ขอรบกวนถามพี่ๆ ที่เคยมีประสบการณ์ ในการทำงานมาแล้วนะคะ(น้องๆที่เคยผ่านก็ได้) อยากรู้ว่าเวลาที่เราไปสมัครงาน เกรดช่วยได้มากแค่ไหน มีรุ่นพี่เคยบอกว่า เกรดไม่สำคัญ แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถ แล้วถ้าเกรดไม่เยอะ ฝ่ายบุคคลเขาจะดูกันที่จุดไหนการันตีกันว่า เกรดน้อยแต่ไม่ด้อยคุณภาพ แล้วเรื่องสถาบันด้วยค่ะ เค้าไม่ยืดที่สถาบันจริงเหรอ ตอนนี้เกรดเพิ่งออก (ลดจากเดิมมาก)
มันเหลือ 2.5 ปริ่มๆ อยู่ปี3แล้วค่ะ ปีหน้า ก็จะฝึกงานแล้ว (ยังหาที่ฝึกไม่ได้) :41:
มีกรณีนึง อาจารย์เล่าให้ฟังว่า มีนิสิตจากจุฬาเกียรตินิยม กับเด็กศรีปทุม2.2 (เด็กกิจกรรม) เขาเลือกรับศรีปทุม (ใจชื้นมาอีกนิด)
ไม่ใช่คนเก่งอะไร กลัวว่าเวลาออกไปสู่โลกแห่งการทำงานแล้วเราจะสู้เขาไม่ได้ สารพัด ยังไม่เริ่ม ก็กลัวไว้ก่อนแล้ว :16:
เครียดค่ะ :05:
เรื่องสถาบันไม่ขอพูดถึงดีกว่า แต่เรื่องเกรดนี่ เลขสวยย่อมได้เปรียบอยู่แล้ว :35:
เลขสวยได้เปรียบครับ
เรียนให้ได้ 2.22 :25:
ขึ้นอยู่กับว่าจะทำงานอะไรน่ะครับ
ถ้าพวกงานที่อาศัยความโดดเด่นเฉพาะอย่างพวกงานออกแบบนี่ เกรดแทบไร้ผล
สถาบันมีส่วน ของ reuters ราชภัฏหมดสิทธิ ส่วนมหาลัยก็ลดหลันกันไป เกรดมีส่วนนิดหน่อย (บางบริษัทเกรดไม่ถึงไม่มีสิทธิสอบ)
ที่หลักๆคือเขาดูไหวพริบกับความสามารถของเรามากกว่า ของแบบนี้ฝึกกันได้ :42:
อ่านจู๋นี้แล้วคิดถึงตาเอ
:42: ให้ลุงแกมาเล่าเองดีกั่ว
แต่เดือนว่าก็ไม่เกี่ยวเท่าไหร่นะคะ
มันขึ้นกะทักษะด้านอื่นของเราด้วย
ประกอบกับคุณสมบัติที่บริษัทเค้าต้องการน่ะนะ
บางสาขาเกี่ยว
บางสาขาไม่เกี่ยว
ครับ
ทำกิจกรรมเยอะๆ ครับ
เอาประกาศมาเยอะๆ
เอา Certificate มาเยอะๆ
เกรดชั่งมันเอาให้จบ
แล้วก็จะดีเอง :42:
ประสบการณ์ตรง AIS จะสมัครต้องเกรด 2.75 up
เกรดเอ 2.47 แต่ประกาศเป็น 10
มีใบรับรอง NSC มี Certificate Microsoft (MCAD)
เค้าก็รับอยู่ดี :42:
ปล. สาขาโปรแกรมเมอร์
เผื่อใครยังไม่รู้ ผมเรียนจบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณา เกรด 3.05 ครับ
ซึ่งตั้งแต่จบมา ไม่เคยสมัครงานหรือทำงานในสาขาที่เรียนมาเลย :01:
สิ่งสำคัญอย่าหนึ่งที่ควรมีนอกเหนือจากเกรด คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเอง
เช่นกิจกรรม หรือการประกวดแข่งขันต่างๆ ที่จะการันตีว่าเรามีความสามารถจริง และทำงานได้จริง
อย่างผมเพิ่งจะรู้ตัวเองว่าผมชอบอะไร ก็ตอนจะเข้าปี 2 ไปแล้ว เพิ่งรู้ว่าชอบอะไรที่เกี่ยวกับคอมฯ :08:
ไม่อยากซิ่วเลยใช้การศึกษาด้วยตัวเอง แล้วใช้การล่าใบประกาศฯ ต่างๆ เพื่อยืนยันความสามรถ
ที่มีก็ประกวดโปรแกรมของเครืองชินคอร์ป กับของเนคเทค
การทำงานเคยขายคอมฯ อยู่ปีครึ่ง อยู่กับ acer ก่อนโดนทหาร
เป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ 5 เดือน ซึ่งในตอนแรกมันคืออาชีพในฝัน แต่พอได้ทำจริงๆ แล้วมันไม่ใช่
เพราะงานที่ทำ เราไม่ได้ทำเพราะเราชอบ แต่เราทำเพราะต้องทำ ทำตามคำสั่ง ตามนายจ้างให้ทำ
ปวดหัว เลยลาออกมาเฉยเลย :01:
เห็นสองโพสต์ข้างบนแล้วเครียด :01:
ไม่มีใบประก่งประกาศ ใบกิจกรรมแบบนั้นเลย :08:
โอเค จบมาตูจะไปขายเต้าฮวยแทนการตกงานละกัน :39:
food sci
ถ้าใน R&D field (research and development) หรือทีมพัฒนาเทียบได้กับ สถาปนิกและมัณฑนากรในวงการอสังหาฯ เกรดเกี่ยวโดยตรงครับน้อง
สำหรับของ CP จะมีการคัดเลือกเข้าทำงานช่วงก่อนเด็กเรียนจบ โดยคัดจากมหาวิทยาลัยที่มีคณะ FOOD SCI หรือ อุตสาหกรรมเกษตร 5 อันดับแรกของประเทศ ซึ่งประเมินมาจากความพร้อมของอุปกรณ์ อาจารย์ และความเข้มข้น รวมถึงคุณภาพของนักศึกษาที่จบไปก่อนหน้า ซึ่งได้แก่
มอ.(หาดใหญ่), เชียงใหม่ , เกษตร ,ลาดกระบัง และ ธรรมศาสตร์ โดยแต่ละที่คัดเกรดเด็กเป็น 3 กลุ่ม เป็นเกรด A B และ C
เด็กเกรดเอคือ 3.50 ขึ้นไป บีคือ 3.00 ถึง 3.50 และซีคือ 2.5 ถึง 3.0 ต่ำกว่านั้นไม่รับพิจารณา
เป็น R&D เอา เกรดเอขึ้นไป แต่ถ้าคุยแล้วดูไม่สู้งานก็จะลงมาสัมภาษณ์ ในเลเวลต่ำลงมาเรื่อยๆ
อะไรที่เกี่ยวกับการคิด รายละเอียด วิเคราะห์ วิจัย ประยุกต์ ดูเกรดครับ และดูภาษาที่สองด้วย
ส่วนงานพวกหัวหน้าคุมคนงาน เซลล์ หรืองานที่ใช้การพูดและการสื่อสาร ใช้บุคลกภาพเป็นหลัก
ใน field food เกรดและสถาบันบอกอะไรได้เยอะมากทีเดียว
แต่เกรดสูงไม่ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตครับ
กิจกรรม ทำให้นักศึกษาบุคลิกภาพ ดูดีขึ้น การพูดจา การประสานงาน และการเข้ากับคนอื่นได้ ไม่ก้าวร้าว ไม่มั่นใจในตัวเองจนเกินไป นอบน้อม และเข้าใจความเป็นคนมากขึ้น
ส่วนตัวสัมภาษณ์ลูกน้องโดยดูเกณฑ์ทั้ง 2 อันโดยให้ นน. 70/30
ไม่อยากให้ในองค์กร ในอนาคต มีหัวหน้าที่ดูถูกคนอื่นว่าโง่เสมอๆ ตัวเองถูกตลอด
จะเก่งจะประสบการณ์เยอะมาจากไหน เจอหัวหน้าแบบนี้ ก็จบ
ทำงาน ชมรมซิจ๊ะห์
เดี๋ยวแนะนำให้ เข้าอยู่ได้เลย จะได้ไปเป็นสปายให้ตูด้วย :42:
อยู่ชมรมเค้า ได้ประกาศอย่างน้อย 2 ใบนะจ๊ะห์ :27:
เอา :26:
เทอมนี้คว้าเรียบ
เรียน
กิจกรรม
งานพิเศษ
งานอดิเรก
งานบ้าน
ดีๆ หาความท้าทายในชีวิต
มีโครงการหน้าไปสมัครเลยนะ
วิเทศสัมพันธ์ แล้วเดี๋ยวจะแนะนำให้เป็นสมาชิกชมรม :26:
ตั้งแต่จบมายังไม่เคยเห็นใบเกรดตัวเองเลย :08:
เปลี่ยนงานมาก็หลายที่แล้วนะ (จนปัจจุบันไม่ทำงานมันซะเลย)
จบมาจริงๆหรือเปล่ายังไม่เคยเอาใบอะไรให้เค้าดูเลย
ใบอะไรน่ะที่เค้าเอาไว้สมัครงานน่ะ ไม่เคยไปขอจากมหาลัย
อย่างเดียวที่ีเค้าขอดูคือพอร์ต
เรื่องจบไหนยังไงมา ถามๆเอาก็รู้แล้ว
ส่วนเกรดไม่เคยมีใครถาม ต่อให้ถามก็ตอบไม่ได้ จำไม่ได้สักนิด
จำแค่ประมาณว่ากลางๆ พอดีๆ เรื่องกิจกรรมก็ไม่มีใครถามเหมือนกัน
เอ๊ะ ตกลงมันเอาอะไรมารับเรากันแน่วะเนี่ย
นี่คืองานแนวๆออกแบบและเป็นประสบการณ์ส่วนตัวเราอย่างเดียวนะ
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 30 ต.ค. 2006, 23:15 น.
ตั้งแต่จบมายังไม่เคยเห็นใบเกรดตัวเองเลย :08:
เปลี่ยนงานมาก็หลายที่แล้วนะ (จนปัจจุบันไม่ทำงานมันซะเลย)
จบมาจริงๆหรือเปล่ายังไม่เคยเอาใบอะไรให้เค้าดูเลย
ใบอะไรน่ะที่เค้าเอาไว้สมัครงานน่ะ ไม่เคยไปขอจากมหาลัย
อย่างเดียวที่ีเค้าขอดูคือพอร์ต
เรื่องจบไหนยังไงมา ถามๆเอาก็รู้แล้ว
ส่วนเกรดไม่เคยมีใครถาม ต่อให้ถามก็ตอบไม่ได้ จำไม่ได้สักนิด
จำแค่ประมาณว่ากลางๆ พอดีๆ เรื่องกิจกรรมก็ไม่มีใครถามเหมือนกัน
เอ๊ะ ตกลงมันเอาอะไรมารับเรากันแน่วะเนี่ย
นี่คืองานแนวๆออกแบบและเป็นประสบการณ์ส่วนตัวเราอย่างเดียวนะ
ดีจัง ได้ทำงานตรงใจ ไม่ต้องมากังวลเรื่องเกรด :12:
อ้างคำพูดจาก: เก้อ เมื่อ 30 ต.ค. 2006, 23:15 น.
ตั้งแต่จบมายังไม่เคยเห็นใบเกรดตัวเองเลย :08:
เปลี่ยนงานมาก็หลายที่แล้วนะ (จนปัจจุบันไม่ทำงานมันซะเลย)
จบมาจริงๆหรือเปล่ายังไม่เคยเอาใบอะไรให้เค้าดูเลย
ใบอะไรน่ะที่เค้าเอาไว้สมัครงานน่ะ ไม่เคยไปขอจากมหาลัย
อย่างเดียวที่ีเค้าขอดูคือพอร์ต
เรื่องจบไหนยังไงมา ถามๆเอาก็รู้แล้ว
ส่วนเกรดไม่เคยมีใครถาม ต่อให้ถามก็ตอบไม่ได้ จำไม่ได้สักนิด
จำแค่ประมาณว่ากลางๆ พอดีๆ เรื่องกิจกรรมก็ไม่มีใครถามเหมือนกัน
เอ๊ะ ตกลงมันเอาอะไรมารับเรากันแน่วะเนี่ย
นี่คืองานแนวๆออกแบบและเป็นประสบการณ์ส่วนตัวเราอย่างเดียวนะ
:08: เหมือนกันครับ
ไม่รู้จะขายความเลวตัวผมเองรึเปล่าถ้าจะบอกว่า
- ตั้งแต่เรียนมาไม่เคยเข้าแถวเกิน 30% (ยกเว้นตอนประถม)
- กิจกรรมไม่เคยเห็น (ร้านเกมตลอด)
- ตั้งใจเรียนเฉพาะวิชาที่ตัวเองชอบ ถ้าไม่สนใจอันใหนก็ลอกๆเอาตัวรอดไป
งานด้านออกแบบมันมีผลงานอย่างชัดเจน ผลงานมันจะบอกเองว่าผ่านไม่ผ่าน แต่ถ้างานด้านอื่น เกรดก็อาจจะเกี่ยวมากๆ (สำหรับเค้า)
ที่ดับเบิ้ลเอ ใครที่จบเกียรตินิยมจะได้เงินเดือนเพิ่มเดือนละ 1-2พัน
สายบริหารส่วนมากมักดูสภาบันที่จบ + เกรด
สถาบันดี เกรดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
จริงๆ นะ
เพิ่งสะสมได้ 3.02 เมื่อเทอมที่ผ่านมานี่เอง
ลุ้นให้ผ่าน 3 ก็ผ่านก่อนจบจนได้
ส่วนกิจกรรม ทำแต่ในภาควิชาเลยไม่มีใบประกาศแต่อย่างใด
สรุปแล้วงานด้านการออกแบบเค้าจะดูผลงานเราเป็นหลักใช่มั๊ยคะ
แล้วเกรดกับสถาบันล่ะคะ
ถ้าจะไปทำงานออกแบบ เขาดูที่งานครับ
ส่วนกระดาษโชว์เกรดเอาไว้แค่ให้เอกสารมันหนาขึ้น 80 แกรมเท่านั้นเอง
มีพี่คนนึงเป็นรุ่นพี่ที่สโม กิจกรรมเชี่ยวชาญสุดยอด
เรียนจบไป แกเอาใบกิจกรรมไปสมัครเข้าซีีเอ็ด ได้เป็นอาชีพวิทยากรทันที
ทั้งๆ ที่คุณสมบัติผู้สมัครจะต้องจบสาขาศึกษาศาสวตร์ เอกจิตวิทยา แต่พี่แกไม่เลย
ต่อมาแกออกจากงานเก่าหาความก้าวหน้า ตอนนี้ก็ทำกราฟิกดีไซน์อยู่ที่บริษัทอีกแห่ง มีความสุขดี
อ้อ พี่แกจบวิทยาศาสตร์ เอกฟิสิกส์ครับ
ว้าวๆ
เพิ่งเรียนจิตวิทยาบุคลากรไปเมื่อเทอมที่แล้ว
มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์หลายๆองค์กร..
เรื่องเกรดเค้าไม่ค่อยจะเน้นกันเท่าไหร่..
แต่ก็แล้วแต่สายงานด้วยนะคะ
ตอนนี้ที่เค้าจะเน้นคือ ทักษะและทัศนคติในการทำงานซะมากกว่าหน่ะค่ะ
กลัวพวกที่เรียนเก่งแต่ขาดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น..จะยิ่งทำให้องค์กรเปลืองเงิน :42:
อ้างคำพูดจาก: puppypie เมื่อ 31 ต.ค. 2006, 01:04 น.
เพิ่งเรียนจิตวิทยาบุคลากรไปเมื่อเทอมที่แล้ว
มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์หลายๆองค์กร..
เรื่องเกรดเค้าไม่ค่อยจะเน้นกันเท่าไหร่..
แต่ก็แล้วแต่สายงานด้วยนะคะ
ตอนนี้ที่เค้าจะเน้นคือ ทักษะและทัศนคติในการทำงานซะมากกว่าหน่ะค่ะ
กลัวพวกที่เรียนเก่งแต่ขาดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น..จะยิ่งทำให้องค์กรเปลืองเงิน :42:
ขอเน้น (+2) :12:
อ้างคำพูดจาก: emtyspace เมื่อ 30 ต.ค. 2006, 23:50 น.
:08: เหมือนกันครับ
ไม่รู้จะขายความเลวตัวผมเองรึเปล่าถ้าจะบอกว่า
- ตั้งแต่เรียนมาไม่เคยเข้าแถวเกิน 30% (ยกเว้นตอนประถม)
- กิจกรรมไม่เคยเห็น (ร้านเกมตลอด)
- ตั้งใจเรียนเฉพาะวิชาที่ตัวเองชอบ ถ้าไม่สนใจอันใหนก็ลอกๆเอาตัวรอดไป
งานด้านออกแบบมันมีผลงานอย่างชัดเจน ผลงานมันจะบอกเองว่าผ่านไม่ผ่าน แต่ถ้างานด้านอื่น เกรดก็อาจจะเกี่ยวมากๆ (สำหรับเค้า)
เอ๊ะ เข้าใจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยนะครับ
หมายถึงแค่ว่าเค้าไม่ขอดูเฉยๆ
แต่โดยส่วนตัว ขอโม้เล็กน้อย ทำกิจกรรม
มหาลัยก็เป็นประธานรุ่น เกรดก็สวยงามพอเหมาะ
ถ้าตอนมัธยมก็คะแนนเอ็นสวยงามไร้ที่ตินะเออ :21:
แต่ถ้าเน้นแนวเรียนต่อนี่ คงต้องทำเกรดให้ดีล่ะมั้งครับ
บริษัทใหญ่ ๆ ทางสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีหรือวิศวกรรมศาสตร์ เกรดและสถาบันมีผลในการคัดกรองเบื้องต้นอยู่พอสมควรครับ แต่พอเข้ารอบชิงตัดเชือกกันแล้ว เขาจะเลือกคนที่ "เหมาะสม" กับองค์กรของเขาเองครับ ซึ่งจุดนี้จะมีตัววัดอีกเยอะแยะมากมายที่ใช้ได้ผลกว่าตัวเลขในใบ Transcript
จำได้ว่าบริษัทเก่าเข้ามาให้เขียนเว็บให้ดูเลยแล้วก็ถามเรื่อง database นิดหน่อยใบ cert อะไรก็ไม่ดู แล้วก็สัมภาษณ์เรื่องทัศนคติกับ idea จบ :31:
ตอนแรกอยากเข้า ais เหมือนกันแต่เกรดไม่ดีเลยไม่ได้สมัคร :18:พึ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย
เกรดช่วยได้มั๊ย? ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เหมือนที่สาวกท่านอื่น ๆ บอกไปแล้ว
สำหรับความเห็นส่วนตัว ถ้าเลือกคนมาทำงานด้วย อันดับแรกดูสถาบัน อันดับที่สองดูเกรด อันดับที่สามสัมภาษณ์
อย่าหาว่าหัวเก่าเลยนะ จากประสบการณ์เท่าที่เจอมา สถาบัน ช่วยกรองคนให้ระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องเกรดเป็นดัชนีหลายเรื่อง เช่น ความรับผิดชอบ ความเอาใจใส่ ความตั้งใจ และระดับความรู้ในสาขาที่เรียนมา
เวลาแนะนำน้อง ๆ หรือใคร ๆ ก็มักจะบอกว่า หาสถาบันดี ๆ ให้ตัวเองเรียน และทำเกรดให้ดี ส่วนกิจกรรมถ้ามีโอกาสเข้าร่วมจะดีมาก นอกจากจะได้สังคมแล้วยังเป็นการจำลองชีวิตการทำงานก่อนออกไปเจอจริง ๆ
ส่วนการสัมภาษณ์เป็นการดูทัศนคติ บุคลิก ไหวพริบ และการทำงานร่วมกับคนอื่น นั่นหมายความว่าสถาบันดี เกรดเยี่ยม แต่อาจจะไม่ได้รับเลือกเข้าร่วมงานด้วย
เสียดายระบบการศึกษาในประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่ได้สอนให้จบมาเป็นผู้ประกอบการ แต่ให้จบมาเป็นลูกจ้างเสียส่วนใหญ่ (แบบตู) :16:
ที่ทำงานผม มองเหมือนพี่แอ๊ะ
1. สถาบัน
2. เกรด
3. ความต้องการของเด็กในการทำงาน
อันนี้พื้นฐานเลยครับ
ถ้าเราได้เกรดสูงๆ ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วละคะ อย่างน้อยโอกาสที่เค้ารับเราเข้าทำงาน ก็มีโอกาสสูงกว่า :42: :42:
บริษัท ฟ๐นต์.คอม คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน
มีความต้องการรับสมัครพนักงานเชียร์แขกและสร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับองค์กร
คุณสมบัติ: สาวสวย ขาว และถ้าโสดหรือใส่แว่นจะพิจารณาเป็นพิเศษ
สนใจติดต่อยักษ์ (แบบแอบๆ หน่อยนะ ..เดี๋ยวนี้มันออนบ่อย)
สมัครครับ
มีสาวสวย :33:
ขาว :17:
ใส่แว่น
เริ่มงานวันไหนครับ :25:
เทอมสุดท้ายแล้ว อีก4เดือนก็จะจบ
ตอนนี้คิดจะสอบ cert อยู่ (จะจบวิทยาการคอมฯ)
แต่ไม่รู้จะสอบอะไรดี รู้แค่้ข้อมูลคร่าวๆ
อ่านจู๋นี้แล้วคิดหนัก :39:
ถ้าทางศิลปะนี่ก็ไม่ค่อยเกี่ยวครับ มั้ง ไม่เคยทำงานประจำนะ 555
.
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 30 ต.ค. 2006, 22:23 น.
ทำกิจกรรมเยอะๆ ครับ
เอาประกาศมาเยอะๆ
เอา Certificate มาเยอะๆ
เกรดชั่งมันเอาให้จบ
แล้วก็จะดีเอง :42:
ประสบการณ์ตรง AIS จะสมัครต้องเกรด 2.75 up
เกรดเอ 2.47 แต่ประกาศเป็น 10
มีใบรับรอง NSC มี Certificate Microsoft (MCAD)
เค้าก็รับอยู่ดี :42:
ปล. สาขาโปรแกรมเมอร์
ตอนยื่นพวกใบกิจกรรมเอยื่นหมดเลยป่าว? หรือคัดแค่อันเจ๋งๆ 2-3 อันไปโชว์เขา :09:
ใส่แฟ้มไปให้เค้าเลือก
อยากได้อันไหนก็เอาไปถ่ายเอกสาร :42:
งานเกี่ยวกับออกแบบ หรือศิลปะ หรืออะไรที่เน้นไอเดีย เกรดไม่สำคัญ เผลอๆจบหรือไม่จบมหา'ลัย ยังไม่สำคัญเลย ดูเนื้องานอย่างเดียวครับ
แต่อาชีพที่อาศัยการคำนวน หรือ ภาษา หรือ คิดวิเคราห์เป็นตรรกะ เกรดสำคัญครับ ชื่อเสียงของมหา'ลัยด้วยครับ แต่ตัวมหา'ลัยมาก่อนอันดับ1
หลังจากนั้นค่อยเป็นอุปนิสัยส่วนตัว เป็นคนดี ขยัน อนทน ไม่ขี้จิ๊กหรือเปล่า อะไรทำนองนี้น่ะครับ
เหมือนกับการเก็บแต้มแหละครับ คนที่ทำเกรดดีๆ แต้มมันก็เยอะกว่า คนที่เกรดน้อยก็ต้องทำแต้มชดเชยด้วยผลงาน ประสบการณ์ อุปนิสัย
เหนื่อยกันคนละช่วงน่ะครับ
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 31 ต.ค. 2006, 18:52 น.
งานเกี่ยวกับออกแบบ หรือศิลปะ หรืออะไรที่เน้นไอเดีย เกรดไม่สำคัญ เผลอๆจบหรือไม่จบมหา'ลัย ยังไม่สำคัญเลย ดูเนื้องานอย่างเดียวครับ
:05: :05: เป็นข้อความที่ดีมากเลยนะคะ ทำให้เราไม่เครียดกับเรื่องเกรดมากเกินไป
ผม เป็นพนักงานบริษัทตั้งแต่ปี 3 ตอนสัมภาษณ์ คนเข้ามาทำงาน มีโอกาสไปนั่งสัมภาษณ์ด้วย ถึงรู้ ว่า สถาบันสำคัญเป็นอันดับแรก รองมาก็ผลงาน ความสามารถ และสุดท้ายก็ความเหมาะสมของเงินเดือน
และสิ่งที่เหนือกว่าสถาบัน ปัจจัยที่ยิ่งใหญ่ ในการเข้าทำงาน ระบบที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ ในสังคมไทยนั่นคือ ....เส้น.....
:01:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 31 ต.ค. 2006, 19:48 น.
ผม เป็นพนักงานบริษัทตั้งแต่ปี 3 ตอนสัมภาษณ์ คนเข้ามาทำงาน มีโอกาสไปนั่งสัมภาษณ์ด้วย ถึงรู้ ว่า สถาบันสำคัญเป็นอันดับแรก รองมาก็ผลงาน ความสามารถ และสุดท้ายก็ความเหมาะสมของเงินเดือน
และสิ่งที่เหนือกว่าสถาบัน ปัจจัยที่ยิ่งใหญ่ ในการเข้าทำงาน ระบบที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ ในสังคมไทยนั่นคือ ....เส้น.....
:01:
สถาบันไหนคะ ที่เค้าเลือกที่จะรับทำงานเป็นอันดับแรก ?
อยู่ที่ว่าคุณจะสมัครงานแบบไหนละ ? ตำแหน่งไหน? บริษัทอะไร ?
แต่ละที แต่ละตำแหน่ง มีเกณฑ์การรับไม่เหมือนกัน
ส่วนสถาบันไหนที่จะโดนเลือกเป็นอันดับแรกอันนี้ผม ไม่ทราบจริงๆ..
:16: :16:
อ้างคำพูดจาก: Oily_Orange_Juice เมื่อ 31 ต.ค. 2006, 19:59 น.
สถาบันไหนคะ ที่เค้าเลือกที่จะรับทำงานเป็นอันดับแรก ?
เดาว่าตามสายเลือดของคนในบริษัทนั้น :17:
อย่างเครือซีเมนให้จุฬาเป็นอันดับ1
แต่ดับเบิ้ลA เลือกม.ขอนแก่นก่อนจุฬานะ :26:
บริษัท EXA STUDIO คัดจากหน้าตาเป็นสำคัญก่อน :04: สถาบันไว้ท้ายสุด
ป๋าเลย์กับพี่กัมส์... :38:
อ๊าง~ :27:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 31 ต.ค. 2006, 20:37 น.
บริษัท EXA STUDIO คัดจากหน้าตาเป็นสำคัญก่อน :04: สถาบันไว้ท้ายสุด
บริษัทผมเหมือนกันครับ........ตามนโยบายของผู้บริหาร.....ทักษะฝีมือฝึกกันได้ แต่หน้าตา ฝึกยาก.... :43:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 31 ต.ค. 2006, 00:54 น.
ถ้าจะไปทำงานออกแบบ เขาดูที่งานครับ
ส่วนกระดาษโชว์เกรดเอาไว้แค่ให้เอกสารมันหนาขึ้น 80 แกรมเท่านั้นเอง
มีพี่คนนึงเป็นรุ่นพี่ที่สโม กิจกรรมเชี่ยวชาญสุดยอด
เรียนจบไป แกเอาใบกิจกรรมไปสมัครเข้าซีีเอ็ด ได้เป็นอาชีพวิทยากรทันที
ทั้งๆ ที่คุณสมบัติผู้สมัครจะต้องจบสาขาศึกษาศาสวตร์ เอกจิตวิทยา แต่พี่แกไม่เลย
ต่อมาแกออกจากงานเก่าหาความก้าวหน้า ตอนนี้ก็ทำกราฟิกดีไซน์อยู่ที่บริษัทอีกแห่ง มีความสุขดี
อ้อ พี่แกจบวิทยาศาสตร์ เอกฟิสิกส์ครับ
:25: วิทย์ฟิสิกส์
ยกให้กระจู๋นี้เป็นกระจู๋สาระดีมากๆ
เป็นข้อคิดแก่เยาวชนไทยในตอนนี้ให้ตระหนักถึงคุณค่าของการทำกิจกรรม
และเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ที่ไม่ใช่สักแต่เอาคะแนนอย่างเดียว
(ตอนนี้อยู่กึ่งกลางของคำว่าเอาเกรดกะเอาโลกว่ะ ลำบากใจ)
ขึ้นอยู่กับว่า บริษัทนั้น ส่วนใหญ่สีอะไร :42:
ใช้หน้าตาเข้าสู้ค่ะ {หมีโหด}/
อีก 4 เดือนจะจบแล้ว..ยังไม่รู้จะทำอะไรต่อดี
รู้สึกว่าเลือกเรียนผิดมาตลอดเลย :05:
เออ อาจารย์ที่จบวิศวโยธาเคยเล่าว่า
ตอนไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทปูนแห่งนึง
คุยกันกะผู้ให้สัมภาษณ์แบบถูกคอมาก
แต่น่าเสียดายที่พี่แกรับแต่พวกเลือดสีชมพู
พอไถ่ถามกันว่าจบจากไหนมา
ก็เป็นอันต้องเดินออกมาจากบริษัทด้วยประการฉะนี้
แบ่งพรรคแบ่งพวกนี่หน่า
ว่าแต่...เบลล์ก็เลือดชมพู :08:
ไม่เชื่อ
กรีดออกมาเลยครับ
นี่แหละ เด็กราชภัฎบ้านนอกอย่างผม จึงโดน เอาใบสมัครสอดใต้สุดใบสมัครของสถาบันอื่น ละ..... :16:
ว่าจะไม่พูดเรื่องสีแล้วเชียว
เพราะว่าไม่รู้เหมือนกัน - -'
ว่าแต่..ทำไมเหรอครับ เป็นกฏเกณฑ์ของบริษัทว่าไม่รับเลือดคนละสี หรือเป็นที่คนรับเองว่าตูจบสีนี้มาจะรับแต่รุ่นน้องสีนี้
ในสภาวิศวกร เท่าที่ผมสังเกตพวกวุฒิสมาชิกระดับสูงส่วนใหญ่ก็เห็นแต่สีเขียวกับสีชมพู แบ่งตามสาขา พวกโยธาจะเป็นสีชมพู เครื่องกลจะสีเขียว
บริษัท BabaPapa เหรอครับ
เรื่องสี อาจจะมีอยู่บ้างในบางที่ เป็นอารมณ์ของคนที่จบจากที่เดียวกัน ย่อมมีจุดร่วมบางอย่างด้วยกัน แต่สถาบันที่ผมพูดถึงเป็นการแบ่งรวม ๆ
เคยสัมภาษณ์รุ่นน้องที่เดียวกัน แต่ก็ไล่กลับไปเพราะไม่เหมาะกับงาน ส่วนตัวไม่คิดว่า สี เป็นเรื่องสำคัญ(ยกเว้นไปสอบใบขับขี่) แต่ที่ให้ความสำคัญกับสถาบันเป็นอันดับหนึ่งในการเรียกมาสัมภาษณ์เพราะ
- เป็นการคัดคนตอนเริ่มต้นระดับหนึ่ง
- ความเข้มข้นของวิชาการ การเรียนการสอน
- อื่น ๆ
เพราะสถาบันก็เหมือนสินค้า ไม่ได้ดีได้ด้วยการโฆษณาเพียงอย่างเดียว วัตถุดิบที่ดี ผ่านกระบวนการที่ดี สินค้าย่อมมีโอกาสดีมากกว่า
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่า สถาบันดี เกรดดี จะทำงานได้ดี เพราะที่ห่วยแตกก็เจอมามากแล้ว เพียงอยากแสดงให้เห็นว่า เกรดดี มีโอกาสอยู่ในรายชื่อผู้ที่จะเรียกสัมภาษณ์มากกว่า
มีอีกอย่างที่น่าสนใจ สำหรับพวกวิดวะ คือ เรื่องโครงงาน ถ้าสอดคล้องกับงานที่ทำจะมีโอกาสสูงกว่าคนอื่น รวมทั้งพวกที่เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย เช่นการแข่งขันหุ่นยนต์
ที่พูดมา เฉพาะตอนจบใหม่ ๆ สายเทคโนโลยี ส่วนสายศิลปะ คงต้องโชว์ฝีมือกันอย่างเดียว หลังจากนั้นทั้งสองสายก็ใช้เหมือนกันคือฝีมือ ส่วนเกรด สถาบัน ไม่มีใครเอามาคิดให้รกสมองแล้ว :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 01 พ.ย. 2006, 02:09 น.
บริษัท BabaPapa เหรอครับ
นานเลยเชียว
พี่แอนมีเหลืออยู่มะ อยากดูย้อนความหลังสมัยอนุบาล :22:
double A ได้ข่าวหินสุดๆ(เลยเลือกแถวภาคอีสานเพราะว่าถึกทนกว่าเด็กกรุงเทพ :17:)
อย่างที่ตอบๆกันแหละครับถ้าเป็นงาน
ด้านการออกแบบจะดูแต่ port งานมากกว่า
ผมสมัครงานมา 3 ที่ไม่เคยมีที่ไหนดูใบเกรดเลย
คิดถึงบาบ้าปาป้า..เนาะ :25:
สอนอยู๋ครับแต่แอบลูกศิษย์เล่นเนต
หักคะแนน :26:
หักจิตพิสัย :26:
ได้ยินมาว่าดับเบิลเอ ไม่รับเด็กจุฬา กับ เด็กเอแบ็ก เนื่องมาจากพฤติกรรมที่ส่วนใหญ่เป็นลูกคุณหนู ไม่พอใจนิดหน่อยก็ลาหยุดมั่ง ลาออกมั่ง ("เค้า"เล่าให้ฟัง)
ที่แน่ๆ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
เลือกรับจุฬาอันดับหลังๆ เลยแหละ
เนื่องด้วย
แม่บอกว่า
หมอจุฬาไม่สู้งาน
ไม่ลุยเหมือนหมอศิริราช , หมอรามา แม้แต่ หมอ มอ.ก็เหอะ
หมอจุฬาเหมาะไปทำวิจัยมากกว่า ไม่เหมาะทำงานจริง
แม่บอกเงี้ย :42:
เรื่องสถาบัน คงจะมีผลในช่วงโอกาสสำหรับการเริ่มต้นเท่านั้น
ก็เคยเห็นจริงๆนะ นานมาแล้ว ตอนทำงานประจำ บ.ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ไปนั่งเล่นตรงพวกบุคคล เลยขอคุ้ยดูใบสมัครที่กองอยู่ในลัง
ประมาณ 1 ลังได้ คุ้ยอ่านดูเล่นๆเฉยๆ
มันเจ็บแต่จริงนะครับ แต่เค้าเรียงตามลำดับไหล่สถาบันลงไปถึงข้างล่างสุดจริงๆ
เห็นแล้วก็ตกใจว่า เคยได้ยินแต่เค้าพูดกัน นี่มันของจริงเลยนี่หว่า
อ่านของพี่แอ๊ะแล้วนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเลย
โห มีแบบนี้ด้วยหรอ :18: :18:
ผมก็เคยเป็นคนหนึ่งในทีมสัมภาณณ์พนักงานใหม่ที่บริษัทเก่าเหมือนกัน
ซึ่งผมคิดว่าใครจะจบมหาลัยอะไรมาไม่สำคัญเท่ากับว่าทำงานได้หรือเปล่า
ก็เรียกมาหมดแหละครับ ทั้งม.เปิด ม.ปิด
ผลคือ
คนที่มีความคิดหรือไอเดียหรืออุปนิสัยที่เหมาะกับการทำงาน ส่วนใหญ่จะมาจากมหาลัยอันดับต้นๆ
แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่มีจากม.เปิดนะครับ มันมี แต่ ปริมาณน้อยกว่าน่ะครับ