คือ ผมตีนเหม็นมากครับ
จากนี่
http://f0nt.com/forum/index.php?topic=3745.msg128838#msg128838
พอดีผมเป็นคนไม่ชอบใส่รองเท้าหุ้มส้นไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ
สมัยเรียน เวลาใส่ก็ใส่แค่ตอนสอบ หรือตอนพรีเซนต์งานเท่านั้น
(อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีจริงๆ แต่ส่วนมากอาจารย์ที่คณะเขาจะไม่ว่า)
ตอนทำงานบริษัท (ชีวิตนี้ตูมีช่วงนี้อยู่เกือบ 2 เดือน) ก็ต้องใส่
แต่พอเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานทีไรก็ต้องถอดรองเท้าวางไว้ข้างๆ (มันอึดอัดน่ะ)
แล้วเลิกงานก็ค่อยใส่คืน
รองเท้าใหม่ๆ ใส่ไปได้แค่ไม่กี่เพลา เอามาดมดู เหม็นฉิบแล้ว
ทดลองด้วยการซื้อรองเท้าใหม่ ถุงเท้าใหม่แล้วนะ แต่สักพักก็เหม็นจนได้
หรือระยะหลังๆ ยืมรองเท้าน้องเพื่อนไปใส่พรีเซนต์งาน ไม่ได้ใส่ถุงเท้านะ
พอเอารองเท้ามาคืนปั๊บ ดันเหม็นจนได้
สิ่งที่พอจะแก้ไขได้ก็คือ ฉีดสเปรย์ดีเทอร์ของแอมเวย์ก่อนใส่ตอนเช้า ก็พอไปได้
แต่เวลาไม่มีแล้วจะลำบากมาก
มีใครเป็นยังงี้มั่ง และแก้ปัญหากันยังไงครับ
- เอารองเท้าตากแดดบ่อยๆ
(เค้าว่าถ้ารองเท้าหนังแท้..ใส่แล้วตีนจะไม่เหม็นนะ..อันนีไม่รู้จริงหรือเปล่า)
- หาโอกาสล้างเท้าบ่อยๆ
- เอาแป้งโรย (วิธีนี้ไม่อยากให้ทำ...เกิดมันแฉะ กลิ่นจะตลบอบอวลกว่าเก่า)
- ใส่ถุงเท้าที่สะอาด (ห้ามใส่ซ้ำ)
ตูก็ตีนเหม็นนะ..สมัยเรียน ปวส. (ใส่คัทชู)
ก่อนเข้าห้องคอมอาจารย์ให้นักเรียนหญิง ไปล้างตีนด่วน
เช็ดด้วยผ้าแห้ง... :42:
- ตากแดดบ่อยมากครับ คือ เป็นความพยายามดิ้นรนค้นหาหนทางเพื่อความสะอาดสุขอนามัยของรองเท้าน่ะ
- ล้างเท้าบ่อยนะ แต่จะพยายามเอาให้บ่อยกว่านี้
- เคยเอาแป้งโรยเหมือนกัน แต่ไม่ได้ผล คิดอยู่เหมือนกันว่ามันกักความชื้นเก่ง
- ไม่เคยใส่ถุงเท้าซ้ำเลยนะ :08:
แทงยูๆ (+2)
:42: แทงยูสำหรับการบวก
แล้วมีแผลอะไรอยู่ที่เท้าบ้างไหม รวมทั้งโรคเกี่ยวกับเท้า...
ประมาณว่า ฮ่องกงฟุต อะไรทำนองเนี่ยะ {หมีโหด}
เหงื่อออกมากที่ฝ่าเท้า...เท้าเหม็นอ้างอิงA: ปัญหาเรื่องเท้ามีกลิ่นเหม็นนั้น นับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เพราะเท้านับว่าเป็น "อวัยวะที่โลกลืม" จริงๆ นะครับ น้อยคนที่จะดูแลเอาใจใส่เท้าอย่างถูกวิธีและทะนุถนอม ซึ่งการดูแลสุขภาพเท้านั้นมีดังนี้ครับ
การเลือกสวมรองเท้าที่มีขนาดพอเหมาะข้อนี้ฟังดูไม่ยากเลยใช่ไหมครับ แต่ความจริงมีอยู่ว่างานวิจัยทางการแพทย์ทั่วโลกบ่งชี้ว่า เด็กจำนวนมากสวมรองเท้าที่เล็กเกินไป งานวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงว่าราวครึ่งหนึ่งของเด็กหญิงวัยเรียนจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับเท้าเมื่ออายุได้เพียง 10 ขวบ พบความผิดปกติของเท้าหลายต่อหลายอย่าง เช่น เล็บขบ เล็บผิดรูปร่าง ตาปลา หรือกระดูกคด ล้วนเกิดจากการใส่รองเท้าที่มีขนาดไม่เหมาะสมทั้งนั้นครับ
การดูแลเท้านั้นรวมไปถึงการล้างเท้าทุกวันด้วยครับ ยกเว้นในกรณีที่ผิวหนังเท้าแห้งและแตกอยู่แล้ว หลังจากล้างเท้าไม่ควรสวมรองเท้าถุงเท้าทันที ควรรอให้เท้าแห้งสนิทก่อนจึงค่อยสวมรองเท้า อาจใช้ผ้าขนหนูซับเท้าหรือใช้พัดลมเป่า เพื่อให้เท้าแห้งเร็วขึ้นนะครับ ทั้งนี้เพราะเท้าที่เปียกชื้นจะมีการติดเชื้อราที่เรียกว่า ฮ่องกงฟุตได้ง่าย
เนื่องจากเท้าเป็นอวัยวะที่มีต่อมเหงื่อมากมาย ทำให้เหงื่อออกมาก ถ้าไม่หมั่นทำความสะอาด เท้าและรองเท้าจะส่งกลิ่นตุๆ ไปได้ไกล ในขณะเดียวกันผิวหนังเท้ามีต่อมไขมันน้อย ฝ่าเท้าจึงแห้งและแตกง่าย ในกรณีนี้ต้องใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทานะครับ
ระวังส้นเท้าแตก อาจต้องดูแลเท้าเป็นพิเศษระหว่างการอาบน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เมื่อผิวหนังนุ่มตัวจากการสัมผัสน้ำแล้ว ให้ใช้หินขัดขี้ไคลค่อยๆ ถูเท้าที่มีหนังหนาตัวขึ้นกว่าปกติ หลังจากนั้นให้ทาครีมให้ความชุ่มชื้น นวดบริเวณส้นเท้าและฝ่าเท้า จนครีมซึมซาบเข้าไปนั่นแหละ วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาส้นเท้าแตกได้ครับ
หากเหงื่อออกที่เท้ามาก ใช้แป้งฝุ่นโรยก็ช่วยได้ เลือกใช้แป้งทั่วไป หรือแป้งเฉพาะสำหรับเท้าที่เรียกว่า foot powder ก็ได้ แป้งชนิดนี้มีลักษณะคล้ายแป้งฝุ่นทาตัวนั่นแหละครับ เพียงแต่เนื้อแป้งอาจหนากว่า และดูดซึมน้ำได้ดีกว่า การโรยแป้งทำให้ผิวที่เท้าแห้ง ไม่เฉอะแฉะ จึงลดอาการระคายเคืองและช่วยให้เกิดความรู้สึกเย็บสบาย ควรเปลี่ยนถุงเท้าทุกวันและควรใส่รองเท้าสลับวันเว้นวัน คู่ใดไม่ได้ใส่ก็ผึ่งเสียให้แห้ง
ป้องกันเล็บขบ เล็บขบพบได้บ่อยในคนที่สวมรองเท้าคับเกินไป และตัดเล็บผิดวิธี เล็บมือนั้นให้ตัดเป็นรูปโค้งมนตามนิ้วมือได้ แต่ถ้าตัดเล็บเท้าโค้งมนตามนิ้วจัดเป็นการตัดเล็บที่ผิดวิธี เพราะเมื่อเล็บงอกขึ้นมาใหม่ เล็บอาจงอกแทงผิวหนังข้างๆ เล็บ ทำให้เกิดการอักเสบบวมแดง การตัดเล็บเท้าที่ถูกต้องคือ ตัดเป็นเส้นตรง
นอกจากนี้ในปัจจุบันยังพบว่า คนไทยหลายคนเป็นโรคเท้าเหม็น (pitted keratolysis) โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ พบมานาน 90 ปีแล้ว พบบ่อยที่สุดในผู้ที่ชอบเดินเท้าเปล่าย่ำน้ำในหน้าฝน เมื่อผิวหนังชั้นขี้ไคลของฝ่าเท้าเปียกชื้นจากเหงื่อ หรือน้ำที่เจิ่งนอง จะทำให้ผิวหนังยุ่ยและเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ Micrococcus sedentarius
http://women.sanook.com/health/tips/tips_14106.php
+ คืนให้แอน :42:
+1 ให้เฟิร์น :22:
(+2) สำหรับข้อมูลยาวเหยียดครับ
เออ สงสัยตูจะโดนแบคทีเรียบ้านั่นสิงอยู่แน่ๆ เลย
เพราะแผลที่เท้าก็ไม่มี เล็บก็ไม่ได้ขบ คันก็ไม่เคยคัน
แต่ชอบถอดรองเท้าเดินชะมัดเลย ถอดเดินมาตั้งแต่เด็กแล้ว
ที่สำคัญคือ ตูเป็นคนเหงื่อออกง่ายมาก
ขนาดอยู่ในห้องแอร์ ถ้าใส่ผ้าใบอยู่ ยังจะเหงื่อออกในนั้นจนได้เลย
(มีเม็ดหูดเล็กๆ ที่ตีลซ้าย พอแก้เหงา)
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 02:12 น.
(มีเม็ดหูดเล็กๆ ที่ตีลซ้าย พอแก้เหงา)
[/color]
:22: ขอบคุณค่ะ
อย่าไปเหงาบ่อยเลยพี่แอน :08:
มีปัญหาเรื่องกลิ่น ใช้สารส้มสิคะ
:12: :12: :12:
-มันมีแป้งสำหรับทาเท้าโดยเฉพาะ ประป๋องสีฟ้าๆ ไม่มีกลิ่นนะ
เคยเห็นตอนไปอาศัยอยู่กับญาติที่เป็นตำรวจ(แอบใช้ด้วย)
-ที่แน่ๆ คือเชื้อรา ตอนที่เรียนผมเคยเท้าเหม็นเหมือนกัน แถมฝ่าเท้าลอกด้วยตอนนั้นใช้แป้งทาและล้างน้ำสบู่ตอนเย็น(วิธีส่วนตัว :40:) คือพยายามจะทำให้เท้าสะอาดอ่ะ
:08: บางทีคนที่ตีนเหม็นจริงๆ
ใส่รองเท้าแตะยังเหม็นเลยครับ
:05:
:21: ตัดเท้าเลยแอน หายเหม็นแน่นอน
ถ้าปล่อยให้เท้าเหม็นได้ครั้งหนึ่ง ต่อไปมันก็จะเหม็นตลอด
ตอนทำงาน ต้องใส่รองเท้าตลอด ถอดก็ไม่มีกลิ่นนะ
แต่ดันใส่ถุงเท้าซ้ำไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ บรรลัยเลย
เหม็นเลยครับ ไม่หายด้วย :05:
ต้องคอยดูแลทำความสะอาดดีๆ ล้างเท้าผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ วันเว้นวัน
สักพักหลายสัปดาห์เลยกว่ากลิ่นจะเข้าที่
หรือรองเอาไฮโดรเย่น เปอร์ออกไซด์ (ที่ใช้ล้างแผลน่ะ)
ผสมน้ำก็ได้ แช่เท้าไว้สักพัก..น่าจะดีนะ :42:
ขนาดตูไม่ได้ใส่หุ้มส้นมาหลายเดือนตั้งกะปลดทหารแล้วนะ
ทำไม ทำไมยยยยยย :05:
ไอเดียเรื่องแป้งเจ๋งดีครับ
ขายกันที่ร้านขายยาหรือไร
มันมีพื้นรองเท้าดับกลิ่นนะ
สเปรย์ก็มี แป้งก็มี แผนกรองเท้าในห้างลองเดินดู มีขาย
หลัก ๆ คือรักษาความสะอาดของเท้าและรองเท้า
เวลาอาบน้ำก็ใช้สบู่ขัดขี้ไคลที่เท้าด้วย (ใช้สบู่ที่ไม่มีน้ำหอม)
อย่าใส่ถุงเท้าซ้ำ
อย่าปล่อยเท้าและรองเท้าไว้ในสภาพเปียกแฉะนาน ๆ (ถ้าสถานการณ์บังคับก็คงจะทำอะไรไม่ได้ต้องปล่อยให้มันแฉะ ๆ ไปอย่างนั้น)
เอวัง
แคะเล็บตีนด้วยสิน้อง
กลิ้นมาจากขี้เล็บด้วยนะ
ใช้น้ำหอมพ่นที่เท้า
เหมือนพ่นจั๊กกะแร้
เป็นการสร้างกลิ่นตีน
เหมือนสร้างกลิ่นตัว
ซักรองเท้าบ่อยๆ :42:
เป็นเหมือนกันนะครับ เลยพยายามใช้วิธีไม่ใส่ถุงเท้าซ้ำ แต่ตอนนี้สู้ค่าถุงเท้าไม่ไหวครับ
โชคดีไม่ได้เกิดมาตีนเหม็น
ขนาดตดยังหอมเลยครับ
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 09:20 น.
โชคดีไม่ได้เกิดมาตีนเหม็น
ขนาดตดยังหอมเลยครับ
ป๋าเคยตดใส่ถุงพลาสติก แล้วเอามาดมเหรอครับ :26:
ใส่รองเท้าใส่ถุงเท้าด้วย ถ้าไม่ได้ไปไหนก็ถอดรองเท้าให้มันระบายอากาศ ซักถุงเท้าทุกวัน ซักรองเท้าอาทิตย์ละครั้ง น่าจะช่วยได้นะครับ :42:
รองเท้าราคาถูก กับรองเท้าราคาแพง ก็มีผลต่อกลิ่นที่รุนแรงเหมือนกันนะครับ
ผมเคยเปรียบเทียบกลิ่นระหว่าง นันยาง กับ คอนเวิร์ส
รู้สึกว่าเราสามารถใส่คอนเวิร์สได้เป็นอาทิตย์ ๆ โดยที่ไม่ต้องซัก
แต่ยังไม่มีกลิ่นเลย ตรงกันข้ามกับนันยาง ที่เราใส่ไปได้ไม่ถึง 2 วัน กลิ่นมันก็โครตรัญจวนใจแล้วครับ
เมื่อก่อนขี้เกียจใส่ถุงเท้าปรากฏว่ารองเท้าเหม็นมาก(เพราะขี้ไคลไปสะสมข้างใน) :28:
เชื่อไหม ผม search คำว่า กลิ่นเท้า,รองเท้ามีกลิ่นเมื่อคืนนี้เอง (ในกูเกิ้ล) หะหะ
ประสพปัญหาเดียวกันครับ
แม่ก็บอกให้ลองใช้สารส้ม
เคยใช้ เด็ทตอล ผสมน้ำอุ่นแล้วแช่เท้าไว้ซัก 10-15 นาที
ก็อาการดีขึ้นนะครับ
แต่ตอนนี้มันก็กลับมาอีกแล้ว :29: :29:
วิธีแก้เหม็นกลิ่นตีน
ให้เอาตีนไปชุบขี้
จะไม่เหม็นตีนละ เหม็นขี้แทน
ใช้แป้งๆ :25:
แป้งดูดความชื้นดีนะ :25:
พอพักก็แอบทาแป้งให้น้องรองเท้าซะหน่อย :25:
อืม.. เรื่องขี้ไคลไปสะสมนี่น่าสนใจ เพราะตูก็เหงื่อออกตีนง้ายง่าย
แต่ระยะนึงเคยใช้วิธีเปลี่ยนแผ่นรองด้านในรองเท้า ก็ได้ผลดีระดับนึง ไม่ค่อยมีกลิ่น แต่ถ้าวันไหนอากาศร้อนมากๆเหงื่อออกเยอะ กลิ่นมันก็เริ่มแรงขึ้นอีก เลยหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่ทึบๆระบายอากาศได้น้อย มีรองเท้าไว้ใส่สลับวันกัน ก็ดีขึ้นมาก
อ้างคำพูดจาก: ภูกระดึง เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 11:45 น.
วิธีแก้เหม็นกลิ่นตีน
ให้เอาตีนไปชุบขี้
จะไม่เหม็นตีนละ เหม็นขี้แทน
:30:
ฮาเองก็ได้วะ
:30:
:30: ฮาลุงอ๋า สงสัยจะโดนงานกระหน่ำจนเมา
:42:
เอ้า มาช่วยเฮียอ๋าห์ อีกหนึ่งฮาครับ
ฮา :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 12:21 น.
อืม.. เรื่องขี้ไคลไปสะสมนี่น่าสนใจ เพราะตูก็เหงื่อออกตีนง้ายง่าย
เหงื่อออกตีนง่าย นั่นแหละฮะที่มาของกลิ่น ของผมก็ออกเหมือนกันนะ เลยแก้คือเวลาอยู่ออฟิศก็ใส่รองเท้าผ้าแทน ไม่ใส่รองเท้าหุ้มส้นตลอดเวลา ส่วนสเปรย์เคยลองนะ มันก็ไม่ค่อยช่วยเลยล่ะ ฉีดไปมันก็เหม็นอยู่ดี
ลองไปคุยกะนังกัมดูซิแอน หาทางออกดู เพราะรายนั้นก็ใช้ได้เลย ตอนทำงานอยู่ด้วยกัน มันชอบถอดรองเท้า+ถุงเท้า ตอนทำงาน เหม็นตีนมันโคตร ๆ :28:
เพื่อนรัก หักเหลี่ยมโหด :30:
:30: กัมนอนโดนไฟคลอกอยู่ตอนนี้
จะมีเว็บมาสเตอร์กี่คนในโลกเชียวที่เผยผิวตีนกันโต้งๆ
(http://img.f0nt.com/image/8851.jpeg) (http://img.f0nt.com/image/8852.jpeg)
เห็นไหมครับ ตีนสุขภาพดี ความรู้เยี่ยม เปี่ยมคุณธรรมแบบนี้
มันเหม็นได้ไงวะ :05:
ไตปลาอยู่ตรงไหนล่ะแอน :09:
รูปคู่ทำไมสัดส่วนมันเพี้ยนๆครับ :44:
ก็ เลนส์ไวด์ ก้มลงถ่ายไง :08:
:41:
กลิ่นลอยมาเลย
งั้น ไปดูจู๋โชว์อาหารต่อเลยครับ
นิ้วห่าง ... เป็นคนรักคนอื่นง่าย ใจร้อน เงินทองเก็บไม่ค่อยอยู่ :42:
- ผมรักคนอื่นยากครับ แต่มีเผลอบ่อยๆ
- ผมเป็นคนใจเย็นครับ
- เรื่องเงิน .. เอ่อ ... คือ
... :44:
เฮ้ย ไม่ได้ให้ดูดวง :07:
:30:
อย่าลืมแคะเล็บตีน
ใช้อะไรก็ไม่หาย ถ้ามีขี้เล็บ (ตีน) ครับ
ใช้แทะ เหมือนแทะเล็บมือก็ได้นะแอน
ถ้าสามารถหันหน้าเล็บตีนมากัดได้เหมิอนเล็บมือ...
...
...
จะบ้าเรอะลุงอ๋าห์ :08:
อ๊ะ ก็ทำได้นี่นา
(ตะกี้อ่านแล้วลอง)
นิ้วเท้าผมไม่มีขี้เล็บเลยนะ :09:
สำหรับกรณีผมคงเป็นที่เหงื่อล่ะ
เคยเป็นโรคผิวหนัง เช่น ฮ่องกงฟู๊ท น้ำกัดเท้า บ้างหรือเปล่า ถ้าเคยอาจเป็นสาเหตุของกลิ่นเท้าได้เหมือนกันครับ
ไม่เคยครับ
เคยคันตีนตอนจะเตะปากคนเท่านั้นเอง
พอรู้สึกตัวตื่นมาที่โรงพยาบาลก็หายคันแล้ว
อ้างคำพูดจาก: saru เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 13:08 น.
ส่วนสเปรย์เคยลองนะ มันก็ไม่ค่อยช่วยเลยล่ะ ฉีดไปมันก็เหม็นอยู่ดี
เคยลองเหมือนกัน แพ้ :31:
คราวนี้คันคะเยอเลยครับ
เลิกโยนทิ้งไป
กลิ่นศพมิโนริ รึเปล่า :42:
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง ( ของแท้ ) เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 14:08 น.
เคยเป็นโรคผิวหนัง เช่น ฮ่องกงฟู๊ท น้ำกัดเท้า บ้างหรือเปล่า ถ้าเคยอาจเป็นสาเหตุของกลิ่นเท้าได้เหมือนกันครับ
น้ำกัดเท้า ฮ่องกงฟู๊ท คันตามนิ้วมือนิ้วเท้า อันเนื่องมาจากเชื้อรา กลากเกลื้อน เชื้อราบนหนังศีรษะ
ใช้โทนาฟฟฟฟฟฟฟ เจ้าของเดียวกับ เย็นเตร็กซ์ ซิครับ:42:
จำแม่นฝังใจเลยนะครับซารุ ว่าแต่เคยเป็นหรือเปล่าครับหรือแค่จำแม่นเฉยๆ :42:
เอามันออกจากปากสิคะพี่แอน {หมีโหด}
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง ( ของแท้ ) เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 15:41 น.
จำแม่นฝังใจเลยนะครับซารุ ว่าแต่เคยเป็นหรือเปล่าครับหรือแค่จำแม่นเฉยๆ :42:
:08: ไม่เคยเป็นนะฮะ แต่ส่งสัยว่า ฮ่องกงฟู๊ท เนี่ยมันเป็นยังไงหว่า?
ทำไมต้อง ฮ่องกง หรือคนที่เคยเป็นคนแรก เป็นคนฮ่องกง :09:
อ้างอิง
ฮ่องกงฟุตมาจากภาษาอังกฤษว่า HONG KONG FOOT แปลเป็นไทยว่า โรคเท้าฮ่องกง ตรงกับคำศัพท์ทางแพทย์ว่า เชื้อราที่เท้า สาเหตุที่ตั้งชื่อว่าฮ่องกงฟุตเพราะโรคนี้ระบาดหนักมากในหมู่ทหาร ที่ทำการรบในสมรภูมิฮ่องกง เมื่อครั้งสงครามโลกโดยหทารสมัยนั้นจะใส่รองเท้าหนังหุ้มข้อเท้า ขึ้นมาถึงประมาณกลางน่อง แล้วผูกเชือกรัดรองเท้าให้ติดแน่นกับผิวน่องป้องกันการหลุด ทำให้เกิดการอับชื้น เนื่องจากอากาศไม่ถ่ายเทเพราะหนังที่ทำรองเท้าจะหนามาก และมีสายรองเท้ารัดแน่นตั้งแต่เท้ามาจนถึงน่อง เมื่ออากาศร้อนๆ และเท้าชื้นมากๆ ประกอบกับมีเหงื่อออกด้วย จึงเป็นบ่อเกิดของเชื้อรา เนื่องจากเชื้อราจะเจริญและแพร่พันธุ์ได้ดีมากในอากาศร้อนชื้น
ตามนั้นครับ
เหงีอแน่นอนแอน เพราะผมเห็นเพื่อนที่เป็นพวกเหงื่อเยอะ นี่เท้าเหม็นเกือบทั้งนั้น ผมว่าใส่ถุงเท้าดีๆ รองเท้าดีๆ + โรยแป้งบ่อยๆน่าจะโอเคนะ
เข้าข่ายมองหน้าได้กลิ่นตีน :42:
แล้วเคยไหมครับ ที่เข้าไปดูหนังแล้วได้กลิ่นตีนแรงมาก แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วไม่ใช่กลิ่นตีน
แต่....
......เป็นกลิ่นปลาหมึกปรุงรสอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ
เคยครับและเคยเจอแย่ๆกว่านี้เยอะ จะเอาไปเขียนใน blog ครับ :30:
ใครบ่นจับกดหน้าเลยครับ
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 13:19 น.
จะมีเว็บมาสเตอร์กี่คนในโลกเชียวที่เผยผิวตีนกันโต้งๆ
(http://img.f0nt.com/image/8851.jpeg) (http://img.f0nt.com/image/8852.jpeg)
เห็นไหมครับ ตีนสุขภาพดี ความรู้เยี่ยม เปี่ยมคุณธรรมแบบนี้
มันเหม็นได้ไงวะ :05:
ลักษณะเหมือนนิ้วเท้าเห็ดเข็มทอง..(เห็ดเน่า) :40:
เท้าเล็ก ขนน้อย นิ้วห่าง เท้าแดงครับ {หมีโหด}
หัวแม่เท้า :26: :04:
ดูไปดูมาอีกที ภาพซ้ายเหมือนโดนแอนหลอกกระทืบหน้าเลย :44:
ขนหยิก ขนฟู กางเกงสั้นไปไม่้เป็นกุลสตรีครับ
นอกจากเท้าเหม็นแล้ว..ขนหน้าแข้งยังร่วงอีกอ่ะ
สังเกตดูดีดี ขนทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
ล้ำลึก :08:
อ๋อ
ที่มันร่วงแล้วไม่งอกขึ้นมาอีกนี่คงเป็นมรดกที่มิโนริเหลือไว้น่ะครับ
ตูกลายเป็นคนพิการ(ขนหน้าแข้ง)ไปแล้ว :05:
ไปแว๊กซ์ออกให้หมดเลยพี่แอน จะได้เนียนๆ :26:
ไม่ต้องเสียเงินแว๊ตช์ัหรอกครับ เอาสก๊อตเทป 3M ติดขาแล้วดึงออกเร็วก็พอแล้วครับ
ตอนแรก นึกว่าขาหมี
วันนี้ลุยน้ำ .. แวะซื้อถุงเท้าใหม่ ไปดูหนัง
ลุยน้ำต่อ
กลับบ้าน ตีนเหม็น :05:
ถามครับ
1. คันหรือไม่
2. กลิ่นเหม็นไหม (ตอบแล้วนี่นะ :18:)
3. มีหนังลอกไหม ดูจากภาพไม่ลอก
ตอบเลย ส่วนนี้ตอบแบบในฐานะไม่ใช่หมอ เพราะหมอไม่ควรวินิจฉัยสั่งการรักษาผ่านทางอินเตอร์เนท
ถ้าคัน มีหนังลอก อันนี้ ฮ่องกงฟุต ไปซื้อยาฆ่าเชื้อรามาใช้ได้เลย (เอาถูกๆก็clotrimazole cream แพงๆก็พวกที่โฆษณาตามทีวี)
ถ้าไม่คัน มีแต่กลิ่น ให้สงสัยว่ามีเชื้อกลุ่มAnaerobe ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ปกติอยู่ในที่ลับหรือตามพื้นดิน พวกนี้เวลาเติบโตมันจะผลิตกลิ่นออกมาเป็นกลิ่นหอมหวลรัญจวนทดใจ
ทางแก้ของเท้ามีกลิ่นอย่างเดียว ไม่คัน
1. จัดการเชื้อ
เชื้อเท้าเหม็นปกติจะไม่โตเพราะผิวหนังคนเราจะมีแบคทีเรียกลุ่มStaphylocoocus อาศัยเป็นเจ้าถิ่น การที่เชื้อเท้าเหม็นมาโตแปลว่าเชื้อตามตัวโดนทำลายไปหรืออยู่ในภาวะไม่เหมาะสม ดังนั้นสิ่งที่ควรดูคือ
- ที่บ้านใช้สบู่อะไร ถ้าใช้สบู่ยาหรือสบู่ที่โฆษณาว่าฆ่าเชื้อ ให้เปลี่ยนซะ หันมาใช้สบู่ราคาถูกไม่ผสมอะไรเลยดีกว่า
- ขี้ไคล เป็นอาหารของเชื้อ ดังนั้นขัดขี้ไคล และใส่ถุงเท้า เพราะขี้ไคลมักจะหลุดไปติดรองเท้าเวลาไม่ใส่ถุงเท้า เป็นเหตุให้เชื้อติดกับถุงเท้า
- แป้งหรือยาดับกลิ่น ถ้าใช้ต้องระวัง เพราะพวกนี้มันทำให้รู้สึกเท้าแห้ง แต่สะสมความชื้นและเชื้อได้ดี การใช้นานๆ จะทำให้เชื้อติดรองเท้า
- ใส่รองเท้ากี่คู่ ถ้าใส่สลับคู่ วันเว้นวัน รองเท้าจะแห้งดีกว่า เหม็นน้อยกว่า
2. จัดการรองเท้า
- ทำให้แห้ง เช่นเอาที่เป่าผมมาเป่า ตากแดด แต่ต้องนานพอ เพราะถ้าตากแดดหรือเป่าไม่นาน รองเท้าจะชื้นมากขึ้นและเชื้อจะเยอะกว่าเดิม
- เอาหนังสือพิมพ์ขยำแล้วใส่ก่อนนอนทุกคืน เป็นทางเลือกที่ดีอย่างนึง เพราะหนังสือพิมพ์จะดูดซับความชื้นแบบไม่ไหลย้อนกลับ
- อีกทางคือเอารองเท้าไปวางในห้องแอร์ รองเท้าจะแห้งกว่าไปตากแดด .... แต่ห้องจะอบอวลไปด้วยกลิ่นรองเท้า
- ทำให้เปียก ถ้าลองมาทุกทางไม่ได้ผล ให้วางรองเท้าในที่ร้อนชื้นเล็กน้อยเช่นหลังตู้เย็น เชื้อจะเจริญงอกงามอย่างรวดเร็วและใช้อาหารสะสม(ขี้ไคล)ไปจนหมด จากนั้นก็ตายยกรองเท้า
- คว่ำกระดาน ... เอาไปซัก
- ผมเป็นแบบไม่คันแต่มีกลิ่นครับ ไม่รั่ว ไม่ลอก ไม่ดำ
- ไม่ค่อยล้างเท้าด้วยสบู่ ใช้วิธีราดน้ำแล้วเอาเท้าผลัดกันถู จั๊กจี้ดี
- จะลองใช้รองเท้าแบบสลับคู่กันดูครับ
- อ๊ะ มีวิธีปราบเชื้อแบบให้กินจนพุงแตกตายแบบชูชกด้วยเหรอ
ขอบคุณหมวย เอ๊ย ขอบคุณหมอแมวครับ :25: (+3)
วิธีแก้
- ฉีดสเปรย์
- เวลาอาบน้ำ หาอะไรหยาบๆมาขัดทุกซอกทุกมุมของตีนเลย
- เอาหนังสือพิมพ์ยัดรองเท้าเหมือนที่หมอแมวว่า
- ลองบดสารส้ม แล้วโรยลงไปในรองเท้าดู แ้ล้วก็ใส่ไปทั้งอย่างนั้นแหละ น่าจะช่วยได้ เพราะเคยทำมาแล้ว
- ลองเปลี่ยนพื้นรองเท้า เพราะวัสดุที่ไม่ซับความชื้นดู
ใส่รองเท้าคับเกินไปก็มีกลิ่นนะ ถ้าไม่ตัดเล็บเท้าก็มีกลิ่นได้
คนเหงื่อออกเยอะไม่ได้หมายความว่าเท้าต้องเหม็น
แถมเรื่องกลิ่นยิ่งกลบยิ่งเหม็น ถ้าเครียดๆก็ยิ่งเหม็น
บางทีก็เป็นเพราะผ้าที่บุด้านในรองเท้ามันซับกลิ่นและเหงื่อหมักหมมไว้จนเน่า
หาซื้อรองเท้าที่ด้านในไม่มีผ้าดีกว่าเพราะยังไงๆก็ใส่ถุงเท้า หรือไม่ก็หาที่ผ้าตาถี่ๆนิ่มๆ
ทางที่ดีใช้สารส้มซะ ลับคมให้เกลี้ยงแล้วก็ขัดๆๆๆตามซอกนิ้วเท้า ฝ่าเท้า หลังเท้า ให้ทั่ว(ใช้ขณะแช่น้ำอยู่นะ)
ทำบ่อยๆ อาทิยต์ละครั้งหรือนึกขึ้นได้ก็ทำซะ นอกจากไม่มีกลิ่นแล้วผิวยังขาวใสด้วยนะจ๊ะ
เออ...ลืมบอกไปหลังล้างเท้าแล้วควรทำให้แห้งสนิท อย่างเช่นผึ่งแดด(ไม่ได้ล้อเล่นน้า)
:12: :12: :12:
มีปัญหาเหมือนกันเลยแฮะครับ :42:
แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือการบ้าน
เปลี่ยนรองเท้าเรื่อยๆ เหมือนผู้หญิงค่ะ เช่น ใส่ 7วันไม่ซ้ำกันเลยซักคู่ :22:
จริงๆ...ทเวลพลัส โรลออน สเปรย์ก็น่าลองนะคะ
จักกะแร้ยังหายเหม็นเลย :33:
ใส่รองเท้านักเรียน ไม่เคยเท้าเหม็น :42:
พี่ตูเคยครับ เค้าเล่ามา
เกิดจากรองเท้าอุ้มน้ำ แล้วพื้นรองเท้า
หรือส่วนประกอบในรองเท้ามันห่วยแตก
พอทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วความอับชื้นทำให้รองเท้าเหม็น
พอรองเท้าเหม็นแล้วเอาตีนไปยัดใส่มันก็เหม็น
ทางแก้คือเปลี่ยนรองเท้า และหมั่นทำความสะอาดเท้าบ่อยๆ
ตากรองเท้ากับแดดเป็นประจำ
ส่วนตูไม่มีปัญหาเรื่องนี้ครับ
ขนหน้าแข้งให้รึ่มเลยเอ็ง :02:
:27: พี่สักเป็นอะไรกับเยนเตรกซ์หรือเปล่า
:27:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 31 ก.ค. 2006, 20:19 น.
2. จัดการรองเท้า
- ทำให้แห้ง เช่นเอาที่เป่าผมมาเป่า :28: ตากแดด แต่ต้องนานพอ เพราะถ้าตากแดดหรือเป่าไม่นาน รองเท้าจะชื้นมากขึ้นและเชื้อจะเยอะกว่าเดิม
- เอาหนังสือพิมพ์ขยำแล้วใส่ก่อนนอนทุกคืน เป็นทางเลือกที่ดีอย่างนึง เพราะหนังสือพิมพ์จะดูดซับความชื้นแบบไม่ไหลย้อนกลับ
- อีกทางคือเอารองเท้าไปวางในห้องแอร์ รองเท้าจะแห้งกว่าไปตากแดด .... แต่ห้องจะอบอวลไปด้วยกลิ่นรองเท้า- ทำให้เปียก ถ้าลองมาทุกทางไม่ได้ผล ให้วางรองเท้าในที่ร้อนชื้นเล็กน้อยเช่นหลังตู้เย็น เชื้อจะเจริญงอกงามอย่างรวดเร็วและใช้อาหารสะสม(ขี้ไคล)ไปจนหมด จากนั้นก็ตายยกรองเท้า
อย่าบอกนะว่าหมอลองมาแล้ว :43:
ส่วนตัวไม่เคยเท้าเหม็นครับ
แต่เพื่อนเป็นกันเยอะ
เจอที่ไหนไม่ว่า
แต่ถ้าเจอที่โรงหนังตูฆ่ามันแน่ :07:
ตอนปวส. โดนอาจารย์ด่าทุกวัน :42:
:08: ยิ่งเข้าห้องคอมด้วยแล้ว
:28: :28:
เห็นเพื่อนเอาแป้งโรยรองเท้า
พอมันถอดน่ากลัวมาก
เหมือนเท้าเป็นรา
ไม่รู้ว่ามันทามากไปหรือเปล่า :41:
มันอย่างนั้นแหละ
แต่ถ้าคนมีเหงื่อออกเยอะ
กลิ่นมันจะตีกันครับ :28:
ทาบางๆ สิ เหมือนทาก้นเด็ก ถ้าืทาหนาไปก็อับชื้นได้ง่าย
เอาแป้งโรยช่วยได้ค่ะ แต่ต้องมั่นใจว่าวันนั้นจะไม่ได้ถอดรองเท้าต่อหน้าสาธารณชน
เคยโรยไป แล้งวันนั้นเจอรองเท้าสวย ถอดทีทุกคนมอง แป้งฟุ้งเลยค่ะ :05:
อ้างคำพูดจาก: จั๊วจ๋า เมื่อ 01 ส.ค. 2006, 19:21 น.
เอาแป้งโรยช่วยได้ค่ะ แต่ต้องมั่นใจว่าวันนั้นจะไม่ได้ถอดรองเท้าต่อหน้าสาธารณชน
เคยโรยไป แล้งวันนั้นเจอรองเท้าสวย ถอดทีทุกคนมอง แป้งฟุ้งเลยค่ะ :05:
:30: :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: จั๊วจ๋า เมื่อ 01 ส.ค. 2006, 19:21 น.
เคยโรยไป แล้งวันนั้นเจอรองเท้าสวย ถอดทีทุกคนมอง แป้งฟุ้งเลยค่ะ :05:
ถ้าเล่นเทควันโด จะสวยงามเหมือนหนังกังฟูมาก :30:
เห็นครูผมบอกมาให้ล้าง ตีน ให้สะอาดแล้วเอาโลชั่นทา ตีน แล้วจะดับกลิ่นได้
////ไม่รู้จริงรึเปล่า ผมไม่เคยลอง
ลองแล้วได้ความว่าไงบอกด้วยนะครับจะได้เอาไปแนะให้เพื่อนฟัง
:35: รับทราบครับ
อ้างคำพูดจาก: จั๊วจ๋า เมื่อ 01 ส.ค. 2006, 19:21 น.
เอาแป้งโรยช่วยได้ค่ะ แต่ต้องมั่นใจว่าวันนั้นจะไม่ได้ถอดรองเท้าต่อหน้าสาธารณชน
เคยโรยไป แล้งวันนั้นเจอรองเท้าสวย ถอดทีทุกคนมอง แป้งฟุ้งเลยค่ะ :05:
โรยหรือราดจ้ะ :43:
เห็นโฆษณาพวกโบว์ลิ่งมันมีสเปรย์ฉีดรองเท้า มันมีขายรึเปล่า :06:
เป๋นิด เพิ่งไปซื้อรองเท้ามาใหม่ เมื่อก่อนไว้นอกบ้าน
แต่ช่วงนี้ไม่รู้หมามันคึกอะไร เอาไปกัดเละ 2 แล้ว :31:
พอเอาคู่ใหม่มาไว้ในบ้าน แมวมาเย่ใส่อีก เซ็งโว้ยยยย :23: :23:
กลายเป็นว่านอกจากกลิ่นเท้าแล้ว มีกลิ่นเย่แมวแถมมาด้วย :28: :28:
ใครรู้วิธีดับกลิ่นบ้างครับ (ดูท่าว่าจะซักยากมันกึ่งๆรองเท้าหนังอะครับ)
ขอบคุณครับ
เดี๋ยวมานะไปเตะแมวก่อน :39:
ผมก็เอาแป้งโรยนะ
แต่เท่าที่สังเกตดู ถ้าลองไอ้เจ้ากลิ่นนี่มันฝังรากลึกไปกับรองเท้าแล้ว ทำยังไงก็ไม่หาย
โรยแป้งก็ไม่หาย เปลี่ยนถุงเท้าก็ไม่หาย ฉีดยากันยุงก็ไม่หาย
เพราะมันอยู่ในรองเท้า ไม่ได้อยู่ที่เท้าเรา
เผาทิ้งสถานเดียว
อ้างคำพูดจาก: อาร์ต เมื่อ 02 ส.ค. 2006, 12:31 น.
เป๋นิด เพิ่งไปซื้อรองเท้ามาใหม่ เมื่อก่อนไว้นอกบ้าน
แต่ช่วงนี้ไม่รู้หมามันคึกอะไร เอาไปกัดเละ 2 แล้ว :31:
พอเอาคู่ใหม่มาไว้ในบ้าน แมวมาเย่ใส่อีก เซ็งโว้ยยยย :23: :23:
กลายเป็นว่านอกจากกลิ่นเท้าแล้ว มีกลิ่นเย่แมวแถมมาด้วย :28: :28:
ใครรู้วิธีดับกลิ่นบ้างครับ (ดูท่าว่าจะซักยากมันกึ่งๆรองเท้าหนังอะครับ)
ขอบคุณครับ
เดี๋ยวมานะไปเตะแมวก่อน :39:
หมาแมว..ไม่ค่อยคุ้นกลิ่นรองเท้าใหม่ ๆ อ่ะคะ
เลยต้องทำสัญลักษณ์ :42:
แต่หมาเราไม่เป็นนะ :02:
ชอบจัง ดูรายการจมูกมด แล้วเค้าบอกว่าที่หมามันกัดรองเท้าเราเพราะมันคิดถึง
อยากเล่นด้วยเลยใช้รองเท้าเราเป็นของต่างหน้าเพราะมันมีกลิ่นของเรา
แต่แมวที่มันมาฉี่ใส่นี่ แสดงว่ามันจองสินะ รองเท้าสวยถูกใจ
(แต่ใช้คำว่า เย่ แล้วน่ารักจัง อ่านแล้วนึกภาพแมวมาชูมือ(ขาหน้า)แล้วก็เย่~)
แต่ขั้นนี้คงต้องลาทีแล้วล่ะคุณ
รองเท้าที่มีฉี่แมวนี่มันช่างเกินเยียวยา ไม่ก็ต้องซักซะ แล้วตากแดดไว้ 2-3 วัน
แต่ถึงกระนั้น รองเท้าคงแตกลายงาแล้วล่ะ พ่อคู้ณ~~~
เออ....จริงสิตากในที่ล่มแต่ลมโกรกก็ได้นี่หว่า
หมาหน้าบ้าน กัดรองเท้าเพื่อนพี่ :31:
หมาหน้าบ้านหนิงเคยรู้จักกับเพื่อนพี่งั้นหรอคะ :42:
กวนตีนสิ
จะได้ไม่เหม็น
:42:
จากไทยรัฐ ปีที่ 57 ฉบับที่ 17728 วันเสาร์ ที่ 5 สิงหาคม 2549 (http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=15049)
ต่อมเหงื่อกับกลิ่นที่เท้า
เหตุผลหนึ่งที่เท้ามักจะมีเหงื่อออกมามากนั้น เป็นเพราะธรรมชาติออกแบบมาให้เท้ามีต่อมเหงื่อเป็นจำนวนมากที่อวัยวะดังกล่า ว และที่ต้องเป็นอย่างนั้นก็เพื่อให้เท้าได้มีความชุ่มชื้น อ่อนโยน มีความยืดหยุ่นได้ หากไม่มีต่อมเหงื่อจำนวนมากคอยทำหน้าที่นี้เสียแล้ว เท้าของเราก็จะแห้งอย่างรวดเร็ว แตกง่าย และรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งเวลาก้าวเดิน
แต่ปัญหาสำคัญที่พบเจอกันไม่ใช่เรื่องของเหงื่อออกมาก แต่เป็นเรื่องกลิ่นที่ตามมาต่างหาก เพราะหลายคนนอกจากปัญหาว่าเท้ามีเหงื่อมากแล้วยังมีกลิ่นเหม็นมากอีกด้วย ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาจึงต้องทำ 2 แนวทาง
วิธีแรกต้อง ลดเหงื่อไม่ให้ออกมาก โดยใส่รองเท้าที่พอด ีและปล่อยให้เท้าได้พักให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามปล่อยให้เท้าได้ "หายใจ" บ้าง การเลือกหาถุงเท้ามาใส่ก็สำคัญ ในเมืองร้อนอย่างเราควรใส่ถุงเท้าผ้าฝ้าย พวกถุงเท้าทำจากไนลอนควรหลีกเลี่ยง ก่อนออกจากบ้านตอนเช้าควรโรยแป้งหอมเพื่อให้รู้สึกว่าเท้าแห้ง อาจจะลองแป้งหลายชนิดเพื่อดูว่าอย่างไหนเหมาะกับเราที่สุด
วิธีที่สองเป็นการ กำจัดกลิ่นและรักษาความสะอาด โดยล้างเท้าบ่อยๆ อย่างน้อยตอนเช้าก่อนออกจากบ้านและตอนเย็นเมื่อกลับมาถึงบ้าน ไม่ควรใส่ถุงเท้าซ้ำวัน รองเท้าที่เริ่มมีกลิ่นโชยมาต้องพักการใช้งานหรือเปลี่ยนคู่ใหม่ซะ
แต่ถ้าลองหลายวิธีแล้วยังไม่หายก็คงต้องปรึกษาแพทย์ดูว่าจะทำประการใดอีกได้บ้าง.
สรุปคล้ายๆ กะในจู๋นี้เลย :41:
หรือเขาจะเข้ามาหาข้อมูลในนี้ :43:
วันนี้แดดดี ผมพาทุกคู่ออกมารับลมและแสงแดดครับ
แต่ลมแรงมาก ฝนอย่าเพิ่งตกนะ :23: