เรียนในวิชาภาษาอังกฤษ เค้ามีบทความเรื่องนึง
ที่บอกไว้ว่าคนเราจะมีวิธีการเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ
ถ้าเป็นแบบเดิมๆ ก็จะเป็นการท่องจำ การใช้สมการคณิตศาสตร์อธิบาย
แต่เดี๋ยวนี้มันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยแต่ละคน
บางคนชอบอ่านหนังสือคนเดียว
บางคนชอบอ่านหนังสือกับเพื่อน
บางคนก็อาจจะมีวิธีที่ทำให้จำได้ง่ายขึ้น เช่น จดโน้ต แปะสูตรหน้าห้องน้ำ สรุปทุกอย่างออกมาเป็นสูตร
ท่องเป็นเพลง เป็นกลอน อะไรก็ว่าไป
อ่านหนังสือวิธีไหนกันมั่งคะ
คือที่มาเรื่องคือตอนนี้นั่งอยู่กลางผู้คนที่มาติวหนังสือกันเป็นกลุ่มๆ
หนวกหูบวกอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลยค่ะ :01:
อ่านคนเดียวครับ เงียบๆ ไร้สรรพเสียงใดๆ รอบข้าง ...
ไปอ่านในห้องมืดๆ แล้วเปิดโคมไฟ ได้อารมณ์ดีนะ
ลองเอาเนื้อหาที่จะสอบที่ต้องท่องน่ะค่ะ มาแต่เงป็นเรื่องราวอาจจะมั่วซั่วนิดหน่อยแต่ทำให้เราจำได้
มันก็ดีในระดับหนึ่ง แต่ทางที่ดีจริงๆนะ ไม่ต้องตะบี้ตะบันท่องนะ ขอให้ทำความเข้าใจ
แล้วเราจะจำได้เอง อย่างบางวิชาถ้าเราชอบ มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปท่องอะไร มันจะทำได้เองอัตโนมัติ
บรรยายให้ตัวเองฟังครับ ใช้บรรยายให้เพื่อนได้ด้วย
ถ้าเป็นข้อสอบความจำก็ทำเหมือนพูดเชื่อมโยงไปเรื่อยๆ
ถ้าเป็นหลักการก็อธิบายเป็นขั้นเป็นตอนให้เห็นภาพ
พูดกับตัวเองไปเรื่อยๆ (ปกติถ้าคุยกับตัวเองอยู่แล้วจะง่ายครับ) :40:
อ้างคำพูดจาก: Kums-XMen เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 21:41 น.
ไปอ่านในห้องมืดๆ แล้วเปิดโคมไฟ ได้อารมณ์ดีนะ
อารมณ์แสบตา :01:
เมตชอบอ่านแบบที่พี่กัมบอกนั่นแหละ
เปิดประตูห้องมาเจอมันนั่งตะคุ่มๆ หน้าโต๊ะทีไร
สยองทุกที :39:
พี่ก็ชอบอยู่ห้องมืดๆอย่างนี้แหละจะ
แต่เมตพี่กับมาที่ไรไม่ใช่แค่สยองหง่ะ
เจ๊เล่นกรี๊ดกันอย่างกับเจอผี :08:
ที่จริงเน้นตอนเรียนให้เข้าใจจะง่ายกว่านะคะ
พอสอบก็อ่านทบทวนเพิ่มเติมมันจะเข้าใจง่ายขึ้น
อ่านเองให้เข้าใจแล้วค่อยไปติวกับเพื่อนๆ
ฟังเพื่อนติวกันก็จะได้มุมมองหลากหลายเพิ่มอีกนะ
เป็นการช่วยกันเก็งข้อสอบแบบนึง
แล้วก็ อย่ามัวแต่ปั่นจนลืมอ่านหนังสือค่ะ.. :42:
(นึกภาพเจ๊เฟิร์นเหงื่อผุดเต็มหน้า นั่งผมยาวสยาย ท่องหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย นัยน์ตาโหลลึกและขวาง น้ำลายฟูมปากนิดๆ พร้อมจะเจื๋อนทุกคนที่เข้ามารบกวนแบบไม่เลือกหน้า)
อ้างคำพูดจาก: G_niz เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 21:54 น.
ที่จริงเน้นตอนเรียนให้เข้าใจจะง่ายกว่านะคะ
พอสอบก็อ่านทบทวนเพิ่มเติมมันจะเข้าใจง่ายขึ้น
อ่านเองให้เข้าใจแล้วค่อยไปติวกับเพื่อนๆ
ฟังเพื่อนติวกันก็จะได้มุมมองหลากหลายเพิ่มอีกนะ
เป็นการช่วยกันเก็งข้อสอบแบบนึง
แล้วก็ อย่ามัวแต่ปั่นจนลืมอ่านหนังสือค่ะ.. :42:
โอ้ววว โดนอีกแล้ว
ดีนะที่กำลังอ่านหนังสืออยู่
แต่แวบมาปั่นไปด้วย :21:
ชั้นไม่ได้โดนหมาบ้ากัดนะยะ :07:
อ้างคำพูดจาก: Sorisori เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 21:57 น.
ชั้นไม่ได้โดนหมาบ้ากัดนะยะ :07:
หมาบ้ายังกลัว??? :08:
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด :07:
เทคนิค การ อ่านเหรอครับ ก็ พยายามทำตา ไวๆ และหาทำเลเหมาะๆ อย่านั่งหลังคนที่โง่กว่าเรา
อย่าพยายามชะเง้อมากเกินไป อ่านแล้ว ให้รีบกา หรือเขียน สะกิดเพื่อนข้างหน้าที่คิดว่ามันเก่งที่สุด ให้มันเปิดข้อสอบให้ เห็นชัดๆ แล้ว เราก็ พยายามตั้งใจอ่าน ให้เข้าใจ และที่สำคัญ อย่าให้อาจารย์เห็น .....
ร้ายกาจมาก
เคยอ่านหนังสือ เครียดมากเพราะวิชานี้ท่องทำทั้งหมด เครียด ง่วง ก็เลยนอน
นอนแล้ว ยังฝันว่าตัวเองอ่านหนังสืออยู่ในฝันอีก ฝันเหมือนทำจริงๆ เลย
ปรากฏว่าตอนสอบระลึกถึงตอนฝัน ทำได้มากเลยค่ะ จากที่ไม่ได้อะไรเลย
อย่าใช้ hilight เพราะ 1 เปลือง 2 ไม่ได้ผล
อ้างคำพูดจาก: toxin เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 21:31 น.
อ่านคนเดียวครับ เงียบๆ ไร้สรรพเสียงใดๆ รอบข้าง ...
อ้างคำพูดจาก: Kums-XMen เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 21:41 น.
ไปอ่านในห้องมืดๆ แล้วเปิดโคมไฟ ได้อารมณ์ดีนะ
อ่านสองรอบ
อ่านรอบแรกอ่านไปให้รู้คร่าวๆ ทั้งหมด
อ่านรอบสองจับใจความ ขีดเส้นใต้ส่วนที่ว่า่น่าจะออก
แล้วเช้าก่อนสอบตื่นเช้าหน่อยมาท่องที่ขีดไว้
(ติวกับเพื่อนนี่รู้สึกไม่เข้าหัวเลย นั่งอ่านเองรู้สึกดีกว่า)
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 22:52 น.
อย่าใช้ hilight เพราะ 1 เปลือง 2 ไม่ได้ผล
เคยเห็นเพื่อนมันชอบใช้หมือนกัน แดงเถือกทั้งหน้าเลย
ส่วนตัวใช้ไฮไลท์ตรงที่ตัวเอง NOTE มาอีกทีจึงได้ผล
หรือเอาหนังสือเข้าห้องเรียนด้วย (สืบมาว่า อ.แกใช้เล่มไหน)
แล้วเอามาไฮไลท์ตรง อ.เน้น ก็จะช่วยได้ระดับหนึ่ง
วิชาความจำ
ข้อสอบปรนัย (ต้องท่องและเข้าใจ)
อัตนัย = เข้าใจหลักๆ แก่นๆ ก็พอ ท่องบ้างตรงที่เก็งเอาไว้
วิชาคำนวณ
ทำโจทย์เท่านั้นที่จะช่วยท่านได้
วิชาวิเคราะห์
ต้องจำก่อน แล้วค่อยๆคิดเชื่อมโยงไปมา เป็นวิชาที่ต้องเลือกอ่านวิชาแรกๆ เพราะต้องสังเคราะห์นาน
เคยได้ยินมาว่า ให้นั่งสมาธิก่อนจะอ่านครับ แล้วจะได้ผลดี
แต่ยังไม่เคยลองนะ พอจะทำทีไร กลับคิดว่ามันทำให้เสียเวลาเปล่าๆ ก็ไม่ได้ลองซักทีนึง
นานาต้องติวกะเพื่อน
แล้วก้ ต้องติวแบบ ฮาๆ มีหลักจำ :08:
อย่างเช่น
B3 ไพริดอกซิน ขาดแล้วจะเหมือนโอ๊ต ผิวแห้งคล้ำหยาบ :42:
บางทีเพื่อนพูดผิด มันก็ฮา แล้วก้จำแม่นเลย :31: (เวลาอะไรฮาๆหรือเราตื่นเต้นแล้วอ่านเราจะจำได้นะ แปลกดี)
แล้วก็ เน้นแบบ ถามตอบ จะเป็นคนถามให้เืพื่อนค่ะ (เพราะไม่ได้อ่าน :30:) แล้วจะจำได้ :08:
สรุป นานาชอบติวเป็นกลุ่ม :42:
^
คิดเหมือนกันเลยค่ะ เลยไม่ได้ทำจริงๆซักที :16:
อย่างนานาก็ได้เหมือนกัน พี่เบลล์ก็ได้
แต่วิธีที่วีทำเสมอๆคืออ่านทั้งหมดแล้วจดโน๊ตมาอ่านอีกที
วิธีที่ไม่ได้ผลคือพยายามอ่านๆ ผลที่ตามมาคือจำได้แต่อันนี้อ่านหลังสุดหรือไม่ก็จำไม่ได้เลย :08:
ไฮไลท์ก็ได้ผลค่ะ ถ้าเรียนไปไฮไลท์ไปก็ดี โดยเฉพาะวิชาที่มีตัวหนังสือเยอะๆ มันจะเน้นแล้วมาย่อจากไฮไลท์อีกที
แต่วิธีที่ได้ผลจริงๆแบบไม่เครียดด้วยคือพยายามผูกเป็นเรื่องราว เพื่อนวีนี่ชอบผูกเป็นเรื่องจริงๆ :21:
อ้างคำพูดจาก: ooooc เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 23:35 น.
เคยได้ยินมาว่า ให้นั่งสมาธิก่อนจะอ่านครับ แล้วจะได้ผลดี
แต่ยังไม่เคยลองนะ พอจะทำทีไร กลับคิดว่ามันทำให้เสียเวลาเปล่าๆ ก็ไม่ได้ลองซักทีนึง
พอดีเลยมีเรื่องเล่า เกตเกิดที่ราชบุรี
รุ่นตูตอนนั้นจะเข้า ม4 ต้องใช้เกรดเฉลี่ย ม ต้น เป็นเกณฑ์ เพื่อจะสอบเข้า รร. เบญจม (ประจำจังหวัด)
มันก็มีปัญหากันว่า มีเด็กที่มาจากโรงเรียนวัด ไกลจากเมืองมากเลยได้เกรด 4.00 มา (ม ต้น เธอไม่ได้เกรดอื่นเลย ได้ 4 ทุกตัว)
พวกเราซึ่งเป็นเด็กในเมือง กว่าจะได้ 3 กันก็หืดเกือบขึ้นคอ
ปรากฏว่าเกรดต่ำสุดที่เทียบแล้วติดปีที่ตูเข้าคือ 3.42
เธอคนที่สอบเข้ามาด้วยการเทียบเกรดและได้ 4.00 ก็ถูกนินทา ว่าเฮ้ยปล่อยเกรดรึเปล่า เฮ้ยไม่มีมาตรฐานรึเปล่า
เธอคนนั้นตอน ม4 เทอม 1 เธอก็ยังคงได้ 4.00
เสียงเห่าหอนเงียบลง
เธอทำ 4.00 จนกระทั่งตอน ม.5 เทอม 2 เธอทำพลาดในวิชาพละ
เธอจบมปลายด้วยเกรด 3.8 กว่าๆ และได้คะแนนฟิสิกส์เต็ม 100
ตอนนี้คงจบแพทย์ที่รามา ไปแล้ว
เธอบอกว่าเธอนั่งสมาธิวันละ 1 ชม ก่อนนอนมานานแล้ว :12:
แต่ตูคิดแล้วคิดอีก
ให้นั่งสมาธิให้ตาย โง่ๆอย่างตูควรเอาเวลา 1 ชม ไปอ่านเพิ่มจะดีกว่า :42:
ญาณสมาธิจะบังเกิดก็ต่อเมื่อ
- อ่านแล้วฟังเพลงแนว Classic ไปด้วย ยิ่งเปียโนบรรเลงยิ่งดี :22:
อ้างคำพูดจาก: M r . F e r n a n d e s เมื่อ 12 ต.ค. 2006, 00:21 น.
- อ่านแล้วฟังเพลงแนว Classic ไปด้วย ยิ่งเปียโนบรรเลงยิ่งดี :22:
หลับ :42:
อ้างคำพูดจาก: naๆ.studio เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 23:45 น.
นานาต้องติวกะเพื่อน
แล้วก้ ต้องติวแบบ ฮาๆ มีหลักจำ :08:
อย่างเช่น
B3 ไพริดอกซิน ขาดแล้วจะเหมือนโอ๊ต ผิวแห้งคล้ำหยาบ :42:
บางทีเพื่อนพูดผิด มันก็ฮา แล้วก้จำแม่นเลย :31: (เวลาอะไรฮาๆหรือเราตื่นเต้นแล้วอ่านเราจะจำได้นะ แปลกดี)
แล้วก็ เน้นแบบ ถามตอบ จะเป็นคนถามให้เืพื่อนค่ะ (เพราะไม่ได้อ่าน :30:) แล้วจะจำได้ :08:
สรุป นานาชอบติวเป็นกลุ่ม :42:
ได้ผลนะครับวิธีนี้ สำหรับการอ่านกันเป็นกลุ่ม
แต่ถ้าอ่านคนเดียว พี่ใหญ่ใช้วิธี อ่านแบบจำลองเหตุการณ์ คือ อ่านเหมือนกับจะต้องสอนให้นักเรียน(จินตนาการว่าเราเป็นครู) ทีนี้เวลาอ่าน พี่ใหญ่ก็จะอ่านแบบคิดตามว่า ถ้าอธิบายวิธีนี้ไป คนอื่นจะเข้าใจมั๊ย ถ้าไม่เข้าใจเค้าจะถามอะไรที่เกี่ยวข้องกัน แล้วเราจะอธิบายไอ้ที่เค้าสงสัยได้มั๊ย ถ้าไม่ได้พี่ใหญ่ก็จะเริ่มหาข้อมูลไอ้เนื้อหาตรงนั้น แล้วจินตนาการต่อ
ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนจบบท มันจะทำให้พี่ใหญ่มองเห็นภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมด
แต่วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับคนอื่นก็ได้นะ ยังไง เราลองอ่านหนังสือหลายๆแบบ แบบไหนเข้ากับเรา อ่านแล้วเข้าใจก็เอาวิธีนั้นแหละ
ผมอาศัยหลัก 3 ประการ
1. อ่านรอบแรก อ่านผ่านๆ ให้เห็นเนื้อหาทั้งหมดที่มี
แล้วคิดว่าเราเข้าใจตรงไหนแล้วบ้าง ก็ข้ามไปเลย
ส่วนตรงที่ติดอยู่ ก็ mark ไว้ในหัว
2. อ่านรอบสอง อ่านเอาใจความ (ย้ำ อ่านเอาใจความ ไม่ใช่ใจหมี)
สรุปให้ได้ว่าตรงที่เราไม่เข้าใจ มันเป็นยังไง
3. อ่านหน้าห้องสอบก่อนเข้าห้องสอบ 15 นาที
วิธีนี้ใช้ได้ผลเฉพาะพวกอ่านหนังสือเร็วโคตรๆ
เคยทำมาแบบว่าอ่านเนื้อหาสอบวิชา information
ความหนาเกือบๆ 100 หน้า A4 พิมพ์หน้าหลัง
จบภายใน 15 นาที เนื่องจากข้อ 1 และ 2 รวมกัน
ทำให้เราไม่ต้องอ่านทั้งหมด
อ้อ แถมอีกข้อ ไม่ใช่หลักการอ่านหรอก
ก่อนสอบ เพื่อนๆ มันจะอ่านหนังสือกัน
เราก็เดินเข้าไปใกล้ๆ ที่มันกำลังท่องอยู่
แล้วก็ฟังเลยครับ จะมีสาระสำคัญที่ออกสอบเยอะมากๆ
สบาย ไม่ต้องอ่านเอง :30:
อ่านคนเดียวเท่านั้น!!(ไม่นับแฟน :05:) อ่านแล้วจับประเด็นสำคัญหลักๆ แล้วโน้ตเพิ่มเติมให้เข้าใจง่ายขึ้น
ไม่ก็ถ้ามีเวลาจริงๆ ก็เอามาเขียนใหม่ให้เป็นภาษาของเราเองที่เข้าใจง่าย(เฉพาะเรื่องกฎหมายนะ เพราะเรียนแต่กฎหมาย)
ผมเป็นตัวเก็งข้อสอบ (แบบหมอดูแหละ)
แบบว่าอ่านเนื้อหามาหมดแล้วก็บอกคำถาม-คำตอบเพื่อนเป็นข้อๆ
บอกเดาๆไป 10 ข้อ ออกจริง 2 ข้อมันก็ศรัทธาแล้วครับ :42:
คลำหาหัวใจ ใช้มีดธรรมดากรีดลึกๆตรงใต้หัวใจ ใช้มีดเล็กเจาะรูระหว่างเส้นเลือดเวนและอาร์เทอร์รี ใช้ลิ้นที่เพิ่งเลียเลือดจากข้อมือขวาไซร้เข้าไปในรูเพียงเท่านี้ก็จะสอบได้เต็มแน่นอน ให้เพื่อนช่วยเจาะและเลียให้ได้ครับ
คิดถึงบรรยากาศจัง :22:
1. ชอบอ่านที่ๆ คนเยอะๆ พลุกพล่าน สาวๆ สวยๆ :25: เป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ
ข้อดี. -แนวข้อสอบทั้งหลายทั้งแหล่ เกจิฟันธงต่างๆ จากหลายสำนักจะมาสรุปข้อมูลให้
-สบายตา สบายใจ มีกำลังใจในการอ่านหนังสือ :25:
- ของกินเพียบ แซวสาวก็ยังได้ เซ็งๆ ไปเที่ยว 7-11 ได้
2. เอาข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากข้อ 1. ไปอ่านที่หน้าทีวี เปิดหนังที่น่าดูซักเรื่อง ไฟมืดๆ โคมไฟ 1 ดวง
ข้อดี. -ถูกต้องตามหลักการจำแบบตกท้องช้าง ที่ว่าสมาธิคนเราจะล้าถ้าอ่านระยะยาวๆ ก็อ่านไปดูหนังไปซะเลย 555+
- ซุ่ม... :42:
- ย่อยข้อมูลที่ได้อีกที ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้น
3. อ่านมันหน้าห้องสอบ 30 นาที
ข้อดี - โคตรเกจิฟันธง และทีเด็ดข้อสอบจะมาช่วงนี้
- จำแม่ง เข้าไปเหอะ ไม่ต้องเข้าใจ แล้วจะรู้ว่าไสยศาสตรืมีจริง (แม่นโคตรๆ :42: )
ปล. การอ่านวิธีนี้เป้นความสามารถเฉพาะตัว อยากลอกก็ลอกไป :40: แต่อ่านให้สนุกแล้วเราจะจำเองละ
เดี๋ยวๆ พึ่งเข้าใจมุกเคน :08:
นอนอ่าน
นอนหงาย เปิดหนังสือหน้ากลางๆ เอาหนังสือตั้งบนหน้า จะช่วยให้อ่านได้นานขึ้นครับ ประมาณ 5-6 ชม :33:
ของผมจะอ่านก่อนเรียน 1 รอบ(ถ้ามีแบบฝึกหัดก็ทำไปก่อนเลย) ไม่เข้าใจก็จำไว้เอาไปถามอาจารย์ในห้องเรียน พอไปเรียนก็ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน สงสัยก็ถามๆเพื่อนจะหมั่นไส้ก็ช่างมัน พอเรียนเสร็จก็เอากลับมาอ่านกับทำแบบฝึกหัดอีกรอบ แล้วถ้าว่างๆก็หาสมุดมาจดใจความสำคัญ ทริกเด็ดๆ
เท่านี้ก็เท่ากับเราได้อ่านไป 3 รอบแล้ว แถมยังได้เป็นที่รักของอาจารย์เป็นของแถมด้วย(เคยได้ A math II ทั้งๆที่คะแนนได้แค่ B+ ด้วย) :21:
พอก่อนสอบเอากลับมาอ่านอีกรอบสองรอบก็สอบได้แล้ว ไม่ลนด้วย :43:
ส่วนสถานที่ชอบอยู่ห้องเงียบๆมากกว่า เวลาไปอ่านตามโรงอาหารที่คนเยอะๆแล้วไม่ค่อยได้อ่าน เพราะมัวแต่นั่งดูสาวๆ :43:
เมย์ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ
ในสถานที่ที่เย็นสบายมีขนมของกินและน้ำดื่มที่ชอบวางอยู่
เวลาอ่านหนังสือจะชอบฟังเพลงไปด้วยค่ะ
อ๋าห์ มีความสุขค่ะที่ได้อ่านหนังสือแบบนี้ :33:
(แต่เมย์เป็นจริงๆนะคะ เวลาอ่านหนังสือติดนิสัยชอบฟังเพลงไปด้วย)
ถ้าผมจะอ่านจริงๆ
ก็จะตื่นมาประมาณ ตี 2 ตี3
แล้วนั่งอ่านอยู่กับเสียงหมาหอน
รับรองครับได้เกรดดี เพราะผีบอกแน่ๆ :42:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 12 ต.ค. 2006, 09:06 น.
3. อ่านมันหน้าห้องสอบ 30 นาที
ข้อดี - โคตรเกจิฟันธง และทีเด็ดข้อสอบจะมาช่วงนี้
- จำแม่ง เข้าไปเหอะ ไม่ต้องเข้าใจ แล้วจะรู้ว่าไสยศาสตรืมีจริง (แม่นโคตรๆ :42: )
ทำประจำเลยค่ะ ติวข้อสอบก่อนเข้าห้องสอบเนี่ย รู้สึกมันจะจำได้ดีมากเลยค่ะ
สอบครั้งนี้ติวคณิตศาสตร์ 5 นาทีก่อนเข้าห้องสอบ :42:
อุตส่าห์นั่งอ่าน ไหงมันไม่ออกตามที่อ่านเลย(ฟะ)
ของนานาก็ อ่านเองผ่านๆ
ไปติวกับเพื่อน ค่อยลงรายละเอียด ถามตอบไปเรื่อยๆ
แล้วก็ พอทำเป็นให้ลองสอนเพื่อนดู :33:
มีอีกวิธีแนะนำค่ะ
คืออ่านไปกินขนมไปแล้วจะจำแม่น จริงๆ
แต่มีผลข้างเคียงคือทำให้น้ำหนักเพิ่มได้อย่างรุนแรง
อ้างคำพูดจาก: Pond เมื่อ 11 ต.ค. 2006, 23:07 น.
(ติวกับเพื่อนนี่รู้สึกไม่เข้าหัวเลย นั่งอ่านเองรู้สึกดีกว่า)
:17:/
จนทุกวันนี้ยังหาวิธีอ่านหนังสือที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้เลย
ส่วนหนึ่งคาดว่ามันเป็นเพราะคอร์สอ่านมาราธอนที่พ่อบังคับทุกการสอบด้วยแหละที่ทำให้ผมเกลียดหนังสือเรียนแบบเข้าไส้ไปเลย
อีกเทคนิคครับ :22:
ไปเช่าการ์ตูนมาอ่าน ก่อน เพื่อทำการ บิ๊ว อารมณ์
ทำให้การอ่านสนุก แล้วเราจะสนุกกับมัน นะ :33:
อ้างคำพูดจาก: MUMโคตร™ เมื่อ 12 ต.ค. 2006, 03:39 น.
อ่านคนเดียวเท่านั้น!! (ไม่นับแฟน :05:) อ่านแล้วจับประเด็นสำคัญหลักๆ แล้วโน้ตเพิ่มเติมให้เข้าใจง่ายขึ้น
ไม่ก็ถ้ามีเวลาจริงๆ ก็เอามาเขียนใหม่ให้เป็นภาษาของเราเองที่เข้าใจง่าย(เฉพาะเรื่องกฎหมายนะ เพราะเรียนแต่กฎหมาย)
เวลาอ่านหนังสือคนอื่นเค้าก็ไม่นับแฟนกันนี่ครับ นับทำไม เดี๋ยวอ่านไม่รู้เรื่อง
แล้วมีแฟนหลายคนเหรอครับมัม นับได้กี่คน รวม
หมีเข้าไปด้วยยังครับ
ไม่ชอบไปอยู่หน้าห้ิองสอบก่อนสอบนานๆ
เครียด มาคุ
ไม่ชอบทวนสูตรก่อนสอบ ทวนไปก็ลืม และลน
ตอนนี้พึ่งวิธีลอกเล็กเชอร์ใหม่อยู่
ก็ช่วยได้บ้าง
ดีกว่าอ่านอย่างเดียวแล้วซักพักก็ใจลอย
ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือกะเพื่อนเยอะๆ
บางทีมันอดคุยไม่ได้
:08:
เพื่อนคุยเนื้อหากันก่อนเข้าสอบ
คิดในใจ
(((มันคุยไรกันวะไม่เห็นรู้เรื่อง ตูอ่านไม่เห็นเจอ)))
เพื่อนคุยกันหลังสอบ
คิดในใจ
(((มันคุยไรกันวะไม่เห็นรู้เรื่อง ข้อสอบเดียวกันเปล่าว่ะ)))
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 13 ต.ค. 2006, 00:01 น.
เพื่อนคุยเนื้อหากันก่อนเข้าสอบ
คิดในใจ
(((มันคุยไรกันวะไม่เห็นรู้เรื่อง ตูอ่านไม่เห็นเจอ)))
เพื่อนคุยกันหลังสอบ
คิดในใจ
(((มันคุยไรกันวะไม่เห็นรู้เรื่อง ข้อสอบเดียวกันเปล่าว่ะ)))
55555
อาการนี้เป็นบ่อยเหมือนกันค่ะ
อ้างคำพูดจาก: mittlelaymai~* เมื่อ 12 ต.ค. 2006, 13:05 น.
เมย์ชอบอยู่คนเดียวเงียบๆ
ในสถานที่ที่เย็นสบายมีขนมของกินและสุราที่ชอบวางอยู่
เวลาอ่านหนังสือจะชอบฟังเพลงไปด้วยค่ะ
อ๋าห์ มีความสุขค่ะที่ได้อ่านหนังสือแบบนี้ :33:
(แต่เมย์เป็นจริงๆนะคะ เวลาอ่านหนังสือติดนิสัยชอบฟังเพลงไปด้วย)
:02:
คำเตือน : ถ้าจะติวเพื่อนกรุณาติวแค่รอบเดียวพอไม่งั้นจะเกิดอาการเบลอได้ :39: เคยเจอติว math วันนึง 3 รอบ ไปสอบเกือบทำไม่ได้เพราะเบลอมาก :01:
อ้างคำพูดจาก: kitty-ไอ้หมีอ้วน* เมื่อ 13 ต.ค. 2006, 09:41 น.
คำเตือน : ถ้าจะติวเพื่อนกรุณาติวแค่รอบเดียวพอไม่งั้นจะเกิดอาการเบลอได้ :39: เคยเจอติว math วันนึง 3 รอบ ไปสอบเกือบทำไม่ได้เพราะเบลอมาก :01:
ของผมติวไป 5 รอบ ไม่เบลอครับ ดันได้รองท็อปซะงั้น
ไม่เคยติว ไม่เคยอ่านครับ
ตูอ่านหนังสือไม่เก่งและสมาธิสั้นมากๆ
เรียน (มหาลัย) ก็ไม่ขยันเอาซะเลย
ก่อนสอบก็ได้เพื่อนๆ ที่มันมารวมตัวกันอ่านของใครของมันนี่แหละ
ได้บรรยากาศดี ไม่รู้จะมารวมกันทำไมเยอะแยะ สอนกันก็ไม่ได้สอน มารวมกันอ่านเฉยๆ
วิธีอ่านก็คือ อ่านรอบแรก เจออันไหนไม่รู้ ขีดเส้นใต้ไว้
อีกรอบก่อนนอนก็อ่านเฉพาะที่ขีดเส้นใต้
แล้วก็ก่อนสอบ ก่อนเข้าห้อง เอาอีกนิดน่า
จบมาตูก็เลยไม่ได้เป็นสถาปนิกอย่างที่ต้องการ :30:
เท่าที่สังเกตนะ
บอกก่อนว่าไม่ไำด้คิดจะแยกชนชั้นเลยนะ แล้วก็เป็นความเห็นส่วนตัว
เด็กที่เก่งมากๆ หรือเรียนรู้เรื่องแล้วแต่เป็นพวกอธิบายไม่เก่งหรือเข้าสังคมไม่เก่งจะชอบอ่านหนังสือคนเดียวนะ
ถ้าเก่งมากและสอนเก่งมาก ก็จะเปิดติวเลย
พวกสอนคนอื่นได้นี่จะได้ควา่มรู้แบบย้ำอ่านย้ำสอน
ถ้าพวกกลางๆ ลงไป จะชอบอ่านหนังสือกะเพื่อน มีอะไรก็มาแชร์กัน
ตอนนี้กำลังเสาะแสวงหาวิธีใหม่ๆ อยู่
รู้สึกว่าลอกเล็กเชอร์ตัวเองมาสรุปใหม่มันก็ดี แต่เหนื่อย บวกขี้เกียจ :39:
เป็นคนอ่านหนังสือเร็ว จำเร็ว ลืมเร็ว แย่ๆ
ตูเป็นพวกกลางๆ ลงไปนี่เอง :42:
เดือนเป็นพวกไม่เข้าพวก :42:
ที่ทำนะตอนสอบ
ขั้นแรก อ่านแล้วสรุปใส่กระดาษเอาให้ละเอียดและเข้าใจมากที่สุด
ขั้นสอง ไปตั้งคำถามตอบกับเพื่อน
ขั้นสาม หา server ในห้อง
แค่สามขั้นก็พอแล้วล่ะ :35:
ไม่รู้จะเป็นวิธีที่ดีรึเปล่า
1.อ่านเอง ทางที่ดีควรอ่าน2รอบ(แต่ไม่เคยทำได้เลย บางวิชาอ่านไม่ครบรอบด้วย :42:) นอนคว่ำอ่านเป็นท่าที่ชอบมาก สบายดั :42: อ่านไปตรงไหนน่าจำก็ขีดเส้นไฮไลท์เอาไว้ แล้วอ่านที่เราขีดรอบนึง แล้วค่อยอ่านผ่านไป อ่านเงียบๆคนเดียวจะเป็นการอ่านที่ดีที่สุด เพราะไม่งั้นอาจจะเผลอคุยกับคนอื่นจนไม่ได้อ่านเอา :42: พอเบื่อๆก็หยิบขนม นม เนย อะไรมากิน อ่านต่อ เบื่ออีก ดูทีวีั อ่านสบายๆ ไม่เครียด ไม่ต้องกินเหล้าด้วย :42:
2.อ่านก่อนเข้าห้องสอบ วิธีนี้จะใช้เฉพาะวิชาที่อยู่หลังพักเที่ยง เพราะเวลาว่างมากๆ อ่านไปเรื่อยๆ เข้าหัวบ้างไม่เข้าบ้าง ช่างมัน เพราะว่ายังไงเข้าไปก็ใช้วิชาแรนดอมอยู่ดี เพราะวิชาพวกนี้คือวิชาที่ไม่ได้อ่าน เพราะเห็นว่ามีเวลาอ่านมาก แต่ก็ไม่อ่าน เอ๊ะ ยังไง :42:
3.จดโน้ต วิธีนี้จะยอดเยี่ยมมากในวิชาที่เน้นการท่องจำ หรือเนื้อหายาวบรรลัย :12: ถ้าคุณจดเนื้อหาส่วนสำคัญๆเอาไว้ แล้วเอากลับมาอ่านทวน (เคยทำได้อยู่วิชาเดียว วิทย์หลัก หลังจากนั้นก็ขี้เกียจจด เลยเลิกไป :42:)
4.เปิดหูเปิดตา วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้เป็นประจำ :42: ก่อนเข้าห้องสอบ เพื่อนจะมาออกันหน้าห้องสอบ ติวกัน ไม่ก็นั่งท่องสูตรต่างๆ สิ่งที่เราต้องทำคือ เสนอหน้าเข้าไปฟังมัน :43: มันเป็นวิธีที่ได้ผลมาก เพราะว่ามันจะช่วยติว เก็งข้อสอบ แถมอยากคอยสอนเราอีก โอ้ว จอร์ช มันยอดมาก :12: หรือถ้ามันกำลังอ่านอยู่ ก็เข้าไปนั่งข้างๆมัน แล้วขอมันอ่านด้วย สงสัยตรงไหนก็ถามมันซะ :42: หรือถ้าตรงไหนเราเข้าใจ แต่เพื่อนมันเข้าใจ ก็ติวมันด้วยซะเลย เป็นวิธีพึ่งพาอาศัยกัน :42:
5.ท่องเนื้อหาอึดใจสุดท้ายก่อนเข้าห้องสอบ เอาจากทุกข้อที่กล่้าวมา จำอะไรได้ก็ท่องเอาไว้ก่อน ระหว่างเดินเข้าห้องสอบ บางทีเข้ามาแล้วยังท่องอยู่เลย :42: เอาวะ อย่างน้อยก็ข่มข้อสอบเอาไว้ว่า ตูมีอะไรในหัวนะว้อย ตูต้องไม่ตก :42:
มีแค่นี้แหละ แต่ดูแล้วจะไม่ค่อยได้ผลอะไรเท่าไร :42:
อ่านแล้วสรุปใส่กระดาษA4 ที่ไม่มีเส้นครับ
เพราะจะทำให้ จินตนาการเราเปิดกว้าง
ไม่ถูกจำกัดโดยเส้นบรรทัด
:39: แนว
:05: ไม่เคยอ่านหนังสือสอบแบบจริงๆจังๆ สะที ...... ใช้วิธีพิเศษ กว่าคนอื่นหน่อย พยายามนั่งทายใจอาจารย์ พยายามเรียนรู้นิสัยครูผู้สอน พอเรารู้นิสัยอาจารย์แล้ว เวลามาอ่านหนังสือเราจะรุ้สึกได้เองว่า ตรงไหนน่าจะออกข้อสอบ........ มีหลายครั้งเหมือนกันที่ คาดผิด แต่บ่อยครั้งที่เดาใจถูก และก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่ช่วงศึกษานิสัยอาจารย์เนี่ย เพื่อนจะเรียก ว่า เลีย...แต่เราไม่สน.....และมี อยุ่ครั้งหนึ่ง ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะอาจารย์เป็นเกย์.....................
อ้างอิงและมี อยุ่ครั้งหนึ่ง ที่เกือบเอาความบริสุทธิ์ไม่รอด เพราะอาจารย์เป็นเกย์.....................
:30:
:08:
เขาบอกว่า เกย์ เข้าใจยากครับ.....
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 15 ต.ค. 2006, 21:52 น.
อ่านแล้วสรุปใส่กระดาษA4 ที่ไม่มีเส้นครับ
เพราะจะทำให้ จินตนาการเราเปิดกว้าง
ไม่ถูกจำกัดโดยเส้นบรรทัด
แล้วพับเล็กๆ เอาเข้าห้องสอบแบบไม่ปิดกั้นจินตนาการในการเอาเข้าไป ทั้งขอบกางเกง ในรองเท้า ดินสอ ปากกา :12:
พอโดนไล่ออก ก็จะได้ไปใช้จินตนาการแบบไม่มีขีดจำกัดนอกมหาลัยนู่น :12:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 15 ต.ค. 2006, 23:26 น.
พอโดนไล่ออก ก็จะได้ไปใช้จินตนาการแบบไม่มีขีดจำกัดนอกมหาลัยนู่น :12:
:12: เจ๋งออกนะ
เฮ้ย แต่
คนที่โดนไล่ออกจากโรงเรียน มีสองแบบนะ
1. โดนไล่ออกแต่ก็พยายามไำปหาที่ใหม่เรียน หรือเรียน กศน
2.หางานทำ ทำอย่างอื่นที่คิดว่าใช่
แต่ เด็กแถวบ้านตู
มันโดนไล่ออกปั๊บ (ไล่ออกเพราะว่าไปมีเรื่อง ชกต่อยกัน)
มันไม่เรียนไม่ทำงานไม่ทำห่าอะไรเลย
เป็นกุ๊ยนั่งถุยไปวันๆ ขายยาบ้า
:42:
เออ
พูดถึงข้อสอบ
เพื่อนเดือนคนนึงเข้าสอบวิชาชีววิทยา
แล้วก็สอบเสร็จก่อนเวลา ส่งข้อสอบออกจากห้องเรียบร้อย
หลังจากนั้นอาจารย์คุมสอบหาข้อสอบไม่เจอ
วันต่อมากรรมการคุมสอบเลยแจ้งเพื่อนมาว่าหาข้อสอบไม่เจอ
และถ้าเค้ายังหาข้อสอบไม่เจอ จะถือว่าเพื่อนเอาข้อสอบออกไปจากห้องสอบ
ถือว่าทุจริต และปรับตกทุกวิชา
..........
หลังจากที่ใส่A4 แล้ว
ก็สรุป ใส่กระดาษแผ่นเล็กๆ ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือ จดใส่ฝ่ามือ แต่เหงื่อจะออก ลบเลือนได้ไง
หรือ ใช้ดินสอ 2B จดใส่ไม้บรรทัดเหล็ก 1 ด้าน อีกด้าน ปกติ
เวลาอาจารย์มาก็พลิกปิดไว้ หรือ ในภาวะจวนตัว ก็ใช้มือรูด ลบออกไป
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 15 ต.ค. 2006, 23:31 น.
หลังจากที่ใส่A4 แล้ว
ก็สรุป ใส่กระดาษแผ่นเล็กๆ ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือ จดใส่ฝ่ามือ แต่เหงื่อจะออก ลบเลือนได้ไง
หรือ ใช้ดินสอ 2B จดใส่ไม้บรรทัดเหล็ก 1 ด้าน อีกด้าน ปกติ
เวลาอาจารย์มาก็พลิกปิดไว้ หรือ ในภาวะจวนตัว ก็ใช้มือรูด ลบออกไป
:42: เชี่ยวนะเนี่ย
1.หรือไม่ก็ใส่กล่องดินสอ
ทำเป็นเด็กเจ้าระเบียบ หยิบยางลบ เอาออกมาแล้วเก็บเข้าไป หยิบนั่นหยิบนี่
2.ตูจะทำดินสอ ตกนะ เอ็งหันมามองด้วย
จำโค้ดให้ได้นะ ดูนิ้วที่เอามือแตะปาก ฯลฯ
3.ถ้าโดนจับได้ "หลังสอบเสร็จให้ไปหา อ. ที่ห้องพักครูโดยด่วน"
น้ำหูน้ำ ตาใส่เข้าไป หนูทำสรุปไว้แล้วมันติดเข้ามา หนูยังไม่ได้ดูเลย
หนูไม่รู้จริงๆ ......รับรองถ้าตีบทแตกได้ตุ๊กตาทองมาแทนเกรดแน่ๆ
อ้างคำพูดจาก: daylight เมื่อ 16 ต.ค. 2006, 15:18 น.
1.หรือไม่ก็ใส่กล่องดินสอ
ทำเป็นเด็กเจ้าระเบียบ หยิบยางลบ เอาออกมาแล้วเก็บเข้าไป หยิบนั่นหยิบนี่
2.ตูจะทำดินสอ ตกนะ เอ็งหันมามองด้วย
จำโค้ดให้ได้นะ ดูนิ้วที่เอามือแตะปาก ฯลฯ
3.ถ้าโดนจับได้ "หลังสอบเสร็จให้ไปหา อ. ที่ห้องพักครูโดยด่วน"
น้ำหูน้ำ ตาใส่เข้าไป หนูทำสรุปไว้แล้วมันติดเข้ามา หนูยังไม่ได้ดูเลย
หนูไม่รู้จริงๆ ......รับรองถ้าตีบทแตกได้ตุ๊กตาทองมาแทนเกรดแน่ๆ
นี่มันสูตรเอาตัวละครลับออกมานี่หว่า :30:
ถ้าเป็นวิชาท่องจำอ่านก่อนนอน เพราะ ตอนนอนความจำระยะสั้นของคนเราจะเปลี่ยนเป็นระยะยาว :31: แต่ถ้าเป็นวิชาคำนวณควรอ่านตอนเช้า เพราะ สมองมันสดชื่นกว่าตอนบ่าย ควรพักบ้าง ไม่ใช่อ่านติดต่อกันหลายชม. เพราะสมองจะล้า นะคร้าบ :09: จ๊าก จ๊าก ๗้าก
ท่องยังไงก็ได้ค่ะขอให้รู้เรื่อง.... :39:
ชอบวิธีติวกับเพื่อนมากกว่าอ่านเอง
เพราะว่า ใครได้แนวข้อสอบยังไงก็เอามาแชร์กัน
แล้วก็หนิงสมาธิสั้น อ่านนานๆแล้วเบลอ(ว่ารักแถบ) - -"
ส่วนใหญ่ที่ทำข้อสอบได้มาจากที่เรียนในห้อง
และ ปากกาไฮไลท์ ก็ไม่มีประโยชน์สำหรับหนิงเช่นกัน :08:
ผมไม่เชื่อว่าเราจะไม่สามารถเข้าใจได้ถ้าไม่ตั้งใจเรียนในห้องเรียน
มาตามอ่านเก็บเอาตอนหลังมันก็แค่ เปลือกๆมันมั้งครับ
เพื่อนผมมันตั้งใจในห้องเรียนอย่างเดียว จะสอบก็ไม่เห็นจะต้องไปหน้ามืดอ่านอะไรแต่อย่างใด
เอ๊ะ
ประโยค1กับประโยค2 มันขัดแย้งกันรึเปล่า :08:
ขัดสิ
ก็มันพิมพ์ผิดนี่555
สงสัยพิมพ์เองงงเอง
แต่ไม่แก้หรอก เอาไว้งี้แหละ 555
มีคำว่า ไม่ เกินมาน่ะ แหม เสียมั้ยเนี่ยเรา
ชอบอ่านที่มหาลัย..ตื่นมาอ่าน กิน ดูหนัง อ่านต่อ
นอนกันตีสาม ตีสี่ ตื่น 11โมง เป็นวงจรตอนอ่านหนังสือไปละ :42:
รับผิดชอบตัวเอง อ่านให้จบ ไม่งั้นก็ตามเพื่อนไม่ทันเวลาพูดติวกัน
ไม่ค่อยได้เข้าเรียนเลย แต่คะแนนกลางภาคดีกันทุกคน :43:
ของตูเหรอ :01:
สมัยก่อน อ่านหามรุ่งหามค่ำ (ตอนนั้นยังเรียน บัสคอมอยู่ จะเครียดมากโดยเฉพาะเรื่อง SA)
:01: ก็อดนอนกันไป สุขภาพถึงขั้นย่ำแย่ บางทีเป็นหวัดตอนช่วงสอบ
ก็เหี้ยนกำลังสอง
ตอนนี้เรียนที่ใหม่
ทีแรกก็ยังปรับตัวไม่ค่อยจะได้ แต่พอเห็นข้อสอบตอนสอบมิดเทอม-ไฟนอลครั้งแรก
ก็พอจะโล่งใจได้บ้าง :42: (อาจเป็นเพราะเมเจอร์ที่ตูเรียนด้วย) ก็อาศัยเข้าเรียนทุกวัน
ตั้งใจเรียน พวก Assignment ก็ทำเข้าไปเถอะ
ก็ถ้าตั้งใจเรียนในห้องเรียนจนเข้าใจ ก็พอใกล้สอบก็หยิบเอามาอ่านทวน ๆ เล็ก ๆ น้อยๆ
เห็นข้อสอบก็จะทำได้เองค่ะ
(ไอ้วิธีข้างต้น ใช่ว่าตูทำได้ตลอดหรอกนะ...บางทีก็ต้องฝืนตัวเองเหมือนกัน)
อ้างคำพูดจาก: จั๊วจริงๆ เมื่อ 18 ต.ค. 2006, 22:39 น.
ชอบอ่านที่มหาลัย..ตื่นมาอ่าน กิน ดูหนัง อ่านต่อ
นอนกันตีสาม ตีสี่ ตื่น 11โมง เป็นวงจรตอนอ่านหนังสือไปละ :42:
รับผิดชอบตัวเอง อ่านให้จบ ไม่งั้นก็ตามเพื่อนไม่ทันเวลาพูดติวกัน
ไม่ค่อยได้เข้าเรียนเลย แต่คะแนนกลางภาคดีกันทุกคน :43:
:01: ตูอ่านหนังสือข้างนอกไม่ได้ว่ะ...ไม่มีสมาธิ เด็กหอตูบางคนมาอ่านตรงสวนหย่อมที่หอ
หรือไม่ก็ตามใต้ถุนตีกหญิง เคยลองไปนั่งอ่านทีนึง ไม่ได้เรื่องว่ะ :01: สายตามองโน่นมองนี่ตลอด
เด็กหอผู้ชายมันเตะบอลใกล้ ๆกันน่ะ ฮี่ๆ :02:
จั๊วตอนอ่านหนัสือไม่ได้อ่านข้างนอกนะ
หมกตัวกันอยู่แต่ในหอ กินก็เซเว่นหน้าหอ แทบไม่ได้ออกไปไหนเลย :47:
แต่เทอมนี้ คอม กับวิชาคณะ ตูต๊ายยยย :05:
เป็นภาษาหรั่งนะ ขี้เกียจแปล อะ
Concentration Techniques
1. Jot down things that are on your mind before you study, then set this list to the side. Add to it anything that distracts you as you are studying. Take care of the list later.
2. Study at the same time each day. A regular schedule can help you frame this as "study time".
3. Set a timer for an hour, don't allow yourself to stop studying until it goes off.
4. Take breaks. A three minute break for every 30 minutes of study is a good guideline. Take a longer break after 90 minutes.
5. Set goals for your session that are realistic (number of problems to solve, pages to read, etc.) When you have met one of your study goals, reward yourself with a short break. Then, return to your study area.
6. Study in an area away from distractions such as a library, study lounge, or an empty classroom.
7. Make sure you have everything that you need before you begin.
8. Make sure your environment is conducive to studying, no TV, no telephone, no roommate, no boyfriend/girlfriend.
9. Make studying an active process; take notes and make review sheets. Intersperse different kinds of study into one session, e.g. reading, writing, taking notes, memorizing, etc.
10. Identify how what you are studying is relevant to your life. Draw connections between things you already know.
11. Insure that you are sleeping enough, eating well, and getting regular exercise. Your mind will be more alert, and you will be less likely to fall asleep or daydream.
ขี้เกียจอ่านด้วยได้มะคะ
ภาษาอังกฤษไม่กระดิก :01:
เป็นภูมิแพ้ eng ครับ :03:
ฝึกฝนกันหน่อยสิ :08:
หนึ่งในวิธีทำให้ชอบภาษาอังกฤษของพี่เฟิร์น :04:
คือชอบคนต่างชาติ อาทิเช่น ดารา นักร้อง ซักคน นั่นแหละ มันจะอยากพูด
มันจะอยากฝึกฝนภาษา อยากพูดได้ อยากๆๆไปหมด :02: :02:
ลีโอนาร์โดๆๆๆ :25:
ดูหนัง กับ ฟังเพลงอังกฤษบ่อยๆก็เข้าหัวนะ :42:
แต่ก็อย่างงั้นแหละ :02:
ฟังพอได้ แต่กว่าจะพูดนึกอยู่นาน :30:
:05: ผิดไปแล้วค้าบ
จริงๆ ก็อ่านเข้าใจแหละ
แต่ว่าแซวลุงซิกแกเล่น :05a:
ใคร !!! ลุง... :07:
เรียกลุงอย่างนี้ ฆ่ากันเลยดีกว่า อายุยังขึ้นด้วยเลข 2 อยู่เลย
ตามด้วย 00
:42:
:39: ตูต้องใช้ดิกไหม
:34: เลือกเอาสิคะ
ใครบอกจะพาไปกินก๋วยเตี๋ยววะ :39:
ผมเองครับ ก๋วยตุ๋ย :42:
:30:
รอบแรก อ่านแบบผ่าน ๆ
รอบสอง อ่านแบเก็บรายละเอียด
รอบสาม อ่านแบบสรุปใจความสำคัญ อ่านแบบเข้าใจ
ควรจะอ่านหนังสือตอนเช้านะครับท่านๆ สมองโปร่งดี อิอิอิ :30: :30: :30:
ถ้าเป็นผมนะครับ
รอบแรก อ่านแบบให้ผ่านตา
รอบต่อมา เก็บรายละเอียด+ทำโน๊ตย่อ
รอบสุดท้าย(ถ้ามีเวลาควรทำ) เล่าให้เพื่อนๆฟัง ไม่ก็ถามตอบกับเพื่อน
ทำอย่างนี้จะได้อานิสงสองอย่างคือ ตัวเองจำได้ เพื่อนๆอ่านน้อยลง
แต่ต้องเริ่มอ่านตั้งแต่ก่อนสอบสักสองสัปดาห์นะครับ
ใครสามารถตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือตอนตี 2-4 ได้บ้างอ่ะ?
เห็นเค้าบอกว่า อ่านเวลานี้ สมองโปรดโปร่ง บรรยากาศเงียบสงัดดี
แต่ตื่นมาอ่านกับเค้าไม่ได้ซักที เว้นแต่ว่า ตื่นขึ้นมาอ่าน 5 นาทีแล้วหลับต่อ
ลั่นว่า อ่านให้เสร็จแล้วหลับไปทีเดียวจะดีกว่าอ่ะ เพราะตื่นมายังไงมันงัวเงียก็อ่านไม่รู้เรื่องอยู่ดี
:22:
อ้างคำพูดจาก: ลั่นทม เมื่อ 28 ต.ค. 2006, 09:09 น.
ใครสามารถตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือตอนตี 2-4 ได้บ้างอ่ะ?
:22:
:42:/ ไม่ตื่นแต่อ่านยาวเลย ถึกไม่ยอมอ่านตอนเช้าๆกันเอง กลางคืนเลยต้องซัดกาแฟกันทุกคืน :43:
แต่เค้าบอกว่า ตี 2 เป็นต้นไปควรนอนนะครับ
เพราะว่าจะเป็นช่วงที่ สภาพร่างกายเริ่มซ่อมแซมตัวเอง :02:
อ้างคำพูดจาก: Kums-XMen เมื่อ 28 ต.ค. 2006, 09:58 น.
แต่เค้าบอกว่า ตี 2 เป็นต้นไปควรนอนนะครับ
เพราะว่าจะเป็นช่วงที่ สภาพร่างกายเริ่มซ่อมแซมตัวเอง :02:
ควรนอนตั่งแต่ 2ทุ่มไม่ก็4 ทุ่มไม่ใช่เหรอ ตี2น่ะก็ดึกเกินไปอยู่ดี
หมายถึง ร่างกายเริ่มจะซ่อมแซมน่ะ
อย่างพี่กัมยังคิดจะซ่อมอีกเหรอ :43:
:34: แล้วนี่อีกกี่ปีเฟิร์นจะซ่อมเสร็จล่ะ
ยังไม่รู้เลยค่ะ :17:
:21: สงสัยอีกนาน ถ้ายังมีหนวดอยู่
อ้างคำพูดจาก: ลั่นทม เมื่อ 28 ต.ค. 2006, 09:09 น.
ใครสามารถตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือตอนตี 2-4 ได้บ้างอ่ะ?
เห็นเค้าบอกว่า อ่านเวลานี้ สมองโปรดโปร่ง บรรยากาศเงียบสงัดดี
แต่ตื่นมาอ่านกับเค้าไม่ได้ซักที เว้นแต่ว่า ตื่นขึ้นมาอ่าน 5 นาทีแล้วหลับต่อ
ลั่นว่า อ่านให้เสร็จแล้วหลับไปทีเดียวจะดีกว่าอ่ะ เพราะตื่นมายังไงมันงัวเงียก็อ่านไม่รู้เรื่องอยู่ดี
:22:
:42:/ เคยได้
แต่มานั่งเหมือนไก่หลับพักนึง :01: จากนั้นต้องดีดตัวอย่างเร็วนะไมงั้นมันจะอยากนอนขึ้นมาทันที
อาบน้ำอาบท่าไปเลยยิ่งดี ตาจะได้สว่าง :42:
ทำไม่ได้ง่ะ
อย่างดีก็คือโต้รุ่งโลด
ถ้าได้นอนแล้วนี่คืออย่าหวังว่าจะลุกถ้านอนไม่พอ
ถ้านอนแต่หัวค่ำให้ได้ซัก 6-7 ชั่วโมง..แล้วบังคับตัวเองให้ตื่นได้ช่วงตีสาม
จะได้ผลมาก :22:
เคยทำตอนเตรียมเอนท์...(หลายปีมาแล้วนะนั่น)
อ่านหนังสือสอบให้เข้าใจต้อง อ่านคนเดียวค่ะ
เพราะว่า ..ถ้ามีเพื่อนๆอยู่ด้วยหลายคน แทนที่จะติวกัน ก็ คุยเล่นกันซะมากกว่า
บางคนก็ชอบติวกับคนอื่นจะทำให้จำได้ดีกว่าครับ
เราว่า ถ้าติวกันจริงๆ น่าจะ 2 คนพอนะคะ :40: :40:
ครูหนิงเคยแนะนำว่า
ให้นอนตั้งแ่หัวค่ำแล้วตื่นมาตี3ตี4 มาอ่านหนังสือก่อนไปสอบ
เคยคิดจะทำด้วยล่ะ
แต่มันง่วง :42:
อ้างคำพูดจาก: MINI~ เมื่อ 01 พ.ย. 2006, 19:57 น.
ครูหนิงเคยแนะนำว่า
ให้นอนตั้งแ่หัวค่ำแล้วตื่นมาตี3ตี4 มาอ่านหนังสือก่อนไปสอบ
เคยคิดจะทำด้วยล่ะ
แต่มันง่วง :42:
:39: ตอนอยู่รร. ต้องตื่นตีห้าอ่ะ ทำไม่ได้เลย
อ่านก่อนสอบวันนึงแหละกำลังดี ไฟลนร้อนดี :43:
:01: จั๊วเปลี่ยนไปนะเนี่ยะ
จั๊วกะลัง อิน................................
อ้างคำพูดจาก: มีอิทธิพล เมื่อ 02 พ.ย. 2006, 01:19 น.
:01: จั๊วเปลี่ยนไปนะเนี่ยะ
ฮิ้ววววววววว จั๊วก็ยังเป็นจั๊วน้าเจ๊ พิสูจน์ได้ :27:
อาจจะแปลกๆไปบางช่วงก็เท่านั้น :17:
พี่ว่าทุกช่วง :49:
หนิงก็ตื่นตีห้า
ก็เลยไม่สามารถเหมือนกัน :42:
คืนก่อนสอบ
ปั่นกระจู๋อย่างเดียวไปเลยครับ
:01:
ปิดไฟ แล้วเปิดไฟโคมครับ ความมืดทำให้มีสมาธิเพิ่มขึ้นครับ
แต่อ่านได้น้อยลง
อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ 555555
ช่วยที :33:
(http://img.f0nt.com/thumb/13007.jpeg) (http://img.f0nt.com/view/13007)
กลับไปอ่าน โพสแรกไง :42:
อ้างคำพูดจาก: ซาฟิเร่ เมื่อ 02 พ.ย. 2006, 20:12 น.
คืนก่อนสอบ
ปั่นกระจู๋อย่างเดียวไปเลยครับ
:01:
เดี๋ยวไม่มีแรงไปสอบนะครับ :01:
:34:
ขุดนิดๆ
นอนหลับสนิทดีทำให้เกิดปัญญาดี นร.สอบคะแนนดีล้วนแต่นอนหัวค่ำ [18 พ.ย. 49 - 00:45]
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=26979
คณะนักจิตวิทยามหาวิทยาลัยโรม ได้ร่วมกันทบทวนรายงานผลการศึกษา คุณประโยชน์ของการนอนที่มีต่อสติปัญญารวมกันไม่ต่ำกว่า 100 เรื่อง ได้พบว่าการอดนอนมากเกินไปเป็นผลเสียแก่ความจำและการเรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ อย่างเช่น นักเรียนที่นอนไม่หลับจะสอบได้คะแนนไม่ดี
"การศึกษาเรื่องโมเลกุลพันธุกรรมศาสตร์ ประสาทสรีรวิทยากับสติปัญญา และประสาทวิทยาศาสตร์เมื่อเร็วๆนี้ ได้ยืนยันความคิดที่ว่า การนอนอาจจะมีบทบาทในการเรียนรู้และความจำอย่างสำคัญ แม้ว่าขอบเขตของบทบาทจะยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่อย่างร้อนแรง"
ในการศึกษาเรื่องหนึ่ง นักวิจัยได้เปรียบเทียบสุขภาพ พฤติกรรมและปัญหาในการนอนกับผลการเรียน ของผู้ที่นอนหลับปกติกับผู้ที่นอนไม่หลับพบว่า "จะมีนักเรียนที่นอนไม่ค่อยหลับ สอบตกไม่หนึ่งปีหรือสองปีมากถึง 21% ในขณะที่ผู้นอนหลับปกติจะมีเพียง 11% เท่านั้น"
การศึกษาซึ่งทำกับนักเรียนมัธยม 3,000 คน อีกเรื่องหนึ่ง แสดงว่านักเรียนที่สอบได้คะแนนดี จะใช้เวลานอนมากกว่า เข้านอนแต่หัวค่ำและนอนกระ-สับกระส่ายน้อยกว่า เพื่อนนักเรียนที่ได้คะแนนต่ำกว่า.
มิน่าล่ะ
แนนถึงได้... :05:
เพราะส่วนใหญ่นอนดึก แบบนี้นี่เอง :05:
:25:
นอนเร็วไม่ค่อยจะได้ง่ะ :05:
แต่ตอนนี้ไม่รู้เป็นไร กลางวันชอบสะลึมสะลือบ่อยๆ
(นอนตี 3 ตื่น 7 โมง)
อ่านทวนๆ ดูแล้วไม่น่าจะไม่รู้นะ :08:
เจอสูตรนี้เลยครับ หลังจากสอบ ISTQB ไม่ผ่านเพื่อนๆเลยใช้มาตรการโหด ให้เพื่อนยิงคำถามเลยครับ
พอตอบไม่ได้ก็จะเครียดนิดๆต้องไปหาคำตอบมาแล้วก็ให้เพื่อนยิงคำถามอีก รับรองว่าจำขึ้นหัวแน่นอน
แต่อาจจะพรุนแบบไม่รู้ตัว
เคยไปนั่งอ่านกับเพื่อนวิศวะ ..มันบอกว่าถ้าอ่านพวกวิชาคำนวนให้เปิดไฟสีเหลืองๆ
จะอ่านได้ดีกว่าไฟสีขาว .. {หมีโหด}
ณ วินาทีนี้ อ่านให้เข้าใจ ต้องต้มกินอย่างเดียว :42: จริงๆแล้ว อ่าน 3 รอบก็ไปสอบได้เลยค่ะ
อ่านกับเพื่อนค่ะ happy ดี :02:
เรียน จิตวิทยา อาจารย์สอนว่า คนเราจะจดจำเรื่องราวหรือสิ่งที่ผ่านเข้ามา อย่างครบถ้วนได้ไม่เกิน3วัน จะจดจำเรื่องราวต่างๆคร่าวๆได้ประมาณ 1สัปดาห์ :08:
เพราะฉนั้นก็เลยไม่เคยอ่านหนังสือก่อนสอบเกิน 1 อาทิตย์เลย แล้วอ่านให้จำมากสุดต้อง ก่อนสอบ1วัน นอนไปเลยเต็มที่ 12-15 ชม. ตื่นซักเย็นๆแล้วก็เริ่มลุยอ่านซักดึกๆ 4ทุ่มเที่ยงคืน อ่านไปเลยยันเช้า ไปถึงมหาลัยก็เอาไปทวนๆตรงที่เน้นไว้ให้เพื่อนๆฟัง ก่อนเข้าห้องสอบ ตะลุยจำ(เน้นว่าจำ)ตรงที่ไม่เข้าใจหรือยาก พอเข้าห้องสอบ หาที่เขียนตรงที่เราจำเมื่อกี้ แล้วค่อยเริ่มทำข้อสอบ เห็นผลชะงัดนัก ได้ C+ กับ B โดยที่ไม่เคยเข้าเรียน(เอาแต่นอนอยู่บ้าน หรือไม่เคยตื่นไปเรียนนั่นแหละ)
แต่!! ใช้ไม่ได้กับวิชา ภาษาอังกฤษ เพราะเราไม่เคยได้เกรดอังกิตดีดีเลย ตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว เซง - -"
ปล. การใช้ marker หลายๆสี ช่วยให้หนังสือน่าอ่านมากขึ้น เพราะถ้า มีเน้นแต่สีเดียว มันจะทำให้น่าเบื่อ ไม่น่าอ่าน แถมยังสนุกเวลาเลือกสีเน้นข้อความอีก ไม่เชื่อก็ลองดูซิ!!
อ้างคำพูดจาก: usagi~meawmeaw เมื่อ 10 ธ.ค. 2006, 05:20 น.
ปล. การใช้ marker หลายๆสี ช่วยให้หนังสือน่าอ่านมากขึ้น เพราะถ้า มีเน้นแต่สีเดียว มันจะทำให้น่าเบื่อ ไม่น่าอ่าน แถมยังสนุกเวลาเลือกสีเน้นข้อความอีก ไม่เชื่อก็ลองดูซิ!!
ไม่ชอบครับ รก และโมโหมากถ้ายืมหนังสือห้องสมุดแล้วเต็มไปด้วยสีรุ้งเหล่านี้
อ้างคำพูดจาก: นักสืบ เมื่อ 10 ธ.ค. 2006, 07:02 น.
ไม่ชอบครับ รก และโมโหมากถ้ายืมหนังสือห้องสมุดแล้วเต็มไปด้วยสีรุ้งเหล่านี้
อ่าวเหรอคะ แต่เวลาง่วงๆเนี่ยได้ผลนะคะ สีต้องเลือกสีแสบๆตา แล้วหลายๆสี พออ่านเจอแล้ว ง่วงไม่ลงเลย!!
ไม่เคยใช้
... เพราะไม่เคยอ่านครับ :01:
อ้างคำพูดจาก: นักสืบ เมื่อ 10 ธ.ค. 2006, 07:02 น.
ไม่ชอบครับ รก และโมโหมากถ้ายืมหนังสือห้องสมุดแล้วเต็มไปด้วยสีรุ้งเหล่านี้
เห็นด้วยค่ะ
บางทีไปยืมหนังสือหอสมุดแล้วมีรอยดินสอขีดเส้นใต้เนี่ยจะเซ็งมาก ทรัพย์สินทางราชการแท้ๆ
สมัยมัธยมจะมีหนังสือพวกเตรียมสอบ ก็จะเป็นแนวๆข้อสอบ เปิดไปเจอพวกกากบาตไว้ หมดอารมณ์ทำ
แต่ถ้าหนังสือส่วนตัว อยากจะระบายหน้าละสามสิบแปดสีก็็ตามสบายกันเถิดค่ะ ว่าแต่ ไม่แสบตากันเหรอคะ
ปกติให้เพื่อนอ่านแทนครับ
แล้วให้มันติวให้
ไม่ได้อ่านเองมานานแล้ว
อ้างคำพูดจาก: [-[[aida]]-] เมื่อ 10 ธ.ค. 2006, 17:23 น.
เห็นด้วยค่ะ
บางทีไปยืมหนังสือหอสมุดแล้วมีรอยดินสอขีดเส้นใต้เนี่ยจะเซ็งมาก ทรัพย์สินทางราชการแท้ๆ
สมัยมัธยมจะมีหนังสือพวกเตรียมสอบ ก็จะเป็นแนวๆข้อสอบ เปิดไปเจอพวกกากบาตไว้ หมดอารมณ์ทำ
แต่ถ้าหนังสือส่วนตัว อยากจะระบายหน้าละสามสิบแปดสีก็็ตามสบายกันเถิดค่ะ ว่าแต่ ไม่แสบตากันเหรอคะ
ไม่เคยทำกับหนังสือราชการคะ ถ้าเกิดเจอแบบนั้นก็คงไม่ชอบเหมือนกันแหละคะ ส่วนมากจะมาซีร็อคก่อนแล้วค่อยเน้นข้อความคะ
ก็แสบตาเหมือนกันนะคะ แต่ว่าเวลาง่วงๆเห็นแล้วมันก็ทำให้เราตั้งสติมาอ่านต่อได้คะ เพราะสีสันมันแปร๊นๆ(หรือเป็นที่กลุ่มเรากลุ่มเดียว) อีกอย่างเวลาอ่านหรือเรียนก็จะไม่เบื่อด้วยคะ เพราะจะมานั่งเลือกๆสีล่ะก็แย่งๆ marker กับเพื่อนสนุกดีคะ
ผมชอบอ่านตอนกลางคืน
ดึกๆ เงียบๆ
มีสมาธิดี..
ผมอ่าน 1 ชม. 40 นาที พัก/งีบ 20 นาทีีี
ลุกไปล้างหน้าแล้วมาอ่านต่อ ก็อยุ่ได้ทั้งคืนนะ
ไม่ง่วง แล้วก็ไม่มึนด้วย
...
:01: อ่านสลับกับอ่านการ์ตูนค่ะ
น่าง่วงดีนักแล
ขี้เกียจอ่านไบโอเรื่องคิงด้อมมากๆ :05:
ไม่เคยอ่านเองคนเดียวเลย
เพราะั้ตั้งแต่เด็กก็ไม่เคยอ่านมาตลอด เพิ่งมาอ่านตอนอยู่ ม1 แต่ก็อ่านกับเพื่อนมาตลอด (อันที่จริงอ่านรอบเดียวหน้าห้องสอบ)
หลังๆก็พัฒนาไปเป็นการ สอนเพื่อนด้วยกันเอง ให้เพื่อนสอนเรามั่ง
ไปๆมาๆ ก็สรุปชีทเอาไว้ให้เพื่อนอ่านค่ะ {หมีโหด}/
เอาดินสอขีดเส้นใต้ใจความสำคัญไว้
พอเสร็จแล้ว ก็มาทบทวนโดยการสรุปเป็นภาษาของใครของมัน จดไว้ในกระดาษ
ก่อนเข้าห้องสอบก็เอาที่เราสรุปไว้มาอ่านอีกที
เหตุผลที่ใช้ดินสอ เพราะว่า ถ้าขีดผิดเราก็ลบออกได้ง่าย ไม่ทำให้เสียของด้วย
เหตุผลที่ใช้ marker เพราะมันสังเกตุเห็นง่าย เพียงแค่เปิดผ่านๆหน้าห้องสอบก็รู้ทันทีว่านี่คือจุดสำคัญ แถมถ้าใช้หลายๆ ยังจะแยกประเด็น หัวข้อ หรือสำคัญมากน้อยได้อีกด้วย มันก็จะทำให้อ่านหนังสือสนุกขึ้น(สำหรับมิ้มกะเพื่อนๆคะ)
ไม่กล้าใช้ปากกาสีๆหล่ะ ส่วนตัวคิดว่าอ่านแล้วปวดตา
เลยใช้ดินสอขีดๆวงๆ
:08: ใช้มาร์คเก้อร์ไม่่ทันค่ะ
ส่วนมากที่อยู่ในมือตนอครูสอนจะเป็นปากกา เลยใช้ปากกาขีด
เอาจริงๆก็อ่านมันจนหมด แล้วสรุปเอามาอ่านอีกที
:09: :09: ชอบอ่านคนเดียวเงียบๆๆ ดึกๆๆ ยิ่งวังเวงเท่าไหร่ยิ่งมีสมาธิ :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: usagi~meawmeaw เมื่อ 11 ธ.ค. 2006, 00:09 น.
เหตุผลที่ใช้ marker เพราะมันสังเกตุเห็นง่าย เพียงแค่เปิดผ่านๆหน้าห้องสอบก็รู้ทันทีว่านี่คือจุดสำคัญ แถมถ้าใช้หลายๆ ยังจะแยกประเด็น หัวข้อ หรือสำคัญมากน้อยได้อีกด้วย มันก็จะทำให้อ่านหนังสือสนุกขึ้น(สำหรับมิ้มกะเพื่อนๆคะ)
สังเกต ครับ :22:
แถม
อนุญาต ไม่ใช่ อนุญาติ
เหอะๆ ขออภัยคะ เมื่อวานเพี้ยนๆ เบลอๆ >.<
วันนี้มานั่งดูที่พิมพ์ไปเมื่อวาน ผิดเยอะแยะเลย ขอบคุณทุกคนที่มาเตือนแล้วก็แก้ให้นะคะ
บางทีติดอ่านหนังสือแบบท่องล่ะ
โดยเฉพาะไบโอ ท่องดิวิชั่น ไฟลั่ม คลาส เทือกนี้
แต่อ่านหนังสือแล้วมีคนเค้าว่าการท่องน่ะทำให้เสียเวลา
คนเราอ่านในใจกันเป็น
ให้พยายามอ่านแบบกวาดสายตาแล้วจับใจความ จะได้เร็ว
แล้วก็ต้องมีสมาธิ ไม่ใช่สักแต่ว่าจ้องหนังสือ แต่สมองคิดไรอยู่ไม่รู้
แค่คิดถึงเธอ :33:
แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๔ ส่วน
๑. อ่านตอนใส่บาตร ส่งความรู้ไปชาติหน้า :46:
๒. อ่านดัง ๆ เผื่อแผ่เพื่อนบ้าน ส่งมิตรจิต - มิตรใจ :25:
๓. อ่านร่วมกันในครัวเรือน ส่งเสริมสัมพันธภาพต้านยาเสพติด :45:
๔. เก็บหนังสือใส่ไหฝังดิน ไว้อ่านยามข้าวยากหมากแพง :21: