เราทุกคนรู้ว่าศาสนาคืออะไร แต่เราจะรู้ซึ้งถึงมันแค่ไหน ผมเลยอยากถามว่า คุณเข้าใจธรรมะและศาสนาว่ายังไง เห็นบางคนแล้วเศร้าใจครับทั้งๆ ที่รู้ว่าทุกก็ยังทำ
ธรรมะ - คำสั่งสอน และพึงให้ปฏิบัติตาม
ศาสนา - โรงเรียน
มั้ง :42:
.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ปิ๊ก (PerspectivE) เมื่อ 05 ก.ย. 2006, 11:19 น.
ศาสนา อย่าเหมารวมว่าธรรมะ
ไม่ใช่เรื่องเดียวกันหรือ ในความคิดผม คิดว่ามันคือเรื่องเดียวกัน ธรรม คือสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ที่มีอยู่แล้ว ดำเนินอยู่แล้ว เป็นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีคนหรือไม่มีคนเกิดขึ้นมาก็ตาม เป็นสัจจธรรม ส่วนศาสนาเป็นการรวบรวมสิ่งที่มีอยู่แล้ว กลั่นกรองออกมาเป็นแนวทางปฏิบัติ หรือคำสั่งสอน เพื่อให้คนเราใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติได้
เหมือนที่ใคร ๆ พยายามบอกว่า ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนทำความดี
ถ้าธรรมคือทฤษฎี ศาสนาก็คือแนวทางปฏิบัติ
ตามความคิดผม
ศาสนา คือลัทธิที่เราเชื่อถือ และนับถือในเรื่องหลักคำสอนและศาสดา
ธรรมะ น่าจะเป็นหลักคำสอนของพุทธศาสนา
แล้วมีใครเคยศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังบ้างครับ
ศาสดาเป็นผู้ค้นพบหลักสัจธรรมในการดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข ไม่เบียดเบียนใคร
จึงก่อตั้งศาสนามิใช่ฤๅ
จริงๆ ศัพท์แต่ละคำก็เหมือนกับภาษา
คนละภาษาแต่ความหมายเดียวกันนะ
แต่ถ้าจะถามอะไรแนวๆ นี้
ก็ถามเกี่ยวกับความศรัทธาในการนับถือศาสนาของแต่ละคนไปเลยจะดีกว่าไหม
เพราะพูดถึงศาสนายังไง หลักคำสอนกับผู้สืบทอดรวมไปถึงพิธีกรรมต่างๆ ก็ต้องมาเอี่ยวอยู่ดี
:39:
ศาสนา ต้องเข้าให้ถึงแก่น อย่ายึดติดกับเปลือกนอก ที่ผู้คนสร้างขึ้นมาห่อหุ้ม
ยึงเปลือกหนาเท่าไร เรายิ่งเข้าถึงแก่นยากเท่านั้น
คิดว่าจำเป็นไหม ที่จะต้องมีศาสนา
จำเป็นครับ อย่างน้อยมันก็ขัดเกลาได้ แม้จะไม่ได้ทั้งหมด
หากไม่มีศาสนา คุณจะไม่ได้เห็นสังคมที่ค่อนข้างสวยงามอย่างเช่นทุกวันนี้แน่นอนครับ
:01:
วิชาท่องจำครับ :03:
ธรรมะ = ธรรมชาติ
ศาสนา = โรงเรียน เช่น รร.พุทธ รร.คริสต์ รร.อิสลาม รร.ชินโต รร.เต๋า ขงจื้อ....ฯลฯ
แต่ละโรงเรียนมีกฎระเบียบและการเรียนการสอนต่างกันไป แต่นักเรียนแต่ละโรงเรียนจะได้เรียนธรรมชาติที่คล้ายๆ กัน มีเหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง ก็ว่ากันไป
ธรรมมะ - ธรรมชาติของทุกสิ่ง
ศาสนา - เป็นเพียงภาพลวงตา
.
เรื่องนี้พูดกันยากนะคะ :08:
(ส่วนตัวนานาไม่ได้สนใจเลยแฮะเรื่องศาสนา (ไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเลยเชื่อมั้ย :31:(ถ้านับถือหมายถึงการศรัทธาและเคารพอย่างจริงจัง)) ไม่ไปกระทบกระทั่งชาวบ้านเค้าก็พอ)
ไม่คิดอะไรครับ :08:
รอทิดแอนมาตอบดีกว่าครับ :42:
คิดว่า....... :44:
เรื่องนี้ผมคิดมา 50 รอบแล้้วครับ
มันมีข้อสรุปอยู่ แต่ว่ามันอธิบายให้เข้าใจไม่ได้
ต้องให้แต่ละบุคคลไปทำความเข้าใจกันเอง... :40:
ธรรมคือความจริง
ศาสนาคือความเชื่อ
เื่ชื่ออะไรคือความจริง เชื่อว่าทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงความจริง
หล่อทุกคนเลย กระจู๋นี้
เคยมีกระจู๋ชื่อว่า "กระจู๋ศาสนา" เลยนี่ครับ น่าจะอยู่บนหิ้ง
ตอนนั้นท่านเณรธี ให้เกียรติมาให้ความกระจ่างหลายๆเรื่อง
ช่วงนี้ก็เห็นแว้บๆ
ทุกอย่างมนุษย์เป็นผู้บอกเล่า ทุกอย่างคือสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์เพื่อสั่นคลอน ยึดเหนี่ยวจิตใจคน
มนุษย์คือ ตัวกลาง
ประวัติศาสตร์มีไว้บอกเล่า ชนรุ่นหลังเป็นผู้ตัดสิน บทเรียนคือการเรียนรู้ ตรัสรู้ได้พราะตนเอง
เรื่องแบบนี้ ขอยกคำหนึ่งมาบอก "ขนบธรรมเนียม ประเพณี มีไว้ป้องป้องผลประโยชน์ส่วนตน "
ศาสนาคือ แขนงหนึ่งของ ปรัชญา ชีวิต ของคนเรา มองในสิ่งที่ลึกกว่านั้น ก็จะเจอคำตอบ
เพื่ออะไรครับ
ต่างคนต่างความคิด ต่างศรัทธา เรื่องแบบนี้วัดกันไม่ได้ครับ ไม่งั้นสงครามคงไม่เกิด
555 กดช้าไป มีคนตัดหน้าซะแล้วหนู :23:
.
ตั้งแต่มาอยู่กรุงเทพไม่อยากเข้าวัดเลย วัดกลายเป็นธุรกิจไปหมดแล้ว
เมื่อเช้าก็มีข่าวพระปลอม กับพระไม่ปลอมแต่หาเงินซื้อมือถือ :01:
ธรรมะ
แปลว่า ธรรมชาติ คือความเป็นจริงตามธรรมชาติ
ธรรมชาติ มีกฎพื้นฐานอยู่สามข้อ คือ ไตรลักษณ์ ประกอบด้วย
อนิจจัง คือทุกสิ่งมันไม่เที่ยง สิ่งมีเกิดก็ต้องมีดับ
ทุกข์ขัง คือ เมื่อมันไม่ยอมเที่ยง แล้วเราไปคิดว่ามันยั่งยืนก็จะเกิดความทุกข์
อนัตตา ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีตัวตน เกิดจากเหตุปัจจัยเกื้อหนุนกัน เช่น คน ประกอบไปด้วย หัว มือ แขน ขา
หัวมือแขนขา ก็ยังแยกย่อยได้เป็นนิ้ว ลูกตา เล็บ เส้นเลือด เซลล์ ...เป็นเหตุปัจจัยสืบต่อกันไปเรื่อยๆ
คงตัวอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วก็สูญสลายไป
เมื่อเข้าใจตามนี้ก็จะมีวิธีปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติ แต่ขัดแย้งกับวิถีชีวิตในเบื้องต้นอย่างยิ่ง คือการบวช
ซึ่ง ชาย หญิง สามารถบาชได้ เข้าถึงธรรมะได้เหมือนกัน แต่หลังๆเขาไม่ให้หญิงบาชภิกษุณีเพราะกลัวว่ามันจะยุ่ง
เขียนไปเขียนมากลัวจะยาว
เอาเป็นว่า
ธรรมะเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่มีนายสิททัตถะเกิดมา ธรรมะ ก็มีอยู่
เพียงแต่นายสิททัตถะค้นพบแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ เลยนำมาบอกต่อ
แต่การค้นพบไม่ได้เจอกันง่ายๆ เพราะมันขัดกับสามัญสำนึกโดยทั่วไปของมนุษย์
เหมือนการว่ายทวนน้ำ เหมือนเส้นผมบังภูเขา
เรื่องนี้ต้องให้เครดิต นาย สิททัตถะ สูงๆๆมากๆๆครับ
เรื่องหลักๆของพุทธศาสนาคือ
วิธีการกำจัดความทุกข์แบบถอนรากถอนโคน ไม่ให้เหลือเชื้อที่จะกลับมาปะทุได้อีกเลยครับ
:01:
ส่วนศาสนาอื่นผมไม่ได้ศึกษาเพียงพอที่จะออกความเห็นอะไรได้ครับ :25:
อ้างคำพูดจาก: kitty-ไอ้หมีอ้วน* เมื่อ 06 ก.ย. 2006, 09:36 น.
ตั้งแต่มาอยู่กรุงเทพไม่อยากเข้าวัดเลย วัดกลายเป็นธุรกิจไปหมดแล้ว
เมื่อเช้าก็มีข่าวพระปลอม กับพระไม่ปลอมแต่หาเงินซื้อมือถือ :01:
เราทำตามจิตศรัทธาเราครับ ส่วนเค้าจะเป็นพระจริงพระปลอมหรือเอาเงินไปทำอะไรก็เป็นบาปของเค้า
ไม่เข้าวัดนานแล้วครับ
เข้าแค่ งานศพ เอง :42:
เข้าไปแล้วจิต หดหู่ครับ แล้วเหงื่อจะออก เลยไม่ชอบเข้าเท่าไหร่ :42:
แต่พระแถวบ้านตูแนวนะ พระวัยรุ่นมาเซเว่นซื้อของกินทั้งวันทั้งคืน :42:
อ้างคำพูดจาก: Sub-Zero™ เมื่อ 06 ก.ย. 2006, 12:24 น.
เราทำตามจิตศรัทธาเราครับ ส่วนเค้าจะเป็นพระจริงพระปลอมหรือเอาเงินไปทำอะไรก็เป็นบาปของเค้า
บาปของเราด้วยครับ
บักณัฐอธิบายเก่งแฮะ :12:
แต่เจ้าชายสิทธัตถะเป็นเจ้าชายนะ
อ้างคำพูดจาก: Bug Creative เมื่อ 05 ก.ย. 2006, 10:42 น.
เราทุกคนรู้ว่าศาสนาคืออะไร แต่เราจะรู้ซึ้งถึงมันแค่ไหน ผมเลยอยากถามว่า คุณเข้าใจธรรมะและศาสนาว่ายังไง เห็นบางคนแล้วเศร้าใจครับทั้งๆ ที่รู้ว่าทุกก็ยังทำ
ผมว่าไม่ทุกคนที่รู้ว่าศาสนาคืออะไร
และ ที่รู้ก็รู้แผกแตกต่งกันไปตามเหตุปัจจัยในการรับรู้ครับ
.
อ้างคำพูดจาก: Ϊη ģŎđ шε Ţѓűśţ เมื่อ 07 ก.ย. 2006, 06:49 น.
บาปของเราด้วยครับ
มันจะบาปของเราด้วย ยังไงล่ะครับ
ก็เราทำตามศรัทธาของเราเอง ไม่รู้นี่ว่าพระรูปไหนจริง-ปลอม ดีหรือเลว
อ้างคำพูดจาก: เด็กหญิงปิ๊ก (PerspectivE) เมื่อ 07 ก.ย. 2006, 09:08 น.
่เจ้าชายสิทธัตถะ คือพระพุทธเจ้าตอนเป็นคนธรรมดาใช่ปะ
ตามที่เล่าต่อๆกันมาก็เป็นอย่างนั้นครับ เป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนของพระราชาองค์หนึ่งน่ะครับ
ความจริงน่าจะเรียกว่า
เจ้าชายสิทธัตถะ คือพระพุทธเจ้าตอนยังไม่ได้หนีลูกและภรรยาไปบวช หรือยังเรียนเรื่องความลี้ลับของธรรมชาติไม่จบน่ะครับ
เรียกง่ายๆในภาษาทางวัดทางวา ว่า คือตอนยังไม่ ตรัสรู้ น่ะครับ
คือคำว่าตอนเป็นคนธรรมดา ฟังแล้วมันไม่ค่อยโอเคน่ะครับ :40:
:12:
บวกพี่นัทค่ะ (สะกดงี้ปะหว่า :08:)
เจ้าชายสิทธัตถะคือพระราชโอรสในพระเจ้าสุทโธทนะกับพระนางสิริมหามายาค่ะ :42:
ขออภัยหากข้อมูลที่เขียนผิดพลาด
หากจะพูดในแง่ของการทำบุญให้พระปลอมนั้นเป็นบาปหรือไม่
งั้นใคร่ขอถามบางอย่าง
กินปลาที่คนอื่นฆ่าบาปมั้ยคะ
เดินๆ อยู่แล้วไปเหยียบมดตายตัวนึงโดยไม่ตั้งใจบาปมั้ยคะ
กินน้ำหวานที่เพื่อนส่งมาให้แล้วเพิ่งรู้ว่าเป็นเหล้าผิดศีลข้อ 5 มั้ยคะ
(นึกไปถึงจู๋เรื่องคุยกับพระทางเอ็มเอสเอ็น)
เคยถามครูสอนพระพุทธศาสนาในแง่นี้เหมือนกัน
มันน่าจะขึ้นอยู่กับเจตนาและความบริสุทธิ์ใจซะมากกว่า
ทำดีให้ตัวเองสบายใจดีกว่านะคะ
:40:
อยู่ที่ใจครับ กินเจ
แม้จะเป็นผักที่ผัดกับหมู (คะน้าหมูกรอบ ประมาณนั้น)
ใจบริสุทธิ์กินแต่ผักก็ได้บุญ
(อ่านหนังสือมาอีกที :25:)
หมูมันก็กินเจมาตลอดนะครับ
น่าจะได้บุญเยอะ
กลับถูกจับมากินซะนี่
แต่หมูบางตัวก็บาปนะพี่ :42:
อ้างคำพูดจาก: miss you เมื่อ 07 ก.ย. 2006, 18:01 น.
:12:
บวกพี่นัทค่ะ (สะกดงี้ปะหว่า :08:)
เจ้าชายสิทธัตถะคือพระราชโอรสในพระเจ้าสุทโธทนะกับพระนางสิริมหามายาค่ะ :42:
ขออภัยหากข้อมูลที่เขียนผิดพลาด
หากจะพูดในแง่ของการทำบุญให้พระปลอมนั้นเป็นบาปหรือไม่
งั้นใคร่ขอถามบางอย่าง
กินปลาที่คนอื่นฆ่าบาปมั้ยคะ
เดินๆ อยู่แล้วไปเหยียบมดตายตัวนึงโดยไม่ตั้งใจบาปมั้ยคะ
กินน้ำหวานที่เพื่อนส่งมาให้แล้วเพิ่งรู้ว่าเป็นเหล้าผิดศีลข้อ 5 มั้ยคะ
(นึกไปถึงจู๋เรื่องคุยกับพระทางเอ็มเอสเอ็น)
เคยถามครูสอนพระพุทธศาสนาในแง่นี้เหมือนกัน
มันน่าจะขึ้นอยู่กับเจตนาและความบริสุทธิ์ใจซะมากกว่า
ทำดีให้ตัวเองสบายใจดีกว่านะคะ
:40:
หากจะพูดในแง่ของการทำบุญให้พระปลอมนั้นเป็นบาปหรือไม่
ส่วนตัว : ผมว่าไม่บาปครับ ในเมื่อเราตั้งใจทำบุญ เพื่อบำรุงพระศาสนา
เราไม่มีโอกาสรู้ว่าพระจริงหรือปลอม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแค่ไหนประการใด
การที่เราไม่รู้ถือว่าจิตนั้นบริสุทธิ์
กินปลาที่คนอื่นฆ่าบาปมั้ยคะ?
บาปครับ
เดินๆ อยู่แล้วไปเหยียบมดตายตัวนึงโดยไม่ตั้งใจบาปมั้ยคะ?
บาปครับ
กินน้ำหวานที่เพื่อนส่งมาให้แล้วเพิ่งรู้ว่าเป็นเหล้าผิดศีลข้อ 5 มั้ยคะ?
อันนี้ไม่บาปครับ ถ้าไม่รู้จริงๆ นะครับ
มันอยู่ที่ว่าสำนึกสุดท้ายเป็นเรื่องดีหรือเปล่าครับ หากว่ารู้ว่าเป็นเหล้าสำนึกแล้วหยุดก็ยังถือว่าศิลไม่ขาด แต่หากไม่สำนึกแล้วยังดื่มต่อก็ขาดแน่ๆ ครับ เรื่องของศิลนั้น พระพุทธเจ้าท่านสร้างไว้เป็นอุบายครับ แก่นแท้คือการไม่เกิดกำเริบของทุกข์แค่นั้นเอง เพราะทางของท่านของการหลุดพ้นจากทุกครับ
ความจริงแล้ว เรื่อง บาป หรือ บุญ เป็นเรื่องเล็กน้อยมากๆ ในพุทธศาสนา
เพียงแต่ว่า พักหลังๆ มันถูกขยายเสียจนเว่อร์
การให้ทาน ทำบุญ ก็ทำเพื่อให้รู้จักการ ลด ละ แบ่งปัน เมตตา สำหรับคนๆนั้น แค่นั้นเอง
ให้เราได้รู้สึกว่าได้แบ่งปันเอื้อเฟื้ออะไรงี้ ความจริงสาระมันก็มีแค่นี้ครับ ทำบุญน่ะครับ
อย่าไปคิดถึงผลมัน เพราะผลของมันจริงๆคือการได้รู้จักให้นั่นแหละคับ
แหม ส้าธุ :40:
ศาสนาคือร่างกาย
ธรรมมะคือจิตใจ
เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ไม่มีก็ไม่ตาย แต่ขาดไม่ได้
ศาสนาพุทธ มีความเป็นวิทยาศาสตร์ มากที่สุดในจำนวนศาสนาทั้งหมด
คำตอบหลายอย่างที่วิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบ ศาสนาพุทธได้บอกไว้นานแล้ว
สนใจหาอ่านเอาใน ต่วย'ตูน พิเศษ เอาครับ
ไอสไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ
อีก 1 เล่มครับ :45:
ปล่อยวางเถอะครับ
พูดไปงั้นแหละ ตัวเองก็ทำไม่ได้หรอก แต่จะไปต่อความยาวสาวความยืดทำไม ในเมื่อศาสนาก็คือเปลือก ธรรมะก็คือธรรมชาติ เป็นสิ่งธรรมดาที่เห็นเจนตา ตัวเราเป็นยังไงก็เป็นยังงั้น เพียงแค่ไม่ไปกระทบกระทั่งเบียดเบียนใครก็พอแล้ว
ศรัทธา แต่อย่า งมงาย
ศรัทธา และ เชื่อมั่น