ตอนนี้หนูอายุ 17 ( ช่วงอายุกะลังย่อนยาน ) และขึ้นปี 2
แล้ว...หนูต้องไปเป็นพี่ว๊ากอ่ะ :08:
กว่าจะ 18 ขวบก็ปาเข้าไปสิ้นปี
แล้ว น้องๆ ( ทางคุณวุฒิ ) ปีนี้อ่ะ บางคนก็เกิด 29 หลายๆ คนเกิด 30 ( 28 ยังมี!!! :07: ไม่ได้ซิ่วมาด้วย )
ซึ่งหนู เกิด 31 อ๊ะ :08:
เครียดอ๊า~ น้องๆ แก่กว่าตูอีก
กว่าจะรุ่นเพื่อนตูก็ปาเข้าไปปี 3 แล้ว
แล้ว...ต้องไปว๊ากมันอีก :05:
เป็นพี่ว๊ากไม่พอ ยังเป็นหนอนอีกแน่ะ :08:
ฮึกๆ จะปมั้ยเนี่ย :07:
แล้วจะไปว๊ากเขาทำไมหละครับ :09:
เทศกาลรับน้องจะมาอีกแล้ว เห็นมาหลายปี รู้สึกว่า หลังๆมานี่มันดู Fake ไงไม่รู้ ถ้าอยากให้รุ่นพี่รุ่นน้องกลมเกลียวกัน ลองวิธีอื่นๆดูมั่งมั้ย มีอีกตั้งหลายวิธีที่น่ารักๆ
บาป และอุบาทว์ นี่มันปี 2549 แล้วนะ
หาเรื่องอะไรที่มันจรรโลงใจมาทำดีกว่า การว๊าก ส่วนเรื่องอื่น ๆ ของการรับน้องก็โอเคนะ
เป็นรุ่นพี่เองนี่ครับ ทำไมไม่เปลี่ยนวิธีรับน้องซะล่ะครับ :45:
การว้ากของสถาบันคุณๆ มันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอครับ?
ทำไมของคณะผมมันโอเคนะ ทั้งน้องทั้งพี่รู้สึกดีหมดเลย
อย่าสนใจเรื่องอายุครับ
พอเข้ามหาลัยแล้วเลิกถือเรื่องความต่างของวัยไปได้เลย
เพราะทุกวันนี้ก็เล่นหัวกะเพื่อนที่อายุมากกว่ากันตั้ง 4-5 ปี ด่าพ่อมันได้เป็นปกติ
เย้ๆๆ ... จันทร์หน้ารับน้อง ม.4 :04:
เกมวัดดวงงงงง ฮวงงงงง ฮวงงง
1.ใครใส่เสื้อเบอร์ S ตกรอบ :25:
2.ใครเอาเสื้อใส่ในกางเกง ตกรอบ :25:
3.ใครมัดโบ ตกรอบ :25:
4.ใครเป็นผู้หญิง ตกรอบ :25:
:04: :04: :04: :10: :10: :10:
แค่ว๊าก ไม่บาปหรอก ไม่ได้ไปฆ่าหรือไปด่าบุพการีเค้านิ่ .. :42:
เห็นด้วยกับพี่แอนนะค่ะ รับน้องกันสนุกๆค่ะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่าไปสนเรี่องอายุเลยค่ะ :30:
อ้างคำพูดจาก: ลั่นระทมมาก เมื่อ 24 พ.ค. 2006, 21:37 น.
เย้ๆๆ ... จันทร์หน้ารับน้อง ม.4 :04:
เกมวัดดวงงงงง ฮวงงงงง ฮวงงง
1.ใครใส่เสื้อเบอร์ S ตกรอบ :25:
2.ใครเอาเสื้อใส่ในกางเกง ตกรอบ :25:
3.ใครมัดโบ ตกรอบ :25:
4.ใครเป็นผู้หญิง ตกรอบ :25:
:04: :04: :04: :10: :10: :10:
เอาข้อ 4 ซะทีเดียวเลย ไม่ดีกว่าเหรอคะ .. :30:
:30:
งั้นผู้หญิงอย่าเล่นเลยค่ะ :42:
คือเวลารับน้อง เค้าไม่ดูปีเกิดหรอกค่ะ . . . :42:
อย่างที่นี่ ม.เกษตร ศรีราชา เวลารับน้อง ก็จะบอกว่า เราอยู่กันเป็นรุ่น :17:
แล้วบางทีคนที่เกิดก่อนบางคน มันยังหน้าเด็กกว่าด้วยซ้ำ เหอเหอ :31:
ดูเป็นที่ๆ ดูหลักการและเหตุผลและความเหมาะสม
เราไม่คิดว่าการว้ากทุกที่มันจะโอเค
อย่างปีที่แล้ว เรื่องนั้น มีคนถามความคิดเห็นเรื่องนี้หลายคน
เราไม่ตอบ ไม่พูดถึงเลย ถ้าพูด มันไม่ใช่ความคิดเห็นที่เป็นกลางแน่นอน
เพราะมันออกมาจากปากคนที่ได้รับแต่สิ่งดีๆจากระบบนี้ ไม่รู้ว่าที่อื่นเป็นยังไง
ไม่กล้าบอกว่ามันเหมาะสมแล้ว แต่สำหรับเรามันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเราตัวเราเลย
เรามีน้อง ที่กลายเป็นน้องจริงๆ มีพี่ที่เรานับเป็นพี่จริงๆ และอื่นๆอีกมากมาย
เพราะงั้น จึงไม่คิดแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ง่ะ :30:
(แล้วที่ว่ามานี่ล่ะวะ)
เอ๊ะ ทำไมพูดคล้ายๆพี่แอนเลย ไม่ได้ลอกนะ
ปล.เป็นครั้งแรกที่ความเห็นไม่เหมือนกับพี่แอ๊ะ
ลอก
คิดซะว่า ทำด้วยใจ และหน้าที่ของความเป็นรุ่นพี่สิคะ
ไม่มีปัญหาหรอกมั้ง
ได้ทำกิจกรรมร่วมกันนี่เจ๋งนะ สนิทกันดี
ดูปีที่แล้วดิ่ ไม่ได้รับน้อง แทบไม่รู้จักกันเลย :17:
// ปัจจุบันน้องบางคน ยังไม่รู้ว่าตูเป็นรุ่นพี่คณะมันเลย :05:
มันจะบาปยังไง :42:
ทำไปเถอะครับ พี่ว้ากหรือพี่ปลอบ หรือพี่แอบ ก็เป็นส่วนหนึ่งของรุ่นพี่ที่เสียสละมารับน้อง
คำว่ารับน้องในคณะผมคือสร้างความคุ้นเคยกันในเด็กใหม่ รุ่นพี่และอาจารย์
ให้รู้จักการสร้างสรรค์แก้ปัญหา แสดงความคิดเห็น
คือซ้อมที่จะเจอกับสถานการณ์จริง ในการเรียนการสอน(เจอจริงๆไม่ได้โม้) :42:
ใครที่ไม่เคยเข้ากิจกกรมรับน้อง ดูง้ายง่าย . . . :43:
ไม่มีคนจำมันได้หรอก :30:
รับน้องพอสนุกๆ ขำ ก็ OK นะครับ เอากันตามเกมส์ อย่าไปนอกเกมส์
ก็ไม่เห็นเป็นไร
นึกได้ ของคณะเราใครเคยดู โอ เนกาตีฟ รักออกแบบไม่ได้
ก็นั่นล่ะ ความสำคัญของมัน เป็นสาระสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิต
แต่วิธีการในหนังไม่ใช่นะ ไม่ตรงซะหลายส่วน เพราะมันไม่ได้รับอนุญาติให้เปิดเผย
แม้แต่กับผู้สร้างหนังนั่น (โดยพี่ต้อม ยุทธเลิศ เป็นหลักในเหตุการณ์ขัดแย้งนั่น)
ซึ่งก็ดีแล้ว หนังนะ ไม่ใช่สารคดี
เก้อเป็นคาทอลิกเหรอ
:33: ตอนปี 2 ได้รับน้องดีใจและตื่นเต้น 55 ตามหาน้องรหัส
ไม่ได้ทำไรหรอก ยืนทำหน้าเฉยๆ :43:
ก็นะเป็นสวัสดิการมาแจกน้ำ แจกขนม :21:
แต่ยังไม่ทันได้แจก เป็นลมซะก่อน :08:
คนอื่นเลยต้องมาแจกน้ำ และยาดมให้แทน // และเป็นทุกครั้งที่เข้าไปยืน :08:
จนรับน้องครั้งสุดท้าย อ.และรุ่นพี่กว่าสั่งบอกไม่ต้องให้มันเข้ามาหรอก :05: :05: :05:
กิจกรรมรับน้อง หรือว้ากน้อง
อยู่ที่ความตั้งใจ และ ความเข้าใจของรุ่นพี่ล้วนๆเลยนะ
ถ้ามันมาจากความหวังดี และผ่านกระบวนการคิดเป็นอย่างดี
มันจะออกมาดี
จริงๆนะ
:42:
เก้อเป็นคาทอลิกเหรอ
ไม่เคยทำตัวเป็นรุ่นพี่เลย ตอนเรียนไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย
แต่ตอนเป็นรุ่นน้องก็ไปรับน้องกับเขานะ สนุกดี สนิทกันเร็วดี แล้วก็ลืมๆ กันไป
ตอนเป็นรุ่นน้อง สนุกกับมันมาก จนลืมเรียน
ได้ F มา 2 ตัวในปีหนึ่ง (เป็น FF - หมาย่าง)
ตอนเป็นรุ่นพี่ สนุกกับมันมาก
แต่ก็เรียนไปด้วย เพรากลัวจะเรียนได้ไม่นาน
ได้ F มาตัวเดียว แสดงว่าพัฒนาขึ้น
พอเรียนปีสูงๆ เลยเพิ่มโควต้า ไปทำกิจกรรมกะมหาลัยอีกอย่าง
เลยน้องเต็มเลยทีนี้
จบมา ไม่ได้เอาวิชาที่เรียนมาใช้เลย
ใช้แต่วิชาที่ได้มาจากกิจกรรม
ไปเดินเล่น เจอเรื่องนี้
สรุปรายงานการเสวนา
"การรับน้องกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามรัฐธรรมนูญ"
วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2541
ณ ห้อง 211 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ใครสนใจตามไปอ่านตามลิงค์เอานะครับ
การรับน้อง (http://www.cadet.pca.ac.th/detail_know.asp?id=1)
ไม่บาปหรอกครับ
มาก่อนเป็นรุ่นพี่ มาทีหลังเป็นรุ่นน้อง
อายุไม่ต้องไปใส่ใจครับ
ใครจะว่าไงไม่รู้นะ..แต่ระบบโซตัสผมว่ามันก็ดีอ่ะ
อ้างคำพูดจาก: zigaratte เมื่อ 25 พ.ค. 2006, 02:31 น.
ไปเดินเล่น เจอเรื่องนี้
สรุปรายงานการเสวนา
"การรับน้องกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามรัฐธรรมนูญ"
วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2541
ณ ห้อง 211 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ใครสนใจตามไปอ่านตามลิงค์เอานะครับ
การรับน้อง (http://www.cadet.pca.ac.th/detail_know.asp?id=1)
เชิญไปฟังนะครับ ของดีๆ :22: คาดว่าคนเสวนาคืออ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ด้วยใช่มั้ยครับ
ถ้าอ.คนนี้เสวนา รับรองว่าคงจะได้คิดว่ารับน้องยังไงให้มันพอดี
เพราะอ.ท่านนี้ก็แฟนพันธุ์แท้งานรับน้องเหมือนกัน
มองจุดมุ่งหมายให้ชัดค่ะ หลังจากนั้นก็หาวิธีการที่ทำให้จุดมุ่งหมายนั้นเป็นจริงได้
แต่ต้องอย่าลืมว่า ปัญญาชนควรคิดอะไรที่สร้างสรรค์ค่ะ
โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่ามีวิธีการที่สร้างสรรค์กว่าการว้ากค่ะ
ชอบการรับน้องนะ
มันมากโดยเฉพาะตอนอยู่ปี 2
ตอนจะมีน้องรหัสตื่นเต้นมากเลย
รับน้องไม่เห็นจำเป็นต้องว้ากครับ แต่ถ้าคุณมีหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาแล้ว เพื่อส่วนรวมก็ทำให้ดีที่สุดครับ จะอ่อนกว่า แก่กว่า หน้าที่คือหน้าที่ครับ พวกเขาเข้ามาด้วยความสมัครใจจะเจอกับอะไรเขาก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของตัวเองครับ :01:
ไม่แปลกนะที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันกับเก้อ ผมไม่ใช่พวกต่อต้านการรับน้อง กลับกันผมสนับสนุนและชื่นชมกิจกรรมรับน้องอย่างมาก แต่ที่ไม่เห็นด้วยคือกิจกรรมการว๊าก ที่มันน่าจะเปลี่ยนได้แล้ว
ถ้าเราตั้งจุดประสงค์การรับน้องมาสักอย่างเช่น ต้องการให้น้องรู้จักกันมีความสามัคคี และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีความเสียสละต่อส่วนรวม วิธีการไปให้ถึงจุดประสงค์มันมีเยอะเยอะมากมาย เห็นด้วยกับพีนัท
ถ้าถามว่าว๊ากไปเพื่ออะไร จุดประสงค์ที่เห็นชัดคือการสร้างความกดดัน เพื่อผลอย่างใดอย่างหนึ่ง และส่วนใหญ่ทำตาม ๆ กันมา ไม่ได้คิดอะไรที่สร้างสรรค์ มันเลยมีปัญหาเกิดขึ้นทุก ๆ ปีเพราะความผิดเพี้ยนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
สรุป สนับสนุนการรับน้อง และกิจกรรมทั้งหลายในมหาวิทยาลัย แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการในปัจจุบัน สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ความคิดที่เปลี่ยนไป ถ้ายังต้องการรักษาประเพณีที่ดีงาม วิธีการจำเป็นต้องปรับปรุง ดังนั้นการว๊ากในมุมมองผมจึงเป็นเรื่องล้าสมัย
ที่ต้องว๊ากเนี่ย เพราะว่ารุ่นน้องปีนี้แรงมากๆ เลยค่ะ
เดินผ่านยังมองหน้ายังกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เล่นเอารุ่นพี่หลายๆ คนสยองไปเลย
แล้วก็ตอนเย็นๆ ก็ไปกินเหล้ากินเบียร์กัน
เห็นแล้วหดหู่ค่ะ
อาจารย์หลายๆ คนเลยฝากมาให้ว๊ากรุ่นน้องปีนี้
เพราะไม่มีสัมมาคารวะกันเลย
ป.ล.เกษตรศรีราชากว้างมากเลยล่ะ กว่าจะเดินเข้าตึกเรียนนี้ยากมาก ( เด็กชลบุรี แต่ดันเรียนภูเก็ต )
อ้าวเกษตรศรีราชา ก็พวกเดียวกับไอ้โตกับเฟิร์นล่ะสิ :42:
บอร์ดนี้เด็กชลบุรีเยอะเหมือนกันนะ เคยเป็นเด็กนาจอมเทียนอยู่พักนึงเหมือนกัน :43:
ตอนมาภูเก็ตแรกๆ คำถามยอดฮิตของเพื่อนคือ " จริงหรือที่เมืองชลุรีเป็นเมืองเจ้าพ่อ :08: "
คือ...ไม่รู้สินะคะ แต่ก็เห็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นลงข่าวฆาตกรรมกันทุกวันเลย ... น่ากลัวอ่ะ
เป็นเด็กศรีราชาค่ะ :22:
ยิ่งรุ่นน้องแก่กว่า ล่ะชอบเลย
แกล้งมัน :30: :30:
ปรึกษากับอาจารย์ให้อาจารย์เล่นด้วยสิ สนุกออก
ถ้ารับน้อง เอาคำว่าแกล้งมัน หรือ แก้แค้นมัน ออกไปจะดีมากครับ
ใช่ค่ะ สภาพสังคมเปลี่ยนไป เปลี่ยนทั้งคนและสังคม
การที่รุ่นพี่เอาโครงการเดิมๆ วิธีการเดิมๆ บางอย่างมาใช้
จึงไม่ก่อเกิดประโยชน์ค่ะ ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมการใช้ของเดิมของรุ่นพี่ค่ะ
จบจากบางแสน ชลบุรีค่ะ
เมืองเจ้าพ่อที่กำลังโดนการเมืองเล่นค่ะ
เห็นด้วยกับคุณชายค่ะ แกล้งมัน ต้องเอาคำนี้ออกไปจากความคิดรุ่นพี่
แล้วเอาจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการรับน้องมาแทนค่ะ
อ้างคำพูดจาก: Furozang เมื่อ 25 พ.ค. 2006, 11:13 น.
ที่ต้องว๊ากเนี่ย เพราะว่ารุ่นน้องปีนี้แรงมากๆ เลยค่ะ
เดินผ่านยังมองหน้ายังกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เล่นเอารุ่นพี่หลายๆ คนสยองไปเลย
แล้วก็ตอนเย็นๆ ก็ไปกินเหล้ากินเบียร์กัน
เห็นแล้วหดหู่ค่ะ
อาจารย์หลายๆ คนเลยฝากมาให้ว๊ากรุ่นน้องปีนี้
เพราะไม่มีสัมมาคารวะกันเลย
ป.ล.เกษตรศรีราชากว้างมากเลยล่ะ กว่าจะเดินเข้าตึกเรียนนี้ยากมาก ( เด็กชลบุรี แต่ดันเรียนภูเก็ต )
ถ้าตีโจทย์ผิด วิธีการก็ผิด ถ้าวิธีผิด ผลก็ไม่ถูกต้อง
ผมไปเจอกระทู้นี้ในพันทิพ น่าสนใจดี และคิดว่าตรงกับแนวคิดที่ใช้อยู่
อ้างอิง
ข้อแตกต่างระหว่างการคิดแบบ Focus ที่ปัญหา และ Focus ที่ทางออก
http://www.pantip.com/cafe/silom/topic/B4398877/B4398877.html
จากคุณ : สาวช่างถาม
เรื่องที่ 1 เมื่อองค์การนาซ่าได้เริ่มปล่อยจรวดเพื่อการสำรวจอวกาศ พวกเขาพบว่า ปากกาไม่สามารถ เขียนได้ที่แรงโน้มถ่วงของโลกเท่ากับ 0 น้ำหมึกไม่สามารถไหลออกมาที่กระดาษที่ต้องการเขียนได้ การแก้ปัญหานี้ได้ใช้เวลาราว 10 ปีและได้ใช้เงินมูลค่า 12 ล้านดอลล่าห์(480 ล้านบาท) พวกเขาได้สร้างปากกาที่สามารถใช้งานได้ที่แรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์เขียนแบบ หรือเขียนที่ใต้น้ำได้สามารถเขียนได้ไม่ว่าสภาพผิวเป็นเช่นไร รวมทั้ง ผิว crystal และที่อุณหภูมิช่วงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งจนถึงที่มากกว่า 300 องศาเซลเซียล ได้ ด้วยปัญหาแบบเดียวกัน ทางรัสเซีย ใช้ดินสอเขียนแทน ครับ
เรื่องที่ 2 หนึ่งในเรื่องที่นิยมใช้ในการสอนที่ประเทศญี่ปุ่นได้แก่เรื่องของการเกิดปัญหาที่ว่าสบู่ที่ลูกค้าซื้อไม่มีสบู่มาด้วย คือได้แต่กล่องเปล่าๆมา เรื่องนี้มาจาก บริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตเครื่องสำอางของญี่ปุ่น ได้รับการร้องเรียนจากทางลูกค้าถึงปัญหาดังกล่าว ทาง ด้านวิศวกรที่รับผิดชอบ ได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเครื่อง X-ray เพื่อการตรวจดูว่าภายในของกล่องสบู่มี สบู่หรือไม่และเพื่อการนี้ก็ได้ให้คน 2 คนคอยเฝ้าที่จอเพื่อดูให้แน่ใจได้ว่าไม่มีการหลุดของกล่องที่ไม่ได้บรรจุ สบู่ไป แน่นอนว่าคน 2 คนที่ดูจอมอนิเตอร์คงไม่สนุกในการทำงานนี้เท่าไหร่...........................
ด้วยปัญหาเดียวกัน พนักงานหน้างานที่บริษัทเล็กแห่งหนึ่ง เขาไม่ได้แก้ปัญหาโดยการสร้างเครื่อง X-ray แต่สิ่งที่เขาทำได้แก่ การไปซื้อพัดลมที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม แล้วนำมาเป่าที่รางสายพานขณะที่กล่อง สบู่วิ่งผ่าน กล่องที่ไม่ได้บรรจุสบู่เมื่อถูกลมก็จะปลิวออกนอกสายพานลำเลียงเอง............
ม.อ.ภูเก็ตรับน้องด้วยความรักอยู่แล้วค่ะ :22:
แต่โดนรุ่นน้องเรียกชื่อนำหน้าด้วย "ไอ้" มันตะหงิดๆ ใจอย่างบอกไม่ถูกน่ะค่ะ
รุ่นน้องบางคนก็น่ารัก ยิ่งผู้ชายล่ะก็โดนเพื่อนจับจองไปหมดแล้วล่ะค่ะ ( อ้าว? )
มีแค่บางกลุ่มเท่านั้นที่ชอบทำให้รุ่นพี่เป็นห่วง
เรารักเค้า เราห่วงเค้า เราเลยต้องว๊าก :06:
เราแค่อยากให้เค้ารู้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นมันผิด ( บางคนสูบบุหรี่ด้วย ฮือ :05: )
ส่วนเพิ่มเติม คือว่า...รุ่นน้องพวกนี้นั้น พูดกันดีๆ เค้าไม่ค่อยฟังเราเท่าไหร่หรอกค่ะ
ที่ม.อ.ภูเก็ตนี่ รุ่นน้แงบางคนกลับตัวเป็นคนดีของสังคมได้เพราะการว๊าก ( ไม่รู้ทำไม )
แล้วกิจกรรมสันทนาการที่ไปร้องเพลงและเต้นเย้วๆๆ หนูก็เสนอให้เค้าปรับปรุงเป็นการดูแลมหาวิลัยดีกว่า
โดยการเก็บขยะ , ทาสีใหม่ , ดูแลพื้นที่ต่างๆ ภายในมหาลัย
เพราะ 4 - 5 วันมานี่เกิดพายุที่ภูเก็ตค่ะ :05: ( ฝ้าเพดานห้องหนูยังร้าวเลย )
ต้นไม้ก็ล้ม แถมอาคารเรียนเสียหายบางส่วน
อาจารย์บางท่านยังบอกกับหนูว่าไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว อาจารย์เลยฝากมาให้ดูแลน่ะค่ะ ขนาดพูดกับอาจารย์ยังไม่มีสัมมาคารวะ
รักรุ่นน้อง แต่ไม่รู้จะทำยังไงให้เค้าเป็นคนดี :05:
ทางออกมันต้องมีครับ ถ้าไม่เลือกทางตันเสียก่อน :22:
เด็กแบบนี้ บางทีต้องใช้วิธีให้เค้าสอนคนอื่นอ่ะค่ะ
เอารุ่นน้องพวกนี้ไปทำงานกับเด็กๆ ที่นิสัยเหมือนๆ เค้า
แล้วตั้งให้เค้าเป็นหัวหน้า หรือรับงานดูแล รับผิดชอบงานนี้ไปเลย
โดยรุ่นพี่ก็คอยเป็นทีมที่ปรึกษาให้อีกทีอ่ะค่ะ
แบบเนี้ย เค้าจะรู้ว่า เค้าก็ต้องแก้ไขนิสัยของเด็กๆ ที่เค้าดูแลเหมือนกัน
แล้วเราก็มาสรุปอีกครั้งให้เห็นว่า เห็นมั้ยว่าการทำตัวแบบเนี้ย มันเป็นสิ่งไม่เหมาะสม
เหมือนให้เค้าเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเลยค่ะ
ไม่เคยอาจจะไม่เข้าใจครับ
แกล้งมัน แก้แค้นมัน หมายความว่ายังไง
แกล้งมัน แก้แค้นมัน
--ให้ออกไปรายงานตัว หน้าโรงอาหาร --ไปร้องเพลงคณะเรา ที่หน้าคณะอื่น
คุณกล้ามั้ยล่ะ ถ้าไม่กล้าแค่นี้ก็ไม่ต้องไปข้างนอกแล้วล่ะครับ
ทุกอย่างที่ให้ทำล้วนมีประโยชน์แฝงอยู่ครับ ไม่ได้ไร้สาระหรือมั่วจนทำให้กลัวการรับน้อง
มันขึ้นอยู่กับปัญญารุ่นพี่ที่ต้องการจะทำอะไรเพื่อน้อง
สำหรับความเข้าใจของผม แกล้งก็คือแกล้งครับ แก้แค้นก็คือแก้แค้น ไม่มีนัยยะเป็นอย่างอื่น ก็อาจจะเหมือนกับวัยรุ่นเรียกชู้ว่ากิ๊ก ในความเข้าใจของผมถึงจะเรียกยังไงมันก็คือชู้ครับ
ออ พอเข้าใจแล้วครับ :42:
อย่างที่บอก จะใช้คำยังไงก็แล้วแต่ จะเข้าใจยังไงก็ช่าง
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของรุ่นพี่นั่นล่ะครับ
อ้างคำพูดจาก: Furozang เมื่อ 25 พ.ค. 2006, 12:01 น.
ม.อ.ภูเก็ตรับน้องด้วยความรักอยู่แล้วค่ะ :22:
แต่โดนรุ่นน้องเรียกชื่อนำหน้าด้วย "ไอ้" มันตะหงิดๆ ใจอย่างบอกไม่ถูกน่ะค่ะ
รุ่นน้องบางคนก็น่ารัก ยิ่งผู้ชายล่ะก็โดนเพื่อนจับจองไปหมดแล้วล่ะค่ะ ( อ้าว? )
มีแค่บางกลุ่มเท่านั้นที่ชอบทำให้รุ่นพี่เป็นห่วง
เรารักเค้า เราห่วงเค้า เราเลยต้องว๊าก :06:
เราแค่อยากให้เค้ารู้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นมันผิด ( บางคนสูบบุหรี่ด้วย ฮือ :05: )
ส่วนเพิ่มเติม คือว่า...รุ่นน้องพวกนี้นั้น พูดกันดีๆ เค้าไม่ค่อยฟังเราเท่าไหร่หรอกค่ะ
ที่ม.อ.ภูเก็ตนี่ รุ่นน้แงบางคนกลับตัวเป็นคนดีของสังคมได้เพราะการว๊าก ( ไม่รู้ทำไม )
แล้วกิจกรรมสันทนาการที่ไปร้องเพลงและเต้นเย้วๆๆ หนูก็เสนอให้เค้าปรับปรุงเป็นการดูแลมหาวิลัยดีกว่า
โดยการเก็บขยะ , ทาสีใหม่ , ดูแลพื้นที่ต่างๆ ภายในมหาลัย
เพราะ 4 - 5 วันมานี่เกิดพายุที่ภูเก็ตค่ะ :05: ( ฝ้าเพดานห้องหนูยังร้าวเลย )
ต้นไม้ก็ล้ม แถมอาคารเรียนเสียหายบางส่วน
อาจารย์บางท่านยังบอกกับหนูว่าไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว อาจารย์เลยฝากมาให้ดูแลน่ะค่ะ ขนาดพูดกับอาจารย์ยังไม่มีสัมมาคารวะ
รักรุ่นน้อง แต่ไม่รู้จะทำยังไงให้เค้าเป็นคนดี :05:
อืม ว่าแล้วทำไมไอซ์มาบ่นใน จมล. ว่ารับน้องโหด :03:
ว๊าก
สนุกออก :22:
(นานาว่าคงไม่ขนาดนั้นมั้งคะเรื่องว๊าก เราไม่ได้อยากให้เราสะใจฝ่ายเดียวนี่ จริงๆนานาว่าการว๊ากมีอย่างอื่นแอบแฝงอยู่นะ หรือไม่ใช่ :09:)
( :42:ถ้าเค้าผ่านช่วงว๊ากไม่ได้ นานาก็ว่าเค้าคงเจอกับปัญหาต่างๆในโลกลำบากนะ)
ไม่รู้ดินะ อะไรแรงอะไรไม่แรงนานาว่าไม่มีตัววัดหรอก ใช้แค่ความรู้สึกก็พอแล้วมั้ง :09:
รับน้อง (+1)
ยังงี้สร้างสรรค์ไหมครับ :42:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 25 พ.ค. 2006, 18:20 น.
รับน้อง (+1)
ยังงี้สร้างสรรค์ไหมครับ :42:
:45: :45: :45: