊ณณณณ

อ่ะกลับมาเรื่องที่จะเอาหมูมาเตือนใจกันต่อ

(พูดเอง งง เอง เออ งง) :09:[/color]

ถ้างั้นผมบอกว่าพระบางรูป(หรือองค์)ก็มั่วกับผู้หญิง
ภาพไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนอายุต่ำกว่ายี่สิบห้าปี ไม่เหมาะสมประการใด ขอความกรุณาผู้ดูแลระบบลบได้ทันที



ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 16:49 น.






"ด่าว่าคนอื่นอ้วนไปก็ไม่ได้ทำให้ตนเองผอมลง กดคนอื่นว่าต่ำเตี้ยก็ไม่ได้ทำให้ตนเองสูงขึ้น"


เทพมังกรอวยชัย เอนมา ๆ














(นี่ตูนับถือเทพมังกรตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย)


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 16:50 น.
 :01:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 16:56 น.
why i can't type thai :08:

so what?
that fucking monk is punished by social and law?
what do you want?

in everywhere every society have many bad guys. how can you treat them all?
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 17:24 น.


เทพเจ้ามังกร อวยชัย

เอนมาๆ   :46:

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 17:30 น.
แหม!
เราพลาดจู๋ สาระแบบพันยังงี้ไปได้อย่างไร

เอาสิ

ผมนับถือศาสนาพุทธ
อย่างเต็มที่ครับ เมื่อถึงวัย 34

ตะก่อนตอน วัย 10+ จนถึง 20+
ผมก็คิดๆ ว่าตัวเองไม่นับถืออะไรเหมือนกัน

ชีวิต บางที่ต้อง ใช้อะไรกรองไปเรื่อยๆ
แล้วค่อยๆ เหลือ ยอด เองแหละครับ

ก็ว่ากันไป

และ หมู ผมว่ามันอร่อย
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 17:38 น.
ไม่ใช่ผู้ดูแลระบบ แต่ภาพมันไม่ดี ผมลบละ :42:
เสียเวบเขาเปล่าๆ

เรื่องเลวๆมันก็มีทั้งนั้นแหละครับ ที่ดีๆก็มีเยอะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 17:47 น.
ยักษ์มาแล้วนี่ :33:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นายโอ้เอ้ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 19:38 น.
อ้างคำพูดจาก: นายโอ้เอ้ เมื่อ 17 พ.ย. 2006, 23:41 น.
ทำชีวิตให้อยู่ดีมีสุข ไม่เดือดร้อนตัวเองและบุคคลรอบข้างก็เพียงพอแล้วครับ
ศาสนาไหน ก็อยู่ร่วมกันได้



ไม่มีอะไรครับ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 19:59 น.
ไม่เข้าข่าย มิจฉาทิฏิฐ ก็โอเคนะศาสนาไหนก็ได้ ลุยโลด

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ~**NannY**~ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 20:34 น.
ทำดี เว้นชั่ว
รักษาศีล(เท่าที่ได้)แค่นี้แหละ
:22: :22:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 20:36 น.
ทำสิ่งที่ตัวเองทำแล้วสบายใจสิครับ
แต่ไม่เห็นจะมีทางเลือกบ่อยนัก  :31:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 20:38 น.
อันที่จริงเรื่องศาสนามันละเอียดอ่อนจริงๆแหละ
เป้นสาเหตุทำให้ทะเลาะกันได้  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Zafire06 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 20:40 น.
เทพมังกรออออกไปปป๊ย์ย์ย์
ขออึ่งปอองโจจจงงงงงอวยยยยชัยยยย ~

:01:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เต่ามาก เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 20:43 น.
 :30:

เทพมังกร กับอึ่งปองทะเลาะกันนี่คงสนุกพิลึก
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 20:44 น.
เทพมังกรออกไป
อึ่งปองอวยชัย
เอนมาเอนมา  :30:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 21:34 น.


เทพมังกรเท่านั้น

ลัทธิสาวแว่นจงเจริญ   :25c:

ขาวมา ๆ  :04a:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: roundbol123 เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 21:45 น.
 :43:
อึ่งปองจงอวยชัย~
(ลัทธิอึ่งปองฉบับเต็มยังไม่ได้ร่าง  :30:)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 03 ม.ค. 2007, 02:27 น.
ชอบความเห็นพี่เอ้ครับ ง่ายๆแต่โดน

การ อยู่ร่วมกันให้สมานฉันท์ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงความคิด
และความเชื่อของอีกฝ่ายให้เป็นแบบเราทั้งหมด
รากเหง้าของปัญหาความไม่พอใจของภาคใต้ก็มาจาก
ครั้งหนึ่งรัฐบาลเราก็พยายามจะเปลี่ยนเค้าโดยไม่เคารพจุดยืนและวัฒนธรรม
ของกันและกันนี่ล่ะครับ

ถ้าจะต้องเอาสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไปอธิบายหลักการของคริสต์
เอาหลักการอิสลาม มาอธิบายพระเจ้าของฮินดู โลกของเราจะเป็นอย่างไรครับ

สมานฉันท์ คือ การเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น และสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น
เรียนรู้และยอมรับในแต่ละฝ่ายอย่างมีจุดยืน
น่าจะเป็นสิ่งที่ศาสนิกของทุกศาสนาควรกระทำจริงไหมครับ


ไม่ได้อธิบายให้ใครฟังหรอก
พูดกับคุณคนเดียวนั่นแหละครับ

นั่นแหละ คุณนั่นแหละ อย่างงสิ  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 03 ม.ค. 2007, 02:29 น.


:09: งง



























อะ ล้อเล่น  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 02:20 น.
อ้างคำพูดจาก: chaiwut เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:08 น.
ผมไม่ได้จะลบหลู่นะครับเพียงแต่สงสัย ย้ำนะครับ ผมไม่ได้จะลบหลู่นะครับเพียงแต่สงสัย
เพราะศาสนาของใคร ย่อม มีความศรัทธา อย่างแรงกล้าอยู่แล้ว
พระพุทธรูปที่พวกคุณไหว้ กันอยู่ เป็นแค่ปูน ตึกที่ผมอยู่ มันก็ปูน
พระเจ้าของพวกคุณอยู่ในนั้นเหรอ แล้วผมเห็นพระ เอาน้ำมาสาดไล่ผี (เรียกสาดหรือเปล่า คือเอาใบไม้มาจุ่มๆ แล้ว สบัด) และที่เอาอวัยวะเพศชายมาห้อย  ผมรู้สึกงง แปลก นะครับ
ผมไม่เข้าใจ
อ้างคำพูดจาก: ซ้ายสะเทือนทุ่ง เมื่อ 02 ม.ค. 2007, 00:23 น.
พระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์ถึงพระพุทธเจ้า(ความจริงต้องบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ให้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ที่สอนให้เรารู้ทันความทุกข์ - ว่าไปตามหลักการน่ะนะ)
การสร้างพระพุทธรูปมีมาในสมัยหลัง สมัยก่อนพระองค์ตายใหม่ๆ ทรงพูดว่า "ถ้านึกถึงเราก็ให้นึกถึงต้นโพธิ์" 
คือสมันแรกใช้ต้นโพธิ์  พระพุทธรูปมีมาทีหลัง
ส่วนเอาน้ำมาสาดไล่ผี พรมน้ำมนล้างซวย เอาอวัยวะมากราบไหว้  พวกนี้ไม่ใช่พุทธศาสนาครับ
ท่านพุทธทาส ใช้คำว่า "พุทธศาสนาเนื้องอก"  คือมันงอกมาทีหลัง  สมัยก่อนนี้มันไม่มี
ไปเจอวัดไหนนิยมทำของพวกนี้ คือเอาน้ำมาสาดไล่ผี พรมน้ำมนล้างซวย เอาอวัยวะมากราบไหว้

ก็ไม่ต้องไปเข้า หรือว่า มันเป็นกันทุกวัด 555
อันนี้ป้าจะเข้ามาตอบและแก้ไขตามความรู้ ความเข้าใจที่เรียนมานะ
ซ้ายสะเทือนทุ่ง : พระพุทธรูปเป็นสัญลักษณ์ถึงพระพุทธเจ้า ความจริงต้องบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ให้ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ที่สอนให้เรารู้ทันความทุกข์  
อันนี้ถูกต้องจ้า แต่อยากเสริมว่า เพื่อให้ระลึกถึงพระคุณระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า
ส่วนที่บอกว่า สมัยก่อนพระองค์ตายใหม่ๆ ทรงพูดว่า "ถ้านึกถึงเราก็ให้นึกถึงต้นโพธิ์" 
อันนี้ป้าไม่เคยได้ยินนะ เคยได้ยินแต่ว่า ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา
แต่เดิม ศาสนาพุทธ ไม่มีการกราบไหว้รูปเคารพ  แต่ต่อมา สมัยที่อินเดียโดนรุกรานจากชนชาติกรีก-โรมัน ก็เลยมีวัฒนธรรมกราบไหว้รูปเคารพค่อยๆแทรกซึมในพุทธศาสนา ...เป็นเหมือนการซึมซับทางศิลปะวัฒนธรรมอย่างนึง

สมัยก่อนสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ ก่อนที่จะมีการกราบไหว้รูปเคารพในพุทธศาสนา คือ ธรรมจักร และ กวางหมอบ เป็นสิ่งก่อสร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า พุทธศาสนาเผยแพร่มาถึงดินแดนนี้แล้ว

(http://mahamakuta.inet.co.th/images/images_t/58t3.jpg)

โดยความหมายของธรรมจักรมาจาก การแสดงธรรมครั้งแรกของพระพุทธเจ้าเมื่อตรัสรู้

พระพุทธเจ้าได้โปรดประทานเทศนาเป็นครั้งแรกแก่พระภิกษุปัญจวัคคีย์ คือพวกพระภิกษุ 5 องค์ ณ อิสิปตนะมิคทายวัน ในเมืองพาราณสี เทศนาครั้งแรกนี้เรียกกันว่า "ปฐมเทศนา" และเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงใช้เป็นปฐมเทศนานั้น เรียกว่า "ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร" แปลง่าย ๆ ก็ พระสูตรว่าด้วยเรื่องพระพุทธเจ้าทรงหมุนล้อแห่งธรรมหรือธรรมจักร (http://www.dhammajak.net/jaka/jaka01.htm)

นักปราชญ์ทางศาสนาจึงกำหนดธรรมจักร (http://www.dhammajak.net/jaka/jaka01.htm)เป็นสัญลักษณ์ของวงล้อ ธรรมะอันจะหมุนเคลื่อนตัวไปรอบแล้วรอบเล่า เพื่อจะให้เข้าถึงคนทั่วๆไป

                ตราธรรมจักรถ้ามี 4 กง อาจหมายถึง หลักอริยสัจ 4
                ตราธรรมจักรถ้ามี 8 กง อาจหมายถึง มรรคมีองค์ประกอบ 8 ประการ
                ตราธรรมจักรถ้ามี 16 กง อาจหมายถึง ญาณ 16 ในวิปัสสนากรรมฐาน

                กงในตราธรรมจักรอาจมีหลายกง(ซี่ ล้อ) สุดแต่จะกำหนดความหมายตามหลักธรรมที่ผู้สร้างเลื่อมใส หรือปฏิบัตินำมาย่อเข้าไว้

ส่วนทำไมต้องเป็นกวางหมอบ อันนี้ป้าจำไม่ได้  :33: หาในเน็ทก็ไม่เจอ

แล้วถ้าจำไม่ผิด สัญลักษณ์ ธรรมจักร นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อกราบไหว้ แต่มีเพื่อบอกการมีอยู่ของพุทธศาสนาในดินแดนแห่งนั้นตามที่กล่าวไปข้างต้น

ปล. ป้าเหนื่อยแล้วอ่ะ ตั้งใจตอบมากเลยนะเนี่ย

สรุปคือ อันที่จริงแล้ว พุทธศาสนาไม่ได้ส่งเสริมให้ไหวอิฐไหว้ปูน ไม่ได้ส่งเสริมให้นับถือเครื่องลางของขลัง พระเครื่อง พระธาตุ แก่นแท้ของพุทธศานาจริงๆแล้วคือธรรมมะ ไม่ใช่ของศํกดิ์สิทธ์ อิทธิปาฎิหารใดๆ

แต่ที่กลายเป็นพุทธศาสนาอย่างในทุกวันนี้เนื่องมาจากการหล่อหลอมทางวัฒนธรรมเท่านั้น

เรื่องที่ การประพรมน้ำมนต์ (พระ เอาน้ำมาสาดไล่ผี เรียกสาดหรือเปล่า คือเอาใบไม้มาจุ่มๆ แล้ว สบัด)
อันนี้น่าจะได้อิธิพลมาจากศาสนา พราหม์ ฮินดู มากกว่า ส่วนเรื่องวิธีคิดนั้น ถ้าอยากรู้จริงๆต้องขอค้นคว้าก่อน ตรงส่วนนี้ไม่ได้เรียนมา เพราะว่ามันไม่เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรม (ปล.ป้าจบเองศิลปะไทยจ้า เรื่องพวกนี้มันอยู่ในวิชาเรียน แต่มันไม่รวมเรื่องพรมน้ำมนต์)

เอาอวัยวะเพศชายมาห้อย   
อันนี้ก็ไม่ใช่พุทธศาสนา แต่เป็นคติความเชื่อของทางศาสนาพารห์ม อวัยวะเพศชายในที่นี้ เค้าเรียกว่าปลัดขิก (http://www.geocities.com/thaiganesh/s19.html) ซึ่งเป็นตัวแทนของพระศิวะ มีรูปร่างเป็นอวัยวะเพศชาย เชื่อว่า หากมีแขวนไว้ จะทำให้รอดพ้นจากอันตรายได้  สัญลักษณ์อีกอย่างที่ได้รับการเคารพบูชา ก็คือ โยนี เป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง เป็นตัวแทนของ พระแม่อุมา อัครมเหสีขององค์พระศิวะ  โดยส่วนใหญ่จะปรกฎบูชาควบคู่กันไป เรียกว่า ศิวลึงค์ (http://www.sriganapati.com/index.php?option=com_content&task=view&id=120&Itemid=27)  เกิดจากการรวมของเพศชาย-หญิง คือ ความหมายของการก่อเกิด และ ความอุดมสมบูรณ์

อันที่จริงป้าเคยรู้มาว่า ศาสนาอิสลามไม่มีค่านิยมให้บูชารูปเคารพ แต่ดูเหมือนว่า จะสัญลักษณ์อยู่อย่างนึง ที่คนมุสลิมให้ความเคารพ นั่นคือ แท่งหินศักดิ์สิทธ์ ที่นครแมกกะ...(ป้าไม่แน่ใจนะ ถ้ามีใครรู้ก็เข้ามาให้ความรู้หน่อยสิ) เวลาทำละหมาด ชาวมุสลิมก็เลยต้องหันหน้าไปตามทิศทางที่อยู่ของหินก้อนนั้น ใช่มั้ย?

อีกอย่าง เคยเห็นแว๊บๆ ในกระจู๋สักที่ มีคนบอกว่า เพื่อนที่เป็นมุสลิมบางคนก็กินหมู ...อันที่จริง นั่นถือว่าบาปนะ ป้าเคยได้ยินมาว่าถ้าอดอยากใกล้ตายไม่มีอะไรกินจริงๆมีแต่หมู เท่านั้นล่ะ ถึงอนุญาติให้กินหมูได้ แต่ถ้ายังมีทางเลือกอื่นอยู่ เลื่ยงได้เลือกได้ ก็ไม่ควร บาปมาก

สมัยที่ป้าเด็กตอนอยู่ยะลาน่ะ รุ่นพี่ที่เป็นมุสลิมบางคนก็ดื่มเหล้า แล้วก็กินหมูด้วย นั่นถือว่าบาป แต่เค้าเป็นประเภทไม่เคร่งมากไง เหมือนที่ชาวพุทธผิดศีล5นั่นแหละ ศานาอิสลามน่ะ กินเหล้าก็บาป กินหมูก็บาป สัมผัสหมาก็ไม่ได้ ข้อห้ามกฎเกณก็เยอะ เหมือนที่พวกเรารักษาศีล นั่นแหละ

กฏเกณท์ข้อห้ามต่างๆ ของแต่ละศาสนาก็แตกต่างกันไป มีวิธีคิด ที่มาแตกต่างกันไป แต่ป้าเชื่อว่า ในแต่เรื่องราวกฎเกณท์นั่นนี่ มีที่มา และวิธีคิดด้วยกันทั้งนั้น

เรื่องศานาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องค่อยๆคุย ค่อยๆทำความเข้าใจกันไป

เหมือนเห็นแว๊บๆอีกเช่นกัน ว่ามีคนถามว่าทำไมพระของพุทธถึงไม่ทำมาหากิน ทำไมถึงต้องขอทาน ขอข้าวคนอื่นกินไปเรื่อยๆ อันนี้อ่านตอนแรกก็ตกใจ แต่ถ้าถามเพราะไม่เข้าใจและถามเพื่ออยากทำความเข้าใจอันนี้ถือว่าไม่ผิด เพียงแต่ใช้คำพูดรุนแรงไปหน่อย
หัวข้อนั้น ดูเหมือนจะมีคนมาตอบแล้ว ว่าเป็นเพราะพระสงฆ์คือผู้ละแล้วซึ่งกิเลสทั้งปวง ต้องไม่มีความอยากมีอยากได้ จึงไม่ขวนขวายหาเงินทำมาหากินเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง หน้าที่ของสงฆ์คือปฎิบัติธรรม...อะไรต่อ ป้าจำไม่ได้แล้ว  :42:


พอก่อนดีกว่า ป้าเหนื่อยอ่ะ ไม่มีใครบังคับให้ตอบกระทู้ซะหน่อย ตั้งใจตอบซะ  :42: ยิ่งกว่ากระทู้สีน้ำซะอีกนะเนี่ย



ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 02:43 น.
ผมบวกให้ป้าครับ 

ขอโชว์ภูมินิดนึงครับ

     พระสงฆ์ เป็นหนึ่งใน พระรัตนตรัย   {หมีโหด}

    สงฆ์รูปแรกในพุทธศาสนา คือพระอัญญาโกณทัญญะ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญจวัคคีทั้ง 5
    หลังจากได้ฟังปฐมเทศนา ของพุทธองค์ ที่ปาอิศิมตนะมฤคทัยวัล (พิมพ์มั่ว {หมีโหด})
   
      พระอัญญาโกณทัญญะเป็นหนึ่งในปัญจวัคคีทั้ง 5 ซึ่งประกอบไปด้วย
         
                โกณทัญญะ   วะปะ    ภัทธียะ  มหานามะ และอัสชิ 

                            ............... :01:.................
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 02:47 น.
กระโดดหอมแก้มน้องกรี  :25:
แค่นี้ป้าก็หายเหนื่อยแล้วจ้ะ  :33:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 02:53 น.
ใช่ๆ  ของคุณก็มีหินศักดิ์สิทธ์ ต้องไปกราบไหว้กัน(ผมได้ยินแว่วๆมาน่ะ ไม่มีก็ขออภัย)

ซึ่งมันก็ไม่เห็นแปลก ก็เป็นแค่สัญลักษณ์ให้ระลึกถึงอะไรบางอย่างเท่านั้น

ดินเหนียว อยู่เฉยๆมันก็เป็นดินเหนียว
แต่เอามาปั้นเป็นพระพุทธรูป คนกราบไหว้เขาไม่ได้กราบไหว้ที่ตัวดินเหนียว เขาระลึกถึงพระพุทธเจ้าต่างหาก เหมือนเวลาเรานึกถึงใครที่เสียไปแล้ว เราก็มีพวกรูปถ่าย หรือของอะไรบางอย่างเก็บไว้ไงครับ

:40:  แก้ไขนิดส์หน่อย

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 02:59 น.
อ้างอิงเหมือนเห็นแว๊บๆอีกเช่นกัน ว่ามีคนถามว่าทำไมพระของพุทธถึงไม่ทำมาหากิน ทำไมถึงต้องขอทาน ขอข้าวคนอื่นกินไปเรื่อยๆ อันนี้อ่านตอนแรกก็ตกใจ แต่ถ้าถามเพราะไม่เข้าใจและถามเพื่ออยากทำความเข้าใจอันนี้ถือว่าไม่ผิด เพียงแต่ใช้คำพูดรุนแรงไปหน่อย
หัวข้อนั้น ดูเหมือนจะมีคนมาตอบแล้ว ว่าเป็นเพราะพระสงฆ์คือผู้ละแล้วซึ่งกิเลสทั้งปวง ต้องไม่มีความอยากมีอยากได้


การบิณฑบาต  เป็นกิจของสงฆ์ที่ระบุไว้   เป็นจิตมหาโพธิสัตว์  ปฏิบัติช่วยเหลือคนทั่วไป สรรพสัตว์ทั้งหลายมีทุกข์ เพื่อไปช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ หรือสัตว์โลกทั้งหลายให้พ้นทุกข์ เท่าที่จะสามารถทำได้ รู้จักมีเมตตาธรรมนั่นเอง ครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 09:16 น.


เพราะพระสงฆ์ เป็นเนื้อนาบุญของโลกครับ

+ป้าครับ เพราะป้าพิมพ์เยอะ แก่แล้วเสียสุขภาพ  {หมีโหด}
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: tmd เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 10:16 น.
อ้างคำพูดจาก: ซ้ายสะเทือนทุ่ง เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 02:53 น.
ใช่ๆ  ของคุณก็มีหินศักดิ์สิทธ์ ต้องไปกราบไหว้กัน(ผมได้ยินแว่วๆมาน่ะ ไม่มีก็ขออภัย)

ซึ่งมันก็ไม่เห็นแปลก ก็เป็นแค่สัญลักษณ์ให้ระลึกถึงอะไรบางอย่างเท่านั้น


หินศักดิ์สิทธ์หรือ อัลฮะญัร อัลอัสวัด ที่กะอฺบะหฺ มัสยิดฮะรอม นครเมกกะห์
ไม่ใช่สิ่งเคารพนะครับ

แต่เป็นเครื่องหมายกำหนด ของการทำกิจทางศาสนาของมุสลิม
เช่นเวลานมาซต้องหันหน้าไปทางทิศที่มีกะบะห์อยู่ คือนครเมกกะ
หรือเวลาประกอบพิธีฮัจน์จะมีการฏอวาฟเวียนรอบ กะอฺบะหฺ ซึ่งเป็นอุกกาบาตสีหินดำ

(หินดำ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B3)  มีรูปลักษณะตามนี้แหละครับ)





(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/b/bf/Black_stone_kaaba.JPG/125px-Black_stone_kaaba.JPG)

ด้วยความเคารพ



















:04:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 10:20 น.
อ้างคำพูดจาก: tmd เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 10:16 น.
หินศักดิ์สิทธ์หรือ อัลฮะญัร อัลอัสวัด ที่กะอฺบะหฺ มัสยิดฮะรอม นครเมกกะห์
ไม่ใช่สิ่งเคารพนะครับ

แต่เป็นเครื่องหมายกำหนด ของการทำกิจทางศาสนาของมุสลิม
เช่นเวลานมาซต้องหันหน้าไปทางทิศที่มีกะบะห์อยู่ คือนครเมกกะ
หรือเวลาประกอบพิธีฮัจน์จะมีการฏอวาฟเวียนรอบ กะอฺบะหฺ ซึ่งเป็นอุกกาบาตสีหินดำ

เช่นกันครับ กับพระพุทธรูป แต่พระพุทธรูปเป็นเครื่องกำหนดให้ระลึกถึงพระธรรมตามที่ป้าแป้งว่า

ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา  (ชอบจริงๆ เลยคำนี้ พับผ่าซิ  :42:)

นอกนั้น มนุษย์ปรุงรสตามใจชอบทั้งนั้นละครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 11:14 น.
การทะเลาะกันเป็นบาปไหมครับ
ผมจำได้แค่ว่า การว่าร้ายผู้อื่น เป็นเรื่องไม่ดี ไม่ควรทำ -วจีกรรม รึเปล่า?







ส่วนกายกรรมนี่ยาก ต้องฝึกตั้งกะเด็กๆ

เอ้า ฮาาาา
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: จักรี เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 11:16 น.
โอ้ย  ฮาจริงๆครับ ลุง  ไม่ได้ล้อเล้นนะเอ้า!!    :39:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ah! เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 11:18 น.
ประชดก็บาปนะเฟ้ย  :11:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 11:25 น.


ขอให้อโหสิ ในทุกๆ การกระทำที่ได้ทำไม่ดีไว้

ทั้ง มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม เปียงยาง    {หมีโหด}

สาธุ  :46:

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: มัม เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 11:39 น.
+ป้าแป้ง กับ จ๊ากกรี  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 11:40 น.
อ๋อๆ อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณที่เข้ามาตอบเรื่องหินศักดิ์สิทธ์ และ การบิณทบาทค่ะ  :46:
แต่ตอนแรก นึกว่าการบิณทบาท คือ สิ่งที่เขียนไปตั้งแต่แรกซะอีก เหมือนที่ภิกษุต้องปลงผม คิ้ว แล้วก็ต้องหุ่งห่มผ้าห่อศพ (แต่เดี๋ยวนี้เป็นผ้าจีวรธรรมดา)เพื่อละความสวยงาม ละกิเลสซะอีก

:42: แหะๆ ป้าก็ตีความไปเป็นเรื่องเดียวกันตั้งนาน











..คงไม่ใช่ป้าตีความผิดอีกนะ  :39:  เดี๋ยวหน้าแตกอีก  :03:



:22:



ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักสืบ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 14:03 น.
บวกป้าแป้ง  :12:

ป.ล. ศาสนา ใช้เผยแผ่ครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 14:08 น.
เผยแผ่  :42: ป้าก็ว่าคุ้นๆ เหมือนเคยใช้มาก่อน  :42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 14:59 น.
กดบวกไปหลายครั้งครับ
ขอบคุณหลายๆ ความเห็น

คุณชัยวุฒิยังสงสัยอะไรอีกไหมครับ :42:
เห็นว่าโดนคุมประพฤติอยู่ ยังอยากให้อ่านเลยยังไม่ย้ายขึ้นหิ้ง
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:08 น.
ผมหา กระจู๋ หรือที่คนตอบและคัยกันเรื่อง หมากับ มุสลิม ไม่เจอ
เลยเอาที่คุยกับเพื่อน มาให้อ่าน เรื่อง หมาและ มุสลืม
....................

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
เช ทำไมมุสลิม ไม่ชอบหมา มาจากแนวคิดอะไรรึ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ผมเคยตอบไว้

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
แถวไหนท่าน

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
พี่สมัครไทยไรเตอรไว้ป่าว

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ลอคอินก่อนดิ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ไม่ได้สมัครท่าน

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
มันอยู่ในห้องสโม

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
งี้ก้เข้าไปดูไม่ได้สิ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
เดี่ยวผมไปหาก่อน

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
เรื่องหมาๆๆเลย

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
เจ๋ง


บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
http://www.thai-writer.com/forum/index.php?topic=1405.0

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
หรือจะอ่านทางนี้

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
สุหมา ไม่ใช่สัตว์ต้องห้ามในอิสลาม ไม่ต้องงกับคำตอบ อันนี้กูรู ตอบเอง ฮ่า ๆๆที่จริงกฏว่าด้วยสุหมาในอิสลาม เป็นเรื่องของความสะอาด นะยิส คือ ความสกปรก หรือสิ่งสกปรกเกี่ยวกับสุหมา มีหลักว่า หากตัวสุหมาเปียก หรือคนเปียก ไม่ว่าฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเปียก กระทบกัน หรือสัมผัสกัน ถือเปนนะยิส(หมายถึงตัวเปียก)หรือไม่ตัวเปียก แห้งทั้งคู่แต่โดนน้ำลายสุหมาเลียเอา ให้ล้างด้วย seven water เจ็ดน้ำ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
น้ำแรกด้วยน้ำผสมดิน หกน้ำต่อมา น้ำเปล่า ๆหากจับต้องสุหมา หรือสัมผัส แบบแห้ง ๆ ไม่ต้องล้างมันก็เลยดูยุ่งยากสำหรับมุสลิมที่จะเลี้ยงสุหมาไว้ในบ้าน หรือเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงที่จริงไม่ได้มีข้อห้ามเรื่องการเลี้ยงเลย หากใครทนได้ที่จะต้องล้างน้ำ เซเวนวอเตอร์จากความยุ่งยากดังกล่าวทำให้กลายเป็นวัฒนธรรมที่ซึมลึกว่ามุสลิมไม่เลี้ยงสุหมาจนพัฒนากลายเป็นความรู้สึกขัดแย้ง ไม่อยากเข้าใกล้สุหมา

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
คือถ้าเป็นไปได้ไม่อยากยุ่งกับสุหมา


บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
มันมีหลายประเดนที่คนสงสัย

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ว่าไป


บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
มีคนถาม

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ครั้งหนึ่งแฟนผมมาเล่าให้ฟังว่า ในสวนใกล้ ๆอพาร์ทเมนต์ที่เธอพักอยู่ ซึ่งมีเจ้าของเป็นมุสลิมนั้นมีหมาดำตัวหนึ่งพลัดหลงเข้ามา (คาดว่ามาจากหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ใกล้ ๆ)มันจึงโดนล้อมและถูกรุมตีด้วยเสียม จอบ และไม้หน้าสามชะตาขาดอยู่ตรงนั้นแต่เธอมีรายละเอียดและเล่าได้น่าเศร้ากว่านี้มากผมเองถึงแม้จะคิดว่าเป็นความเชื่อของพี่น้องมุสลิมและแม้จะไม่ได้ชอบหมามากมายอะไรนักแต่ผมก็เศร้าครับ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
คนถามชื่อ ไอ้ปลง

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ผมตอบ- ในกรณีของไอ้ปลง เล่ามา เคยเกิดขึ้นบ่อยในสามจังหวัด บ้านเกิดของผมหากมีสุหมาหลงเข้ามาในดงหมู่บ้านมุสลิม เป็นอันว่ารอดยากต้องเข้าใจว่า หลักการ กับ ผู้ปฏิบัติ บางครั้งไม่ได้สอดคล้อง หรือ เข้าใจผิด ตีความผิด คิดไปเองสุหมา ไม่มีทางเป็นสัตวืต้องห้าม ในอิสลาม สัตว์ต้องห้ามในอิสลามถ้าชัดๆ คือ สุหมู แต่ก็เพียง ห้าม รับประแดกเท่านั้น

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ไม่ได้ให้ทำร้ายสุหมู ในกรณีสุหมา หากเกิดเหตุ อย่างไอ้ปลงว่า นั้นเป็นอคติที่ผิดเพี้ยน บิดเบี้ยวมาจากคำสอนในทางตรงกันข้าม ในคัมภีร์ กลับมีตำนานของสุหมากับเซเว่นสลีปเปอร์ สุหมาเฝ้าถ้ำให้กับผู้ศรัทธาเรื่องนี้มีอยู่ทั้งในกุรอานและไบเบิล

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ที่มากไปกว่านั้นคือ ในอัลกุรอานกล่าวถึง สุหมาที่เลี้ยงเพื่อการล่าสัตว์ตามปกติแล้ว มุสลิม ถ้าจะรับประทานเนื้อสัตว์ ต้องผ่านการเชือดและกล่าวพระนามเท่านั้นแต่กรณีของสัตว์ที่ล่ามาจากสุหมาที่ผ่านการฝึกเพื่อล่า เพียงคุณกล่าวนามตอนปล่อยมันให้ล่าเท่านั้น หากสัตว์ที่ล่ามาได้ หากตายแล้วก็รับประแดกได้ แต่ต้องตัดชิ้นส่วนตรงที่สุหมากัดทิ้งไปในกรณีเหยื่อที่ล่ายังมีชีวิต ให้ทำการเชือดตามปกติ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ความเข้าใจว่า สุหมาเปนแอนิมอลต้องห้ามนั้น ผิดครับผิดทั้งจากคนภายนอกมอง และคนภายในเองมีส่วนที่ทำให้คนภายนอกเข้าใจผิดด้วยผมเคยเขียนตอบยาว ๆ ลงในเวบบอร์ดนิตยสารฟ้าเดียวกัน ที่ลงข้อความว่าสุหมาเป็นสัตว์ต้องห้ามในอิสลามแต่หาไม่เจอแล้ว.....ถ้ามีข้อสงสัยไรอีก จะมาตอบอีก

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
วันก่อน ผมได้ดูยูบีซี เกี่ยวกับสุหมาชั้นเยี่ยมที่ใช้ล่าสัตว์ของชาวอาหรับเป็นสุหมาตัวผอม ๆ แต่ว่องไว ในบทกวีอาหรับก็มีการพรรณาถึงความงามสง่าของสุหมาพวกนี้ไว้เหมือนกันในประเทศที่ยังมีการล่าสัตว์ เช่นในบางประเทศแถบตะวันออกกลาง ยังนิยมเลี้ยงเพื่อฝึกในการล่าสัตว์แต่ในสังึคมที่ไม่มีการล่าสัตว์แล้ว ความนิยมในการเลี้ยงจึงไม่มีให้เห็น และด้วยเนื่องจากความยุ่งยากของการต้องล้างเจ็ดน้ำ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
จึงเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้มุสลิมทั่วโลกไม่นิยมเลี้ยงสุหมา และการพัฒนากลายเป็นเหมือนสัตว์ต้องห้ามจึงเป็นเพียงความรู้สึกและเป็นพัฒนาการที่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอนแม้กระทั้งตัวผมเอง เคยมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในอดีต เพราะเกิดและโตในบริบทดังกล่าวครั้งได้ศึกษา จึงเข้าใจความจริงแท้คืออะไร

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
แต่...ความรู้สึกเกร็ง ๆ เวลาเจอสุหมาก็ยังอยู่ในสำนึกเพราะไม่มีสุหมาตัวใดเลยในหมู่บ้าน สุหมาจึงกลายเป็นสัตว์ต่างวัฒนธรรมของมุสลิมไปเลยความรู้สึกอยากที่จะล้างให้หมด แต่ความเข้าใจที่ถูกต้องสามารถทำได้ เมื่อรู้แจ้งหลาย ๆ อย่างที่เราเห็นบางครั้งเป็นศาสนาระดับชาวบ้านจึงไม่อาจสรุปทันทีว่านั้นคือ คำสอนทางศาสนา

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
OK ไหมว่ะ กระจ่างสุดแล้ว
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:15 น.
กระจ่างมากครับ :45:


เรื่องการตีความสืบทอดต่อกันมาโดยลืมรากไปว่าเหตุผลที่แท้คืออะไรนี่
เกิดขึ้นกับทุกๆ วัฒนธรรมครับ ไม่ว่าจะเป็นในวงศาสนา (ย้อนมองดูสิว่าศาสนาของเราๆ ทั่นๆ เป็นกันกี่มากน้อย)
หรือแม้แต่เรื่องการรับน้องที่ตอนนี้หลายสถาบันยังอ้างกันว่า ที่ต้องมาบังคับให้น้องลำบากลำบนยังกะฝึกทหารนี่
เหตุผลที่พี่รู้ก็มีแค่ว่า "พวกกูยังเคยผ่านมาแล้ว มึงเลยต้องผ่านให้ได้"

เอากะมัน
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Ou! เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:17 น.






ขอบคุณป้าแป้งกับพี่ระจันสำหรับความรู้เก่าความรู้ใหม่ทั้งหลาย


ป.ล. บิณฑบาต นะครับ


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:22 น.
ผมขอเบิ้ล เรื่อง สุหมู
ต่อสักหน่อย
อ่านแล้วพิจารณาเอาเองนะครับ
:26:
.............................
โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
มีสุหมูด้วยไหมวะ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
สุหมู ไม่ได้ตอบ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
สุหมู อย่าถามเรื่องเหตุผล

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
จริง พระเยซูเองไม่ทานหมูน่ะ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
เพราะศาสนาเดิมของพระองค์ท่าน ห้ามทานหมู

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
เหรอ ไม่มีแนวคิดแบบสุหมาเลยเหรอ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
คนที่อนุญาติให้ทานหมูคือ เซนต์ปอล มั้ง คือเขาฝันว่า พระเยซูถือตะกร้ามีขนมปังและหมูด้วย เลยกินหมู

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
แค่นี้เองหรือ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ไม่เกี่ยวว่าหมูสกปรกอะไรเลยรึ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
เรื่องหมูในอิสลาม เป็นเรื่องบทบัญัติห้ามตรง ๆ คล้าย ๆเป็นเชิงสัญลักษณ์ ซิมโบลิกซ์

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ไม่เกี่ยวเรื่องสกปรก

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ผมนึกว่า สุหมู เคยเป็นโรคระบาด เลยห้ามอะไรพันนั้น

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
คืออาจมีคนอธิบายเรื่องของสกปรก แต่ไม่ใช่สาระ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
อ่อ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
สาระคือนี่คือคำสอนของพระเจ้าให้มุสลิมจำนน

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
เรื่องโรคระบาดมันมีในตำราเรียนของไทยเรา

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
คือคนเขียนมั่วเอาจากตำราฝรั่งอีกที

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
มุสลิมไม่รับทานสุหมู ก็คือเพราะผิดคำสอน

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ผมเข้าใจถูกไหม

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
การไม่กินสุหมูของมุสลิม เป็นข้อเด่นมาก คือไม่ว่ามุสลิมคนนั้นมันจะเคร่งไม่เคร่งก็ตาม โดยปกติแล้ว มันจะไม่แตะสุหมูเลย แม้จะแดกห่าเหวอะไรไปหมด ไม่ว่าเหล้ายาไวน์ว็อดก้า แต่ไม่ไม่แดกสุหมู

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ใช่อย่างที่ผมบอกไหมล่ะ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
แต่บางคนไม่เคร่งก็ทาน(แดก)

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:มุสลิมไม่รับทานสุหมู ก็คือเพราะผิดคำสอน <<<ถูกต้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆคร๊าบ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
เพื่อนผมหลายคนเลย แต่อย่าทัก(มันว่า)

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
นั้นแปลว่าสุด ๆ แล้ว

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ผมไปหลงว่ามันเกิดโรคระบาด

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
คือมันไม่เอาอะไรแล้ว

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
แต่โดยมาก ไม่แดกว่ะ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ฉะนั้น ถ้าสุดๆ ก็ทานได้สิ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
อันนี้ฝรั่งมันใส่ไคล้ว่ะ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ใช่ๆๆๆ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ในบัญญัติบอกว่า หากถึงภาวะวิกฤตไม่มีอาหารจะกิน คือต้องประทังชีพ อนุญาตให้กินได้แม้สุหมู

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ขอบใจอย่างแรง

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
แปลว่า หากมีหมูเท่านั้นในขณะที่คุณหลงป่า ถ้าไม่กินคุณตาย

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
แต่หาก มีขนมปัง มีน้ำ มีผลไม้ มีหมู หมูกินไม่ได้ตามปกติ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
คืออิสลามยืดหยุ่น

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ในภาวะปกติห้าม

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
โอเคแจ่ม

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
เอ่อ คนอ่านชอบน่ะ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ใช่ปกติห้าม

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
แต่ไม่ใช่ว่าภาวะในโรงแรมอะไรงี้

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
เพราะมันมีอย่างอื่นให้แดกเพียบ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:30 น.
โฮ่

ของพุทธห้ามฆ่าสัตว์นะ แต่กินได้หมด(คนอื่นฆ่า) 555
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักสืบ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:33 น.
พระจีนกินเจนะครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:34 น.
 :42:  ป้าเขียนผิดอีกแล้วรึนี่

+ ให้คุณระจันค่ะ เป็นความรู้ที่นำมาสู่ความเข้าใจที่ดีมากๆ :45: ป้าโตมาในพื้นที่ยังไม่รู้สึกซึ้งเท่านี้เลย
ว่าแต่ สุหมา กับ สุหมู เนี่ย เป็นคำเรียกของทางมุสลิมเหรอคะ? หรือว่ามันเป็นศํพท์ที่ใช้เฉพาะคน(เฉพาะเพื่อนของคุณระจัน)  :09:

ตอนแรก อ่านแล้วแปลกๆ เพิ่งมานึกได้ว่า มาจากคำว่า สุนัข กับ สุกร แต่ไหงมันรวมกันได้... งงไปพักนึง

ปล. เคยได้ยินมาว่า ด้วยความเชื่อเรื่องสะอาดและสกปรก วิธีการล้างสิ่งของเพื่อปรุงอาหารของมุสลิมจึงไม่เหมือนคนไทยกล่าวคือ ต้องล้างกับน้ำที่ไหลผ่าน เช่นน้ำก๊อกเพื่อน้ำจะล้างสิ่งสกปรกไหลลงท่อไปเลย ห้ามล้างกับน้ำขัง พวกกะละมังอ่างน้ำ มันจะให้ยังสกปรกอยู่ ใช่มั้ยคะ?

เอ๊ะ นี่มันกระจู๋เข้าถึงพุทธศาสนานี่นา ไม่เป็นไร การทำความเข้าใจกันและกัน ทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข  :22:

ปลอีก ป้าชอบคำเริ่มต้นของศาสนาอิสลามจังเลย  "ขอสันติสุขจงอยู่กับท่าน" เข้าใช้แทนคำว่า สวัสดี ใช่มั้ย? เมื่อวานตอนค้นข้อมูลป้าเห็นแว๊บๆ



555 กดช้าไป มีคนตัดหน้าซะแล้วหนู
555 กดช้าไป มีคนตัดหน้าซะแล้วหนู   :39:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:37 น.
สุหมา ก็ สุนัข
สุหมู ก็ สุกร


ผมว่าเรียกกันขำๆเฉพาะกลุ่มครับ

กลุ่มผมก็ใช้ ภรรเมีย (พัน-ละ-เมีย หมายถึงแฟน)
เดี๋ยวเจอกัน เก้า นาฬิโมง เป็นต้น
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:42 น.
อ้างคำพูดจาก: แป้งหวาน เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:34 น.
:42:  ป้าเขียนผิดอีกแล้วรึนี่

+ ให้คุณระจันค่ะ เป็นความรู้ที่นำมาสู่ความเข้าใจที่ดีมากๆ :45: ป้าโตมาในพื้นที่ยังไม่รู้สึกซึ้งเท่านี้เลย
ว่าแต่ สุหมา กับ สุหมู เนี่ย เป็นคำเรียกของทางมุสลิมเหรอคะ? หรือว่ามันเป็นศํพท์ที่ใช้เฉพาะคน(เฉพาะเพื่อนของคุณระจัน)  :09:

ตอนแรก อ่านแล้วแปลกๆ เพิ่งมานึกได้ว่า มาจากคำว่า สุนัข กับ สุกร แต่ไหงมันรวมกันได้... งงไปพักนึง

ปล. เคยได้ยินมาว่า ด้วยความเชื่อเรื่องสะอาดและสกปรก วิธีการล้างสิ่งของเพื่อปรุงอาหารของมุสลิมจึงไม่เหมือนคนไทยกล่าวคือ ต้องล้างกับน้ำที่ไหลผ่าน เช่นน้ำก๊อกเพื่อน้ำจะล้างสิ่งสกปรกไหลลงท่อไปเลย ห้ามล้างกับน้ำขัง พวกกะละมังอ่างน้ำ มันจะให้ยังสกปรกอยู่ ใช่มั้ยคะ?

เอ๊ะ นี่มันกระจู๋เข้าถึงพุทธศาสนานี่นา ไม่เป็นไร การทำความเข้าใจกันและกัน ทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข  :22:

ปลอีก ป้าชอบคำเริ่มต้นของศาสนาอิสลามจังเลย  "ขอสันติสุขจงอยู่กับท่าน" เข้าใช้แทนคำว่า สวัสดี ใช่มั้ย? เมื่อวานตอนค้นข้อมูลป้าเห็นแว๊บๆ



555 กดช้าไป มีคนตัดหน้าซะแล้วหนู
555 กดช้าไป มีคนตัดหน้าซะแล้วหนู   :39:

เรียกกัน เฮๆ ฮาๆ นะป้า :33:

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ภาษามลายูที่ใช้ทางใต้ เรียก บาบี

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ภาษาอาหรับ เรียก คินซีร

เพื่อนผมคนนี้จบโทศาสนาเปรียบเทียบ
เป็นมุสลิม เป็นคอลัมนิสต์ เป็น มุสลิมที่เคร่งครัด
แต่ถามเขา(มัน)ที่ไรมันบอกว่ามันเป็น กวี
ชื่อ ปุถุชน ครับ เวลามีอะไรสงสัยเกี่ยวกับอิสลามก็ถามจากเขานี่แหละครับ

ส่วน
กวางและธรรมจักร

'พระธรรมจักร'


โดยมีการขุดค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์
เป็นพระธรรมจักรกับกวางหมอบ สัญลักษณ์แห่งการ ตรัสรู้และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

พระธรรมจักรนี้มีหลายขนาดแตกต่างกัน ทั้งที่เป็นสองด้าน และด้านเดียว
เป็นทั้งแบบทึบ และแบบโปร่ง โดยมาก มักพบกวางหมอบบริเวณใกล้เคียง
ไม่ก็อยู่คู่กันกับบริเวณที่ค้นพบ

ซึ่ง'กวาง'นั้นหมายถึง สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมจักรกัปวัตนสูตร
คือป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (ป่ากวาง)


จาก
http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=2943
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:57 น.
อ๋อออ ป่ากวาง นี่เอง

" เพื่อนผมคนนี้จบโทศาสนาเปรียบเทียบ "
กรี๊ดดด เท๊เท่  :25:


เป็นมุสลิม เป็นคอลัมนิสต์ เป็น มุสลิมที่เคร่งครัด
แต่ถามเขา(มัน)ที่ไรมันบอกว่ามันเป็น กวี
:22:

อ่านถึงตรงนี้นึกถึงกลุ่มคนล่าฝัน(ไม่ใช่อินคานะ :39:) สมัยที่หนังสือ ไปยาลใหญ่ เจริญรุ่งเรืองเลยล่ะ
นึกถึง ผู้ชายผมยาวใส่กางเลเสื้อฝ้าฝ้ายพริ้วๆบางๆ แล้วก็ร่อนเร่พเนจรไปเรื่อย
:25:
กรี๊ดดดดดดด
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 16:43 น.
อ้างคำพูดจาก: แป้งหวาน เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:57 น.
อ๋อออ ป่ากวาง นี่เอง

" เพื่อนผมคนนี้จบโทศาสนาเปรียบเทียบ "
กรี๊ดดด เท๊เท่  :25:


เป็นมุสลิม เป็นคอลัมนิสต์ เป็น มุสลิมที่เคร่งครัด
แต่ถามเขา(มัน)ที่ไรมันบอกว่ามันเป็น กวี
:22:

อ่านถึงตรงนี้นึกถึงกลุ่มคนล่าฝัน(ไม่ใช่อินคานะ :39:) สมัยที่หนังสือ ไปยาลใหญ่ เจริญรุ่งเรืองเลยล่ะ
นึกถึง ผู้ชายผมยาวใส่กางเลเสื้อฝ้าฝ้ายพริ้วๆบางๆ แล้วก็ร่อนเร่พเนจรไปเรื่อย
:25:
กรี๊ดดดดดดด

เขาผู้นั้น มันยังโสด ครับป้า
เอาเลย ^^_^^
นราธิวาสโดยกำเนิด

และเป็นคนบอกผมว่า วัยรุ่นทางสามจังหวัด
ฝักใฝ่ฝ่ายโจรเพราะอะไรอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋เลย

นึกถึง ผู้ชายผมยาวใส่กางเลเสื้อฝ้าฝ้ายพริ้วๆบางๆ แล้วก็ร่อนเร่พเนจรไปเรื่อย

อันนี้อาจจะ จินตนาการไปเอง :22:

หาตัวเจอได้ ตามงานหนังสือ หรือ งานกวี ทั่วๆ ไปนะครับ

เป๋เท่านี้พอดีกว่านะครับ
(ฮา)
เพื่อป้า
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 17:11 น.
อ้างคำพูดจาก: ซ้ายสะเทือนทุ่ง เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 15:30 น.
โฮ่

ของพุทธห้ามฆ่าสัตว์นะ แต่กินได้หมด(คนอื่นฆ่า) 555

ก็ถูกครับ

แต่เราก็ไม่ได้สนับสนุนให้เค้าฆ่าหรอก บอกให้เลิกด้วยซ้ำ
แต่ที่เค้าทำเพราะว่าเป็นอาชีพ เลิกแล้วอดตาย (แปลกด้วยที่ทำอาชีพอื่นๆไม่เป็น)
เทศน์มันเช้าเที่ยงเย็นมันก็ไม่เลิก
เราไม่ซื้อเค้าก็มีคนอื่นๆที่เป็นประเภทเดียวกับเค้ามาซื้ออยู่ดี
ห้ามยาก

เลยสามารถห้ามได้เฉพาะคนที่มีศรัทธาเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

สำหรับพระนะ
พระที่ทำกับข้าวกินเองไม่ได้ครับต้องให้โยมๆ ถวายๆ
ถ้าเกิดเรื่องมากเลืิอกนู้นเลือกนี้อดตายครับ (มีเนื้อ 10 ชนิดที่ฉันไม่ได้เท่านั้น)
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอนุญาติให้กินอะไรก็ได้นั้น เพื่อปกป้องปัญหาตรงนี้ครับ
และเพื่อปกป้องพระภิกษุเป็นคนมักมากเรื่องมาก


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 17:28 น.
อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 16:43 น.
นราธิวาสโดยกำเนิด
ว๊าย บ้านใกล้กัน  :40:

อ้างคำพูดจาก: 'ระจัน เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 16:43 น.
และเป็นคนบอกผมว่า วัยรุ่นทางสามจังหวัด
ฝักใฝ่ฝ่ายโจรเพราะอะไรอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋เลย

แล้วเพราะอะไรอ่ะ? อยากฟังคำวิเคราะห์นะ   :25: จะแตกอีกจู๋มั้ย? หรือว่า จะเป็นกระจู๋นี้ดี?  :09:
คนอื่นๆโดยเฉพาะคนกรุงเทพ มักจะมาถามป้าว่า คนพวกนั้นเค้าทำไปเพื่ออะไร แล้วคนพวกนั้นคือใคร แล้วมาถามแบบคาดคั้นจะเอาคำตอบจากป้าให้ได้ยังกะว่าป้าเป็นคนผิดซธเอง ป้าก็เซ็ง อยากจะตะโกนกลับไปว่า ไม่รู้โว้ย บ้านอยู่แถวนั้นไม่ใช่ว่าจะไปเข้าใจคนแถวนั้นทุกคนซะที่ไหน ฮ่วย

ปล. แล้วเพื่อนว่าไงอ่ะ อยากฟัง อยากฟัง  :25:


ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: นักศิลปะ เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 17:43 น.
อย่าแตกเลยครับ

มันเป็นการแยกแยะนานมาแล้ว
สถาณการณ์ก็อาจจะเปลี่ยนไปอีก

. . . .
โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
แล้วทำไมวัยรุ่น ถึงไปเป็นแนวร่วมหมด ผมนึกไม่ออก

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ตอนนี้ไม่อยากวิเคราะห์เท่าไร ข้อมูลน้อย

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
เชพอบอกได้ไหม

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ที่เคย บอก มันเป็นชิ้นส่วนของความจริง

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ความจริง สาม จว มันมีหลายด้าน

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
มีหลายมุมม


โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ผมเคยคุยกะเชเรื่อง วัยรุ่น สามจังหวัดทางใต้ ทำไมเข้ากะโจร เชเคยบอกผมว่ายังไงนะ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
กากกกกกกกกกก

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ลืมแล้วว่ะ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
เออแฮะ...

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
นึกไม่ออกว่ะ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
การศึกษา ส่วนหนึ่งว่ะ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ผมมนึกไม่ออกว่าตอบไง

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ที่คุณบอกว่า เพื่อนโดนอุ้มอะไรนั่น

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ลองเคาะออกมาสิ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
เลยทำให้เขาไม่พอใจรัฐบาล

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
นึกไม่ออกจริงๆๆ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ผมนึกได้เท่านี้เอง

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
อ้ออ

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
แล้วทำไมวัยรุ่น ถึงไปเป็นแนวร่วมหมด ผมนึกไม่ออก

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ตอนนี้ไม่อยากวิเคราะห์เท่าไร ข้อมูลน้อย

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
เชพอบอกได้ไหม

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ที่เคย บอก มันเป็นชิ้นส่วนของความจริง

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ความจริง สาม จว มันมีหลายด้าน

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
มีหลายมุมม

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
ลองย่อยเล็กน้อยสิ


บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ความคิดมันเปลี่ยนไปแล้ว

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ข้อมูลเปลี่ยน


บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ความจริงมีหลายด้าน หลายมุมม

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
ไม่มีใครผิดหมด ฝ่ายไหนฝ่ายใดผิดหมด

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
หรือถูกอยู่ฝ่ายเดียว

โจรบาทเดียว เสียวว้อย!!! says:
นั่นสิ

บุรุษไปรษณีย์ของกวีหนุ่ม says:
มันต้องปรับวิธีคิด
.........................

ตะก่อนที่คุยกัน เพื่อนเขาโดนอุ้มโดยไม่ทราบสาเหตุ
นี่ก็เป็นอีกมุมนึงที่ทำให้เขาไปเป็นแนวร่วม

แถมไปอุ้ม พวกผู้นำศาสนามาช๊อตไข่อีก แพะล้วนๆ


ผ่านเลยดีกว่านะ :33:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 18:01 น.
ถ้าอยากต่อต้าน แล้วไปเป็นแนวร่วมเพราะเหตุนี้ก็พอจะนึกออก
แต่ยังสงสัยว่า เวลาที่เค้าทำร้ายคนทั่วไปที่ไม่ใช่รัฐบาล เค้านึกสงสารหรือรู้สึกผิดบ้างรึเปล่า ที่ไปฆ่าครู วางระเบิด ฟันชาวบ้านสวนยาง ยิงคนที่วิ่งออกกำลังกายตอนเช้า... ซึ่งอันนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเลย ทำไมเค้าถึงทำ? หรือมันเป็นยุทธวิธีแบบใบไม้ร่วง แต่ว่า การที่ฆ่าใครสักคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยเค้าฆ่าคนอื่นอย่างนั้น..เค้าไม่รู้สึกอะไรจริงๆเหรอ อ่านไปอ่านมาเหมือนป้าหาเรื่องแฮะ แต่เปล่านะ คือ มันเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใจ แถมชาวบ้านที่ตายไปที่โดนลอบฆ่า หลายคนก็เป็นมุสลิม ป้าว่า ชาวมุสลิมที่เสียชีวิต มีจำนวนพอๆกับคนไทยเลยนะ เพราะว่าส่วนใหญ่ชาวมุสลิมมีอาชีพทำสวนแล้วอยู่บริเวณนอกเมืองกันทั้งนั้น เป็นพื้นที่ค่อนข้างเปลี่ยวทีเดียวล่ะ (สมัยก่อนป้าชอบนะ ชานเมืองที่เป็นพื้นที่สวนเนี่ย ป้าว่าชาวบ้านเค้าอัธยาศัยดี แล้วอากาศก็ดีสงบร่มรื่น แต่เดี๋ยวนี้ไม่กล้าไปหรอก แค่ออกจากบ้านยังไม่กล้าเลย ป้าว่ามันน่ากลัว)

อยู่มาวันนึง ไปได้ยินคนอื่นเค้าพูดว่า พวกมุสลิมทางภาคใต้ไว้ใจไม่ได้เห็นหน้ายิ้มๆคุยดีๆกับเรา แต่ถ้าเราเผลอหันหลังให้ เค้าก็เอามีดดาบมาฟันเราได้ทันที
ป้าได้ยินอย่างนั้นก็กลัวแต่ไม่อยากจะเชื่อ คือ เมื่อก่อนตอนป้าเด็ก มันไม่มีบรรยากาศอย่างนี้เลย

เพื่อนบางคนก็พูดว่า เพื่อนสมัยเด็กๆที่เราเคยรู้จัก ก็ไม่รู้ว่าจะไว้ใจได้รึเปล่า เราไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไงเป็นพวกไหน ดีไม่ดีถ้าไม่ระวังเผลอๆอาจจะโดนเค้าทำร้ายเอาได้

มันเป็นบรรยากาศที่ไม่ดีเลยนะ เต็มไปด้วยความระแวง ไม่ไว้ใจกัน มันแย่มากๆเลย

ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 04 ม.ค. 2007, 20:17 น.
"ขอสันติสุขจงบังเกิดแก่ท่าน"


:42:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 00:50 น.
แหม๋ ยิ่งกว่า wikipedia ซะอีกแหะ จู๋นี้  :45:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 00:52 น.
อ้างคำพูดจาก: ซือเน... เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 00:50 น.
แหม๋ ยิ่งกว่า wikipedia ซะอีกแหะ จู๋นี้  :45:
http://en.wikipedia.org/wiki/Buddhism
อธิบายคนละส่วนกันครับ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ซือเน... เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 01:16 น.
(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/8/8d/Young_monks_of_Drepung.jpg/180px-Young_monks_of_Drepung.jpg)

ผมชอบท่าของพระทิเบตมากเลยครับ ที่พระอาวุโสจะมาทายปัญหาธรรม กับพระใหม่ (เหมือนกับ ปุจฉา วิสัชนากัน)  :46:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 09:11 น.
เพิ่มเติม

ในคณะสงฆ์
คำว่าอาวุโส = รุ่นน้อง
ภันเต = รุ่นพี่ครับ

ส่วนในภาพเป็นการถามปัญหาแบบ อริยสัจ4 ทุกอย่างนั้นไม่เที่ยงต้องมีแตกดับไปเป็นธรรดา
จำตัวอย่างคำถามไม่ได้ จำได้เดี๋ยวมาโพส

ท่าทางตอนดูสารคดีนี่เหมือนทะเละกันเลยครับ และรู้สึกว่าถ่ายที่มหาลัยนารันทา
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Dayight เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 12:52 น.
อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 09:11 น.
เพิ่มเติม

ในคณะสงฆ์
คำว่าอาวุโส = รุ่นน้อง
ภันเต = รุ่นพี่ครับ

ส่วนในภาพเป็นการถามปัญหาแบบ อริยสัจ4 ทุกอย่างนั้นไม่เที่ยงต้องมีแตกดับไปเป็นธรรดา
จำตัวอย่างคำถามไม่ได้ จำได้เดี๋ยวมาโพส

ท่าทางตอนดูสารคดีนี่เหมือนทะเละกันเลยครับ และรู้สึกว่าถ่ายที่มหาลัยนารันทา

อริยสัจ4 เป็นหนทางการดับทุกข์ครับ ประกอบด้วย ทุกข์(ความไม่สบายกายไม่สบายใจ) สมุทัย(เหตุแห่งทุกข์) นิโรธ(ความดับทุกข์) มรรค(ทางปฏิบัติ(วิธีปฏิบัติ)เพื่อความดับทุกข์)

ส่วนเรื่องสังขารไม่เที่ยง เป็นเรื่องของ ไตรลักษณ์ครับ 1. อนิจจัง ความไม่เที่ยง 2. ทุกขัง ความทนอยู่ไม่ได้ 3. อนัตตา ความไม่ใช่ตัวตน

ครับผม
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 17:37 น.
เรียนตอนม.4แต่ลืมไปแล้ว    :33:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: iSharp เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 18:30 น.
อ้างคำพูดจาก: ชาร์ป เมื่อ 05 ม.ค. 2007, 09:11 น.
เพิ่มเติม

ในคณะสงฆ์
คำว่าอาวุโส = รุ่นน้อง
ภันเต = รุ่นพี่ครับ

ส่วนในภาพเป็นการถามปัญหาแบบ อริยสัจ4 ทุกอย่างนั้นไม่เที่ยงต้องมีแตกดับไปเป็นธรรดา
จำตัวอย่างคำถามไม่ได้ จำได้เดี๋ยวมาโพส

ท่าทางตอนดูสารคดีนี่เหมือนทะเละกันเลยครับ และรู้สึกว่าถ่ายที่มหาลัยนารันทา

ผมหมายถึงว่าเค้าถามกัน 2 เรื่องนี้ครับ ขอโทษทีพิมพ์ไม่ละเอียด
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ยุนเอ เมื่อ 10 เม.ย. 2007, 00:42 น.

ขุด !!! ไปเจอมาน่าสนใจดี

http://www.mapsofwar.com/images/Religion.swf
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 เม.ย. 2007, 00:49 น.
น่าสนใจมาก ขอบคุณครับ :12: (+2)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: คนตาบอดข้างเดียว เมื่อ 10 เม.ย. 2007, 01:35 น.
พุทธไม่ไปไหนเลยแฮะ 55
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 10 มิ.ย. 2007, 20:23 น.

วันนี้มีพระมาตรวจที่รพ.ด้วยเรื่องท้องเสีย พอท่านมาถึงก็แจ้งจุดประสงค์ว่า ต้องการให้แพทย์ชายหรือพยาบาลชายเป็นคนตรวจเท่านั้น
ถ้าผู้หญิงคนใดจะแตะต้องตัว ต้องใส่ถุงมือ

เวลาป่วยนี่ พยาบาลแตะตัวพระได้ไหมครับ

ถามเพราะว่าแถวนี้ พระจะมีความเชื่อแบบนี้เยอะ ถ้าพยาบาลไปจับตัว วัดความดัน ให้น้ำเกลือ พระจะบอกว่า "พยาบาลทำบาป!" (บางรูปเอาไปพูดต่อข้างนอก)

ผมเลยเกิดความสงสัยว่าเรื่องแบบนี้ถือกันด้วยหรือ
(ถ้าถือ ทำไมแถวนี้จตุคามถึงเฟื่องฟู)
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: น้องสุกน้องใส เมื่อ 10 มิ.ย. 2007, 20:25 น.
อันนี้หนูก็ไม่ทราบนะคะหมอแมวแต่อยากรู้ว่าถ้าแค่จีวรเนี่ย เราก็ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ   :44:
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 10 มิ.ย. 2007, 21:14 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 10 มิ.ย. 2007, 20:23 น.
วันนี้มีพระมาตรวจที่รพ.ด้วยเรื่องท้องเสีย พอท่านมาถึงก็แจ้งจุดประสงค์ว่า ต้องการให้แพทย์ชายหรือพยาบาลชายเป็นคนตรวจเท่านั้น
ถ้าผู้หญิงคนใดจะแตะต้องตัว ต้องใส่ถุงมือ

เวลาป่วยนี่ พยาบาลแตะตัวพระได้ไหมครับ

ถามเพราะว่าแถวนี้ พระจะมีความเชื่อแบบนี้เยอะ ถ้าพยาบาลไปจับตัว วัดความดัน ให้น้ำเกลือ พระจะบอกว่า "พยาบาลทำบาป!" (บางรูปเอาไปพูดต่อข้างนอก)

ผมเลยเกิดความสงสัยว่าเรื่องแบบนี้ถือกันด้วยหรือ
(ถ้าถือ ทำไมแถวนี้จตุคามถึงเฟื่องฟู)
ตอนที่ไปรอเพื่อนฝึกงานที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ก็เห็นพยาบาลเค้าจับตัวพระตามจำเป็นเลยนะคะ
ถามเพื่อน มันก็บอกว่า ถ้าเป็นการรักษาพยาบาลก็ไม่ผิดอะไร
มันยังเช็ดตัวพระมาแล้วเลย

ไม่รู้ว่าแต่ละที่จะเหมือนกันหรือเปล่านะคะ
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 10 มิ.ย. 2007, 23:31 น.
เหมือนแสงศตวรรษเลย :12:



ตอบให้เลยแบบคนที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องจุกจิกแบบนี้นะครับ ว่า "ได้"
ในกรณีการรักษาพยาบาลภิกษุอาพาธนั้น แตะได้ครับ
แต่กรณีพระไปเข้าคลินิกรักษาสิวนี่คงไม่ใช่เรื่อง
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!!
โพสต์โดย: เก้อ เมื่อ 11 มิ.ย. 2007, 20:18 น.
หลวงพ่อที่เคร่งมากๆ ที่เคยไปบวชด้วย
ท่านก็บอกว่า ไม่เป็นไรนะครับ
การรักษาพยาบาล แต่ในพระวินัยว่ายังไง ไม่ทราบเหมือนกัน
ชื่อเรื่อง: Re: เพื่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนา!!
โพสต์โดย: Buob Marley เมื่อ 12 มิ.ย. 2007, 17:56 น.
เหรอ
เค้าจะมารักษาตัวเองเนี่ยเค้าทำบาปเหรอ :08:
ใส่ถุงมือลาเท็กซ์บางเฉียบมันต่างกันตรงไหนฟะ
งี้ใส่ถุง..ลาเท็กซ์นี่กันบาปได้หมดเลยใช่มะ {หมีโหด}

:08: :41: