ณ บนเขาคิชฌกูฏ เนื่องในวันมาฆทักษิณาวรรต มีพระอรหันต์จำนวน 1,250 องค์ มาร่วมประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้มีการนัดหมายมาก่อน
พระพุทธองค์ทรงพระเมตตา ทรงอธิบายให้แเก่พระอานนท์และศิษย์ทั้งหลาย ตรัสว่า" ดูก่อน อานนท์ พวกเธอจงฟัง ตถาคตจะอธิบายให้ฟัง ในสากลโลกนี้ ไม่ว่า หญิง ชาย ผู้แก่ผู้เฒ่าหรือลูกเล็กเด็กแดง ผู้ยากจน ทุกข์ทรมานไม่สิ้นสุด หรือผู้ดีมั่งมีเสพสุขไม่รู้จบ เหล่านี้ ล้วนมาจากกรรมเก่าที่ได้ก่อไว้ไนอดีตชาติทั้งนั้น อันนี้เพราะเหตุใดหรือ มนุษย์เรานับว่าเป็นสัตว์ประเสริฐสิ่งแรกควรทำ คือ จะต้องกตัญญูกตเวทีต่อผู้บังเกิดเกล้า เคารพในพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ปลดปล่อยชีวิตสัตว์ หมั่นสวดมนต์ให้ทาน เพื่อเป็นการสร้างเนื้อนาบุญ จึงสามารถมีบุญวาสนาในภพหน้าได้
พระพุทธองค์ตรัสถึงกฎแห่งกรรมว่า
อดีตชาติได้ประกอบแต่กรรมดี จึงเกิดมาเป็นคนที่มียศสูงศักดิ์ และร่ำรวยในโภคทรัพย์ ผู้ใดบำเพ็ญธรรมมาตลอดจะได้บุญวาสนาไปทุกภพทุกชาติ มนุษย์จงฟังให้ดี ฟังตถาคตกล่าวผลกรรมของไตรภพ ผลกรรมของไตรภพเป็นเรื่องใหญ่จงอย่าดูหมิ่นพุทธพจน์ จงฟังผลกรรมดังต่อไปนี้
ปัจจุบันเป็นขุนนางเพราะเหตุใด ชาติก่อนนำทองคำสร้างพระพุทธรูป
สิ่งที่ได้รับในชาตินี้เพราะชาติก่อนทำไว้ ถวายเครื่องทรงสักการะพระพุทธองค์
ทองคำสร้างองค์พระดั่งสร้างตนเอง เครื่องทรงสักการะคืออาภรณ์ประดับกาย
ดังนั้นอย่าคิดว่าเป็นขุนนางนั้นง่าย หากไม่สร้างบุญก่อกุศลแต่ปางก่อนไว้ไหนเลยจะได้รับ
มีรถนั่งมีเรือขี่เพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนสร้างถนนทำสะพาน
มีเสึ้อผ้าแพรพรรณประดับกายเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนบริจาคเสึ้อผ้าให้ผู้ยากจน
มีอาหารกินอิ่มสมบูรณ์เพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนบริจาคข้าวปลาอาหารและน้ำดื่มให้ผู้ยากจน
ที่ไม่มีจะกินจะใส่เพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนไม่เคยบริจาคทานเลยแม้แต่น้อย
มีตึกรามบ้านช่องอยู่เพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนบริจาคข้าวสารช่วยผู้ยากไร้
มีบุญบารมีวาสนาเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนสร้างวัดสร้างศาลา
มีหน้าตาบุญหนักศักดิ์ใหญ่เพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนบูชาพระพุทธรูปด้วยดอกไม้ของหอม
มีปัญญา มีความปราดเปรื่องเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนสวดมนต์สรรเสริญพระนามพุทธเจ้า
มีภรรยาดีมารยาทพร้อมเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนได้สร้างบุญสร้างกุศลร่วมกัน
สามีภรรยามีอายุยืนยาวเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนได้แต่งริ้วธงประดับหน้าพระพุทธรูป
มีพ่อแม่อยู่ครบเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนเห็นอกเห็นใจผู้กำพร้า
ไม่มีพ่อมีแม่เพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบยิงนกตกปลา
มีลูกหลานแยะเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบปล่อยนกปล่อยปลา
เลี้ยงลูกไม่รู้จักโตเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบเจ็บแค้นผู้อื่น
ชาตินี้ไม่มีลูกเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนข่มเหงรังแกลูกหลานชาวบ้าน
ชาตินี้อายุยืนเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบซื้อสัตว์ปลดปล่อยชีวิต
ชาตินี้อายุสั้นเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ชาตินี้ไม่มีภรรยาเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบผิดประเวณี ข่มขืนลูกเมียเขา
ชาตินี้เป็นหม้ายเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบดูหมิ่นดูแคลนสามี
ชาตินี้เป็นทาสเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนไม่รู้จักบุญคุณคนอื่น
ชาตินี้มีตาดีเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนซื้อน้ำมันเติมตะเกียงบูชาพระ
ชาตินี้มีตาบอดเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบอ่านหนังสือลามก
ชาตินี้มีปากแหว่งเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนกล่าวร้ายใส่ความผู้อื่น
ชาตินี้หูหนวกเป็นใบ้เพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนปากร้ายชอบด่าว่าพ่อแม่
ชาตินี้หลังค่อมเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนหัวเราะคนที่ไหว้พระ
ชาตินี้มืองอแขนคดเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนเคยตีพ่อแม่
ชาตินี้ขาเป๋ตีนแปเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนทำลายถนนและสะพาน
ชาตินี้เป็นวัวเป็นควายเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนเป็นหนี้เขาแล้วไม่ใช้คืน
ชาตินี้เป็นหมูเป็นหมาเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนมีใจคิดหลอกลวงเขา
ชาตินี้มีโรคมากเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนดีใจที่เห็นผู้อื่นเคราะห์ร้าย
ชาตินี้สุขภาพดีเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนบริจาคยารักษาโรคผู้อื่น
ชาตินี้ต้องติดคุกติดตะรางเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนเห็นคนตกอยู่ในอันตรายแล้วไม่ยอมช่วยเหลือ
ชาตินี้ต้องอดอาหารตายเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนหัวเราะขอทาน
ชาตินี้ต้องถูกเขาวางยาเบื่อตายเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนเบื่อปลาในคลอง
ชาตินี้โดดเดี่ยวทุกข์ทรมานเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนใจบาปคิดแต่จะทำลายผู้อื่น
ชาตินี้แคระแกรนเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบเหยียดหยามดูแคลนคนรับใช้
ชาตินี้อาเจียนเป็นโลหิตเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนคอยปุกปั่นยุแหย่คนอื่นให้แตกแยกกัน
ชาตินี้หูหนวกเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนฟังธรรมแล้วไม่เชื่อถือ
ชาตินี้เป็นฝีหนองเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนทารุณสัตว์
ชาตินี้ตัวมีกลิ่นเหม็นเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบอิจฉาริษยาผู้อื่น
ชาตินี้ต้องแขวนคอตายเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนทำลายเขาเพื่อประโยชน์ตน
ชาตินี้เป็นหม้ายหรือโดดเดี่ยวเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนไม่รักลูกรักภรรยา
ชาตินี้ถูกฟ้าผ่าตายเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนพูดจาเสียดสีผู้ออกบวช
ชาตินี้ถูกสัตว์ร้ายกัดตายเพราะเหตุใด เพราะชาติก่อนชอบก่อศัตรูคู่อาฆาต
สรรพกรรมที่ก่อไว้กรรมตามสนอง ต้องตกนรกได้รับทุกข์ทรมานจะโทษใครเล่า
อย่าพูดว่ากฎแห่งกรรมไม่มีใครเห็น กรรมสนองเร็วก็ตกที่ตัวเอง กรรมสนองช้าก็ตกกับลูกหลาน
ถ้าไม่ศรัทธาพระรัตนตรัย ไม่รีบทำทาน ก็จงดูบุคคลที่มีบุญวาสนาซิ
เพราะเขาทำบุญไว้ตั้งแต่ชาติก่อน ชาตินี้บุญจึงตอบสนอง แม้ปัจจุบันสั่งสมบุญกุศล บุญนั้นก็จะคุ้มครองถึงบุตรหลาน
หากใครกล่าวร้ายเรื่องกฎแห่งกรรม ชาติหน้าก็ไม่ได้เกิดเป็นคนอีก (เกิดอยู่ในอบายภูมิ)
หากเชื่อถือยึดมั่นในกฎแห่งกรรม ความเจริญมั่งมีศรีสุข ก็จะมาเยือนถึงบ้าน
หากใครคอยแนะนำเผยแพร่เรื่องกฎแห่งกรรม ก็จะเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นชั่วลูกชั่วหลาน
หากใครยึดมั่นในกฎแห่งกรรม ฆาตเคราะห์ภัยพิบัติจะอยู่ห่างไกลตัว
หากใครเที่ยวบรรยายเรื่องกฎแห่งกรรม ทุก ๆ ชาติจะเป็นบุคคลมีปัญญาเลิศ
หากใครหมั่นสวดมนต์ในเรื่องกฎณห่งกรรม ชาติหน้าไปถึงไหนก็มีแต่คนนับถือ
หากใครพิมพ์หนังสือเรื่องกฎแห่งกรรมแจก ชาติหน้าจะมีกายมงคลรุ่งโรจน์
หากจะถามเรื่องกฎแห่งกรรมของชาติก่อน ควรศึกษาเรื่องราวของพระกัสสปพุทธเจ้าที่มีรัศมีแวววาว
หากจะถามถึงเหตุผลของชาติหน้า ก็ให้ดูพวกที่กล่าวร้ายพระธรรมในเมืองนรก
หากว่าเหตุแห่งกรรมไม่มีการตอบสนอง ก็ให้อ่านเรื่องพระโมคคัลลาน์ช่วยมารดาในเมืองนรก
หากบุคคลใดก็ตามที่ยึดมั่นในกฎแห่งกรรม ก็จะได้ไปเกิดในสุขาวดีแดนพุทธเกษตร
เรื่องกฎแห่งกรรมในสามโลกนี้พูดกันไม่จบ สวรรค์ไม่เคยขาดคนจิตกุศล
ในพระรัตนตรัยเป็นแก้ววิเศษ รู้จักสละบ้างผลได้รับเหลือคณานับ
เหมือนดั่งสะสมอริยทรัพย์ไว้ในเซฟที่มั่นคง จะได้รับผลประโยชน์ทุก ๆ ชาติไป
"หากถามเรื่องชาติปางก่อน ก็ให้ดูผลที่ได้รับในปัจจุบัน
หากจะถามเรื่องชาติหน้า ก็ให้ดูสิ่งที่กระทำในปัจจุบัน"
ผมมองว่ามันเป็นสัญลักษณ์มากกว่าจะเป็นไปตามความหมายจริงๆ นะครับ
(เป็นคำตอบเพื่อเลี่ยงแรงปะทะของคำตอบว่า "ตูไม่เชื่อกฎแห่งกรรม")
" ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ "
" กาลามสูตร "
" เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ "
" เยอะแยะ " {หมีโหด}
คลับคล้ายคลับคลาว่ามีหนังสือ ผลของกรรม ที่ได้มาจากโรงเจ :17:
น่ากลัวว่ะ :05:
แล้วถ้าชาตินี้ เป็นแต่ที่สอง ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง
นี่เกี่ยวกับการทำบุญด้วยของมือสองให้พระไหมคะ :39:
เป็นที่2ก็ยังดีกว่าที่3 4 5 6....นะพี่
เคยทำแบบนั้นด้วยเรอะ :07:
ตอบ : ไม่เกี่ยวนะนัท เกี่ยวกะสภาพของเจ้าในชาตินี้นี่แหละ
คำถาม : ชาติก่อนทำอะไรมา ทำไมชาตินี้ต้องเดินทางบ่อย เหนื่อยนะเว่ยยย :07:
:34: ไอ้ที่เคยทำแบบนั้นนี่หมายถึงชั้นป่ะ
แล้วไอ้คำว่าสภาพเนี่ยะ...เอ็งหมายถึงหนังหน้าข้าเหรอ :39:
เออ..ก็ตูไม่สวยนิคะ :05:
พี่นัทออกจะน่ารัก :40:
:01: ไม่ต้องชมหรอกครับ..พี่ไม่บ้ายอ
ให้ใครอ่านเค้าก็รู้ว่าประชดชมอย่างจริงใจ :42:
:42: ยังไงข้าก็ไม่บ้ายอครับ
ด่ามาตรง ๆ ก็ได้ครับ..ไม่ต้องประชด :42:
ไม่ได้ลบหลู่นะ เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมแบบวิทยาศาสตร์ กรรมคือผลของการกระทำ
พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เรางมงาย แต่สอนให้เราเชื่อในเหตุและผล ทำยังไง ย่อมได้อย่างงั้น
เช่นที่เราเกิดมารวย ก็เพราะพ่อแม่สร้างมา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรวยตลอดไป
ถ้ามัวเอาแต่ผลาญ ต่อให้ชาติที่แล้วมีจริงแล้วคุณทำบุญมาแค่ไหน มันก็หมด พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ทำบุญเพื่อหวังผล ไม่ได้สอนให้เชื่อแบบไม่ลืมหูลืมตา แต่เชื่อโดยใช้เหตุผล...
ตามหลักพุทธศาสนา สิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ล้วนมีกรรมนำมาเกิด กรรมทำให้เป็น
กรรม คือการกระทำ ทั้งชาตินี้หรือชาติก่อน เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ถือได้ว่าทำกรรมดีมาได้ระดับหนึ่ง
ผลของกรรมจะมากน้อยอยุ่ที่เจตนา จิตที่เป็นกุศลย่อมก่อให้เกิดกรรมดี ซึ่งตรงข้ามกันถ้าจิตที่เป็นอกุศล
ก็ก่อให้เกิดกรรมที่ไม่ดี กรรมที่มีผลทันตา มีให้เห็นได้ทั่วไป เช่น "ทำข้อสอบไม่ได้เพราะไม่ได้อ่านหนังสือสอบ หรือไม่ได้ตั้งใจเรียน" เป็นต้น
การอธิบายผลกรรมทันตาในชาตินี้ ที่เกิดจากเจตนา ดังคำกล่าวที่ว่า "เกลียดสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น" มีคนเคยอธิบายเรื่องนี้ไว้ เกี่ยวกับจิตอันทำให้เกิด โทษะ (ไม่รู้เขียนถูกรึป่าว)
เช่น ผู้ชายคนนี้ไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลย ด้วยเพราะหล่อนอ้วน หล่อนดำ หล่อนกวนตีน ซึ่งล้วนแล้วแต่จิตเป็นโทษะ โกรธ เกลียด กลายเป็นกรรม คนเราทำกรรมไว้ด้วยกันถึงระดับนึง ก็ จะมีอันต้องมาเกี่ยวพันกันสร้างกรรมร่วมกันเรื่อยไป ....
ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวไว้ว่า : คนที่มีวาสนาต่อกัน ไม่ว่าจากสถานการณ์ใดๆ ก็ตามล้วนเคยทำกรรมร่วมกันมาทั้งนั้น เชื่อเถอะครับ พรมลิขิตที่เราเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญมันไม่มีจริง...
มีอีกอย่างที่น่าสังเกต เรื่อง เกี่ยวกับครอบครัว คนในครอบครัวเกิดมาผมเข้าใจว่า เคยทำกรรมร่วมกันไว้
สมาชิกที่อยุ่ในครอบครัว สั่งสม บารมี กรรมดีและกรรมชั่วมาใกล้เคียงกัน คำว่าบารมีใกล้เคียงกันนั้น มันยิ่งทำให้ การสั่งสอนบอกกล่าวตักเตือนกันเป็นไปได้ยาก.....ไม่เชื่อคุณลองสังเกตดู เช่น เวลา แม่บอกไม่ให้คุณทำ คุณก็ยังทำ แต่พอมีคนอื่นมาบอก เช่น ครู เพื่อน หรืออื่นๆ คุณกลับเชื่อฟังพวกเขาโดยง่าย
.........
ดังนั้น คุณจงสังวร ไว้เถอะว่า คนที่คุณรู้จักอยุ่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะใครๆก็ตามที่ผ่านมาในชีวิตคุณ ล้วนเคยเป็นคนที่เคยทำกรรมร่วมกัน ทั้งนั้น และจะโกรธ เกลียดใครก็ระวังหน่อยเพราะชาติก่อนเขาอาจจะเป็นคนที่คุณเคยรุ้จัก อาจจะเป้นคนที่รักใคร่กันมาก่อนก็ได้.....:42:
เวลาอ่านจู๋นี้ต้องเข้มแข็งไว้นะครับ
กรรม ครับ ไม่ใช่กัมส์
อย่าอ่านผิดเชียว
ไม่งั้น
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 14 พ.ย. 2006, 02:56 น.
คนที่คุณรู้จักอยุ่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะใครๆก็ตามที่ผ่านมาในชีวิตคุณ ล้วนเคยเป็นคนที่เคยทำกัมส์ร่วมกัน ทั้งนั้น
ลองคิดดูสิ จะเป็นอย่างไงถ้ากัมส์กรรมตามทัน :44: :44:
เ.... :30:
:34: ถ้ากัมส์ตามทัน ก็ขี้คล่องเลยนะ
:05:
:30: :30: :30: :30:
ผมเชื่อกฎแห่งกรรม แต่ไม่เชื่อกฎแห่งกรรมที่ยกมาในกระจู๋นี้ครับ
กฏแห่งกรรม ไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ ที่จะให้ผลลัพท์ตายตัว
ผมก็เชื่อกฎแห่งกรรมเหมือนกันครับ
ยังไม่ได้อ่าน ... มาปั่นไว้ก่อน :42:
ผมเชื่อ เพราะโดนประจำ ทำเขาไว้แล้วก็โดนเอง แล้วเขาทำเราเขาก็จะโดนเอง :42:
เห็นควรหมอแมวด้วยครับ
ผมว่าเหมือนกับการให้รางวัลจากพระเจ้าเลย ถ้าทำดี ก็จะได้ดี
ซึ่งผมคิดว่าพุทธศาสนาไม่ได้สอนเรื่องกรรมเป็นเรื่องของรางวัล หรือการลงโทษ
น่าจะเป็นเรื่องของผลกระทบจากการกระทำมากกว่า คือทำอย่างนี้ให้ระลึกว่าผลจะเป็นอย่างนี้
ก็เลยเห็นควรแอนด้วยอีกคน ที่ว่า คำเหล่านี้น่าจะเป็นอุปมามากกว่าหมายความตรงตัว
คนที่ทำดีเพราะอยากได้รางวัล กับ คนที่ทำดีเพราะมองว่าเป็นเรื่องควรทำ
คนที่ละชั่วเพราะกลัวโดนลงโทษ กับ คนที่ละชั่วเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องควรละ
ผมว่าต่างกันนะ
ผมเชื่อเพราะกำลังเจอกับตัวอยู่ แต่ไม่เชื่อในเรื่องชาตินี้ชาติหน้า
ว่าแต่ กฎแห่งกัมส์ นี่จะทำให้โล่งสบายมั้ยครับ :09:
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ
สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
^-FakE-^
ขอโทษค่ะ :16:
ยาวไป ขี้เกียจอ่าน :42:
อะไรกัน ยาวมาก ไม่อ่าน {หมีโหด}
เชื่อ...เพราะโดนมาเยอะแล้ว :05:
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 14 พ.ย. 2006, 10:57 น.
เห็นควรหมอแมวด้วยครับ
....
ก็เลยเห็นควรแอนด้วยอีกคน
ควรของผมยังไม่ด้วยครับ
แต่ของหมอแมวน่ะ ...เรียบร้อยแล้ว
หมีกิน {หมีโหด}
สยอง งี้ของเอก็ไม่เหลือแล้วสิ
ขี้เกียจอ่าน
ขอตอบแบบพี่แอนได้มั้ย
ไม่เชื่อเรื่องเวรกรรมชาตินี้ชาติหน้าอ่ะ
ไม่เชื่อเรื่องชาติภพ และเวรกรรมข้ามชาติครับ :01:
ท่าทางมันเป็นอุบายที่ดีให้คนเรายอมรับสิ่งที่ตนมี สิ่งที่ตนประสบมากกว่า
:08:
แบบธรรมกายครับ กู้เงินมาทำบุญมากๆ เป็นการลงทุนเพื่อชาติภพภายหน้าที่มั่งมี... :08:
ใกล้ๆ บ้านผมนี่เอง :39:
เคยเจอแบบนี้ครับ เจอพระเทศน์ตอนประถมปลาย ซึ่งรร.ผมมีสัดส่วนของคริสต์เยอะหน่อย
พระ : ใครเคยปวดหัวมากๆมั่ง
นักเรียนยกมือกันพรึ่บ ว่าแล้วพระก็เล่าเรื่องคนไปตกปลาทุบหัวปลา คนฆ่าหมูแล้วตอนตายทุรนทุรายแบบหมู คนฆ่าไก่ตอนตายทำท่าแบบไก่ ว่าแล้วก็ปิดด้วย
พระ : ใครเคยทุบหัวสัตว์บ้าง (ยกมือบ้างแต่น้อยมากเพราะเป็นโรงเรียนคุณหนู) นั่นแหละ ปวดหัวเพราะทุบหัวสัตว์
นักเรียน : แล้วทำไมผมถึงเคยปวดหัวมากทั้งที่ไม่เคยฆ่าสัตว์หรือทุบหัวสัตว์ครับ
พระ : ไม่เคยฆ่าสัตว์จริงเหรอ ..... นั่นก็เพราะชาติแล้วเคยทุบหัวสัตว์ ชาตินี้เลยมาปวดหัว
:39: ตอนเด็กๆ เลยไม่ค่อยเลื่อมใสการเทศน์แบบนี้สักเท่าไหร่ ท่านพุทธทาสเทศน์น่าเชื่อถือกว่าเยอะ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 14 พ.ย. 2006, 16:10 น.
ควรของผมยังไม่ด้วยครับ
แต่ของหมอแมวน่ะ ...เรียบร้อยแล้ว
นั่นแหละ ชาติที่แล้วเคยตัดของเขา
จริงๆ แล้ว เรื่องเวรกรรม ข้ามชาติภพ นั้นมันอาจจะดูเป็นไปได้ยาก สำหรับ พวกเรา ซึ่งผมก็เข้าใจว่า ทุกคนมี จุดยึดมั่นเป็นของตัว เป็นวัยรุ่นไทย ที่สดใสและมีเหตุผล พวกเราเชื่อในสิ่งที่เจอ
เชื่อในผลที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่ทำ
แต่อย่างที่ผมบอก กรรมไม่ใช่ปฏิหาริย์ กรรมไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ที่นานๆทีจะเกิด แต่ กรรม ตามหลักพระ
พุทธศาสนา คือ การกระทำ ผลกรรม คือผลของการกระทำ ที่หลายคนบอกว่าไม่เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม
นั้น มันอาจจะดูเป็นการหักดิบ เกินไปหน่อย หรือไม่ แสดงว่าท่านอาจจะเป็นคนที่เชื่อเรื่องความบังเอิญ
แต่ก็นั่นแหละ ต่างคนต่างคิดเห็นแตกต่างกันไป อย่างน้อยการเชื่อเรื่องกรรม น่าจะทำให้ บ้านเมืองสงบสุขได้บ้าง ละน่า.... :42:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 14 พ.ย. 2006, 20:03 น.
เคยเจอแบบนี้ครับ เจอพระเทศน์ตอนประถมปลาย ซึ่งรร.ผมมีสัดส่วนของคริสต์เยอะหน่อย
พระ : ใครเคยปวดหัวมากๆมั่ง
นักเรียนยกมือกันพรึ่บ ว่าแล้วพระก็เล่าเรื่องคนไปตกปลาทุบหัวปลา คนฆ่าหมูแล้วตอนตายทุรนทุรายแบบหมู คนฆ่าไก่ตอนตายทำท่าแบบไก่ ว่าแล้วก็ปิดด้วย
พระ : ใครเคยทุบหัวสัตว์บ้าง (ยกมือบ้างแต่น้อยมากเพราะเป็นโรงเรียนคุณหนู) นั่นแหละ ปวดหัวเพราะทุบหัวสัตว์
นักเรียน : แล้วทำไมผมถึงเคยปวดหัวมากทั้งที่ไม่เคยฆ่าสัตว์หรือทุบหัวสัตว์ครับ
พระ : ไม่เคยฆ่าสัตว์จริงเหรอ ..... นั่นก็เพราะชาติแล้วเคยทุบหัวสัตว์ ชาตินี้เลยมาปวดหัว
:39: ตอนเด็กๆ เลยไม่ค่อยเลื่อมใสการเทศน์แบบนี้สักเท่าไหร่ ท่านพุทธทาสเทศน์น่าเชื่อถือกว่าเยอะ
:17:/
:01:
คห.1 นั่นมันของมหายานไม่ใช่เหรอครับ
พวกเล่นจับแพะชนแกะอย่างน่าเกลียดเลยทีเดียว :34:
อ้างอิง
ณ บนเขาคิชฌกูฏ เนื่องในวันมาฆทักษิณาวรรต มีพระอรหันต์จำนวน 1,250 องค์ มาร่วมประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้มีการนัดหมายมาก่อน
เขาคิชฌกูฎอยู่ราชคฤห์
วันที่สงฆ์มาประชุมมิได้โทรนัดหมาย 1,250 รูป มีวันเดียวคือวันมาฆบูชา
และวันที่สงฆ์มาประชุมกันฯ ตามหลักฐานทางเถรวาทคือวัดเวฬุวัน
คนละที่กันเลยครับ :02:
แล้วข้อความแบบนี้ในพระไตรปิฎกเถรวาทผมไม่เคยเห็น!
บอกตามความเห็นของผม
มั่วครับ...
พวกจับคำพูดตัวเองยัดใส่พระโอษฐ์มีบ่อย ๆ
ไม่เคารพพระพุทธเจ้าบ้างเลย :08:
จะเชื่ออะไรให้ตรองดูดี ๆ ข้อความนี้ขัดกับหลักตัดสินธรรมวินัยชัด ๆ ...
คล้าย ๆ กับเรื่องพระมาลัยไปนรกสวรรค์นั่นแล...สาธุชน
วันที่สงฆ์มาประชุมกัน 1,250 รูป โดยมิได้นัดหมาย
อ้าว ยังงี้หมายก็อดไปน่ะสิครับ :09:
:14:
:01:
ตามใจปากผลของกรรมคือ อ้วน :34:
อ้างคำพูดจาก: tmd เมื่อ 16 พ.ย. 2006, 03:31 น.
:01:
คห.1 นั่นมันของมหายานไม่ใช่เหรอครับ
พวกเล่นจับแพะชนแกะอย่างน่าเกลียดเลยทีเดียว :34:
เขาคิชฌกูฎอยู่ราชคฤห์
วันที่สงฆ์มาประชุมมิได้โทรนัดหมาย 1,250 รูป มีวันเดียวคือวันมาฆบูชา
และวันที่สงฆ์มาประชุมกันฯ ตามหลักฐานทางเถรวาทคือวัดเวฬุวัน
คนละที่กันเลยครับ :02:
แล้วข้อความแบบนี้ในพระไตรปิฎกเถรวาทผมไม่เคยเห็น!
บอกตามความเห็นของผม
มั่วครับ...
พวกจับคำพูดตัวเองยัดใส่พระโอษฐ์มีบ่อย ๆ
ไม่เคารพพระพุทธเจ้าบ้างเลย :08:
จะเชื่ออะไรให้ตรองดูดี ๆ ข้อความนี้ขัดกับหลักตัดสินธรรมวินัยชัด ๆ ...
คล้าย ๆ กับเรื่องพระมาลัยไปนรกสวรรค์นั่นแล...สาธุชน
ไม่ได้อ่านของ จขกจ เลย
แต่อ่านของเณรธี พอรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร :25:
:38: ส่วนผมไม่ได้อ่านเหมือนกัน.....เลย ไม่รู้ :42:
ธรรมะที่แท้ ก็คือ การขจัดความไม่รู้นี่แหละครับ
(+3 ทิดธี)
+ ทิดธีด้วยคนดิ
หายไปไหนมาครับ
ไม่ตอบ ทำมาเป็นยิ้ม :34:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 16 พ.ย. 2006, 12:26 น.
ธรรมะที่แท้ ก็คือ การขจัดความไม่รู้นี่แหละครับ
แล้วไอ้ความอยากรู้..ไม่อยากรู้ เนี่ย ..มันถือว่าเป็นกิเลสไม่ใช่เรอะ..
เหมือนกับอยากได้ของบางอย่าง..พอได้มาก็โล่ง..งั้นอยากได้อย่างอื่นอีก ..งี้น่ะเหรอ ตูงงจริงๆนะ
จะว่าไปมันก็ถูก แต่มันก็มีที่มาที่ไป
ตอนเจ้าชายสิทธัตถะพยายามจะแสวงหาความจริง พลังเน็นในตัวก็พลุ่งพล่าน
อยากจะรู้ซะทีว่าเราเกิดมาทำไม (ฮอลล์ซู่ๆ) และอะไรคือความจริงแท้กันแน่วะ
ตอนนั้นแหละ การทดลองทางวิทยาศาสตร์มากมายก็ได้เกิดขึ้นเพื่อขจัดความไม่รู้ของตน
พอมาวันนึง พระองค์ก็ได้ทรงตรัสรู้แจ้งเลย - ก็กลายเป็นซูเปอร์ศาสดา
หลังจากนั้นภารกิจของพระองค์ก็เลยกลายเป็นสร้างความรู้ให้กับชาวโลกนี่แหละ
ก็ "เพื่อขจัดความไม่รู้" อีกที
อ้อ..มันเป็นอย่างนี้นี่เอง :31:
:40:
อยากรู้ไม่อยากรู้อยากได้ไม่อยากได้ เรียกว่า โลภะ อโลภะ
เป็นกิเลสทั้งคู่
แต่อย่าลืมว่าอะไรคือตัณหา อะไรคือปัญญา
การรู้ธรรมะคือ รู้ความจริง เพื่อละความจริง และเข้าถึงความจริง ( เริ่มพูดไม่รู้เรื่องละ )
เอากิเลสตัดกิเลส
เหมือนหนามยอกเอาหนามบ่ง
สมัยพุทธกาล มีพระองค์หนึ่งเป็นหลานพระพุทธเจ้าบวชเข้ามาแล้วไม่อยากปฏิบัติธรรม
พระพุทธเจ้าเลยพาไปเที่ยวสวรรค์ พระนั้นก็ชอบใจอยากได้นางสวรรค์ :33:
พระพุทธเจ้าเลยบอกว่า "เอางี้ไหมถ้าเธอปฏิบัติธรรมจนบรรลุแล้ว ถ้าอยากได้ละก็ฉันจะหาเทวดาเอ๊าะ ๆ ให้" :25:
พระนั้นก็ดีใจรีบไปปฏิบัติธรรม
สุดท้ายก็บรรลุ ฯ :04:
เรียกว่าพระพุทธเจ้าเอาหญิงมาล่อให้ปฏิบัติ
อย่างงี้ก็มี นะ เออ :02:
เล่าให้ฟังเล่น ๆ
อืม ตัณหากับปัญญา :12:
ต้องเป็น มยุรากับปัญญา ซิครับ :42:
นานๆ โพสที แต่เด็ดดวงแช่แว๊บ :25: