คำถาม internet phone กับ VPN มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?
พรุ่งนี้สอบ ยังไม่เข้าใจเลย :42:
:05:
รอให้ อุ้ย! มาตอบนะครับ :42:
internet phone นี่หมายถึง voice over ip หรือเปล่า?
vpn ก็ virtual privet network ความสัมพันธ์น่าจะเป็นในเรืองของการทำงานกับรูปแบบเครือข่ายที่ใช้งานมั้ง
ไม่รู้ เดาเอา ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่อยากมีส่วนร่วม :44:
:44:
เท่าที่เข้าใจกับค้นคว้าเพิ่มเติมนะครับ
Internet Telephony หรือ VoIP (Voice over Internet Protocol) คือรูปแบบการส่งสัญญาณเสียงโดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต
VPN (Virtual Private Network) คือเครือข่ายการสื่อสารภายในองค์กรหนึ่งหรือระหว่างองค์กรจำนวนหนึ่ง ชุดข้อมูลที่ส่งถึงกันระหว่างหน่วยการสื่อสารจะถูกส่งผ่านเครือข่ายสาธารณะ เช่น อินเตอร์เน็ต เป็นต้น
ถ้าจะให้ตอบแบบตื้น ๆ ก็คือ ทั้งสองตัวใช้ IP Network ในการส่งข้อมูล (Data, Voice) เหมือนกัน
ถ้าอยากได้คะแนนมากกว่านั้นก็ต้องเสริมด้วยว่าด้วยความที่ใช้ IP เป็นรากฐานเหมือนกันจึงสามารถนำ VoIP มาประยุกต์ใช้กับ VPN ได้ โดยให้ VPN เป็นตัวกลางในการส่ง Voice
ตัวอย่าง
Nortel to let carriers put VoIP on a VPN (http://www.infoworld.com/article/03/02/18/HNNortel_1.html)
Build a Secure VoIP Virtual Private Network (http://www.transnexus.com/Solutions/Enterprise/Enterprise%20Solution.htm)
NETRAKE's VoIP VPN's (http://www.netrake.com/applications-vpns.htm)
คร่าว ๆ นะครับ ไม่รู้ตอบตรงประเด็นหรือเปล่า
:44:
ขอมั่วได้ป่ะ :35:
Internet phone กับ VPN สัมพันธ์กันในแง่การเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายเดียวกัน
ปกติ VPN จะใช้สำหรับการสร้างเครือข่ายซ้อนขึ้นมาบนอินเตอร์เน็ต โดยอาศัยการเข้าระหัสข้อมูล สร้างเป็นท่อเสมือนขึ้นมา เมื่อต้องส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่นบริษัทมี 10 สาขาทั่วโลก แต่ไม่ต้องการเชื่อมเครือข่ายกันโดยตรงเพราะค่าใช้จ่ายจะสูงมาก ก็ใช้วิธีให้แต่ละสาขาเชื่อมเข้าอินเตอร์เน็ตในแต่ละประเทศ ซึ่งค่าใช้จ่ายถูกกว่า แต่ปัญหาก็คือความปลอดภัย โอกาสที่จะโดนดักจับข้อมูลมีสูง VPN จึงเข้ามาช่วยในตรงนี้
หากพิจารณาโดยทั่วไป VPN เหมาะกับเครือข่ายที่ต้องการความปลอดภัย ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้งานโทรศัพท์เท่าไหร่ เพราะการเข้าระหัสข้อมูลย่อมทำให้ข้อมูลเกิดความล้าช้า แน่นอนมันส่งผลให้เสียงดีเลย์ไปด้วย แต่ถ้าเอามาประยุกต์ใช้ร่วมกันน่าจะมีประโยชน์ 2 อย่างคือ
1.การสร้าง VPN ขึ้นมาทำให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเสมือนอยู่บนเครือข่ายเดียวกัน ดังนั้นค่า Configuration ต่าง ๆ จะใช้ค่าเดิมไม่ว่าเชื่อมต่อมาจากที่ไหน พูดง่าย ๆ คือผู้ใช้ไม่ต้องยุ่งยาก และเมื่อเชื่อมต่อเข้ามาระบบก็จะรับรู้โดยอัตโนมัติ
2.ในแง่ความปลอดภัย จากการ sniff ข้อมูลเพื่อดักฟัง ถ้าบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสามารถที่จะดักข้อมูลเสียงที่อยู่ในรูป package ด้แต่ถ้า VPN นี่เลิกคิด เพราะข้อมูลเข้าระหัสอยู่
ลองดูก่อนถ้านึกออกจะมาแก้เพิ่ม :42:
//เพิ่มเติม
อืมมม คิด ๆ ดูน่าจะสัมพันธ์กันในแง่ที่อุ้ยว่านะ คือการใช้ประโยชน์ของเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว คืออินเตอร์เน็ต
Internet Phone ใช้ อินเตอร์เน็ตในการเชื่อมต่อโทรศัพท์
VPN ก็ใช้อินเตอร์เน็ตในการสร้างเครือข่ายส่วนตัวที่ปลอดภัย
+1 อุ้ยกับพี่แอ๊ะ :45:
เอ้ อุ้ย แอ๊ะ :11:
พี่โอ้เอ้ด้วยค่ะ :33:
:44:
:30:
งานนี้มีงอน
เดี๋ยวพอผลสอบออก ปามก็จะบอกว่า -100 :30: :30: :30:
เมื่อเช้าไปสอบมาแล้ว
ทีนี้ก็รอดูผลสอบค่ะ
:44:
แอน :23: