ใครเคยเรียนวิชาเคมี มั่งครับ
ผมกำลังเรียนไอ้วิชานี้อยู่แหละ
เคมีพื้นฐาน ท่องตารางธาตุ แบบจำลองอะตอม
ตอนนี้ความจริงอยากปั่นบอร์ด
อ่านกระจู๋ที่มีสาระ (หานานมากกว่าจะเจอที่ถูกใจ)
แต่ก็ต้องอ่านหนังสือเคมีด้วย เพราะพรุ่งนี้สอบ
งั้น จะทบทวนเคมีมันในบอร์ดฟอนต์เลยนะ
:08:
.............
แบบจำลองอะตอม
ดอลตัน
(http://img.f0nt.com/image/13654.jpeg)
ดอลตัน เป็นคนเสนอทฤษฏีอะตอมเป็นคนแรก
- ธาตุประกอบด้วยอนุภาคเล็กๆ เรียกว่าอะตอม ซึ่งแบ่งแยกไม่ได้ ทำให้สูญหายไม่ได้
- อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันมีสมบัติเหมือนกัน มวลเท่ากัน
- สารประกอบเกิดจากอะตอมมากกว่าหนึ่งชนิดรวมตัวกัน
แบบจำลองอะตอมของดอลตันจึงเป็นลูกแก้วตันๆ ลูกหนึ่ง
.............
เซอร์โจเซฟ จอร์น ทอมสัน
(http://img.f0nt.com/image/13655.jpeg)
ทอมสัน ทดลองเกี่ยวกับอนุภาคแยกย่อยในอะตอมลงไปอีก
โดยใช้หลอดรังสีแคโทด ในการทดลอง
(http://img.f0nt.com/image/13656.jpeg)
หลอดรังสีแคโทดเป็นหลอดสูญญากาศ ภายในมีโลหะสองขั้ว
ขั้วลบคือ แคโทด
ขั้วบวกคือ แอโนด
เมื่อให้ไฟฟ้าศักย์สูง (10,000 โวลท์) จะเกิดรังสิพึ่งจากแคโทดไปแอโนด
เรียกว่ารังสีแคโทด
ทอมสันดัดแปลงทดลอง โดยเจาะรูที่ขั้วแอโนด ใส่ฉากเรืองแสงเข้าไปข้างหลัง
และติดตั้งขั้วไฟฟ้าในแนวดิ่งดังภาพ
(http://img.f0nt.com/image/13659.jpeg)
พบว่ามีจุดสว่างเกิดขึ้นที่ฉากเรืองแสง และเบี่ยงเบน
เข้าหาขั้วบวก (รังสีแคโทดสีชมพู)
ทอมสันคำนวนหาค่าประจุต่อมวลของอนุภาคดังกล่าว
และสรุปว่าอะตอมทุกชนิดมีอนุภาคประจุลบเป็นองค์ประกอบ
และเรียกมันว่า อิเล็กตรอน
...
แฮ่กๆ...
...
ออยเกน โกลด์สไตน์
(http://img.f0nt.com/image/13660.jpeg)
โกลด์สไตน์ ทดลองต่อจากทอมสัน โดยการเจาะรูทั้งแคโทด และแอโนด
ติดตั้งฉากเรืองแสงทั้งสองข้าง แล้วต่อไฟ....
พบว่าเกิดจุดสว่างที่ฉากทั้งสองข้าง
จึงสรุปว่า มีอนุภาคที่ประจุเป็นบวกด้วย (ไอ้พวกที่วิ่งไปแคโทดไง)
และให้ชื่อไอ้พวกนี้ว่า
โปรตอน
.... :33:
จากการนี้ ออยเกน ยกประโยชน์ให้ทอมสันผู้ริเริ่ม
เสนอโครงสร้างอะตอมแบบใหม่ คือ
อะตอมประกวบด้วยอนุภาคที่มีประจุบวก และลบกระจายอยู่ทั่วไป
แง่ม...
อะไรนะ
ปั่นตอน หรอ
โรเบิร์ต แอนดรูส์ มิลิแกน
ตา มิลิแกน ได้ทำการทดลองหาค่าประจุอิเล็กตรอนเมื่อ พ.ศ. 2451
พบว่าอิเล็กตรอนมีประจุ 1.6 x 10-19 คูลอมบ์
และคำนวนมวลได้ 9.11 x 10-28 กรัม
โดยทดลองการ พ่นละอองน้ำมัน และฉายรังสี x
(http://img.f0nt.com/image/13661.jpeg)
ขั้นแรก
- พ่นละอองน้ำมันเป็นฝอย
- ฉายรังสี x ให้ไอออนแตกตัวเป็น ไอออนบวก และไอออนลบ
- ประจุลบ e- เกาะฝอยน้ำมัน
- ขั้วลบที่ก้นแก้วจะดันให้ฝอยน้ำมันลอยขึ้น (ขั้วเดียวกันผลักกัน)
- ตัดกระแสไฟฟ้า ให้ฝอยน้ำมันร่วงลงมา
กล้องโทรทัศน์ส่องดูอัตราการร่วงลงของฝอยน้ำมัน
คำนวนออกมาเป้นประจุของอิเล็กตรอน 1.60 x 10-19
คำนวนไงของมันไม่รู้ :08:
ไมได้่เจอเคมีมานานมากแล้ว :01:
ใครเรียนเคมีช่วยเต่าหน่อยเร๊ว
:30:
เอาเรื่องคำนวณหน่อยก็ดี เผื่อปั่นแล้วได้มาทบทวนด้วย
(แต่พรุ่งนี้ตูสอบ รด. แล้วเว้ย :05: ไว้ค่อยมาช่วย)
...
เรียนแต่ ดอลตัน จำลองกลมๆตันๆมาอันนึัง {หมีโหด}
โชดิงเจอร์เสนอสมการขึ้นมา พบว่าถ้าแทนค่า x y z ใดๆ ในสมการ s-orbital จะได้รูปร่างคล้ายทรงกลม {หมีโหด}
ละโว้ เคยเรียนมาแล้ว :21:
อ่าวไม่ใช่เหรอ :42:
เรียน ม.ปลายสายวิทย์
แต่ทำไมไม่ได้เรียนเคมีเลยหว่า :09:
อ่อ นึกออกแล้ว... ก็ทำการบ้านอย่างอื่นในคาบเคมีตลอดเลยนิ
(ห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาด) :41:
ขอโทษด้วยนะเต่าน้อย พี่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย :39:
ข้อสอบจะถามประมาณว่า
ค้นพบปีไหน :08:
ดอลตันถนัดมือซ้ายหรือขวา {หมีโหด}
มวลอิเล็กตรอนน้ำหนักเท่าไหร่ :42:
เคมีของชั้นไหนล่ะครับ
เพราะของมหาลัย ฟิสิกส์ , มหาลัย วิทยาทั่วไป กับ ม.ปลาย
เรื่องอะตอมมันไปคนละเรื่องกัน :42:
ความรู้เคมีม.ปลาย พอเข้ามหาวิทยาลัยแล้วอย่างกับขยะ เจอแต่เรื่องที่ไม่เคยเรียน :01:
PLUTO ก็มีอะตอมนะ {หมีโหด}
ผมเขียนโพสเล่นๆ อุทิศแด่ traffic ของเว็บฟอนต์
เพื่อกลุ่มลูกค้าจาก search engine ที่เข้ามาหาเรื่องอะตอม
ระดับชั้น ม.ปลาย ครับ
(หยั่งกะ traffic เว็บนี้น้อย เนอะ :08:)
หลอดรังสีแคโทดที่ตูเคยเรียน
มันเอาแผ่นคู่ขนานวางแนวนอนแฮะ
แล้วประจุ ก็วิ่งแนวตั้งใช่มั้ย {หมีโหด}
แนะนำให้ไปเรียนกับอาจาร์ยอุ๊ :45:
แพงหน่อยแต่สนแบบไม่หวงวิชา
และจะได้เคมี 4 ทุกเทอมโดยง่ายดายและเข้าใจแก่นวิชา :12: (ตูลองมาแล้ว ขนาดห้อง VDO นะ)
และยังใช้ได้ยันมหาวิทยาลัยด้วย
เนื้อหาที่น้องยกตัวอย่างมาทั้งหมด ต้องเอาไปใช้ตอนเรียนพื้นฐานของสายวิทย์เกือบทุกคณะแน่นอน แต่พวกที่เรียน pure science ก็จะ advance ขึ้นไปอีกจนหนาวดึงส์เลยทีเดียว จงทำความเข้าใจมันดีๆ นะน้อง อดทนๆ ขยัน ตอน ม ปลาย ตอนมหาลัยก็ไม่ต้องอ่านมาก เพราะถ้าพื้นแน่นๆ จะประยุกต์ง่ายขึ้นในการเรียนเชิงลึก
สำหรับพี่ เคมีสนุกสุดๆแล้ว รองลงมาก็ฟิสิกส์ ส่วนชีวะนั่นตัดทิ้ง เพราะถ้าจำได้ก็ทำได้
ที่ไม่ค่อยชอบก็เลขกับภาษาไทย
จะเชื่ออะไรใครก็คิดดีๆก่อนนะน้อง :26:
เชียร์อาจารย์อุ๊ อีก 1 เสียง
ถ้าให้ดี ลงคอร์สเตรียมเอนท์อันเดียวอยู่ :42:
ผมไม่ชอบ อ.อุ๊ โดยอคติว่าแกเป็นตัวแทนหนึ่งของ
ความบิ้ดเบี้ยว ของ ระบบการศึกษาไทยครับ :08:
คือเห็นคนไปเรียน มันก็ดีจริงๆ แต่มันทำให้ผมรู้สึกว่า
คนที่จะเข้าใจเคมีได้(ง่ายๆ) ต้องเสียตังค์เรียน อ.อุ๊ หรอ
ทำไมการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นเรื่ิองของคนมีกะตังค์
ไม่ใช่ของคนทุกคนทีควรจะมีสิทธิเท่าเทียมกัน...
คิดแบบผม นี่ไม่เจริญเลยนะครับ :39:
อาจารย์ที่โรงเรียนสอนดีกว่า
:42:
ตอนเรียนจารย์อุ๊ คอร์สเอนท์ โดดแหลกแหกสะบัด
แต่เจ๊เค้าก็สอนดีนะ
แค่น่าเบื่อนิดหน่อยเอง
ช่วยน้องเต่าหน่อย พวกเรียนเคมีทั้งหลายยยยย
อ้างคำพูดจาก: tao เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 21:40 น.
ผมไม่ชอบ อ.อุ๊ โดยอคติว่าแกเป็นตัวแทนหนึ่งของ
ความบิ้ดเบี้ยว ของ ระบบการศึกษาไทยครับ :08:
คือเห็นคนไปเรียน มันก็ดีจริงๆ แต่มันทำให้ผมรู้สึกว่า
คนที่จะเข้าใจเคมีได้(ง่ายๆ) ต้องเสียตังค์เรียน อ.อุ๊ หรอ
ทำไมการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นเรื่ิองของคนมีกะตังค์
ไม่ใช่ของคนทุกคนทีควรจะมีสิทธิเท่าเทียมกัน...
คิดแบบผม นี่ไม่เจริญเลยนะครับ :39:
งั้นก็ไปเรียนกับอาจารย์อุ๊ แล้วไปสอบคุรุศาสตร์เลยครับ :42:
เรื่องของระบบ บางครั้งมันแก้ยาก เพราะคนที่เกี่ยวข้องกับมันล้วนแต่มีผลประโยชน์
อาจารย์ผมสอนดี คนที่ไปเรียนอ.อุ๊ ยืนยัน
(แก้ไขเพราะอ่านดูแล้วเหมือนหาเรื่องน้องเต่า :42:)
ผมเห็นด้วยกับเต่าครับ เรื่องเสียตังแล้วได้คะแนนดี
อ๋อ เคยคิดแบบคล้ายๆ เต่าเหมือนกัน
จริงๆ คือตูไม่ค่อยจะนิยมการสอนแบบอัดวิดีโอมาสอนน่ะ
มันรู้สึกไงไม่รู้
ก็เลยเลือกที่จะเรียนกะอาจารย์ตัวเป็นๆ มากกว่าอาจารย์อัดวิดีโอ
พอดีว่าโชคดีที่อาจารย์ที่หาดใหญ่ก็มีประสิทธิภาพสูง
ผลิตนักเรียนออกมามีคุณภาพเทียบกะที่อื่นได้
บางทีก็แอบขัดใจที่แบบ เออ เพื่อนท่องแต่ของ 'จาีรย์อุ๊
ถ้าเป็นอังกฤษก็ร้องเพลงเอนคอนเซ็ปต์ยัน
แต่มันก็จำง่ายจริงๆ นะ :21:
แต่ก็นั่นแหละ เรียนพิเศษนี่ เอาไปเพื่อสอบเอนท์ หรือสอบเข้ามหาลัยทั้งนั้น
อย่าหวังว่าจะใช้ในมหาลัยได้
เดือนว่ามันเป็นเรื่องธรรมดานะ
คนเราก็ต้องมีการแลกเปลี่ยน
เพียงแต่ทางที่เราเลือกเดินมันจะสบายหรือไม่ก็เท่านั้น
อ. อุ๊ สอนดีจริงๆ นะ :25b:
ฟิสิกส์ก็ต้อง Applied ไม่ได้เกี่ยวกับมีเงินไม่มีเงินหรอก เพราะว่าพี่ก็เรียน คอร์สเดียวเท่านั้น "เตรียมเอนท์ " ไม่รู้ซิ ไม่ได้ชอบเรียนพิเศษ เหมือนกัน แค่ไปเปิดโลกกว้างทางการศึกษา
และก็จริงตามที่หมอแมวว่า เราต้องเอาไดโนเสาร์ออกให้หมดกระทรวงก่อน :42:
ต่อด้วยการค้นพบ นิวตรอน
... :33:
ลอร์ดเออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด
รัทเทอร์ฟอร์ด(ชาวอังกฤษ) ร่วมกับ ฮันส์ ไกเกอร์(เยอรมัน)
ได้ศึกษาและพิสูจน์แบบจำลองอะตอมของทอมสันเมื่อปี พ.ศ. 2454
โดยการยิงอนุภาคไปยังแผ่นทองคำบางๆ
ใช้ฉากเรืองแสงเคลื่อบด้วย ซิงค์ซัลไฟด์ โ้ค้งเป็นวง
จากการทดลองพบว่า
(http://img.f0nt.com/image/13666.jpeg)
อนุภาคแอลฟาส่วนใหญ่ วิ่งผ่านไปที่ฉากเรืองแสง
บางส่วนหักเหจากการชนอะไรบางอย่าง
และบางสว่นน้อยนิดสะท้อนกลับมา
ตา รัทเทอร์ฟอร์ด บอกว่า
มวดของอิเล็กตรอนนั้นน้อยมาก เมื่อเจออนุภาคแอลฟาชนก็ผ่านไปสบายๆ
จึงจะต้องมีอนุภาคที่ใหญ่กว่าและมีประจุบวก อยู่แน่นอน
รัทเทอร์ฟอร์ดจึงเสนอแบบจำลองอะตอมมาให้พวกเราท่องบ่นอีกอันดังนี้
(http://img.f0nt.com/image/13668.jpeg)
อะตอมประกอบด้วยพื้นที่ว่างจำนวนมาก
มีนิวเคลียสซึ่งมีประจุเป็นบวกอยู่ตรงกลาง
และมีอิเล็กตรอนวิ่งรอบๆ
...
เซอร์เจมส์ เซดริก
ในปี พ.ศ. 2475 (คณะราษฎรปฏิรูปการปกครอง)
เอ้ย
เซดริกได้ทดลองยิงอนุภาคแอลฟาใส่อะตอมธาตุต่างๆ อย่างสนุกสนาน
และทดสอบด้วยเครื่องอะไรก็ไม่รู้ที่มันแม่นยำมากๆ (หนังสือมันว่างั้นแหละ)
พบว่าในนิวเคลียสมีประจุที่มีค่าเป็นกลางทางไฟฟ้า
และเรียกมันว่า นิวตรอน
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 21:56 น.
และก็จริงตามที่หมอแมวว่า เราต้องเอาไดโนเสาร์ออกให้หมดกระทรวงก่อน :42:
ผมว่าไม่มีทางหรอกครับ ไดโนเสาร์ มันจะออกไปอยุ่ไหนได้ ในเมื่อกระทรวงเป็นโลกร้านปีที่น่าอยู่....
ฟิสิกส์ถ้าแบบอัดแห้ง
เชียร์ "นีโอ"
นีโอจงเจริืญๆๆๆๆ {หมีโหด}
นีโออัดแต่สูตร สูตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ {หมีโหด}
ให้เด็กไปท่องสูตร {หมีโหด}
แถมอาจารย์ก็ไม่ได้หล่อที่สุดในโลกอย่าง อ. ประกิตเผ่าอีก :42:
เคยได้ยินมั้ย อ.ประกิตเผ่าอยู่ บนโลก หรือดวงจันทร์ก็มวลเท่าเดิม แต่ความหล่อเป็นอินฟินิตี้
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 22:02 น.
เคยได้ยินมั้ย อ.ประกิตเผ่าอยู่ บนโลก หรือดวงจันทร์ก็มวลเท่าเดิม แต่ความหล่อเป็นอินฟินิตี้
เคย :42:
เคยเรียนอุ๊ แล้วโดดกระจายเลย ตอนนั้นยังไม่ได้เลือกสายแบบจริงจัง :01:
:32: งง ไม่ได้เรียนเคมีมา ไม่รุ้เรื่องเลย
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 22:02 น.
แถมอาจารย์ก็ไม่ได้หล่อที่สุดในโลกอย่าง อ. ประกิตเผ่าอีก :42:
เคยได้ยินมั้ย อ.ประกิตเผ่าอยู่ บนโลก หรือดวงจันทร์ก็มวลเท่าเดิม แต่ความหล่อเป็นอินฟินิตี้
จริง อ.แกหล่อจริง :40:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 21:56 น.
และก็จริงตามที่หมอแมวว่า เราต้องเอาไดโนเสาร์ออกให้หมดกระทรวงก่อน :42:
เข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้ว่าคนในกระทรวงเลย
คนที่ได้ผลประโยชน์ ล้วนแต่เป็นนักเรียนที่ไปเรียนกับอาจารย์อุ๊ต่างหาก
:42:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 21:58 น.
ผมว่าไม่มีทางหรอกครับ ไดโนเสาร์ มันจะออกไปอยุ่ไหนได้ ในเมื่อกระทรวงเป็นโลกร้านปีที่น่าอยู่....
แต่ผมหมายความตามนี้จริงๆนะ :25:
อนุภาคมูลฐานของอะตอม
อิเล็กตรอน
- ประจุไฟฟ้า(-) 1.602 x 10-19 คูลอมบ์
- มวล 9.11 x 10-28 กรัม
โปรตอน
- ประจุไฟฟ้า(+) 1.602 x 10-19คูลอมบ์
- มวล 1.673 x 10-24 กรัม
นิวตรอน
- ประจุไฟฟ้า(0) 0 คูลอมบ์
- มวล 1.675 x 10-24 กรัม
สำหรับผมแล้ว อ.บอกว่า อิเล็กตรอนมันมวลน้อยมาก
เวลาคิดไม่ต้องไปคิดมัน ยึดถือเอานิวเคลียสเป็นสรณะก็พอ
:01:
งั้นให้ อ. อุ๊ ไปอยู่ในกระทรวงแทนจะได้ผลประโยชน์กันถ้วนหน้า :42:
:01:
ยังตามมาหลอกหลอนถึงนี่อีก
ผมยังเชื่อว่าคนที่ทำงานราชการ ถ้าไม่ได้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่างก็เป็นนักการศึกษาที่ต้องการเห็นการศึกษาไทยก้าวไปข้างหน้ากันทั้งนั้น
ถ้าอยากรู้เรื่องการศึกษาไทยกับการเรียนพิเศษ ลองเอาไปโพสในเด็กดีสิ โดยใช้Keyword
เด็กกรุงเทพ เด็กต่างจังหวัด รวย จน ขยัน ขี้เกียจ เรียนพิเศษ
ถ้าใช้คำดังกล่าวครบ ก็จะได้กระทู้ชวนทะเลาะกันขึ้นมา... เป็นการยืนยันว่าเรื่องนี้มีผลประโยชน์ของนักเรียนจริงๆ
บางคนก็ไม่ครับ
จากประสบการณ์จริง
:01:
อ้างคำพูดจาก: tao เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 21:15 น.
เซอร์โจเซฟ จอห์น ทอมสัน
(http://img.f0nt.com/image/13655.jpeg)
ทอมสัน ทดลองเกี่ยวกับอนุภาคแยกย่อยในอะตอมลงไปอีก
โดยใช้หลอดรังสีแคโทด ในการทดลอง
(http://img.f0nt.com/image/13656.jpeg)
หลอดรังสีแคโทดเป็นหลอดสูญญากาศ ภายในมีโลหะสองขั้ว
ขั้วลบคือ แคโทด
ขั้วบวกคือ แอโนด
เมื่อให้ไฟฟ้าศักย์สูง (10,000 โวลท์) จะเกิดรังสิพึ่งจากแคโทดไปแอโนด
เรียกว่ารังสีแคโทด
ทอมสันดัดแปลงทดลอง โดยเจาะรูที่ขั้วแอโนด ใส่ฉากเรืองแสงเข้าไปข้างหลัง
และติดตั้งขั้วไฟฟ้าในแนวดิ่งดังภาพ
(http://img.f0nt.com/image/13659.jpeg)
พบว่ามีจุดสว่างเกิดขึ้นที่ฉากเรืองแสง และเบี่ยงเบน
เข้าหาขั้วบวก (รังสีแคโทดสีชมพู)
ทอมสันคำนวนหาค่าประจุต่อมวลของอนุภาคดังกล่าว
และสรุปว่าอะตอมทุกชนิดมีอนุภาคประจุลบเป็นองค์ประกอบ
และเรียกมันว่า อิเล็กตรอน
...
เต่า ขอให้อ่านดีๆ นะ
อันที่เต่าโพสต์คือสิ่งที่ครูสอนใช่มั้ย เรารู้ว่าใช่เพราะนั่นคือสิ่งที่ครูสอนเราเหมือนกัน เราก็ได้แต่มองหนังสือเรียนผ่านๆ ปล่อยคำพูดของครูลอยเข้าสมองไป
แต่เพิ่งไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จาน(ใช้คำเรียกต่างกันเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นคนละคน) บอกเราว่า " ทอมสันไม่เคยพูดว่าอะตอมของเขาเป็นอนุภาคทรงกลมที่มีประจุบวกและประจุลบกระจายอยู่ภายใน ในจำนวนที่เท่ากัน " (อ้าวหอก กูเรียนมายังงี้นี่หว่า) "แต่เขาพูดว่า อะตอมของเขาเป็น
ทรงกลมประจุบวกที่มีอนุภาคประจุลบอยู่ภายใน" เหมือนกับ ถ้าแตงโมเป็นอะตอม เมล็ดแตงโมก็เป็นอิเล็กตรอน
"...." กำลังจะเถียง ในหนังสือเรียนตูไม่ได้เป็นงี้นี่หว่า
"หนังสือเรียนเคมี ของสสวท. ปรับปรุงเนื้อหาแล้วค่ะ"
ก็เลยต้องสงบปากสงบคำไปเปิดหนังสือ
ปรากฏว่าจริง (ไม่เชื่อลองเปิด)
แล้วตูสอบผ่านมาได้ไงวะ :05:
ปล. เหมือนจู๋ระบายอารมณ์เลยว่ะ
ปล. ถ้าเอ็งเข้าใจเหมือนตูหะแรก ก็ขอให้เข้าใจใหม่
ปล. ถ้าเอ็งเข้าใจตั้งกะแรกแล้ว ตูก็หน้าแตก :03:
ปล. ไม่ต้องบอกตูว่าละโว้ ขอร้อง
//เฮี้ยก ตัดหน้า 8 คน
อันเก่ามันผิดครับ
ทอมป์สันบอกว่าเป็นประจุบวกแล้วมีประจุลบแทรกอยู่ :08:
http://en.wikipedia.org/wiki/Plum_pudding_model
:22:
ตูเรียนโมเดิร์นฟิสิกส์มา
อาจารย์ก็สอนแบบที่บุ๊คบอกน่ะ
อ๊ะ นี่ตูไม่ได้อยู่มอปลายนะ
สมัยที่เรียนยังไม่โมเดิร์น :26:
เออ นั่นล่ะๆ พุดดิ้งลูกเกดนั่นล่ะ :12:
แล้วก็อีกอย่างนะเร่ ตูพูดภาษาปะกิดบ๊งเบ๊งได้ แต่อ่านยาวขนาดนั้นไม่ได้ (ถ้าไม่ใช้มายบัดดี้ช่วย) :05:
ที่มามันมีอยู๋คือว่า ครั้งแรกที่เขาเสนอ เป็นช่วง 1899 เสนอแบบที่มีเท่ากัน
ต่อมา 1904 เสนอแบบที่สอง
ดูอันนี้ก็ได้
http://dbhs.wvusd.k12.ca.us/webdocs/AtomicStructure/Thomson-Model-Intro.html
แถมคนเขียนบทความ มีการเหน็บอีกว่า
"Before leaving this topic, I want to make a point about how the Thomson Model is presented today. Sometimes teachers, and even textbooks, will represent the Thomson Model as a mixture of protons and electrons, like on the right-hand side of this image:"
ก่อนจะละสายตาจากบทความนี้ ผมอยากชี้ประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับโมเดลอะตอมของทอมสันที่รู้จักกันในสมัยนี้ บางครั้ง อาจารย์ หรือแม้แต่หนังสือเรียนได้นำเสนอรูปแบบอะตอมของทอมสันเป็นทรงที่ประกอบไปด้วยโปรตอนและอิเลคตรอนเหมือนรูปด่้านขวานี้
(http://dbhs.wvusd.k12.ca.us/webdocs/AtomicStructure/Thomson-Model.GIF)
The Thomson Model has negative partices (electrons) and a sphere of positive charge. There are NO protons in the Thomson Model of the atoms. Be careful, a teacher might try to trip you up on a test question. (Those teachers sure are evil, aren't they??)
อะตอมของทอมสัน มีประจุลบอยู่ภายในทรงกลมประจุบวก โดย ไม่มี โปรตอนอยู่ภายในตัวอะตอมของทอมสัน ระวังให้ดี อาจารย์บางคนอาจลองจัดการคุณในคำถามทดสอบ
เอาล่ะ
ทีนี้ อีตา โบว์
ก็พยายามจะเสนอแบบจำลองใหม่อีก
โดยบอกว่าอะตอมมีการจัดเรียงของอิเล็กตรอนเป็นชั้นๆ
จากการทดลองหา สเปกตรัม ของธาตุ
แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดนึง ที่มีความยาวคลื่น
400 - 700 นาโนเมตร
แสงสีม่วง 400-420
แสงสีคราม-น้ำเงิน 420-490
แสงสีเขียว 490-580
แสงสีเหลือง 580-590
แสงสีส้ม 590-650
แสงสีแดง 650-700
โดยหลักการง่ายๆ ในการหาค่าพวกนี้นั่นก็คือ
การแปรผกผัน ของความยาวคลื่น กับความถี่คลื่น
คลื่นยาว จะมีพลังงานต่ำและความถี่ต่ำ
คลื่นสั้น จะมีพลังงานสูงและความถี่สูง
(ดังนั้นจงจำไว้ว่า ความยาว ไม่ได้หมายถึงคุณภาพที่เหนือกว่า :26:)
............................
(http://img.f0nt.com/image/13672.jpeg)
สูตรความถี่ หาได้จาก ความเร็ซของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสูญญากาศ
มีค่า 2.997 x 108
หรือง่ายๆปีดเป็น 3 x 108
V อ่านว่า นิว เป็นค่าความถี่คลื่น หน่วยเป็น Hz
c คือความเร็วคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสูญากาศ หน่วยเป็น m/s
λ อ่านว่าแลมด้า คือคามยาวคลื่น หน่วนนิยมเป็น nm
------------------------------------------------------------
(http://img.f0nt.com/image/13671.jpeg)
แฮ่ม... และนี่คือสูตรการหาค่าพลังงานจากคลื่นนะ
E คือพลังงานรู้กัน
h คือค่าคงตัวของพลังค์ มีค่า 6.626 x 10-34 js
V ความถี่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
นั่นสิ ...
ตกลงที่ อิเล็กตรอนต้องอยู่ขอบๆ อะตอม นี่คืออันใหม่ใช่ป่ะ...
แล้วที่ปนกันข้างในนั่นแบบเก่า :08:
อย่างไรก็ตาม
นอนละ พรุ่งนี้นอกจากสอบเคมีต้องเตรียมงานอีกบานเลย
ปีนี้เป็นประธานชุมนุมคอมฯ แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ช่วยด้วยแหละ :05:
เหนื่อย... :01:
อ้างคำพูดจาก: tao เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 22:34 น.
นั่นสิ ...
ตกลงที่ อิเล็กตรอนต้องอยู่ขอบๆ อะตอม นี่คืออันใหม่ใช่ป่ะ...
แล้วที่ปนกันข้างในนั่นแบบเก่า :08:
ตกลงคืออย่างนี้ครับ
ทอมสันเสนอทฤษฎีไว้สองครั้ง
1. แบบเก่าไม่ได้เสนอแบบทางการ คือ อะตอมประกอบไปด้วยอิเลคตรอน+โปรตอน อยู๋ในอะไรก็ไม่รู้
2. แบบใหม่ Plum Pudding theory คือ ประจุบวก ล้อมรอบ อิเลคตรอน
สรุปคือ
อาจารย์สอนแบบไหน ตอบตามนั้นครับ
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 22:37 น.
สรุปคือ
อาจารย์สอนแบบไหน ตอบตามนั้นครับ
คำตอบสุดท้าย :42:
ถูกต้องครับ เพราะต่อให้เราจบปริญญาเอกเคมีฟิสิกส์มา แต่ตอบไม่ตรงคนให้คะแนน เราก็ตก
:42:/
หนึ่งเสียงค่ะ {หมีโหด}/
บางทีผมรู้สึกเหมือนในโฆษณาฮอลล์นะ
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=1287
ประมาณว่า
กูเรียนเคมีไปทำไมเนี่ย
อ้าวแล้วกูจะเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร
เฮ้ย ชีวิตมันคืออะไร
แล้ว...
เพื่อนก็ตะโกนว่า "เฮ้ย ไปเล่น DotA กัน" (เกม warcraft น่ะแหละ)
แล้วก็กลับมาสู่โลกของความเป็นจริง :42:
ผมท่องมาว่า
สิ่งมีชีวิตเกิดมาเพื่อ Reproduce กับ Survive ครับ
:01:
reproduce ก็พอมั้ง :04:
ถ้าReproduceแล้วไม่Surviveแบบตั๊กแตนตำข้าว ผมคนนึงล่ะที่ไม่เอา {หมีโหด}/
ตูก็เรียนสายวิทย์มาแท้ๆ
แต่เห็นแล้วก็กดข้ามมาหน้า 4 เลย
ส่วนตูสายศิลป์ กดเข้ามาดูแล้ว
แทบอยากให้เป๋ไวๆ
ผมก็พยายาม ให้เป๋ ไปการเมืองไทย ตั้งแต่ พูดถึงระบบข้าราชการ กระทรวงไรนั่นแล้วละครับ....
ตูเคยเรียน ม.4 สายวิทย์อยู่ปีนึง ผลสอบออกมา วิชาที่ตกคือ
เลข อังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และ...... :39:
หลังจากนั้นจึงคิดได้ว่า ตูไปเรียนสายอาชีพดีกว่าเนอะ :42: (มึงคิดว่าพ้นเหรอวะ ไม่ต่างกันหรอก)
ปล.ช่วงนั้นมีความคิดฝังหัวว่า ตูจะเรียนพวกนี้ไปทำไมวะ เรียนไปแล้วใช้ทำอะไรในชิวิตประจำวันวะ ไปซื้อของตูต้องแก้สมการก่อนจ่ายตังค์เค้ามั้ย
อยากรู้ว่าอาหารนี่มีส่วนผสมอะไรตูต้องรู้สูตรเคมีเลยเหรอ
ตูจะขับรถไปกรุงเทพนี่มันกี่กิโล ต้องเอาฟิสิกส์มาคำนวณด้วยมั้ยน้า(ช่วงนั้นคิดงี้จริงๆ..และแน่นอน ตูคิดผิดมหันต์)
มาถึงตอนนี้ ตูอยากเก่งภาษาอังกฤษ :05:
คิดเหมือนลุงบักซ์เลย {หมีโหด}/
เลยเรียนแค่ให้พอจบๆ สอบเสร็จก็คืนอาจารย์ไปบ้าง
แล้วก็มางมเอาข้างหน้าที่จะใช้ๆ :42:
สายวิทย์ถึงแค่ ม.3 คาดว่าไม่น่าจะรุ่ง เพราะไม่เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างผม
:34: สมการนี้ใครเป็นคนคิดครับ
เคมีแทรก ด้วย ระบบข้าราชการ เป๋มาเรื่อง พี่เอกับพี่หมี อีก
วะฮาฮ่า....
:30: :30: :30:
วันนี้ไม่ได้สอบเคมีแหละ
อาจารย์ลืมข้อสอบไว้ที่บ้าน ... :08:
พรุ่งนี้โรงเรียนมีกีฬาหมี :33:
ขอเรื่องการแพร่หน่อยครับ :05:
การน่าน การอะไรก็ได้ เอามาให้หมดเลย :05:
การแพร่ เรียนแต่ในชีวะว่ะสาม (Diffusion ง่ะ)
ใคเคมีเรียนแต่พันธะ พอลิเมอร์ แล้วก็ไอ้อะตอมๆ เนี่ย :08:
เข้มข้นมากกว่าน้อยกว่าจะน่านไปหาอะไรซักอย่างนั้นแหละ :26:
ฟาซิลิเทต
ฟาโกไซโทซิส
ฟาเกซินเทซิส
ฟาแลคโตบาซัลลัส
:08:
แพร่แบบใช้ Andinosine triphosphate (ATP)
การใช้ATP ส่วนใหญ่เป็นActive transport โดยใช้receptorครับ {หมีโหด}
แปลก
ทำไมอ่านๆ ที่เต่าโพสต์ไว้แล้วมันสนุกได้วะ ทั้งๆ ที่ตอนเรียนตูไม่เคยชอบวิชาเคมีเลย
จนกระทั่งเกรดแย่ และท่าจะไม่ไหว เลตัดสินใจเข้าเรียนพิเศษ 1 เทอม
ผลออกมาในตอนนั้นคือตูคิดได้ว่า กูจะเรียนไปทำเหี้ยอะไรให้หนักหัววะ
เพราะชีวิตเรามันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะแยะเลย (ฮอลล์ซู่ๆ)
ก็เลยหยุดตั้งใจเรียนแบบหน้ามืดตั้งแต่นั้นมา แล้วเข้าถาปัด
และจบออกมาด้วยเกรดคณะได้ C แต่เกรดกิจกรรม A+
นี่อาจจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า เราจะเรียนไปทำไม ก็ได้นะ
ถ้าเราจะเอาดีด้านวิชาการ อยากเรียนพิเศษกะ จานอุ๊ จานวี ก็เรียนไปเหอะ
แต่ถ้าเราจะเอาอะไรที่อยู่นอกห้องสมุด (เขาเรียกว่าโลก) ก็ถอยออกมาก้าวนึง
ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าจานอุ๊ไม่ดีนะ แกคงดีจริงๆ และได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากเด็กเรียนทั้งประเทศ
แต่ในมุมของคนไม่มีตังค์อย่างตูเนี่ย ... ตูไม่เหมาะแน่ๆ
เพราะสาระสำคัญของการเรียน คือการรู้ (เป็นคำว่า เรียนรู้ ไม่ใช่แค่เรียน)
ดังนั้นถ้าเราไม่ใฝ่รู้ ก็เรียนไปเหอะ ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก
ชอบเรียนตอนนั้น (ม.4 -ม.5) เพราะอาจารย์สอนหล่อดี :40:
ฟลุ๊คได้ 4 มาเทอมนึง :42:
ตอนนี้เอาคืนอาจารย์หมดแล้ว กลัวไม่มีสอนรุ่นน้อง :33:
เคมียัง 4 อยู่ :12:
แตจ่ชีวะเอาไม่รอด จำไม่หมดหัวจริงๆ :05:
อะไรที่เคยผ่านมาแล้ว เมื่อมองย้อนกลับไป มันจะดูน่าสนุกไปซะหมด
แม้แต่เรื่องที่เคยทุกข์ที่สุดในตอนนั้น เมื่อกลับมามองมันก็ทุกข์แค่นี้เอง :22:
ความทุกข์ของการเรียนคือ "การไม่รู้"
เมื่อรู้แล้วเราก็จะสนุกกับมัน
เราเรียนไปเพื่อ reproduce และ survive อย่างที่ไอ้เร่มันบอกจริงๆ น่ะเหรอ :08:
:26:
จริงครับ
ชายสมัยก่อน แย่งชิงอำนาจกัน มีร่างกายแข็งแรง มีทักษะต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ฝ่ายหญิงเข้ามาสนใจ
ฝ่ายหญิง ใครมีหน้าตาดี รูปร่างดีสมบูรณ์ก็เหมาะจะเป็นผู้สืบทอดยีนต่อไป
สมัยนี้ การแข็งแรงหรือเก่งในบางอย่างมันกินไม่ได้
ดังนั้นความรู้และเงิน จึงเป็นปัจจัยในโลกทุนนิยม ที่ดึงดูดกันและกัน
ดึงดูดกัน :27:
อ้างคำพูดจาก: Saa3 เมื่อ 13 พ.ย. 2006, 20:12 น.
เคมียัง 4 อยู่ :12:
แตจ่ชีวะเอาไม่รอด จำไม่หมดหัวจริงๆ :05:
ชีวะ ม.ไหน?
พี่เคย top ชีวะ(บ่อย)ด้วยหล่ะ ไว้กลับบ้านนอกจะไปรื้อสมุดเล็กเชอร์มาให้ :22:
เจ๊ เดือนกำลังเรียนเรื่อง Plantae อยู่เลย :25:
จะตายแล้ว :05:
เพิ่งเรียนเคมีเรื่องนี้ไปเมื่อเทอมที่แล้ว
พอมาเทอมนี้ ไม่เหลืออะไรในหัวเลย :42:
เคมีเป็นวิชาที่............. :14:
สร้างประวัติด่างพร้อยในใบทรานสคริปต์ :05:
อ้างคำพูดจาก: るかわ かえで เมื่อ 13 พ.ย. 2006, 22:22 น.
เจ๊ เดือนกำลังเรียนเรื่อง Plantae อยู่เลย :25:
จะตายแล้ว :05:
เรื่องพืช(รึป่าว?) จำไม่ได้แล้ว เรียนตั้งแต่สมัยม.4 มันก็8-9 ปีแล้วนะ :08a:
ใช่แล้วค่ะ :05:
อุตส่าห์หนีมาเรียนฟิสิกส์แท้ๆ ยังโดนยัดเรียนไบโอสองตัว
เกลี๊ยดเกลียด :05:
มี Lecture Sheet ของอาจารย์กันยา (ดีมาก อ่านรู้เรื่อง เข้าใจง่าย ไม่เน้นท่องจำ) เก็บไว้ที่บ้าน
ถ้าได้กลับบ้านก่อนปีใหม่และมันยังไม่สลายไปจะเอามาให้ดู
อาจารย์กันยา กมุทชาติ ชี้หน้าผมแล้วไล่ออกจากห้องเรียนตอนคาบที่สอง (ไปสาย) ตอนที่ไปเรียนที่บ้านอาจารย์ไพ แถวจรัญ
ตอนนั้นออกมาเลยและไม่กลับไปเรียนอีกทั้งที่ลงทะเบียนไว้แล้ว
มารู้ทีหลังว่าแกก็ทำอย่างนั้นทุกครั้งทุกคาบ :42:
ตอนหลังมาเรียนกับแกอีกทีตอนม.6ที่จุฬา ได้รับคำชมครั้งนึง แต่จำไม่ได้แล้วว่าชมอะไร :40:
เคมี มหาลัย ทำให้เอรู้ตัวว่าชอบ... มาก :27:
อ้างคำพูดจาก: ลุงบักซ์ เมื่อ 13 พ.ย. 2006, 08:54 น.
อยากรู้ว่าอาหารนี่มีส่วนผสมอะไรตูต้องรู้สูตรเคมีเลยเหรอ
ต้องใช้ครับลุง :26:
ต้องใช้มากๆ โดยเฉพาะเรื่องสารเคมีที่ใช้ในอาหาร พวกสารเคมีอันตราย
เอาเบาะๆก็เช่น แป้งโกกิมีสารให้ความขึ้นฟูคือ โซเดียมไบคาร์บอเนต ตามสมการเคมีคือผสมน้ำแล้วให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้นถ้าผสมน้ำกับแป้งโกกิแล้วทิ้งไว้นานๆ
แป้งก็จะไม่ฟู กลายเป็นแป้งด้านๆ
แต่ถ้าใช้แป้งโกกิละลายด้วยน้ำเย็น
ในสภาวะเย็นก๊าซจะละลายน้ำได้ดีกว่าในสภาวะน้ำอุ่น ทำให้น้ำแป้งมีรูพรุนของอากาศมากกว่าเดิม จึงทำให้แป้งกรอบมากขึ้น
เล็กๆ น้อยๆ ครับ เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน
เคล็ดลับการทอดกรอบ :25:
อ้างคำพูดจาก: i-Palm เมื่อ 13 พ.ย. 2006, 22:36 น.
เรื่องพืช(รึป่าว?) จำไม่ได้แล้ว เรียนตั้งแต่สมัยม.4 มันก็8-9 ปีแล้วนะ :08a:
แก่ {หมีโหด}
:48:
อ้างคำพูดจาก: I_AM_SUD_YOD เมื่อ 14 พ.ย. 2006, 00:00 น.
ต้องใช้ครับลุง :26:
ต้องใช้มากๆ โดยเฉพาะเรื่องสารเคมีที่ใช้ในอาหาร พวกสารเคมีอันตราย
เอาเบาะๆก็เช่น แป้งโกกิมีสารให้ความขึ้นฟูคือ โซเดียมไบคาร์บอเนต ตามสมการเคมีคือผสมน้ำแล้วให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดังนั้นถ้าผสมน้ำกับแป้งโกกิแล้วทิ้งไว้นานๆ
แป้งก็จะไม่ฟู กลายเป็นแป้งด้านๆ
แต่ถ้าใช้แป้งโกกิละลายด้วยน้ำเย็น
ในสภาวะเย็นก๊าซจะละลายน้ำได้ดีกว่าในสภาวะน้ำอุ่น ทำให้น้ำแป้งมีรูพรุนของอากาศมากกว่าเดิม จึงทำให้แป้งกรอบมากขึ้น
เล็กๆ น้อยๆ ครับ เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน
งั้นถ้าใช้โซดาแช่เย็นแทนน้ำเปล่าก็จะยิ่งฟูสิ :25:
ข้อดีของวิชาเคมีคือได้เล่นอะไรพิเรนท์ๆ ครับ
อย่างเช่นเอา Na ก้อนเท่าหัวแม่มือ โยนลงบีกเกอร์ (ฟู่... พรึ่บ)
แล้วก็ปล่อยให้เพื่อนที่เป็นกระเทยมันกรี๊ดลั่นห้อง :42
แล้วหลังจากนั้นกลุ่มผู้ชาย ก็ไม่ได้ทำการทดลองอะไรอีกเลย :05:
อธิบายเป็น สมการเคมี ซิเต่า ลืมแล้ว :09:
2Na + 2H2O --> 2NaOH + H2
:42:
มันฟู่จากไหนอะ {หมีโหด}
2NaOH :09:
อ้างคำพูดจาก: เต่า... เมื่อ 14 พ.ย. 2006, 19:19 น.
ข้อดีของวิชาเคมีคือได้เล่นอะไรพิเรนท์ๆ ครับ
อย่างเช่นเอา Na ก้อนเท่าหัวแม่มือ โยนลงบีกเกอร์ (ฟู่... พรึ่บ)
แล้วก็ปล่อยให้เพื่อนที่เป็นกระเทยมันกรี๊ดลั่นห้อง :42
แล้วหลังจากนั้นกลุ่มผู้ชาย ก็ไม่ได้ทำการทดลองอะไรอีกเลย :05:
ใน บิเกอร์ นั้นมี ดิลโด้ อยู่ 1 อัน พอโยน Na ใส่ บิเกอร์คว่ำ กระเทย เลยกรี๊ดแย่งกันไงครับ
เคยโขมยโซเดียม(รึเปล่าไม่แน่ใจ) ไปเล่นโยนลงน้ำแล้วระเบิด
เอาออกมาเล่นเกือบหมดตู้เก็บสาร :25:
ฟู่จากปฏิกิริยาเคมีที่รวดเร็วครับ
ประมาณว่าเกิดปฏิกิริยาแล้วคายความร้อน
:42:
เนื่องจากมันไม่ค่อยเสถียร(มั้ง)
เจออะไรมันก็ทำปฎิกิริยาง่ายไปซะหมด
ลงน้ำก็ไฟลุกเลย (โอ้ว มันส์ดีแท้ :42:)
ประกอบกับไฮโดรเจนที่ติดไฟอยู่แล้ว
มันก็เลย ...
(คล้ายๆ แฟลช)
ไม่ใช่ที่ทำให้เว็บล่มนะ :05:
เว็บล่มอะไรหรือครับ :26:
เร่ :26:
มีข่าวลือว่าเมื่อกลางวันฟอรั่มล่มอีกแล้วครับ
แต่ผมว่าไม่จริง
ถ้าล่มจริง ช่วงที่ล่มทำไมไม่มีใครเข้ามาโพสบอกว่ามันล่มล่ะ :22:
นั่นน่ะสิครับ :25:
เราพลาดอะไรไปนี่ :05:
เมื่อตอนบ่ายๆเล่นเน็ตไม่ได้เลย :39:
(เป๋)
จับปลาเหรอครับ
คุยเรื่องโซเดียมกันอยู่ Na :07:
ว่าแต่แว่ จับปลาที่ไหนเหรอ :25b:
อ้างคำพูดจาก: ไอ้โต เมื่อ 14 พ.ย. 2006, 19:05 น.
งั้นถ้าใช้โซดาแช่เย็นแทนน้ำเปล่าก็จะยิ่งฟูสิ :25:
แทนได้เหมือนกันครับ
แต่โซเดียมไบคาร์บอเนตจะเกิดปฏิกิริยามากเมื่อโดนความร้อน
ตั้งแต่ตอนที่โดนคนผสม จนถึงตอนทอด
แต่สำหรับโซดา
คงต้องรีบผสมแล้วทอดเลย :42:
ลองใช้ยีสต์สิ
ใส่น้ำตาล น้ำ แล้วก็เลี้ยงให้มันโตซัก 2 ชม
แล้วเอาไปผสมแป้งชุบทอด ฟูสะใจ :30:
แล้วเพิ่มความกรอบด้วยการเติมน้ำส้มสายชูนิดหน่อย
น่าลอง :25:
คงออกมาใหญ่ ไซส์จัมโบ้แน่ :42:
แต่ความเห็นส่วนตัว ตูว่าไปซื้อแป้งโกมาน่ะดีแล้ว :05:
อยากเห็นน่ะว่าจะฟูฟ่องขนาดไหน :42:
มาครับ :01:
(เช็คชื่อ แล้วหลับในคาบเรียน)
:01: ใครมีคำอ่านธาตุในตารางธาตุบ้างง่ะ เราอยากได้มาก เราอยู่แค่ ม. 2 เอง แต่ให้เรียนการจัดเรียงอะตอม ทฤษฏีทั้งหมดนั่นแหละ แถมยังใก้นั่งเปลยี่นสารด้วย ยากบรมง่ะ
ทำไมเดี๋ยวนี้เค้าเรียนตารางธาตุกันตั้งแต่ม.2เลยเหรอ
ของเราเรียนตอนม.4แน่ะ
เราอยู่ม.๓ยังไม่เรียนเลยอะ
ระบบใหม่รึเปล่าอ่ะ
เราจบม.6ปีนี้
เรียนสายวิทย์มาเอาไปโอเน็ตแค่นิดเดียวอ่ะ
โคตรจะง่ายเลย
แต่ก็ดีเหมือนกันไม่หนักสมองดี
อ้างคำพูดจาก: tao เมื่อ 12 พ.ย. 2006, 21:17 น.
โรเบิร์ต แอนดรูส์ มิลิแกน
ตา มิลิแกน ได้ทำการทดลองหาค่าประจุอิเล็กตรอนเมื่อ พ.ศ. 2451
พบว่าอิเล็กตรอนมีประจุ 1.6 x 10-19 คูลอมบ์
และคำนวนมวลได้ 9.11 x 10-28 กรัม
โดยทดลองการ พ่นละอองน้ำมัน และฉายรังสี x
(http://img.f0nt.com/image/13661.jpeg)
ขั้นแรก
- พ่นละอองน้ำมันเป็นฝอย
- ฉายรังสี x ให้ไอออนแตกตัวเป็น ไอออนบวก และไอออนลบ
- ประจุลบ e- เกาะฝอยน้ำมัน
- ขั้วลบที่ก้นแก้วจะดันให้ฝอยน้ำมันลอยขึ้น (ขั้วเดียวกันผลักกัน)
- ตัดกระแสไฟฟ้า ให้ฝอยน้ำมันร่วงลงมา
กล้องโทรทัศน์ส่องดูอัตราการร่วงลงของฝอยน้ำมัน
คำนวนออกมาเป้นประจุของอิเล็กตรอน 1.60 x 10-19
คำนวนไงของมันไม่รู้ :08:
โอ้ววววว เพิ่งได้อ่านจู๋นี้ ตอนนี้น้องเต๋ายังอยากรู้อยู่มั๊ยครับ
ถ้ายังอยากรู้อยู่ ไว้อีก 2-3 วัน พี่ใหญ่กลับจากปากช่องจะมาบอกครับ
ตอนนี้เล่นร้านเนต มันไม่สะดวกปั่นน่ะ
พี่ใหญ่จะเปิดสอนเคมีแข่งกับ อ.อุ๊ เหรอครับ :42:
เอ้ยๆ อันนี้รู้สึกจะพึ่งเรียนตอนม.6
สงสัยอยู่ว่าเค้าแน่ใจได้ไงว่าไอ้ฝอยนั้นมั้ยเล็กสุดแล้วอ่ะ
ตอนนี้เรียนเรื่องปฏิกิริยา Redox ค่ะ
จำสับสนระหว่างตัวถูกรีดิวซ์ ตัวถูกออกซิไดซ์ กับ ตัวออกซิไดซ์ ตัวรีดิวซ์ ทุกทีเลย :05:
นั้นละครับ ตัวสนุก :30:
จำสลับทุกที
จำได้ลางๆว่าตอนสอบจะจำ
อี อ๊อก ออก
ออกซิไดซ์เอาe(อิเล็คตรอน)ออกไป
ใช่มั้ยครับ
หรือผมจำสับกัน
ไม่ชอบเรียนอะไรแบบนี้ก็เพราะต้องหาเทคนิคจำแบบอีอ๊อกออกนี่แหละ :08:
พอสอบเสร็จก็ไม่ได้อีอ๊อกอออกอีกเลย แถมใช้ในชีวิตจริงก็ไม่ได้
ผมว่าชีวะกับวิทย์กายฯนี่ง่ายสุดแล้ว
ไม่ต้องคิดอะไร
จำๆแล้วก็เอาไปสอบเลย
(จดโพยด้วยก็ดี)
ถ้าเข้าใจก็ไม่จำเป็นต้องจำนะครับ
รู้สึกว่ามันไม่เคยเข้าใจเลย
ไม่เข้าใจว่าจะมาเรียนสายิทย์ทำไม
ฟิสิกสื เคมี ชีวะ ได้เกรดสองตลอดสามปี :05:
อ้างคำพูดจาก: จ๊อบ เมื่อ 15 มี.ค. 2007, 10:56 น.
ผมว่าชีวะกับวิทย์กายฯนี่ง่ายสุดแล้ว
ไม่ต้องคิดอะไร
จำๆแล้วก็เอาไปสอบเลย
(จดโพยด้วยก็ดี)
เรียนสายไหนมีวิทย์-กายด้วย {หมีโหด}
พี่อุ้ยพูดถูกถ้าเข้าใจแล้วไม่ต้องจำ
สายวิทย์โรงเรียนผมเรียนวิทย์กายฯตอนม.4
แระก้อเอาไปสอบโอเน็ตเลย
อ้างคำพูดจาก: จ๊อบ เมื่อ 14 มี.ค. 2007, 17:58 น.
ทำไมเดี๋ยวนี้เค้าเรียนตารางธาตุกันตั้งแต่ม.2เลยเหรอ
ของเราเรียนตอนม.4แน่ะ
เรียนแล้วค่ะ :39:
อ.แกให้ไปทำตารางธาตุมาขนาดประมาณโต๊ะเรียน ห้ามพิมพ์ ให้ใช้มือเขียนทั้งหมด ลงสีด้วย อ.บอกว่าจะทำให้จำได้
แต่เอาเข้าจริงๆก็จำชื่อธาตุได้ไม่กี่ตัว :39:
ไอ้ลงสีนี่แหละเกลียดที่สุด :30:
อ้างคำพูดจาก: Ning เมื่อ 15 มี.ค. 2007, 11:44 น.
เรียนแล้วค่ะ :39:
อ.แกให้ไปทำตารางธาตุมาขนาดประมาณโต๊ะเรียน ห้ามพิมพ์ ให้ใช้มือเขียนทั้งหมด ลงสีด้วย อ.บอกว่าจะทำให้จำได้
แต่เอาเข้าจริงๆก็จำชื่อธาตุได้ไม่กี่ตัว :39:
เอาสีทาบ้านมาทาเลยดีกว่ายังงี้
เราเคยท่องได้ตอนม.4 อาจารย์ให้สอบท่องทุกตัว :05: มีทรานซิชั่นอีก
สอบท่องเสร็จก็ลืมตรงนั้นเลย
พอสอบไล่ก็จดเข้าไป
แหะๆ
เอาไปใช้จริงๆ ส่วนใหญ่แค่ 20 ธาตุแรกเองนะ
แต่ถ้าจะให้ดีจำหมู่ 1 กับสามสิบธาตุแรกก็จะดีมาก
ปล. ม.สองเรียนแล้วจ้ะ แต่ไม่ลึก
เอ ตา
บี ชา
ซี ลัก
ดี ดูก
เค หมัน
อะตารางธาตุ
ครูให้ท่องแค่ 20 ธาตุหลักๆค่ะ
ที่เหลือไม่รู้ {หมีโหด}
เทอมนี้ไม่ได้ 4 แน่เลย ฉัน :05:
โห สำหรับผม ไม่ต่ำกว่าสองเป็นพอ เดี๋ยวสถิติเสีย
เรียนสายวิทย์ คณิต แต่ไม่เคยได้วิชาสายนี้พ้นสองเลย
เกรดสองตลอด
เป็นวิชาเดียวในสายวิทย์ที่เรียนแล้วได้สี่ {หมีโหด}
ไม่เคยเอนท์ และไม่ได้ใช้อีกเลยหลังจากจบม.ห้ามา
ลืมหมด :42:
ถ้าจะเลือกเรียน food sci ขยันๆ เรียนวิชานี้หน่อยเด้อออ
ใช้เยอะๆๆ :42: