ฟอนต์ฟอรั่ม

F0NT Community (เก่า) => แตกฟอง => โพสต์ถูกเริ่มโดย: ยัง มี พุง เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:23 น.

ชื่อเรื่อง: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ยัง มี พุง เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:23 น.
เคยคิดกันเล่นๆมั้ยว่า ไอ้คำที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้

มันมีที่มาที่ไปยังไง?

เอาเท่าที่พอรู้แล้วกันเนอะ

คำที่ 1. ทุเรศ

(มาจากรายการ คุณพระช่วย 28/03/2006)

ช่วงสมัยที่พวกฝรั่งเพิ่งเข้ามาตั้งห้าง หรือบริษัทในเมืองไทย

รับคนไทยเข้ามาเป็นลูกจ้าง แต่ด้วยสันดานนิสัยของคนไทย (ไม่ทั้งหมด)

มักจะมาสาย ฝรั่งก็จะบอกว่า

"You are too late to work!" (เริ่มได้เค้าบ้างรึยัง?)

แต่พี่ไทยไม่ได้สำนึกเลย ยังคงสายต่อไป

โดนฝรั่งด่าบ่อยๆเข้า Too late, too late

กลายเป็นที่แพร่หลายไปทั่ว ด้วยนิสัยพี่ไทยอีกแล้วที่ชอบเพี้ยนเสียง

จาก Too late กลายเป็น ทุเรศ อย่างในปุจจุบัน

คำที่ 2. ดอกทอง(หยาบคายนิดนึง)

ที่มาไม่ได้ยากซับซ้อนเลย

บนลายของตัวเหี้ย (เหี้ยจริงๆไม่ได้มีความหมายโดยนัย)

จะมีลายสีเหลืองๆเป็นดอกๆ ที่เรียกกันว่า "ดอกทอง"

นั่นคือที่มา .. อ่ะรู้อย่างนี้แล้ว เวลาด่าใครจะรู้ต้นตอ :08:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:27 น.
 :45:  สาระ

เพิ่งรู้ว่ะค่ะ น้องตาล
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ยัง มี พุง เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:31 น.
งงดิ นานๆมีสาระซักที :02:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:33 น.
:26:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:35 น.
แล้วคำว่า อีเห็ดสดล่ะคะ  {หมีโหด}


ถ้าว่าอีเห็ดเหี่ยวก็ว่าไปอย่าง
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:38 น.
มันมาจาก หมีชอบแอบไปจิ๊กเห็ดสดจากฟาร์มไว้กินคนเดียว
พอชาวบ้านมาเจอ จึงด่าหมี และเรียกหมีว่า อีจิ๊กเห็ดสด
แต่มันยาวเกินไป จึงเพี้ยนมาเป็นคำว่าอีเห็ดสด
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: โก้ เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:38 น.
ชอบคำว่า อีจิีก
:30: :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: -->เอ็กซ์<-- เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:39 น.
เอ่อ...ขอโทษนะครับ คือ ผมรู้มาว่า(พ่อบอก) ที่มาของคำว่าดอกทองน่ะ มาจากตอนที่ ร.5 เสด็จไปเยี่ยมราษฎร แล้วก็ทอดพระเนตรเห็นผู้หญิงขายตัว แล้วหน้าบ้านก็มีต้นดอกทองอยู่ เลยเรียกว่าพวกดอกทองครับ ไม่รู้ผมจำผิดรึเปล่าแต่เท่าที่รู้ก็เป็นแบบนี้ ไม่รู้ของใครถูกนะ....
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:51 น.
 :07:



เห็ดเหิดอะไรกัน
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: -->เอ็กซ์<-- เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 16:55 น.
เห็ดสดเค้าไว้ด่าหมีจริงหรอ?
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 17:03 น.
ไม่ใช่ย่ะ  :23:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: -->เอ็กซ์<-- เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 17:05 น.
ขอโทษอย่างแรงกล้าครับ(ที่ไปแทงใจดำเข้าให้ซะนี่)
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 17:11 น.
Too late  :02: ดีจัง  :45: เวลาแอบหลุดว่าใคร จะได้บอกว่าจริงๆมันไม่หยาบ



แต่ในใจก็ความหมายอีกอย่าง



:35:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: -->เอ็กซ์<-- เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 17:14 น.
อ้างคำพูดจาก: • L ii p z [ii] e z • เมื่อ 29 มี.ค. 2006, 17:11 น.
Too late :02: ดีจัง :45: เวลาแอบหลุดว่าใคร จะได้บอกว่าจริงๆมันไม่หยาบ



แต่ในใจก็ความหมายอีกอย่าง



:35:

ร้ายใช่ย่อยนะเนี่ย จุ๊ๆๆ
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 00:07 น.


เป็นคนหน้าไหว้ .. หลังก็ไหว้ค่ะ  :30:



ชอบเปลี่ยนวิกฤติเป็นวิกฤติ  :08:





ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 00:11 น.
จับกด



หึหึหึหึ  แบบนี้ใช่มั้ยคะไวน์  :26:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 00:11 น.
นึกถึงคำของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี

Tomorrow is ทุเรศ
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 00:17 น.
อย่างที่บอก  :26: .. พลิกวิกฤติเป็นวิกฤติกว่าด้วยการ...



นอนรอ...




( ชอบทำให้บ้าจี้ คิมุจิ๊ เรื่อย..  :05: )
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ♣♣ ป o u ด์ จ้ ๅ ♣♣ เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 02:22 น.
เห็ดสด ที่เขาเอามาด่ากัน
เพราะว่าเห็ดมันหน้าตาคล้าย ๆ อวัยวะสืบพันธุ์เพศชายหรือเปล่าคะ
เพื่อนเคยบอกมาประมาณนี้ แต่ก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่

ดูภาพเห็ดประกอบ...
http://www.mushroom-directory.com/img/mycodome.jpg
http://www.sinoantique.com/sinoantique/stone/stonemedium/stone%20mushroom.jpg
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: Rabbitinblack เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 07:12 น.
แล้วด่าว่าอีเห็ดสดเนี่ย ก็คืออี ... เหรอครับ
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 10:13 น.
คำว่าดอกทองดาได้ยินที่มาอีกแบบนึงอ่ะ
เหมือนว่าอ่านเจอในหนังสือ 108อะไรประมาณนั้น
บอกว่า สมัย ร.5 มีการค้าขายกับต่างประเทศ
แล้วก็มีการนำเข้าผ้าลายดอกสีทอง ซึ่งมีราคาแพงมาก
ดังนั้นพวกที่จะใส่ได้ก็มีแต่สาวๆในวัง
จึงเรียกสาวๆในวังว่า พวกคุณนายดอกทอง(ซึ่งเป็นคำชม)
แต่ต่อมา ได้มีการนำเข้ามากขึ้น ราคาก็ถูกลง
พวกหญิงขายบริการที่พอจะมีกำลังทรัพย์ก็สามารถซื้อหามาใส่ได้
และกลายเป็นที่นิยมของหญิงขายบริการพวกนี้
เพราะถือว่าเป็นการยกระดับตัวเองด้วย
แต่พอพวกผู้หญิงอย่างงั้นใส่กันมากๆ พวกในวังก็เลิกใส่
คำว่าดอกทอง ก็เลยกลายเป็นศัพท์สำหรับเรียกคนพวกนั้นแทน

(จำไม่ได้อ่ะค่ะว่าอ่านมาจากหนังสือเล่มไหน
แต่จำได้ว่าอ่านสมัยมัธยม ที่ดาทำงานในห้องสมุด
แล้วดาก็อู้งานมาอ่านหนังสือเล่น 55+)
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 10:20 น.
ตูเคยได้ยินมาอีกแบบ

ตอนนั้นเทพเจ้าอนูบิสปูริคุ่มบุกยึดอาณาจักรสปานิดุ้ม
เกิดมหาศึกสงครามใหญ่ มีเทพล้มตายนับแสนๆ องค์
จนในที่สุด เทพีสปัตต้ารินุ้ย ได้ออกมาชี้หน้าด่าเทพ (ชื่ออะไรวะ ลืม)
ว่า "อีดอกทอง"

สงครามนั้นเลยยุติ
และนิยมใช้คำนี้ด่ากันสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 10:35 น.
หมีทำสวนดอกไม้สีทองจึงเรียกว่า"คุณนายดอกทอง"หลังจากนั้นจึงนำมาเรียกคนที่หมีครับ
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 10:42 น.
ศิลปยืนยาว ชีวิตสั้น (Art Loga Vita Brevis)
ที่บ้านมีอยู่ในรูปอาจารย์ศิลป์ที่ตั้งไว้  อยากรู้ที่มา




ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 11:26 น.
เป็นภาษาอิตาลี แปลความหมายตรงตัวครับ
เป็นคำพูดหล่อๆ ของจานแกสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่
ที่ลูกศิษย์ลูกหายกให้เป็นประโยคทองคำในกาลต่อมาเอย
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 11:28 น.
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 10:42 น.
ศิลปยืนยาว ชีวิตสั้น (Art Loga Vita Brevis)
ที่บ้านมีอยู่ในรูปอาจารย์ศิลป์ที่ตั้งไว้  อยากรู้ที่มา






บอกให้ครับหมอ

ตอนนั้นเทพเจ้าอนูบิสปูริคุ่มบุกยึดอาณาจักรสปานิดุ้ม
เกิดมหาศึกสงครามใหญ่ มีเทพล้มตายนับแสนๆ องค์
จนในที่สุด เทพีสปัตต้ารินุ้ย ได้ออกมาชี้หน้าด่าเทพ (ชื่ออะไรวะ ลืม)
ว่า "ศิลปยืนยาว ชีวิตสั้น (Art Loga Vita Brevis)"

สงครามนั้นเลยยุติ
และนิยมใช้คำนั้นสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 11:35 น.
:05: ไอ้..
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ศจ.บิ๊ก ม. ยูชิเรี่ยน เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 14:02 น.
+1 กิ๊ง

ฮาว่ะ  :30: :30: :30:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 14:18 น.
จ่ายค่าลิขสิทธิ์ตูมา :07:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 14:25 น.
อย่าเป็นเล่นไป
ในตำนานกรีกโรมัน มีมหาสงครามที่ยุติการรบได้ด้วยการชี้หน้าด่ามาแล้ว
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: OoMBaa เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 15:21 น.
แล้วคำว่า อีหอยหลอดล่ะคะ ช่วยบอกความหมายที  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: มังกิ๊ง เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 20:36 น.
ตอนนั้นเทพเจ้าอนู....



ไม่ละ
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: PaiSk8ter เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 21:38 น.
ขอเสริมคุณตาลอีกคำนะ คำว่าโอเค  ได้ยินมาสองตำนานด้วยกัน  
1.ตำนานแรกขอแปะนะครับ

คำว่า O.K. มาจากคำเต็มว่า Oll Korrect ซึ่งที่ถูกต้องคือ All Correct ( แปลว่า ถูกต้อง ) มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจจาก พ่อค้าชาวอเมริกันคนหนึ่ง มีฐานะ ตำแหน่งหน้าที่การงานสูง แต่การศึกษาน้อย ทุกครั้งที่เขาสั่งงานลงในใบสั่ง ถ้างานชิ้นใดถูกต้อง ตกลง และอนุมัติ เขาจะ เขียนคำว่า Oll Korrect ลงในใบสั่งใบนั้นเสมอๆ ต่อมากิจการของพ่อค้าคนนี้ มีความเจริญก้าวหน้ามาก งานที่ติดต่อมาก็มีมากขึ้น ใบสั่งงานก็มีมากมายล้นโต๊ะ การที่เขาจะต้องเขียนคำ Oll Korrect ลงในใบสั่งทุกใบทำให้ต้องใช้เวลามาก เขาจึงย่อเหลือเพียงสั้นๆ คำ O.K. ซึ่งมีผล และความหมายเหมือนกัน คำว่า "อนุมัติ" นั่นเอง และก็เลยมีการใช้กัน อย่างแพร่หลาย ทั้งภาษาพูด และภาษาเขียน มากันจนปัจจุบันทั่วโลกทีเดียว.


2.ตำนานที่สอง  เคยได้ยินมาว่า
มีการเลือกตั้งครั้งนึง ของ อเมริกา  มีพรรคหนึ่งที่มีตัวย่อ ว่า O.K.แล้วพรรคนี้ก้อได้รับความนิยมมากในเมืองนั้น  แล้วมีอิทธิพลมาก  เพราะฉนั้นถ้าใครพูดถึงคำว่าโอเค ในเมืองนั้น  จะได้รับความเกรงใจอย่างมาก  จึงทำให้เป็นที่นิยมในเมืองนั้น และแพร่กระจายไปทั่วโลก ด้วยประการฉะนี้ครับทุกท่าน
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 30 มี.ค. 2006, 21:48 น.
กรุณาอย่าทำตัวอักษรหลายสีเลยครับ
ผมมองไม่เห็นทั้งสระบนล่าง-วรรณยุกต์
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ดาเฉยๆ เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 09:44 น.
ดาได้ยินแต่ตำนานอันแรก
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ความฝันกลางฤดูร้อน เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 10:38 น.
อีกตำนานนึง
แต่ก่อน มีน้ำอัดลม (น้ำมะเหน็ด) ขาย ต่อมามีพ่อค้าหัวใส ไม่อัดลม แต่ผสมรสชาติและกรดอะมิโน
เราเรียกมันว่า
อะมิโนโอเค
ต่อมาฮิตติดลมบน ก็เลยเรียกสั้นๆว่าOK
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: กอไผ่ เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 10:45 น.
สาระ!



มีสาระมากๆๆ :12: (ทำได้ไง)
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: หมีโหด* เมื่อ 31 มี.ค. 2006, 12:46 น.
หมีจริงๆ

มาจาก

มีคนๆนึง น่ารักน่าชังเหมือนหมี ซึ่งตุ๊กตาหมีเป็นที่รักของทุกๆคนนั่นเอง  {หมีโหด}


ขอถามอีกคำ คำว่า เด๊ดสะมอลเร่ (ที่แปลว่าตาย)

ไอ้คำว่า เด็ด (Death) ก็พอรู้คำแปลนะ
แต่คำว่า สะมอลเร่แปลว่าอะไร  :09:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: verywhale เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 23:18 น.
ดอก Forget-me-not

เขาว่าชื่อนี้หยิบยืมมาจากคำฝรั่งเศส Ne m'oubliez pas
ซึ่งแปลมาอีกทอดหนึ่งจากภาษาเยอรมัน Vergissmeinnicht
ตามตำนานเล่าว่า
ในยุคกลางมีอัศวินในชุดเกราะผู้หนึ่งเดินคลอเคลียกันมากับหญิงคนรักตามชายฝั่งแม่น้ำ
ระหว่างนั้นเขาเกิดสะดุดตากับดอกไม้สีสวยที่ขึ้นอยู่ริมน้ำ จึงก้มลงเด็ดเพื่อจะมอบให้หญิงคนรัก
แต่เผอิญว่าความหนักของชุดเกราะทำให้เขาพลาดพลั้งตกลงไปยังแม่น้ำ
ขณะกำลังจะจมน้ำนั่นเอง เขาพยายามยื่นดอกไม้ และตะโกนบอกหญิงคนรักว่า อย่าลืมฉัน
ดอกไม้นั้นเลยได้ชื่อว่า Forget-me-not นับแต่นั้น

จากคอลัมน์ Know What Know Why นิตยสารแพรว
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: verywhale เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 23:28 น.
เลี้ยงต้อย

ผู้ใหญ่ไม่ว่าป๋าหรือเจ๊นำเด็กชายมาเลี้ยงต้อย ก็หมายถึงว่า
นำเด็กเหล่านั้นมาเลี้ยงแต่เล็กแต่น้อย
เพื่อเด็กโตขึ้นจะได้จับร่วมเรียงเคียงหมอนเป็นสามีหรือรรยานั่นเอง
ต้อย โดยตัวคำแปลว่าตัวเล็กตัวน้อย
แต่การเลี้ยงต้อยมาจากการเลี้ยงต้อยไก่
ซึ่งก็คือการเลี้ยงลูกไก่ตัวจ้อยๆที่กำพร้าแม่ไก่ หรือแม่ไก่ทอดทิ้ง
ผู้เลี้ยงซึ่งสงสารไก่ต้อยจะคอยเอาใจใส่ดูแลประคบประหงมไก่ต้อย
ให้ข้าวให้น้ำ จับให้อยู่ในกลุ่ม ป้องกันไม่ให้ไก่ตัวโตอื่นๆมารังแกแย่งอาหารได้
เลี้ยงต้อยคนก็เหมือนเลี้ยงต้อยไก่ด้วยประการฉะนี้แล
ผิดกันตรงเจตนารมณ์สุดท้ายเท่านั้น

จากคอลัมน์ Know What Know Why นิตยสารแพรว
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 01 เม.ย. 2006, 23:40 น.

เลี้ยงต้อย :08:

แต่ว่ากันว่า กินเด็กมันเป็นยาอายุวัฒนะนะคะ แถมหน้าก็เอ๊าะลงด้วยค่ะ  :22:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: โค้ก เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 00:32 น.
แล้ว อุบาทว์ ล่ะครับมันมาจากไหน :09:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 11:47 น.
เกิดจากสาวเหนือคนนึง
อยู่ดีๆ ก็โดนหนุ่มใต้คนนึงขอตังค์กันหน้าด้านๆ

ไอ่ซ่าม : อุ๊ อุ๊ .. ขอตังค์บาท
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 11:50 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 11:47 น.
เกิดจากสาวเหนือคนนึง
อยู่ดีๆ ก็โดนหนุ่มใต้คนนึงขอตังค์กันหน้าด้านๆ

ไอ่ซ่าม : อุ๊ อุ๊ .. ขอตังค์บาท


:30: :12: :30: :12: :30: :12: :30: :12: :30: :12:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: มานี มีใจ เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 13:31 น.
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 11:47 น.
เกิดจากสาวเหนือคนนึง
อยู่ดีๆ ก็โดนหนุ่มใต้คนนึงขอตังค์กันหน้าด้านๆ

ไอ่ซ่าม : อุ๊ อุ๊ .. ขอตังค์บาท


:25: รู้ได้ไง

เคยได้ยินที่มาของคำว่า .... กุหลาบบ้างป่าว ...  :08:
อยากจะเล่าเหมือนกัน แต่ ...  :16: จับใจความไม่ถูก
รู้แต่ว่า ... พระเอกชื่อกุ  :44: ใครพอจะเล่าได้บ้าง
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: saa3 เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 13:58 น.
กุหลาบแว้วววว  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: หนูหรั่ง เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 14:03 น.
อยากรู้ว่าทำไมต้องเรียกโสเภณีกว่ากะหรี่?  :09:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: โค้ก เมื่อ 02 เม.ย. 2006, 20:32 น.
น่ากินมั้ง :38:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 08:14 น.
Let's fuck him together.
Let us fuck him to get her!
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: Pik-A-Boo เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 11:06 น.
แถวบ้านเราเรียกเพื่อนที่ขาวมากๆว่า"อีด่อน" คือว่า
ภาษาอีสาน "ด่อน"เค้าเอาไว้เรียกควายเผือกนะ
เรียกว่า"ควายด่อน" อิอิ ภาคอีสานคนขาวๆมีน้อย
เลยมีคนเหยียดสีผิว(ขาว)อยู่น่ะ อิอิ
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: หมีเล็ก เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 11:19 น.
อยากรู้ว่าทำไมต้องเรียกโสเภณีกว่ากะหรี่?  :09:


อาจเป็นเพราะแกงกะหรี่มันดูเละๆมั๊งคะ  :06:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: O.D.M. เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 11:59 น.
อ้างคำพูดจาก: หมีเล็ก เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 11:19 น.
อยากรู้ว่าทำไมต้องเรียกโสเภณีกว่ากะหรี่? :09:


อาจเป็นเพราะแกงกะหรี่มันดูเละๆมั๊งคะ :06:

:08:...เละยังไงอ่ะครับ...
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 12:09 น.
จริงๆ แล้วถามผิดนะ
ต้องถามว่า ทำไมเรียกกะหรี่ว่าโสเภณี

เพราะเมื่อร้อยปีก่อน
มีฝรั่งแก่ๆ มีอาชีพเป็นล่าม จะซื้อบริการกับหญิงไทย (ที่สมัยนั้นเขาเรียกกันว่ากะหรี่อยู่แล้ว)
มาถึงก็ชี้ตัวแล้วถามราคาเลย แต่หญิงนางนั้นไม่มีความรู้ภาษาฝรั่งเลย
ก็หันไปบอกแม่เล้าให้ช่วยเขียนราคาเป็นภาษาฝรั่งให้ที

แม่เล้าก็เขียนหวัดๆ มายื่นให้ดังภาพ

(http://img.f0nt.com/image/2424.jpeg)

พอกะหรี่นางนั้นยื่นให้ฝรั่ง
ลุงแกก็คิดว่าเลข 50 คือคำว่า SO
ก็เลยอ่านออกเสียงดังลั่นเลย ว่า อ๋อ... "โซ เพนนี"


ก็เลยเรียกกันตั้งแต่นั้นมา
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: Kums เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 12:14 น.
 :08: โอ้ มันเป็นมาแบบนี้  นี่เองงงงงงงงงงงงงงง~~~~งงงง~~~งงงง
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 13:19 น.
สมัยก่อนเขาไม่เขียนตัวพิมพ์ใหญ่น่ารักน่าชังแบบนั้นหรอกครับ
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 13:24 น.
:08: ก็บอกแล้วว่าแม้วที่ทำงานตูห่วย
(สังเกตจากการลากเส้นโค้งในภาพ 1 เส้นต้องกดตั้ง 7-8 ครั้ง)
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ♥ ชายเต่า ♥ เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 13:30 น.
เปลี่ยนเมาส์มา 6 ตัวแล้วยังหาดีๆไม่ได้เลย  :34:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 13:59 น.
 :25: :25:     

:45:




เพลงประกอบ : เชิญสดับ... → (http://www.upfile.us/getfile/file7/f8rxvenii.gif) (http://www.army2004.com/board/upload/index.php?act=ST&f=82&t=31318)


ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: wät เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 14:32 น.
 :08: เอ่อ
français
putain / prostituée
:08:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: |<3N เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 15:03 น.
จีน 妓女
ดัตช์ Prostituee
เยอรมัน Dirne - Prostituiertees
กรีก Πόρνη Pórnī
ญี่ปุ่น 売春
เกาหลี 매춘부 แมชุนบุ
รัสเซีย Проститутка Prostitutka
สเปน Puta
http://babelfish.altavista.com/
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: ส้ ม ♥ เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 17:52 น.
อ้างคำพูดจาก: • L ii p z [ii] e z • เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 13:59 น.

เพลงประกอบ : เชิญสดับ... → (http://www.upfile.us/getfile/file7/f8rxvenii.gif) (http://www.army2004.com/board/upload/index.php?act=ST&f=82&t=31318)




ว่าเพลงประกอบฟังแล้วอึ้งแล้วนะ   ไอ้ภาพยิ่งอึ้งกว่า.. :05:  ไม่มีลิ้งอื่นให้ฟังเพลงนี้แล้วใช่มั้ยคะ

แอบสะเทือนใจ  :08:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: • L ii p z ii e z • เมื่อ 03 เม.ย. 2006, 18:05 น.
:39:

:16:  ผิ ด ไ ป แ ล้ ว   :05:

ก็ ไ ม่ ไ ด้ เ ข้ า ไ ป ตั้ ง น า น แ ล้ ว อ้ ะ . .   :41:

ไ ม่ ไ ด้ ส น ใ จ จ ะ ล บ

อ ย่ า ใ ส่ ใ จ . . ที่ รั ก  :19:  


:08:
ชื่อเรื่อง: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 08 มิ.ย. 2007, 18:51 น.
ตอนนี้ฮิตเรื่องคำใหม่กัน

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2006/08/K4602443/K4602443.html
ลองดูที่มาของคำเก่าๆ อย่าง พิเรน(ทร์) ฯลฯ กันบ้าง
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 ม.ค. 2009, 03:28 น.
ขุด


เจอมาจาก กินถั่วดำแล้วดี (http://shuu.exteen.com/20090105/entry)

อ้างอิงประวัติของคำว่าถั่วดำอีกความหมาย

อัดถั่วดำ

คำนี้ ฮิตติดตลาดมา ๖๐ กว่าปีแล้ว ต้นเรื่องมาจาก ชายผู้มีชื่อเล่นว่า "นายถั่วดำ" ทำวิตถารกับเด็ก ๆ ดังที่ปรากฏข่าวใน หนังสือพิมพ์ ศรีกรุง ฉบับประจำวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๘ มีรายละเอียดว่า

....... เมื่อวันที่ ๑๘ เดือนนี้ เวลา ๑๘ น. ร.ต.ท. แสวง ทีปนาวิณ สารวัตร สถานีตำรวจป้อมปราบ ได้จับตัว นายการุณ ผาสุข หรือ นายถั่วดำ ตำบลตรอกถั่วงอก อำเภอป้อมปราบ มาไต่สวนยัง สถานีป้อมปราบ

เหตุที่ นายการุณ หรือถั่วดำ ถูกจับนั้น ความเดิมมีว่า ร.ต.ท. แสวง เห็นห้องแถวเช่า ซึ่งนายถั่วดำ เช่าอยู่ มีเด็กชายตั้งแต่ ๑๐ ถึง ๑๖ ปี อยู่ในห้องมากมาย จึงสงสัยว่า เด็กชายเหล่านั้น จะเป็นเด็กที่ ประพฤติในทางทุจริต ร.ต.ท.แสวง ได้ออกสืบสวนอยู่ ๒-๓ วัน จึงทราบว่า นายถั่วดำ เป็นคนไม่มีภรรยา และเป็นผู้ชักชวนเด็ก ๆ ผู้ชาย ไปดูภาพยนตร์บ้าง ซื้อของเล่นบ้าง ให้ขนมรับประทานบ้าง แล้วก็พากันมาที่ บ้านพัก ของนายถั่วดำ ก็กระทำการ สำเร็จความใคร่ แก่เด็กชาย ที่พามาเสียก่อน และต่อจากนั้นแล้ว ก็จะจัดเด็กเหล่านั้น รับสำเร็จความใคร่ กับแขกบ้าง เจ้าสัว และจีนบ้าบ๋าบ้าง พวกที่มา ต้องเสียเงินเป็นรางวัล ให้แก่นายถั่วดำ เยี่ยงหญิงโสเภณี

จากนั้น ...คำว่า "ถั่วดำ" ก็กลายมาเป็น ศัพท์เฉพาะ ที่รู้ทั่วกันว่า หมายถึง การเสพสม ทางทวารหนัก เมื่อต้นปี ๒๕๔๑ ก็มีข่าว ข้าราชการ ชื่อเล่นว่า "ตุ๋ย" ทำมิดีมิร้าย กับเด็กชาย หนังสือพิมพ์ก็ใช้คำ "ตุ๋ย" พาดหัวข่าว แทนความหมายดังว่า อยู่พักหนึ่ง คำนี้ จะได้รับความนิยมสู้ "ถั่วดำ" ได้หรือไม่ เราคงต้อง ติดตามกันต่อไป
ชื่อเรื่อง: ตอบ: Re: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: Bellbells เมื่อ 05 ม.ค. 2009, 04:59 น.
อ้างคำพูดจาก: ไอ้ซ์แอนนนนน เมื่อ 08 มิ.ย. 2007, 18:51 น.
ตอนนี้ฮิตเรื่องคำใหม่กัน

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2006/08/K4602443/K4602443.html (http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2006/08/K4602443/K4602443.html)
ลองดูที่มาของคำเก่าๆ อย่าง พิเรน(ทร์) ฯลฯ กันบ้าง

เรื่องนายถั่วดำก็มีอยู่ใน คห. ที่ 41 นะครับ  :56:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 ม.ค. 2009, 16:31 น.
:11: เข้าใจแล้วครับลุง ป.
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 05 ม.ค. 2009, 16:43 น.
อันนี้แนะนำให้ดูยกสยามครับ มันมีเต็มเลยเรื่องแบบนี้

เรื่องที่หมีถาม เด๊ดสะมอเร่ มันมาจากเพลงครับ that's amore แด๊ท สะ มอ เร่ แปลว่า that's love เป็นเพลงยุคซัก 50
ที่นี้คนไทยมาร้องแปลงเนื้อไทยสมัยนั้นร้องว่า รักคนผิด คิดจนกลุ้ม สุมใจกาย คิดมิวาย เด๊ดสะมอเร่
ก็เลยเป็นสร้อยคำมาถึงทุกวันนี้

ส่วนคำว่ากะหรี่ นึ่เพี้ยนมาจากภาษาอินเดีย ที่ว่า ชอกการี แปลว่า เด็กสาว ๆ ครับ
แล้วไทยก็มาแปลความหมายใหม่
เมื่อก่อนก็ไม่เรียกว่ากะหรี่ เรียกชอกการีตามอินเดียเลย แล้วก็สั้นขึ้น ๆ กลายเป็นกะหรี่ ไม่เกี่ยวกับแกง

แกงกะหรี่อันนั้นคือ curry ที่ฝรั่งเรียกนั่นเอง
curry puff ขนมพัฟใส้เครื่องแกง
พอคนไทยมาทำแป้งก้ไม่บางกรอบ แต่แป้งก็ยังหลายชั้นอยู่
และชื่อก็เพี้ยนมาเป็นกะหรี่ปั๊บ
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: iannnnn เมื่อ 05 ม.ค. 2009, 16:57 น.
เก็บค่าโฆษณา :30:
ชื่อเรื่อง: ตอบ: ที่มาของคำ
โพสต์โดย: Romzaikyu เมื่อ 05 ม.ค. 2009, 17:06 น.
อ๊ะ ลืม  :30:

ต้องไปจู๋ รายการทีวี ที่ตูไม่เคยโพสต์เลย  :30: :30: :30: :30: