หวังว่าทุกๆ คนคงยังจำสมัยที่ PCT ออกมาวางตลาดใหม่ๆ
เครื่อง sharp ที่ทาง TA แจกให้ทุกคนทดลองใช้ฟรีกัน
รุ่นฝาพับแหละครับ ตัวเล็กๆ
รู้กันไหมว่า ในหลวง พระองค์ท่านยังคงทรงใช้ PCT รุ่นนั้นอยู่
ณ ปัจจุบัน
ได้ยินมาจากผู้บริหาร TA ว่า ครั้งหนึ่งเคยนำรุ่น sanyo
ที่เป็นรุ่นหาคลื่นได้ มาถวายท่านเพราะเห็นว่าท่านทรงใช้เครื่องเก่า
นำเครื่องใหม่ไปถวาย พระองค์ตรัสได้น่าประทับใจจริงๆ
"เอามาให้ฉันทำไม... ในเมื่อเครื่องเก่าฉันก็ยังใช้ได้อยู่"
ท่านทรงประหยัดเพื่อประเทศเรามากๆ แต่คนธรรมดาอย่างเรา
กลับมีความรู้สึกที่จะอยากได้รุ่นใหม่ๆ เข้าใจว่าบางคนเนี่ยะ
ซื้อมือถือเพราะหลายเหตุผล มีเถียงกันบ้างในกระทู้ ไม่ได้หวังอะไร
จากกระทู้ที่ตั้งเพียงแค่อยากจะบอกว่า
"ช่วยกันประหยัดเถอะ"
พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงงานตรากตรำเพื่อพวกเรา หากเพื่อนๆ
พี่ๆ น้องๆ
ได้ทำงานใกล้ชิดท่านจะรู้ว่า "น่าภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย"
ไม่ได้ห้ามหากใครจะซื้อถูกซื้อแพง แต่อยากให้ใช้งานให้คุ้มทุกบาท
ทุกสตางค์ที่เสียไป เวลาซื้อถามตัวเองนิดนึงว่า "Tool or Toy?"
ไม่รู้ว่ามีคนเคยมาโพสรึยัง ถ้าโพสซ้ำก็ขอโทษด้วยนะคะ
ปล. ไปลอกเค้ามา เพื่อให้ ได้ดูกันว่า ในหลวง สุดยอดจริงๆ :45:
ขอบคุณค่ะ
:25:
:25:
(ช่วงนี้กระจู๋เกี่ยวกับในหลวงเยอะแฮะ)
(ไม่ชอบเลยแฮะ ที่คำว่า กระจู๋ กับ ในหลวง ต้องอยู่ใกล้กัน)
เคยอ่านแล้วค่ะ
อ่านกี่รอบความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิม :22:
รักในหลวงค่ะ
อ้างคำพูดจาก: ซาฟิเร่ เมื่อ 09 มิ.ย. 2006, 23:42 น.
:25:
(ช่วงนี้กระจู๋เกี่ยวกับในหลวงเยอะแฮะ)
(ไม่ชอบเลยแฮะ ที่คำว่า กระจู๋ กับ ในหลวง ต้องอยู่ใกล้กัน)
เลี่ยงใช้คำอื่นไม่ได้เหรอ :39:
เคยอ่านแล้วเหมือนกันครับ
:22:
เรา (L) ในหลวง
(http://www.intenterprise.co.th/download/msn.gif)
ในรูปไม่ใช่ msn เรานะ แต่เห็นแล้วดีใจมาก :22:
เ็นูปเ็มแ้วซึ้ง :05:
จะเ็นคนดีเพื่อในหลวงนะคะ
ขอจงทรงพระเจริญ
คนเยอะมากๆจริงๆวันนี้
อ่านแล้วจ้า :19:
ผมใช้ 3310 มา 4 ปี พอหายก็เอาของเก่าพี่มาใช้ เป็น 3315 ทนทานนานปีไม่มีเปลี่ยน :33:
อ้างคำพูดจาก: pahn เมื่อ 10 มิ.ย. 2006, 00:58 น.
:22:
เรา (L) ในหลวง
(http://www.intenterprise.co.th/download/msn.gif)
ในรูปไม่ใช่ msn เรานะ แต่เห็นแล้วดีใจมาก :22:
:25: :25:
เชื่อว่าคงอ่านกันแล้วทั้งนั้นแหละ แต่ก็คิดว่าอ่านแล้วก็คงกรี๊ดกันทุกคน
ดีใจกับพวกเราด้วย มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นฮีโร่ ทรงเท่มากๆ
ใครมีรูปบทความเรื่องยาสีฟันกับในหลวงบ้างครับ
ผมพยายามหาภาพประกอบที่เป็นหลอดยาสีฟันขาวๆ แบนเป็นกระดาษนั่นมานานแล้วแต่ไม่เจอสักที
อยากบอกว่าเนื้อหาจากบทความนั้น (ของ ดร.สุเมธ?) เป็นหนึ่งในเข็มทิศขีวิตของผมเลยทีเดียว
http://chem17bangmod.siamindustry.com/story14%20toothpaste.htm
(http://img.f0nt.com/thumb/6268.jpeg) (http://img.f0nt.com/view/6268)
-/\- พ่อหลวงของประชาชนไทยค่ะ
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 10 มิ.ย. 2006, 18:30 น.
http://chem17bangmod.siamindustry.com/story14%20toothpaste.htm
(http://img.f0nt.com/thumb/6268.jpeg) (http://img.f0nt.com/view/6268)
ยักษ์มาเจอล่ะกรี๊ดสลบ :22:
(+1) ครับ
:25: กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดสลบ
(+2)
ขอบคุณค่ะ....
หาจาก google ด้วยคำว่า "หลอดยาสีพระทนต์" จ้ะ
แต่ส่วนใหญ่ไม่มีภาพประกอบ
อ้างคำพูดจาก: X11 เมื่อ 10 มิ.ย. 2006, 18:30 น.
http://chem17bangmod.siamindustry.com/story14%20toothpaste.htm
(http://img.f0nt.com/thumb/6268.jpeg) (http://img.f0nt.com/view/6268)
เข้าไปอ่านมาแล้วขนลุก
ทรงพระเจริญ
พระอารมณ์ขันของในหลวง
Contributed by nOo_miki ตั้งแต่ วันอังคาร, 17 กรกฎาคม 2001 @ 20:30:10 ICT
มีเรื่องน่ารัก ๆ ของในหลวง มาเล่าให้ฟัง
ให้พวกเราได้รับทราบ ในพระจริวัตรของท่าน
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า พระองค์ท่าน
จะเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของพระองค์ท่านอยู่เป็นประจำ
โดยเฉพาะ ชาวบ้านต่างจังหวัดจะโชคดีกว่าเรานัก
ที่ได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีของในหลวง ได้ใกล้ชิด
และบ่อยครั้งกว่าคนใน กรุงเทพมากนัก
จึงมีเรื่องของในหลวงมาเล่าให้ฟัง
ฟังแล้วเชื่อว่าทุกคนจะต้องอมยิ้มกันทุกคนแน่
เรื่องที่ 1.
วันหนึ่ง
พระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่าน
ตามปกติที่ต่างจังหวัด ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนิน มาตามลาดพระบาท
ที่แถวหน้า ก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่ง ได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ของในหลวง
แล้วก็พูดว่า ยายดีใจเหลือเกิน ที่ได้เจอในหลวง
แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมาย
แต่ในหลวงก็ทรง เฉย ๆ
มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
แต่พวกข้าราชบริภารก็ มองหน้ากันใหญ่
กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่
แต่พอพวกเรา ได้ยินพระองค์รับสั่งตอบกับหญิงชราคนนั้น
ก็ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว
เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
"เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
ต้องเรียกน้าซิ ถึงจะถูก"
--------------------------------------------------------------------------------
เรื่องที่ 2.
พระองค์ท่านเสด็จไปที่จังหวัดสกลนครเพื่อเยี่ยมเยียนชาวบ้าน
และพระองค์ก็ทรงตรัสถามชายคนหนึ่งที่มาเข้าเฝ้
เพราะแขนเจ็บเข้าเฝือก
ในหลวงทรงรับสั่งถามว่า "แขนเจ็บไปโดนอะไรมา"
ชายคนนั้นตอบว่า "ตกสะพาน "
แล้วในหลวงทรบรับสั่งกลับไปอีกว่า
"แล้วแขนอีกข้างหนึ่งละ"
ชายคนนั้นก็ตอบกลับมาอีกว่า
"แขนข้างนี้ไม่ได้ตกลงไปด้วย ตกข้างเดียว"
ในหลวงของเราก็ทรงพระสรวล
--------------------------------------------------------------------------------
เรื่องที่ 3.
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่ทางภาคใต้
คือจังหวัดนราธิวาส ทางใต้นี้มีปัญหาเรื่องดินเป็นกรด มีความเค็ม
พระองค์จึงทรงรับสั่งถามกับชาวบ้านที่มาเฝ้ารับเสด็จว่า
"ดินหลังบ้านเป็นอย่างไร เค็มไหม "
ชาวบ้านก็มองหน้ากันแล้วทำหน้างง
ก่อนตอบกลับมาว่า "ไม่เคยชิมซักที"
ในหลวงก็รับทรงสั่งกับข้าราชบริภารที่ ตามเสด็จว่า
"ชาวบ้านแถวนี้เขามีอารมณ์ขันกันดีนะ"
...............................................................................................
ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว
พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวี
มีพระอาการคัน มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ
เพื่อถวายการรักษา
คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนัง
แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
ก็กราบบังคมทูลว่า
"เอ้อ - ทรง... อ้า- ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"
พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า
"ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่ จะท้องได้ยังไง"
แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่า หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์
ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า - เอ้า พูดภาษาอังกฤษกันเถอะ -
เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป
...............................................................................................
อีกครั้งหนึ่ง หลายปีมากๆ แล้วเหมือนกัน
ตั้งแต่พระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระโอสถมวน (สูบบุหรี่) อยู่
คราวหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวกำลังจะทรงพระโอสถมวน ยังไม่ได้ทรงจุด
ท่านผู้หนึ่งที่เผอิญได้เข้าเฝ้าอยู่ในขณะนั้น
จะเป็นใครผมก็ไม่ทราบลืมไปแล้ว
ก็ปราดเข้าไปคุกเข่า จุดไฟแช็คถวาย
แถมกราบบังคมทูลเสียด้วยว่า
"ถวายพระเพลิง พะยะค่ะ"
พระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวลเสียงดัง
ตรัสด้วยพระอารมณ์สนุกว่า "ยัง ฉันยังไม่ตาย...."
ผู้ใหญ่ที่มาเล่าเรื่องนี้ต่อให้ผมฟัง
ไม่ได้เล่าว่าตอนนี้สีหน้าผู้ที่จะ
"ถวายพระเพลิง" เป็นอย่างไร
--------------------------------------------------------------------------------
เรื่องน่าประทับใจของในหลวง
Contributed by Funky ตั้งแต่ วันอาทิตย์, 24 พฤศจิกายน 2002 @ 16:01:56 ICT
เรื่องที่ 1
"เเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน (พ.ศ. 2528)
ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของพิธีพระราชทานปริญญาของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในวันนั้นเกิดเหตุการณ์ไฟดับทั่วประเทศไทยในตอนบ่าย
เป็นผลให้บัณฑิตจำนวน 6 คน ที่เข้ารับพระราชทานปริญญาในช่วงนั้น
หมดโอกาสที่จะได้ถ่ายภาพตอนเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร
จากพระหัตถ์ไว้เป็นที่ระลึก เเต่สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเสร็จพระราชพิธีเเล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระเเสรับสั่งกับอาจารย์ที่หมอบถวายปริญญาอยู่ข้างๆ ที่ประทับว่า
"ให้ไปตามบัณฑิต ๕-๖ คนนั้นขึ้นมารับปริญญาใหม่อีกครั้งหนึ่ง "
=================================================
เรื่องที่ 2
ช่วงนั้นเพื่อนได้เข้ารับถวายงานพยาบาลต่อทูลกระหม่อมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์
ช่วงเช้าตรู่มีโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องบรรทมของพระองค์ท่าน เพื่อนรับสายก็มีเสียงพูดมาว่า
" ขอสายฟ้าหญิง " เพื่อนได้ถามกลับไปว่า " ขอประทาน โทษค่ะใครจะเรียนสายด้วยคะ "
" บอกเขาว่าคนในแบงค์โทร.มา " อีกฝ่ายตอบกลับ เพื่อนก็ถามกลับไปอีกว่า " ธนาคารไหนคะ "
((( ก็ยังเช้าตรู่อยู่นี่นา....เพื่อนคิดในใจโทร.มาเรื่องอะไรแต่เช้า )))
เพื่อนก็ออกอาการ"งง"อยู่ช่วงครู่ ..... เดินไปทูลฟ้าหญิง พอกลับมานั่งทบทวน........
"คนในแบงค์โทร.มา"............. ถึงกับตื่นเต้นตกใจขนลุกขนพองเพราะคนในแบงค์ คือ "ในหลวง"
ท่านทรงมีพระอารมณ์ขันอยู่เป็นนิจ " ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน "
คลายเครียด: เรื่องจี้ๆ ของพระองค์ท่าน
Contributed by BpangGa ตั้งแต่ วันศุกร์, 21 พฤษภาคม 2004 @ 18:00:14 ICT
ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง
เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก
เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด
และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด
แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า
"ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"
แม่ค้าตอบว่า "ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท
และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ"
เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
----------------------------------------------------------
อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่วและใช้
ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้
จึงมีคำกราบทูลว่า"ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า
บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."
มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน
ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว
พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
"มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว
ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"
เรื่องนี้ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง
--------------------! -------------------
เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา
มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่าน
มาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
"ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"
---------------------------------------
เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง
ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน
และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้า
ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
ว่า"ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดชขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคม
ทูลรายงาน ฯลฯ"
เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล
อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า
"เออ ดี เราชื่อเดียวกัน..."
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
---------------------------------------
มีอยู่ครั้งหนึ่ง
ทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ
แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้
ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า
"ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"
ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆกับอธิการบดีว่า
"เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"
---------------------------------------
เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า
ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
"ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์"
ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมดแล้ว"
---------------------------------------
วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง
แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง
แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น ยายอย่างนี้
อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ
มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่
กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่
แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
"เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"
--------------------------------------------------
ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว
พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน
มีรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา
คุณหมอเป็นผู้วชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้วชาญทางราชาศัพท์
ก็กราบบังคมทูลว่า
"เอ้อ - ทรง... อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"
พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า
"ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง"
แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า -
เอ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ-
เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป
---------------------------------------
เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า
นางสนองพระโอษฐ์
ของฟ้าหญิงองค์เล็ก ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย
ขอพูดสายกับฟ้าหญิง
ทางนางสนองพระโอษฐ์ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
ก้อมีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐก้อ งง
...งง
ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า
แบงค์ก้อยังไม่เปิดนี่หว่าพอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า
คนที่แบงค์น่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิด
กระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ อิ อิ ขนลุกเลยะ
---------------------------------------
เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่ามีเหตุขัดข้องบางประการ
ทำให้อ่านขาดตอน
ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้
ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า
"เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว"
และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ
ไฟดับไปชั่วขณะ
ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพ! ลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก
ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
เรื่องขำขันขององค์ในหลวง
Contributed by iamkat ตั้งแต่ วันพุธ, 29 มกราคม 2003 @ 15:00:03 ICT
ลองอ่านดูแล้วกันนะ เราอ่านแล้วปลื้มใจมากที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย
-------------------------
ระยะแรกราวปี พ.ศ.2498 เป็นต้นมา
คราใดที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวลนั้น จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังท้องที่ห่างไกลทุรกันดารย่านหัวหิน หนองพลับ แก่งกระจาน ด้วยพระองค์เอง
ทำนองเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ห้า โดยที่ราษฎรไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่าทรงมาถึงแล้ว" วันหนึ่งทรงขับรถยนต์พระที่นั่งผ่านไปถึงยังบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านหมู่บ้านห้วยมงคล อำเภอหัวหิน
ซึ่งราษฎรกำลังช่วยกันตบแต่งประดับซุ้มรับเสด็จกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง และไม่คาดคิดว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์
ต้องให้ในหลวงเสด็จฯก่อนแล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้.. วันนี้
ห้ามลอดผ่านซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อนนะ.."
ทรงขับรถพระที่นั่งเบี่ยงข้างทางไม่ลอดซุ้มดังกล่าว วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการพร้อมคณะข้าราชบริพารผู้ติดตามและทรงมีพระดำรัสทักทายกับชายผู้นั้นที่เฝ้าอยู่หน้าซุ้มเมื่อวันวานว่า
วันนี้ฉันเป็นในหลวง..คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ.."
----------------------------------
เรื่องที่ 2
อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่งที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า
ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวน พระพุทธเจ้าข้า.." มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน ตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว.." พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
"...มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว" เรื่องนี้ ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง
------------------------------------------
มีเรื่องนึงเคยฟังจากผู้ใหญ่เล่าเมื่อนานมาแล้ว
มีช่างไปทำฝ้าเพดานในวัง คนนึงกำลังยืนบนบันได ส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า
อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง พอดีในหลวงเสด็จมา คนที่อยู่ข้างล่างเห็นในหลวงก็ก้มลงกราบ คนอยู่ด้านบนไม่เห็น ก็บอกว่า เฮ้ยจับดีๆ หน่อยสิ อย่าให้แกว่ง ในหลวงทรงจับบันไดให้ เค้าก็บอกว่า
เออ ดีๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง (สงสัยคงจะเพิ่งเข้ามาทำงาน
ยังไม่ผ่านโปร) พอเสร็จก็ก้าวลง พอเห็นว่าในหลวงเป็นคนจับบันไดให้ ถึงกับเข่าอ่อน จะตกบันได รีบลงมาก้มกราบ ในหลวงทรงตรัสกับช่างว่า แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย"
---------------------------------------------------------
เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา
มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า "ไปบอกเค้านะ เราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"
-------------------------------------------------------
เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน เพราะเรียนมาตั้งแต่เล็กแต่ไม่เคยได้ใช้
เมื่อออกงานใหญ่จึงตื่นเต้นประหม่า ซึ่งเป็นธรรมดาของคนทั่วไป
และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน หรือกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทในพระราชานุกิจต่างๆ นานัปการ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ เคยเล่าให้ฟังว่า ด้วยพระบุญญาธิการและพระบารมีในพระองค์นั้นมีมากล้นจนบางคนถึงกับไม่อาจระงับอาการกิริยาประหม่ายามกราบบังคมทูล จึงมีผิดพลาดเสมอ แม้จะซักซ้อมมาอย่างดีก็ตาม ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงานว่า
ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"
เมื่อคำกราบบังคมทูล ในหลวงทรงแย้มพระสรวลอย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า "เออ ดี เราชื่อเดียวกัน..."
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัยเพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
ในหลวงกับ PCT
Contributed by morphine ตั้งแต่ วันพุธ, 25 มิถุนายน 2003 @ 21:00:10 ICT
ในหลวงกับ pct (เรื่องที่ทำให้หลายคนได้คิด)
หวังว่าทุกๆคนคงยังจำสมัยที่ PCT ออกมาวางตลาดใหม่ๆ
เครื่อง sharp ที่ทางTA แจกให้ทุกคนทดลองใช้ฟรีกัน
รุ่นฝาพับแหละครับ ตัวเล็กๆ
รู้กันไหมว่า ในหลวง
พระองค์ท่านยังคงทรงใช้ PCT รุ่นนั้นอยู่ ณ ปัจจุบัน
ได้ยินมาจากผู้บริหาร TA ว่า
ครั้งหนึ่งเคยนำรุ่น sanyo ที่เป็นรุ่นหาคลื่นได้
มาถวายท่านเพราะเห็นว่าท่านทรงใช้เครื่องเก่า
นำเครื่องใหม่ไปถวาย
พระองค์ตรัสได้น่าประทับใจจริง ๆ
"เอามาให้ฉันทำไม
ในเมื่อเครื่องเก่าฉันก็ยังใช้ได้อยู่"
ท่านทรงประหยัดเพื่อประเทศเรามาก ๆ
แต่คนธรรมดาอย่างเรากลับมีความรู้สึกที่จะอยากได้รุ่นใหม่ๆ
เข้าใจว่าบางคนเนี่ยะซื้อมือถือเพราะหลายเหตุผล
มีเถียงกันบ้างในกระทู้
ไม่ได้หวังอะไรจากระทู้ที่ ตั้งเพียงแค่อยากจะบอกว่า
"ช่วยกันประหยัดเถอะ"
พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงงานตรากตรำเพื่อพวกเรา
หากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้ทำงานใกล้ชิดท่านจะรู้ว่า
"น่าภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย"
ไม่ได้ห้ามหากใครจะซื้อถูกซื้อแพง
แต่อยากให้ใช้งานให้คุ้มทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไป
เวลาซื้อถามตัวเองนิดนึงว่า Tool or Toy
ชอบประโยคคำถามนี้มาก
ขอพระองค์ จงทรงพระเจริญ
*** เซฟไว้อ่านนานมากแล้วครับ ทุกวันนี้ยังพกติดแฮนดี้ไดรฟ์ไม่หายไปไหน เลยหยิบมาฝากทุกคนครับ
อ่านแล้วเหมือนว่าจะวนมาที่เรื่องเดิมค่ะ :06:
มีเรื่องเดียวกันตั้งหลายรอบแน่ะ
นี้แหละ KING ของเรา ภูมิใจ!!!!!!!!!! :22:
(http://img.f0nt.com/image/6277.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/6278.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/6279.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/6280.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/6300.jpeg)
(http://img.f0nt.com/image/6301.jpeg)
ชอบทุกรูปเป็นการส่วนตัวครับ
ปล. ผมรักในหลวง
ในหลวงอารมณ์ขัน ดีจังเลยนะคะ :43:
:22:
อ้างอิงกษัตริย์ยอดกตัญญู
ลูกๆทุกคนก็ได้รู้กันแล้วว่า ความหวังของแม่ ที่มีต่อลูก 3 หวังคือ
ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ
ทีนี้มาดูตัวอย่างบ้างบุคคลที่เป็นยอดกตัญญู ที่ประทับใจอาจารย์มากที่สุด คือใคร ทราบไหม? คือคนในภาพนี้ในหลวงของเราในหลวงนอกจากจะเป็นยอดพระมหากษัตริย์ของโลก เป็น b>THE KING OF KINGS แล้วในหลวงของเรา ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วย
ความหวังของแม่ ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏับติได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดให้แก่พวกเรา ในหลวงทำกับแม่ยังไง ? ตามอาจารย์มา...อาจารย์จะฉายภาพให้เห็น
หวังที่ 1. ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ใครเคยเห็นภาพที่สมเด็จย่าเสด็จไปในที่ต่างๆแล้วมีในหลวงประคองเดินไปตลอดทาง เคยเห็นไหม? ใครเคยเห็นกรุณายกมือให้ดูหน่อย ขอบคุณ...เอามือลง
ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหนเนี่ย มีคนเยอะแยะ มีทหาร มีองครักษ์ มีพยาบาล ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงบอกว่าb> "ไม่ต้อง.... " คนนี้เป็นแม่เรา...เราประคองเอง ตอนเล็ก ๆแม่ประคองเราสอนเราเดินหัดให้เราเดิน เพราะฉะนั้นตอนนี้แม่แก่แล้ว เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่านไม่ต้องอายใครเป็นภาพที่ประทับใจมาก เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่ประคองแม่เดิน ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จสองข้างทาง ฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งนู้น8,000 คน ยกมือขึ้น...สาธุ แซ่ซ้อง สรรเสริญ "กษัตริย์ยอดกตัญญู..."
ในหลวงเดินประคองแม่ คนเห็นแล้วเขาประทับใจถ่ายรูปเอามาทำปฏิทินเอาไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงความเคารพกราบไหว้ ลองหันมาดูพวกเราส่วนใหญ่ เวลาออกไปไหนแต่งตัวโก้ ลูกชายแต่งตัวโก้ลูกสาวแต่งตัวสวย แต่เวลาเดินไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้ กลัวไม่สวย ข้าราชการแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ติดเหรียญตราเหรียญกล้าหาญเต็มหน้าอก แต่เวลาเดินไม่กล้าประคองแม่ กลัวไม่สง่า กลัวเสียศักดิ์ศรี ประคองแม่เป็นเรื่องของคนใช้ หลายคนให้ประคองแม่ไม่กล้าทำอาย เวลาทำดีไม่กล้าทำอาย เวลาทำชั่วกล้าไม่อายใครเห็นภาพนี้ที่ไหน กรุณาซื้อใส่กรอบ แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน เอาไว้สอนลูก เห็นภาพชัดเจนไหมครับ? เท่านั้น ยังน้อยไปมาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขาของสมเด็จย่ามาแถลงในที่ประชุมต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ก่อนสมเด็จย่าจะสิ้นพระชนม์ปีเศษ ตอนนั้นอายุ 93 ในหลวงเสด็จจากวังสวนจิตรไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน ไปทำไมครับ ไปกินข้าวกับแม่... ไปคุยกับแม่...ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง โฮ้โหขนาดนี้เชียวหรือในหลวงของเรา เสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่สัปดาห์ละกี่วัน ทราบไหมครับ พวกเราทราบไหมครับ สัปดาห์ละกี่วัน ? 5 วัน มีใครบ้างครับ ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่ สัปดาห์ละ 5 วัน หายาก
ในหลวง มีโครงการเป็นร้อยเป็นพันโครงการ มีเวลาไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน พวกเราซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก พลตรี อธิบดี ปลัดกระทรวง ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่บอกว่า งานยุ่ง แม่บอกว่าให้พาไปกินข้าวหน่อย บอกว่า ไม่มีเวลาจะไปตีกอล์ฟ ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ เห็นตัวเองหรือยังพ่อแม่พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ฝนตก น้ำเซาะ อีกไม่นานโค่น พอถึงวันนั้นเราก็ไม่มีแม่ให้กราบแล้ว ในหลวงจึงตัดสินพระทัย... ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน เมื่อ ตอนที่สมเด็จย่าอายุ 93 สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน อีก 2 วัน ไปไหนครับ ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรี บอกว่าในหลวงถือศีล 8 วันพระ ถือศีล 8 นี่ยังไง ต้องงดข้าวเย็นเลยไม่ได้ไปหาแม่วันนี้เพราะ ถือศีล อีกวันหนึ่งที่เหลืออาจจะกินข้าวกับพระราชินีกับคนใกล้ชิด แต่ 5 วันให้แม่ เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม
ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ๆหน่อย ไปดูตอนกินข้าว ทุกครั้งที่ในหลวงไปหาสมเด็จย่า ในหลวงต้องเข้าไปกราบที่ตัก แล้วสมเด็จย่าก็จะดึงตัวในหลวงเข้ามากอด กอดเสร็จก็หอมแก้ม ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงบ้าง ภาพนี้ถ้าใครมีต้องเอาไปใส่กรอบ เป็นภาพความรักของแม่ที่มีต่อลูกอย่างยอดเยี่ยม ตอนสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวง อาจารย์คิดว่าแก้มในหลวงคงไม่หอมเท่าไร เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม แต่ทำไมสมเด็จย่าหอมแล้วชื่นใจ เพราะท่านได้กลิ่นหอมจากหัวใจในหลวง หอมกลิ่นกตัญญูไม่นึกเลยว่าลูกคนนี้ จะกตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่มากขนาดนี้ ตัวแม่เองคือ สมเด็จย่าไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดาสามัญชน เป็นเด็กหญิงสังวาลย์ เกิดหลังวัดอนงค์เหมือนเด็กหญิงทั่วไปเหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้ ในหลวงหน่ะเกิดมาเป็นพระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้าปัจจุบันเป็นกษัตริย์ เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว แต่ในหลวงที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินก้มลงกราบคนธรรมดาที่เป็นแม่ หัวใจลูกที่เคารพแม่กตัญญูกับแม่อย่างนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว
คนบางคนพอเป็นใหญ่เป็นโต ไม่กล้าไหว้แม่ เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำเป็นชาวนา เป็นลูกจ้าง ไม่เคารพแม่ดูถูกแม่ แต่นี่ในหลวง เทิดแม่ไว้เหนือหัว นี่แหละครับความหอม นี่คือเหตุที่สมเด็จย่าหอมแก้มในหลวงทุกครั้ง ท่านหอมความดี หอมคุณธรรม หอมกตัญญูของในหลวง หอมแก้มเสร็จแล้วก็ร่วมโต๊ะเสวย
ตอนกินข้าวนี่ปกติแค่เห็นลูกมาเยี่ยมก็ชื่นใจแล้ว นี่ลูกมากินข้าวด้วยโอยยิ่งปลื้มใจ แม่ทั้งหลายลองคิดดูซิ อะไรอร่อยๆในหลวงจะตักใส่ช้อนแม่ อันนี้อร่อยแม่ลองทาน รู้ว่าแม่ชอบทานผัก หยิบผักมาม้วนๆใส่ช้อนแม่ เอ้าแม่ แม่ทานซะของที่แม่ชอบ แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 4 คำ ก็เจริญอาหารกินได้เยอะ เพราะมีความสุข ที่ได้กินข้าวกับลูก มีความสุขที่ลูกดูแลเอาใจใส่กินข้าวเสร็จแล้ว ก็มานั่งคุยกับแม่ ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไงทราบ ไหม
ตอนในหลวงเล็กๆแม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ "อยากฟังแม่สอนอีก" เป็นยังไงบ้างเป็นกษัตริย์ปกครองประเทศอยากฟังแม่สอนอีกพวกเรา เป็นยังไงเราคิดว่า เรารู้มาก เราเรียนสูงเรามีปริญญาแม่จบป.4 เวลาแม่สอนตะคอกแม่ตวาดแม่กระทืบเท้าใส่แม่ เบื่อจากตายอยู่แล้ว รำคาญ พูดจาซ้ำซาก เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที เราเหยียบย่ำหัวใจแม่ พอสมเด็จย่าสอนในหลวงจะเอากระดาษมาจด มีอยู่เรื่องหนึ่งที่จำได้แม่นสมเด็จย่าเล่าว่า ตอนเรียนหนังสือที่ Swiss ในหลวงยังเล็กอยู่เข้ามาบอกว่าอยากได้รถจักรยาน เพื่อน ๆ เขามีจักรยานกัน แม่บอกว่าลูกอยากได้จักรยานลูกก็เก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ เก็บมาหยอดกระปุกวันละเหรียญ สองเหรียญ พอได้มากพอก็เอาไปซื้อจักรยานนี่คือสิ่งที่แม่สอน แม่สอนอะไร ทราบไหมครับ
ถ้าเป็นพ่อแม่บางคนพอลูกขอรีบกดปุ่ม ATM ให้เลย ประเคนให้เลย ลูกก็ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย เหลิงและหลงตัวเอง พอโตขี้นขับรถเบนซ์ชนตำรวจก็ได้ยิงตำรวจยังได้ เพราะหลงตัวเองพ่อตนใหญ่ เห็นไหม.....? ตามใจเทิดทูน จนเสียคนแต่สมเด็จย่านี่เป็นยอดคุณแม่สร้างคุณธรรมให้แก่ลูก ลูกอยากได้ลูกต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้ไปหย่อนกระปุก
แม่สอน 2 เรื่อง คือให้ประหยัด ให้ยืนอยู่บนขาของตัวเอง "ความประหยัด เป็นสมบัติของเศรษฐี" ใครสอนลูกให้ประหยัดได้ คนนั้นกำลังมอบความเป็นเศรษฐีให้แก่ลูก พอถึงวันปีใหม่สมเด็จย่าก็บอกว่า "ปีใหม่แล้ว เราไปซื้อจักรยานกัน " เอ้า! แคะกระปุกดูซิว่ามีเงินเท่าไร เสร็จแล้วสมเด็จย่าก็แถมให้ ส่วนที่แถมนะมากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก มีเมตตาให้เงินลูก ให้ไม่ได้ให้เปล่าสอนลูกด้วยสอนให้ประหยัด สอนว่าอยากได้อะไรต้องเริ่มจากตัวเรา คำสอนนั้นติดตัวในหลวงมาจนทุกวันนี้เขาบอกว่าในสวนจิตรเนี่ยคนที่ประหยัดที่สุดคือ ในหลวง ประหยัดที่สุดทั้งน้ำ ทั้งไฟ เรื่องฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยไม่มี เป็นอันว่าภาพนี้ชัดเจน
หวังที่ 2. ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
ดูว่าในหลวงทำกับแม่ยังไง? สมเด็จย่าประชวรอยู่ทีโรงพยาบาลศิริราช ในหลวงไปเยี่ยมตอนไหนครับ ไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษ ๆ จีงเสด็จกลับ ไปเฝ้าแม่วันละหลายชั่วโมง แม่พอเห็นลูกมาเยี่ยมก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว ทีมแพทย์ที่รักษาสมเด็จย่าเห็นในหลวงมาเยี่ยมมาประทับก็ต้องฟิตตามไปด้วย ต้องปรึกษาหารือกันตลอดว่าจะให้ยายังไง จะเปลี่ยนยาไหม จะปรับปรุงการรักษายังไง ให้ดีขึ้น ทำให้สมเด็จย่าได้รับการดูแลที่ดีขึ้น เห็นภาพไหม กลางคืน... ในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่าคืนละหลายชั่วโมงไปให้ความอบอุ่นทุกคืนลองหันมาดูตัวเราเองซิ ตอนพ่อแม่ป่วยโผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง ถามว่าตอนนี้อาการเป็นยังไง? พ่อแม่ยังไม่ทันตอบเลย
ฉันมีธุระงานยุ่งต้องไปแล้ว โผล่หน้าไปให้เห็นพอแค่เป็นมารยาทแล้วก็กลับ เราไม่ได้ไปเพราะความกตัญญู เราไม่ได้ไปเพื่อทดแทนพระคุณท่านน่าอายไหม ในหลวงเสด็จไปประทับกับแม่ ตอนแม่ป่วยปทุกวันไปให้ความอบอุ่นประทับอยู่วันละหลายชั่วโมงนี่คือสิ่งที่ในหลวงทำ
คราวหนึ่งในหลวงป่วยสมเด็จย่าก็ป่วยไปอยู่ศิริราชด้วยกัน อยู่คนละมุมตึก ตอนเช้าในหลวงเปิดประตู....แอ๊ด...ออกมา พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่าออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี ในหลวงพอเห็นแม่รีบออกจากห้องมาแย่งพยาบาลเข็นรถ มหาดเล็กกราบทูลว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องเข็นมีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว ในหลวงมีรับสั่งว่า แม่ของเราทำไมต้องให้คนอื่นเข็นเราเข็นเองได้นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดินเป็นกษัตริย์ยังมาเดินเข็นรถให้แม่ ยังมาป้อนข้าวป้อนน้ำให้แม่ ป้อนยาให้แม่ ให้ความอบอุ่นแก่แม่เลี้ยงหัวใจแม่ ยอดเยี่ยมจริง ๆ เห็นภาพนี้แล้วซาบซึ้งมาตามดูต่อ.....
หวังที่ 3. เมื่อถึงยามต้องตายวายชีวา หวังลูกช่วยปิดตา
เมื่อสิ้นใจ วันนั้นในหลวงเฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืนจับมือแม่ กอดแม่ ปรนนิบัติแม่ จนกระทั่ง "แม่หลับ..." จึงเสด็จกลับ พอไปถึงวังเขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ในหลวงรีบเสด็จกลับไปศิริราชเห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง ในหลวงทำยังไงครับ ในหลวงตรงเข้าไปคุกเข่ากราบลงที่หน้าอกแม่ พระพักตร์ในหลวงตรงกับหัวใจแม่ "ขอหอมหัวใจแม่...เป็นครั้งสุดท้าย......" ซบหน้านิ่งอยู่นานแล้วค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้น น้ำพระเนตรไหลนอง
ต่อไปนี้จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว เอามือกุมมือแม่ไว้ มือนิ่มๆทีไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูกจนได้เป็นกษัตริย์ เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง ชีวิตลูกแม่ปั้น มองเห็นหวีปักอยู่ที่ผมแม่ ในหลวงจับหวีค่อยๆหวีผมให้แม่... หวี...หวี...หวี.... หวี...ให้แม่สวยที่สุด แต่งตัวให้แม่ให้แม่สวยที่สุด
ในวันสุดท้ายของแม่เป็นภาพที่ประทับใจอาจารย์ที่สุด เป็นสุดยอดของลูกกตัญญูหาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว" กษัตริย์ยอดกตัญญู"
"ขอพระองค์ทรงพระเจิญยิ่งยืนนาน"
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ที่มา : คัดลอกมาจาก หนังสือ เรื่อง หยุดความชั่วที่ไล่ล่าตัวคุณ ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ
ก๊อปมาจาก http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3983959/A3983959.html
ในหลวงประหยัดจริง ๆ
อยากทำได้มั้ง
ว่าแต่ว่าอยากเห็นรูป PCT รุ่น ของในหลวงอ่า
ไม่เคยเห็น ไม่รู้เกิดทันอะป่าว
ใครมีช่วยโพสหน่อยนะจ๊ะ~ :22: