หลังจากที่มีกระจู๋ถามเกรดออกมา เราเลยรู้สึกว่าน่าจะถามถึงอนาคตว่าหลังเรียนจบตั้งความหวังจะทำงานอะไรกันบ้าง
ย้ำว่าความหวัง ซึ่งอาจจะเกินความจริงไปก็ได้ ไม่ว่าอะไร พูดออกมาให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าเราฝันอย่างไรหวังอย่างไร แล้วไปให้ถึง เป็นกำลังใจดี
ส่วนลุง ป้า พี่ ทั้งหลายที่พ้นวัยเรียนมาแล้ว และกำลังสมหวังเรื่องการงาน หรือกำลังตั้งความหวังใหม่ ก็โพสต์แนะนำน้องๆ หลานๆได้นะครับ
หวังว่าจะเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่เข้ามาอ่านนะ ถ้าซ้ำแล้วก็บอก จะรีบลบให้เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่บอร์ด
อนาคตที่หวังไว้คือเรียนให้จบครับ
ส่วนอะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดต่อไป ไม่เคยหวังอะไรมากไปกว่านั้นกับอนาคต
เรียนจบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แต่เอาเป็นว่ากำลังใจของไอซ์คือการเรียนจบเนอะ
กำลังใจของผมก็อยู่ที่ได้รับราชการนั่นแหละ
ฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ (ซึ่งรู้ว่าเป็นไปไม่ได้)
เรียนจบทำงาน มีธุรกิจส่วนตัว ทำงานกับครอบครัว ญาติพี่น้องอยู่ใกล้กัน
มีพี่น้องอยู่4คน เลยฝันอยากมีบ้านปลูกต่อๆกันซัก 5 หลัง 4ครอบครัว+พ่อ-แม่อีก 1หลัง ให้อยู่ในบริเวณเดียวกันเดินไปมาหาสู่กันได้ง่าย (ยังกะเป็นหมู่บ้าน) 5หลัง 5สไตล์ อยากปลูกเรือนไทยให้แม่ อีก4หลัง ทำเป็น4ฤดูไปเลย (เวอร์!!)
ฝันมากไปมั้ย :06:
ตื่นๆๆ :18:
อยากทำงานพัฒนาเว็บให้กับบริษัทค่ะ
และก็อาจรับงานข้างนอกด้วย
ไม่รู้ดีรึเปล่า แต่ทำอย่างอื่นแล้วรู้สึกไม่มีความสุขง่ะ
หรือไม่ก็เรียนภาษาแล้วไปต่อต่างประเทศ
แปลหนังสือ หรือเป็นล่าม
โอยยย เยอะจัด :15:
:08: ถ้าถามถึงตอนนี้ อยากเร่งเรียนให้จบเร็ว ๆค่ะ
ส่วนอนาคต...คงไม่พ้นมนุษย์เงินเดือนที่ไหนสักที่
หรือไม่ก็รับราชการตามที่พ่อแม่อยากจะให้ทำ :33:
ส่วนไอ้ที่เป็นความฝันที่ออกจะลมๆ แล้ง ๆ
อยากเขียนหนังสือขาย :05:
เอาฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงดีกว่า (ความน่าจะเป็นต่ำกว่า 0.000000001%)
เรียนจบ ทำงานเก็บเงินรอแฟนผมเรียนจบ แล้วก็แต่งงานกัน
อนาคตอันใกล้ที่อยากให้เป็นคือ ไปเรียนภาษาเพิ่มเติมอีกซักสองสามภาษา ไว้สื่อสาร เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ
ส่วนอนาคตไกลๆคือ ได้กลับไปใช้ช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างสงบ เรียบง่าย ที่เมืองไทย มีบ้านหลังเล็กๆสีขาวริมทะเล ปลูกต้นไม้ ดอกไม้มากมาย มีเปลไว้ให้นอนเล่นรับลมเย็นๆ มีแมวหลายๆตัว และอยากมีหมาโกลเด้นท์รีทรีฟเวอร์ 1 ตัว และสามีที่รักและภักดียิ่งอีก 1 ตัว เอ๊ย 1 คน :33:
ส่วนลูก คงไม่หวังแล้วค่ะ :05:
ทำฟอนต์...
คงได้ตังค์ล่ะครับ
แต่งงาน {หมีโหด}
ฝันที่อยากทำให้ได้
1. อยากเป็นหมอผ่าตัดที่เก่งกาจ :39: ตอนนี้อยากกลับไปบอกเมื่อสมัย20ปีก่อนว่าจริงๆเป็นยังไง แล้วก็รู้สึกดี เมื่อพบว่าไม่ค่อยชอบผ่าตัดเท่าไหร่...
2. อยากมีที่เยอะๆแล้วทำไร่ :11: อันนี้ยังไม่ได้ทำ
3. อยากเขียนหนังสือสักเล่มสองเล่ม :11: อันนี้ก็ยังไม่ได้ทำ
อ้างคำพูดจาก: หมีโหด* เมื่อ 17 มี.ค. 2006, 23:26 น.
แต่งงาน {หมีโหด}
เขาถามเรื่องทำงาน แต่งงานเป็นงานที่ไหนกัน
ต้องบอกว่า เป็นแม่บ้าน :25:
หวังว่าจะผลิตระเบิดมาทำลายโลกค่ะ {หมีโหด}
อยากเป็นคนทำงานนิตยสารเกมครับ
จะได้นั่งเล่นเกมเขียนtrickและข่าวต่างๆของเกม
นั่งเล่นเกมทั้งวัน
5555
เรียนจบก็ทำงานเป็นภรรยาที่ดีของหมอแมวค่ะ {หมีโหด}
dH0[c]h;w,j.=jgsiv
แปลด้วยค่ะ :19:
ไม่แปล เดี๋ยวหัวขาด
:08: แปลผิด
:30:
หมอเขิล :09:
หวังว่าจะสอบเข้าได้ คณะเทือกศิลปกรรม เรียนเพื่อแม่ อยากเล่นดนตรีต่อด้วย เพื่อตัวเอง
อ่านความฝันคนอื่นแล้วมีความสุข อยากทำความฝันเราให้เป็นจริงเหมือนกันอ่ะ
แต่ความฝันเจ๊อรนี่ อ่านแล้วหดหู่แทนพี่หมอแมว
ชอบที่ i-palm บอกว่าสร้างบ้านติดๆกัน คิดเหมือนพี่ชายผมเลย แต่ผมฝันแบบนั้นไม่ได้ เพราะฝันของตัวเองคือรับราชการ มันต้องย้ายบ่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าผู้พิพากษานี่มันย้ายบ่อยรึปล่าวน่ะ แต่พ่อทำงานสายการศึกษาย้ายบ่อยจริงๆ (ย้ายบ่อยมี 2 อย่างคือ ก้าวหน้าขึ้น หรือถูกสั่งย้ายเพราะทำตัวไม่ดี ลองคิดแล้วกันว่าความฝันผมมันจะย้ายบ่อยเพราะอะไร)
โค้กเคยคิดเหมือนผม แต่พอเรียนกฎหมายแล้วมันก็กลายเป็นความฝันถาวร เพราะขณะนี้ผมหมดไฟในการเล่นเกมแบบเอาจริงเอาจังไปแล้ว
ฝันแล้วทำให้เป็นจริงนะครับ แล้วชีวิตจะมีความสุข ส่วนความฝันของเจ๊อร อย่าได้ฝันอีกแล้วครับ สงสารพี่หมอแมว
ปล.พี่หมอแมวแนะแนววิธีจีบเด็กศิริราชให้หน่อยครับ เพราะนี่ก็เป็นหนึ่งในความฝันเรื่องครอบครัวของผมเหมือนกัน
ปล.๒ น้องวีฝันน่ารัก ตัวจริงก็น่ารัก หุ หุ (อย่าคิดมาก หน้าน้องวีเหมือนญาติพี่จริงๆ ก็เลยชมซะ)
ปล.๓ ศิลปกรรม ก็แนวเด็กศิลปะมั้ง ใช้บรรทัดฐานของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ.นะครับ
ที่คิด ๆ ไว้ก็อยากเรียนจบเร็วๆ ในคณะที่ชอบ
จบออกก็หางานทำเอาแบบได้เงิน ๆเยอะ ๆ
หรือไม่ก็อยากมีกิจการเป็นของตัวเองซักอย่างอะไรก็ได้ :22:
ปล.อนาคตข้างหน้าไม่รู้จะเป็นไงเลย
อยากหาให้เจอว่าจริงๆแล้วตัวเองชอบทำอะไรกันแน่ ไม่อยากเป็นเป็ดที่ว่ายน้ำก็เป็น บินก็ได้ แต่ไม่เก่งเลยสักอย่าง อยากค้นพบตัวเองให้เจอเสียที
อ้างคำพูดจาก: Susansaraly เมื่อ 17 มี.ค. 2006, 23:59 น.
แต่ไม่รู้ว่าผู้พิพากษานี่มันย้ายบ่อยรึปล่าวน่ะ
เท่าที่เห็นนี่ทุกห้าปีนี่ครับ
ปล. เรื่องจีบเด็กศิริราชอย่ามาถามผมเลยครับ คนที่ผมชอบตั้งแต่ปี1ยันปี5 แต่งงานไปเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง :08:
interior design ตบแต่งภายใน ไม่ก็ เสื้อผ้า
จิตกรรม ก็โอ ค่ะ เข้าอันไหนได้ก็เอา
ตอนนี้ไปเรียนพิเศษอยู่ที่ศิลปากร ชอบแถวนั้นที่ดูไทยๆดี อยากเข้าได้
ลองอ่านหนังสือกฎหมายสักเล่ม คุณอาจค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบเหมือนที่ผมเจอตอนโค้งสุดท้ายระหว่างเส้นทางการเลือกว่าจะเรียนหมอดีหรือไม่
หรือจะต้องอ่านพลังแห่งชีวิตด้วย (อันนี้มุกน่ะอย่าเครียด)
ปล. ตามระเบียบข้าราชการก็ต้องย้ายตามระยะเวลาอยู่แล้วครับ แต่ไม่รู้ว่าระเบียบของสายตุลาการอยู่ที่กี่ปี ขอบคุณพี่หมอแมวด้วยครับ (ตำแหน่งของพ่อผมย้ายทุก 3-4 ปี ครับ)
ปล.๒ แนะแนวเคล็ดลับจีบเด็กศิริราชด้วยจิครับพี่หมอแมว
เป็นหมอหรอครับ
เรียนให้จบ ทำงานหาเงิน เก็บเงิน ใช้เงินเก็บ หาเงิน เก็บเงิน ใช้เงินเก็บ . . . เป็นวัฏจักรต่อไปเรื่อยๆ
อนาคตหลังวัยเรียน อาจไม่ต่างจากตอนเรียนเท่าไหร่
เพราะว่าก็ต้องทำงานเหมือนเดิม แต่คงมากกว่าเดิม เพราะยังไงตอนเรียนก็ทำงานจ่ายค่าเทอมเองอยู่แล้ว
มี 3 เรื่องที่อยากให้แม่ภูมิใจ ทำได้แล้ว 1 เรื่องครึ่ง
1. ทำงานหาเงินเรียนเอง(ที่ศิลปากร 4 ปี)ไม่ขอค่าเทอมแม่ (แต่ค่ากินยังขอบ้าง) (สำเร็จแล้ว เย้ :33:)
2. ให้แม่ได้ถ่ายรูปคู่วันรับปริญญา (สำเร็จแล้วครึ่งนึง เย้ :33: รอถึงวันรับตอนกรกฎาฯก่อนถึงจะเสร็จสมบูรณ์)
3. สมัครแอร์ฯแล้วส่งน้องเรียนได้ ( :05: ยังไม่สำเร็จ รอผล EVA Airก่อน (ข่าวว่ายังไม่ได้ส่งใบสมัครเลย))
ส่วนที่เหลือของตัวเอง อยากเปิดร้านเหล้าที่พระอาทิตย์ (ไม่มีคนมีสีมาหุ้นด้วยเลยพับไว้ก่อน)
อยากเปิดร้านทำเล็บ (แต่ทำเองไม่เป็น ชอบทำอย่างเดียว) เลยคาดว่าจะเจ๊ง เลยพับไว้ก่อน
อยากเปิดร้านกาแฟ+เบเกอรี่ อยู่ในช่วงหาพื้นที่ และรอแม่ไปเรียนทำขนมก่อน
:33:กำลังเก็บตังค์ส่งแม่เรียนทำขนมกับอ.ยิ่งศักดิ์.อยู่ พอแม่เรียนเสร็จคงหาที่ทางเปิดร้านให้แม่ได้แล้ว
เย้ๆ
เหลืออีกหลายอย่างเลยที่ยังไม่สำเร็จเฮ้อ~
สมัยเรียนถาปัดปี 1 ผมก็พบตัวเองแล้วว่า กูจะไม่เป็นสถาปนิก :39:
พออยู่ปี 3 ผมก็พบตัวเองแล้วว่า กูอยากเป็นนักออกแบบว่ะ
ทำอะไรก็ได้ที่ใช้คอมออกแบบไปวันๆ และไม่ใช่พนักงานบริษัท
คิดไว้เท่านั้นแหละครับ อยากอิสระ แต่ก็ยังไม่เคยสัมผัสมัน
พอจบออกมาจริงๆ ก็มีบริษัทมาเรียกตัวไปสัมพลาด แล้วก็เริ่มทำงานกะเขาเลย
กะว่จะหัดงานในรูปบริษัทก่อน เพื่อออกมาทำงานเองจะได้รู้จักโลกมากขึ้น
ทำงานไปได้เดือนกว่าๆ ก็จับใบแดงได้ทหารอากาศ :31:
ความฝันยังไม่จบครับ
สองปีต่อมาคือวันนี้ ผมยังคงเดินหน้าอยู่
พรุ่งนี้จะไปให้ช่างทำบ้านมาดูออฟฟิศซะหน่อยว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
แล้วว่างๆ จะมาเล่าให้ฟัง
- อยากออกแบบผลิตภันณ์ ทำโฆษณา อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่พนักงานบริษัท (คล้ายๆความคิดพี่แอน)
- เป็นหมอ ในชนบทห่างไกล
- เป็นครู
- ไม่ก็วิจัยอะไรซักอย่าง
ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นอะไร
กำลังค้นหาตัวเองว่า ถนัดอะไร ชอบทำอะไร และคิดว่าจะทำได้มั้ย
อนาคตตอนนี้ของผม อยากสอบติดครับ วันนี้เพิ่งไปสอบช่างมาไม่รู้ติด
-อยากเรียนถาปัด
-(ตอนนี้ฝันว่า)อยากเป็นสถาปนิก
-อยากแปลหนังสือ
-อยากเป็นโปรแกรมเมอร์
-ไม่อยากเป็นพนักงานบริษัทเหมือนกัน
ปัจจุบัน.. ตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตค่ะ
จะตั้งใจเรียนหลายๆอย่าง แล้วค้นหาตัวเอง
:33:
ไปทำงานหาประสบการณ์ในบริษัทใหญ่ๆ
แล้วก็ออกมาทำธุรกิจครอบครัวต่อ (โรงพิมพ์~)
ถ้ามีเวลาว่าง ธุรกิจอยู่ตัวแล้ว
ก็ไปทำอะไรที่เราชอบ.. พวกออกแบบโฆษณา :40:
..ใจจริงอยากรวยเหมือนโดนัลด์ ทรัมพ์อะ :42:
แต่คงหวังสู๊งสูงงง.. เกินที่จะเอื้อม :16:
ยังไม่ได้คิด :06:
ยังไม่ได้คิดเหมือนกัน
กำลังอยู่ในโหมดเรื่อยเปื่อย
แค่จะเรียนวิทย์หรือศิลป์ดียังไม่รู้เลย :42:
(เพื่อนบอกวิทย์เหอะ ทางเลือกเยอะกว่า)
(ทางเลือกที่ว่าคืออะไร?)
(ศิลป์เรียนนอกโรงเรียนได้ แต่ิวิทย์คงไม่มี)
(ที่เป็นโจทย์ตอนนี้คือไม่ชอบคณิต ชอบวิทย์ ชอบศิลป์)
(เลยเป็นปัญหาตอนนี้ค่ะ)
ดูที่ว่าเราอยากทำอะไรมากกว่าเมื่อจบไปแล้วนะคุณน้องนานา.
เนื่องมาจากว่าตอนจะขึ้นม. 4 ก็มีแต่คนบอกว่าให้เรียนสายวิทย์
แต่มาคิดๆดูแล้ว จบไปไม่ได้อยากเป็นวิศวะฯ หมอ พยาบาล สถาปนิค หรืออะไรที่ต้องใช้สายวิทย์เอนท์ฯ
เลยตัดสินใจเรียนศิลป์-ฝรั่งเศส
แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆด้วย :33:
ถ้าเกิดว่านานา.อยากเป็นหรือเข้าข่ายว่าต้องใช้สายวิทย์ ก็เรียนเถอะ
แต่ถ้าเกิดว่าไม่ ก็เรียนสายศิลป์ดีกว่า ไม่หนักเท่า เกรดตอนจบจะได้สวยๆหน่อย
ไม่มีวิชาวิทย์มาฉุด :33:
ก็ไม่รู้จะเป็นอะไรดีในอนาคตอ่ะค่ะ
คือที่อยากมันทั้งศิลป์ทั้งวิทย์เลย อยากหลายอย่าง
(หมอ กับ ทำงานท่องเที่ยวเอย ออกแบบเอย)
คือชอบวิทย์ ชอบภาษา
แต่มันมีที่ว่าไม่ชอบคณิตมากั้นเนี่ยแหละค่ะ
ไม่อยากเรียนวิทย์เพราะมีคณิต
แต่ก็อยากเป็นหมอเหมือนกัน :42:
หรือจะเป็นไกด์ หรือจะออกแบบดี
มันยังคิดไม่ออกง่า T+T
อ้างคำพูดจาก: ตาล.ซะ!! เมื่อ 18 มี.ค. 2006, 19:03 น.
ดูที่ว่าเราอยากทำอะไรมากกว่าเมื่อจบไปแล้วนะคุณน้องนานา.
เนื่องมาจากว่าตอนจะขึ้นม. 4 ก็มีแต่คนบอกว่าให้เรียนสายวิทย์
แต่มาคิดๆดูแล้ว จบไปไม่ได้อยากเป็นวิศวะฯ หมอ พยาบาล สถาปนิค หรืออะไรที่ต้องใช้สายวิทย์เอนท์ฯ
เลยตัดสินใจเรียนศิลป์-ฝรั่งเศส
แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆด้วย :33:
ถ้าเกิดว่านานา.อยากเป็นหรือเข้าข่ายว่าต้องใช้สายวิทย์ ก็เรียนเถอะ
แต่ถ้าเกิดว่าไม่ ก็เรียนสายศิลป์ดีกว่า ไม่หนักเท่า เกรดตอนจบจะได้สวยๆหน่อย
ไม่มีวิชาวิทย์มาฉุด :33:
พีชเหมือนพี่ตาลเลย :22:
มีแต่คนเชียร์ให้เข้าวิทย์ เพราะเสียดายเกรด
แต่สุดท้ายพีชก็เลือกคำนวณน่ะ
เพราะไม่คิดจะเข้าคณะวิทย์อยู่แล้ว
เราว่ารอให้นานาโตกว่านี้หน่อยนะ
ดูว่าตัวเองอยากเป็นหมอจริงๆรึเปล่า
เราว่านานามีพรสวรรค์ด้านศิลปะมากกว่าน่ะ
จับปลาหลายมืออีกน้อ
เอางี้ มีอีกวิธี ก็เรียนวิทย์ไป
(เพราะยังไงก็ต้องเรียนเลขเนอะ)
ส่วนเรื่องภาษา หาเรียนเอานอกเวลา
แนะนำว่าหาเพื่อนต่างชาติมาคุยด้วย จะเป็นการเรียนที่ดีกว่า
หนังฝรั่งก็ดู Sound track ปิด Sub ไว้เพื่อฝึกการฟัง
คราวนี้ก็ได้ทั้ง 2 อย่างแล้วนะคะคุณน้อง :33:
ต้องรีบๆรู้แล้วล่ะว่าเราอยากเป็นอะไร เพราะว่าเวลาเหลือไม่มาก
อย่างน้องพีช.รู้ตัวว่าชอบด้านไหนก็เลือกทางเดินได้ง่าย
(วิญญาณครูแนะแนวเข้าสิง)
อยากให้ทุกอย่างจบลงในวันนี้
ศิลป์-วิทย์ :42:
เราก็ไม่ชอบคณิตเหมือนนานา แต่ชอบวิทย์ = ='
นานาเพิ่งขึ้น ม.2เอง ลองตัดสินใจไปเรื่อยๆนะ
เผื่อจะค้นพบตัวเองมากกว่านี่
กำลังค้นหาตัวเองอยู่ :42:
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
อย่าให้เหมือนผมนะนานา
เพราะตอนนี้ผมเพิ่งมารู้สึกตัวว่าไอ้การเขียนคำว่า "คณิต - อังกฤษ" ลงไปบนกระดาษแผ่นนั้น - อาจจะทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปตลอดกาล
อยากเรียนสายศิลป์แต่กลัวเป็นทักษิณครับ
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เกรียน ก๊อพ เมื่อ 18 มี.ค. 2006, 19:20 น.
อยากให้ทุกอย่างจบลงในวันนี้
พูดเหมือนหมดอาลัยตายอยากในชีวิตจริงๆเลยพี่
ผมรู้สึกเบื่อการเรียนครับ อยากให้คะแนนสอบเยอะๆกลับมาครับ
เป็นนักวิชาการก็ดีนะ
เวลามีประท้วงอะไรจะได้มีคนมาถามความคิดเห็น น่าจะเท่ดี
ได้ออกถึงลูกถึงคนบ่อยด้วย
เป็นอาเฮียนั่งตามคาเฟ่ :42:
พี่ยังจดเบอร์โรงพิมพ์น้องพีชเก็บไว้เลย
โตขึ้นได้เทคโอเวอร์กิจการเมื่อไหร่
พี่ขอฮั้วงานด้วยนะพีช
:25:
หลังวัยเรียนนี่แอบเซ็ง
อยากย้อนเวลา ตอนเรียนก็อยากจบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จบมาก็แอบโชคดีเข้าทำงานบริษัทเจ๋งๆ เงินเดือนสูง ความก้าวหน้า 100เปอร์เซนต์
แต่ความงี่เง่าส่วนตัวก็ 100 เปอร์เซนต์เหมือนกัน เฮ้ออออ....จบด้วยการลาออก
แต่ก็ดี ส้มรู้เลยว่าตัวเองอยากทำอะไร เงินมันอยู่รอบตัวหาเมื่อไหร่ก็ได้
แต่การงานนี่กระชากเวลาในแต่ละวันไปเกือบหมด กลับมาก็ง่วงรีบนอน ต้องตื่นเช้าเตรียมทำงาน
งั้นขอเลือกงานที่ชอบดีกว่า เงินน้อยก็ช่างหัวแล้วล่ะ :22:
หลังวัยเรียนเหรอ?
เอาง่ายๆ เลือกเรียนสายวิทย์มา
เอนท์ติด...เรียนจบ
ต่อโทของอุตสาหกรรมเกษตร...ไม่เวิร์ค
ออกมาเรียนโทใหม่ที่ชีวเคมี...
ตอนนี้กำลังหัวฟู เพราะปั่นงานไม่ทัน
แล้วยังไม่เจียมตัวมานั่งปั่นกระจู๋อีก :38:
หง่ะ อ่านแล้วมีความสุข ได้คิดอะไรไปด้วยพลางๆ กระจู๋ใครตั้งเนี๊ยะ ดีจริงๆหุ หุ
อ่านมา 4 หน้าความฝันยังเหมือนเดิม และจะทำให้เป็นจริงให้ได้ครับ
ปล.พี่หมอแมวครับ คราวหลังผมไม่ถามแล้วครับ ไม่รู้ว่าจะเศร้าแบบนี้ ขอโทษนะครับ
ปล.๒ เรื่องสายวิทย์สายศิลป์นี่ ถ้าไม่มั่นใจจริงๆว่าจะเรียนต่ออะไร เลือกสายวิทย์น่ะดีที่สุดแล้ว แต่ปัญหาคือเดี๋ยวนี้ใช้ GPA ไม่ว่าเลือกสายไหน ทำให้ดีที่สุดไว้ก่อนนะครับ
ผมเคยมีฝันและตั้งใจทำตามแล้ว
แต่ทุกอย่างมาสะดุดเอาตอนผมโดนทหารครับ
ชีวิตทุกวันนี้ ไม่ได้อยู่ในแผนการ
แต่... กำลังเดินแผนสองอย่างช้าๆ
อ้อ ตัดขาดจากมนุษย์เงินเดือนแล้วด้วย
อยากเป็นนายกครับ :27:
ขุดครับ
เคยเขียนเอาไว้แบบนี้เมื่อปีสองปีก่อน
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 18 มี.ค. 2006, 17:57 น.
สมัยเรียนถาปัดปี 1 ผมก็พบตัวเองแล้วว่า กูจะไม่เป็นสถาปนิก :39:
พออยู่ปี 3 ผมก็พบตัวเองแล้วว่า กูอยากเป็นนักออกแบบว่ะ
ทำอะไรก็ได้ที่ใช้คอมออกแบบไปวันๆ และไม่ใช่พนักงานบริษัท
คิดไว้เท่านั้นแหละครับ อยากอิสระ แต่ก็ยังไม่เคยสัมผัสมัน
พอจบออกมาจริงๆ ก็มีบริษัทมาเรียกตัวไปสัมพลาด แล้วก็เริ่มทำงานกะเขาเลย
กะว่จะหัดงานในรูปบริษัทก่อน เพื่อออกมาทำงานเองจะได้รู้จักโลกมากขึ้น
ทำงานไปได้เดือนกว่าๆ ก็จับใบแดงได้ทหารอากาศ :31:
ความฝันยังไม่จบครับ
สองปีต่อมาคือวันนี้ ผมยังคงเดินหน้าอยู่
พรุ่งนี้จะไปให้ช่างทำบ้านมาดูออฟฟิศซะหน่อยว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
แล้วว่างๆ จะมาเล่าให้ฟัง
อ่านจู๋นี้แล้วมีความสุขจัง :05:
พี่แอน อยากอิสระ
ได้ทำงานอิสระ จริงๆ
ดีจัง
ทำไมผมไม่เคยเห็นจู๋นี้อ่ะ
รู้สึกอยากเล่า
อ่านจู๋นี้ไป ฟังเพลง Rain coat ของ kelly sweet ไปด้วย รู้สึกอิ่มใจไงก็ไม่รู้ :40:
เอาไงดี
ผมผ่านวันเรียนมานานแล้วด้วย
อนาคตหลังวัยเรียนสำหรับผม น่าจะเป็น อดีต
จะว่าไปผมค่อนข้างไม่คิดอะไรเลย
คือไม่มีฝัน เป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่ฟุ้งไปตามเรื่อง
ตอนเรียนแค่ อยากเรียนให้จบให้พ่อกับแม่ภูมิใจ
(เหตุผลคือผมเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้พ่อแม่ภูมิใจเลย)
เท่านั้น
พอจบมา ก็อยากทำงานสักที่ ก็เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจอีก
(เหตุผลคือผมเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้พ่อแม่ภูมิใจเลย)
เท่านั้น
พอได้ทำงาน ผมก็ทำ ทำ ทำ แล้วไม่(ค่อย)ออกไปไหน จนถึงที่สุดโน่นแหละ
แต่ชีวิตเรื่อยๆ มาเรียงๆ แบบผม
เรียนรู้ช้าแบบผมนี่มีสิ่งหนึ่งที่คิดว่าผมเองภูมิใจ
คือ เมื่อทำอะไรสักสิ่งแล้วจะไม่เลิกจนกว่าสำเร็จ
ในระดับที่ตัวเองพอใจ แล้วจะมากรองอีกทีนึงว่า
ไปต่อได้ไหม ระหว่างนั้นก็หา ก็ถามตัวเองต่อไป
ว่าเราทำอะไรได้อีก เราทำอะไรได้มั่ง
ก็เท่านี้ อดีตหลังวัยเรียน
คติง่าย หมูๆ ของผมมีเยอะเชียว
เช่น
คนเรามีความพยายาม ทำได้อยู่แล้ว
หรือ
ฝันให้เหมือนเด็กที่สุด
ลงมือทำให้เป็นผู้ใหญ่ที่สุด
อ้างคำพูดจาก: โต เมื่อ 18 มี.ค. 2008, 10:33 น.
เอาอะไรดีครับ เหล้าขาว รึว่า ยาดอง
+ เลย :07:
ค้างไว้รอมุกนี้แหละ :25:
สมัยเรียน ผมหวังว่า อนาคตหลังเรียนจบ ผมจะเป็นอิสระ
ผมจะไม่ทำตามใครบังคับ ผมจะทำงานอิสระ จะเป็นนายตัวเอง
ผมจะไปให้ทั่วโลกกว้าง ผมจะเขียนหนังสือ
บางข้อผมก็เป็นได้ บางข้อผมก็เป็นไม่ได้.....
ผมทำงานอิสระในช่วง 3-4 ปีแรก แต่ก็มีอะไรมากมาย
ที่ทำให้ต้องมาทำงานประจำที่ไม่ชอบเอามากๆ เอาเสียเลย
ผมไม่ได้ไปไหนเลยในโลกกว้าง ด้วยภาระ ความรับผิดชอบ และคนสำคัญต่างๆของผม
โลกแห่งความจริงรุงรังกว่าโลกแห่งความฝันเยอะ.....
แต่ความฝันผม ก็ยังคงซุกตัวอยู่ในซอกลึกของความคิด รอเวลามันกลับมาแผลงฤทธิ์ อีกครั้ง
ยังอยู่ในช่วงวัยเรียนอยู่เลย :05:
เรียนอยู่เหมือนกันครับ เมื่อไรจะจบซักทีฟ่ะเนี่ย
เรียนไอ้ที่เรียนอยู่จบ พอกันทีสำหรับการเรียน :41:
ไว้เรียนจบก่อนค่อยคิดว่าจะทำมาหากินไรดี
มีใครรับ วิศวะเคมีตกอับ บอกได้นะครับ :18:
มาขายเสื้อมา :27:
อ้างคำพูดจาก: blackRabbit เมื่อ 18 มี.ค. 2008, 10:48 น.
ยังอยู่ในช่วงวัยเรียนอยู่เลย :05:
:05:/ จะรีบเรียนนะครับ จะกลับมาเล่ามั่ง
ไม่มีใครแก่เกินเรียนนะจ๊ะห์ :52:
กลับไปอ่านของตัวเองแล้วตลก :30: (เกือบ 2 ปีมั้ง)
ตอนนี้ตั้งใจไว้ว่า
:37:/ จะเรียนสายภาษาฝรั่งเศส
:37:/ อยากทำงานแบบพี่แอน(ไม่ใช่ทหารนะ)
เช้าชามเย็นชามอ่ะนะ
เรียนจบนานแล้วค่ะ สมัยก่อนอยากทำงานที่สนุกๆ ได้เดินทางเยอะๆ
ชีวิตจริงมันไม่ง่ายอย่างนั้น .. อยู่ในออฟฟิซเหมือนโดนขังเลย
ขังทางกายไม่เท่าไหร่ กักขังทางความคิดกันด้วยเนี่ยเซ่.. :05:
อนาคตหลังวัยผู้ใหญ่ อยากมีชีวิตสงบๆ ไกลจากกรุงเทพฯ ค่ะ :22:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 18 มี.ค. 2008, 13:04 น.
อนาคตหลังวัยผู้ใหญ่ อยากมีชีวิตสงบๆ ไกลจากกรุงเทพฯ ค่ะ :22:
นี่แหละ อนาคตในอุดมคติอีกอันครับ
แต่เอาเข้าจริงไม่รู้จะทำได้ไหม ทุกคนก็ฝันกันแบบนี้
มีคุกที่ไหนอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ ไหมครับ
คุกอยู่ที่ใจมั้งคะ ถ้าใจไม่ไป อยู่ไกลเท่าไหร่ก็คงไม่อาจออกจากคุก :43:
คมยังกะมะยมติดกิ่ง :41:
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 20 มี.ค. 2008, 04:46 น.
คมยังกะมะยมติดกิ่ง :41:
:30: เปรียบเทียบซะเนาะ คนเรา!
รู้ไหมคะ ทำไมต้องมะยม?
ไม่รู้จ้ะ
ทำไมครับ :25:
ข้อที่ ๑. เอาฤกษ์ค่ะ อยากให้ครูนิยมชมชอบ พูดอะไรไปก็เชื่อ ทั้งรักทั้งหลง จะได้ผ่านง่ายๆ :52:
้ข้อที่ ๒. เอาชัยค่ะ อยากมีชัยชำนะ เหนือใจบ่าวทุกผู้ :40:
(แต่ละข้อ ปัญญาชนจริงตู :39:)
แต่ มะยม มันเหมือนคนพูดว่า ไม่ยอม นะครับ
งั้นก็ไม่มงคลแล้วสิ
(น่าน ปากตูหาเรื่องแท้ๆ)
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 20 มี.ค. 2008, 05:12 น.
แต่ มะยม มันเหมือนคนพูดว่า ไม่ยอม นะครับ
งั้นก็ไม่มงคลแล้วสิ
(น่าน ปากตูหาเรื่องแท้ๆ)
ขอบคุณมากค่ะ คุณแอน :05:
ปลาบปลื้มกิดาการเป็นอันมากสำหรับข้อเสนอแนะ คิดว่าโครงการนี้คงเป็นอันพับฐานแล้วค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ :05:
เลยเปลี่ยนรูปเป็นสะพานเลยเหรอ :07b: :05:
(เป๋เสียแล้วนี่เรา)
ยักษ์ปั่นบนหิ้งค่ะ
เจ้าข้าเอ๊ยยยยยยยยยยยยย :37:
สาบยักษ์ให้เป็นอะมีบาไปเลย :07:
ตอนเรียนคิดไว้เยอะแยะมาก
คิดนู่นนี่คิดยันดาวอังคารล่ะมั๊ง
ฝึกงานถ่อไปฝึกถึงเชียงใหม่ เพียงเพื่อได้ฝึกกับบริษัทใหญ่ อย่างธนาธร :52:
เค้ามีอบรมอะไรไปมันแทบทุกคอร์ส
ทุกวันนี้ทำได้เกือบทุกอย่าง แต่ไม่เก่งสักอย่าง
งานที่ทำทุกวันนี้อาศัยถึก ฝึกเอง หัดเอง 100%
เรียนเกือบ 20 ปีแทบไม่ไ้ด้เอามาใช้เลย เฮ้อ
(ที่ทำงานทุกวันนี้ ไม่เรียกเก็บหลักฐานอะไรเลย :30:
เพราะสมัครมากึ่งเส้นเล็กๆ :37:)
อยากตั้งบริษัทเล็กๆ เป็น design studio
ตอนนี้เริ่มคุยกับเพื่อนแล้วว่าจะทำแน่ๆ :53:
อยากมีงานทำพอเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้
ไม่จำเป็นต้องรวย ขอแค่อยู่แบบพอมีพอกิน
แต่มีความก็พอแล้ว :52:
อยากมีสวนเล็กเป็นของตังเอง มีลูกวิ่งเล่นข้างๆบ้าน
ฝันไปไหมเนี่ย :26:
สมัยปี 1 เคยคิดว่าอยากได้เกีรตินิยม เพราะตอนมัธยมก็เคยทำได้ แต่ก็ทำไม่ได้ เลยคิดว่าเดี๋ยวเทอมหน้าเอาใหม่
ปี1 เทอมสอง เริ่ม นอนไม่เป็นเวลา เพราะไม่มีใครคอยบังคับ ไม่เคยออกจากบ้านไปไหนไกลๆนาน ช่วงนั้นออกแนว ควบคุมตัวเองไม่ค่อยจะได้
ตอนกลางคืนก็เล่น มาง่วงตอนเรียน หลับเกือบตลอดเลย :41: ก็คิดอีกว่า คราวหน้าจะตั้งใจ :37:
พอขึ้นปี 2 ก็ยังไม่ได้เกลียดนิยม ย้ายจากหอในออกมาอยู่หอนอก ยิ่งไปกันใหญ่ ผลการเรียนตกต่ำสุดขั้ว (ตั้งแต่เรียนมาทั้งชีวิตได้น้อยสุดก็เทอมนี้แหละ 2.25) แรกๆ ก็เศร้า
อาการหลับในห้องเรียนก็ยังไม่บรรเทา และยังนอนดึกเหมือนเดิม ถ้ามีเรียนตอนเช้าจะเป็นอะไรที่มีการพยากรณืว่าอาจจะไม่ไป เพราะบรรยากาศมันหนาวเหน็บเจ็บทรวง มากๆ เด็กๆไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง
ปี 2 เทอมสอง ใช้คำว่า ช่างมันเถอะบ่อยมาก แต่ผลการเรียนก้ดีขึ้นมาอีกนิดนึง ค่อยยังชั่ว
พอขึ้นปี 3 เริ่มรู้จักกับบอร์ดนี้ เริ่ม คิดที่จะทำอะไรที่เป้นชิ้นเป็นอันมากขึ้น และ ก็ตั้งใจเรียนมากขึ้น แต่ก็ยังหลับในห้องเรียนอยู่ดี :41:
ขึ้นปี 4 ล้มเลิกความคิดที่จะได้เกีรตินิยม ตั้งแต่ได้ D วิชาบัญชี เป็นต้นมา เป้นอะไรที่อนาถใจมาก หาที่ฝึกงาน และที่เดียวที่จะคิดที่จะฝึกคือ กรุงเทพมหานคร ที่เลือก กทม. เพราะมันหลากหลาย และถามกับตัวเองว่า จะทำงานที่ไหน คำตอบคือ กรุงเทพฯ เลยปูทางตอนฝึกงานไปก่อน
จะได้ชินกับการใช้ชีวิตตอนทำงาน เพราะไม่เคยใช้ชีวิตที่ กทม.เลย ในใจคิดว่า อยากฝึกงานแล้วก้อยากทำงานในที่ๆตัวเองฝึกงาน
เพราะขี้เกียจหางาน นั่นเอง เป้าหมายคือ ทำงานไปก่อน เก็บเงิน อยากไปเมืองนอก อยากเล่นหิมะจริงๆ ที่ไม่ใช่ดรีมเวิลด์ ครั้งนึงก็ยังดี :52:
ตอนนั้นคิดแค่นั้นแหละ :30: มาถึงกรุงเทพ ก็เดินสายเที่ยวรอบเมือง แต่ละเสาร์ไม่ค่อยจะว่าง ส่วนมากจะไปรัชดาไนท์ :42:
ปี 4 เทอมสอง อยู่กรุงเทพ เพื่อฝึกงานทั้งเทอม 3เดือน ตอนนั้นคิดว่า จะทำตรงนี้ให้ดี เผื่อว่าเค้าจะรับเข้าทำต่อ เรียนจบ มีงานทำ พ่อแม่ก็คงภูมิใจแล้วระดับหนึ่ง ความสามารถที่มีอยู่น้อยนิดก็คว้านออกมาใช้ และเขาก็รับเข้าทำงานต่อจริงๆ ดีใจมาก :52: โชคดีที่ไม่ต้องเหนื่อยหางาน
เลยเป็นว่า มีเวลาเตะฝุ่น 15 วัน ฝึกงานเสร็จสิ้นเดือนมกรา พรีเซ็นต์โปรเจคจบ 10กุมภา ทำงานจริง 25 กุมภา
และสิ้นเดือนนี้เงินเดือนจะออกเป็นครั้งที่สอง แต่ยังไม่ได้ให้แม่ซักกะบาท ยังขอใช้อยู่ดี :46:
พ่อบอกว่า ไม่ต้องให้เงินหรอก แค่ไม่ขอก็พอแล้ว และพ่อก็เปรยๆมาแล้วว่า ต่อไป คงจะไม่ต้องขอพ่อแล้วสินะ มีเงินเดือนแล้วนี่
ถือเป็นข่าวร้ายที่สุดในรอบปี :23:
ความรู้สึกตอนนี้ อายสาม อายเดือน อายนานา และเด็กเก่งๆ ที่อายุแก่กว่า แต่ความสามารถน้อยกว่ามาก อายเหมือนกันที่ทำงานแล้วยังขอพ่อใช้อยู่ แต่มันก็ต้องขออยู่ดี :05:
จบค่ะ รับปริญญาต้นปีหน้านี้อย่างแน่นอน
:25:
//ยาวจัง :08:
ตอนมัธยมต้น อยากเรียนพยาบาลมาก ๆ ถึงขนาด เข้าชมรมพยาบาลมาตั้ง 2 ปี -_-''
แต่พอจบ ม.3 แม่เอาใบสมัครสอบเข้า พ.ต. (วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน) มาให้
ทั้งที่กวางก็อยากเรียนวิทย์-คณิตมาก ๆ ในตอนนั้น (ถนัดวิทย์แต่ไม่ถนัดคณิต) ได้โควต้าแล้วด้วย
แม่ให้เหตุผลว่า "แม่กลัวเอ็งเอ็นทรานซ์ไม่ติด เลยให้สอบที่นี่แทน"
(แท้จริงแล้วอยากให้ลูกเรียนบัญชีมากกว่าก็บอกมาสิ เห้ออออ!!)
เวลานั้น ไปสอบแบบกามั่วซั่วมาก แต่ก็ยังสอบติดห้องรองคิงส์ -_-''
โกหกก็ไ่ม่ได้ด้วยเพราะแม่ไปด้วยวันที่ไปดูผลสอบ
เรียนไป 1 ปี เขาให้เลือกแล้ว ว่าจะเรียนกลุ่มไหน
เลือกเรียนไป 2 อันดับ 1.บัญชี 2.คอม
พอถามที่บ้าน ที่บ้านอยากให้เรียนบัญชี เพราะไม่มีเงินซื้อคอม -_-''
(อีกเหตุผลหนึ่งคือ ที่บ้านกะให้พี่ชายคนโตสอนให้ด้วย (เรียนบัญชีเหมือนกัน) จะได้ไม่้ต้องไปเรียนพิเศษ
อันจริงแล้ว ตอนนั้นพี่ชายก็เคยมาสอบที่เชตุพนนี่ล่ะ แต่ไม่ติด ตกสัมภาษณ์ซะงั้น.. แถมเรียนโ่ง่กว่าเราอีกต่างหาก)
ทั้งที่เราอ่ะอยากเรียนคอมมาก ๆ เลยนะ แต่ในเมื่อไม่มีเงินซื้อคอมก็เลยต้องเลือกบัญชี
เรียนบัญชีจนจบ ปวช.3 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3 กว่า สอบผ่านใบประกอบวิชาชีพ ติดโควต้าเรียนบัญชีที่เก่าอีก 2 ปี
แต่ไม่เอาดีกว่า เบื่อเืพื่อน เบื่ออาจารย์ รู้สึกว่าอยู่ีที่นี่เหมือนกบในกะลา และไม่ใช่ตัวของตัวเองด้วย (ไม่ชอบบัญชีเลย)
เลยตัดสินใจสมัครสอบตรงที่เทคนิคกรุงเทพฯ
แถมเลือกไม่เรียนบัญชีด้วย เรียนคอมแทน (รอบนี้เรียนตามใจตัวเองละ)
ช่วงนั้นสมัครสอบไว้ 2 ที่ BE บพิตรพิมุขจักรวรรดิ กับระบบสารสนเทศเทคนิคกรุงเทพฯ
แม่ก็ไปบนบานไว้หลายที่เหมือนกัน -_-'' พอสอบติดขึ้นมาก็ต้องไปวิ่งแก้บนกันจ้าละหวั่น
(เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเชื่อในความสามารถของลูกตัวเองเท่าที่ควร)
จริง ๆ ติดทั้ง 2 ที่ แต่วันที่ประกาศผลของเทคนิคกรุงเทพฯ ดันไปตรงกับวันลงทะเบียนของทางจักรวรรดิ
เลยต้องรีบไปดูผลที่บอร์ดหน้าเทคนิคฯ ตั้งแต่เช้า ปรากฎว่าติด (เย้ ๆ ๆ)
เลยเรียนทีนี่มันยันปี 4 เหตุการณ์ในช่วงระหว่างเรียน ทำให้เกิดอารมณ์อยากเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองอย่างเช่น
มีคนถามว่า ทำไมถึงเรียนสาขานี้
"เรียนคอมเพราะอยากเขียนเกมเป็น เพราะชอบเล่นเกม
ซึ่งจริง ๆ แล้วไอ้ที่เรียนอยู่มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเกมด้วยประการทั้งปวง"
มีคนถามว่า ทำไมถึงสอบเข้าที่นี่
"สอบเข้าที่นี่ เพราะมีพี่ชายคนกลางท้าไว้ ว่าแน่จริง สอบเข้าให้ได้สิ ก็สอบเข้าได้
และเป็นที่ ๆ ใคร ๆ ยอมรับในความสามารถหลังเรียนจบ"
ช่วงปี 1 นี่เขาก็สอนให้เขียนโค้ดต่าง ๆ เขียนเว็บ เขียนภาษาเครื่อง
ช่วงปี 1 เทอม 1 เป็นอะไรที่เก็บเกรดได้มากที่สุดแล้วระหว่างที่เรียนอยู่ที่นี่
"ชอบแต่งหน้าจอ คือหน้าต่างจะงามกว่าชาวบ้านเขา แต่เวลาเรียนพวกวิชาทฤษฎีทั้งหลายจะเรียนได้ห่วยแตกมาก"
ปี 2 เริ่มมีแฟน เริ่มเถลไถล การเรียนร่วงเหมือนก้อนหิน -_-''
ปี 3 เริ่มดีขึ้นมาหน่อย เริ่มรู้จักกับคนที่ทำงานสนามบิน
(จากการเล่นเน็ต คุยแชท ปัจจุบันกับพี่คนนี้ ไม่ได้คุยกันแล้ว)
และก็ได้แรงบันดาลใจ "อยากทำงานใน airport" ตั้งแต่ตอนนั้น
ปี 4 เริ่มค้นคว้าอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับการบิน และก็ได้ค้นพบอีกอย่างหนึ่งว่า "อยากเป็นนักบินด้วย"
เป็นนักบินหญิงเท่ออก ทั้ง ๆ ที่ความฝันนี้อาจจะไปหามันยากหน่อย แต่ก็ยังอยากเป็นอยู่
และก็ได้ไปสอบนักบินของ Thai AirAsia ในปลายปีการศึกษานั้น
(ไปสอบวันนั้นเจอพี่น้อดน่ารักมาก เท่มาก ๆ :25:)
สุดท้ายไม่ติดเพราะวันสอบไม่สบายหนัก ทำข้อสอบได้ไม่ค่อยเต็มที่ซะงั้น
ระหว่างนี้ชอบถ่ายรูปก็ได้ตะลอน ๆ ไปถ่ายรูปต่างจังหวัด ค้นพบตัวเองอีกอย่างหนึ่งว่า "ชอบถ่ายรูป" อีกเหมือนกัน
แถมบางอารมณ์คลั่งอยากได้ DSLR ซะดื้อ ๆ อย่างนั้นล่ะ -_-'' (หนอนซิกม่า F2.8 หลังละลายยยย :25:)
เรียนจบ แม่บอกว่า ให้ทำงานรับราชการ
แต่สุดท้ายได้ทำงานโปรแกรมเมอร์บริษัทเอกชนซะงั้น โชคร้ายที่ได้เจ้านายขี้จุกจิก
และให้เงินเดือนเยอะแต่ใช้งานคุ้มเกินไป ทำงานได้ครึ่งปีทนไม่ไหว
ลาออกมาทำงานแถวบ้าน เป็นโปรแกรมเมอร์เหมือนกันแต่เงินเดือนน้อยกว่าที่เก่า 4 พัน
พอคิดค่าข้าวค่าเดินทางแล้วคุ้มก็เลยเลือกที่จะอยู่ที่นี่ก่อน ขอตั้งหลักให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า
ความฝันที่อยากเป็นนักบินก็ยังอยู่
ได้ยินเสียงเครื่องบินก็หันไปมองบนฟ้า..
แล้วพูดกับตัวเองว่า "สักวันฉันจะขึ้นไปขับมันให้ได้"
ยังขยันอ่านหนังสือแนวฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย
ทั้งที่ตัวเองไม่เคยเรียนมาก่อนเลยในชีวิต
หาเวลาไปสอบ TOEIC ให้ได้เกิน 650
แต่สิ่งที่เป็นไปได้ง่ายกว่านั้น
ก็อยากทำงานในสนามบินนะ เป็นโปรแกรมเมอร์ในนั้นก็ได้
บริษัทในฝันก็คงหนีไม่พ้นสายการบินแห่งชาตินั่นล่ะ
//ตื่นได้แล้วววววว
- the end -
:05: กระจู๋ความหลังของคนแก่นี่ดีจัง
อ่านของพี่กวางจนเพลิน นึกว่าอ่านนิยาย :30:
ปกติยาวๆไม่ค่อยอ่านนะเนี่ย
แล้วก็ลืมเขียนของตัวเองซะงั๊น
ความฝันผมเหรอ
ฝันว่า จะได้ทุนคณะไปฝึกงานเมืองนอกตอนปี4 (แต่ตอนนี้ฟังที่สอนไม่รู้เรื่อง :05: คือมันเป็นนานาชาติอ่ะครับ)
ฝันว่า คณะนี้ จะเป็นความฝันของผมจริงๆ
ฝันว่า จบไป จะมีงานวิ่งมาหาเรา ไม่ใช่เราต้องวิ่งไปหางาน
ฝันว่า จะได้มีโอกาสร่วมงานกับ NECTEACH
ัฝันว่า จะมีส่วนร่วมในโครงการของ HLT ที่วิจัยโปรแกรมพิมพ์ข้อความจากคำพูด (คงได้ค่าลิขสิทธิ์มากโข ถ้าสำเร็จ)
ฝันว่า มันจะไม่ใช่แค่ความฝัน
ตื่นมาสร้างฝันให้เป็นจริงดีกว่า :40:
อยากมีรีสอร์ทริมทะเลสวยๆ....
มีชายหาดขาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
และ........................
มีปูไข่ ปูเนื้อ เดินกันขวักไขว่
แล้วก้อจับกินไดสบายๆ ท่าจาดี้ แฮ่ๆๆ
:33:
ตอนอยู่มัธยมอยากทำงานเหมือนนางเอกเรื่อง "โสมส่องแสง" มากเลย
ทำงานกับกาชาดสากล ไปช่วยเหลือตามประเทศต่างๆ ที่มีสงคราม
....
เรียนจบมาก็ยังดีใจอย่างนึงที่ได้ทำงานราชการ
และคิดว่าตัวเองก็ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด
.....
ต่อไปก็ฝันอยากมี
อยากมีบ้านหลังเล็กๆ ที่มีระเบียงกว่างๆ
อยากมีสวนรกๆ
อยากเลี้ยงหมาเยอะๆ
อยากมีชีวิตง่ายๆ ที่ไม่ต้องดิ้นรน
อนาคตหลังวัยเรียน ที่เคยเพียรคิดใคร่ครวญ
คะนึงและไห้หวน บัดนี้ชวนลองพิศดู!!
(เอาแค่นี้เหอะนะ ขี้เกียจใช้สมองแล้ว ต้องสงวนไว้ใช้ยามจำเป็น ของดีมีน้อย..)
อนาคตที่ตั้งความหวังไว้ว่าอยาก...อย่างยิ่ง มีหลายข้อ แต่ขอ EX ดังต่อไปนี้
- เป็นครู ข้อนี้สมใจนึกบางลำภูตั้งแต่เรียนจบมาไม่นาน ก็เริ่มจากการเป็นอาจารย์พิเศษที่วิทยาลัยเทคนิค
ซึ่งหรอยอย่างแรง!! (เริ่มสอนครั้งแรกอายุ 21 น.ศ.ปวส.ที่สอนอายุ 24 จะดุจะด่าแต่ละทีโคตรเกรงใจ :08:)
- เรียนต่อ ข้อนี้ความฝันทุกสิ่งเป็นจริงที่ซิงเกอร์ หลังจากเรียนจบ 2 ปี ก็กระเสือกกระสนมาเรียนต่อ
และคิดว่า(คง)จะจบในไม่ช้า
- แต่งนิยาย ข้อนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย เพราะยังไม่ได้เริ่มทำ คิดพล็อตไว้ประมาณล้านแปดแต่ไม่เคยได้เขียน
ดังนั้น...ก็คงต้องรอฤกษ์งามยามปลอดคลอดง่ายๆ เพื่อจะได้ทำให้เป็นจริงซะที!
- แต่งงาน ข้อนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววจะประสบผลสำเร็จ!! ดังนั้น..ชีวิตไม่สิ้นก็ยังต้องดิ้นกันต่อปายย :05:
อ๊ะ เคยตั้งจู๋แบบนี้ไว้ด้วยเหรอ
จะมาบอกว่าความฝันเรื่องการทำงานยังไม่เปลี่ยน แค่ขยายขนาดกว่าเดิม :30:
อีกแปดวันข้างหน้า ข้าจะเริ่มลิ้มลองชีวิตวัยทำงาน สาธุได้เดือนละแปดพันเถ๊อะ :04:
แต่สำหรับความฝันเรื่องการดำเนินชีวิต ตอนนี้ว่างอย่างแรงเพราะจากที่เคยสูญเสียเพื่อนไป ตอนนี้ผมได้เพื่อนคนนั้นกลับมาแล้ว แต่เสียแฟนไป :05:
ดังนั้น ตอนนี้เลยเหลือความฝันในชีวิตแค่มีบ้านขนาดพอดีอยู่หนึ่งคนที่วาดแบบแปลนเอง กับมีแมวเหมียวสักตัวไว้แก้เหงาตอนกลับมาบ้านก็พอ :33:
หลังวันเรียนเหรอ
ตอนนี้หลังจบมามีีมีชีวิตอยู่เหมือนเป็นเครื่องยนต์กลไก เป็นเฟืองจักรตัวเล็ก ๆ ที่คอยให้เฟืองใหญ่ได้หมุนเดินอย่างราบเรียบ
แต่ก็ฝันว่า จะกลับไปทำงานแถวบ้าน ทำงานที่เงินเดือนไม่ต้องมากนัก ไม่ต้องไปผจญภัยไปกับรถเมล์วันละหลายๆ ชั่วโมง
ทุกวันนี้เลยเรียนบัญชี อีก 1 ใบ เพื่อใช้วฺุฒิที่ว่านี้ เข้าทำงานการไฟฟ้า อยู่กับพ่อกับแม่บ้างเพราะท่านเริ่มแก่แล้ว
ถ้าจบมาทำบัญชีไปซักพัก คงไปสอบผู้ตรวจบัญชี
ด้วยความที่ทำงานทางด้านศิล ซึีึ่งมันออกจะคนละแนวกับบัญชี เราเลยต้องพยายามมากกว่าคนอื่นอีกนิด
ฝันไว้แค่นี้ก่อน ไม่อยากฝันมาก กลัวจะตื่นขึ้นมา
ผมฝันมาตลอด ตั้งแต่เด็ก
ว่า ชีวิตนี้ ขอขึ้นเวทีในงานดนตรีระดับโลกในฐานะนักดนตรีสักครั้ง
แต่ความจริงมันจะเป็นไปไม่ได้ :44:
แต่ความจริง ขอแค่ ได้ทำงานโฆษณา ได้เขียนสตอรี่บอร์ด ดีๆ
มี ครอบครัว มีบ้าน มีรถเป็นของตนเอง เลี้ยงครอบครัว พ่อแม่ ได้ ก็มีความสุขแล้ว :21:
เขียนมั่ง เผื่ออีกสามสี่ปีข้างหน้าจะกลับมาอ่านเจอ :30:
...
ตอนนี้
กำลังจะไปเรียน Antropology (มนุษย์วิทยา) ซึ่งเป็นสาขาขาดแคลนที่ไม่ค่อยมีคนเรียนกัน
ความตั้งใจคือจะเรียนแอนโทร ตรี โท เอก ยังไงต้องสอบทุนเรียนให้ได้เพราะสาขานี้ตกงานง่าย
พร้อมๆ กับทำงานเพื่อสังคม ไปพร้อมๆ กัน
ความจริงในสายงานนี้ผมเคยหวังสูงถึงไปทำงานกับ UN หรืออะไรทำนองนี้
แต่บังเอิญว่าการไปเชียงใหม่ครั้งที่ผ่านมานี้ทำให้ผมได้แนวทางชีวิตใหม่เพิ่มขึ้นทาง
คือทำงานเพื่อสังคมในรูปธุรกิจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ไม่หวังผลกำไรสูงสุด เอาแค่พอเลี้ยงตัวเอง
เจ้าของบริษัทเค้าสอนสังคมวิทยา และต้องการปฏิบัติธรรม พร้อมๆ กับช่วยเหลือชาวเขาไปด้วย โดยไม่ให้ตัวเองเดือดร้อน
หลายปีที่ผ่านมาผมเจออะไรมาเยอะมาก ทั้งภายนอก และภายใน
ไม่รู้นะอาจจะฟังดูกระแดะ แต่ผมรู้สึกได้ว่าผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น
และต้องการแค่ทำชีวิตให้มีประโยชน์กับสังคม คนที่ด้อยโอกาส และตัวเองไม่เดือดร้อน
เอิ่ว
หลังเรียนจบเคยฝันว่าอยากเป็นครูสอนศิลปะเด็กเล็กๆแหละ
อยากให้พวกเค้าวาดรูปสนุกๆไม่ต้องกังวลเรื่องความถูกต้องหรือคะแนน
เคยคิดทำร้านเบเกอรี่ เพราะชอบกลิ่นขนมปังอบใหม่ๆมาก
ล่าสุดอยากเปิดร้านไอติมมากๆเลย
ร้านเก๋ๆ ไอติมอร่อยๆไม่แพงเว่อร์
ให้ลูกค้าสนุกสนานและเป้นกันเองกับเรา
จัดโปรโมชั่นประจำเดือนสนุกๆ :22:
ฝันว่า อยากเป็นคนปฎิรูประบบการศึกษาของไทยครับ
ฝันนั้นยังอีกไกล จะพยายามไปให้ถึง (ถ้าไม่โดนวิชามารซะก่อน) :12:
พี่อร เปิดร้านไอศกรีมเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะแวะไปอุดหนุน
ผมคอไอศกรีม :40:
อ่ะ...
ขอให้อนาคตของเต่าเป็นดังที่หวังไว้ ....
เป็นสิ่งที่เคยคาดหวังในอนาคตเมื่อตอนเรียนมัธยมเหมือนกัน
แต่เสียดาย... ที่ไม่กล้าตัดสินใจที่จะเลือกเรียน
และไม่มีความตั้งใจที่แน่วแน่พอ
เพิ่งเคยเห็นจู่นี้แฮะ :31:
ที่คิดไว้ตอนมอสาม
-สอบเตรียมฯ ศิลป์ฝรั่งเศส
หมดละ
ตอนนี้สอบได้แล้ว
ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไรต่อไป
..
เคยคิดว่าอยากเรียนออกแบบ แต่ไปๆมาๆก็เฉยๆ
ตอนนี้ก็ปล่อยไปก่อน เดี๋ยวค่อยคิด :37:
หลังจากไม่ได้ไปไร่ไปนามานานนม
วันนี้กลับบ้านมีโอกาสแวะไปเก็บมะม่วง
อายุซักสี่สิบผมจะกลับบ้านมาทำไร่ครับ
อ้างคำพูดจาก: ืning❤ เมื่อ 04 เม.ย. 2008, 18:43 น.
เพิ่งเคยเห็นจู่นี้แฮะ :31:
ที่คิดไว้ตอนมอสาม
-สอบเตรียมฯ ศิลป์ฝรั่งเศส
หมดละ
ตอนนี้สอบได้แล้ว
ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนอะไรต่อไป
..
เคยคิดว่าอยากเรียนออกแบบ แต่ไปๆมาๆก็เฉยๆ
ตอนนี้ก็ปล่อยไปก่อน เดี๋ยวค่อยคิด :37:
ลองจินตนาการไปถึงตอนหลังเรียนจบสินิ้ง (หรือหนิงเนี่ย)
รีบเรียนให้จบ
มีงานทำ
รายได้เอาให้พ่อกับแม่ :46:หมดเลย
ท่านให้โอกาสทุกอย่างกับเรามากมายจริงๆ
อยากมีความฝันหลังเรียนจบมั่ง
อยากทำงานในบริษัทโฆษณาสักที่ ที่ทำงานกันแบบกระตุ้นตัวเอง
จะเป็นครีเอทีฟ เออี หรือ ใดๆ ก็ค่อยไปว่ากันอีกที
แต่อยากทำงานด้านโฆษณา
และอาจมีงานเสริมประกอบ ถ้าเก่งกว่านี้
อยากรับงานพวกภาพประกอบมาทำแบบจริงจังได้
:22:
เต่าเจ๋งวะ
หลังจากเครียดที่ไปฝึกงานแล้วไม่มีงานทำถึงสองสัปดาห์ ตอนนี้ได้ลองเห็น และได้สัมผัสงานรวมทั้งชีวิตที่ปรึกษากฎหมายแล้ว ไม่เกลียด ไม่ชอบ เฉยๆ ถือเป็นแหล่งปั๊มเงินละกัน ความฝันยังเหมือนเดิมและยิ่งหนักแน่นขึ้นหลังได้อ่านหนังสือ บรรพตุลาการ อ่านแล้วฮึกเหิมอะ แบบว่าการเป็นผู้พิพากษาที่ดีมันเยี่ยมยอดอย่างนี้เอง สักวันผมจะทำให้ได้ และผมเชื่อมันในตัวเองนะว่าผมสามารถทำได้
และขอให้ความฝันทุกคนเป็นความจริงด้วยนะครับ
ปล.เพิ่งรู้ว่าเทรนด์การวางตัวของผู้พิพากษายุคนี้เขาไม่ให้เก็บตัว แต่ให้ออกสังคมโดยมีสติ ให้ทำตัวให้เหมือนเป็นลิ้นงูพิษ ประมาณนั้น :33: