เข้าใจว่าทุกคนคงจะทราบว่า
ทุกครั้งก่อนชมภาพยนตร์ จะต้องมีการแสดงความจงรักภักดี
ด้วยการยืนถวายความเคารพพร้อมเพลงสรรเสริญพระบารมี
แต่อยากทราบว่า เริ่มมีการปฏิบัติแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
มีประวัติความเป็นมาอย่างไร
และในต่างประเทศที่มีกษัตริย์เป็นประมุข มีธรรมเนียมแบบนี้มั้ย
ใครพอจะแถลงไขได้บ้างครับ
แก้ไข: เขียนภาพยนตร์ผิด
ไม่รู้แต่ชอบเพลงสรรสริญมาก ได้ยินในโรงหนังครั้งแรก เราน้ำตาคลอ :05:
ไม่ยืนยันนะครับ แต่เริ่มมีมาตั้งแต่สมัย ร.6 ครับ เป็นช่วงที่มีการส่งเสริม
การแสดงมหรสพ ในการแสดงมหรสพ บางครั้ง เสด็จท่านก็เสด็จมาชม หรือพระองค์
ทรงแสดงเองค์ จึงต้องมีการถวายพระพรก่อน อันนี้คุ้นๆจากที่เคยเรียนนะครับ ไม่
ยืนยัน ถ้าไงผู้รู้มายืนยันอีกทีนะครับ :22:
ขอบคุณคุณ iodum ค่ะ :45:
เคยอ่านครับ ว่าสมัยที่เขาปฏิวัติและมีพวกของกระแสนิยมอย่างหนังเข้ามาในบ้านเราเนี่ย ไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำเริ่มน่ะครับ - แต่ตอนแรกนี่เพลงมันอยู่ท้ายเรื่องนะครับ แต่ตอนหลังรู้สึกจะไม่ได้ผลเพราะลุกหนีกันก่อน เลยเปลี่ยนมาไว้ตอนก่อนเริ่มเรื่องครับ
แล้วก็มีแต่คนเข้าโรงช้า
เสริมนิดนึง
สังเกตได้ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในยุคที่เกิดการรุกรานของสงคราม
เราจะได้เห็นโยบายส่งเสริมความเป็นชาตินิยมแทรกอยู่กับทุกอณูชีวิตครับ
ผิดถูกไม่รู้ เพราะจะว่าไปเราเอาไม้บรรทัด 2549 ไปวัด 24XX มันก็ไม่ตรงนัก
การแต่งกาย ดนตรี ภาษา อาหาร วรรณกรรม มหรสพ สถาปัตยกรรม
ทุกอย่างมันเพื่อการสร้างอัตลักษณ์ของชาติทั้งนั้นแล
ดังนั้นประเพณีการยืนถวายความเคารพนี่ จึงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของไทยครับ
ป.ล.แอบแก้ชื่อจู๋โดยพลการ
เพลงสรรเสริญพระบารมี
ชอบเหมือนกันค่ะ :05: ถ้าดู MV ประกอบด้วยแล้ว
จะซาบซึ้งไปกับบทเพลงค่ะ ฟังแล้วขนลุก
ให้ความรู้สึกที่สุดยอดค่ะ :12:
เห็นวันนั้นดูรายการ
ลุงสายัญ สัญญา บอกว่า ก่อนขึ้นคอนเสิร์ต ลุงจะต้องร้องเพลงสรรเสริญก่อน (ไม่ใช่สรรเสริญหรอก...อะไรสักอย่าง = =)
เพราะเห็นว่าเวลามีพิธีเปิดอะไร คนไทยก็ควรจะระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณโดยการยืนเคารพ
แล้วลุงก็บอกว่า พวกโรงหนังเนี่ย ที่เปิดเพลงสรรเสริญกัน ก็เริ่มต้นมาจากลุงเนี่ยแหละ
...เห็นเขาว่างั้น
^
เป็นมุกของแกล่ะมั้ง
ผมชอบดูหนังเปลี่ยนโรงไปเรื่อยๆ ไปดูเพลงสรรเสริญของแต่ละที่
อลังการต่างกันดี ชอบๆ
เวลาเพลงขึ้นนี่ บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยครับ
แต่ผมเป็นคนสุดท้ายเสมอที่จะนั่งลงเวลาเพลงจบ...
ปกติเห็นแต่เขียนว่าภาพยนตร์นะครับ
ไม่รู้ภาพยนต์มันเขียนได้รึเปล่า
เข้าเรื่อง
เพลงสรรเสริญฯก็เคยเป็นเพลงชาติของไทยมาก่อนนะครับ อยู่ในฉบับที่ 3
(อ่านประวัติเพลงชาติได้ที่นี่ http://www.banfun.com/thai/thai-anthem.html)
แต่ก่อนน่ะ มันไม่มีโรงหนังหรอกครับ มีแต่หนังกลางแปลง โขนลิเก ดนตรีลูกทุ่งอะไรพวกนี้
เขาเรียกว่างานมหรสพครับ เมื่อกี้เลยได้มีโอกาสไปคุ้ยข้อมูลใน google ก็เลยเจอที่เว็บนี้
http://www.culture.go.th/knowledge/thaiflag/03.htm
มีอยู่ตอนนึงได้กล่าวถึงระเบียบการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติ
สมัย พ.ศ. 2478 ช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 3 ปี
ขอแอบอ้างเอามาหน่อยนะครับ
_____________________________________________________________________________________
ประกาศ
ระเบียบการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติ
โดยที่เห็นสมควรวางระเบียบการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติ คณะรัฐมนตรีจึงได้ปรึกษาลงมติด้วยความเห็นชอบของคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประกาศระเบียบการดังต่อไปนี้
๑. เพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาตินั้น มีแบบสังเขปและแบบพิสดารดั่งตัวอย่างที่สอบดูได้ ณ กรมศิลปากร
๒. โอกาสอันใดสมควรจะบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และโอกาสอันใดสมควรจะบรรเลงเพลงชาตินั้น อาศัยหลักเกณฑ์ดั่งนี้ คือในกรณีใดที่มุ่งหมายจะถวายความเคารพแด่พระมหากษัตริย์เฉพาะพระองค์ก็ดี หรือ ในฐานที่ทรงเป็นประมุขแห่งชาติก็ดี สมควรบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและในกรณีที่มุ่งหมายจะแสดงความเคารพต่อชาติก็สมควรบรรเลงเพลงชาติ ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขดั่งจะกล่าวต่อไป
๓. ในการพิธีซึ่งเสด็จพระราชดำเนินหรือมีกำหนดเสด็จพระราชดำเนิน หรือมีความมุ่งหมายที่จะถวายความเคารพแด่พระมหากษัตริย์นั้น โดยปกติสมควรบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีแบบสังเขปแต่ถ้าเป็นพิธีใหญ่เช่นที่มีกำหนดให้แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ก็สมควรบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีแบบพิสดาร
ในการพิธีดังกล่าวแล้ว ถ้ามีความประสงค์จะแสดงความเคารพต่อชาติด้วย จะบรรเลงเพลงชาติด้วยก็ได้ ส่วนจะบรรเลงแบบสังเขปหรือแบบพิสดารนั้น ให้อนุโลมตามความในวรรคก่อน
๔. ในการพิธีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนั้น โดยปกติสมควรบรรเลงเพลงชาติแบบสังเขป แต่ถ้าเป็นพิธีใหญ่ก็สมควรบรรเลงเพลงชาติแบบพิสดาร
๕. ในการสโมสรสันนิบาต ถ้าดื่มถวายพระพรพระมหากษัตริย์ก็สมควรบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ถ้าดื่มเพื่อความเจริญของชาติและรัฐธรรมนูญก็สมควรบรรเลงเพลงชาติ
๖. ในการมหรสพ สมควรบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีแบบสังเขป แต่ถ้ามีการแสดงเป็นพิธีใหญ่ก็สมควรบรรเลงแบบพิสดาร
๗. ระเบียบการนี้เกี่ยวกับการบรรเลง เพราะฉะนั้นถ้าจะมีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีหรือเพลงชาติแล้ว ก็ย่อมบรรเลงประกอบคำร้องจนสิ้นบทเพลง
๘. ในกรณีอื่น ๆ ที่มิได้บ่งไว้ในระเบียบการนี้ ให้นำข้อความในระเบียบการนี้มาใช้โดยอนุโลมทั้งนี้ให้เริ่มใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๘ เป็นต้นไป
ประกาศมา ณ วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๘
พ.อ. พหลพลพยุหเสนา
นายกรัฐมนตรี
_____________________________________________________________________________________
ซึ่งแต่ก่อนเพลงสรรเสริญฯเขาจะเล่นกันหลังหนังจบ แต่คนไทยก็อย่างว่าแหละนะ หนังจบปุ๊บก็เผ่นแน่บ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ดูชัยบดินทร์โชว์ ตอนที่เอาคุณเป้า สายันต์ มาออก เขาบอกว่า ก่อนตัวเองจะเป็นนักร้อง เขาเห็นภาพเหล่านี้แล้วก็ไม่สบายใจ เลยบอกกับตัวเองว่าถ้าวันนึงมีวงดนตรีขึ้นมา เขาจะทำเพลงๆนึง ที่เอาไว้เทอดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็เลยให้ครูเพลงมาแต่งเพลงให้เพลงนึง เพลงอะไรผมก็ไม่รู้ล่ะ เพิ่อที่จะเอาไว้บรรเลงก่อนเริ่มแสดง เขาก็บอกว่าหลังจากที่เขาทำอย่างนี้ ก็เลยมีคนปฏิบัตตามๆกันมา
พี่เป้าเลยบอกว่าพี่เขาเป็นคนแรกที่ริเริ่มเรื่องนี้
ส่วนต่างประเทศเป็นไงผมไม่รู้ครับ แต่เดาว่าคงไม่มีพิธีแบบนี้
ส่วนคนไทยก็ไม่แน่ครับ ต่อไปก็คงไม่มีเหลือ หากสังคมยังเป็นแบบนี้อยู่
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เกรียน ก๊อพ เมื่อ 15 มี.ค. 2006, 23:10 น.
เวลาเพลงขึ้นนี่ บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยครับ
แต่ผมเป็นคนสุดท้ายเสมอที่จะนั่งลงเวลาเพลงจบ...
อ้าว เอ็งเองเรอะ
ถึงว่า วันนั้นในโรงมีไอ้เบ้าที่ไหนไม่รู้พยายามจะนั่งเป็นคนสุดท้ายเหมือนกัน
ตูก็ไม่ยอม มันก็ไม่ยอม
สุดท้ายก็ยืนดูโบร๊คแบ็คกันจนจบทั้งคู่ :27:
อ้อ - พี่แอนคือคนที่ปากป็อปคอร์นใส่หัวผมใช่มั้ย
แล้วหลบรองเท้าผมได้ไงล่ะนั่น นึกว่าปาเร็วเหนือเสียงแล้วนะ
ชอบของ SF ที่มีแต่ทำนอง ใช้เครื่องดนตรีไทยบรรเลง
ชอบตอนอังกะลุงมาก
เพราะสุดๆ
อ้างคำพูดจาก: กิ๊ง เกรียน ก๊อพ เมื่อ 15 มี.ค. 2006, 23:17 น.
อ้อ - พี่แอนคือคนที่ปากป็อปคอร์นใส่หัวผมใช่มั้ย
แล้วหลบรองเท้าผมได้ไงล่ะนั่น นึกว่าปาเร็วเหนือเสียงแล้วนะ
ตูไม่ได้ปา เพราะตูไม่ได้ซื้อข้าวโพดคั่ว
คาดว่าจะเป็นตาลุงข้างหลัง เอ็งเล่นยืนบังอยู่ยังงั้นแกเลยรำคาญ
เมื่อก่อนชอบพยายามนั่งเป็นคนสุดท้าย เดี๋ยวนี้ตูเมื่อย ไชโยมาตูนั่งเลย
"เมื่อย"
+1 ทุกคนที่มีสาระครับ ส่วนใครมีแววปั่นให้ระวังไว้ครับ
ผมจะทำตรงกันข้ามกัน
ขอบคุณสำหรับข้อมูลจากห้าโอ
เป็นธรรมเนียมที่รับมาจากอังกฤษครับ
เข้าใจว่าเริ่มต้นโดยพระเจ้าจอร์จที่2 แห่งอังกฤษ ที่ทรงยืนถวายความเคารพต่อการร้องถ้อยคำสรรเสริญพระเจ้าที่มีก่อนการร้องก่อนแสดง
ต่อมาก็ในสมัยqueenElizabethที่สอง ก็ใช้เพลงgod save the queen
เอาใหม่ สลับกัน
เริ่มสมัยช่วงปี1700กว่าๆ เพลงชาติอังกฤษยังไม่มี
ในสมัยนั้น พระเจ้าจอร์จที่2 แห่งอังกฤษ ทรงยืนถวายความเคารพต่อการร้องถ้อยคำสรรเสริญพระเจ้าที่มีก่อนการร้องก่อนแสดง นับเป็นราชวงศ์คนแรกที่ทำอย่างนั้น
ต่อมา 1745 เจ้าชายชาร์ล เอ๊ดเวิร์ดสจ๊วต ได้รบชนะ พระเจ้าจอร์จที่2ที่เอดินเบิร์ก เมื่อข่าวไปถึงกรุงลอนดอน หัวหน้าวงราชดุริยางค์ได้แต่งเพลง "god save the king"และ บรรเลงเพลงนี้หลังการแสดงดนตรีในคืนนั้นเพื่อเป็นการขอให้พระเจ้าคุ้มครองกษัตริย์ ในระยะที่กรุงลอนดอนทราบแต่ข่าวการแพ้ศึกแต่ไม่ทราบว่าพระเจ้าจอร์จเป็นอย่างไร โรงละครและสถานจัดแสดงดนตรีทั้งหลายได้บรรเลงเพลงนี้ตลอด
(พระเจ้าจอร์จที่สองรอดมาได้ และหลังจากนั้นก็เอาชนะเจ้าชายชาร์ลได้ในปีถัดมา)
นับแต่นั้นมา จึงเป็นธรรมเนียมว่าเมื่อมีราชวงศ์อังกฤษไปเป็นประธานในการแสดงหรือไปดูละคร จะมีการบรรเลงเพลงนี้ก่อนการแสดง
ธรรมเนียมนี้ได้แพร่ไปยังอเมริกาในทำนองเพลงเดียวกันแต่คนละชื่อ และไม่มีเนื้อเพลงเหมือนของอังกฤษครับ
ในส่วนของการรับเอาวัฒนธรรมนี้มา เข้าใจว่ารัชกาลที่5หรือเจ้าฟ้าในรัชกาลที่5ได้เป็นผู้นำเข้ามา
โอ้ว .. พระเจ้าจอร์จ มัน..
ไม่ปั่นดีกว่า กลัวยักษ์ลบ
อ่ะโหวววว...มากะจู๋นี้
เหมือนเขาหักไป 2 นิ้วเลยอ่ะค่ะ
อาจเป็นเพราะเป็นเรื่องทั่วไป เห็นจนชินตา พอมารู้อะไร
ที่ลึกซึ้งมากๆ นี่ แอบอึ้งเหมือนกัน
ขอคารวะคนเอามาลง และเอามาเสริม :45:
เดี๋ยวนี้เพลงชาติหรือเพลงสรรเสริญพระบารมีจะมีบทบาทในโรงเรียนเท่านั้น
คนทำงานหรือใครก็ตามเวลาได้ยินเพลงดังกล่าวมักจะเฉย
ก่อนฉายภาพยนตร์จะต้องยืนทำความเคารพด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี
เห็นส่วนใหญ่ก็ยืนไร้ความรู้สึกทั้งนั้น
เพลงจบก็จบ นั่ง
จะมีซักกี่คนนะทีี่คิดถึงความหมายความลึกซึ้งของเพลง
จะมีซักเท่าไหร่ที่มีใจน้อมศีรษะส่งความเคารพไปยังเบื้องพระยุคลบาท
ชีวิตมันเต็มไปด้วยความเร่งรีบและละโมบจนลืมสิ่งรอบตัวแล้วหรือ
ลองมองทางนี้นะ
- ทำไม การเข้าใจในเนื้อหาของเพลงต้องไปทำที่โรงภาพยนตร์
- คนที่ยืนพอเป็นพิธี ถือว่าไม่รักในหลวงเหรอ?
- การร้องเพลงชาติทุกเช้าหน้าเสาธงในโรงเรียน ถือเป็นความรักชาติเหรอ?
ตั้งคำถามแบบนี้ไว้ไม่ได้เป็นการโยนระเบิดถามทางนะ
แต่มันจะโยงไปถึงเรื่องระบอบแม้วทริกซ์ (ได้ไงไม่รู้)
ลองคุยกันเรื่องนี้ดู
ถามไปถามมาก็ตอบได้คำเดียวว่า
"มันอยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคน"
:08:
แล้วจะทำยังไงให้คนมีจิตสำนึก
ตอนนี้ยังหาคำตอบไม่ได้เลย
สรุป เรียนจบเมื่อไหร่ทำระเบิดมาระเบิดโลกดีกว่า :07:
อ้างคำพูดจาก: 藿月 (lán yuè) เมื่อ 16 มี.ค. 2006, 07:57 น.
ถามไปถามมาก็ตอบได้คำเดียวว่า
"มันอยู่ที่จิตสำนึกของแต่ละคน"
:08:
แล้วจะทำยังไงให้คนมีจิตสำนึก
ตอนนี้ยังหาคำตอบไม่ได้เลย
สรุป เรียนจบเมื่อไหร่ทำระเบิดมาระเบิดโลกดีกว่า :07:
อย่าคิดว่าเธอพูดเล่นนะครับ
เดือนเธอเรียนฟิสิกส์...
:02: :02:
ฟีลด์ทฤษฎีด้วยเด้อ
quantum
nuclear
relativity
theorem
Astrophysics
:02:
อะ กลับเข้าเรื่อง
อย่างเวลาเข้ามหาลัยมันจะไม่มีเคารพธงชาติแล้ว
แต่มอ. จะมีเด็กสาธิตอยู่ด้วยไง ทีนี้เวลาจะไปเรียนแถวๆ นั้นตอนเช้าก็จะมีเสียงเพลงชาติมา
พอหยุดยืนทีไรคนหันมามองทุกที :08:
ที่สวนสาธารณะก็เป็น
ที่เบญจสิริอะ
ทุกๆ 6 โมงเย็น (ไม่รู้ตอน 8 โมงเช้าด้วยเปล่า)
จะเปิดเพลงชา้ติ
แล้วทุกคนที่ออกกำลังกายอยู่ในสวน
จะหยุดยืนตรงทุกคนเลย
รวมทั้งคนที่เดินอยู่ริมฟุตบาทบางคนด้วย
เป็นภาพที่สวยงามยิ่ง
ขนลุกกันบ้างมั้ย เวลายืนน่ะ
ผมนะ บางทีน้ำตาคลอเลยล่ะ :22:
เวลาอยู่ในรพ. ถ้าไม่ได้ไปอยู่เวรหรือต้องไปดูคนไข้หรืออยู่ในตึก ได้ยินเพลงชาติก็จะหยุดยืนตรง
(นั่นหมายความว่าถ้ากำลังไปอยู่เวรห้องฉุกเฉิน ถึงมีเพลงชาติผมก็ไม่หยุด)[quote author=
- link=topic=5183.msg202900#msg202900 date=1142470935]
อย่าคิดว่าเธอพูดเล่นนะครับ
เดือนเธอเรียนฟิสิกส์...
[/quote]
....
งั้นเดือนทำหุ่นยนต์พลังงานนิวเคลียร์
ผมเอาไวรัสอีโบลามาดัดแปลง แล้วเรามาครองโลกกัน
กูตาลาลา
อ้างคำพูดจาก: nuugo เมื่อ 16 มี.ค. 2006, 08:42 น.
ขนลุกกันบ้างมั้ย เวลายืนน่ะ
ผมนะ บางทีน้ำตาคลอเลยล่ะ :22:
:22: :22:
ผมอึ้งครับ เห็นของอีจีวีเวอร์ชั่นก่อนเป็นครั้งแรก น้ำตาคลอเหมือนกัน
เพลงมันบีบคั้นหัวใจมากโดยเฉพาะที่ดนตรีเร้าในช่วงท้ายๆ
แต่พอดูหนังทุกอาทิตย์และย้ายมาดูโรงเมเจอร์แทนก็เฉยๆ
คงเพราะชินอย่างที่ว่านั่นแหละ
พูดถึงเรื่องโรงหนังแล้วก็นึกถึงกระทู้นี้ครับ
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4191147/A4191147.html
เขาคุยกันเรื่องเดิมๆ เก่าๆ อมตะๆ ก็คือการพาเด็กเข้าไปดูหนังที่ไม่เหมาะกับเด็ก
เช่น Final Destination ที่กำลังฉายอยู่เนี่ย
จขกท ให้ความเห็นสรุปและตอบคำถามหลายๆ อย่างเป็นประเด็นอ่านง่ายดี
แถมมีโปสเตอร์อันนึงเรื่องการแบ่งเรตหนังมาฝาก
ฝรั่งเขาทำมาน่ารักมากครับ :12:
(http://img.f0nt.com/image/1938.jpeg)
จริงๆแล้วคนไทยไม่ใช่ไม่ใส่ใจกับเรื่องเรทของหนังนะครับ แต่เป็นเพราะค่ายหนังที่เอาหนังเข้ามาฉายมากกว่าครับ ที่ไม่เคยคิดจะให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเรทของหนังที่เข้าฉาย ถ้าจะถามว่าทำไม ก็คงตอบได้ครับว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ซื้อหนังเขามาฉายแล้วขาดทุนใครจะอยากทำ ยิ่งคนเข้ามาดูมากๆยิ่งดี ไม่สนหรอกว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ :41:
(ต่อจากข้างบน)
ทุกวันนี้เราจึงเห็นพ่อแม่พาลูกเข้าไปดู SAW, Underworld หรือแม้แต่เด็กหอ เพียงเพราะพ่อแม่อยากดู
อ้างคำพูดจาก: Oui! เมื่อ 16 มี.ค. 2006, 11:12 น.
(ต่อจากข้างบน)
ทุกวันนี้เราจึงเห็นพ่อแม่พาลูกเข้าไปดู SAW, Underworld หรือแม้แต่เด็กหอ เพียงเพราะพ่อแม่อยากดู
พาไปดู saw นี่ไม่ไหวนะ
ฆ่ากันชัดๆ
(เราอายุเกิน 17 ยังไม่กล้าดู - -")
เรื่องSAWที่มีฉลามออกมาใช่ไหม
ผิดกระจู๋แล้วครับหมอ มุกแก้อยู่อีกจู๋นึงครับ
กรั่กมีคนจับได้
หมอไม่ใช่รายแรกของวันนี้ที่เล่นจู๋ผิดมุกครับ
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 16 มี.ค. 2006, 16:02 น.
เรื่องSAWที่มีฉลามออกมาใช่ไหม
นั่นมัน Jaws!!! :07:
ที่ปีนตึกเอ็มไพร์สเตทน่ะ
อ้างคำพูดจาก: ชายคลอง เมื่อ 16 มี.ค. 2006, 16:07 น.
หมอไม่ใช่รายแรกของวันนี้ที่เล่นจู๋ผิดมุกครับ
:42:
นั่นมันคิงคอง :07:
ที่เรือล่มน.....
พอเหอะ ยักษ์จู๋นี้ดู
เดี๋ยวโดนลบกันหมด
ไม่รู้อ่ะ
เหมือนเคยอ่านเจอเรื่องนี้ แต่หากระทู้ไม่เจอ :05:
สรุปความคืบหน้าคดีความ การไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญในโรงหนัง
ทนายแมกไซไซ ชี้ ใครไม่ยืนตรง เมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติ มีโทษจำคุกสถานเดียว ระบุ ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาในเรื่องนี้มาแล้ว ขณะที่ตำรวจสั่งดำเนินคดีข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว
วันนี้ (24 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ต ตามเว็บไซต์ต่างๆ และสถานีวิทยุบางสถานี ถึงกรณีที่ นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง อายุ 27 ปี กับพวก ถูก นายนวมินทร์ วิทยากุล อายุ 40 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้ดำเนินคดีกับ นายโชติศักดิ์ ฐานไม่ยืนตรงแสดงความเคารพในโรงภาพยนตร์ ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2550 โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.โสเพชร จันทร์พลงาม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัว นายโชติศักดิ์ มารับทราบข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี" ทั้งนี้ ระหว่างที่ นายโชติศักดิ์ เดินทางไปรับทราบข้อหานั้น ได้ถือป้ายและสวมเสื้อสกรีนข้อความ "ไม่ยืน ไม่ใช่อาชญากร คิดต่าง ไม่ใช่อาชญากรรม" ที่หน้าโรงพักด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเรื่องดังกล่าวกลายเป็นคดีความและเวลาล่วงเลยมาราว 7 เดือน คณะกรรมการกองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงมีความเห็นให้ออกหมายเรียก นายโชติศักดิ์ มารับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวไปชั่วคราว เนื่องจากนายโชติศักดิ์ เดินทางเข้ารายงานตัวด้วยตนเอง
นายทองใบ ทองเปาด์ อดีต ส.ว.มหาสารคาม ทนายความรางวัลแมกไซไซ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกสูงถึง 7 ปี และถือว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งการยืนทำความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติ ทุกคนต้องกระทำด้วยความสุภาพ ยืนตัวตรง ห้ามแกว่งแขน หรือ ยืนยิ้ม ต้องยืนด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งในอดีตเคยมีเหตุการณ์นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต้องติดคุก 2 ปี เพราะไม่ลุกขึ้นยืนทำความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี ขณะไปฟังการปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดยเฉพาะในโรงภาพยนตร์จะมีข้อความระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า "โปรดยืนถวายความเคารพ"
"แม้จะอยู่ ณ ที่แห่งใด เมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี และ เพลงชาติ ทุกคนต้องยืนตัวตรงนิ่งทำความเคารพ" นายทองใบ กล่าว
ทนายความผู้นี้ ระบุด้วยว่า หากบุคคลใดเห็น หรือแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่ไม่ลุกขึ้นยืน หรือ ยืนไม่สุภาพ และมีพยานเห็นชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรับแจ้งความอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้น และนำเรื่องขึ้นสู่ศาลฎีกามาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีไปยังตำรวจ สน.ปทุมวัน แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่มีรายงานแจ้งว่า ในแนวทางการสืบสวนของตำรวจ จะนำพยานหลักฐานต่างๆ มาอ้างอิง จากนั้นจะสรุปสำนวน ส่งฟ้องศาล ซึ่งมีโทษถึงขั้นติดคุก เนื่องจากการที่ใคร หรือบุคคลใดก็ตาม ไม่ยืนถวายความเคารพ ต่อทั้งเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี ถือว่าบุคคลผู้นั้น มีความผิดทางอาญา หมิ่นเบื้องสูง ต้องถูกดำเนินคดี
ทั้งนี้ การวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บไซต์ต่างๆ เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเว็บไซต์พันทิป นายโชติศักดิ์ ได้เข้าไปโพสชี้แจงและอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดว่า "เมื่อวาน(20 ก.ย.) ผมและเพื่อนชื่อ ชุติมา ได้เข้าไปดูหนังที่ชั้น 9 เซ็นทรัลเวิลด์ (หนังรอบ 19.15 น. แต่ผมเข้าโรงประมาณ 19.30 น.และเมื่อถึงเพลงสรรเสริญ ผมและเพื่อนก็ไม่ได้ยืน (แต่นั่งด้วยความสงบและได้หยุดรับประทานขนมและน้ำ) ซึ่งผมและเพื่อนปฏิบัติเช่นนี้มานานแล้ว ปรากฏว่า ผม (คนเดียว) ถูกปาด้วยกระดาษที่ขยำเป็นก้อนขนาดเล็กกว่าลูกเทนนิสถูกบริเวณต้นคอ ซึ่งผมก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะเคยเจอแบบนี้มาแล้ว 1-2 ครั้ง ต่อมา เมื่อเพลงเล่นไปประมาณกลางเพลง ชายคนหนึ่งที่นั่ง (ตอนนั้นเขายืน) อยู่ถัดเพื่อนผมไปทางซ้ายมือ 2-3 ที่นั่ง ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ นายนวมินทร์ หันบอกให้ผมและเพื่อนลุกขึ้นยืน โดยเขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งผมและเพื่อนก็ไม่ได้สนใจเขาจนเพลงจบชายคนนั้นจึงเดินไป ตามพนักงานโรงหนังมา (ทราบเพียงชื่อเล่นว่านิค) และบอกให้พนักงานคนดังกล่าวเชิญผมและเพื่อนออกไป พนักงงานจึงบอกกับเขาว่า "พี่ใจเย็นๆ" และผมได้บอกกับพนักงานว่า "ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำไม่ผิด แต่ต่อให้ผิดโรงหนังก็ไม่ต้องกลัวเดือดร้อนเพราะไม่เกี่ยวกับโรงหนัง"
หลังจากนั้น พนักงานก็ถอยไปยืนบริเวณทางเดินด้านข้าง ชายคนนั้นจึงลุกขึ้นยืนแล้วกรีดร้องและเริ่มด่าผมและเพื่อน เช่น ทุเรศ, ทำไมไม่รักในหลวง เป็นคนไทยซะเปล่าขนาดฝรั่งยังยืนเลย พร้อมกับไล่ผม และเพื่อนให้ออกไปจากโรงด้วยอาการที่เกรี้ยวกราด ซึ่งระหว่างนั้น เขามีม้วนกระดาษอยู่ในมือ และใช้มันชี้หน้าเพื่อนของผมอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเขาพูดจบ (รอบแรก) คนอื่นๆ ในโรงก็ปรบมือให้กับเขา หลังจากนั้น ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาด่าเพื่อนผมอีกครั้ง เพื่อนผมจึงตอบไปว่า "เงียบหน่อยค่ะ" และผมพูดว่า "ถ้าพี่มีปัญหาพี่ก็ออกไป ผมนั่งสบายดี ไม่มีปัญหา และผมจะไม่ออกไป เพราะผมจะดูหนัง"
หลังจากนั้น ชายคนนั้นก็เดินเข้ามาด่าผม และเพื่อนอีกครั้ง และได้ขว้างม้วนกระดาษในมือมา โดนบริเวณหน้าอกของเพื่อนผม พร้อมชี้นิ้วมาที่หน้าเพื่อนผมในระยะห่างประมาณ 2 คืบ พร้อมกับกระชากกล่องป๊อปคอนในมือเพื่อนผม แล้วสาดมันใส่ผมและเพื่อนแล้วขว้างกล่องป๊อปคอนโดนเพื่อนผม และกระเด็นมาโดนผมด้วยแล้วปัดแก้วน้ำอัดลมที่วางอยู่ที่ที่วางแขนจนตกแตก ซึ่งในขณะนั้น คนอื่นๆ ในโรงก็เริ่มด่าและไล่ผมและเพื่อนผม และเพื่อนจึงยืนขึ้น และผมได้โทร.ไปที่ 191 ทันที และเดินคุยโทรศัพท์กับตำรวจ จนออกมานอกโรงระหว่างที่เดินออกจากโรง ผมเดินผ่านหน้าชายคนนั้น เขาได้ชี้มาที่เสื้อผม แล้วด่าว่า "ใส่เสื้อบ้าอะไร"
เมื่อออกมานอกโรงหนัง ผมกับเพื่อน รอจนพบกับตำรวจ และบอกกับตำรวจว่าจะรอคู่กรณีเพราะกลัวเขาหนีไป พอหนังจบ คนดูทั้งหมดออกมาตรงประตูทางออก ผมกับเพื่อนได้เข้าไปในโรงหนังอีกครั้ง โดยตั้งใจจะเข้าไปถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่ทันได้ถ่าย ผู้จัดการโรงหนังได้เข้ามาบอกว่าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปในโรง เพราะเป็นกฎ ถ้าจะถ่ายต้องทำเรื่องมา ผมจึงขอให้ตำรวจที่ตามเข้าไปมาดูที่เกิดเหตุแทน หลังจากนั้น ผมออกไปนอกโรงหนัง พบคู่กรณีและคนดูคนอื่นๆ ยืนรวมกันอยู่กับตำรวจอีกนาย ผมจึงเดินทางไป สน.ปทุมวัน และคู่กรณีได้ตามมาทีหลัง เมื่อถึง สน.ตำรวจได้ให้ผมและลงบันทึกประจำวันและได้ทำเรื่องส่งผมไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ (ตำรวจบอกว่ามันเป็นขั้นตอนของทางการ)
โดยทางร้อยเวรได้นัดผมไปแจ้งความและสอบปากคำ เมื่อบ่ายวันนี้ (21 ก.ย.) ส่วนหมอที่ รพ.ตำรวจ ได้นัดผมมาฟังผลเมื่อเช้าวันนี้ เมื่อเช้าผมจึงไปฟังผลที่ รพ.ตำรวจ และกลับมาที่สน.ตอนบ่าย ระหว่างรอตำรวจเจ้าของคดีเล่าให้ผมฟังว่า "คู่กรณีจะแจ้งความผมกับเพื่อนในข้อหา "หมิ่นพระบรมฯ" ถ้าผมกับเพื่อนจะดำเนินคดีคู่กรณี" ดังนั้น เท่าที่ผมทราบล่าสุด คือ ผมและเพื่อนยังไม่ถูกแจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมฯ
อย่างไรก็ตาม ผมและเพื่อนก็ได้เข้าแจ้งความตามนัด โดยแจ้งคนละ 4 ข้อหา ของผมมี 1.ดูหมิ่นซึ่งหน้า 2.ร่วมกันทำร้ายร่างกาย 3.ทำให้เสียทรัพย์ 4.ร่วมกันบังคับข่มขืนใจให้กระทำหรือไม่กระทำการ
ส่วนของเพื่อนผมมี 1.ดูหมิ่นซึ่งหน้า 2.ทำร้ายร่างกาย 3.ทำให้เสียทรัพย์ 4.ร่วมกันบังคับข่มขืนใจให้กระทำหรือไม่กระทำการ (ต่างกันตรงข้อกล่าวหาที่ 2.ซึ่งผมถูกทำร้ายจากคน 2 คน แต่เพื่อนผมถูกทำร้ายจากคนคนเดียว) นอกจากนั้น คุณสหายดอกหญ้าได้โทร.ไปเสนอให้ผมและเพื่อนฟ้องชายคนนั้น ข้อหาก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะเพิ่มอีก 1 คดี ซึ่งเพื่อนผมที่เป็นทนายกำลังดูข้อกฎหมายอยู่ สรุปก็คือ ผมและเพื่อนได้แจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีเขาไปแล้ว ส่วนว่าเขาจะแจ้งผมกลับหรือไม่ ยังไม่ทราบ
หมายเหตุ* ตอนเกิดเหตุ ผมใส่เสื้อรณรงค์ของเครือข่าย 19 กันยาฯ ซึ่งขณะนี้ผมกำลังตัดสินใจว่าจะเสนอให้เครือข่ายฯฟ้องเขาด้วยดีหรือไม่ เพราะผมมองว่ามันเป็นการหมิ่นเครือข่ายฯ แต่มีแนวโน้มว่าคงไม่เสนอ - ส่วนสิ่งที่สหายดอกหญ้าโพสต์ในกระทู้ เกี่ยวกับกรณีนี้นั้นคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ซึ่งคงเป็นเรื่องของการสื่อสาร เพราะโทรคุยกันด้วยความเร่งรีบมากๆ
หลายคนอาจจะคิดว่า นี่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ผมและเพื่อนมองว่า มันคือประเด็นที่ต้องต่อสู้ เพื่อยืนยันความคิดความเชื่อ 3 ประเด็น คือ 1.เรามีสิทธิ์ที่จะไม่ยืน 2.ถ้ามีกฎหมายที่บังคับให้เรายืน กฎหมายนั้นละเมิดสิทธิ์เรา และกฎหมายนั้นต้องถูกยกเลิก 3.ไม่ว่าใครจะทำอะไร ผิดถูกอย่างไร เขาต่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่จะไม่ถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกดูหมิ่น ผมและเพื่อนอยากให้เป็นบรรทัดฐานว่า การกระทำแบบชายคนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และต้องได้รับโทษ นอกจากนั้น ผมและเพื่อนได้ตัดสินใจแล้วว่า จะปฏิบัติการยืนยันสิทธิ์ของเราอีก ซึ่งอยากเชิญชวนทุกท่านที่รักอิสรภาพ รักความเสมอภาค และต้องการต่อสู้กับความอยุติธรรมโปรดปฏิบัติการร่วมกัน ผมไม่ได้คาดหวังคนมากมาย มี 10 คน ก็ไป 10 คน มี 5 คน ก็ไป 5 คน มี 2 คน ก็ไป 2 คน แต่ก่อนที่จะไป หากมีคนสนใจก็อยากให้ช่วยกันพูดคุยด้วยว่าเราไปปฏิบัติการที่ไหน, วันไหน (วันธรรมดาหรือเสาร์อาทิตย์ดี), หนังเรื่องอะไร และรอบกี่โมง เมื่อได้ความชัดเจนแล้วอาจจะมีจดหมายเชิญชวนที่ค่อนข้างทางการออกมาอีกครั้ง
หมายเหตุ (อีกครั้ง) เป็นความบังเอิญเหลือเกิน ที่วันที่ 20 กันยายน 2550 เป็นวันสำคัญสำหรับผม 2 โอกาส คือ 1) เป็นวันครบรอบ 3 ปี การก่อตั้งนิตยสารนักศึกษาQUESTIONMARK (ซึ่งเป็นอดีตไปแล้ว?) และ 2) เป็นวันครบรอบ 1 ปี การก่อตั้งเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร (ซึ่งยังมีอยู่หรือเปล่า?) อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ไปดูหนัง เนื่องในโอกาสพิเศษใดๆ เพียงแค่ต้องไปซื้ออุปกรณ์ทำงานแถวนั้น แล้วบังเอิญเกิดอารมณ์อยากดูขึ้นมา"
อ่านแล้วก็ :08:
ประเด็นนี้ตูติดตามเงียบๆ
เพราะดูดฟีดจากประชาไทอยู่เหมือนกัน
เห็นความพยายามที่จะเสนอข่าวนี้ให้ออกสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง
เพราะผู้กระทำเข้าใจว่านี่มันถูก มันควร และมันเป็น "สิทธิ" ของเขา
และเข้าใจว่าในสังคมนี้มีคนคิดแบบนี้อยู่อีกมาก
การได้ออกข่าวจึงเป็นผลดีมากๆ กับแนวความเชื่อดังกล่าว
ถึงขนาดมีการด่าเนชั่นที่มาสัมภาษณ์เรื่องนี้ แต่ "ผู้ใหญ่" ในนั้นไม่ให้ตีพิมพ์ เพราะ "สุ่มเสี่ยง"
หึหึ.. สิทธิอีกแล้วเหรอ
กรณีดังกล่าวนี้เอง ตูหาคำอธิบายให้ตรงกับใจไม่ได้ซะที
ว่าจะโพสต์มาตั้งนานแล้ว
จนมาเจอความเห็นของคุณโก๋ http://kohsija.exteen.com/20080424/entry-1
อ้างอิงหลังจากอ่านจบ ผมเกิดความเข้าใจ และไม่สบายใจหลายเรื่อง
อย่างแรก
ผมเข้าใจว่านายโชติศักดิ์ ต้องการอ้างเหตุผลอะไร
แนวความคิดแบบนี้ ออกจะหัวตะวันตกมากไปหน่อยครับ
คือเชื่อในสิทธิมนุษยชน จนล้นทะลัก
อะไรก็อ้างว่าเคารพความเห็น เคารพในความต่าง
ตราบใดที่มันไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น
ถูกครับ ที่การไม่ยืน ไม่ทำร้ายใคร ไม่เบียดเบียนใคร
แต่คุณก็ต้องดูด้วย ว่าคุณกำลังทำอยู่ "ที่ไหน"
พูดง่ายๆ คือ กรุณามี "กาลเทศะ"
ถ้าคุณจะไม่ยืนในบ้าน ในที่ส่วนตัว มันจะไม่เป็นอะไรเลยครับ
ผมก็เห็นด้วยกับคุณ เพราะอยู่ในบ้าน ผมเองก็แอบไม่ยืนตรงให้เพลงชาติบ่อยๆ
แต่ในที่สาธารณะ มันต่างกัน
อย่างน้อย ผมก็แค่เป็นห่วงสวัสดิภาพตัวคุณเอง
ต่อให้ผมเห็น ผมก็แค่รำคาญใจนิดหน่อย
แต่คนอื่น ก็คงจะทำไปตามในข่าวนั่นแหละครับ
ซึ่งมันจะทำให้ชีวิตคุณเป็นอันตรายได้
ด้วยบริบทของสังคม ทำให้แต่ละสังคมมีความเชือต่างๆ กัน
ยืดมั่นถือมั่น ก็ต่างกันไป...
การเห็นต่างไม่ผิด แต่...
คุณลองไปตุ๋ยวัวที่อินเดีย หรือบังคลาเทศ ที่เขานับถือฮินดู ดูสิครับ
คุณลองไปกระโดดเตะก้านคอรูปปั้นเจ้าแม่ ในวิหารเทพ ที่เขากำลังกราบไหว้ดูสิครับ
เอาแบบผมเป็นคนพุทธ
ถ้าผมเห็นใครกระโดดขี่คอพระพุทธรูป หรือเอาสีไปพ่นทับเล่น
ผมก็โดดถีบคุณเหมือนกัน ถีบก่อนถามทีหลังด้วย... เอาสิ...
มันเป็นเรื่องของความเชื่อ ความยืดถือของแต่ละชุมชน
ที่คุณจำเป็นต้องเคารพ ต้องเข้าใจ และควรจะทำตาม
ทำนอง "เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม"
ถือว่าคุณโชคดีที่ทำแบบนี้ในประเทศไทย
เพราะคนไทยใจดีพอจะไม่กระทืบคุณตายเหมือนหมาข้างถนน
แต่... ลองไปทำที่ประเทศโหดๆ บางประเทศดู
ถ้าได้กลับมาแบบมีชีวิต... คุณเก่งมากครับ...
ตูโคตรชอบเลย ตุ๋ยวัว :30: :30: :30:
เกรียน :43:
:25: ว้าย เห็นด้วยด้วยคนได้มะ
เมื่อกี้เจ๊ดาก็มาถามในเอ็มเหมือนกันว่ารู้สึกไง
มันบอกไม่ถูกอ้ะ
ที่โรงหนังพัทยา ก็มีชาวต่างชาติที่ไม่ยืน แต่แฟนคนไทยก็บอกให้ลุก
เค้าก็หันหลังมาดู เลยตกใจรีบลุกยืนขึ้นทันที พอจบเพลงสรรเสริญปุ๊บ
พี่แกคงประทับใจมาก ก็เลยตบมือซะดังลั่น แล้วตะโกนพูดเป็นภาษาอะไรออกมาไม่รู้ คงประมาณว่ายอดเยี่ยมอะไรแบบนี้เนี่ยแหละ :52:
เรื่องนี้พูดยากแฮะ พวกบอกว่ายืนทำไมก็อ้างสิทธิ (ที่ออกจะเกินไป)
พอบอกว่าทำไมไม่ลุกอย่างงู้นอย่างงี้ก็โดนพวกที่ไม่ลุกก็หาว่า Royalism :01:
ที่บอร์ดโรงเรียนผมก็มีพวก(รุ่นพี่)คิดต่างแบบหัวตะวันตกเยอะอยู่ เห็นแล้วก็ไม่ค่อยอยากเข้าไปร่วมด้วยเท่าไหร่ แอบกลัวอยู่เล็กๆ
เชิญทัศนาได้ครับ : http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=48174
สิทธิเสรีภาพ กับ กาลเทศะ บางทีก็ขัดกัน
อย่างที่อ่านๆข่าวเรื่องนี้มาบ้าง ผมคิดว่า การยืนตรงสงบนิ่ง เมื่อเพลงแห่งลัทธิอำนาจนิยมดังขึ้น ถือเป็นประเพณีจารีตที่ควรปฏิบัติตามสังคมไทย
เพื่อทำความเคารพสถาบันปกครองที่มอบอำนาจให้แก่ภาคประชาชน และให้อธิปไตยแก่ประชาชนให้เจริญก้าวหน้านำหน้า
โดยไม่ได้บีบบังคับ และเต็มใจด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณา และ ชาติบ้านเมืองที่เราเคารพรักจริงๆจากใจ
ทุกครั้งที่เพลงแบบนี้ดังขึ้น สิ่งนึงที่ผมรู้สึกคือ เราเป็นอิสระจากอำนาจนิยมแล้วครึ่งตัว เราสามารถพัฒนาตามแนวทางที่ร่วมกันได้แล้ว
รำลึกถึงความเสียสละอันใหญ่หลวงของสถาบันปกครองในอดีตที่หล่อหลอมให้เรามีวันนี้ วันที่อำนาจอธิปไตยอยู่ในความวบคุมของชาวไทยทุกคน
หากแต่สิทธิเสรีภาพทำให้เราลุ่มหลงมันมากไปจนไม่สนใจวัฒนธรรมประเพณีความเป็นมา กาลเทศะ
มันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง การทำตัวแปลกแยกมิใช่การแสดงว่าเป็นบุคคลที่มีเสรีภาพแต่อย่างใด
การที่โลกเปลี่ยนแปลง แปลว่าเกิดการพัฒนา
อีกหน่อยเราอาจยืนตรงกับทุกบทเพลงตามที่ยกมาเพิ่ม เพื่อ ความมั่นคง ยามชาติบ้านเมืองแบ่งแยก
หรือ เราอาจไม่ต้องยืนตรงหรือฟังเพลงอะไรก็ได้ สนใจหรือไม่สนใจก็ได้ ตามระดับสังคมที่พัฒนาไปในทางใด
ถ้าวันนี้ผมไปดูหนัง ในโรงหนังอันเป็นที่สาธารณะ การยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญ เป็นสิ่งที่ควรทำ ตามจิตสำนึก ที่ผมจะกระทำ
เพียงเพื่อย้ำเตือนตัวเองว่า ประเทศไทยนี้ มีทุกฝ่ายร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่อชาติบ้านเมืองของเราทุกคน ภายใต้รัฐธรรมนูญ
แต่คนที่ไม่ทำ ก็ไม่ได้สนใจ ไม่มีใครจำเป็นต้องเหมือนกัน สีเดียวกัน ในเวลานี้
//ปุ่ม ค. เสียติดมั่งไม่ติดมั่ง แก้คำผิด :08:
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาให้ความรู้ค่ะ
ไม่เคยรู้ประวัติและความเป็นมาของธรรมเนียมบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนังมาก่อนเลยค่ะ :42:
---------------
เพลงสรรเสริญพระบารมี สำหรับเราแล้วรู้สึกว่าเป็นอะไรที่มากกว่าเพลง
เป็นเสียงที่มีอะไรลึกซึ้งมากกว่าแค่"สัญญาณ"ให้ลุกขึ้นแสดงความเคารพ
เป็นสิ่งที่กระทบอารมณ์ความรู้สึกเหนือล้ำกว่าการเป็นแค่"พิธีกรรม"แสดงความจงรักภักดี
บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ไม่รู้จะอธิบายยังไง
เวลาได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี (โดยเฉพาะเวอร์ชั่นดนตรีไทย ใช้อังกะลุง ที่คุณหนูหรั่งพูดถึง) มันจะรู้สึกเหมือนมีอะไรสั่นสะเทือนจิตใจน่ะค่ะ ยิ่งคิดถึงพระองค์ท่าน คิดถึงข่าวที่เคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก คิดถึงสารพัดสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทุ่มเทเพื่อประชาชนแล้ว มันอดซาบซึ้งไม่ได้จริง ๆ เข้าใจเลยค่ะความรู้สึกที่คุณแอนบอกว่ามันบีบคั้น.... และคุณโก้บอกว่าขนลุกบ้าง(ขนคงอยากถวายความเคารพด้วยค่ะ) น้ำตาคลอบ้าง เพราะเราเองก็เป็นเหมือนกัน (หรือเพราะที่เขาว่า ว่าคนแก่อารมณ์อ่อนไหว :21:)
สำหรับเรื่องที่ว่าการสอนให้คนมีจิตสำนึก ของแบบนั้นส่วนมากต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก ๆ ค่ะ มันก็เหมือนพวกจิตเมตตา หรือการรู้จักเห้นใจ/สงสารผู้อื่นนั่นแหละ ถ้าปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เด็กก็จะมีความรู้สึกพวกนั้น รู้จักเข้าใจความเจ็บปวดของคนอื่น หรือสัตว์อื่น แต่ในทางกลับกัน ถ้าไม่ได้ปลูกฝังมา ก็มีโอกาสสูงค่ะ ที่จะโตมาเป็นคนไม่เข้าใจความเจ็บปวดของผู้อื่น
อย่างน้องชายของเราที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ที่บ้านไม่เคยเลี้ยงสัตว์ใด ๆ ก็ไม่รู้จักรักสัตว์หรือสงสารสัตว์ค่ะ เคยขัดใจอะไรไม่ทราบ เดินเข้าไปเตะแมว(ตอนนั้นอยู่ในวัดด้วยนะนั่น) เตะจนแมวร้องแง้ว!!! เหตุเกิดต่อหน้าต่อตาเราเลย (คว้าไม่ทัน) เราปรอทแตกทันทีค่ะ จับไหล่น้อง (5 ขวบ) ให้หันมาจ้องหน้า แล้วสอนในทันใด บอกว่าเราตัวโตกว่า แข็งแรงกว่า ไปทำสัตว์ตัวเล็ก ๆ ทำไม มันก็เจ็บเป็นเหมือนคนนะ แล้วก็ถามว่า มันทำอะไรให้? มันแค่เดินผ่าน ไม่ได้ทำร้ายอะไรเรา อยู่ ๆ ไปเตะมันทำไม ถ้าน้องเดินผ่านผู้ใหญ่แล้วผู้ใหญ่ลุกขึ้นมาเตะบ้าง จะเจ็บมั้ย ร้องไห้มั้ย? เสียใจมั้ย!!! แล้วก็อะไรอีกไม่ทราบ จำไม่ได้แล้ว จำได้แค่ว่ามันพรั่งพรูออกไปเยอะไปหมด....
ตอนนั้นดุไปร้องไห้ไปค่ะ เพราะเครียดมั้ง แล้วก็ไม่เข้าใจ สับสนด้วย ว่าทำไมน้องเราใจคอเป็นแบบนี้.... ใจสั่นเลยนะคะ สงสารแมวด้วย ตกใจด้วย แล้วก็โกรธด้วย มึนมาก หน้าชา บอกไม่ถูก... คุณแม่กับคุณน้า(แม่ของน้อง)ก็ยืนดู.... คงเห็นเราจัดการได้ เลยเข้ามาช่วยพูดเสริมอีกตอนเราพูดจบแล้ว ไม่ได้แทรกกลางค่ะ :05:
โอย นอกเรื่องไปไกล....
จะบอกว่าความที่ซาบซึ้งหรือไม่ ถวายความเคารพอย่างจริงใจหรือไม่ อาจจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ผ่านมาของคนคนนั้นก็ได้ค่ะ ว่าได้รู้ซึ้งถึงคุณงามความดีของพระองค์ท่านหรือเปล่า มีจิตใจผูกพัน เคารพรักท่านหรือเปล่า
แต่นอกเหนือไปจากนั้นคือการรู้กาลเทศะค่ะ แบบที่คุณแอนได้อ้างอิงคุณโก๋สิจ๊ะ เอาไว้
การไม่เห็นด้วย การเห็นต่าง หรือการสวนกระแส ไม่จำเป็นต้องมีการแสดงออกอย่างก้าวร้าว ดื้อรั้น หรือหัวชนฝาค่ะ อย่างน้อยรักษามารยาทบ้างก็ดี อย่างเวลาเข้าวัด ไปกราบพระในวิหารหรืออุโบสถ ก็ไม่มีที่ไหนเขียนไว้ว่าให้ถอดหมวก แต่ด้วยมารยาทแล้ว ทุกคนเขาก็ถอดหมวกกันทั้งนั้น ถ้าจะมีคนผ่าเหล่า ไม่ยอมถอดหมวกอยู่คนหนึ่ง ย่อมไม่แปลกที่ชาวบ้านร้านช่องเขาจะไม่พอใจ อาจมองแบบรังเกียจจนออกนอกหน้า หรือาจมีคนดุด่าว่ากล่าว ดีไม่ดีโดนเอาไปซุบซิบนินทาลับหลังต่ออีกเป็นปี ๆ เลยทีเดียว
ส่วนตัวแล้วคิดว่าในเมื่อเลือกที่จะทำตัวสวนทางกับสังคมเองทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ ก็ต้องเตรียมใจรับผลที่ตามมาด้วยค่ะ
การรู้กาลเทศะก็คือมารยาททางสังคมอย่างหนึ่งน่ะค่ะ และคนเราถ้ารักจะอยู่ร่วมกันกับคนอื่นในสังคมแล้ว ก็ย่อมควรที่จะมีมารยาทด้วย
ป.ล. โดนตัดหน้า 2 คน :14:
จำได้ว่าเคยเล่าเรื่องพระเจ้าจอร์จที่สองกับเรื่องประวัติความเป็นมาของGod save the king แต่จำไม่ได้แล้วว่าไปเล่าที่ไหน
:08:หากูเกิลก็ไม่เจอ
อ้างคำพูดจาก: ม๊อบส์ส์ส์ เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 23:00 น.
เรื่องนี้พูดยากแฮะ พวกบอกว่ายืนทำไมก็อ้างสิทธิ (ที่ออกจะเกินไป)
พอบอกว่าทำไมไม่ลุกอย่างงู้นอย่างงี้ก็โดนพวกที่ไม่ลุกก็หาว่า Royalism :01:
ที่บอร์ดโรงเรียนผมก็มีพวก(รุ่นพี่)คิดต่างแบบหัวตะวันตกเยอะอยู่ เห็นแล้วก็ไม่ค่อยอยากเข้าไปร่วมด้วยเท่าไหร่ แอบกลัวอยู่เล็กๆ
เชิญทัศนาได้ครับ : http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=48174
สะดุด คห 9 :08:
อ้างคำพูดจาก: สหายนานา เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 23:50 น.
สะดุด คห 9 :08:
...เลยตาม นานา ไปอ่าน............ :38:
เราลืมเรื่อง อยู่ร่วมกันอย่างแตกต่างกันไปแล้ว จริงๆเหรอ :05:
ประชาธิปไตย ไม่ใช่คนส่วนน้อยต้องเห็นตามคนส่วนใหญ่นะ นั้นมัน... โถ่ ประเทศชาติ :05: :05: :05:
ประชาธิปไทย
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 24 เม.ย. 2008, 23:56 น.
...เลยตาม นานา ไปอ่าน............ :38:
เราลืมเรื่อง อยู่ร่วมกันอย่างแตกต่างกันไปแล้ว จริงๆเหรอ :05:
ประชาธิปไตย ไม่ใช่คนส่วนน้อยต้องเห็นตามคนส่วนใหญ่นะ นั้นมัน... โถ่ ประเทศชาติ :05: :05: :05:
สะดุดด้วยคนค่ะ....
เห็นด้วยกับคุณแน็กค่ะ การอยู่ร่วมกันแม้จะแตกต่าง ก็เป็นพื้นฐานส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์นะคะ เพราะมนุษยชาติไม่ได้แกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันหมดแบบปั๊มบล็อกอิฐ
ความเห็น 9 (และความเห็น
19 18 ของคนเดิม) แรงและสุดโต่งเกินไปจริง ๆ ค่ะ
ชอบอันนี้เ..
ความคิดเห็นที่ 221
เรียน คุณโชติศักดิ์
ผมว่าการที่คุณกล่าวอ้างว่าการจะยืนหรือ ไม่ยืนเป็นสิทธิส่วนบุคคล ความเชื่อคือสิทธิส่วนบุคคล และ การนับถือหรือจะเกลียดอะไรก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่คุณพูดมามันก็ฟังขึ้นแต่ คุณคงลืมคิดอะไรมากมายไปกว่านี้ครับ หลังจากที่ผมได้ดูหน้าตาคุณแล้วผมว่าคุณน่าจะอยากดังมากกว่าการมาเรียกร้องอะไรบ้าๆ บอมากกว่า ผมจะอธิบายให้คุณฟังครับ
คำว่าสิทธิอาจแปลว่าสิ่งที่คุณสามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายครับ หรือ มีกฎหมายมารับรองในการกระทำนั้นเช่น คนไทยมีสิทธิในการเดินทางเข้าออก ประเทศได้ตลอดเวลาครับ แต่ทุกอย่างก็มีกฎหมายมากำกับและ ลิดรอนสิทธิในบางเรื่องครับ ยกตัวอย่างครับ ผมมีสิทธิที่จะพูดอะไรก็ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะมีสิทธิไปด่าคุณหรือ ด่าใครได้ ผมมีสิทธิที่จะข้ามถนน ทุกที่ ที่ผมอยาก เพราะ ภาษีของผมสร้างถนนมา แต่ ฏกหมายบังคับให้ผมข้ามได้ในทางม้าลายครับ ผู้ร้ายต้องถูกขังคุก เพราะทำผิดกฏหมายครับ แต่เขาจะมาบอกว่าเขาถูกริดรอนสิทธิไม่ได้ ถามว่าผมควรให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายจราจรมั้ยครับ เพราะมันริดรอดสิทธิของผมในการขับรถไม่เกิน 80 กม ต่อ ชม. ทุกอย่างที่รอบตัวคุณมีการริดรอดสิทธิตลอดครับ ไม่เช่นนั้นสังคมจะอยู่กันไม่ได้ครับ
เรื่องการเคารพสถาบัน กฏหมายไม่ได้บังคับให้คุณต้องรัก แต่กฎหมายบังคับให้คุณต้องทำความเคารพครับ ถ้าคุณบอกว่าคุณคิดต่าง หรือ ไม่ชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณกระทำได้ คิดได้ แต่สิ่งที่คุณควรทำคือเสนอให้ผู้แทน อาจจะเป็น พรรคปชป หรือ พปช ของคุณแก้ กม.ก่อนครับ ไม่ใช่ฝ่าฝืนกฎหมาย ถ้าทุกคนให้ว่าดี ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายให้ยืนเคารพ คราวนี้คุณก็ไม่ต้องยืนครับ แต่ตราบใดกฎหมายบังคับ คุณต้องทำครับ
คุณโชติศักดิ์ ขออนุญาติผมตำหนิคุณน่ะครับ ว่าคุณมันเลวจริงๆ ครับ อยากดังแบบไม่เข้าท่า หาดีไม่ได้ ต้องทำอย่างนี้ สมเพช มากกว่า ชืนชมครับ
โสภณ
^
^
^
ชอบเหมือนกัน
ไปดูความเห็นที่ 221 ยังไงเนี้ย หาไม่เจอ :09:
// อ่าว กรรม ที่ ประชาไท หรอกเหรอ
เจ้า 221 มัน....
ทีแรกว่าจะไม่อ่าน แต่พอนานาสะดุด
เลยตาม
สะดุดหัวทิ่มเลย :37:
อ่านไป อ่านไป อืมมมม ประเทศไทย มันมาถึงจุดนี้แล้วหรือ :52:
ถ้ามีคนแบบนั้นเยอะๆ นานาว่าคงแย่นะ
ถ้างั้นแผ่นดินพุทธก็ไม่ควรมีคนศาสนาอื่น งั้นเหรอ :08:
ดูความคิดแล้วไม่น่าจะเป็นพุทธนะ เพราะพุทธสอนให้คิด
เห็นกระทู้่อย่างนี้แล้วอดเขียนไม่ได้ :33:
เค้าเคยไปแสดงความเห็นต่าง ไปวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ในหลาย ๆ เว็บบอร์ดเหมือนกันค่ะ
แล้วก็มีพวกอย่าง คห. ๙ เนี่ยแหละ ก็จะมีบทสนทนาคล้าย ๆ ดังต่อไปนี้เสมอ ๆ
๑) "มึงเป็นคนไทยหรือเปล่าวะสาดดด"
อะแน่นอน พ่อแม่ปู่ย่าตาทวดไทยหมด บัตรประชาชนก็มี
๒) "คนส่วนใหญ่เขารักเขาเทิดทูนทั้งนั้น มึงมันพวกส่วนน้อย"
ก็ส่วนใหญ่ถูกทำให้ฝังหัวกันนิยมในตัวบุคคลกันมาแต่เล็กอย่างนั้นแล้วนิ
ส่วนพวกส่วนน้อยไม่คิดอย่างนั้น สงสัย เกิดปัญหา ตั้งคำถาม และศึกษาหาคำตอบ
๓) "ถ้ามึงไม่เคารพศรัทธาเหมือนกูก็ออกจากประเทศไทยไป๊"
เราก็คนไทยนะ มีสิทธิที่จะอยู่ในประเทศไทย ไม่งั้นจะัให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ ก็แค่คิดต่างจากคุณ เราก็มีเหตุผลของเรา
๔) "มึงมันไม่สำนึก จะหากษัตริย์ดี ๆ อย่างนี้ที่ไหนอีก"
ท่านดีก็เป็นเรื่องดีแล้ว แต่นี่มันประเทศประชาธิปไตยนะ ต้องปล่อยให้ประชาชนตัดสินทางเดินของตนเอง
ไม่อยากให้ท่านมาก้าวก่ายการเมือง การบริหารประเทศ ไม่เอาทรัพยากรของประเทศที่มีจำกัดไปสนองพวกของท่าน
และไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อให้นิยมบูชาบุคคลแบบนี้
๕) "มึงมันอกตัญญู โครงการท่านดี ๆ หลายโครงการไม่สำนึกอีก"
ใครบอกว่าอกตัญญู ภาษีก็จ่ายไม่ขาด แล้วภาษีนี้ก็เอาไปเลี้ยงท่านนั่นแหละ
ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง ตลอดจนค่าอื่น ๆ ของท่าน เช่น ค่าถุงยังชีพที่ให้คนประสบภัยเนี่ย รู้ไหมว่าเงินภาษีทั้งนั้น
รัฐบาลให้ท่านปีละหลายพันล้านบาท อย่างนี้คนไทยให้ท่านตั้งมากมายก็เพื่อให้ท่านทำงานให้เรา
อีกอย่าง โครงการพวกนั้นส่วนใหญ่ก็ผักชีโรยหน้า ท่านเสด็จทีก็กระเตื้องกันที
แล้วก็ใช้ภาษีเป็นหลักดำเนินการอีก อย่าคิดว่าท่านใช้เงินส่วนตัวของท่านนะ ลองดูพระราชบัญญัติงบประมาณแต่ละปีสิ
๖) "แค่ยืนให้เพลงของท่านแค่นี้ทำไม่ได้ มึงมันไม่ใช่คนไทย ออกไปจากประเทศนี้ไป"
"สมมุติ" ว่าถ้าคนทั้งโลกมาบอกคุณว่า "พวกเอ็งมันไม่เข้าใจประชาธิปไตยหรือไงวะ มนุษย์มันเท่าเทียมกัน
พวกเอ็งยังคิดว่าใครบางคนดีเลิศเหนือมนุษย์อีก ทั้ง ๆ ที่พวกนั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเอ็ง มีทั้งดีและเลว
พวกเอ็งมันไม่ใช่ชาวโลกนี่หว่า ออกจากโลก ไปอยู่ดาวพลูโตนู่นไป๊" บ้างล่ะคะ
ใจเย็น ๆ พูดกันดี ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ
๗) "ถ้ามึงไม่มีท่าน พวกมึงก็คงกลายเป็นขี้ข้าพม่าไปแล้วตอนนี้"
คนปลดแอกไทยจากพม่าคือพระเจ้าตากหรอก แล้วรัชกาลที่ ๑ ก็มากระทำรัฐประหารพระเจ้าตากแล้วตั้งราชวงศ์ของตัวเองเนี่ย
๘) "มึงมันไม่ใช่คนไทย ออกไปจากประเทศไทย สาดดด"
...
คนไทย (บางกลุ่ม) มีข้อเสียอยู่บางอย่างคือ
๑) ชอบเห็นว่าคนที่ต่างโง่กว่าตนเอง
๒) พอมีคนคิดต่างแสดงความเห็นหรือวิจารณ์ก็จะเกิดอคติและเกิดอารมณ์เสมอ
๓) ถ้าเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับกษัตริย์ (โดยเฉพาะองค์ปัจจุบัน) จะพูดเรื่องเสียไม่ได้เลย ต้องเชิืดชูลูกเดียว
ทั้ง ๆ ที่เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเราทั่วไป ที่มีทั้งพฤติกรรมดีและเลว
ในรายการอะไรสักอย่างของภัทร จึงกานต์กุล ช่องไทยพีบีเอส ก่อนสามก๊ก
ว. วชิรเมธี บอกว่า ฝันอยากให้คนไทยเถียงกันโดยไม่มีอคติสามข้อข้างต้น
เค้าก็ไม่ยืนนะ ทั้งเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี...
ผมยืนให้นะ เพราะรู้สึกเป็นบุญคุณ ... รู้ได้ว่าไม่มีท่าน ครอบครัวผมก็มาไม่ถึงระดับนี้
ป่านนี้คงขายทรายอยู่ที่ไหนสักแห่งในแนวเจ้าพระยา
เคารพพ่อแม่ปู่ย่าตายายยังไง ผมก็เคารพท่านประมาณนั้น
:52:
ไม่ได้อะไรมากกับคนที่ไม่ยืนแล้วพยายามเรียกร้องแบบนี้ เพราะรู้สึกว่าFake
แต่คิดง่ายๆว่าคนกลุ่มนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนบางกลุ่มที่เชื่อในความคิดตนเองจนกระทั่งเข้าไปทำร้ายความคิดคนอื่น
ไม่ยืนไม่เชื่อ แต่ต้องรู้ว่า ตัวเองทำผิดกฎหมายอยู่
มากไปกว่ากฎหมาย นั่นคือ
น้องภัทรกำลังละเมิด
สิ่งที่ไม่สามารถมองเห็น
ในหัวใจของคนอื่นด้วย
..........................................
เหมือนน้องภัทร เข้าไปในมัสยิด
แต่ดันเข้าไปในทางเข้าของผู้ชาย
แล้วบอกว่า หญิงชาย เท่าเทียมกัน
โอกาสที่น้องภัทรจะโดนก้อนหินเขวี้ยงจนตายมีสูงมาก
เราเคยคุยกันแล้วในจู๋ไหนสักที่พี่ก็จำไม่ได้
ว่าจริงๆ แล้ว คนไทย นับถือในหลวง
เหมือนกับการนับถือศาสนานะครับ
...........
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:37 น.
เคารพพ่อแม่ปู่ย่าตายายยังไง ผมก็เคารพท่านประมาณนั้น
ครับ นี่แหละที่เรียกว่าวัฒนธรรม :22:
แล้ววัฒนธรรมของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ละครับ
พระเจ้าไม่ได้สร้างใครให้เหนือใครและหรือต่ำกว่าใคร
ไว้แน่นๆกว่านี้ ไปกรณีอีกเรื่อยๆ จะเขียนยาวๆ
เกรงว่าจะเข้าไปกล่าวถึง เรื่องที่ไม่ทราบแน่ชัด
แต่ YURI+ คิดและรู้สึกอย่างเป็นธรมชาติมาก อยากให้มีคนแบบนี้เยอะๆ แต่ไม่ต้องการให้เกิดการแตกแยกโดยคนแคบส่วนใหญ่
ยืนค่ะ ยืนแบบเต็มใจ ส่วนมากจะซึ้งกับเพลงด้วย ปกติจะดู SF ค่ะ
ิมิวสิกวีดีโอประกอบที่เป็นเม็ดฝนหยดๆ สวยงามมาก ดูแล้วซึ้งทุกที ขนลุกโดยไม่เกี่ยวกับแอร์เย็นแต่อย่างใด
สิ่งที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ยังไม่สู้สิ่งที่ได้รับรู้ด้วยตัวเองตอนโตค่ะ
:46:
สนับสนุนหมอแมว.. จะคิดจะเชื่อยังไง อย่าไปทำร้ายความคิดดีๆ ของคนอื่นเลยค่ะ
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 4 คนแน่ะ
บ้านนานาไม่ปลูกฝังอะไรเลยแฮะ :37:
แต่นานาร้องเพลงสรรเสริญด้วยความเคารพอย่างเต็มใจ :40:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:48 น.
ยืนค่ะ ยืนแบบเต็มใจ ส่วนมากจะซึ้งกับเพลงด้วย ปกติจะดู SF ค่ะ
ิมิวสิกวีดีโอประกอบที่เป็นเม็ดฝนหยดๆ สวยงามมาก ดูแล้วซึ้งทุกที ขนลุกโดยไม่เกี่ยวกับแอร์เย็นแต่อย่างใด
สิ่งที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ยังไม่สู้สิ่งที่ได้รับรู้ด้วยตัวเองตอนโตค่ะ
:46:
สนับสนุนหมอแมว.. จะคิดจะเชื่อยังไง อย่าไปทำร้ายความคิดดีๆ ของคนอื่นเลยค่ะ
โอว ปั่นกันกระจุย มีคนตัดหน้าคุณตั้ง 4 คนแน่ะ
ถ้าเอตีความประโยคนี้ อาจจะได้เป็นว่าคนอื่นคิดดีแล้ว คุณนะคิดไม่ดีนะครับ :43:
เอยืนนะครับ เพลงมันเพราะและปลุกใจดี ภาพก็สวย
แต่ ไม่ยืนก็ไม่รู้จะไปด่าเขาด้วยสาเหตุอะไรดีครับ
เพราะยังไม่รู้ว่าคนสองคนที่คิดไม่เหมือนกันใครผิด
:46: ขออภัยค่ะ เขียนกำกวมชิมิ ..
ไม่กำกวมเลยครับ :43:
อุ้ย เอ :27:
เจอแล้วคนคิดคล้ายกัน
ส่วนตัว ผมไม่ยอมรับว่า คนไทยนับถือราชาศาสนา หากแต่คิดว่า เป็นเรื่องของการปลูกฝัง คนที่สะบัดหลุดได้จะหัวรุนแรง พอๆกับคนที่อยู่ในนั้น
แต่อยากให้คิดเสียว่า ทำอย่างไรให้เราอยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่าง ตามหลักของประชาธิปไตย โดยที่ไม่แบ่งแยกกัน
พี่ณตก็พูดถูกครับ คนที่มองไม่เหมือน หันหน้าไปอีกทาง อาจทำร้ายจิตใจเราที่ไม่อยากรับรู้ แต่เราต้องอยู่รวมกัน ไม่มีใครสูงกว่าต่ำกว่าใคร
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:44 น.
พระเจ้าไม่ได้สร้างใครให้เหนือใครและหรือต่ำกว่าใคร
ไว้แน่นๆกว่านี้ ไปกรณีอีกเรื่อยๆ จะเขียนยาวๆ
เกรงว่าจะเข้าไปกล่าวถึง เรื่องที่ไม่ทราบแน่ชัด
อันนี้เป็นจริง มนุษย์ทุกผู้เท่าเทียมกัน
เพียงแต่ว่าต้องระมัดระวังในการยึดตามความเชื่อนี้เช่นกัน เพราะว่าประโยคนี้สั้น
ที่จริงจำได้ว่านานมาแล้วเคย ถามบราเดอร์เรื่องนี้ว่า ถ้ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน ทำไมพระผุ้เป็นเจ้าจึงบัญญัติข้อสองไว้ว่า "จงนับถือบิดามารดา"
ในเมื่อบิดามารดาก็เป็นมนุษย์เท่าเทียมกับเรา
******
ในกรณีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับเรื่องหมิ่นไม่หมิ่น
ถ้าใครลองไปดูรัฐธรรมนูญจะเห็นเลยว่าที่มีข้อนี้ไว้ เพราะมันคือกฎหมาย ....
การหมิ่นในที่นี้ คือการหมิ่นบุคคลที่อยู่ในสถานะกษัตริย์ ... ไม่ได้หมายถึงตัวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9
ถ้าใครเห็นว่าข้อนี้ไม่ถูกต้อง ก็ต้องไปแก้ที่กฎหมาย
ไม่ใช่มาฝ่าฝืนกฎหมายข้อนี้แล้วบอกว่าแนวฯ
(ถ้าให้แน่จริงต้องเล่นแบบหัวซ้ายจัดอย่างมหาตมะคานธี ... เมื่อทำผิดกฎหมาย ก็เลือกที่จะยอมรับโทษตามกฎหมายนั้น แต่ว่าประท้วงการลงโทษนั้นด้วยการอดอาหาร)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแสดงความเห็นในเรื่องนี้หลายประการไม่ว่าจะเป็นเรื่อง King can do wrong / การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง / พระราชดำรัสหลายครั้ง
โดยสถานะของปัจเจคบุคคล ท่านไม่ได้บอกว่าท่านทรงอยู่เหนือผู้อื่น
แต่โดยวัฒนธรรมความเป็นมาของประเทศชาติไทย ท่านเองก็ต้องดำรงพระองค์ให้อยู่ในกรอบของพระมหากษัตริย์ไทย โดยที่ไม่สามารถฝ่าฝืนได้เช่นกัน
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:41 น.
ไม่ยืนไม่เชื่อ แต่ต้องรู้ว่า ตัวเองทำผิดกฎหมายอยู่
มากไปกว่ากฎหมาย นั่นคือ
น้องภัทรกำลังละเมิด
สิ่งที่ไม่สามารถมองเห็น
ในหัวใจของคนอื่นด้วย
..........................................
เหมือนน้องภัทร เข้าไปในมัสยิด
แต่ดันเข้าไปในทางเข้าของผู้ชาย
แล้วบอกว่า หญิงชาย เท่าเทียมกัน
โอกาสที่น้องภัทรจะโดนก้อนหินเขวี้ยงจนตายมีสูงมาก
เราเคยคุยกันแล้วในจู๋ไหนสักที่พี่ก็จำไม่ได้
ว่าจริงๆ แล้ว คนไทย นับถือในหลวง
เหมือนกับการนับถือศาสนานะครับ
...........
ที่ไม่ยืนเพราะเห็นว่า เรายืนกันเพราะอะไร ยืนไม่ยืนมีผลต่อชีวิตอย่างไร
ทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วชีวิตจะดีขึ้นไหม แล้วไม่ยืนแล้วมันจะแย่ลงแค่ไหน
เคารพไม่เคารพหรืออย่างไรก็แล้วแต่ ทำให้ชีวิตเจริญขึ้นตรงไหน
แล้วเกิดเป็นคนไทยทุกคนจะต้องยืนอย่างนั้นหรือ แล้วทำไมต้องไปบังคับให้ชาวต่างชาติทำด้วย
ยืน แสดงว่ารักพ่อ กลั่นกรองออกมาจากใจแท้ ๆ
ไม่ยืน แสดงว่าไม่รักพ่อ ต้องติดคุกอย่างนั้นหรือคะ
ถึงตอนนี้เค้าเองก็ยังไม่ได้คำตอบเลยค่ะว่า ทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วได้ประโยชน์อะไรกับชีวิตบ้าง
ป.ล. ก็จำไม่ได้เหมือนกันค่ะว่าคุยกันที่ไหน :33:
ป.ล.๒ ถ้าเห็นว่าผิดก็ถือซะว่าเค้าแสดงการขัดขืนอย่างสงบ (civil disobedience) ก็แล้วกันค่ะ... เดี๋ยวไปดูก่อนนะ กฎหมายข้อไหน
ขอตอบหมอแมวนะครับ เพราะมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถนับถือใครก็ได้ ไม่ต้องเหมือนกัน
พ่อแม่ใคร พ่อแม่มัน ดีไม่ดีบางมนุษย์ยังไม่นับถือพ่อแม่ตัวเองเลย เพราะมนุษย์เท่าเทียมกัน
อาจจะเพราะว่า ข้อสองเป็นบทชี้นำว่า ยังไม่รู้จะนับถือใคร นับถือพ่อแม่ไปก่อน แล้วเมื่อโตขึ้นจนพอที่จะใช้ความเป็นมนุษย์ได้
อาจจะเปลี่ยนไปนับถือคนอื่น หรืออาจจะนับถือคนเดิมก็ได้นะครับ
ข้อสอง
ต้องดูว่าการทำอะไรที่แปลว่าหมิ่นนะครับ
ไม่งั้นก็ ผมเคารพนะครับ แค่ผมไม่ยืน ผมผิดเหรอ
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 02:09 น.
เดี๋ยวไปดูก่อนนะ กฎหมายข้อไหน
ดูมาแล้ว..........
อ้างอิงประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๑๑๒ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี
รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒
- หมิ่นประมาท (กฎ) น. ชื่อความผิดทางอาญาฐานใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่า
จะทําให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง.
- ดูหมิ่น (กฎ) ก. ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น.
การไม่ยืนตรงต่อเพลงสรรเสริญฯ ก็ไม่ทำให้ท่าน "เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง" ตรงไหนเลย
อ้างอิงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. ๒๕๕๐)
- มาตรา ๖ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ
หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
- มาตรา ๒๙ การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะกระทำมิได้
เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่
จำเป็น และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้
กฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป และไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใด
กรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 02:09 น.
ป.ล.๒ ถ้าเห็นว่าผิดก็ถือซะว่าเค้าแสดงการขัดขืนอย่างสงบ (civil disobedience) ก็แล้วกันค่ะ... เดี๋ยวไปดูก่อนนะ กฎหมายข้อไหน
ประการแรก มองตามสายตาผม กรณีนี้หากไม่ไปอิงคำพิพากษาในอดีต ผมเชื่อว่าไม่หมิ่น เพราะไม่เคยมีใครบอกว่าการไม่ยืนคือการหมิ่นฯ
ประการต่อมา เรื่องกฎหมายก็คือกฎหมาย หมิ่นหรือไม่ก็ต้องไปตีความ (ซึ่งน่าจะเข้าทางคุณโชติศักดิ์ เพราะกรณีนี้คือการนั่งเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร)
ดังนั้นคนๆนี้ ไม่ควรจะเข้าไปอยู่ในคุก เพราะว่าเขาแค่ไม่ได้รักและเทิดทูนพระเจ้าอยู่หัว ... แต่ยังไม่ได้ลบหลู่
กรณีความเชื่อในแบบนี้ผมพอจะเข้าใจ ... เพราะว่าในต่างความคิดต่างศาสนา ต่างสังคม คนเราจะรับรู้ต่างกัน
ผมเองเชื่อว่ากรณีนี้คิดแบบใดก็ถูกได้ทั้งนั้น
ถ้าคุณยูริ อยู่่ในโรงหนังซึ่งมีแต่ชาวฟอนต์ ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจว่าไม่ยืนเพราะอะไร และคงไม่มีใครว่า เพราะว่ามันคือความเชื่อที่แตกต่างกัน (แต่เจ้าความเชื่อที่แตกต่างกันและการทำตัวที่ต่างกัน ก็จะทำให้คนบางคนอาจจะไม่มั่นใจว่าจะใกล้ชิดกันได้เพราะเชื่อว่าอาจจะคิดไม่ตรงกัน)
ถ้าอยู่ในโรงหนังที่มีอาจารย์ทางด้านสังคมศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ผมก็เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดอะไร เขาก็คงมองเป็นเรื่องธรรมดาที่ความคิดไม่ตรงกัน
แต่ถ้าเป็ฯสังคมเปิดทั่วไป อันนี้คนที่ไม่เข้าใจคงมีสูง .... ประมาณเดียวกับไปด่าทักษิณเป็นสุนัขในกลุ่มอีแต๋นรากหญ้า
ไม่ผิดกฎหมาย เพราะเราก็รู้ว่าทักษิณคือมนุษย์ ไม่ได้เป็นสุนัข และคนปกติคงไม่อาจเข้าใจได้ว่าทักษิณเป็นสุนัข ......
ไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจตายได้
อีกอย่างครับ ถ้าไปเจอฝรั่งในโรงหนัง แล้วไม่ยืน ผมก็จะสะกิดให้เขายืน
ประการแรก เพื่อสวัสดิภาพของเขาเอง อาจจะเตือนว่ายืนสักนิด เพราะคนที่รุ้สึกไม่ดีก็มี
ประการที่สอง ส่วนใหญ่คนที่ประชาธิปไตยจ๋า เขาก็ลุกให้
ฝรั่งเขาไม่ได้ยืนเพราะรักในหลวง
ฝรั่งเขายืนเพราะเขาเคารพในความเป็นปัจเจคของคนไทยในโรงหนังแห่งนั้น
ส่วนคนไทย .... ปล่อยไปเถอะ เขาไปยุ่งมากไม่ดี
ปล. ตัดหน้าสองคน :23:
ที่บอกว่านายโชติศักดิ์ไม่หมิ่นนั่น ไม่ได้ตามเอกับยูรินะ ... แต่เห็นประมาณนั้นจริงๆ ... ตามรูปการณ์ไม่น่าหมิ่น
แต่เจตนาน่ะไม่รู้
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 02:09 น.
ที่ไม่ยืนเพราะเห็นว่า เรายืนกันเพราะอะไร ยืนไม่ยืนมีผลต่อชีวิตอย่างไร
ทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วชีวิตจะดีขึ้นไหม แล้วไม่ยืนแล้วมันจะแย่ลงแค่ไหน
เคารพไม่เคารพหรืออย่างไรก็แล้วแต่ ทำให้ชีวิตเจริญขึ้นตรงไหน
แล้วเกิดเป็นคนไทยทุกคนจะต้องยืนอย่างนั้นหรือ แล้วทำไมต้องไปบังคับให้ชาวต่างชาติทำด้วย
ยืน แสดงว่ารักพ่อ กลั่นกรองออกมาจากใจแท้ ๆ
ไม่ยืน แสดงว่าไม่รักพ่อ ต้องติดคุกอย่างนั้นหรือคะ
ถึงตอนนี้เค้าเองก็ยังไม่ได้คำตอบเลยค่ะว่า ทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วได้ประโยชน์อะไรกับชีวิตบ้าง
ป.ล. ก็จำไม่ได้เหมือนกันค่ะว่าคุยกันที่ไหน :33:
ป.ล.๒ ถ้าเห็นว่าผิดก็ถือซะว่าเค้าแสดงการขัดขืนอย่างสงบ (civil disobedience) ก็แล้วกันค่ะ... เดี๋ยวไปดูก่อนนะ กฎหมายข้อไหน
เรื่องพวกนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องผิดหรือถูกหรอกครับ
ส่วนที่ว่าทำไปแล้วได้ประโยชน์อะไรกับชีวิตบ้างนั้น
อยากถามกลับไปว่า จะทำอะไรต้องให้มันเกิดประโยชน์กับชีวิตทุกเรื่องหรือเปล่า
หรือแค่ตั้งคำถามกับเฉพาะเรื่องพวกนี้
พี่ว่า แค่ไม่ทำให้คนเกลียด มันก็เป็นคุณูปการใหญ่หลวงต่อชีวิตแล้วล่้ะครับ
ส่วนเรื่องกฎหมาย บางทีการไม่ยืนอาจจะไม่ได้หมิ่นพระบรม(แต่เคยมีคำพิพากษามาแล้วว่าหมิ่น)
แต่ที่แน่ๆ มันหมิ่นหัวใจใครหลายๆ คน แน่ๆ ครับ
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 02:03 น.
อุ้ย เอ :27:
เจอแล้วคนคิดคล้ายกัน
ส่วนตัว ผมไม่ยอมรับว่า คนไทยนับถือราชาศาสนา หากแต่คิดว่า เป็นเรื่องของการปลูกฝัง คนที่สะบัดหลุดได้จะหัวรุนแรง พอๆกับคนที่อยู่ในนั้น
แต่อยากให้คิดเสียว่า ทำอย่างไรให้เราอยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่าง ตามหลักของประชาธิปไตย โดยที่ไม่แบ่งแยกกัน
พี่ณตก็พูดถูกครับ คนที่มองไม่เหมือน หันหน้าไปอีกทาง อาจทำร้ายจิตใจเราที่ไม่อยากรับรู้ แต่เราต้องอยู่รวมกัน ไม่มีใครสูงกว่าต่ำกว่าใคร
ผมมายืนยันนะ ว่าคนไทยนับถือราชาศาสนา แม้จะไม่เท่ากับทิเบต
แต่ใกล้เคียง คุณแน็กว่างๆ ลองไปลานพระบรมรูปทรงม้าคืนวันอังคารดูสิครับ
ส่วนตัวแล้วคิดว่า ถ้าเรื่องไหนที่ตัวเองไม่ได้เห็นชอบด้วย แต่ก็ไม่ได้เห็นแย้งเป็นพิเศษ ไม่ได้มีเหตุผลเฉพาะตัวของตัวเองในการแย้งหรือต่อต้าน ก็ไม่เสียหายที่จะทำตามที่คนส่วนใหญ่เขาทำกันค่ะ
อย่างการลอกข้อสอบ เมื่อก่อนตอนเรียนมัธยม เพื่อน ๆ ลอกกันเยอะ แต่เราเห็นแย้งเพราะเหตุผลว่ามันขัดกับมโนธรรมประจำใจ เห็นว่าการลอกคือการโกง เป็นการทุจริต เราก็ไม่ไปตามกระแสเค้า แล้วยังพูดขึ้นด้วยว่ามันไม่ดี (แต่ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ตัวบุคคล ไม่เชื่อก็ช่าง แต่เราพยายามเตือนแล้ว)
ส่วนเรื่องที่คนอื่นเขาทำกัน แล้วเราเองไม่ได้มีเหตุผลในการคัดค้านหรือขัดขวาง อย่างเช่นตอนที่เพื่อน ๆ สุมหัวกันปรึกษาว่าควรจะเรียกร้องอาจารย์ให้หยุดเพิ่มอีก 1 วัน เพราะไหน ๆ ก็หยุดวันพุธกับศุกร์แล้ว วันพฤหัสถ้าไม่หยุดก็จะต้องมาเรียนวันเว้นวัน ไม่ได้วันหยุดยาว.... ส่วนตัวคิดว่าจะเรียกร้องวันหยุดทำไม ก็มีหยุดเยอะแยะแล้ว ไม่เห้นต้องหยุดอีก ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ แต่ก็ไม่ได้มีเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อยากหยุด.... ก็ตามกระแสเพื่อน ไปโหวตกับอาจารย์ว่าให้หยุด
เพราะงั้นตอนนี้ในฐานะคนที่ยืนเพราะอยากยืน ถ้าลองสมมติตัวเองให้เป็นคนที่ไม่ได้อยากจะยืนเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้มีเหตุผลส่วนตัวว่าทำไมถึงไม่อยากยืน ก็คิดว่าตัวเองคงจะเลือกที่จะยืนค่ะ เพราะถ้ายืนหรือนั่งก็ไม่แตกต่างกัน ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิต แค่ยืนนิดหน่อยไม่ได้เดือดร้อนตัวเอง ก็คิดว่าตัวเองคงยอมตามใจสังคม ยืนให้เค้าหน่อยก็ไม่น่าเสียหายอะไร :22:
ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวนี้นะคะ เห็นแวบแรก คิดในใจว่า "ขิงก็รา ข่าก็แรง"
คือเค้าอาจจะทำผิดกาลเทศะ แต่ก็ไม่ได้ทำการอะไรที่ต้องปราบปรามด้วยการทำร้ายร่างกายน่ะค่ะ
ส่วนเจ้าตัวเองก็.... มีสิทธิ์ที่จะเห็นต่างค่ะ เข้าใจค่ะ แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องออกนอกหน้าขนาดนี้ (ส่วนหนึ่งอาจเพราะไม่เห้นด้วยกับคำให้สัมภาษณ์ของเค้าบางอย่างมังคะ เลยเหมือนรู้สึกว่าเขาเจตนาล่อเป้าอย่างไรไม่ทราบ)
// โดนตัดหน้า 2+1 คน แต่ขอแปะก่อนแล้วค่อยอ่านดีกว่าค่ะ ฝนฟ้ามาครืน ๆ ไม่ค่อยน่าไว้ใจกระแสไฟฟ้าเลย :11:
นึกไปนึกมาคล้ายๆกรณี Credit :30:
(ต่างกันในเรื่องScaleกับเรื่องความชัดเจนของคำตอบ)
เหมือนเคยมีการวิจัยทางจิตวิทยาโดยให้หน้าม้าเยอะๆ อยู่ในโรงหนังหรืออะไรซักอย่างแล้วยืนขึ้นพร้อมๆ กันโดยฉับพลัน
คนที่โดนทดลองส่วนใหญ่จะยืนกันนะครับ (แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร เหมือนเพื่อไม่ให้แปลกแยก)
นึกอะไรแผลงๆ จากกฎการคัดเลือกของขาร์ล ดาวิน ออก :30:
สมมุติว่ามีนกยักษ์ คอยกินพวกที่ไม่ยืนในโรงหนังออกไป
ปล่อยไว้ซักพัก สายพันธ์ที่ไม่ยืนในโรงหนังก็จะค่อยๆ หายไป
หรืออาจจะวิวัฒนการเป็นพวกที่ไม่ยืนในโรงหนังแต่งมีผมงอกออกมาเหมือนยืนอยู่
หรืออาจใช้การยืนเพื่อพรางตัวจากนกยักษ์
หรืออาจจะหายไปทั้งสายพันธ์เลยก็ได้
เพราะผู้ที่อยู่เยอะกว่าคือผู้ที่โดนคัดเลือกมาแล้วจากธรรมชาติ
คือคนเราที่มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวอะ เขาเรียกว่าเห็นแก่ตัวนะครับ
บางคนเกิดมาเพียบพร้อม ไม่ต้องพึ่งใคร ก็มองในมุม ว่าทำไม ต้องง้อคนอื่นด้วยใหญ่โตแค่ไหนกันเชียว.....ไม่เห็นมีประโยชน์
อะไรประมาณนั้น
ลองถาม ใจตัวเองดูดีๆ นะครับ ว่าต้องการพึ่ง ระบบชนชั้นวัฒนธรรมไทยๆ ที่มีอยู่ในสังคมไทยอยู่หรือเปล่า
จำเป็นต้องยกมือไหว้ พ่อแม่หรือไม่ในเมื่อยกไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร รังแต่จะทำให้เมื่อยมือ
ถ้าคิดว่า ความกตัญญูมันไม่ได้ขึ้นอยู่แค่การยกมือไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ ทำไปก็เหนื่อยเปล่าไร้ประโยชน์
แล้วคิดว่าสิ่งไหนเหรอครับที่คนไทยอย่างเราควรทำ ให้มันได้ประโยชน์ เอาเป็นว่าถ้าทำอะไรแล้วไม่เกิดประโชน์ก็ไม่ต้องทำมันเลย
ทำตามใจตัวเองดีกว่า ก็สุดกู่เลย...ฮิ้ว~~
ยังยืนยันในเรื่องวัฒนธรรมจ้ะ (ไม่มีคำว่าไทยต่อท้ายนะ)
คนเราจะน่ารักหรือเปล่าก็อยู่ที่ตรงนี้แหละครับ
กรณีตัวอย่าง ถึงยกมากี่รอบ ถ้าเรามองต่างกันก็คงไม่เข้าใจหรอกครับ
แต่รู้แค่ว่า
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 02:34 น.
พี่ว่า แค่ไม่ทำให้คนเกลียด มันก็เป็นคุณูปการใหญ่หลวงต่อชีวิตแล้วล่้ะครับ
เห็นด้วยครับ
เคยคุยกับฟ้า ฟ้าบอกว่าจะกรอกช่องไม่นับถือศาสนา
ตูบอกไปว่าตูกรอกพุทธทุกทีแหละ เพราะ "วิถี" ของตูเป็นพุทธ
ถึงจะไม่ได้ชอบการไปนั่งเอามือจิ้มหลังคนที่ถวายของพระ เพื่อให้บุญมันแผ่ตามผิวหนังมาถึงก็ตาม
แต่ยังไงตูก็ยังรู้สึกว่า เออ พุทธนี่มันของพ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูง ญาติโยมเรานะ
ไอ้สิ่งนี้แหละครับ ไอ้การหล่อหลอมนี่แหละครับที่สิริรวมเรียกได้ว่าวัฒนธรรม
เรานับถือเพราะเห็นว่าน่านับถือ ก็เท่านี้เองครับ เป็นเรื่องของหัวใจล้วนๆ
(เคยแว้บไปศรัทธาคริสต์ก็ตอนเด็กมากๆ เรียนประถมที๋โรงเรียนคริสต์
โดนครูกล่อมให้อ้อนวอนพระเจ้า แต่อ้อนไปก็ไม่เคยได้ซะทีเลยเลิก)
ทีนี้ลองเปลี่ยนจากคำว่าศาสนามา พุทธ เป็น กษัตริย์
ผมก็ยังนับถือด้วยเหตุผลเดียวกันกับข้างบนครับ
แต่นั่นก็เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้นของความเคารพเทิดทูนสถาบันนี้
นี่ก็เหมือนกัน เป็นเรื่องของหัวใจครับ
ที่คุยกันในที่นี้ รู้สึกว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่เรื่องกฎหมาย
ส่วนตัวก็มองว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมายเหมือนกันครับ
แต่จะผิดหรือไม่ผิดจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราแค่อ่านตัวอักษรแล้วไปตีความ (โอ้ย ภาษานักกฎหมายนี่ดิ้นได้จะตายชัก)
ที่แน่ๆ มันคงคล้ายๆ กับนักการเมืองเวลาเขาไม่เข้าใจเรื่องจริยธรรมนั่นแหละครับ
อะไร ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร แค่ %@#$%@#$%@$ เอง
ไหน กฎหมายเขียนไว้ตรงไหน
ฮ่วย :08:
ตอบหมอแมวนะครับ อ่าว เอ ตอบให้แล้ว :39:
อย่างนั้นเลยล่ะครับ คือ เรามี สันติสุข ที่มาจาก ตามอำเภอใจ (เพราะศาสนาไม่เข้ามารบกวนใจจริงของเรา) แต่ไม่มีใครเหนือหรือต่ำกว่า
เราจึงไม่ละเมิดต่อกัน ด้วยว่าเราทุกคนต้องการสันติสุขด้วยกันทั้งนั้น เราจึงถือว่า พระพุทธ ได้รับสันติสุขจากพระองค์เช่นกัน
การตรัสรู้ืคือการพบสันติสุข เรื่องนี้อย่ายึดติดกับว่าพระเจ้าเป็นรูปธรรมเท่านั้นนะครับ หรือต้องใช้ตำว่าพระเจ้าเท่านั้น อาจเรียกอย่างอื่นได้
ต่างกันแต่ไม่ได้ิคิดว่าแปลกไปนะครับ พุทธองค์ทรงพบสันติสุข สงบและอิสระ อย่างแท้จริง สมควรเคารพ และเชื่อฟังได้
ค้นพบความเป็นนิรันด์เช่นเดียวกับที่เราทุกคนต้องการ หรือนิพพาน อมตะ อกตะ เป็นสิ่งเดียวกันกับ สัจจะ
ตามแต่ใจเราจะเลือกน่ะครับ ผมไม่ใช่คาทอลิค หรือ โปรแตสแตน ผมไม่มีข้อจำกัด "อำเภอใจ" ใดๆ ด้วยสันติสุขเลยไม่ตั้งใจละเมิดใคร
ใครใคร่้ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าวัวค้า เราบ่เก็บจังกอบภาษี ประมาณนั้นครับ ไม่มีใครมาเรียกเก็บภาษีทางใจจากเราได้
ฉนั้น ผมเทิดทูนความดี การเสียสละ เพื่อเกิดสันติสุข อันจะนำมาซึ่ง อิสรภาพ (อิสรภาพที่ขัดต่อสันติสุข ถือว่าหลงทาง ไม่ผิดแต่ต้องช่วย)
อ่ะ คุณณต ครับ ผมไม่ิคิดว่าเป็นศาสนา แต่เข้าใจว่าเป็นลัทธิความเชื่อ สุดแต่ใจใคร่สุขครับ
แต่ก็ตามนั้นครับ สิ่งดีๆยังไงๆก็เป็นสิ่งดีๆ ควรค่าแก่ความศรัทธา
อย่างที่ผมเคยโพสไว้ว่า ผมน่ะยืนเพื่อแสดงเคารพในรากเง้าบรรพชน และอดีตอำนาจนิยม ผสมระเบียบกองทัพ แต่นั้นคือวัฒนธรรมไทย
คนที่ไม่ยืนก็ไม่ได้ไปคิดตำหนิอะไร เพราะเป็นเรื่องปัจเจค พระเจ้าไม่ได้ให้เขามาอยู่ต่ำกว่าผมจนผมต้องตำหนิ หรือต้องแก้ไข
และไม่สูงกว่าผมจนต้องสนใจในการกระทำที่ไม่ส่งผลร้ายกับใคร หากแต่น่าอายถ้าผมไม่ยืนเหมือนเขา เขาไม่อายเราก็ไม่เกี่ยวในเรื่องใจเค้า
แต่ถ้าว่าตามกฎหมาย ผมไม่คิดว่ามันผิดเพราะ ผิดกาลเทศะ เป็นเรื่องน่าอายมากกว่า คุณคนที่เป็นข่าวน่าจะละอายนะครับ
สรุปคือ ตอนนี้ ผมเห็นว่า คุณคนที่เป็นข่าวทั้งหมดในกรณียืนในโรงหนัง ทำเรื่องน่าอับอาย ไม่ผิด จะผิดก็คงผิดที่ไม่อายชาวบ้านเขาบ้าง
แต่คนที่ประโคมข่าว มีจุดประสงค์อื่นแน่ๆ ไม่ทราบแน่ชัด
เอาละ ผมก็ จะไม่ว่าอะไรคนคิดต่างแบบนี้ ละนะครับ แต่ยอมรับหรือเปล่าครับว่าเป็นคนส่วนน้อย
ถามใครดี คุณโชติศักดิ์ ไรนั่นก็คงตอบไม่ได้ งั้น ถามน้องภัทรละกันครับ ว่ายอมรับใช่มั้ยครับว่า
คิดต่างแบบนี้คือคนส่วนน้อยของประเทศเรา และเท่าที่อ่านดู น้องภัทรคิดว่า คนส่วนใหญ่ที่คิดต่างจากน้องภัทรเนี่ย
ถูกฝังหัวเรื่องการนับถือสถาบันกษัตริย์ใช่มั้ยครับ นี่กำลังว่าพวกเรา โง่อยู่หรือเปล่าครับเนี่ย ฮ่าๆๆ
ผมอ่านความคิดเห็นน้องภัทรแล้วผมก็ลองคิดในมุมน้องภัทรดูแล้วนะครับ เออ มันก็จริงนะครับ ถ้ารู้เรื่องราวลึกขนาดนั้น
มีเหตุผลแน่นขนาดนี้ แล้ว ไม่รุ้จะยืนไปทำไมไม่มีประโยชน์ แต่แปลกจริงทำไมคนฉลาดถึงมีน้อย
ความจริงมันน่าจะปรากฎให้คนโง่ได้รุ้บ้างซัก ส่วนหนึ่งซิ นี่ก็ไม่รู้ผ่านมาแล้ว กี่ยุคกี่สมัย คนโง่ก็ไม่เห็นจะมองเห็นความจริง
อะไรเพิ่มขึ้น เห็นแต่ความดี มาปิดบังให้ยิ่งโง่หนักเข้าไปใหญ่ ไม่รุ้เมื่อไรจะหายโง่มัวแต่ให้คนฉลาดเขาทำพฤติกรรมดูถูก
วิจารณญานอยุ่นั่นแหละ
เอาละ .... (ผมก็จะลองคิดตรงข้ามดูด้วย มาคิดไปด้วยกัน)
งั้นกลับมาลองคิด ตรงข้ามกับมุมมองตัวเองดู คิดเผื่อก็ได้นะ เผื่อไว้ๆ สมมติ ว่าสิ่งที่ตัวเองรับรู้ มามันไม่ถูกต้องละ
หรืออาจถูกแต่ไม่ใช่ทั้งหมดละ บางทีสิ่งที่หนังสือเขียนไว้ อาจจะไม่เข้าถึงอารมณ์ สาเหตุในช่วงนั้นๆ จริงๆ ละ
แล้วสมมติว่าประวัติศาสตร์มันไม่ใช่เป็นแบบนั้นละ หมายถึงว่า ถ้ามันมีมากกว่า
ร.1 ยึดอำนาจพระเจ้าตากละ ถ้ามันมีตื้นลึกหนาบางมากกว่านั้นละ สมมติว่า คนธรรมดาอย่าง ร.9
ต่างจากคนธรรมดาทั่วไปละ ความคิดที่มันทำร้ายคนดี มีเยอะเลยนะ ผมก็กลัวอยุ่เหมือนกันว่าความคิดผมอัตตาผม
ข้อมูลผม เหตุผลผมมันจะทำร้ายคนดีคนอื่น
เอาละคิดต่าง ไม่เป็นไร แต่อย่าเอาความคิดของตนตัดสินอะไร เช่น
- คิดว่าไม่จำเป็นต้องยืนเพราะไม่เคารพ(โอเค ไม่ผิดเพราะคิดต่าง)
- ไม่ยืน เพราะ ไม่เคารพ ด้วยเหตุผล ที่ตั้องข้ามกับคนยืน (อันนี้เริ่มผิดแระ เพราะไปดูถูกคนที่ยืน
ดูถูกวิจาณญานคนอื่น ด้วยพฤติกรรมที่ตนเห็นว่าถูก)
-ไม่ยืน เพราะ ท่านเป็นคนที่ไม่เหมาะสมต้องทำความเคารพ (อันนี้ผิดละ เพราะเอาความคิดตัวเอง เหตุผลตัวเองตัดสินคนอื่น
แล้วรุ้ได้ไงว่าไม่เหมาะสม )
พูดเรื่อง การเอาความคิดเห็นของตัวเองตัดสินคนอื่นนี่มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์นะผมก็เป็น
ดังนั้น เขาพยายามสอนให้คิดให้ถูกไง จะได้ตัดสินคนอื่นได้ถูกด้วย อย่างเรื่อง
การเห็นมนุษย์ทุกคนเป็นคนธรรมดา เป็นเรื่องปกติ สำหรับคนมองคนด้วยตาและเหตุผลทางทฤษฎีที่แน่นปึ๊กกว่าคนอื่น
แต่สำหรับ คนบางคนเห็น มนุษย์ทุกคนแตกต่างกัน บางคนเป็นคนธรรมดา บางคนไม่ธรรมดา บางคนเป็นสัตว์เดรัจฉาน
คนพวกนี้นอกจากใช้เหตุผลที่สัมผัสได้และตาเปล่าแล้ว เขายังใช้ใจมองด้วย.....
ต้องเสริมอีกโพส นะครับขอโทษจริงๆ
คนประเภทใดมักมองผู้อื่นเป็นประเภทนั้น - คำจากนักบุญคนใดจำไม่ได้แน่ชัดแต่ความหมายไม่ผิดเพี้ยนแน่
คนฉลาดก็มองคนอื่นต้องฉลาด
คนโง่ก็มองนอื่นว่าต้องโง่
คนขี้โกงก็มองคนอื่นว่าต้องขี้โกง
ถ้ามีคนประเภท "ฉันคือคนฉลาดซึ่งมีอยู่น้อยในสังคม เป็นผู้ถูกเลือกแล้วให้เหนือกว่านส่วนใหญ่"
อันนี้ เขาเรียกว่าคนยังไม่เข้าใจในโลกครับ มีเยอะตามระบบการศึกษา โรงงานเลี้ยงไก่
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 04:05 น.
คนฉลาดก็มองคนอื่นต้องฉลาด
คนโง่ก็มองนอื่นว่าต้องโง่
คนขี้โกงก็มองคนอื่นว่าต้องขี้โกง
(ขอเป๋นิดนึงนะครับ)
ผมขอไม่เห็นด้วยกับสามประโยคนี้ครับ :30:
เอ้าจริงๆ นะ ผมคนนึงแหละที่กล้ายืนยันได้ว่าตัวเองไม่ขี้โกง
ทำไมถึงมองหลายคนขี้โกง หลายคนเฉยๆ หลายคนดี๊ดีได้ล่ะครับ
คนขี้โกง คือ คนที่รู้จักการขี้โกง จะทำไม่ทำอีกเรื่องนะ
เปรียบเป็นคุณแอนไม่รู้จักว่า ข้าวเหนียวเป็นยังไง จะมองออกไหมว่าอันไหนข้าวเหนียว
รู้ว่าการขี้โกงเป็นยังไง ผมใช้ความขี้โกงของตัวเองมองตัดสินความขี้โกงของคนอื่น
คนๆนึง ก็รู้จักหมดยังไงล่ะว่าความฉลาด โง่ ขี้โกง เป็นยังไง
แต่จะทำตัวยังไงเป็นแบบไหน
ผมโพสข้อความนั้นเพราะว่า อยากจะบอกว่า ใครๆก็รู้ แต่จะเอาความฉลาดมาตัดสินนอื่นหรือจะะเอาความโง่มาตัดสิน
เห็นจักรีเขายกเื่รื่องฉลาด โง่ ขึ้นมา เลยบอกว่า คนที่พูดเหมือนคนอื่นโง่น่ะ เอาความโง่ของตัวเองตัดสิน
ถ้าคนโง่ ไม่มีความโง่ จะรู้ได้ยังไงว่าคนอื่นโง่
เปลี่ยนคำว่า โง่ เป็น สารพัดคุณศัพท์เอาเลยนะ
แอนไม่ขี้โกง แล้ว รู้จักความขี้โกงไหม มีความขี้โกงในใจไหม จะทำไหมนั้นอยู่ที่ความดีเลวของแต่ล่ะคน
ปล. การรับรู้และหันหน้าเข้าหน้าผู้อื่นน่ะ อยากให้ฉลาดๆใส่กัน จะได้ไม่ต้องเหมือนท้าทาย
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 04:54 น.
คนขี้โกง คือ คนที่รู้จักการขี้โกง จะทำไม่ทำอีกเรื่องนะ
เปรียบเป็นคุณแอนไม่รู้จักว่า ข้าวเหนียวเป็นยังไง จะมองออกไหมว่าอันไหนข้าวเหนียว
รู้ว่าการขี้โกงเป็นยังไง ผมใช้ความขี้โกงของตัวเองมองตัดสินความขี้โกงของคนอื่น
คนๆนึง ก็รู้จักหมดยังไงล่ะว่าความฉลาด โง่ ขี้โกง เป็นยังไง
แต่จะทำตัวยังไงเป็นแบบไหน
ผมโพสข้อความนั้นเพราะว่า อยากจะบอกว่า ใครๆก็รู้ แต่จะเอาความฉลาดมาตัดสินนอื่นหรือจะะเอาความโง่มาตัดสิน
เห็นจักรีเขายกเื่รื่องฉลาด โง่ ขึ้นมา เลยบอกว่า คนที่พูดเหมือนคนอื่นโง่น่ะ เอาความโง่ของตัวเองตัดสิน
ถ้าคนโง่ ไม่มีความโง่ จะรู้ได้ยังไงว่าคนอื่นโง่
เปลี่ยนคำว่า โง่ เป็น สารพัดคุณศัพท์เอาเลยนะ
แอนไม่ขี้โกง แล้ว รู้จักความขี้โกงไหม มีความขี้โกงในใจไหม จะทำไหมนั้นอยู่ที่ความดีเลวของแต่ล่ะคน
ปล. การรับรู้และหันหน้าเข้าหน้าผู้อื่นน่ะ อยากให้ฉลาดๆใส่กัน จะได้ไม่ต้องเหมือนท้าทาย
คนขี้โกง ความหมายไม่เหมือนกับ
คนที่รู้จักการขี้โกง แน่ๆ ครับ :48:
เพราะความหมายของคนขี้โกง
นี่คือ คนที่กระทำการไม่สุจริตไปเรียบร้อยแล้ว :37:
อื้อ
ขี้โกง เป็น กริยานี่น่า ต้องใช้คำว่าคนใจคดสินะ :42:
น้อยใจตัวเองอ่อนภาษาทุกภาษาเลย :05:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 04:54 น.
คนขี้โกง คือ คนที่รู้จักการขี้โกง จะทำไม่ทำอีกเรื่องนะ
เปรียบเป็นคุณแอนไม่รู้จักว่า ข้าวเหนียวเป็นยังไง จะมองออกไหมว่าอันไหนข้าวเหนียว
รู้ว่าการขี้โกงเป็นยังไง ผมใช้ความขี้โกงของตัวเองมองตัดสินความขี้โกงของคนอื่น
คนๆนึง ก็รู้จักหมดยังไงล่ะว่าความฉลาด โง่ ขี้โกง เป็นยังไง
แต่จะทำตัวยังไงเป็นแบบไหน
ผมโพสข้อความนั้นเพราะว่า อยากจะบอกว่า ใครๆก็รู้ แต่จะเอาความฉลาดมาตัดสินนอื่นหรือจะะเอาความโง่มาตัดสิน
เห็นจักรีเขายกเื่รื่องฉลาด โง่ ขึ้นมา เลยบอกว่า คนที่พูดเหมือนคนอื่นโง่น่ะ เอาความโง่ของตัวเองตัดสิน
ถ้าคนโง่ ไม่มีความโง่ จะรู้ได้ยังไงว่าคนอื่นโง่
เปลี่ยนคำว่า โง่ เป็น สารพัดคุณศัพท์เอาเลยนะ
แอนไม่ขี้โกง แล้ว รู้จักความขี้โกงไหม มีความขี้โกงในใจไหม จะทำไหมนั้นอยู่ที่ความดีเลวของแต่ล่ะคน
--- เพราะมนุษย์ส่วนมากเป็นเช่นนี้ สังคมมันถึงได้มีคนซื่อที่ไม่เคยโกงใคร ถูกหลอกลวง ถูกต้มตุ๋น ถูกเขาโกง มาให้เห็นอยู่เนือง ๆ สินะคะ
เพราะพอไม่รู้จักสิ่งนั้น ก็ไม่รู้ทันสิ่งนั้น และจึงหลบหลีกสิ่งนั้นไม่ได้ =_=''
มาตอบ
ระเบิดที่คุณแอน
โยนถามไว้หน่อย
เห็นแล้วค่อย ๆ คิดนานแล้ว ตอนนี้เพิ้งตกผลึก ต้องรีบพิมพ์ไว้ก่อนไปนอน เพราะนอนแล้วตื่นมาจะลืมหมด เอิ๊ก
อ้างอิงลองมองทางนี้นะ
1. - ทำไม การเข้าใจในเนื้อหาของเพลงต้องไปทำที่โรงภาพยนตร์
2. - คนที่ยืนพอเป็นพิธี ถือว่าไม่รักในหลวงเหรอ?
3. - การร้องเพลงชาติทุกเช้าหน้าเสาธงในโรงเรียน ถือเป็นความรักชาติเหรอ?
ตั้งคำถามแบบนี้ไว้ไม่ได้เป็นการโยนระเบิดถามทางนะ
แต่มันจะโยงไปถึงเรื่องระบอบแม้วทริกซ์ (ได้ไงไม่รู้)
ลองคุยกันเรื่องนี้ดู
1. ไม่ค่อยเข้าใจคำถามเท่าไหร่นะคะ แต่ถ้าตอบเท่าที่เข้าใจล่ะก็....อาจไม่จำเป็น "ต้องไปทำ"ที่โรงภาพยนตร์ค่ะ เพียงแต่บางคนไม่ค่อยได้สัมผัสกับโอกาสในการนี้ เช่น ที่โรงเรียนหรือที่บ้านอาจจะไม่ได้สอนให้ลึกซึ้ง ก็เหมือนเด็กในระบบการศึกษาปัจจุบันจำนวนมากที่ท่องจำอะไรได้เหมือนนกแก้วนกขุนทอง แต่หารู้ถึงความหมายแท้จริงของสิ่งที่ท่องไม่ โอกาสอันหายากที่เขาจะได้สัมผัส ได้มีช่วงเวลาที่เปิดให้พยายามทำความเข้าใจ จึงไปตกอยู่ในโรงภาพยนตร์ ซึ่งบางคนอาจจะเลือกที่จะทำความเข้าใจ บางคนอาจจะเลือกที่จะไม่ อันนั้นก็คงแล้วแต่ความสนใจของแต่ละคนกระมังคะ
2. ไม่อาจทราบได้ค่ะ เพราะคนเรามีหลายประเภท พวกที่ "รักนะแต่ไม่แสดงออก" ก็คงมี หรือคนที่คิดว่า ตนเองรักในหลวงด้วยจิตใจที่ล้ำลึกยิ่งใหญ่เกินกว่าจะแสดงออกได้ด้วยแค่การยืน อาจจะมีคนที่คิดถึงขั้นว่า ไม่ยืนดีกว่า เพราะความรักในใจฉันยิ่งใหญ่กว่านี้ ฯลฯ เหมือนในเพลงที่กล่าวว่า Whoa whoa yay yay, I love you more than I can say.... ประมาณว่าแหมรักเหลือเกินจนบรรยายออกมาเป้นคำพูดไม่ได้ บางคนอาจจะมีอาการ
ซึนเดเระรักแต่ไม่แสดงออกแอบแฝงอยู่ก็เป็นได้
และส่วนตัวแล้ว คนที่เจตนาแสดงพฤติกรรม หรือแสดงออกในที่สาธารณะอย่างแตกต่าง อาจจะไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเสมอไป
แต่ก็เป็นที่รู้กันค่ะ ว่ามนุษย์เราเมื่อมองด้วยตาเปล่าเฉย ๆ แล้ว ย่อมตัดสินได้จากเท่าที่ตาเห็นเท่านั้น ยิ่งถ้าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน มันเป็นไปได้ยากมาก ๆ ค่ะที่จะตัดสินการกระทำของคนคนหนึ่งให้ลึกซึ้งไปถึงจิตใจของเขาได้ ว่าใจจริงเขาคิดอะไร บางคนปากร้ายแต่ใจดี หรือมารยาทแย่แต่น้ำใจงาม อะไรแบบนี้ คนที่แค่เห็นเฉย ๆ ก็ย่อมไม่แปลกที่จะตัดสินจากที่ตัวเองพบเห็น และเมื่อสิ่งที่แสดงออกไปเบื้องนอกนั้น เป็นสิ่งที่คนรอบข้างไม่เห็นด้วย ผลที่ตามมาก็คือ เราต้องยอมรับผลของการกระทำของตัวเองค่ะ ถ้าเลือกที่จะเป็น เลือกที่จะทำเอง ก็เท่ากับเราเลือกที่จะได้รับปฏิกิริยาจากคนรอบข้างโดยขึ้นอยู่กับการกระทำของเราด้วย
3. ไม่แน่เสมอไปค่ะ เพราะสำหรับเด็กหรือคนที่ยังคิดด้วยตนเองไม่ได้ หรือคิดได้แต่ไม่ลึกซึ้งพอ อาจจะทำไปโดยไม่รู้ความแมายที่แท้จริงก็ได้ แค่ทำตามคำสั่งไปอย่างงั้น ๆ แต่มันก็เป็นการปูทางอย่างหนึ่ง เหมือนการให้เด็กท่องสูตรคูณนั่นแหละค่ะ ท่องไปเถอะ.... ตอนเด็ก ๆ โมจิก็ต้องท่องเหมือนกัน เวลานั่งรถที่คุณแม่ขับ ไปรับจากโรงเรียน ระหว่างทางกลับบ้านต้องท่องสูตรคูณแม่ ๑ ถึงแม่ ๑๒ ให้จบ คิดหลายทีมาก ๆ ค่ะว่า ท่องไปเพื่ออะไร? ถึงท่องไป เราก็แก้โจทย์ไม่ได้อยู่ดี เพราะเวลาเรียนหรือเวลาสอบ อาจารย์ไม่ได้ให้แต่โจทย์ง่าย ๆ แบบหกคูณแปดได้เท่าไหร่? หรือ สิบเอ็ดคูณสิบเอ็ดได้เท่าไหร่?
แต่พอโตมา ได้เห็นเลยค่ะว่าสิ่งที่เป็นพื้นฐาน เหมือนไม่สำคัญ เหมือนสักแต่ท่องจำตาม ๆ กันมา มันมีประโยชน์จริง ๆ เพราะเมื่อโตแล้ว หรือเรียนไปมากขึ้นแล้ว เราก็จะรู้จักนำมาปรับใช้ในการหาคำตอบ ถ้าหากไม่ท่องจนจำได้ขึ้นใจ หรือท่องจนสมองมันคิดคล่อง ว่าเท่าไหร่คูณเท่าไหร่ ได้ผลลัพธ์อะไร กว่าจะคูณเสร็จแต่ละข้อ ก็ต้องมานั่งบวก บวก บวก หรือนั่งคูณแบบทีละหลักเอาเอง สูตรคูณที่ท่องจนจำได้หรือจนฝังเข้าไปในระดับสัญชาติญาณ มันช่วยให้พิจารณาโจทย์ และหาผลลัพธ์ได้เร็วขึ้นกว่าไม่เคยรู้ไม่เคยท่องเลยมากมายนัก
การร้องเพลงชาติหน้าเสาธงทุกวัน ส่วนหนึ่งคือการแสดงออก เท่าที่บุคคลจะสามารถแสดงได้
จะว่ายังไงดีนะ.... ในทางหนึ่งมันคือการเติมเต็มสำหรับจิตใจนะคะ ว่าถึงเราเป็นแค่เด็ก อยู่ในสถานที่นี้ ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีอำนาจ ไม่มีผลงาน ไม่มีอะไรที่ช่วยชาติหรือพระเจ้าอยู่หัวได้เลย เราไม่ได้ออกไปรบเพื่อรักษาเอกราชของชาติ เราไม่ได้ปลูกข้าวเลี้ยงประชากรของประเทศ เราไม่ได้ช่วยบริหารบ้านเมือง เราไม่ได้ทำงานเพื่อประชาชนแม้แต่อย่างเดียว แต่อย่างน้อย ชั่วขณะที่เราตั้งใจร้องเพลงชาติ มันเป็นการได้ "ทำอะไรอย่างหนึ่ง" แล้ว เป็นสิ่งที่อยู่ในขอบเขตอำนาจและความสามารถของเราในปัจจุบัน
พอโตขึ้นมา เราอาจทำอะไรได้มากขึ้น สร้างประโยชน์ให้ชาติได้มากขึ้น การร้องเพลงชาติอาจจะไม่สำคัญ หรือไม่ยิ่งใหญ่เท่าการกระทำอื่นของเราอีกต่อไป แต่เวลามองย้อนกลับไป อย่างน้อยเพลงชาติก็เป็นบันไดก้าวแรกที่เราเคยย่างก้าว เป็นก้าวแรกที่นำเรามาในทิศทางนี้
อะไรทำนองนี้อ่ะค่ะ....
ฮู้ว บรรยายไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะว่ายังไง ถ้าเลอะเทอะ อ่านไม่รู้เรื่องก็ขอโทษนะคะ :08:
ส่วนตัวแล้วเป็นเด็กที่ตั้งใจร้องเพลงชาติมาก ๆ คำปฏิญาณตนหน้าเสาธงก็ต้องพูดอย่างฉาดฉานเสียงดังฟังชัด และเข้มแข็งเหมือนครูฝึกทหาร.... (อันนี้มีคนแซวมาค่ะ ไม่รู้จะภูมิใจดีหรือเขินดี :05:) และสมัยนั้นถ้าเพื่อนข้างเคียงมีใครบังอาจคุยกันน่ารำคาญ จะเจอสายตาตี่ ๆ ของเราเหล่เข้าให้หนึ่งจึก ข้อหารบกวนสมาธิ งืม ๆ
มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวนะคะ (ซึ่งไม่แน่ใจว่าคนอื่นส่วนมากที่เค้ายึดถือเหมือน ๆ กันกับเราเขาจะรู้สึกแบบเดียวกัน หรือมีแนวคิดเดียวกันมั้ย เขาอาจจะมีเหตุผลอื่น ๆ ร้อยแปดดพันเก้าก็ได้) เหมือนว่า ก็เนี่ย สิ่งเล็กน้อยสิ่งเดียวที่ฉันสามารถทำได้ แบบไม่ไกลเกินเอื้อม จึงต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเคารพและให้เกียรติต่อคนอื่น ๆ ที่ทำในสิ่งยิ่งกว่าเรา ยากกว่าเรา และอาจจะทุ่มเทมากกว่าเราด้วย
สำหรับเรา ถ้าถามว่าทำแล้วได้อะไร สิ่งที่เราได้ คือ "ความสุขใจ" และ "ความภาคภูมิใจ" ค่ะ
ที่น้ำท่วมทุ่งมาจนถึงบัดนี้....ไปพูดให้ใครที่ไหนฟังแล้วอาจจะถูกมองว่าเพ้อเจ้อไปทุกที่ก็ได้นะคะ เพราะคนเรามีมุมมองต่างกัน กับที่อื่นคงไม่กล้าพูดค่ะ อาย ฮ่า ๆ :40:
ถ้าไม่รักจริงไม่พล่ามมากขนาดนี้นะคะเนี่ย
ใครก็ไม่รู้ ตั้งโจทย์ย้ากยาก
:11:
// ใกล้รุ่งออกป่านนี้ ยังมีคนตัดหน้า 2 คนอีกเหรอ :07:
:42: + ให้กำลังใจ ในการเขียนยาวๆนะ ยาวแล้วอ่านเพลินมีมุกมีอารมณ์ (ไหนนะนวนิยายน่ะ)
ผมเขียนยาวๆ ไม่เป็น ดีนะ เก่งจัง
จะว่าไปเรื่องนี้มันก็คล้ายๆกับตอนที่โรงเรียนผมบังคับใส่เสื้อเหลืองวันจันทร์นั่นล่ะ
ตอนแรกก็ถามตัวเองนะว่าจะใส่ไปทำไมวะ ใส่แล้วได้อะไรขึ้นมาวะ เรารักจากใจไม่ดีกว่าเหรอ ทำไมต้องตามกระแส ฯลฯ
(แต่ผมมองว่าเรื่องใส่เสื้อเหลืองนี่ต๊องมากเลยนะ :08:)
สุดท้ายก็ต้องใส่อยู่ดีเพราะเข้าประตูโรงเรียนทุกวันจันทร์ทีไร ถ้าไม่ใส่จะรู้สึกตัวเองว่าแปลกแยกกับคนอื่นแล้วก็ดูเป็นตัวประหลาด (ประมาณว่าเค้าใส่กันเกือบทั้งโรงเรียนตัวเองไม่ใส่คนเดียว เป็นจุดขาวๆเด่นๆ)
คล้ายๆกับคนที่ไม่อยากยืนแต่ต้องยืนล่ะมั้ง ต้องทำตามเสียงข้างมากทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่อยากเท่าไหร่ (ประชาธิปไตยรึเปล่า)(ถ้างั้นทำไมบอกว่าเคารพประชาธิปไตยแล้วไม่ยืนตามคนอื่นล่ะ?)
ส่วนตัวผมยืนนะเพราะรู้สึกว่ามันไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนยืนซัก 1-2 นาทีก็คงจะไม่เป็นโรคข้อเข่าเรื้อรังล่ะมั้ง
//รู้สึกตัวเองพิมพ์งงๆ :39:
นักวิิทยาศาสตร์เขาจะบอกว่าการให้เด็กยืนเคารพธงชาติทุกเช้าเป็นการปลูกฝังความทรงจำนะครับ
เหมือนที่ทำการทดลองให้คนได้ยินเสียงกระดิ่งก่อนได้กินอาหาร
พอทำการทดลองไปซักพัก สั่นกระดิ่งโดยไม่มีอาหารคนเราก็น้ำลายไหลออกมาเอง
ทีนี้พอได้ยินเสียงเพลงชาติก็นึกถึงชาติทันที :37:
นี่มันล้างสมองชัดๆ :07:
เรื่องเสื้อเหลืองนี่ผมว่าออกแนวฮาๆมากกว่าครับ
แต่บางความคิดเห็นอ่านแล้วแอบเศร้ากับระบบการสร้างคนของประเทศไทย :05:
ทักษิณเป็นคนดีมีเงินให้ใช้
ยืนก็สนุกดีนะ :08:
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 08:20 น.
เรื่องเสื้อเหลืองนี่ผมว่าออกแนวฮาๆมากกว่าครับ
แต่บางความคิดเห็นอ่านแล้วแอบเศร้ากับระบบการสร้างคนของประเทศไทย :05:
ทักษิณเป็นคนมีเงินให้ใช้ ดี!!
วกกลับมาที่นายโชติศักดิ์
ตูอ่านข่าวต่างๆ แล้ว
เห็นเบื้องหลังนายคนนี้แล้ว
และการที่เรากำลังมาถกเถียงอยู่นี่
เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ(ละในฐานที่เข้าใจ)
ไปอย่างไม่รู้ตัว
...............................
ส่วนตัวเชื่อว่า งานนี้มีเบื้องหลังแน่นอน
โดยการทำตัวให้เป็นข่าว
รู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูก
ตอนแรกนึกว่าเป็นปัจเจกบุคคล
ที่ไหนได้ ดันมีเบื้องหลัง
เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ
..............................
ทำไมเราไม่เคยเรียนรู้อะไร
จากบทเรียน 6 ตุลา กันบ้าง
วิธีการต่างๆ ที่จะไม่สร้างความแตกร้าวในสังคม
มันก็มีอยู่ตั้งเยอะ ทำไมไม่เลือกใช้กัน
กระทู้นี้ดีมากครับ ได้เห็นความเห็นของแต่ละคนแล้วชอบยิ่งกว่านักการเมืองบางคนออกมาพูดเสียอีก
ผมว่ามันเป็นธรรมเนียมที่เค้าปฎิบัติกัน และมีเหตุผลที่จะกระทำ
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 09:12 น.
วกกลับมาที่นายโชติศักดิ์
ตูอ่านข่าวต่างๆ แล้ว
เห็นเบื้องหลังนายคนนี้แล้ว
และการที่เรากำลังมาถกเถียงอยู่นี่
เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ(ละในฐานที่เข้าใจ)
ไปอย่างไม่รู้ตัว
...............................
ส่วนตัวเชื่อว่า งานนี้มีเบื้องหลังแน่นอน
โดยการทำตัวให้เป็นข่าว
รู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูก
ตอนแรกนึกว่าเป็นปัจเจกบุคคล
ที่ไหนได้ ดันมีเบื้องหลัง
เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ
..............................
ทำไมเราไม่เคยเรียนรู้อะไร
จากบทเรียน 6 ตุลา กันบ้าง
วิธีการต่างๆ ที่จะไม่สร้างความแตกร้าวในสังคม
มันก็มีอยู่ตั้งเยอะ ทำไมไม่เลือกใช้กัน
ป๋าณต ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างดึงสถาบันลงมาเล่นแล้ว
ในรูปแบบแตกต่างกันออกไป ไม่นานวันหรอก
:42: อ่านแล้วเหนื่อย
เราท่านๆ ในบอร์ดคงได้อยู่ทันเห็นการเปลี่ยนแปลงกันแหละครับ :39:
คิดงี้เครียดกว่าเดิมอีก :37:
แต่ถ้าเป็นเพื่อนผมดูหนังกับผม แล้วเกิดไม่ยืน นี่ผมถือว่าไม่ใช่เพื่อนนะ
หนึ่งคือ เค้าต้องการจะโชว์ความคิดที่แตกต่างเพื่อให้คนแค่ไม่กี่คนดู (คิดอวดตัวเอง)
สอง เค้าไม่ห่วงความปลอดภัยของเพื่อน บางครั้งคนอื่นไม่เข้าใจหรอก อาจจะมีปากเสียง หรือถ้าหนักหน่อยก็มีลงไม้ลงมือ
คนเป็นเพื่อนก็จะซวยไปด้วย (ข้อนี้คือไม่คิดถึงคนอื่น)
คิดต่างและแสดงออกโดยการไม่ยืนได้ แต่ไปคนเดียวนะอย่าลากคนอื่นไปซวยด้วยเป็นดี
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6547268/A6547268.html
#4 #15 ฮ้าฮา :30:
ตอนแรกผมไม่ขำมากนะ แต่คคห.ต่อๆมาเน้นเหลือเกินเลยขำ :47:
จริงๆแล้วประเด็นที่สังคมไทยถกกันอยู่เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เราทำไมถึงต้องมาแตกแยกทางความคิด
จริงๆแล้วจะยืนจะนั่ง ก็เรื่องเล็กๆ มีทุกวันมาตลอด
อย่าแบ่งพวกกัน เราคนไทยทั้งนั้นนะอ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:44 น.
พระเจ้าไม่ได้สร้างใครให้เหนือใครและหรือต่ำกว่าใคร
เกรงว่าจะเข้าไปกล่าวถึง เรื่องที่ไม่ทราบแน่ชัด
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 03:38 น.
...
สรุปคือ ตอนนี้ ผมเห็นว่า คุณคนที่เป็นข่าวทั้งหมดในกรณียืนในโรงหนัง ทำเรื่องน่าอับอาย ไม่ผิด จะผิดก็คงผิดที่ไม่อายชาวบ้านเขาบ้าง
แต่คนที่ประโคมข่าว มีจุดประสงค์อื่นแน่ๆ ไม่ทราบแน่ชัด
และอย่าลืมว่า เราอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง มาช้านาน ทำไมเดี๋ยวนี้มีอะไรให้เราต้องคิดแยกคอกัน :46:
จริงๆตอนแรกว่าประเด็นแบบนี้ จะไม่ขอออกความเห็นเพราะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของความเชื่อในตัวส่วนบุคคล
ซึ่งผมไม่ชอบคุยเรื่องตรงนี้มากๆ เพราะมันไม่จบ ผมอึดอัด
แต่อ่านมาเยอะๆแล้วก็อดไม่ได้ มันฟุ้ง :42:
----------------------------
เรื่องของความเชื่อ ศาสนา บุคคล หรือเคารพนับถือใครผมยอมรับว่า ผมไม่สนใจคนอื่นนะ ผมรับได้ถ้าเค้าจะคิดจะเลือกอะไรแบบนี้
ในโลกนี้ ธรรมชาติสอนเรามาให้เชื่อตามสิ่งที่เราคิดเห็นและชอบ
- ผมโตมาในสังคมพุทธ และยอมรับเลยว่าเด็กๆผมนับถือพุทธตามทะเบียนบ้านเฉยๆ
- ผมเป็นคริสต์ ตอนเรียนมัธยมทั้ง 6 ปี แรกๆก็เป็นคาธอลิคตามโรงเรียนเค้าเป็นกัน ก็ได้เรียนรู้และเชื่อมาอีกแบบหนึ่ง
- ปัจจุบัน ผมเป็นพุทธ ที่ปฏิบัติ เพราะผมเชื่อในสิ่งที่ผมได้จากการที่ผมปฏิบัติ ผมเห็นว่าดี ผมได้รับ ได้คิด ผมเลยเชื่อและนับถือ
การเปลี่ยนศาสนาไปมาของผม ถามว่าคนรอบข้างไม่เห็นด้วยมั๊ย แน่นอน ไม่มีทาง ก็ตามความคิดและความเชื่อของพวกเค้า โดนดุซะก็เยอะ
- เด็กๆเชื่อในโดเรมอน นับถือโดเรมอน ห้อยสร้อยใส่รูปโดเรมอนไปเรียน ถามว่าผิดมั๊ย ผมมีหลวงพ่อโดเรมอน ก็คงไม่ผิด
เพราะเค้าเห็นและเชื่อว่า โดเรมอน สำคัญสำหรับเค้าจริงๆ แต่มันจะลอจิกกับสังคมจริงๆมั๊ย อันนี้ว่ากันไปทีหลัง...
- คนเล่นระเบิดพลีชีพเพราะความเชื่อเค้า คนนอกศาสนาตายกันเป็นเบือตกนรกไป
คนทำขึ้นสววรค์ไปเพราะเค้าเชือแบบนี้เค้าผิดมั๊ย... ไม่ผิด เพราะกุเชื่อแบบนี้
- ระเบิดตึกเวิร์ลเทรด คนอีกตั้งเป็นร้อยเป็นพันที่เห็นว่ามันไม่ผิด ยินดี และสะใจ
ในเมื่ออีกค่อนโลกเห็นว่ามันเลวร้าย ผิดมนุษย์ และต่างจากความเชื่อพวกเค้า
- กลุ่มความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ อยากได้ "บ้านที่เค้าเชื่อว่าเป็นของเค้า" คืน
- กลุ่ม คลู คลัก แคลน เชื่อว่า คนขาว คือชาติพันธุ์บริสุทธิ์เหนือ คนหมู่ใดในโลก
- เห็นคนไปทำบุญหาหวย ซื้อเครื่องราง ขายบ้านทำบุญจตุคาม ขายรถทำบุญสำนักสงฆ์
ถามว่าผมจะไปด่าเค้าไม่ ผมก็คงจะไม่ แต่คงหงุดหงิดกับตัวเองเฉยๆ...
คนเรามีหลายพันล้านคน และแต่ละคนมีสิทธิในที่สิ่งที่ตัวเองคิด มันก็คงจะมี หลายพันล้านความขัดแย้ง
เค้าถึงมีกฏ กติกาต่างๆ มาเพื่อให้คนหลายพันล้านคนนั้น ไม่กระทบกระทั่งกัน
แต่ถึงว่า สิ่งที่คนอื่นสร้างขึ้น มันก็ทำอะไรไมได้มากกับความคิดของเราแน่นอน
แต่มันก็ต้องมี..หลายอย่างเราก็ต้องฝืนใจทำ แต่มันก็เพื่อการอยู่ได้ของทางสังคม
สถาบันกษัตริย์ ผมมีความเชื่อในการเคารพนับถือ แน่นอนจากทะเบียนบ้านในตอนแรกแน่ๆว่า ผมเป็นคน ไทย
ต่อมาผมมีความคิดอีกอย่างหนึ่งว่า อย่างน้อยทางสถาบันก็ได้รับการถ่ายทอดและยอมรับลงมากันอยู่แล้วว่า
ที่ที่เราอยู่ เป็นที่ของท่าน บ้านของท่าน เรามาอาศัยบ้านท่านอยู่ และเราก็ยอมรับในตรงจุดนี้กันตั้งแต่แรก ไม่งั้นก็คงไปอยู๋ที่อื่นกันหมดแล้ว
ส่วนใหญ่ใครหลายๆคนที่เสื่อผืนหมอนใบมาอยู่ก็เพราะคุณความดีของท่าน บางคนได้สัมผัสมาก ก็รู้สึกมาก บางคนไม่ได้สัมผัส ก็รู้สึกน้อย ต่างกันไป
แน่นอนการแสดงออกก็ด้วย...
ตั้งแต่เด็ก ผมถูกสอนมาว่า คนเราอย่างน้อย ก็ควรระลึกหรือมีมารยาทต่อคนที่เรารู้สึกว่ามีพระคุณด้วย
เราไหว้พ่อแม่ เพราะเห็นว่ามีพระคุณ ไหว้พระเพราะรุ้สึกถึงพระคุณ ถึงไม่ได้ทำต่อหน้า แต่อย่างน้อยก็ควรแสดงออกและเคารพในสิ่งนั้น
เช่นผมไปบ้านไหน ผมก็คงถอดรองเท้าก่อนเข้าไปในบ้านของเค้า เพราะเป็นมารยาทที่เราควรมีต่อเจ้าของบ้าน อย่างน้อยก็ให้เกียรติเค้า
ถามว่าเป้นสิทธิของผมมั๊ยที่จะไม่ถอดรองเท้า เพราะผมกลัวคัน กลัวถุงเท้าสกปรก หรือถ้าผมเชื่อว่าคนเราไม่ควรถอดรองเท้าเข้าบ้าน ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรต่อผมเลย. บลา บลา บลา ...(ฝรั่งเกิน 90% ก็ไม่มีความเชื่อที่ควรจะต้องถอดรองเท้าเข้าบ้านนะครับ :42:) แน่นอน ผมก็อ้างได้ เค้าก็คงไม่มาจับผมเข้าคุก หรือมาต่อยหน้าผมหรอก แต่ก็อาจมีเคืองในใจ แน่นอน
นี่คือสิ่งที่ผมเชื่อนะ ว่า มารยาท หรือ การรู้สึกสำนึกคุณอะไรบางอย่าง มันไม่ส่งผลต่อใครหรอก
ก็ต่อเราเองนี่แหละ อย่างน้อยเราก็รู้สึกสบายใจในการอยู่กับคนอื่น รู้จักนึกถึงคนอื่น หรืออะไรก็ตาม
จากการไปอ้อมวงแหวนรอบนอกมา กลับมาเข้าเรื่องของเรา... :42:
ถามว่า ผมเห็นคนไม่ยืนในโรงหนังตอนเพลงสรรเสริญ หรือแม้แต่การไม่ยืนเวลาเคารพธงชาติ
ผมก็คงเฉยๆไมได้จะว่าหรือทำอะไร แต่คงหงุดหงิดในหัวใจตัวเองเฉยๆ... เพราะมันขัดกับความเชื่อของผม
เค้าไม่สำนึกคุณ เค้าไม่เห็นประโยชน์เราก็ไปว่าเค้าไม่ได้ นั่นเป็นมุมมองของเค้า
แต่ขออย่างเดียว ให้มันออกมาจากหัวใจของเค้าจริงๆ ไม่ใช่ เชื่อตามคนอื่นหรืออยากทำอะไรก็ตาม ผมเคารพตรงนั้น
ปล. คนเราบนโลกอยู่ไม่ได้ด้วยเหตุผลทางรูปธรรมทั้งหมด
บางคนเกินครึ่งเราอาศัยเหตุผลทางนามธรรมเสียด้วยซ้ำ...บรรทัดฐานต่างๆก็เช่น เดียวกัน
อีกไม่นาน จะมีการขุด อาณาจักร ล้านนา มา
แล้วอีกสารพัดอาณาจักร
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 10:36 น.
อีกไม่นาน จะมีการขุด อาณาจักร ล้านนา มา
แล้วอีกสารพัดอาณาจักร
ยังไง ทำไมครับ? ไม่เข้าใจ อธิบายเพิ่มหน่อย
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 10:41 น.
ยังไง ทำไมครับ? ไม่เข้าใจ อธิบายเพิ่มหน่อย
ขี้เกียจ :11:
จะเล่าอะไรให้ฟัง ไม่ได้มีเจตนาให้ใครต้องเดือดเนื้อร้อนใจ :46:
เมื่อวานพาน้องนางสาวธนาคารไปทานไอติม มันก็เล่าถึงลูกค้าหลายๆประเภทให้ฟัง
จนเจอลูกค้าประเภทเลือดใหม่ เป็นน้องนักศึกษาโรงเรียนพาณิชย์ มาพร้อมกับคุณแม่มาขอให้ตัดบัญชีค่าเทอม
แต่ด้วยเหตุขัดข้องบางประการจึงไม่สามารถทำให้ได้ น้องนางก็เลยบอกว่า
" ชั้นเป็นลูกค้า ชั้นมีสิทธิ์ให้แกทำ พนักงานมันโง่แบบนี้ ธนาคารถึงไม่มีใครเข้า รีบๆทำเข้าไป "
คุณแม่เลยบอกว่า อย่าพูดอย่างนั้นสิลูกมันโอนไม่ได้ลองไปธนาคารอื่นตามที่ธนาคารแนะนำ
" แม่อย่าเสือก !!! ก็เป็นคนเหมือนกัน มันทำงาน มันก็ต้องมีหน้าที่ทำสิ อย่าไปยอม ไม่งั้นจะไปฟ้องผู้จัดการ"
-- ไม่เกี่ยวอะไรที่คุยๆกันมาข้างต้นนะ เห็นได้ว่าน้องคนนี้ มีแนวคิดสิทธิ อ้างหน้าที่เป็นด้วย (เดี๋ยวนี้มีเยอะแหละ :44:)
น่าชื่นชมน้องๆ เลือดใหม่ หัวคิดก้าวหน้า ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อนสิทธิของตัวเองจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่สิทธิความเท่าเทียมกับแม่ของตนเอง :52:
อีกเรื่องหนึ่ง
การไปธนาคารต้องกดบัตรคิว มีคุณยายคนนึง หลุดมาจากยุคโบราณไม่เข้าใจระบบบัตรคิว แต่ก็กดๆไปตามเค้า เพราะเค้าบอกให้กด
ได้แต่ยืนเงอะๆ งะๆ นางสาวธนาคารเห็นยืนมาพักใหญ่ จึงเรียกให้มาก่อน เพราะคุณยายกดบัตรคิวจนเลยเลขของตัวเองมาแล้ว
ไอ้หนุ่มหน้ามน คิวถัดไปก็บอกว่า
" ทำไมทำอย่างนี้ แล้วจะมีบัตรคิวไว้ทำไม ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันนะ ทำยังงี้มันไม่แฟร์ @#$@#%$^^%*&&*&( "
คุณยายถึงกับล่าถอยออกไป เมื่อโดนไอ้หนุ่มถอนหงอก
นางสาวธนาคาร ได้ยินดังนั้น ก็เอ่ยปากบอกไอ้หนุ่มหน้ามน คนหน้าส้น... ไปว่า
" น้ำใจคนไทยอ่ะค่ะ ... คุณยายเค้ามาก่อนคุณตั้งนาน แต่ไม่รู้ระบบบัตรคิว กรุณารอซักครู่ ดิชั้นจะรีบทำให้ทันที"
แล้วต่อท้ายคำด่าอ้างสารพัดจากไอ้หนุ่มว่าเลยคิว ก็ไปกดใหม่สิ @##$^%*&^&*^&^*&((*(
นางสาวธนาคารคนนั้นก็เป็นที่พึ่งพิงของคุณยายหลงยุค มีอะไรคุณยายก็จะเข้าหาน้องนางสาวเสมอๆ
น้ำใจแบบไทยหดหาย แต่สิทธิเสรีภาพมีมากขึ้น เย้ ! :49:
คนที่มีความรู้ก็จะเข้าใจในสิทธิที่จะใช้นั้นๆ มันก็ดีนะ แต่เราต้องยอมรับว่า ... มีคนไทยที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจ และใช้ไม่เป็นมีอยู่เยอะกว่า
ถามว่า แล้วจะปกครองกันอย่างไร ถ้าไม่มีศูนย์รวมจิตใจ
:25: ชอบเรื่องคุณยาย
ปล. นางสาวธนาคาร เกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน :30:
:22: เข้าใจยกตัวอย่างครับ
เดี๋ยวก็โดนกฎการคัดเลือก คัดทิ้งไปเองครับ :37:
โห เรื่องเล่าของคุณส้ม เปิดหูเปิดตามากค่ะ ให้คิดเองยังคิดไม่ออกเลยว่าในสภานการณ์แบบนั้นจะมีลูกค้าทำตัวแบบนั้นได้ด้วย
รู้สึกว่าน้องคนนั้นเค้าจะแยกแยะไม่ออกนะคะว่า การที่ "ทำไม่ได้" นี่อาจเป้นเรื่องของระบบ ของความปลอดภัย หรือของตัวบัญชีเองหรืออะไรสักอย่าง ซึ่งไม่ใช่ปัจจัยที่เกี่ยวกับ "ชั้นเป็นลูกค้า ชั้นมีสิทธิ์!" เลยแม้แต่น้อย :08:
คือถ้าพนักงานไม่ยอทจัดการให้เพราะไม่ใส่ใจจะบริการ อันนั้นค่อยน่าฟ้องผู้จัดการหน่อยค่ะ แต่นี่ที่บอกว่าเกิดความขัดข้อง แสดงว่าได้รับเรื่องแล้ว พยายามดำเนินการแล้ว แต่มันไม่สามารถ
(เพิ่มเติม - นอกจากเรื่องสิทธิแล้ว....ไอ้คำว่า "แม่อย่าเสือก" นี่ รับไม่ได้จริง ๆ :07:)
รู้สึกแบบนี้เรียก abuse of power รึเปล่านะ
พอมีสิทธิและอำนาจแล้วเหมือนจะลืมเรื่องอื่นไปหมด มองข้ามไปเลย -_-;;
กรณีคุณยายก็ด้วย.... แทนที่จะคิดเรื่อง "คุณยายไม่ค่อยรู้เรื่อง" และมีน้ำใจเข้ามาช่วยคิด ชี้แนะ หรือหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ กลับคิดไปก่อนเลยว่า ฉันถูกละเมิดสิทธิความเท่าเทียมกัน
ที่จุฬาฯ วิชาอารยธรรมไทย มีข้อสอบว่า...
๑. คุณเห็นว่ากษัตริย์จำเป็นต่อสังคมไทยแท้จริงหรือไม่
แล้วกษัตริย์ควรปรับตัวเองเช่นไรให้เข้ากับระบอบประชาธิปไตย จงอภิปราย
๒. คุณเห็นว่ากระแสเสื้อเหลืองสะท้อนปัญหาของสังคมไทยด้านใด และเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขหรือไม่
อย่างไร จงอภิปราย
๓. คุณเห็นว่าความเป็นชาติไทยมีหรือไม่ ถ้ามีมันคืออะไร และเราควรมีเอกลักษณ์แห่งชาติหรือไม่
เค้าตอบข้อแรกว่า... ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนในสังคมเอง เพราะประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจสูงสุด
เป็นผู้เลือกทางเดินทางตนเอง แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นว่ากษัตริย์เป็นเรื่องเสียหายอะไรถ้าไม่เป็นเช่นปัจจุบันนี้
ด้วยเหตุที่เรามีการปกครองแบบประชาธิปไตย ดังนั้น กษัตริย์ในฐานะที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
ไม่ได้เป็นผู้แืทนประชาชนอย่างถูกต้อง ถึงแม้จะ้เป็นผู้ใช้อำนาจแทนในบางกรณีก็ตาม ควรปล่อยให้่ประชาชนตัดสินใจ
เลือกทางเดินเอง ไม่ควรลงมาก้าวก่ายการเมืองและการบริหารประเทศแบบนี้ ไม่มีกษัตริย์ประเทศไหนที่ออกมารับรอง
คณะรัฐประหาร ไม่มีกษัตริย์ประเทศไหนที่ไม่เสียภาษี และในเมื่อไม่เสียภาษี ก็ไม่ควรเอาภา๊ษีประชาชนไปสนองพวกของตนเอง
อีกทั้งไม่ควร propaganda สร้างความมั่นคงให้กับสถาบันของตนเอง ควรให้ประชาชนได้ึคิดเห็นเองว่าต้องการสถาบันหรือไม่และอย่างไร
ส่วนข้ออื่น ๆ ก็ ๒) เห็นว่าเป็นปัญหาอย่างยิ่ง และต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน และอธิบายไป บลา ๆ ๆ ๆ ว่า
กระแสเสื้อเหลืองทำให้คนฝังจิตฝังใจในความเป็นพสกนิกร ความต้องพึ่งพาคนอื่น เห็นว่ากษัตริย์ดีเด่นเหนือมนุษย์
เน้นการทำตาม ๆ กัน ไม่เน้่นความคิดว่า ทำไมต้องทำ แล้วทำเพื่ออะไร ขัดขวางระบอบประชาธิปไตย
กระทั่งขณะนี้มีใครหลายคนเห็นว่า ประเทศไทยจะอยู่อย่่างไรถ้าไม่มีคน ๆ นี้ ฯลฯ ต้องแก้ไขที่การศึกษาทั้งระบบ
๓) ไม่มี ติ๊ต่างเอาเองทั้งนั้น แต่มีแล้วก็ช่วยให้ควบคุมคนง่ายขึ้น ทำให้คนทำตามแบบเดียวกัน ไม่ต้องมีความคิด
เหมือนที่ผู้ใหญ่มักบอกว่า ทำไปเถอะ ไม่ต้องมาถาม ของเขาทำกันมาแต่นมนาน ดีทั้งนั้น ฯลฯ บลา ๆ ๆ ๆ
:46:
เรื่องน้องนางสาวธนาคารเป็นเรื่องจริง ค่ะ :22:
ส่วนเรื่องสิทธิ ...อันนี้ตูไม่ค่อยสันทัดหรอกนะ
เอาที่ตูเข้าใจก็คือ .. สิทธิที่อ้างถึงสิทธิมนุษยชนและ สิทธิส่วนบุคคล นั้นมีเพื่อ..ให้สังคมโดยรวมสงบสุข เป็นสิ่งเพื่อมวลชน
แต่ถ้าใครๆ บอกว่าสิทธิของตู ใครจะทำไม ... แล้วสังคมไม่เป็นสุข
งั้นจริงๆแล้ว " สิทธิส่วนบุคคล มีไว้เพื่อใคร" เอาไว้ทำอะไร แล้วมันแปลว่าอะไรในทางปฏิบัติและทางผลลัพธ์
(ต้องไม่เอาตามอ้างอิงจากหนังสือนะว๊อยย ...)
เพื่อ "ตัวกู ของกู" ครับ ผมคิดว่าเพื่อสนองอัตตาตัวเองทั้งหมดในทุกด้านน่ะครับ ที่เราพึงจะอยากได้อยากมี
ปล. นิยาม สิทธิและเสริภาพของผมเองนะ :42:
+1 ไอ้ส้ม โดยที่ไม่รู้ตัว :52:
อ่านมานานหล่ะ เรื่องระบอบประชาธิปไตย แล้วทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน
ขออ๊วก ทีเหอะ ครับ
:28: :28: :28: :28: :28: :28: :28: :28:
อย่ากระแดะเอาคำมาอ้างเลยว่า "ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน"
ผมยอมรับว่ามีเท่ากัน แต่ที่เท่ากันคือ ๑ เสียงในการลงคะแนน แต่สิทธิอย่างอื่น เท่ากันแน่หรือ
ทำไมประธานาธิบดี ถึงมีขบวนนำ ทำไมถึงได้รับสิทธิ์มี Air force 1 มี รปภ. พิเศษ ทำไม ทำไม ทำไม
ทำไม เหล่า สว. ถึุงได้สิทธิ์ไปไหนมาไหนแบบพิเศษ หล่ะ ? ถ้าเท่ากันจริง
พระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยมายาวนาน แล้วครับ ข้อนี้จริงหรือไม่
ถ้าจะบอกว่าเพราะถูกฝังหัว มาแต่เด็ก ขอถามหน่อย แล้วไอ้พวกนักการเมืองที่คุณเชื่อว่ามันเป็นคนดี นั่นไม่เพราะถูกมันฝังหัว รึ
เรื่องของการยืนตรงเคารพธงชาติ กับเพลงสรรเสริญ หน่ะ
ใครไม่ยืนผมก็ไม่ว่าหรอก แต่คนที่มีการศึกษามีความคิดอย่างแท้จริง เขาก็ยืนกันทั้งนั้น มีเมกา เพลงชาติ มันดัง มันก็ยืน ทั้งนั้น
ยืนตรงเพลงชาติ ให้เกียรติชาติของตน เรื่องแค่นี้ทำไม่ได้ อายหมาที่ รร.เก่าผมไหมครับ มันนั่งนิ่งทุกครั้งที่เพลงชาติขึ้น เกิดเป็นคนทำแค่นี้ไม่ได้ ก็อย่าพูดเลยว่าคุณเป็นคนไทย
แล้วถ้าจะบอกว่าถึงไม่ยืนตรงก็ช่วยชาติทางอื่นได้ ทางไหนครับ ภาษี ? อันนี้มันหน้าที่ของคุณอยู่แล้ว อย่ามาิ้อ้างเลยทุเรศ พม่าที่มันมาอาศัยไทยอยุ๋มันก็เสียภาษี vat 7% เหมือนกัน
เมืองไทยทุกวันนี้มันห่วยแตก เพราะคนไทยส่วนหนึ่งคิดแต่ว่าตัวเองเป็นผู้อาศัย ในชาติ ไม่ใช่ เจ้าของประเทศ
เฮ้อ ... อ่านแล้วเหนื่อยใจยังไงก็ไม่รู้
ข้อที่หนึ่ง
กษัตริย์มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ (ยกเว้น เจ๊กจีนแขก บลาๆ ที่เข้ามาภายหลัง)
propaganda :25: ตอนไหน :08:
อ้างอิง่โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นว่ากษัตริย์เป็นเรื่องเสียหายอะไรถ้าไม่เป็นเช่นปัจจุบันนี้
ไม่ว่าจะเป็นเช่นไหน กษัตริย์ก็วางตัวเป็นกลางตั้งแต่ต้น ใครจะทำอะไรก็ทำ แค่พระองค์มากำกับเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่คุณๆ เคารพกันเท่านั้นเอง
ส่วนข้อสอง มองประเด็นผิด ไม่ได้ใส่เพื่อแสดงความพึ่งพิง พึ่งพา
แต่ ใส่เพื่อเชิดชู เคารพ ในพระมหากรุณาธิคุณ
แต่ มีพวกหัวก้าวหน้า มองเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้ตัวเอง จึงเริ่ม propaganda เพื่อ value-added ให้เศษผ้าสีเหลืองที่ตัดมาเป็นเสื้อ
และเรื่อง ข้อสาม
บริบท ไม่ได้ต่อเนื่องกันและไม่น่าจะเอามาปนกันได้
เป็นเรื่องของการศึกษามากกว่า ที่สอนให้รู้ถึง กิจกรรมต่างๆ น้อยเกินไป
และเรื่อง logic มันขัดกับบริบทแหม่งๆ
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 13:22 น.
เรื่องน้องนางสาวธนาคารเป็นเรื่องจริง ค่ะ :22:
ส่วนเรื่องสิทธิ ...อันนี้ตูไม่ค่อยสันทัดหรอกนะ
เอาที่ตูเข้าใจก็คือ .. สิทธิที่อ้างถึงสิทธิมนุษยชนและ สิทธิส่วนบุคคล นั้นมีเพื่อ..ให้สังคมโดยรวมสงบสุข เป็นสิ่งเพื่อมวลชน
แต่ถ้าใครๆ บอกว่าสิทธิของตู ใครจะทำไม ... แล้วสังคมไม่เป็นสุข
งั้นจริงๆแล้ว " สิทธิส่วนบุคคล มีไว้เพื่อใคร" เอาไว้ทำอะไร แล้วมันแปลว่าอะไรในทางปฏิบัติและทางผลลัพธ์
(ต้องไม่เอาตามอ้างอิงจากหนังสือนะว๊อยย ...)
สิทธิส่วนบุคคล มีเพื่อไม่ให้ไปเดินเหยียบหน้าคนอื่นแล้วบอกว่าเป็นสิทธิของเขาที่จะเดินที่ไหนก็ได้ เพราะมันตีนของเขาครับ :30:
ไม่รู้สิ มันเหมือนเอาไว้อ้างว่า "ประชาธิปไตย" มากกว่า
ประชาธิปไตยจริงๆ แล้วคืออะไรครับ?
ประชาธิปไตยที่ดี เป็นยังไงครับ? แล้วมีประชาธิปไตยที่ไม่ดีมั้ย?
ประชาธิปไตยที่เหมาะกับเมืองไทยมีรึเปล่าครับ? ถ้ามีเป็นยังไง? ถ้าไม่มี ยังไงถึงเหมาะครับ?
อันนี้ไม่ได้กวนตีนนะ ถามจริงๆ
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 13:36 น.
กษัตริย์มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ (ยกเว้น เจ๊กจีนแขก บลาๆ ที่เข้ามาภายหลัง)
propaganda :25: ตอนไหน :33:
เลือกตั้งโดยใครคะ?
"สมณชีพราหมณ์พ่อพฤฒาจารย์และข้าราชการทั้งปวงจึงยก.....ขึ้นเสวยถวัลยราชย์สืบไป"
ก็แค่ในกลุ่มข้าราชการและนักบวช ไม่เคยมีปรากฏว่ามีการถามความเห็นประชาชนทั่วไปก่อน กระทั่งมีรัฐสภา
และถ้าสมัยก่อนสมมุติว่า นาย ก ไพร่สังกัดพระยา ข ไปค้านว่ากษัตริย์คนนี้คุณสมบัติไม่เหมาะสม จะมีใครฟังไหม
นาย ก กลับมาแบบไม่มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ถือว่าบุญสุด ๆ แล้ว
ส่วน propaganda ก็เป็นต้นว่า กองภาพยนต์ส่วนพระองค์ ข่าวราชสำนัก และรัฐบาลไทย เป็นต้น
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 13:36 น.
กษัตริย์ก็วางตัวเป็นกลางตั้งแต่ต้น
แล้วสมัย พ.ศ. ๒๔๙๙ ที่ออกมาตั้งสฤษฎิ์ ธนะรัชต์เป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร โดยไม่มีอำนาจจะแต่งตั้ง
และแต่งตั้งโดยไม่มีคนรับสนองพระบรมราชโองการด้วยนะ
แล้วรัฐประัหารต่อ ๆ มาท่านก็ตั้งหัวหน้าคณะเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยตลอด
อาจารย์ที่คณะวิจารณ์ท่านว่า กษัตริย์ทำแบบนี้ก็เหมือนกับว่าใครจะเป็นผู้ปกครองประเทศก็ไม่สน ขอให้ตนเองมั่นคงเป็นพอ
เค้าก็เห็นว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ดูอย่างพระเจ้าควน การ์โลส ที่หนึ่งของสเปน
นายพลประเทศเขารัฐประหาร คณะรัฐประหารก็มาขอความชอบธรรมจากกษัตริย์ กษัตริย์เขาเห็นว่ายังไงก็ไม่เป็นไปตามประชาธิปไตย
ไม่เห็นด้วย แกก็แต่งชุดทหารแล้วออกโทรทัศน์ว่า ในฐานะประมุขแห่งกองทัพ เขาไม่รับรองอะไรที่นอกวิถีแบบนี้
แป๊บเดียวประชาชนและทหารประเทศเขาก็ลุกฮือออกมาต่อต้านคณะรัฐประหาร แล้วก็เจ๊งกันไป
อ้างอิงเรื่องกษัตริย์สเปน Juan Carlos I of Spain, วิกิฯ (http://en.wikipedia.org/wiki/Juan_Carlos_I_of_Spain)
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 13:36 น.
ส่วนข้อสอง มองประเด็นผิด ไม่ได้ใส่เพื่อแสดงความพึ่งพิง พึ่งพา
แต่ ใส่เพื่อเชิดชู เคารพ ในพระมหากรุณาธิคุณ
แต่ มีพวกหัวก้าวหน้า มองเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้ตัวเอง จึงเริ่ม propaganda เพื่อ value-added ให้เศษผ้าสีเหลืองที่ตัดมาเป็นเสื้อ
เรื่องนี้ัมันก็มองกัีนได้หลายมุมนะ ข้าราชการบางคนก็เห็นว่าใส่้แล้วสบายดี ง่าย ๆ
บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องของการตลาด บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องการแสดงความจงรักภักดี
อ้างอิงกองภาพยนต์ส่วนพระองค์ ข่าวราชสำนัก และรัฐบาลไทย เป็นต้น
ถ้าไม่มีพวกนี้จะกลายเป็นมีใครออกมาพูดว่าทำอะไรไม่โปร่งใสอีกรึเปล่า :42:
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:04 น.
ถ้าไม่มีพวกนี้จะกลายเป็นมีใครออกมาพูดว่าทำอะไรไม่โปร่งใสอีกรึเปล่า :42:
เปล่าหรอก, จะบอกว่าพวกนี้นำเสนอข่าวด้านเดียว
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:00 น.
เลือกตั้งโดยใครคะ?
"สมณชีพราหมณ์พ่อพฤฒาจารย์และข้าราชการทั้งปวงจึงยก.....ขึ้นเสวยถวัลยราชย์สืบไป"
สส สว คงจะเหมือน สมณชีพราหมณ์พ่อพฤฒาจารย์และข้าราชการทั้งปวง เหล่านี้ละมั่งครับ
ไม่เคยมีปรากฎ ไม่ได้แปลว่าไม่ได้เลือกตั้งนะครับ :52:
อันนี้ไม่มีหลักฐานชี้ชัดๆ ว่าไม่ได้นะครับ ว่าไม่ได้เลือกตั้ง อาจจะเลือกตั้งแต่ไม่มีใบลงคะแนน แหมสมัยนั้นคูหาเลือกตั้งสร้างลำบากครับ
ก็แค่ในกลุ่มข้าราชการและนักบวช ไม่เคยมีปรากฏว่ามีการถามความเห็นประชาชนทั่วไปก่อน กระทั่งมีรัฐสภา
และถ้าสมัยก่อนสมมุติว่า นาย ก ไพร่สังกัดพระยา ข ไปค้านว่ากษัตริย์คนนี้คุณสมบัติไม่เหมาะสม จะมีใครฟังไหม
นาย ก กลับมาแบบไม่มีโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ถือว่าบุญสุด ๆ แล้ว
สมัยก่อนไม่ได้เป็นประชาธิปไตยนะครับ :26:
ส่วน propaganda ก็เป็นต้นว่า กองภาพยนต์ส่วนพระองค์ ข่าวราชสำนัก และรัฐบาลไทย เป็นต้น
ดูให้เหมือนดูสารคดีซิครับ :52:
นำเสนอข่าวด้านเดียวเหรอ
ไม่นะ มีอีกกลุ่มคอยนำเสนอข่าวอีกด้านแล้วนิ นั่นก็ไม่ได้ด้านเดียวเหรอ
แล้วสมัย พ.ศ. ๒๔๙๙ ที่ออกมาตั้งสฤษฎิ์ ธนะรัชต์เป็นผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร โดยไม่มีอำนาจจะแต่งตั้ง
และแต่งตั้งโดยไม่มีคนรับสนองพระบรมราชโองการด้วยนะ
แล้วรัฐประัหารต่อ ๆ มาท่านก็ตั้งหัวหน้าคณะเป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยตลอด
อาจารย์ที่คณะวิจารณ์ท่านว่า กษัตริย์ทำแบบนี้ก็เหมือนกับว่าใครจะเป็นผู้ปกครองประเทศก็ไม่สน ขอให้ตนเองมั่นคงเป็นพอ
เค้าก็เห็นว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ดูอย่างพระเจ้าควน การ์โลส ที่หนึ่งของสเปน
นายพลประเทศเขารัฐประหาร คณะรัฐประหารก็มาขอความชอบธรรมจากกษัตริย์ กษัตริย์เขาเห็นว่ายังไงก็ไม่เป็นไปตามประชาธิปไตย
ไม่เห็นด้วย แกก็แต่งชุดทหารแล้วออกโทรทัศน์ว่า ในฐานะประมุขแห่งกองทัพ เขาไม่รับรองอะไรที่นอกวิถีแบบนี้
แป๊บเดียวประชาชนและทหารประเทศเขาก็ลุกฮือออกมาต่อต้านคณะรัฐประหาร แล้วก็เจ๊งกันไป
อ้างอิงเรื่องกษัตริย์สเปน Juan Carlos I of Spain, วิกิฯ (http://en.wikipedia.org/wiki/Juan_Carlos_I_of_Spain)
ถ้าเสปนเหมือนไทย หรือถ้าไทยเหมือนเสปน เราก็ไม่ต้องมีประเทศไทย ประเทศเสปนซิครับ
นี่ละครับ ประชาธิปไตย แบบไทยแท้
เรื่องนี้ัมันก็มองกัีนได้หลายมุมนะ ข้าราชการบางคนก็เห็นว่าใส่้แล้วสบายดี ง่าย ๆ
บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องของการตลาด บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องการแสดงความจงรักภักดี
คนมุมไหนก็มองได้มุมนั้นละครับ
มองหลายๆ มุม แทนใจคนที่มีประชาธิปไตยคนอื่นๆ ด้วยนะครับ
ทำไปทำมา ก็จะเป็นเหมือนที่โน่นที่นี่
ประเทศเรา คนในประเทศเรา คิดอะไรเองเป็นมั่งนี่นะ
อาจารย์ที่คณะวิจารณ์ท่านว่า กษัตริย์ทำแบบนี้ก็เหมือนกับว่าใครจะเป็นผู้ปกครองประเทศก็ไม่สน ขอให้ตนเองมั่นคงเป็นพอ
แหม๊
ผมชักอ่านมากไม่ได้แฮะ
ถ้าเพื่อนผม ไม่สวัสดีแม่ผม ผมก็ต้องพิจารณ์เลิกคบมันเป็นเพื่อนแล้วมั้ง
ถึงมันจะมีข้อมูล ว่าแม่ผมไม่ดีอย่างไร ในเมื่อตัดสินใจเป็นเพื่อนกัน มันก็ต้องเคารพกันซิ
หรือถ้าเห็นว่าแม่ตูไม่ดีก็แล้วทำไมมาเป็นเพื่อนกัน เลิกๆ คบกันไปเลยไม่ดีกว่าหรือไง
หรือเป็นเพื่อนกันแต่ในนามดี เพราะ ในโลกนี้ทุกคน ต้องมีชื่อเพื่อนหนึ่งคนเอาไว้ในทะเบียนบ้าน
จะได้มีที่เรียน จะได้มีที่อยู่ จะได้มีที่กิน แต่ไม่ต้องคิดว่าเป็นบุญเป็นคุณกับใคร
ผมถามน้องภัทรเล่นๆนะครับ.. :42:
ว่าการมีระบบกษัตริย์ในสมัยก่อน เกิดจากการที่เคารพและยกคนที่มีความสามารถขึ้นมานำกลุ่ม ถูกต้องมั๊ยครับ
ไม่ว่าจะชาติไหนก็ตาม และเป็นระบบเก่าแก่ที่สุดของการปกครองของมนุษย์ทั้งหมด
แล้วคุณสมบัตินั้น ก็ถ่ายทอดลงมาในหมู่ของลูกหลาน
หรือว่า บางกลุ่มก็อาจใช้วิธีวัดกำลังกันใหม่ ใครชนะก็เป็นกษัตริย์ไป ถูกต้องมั๊ยครับ
น้องภัทรกำลังบอกว่า ปัจจุบัน กษัตริย์ ที่ไม่ได้ชี้นำหมู่แบบนี้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บไว้เพราะไม่มีประโยชน์ ถูกต้องมั๊ยครับ
ว่ากันต่อในเรื่องของ ประชาธิปไตยและกษัตริย์
ที่ยกมาเรื่องของกษัตริย์ ฮวน คาร์ลอส ไม่ยอมรับการรัฐประหาร แล้วก็ทรงดำริว่าไม่รับรอง ให้คนลุกฮือ มาก่อจราจล รบกัน มีคนตาย
หรือ เกิดเหตุแทรกแซง มีการปั่นก่อ ให้คนล้มตายจำนวนมาก แล้วได้มาซึ่ง การล้มรัฐประหาร
เป็นการกระทำที่ควรทำ ใช่มั๊ยครับ ที่กษัตริย์เป็นต้นเหตุของการตายของประชาชนจำนวนมาก ในประเทศ เพื่อสิ่งที่เรียกว่า
ประชาธิปไตย ของใครก็ไม่รู้ อยากให้เมืองไทย เด็ดขาดแบบนั้นใช่มั๊ยครับ
ถามในแง่ของการสูญเสีย บางทีอาจมีการบ้าจี้ ทำรัฐประหารยิงคนที่มาประท้วงตายเป็น
หมื่นเป้นแสนคน เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีประชาธิปไตยเต็มขั้น :09: มันคุ้มกันใช่มั๊ยครับ
ถามเล่นๆนะ อย่าคิดมาก อยากรู้ความเห็นน่ะ
อ้างคำพูดจาก: O.D.U.M เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:12 น.
ผมถามน้องภัทรเล่นๆนะครับ.. :42:
ว่าการมีระบบกษัตริย์ในสมัยก่อน เกิดจากการที่เคารพและยกคนที่มีความสามารถขึ้นมานำกลุ่ม ถูกต้องมั๊ยครับ
ไม่ว่าจะชาติไหนก็ตาม และเป็นระบบเก่าแก่ที่สุดของการปกครองของมนุษย์ทั้งหมด
แล้วคุณสมบัตินั้น ก็ถ่ายทอดลงมาในหมู่ของลูกหลาน
หรือว่า บางกลุ่มก็อาจใช้วิธีวัดกำลังกันใหม่ ใครชนะก็เป็นกษัตริย์ไป ถูกต้องมั๊ยครับ
น้องภัทรกำลังบอกว่า ปัจจุบัน กษัตริย์ ที่ไม่ได้ชี้นำหมู่แบบนี้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บไว้เพราะไม่มีประโยชน์ ถูกต้องมั๊ยครับ
ว่ากันต่อในเรื่องของ ประชาธิปไตยและกษัตริย์
ที่ยกมาเรื่องของกษัตริย์ ฮวน คาร์ลอส ไม่ยอมรับการรัฐประหาร แล้วก็ทรงดำริว่าไม่รับรอง ให้คนลุกฮือ มาก่อจราจล รบกัน มีคนตาย
หรือ เกิดเหตุแทรกแซง มีการปั่นก่อ ให้คนล้มตายจำนวนมาก แล้วได้มาซึ่ง การล้มรัฐประหาร
เป็นการกระทำที่ควรทำ ใช่มั๊ยครับ ที่กษัตริย์เป็นต้นเหตุของการตายของประชาชนจำนวนมาก ในประเทศ เพื่อสิ่งที่เรียกว่า
ประชาธิปไตย ของใครก็ไม่รู้ อยากให้เมืองไทย เด็ดขาดแบบนั้นใช่มั๊ยครับ
ถามในแง่ของการสูญเสีย บางทีอาจมีการบ้าจี้ ทำรัฐประหารยิงคนที่มาประท้วงตายเป็น
หมื่นเป้นแสนคน เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีประชาธิปไตยเต็มขั้น :09: มันคุ้มกันใช่มั๊ยครับ
ถามเล่นๆนะ อย่าคิดมาก อยากรู้ความเห็นน่ะ
ถามจริงๆ ไปเถอะ
ต้องคิดมากด้วย
เรื่องแบบนี้ถามเล่นๆ ทำไม
เอาเป็นว่าถามจริงจังก็ได้คัรบ เพราะอยากได้แนวคิดจากน้องภัทร ที่มีความคิดเป็นอีกแบบจริงๆ
แค่กลัวว่าจะเครียดไปแค่นั้นแหละครับ ผมไม่ชอบคุยกันแบบอึดอัด ฮึดฮัดน่ะครับ พี่โอ๋ :42:
ไม่ต้องอึดอัดกันครับ
เรื่อง สถาบัน ก็ต้องเครียด
ไม่งั้นเขาไม่เอาคนเข้าคุก
มันคือความมั่นคงทางหนึ่งของประเทศนี้
ถ้าไม่มีสถาบันนี้ก็แยกประเทศกันไปนานแล้ว
แล้วเราอยู่ประเทศไหนกัน อาจารย์ทั้งหลาย
จะอยู่ประเทศไหนกัน เขาอาจจเชื่อโดยสุจริตใจ
ก็ได้
ขออยู่ประเทศเอครับ :25: :30:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:20 น.
ขออยู่ประเทศเอครับ :25: :30:
ไปซื้อเกาะสักเกาะสิ
ดูไบขายเต็มเลย
ตั้งประเทศเองเลย
:12:
ประเทศเอ ใช้เงินสกุลตา
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:19 น.
ไม่ต้องอึดอัดกันครับ
เรื่อง สถาบัน ก็ต้องเครียด
ไม่งั้นเขาไม่เอาคนเข้าคุก
มันคือความมั่นคงทางหนึ่งของประเทศนี้
ถ้าไม่มีสถาบันนี้ก็แยกประเทศกันไปนานแล้ว
แล้วเราอยู่ประเทศไหนกัน อาจารย์ทั้งหลาย
จะอยู่ประเทศไหนกัน เขาอาจจเชื่อโดยสุจริตใจ
ก็ได้
อเมริกาเขาเจริญสุดเลยนะเฮีย :25:
:11: ไม่ใช้เงินสกุลตาครับ
ประเทศเอ ตาใช้เงินเอครับ :30:
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:22 น.
อเมริกาเขาเจริญสุดเลยนะเฮีย :25:
เจริญแล้วไงครับ
ผมถามจริงจัง
เถียงกันเลย
อย่ามาเหนียม
ปฏิวัติล้มล้างเหรอ
:09:
อยากให้เราเป็นอย่างเมกา
หรือสเปน
หรือพม่า
หรือเขมร
นอนหลับ
กินอิ่ม
ไม่พอ ชีวิตแสวงหาอะไรนักหนา
กันนะ
เอกสาร มันก็มีบิดเบือนด้วยไม่ใช่รึ
วิกิ เองยังมีให้ส่งแก้ไขข้อมูลเลยนี่หว่า :37:
น่าสนใจ ไปอยู่ด้วยคนได้มั๊ยครับ :27:
----------------------------------
ที่ผมถามเพราะสงสัยจริงๆที่คนรุ่นใหม่ๆ
มองเรื่องของกษัตริย์เป็นเรื่องของแค่ 1 สถาบันที่มีไว้เพื่ออะไรก็ไม่รู้
ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกุ เลย อะไรประมาณนี้ เจอมาหลายคนแล้วครับที่คิดแบบนั้น
กลายเป็นเกิด ทัศนคติลบต่อไปอีกว่า ที่เรามารณรงค์รักสถาบัณนี้กัน เพราะตัวสถาบันเองที่วิ่งเต้นให้เกิด
เพื่อให้ตัวเองเกิดความสำคัญ ไม่สูญหายไป... ฟังแล้วใจหายนะครับ
หลายคนชอบมุ่งไปในเรื่องของประชาธิปไตย ทุกอย่างมันต้องมาจากการเห็นชอบ
ประชาพิจารณ์ หรืออะไรก็ตามต้องเป้นประชาธิปไตย เพื่อที่จะได้ถือว่า ประชาชนคือเจ้าของประเทศ
นั่นสิ ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศนี่ แล้วกษัตริย์มีไว้ทำไม?
คนรุ่นใหม่ เค้าขาดอะไรตรงนี้หายไปจากในใจจริงๆนะครับ ว่าทำไม สำคัญยังไง และเพื่ออะไร
-----------------------------------
ถามเอ นะครับ ในฐานะที่ผมอ่านความคิดเอ แล้วรู้สึกว่าเอ มีตรรกะในการคิดค่อนข้างเป็นเหตุเป็นผลดี
ว่าด้วยการคิดต่าง ไม่ผิด
ในกรณีคิดต่างที่ตรงข้ามกัน ตามตรรกะธรรมชาติมันต้องมีฝ่ายหนึ่งถูกต้องอีกฝ่ายผิด หรือเปล่าครับ ?
ผมคิดตรงนี้เพราะผมกำลังคิดว่า สมมติว่า ในกรณีที่มีคนกลุ่มหนึ่ง กำลังคิดว่า
" บ้านเมืองเราอยู่ได้เป็นปึกแผ่นได้จนถึงทุกวันนี้ส่วนหนึ่ง มาจากสถาบันพระมาหากษัตริย์ "
ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่คิดต่างแบบตรงข้าม ก็จะเป็น
"บ้านเมืองเราอยู่ได้เป็นปึกแผ่นได้จนถึงทุกวันนี้สถาบันพระมาหากษัตริย์ ไม่มีส่วนเลย"
ถ้าเป็นไปตามตรรกะแล้ว มันต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คิดผิดใช่มั้ยครับ
ถ้าเป็นดังนั้นจริง คำว่าคิดต่าง ไม่ผิด จึงมีข้อยกเว้น ดังนี้จริงหรือเปล่าครับเนี่ย.........
ผมก็ไม่ชอบที่รัฐออกมาโปรโมทให้ทำนู่นนี่นะครับ
ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าทำให้สถาบันดูด้อยค่าลงไปด้วยซ้ำ
ผมว่าโดยพื้นฐานของคนไทย พวกเราเคารพสามสถาบันอยู่แล้วครับ
แต่.. บางทีก็รู้สึกว่ามันเกินไปที่คนจะมาพูดถึงให้รู้สึกต่ำต้อย
เถียงกันในเรื่องที่บางทีก็รู้ๆ อยู่ว่าเหมือนถ่มน้ำลายรดฟ้า
ยังไงก็ตกลงมาใส่ตัว อ้างเอาสถาบันอันคนควรเคารพมา เหมือนดึงฟ้าลงต่ำยังไงพิกล
สามสถาบันนั้นน่าจะเป็นจุดสูงสุดที่คนไม่ไปยุ่งเกี่ยว ยกไว้เหนือหัว
โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์
ไปกัดกันเฉพาะเรื่องการเมือง วัฒนธรรมอะไรก็ไป
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:32 น.
ถามเอ นะครับ ในฐานะที่ผมอ่านความคิดเอ แล้วรู้สึกว่าเอ มีตรรกะในการคิดค่อนข้างเป็นเหตุเป็นผลดี
ว่าด้วยการคิดต่าง ไม่ผิด
ในกรณีคิดต่างที่ตรงข้ามกัน ตามตรรกะธรรมชาติมันต้องมีฝ่ายหนึ่งถูกต้องอีกฝ่ายผิด หรือเปล่าครับ ?
ผมคิดตรงนี้เพราะผมกำลังคิดว่า สมมติว่า ในกรณีที่มีคนกลุ่มหนึ่ง กำลังคิดว่า
" บ้านเมืองเราอยู่ได้เป็นปึกแผ่นได้จนถึงทุกวันนี้ส่วนหนึ่ง มาจากสถาบันพระมาหากษัตริย์ "
ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่คิดต่างแบบตรงข้าม ก็จะเป็น
"บ้านเมืองเราอยู่ได้เป็นปึกแผ่นได้จนถึงทุกวันนี้สถาบันพระมาหากษัตริย์ ไม่มีส่วนเลย"
ถ้าเป็นไปตามตรรกะแล้ว มันต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คิดผิดใช่มั้ยครับ
ถ้าเป็นดังนั้นจริง คำว่าคิดต่าง ไม่ผิด จึงมีข้อยกเว้น ดังนี้จริงหรือเปล่าครับเนี่ย.........
ตามตรรกกะของฝั่งไหน ฝั่งนั้นก็ถูกครับ อีกฝั่งก็ผิด
ต่อให้มีคนกลาง ดีไม่ดีเกิดเป็นอีกตรรกะต่างหาก :30:
ส่วน
อ้างอิงผมคิดตรงนี้เพราะผมกำลังคิดว่า สมมติว่า ในกรณีที่มีคนกลุ่มหนึ่ง กำลังคิดว่า
" บ้านเมืองเราอยู่ได้เป็นปึกแผ่นได้จนถึงทุกวันนี้ส่วนหนึ่ง มาจากสถาบันพระมาหากษัตริย์ "
ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่คิดต่างแบบตรงข้าม ก็จะเป็น
"บ้านเมืองเราอยู่ได้เป็นปึกแผ่นได้จนถึงทุกวันนี้สถาบันพระมาหากษัตริย์ ไม่มีส่วนเลย"
ตัวแปรไม่ครบครับ ยังขาดว่า ตอนเด็กๆ คนกลุ่มนี้ ได้รับการปลูกฝังมาอย่างไร มีชีวิตอย่างไร
ลูกชาวนา โหลนไพร่ทาส ตั้งแต่โบราณ ที่ไม่ได้มีความรู้ ทางความก้าวหน้าที่ information beyond frontier
จะมีความรู้สึกในด้านบวกมากกว่าครับ
ต่างกับ
ลูกเจ้าขุนมูลนายเก่า(ที่บางส่วนอาจจะคิดโค่นล้มมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเจ้าเมือง หัวเมืองต่างๆ)
และเจ้าสัวใหม่(สังเกตเจ้าสัวใหม่ๆ ในไทยดีๆครับ ส่วนใหญ่เป็นมังกร แว่วๆ ว่าส่วนใหญ่เงินที่ไหลในเมกาก็อยู่ในมือชาวมุสลิม )
ที่ย่อมจะเติบโตมาพร้อมกับขุมกำลังอำนาจ แน่นอนอำนาจอาจทำให้คนหลงไปกับมันได้
เพียงแต่ ยังไม่พอครับ ไปบำเพ็ญตบะมาอีกนะครับ
อ๊ะ พูดเรื่อง ผิดไม่ผิด ถูกไม่ถูก
ถ้าเป้นกฎของชาร์ล ดาวิน (กฎอะไรวะ โคตรครอบคลุม :30:)
สิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการเสมอครับ เพื่อความอยู่รอด
สมัยพระเจ้าสร้างโลก มีแบคทีเรียในน้ำ
แบคทีเรียเบื่อน้ำ บอกน้ำบ้าอะไรเนี้ย เค็มจะตายขึ้นบกดีกว่า
ก็กลายเป็นสัตว์เลื้อยคลานพวกแรก (เจ๋งโคตร)
พออยู่บนบกไปซักพัก เบื่อละ อยู่บนต้นไม้ดีกว่า
ก็กลายเป็นลิงพวกแรก (เจ๋งจัง)
บางพวกก็อยากอยู่บนฟ้าก็เป็นนก
บางพวกอยากกลับไปเล่นน้ำอีกก็กลายเป็นเต่า
บางพวกอยากกินเนื้อก็กลายเป็นกอซซิลล่า
แล้วธรรมชาติ(อะไรที่เยอะๆ มากๆ) จะพิจารณาเองครับ ว่าคุณคือจุดอ่อนหรือไม่ และกำจัดออกจากระบบไปเอง
สรุปครับ ไม่มีข้อยกเว้นครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: O.D.U.M เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:12 น.
ผมถามน้องภัทรเล่นๆนะครับ.. :42:
ว่าการมีระบบกษัตริย์ในสมัยก่อน เกิดจากการที่เคารพและยกคนที่มีความสามารถขึ้นมานำกลุ่ม ถูกต้องมั๊ยครับ
ไม่ว่าจะชาติไหนก็ตาม และเป็นระบบเก่าแก่ที่สุดของการปกครองของมนุษย์ทั้งหมด
แล้วคุณสมบัตินั้น ก็ถ่ายทอดลงมาในหมู่ของลูกหลาน
หรือว่า บางกลุ่มก็อาจใช้วิธีวัดกำลังกันใหม่ ใครชนะก็เป็นกษัตริย์ไป ถูกต้องมั๊ยครับ
ระบบตามวรรคสองก็ไม่เสมอไปหรอกค่ะ เพราะบางครั้งในประวัติศาสตร์ไทย ข้าราชการไม่พอใจ ไม่ต้่องการคน ๆ นี้
แต่จะหือจะอือก็ไม่ได้ เพราะเขามีกองกำลัง เขามีอำนาจ เช่น ขุนวรวงศาธิราช พระเพทราชา และพระสรรเพชญ์ที่ ๘ (พระเจ้าเสือ) ฯลฯ
อ้างคำพูดจาก: O.D.U.M เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:12 น.
น้องภัทรกำลังบอกว่า ปัจจุบัน กษัตริย์ ที่ไม่ได้ชี้นำหมู่แบบนี้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บไว้เพราะไม่มีประโยชน์ ถูกต้องมั๊ยครับ
ไม่ได้หมายความอย่างนั้นค่ะ
หมายความว่า ในฐานะที่ตอนนี้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินอนาคตของประเทศเองแล้ว
และกษัตริย์ที่มีหน้าที่เป็นหุ่นเชิดให้การตัดสินใจของประชาชนเป็นไปโดยราบรื่น
ไม่ได้มองว่ากษัตริย์ไม่สำคัญ
โอเช! ในอดีตกษัตริย์เป็นผู้นำ แต่กว่าจะฝ่าฟันการรบได้ก็ต้่องอาศัยไพร่ราบพลเลวอย่างเรา ๆ เหมือนกันนะ
ก็เห็นว่าประเทศไทยมีกษัตริย์ก็เหมาะสมกับเราดี แต่กษัตริย์ก็ควรเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเท่านั้น
กษัตริย์ก็ไม่ควรจะมาก้่าวก่ายการตัดสินใจของประชาชนและราชการบ้านเมืองอื่น ๆ อีก
ในฐานะที่กษัตริย์อยู่มานาน กษัตริย์ก็มีอำนาจให้คำปรึกษาอยู่แล้ว แต่ไม่ควรลงมาจัดการเองเสียหมด
กับทั้งกษัตริย์ก็ควรถูกตรวจสอบได้่ด้วย ไม่ใช่ที่เป็นอยู่แบบนี้
หลักประชาธิปไตยข้อหนึ่งมีอยู่ว่า "ที่ใดมีอำนาจ ที่นั่นต้องมีการตรวจสอบ"
แต่ของเรา ใครจะไปแตะนิดต้องหน่อย ก็เข้าคุก ๆ ลูกเดียว
ความรักน่าจะออกมาจากใจมากกว่าออกจากการบังคับของกฎหมายนะ
อ้างคำพูดจาก: O.D.U.M เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:12 น.
ที่ยกมาเรื่องของกษัตริย์ ฮวน คาร์ลอส ไม่ยอมรับการรัฐประหาร แล้วก็ทรงดำริว่าไม่รับรอง ให้คนลุกฮือ มาก่อจราจล รบกัน มีคนตาย
หรือ เกิดเหตุแทรกแซง มีการปั่นก่อ ให้คนล้มตายจำนวนมาก แล้วได้มาซึ่ง การล้มรัฐประหาร
เป็นการกระทำที่ควรทำ ใช่มั๊ยครับ ที่กษัตริย์เป็นต้นเหตุของการตายของประชาชนจำนวนมาก ในประเทศ เพื่อสิ่งที่เรียกว่า
ประชาธิปไตย ของใครก็ไม่รู้ อยากให้เมืองไทย เด็ดขาดแบบนั้นใช่มั๊ยครับ
ถามในแง่ของการสูญเสีย บางทีอาจมีการบ้าจี้ ทำรัฐประหารยิงคนที่มาประท้วงตายเป็น
หมื่นเป้นแสนคน เพื่อให้มีรัฐบาลที่มีประชาธิปไตยเต็มขั้น งง มันคุ้มกันใช่มั๊ยครับ
เพราะรัฐประหารมันเป็นวงจรอุบาทว์เหมือนอย่างบ้านเราใช่ไหมคะ ใครมันก็ไม่ต้่องการ
คือ มีรัฐบาล > ทหารไม่พอ > ยึดอำนาจ > ฉีกรัฐธรรมนูญ > มีการเลือกตั้ง > มีรัฐบาล > ทหารไม่พอใจ.....
บ้านเรามันมีแค่นี้
ถ้าถามว่าอยากให้เด็ดขาดไหม ก็อยากนะ บอกไปเลย ไม่เอาก็คือไม่เอา ไม่ใช่มาเล่นด้วยกะคณะรัฐประหารแบบบ้านเรา
ส่วนเรื่องคุ้มไหมกับการเสียเลือดเนื้อ คิดว่าไม่คุ้มนะ แต่จะให้ทำอย่างไรดีคะ.....
อาจจะเป็นเพราะคนไืทยด้วยมั้ง สเปนมันคนละอย่างกับไทย
ทุกครั้งที่เราเสียเลือดเนื้อไปเพราะเหตุการณ์แบบนี้ เราก็หวังว่าฟ้าหลังฝนจะดีกว่าเสมอ แต่มันก็อืมครึมทุกที
คือ บ้านเรามีอะไรไม่ถูกอยู่สักอย่าง อย่างน้อยก็การศึกษาที่ชอบสอนให้คนเชื่อฝังหัวมากกว่าให้คนคิด
คนไทย (บางกลุ่ม) ไม่ชอบเห็นคนเถียง... ครูมัธยมฯ เวลาเค้าเถียงว่าข้อนี้ไม่ถูกแล้วก็ร่ายเหตุผลมา
ก็ชอบดุว่าอย่ามาเถียงนะ ตัวเองสอนมาหลายสมัย อาบน้ำร้อนมาก่อน เถียงได้่ยังไง
เหมือนกับครูชอบด่านักเรียนชายบางคนที่ไปเจาะหูตามอย่างดารา บอกว่าดาราเป็นตัวอย่างไม่ดี
ใช่... ครูอาบน้ำร้อนมาก่อน แต่อย่างน้อยน้ำร้อนของครูมันก็หลาบสิบปีมาแล้วนะ ใช่ว่าจะเข้าได้กับน้ำร้อนสมัยนี้ได้ทุกอย่าง
แทนที่ครูควรจะสอนว่า การเจาะหูไม่ใช่สิ่งที่ผิด คนเจาะหูแล้วเป็นคนดีก็ถมถั่วไป และสอนให้นักเรียนรู้จักกาลเทศะ
ไม่ใช่มาบังคับแบบบ้านเรา บ้านเราบังคับลูกเดียว แล้วพอมีความคิดเห็นว่าทำไมต้องบังคับ ทำไมทำไม่ได้ ก็มักจะดุด่ากัน...
นอกเรื่องแล้ว...
อ้างคำพูดจาก: (ส)ฟิ้งซ์™ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:40 น.
ผมว่าโดยพื้นฐานของคนไทย พวกเราเคารพสามสถาบันอยู่แล้วครับ
แต่.. บางทีก็รู้สึกว่ามันเกินไปที่คนจะมาพูดถึงให้รู้สึกต่ำต้อย
เถียงกันในเรื่องที่บางทีก็รู้ๆ อยู่ว่าเหมือนถ่มน้ำลายรดฟ้า
ยังไงก็ตกลงมาใส่ตัว อ้างเอาสถาบันอันคนควรเคารพมา เหมือนดึงฟ้าลงต่ำยังไงพิกล
สามสถาบันนั้นน่าจะเป็นจุดสูงสุดที่คนไม่ไปยุ่งเกี่ยว ยกไว้เหนือหัว
โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์
ไปกัดกันเฉพาะเรื่องการเมือง วัฒนธรรมอะไรก็ไป
เรื่องการยกไว้เหนือหัว นั้น ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ครับ
ชอบที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า the king can do no wrong ครับ
ไม่ใช่กษัตริย์ทำอะไรไม่ผิดนะครับ
แต่ด้วยเพราะเป็นกษัตริย์จึงไม่สามารถทำอะไรที่ผิดได้ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี (และพระองค์ท่านทำได้ดีมากๆ)
และพระองค์ทรงรับรู้ถึงจุดที่เราๆ ท่านๆ จะออกมาพูดกันนี่ละครับ จึงมาตรัสดักไว้ตั้งนานมาแล้ว
ขอบคุณครับเอ :12:
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:51 น.
ความรักน่าจะออกมาจากใจมากกว่าออกจากการบังคับของกฎหมายนะ
แล้ว น้องภัทร รักพระมหากษัตริ์ พระองค์นี้มั้ยครับ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:56 น.
แล้ว น้องภัทร รักพระมหากษัตริ์ พระองค์นี้มั้ยครับ
รักค่ะ
แบบไหนบ้าง ที่แสดงว่า น้องภัทร รักท่านบ้างครับ (เปิดรายการสัมภาษณ์กันซะเลย :21:)
จ่ายภาษีไง
แซวนะ แซวววว :27:
อันนี้สงสัยนานละ
มีใครบ้างคะที่โดนกฏหมายหมิ่นฯ แล้วเข้าคุกจริงๆ :09:
เห็นมีแต่อภัยโทษทั้งนั้น
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:56 น.
แล้ว น้องภัทร รักพระมหากษัตริ์ พระองค์นี้มั้ยครับ
ว่าจะถามประโยคนี้เหมือนกัน แหม .. :22:
ผมก็ยังเคลือบแคลง
ไม่เชื่อว่า น้องภัทรจะรัก
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 15:00 น.
แบบไหนบ้าง ที่แสดงว่า น้องภัทร รักท่านบ้างครับ (เปิดรายการสัมภาษณ์กันซะเลย :21:)
มองแต่ความจริงของท่าน
ไม่บ้าบูชาท่านว่าดีเหนือมนุษย์ อัจฉริยอัครศิลปิน กรองศาสตร์กรองศิลป์การดนตรี ฯลฯ
เคารพในความเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะ รู้รับผิดชอบ และปฏิบัติหน้าที่อย่างดีสมกับที่ประชาชนไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนี้
ไม่ช่วยโฆษณาชวนเชื่อให้คนบูชาท่าน แต่ก็ไม่ขวางถ้าคนจะบูชา
ที่ไม่ใส่สีเหลืองเพราะส่วนตัวไม่ชอบสีเหลือง
เค้าเป็นนิสิตที่สุจริต (และไม่ยอมอมนกเขาคูจุ๊กกรู ๆ ให้อาจารย์คนไหน)
เสียภาษีอย่างถูกต้อง ช่วยเหลือสังคมตามความเหมาะสม
เค้าถือว่าเค้าทำดีขนาดหนึ่งแล้วในฐานะประชาชนคนหนึ่ง
เค้าไม่ชอบใส่ร้ายป้ายสีใคร แต่เค้าก็ไม่ชอบการเยินยอใครเกินความเป็นจริง
เค้าไม่ชอบดูถูกเหยียดหยามหรือดูหมิ่นใคร แต่เค้าก็ไม่ชอบที่จะต้องกราบไหว้บูชาคนเหมือนกัน
เค้าไม่ได้โดนใครล้างสมอง เพราะการล้างสมองมันใช้กับเึค้าไม่ได้ผล
แต่พี่เอพูดถูกนะ... จ่ายภาษีนั่นแหละ ไม่เคยขาด
เพราะภาษีนี่ตัวเลี้ยงท่านเชียวนะ
ลองไม่จ่ายภาษีได้ด้วยเหรอครับ :21:
ของภัทรเหมือนรักนะแต่ไม่แสดงออกเลยนะ
สมมุติประมาณ
คลั่งโน๊ต แต้
แต่พอเพื่อนบอก เห้ยพี่โน๊ตตลกวะ
ภัทรตอบ เหรอ ก็งั้นๆ แหละ
เพื่อนบอก เห้ยพี่แก เดี่ยวสุดยอดเลยนะ
ภัทรตอบ เหรอ ก็งั้นๆ แหละ
เพื่อนถาม ไปดูเดี่ยวมั้ยแก
ภัทรตอบ เหรอ ก็งั้นๆ แหละ เราไม่ชอบดูอะไรพวกนี้อะ มันตลกบังหน้า ลองดูที่ตัวตนของพี่แกซิ จมูกใหญ่เห็นมั้ยจมูกใหญ่
เพื่อนถาม แล้วไงอะ
ภัทรตอบ เออ นั่นซิ
:30:
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 15:10 น.
เพราะภาษีนี่ตัวเลี้ยงท่านเชียวนะ
ขออีกคำถาม น้องคิดยังไงกับการใส่บาตรพระค่ะ :37:
คือนี่เราจ่ายเงินเดือนให้ในหลวงกันอยู่เหรอครับ? :09:
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 15:10 น.
มองแต่ความจริงของท่าน
ไม่บ้าบูชาท่านว่าดีเหนือมนุษย์ อัจฉริยอัครศิลปิน กรองศาสตร์กรองศิลป์การดนตรี ฯลฯ
เคารพในความเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะ รู้รับผิดชอบ และปฏิบัติหน้าที่อย่างดีสมกับที่ประชาชนไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนี้
ไม่ช่วยโฆษณาชวนเชื่อให้คนบูชาท่าน แต่ก็ไม่ขวางถ้าคนจะบูชา
ที่ไม่ใส่สีเหลืองเพราะส่วนตัวไม่ชอบสีเหลือง
เค้าเป็นนิสิตที่สุจริต (และไม่ยอมอมนกเขาคูจุ๊กกรู ๆ ให้อาจารย์คนไหน)
เสียภาษีอย่างถูกต้อง ช่วยเหลือสังคมตามความเหมาะสม
เค้าถือว่าเค้าทำดีขนาดหนึ่งแล้วในฐานะประชาชนคนหนึ่ง
เค้าไม่ชอบใส่ร้ายป้ายสีใคร แต่เค้าก็ไม่ชอบการเยินยอใครเกินความเป็นจริง
เค้าไม่ชอบดูถูกเหยียดหยามหรือดูหมิ่นใคร แต่เค้าก็ไม่ชอบที่จะต้องกราบไหว้บูชาคนเหมือนกัน
เค้าไม่ได้โดนใครล้างสมอง เพราะการล้างสมองมันใช้กับเึค้าไม่ได้ผล
แต่พี่เอพูดถูกนะ... จ่ายภาษีนั่นแหละ ไม่เคยขาด
เพราะภาษีนี่ตัวเลี้ยงท่านเชียวนะ
ผมว่าที่ตอบมา ก็นี่แหละที่เคลือบแคลง
ไม่นี่พี่ โอ๋ ชัดเจนออก น้องเค้าบอกข้อดีของน้องเค้าต่างหาก :30:
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 14:51 น.
ความรักน่าจะออกมาจากใจมากกว่าออกจากการบังคับของกฎหมายนะ
ที่ใครหลายๆคนออกมาเต้งผางๆเวลามีคนว่าสถาบันก็เพราะแบบนี้แหละครับ น้องภัทร
อย่างที่ เอ บอกไว้ ว่าใครสัมผัสมากก็จะมีปฏิกริยามาก ใครสัมผัสน้อยก็จะมีปฏิกริยาน้อย ตามแต่กันไป
งั้นขอคุยกันต่ออีกหน่อย
จากที่อ่านของน้องภัทร น้องภัทรก็ว่า กษัตริย์ยังคงควรมีไว้ แต่ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ
เป็นประมุข เป็นศุนย์รวมใจ อะไรก็ตามแต่แค่นั้น ก็พอใช่มั๊ยครับ
ควรอยู่นอกเหนือวงโคจรทางการปกครอง เพียงช่วยดูแลโครงการณ์ต่างๆเพื่อประชาชนก็พอ
รัฐบาล+ประชาชน//กษัตริย์ ต้องแยกกันให้ออก แบบนี้ใช่มั๊ยครับ
แต่ก็เลยยังรู้สึกขัดแย้งในเรื่องของ กษัตริย์สเปนที่ยกมา ถ้าท่านทำแบบนั้นบ้างนะ
น้องภัทรจะรู้สึกว่า สถาบันมาก้าวก่ายเรื่องทางการเมือง ด้วยมั๊ยครับ
ถ้าไม่ดี ประชาชนก็ลุกฮือกันเองสิ รัฐบาลก็หาทางต้านกันเอาเองสิ นั่นเรื่องปกครองนะ ฉันไม่เกี่ยว ต้องแบบนี้ด้วยรึเปล่า
ตรงนี้ผมยังไม่ค่อยเคลียร์ในคำตอบเท่าไหร่น่ะครับ :42:
เหมือนภัทรได้รับความรู้มาเยอะนะครับ แต่ได้ไม่รอบ
อุดม
วางเฉยก็ไม่ได้ พอวางเฉยกลายเป็นยินยอมอีก
เรามีกินอิ่มกันไปไหม
ตื่นมาไม่ต้องทำอะไร แสวงหาโน่นหานี่
ข้าวมีกิน นอนห้องแอร์ เลยคิดโน่นคิดนี่มากไปหน่อย
คิดไปถึงภาษีเป็นบุณคุณ เกือยจะเป็นข้าวแดงแกงร้อนเลนนะนี่
ก้าวขาเข้าคุก ก้าวนึงแล้วค่ะ
อ้างคำพูดจาก: สหายนานา เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 15:06 น.
อันนี้สงสัยนานละ
มีใครบ้างคะที่โดนกฏหมายหมิ่นฯ แล้วเข้าคุกจริงๆ :09:
เห็นมีแต่อภัยโทษทั้งนั้น
ไม่มีใครตอบเลย :05:
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 15:14 น.
ขออีกคำถาม น้องคิดยังไงกับการใส่บาตรพระค่ะ :37:
๑) เป็นความเชื่อส่วนบุคคล และเป็นประเพณีของคนในศาสนานี้ที่ถ้าี้ไม่ทำแล้วเหมือนขาดอะไรสัีกอย่าง
๒) คนบางกลุ่มก็ใส่บาตรเพราะหวังประัโยชน์ส่วนตัวกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือคะ
๓) ตามความเชื่อของศาสนานี้ เป็นการทำประโยชน์ให้กับผู้ที่ถือกันว่าเป็นอริยชน (ถึงแม้บางรูปจะไม่อริยะก็ตาม
และถึงแม้ว่าพระเดี๋ยวนี้ (ส่วนใหญ่) จะไม่ออกมาสั่งสอนและพัฒนาประชาชน วัน ๆ ปฏิบัติกิจในวัด)
ดัีงนั้น ถ้าบุคคลเชื่อในศาสนานี้ การใส่บาตรก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 15:26 น.
๑) เป็นความเชื่อส่วนบุคคล และเป็นประเพณีของคนในศาสนานี้ที่ถ้าี้ไม่ทำแล้วเหมือนขาดอะไรสัีกอย่าง
๒) คนบางกลุ่มก็ใส่บาตรเพราะหวังประัโยชน์ส่วนตัวกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือคะ
๓) ตามความเชื่อของศาสนานี้ เป็นการทำประโยชน์ให้กับผู้ที่ถือกันว่าเป็นอริยชน (ถึงแม้บางรูปจะไม่อริยะก็ตาม
และถึงแม้ว่าพระเดี๋ยวนี้ (ส่วนใหญ่) จะไม่ออกมาสั่งสอนและพัฒนาประชาชน วัน ๆ ปฏิบัติกิจในวัด)
ดัีงนั้น ถ้าบุคคลเชื่อในศาสนานี้ การใส่บาตรก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
๑. เป็นพุทธครับ และไม่เคยรู้สึกขาดอะไรที่ไม่ทำบุญ
๒. พุทธสอนให้ทำกับคนที่สมควรทำนะครับ
คิดเหมือนกันนะครับ เพียงแต่
อ้างอิง๒) คนบางกลุ่มก็ใส่บาตรเพราะหวังประัโยชน์ส่วนตัวกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือคะ
ตกลงจะบางกลุ่มหรือทั้งนั้นครับ :08:
ผมว่ายูริตอบดีนะ
ยังคิดว่า จะตอบว่า ฉันตักบาตร
พระต้องสำนึกบุณคุญอีก
เดี๋ยวจีวรเป็นผ้าห่มคลุมขอทานไป :26:
ใส่บาตรเหรอ อยากใส่แล้วอะ อาจารย์เสนาะบอกให้ใส่ :05:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 15:31 น.
คิดเหมือนกันนะครับ เพียงแต่
ตกลงจะบางกลุ่มหรือทั้งนั้นครับ :08:
ก็คือ "ทั้งหมดของคนบางกลุ่ม, คนในกลุ่มนั้นทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มหนึ่งที่ทำบุญเพราะต้องการแบบนั้น,
all of this people, all of the people in this kind" อย่างนี้่แล
ก็คือบางกลุ่ม?
อยากได้กันทั้งนั้น
โอเคครับ ก็ถือว่าดีครับ แต่เรื่องหนึ่ง
-คือน้องภัทร รักท่าน แต่ไม่ยืนตรงเคารพ หรือแสดงความเคารพ เพราะไม่เห็นถึงประโยชน์ ใช่หรือเปล่าครับ
-น้องภัทร กำลังจะบอกว่า ตนเองไม่ยอมรับกฏเกณฑ์ของสังคม เพราะเหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว
จึง ทำตัวตรงข้ามกับวัฒนธรรมที่เห็นว่าไม่จำเป็น(เพราะไม่อยากเยินยอท่าน) ใช่หรือมั้ยครับ
แล้วน้องภัทรคิดว่าถ้ามีคนที่มองมุมเดียวกับน้องภัทร และก็ยืนยันความคิดตัวเองด้วยการลงมือกระทำแบบเดียวกับน้องภัทร
คิดว่า จะส่งผลดี หรือผลเสียอย่างไรให้กับสังคมเราบ้างครับ ชี้นำเลยละกัน คิดว่า สังคมเราจะแตกแยกมั้ย ครับ
- เพราะน้องภัทร ไม่ชอบเยินยอใครเกินจริง เกินจริงของน้องภัทรเนี่ย คือเกินกว่าผลประโยชน์โดยตรง
ที่ตนเองจะได้รับ ใช่มั้ยครับ เหมือนกรณีกับ ชาวนาทำนาขายข้าว ให้น้องภัทรกิน แต่น้องภัทรเลือกที่จะขอบคุณ
คนที่ให้ตังค์ไปซื้อข้าวกิน โดยคิดว่าชาวนา ก็ทำนาเพื่อขายข้าวอยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่ามันควรเป็นบุญคุณอะไร แบบนี้หรือเปล่าครับ?
- น้องภัทร คิดอย่างไรกับ คำว่า "เชิดชูคนทำดี" ครับ แล้วคิดว่า การเผยแผ่สิ่งที่ดีในตัวของคนคนหนึ่งให้กับคนอื่นได้รับรู้
เป็นสิ่งที่ดีหรือมีประโยชน์มั้ยครับ
ถ้าน้องภัทรได้มีโอกาส เชิดชูคนดีซํกคนหนึ่ง คนดีของน้องภัทรคนนั้น จำเป็นจะต้อง มีผลประโยชน์ให้น้องภัทรมั้ยครับ .....?
- เคยทำอะไรเพื่อคนอื่นทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์บ้างมั้ยครับ คนอื่นนี่ไม่จำเป็นว่าเราต้องรักเขาเหมือนกับที่เรารักในหลวงก็ได้นะครับ ?
โปรดอ่าน
อ้างอิงเรื่องวิจารณ์สถาบัน
ขอให้หยุดก่อน เพราะกฎหมายใหม่มันสั่งฟ้องได้
เดี๋ยวจะซวยกัน
ก๊อปปี้มาล้วนๆ จากผู้ห่วงใยหลังม่านแดงครับ
+ ให้ทุกคนและ รับทราบครับผม :22:
:37: ทำไมต้องม่านแดงครับ?
มาจากแหล่งโคมแดงครับ :27:
อยู่ใต้หลังคาแดง ด้วยใช่มั๊ยครับ :42:
:37: อย่างนี้นี่เอง
ที่นี่ดีจัง คุยกันด้วยตรรกะ เหตุผล ยกความคิดเห็นของแต่ละคนมาพูด
ถ้าเป็นที่อื่นสงสัยต่อยกันนัวไปนานละ :21:
ในทางทฤษฎีแล้วเข้าใจทุกอย่างที่คุณภัทรYuRi+ว่ามาค่ะ
แต่ในทางปฏิบัติแล้วเราคงเป็นคนที่ถืออารมณ์ความรู้สึกเป็นใหญ่ เลยทำทุกอย่างที่ทำเพื่อความสุขใจของตัวเอง ไม่ค่อยได้สนใจหรอกค่ะว่าที่ทำไปมันเกิดจาก propaganda ของใครหรือเปล่า เป็นการแห่ตามกระแสหรือเปล่า (ส่วนตัวแล้วไม่ใส่เสื้อเหลืองเหมือนกันค่ะ เพราะไม่ชอบเสื้อผ้าสีเหลือง และรู้สึกว่ามันมีการใช้ประโยชน์ทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวมากไปนิด)
เห็นด้วยค่ะที่บอกว่าคนที่ใส่บาตรบางกลุ่มก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น ใช่ค่ะ ใส่บาตรเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพราะทำแล้วมีความสุข (สมัยปัจจุบันเขาไม่เรียกว่าตักบาตรแล้วใช่ไหมคะนี่?) ที่ทำก็ทำเพื่อตัวเอง แม้แต่การอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ ก็อาจพูดได้ว่าทำเพื่อให้ตัวเองสบายใจทั้งนั้น แต่เพราะเหตุนั้นแหละค่ะ เมื่อเป็นสิ่งที่เลือกเอง เต็มใจทำเอง จึงเป็นสิ่งที่ทำโดยใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเองเต็ม ๆ ไม่ได้ทำเพราะคนอื่นสั่งให้ทำ
ส่วนตัวแล้วเวลาทำบุญก็ไม่ได้คิดลึกซึ้งขนาดว่าต้องมานั่งแยกแยะว่าเราหวังประโยชน์อะไรจากการนี้บ้าง? ทำบุญแล้วพระสงฆ?หรือวัดจะเอาเงินของเราไปสร้างประโยชน์เพื่อสาธารณะจริงหรือ? มีการตุกติกอะไรในวัดนี้บ้างหรือเปล่า อะไรพวกนี้หรอกนะคะ เหมือนกับทำด้วยอารมณ์ วันนี้อยากทำบุญ เอ้า ก็ทำ วันนี้อยากตักบาตร ก็ตัก ตามอารมณ์ ตามใจฉัน อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ
แล้วก็บางครั้งความคิด จิตใจ คามรู้สึก มันก็ไม่ได้ไปในทางเดียวกับเหตุผลเสมอไปนะคะ
อย่างเราเคยเผลอตวาดเสียงดังใส่คุณพ่อ (ไม่ได้อะไรมากหรอกค่ะ ตวาดว่า "พ่อ!!!!" เท่านี้เอง)
เนื่องจากคุณพ่อกวนใจมาก ล้อเล่นแบบห้ามไม่เลิก
ตามเหตุผลแล้วคุณพ่อคือฝ่ายผิด
เราไม่ผิดเพราะเราไม่ได้เริ่มก่อน
คุณพ่อทำในสิ่งที่ไม่มีเหตุผลก่อน
สิ่งที่เราทำ เป็นแค่ปฏิกิริยาที่เกิดจากการกระทำของท่านเท่านั้น
บวกกับ ปฏิกิริยาที่คุณพ่อแสดงต่อมาก็แสดงชัดว่าท่านรู้สึกว่าท่านผิด เพราะเงียบไป ไม่ว่าอะไร แถมยังหัวเราะแก้เก้อด้วย
ตามเหตุผลแล้วเราหายกัน ใช่มั้ยคะ? เพราะคุณพ่อรังแกเราก่อน เราตวาดใส่ ท่านหยุด ปัญหาก็หมดไป กลับมาอยู่อย่างสันติอีกครั้ง
แต่ ความรู้สึก อารมณ์ ของเราในตอนนั้นมันไม่ได้เป็นไปตามเหตุผลนั้นค่ะ
ความรู้สึกเสียใจมันพุ่งกระแทกตัวเองอย่างแรง
แต่ไม่ได้เสียใจที่ถูกแกล้ง ไม่ได้เสียใจเพราะเหตุผลว่าตัวเองทำตัวอกตัญญู
เราเสียใจที่ทำให้คุณพ่อเสียใจ....
สิ่งที่เลือกที่จะทำคือเข้าไปกอดพ่อแล้วขอโทษ
ตอนนั้นร้องไห้เลยค่ะ
ถามว่าถ้าเลือกที่จะทำทื่อ ๆ ตามเหตุผล ตามสภาวการณ์ตอนนั้น ผิดไหม?
ไม่ผิดค่ะ
ไม่ผิดเลย ถามตัวเองตอนนี้ก็คิดว่าไม่ผิด
เพราะคุณพ่อไม่ได้โกรธ ไม่ได้ต่อว่าอะไร ท่านเริ่มก่อน เป็นคนหาเรื่องก่อนจริง ๆ
แต่ตัวเองในปัจจุบันเชื่อมั่นว่า ที่ขอโทษไปก็ไม่ผิดเช่นกัน
และไม่ได้ทำเพื่อเอาใจคุณพ่อด้วย เพราะท่านไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้วจากสถานการณ์นั้น
แต่ทำเพื่อตัวเองล้วน ๆ ค่ะ ถ้าตอนนั้นเมินเฉย ไม่ได้ขอโทษท่าน ป่านนี้คงนั่งนึกเกลียดตัวเองอยู่แน่ ๆ
บางครั้งทางเลือกที่ถูกต้อง อาจไม่ได้มีเพียงหนึ่ง
และทางเลือกที่สมเหตุสมผล อาจจะไม่ใช่คำตอบเดียวที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ การยึดถืออารมณ์มากกว่าเหตุผล ในบางกรณีอาจไม่ได้เลวร้ายเสมอไป
// อะไรเนี่ย ตัดหน้า 14 คน :07:
ยกตัวอย่างได้ดีจังครับ
ประสบการณ์ตรงก็งี้แหละค่ะ
เหมือนเรื่องของน้องนางสาวธนาคารของคุณส้ม
มันเป็นเรื่องจริงที่เหนือจินตนาการ(ของเรา)จริง ๆ ค่ะ ถ้านางสาวธนาคารน้องสาวคุณส้มไม่ได้พบเห็นแล้วเอามาบอกเล่า และคุณส้มไม่ได้นำมาเล่าต่อ ก็คงไม่มีทางรู้ว่ามีคนแบบนี้ที่ปฏิบัติแบบนี้จริงด้วย :38:
V
V
V
เรื่องจับกันเป็นทอด ๆ นี่ ที่บ้านก็ทำกันมาตลอดค่ะ จะไม่ทำก็ต่อเมื่อไม่ได้นั่งใกล้กันเท่านั้น
ตอนเด็ก ๆ ก็คิดนะคะว่าทำเพื่อให้ได้สัมผัสกับบุญ แต่พอโตมาก็รู้สึกว่า เออ เขาคงทำเหมือนเป็นความเคยชินมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าไม่จับแล้วไม่ได้บุญ
หรือคิดอีกทีอาจจะเป็นการเติมเต็มทางใจก็ได้ค่ะ ว่าถึงเราไม่ได้มีแก้วน้ำในมือ ไม่ได้มีเหยือกกรวดน้ำอยู่ในมือ ไม่ได้เป็นคนกรวดน้ำเองกับมือ แต่ก็ได้มี "ส่วนร่วม"
อาจเป็นกลไกอย่างหนึ่งเพื่อลดความรู้สึกอิจฉาคนได้กรวดน้ำก็ได้นะคะ ฮ่า ๆ :40: คือจับแล้วก็ต่อถึงกันหมด ไม่ต้องแย่งกัน!
ส่วนตัวแล้วคิดว่าจับก็ได้ไม่จับก็ได้ แต่จับแล้วสนุกดี เหมือนเล่นงูกินหาง ต่อกันเป็นทอด ๆ อบอุ่น ครื้นเครง
(เอ๊ะ นี่หล่อนไปทำบุญหรือไปเล่นเนี่ย :07:)
ยกตัวอย่างนิดนึง หลวงพ่อท่านหนึ่งบอกว่า เราอ่ะเข้าใจผิด ที่เวลากวาดน้ำอุทิศส่วนกุศล ให้จับกันเป็นทอดๆ จริงๆแล้วไม่จำเป็น
ซึ่งผมก็เชื่อท่าน ลูกศิษย์ลูกหาท่านก็ชื่อกันหมด แต่เวลาผมกลับไปบ้านนอกไปวัดกับแม่ แม่บอกว่า ให้จับซิ ผมก็จับ เพราะผมถือว่า
เราเคารพและให้เกียรติวัฒนธรรมในสังคมที่เราอยู่ แต่ผมก็บอกแม่ผมนะว่า ได้รับรู้และเชื่อมาดังนี้ แต่ก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรให้แม่เห็นด้วย
ยกตัวอย่างอย่างวัดไดเกียว เมื่อผมเข้าไปผมก็ทำในแบบที่เขาทำกัน ทั้งที่ผมไม่เห็นด้วยแถมยังคิดว่ามันผิดเลยด้วยซ้ำ
รู้สึกคิดกันลึกซึ้งและจริงจังกันมากๆ
(แบบที่หนิงคิดไม่ถึง อาจด้วยวัย ..)
กลับไปที่เรื่องยืนทำความเคารพในโรงหนัง
หนิงยืนทุกครั้ง
ตอนเด็กมากๆอาจยังยืนไปยังงั้นๆ ไม่ได้คิดอะไร (ไม่ให้แปลกแยก เซฟไว้ก่อน แบบที่โน้สบอก :37:)
พอโตมานิดนึง ก็คิดนะ ว่ายืนทำไม ซึ้งด้วยแหละ
แต่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องยืนตอนก่อนดูหนังด้วย
ทำไมต้องมาซึ้งตอนนี้
จนได้มาอ่านความเป็นมานี่แหละถึงเข้าใจ
ตอนนี้เลยกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว
ส่วนตัวก็โอเคค่ะ
ไม่ซีเรียส ยืนด้วยความเต็มใจ
ไม่เคยถูกใครปลูกฝังนะ ตั้งแต่จำความได้
ปล
ถ้าหนิงเห็นคนไม่ยืนในโรงหนัง
หนิงคิดว่าเค้าพิการหรือไม่สบายนะ
มองโลกในแง่ดีเกินไปรึเปล่า :43:
ก็น้องหนิงน่ารักนี่ครับ
+ หนิง
อ้างคำพูดจาก: ning❤ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 16:26 น.
รู้สึกคิดกันลึกซึ้งและจริงจังกันมากๆ
(แบบที่หนิงคิดไม่ถึง อาจด้วยวัย ..)
ว่าทำไมเราก็ไม่ค่อยเข้าใจ :40:
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 16:32 น.
ว่าทำไมเราก็ไม่ค่อยเข้าใจ :40:
จะเลียนแบบบ้างก็ช้าไปซะแล้ว....
ไม่น่าตอบยาวและตอบหลายทีเลยเรา
ตอนนี้เลยอ้างวัยยังน้อยไม่ได้
:16:
อ้างคำพูดจาก: Moji เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 16:33 น.
จะเลียนแบบบ้างก็ช้าไปซะแล้ว....
ไม่น่าตอบยาวและตอบหลายทีเลยเรา
ตอนนี้เลยอ้างวัยยังน้อยไม่ได้
:16:
แหม 27 นี่ยังสาวนะ :21:
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ ระจัน...ผ่านมา เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 16:35 น.
แหม 27 นี่ยังสาวนะ :21:
:33: ดีใจจังค่ะ
ปรกติมีแต่คนพยายามจะยัดเยียดให้เป็นป้า
:41:
27 ไม่แก่หรอกครับ ป้า
นังจักรี :34:
ส้ม 27 เรอะ :09:
นอกเรื่องนิดนะคะ
โบว์เรียนคณะเดียวกะน้องภทร แต่คนละมหาลัย
คืออาจารย์ประวัติศาสตร์หลายๆคนมากเลยค่ะ
ชอบนินทาเบื้องสูง ชอบเม้าท์เรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟัง
เล่าออกอากาศไม่ได้เลยค่ะ อาจจะโดนคุกเอาง่ายๆ
แล้วถ้อยคำจากปากคนที่เป็นอาจารย์มันทำให้เด็กคล้อยตามเอาง่ายๆเลยนะคะ
แย่จัง มองย้อนกลับไปใช่เลย จะจัดการยังไงดีล่ะ
เออ นะ... ขอถามกันเล่น ๆ หน่อยค่ะ อย่าคิดมาก :52:
๑) ถ้านอนอยู่บนเตียง หรือไม่ก็อยู่ในที่รโหฐาน หรือที่่ที่ไม่มีใครเห็น เป็นต้น
แล้วเพลงสรรเสริญพระบารมีเกิดดังขึ้นมาจากที่แห่งหนึ่ง จะลุกขึ้นยืนกันไหมคะ
๒) สมมุติว่า ถ้าคุณอยู่ท่ามกลางคนมาก ๆ แล้วเพลงสรรเสริญฯ เกิดดังขึ้นมา แต่ไม่มีใครยืน
คุณจะลุกขึ้นยืนไหมคะ
๓) สมมุติว่า อีกสิบปีข้างหน้า คนไทยส่วนมากเกิดเห็นว่า การยืนตรงให้แก่เพลงสรรเสริญฯ
เป็นเรื่อง ยังไงดีฟระ... :33: อะ ไม่มีใครทำกันแล้ว ไดโนเสาร์เต่าล้านปี พ้นสมัย ใครทำนี่สุด ๆ หลุดโลกไปเลย ฯลฯ
คุณจะคงลุกขึ้นยืนให้แก่เพลงสรรเสริญฯ ไหมคะ
อยากรู้เท่านั้นเอง ขอบคุณจ้า
ผมทำนะครับ
ผมทำเพราะผมมีเหตุผลในใจของผมเอง
ผมทำ ไม่ได้เพราะสนใจว่าคนรอบข้างต้องทำ หรือไม่ก็ตามกระแส
มันอยู่ในใจมากกว่าในหัวสมองน่ะครับ :42:
แต่ถ้าถามว่าทำทุกครั้งมั๊ย ผมตอบได้เลยว่าไมได้ทำทุกครั้ง
เช่นเมื่อเดินทาง หรือไม่สะดวกที่จะทำผมก็ไม่ได้ยืนไปซะทุกครั้ง
แต่แน่นอน ใจผมเคารพกับความรู้สึกตรงนั้นแทนมากกว่านั่งฟังไปเฉยๆ
ถ้ามีโอกาส ผมทำแน่นอนอยู่แล้ว
จอยทำนะ
ทุกวันนี้ในร้านอาหารที่ไม่มีใครลุกขึ้นยืนเคารพธงชาติแล้ว
แต่จอยก็ยังทำ
ยืนค่ะ :43:
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 18:56 น.
เออ นะ... ขอถามกันเล่น ๆ หน่อยค่ะ อย่าคิดมาก :52:
๑) ถ้านอนอยู่บนเตียง หรือไม่ก็อยู่ในที่รโหฐาน หรือที่่ที่ไม่มีใครเห็น เป็นต้น
แล้วเพลงสรรเสริญพระบารมีเกิดดังขึ้นมาจากที่แห่งหนึ่ง จะลุกขึ้นยืนกันไหมคะ
๒) สมมุติว่า ถ้าคุณอยู่ท่ามกลางคนมาก ๆ แล้วเพลงสรรเสริญฯ เกิดดังขึ้นมา แต่ไม่มีใครยืน
คุณจะลุกขึ้นยืนไหมคะ
๓) สมมุติว่า อีกสิบปีข้างหน้า คนไทยส่วนมากเกิดเห็นว่า การยืนตรงให้แก่เพลงสรรเสริญฯ
เป็นเรื่อง ยังไงดีฟระ... :33: อะ ไม่มีใครทำกันแล้ว ไดโนเสาร์เต่าล้านปี พ้นสมัย ใครทำนี่สุด ๆ หลุดโลกไปเลย ฯลฯ
คุณจะคงลุกขึ้นยืนให้แก่เพลงสรรเสริญฯ ไหมคะ
อยากรู้เท่านั้นเอง ขอบคุณจ้า
1.ถ้าอยู่ คนเดียว บางครั้งก็ทำบางครั้งก็ไม่ทำครับ แต่เวลาทำก็ทำเพราะรู้สึกเคารพจริงๆ แต่เวลาไม่ทำคือช่วงที่ตัวเองอาจจะขี้เกียจ
ถึงรักเคารพ แต่ขอไม่แสดงออกซํกหน่อยเถอะ เพราะผมก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่ระลึกอยู่เสมอว่าถ้าทำได้จะดีมากครับ
2.ถ้าอยู่กับคนเยอะๆ ก็ต้องดูว่า คนส่วนใหญ่เขายืนมั้ย ถ้าเขาไม่ยืนกัน เราก็ไม่ยืนครับ แต่ถ้ามีคนส่วนน้อย ซัก10-20 คน ยืน ผมก็ยืนนะครับ เพราะเราต้องปรับตัวเข้ากับสังคมให้ได้ถึงจะคิดว่ามันไม่ควรก็เถอะ และที่สำคัญผมก็คิดแบบน้องภัทรครับว่ารักอยุ่ที่ใจแต่ผมคิดต่างกว่าหน่อยตรงที่ ทำเมื่อมีโอกาส
และเวลาที่เขาจจัดไว้ให้ทำ เพราะมันไม่ลำบากมาก เผื่อจะลดปัญหาที่อาจจะการทำให้สังคมแตกแยกได้บ้างครับ
สรุปง่ายๆ คือ ถึงคิดแตกต่าง แต่ต้องยอมรับ มติของสังคมเพื่อการอยุ่ร่วมกันครับ
3.ถ้าอีกสิบปีเสียงส่วนใหญ่ในประเทศเห็นตามน้องภัทร คือคิดเหมือนกับน้องภัทรเลย คือไม่มีใครยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญ เพลงชาติเลย
ผมก็ต้องว่าตามเสียงส่วนใหญ่ของสังคมครับ ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่เราจะไม่พยายามทำตัวมีปัญหาให้สังคมแตกแยกครับ
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 19:23 น.
1.ถ้าอยู่ คนเดียว บางครั้งก็ทำบางครั้งก็ไม่ทำครับ แต่เวลาทำก็ทำเพราะรู้สึกเคารพจริงๆ แต่เวลาไม่ทำคือช่วงที่ตัวเองอาจจะขี้เกียจ
ถึงรักเคารพ แต่ขอไม่แสดงออกซํกหน่อยเถอะ เพราะผมก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่ระลึกอยู่เสมอว่าถ้าทำได้จะดีมากครับ
2.ถ้าอยู่กับคนเยอะๆ ก็ต้องดูว่า คนส่วนใหญ่เขายืนมั้ย ถ้าเขาไม่ยืนกัน เราก็ไม่ยืนครับ แต่ถ้ามีคนส่วนน้อย ซัก10-20 คน ยืน ผมก็ยืนนะครับ เพราะเราต้องปรับตัวเข้ากับสังคมให้ได้
ถึงจะคิดว่ามันไม่ควรก็เถอะ และที่สำคัญผมก็คิดแบบน้องภัทรครับว่ารักอยุ่ที่ใจแต่ผมคิดต่างกว่าหน่อยตรงที่ ทำเมื่อมีโอกาส
และเวลาที่เขาจจัดไว้ให้ทำ เพราะมันไม่ลำบากมาก เผื่อจะลดปัญหาที่อาจจะการทำให้สังคมแตกแยกได้บ้างครับ
3.ถ้าอีกสิบปีเสียงส่วนใหญ่ในประเทศเห็นตามน้องภัทร คือคิดเหมือนกับน้องภัทรเลย คือไม่มีใครยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญ เพลงชาติเลย
ผมก็ต้องว่าตามเสียงส่วนใหญ่ของสังคมครับ ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่เราจะไม่พยายามทำตัวมีปัญหาให้สังคมแตกแยกครับ
แหม + 2เลย :25:
อยากให้ตาอ้วนดำนั่นมาอ่านของพี่จักรีจังเลย :25:
(http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6547268/A6547268-11.jpg)
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 18:56 น.
๑) ถ้านอนอยู่บนเตียง หรือไม่ก็อยู่ในที่รโหฐาน หรือที่่ที่ไม่มีใครเห็น เป็นต้น
แล้วเพลงสรรเสริญพระบารมีเกิดดังขึ้นมาจากที่แห่งหนึ่ง จะลุกขึ้นยืนกันไหมคะ
๒) สมมุติว่า ถ้าคุณอยู่ท่ามกลางคนมาก ๆ แล้วเพลงสรรเสริญฯ เกิดดังขึ้นมา แต่ไม่มีใครยืน
คุณจะลุกขึ้นยืนไหมคะ
๓) สมมุติว่า อีกสิบปีข้างหน้า คนไทยส่วนมากเกิดเห็นว่า การยืนตรงให้แก่เพลงสรรเสริญฯ
เป็นเรื่อง ยังไงดีฟระ... :33: อะ ไม่มีใครทำกันแล้ว ไดโนเสาร์เต่าล้านปี พ้นสมัย ใครทำนี่สุด ๆ หลุดโลกไปเลย ฯลฯ
คุณจะคงลุกขึ้นยืนให้แก่เพลงสรรเสริญฯ ไหมคะ
๑. >>> ไม่ค่ะ เพราะเวลานอน ไม่เคยเปิดทีวี เพลงสรรเสริญืก็คงไม่สามารถลอยมาจากไหนได้ (ฮา)
เอาใหม่ ตอบจริงจังดีกว่า ถ้านอนอยู่คงไม่ลุกค่ะ (ต้องใช้คำว่า คง เพราะยังไม่เคยมีประสบการณ์ได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญแว่วมาตอนกำลังอยู่ในท่านอน) แต่ถ้านั่งอยู่คงจะลุกล่ะค่ะ เพราะปรกติดูทีวีหรือกินข้าว ถ้าเป็นเวลาเพลงชาติขึ้น ดังจากทีวี ก็จะลุก แต่ไม่ได้ลุกเพื่อแสดงความรักชาติหรอกนะคะ ลุกเพราะคิดถึงเพลงชาติ เพราะตั้งแต่โตมานี่แทบไม่เคยตื่นทันเคารพธงชาติเลย สรุปคือ ยืนเพราะคิดถึงความหลังเมื่อครั้งยังเยาว์ :33:
๒. >>> เนื่องจากไม่ได้มีเงื่อนไขพิเศษอะไรกำหนดมาในโจทย์ ขอตอบบนพื้นฐานว่าที่นั่นคือสถานที่ที่ปรกติธรรมดา ไม่ใช่ที่ซึ่งห้ามใครยืนสรรเสริญพระบารมี ไม่ใช่ท่ามกลางคนที่ต่อต้านหรือเกลียดชังราชวงศ์หรือเพลงสรรเสริญนะคะ
- ยืนค่ะ เพราะชอบยืนฟังเพลงสรรเสริญฯ ยืนแล้วมีความสุข คนอื่นไม่ยืนก็ไม่เกี่ยวกับเรา
๓. >>> อาจจะต้องแบ่งเป็นสองกรณีแล้วนะคะ
- ถ้าคนอื่นแค่เห็นว่ามันเชย ล้าสมัย ก็จะยังยืนค่ะ เพราะเราชอบของเราแบบนี้ เหมือนใส่กระโปรงยาวไปเรียน ไม่มีใครเขาใส่กันแล้ว ไปใส่มินิสเกิร์ตโชว์ขาอ่อนหมดแล้ว แต่ถ้าเราพอใจจะใส่กระโปรงยาว แม้จะใส่แล้วดูแปลก แต่ไม่ได้เบียดเบียนใคร และไม่ได้เดือดร้อนตัวเอง ก็จะใส่ค่ะ เพื่อนอาจจะทักนิดหน่อยว่า ต๊ายหล่อนทำไมแต่งตัวเชยแบบนี้ แล้วก็จบไป ไม่ได้เกิดผลอะไรขึ้นกับชีวิต
- แต่ถ้าคนอื่นเห็นว่าเป็นเรื่องบ้าบอคอแตก หลุดโลก น่าอับอายขายขี้หน้า เราก็คงไม่ลุกค่ะ อายเค้า ทำตัวหลุดโลกไม่เหมือนชาวบ้าน ถ้าสมมติเมื่อถึงบัดนั้น มีแต่เราที่หัวคิดล้าสมัยอยู่ อยากยืนอยู่ ชอบยืนอยู่เหมือนเดิมล่ะก็ คงไปแอบยืนเองคนเดียวในบ้าน ไม่ต้องทนสายตาคนรอบข้าง ไม่ต้องกลัวคำครหานินทา สมมติว่าเปรียบกับการใส่สายเดี่ยวไปเรียนก็แล้วกัน ในเมื่อคนอื่นเขาไม่ทำกันเพราะคิดว่ามันน่าอาย มันบ้า เราก็คงไม่กล้าผ่าเหล่าใส่ไปคนเดียวหรอกค่ะ อยากใส่ก็ใส่อยู่บ้าน ในที่ที่ไม่มีใครจะมามองเราด้วยสายตาตำหนิดีกว่า
กลับบ้านมา ตรงมาอ่านก่อนเลย เขียนได้มันส์มากเลยครับทุกคน(ยกเว้นน้องๆบางคนที่ไม่ค่อยแน่นเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว)
เราไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เราอยู่ร่วมกันบนความแตกต่าง หากมีการขัดแย้งแบ่งฝ่ายกัน อำนาจนิยมเผด็จการจะกดคอคุณให้คุยไม่ได้อีกเลย
ประเทศไทยมีประชาชนเป็นใหญ่ บนพื้นฐานที่ว่าทุกอำนาจยังอยู่กันครบ เหมือนดินแดนในฝันที่มีทั้ง ราชา เผด็จการ อนารยชน ซ้ายขวา
ร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมือง
แล้วไอ้คำที่ว่า ประชาธิปไตย ทุกคนเท่าเทียมกัน ไอ้สุนัขบางตัวมันพูดขึ้นมาเพื่อบอกว่า สิทธิกูจะกระทืบสิทธิมึง แค่นั้น มันหลงทาง
ประชาธิปไตย เป็นรูปแบบความขัดแย้งรุนแรงชนิดนึงที่ร่วมมือกันเพื่อผลักดันสังคม โดยมีทุกฝ่ายทั้งที่เคยมีและที่จะเกิดขึ้น
ผมว่าคนที่ยังไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไรกันแน่ถามขึ้นมา แล้วด่าคนอื่น ให้ย้อนกลับไปดูสองบรรทัดบน
ผมไม่พูดดีกับคนที่พัฒนาอิสรภาพไปขัดต่อสันติภาพแน่ มันทำให้ผมรู้สึกไม่ดีในระดับตัวตนของผมเลย ไม่ใช่ด้านของสังคม
การลุ่มหลงในอิสรภาพจนทำลายตัวเอง ไม่ถือว่า สันติสุข ขัดต่อหลักการที่ดี คนไทยส่วนหนึ่ง ชอบอิสรภาพแต่ไม่ชอบสันติสุข
ระยำมาก เด็ดขนปีกตัวเอง
เรื่อง วิเคราะห์ ราชา และสถาบันอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งหลายเป็นเรื่องต้องห้าม ตามระบบป้องกันการแตกแยกของสังคมมนุษย์
หากแต่การแตกแยกกันกลับทำให้อำนาจชนิดนั้นกลับมาอีกครั้ง ซึ่งอาจเปลี่ยนรูปแบบไป กฎหมายปกป้องเรานะครับ ระวังด้วย
ยืน ไม่ยืนมีมานานแล้ว อย่าแอ็บแบ้วกันเลยครับ
ติดใจประโยคสุดท้ายล่ะคุณแน็ค :42:
สงสัยว่า จะแยกคำว่า สิทธิ กับ หน้าที่ ไม่ออก...
เรื่องบางเรื่องที่กล่าวมา เป็น หน้าที่ นะครับ
หน้าที่ที่ถูกกำหนดโดยสังคม เค้าเรียกเป็นบรรทัดฐานของสังคมครับ
ถึงแม้ว่าคุณจะแย้งก็เหอะว่าคุณมีสิทธิ์ที่จะไม่ทำ
แต่นั่นมันคือหน้าที่ ยิ่งถ้ามีการกำหนดโดยกฎหมาย คุณไม่ทำก็ผิดกฎหมายไงครับ
ทั้งนี้ (เชื่อว่า)ประชาชนส่วนใหญ่ที่ยังยืนเคารพธงชาติ ยืนตอนได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี
ทำไปเพราะเคารพ รัก และเข้าใจ ด้วยหัวใจล้วนๆ ไม่ใช่เหตุผลอะไรที่ต้องยกมาอ้างหรอกครับ
ส่วนเรื่องการยอมรับความต่าง... โอเคนั่นคนละเรื่องกัน
แต่ในเมื่อมันเป็นบรรทัดฐานของสังคมในปัจจุบัน แล้วมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรในการที่เราจะทำ
ทำไมเราถึงจะไม่ทำ
ยืนไปก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายสึกหรอสักนิด เวลาก็ไม่ได้เสียมากมาย (ยกเว้นถ้ารีบนี่ก็ยกให้เค้า)
ไม่ยืนซะอีกที่จะทำให้โดนรุมประชาทัณฑ์ (เขียนผิดขออภัยครับ จำคำนี้ไม่ได้)
ผมเป็นคนนึงที่เข้าไปดูหนังแล้วก็ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
ยืนตรงเคารพตลอดเพลง จบเพลงก็โค้งคำนับให้พระองค์ท่านได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ไม่ได้ทำเพื่อตามกระแส แต่ทำด้วยหัวใจครับ ไม่ใช่เหตุผล
(ถึงแม้ว่าเวลาอยู่คนเดียวจะไม่ยืนก็เหอะ)
ถ้าเมื่อวันนึงหากไม่มีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์
ผมว่าผมคงขาดความสุขในการดูภาพยนตร์ในโรงไปพอสมควรแหละ
อ่านความเห็นของทุกท่านแล้วก็เพลินดีครับ
ส่วนเรื่องคำถามเกี่ยวกับสถาบันของน้องภัทร
ผมคงไม่ออกความเห็นอะไรแล้ว
เพราะเคยแสดงความเห็นไปหมดแล้วในจู๋อื่น
อีกอย่างนึงก็คือ ผมเคยเห็นน้องภัทรเอาพระราชดำรัสที่มีการตัดต่อ
แล้วมาเปรียบเทียบอยู่หนนึง ว่าพระราชดำรัสขัดแย้งกันเอง
ดังนั้นคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตอบ
ตราบใดที่ อคติ ในใจของน้องภัทรยังไม่หายไป
อคติ เมื่อผ่านไปนานๆ เข้า มันก็จะกลายเป็นความเกลียดชัง
และความเกลียดชังนี่แหละ ก็เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งกันในสังคม
............................................
เพิ่งดูหนังสารคดีเกี่ยวกับทิเบต
(กระแสฟรีทิเบต กำลังมาแรงแถวนี้)
เลยไปขุดหนังเกี่ยวกับทิเบตมาดูหลายๆ เรื่อง
คนทิเบต(ส่วนใหญ่เป็นพระ)ตายไปล้านกว่าคน
ในช่วงที่จีนเข้าไปยึดครอง
เด็กถูกบังคับให้ฆ่าพ่อแม่
ลูกศิษย์ถูกบังคับให้ฆ่าอาจารย์
วัดกว่าหกพันแห่งถูกทำลาย
ดาไลลามะ ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ
แต่เกือบหกสิบปีผ่านไป ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่จีนคิด
จราจลครั้งล่าสุดที่กรุงลาซาเมื่อเร็วๆ นี้ ชี้ให้เห็นว่า
รากเหง้าทางวัฒนธรรม ความเป็นพุทธของคนทิเบต
มันฝังรากลึกเกินจะหยั่ง มันไม่ใช่แค่ ไม่มีดาไลลามะ ไม่มีกษัตริย์
มันไม่ใช่แค่ ไม่มีวัด ไม่มีศาสนา แล้วจะสามารถปกครองจิตใจผู้คนได้
(ศาสนาเป็นเรื่องต้องห้ามของจีน
ณ ปัจจุบัน ประชากรจีนเกือบเก้าสิบเปอร์เซนต์ ไม่มีศาสนา
เพราะท่านประธานเหมาเชื่อว่า ศาสนา คือยาพิษ )
ดังนั้นทฤษฎี พ.ศ. 0 จึงไม่ใช่ทฤษฎีที่ถูกต้องอีกต่อไป
ผมได้แต่หวังว่า ผู้นำของขบวนการในไทย
จะเอากรณีของทิเบตล่าสุดมาศึกษา
และทบทวนกระบวนการต่างๆ
ที่พวกกำลังนำมาใช้อยู่กับประเทศไทย
เพราะประเทศไทยคงไม่ใช่เปิด
The little red book มาอ่านแล้วทำตาม
เพราะ The little red book ไม่ใช่คัมภีร์
แต่เป็นแค่เครื่องมือหนึ่้ง ในกระบวนการ
โฆษณาชวนเชื่อ ในตอนนั้น
ประวัติศาสตร์บอกเราว่า
ความรุนแรง การสร้างความขัดแย้งในสังคม
ไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ และไม่เคยส่งผลดี
ต่อประเทศชาติ และจิตใจของผู้คนเลยสักนิดเดียว
เรียนรู้จากประวัติศาสตร์กันบ้างเถอะครับ :46:
กลับมาแล้วจ้ะ
ไปทำงานข้างนอก ส้มโทรมา อีบวบส่ง SMS มา
บอกว่า "ตื่ง ตื่ง มีเลื่องแล้ว" ก็เลยเข้ามาอ่านจู๋นี้
ส่วนตัวแล้วคงไม่พูดอะไรซ้ำๆ เช่นเดียวกับที่ลุงณตบอกแหละครับ
ก็คงรู้กันดีแล้วว่าตูคิดอย่างไร ใครคิดอย่างไร และสังคมคิดอย่างไร
คำถามของภัทรเข้าท่าดี
เลยอยากย้อนถามนิดนึงว่าสมมติน้องภัทรตื่นมากลายเป็นเป็นลุงโอ๋ ..ที่เกลียดแมนยูมากๆ
วันนึงได้มีโอกาสไปอังกฤษ แล้วก็ได้ไปดูพรีเมียร์ลีกพอดี ในศึกวันแดงเดือดปะทะลิเวอร์พูล
แต่ดันซื้อตั๋วผิดไปนั่งฝั่งกองเชียร์แมนยู :08:
- เสื้อลิเวอร์พูลที่ใส่มาในกระเป๋า จะหยิบขึ้นมาใส่ไหมครับ
- จะตะโกนเชียร์ลิเวอร์พูลไหมครับ
- น้องภัทรจะวิจารณ์นักเตะแมนยูที่นั่นไหมครับ
ที่ยกตัวอย่างเรื่องไกลๆ ตัวแบบนี้จะได้ไม่พานอกเรื่อง ไปหยิบยกเอาตัวบทกฎหมายจากกูเกิ้ล
หรืออะไรที่อาจารย์ที่คณะท่านกล่อมเกลามาน่ะครับ โปรดเข้าใจตามนี้นะจ๊ะ
ป.ล.
ใครจะแสดงความเห็นเรื่องนี้ ก็ตอบแทนภัทรได้นะครับ
แต่ข้ามขั้นตอนที่ว่าตื่นมาปั๊บกลายเป็นลุงโอ๋ไปได้เลย เพราะสยองเกิ๊น :08:
เจอแว้ว ๆ...........
อ้างอิง
พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕
- มาตรา ๖ วัฒนธรรมซึ่งบุคคลจักต้องปฏิบัติตาม นอกจากจะได้กำหนดไว้โดย
พระราชบัญญัติแล้ว ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาได้.....
- มาตรา ๑๕ ผู้ใดฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา ๖ มีความผิด
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
อ้างอิง
พระราชกฤษฎีกากำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาศัยอำนาจตามความใน
มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ..... จึงให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ดังต่อไปนี้
- มาตรา ๓ บุคคลทุกคนจักต้องรักษาจรรยามารยาทอันดีงามในที่สาธารณะหรือที่ปรากฏแก่สาธารณชน โดย
(๑) ไม่ก่อให้เกิดเสียงอื้อฉาวโดยใช่เหตุ หรือใช้วาจาเสียดสีหรือลามกหยาบคาย หรือแสดงกิริยาวาจา
เป็นเชิงเสียดสีเย้ยหยันผู้ที่ปฏิบัติตนในทางเชิดชูหรือส่งเสริมวัฒนธรรมของชาติ
(๒) ไม่ใช้กำลังเบียดเสียดยื้อแย่งในที่ชุมนุมชน เช่น ในการโดยสารยานพาหนะ การเข้าซื้อบัตรผ่านประต
หรือเข้าประตูสถานที่สำหรับมหรสพ เป็นต้น
(๓) ไม่ก่อความรำคาญด้วยการห้อมล้อมหรือกีดขวางผู้อื่นโดยไม่มีเหตุสมควร
(๔) ไม่ก่อให้เกิดความปฏิกูล หรือขีดเขียนในที่อันไม่ควรทำ
(๕) ไม่อาบน้ำตามถนนหลวงอันเป็นที่ชุมนุมชน
(๖) ไม่นั่ง นอน หรือยืนบนราวสะพาน
(๗) ไม่นั่ง หรือนอนบนทางเท้า
(๘) ไม่ใช้กำลังยื้อแย่งทาน หรือรับของแจก
- มาตรา ๔ ในการปฏิบัติต่อบ้านเรือน บุคคลทุกคนจักต้องรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย
เท่าที่ปรากฏแก่สาธารณชน โดย
(๑) ไม่ตากผ้าหรือสิ่งอื่นให้รุงรังอย่างอุจาด
(๒) ไม่ขีดเขียนหรือปิดข้อความหรือภาพอันอุจาด
(๓) ไม่ปล่อยให้สิ่งของมีลักษณะรุงรัง
(๔) ไม่ทำส้วมและที่สำหรับทิ้งมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลอันมีลักษณะอุจาด
- มาตรา ๕ บุคคลทุกคนจักต้องรักษาเกียรติของประเทศชาติ
ภายใน...ที่ที่ข้าหลวงประจำจังหวัดโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้
ห้ามมิให้แต่งกายโดยประการที่จะทำให้เกียรติของประเทศชาติเสื่อมเสียไป เช่น นุ่งผ้าหยักรั้ง นุ่งแต่กางเกงใน
นุ่งกางเกงชนิดสำหรับใส่นอน นุ่งผ้าขาวม้าหรือไม่สวมเสื้อ หรือสตรีสวมแต่เสื้อชั้นใน หรือมีแต่ผ้าคาดอก เป็นต้น.....
- มาตรา ๖ บุคคลทุกคนจักต้องเคารพตามระเบียบเครื่องแบบหรือตามประเพณี คือ
(๑) เคารพธงชาติขณะที่ชักขึ้นและลงประจำวันพร้อมกัน ตามเวลาประกาศของทางราชการ
(๒) เคารพธงชาติ ธงไชยเฉลิมพล ธงเรือรบ ธงประจำกองยุวชนทหาร หรือธงประจำกองลูกเสือ
เมื่อชักขึ้นหรือลงประจำสถานที่ราชการ เมื่อเชิญมาตามทางราชการ หรืออยู่กับที่ประจำแถวหรือหน่วยทหาร....
(๓) เคารพเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงเคารพอื่น ๆ ซึ่งบรรเลงในงานตามทางราชการ
ในงานสังคม หรือในโรงมหรสพ
- มาตรา ๗ ในที่สาธารณะสถานหรือที่ปรากฏแก่สาธารณชน คนไทยจักต้องไม่ขอ
สิ่งใด ๆ จากคนต่างด้าวอันจะส่อให้เขาดูหมิ่น
- มาตรา ๘ คนไทยจักต้องมีสมรรถภาพและมารยาทเกี่ยวกับวิธีดำเนินงานอาชีพ
โดยขมักเขม่นและเอาใจใส่ แสดงกิริยาวาจาอันสุภาพในการติดต่อกับลูกค้า ผู้ว่าจ้างและผู้โดยสารยวดยานพาหนะ
- มาตรา ๙ คนไทยจักต้องส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าในทางวรรณกรรมและศิลปกรรม
โดยไม่กระทำการใด ๆ อันจะทำให้เกียรติของประเทศชาติหรือพระพุทธศาสนาเสื่อมเสียไป...........
- มาตรา ๑๐ คนไทยจักต้องนิยมไทย โดยไม่เหยียดหยามชาติไทยหรือคนไทยใน
ประการที่จะส่อให้เสื่อมเสียเกียรติของชาติ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
จำุคุกไำม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรืิอทั้งจำทั้งปรับ นะ......
ก็ถูกแล้วนี่ ครับ ก็ ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ในแบบสมบูรณญาสิทธิราช
คือประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
กฎหมายก็ต้องออกมารองรับระบอบแบบนี้แหละ ส่วนการออกกฎหมายมาแบบนี้ผมเห็นว่าดีแล้วควรแล้วนะ
ส่วนตื่นเช้ามาเป็นลุงโอ๋นี่ :41:
กฎหมายเพื่อความสามัคคี แห่งท่านจอมพล เลยรึ......
จุดกำเนิด ที่พยายามให้เราเป็นไทยที่เหมือนกันทุกคน :41:
เอ๊ะ ไม่รู้สึก นะว่ากฎหมายนี่จะต้องการให้เราเป็นไทยเหมือนกันทุกคน
แค่ มันสนับสนุนบทบาทสถาบันมากกว่า คนไทยสมัยเก่าสัมผัสเรื่องพวกนี้ได้ และเต็มใจ ก็เลยไม่รู้สึกว่าโดนจำกัดสิทธิ์อะไร
ผมก็เห็นว่า มันก็ถูกต้องดีอยุ่แล้วนี่นา
ครับผม ดีอยู่แล้ว "อะไรที่เกิดขึ้นมาแล้ว ถูกต้องเสมอ"
เพียงแต่ผม ไม่นิยม รัฐจอมพล
พอนึกถึงเรื่องยืนเคารพเพลงสรรเสริญ ต่อด้วยกฎหมายโดยท่านจอมพล
แล้วพาลนึกถึงเรื่องต้องยืนเคารพเพลง "ท่านผู้นำไปทางไหน" ด้วยนี่สิ
ท่านผู้นำ ไปทางไหน ฉันจะตามไปทางนั้น.....
เอ้าแสดงความเคารพกันให้ไว (สมัยนั้นนะ)
//เพิ่มนิดนึงเดี๋ยวเข้าใจผิดว่าผมไม่ชอบเพลงสรรเสริญ
สำหรับผม มันคงเปรียบกันไม่ได้
//แต่สำหรับคนอื่นไม่แน่ เพราะคนเราคิดต่าง มันไม่ผิด สังคมไทยแตกแยกก็จึงไม่มีใครผิด ก็ไม่ต้องดินลนหาวิธีแก้ไข กันเลยทีเดียว
ไม่รู้น้องภัทรอ่านตรงที่พี่แอนบอกไว้รึเปล่า
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 21:13 น.
ที่ยกตัวอย่างเรื่องไกลๆ ตัวแบบนี้จะได้ไม่พานอกเรื่อง ไปหยิบยกเอาตัวบทกฎหมายจากกูเกิ้ล
หรืออะไรที่อาจารย์ที่คณะท่านกล่อมเกลามาน่ะครับ โปรดเข้าใจตามนี้นะจ๊ะ
คือเห็นหลายๆกระทู้น้องภัทรไปหาข้อมูลยาวๆมา
พี่ว่าบางครั้งก็ไม่ต้องก็ได้ ทุกคนก็รู้กันอยู่
หลายๆคนก็ค้นหาอ่านเจอ :22:
จักรีคิดว่า ตนเองเป็นฝ่ายถูกและเป็นเสียงส่วนใหญ่ ใช่ไหมครับ
ผมเมื่อไม่เห็นตามเหมือนคุณ ต้องทำตามคุณและคิดให้ได้อย่างที่คุณคิดงั้นหรือไม่
สังคมไทยหากเกิดการแตกแยก เพราะมีคนที่ทุกข์ทนกับการไม่รับในความแตกต่าง ซึ่งไม่ผิดตามที่คุณพูด แต่หลงทาง
ถ้าเรารับได้ในความแตกต่างเราจะมีความสุขมากขึ้น ไม่ทำลายกัน ไม่แตกแยก
มีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ หากพูดถึงสิ่งนึงคนชอบจะทุกข์เมื่อมีคนไม่ชอบพูดขึ้นมา
เข้าใจผิดแล้วครับ
อ่า งั้นขอโทษจ๊ะ :33:
ผมอาจเหนื่อยกับงานวันนี้....
//รู้สึกไม่ดีเลยที่พูดกันไปคนล่ะทาง ผมหมายถึง ทำยังไงให้ไม่แตกแยกในตอนที่น่าจะร่วมใจกัน
แต่คำตอบไปในทาง ว่า ยกอัตตาที่ใหญ่ด้วยเสียงส่วนมาก ไม่เห็นแก่คนส่วนนึงในสังคมที่อยู่ร่วมกันที่คิดต่างอย่างสร้างสรรค์
โดยตรงผมคิดว่าพูดกันคนล่ะเรื่อง
ผมคิดว่า YURI+ เป็นบุคคลที่ควรปกป้องมากกว่าให้มาคล้อยตาม ถ้าพวกคุณทำดี ทำไมเค้าจะไม่ทำตามล่ะ
ไม่เป็นไรครับ ก็เป็นปกติครับ คนเราก็คิดว่าความคิดตัวเองนั้นถึงไม่ถูกทั้งหมดแต่ก็เชื่อมั่นมันอยู่แล้ว
ผมไม่ได้ทุกข์กับความแตกต่างทางความคิดแต่ทุกข์ที่ความคิดเป็นต้นเหตุของการกระทำที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ความแตกแยกที่เป็นไปอย่างราบรื่นมีความสุขผมไม่ค่อยจะได้เห็น
ผมเห็นแต่ความแตกแยกที่ก่อให้เกิดความเดือนร้อน และไม่ก่อประโยชน์อะไร
ผมเคยพูดไว้ที่จู๋เปิดใจแล้ว ว่า ความคิดที่เกิดขึ้น เมื่อยังไม่ยืนยันมันด้วยการกระทำ
มันก็ยังไม่ส่งผลอะไรหรือต่อใคร แต่ถ้า มันเป็นความคิดเห็นที่ถูกยืนยันด้วยการกระทำแล้ว
มันมีสิทธิ์ที่จะส่งผลต่อส่วนรวมและตัวเองอย่างแน่นอน
ความถูกผิดสำคัญก็จริงแต่มันยังน้อยกว่าประโยชน์สุขของส่วนร่วม ผมเห็นอย่างนั้น
จักรีหล่อขึ้นเรื่อยๆ เลยแฮะ :12:
ขออีกสักโพสต์สองโพสต์นะ พี่เคนก็พี่เคนเถอะ
จักรีพอไม่ตลกนี่ สุดยอดเลยแฮะ :12:
ขอร้องอย่าเอาพี่เคนของเรามาแปดเปื้อน :23:
ลืมตัว :05: พี่โบว์ :46:
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:25 น.
เห็นกระทู้่อย่างนี้แล้วอดเขียนไม่ได้ :33:
เค้าเคยไปแสดงความเห็นต่าง ไปวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ในหลาย ๆ เว็บบอร์ดเหมือนกันค่ะ
๔) "มึงมันไม่สำนึก จะหากษัตริย์ดี ๆ อย่างนี้ที่ไหนอีก"
ท่านดีก็เป็นเรื่องดีแล้ว แต่นี่มันประเทศประชาธิปไตยนะ ต้องปล่อยให้ประชาชนตัดสินทางเดินของตนเอง
ไม่อยากให้ท่านมาก้าวก่ายการเมือง การบริหารประเทศ ไม่เอาทรัพยากรของประเทศที่มีจำกัดไปสนองพวกของท่าน
และไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อให้นิยมบูชาบุคคลแบบนี้
๖) "แค่ยืนให้เพลงของท่านแค่นี้ทำไม่ได้ มึงมันไม่ใช่คนไทย ออกไปจากประเทศนี้ไป"
"สมมุติ" ว่าถ้าคนทั้งโลกมาบอกคุณว่า "พวกเอ็งมันไม่เข้าใจประชาธิปไตยหรือไงวะ มนุษย์มันเท่าเทียมกัน
พวกเอ็งยังคิดว่าใครบางคนดีเลิศเหนือมนุษย์อีก ทั้ง ๆ ที่พวกนั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเอ็ง มีทั้งดีและเลว
พวกเอ็งมันไม่ใช่ชาวโลกนี่หว่า ออกจากโลก ไปอยู่ดาวพลูโตนู่นไป๊" บ้างล่ะคะ
ใจเย็น ๆ พูดกันดี ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ
ตั้งใจอ่านดีๆนะครับ แล้วจะพบว่ามีการเข้าใจผิดพลาดบางประการทางความคิดอยู่บ้างจากคำตอบชุดนี้ที่เห็นได้อย่างชัดเจน
ว่าผู้ตอบไม่ได้เข้าใจถึงเรื่องที่ตนกำลังกล่าวถึงอยู่เลยแม้แต่น้อยนิด ถือเป็นเรื่องน่าเศร้ากับระบบการสร้างคนของประเทศ
ที่เน้นให้เด็กให้ความสำคัญกับการท่องจำมากจนเกินไป จนมองข้ามการทำความเข้าใจกับสิ่งที่ได้รู้มา
๖) "แค่ยืนให้เพลงของท่านแค่นี้ทำไม่ได้ มึงมันไม่ใช่คนไทย ออกไปจากประเทศนี้ไป"
"สมมุติ" ว่าถ้าคนทั้งโลกมาบอกคุณว่า "พวกเอ็งมันไม่เข้าใจประชาธิปไตยหรือไงวะ มนุษย์มันเท่าเทียมกัน
พวกเอ็งยังคิดว่าใครบางคนดีเลิศเหนือมนุษย์อีก ทั้ง ๆ ที่พวกนั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเอ็ง มีทั้งดีและเลว
พวกเอ็งมันไม่ใช่ชาวโลกนี่หว่า ออกจากโลก ไปอยู่ดาวพลูโตนู่นไป๊" บ้างล่ะคะ
อันนี้คนตอบปล่อยไก่ออกมาประมาณ 2 เล้าตั้งแต่คิดจะตอบแล้วครับ ภาษาแถวบ้านผมใช้เรียกบุคคลประเภทนี้ว่า โง่แล้วยังมาโชว์โง่
โง่ยังไงปล่อยไก่กันช่วงไหนให้ดูที่ตัวสีแดงครับนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด แนวความคิดที่ว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน อันนั้นมันคอมมิวนิสต์ลัทธิมาร์กซิสต์ แล้วนะครับ ระบอบประชาธิปไตยก็มีหลายลัทธิเอาที่มีนิยามคลาสสิคๆหน่อย ก็คือ การปกครองของประชาชน โดยประชาชน
เพื่อประชาชน
หลายท่านอาจจะสงสัยว่าคนมีเป็นล้านแล้วจะปกครองกันยังไงวะ คนโน้นสั่งทีคนนี้สั่งที เดี๋ยวเดินผ่านหน้าบ้านไอ้แอนมันสั่ง
ให้กวาดขี้หมาก็กวาดเลยรึ งั้นเดี๋ยวเราจะบอกมันว่าการติดหนี้ไม่เกินห้าสิบบาทไม่จำเป็นต้องชำระ เห็นความยุ่งยากรึยังครับ ดังนั้นจึงให้มีการ
เลือกผู้แทนขึ้นมาเพื่อเป็นผู้ปกครอง โดยประชาชนทุกคนเป็นผู้มีสิทธิ์เลือก
คุยกันต่ออีกนิดถ้าผมเลือกนาย ก. แต่นาย ก.ไม่ได้รับเลือก (สอบตกคะแนนไม่ถึง) กลายเป็นว่านาย ข. ได้รับเลือกแทน หมายความว่ายังไง
ก็หมายความว่าถ้าผมเป็นประชาธิปไตยแมนไม่ใช่คอมมิวนิสต์แมน ผมก็ควรที่จะยอมรับตามเสียงส่วนใหญ่ ทำตามกฏหมายที่ออกโดยนาย ข.
แม้จะไม่ได้เลือกนาย ข.ก็ตาม เพราะนาย ข.คือผู้ได้รับสิทธิ์ในการปกครองจากคนส่วนใหญ่สามารถสั่งผมทำอะไรก็ได้ หากผมไม่ยอมรับ
นาย ข.หล่ะ วิธีแก้ก็คือ ย้ายไปอยู่ที่อื่นครับ ดาวพลูโตก็น่าสนใจดี ฮ่าๆๆๆๆ
เมื่อปรับความเข้าใจให้ตรงกันแล้ว ก็มาต่ออีกข้อนึงนะครับ
๔) "มึงมันไม่สำนึก จะหากษัตริย์ดี ๆ อย่างนี้ที่ไหนอีก"
ท่านดีก็เป็นเรื่องดีแล้ว แต่นี่มันประเทศประชาธิปไตยนะ ต้องปล่อยให้ประชาชนตัดสินทางเดินของตนเอง
ไม่อยากให้ท่านมาก้าวก่ายการเมือง การบริหารประเทศ ไม่เอาทรัพยากรของประเทศที่มีจำกัดไปสนองพวกของท่าน
และไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อให้นิยมบูชาบุคคลแบบนี้
อันนี้คงต้องตอบด้วยคำถามแล้วหล่ะครับว่า ท่านไม่ปล่อยให้เราตัดสินทางเดินเองตรงไหน
เราต้องอย่ามองเพียงจุดเล็กๆด้วยอคติครับ ในฐาแนะ เอิ้ว ฐานะที่ไม่ได้เป็นนักศึกษาหรือผู้รู้วิชากฏหมายหรือรัฐศาสตร์แม้แต่น้อยนิด
ตอนเรียน ม.ต้น ก็เอาแต่ท่องจำตามระบบ เลยมีเพียงความรู้ด้านนี้เท่าหางอึ่งติดหัวมาหน่อยนึง พอจะจำได้ว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฏหมาย
สูงสุดของประเทศดังนั้นหมายความว่าพระมหากษัตริย์ก็ทรงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ
แล้วรัฐธรรมนูญมาจากใคร รัฐธรรมนูญก็มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เอ๊ะหรือว่า สว. หว่า ไม่แน่ใจผมโง่ๆเรื่องนี้ครับ
แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ก็ สว.มาจากไหน ก็มาจากการเลือกตั้งไง แล้วใครเลือก สส.กับ สว.มา ท่านเป็นผู้เลือกรึ
ก็ไม่ใช่ คนเลือกก็เป็นไอ้ตัวที่แหกปากเย้วๆว่าเราต้องตัดสินทางเดินเองอยู่นั่นไง แล้วก็คนอื่นที่ถือสัญชาติไทยและมีอายุตั้งแต่
สิบแปดปีขึ้นไป
คิดต่างไม่ใช่อาชญากร ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากรรม แต่ควรเอาวุฒิการศึกษาไปมอบคืนกระทรวงศึกษา แล้วย้ายไปอยู่ประเทศที่ปกครองโดย
ระบอบคอมมิวนิสต์ หรือไม่ก็ ดาวพลูโต โดยข้ามสะพานไปดาวพลูโตได้ที่ประเทศศรีราชา ซะงั้น :40:
โดนตัดหน้า 15 คน เค้าเปลี่ยนเรื่องคุยกันรึยังอ่ะ แต่ผมจะตอบเพราะมันเป็นสิทธิของผม :05:
รัฐธรรมนูญมาจาก สสร. ครับ
:12: สุดยอดครับพี่เช่ ผมโง เหมือนกัน ไม่มีทางตอบได้ขนาดนี้ ผมก็ยังคิดอยุ่นะ ว่า แล้ว คำว่า เสียงส่วนใหญ่ส่วนน้อย มันเรียกประชาธิปไตยมั้ย
กระจ่างๆ บวกๆ
+ ให้คุณชวาลา นะครับ
ต้องแบบนี้ครับ คนหลงทาง อย่าไล่ให้ไปตาย
ผ่านจากเรื่องธรรมเนียมภาพยนตร์มาไกลโขทีเดียว :42:
ผมเห็นด้วยกับแทบทุกความเห็นนะ
เพราะมันคือความเห็น ปกติความเห็ฯคือสิ่งที่มีเหตุผลมารองรับเสมอ และเท่าที่ดูยังไม่ค่อยมีใครหลุดโลก
ในด้านของYURI+ ผมเข้าใจได้พอสมควร เพราะเมื่อก่อนสมัยอยู่ม.ปลาย ผมก็เชื่อเช่นนั้น คิดเช่นนั้น้บาง เพียงแต่ตอนนั้นผมไม่สามารถแยกความแตกต่างของสถาบันกษัตริย์กับตัวในหลวงรัชกาลที่9ได้
ตอนนี้ผมคิดว่าผมแยกได้แล้ว
แต่มีอาจารย์หรือคนที่มีการศึกษาหลายคน ที่ยังแยกไม่ออก :08:
และผมเองเห็นว่าเรื่องระบบการปกครองของไทยอยู่ในตรงกลางระหว่างกลุ่มประชาธิปไตยและราชาธิปไตย
(http://img394.imageshack.us/img394/5899/pkfig81fr5.gif)
ภาพนี้เอาไปลงในจู๋ยุบสภา
คอมอยู่ฝั่งนึง ราชาธิปไตยฝั่งนึง ประชาธิปไตยอยู่ฝั่งนึง
ในเมืองไทยน่าจะอยู่ในช่องตรงกลาง
ย้ำว่าตรงกลาง ระหว่างCommunist Monarchy Democracy
http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,4858.msg860528.html#msg860528
ลองไปอ่านประกอบได้ครับ ...
ในแง่มุมทางประชาธิปไตย คนไทยมีสิทธิเต็มที่ ที่จะด่าพาดพิงไปถึงสถาบันกษัตริย์
ถ้าอยู่อเมริกา คุณจะด่าพ่อใครก็ได้ อย่างมากก็โดนฟ้องหมิ่นประมาทธรรมดา
ในทางกลับกันฝรั่งมาเมืองไทยด่าพาดพิง ก็โดนจับได้
ในทางกลับกัน คนไทยไปอเมริกาแล้วขับรถเร็ว ตำรวจเรียกให้จอด... คุณเปิดรถชูแขนขึ้นฟ้าตะโกนว่ายอมแพ้(เป็นภาษาอังกฤษ) จากนั้นหมอบคว่ำหน้าลงที่พื้น ... ตำรวจแคลิฟอร์เนียไปยิงหัวคุณ ก็ไม่ผิดกฎหมายครับ
ดังนั้นเรื่องสถาบัน ไม่ใช่เรื่องของสิทธิในหลักประชาธิปไตย
แต่เป็ฯกฎหมาย
ยกเว้นคนที่ไม่เห็นด้วยจะมีมากพอและเปลี่ยนกฎหมาย
กดผิด
สามเบิ้ล 555555
ครับหมอแมว ของเราเป็นแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญควบคู่ไปกับประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน
เบิ้ล ซะงั้น หมอแมว :37:
คงจะจบแฮปปี้เอนดิ้งแล้วล่ะครับ มีหมอมาตอนจบ รับคนเจ็บเรียบร้อย :33:
เห็นด้วยกับโพสต์สุดท้ายของหมอแมวครับ
อะล้อเล่น :21:
ล้อเล่นกันอย่างมีเลศนัย :26:
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 21:13 น.
กลับมาแล้วจ้ะ
ไปทำงานข้างนอก ส้มโทรมา อีบวบส่ง SMS มา
บอกว่า "ตื่ง ตื่ง มีเลื่องแล้ว" ก็เลยเข้ามาอ่านจู๋นี้
ส่วนตัวแล้วคงไม่พูดอะไรซ้ำๆ เช่นเดียวกับที่ลุงณตบอกแหละครับ
ก็คงรู้กันดีแล้วว่าตูคิดอย่างไร ใครคิดอย่างไร และสังคมคิดอย่างไร
คำถามของภัทรเข้าท่าดี
เลยอยากย้อนถามนิดนึงว่าสมมติน้องภัทรตื่นมากลายเป็นเป็นลุงโอ๋ ..ที่เกลียดแมนยูมากๆ
วันนึงได้มีโอกาสไปอังกฤษ แล้วก็ได้ไปดูพรีเมียร์ลีกพอดี ในศึกวันแดงเดือดปะทะลิเวอร์พูล
แต่ดันซื้อตั๋วผิดไปนั่งฝั่งกองเชียร์แมนยู :08:
- เสื้อลิเวอร์พูลที่ใส่มาในกระเป๋า จะหยิบขึ้นมาใส่ไหมครับ
- จะตะโกนเชียร์ลิเวอร์พูลไหมครับ
- น้องภัทรจะวิจารณ์นักเตะแมนยูที่นั่นไหมครับ
ที่ยกตัวอย่างเรื่องไกลๆ ตัวแบบนี้จะได้ไม่พานอกเรื่อง ไปหยิบยกเอาตัวบทกฎหมายจากกูเกิ้ล
หรืออะไรที่อาจารย์ที่คณะท่านกล่อมเกลามาน่ะครับ โปรดเข้าใจตามนี้นะจ๊ะ
ป.ล.
ใครจะแสดงความเห็นเรื่องนี้ ก็ตอบแทนภัทรได้นะครับ
แต่ข้ามขั้นตอนที่ว่าตื่นมาปั๊บกลายเป็นลุงโอ๋ไปได้เลย เพราะสยองเกิ๊น :08:
ตูตอบให้เอาแบบจริงๆ เลย ที่อังกฤษนี่แหละ
กรณีที่ซื้อตั๋วผิดฝั่ง แล้วเสือกไปใส่เสื้อของทีมตรงกันข้าม
จะโดนการ์ดลากออกจากสนาม ถึงจะโวยวายว่ากูมีตั๋ว เขาก็ไม่สน
(เพราะเขาถือว่าสิ่งที่เราทำ เป็นการยั่วยุ ให้เกิดความไม่สงบสุข)
ถ้าตะโกนเชียร์ฝั่งตรงข้ามหรือด่าฝ่ายที่เรามานั่งผิด
ถ้าโดนการ์ดลากออกไปก่อน ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าไม่ทัน
น้อยหน่อย ก็แค่หัวร้างข้างแตก หนักหน่อยก็อาจโดนตื๊บตายได้
ง่ายๆ อย่างนี้แหละครับ
ที่อเมริกา ยอมนอนหมอบลงกับพื้นแล้วตำรวจยังยิงเราได้อีกเหรอครับ :44:
ไม่รู้มาก่อน
ขอบคุณคำตอบจากอังกฤษครับ
แต่ยังไม่ได้คำตอบจากน้องภัทรแฮะ :37:
เห็นหมอแมวดึงเอาเรื่องจากยุบสภา! มาไว้ที่นี่
ก็นึกได้ว่า เออ ประเทศที่คลั่งเสรีนิยม คลั่งสิทธิมนุษยชนสุดโต่งอย่างอเมริกาเนี่ย
เอาเข้าจริงแล้วเขาอยู่กันอย่างผาสุกหรือเปล่าครับ :09:
คนครึ่งประเทศเกลียดบุชชิบเป๋งเลย
แต่ตัวเองก็เลือกไปแล้ว ด้วยระบอบประชาธิปไตยอันสูงล้ำยิ่งเหนือเกล้านั่น
วิธีที่ประชากรทั้งประเทศทำได้(ไม่ต้องมาอุดมคติหรอก เอาที่เขาทำอยู่ปัจจุบันเนี้ยะ) ก็คือ ด่ามัน แค่นั้นเอง :08:
ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เกิดขึ้นก็สร้างนายกปากหมาขึ้นมาคนนึง รัฐมนตรีรักลูกให้ถูกทางขึ้นมาคนนึง
นี่คือคนละฝ่ายกะอมาตยาธิปไตยอย่างเห็นได้ชัด
คือไม่มีฝ่ายสถาบันฯ มาเกี่ยวข้องเลยนะ แต่ก็สร้างผู้นำที่เป็นแบบนี้ซะได้
ประชาธิปไตยในอุดมคติ(เข้าใจคำนี้กันแค่ไหน?)นั้นดี ยอมรับครับ
แต่มนุษย์ไม่ได้มีความเป็นอุดมคติเหมือนหุ่นยนต์หรือคอมพิวเตอร์นะครับ
พี่โอ๋พูดไว้ในจู๋ยุบสภา! เมื่อหลายหน้ามาแล้ว และก็ซึมเข้าหัวผมด้วย
ว่า จะปกครองอะไรยังไงก็ช่างเถอะ ให้เรามีอยู่มีกิน มีความสุข
(มีเพื่อนดีๆ ไว้ยิ้มไว้หัวเราะไว้ปั่นบอร์ด) เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
นี่แหละครับคำว่า ผาสุก
ที่แม้แต่อเมริกามันยังทำไม่ได้
แต่อเมริกา มันไม่ต้องกลัวโรคฉี่หนูนะครับ เพราะมันมีบูช
โอ้โห จักรี :30:
น้องภัทรนี่สวยตัดแปะจริงๆ
ยิ่งตัดแปะยิ่งทำให้จากผมคลางแคลง
กลายเป็นปักใจโดยสนิทใจเลย ว่าไม่ได้เคารพ
ถ้าน้องภัทรคลางแคลงหรือไม่เคารพ
หรือสงสัย ก็แสดงออกไปชัดๆ
หรือนี่คือการพยายามตั้งคำถาม
เพื่อชี้แจงตัวเอง ด้วยว่าตกลงฉันจะอย่างไร
ยิ่งพยายามอธิบายอาจจะยิ่งหมิ่น
วมต แอนด้วยนะงานนี้
อ้อ วมต แอน
ผมว่าเราอาจจะผาสุขกันไปหรือเปล่า
กินอิ่มกันไปไหม นอนแอร์เย็นสบายดี
เรียนเกรดไม่ดีไปอมนกเขา
ตื่นเช้ามา หาเรื่อง สงสัยสถาบันเลย
ว้าย ลุงโอ๋ :05:
เอ๊ะ เห็นคำว่าสวยตัดแปะ เลยนึกถึงที่ผมเคยโพสต์ไว้อีกจู๋ครับ
เชื่อว่ามันยังไม่ล้าสมัย ถ้าใครสนใจลองกดกลับไปอ่านได้นะ
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 19 ม.ค. 2008, 01:37 น.
ขออนุญาตแวะมาวิจารณ์สักนิดนะครับ จะได้สะดวกเวลาคุยกันต่อไป
ข้อมูลแบบที่ยูริตอบนั้น มันอยู่ในหมวดความรู้ทั่วไปไงครับ คือใครรู้กว่าจะดูฉลาดกว่า
คือเชื่อว่าหลายคนที่อ่านแล้วตงิดๆ ใจ(แบบตู)อยู่เนี่ย(แต่ก็ไม่โพสต์นะ ทำมากั๊กนะ เดี๋ยวปั๊ด)
คงทราบและเข้าใจกันดี เพราะคอมติชน-ศปวฒนธ ก็เยอะอยู่
แต่ทีนี้ แล้วมันยังไงล่ะครับ :08:
ยังรู้สึกอยู่เหมือนกันว่า การบอกให้โดดออกจากกะลาของกระทรวงศึกษาธิการที่ใครๆ ก็เรียนกัน
เพื่อตกลงไปในกะลาของตำรา(ทางเลือก)อีกแขนงนึง แล้วเอามาตอบเนี่ย
มันก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ดูเป็นธรรมชาติน่ะครับ .. เหมือน Copy - Paste ทางความคิดมาแบบยังไม่ตกตะกอน
(ไม่ใช่ว่าของผมจะตกตะกอนแล้วนะครับ ปล่อยรั่วๆ นี่แหละ ดูธรรมชาติดี)
ขยันอ่านขยันแสดงความคิดเห็นแบบนี้แหละครับน่ารักดี
แล้วอีกสักสามสี่ปีลองย้อนกลับมาอ่าน อาจจะเคิ้นเขิน
ว่าเฮ้ย ตอนนั้นฉันโพสต์ไปได้ยังไง มันน่านัก :30:
ส่วนเรื่องการนิยมประชาธิปไตย ถ้ามองว่ามันสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบไทยๆ อันนี้โอเคครับ
แต่การยกตัวอย่างว่าเรามีมาแต่โบราณ จึงเป็นไทย (ดังนั้นการรักประชาธิปไตย = ไทยรักไทย)
เลยดูเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยจะสมการเท่าไหร่
อ้อ ขอให้ใช้ภาษาง่ายๆ กันหน่อยเถอะนะ หมีๆ อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจค่ะ :37:
ตอบสั้นๆของแอน
ใครคิดว่าอเมริกาคือประชาธิปไตยจริงๆ ...... ผมว่าคิดผิดนะ
อมเริกาคือกลุ่มที่อยู่ตรงกลางๆระหว่าง Authoritative กับ Democraticต่างหาก (มีส่วนของTotaltarianนิดนึง)
เหตุที่ผมคิดอย่างนั้น เพราะหลายปัจจัย
ข้อแรก อเมริกามีขนาดใหญ่ประกอบจากหลายรัฐ ดังนั้นมีกฎหมายกลางซึ่งไม่ถูกใจคนเสมอทุกคน
ถ้าประชาธิปไตยจัดๆจริงๆ ต้องสนองความต้องการของประชาชนได้มากๆจริงๆ ...สิ
ดังนั้นนี่คือส่วนของAuthoritative
ข้อสอง ประชาธิปไตยของที่นี่มีความเข้มแข็งในระดับประเทศที่มีขนาดเท่านี้ อันนี้ชัดเจนครับ
เพราะประชาธิปไตยในอุดมคติจะใช้ได้เฉพาะประชากรน้อยๆ ประเทศใหญ่ๆนั้นไม่มีทางเกิดประชาธิปไตยได้จริงๆ ... USAทำได้ดีมากในระดับขนาดประเทศเท่านี้
ข้อสาม Totalitarian .... หรือส่วนที่ควบคุมอำนาจและควบคุมความคิดของประชาชน อันนี้ส่ออยู่ในเบื้องหลังของระบบประชาธิปไตยของเขา
ทำไมMr President จึงเป็นอะไรที่สำคัญล่ะครับ ....
ระบบการทำงานในหน่วยงานทางความมั่นคงของสหรัฐ ก็เป้นส่วนที่สื่อได้ชัดเจน
การใช้Martial law หรือการใช้ประกาศภาวะฉุกเฉินและร้องขอNational Guardก็เป็นรูปแบบนึง
การสืบทอดอำนาจของประธานาธิบดีในกรณีที่เกิดการเสียชีวิต ก็เป็นอีกส่วนนึง
เห็นได้ว่ามันแฝงอยู่ในทุกที่ ผมก็เลยปฏิเสธว่าอเมริกาไม่ใช่ประชาธิปไตยมากสักเท่าไหร่หรอก
ได้ยินหมอแมวพูดถึง เรื่อง เพลง God save the Queenแล้วนึกถึง
เพื่อนเคยทำรายงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และอิทธิพลโดยรอบที่มีผลกับศิลปะ บลา บลาๆ
ก็พูดถึงที่มาของเพลง God save the Queen
เซ็กซ์ พิสทอลส์ ว่า "เป็นที่สุดของพังค์ร็อกในอังกฤษ" ซิงเกิ้ลดังของพวกเขาคือเพลง God Save the Queen เนื้อหาล้วนเกี่ยวกับQueen's Silver Jubilee เกือบหมด ทันใดนั้นวงได้เป็นที่ถูกจับตาในการเป็นแกนนำผู้ขับไล่ราชินี เพลงนี้ประสบความสำเร็จขึ้นชาร์ทที่อันดับ 2 ในอังกฤษ
เรื่องมันมีอยู่ว่ายุคนั้นน่ะเป็นยุคที่ประเทศอังกฤษ
เกิดความโกลาหล มีจลาจลกลางเมือง
นโยบายภาษีของรัฐบาลที่ขูดเลือดขูดเนื้อ
ประชาชนตาดำๆ และแน่นอนว่าพระนางElizabeth ที่ 2
ช่วยเหลือประชาชนโดยการนั่งยิ้มอยู่บนบัลลังค์
และโบกมือไหวๆ พระนางElizabeth ที่ 2นั้น
ไม่ได้ช่วยเหลือเหล่าผสกนิกรเลย
Sex pistol ได้แต่งเพลงขึ้นมาเพื่อขับไล่พระนาง
โดยประชดประชันว่า
" ขอให้พระเจ้าคุ้มครองราชินี "
(ประมาณว่า ท่านไม่ช่วยอะไรเลยตกนรกแน่ๆ
ขอให้ประเจ้าคุ้มครองท่านด้วย )
credit : คุณ ณัฐ แสนชื่น (เพื่อนผมอีกนั่นแหละ)
^
^
อ๊ะ ฮาริมะ :25:
โอ้ว์....หมอแมวเป็นคนแรกนะเนี๊ยะที่รู้จัก :07:
School rumble
การ์ตูนที่จบตอนใน9หน้า :07:
อ๊ะ วันนี้ไปดู แดนบีมมา :25:
เห็นคนยืนเต็มเลย :25: :25:
อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 00:42 น.
อ๊ะ วันนี้ไปดู แดนบีมมา :25:
เห็นคนยืนเต็มเลย :25: :25:
เคารพเพลงสรรเสริญรึ
ไปขอจับมือแดนบีม กันอะครับ :27:
แหม อ่านวาทะทางการพิมพ์ของแต่ละท่านแล้วมันมีความสุขจริงๆ :52:
ได้รับความรู้เพิ่มมากมายเลยครับ ขอบคุณความรู้จากทุกท่านด้วยความจริงใจ :46:
อาจารย์ที่สอนโพลิติค ท่านเคยบอกว่าประชาธิปไตยมีหลายรูปแบบ แตกต่างกันไปตามสภาพสังคม
ดังนั้นเราจึงไม่สามารถนำประชาธิปไตยของประเทศหนึ่งมาเทียบกับประเทศหนึ่งได้
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด คนในประเทศต้องมีการศึกษาที่เท่าเทียมกันก่อน
ถึงจะทำไงประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ดี
ดังนั้นประเทศไทยก็มีประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ผสมไปกับสมบูรณาฯ ไปด้วย (นี่แหละไทย แบบที่ประเทศอื่นทำไม่ได้)
กวางว่า
ช่วงที่กวางยังเด็ก ๆ นี่จะถูกปลูกฝังให้ทำตามคนส่วนใหญ่อ่ะค่ะซึ่งพ่อแม่เรา ครูบาอาจารย์เอง ก็อยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน
ถ้าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะยืนเคารพเพลงชาติ หรือยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ ก็เลือกที่จะยืนค่ะ
จนเดี๋ยวนี้ไปสถานีรถไฟฟ้าช่วง 8 โมงเช้าก็ยังเห็นยืน ๆ กันอยู่ มีส่วนน้อยที่ยังเลือกที่จะเดินโดยไม่หยุดยืน
คือ.. เลือกที่จะยืนเพราะไม่อยากถูกมองว่าแปลกแยกจากพวก และไม่อยากมีเรื่องเพราะเราไม่ได้ยืนเคารพ แค่นั้นอ่ะค่ะ
เหตุผลมันน้อยไปที่เราจะมานั่งใส่ใจ แค่ยืนให้แค่นี้เอง เสียเวลานิดหน่อยแต่ไม่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปก็พอละ
(ถ้าตำรวจจะจับเราเพราะเรื่องไม่ยืนแค่นี้ มันก็คงทำให้เราเสียเวลาไปเยอะ)
แต่ถ้าเกิด อยู่คนเดียว นอนอยู่ หรือดูทีวีอยู่ที่บ้าน ถ้าได้ยินเสียงเพลงชาติ หรือเพลงสรรเสริญฯ ก็ไม่ได้ยืนหรอกนะคะ
เหตุผลส่วนตัวคือเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยืนตลอดที่ได้ยินนี่นา คนเรามีมุมสีดำหรือสีเทาด้วยกันทั้งนั้นล่ะ
อ้างคำพูดจาก: กวาง เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 11:23 น.
กวางว่า
ช่วงที่กวางยังเด็ก ๆ นี่จะถูกปลูกฝังให้ทำตามคนส่วนใหญ่อ่ะค่ะซึ่งพ่อแม่เรา ครูบาอาจารย์เอง ก็อยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน
ถ้าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะยืนเคารพเพลงชาติ หรือยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ ก็เลือกที่จะยืนค่ะ
จนเดี๋ยวนี้ไปสถานีรถไฟฟ้าช่วง 8 โมงเช้าก็ยังเห็นยืน ๆ กันอยู่ มีส่วนน้อยที่ยังเลือกที่จะเดินโดยไม่หยุดยืน
คือ.. เลือกที่จะยืนเพราะไม่อยากถูกมองว่าแปลกแยกจากพวก และไม่อยากมีเรื่องเพราะเราไม่ได้ยืนเคารพ แค่นั้นอ่ะค่ะ
เหตุผลมันน้อยไปที่เราจะมานั่งใส่ใจ แค่ยืนให้แค่นี้เอง เสียเวลานิดหน่อยแต่ไม่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปก็พอละ
(ถ้าตำรวจจะจับเราเพราะเรื่องไม่ยืนแค่นี้ มันก็คงทำให้เราเสียเวลาไปเยอะ)
แต่ถ้าเกิด อยู่คนเดียว นอนอยู่ หรือดูทีวีอยู่ที่บ้าน ถ้าได้ยินเสียงเพลงชาติ หรือเพลงสรรเสริญฯ ก็ไม่ได้ยืนหรอกนะคะ
เหตุผลส่วนตัวคือเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยืนตลอดที่ได้ยินนี่นา คนเรามีมุมสีดำหรือสีเทาด้วยกันทั้งนั้นล่ะ
สรุปว่ายืนเพื่อให้ผ่านๆ ไปใช่มั้ยครับ :25:
ประมาณนั้นค่ะคุณเอ เพราะส่วนตัวแล้วยังนับถือบางพระองค์ (เลือกปฏิบัติอยู่)
ได้ยินเพลงสรรเสิญฯ เคยขนลุก เคยน้ำตาคลอเหมือนกันค่ะ คาดว่าเป็นเพราะเพลงมันมีตัวเร้าทำให้เรารู้สึกต่างๆ และด้วยความเคารพรักอีกหนึ่ง
แต่ถ้าทำธุระให้ห้องน้ำ ถ้าได้ยิน ก็ไม่ยืนนะ แถวบขส.ที่บ้าน พอถึงเวลาก็เห็นยืนกันหมด แม่ค้า ผู้โดยสาร เห็นไม่ยืนก็มีแต่คนบ้า มัวแต่ก้มเก็บขยะอยู่ :31:
ตอนเป็นเด็ก เคยร้องเพลงที่มีคนแต่งเพี้ยนมาจากเพลงชาติด้วย
เนื้อเพลงมีประมาณว่า ประเทศไทยแกงหน่อไม้บ่ใส่ย่านาง ...และสองสามประโยคถัดไป ถูกเซ็นเซอร์ออกอากาศไม่ได้ :31:
หลังจากที่มาอ่านกระจู๋นี้ย้อนหลัง และแทบจะฝังร่างตัวเองเข้าไปเลยทีเดียว
ทุกความเห็น ทุกทัศนคติ เป็นการเปิดให้เห็นมุมมองในการมองโลก ทั้งในแง่มุมที่เป็น
และในแง่มุมที่ไม่เคยคิดมาก่อน (บอร์ดฟอนต์ให้อะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ :12:)
โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ยืนในโรงภาพยนตร์โดยไม่เคยตั้งคำถามหรือข้อสงสัยเลยว่า
ยืนไปทำไม หรือเพื่ออะไร ทุกครั้งที่ยืนรู้ึสึกมีความสุขและอิ่มเต็มกับอารมณ์ของเพลงสรรเสริญพระบารมี
(รวมทั้งแอบดีใจเล็กๆ ด้วยว่าจะได้ดูหนังแล้วเว้ยตู :30:) อาจเพราะมีความคิดอยู่ประการหนึ่งว่า
การยืน การไหว้ การกราบ หรือแม้แต่การผงกหัว เป็นการแสดงความเคารพในรูปแบบต่าง ๆ
ที่คนตัวเล็กๆ อย่างเรากระทำได้ โดยไม่ต้องเสียอะไรเลยแม้แต่น้อย ( เว้นแต่ต้องลดอัตตาของตนลงเท่านั้น :22:)
และถ้าจะมีคำถามต่อไปว่า เคารพในอะไรหรือ ก็ตอบได้อย่างมั่นใจเลยค่ะว่า เคารพในคุณงามความดี ค่ะ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นที่รับรู้กันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะผ่านการโฆษณาชวนเชื่อของใครก็ตาม รวมไปถึงไม่สนใจด้วยว่า
ถุงยังชีพเหล่านั้นจะมีที่มาจากงบประมาณหรือภาษีของใคร เพราะโดยส่วนตัวคิดว่า มนุษย์เราทุกคนล้วนมีทางเลือก
และท่านก็เลือกที่จะไม่กระทำได้ แต่เมื่อท่านเลือกกระทำ เราจะเอามากล่าวได้หรือว่า ที่ต้องกระทำเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว
ถ้าเช่นนั้น ต่อไปเราก็อาจกล่าวได้ว่า พ่อแม่ไม่มีบุญคุณที่เลี้ยงเรามา เพราะเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องกระทำอยู่แล้ว เหรอคะ?
ส่วนคำถามที่ว่า แล้วยืนในทุกที่หรือไม่ ถ้าไม่มีคนยืนจะยืนหรือไ่ม่ ฯลฯ ตอบได้ง่ายๆ ค่ะว่า จะทำโดยดูจาก
กาล +เทศะค่ะ เพราะใจรู้ดีว่าเคารพ พร้อมที่จะยืนให้อย่างไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใด ดังนั้นยืนหรือไม่ยืนให้คนเห็น
ก็ไม่สำคัญเท่ากับยืนในใจทุกๆ ครั้งค่ะ
ป.ล. ข้อความข้างต้นเป็นความคิดเห็นที่อัตวิสัยอย่างสุดโต่งค่ะ
ครูไม่มีแฟนได้ไงเนี่ย :27:
หมายความว่าไงเนี่ย :34:
:27: ก็แบบว่าพูดแบบนี้รู้สึกว่าครูสวยขึ้นมาทันตา
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 14:06 น.
:27: ก็แบบว่าพูดแบบนี้รู้สึกว่าครูสวยขึ้นมาทันตา
แล้วปกติล่ะ? :43:
คือถ้ามองว่าการยืนเคารพคือ "หน้าที่" ของคนชาติไทย บางคนก็จะรู้สึกว่ามันคือสิ่งที่ต้องปฏิบัติ
เหมือนโดนบังคับกลายๆ นั่นแหละครับ ก็จะมาตัดสินกันอีกทีว่า ใครเป็นผู้ที่ละเลยหรือไม่ละเลยหน้าที่
แต่โดยปกติของมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์สังคม ถ้าเห็นแนวโน้มของ "การทำดี" ก็มักจะทำด้วยกันไปเป็นหมู่คณะ
ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวจะถูกมองว่าแปลกแยก ห่างเหิน ก้าวร้าว
แต่ถ้าเอาเรื่องจิตใจลึกๆ มาคุยกัน ผมว่าเราบอกไม่ได้ว่าคนที่กำลังยืนอยู่นั้นเค้าจะคิดอะไรในใจ
เช่น ถ้าหกโมงเย็น แล้วเพลงชาติดัง คนในห้างสรรพสินค้ามีมากมายหลายคน ต่างยืนเคารพธงชาติ
ในใจของคนบางคนก็อาจจะไม่ใช่เหมือนคนส่วนมากก็ได้
เค้าอาจจะไม่เคารพอะไรมากมาย แต่อยากให้มันจบๆ ไปซะ จะได้ทำธุระของเค้าต่อ
เค้าอาจจะเคารพด้วยใจจริง แต่เค้าก็รีบไปทำธุระนะ รีบๆ หน่อยได้ไม๊
หรือเค้าอาจจะไม่ได้ยืนเคารพมานานแล้ว ดีใจจัง วันนี้ได้ยืนเคารพธงชาติด้วย
หรือบางคนก็อาจจะภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ได้ยืนตรงเคารพธงชาติกันทุกคน
บางคนอาจจะร้องเพลงไปในใจ บางคนฮึมฮำเบาๆ บางคนร้องดังแบบไม่อายใคร
ไม่ต้องไปถามใคร เราถามตัวเองเสียก่อนว่าเราทำไปเพราะอะไร
กระแสสังคม ความเคารพส่วนตัว หน้าที่ หรืออะไร
สังเกตตอนก่อนแข่งขันกีฬาฟุตบอลของทีมชาติไทยสิครับ หรือตอนพิธีมอบเหรียญรางวัลกีฬา
ตอนเพลงชาติดัง ทุกคนในสนามต่างยืนขึ้น บางคนร้อง บางคนยืนเฉย บางคนร้องด้วยน้ำตาไหลด้วย
บางคนรู้ว่ากล้องถ่ายตัวเองอยู่ จึงร้องเพลงก็มี บางคนไม่ได้สนใจอะไร ร้องด้วยเสียงอันดังก็มี
แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ได้แสดงถึงจิตสำนึกในขณะนั้นของเค้าได้หรอกครับ
ถ้าจะเน้นเรื่องการปลูกฝังจิตสำนึก ก็ต้องปลุกกันหลากหลายแบบครับ
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าคนไทยยังมีจิตใจที่ให้ความเคารพนับถือกันและกัน
มีการไหว้ การค้อมตัวลงเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่ (บางคนทำเฉพาะกับผู้ใหญ่ที่รู้จักกัน)
ผมทราบว่าบางคนถูกปลูกฝังมาในครอบครัวที่เน้นถึงวัฒนธรรมแบบนี้ จึงฝังอยู่ในใจไม่ต้องถามหาเหตุผล
เค้าทำด้วยความภูมิใจว่าพ่อแม่ญาติพี่น้องของเค้าต่างทำแบบนี้มาตั้งแต่ที่เค้าจำความได้
ยิ่งได้รู้ถึงความยิ่งใหญ่หรือตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันแล้ว
ผมว่าเค้าก็จะยิ่งตื้นตันใจและให้ความเคารพครับ
นี่แหละเป็นหนึ่งในสิ่งที่เราภูมิใจประกาศตนว่าเป็นคนไทยครับ
จากการอ่านความคิดเห็นของคนทุกคน
ผมมีข้อสรุปอย่างหนึ่งกับตัวเอง (เฉพาะกับตัวผมเองนะครับ ไม่ได้จะเอาเป็นบรรทัดฐานใดๆทั้งสิ้น)
คนเราทุกคนกว่าจะถึงในจุดนี้ ต้องประกอบด้วยการเรียนรู้และสัมผัสกับอะไรบางสิ่งบางอย่างมาทั้งชีวิต
คนรุ่นหนึ่ง สัมผัสความรู้สึกและประสบการณ์คล้ายๆกันมาอย่างหนึ่ง
คนอีกรุ่นหนึ่ง ก็อาจจะมีการสัมผัสและรู้สึกกับเรื่องเดียวกันนี้ ในอีกแบบหนึ่ง ที่เค้าจะได้รับมา
คนรุ่นเรา อาจจะมองคนรุ่นก่อนวุ่นวาย ไร้สาระ เชื่ออะไรงมงาย
คนรุ่นใหม่ ก็อาจจะมองคนรุ่นเรา งี่เง่า ไร้สาระ เช่นเดียวกัน
เพราะเราทั้งสามรุ่น อาจจะได้รับข้อมูลของเรื่องเดียวกันนี้ แตกต่างกันไป ทั้งมุมมอง วิธีคิด และการถ่ายทอด
ถามว่าเป็นความผิดของใครมั๊ย ... ก็คงจะไม่มีใครผิด เพราะมันเป็นวิธีคิดตามแบบที่ได้รับมา
ผมไม่แปลกใจนะ ถ้าจะมีใครมีความคิดในเรื่องต่างๆแปลกไปจากเดิมที่เคยเป็น หรืออีกหน่อยอาจสุดโต่งไปอีกทางหนึ่ง
และก็คงจะเป็นไปตามธรรมชาติที่ว่า ของทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อย่างไหนอยู่ไม่ได้ก็หายสาบสูญไป
อย่างไหนที่เรายังเห็นดีงามตามกัน มันก็คงจะอยู่รอดต่อไป... มันก้คงต้องขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยที่จะช่วยให้
สิ่งที่เราเห็นดีงามกัน ยังคงเห็นดีงามกันต่อไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ใช่การบังคับ แต่ด้วยความรู้สึกของผู้รับเอง
ถึงตอนนี้บังคับได้ ต่อไปคนที่บังคับตายไป คนที่เชื่อเพราะถูกบังคับ มันก็จะอคติและเกลียดเรื่องนั้นๆเข้าไส้เลย
เราต้องช่วยกันจริงๆนะครับ .. :37:
เพราะคนรุ่นต่อไป ก็จะต้องได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นของเราต่อไปอีกทีหนึ่ง
อย่างน้อยเรามีลูก เราก็คงจะต้องสอนเรื่องของการใช้ชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆให้เค้าก่อนทอดหนึ่ง
ก่อนจะส่งต่อไปยังระบบการศึกษา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพึ่งได้มากน้อยแค่ไหนกับเรื่องแบบนี้ ผมละยังรู้สึกมืดมนส่วนหนึ่งจริงๆ
ขอไล่ + ให้ทุกความเห็นอีก 1 รอบนะครับ ทั้งทีเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย
เพราะมันก็คือมุมมองของแต่ละคน เท่านั้นเอง
ปล. น้องภัทรครับ วันหลังเราคุยกันด้วยภาษาพูดที่ออกจากความคิดดีกว่านะครับ
ผมไม่ชอบอ่านอ้างอิงทั้งหมดโดยไม่มีความเห็น มันเหมือนยืนจิ้มหนังสือคุยกัน
ของคนต่างชาติเวลาเค้าพูดภาษาไทยไม่ได้น่ะครับ มันไม่รู้ความคิดจริงๆน่ะครับ :42:
ผมชอบความคิดโดยเฉพาะตรง ปล. ของโอดำจริงๆ ครับ :12:
อ้างคำพูดจาก: buabuabua เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 13:08 น.
หลังจากที่มาอ่านกระจู๋นี้ย้อนหลัง และแทบจะฝังร่างตัวเองเข้าไปเลยทีเดียว
ทุกความเห็น ทุกทัศนคติ เป็นการเปิดให้เห็นมุมมองในการมองโลก ทั้งในแง่มุมที่เป็น
และในแง่มุมที่ไม่เคยคิดมาก่อน (บอร์ดฟอนต์ให้อะไรมากกว่าที่คิดจริงๆ :12:)
โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ยืนในโรงภาพยนตร์โดยไม่เคยตั้งคำถามหรือข้อสงสัยเลยว่า
ยืนไปทำไม หรือเพื่ออะไร ทุกครั้งที่ยืนรู้ึสึกมีความสุขและอิ่มเต็มกับอารมณ์ของเพลงสรรเสริญพระบารมี
(รวมทั้งแอบดีใจเล็กๆ ด้วยว่าจะได้ดูหนังแล้วเว้ยตู :30:) อาจเพราะมีความคิดอยู่ประการหนึ่งว่า
การยืน การไหว้ การกราบ หรือแม้แต่การผงกหัว เป็นการแสดงความเคารพในรูปแบบต่าง ๆ
ที่คนตัวเล็กๆ อย่างเรากระทำได้ โดยไม่ต้องเสียอะไรเลยแม้แต่น้อย ( เว้นแต่ต้องลดอัตตาของตนลงเท่านั้น :22:)
และถ้าจะมีคำถามต่อไปว่า เคารพในอะไรหรือ ก็ตอบได้อย่างมั่นใจเลยค่ะว่า เคารพในคุณงามความดี ค่ะ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นที่รับรู้กันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะผ่านการโฆษณาชวนเชื่อของใครก็ตาม รวมไปถึงไม่สนใจด้วยว่า
ถุงยังชีพเหล่านั้นจะมีที่มาจากงบประมาณหรือภาษีของใคร เพราะโดยส่วนตัวคิดว่า มนุษย์เราทุกคนล้วนมีทางเลือก
และท่านก็เลือกที่จะไม่กระทำได้ แต่เมื่อท่านเลือกกระทำ เราจะเอามากล่าวได้หรือว่า ที่ต้องกระทำเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว
ถ้าเช่นนั้น ต่อไปเราก็อาจกล่าวได้ว่า พ่อแม่ไม่มีบุญคุณที่เลี้ยงเรามา เพราะเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องกระทำอยู่แล้ว เหรอคะ?
ส่วนคำถามที่ว่า แล้วยืนในทุกที่หรือไม่ ถ้าไม่มีคนยืนจะยืนหรือไ่ม่ ฯลฯ ตอบได้ง่ายๆ ค่ะว่า จะทำโดยดูจาก
กาล +เทศะค่ะ เพราะใจรู้ดีว่าเคารพ พร้อมที่จะยืนให้อย่างไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใด ดังนั้นยืนหรือไม่ยืนให้คนเห็น
ก็ไม่สำคัญเท่ากับยืนในใจทุกๆ ครั้งค่ะ
ป.ล. ข้อความข้างต้นเป็นความคิดเห็นที่อัตวิสัยอย่างสุดโต่งค่ะ
:25: คิดเหมือนกันเลยค่ะครู แต่ความสามารถในการถ่ายทอดต่างกันจริงๆ :46:
บางทีคิดไว้ว่าจะตอบอะไร พิมพ์ไม่ทัน เลยลืมเลย ก็มี :30:
ไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนโต ก้ไม่เคยสงสัยเหมือนกันเลยว่าทำไมต้องยืน ไม่เคยสงสัยจนถึงป่านนี้แหละ แล้วพอยืนเสร็จ บางทีเคยใจลอย แต่พอเพลงจบก็ก้มหัวคำนับแบบออโต้ ทั้งเพลงชาติแล้วก็เพลงสรรเสริญฯ :30:
เวลาอยู่กับญาติ น้องๆลูกน้าชอบดูละครหัวค่ำ จะมีเพลงชาติมาตอนหกโมงเย็น เทุกๆคนก็จะยืน มีน้าผู้ชาย(พ่อของน้อง)นั่งเฉยๆ น้องก็หันหน้ามาหาน้าผู้ชายว่า "พ่อๆ คนไทยรึเปล่า" จนพ่อเด็กต้องยืน :30:
ปล. ชอบ MV ภาพยนต์ที่มีเหมือนฝนตก แล้วมีพื้นดินแตกระแหง แล้วมีรูปในหลวงเป็นรีๆ ลอยๆ ไม่ค่อยได้ดูหนังโรงบ่อยนัก เลยไม่ค่อยได้เห็นว่าบางที่ก็แตกต่างกันออกไป
อ้างคำพูดจาก: เดอะบุ๋ม เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 16:06 น.
ปล. ชอบ MV ภาพยนต์ที่มีเหมือนฝนตก แล้วมีพื้นดินแตกระแหง แล้วมีรูปในหลวงเป็นรีๆ ลอยๆ ไม่ค่อยได้ดูหนังโรงบ่อยนัก เลยไม่ค่อยได้เห็นว่าบางที่ก็แตกต่างกันออกไป
อันนั้นเห็นทีไรก็ขนลุกซู่ น้ำตาเล็ดทุกทีค่ะ เมื่อคิดถึงพี่น้องชาวต่างจังหวัดในพื้นที่แห้งแล้ง คิดถึงความลำบากและขาดแคลนขัดสน คิดถึงความตกระกำลำบากของคนในพื้นที่เหล่านั้น.... แล้วมาคิดถึงโครงการในพระราชดำริ แก้มลิง ฝนหลวง และอีกสารพัด
MV เวอร์ชั่นนั้นมันช่างสะเทือนอารมณ์จริง ๆ เลยให้ตายสิ
:46:
แต่เราชอบอันที่มีเด็ก ๆ + ผู้ใหญ่ ร้องเพลงประสานเสียงมากกว่านะ (นานแล้ว)
อันนั้นรู้สึกได้ถึงพลังเสียง ขนลุกเกรียวเลย
วันที่มีในหลวงออกมาพูดก่อนวันคล้ายวันพระราชสมภพอะค่ะ
จะมีเพลงสรรเสริญตอนเริ่มกับตอนจบ
เวลานอนดูอยู่ที่บ้านยืนกันมั้ยคะ
พูดตามตรง
หนิงไม่ได้ยืนแหละ :37:
คุณที่ชื่อ Yuri+ เคยอ่านหนังสือ ฟ้าเดียวกัน
ฉบับ "สถาบันกษัตริย์กับสังคมไทย" หรือยังครับ ?
คุณเคยอ่านบทความที่ชื่อ "การมีสถาบันกษัตริย์ถูกกว่ามีประธานาธิบดี" หรือยังครับ
คุณเชื่อไหมครับว่า ส.ศิวลักษณ์ เป็น ผู้ที่มีจุดยืนคือการดำรงไว้ของสถาบันกษัตริย์ และ เชื่อไหมครับว่า คนๆ นี้เคยโดนฟ้องร้องคดี หมิ่นฯ มาแล้ว สาม ครั้ง
และผมอยากความเห็นของคุณ Yuri+ ว่า
คุณคิดว่า เมืองไทยจะเป็นยังไงถ้าไม่มีระบอบกษัตริย์
คุณคิดว่า คนไทยสมัยอยุธยา สุโขทัย จะสามารถรวมตัวกันเป็นประเทศได้เอง โดยไม่มีผู้นำ หรือเปล่าครับ ?
----------------------------------------------------------------------------------
สำหรับคำถามของคุณ ning กระผมได้ัรับการสอนสั่งมาเช่นนี้ครับ
"หากได้ยินเสียงเพลงชาติ หรือ เพลงสรรเสริญฯ ถ้ายินอยู่ให้ยินตรง ถ้านั่งให้นั่งด้วยอาการสำรวม แต่ถ้ากำลังขับรถอยู่ ก็สามารถขับต่อไปได้ หรือ หยุดรถโดยดูความเหมาะสม"
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 26 เม.ย. 2008, 14:06 น.
:27: ก็แบบว่าพูดแบบนี้รู้สึกว่าครูสวยขึ้นมาทันตา
ควรจะดีใจหรือเสียใจดีล่ะถ้างั้น :08:
อ่านแล้วเห็นภาพความบรรจัง ความใส่ใจ - หมายถึงใส่หัวใจน่ะนะ
ผมว่า ครูเดียร์สวยแบบบรรจงปั้นเลยครับ :12:
(ล้อเลียน "สวยตัดแปะ" ของลุงโอ๋ :30: :46:)
ไล่ + ให้ไม่หมด เลย เอาเป็นว่าชอบความคิด ลุง ป้า น้า อา จริงๆ :12:
ว่ากันด้วยหัวข้อ ธรรมเนียมในโรงภาพยนต์ที่ผมเจอบ่อยๆด้วยดีกว่า
1. เด็กวัยกำลังถาม
อันนี้เจอแล้วบอกได้คำเดียวไม่ว่าหนังสนุกแค่ไหน จะเกิดอาการเซ็งในทันที
มีอย่างที่ไหน ถามแหลกเลยว่า อันนั้น คนนั้น ทำอะไรทำไม ทำไม ทำไม
พ่อ(แม่) ก็แสนดี สอนลูกในโรงหนัง
เออ สิทธิของเค้าด้วยสินะ เราทำไรไม่ได้... :08:
2. กรุบๆ ปรื้ด~
เคยเจอหนังใหม่ชนโรง ไอ้เราก็ไม่ว่างวันอื่น อยากดูก็อยากดู เอาฟะ ไปดู
แต่ต้องถูกล้อมด้วย สมาคมคนอ้วนและคนอยากอ้วน ล้อมนั่งกันเต็มไปหมด
คือผมไม่เข้าใจนะว่า อะไรมันจะ กรุบๆ ปรื้ด~ กันได้ตลอดเวลา เดี๋ยวซ้ายทีขวาที
เซอร์ราวด์ รอบทิศทาง หนังผีนี่ตัวดีเลย ดูกี่เรื่องกี่เรื่อง กรุบๆ ปรื้ด~ ซะจนอยากให้ผีมันโผล่มาตลอดเวลา(ทำลายความเงียบ)
3. เพลงโปรดคนมาตาม
ผมเข้าใจว่า โรงหนังจะมีการบอกการเตือนตลอดว่าปิดมือถือ ล่าสุดไปดูไอ้แมลงปอมา
ฉากตลกพอยิ้มได้ มุกมันกวนๆ โทรศัพท์ดัง... ให้ตายสิครับ เดี๋ยวนี้ ในหนังจะเลี่ยงการใช้เสียงเรียกเข้าแบบเพลง
ไปใช้เสียงโบราณอย่าง ตุ๊ด ตู๊ดดดรูตตตต อารมณ์ไหนไม่ทราบดันใช้เสียงนี้ ผมก็นึกว่าเสียงจากในหนัง งงกันไป :09:
4. อันนี้ไม่ค่อยเจอแล้ว
ถุงเท้าเน่า ขายาว ขี้บ่นเป็นคนเก็บความรู้สึกไม่เป็นต้องพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาคนเดียว
ไม่ค่อยเจอ ทีเจ้าเรื่องเล็กๆอย่างนี้ รำคาญพอรับได้ กลับเจอไม่บ่อยแหะ สงสัยเกลียดอะไรก็เจออย่างนั้น :05:
อ่อ ที่เจอประจำ คือพวกไม่ยืนตอนเพลงสรรเสริญ มันต้องมีสักคนหรือสักกลุ่มทุกทีเลยสิน่า แต่ช่างเถอะ ผมมาดูหนัง
อ้างคำพูดจาก: ส้ ม เมื่อ 27 เม.ย. 2008, 12:53 น.
ไล่ + ให้ไม่หมด เลย เอาเป็นว่าชอบความคิด ลุง ป้า น้า อา จริงๆ :12:
ใช่เลยครับป้าส้ม :25:
อย่างนั้นหรือคะลุงเอ :25:
กรุบๆ ปรื้ด~ นี่มันอะไรครับลุงแน็ก :09:
กินขนม ดูดน้ำ?
กรุบ ๆ น่าจะเสียงเคี้ยวป๊อบคอร์น
ปรื้ด~ น่าจะเสียงดูดน้ำแบบน้ำหมดแล้วก็ยังจะดูด ไรงี้อ่ะ
เรื่องยืนไม่ยืน เวลาผมดูหนังก็เจอ
ก็คิดว่า คงโชว์เก๋า คือพยายามทำอะไรไม่เหมือนใคร
ส่วนพวก ล้มล้างหรือไม่ศรัทธาจริง น่าจะน่ากลัวกว่าการไม่ยืนเคารพ
เขาไม่ได้หวังผลในยุคนี้ เขากินยาวในยุคหน้า
ขุดนิดนึง
เห็นว่ายูริยังไม่ได้ตอบคำถามเรื่องที่ตูถามไป
เอ๊ะควรจะรอดีหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ แต่อยากรู้จริงๆ
อ้อ มีคนส่งอันนี้มาให้
http://th.wikipedia.org/wiki/คุยกับผู้ใช้:YURi (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89:YURi)
ลองดูล่างๆ ครับ (ตรงนี้ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89:YURi#.E0.B8.A2.E0.B9.89.E0.B8.B2.E0.B8.A2.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.88.E0.B8.B2.E0.B8.81_.E0.B8.9E.E0.B8.B9.E0.B8.94.E0.B8.84.E0.B8.B8.E0.B8.A2:.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.9A.E0.B8.B2.E0.B8.97.E0.B8.AA.E0.B8.A1.E0.B9.80.E0.B8.94.E0.B9.87.E0.B8.88.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.A1.E0.B8.B4.E0.B8.99.E0.B8.97.E0.B8.A3.E0.B8.A1.E0.B8.AB.E0.B8.B2.E0.B8.A0.E0.B8.B9.E0.B8.A1.E0.B8.B4.E0.B8.9E.E0.B8.A5.E0.B8.AD.E0.B8.94.E0.B8.B8.E0.B8.A5.E0.B8.A2.E0.B9.80.E0.B8.94.E0.B8.8A)) เรียกว่าเห็นแนวความคิดนี้แล้วก็เข้าใจอะไรหลายอย่างแล้วแหละ
แต่ยังรอคำตอบอยู่นะ
ผมก็ยังรอคำตอบ
ผมตอบไปแล้วนะครับ ว่าถ้าตื่นมาเป็นพี่โอ๋ นี่ผมจะหลับไปอีกรอบหนึ่ง แต่ถ้ารอบนี้ตื่นมากลายเป็นพี่แอน นี่จะกินยานอนหลับเลย... :37:
wikipedia :07:
อ่านแล้วเฮลโลคิตตี้มาก :37:
อ่านแล้วอธิบายไม่ถูกครับพี่โอ๋ เอาเป็นว่ามีความหมายแนวประชดประชันเสียดสีก็แล้วกัน :37:
ของยูริ นี่มีของแน่นอน แรงด้วย :12:
คงเป็น ซ้ายบริสุทธิ์ นี่ผมตัดสินและคิดไปเอง นะครับ
ใช่ไม่ใช่ประการใด มาแถลงไข
หวังว่าที่มหาวิทยาลัยสีเฮลโลคิตตี้คงไม่ซ้ายกันหมดทุกคนนะ :37:
สมัยวัยสะรุ่น มัธยมใหม่ๆ
ผมก็ซ้าย แต่หลังชักขวา :35:
ผมสมัยนั้นละเมอเออออไปกะ ทปท
ที่ปลุกระดมล้างสมอง ว่า สถาบันไม่มีความจำเป็นอะไรแบบนี้
ดีนะ ที่ ซ้ายไร้เดียงสา :33:
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ (ระจัน) เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 17:45 น.
สมัยวัยสะรุ่น มัธยมใหม่ๆ
ผมก็ซ้าย แต่หลังชักขวา :35:
ผมสมัยนั้นละเมอเออออไปกะ ทปท
ที่ปลุกระดมล้างสมอง ว่า สถาบันไม่มีความจำเป็นอะไรแบบนี้
ขยายความตรงนี้หน่อยครับลุงโอ๋ :46:
เป็นประวัติศาสตร์ี่ยุคที่ผมเกิดไม่ทันจริงๆ (ไม่ได้ว่าแก่นะ แต่เจตนาน่ะใช่)
ผมก็โดนครูเป่าหูให้ไปทางซ้ายเหมือนกันครับ สมัยเรียน แต่ผมว่านั่นมันทุเรศ
เชื่อหนังสือแต่ไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นและรู้สึกได้ เชื่อในหลักฐานที่ไม่ก่อประโยชน์
รังแต่จะทำร้ายคนที่ทำประโยชน์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริงแล้วจะทำให้คนไทยกินดีอยุ่ดี
หรือสามัคคีกันขึ้น ไม่ได้พิสูจน์ว่าถูกต้องแล้วจะทำให้ญี่ปุ่นไม่รุกรานประเทศ อ้าว เป๋ไปหนังซะอีกตู :30:
:37:
อ้างคำพูดจาก: ชวาลา จันทร์แจ่ม เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 17:43 น.
หวังว่าที่มหาวิทยาลัยสีเฮลโลคิตตี้คงไม่ซ้ายกันหมดทุกคนนะ :37:
ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ (แต่สมัยนั้นประมาณปี43ก็มีเรื่องแบบนี้เป็นประเด็นเหมือนกันนะ อารมณ์ประมาณพี่เค้าเล่าให้เล่าฟังู้็ แล้วเราก็อึ้ง)
ปัจจุบันผมเลนขวานิดๆ แต่ตอนนั้นมันก็ซ้ายนิดๆเหมือนกันนะ
งานเข้าเลย
ผมโตมาในพื้นที่สีชมพู
คือมีคอมฯ ยั่วเยี้ยไปหมด
วันดีคืนดีก็ลงมาเผาโรงพัก
กวาดชาวบ้านมาปลุกระดม
ให้รบกับนาย เข้าไว้
ยิ่งนายแย่ ยิ่งผลักใสชาวบ้านเป็นคอมฯ
กิ่ง อ. พะโต๊ะ เมื่อก่อน
เจอะเจอคอมฯ ง่าย(ก็ชาวบ้านนี่แหละ)
เวลาเขามาว่านโยบายของเขา
ผมเด็กๆ ป3-ป6 (ช่วงเวลานั้น)
ก็นั่งฟังแล้วก็เออแฮะ เออนะมีไว้ทำไม
ทำไมต้องยืนตรง ก็เราเท่ากัน
นั่นคือคิดอย่างที่เขาว่าเลย
ไม่หายจนจบ ม3 แต่จางลงไปตามภาวะ
ผมลองไล้สำรวจความคิดตัวเอง
ก็หาต้นตอการจางลงไม่เจอ
โหะ นึกว่าเค้ามีประเด็นที่นี่ที่เดียวนะเนี่ย ที่อื่นก็มีเหมือนกันเหรอ
ตามไปอ่านๆ ดูแล้วสงสัยจะซ้ายจัดอย่างที่ลุงโอ๋ว่าแฮะ :08:
ผมว่าน้องเค้า ตกเป็นเหยื่อ มากกว่าครับ
ในขณะที่น้องเค้าต่อต้านการสร้างโฆษณาชวนเชื่อจากสถาบัน
แต่ตัวน้องเค้าเอง ก็ไปรับเอาโฆษณาชวนเชื่อจากอีกฝ่ายมาเผยแพร่
อย่างนี้แหละครับ คนเกิดมาสบาย ไม่เคยลำบาก
ไม่เคยสัมผัสชีวิตผู้คนที่แตกต่าง เดินทางน้อย
ตัดความสัมพันธ์กับสังคมต่างๆ เผลอๆ ศาสนาก็ไม่ได้นับถือ
ทุกอย่างแบ่งเป็นขาวและดำไปหมด
เลยลืมนึกถึงปัจจัยหลายๆอย่าง และรากเหง้าในอดีต
ที่ทำให้มีเรามาอยู่จนทุกวันนี้
ผมกำลังนึกเรื่องโฆษณาชวนเชื่อในมหาลัยสมัยผมนะ ผมว่ามันไม่ได้มีมากมายอะไรเลยนะ นอกจากปฌิธานของมหาลัยแต่มันก็ไม่ได้ออกมาแบบโตงๆนะผมว่า หรือว่ายุคเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน
ครับ ผมก็เห็นแบบนี้เหมือนกัน
เคยคุยกันไปทีนึงแล้วก่อนหน้านี้ (ก่อนที่นองเขาจะมั่นขนาดนี้อะนะ)
ตอนนั้นก็พอจับอารมณ์ได้ว่าเด็กที่ถูกเสี้ยมบ่อยๆ
แล้วยิ่งเซ้วด้วยเนี่ย เขาถูกจูงได้ง่ายจริงๆ
พี่โอ๋ครับ (เรียกพี่แทนลุง แสดงว่าบรรทัดต่อจากนี้จะจริงจัง)
อยากทราบว่า งานเข้า คืออะไรครับ
ผมรู้สึกว่า มหาลัยจุฬาเป็นที่ทรัพย์สินไม่ใช่เหรอครับ และท่านก็ให้ใช้เพื่อประโยชน์สำหรับประชาชน
ถ้าเปรียบเหมือนคนทั่วไป ที่ดินเป็นของผม อนุญาต ให้สร้างตึกทำมาหากิน แต่คนที่ได้ใช้ประโยชน์กลับไม่เห็นถึงบุญคุณ
ของคนที่ให้ใช้ประโยชน์เลย และผมรู้สึกว่าเหมือนคนที่ไม่รับฟัง และต่อต้าน ใครก็ตามที่สูงส่งกว่าตัวเอง
พยายามหาเหตุผลประกอบเพื่อเข้าข้างความคิดตัวเองให้รู้สึกดีขึ้น โดยไม่มองรากเหง้าของตัวเองเลย
อาจจะเป็นเพราะคนเหล่านี้ไม่เคยได้รับประโยชน์อะไรเลยจากพระมหากษัตริย์ของไทย (ทั้งๆที่ตัวเองได้รับประโยชน์แต่กลับไม่รู้
หรือ พยายามไม่รู้ก็ไม่ทราบได้) กลับกันถ้าเป็นคนระดับรากหญ้า เค้าเคารพและเทิดทูนโดยไม่ต้องมีข้อสงสัยอะไร (อาจจะไม่ดีในสายตานักวิชาการ) แต่ต้องดูให้ลึกๆว่านิสัยคนไทยไม่ใช่ใครจะมาบังคับได้ ไม่เคารพใครง่ายๆหากคนๆนั้นไม่ใช่คนดีจริงๆ
หรือว่าที่เค้าว่าการศึกษาไม่ได้ทำให้คนคิดดีจะเป็นจริง คนเหล่านี้เลยคิดว่าตัวเองสามารถทำอะไรก็ได้
ตามหลักคิดของอเมริกันชนที่พยามยามหาความเท่าเทียมกันในสังคมทั้งๆที่ความเท่าเทียมกันมันไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้
เพราะแม้กระทั่งในประเทศอเมริกาที่ได้ชื่อว่าประเทศแห่งอิสระเสรีภาพ แต่ในความเป็นจริง ประธานาธิปดี หรือคนบางกลุ่ม
ก็กลับมีอะไรที่เรียกกันว่า first class ยิ่งใหญ่ ยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ไทยหลายเท่านัก และคนในชาติก็ไม่ได้เท่าเทียมกันอย่างคำเค้าบอก
แต่คนไทยบางคนกลับไปหยิบเอาส่วนที่เลวที่สุดของแนวคิดนี้ และยกย่องเชิดชูมันนัก เพื่อจะทำให้ตัวเองรุ้สึกดีขึ้น !!
หรือว่ายอมไม่ได้หากมีใครเหนือกว่าหรือ !!
บางครั้งการเชื่อว่าใครสักคนเป็นคนดี มันไม่ทำให้สังคมแย่หรอกหรอกครับ
เอ้อ ผมว่าบรรทััดสุดท้ายของพี่เลย์ใช้ไม่ได้กับทุกคนนะครับ :46:
ลองเปลี่ยนคนคนนั้นเป็นทักษิณ เป็นสมัคร เป็นเฉลิม
แล้วเอาเราไปใส่แทนคนที่เขาศรัทธาสุดๆ สิครับ
เรื่องนี้ปัจเจกล้วนๆ เลยนะ
ไหนลองเปลี่ยนดูซิ
บางครั้งการเชื่อว่าเฉลิมเป็นคนดี มันไม่ทำให้สังคมแย่หรอกหรอกครับ
บางครั้งการเชื่อว่าสมัครเป็นคนดี มันไม่ทำให้สังคมแย่หรอกหรอกครับ
บางครั้งการเชื่อว่าทักษิณเป็นคนดี มันไม่ทำให้สังคมแย่หรอกหรอกครับ
โห แอนเปรียบเทียบได้เห็นภาพ มากๆ :41:
เอางี้เพิ่มเติม ว่า
ถ้าเชื่อแล้วไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร (อย่างมาตีกันทะเลาะกัน)
ถึงเชื่อว่าทักษิณเป็นคนดีก็ไม่เสียหายครับ
เราคิดแล้ว ว่าเราเชื่อแล้วไม่เกิดผลเสีย เราเชื่อของเรามาหลายปีแล้วไม่เหมือนเชื่อนายกคนหนึ่ง 4 ปี 8 ปี เห็นผลชัดเจนเลยว่า ดี ไม่ดี
แต่นี่เราเชื่อมามากกว่า 80 ปี เราเห็นผลชัดซะยิ่งกว่าชัด หลายหย่อมหญ้า เขารู้กัน แล้วใครที่ไม่เชื่อไปนอนคุดคู้อยุ่หลืบไหนของประเทศ
ถึงไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้คนอื่นเขาเชื่อและรักมากมายขนาดนี้
แง่มๆ เลยดีกว่า
แง่มๆ แก้ไข ชอบ โพสต์ป๋าณต
อ้างคำพูดจาก: ณต เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 18:08 น.
ผมว่าน้องเค้า ตกเป็นเหยื่อ มากกว่าครับ
ในขณะที่น้องเค้าต่อต้านการสร้างโฆษณาชวนเชื่อจากสถาบัน
แต่ตัวน้องเค้าเอง ก็ไปรับเอาโฆษณาชวนเชื่อจากอีกฝ่ายมาเผยแพร่
อย่างนี้แหละครับ คนเกิดมาสบาย ไม่เคยลำบาก
ไม่เคยสัมผัสชีวิตผู้คนที่แตกต่าง เดินทางน้อย
ตัดความสัมพันธ์กับสังคมต่างๆ เผลอๆ ศาสนาก็ไม่ได้นับถือ
ทุกอย่างแบ่งเป็นขาวและดำไปหมด
เลยลืมนึกถึงปัจจัยหลายๆอย่าง และรากเหง้าในอดีต
ที่ทำให้มีเรามาอยู่จนทุกวันนี้
งานเข้า แปลได้ว่า ได้เรื่อง มีเรื่อง มีปัญหาให้แก้แล้วน่ะครับแอน
เหมือนกระจู๋ที่ขโมยรูปภาพและข้อความของ Forzanu อะไรที่โวยกันนั่นแหละครับ
คนที่ขโมยงานไปโพส พอเจ้าของงานมาโวย เลยเกิด "งานเข้า"
สำหรับประเด็นของภัทร
ผมว่ายังอยู่ในช่วงที่ "อ่อนต่อโลก" มากกว่า เหมือนป๋าณตว่าไว้นั่นแหละครับ
เปรียบเทียบกับตอนผมอายุน้อยๆ เรารับข่าวสารข้างเดียว หรือฟังความข้างเดียว บางทีไม่ได้ใตร่ตรอง
หรือใช้หลักกาลามสูตรในการพินิจพิเคราะห์ก็หลงเชื่อไป จนติดในหัวว่าเป็น "ความเชื่อที่ถูกต้อง"
หรือแถมด้วยจินตนาการฟุุ้งไปกับแนวคิดนั้นจนคิดว่าถูกต้องไม่บิดพริ้ว จนหลงไปว่าทุกอย่างต้องจริงตามที่เราคิด
แถมยังไม่พอ เอาสิ่งที่เราเชื่อนั้นไปบอกกล่าว หรือทำให้คนอื่นหลงเชื่อข่าวนั้นตามอีก
ก็เลยแย่ไปกันใหญ่
เหมือนความเชื่อของใครบางคนที่บอกผ่านตัวผมไป จนตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจเลยว่า
กินแก้วมังกร แล้วจะเป็นมะเร็งจริงหรือเปล่า
เพราะคนที่บอก ก็ดันทำงานให้กับสาธารณสุข บอกผ่านแม่มา
แต่คนที่แย้งบอกว่า ต้องกินเม็ดดำๆ นั่นเยอะๆ เป็นกิโลๆ ถึงจะเป็นตัวก่อเกิดมะเร็ง
ผมก็เลยยั้งๆ เรื่องกินแก้วมังกรไว้ปีกว่าแล้ว คือถ้ากินก็แค่ชิ้นสองชิ้น แล้วไม่ได้ซื้อกินเอง
อาศัยกินข้าวก้นบาตรที่มีให้กินตอนไปวัดซะมากกว่า
นี่ไง ตัวอย่างของความเชื่อที่ยังไม่กระจ่างสำหรับคนๆ นึง
แล้วความเชื่อเรื่องอื่นที่มันจริงจังมากๆ ล่ะ เรื่องสถาบัน เรื่องการเมือง
ถ้าเข้าใจผิดไปแล้วถึงจะรู้ความจริงว่าตรงข้าม แต่ด้วยทิฐิที่เชื่อไปแล้ว บางทีแก้ยากนะครับ
อ๋ออออ
คิดว่าศัพท์ใหม วัยรุ่นไม่เข้าใจ
เหมือน "มิได้นำพา" ที่ขึ้นปกมติชนสุดฯ อาทิตย์ก่อน
ตูก็งงอยู่ตั้งนาน ว่าเว็บไหนเป็นคนเริ่มหว่า (ที่แท้นางทาส)
...เมื่อก่อน ครั้งยังเป็น สยาม ดินแดนแห่งดอกไม้งามหลากสีสรร มีทั้ง ทุกมุมโลกที่แสวงหาสันติสุข
มารวมตัวกัน จากทุกมุมโลก เท่าที่พัฒนาการของพาหนะและโอกาสเอื้อให้มายังดินแดนแห่งความมั่นคงมั่งคั่งแห่งนี้
สถานที่ๆ ทุกชาติ ทุกศาสนา ได้ใช้ชีวิตอย่าง ถ้อยทีถ้อยอาศัย จนเป็นพื้นฐานสังคมสยาม อันมีชาวไท ปกครอง
ทุกความเชื่อ ทุกศรัทธา ทุกอุดมการณ์ มาอยู่รวมกันได้ เพราะ พระมหากษัตริย์ไทย เป็นหนึ่ง
ทำไม ต้องเปลี่ยนเป็น ไทย หนึ่งเดียว ดอกไม้3สี ให้แคบลงเหมือนกันให้หมด เรื่องนี้ ผมไม่เข้าใจ และ ไม่คิดว่าจะพูดถึง
ประเด็นคงอยู่ที่ ทำไมวันนี้ถึงมีแต่การเสี้ยม ชาวเสี้ยม ที่ภายหลังเปลี่ยนเป็นไท เลือดลมสูบฉีดกลับมาอีกแล้วหรือไง
ชาวเสี้ยม อาศัยอยู่ในเสียม พื้นเพ ชอบเสี้ยมควาย เสี้ยมไก่ เสี้ยมปลากัด เสี้ยมพนัน เสี้ยมหวย เป็นที่สุด
เลือดชั่วเก่า ผุดขึ้นในตัวคนสมัยใหม่ด้วยเหตุผล กินดีอยู่ดี เหมือนๆกัน หรือ?
เอาเป็นว่า ผมเห็นใจคนที่หลงทาง หรือถูกผู้อื่นชี้ชักชวนเชื่อ ดอกไม้ยังไม่บานได้เองก็ไม่สวยงาม
อย่าไปไล่เขา หรือ ทุบตีเขาเลยก็แล้วกัน เพราะเมื่อเขาเจ็บ เขาก็แค่พยักหน้ายอมรับ
แต่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรในใจเขาเลย ต่อให้คุณไปฆ่าเขาทิ้งซะ ก็ไม่ได้แก้ไข เพราะเขาเป็นแค่ ผล ของ เหตุ
อ่านของ ป๋าเลย์ ผมเริ่มนับถือขึ้นอีกนิดเลย :42:
:30: :05: :07: :08:
ไม่รู้จะใช้EMOไหนดี
อย่างข้อสาม ที่ยูริไปตอบไว้เรื่องฐานะทางการเงินของราชวงศ์ ยูริตอบแบบคนที่ไม่มีความรู้... ตอบแบบคนที่ฟังเขาเล่าว่ากันมาทั้งเพ
แค่ข้อนี้ข้อเดียว เท่ากับแสดงถึงความแน่นทางข้อมูลได้เลยว่า ยูริ รับข้อมูลเพียงด้านเดียว
แต่ก่อนผมเข้าใจว่าYuri อาจจะเป็นขวาตกขอบ (เพราะเชื่อในแนวทางที่ปัจเจคบุคคลมีความเท่าเทียมกันและประชาธิปไตย)
แต่ดูไปดูมา Yuri น่าจะเป็นกลุ่มอนาธิปไตยมากกว่า คือเชื่อในเสรีภาพอย่างไร้ขอบเขตโดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย
:22:
รอให้มีลูกก่อน "อาจ" จะเข้าใจ
:53: รับทราบครับหมอแมว
อ้าว จะมีลูกแล้วเหรอเช่
หรือมีแล้ว
ตูหมายถึง รอให้มีลูก แล้วลูกอ้างความเท่าเทียมกันของมนุษย์แล้ว คงจะเข้าใจ :30:
อ่านวิกิแล้วก็เห็นด้วยกับคนที่ติงเรื่องมารยาท
คำที่พิมพ์ออกมามันเสื่อมมาก
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 17:51 น.
แต่ผมว่านั่นมันทุเรศ
เชื่อหนังสือแต่ไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นและรู้สึกได้ เชื่อในหลักฐานที่ไม่ก่อประโยชน์
รังแต่จะทำร้ายคนที่ทำประโยชน์
:37:
ไอ เลิฟ ยู จักรี :19:
แหม :01:
คิดว่าความเท่าเทียมกันมันมีจริงค่ะ แต่เท่าเทียมกันในแง่ของนามธรรมมากกว่า
คือคนเราเกิดมามีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์รู้สึก และมีสิทธิ์เลือกเอง
เพราะฉะนั้นถ้าจับมนุษย์ทุกคนไปอยู่แยกกัน เป็นปัจเจกบุคคล ไม่ข้องเกี่ยวกัน
รับรองว่าเท่าเทียมกันแน่
แต่ความไม่เท่าเทียมกันหรือความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นทางรูปธรรมมันเกิดจากหลายปัจจัย
บ้างก็เกิดจากปัจจัยทางกายภาพ ปัจจัยทางสังคม หรือแม้แต่ปัจจัยจากการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
บ้างก็เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ บางทีเจอความลำเอียงเพราะรูปลักษณ์ทางกายภาพก็มี
(เช่น หนุ่มหล่ออาจได้รับการบริการดีเป็นพิเศษจากพนักงานเสิร์ฟ?)
อย่างโมจิเองก็คิดว่าตัวเองเป็นคนยุติธรรม ไม่ใช้อคติในการตัดสินปัญหาหรือไกล่เกลี่ยปัญหา
การแสดงออกหรือใช้อำนาจอาจจะแสดงออกอย่างเท่าเทียม เช่น มีกรณีคนทะเลาะกันในบอร์ด ฝ่ายหนึ่งเป็นสมาชิกที่น่าหมั่นไส้และมีปัญหามานาน อีกฝ่ายเป็นกลุ่มน้อง ๆ ที่สนิทกันและเป็นสมาชิกเก่า ค่อนข้างสนิท เจอตัวกันบ่อย ๆ
แต่ก็ต้องตัดสินประกาศตำหนิติเตียน ตักเตือน และยื่นโทษแบนชั่วคราวกันถ้วนหน้า นานมากบ้างน้อยบ้างลดหลั่นกันไปตามดีกรีการแสดงออก ว่าเค้าแรงและทำให้บอร์ดป่วนมากแค่ไหน
แสดงออกอย่างเป็นกลาง.... ใช้อำนาจอย่างเป็นกลาง ทำเหมือนสมาชิกทุกคนเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ สนิทหรือไม่สนิท
แต่ในใจเหรอคะ.... มันมิได้เท่าเทียมกันหรอก
ก็คิดเข้าข้างคนที่ตัวเองสนิทนั่นแหละ และคิดว่าอีกฝ่ายหาเรื่องก่อนเอง สมควรแล้วที่โดนรุมด่า.... อะไรทำนองนั้น
ความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นแล้วค่ะ แม้จะไม่ปรากฏแก่สายตาคนอื่นก็ตาม
นอกจากนี้กรณีที่เห็น ๆ เลยว่า เมื่อปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่นแล้วความเหลื่อมล้ำจะปรากฏทันทีก็....
เวลาเห็นมด เห็นยุง เป็นต้องบี้ต้องตบ ฆ่าให้ตายไปคนละข้าง โดยเฉพาะมดแดงหรือมดที่กัด
ถ้าเจอในห้องน้ำต้องเอาน้ำฉีด ล้างบางมันให้ตายเป็นเบือทันที
แต่ในทางกลับกัน เวลาเจอมดดำมาไต่ อย่างมากก็แค่เป่าให้ตกไปจากโต๊ะหรือจากแขน
และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเจอแมงมุมกำลังตกน้ำอยู่ที่อ่างล้างหน้าต้องรีบช่วยออกมาจากน้ำ แล้วเอาไปปล่อยนอกบ้านทันที....
ทั้ง ๆ ที่เป็นแมลงเหมือนกัน แต่ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม นั่นก็เพราะโดยพื้นฐานจิตใจของโมจิแล้ว มีความชอบพอหรือเกลียดชังพวกมันไม่เท่ากัน เรียกได้ว่า ลำเอียงเพราะรัก หรือลำเอียงเพราะเกลียด
ความรู้สึกไม่เท่าเทียมที่กำลังพูด ๆ กันอยู่นี้ ไม่ได้เกิดจากตำแหน่งหรือสถาบันหรอกค่ะ
แต่เกิดจาก "จิตใจ"
ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพก็....บุคคลในสถาบันสูงนั้น แต่ละพระองค์น่ะ คนเรายังรักไม่เท่ากันเลย
เพราะมันก็แล้วแต่คนค่ะ ว่าไปเทใจให้พระองค์ไหน หรืออาจจะมีความรัก ชอบพอ เทิดทูน หรือเคารพเป็นพิเศษเพราะเหตุผลอื่น ๆ เป็นพิเศษ หรือเพราะประสบการณ์เฉพาะตัวอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
เพราะฉะนั้น ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถเรียกร้องการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันโดยสมบูรณ์แบบได้ค่ะ
เพราะมนุษย์แต่ละคน ไม่ได้รับความรู้สึกจากคนอื่นอย่างเท่าเทียมหรือเหมือนกันหมด
// โดนตัดหน้าฉองคนนนนนนน :05:
ไม่เท่าเทียมกันเจ๊โมจิโดนตัดหน้า :07:
เอพูดอะไรยาวๆ หน่อยสิ
จังหวะนี้อยากให้เอพูดยาวๆ แบบรู้เรื่องๆ บ้างน่ะ
เท่าที่ผ่านมาเจอแต่หมัดแย็ป
อย่าไปท้านะครับ เดี๋ยวพิมพ์คำว่า ยาวยาว ละฮากันทั้งบอร์ด :37:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 23:48 น.
อย่าไปท้านะครับ เดี๋ยวพิมพ์คำว่า ยาวยาว ละฮากันทั้งบอร์ด :37:
:30: ฮาแล้ว
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 23:42 น.
เอพูดอะไรยาวๆ หน่อยสิ
จังหวะนี้อยากให้เอพูดยาวๆ แบบรู้เรื่องๆ บ้างน่ะ
เท่าที่ผ่านมาเจอแต่หมัดแย็ป
:08: เอาจริงๆ เหรอ ไม่รู้เรื่องนะ
จริงๆ นะ :08:
ไปนึกก่อนนะ :08:
อ่า ..
ก็คือจริงๆ แล้วตอนนี้ที่เรารักๆ กันอยุ่อะ
เหมือนว่าจะมาจากการถ่ายทอดความรักจากรุ่นสู่รุ่น ปู่เล่ามาพ่อ พ่อเล่ามาลูก
ไม่แปลกที่ภาพและเสียงที่ถ่ายทอดรวมไปถึงความรักอาจจะถูกบิดเบือน ปรุงรสตามรสนิยมของผู้เล่า
ผู้เล่าอยู่ในหมู่ชนที่ได้รับความรักมาเยอะเท่าไหร่ ความรักจะถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้มากพอๆ กัน
และไม่แปลกที่
ส่วนใหญ่ เด็กจบนอก เด็กมีฐานะ (ร่ำรวย) จะได้รับความรักน้อยกว่า คนปกติธรรมดา แต่มีความรู้ดีกว่าคนธรรมดา (อันนี้ตัวแปรเยอะ แต่ถ้าหลุดพ้นจากเรื่องความรู้ได้ คือมีความรู้ดีด้วย เขาจะเข้าสู่กระบวนการที่เกิดขึ้นนี้)
"แน่นอน Anarchy รักตัวเอง "
ถึงกระนั้น ตอนนี้คนธรรมดาๆ ส่วนใหญ่ เริ่มได้รับความรักน้อยลงแล้ว
เพราะพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ความรัก เวลาหมดไปกับหาความมั่นคง มั่งคั่ง
ไม่แปลกที่รุ่นถัดๆ มาจะรักน้อยลงๆ ๆ ๆ ๆ
บางทีเขาไม่ได้รู้หรอกว่ายืนไปทำไม เขาแค่ไม่ต้องการต่าง (และก็ไม่ได้หนักหนาอะไรกับการกลมกลืนนี้)
และเขาก็ไม่มีความรู้มากพอ (บางทีเป็นอัตราส่วนที่แปรผกผันกับความรัก)
ที่จะใช้ข้อกฎหมาย หรือความรู้ต่างๆ มาโต้แย้ง
สังเกตง่ายๆ บ้านเมืองของฝรั่ง เอาแมวใส่ไมโครเวฟ แล้วแมวตายยังมีหน้าไปฟ้องบริษัทว่าไม่ติดป้ายเตือน
ของไทยเราคงจะ พาไปฝังพร้อมกับแสดงความสงสารในตัวแมวแค่นั้นจบ
สองแบบนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป อยากได้แบบไหนละครับ
ตอนนี้ไม่รู้ว่าไประเด็นไหนกัน เอารวมๆ ละกัน เอ งงๆ :08:
เอาเป็นว่า พ้นเลขหลักเดียวไป นึกไม่ออกครับ ว่าความรักของเราจะเป็นอย่างไร :08:
ที่มา : ธรรมเนียมของภาพยนตร์ (http://www.f0nt.com/forum/index.php/topic,5183.msg899769.html#msg899769)
ขออ้างอิงด้วยค่ะเอ :26:
จัดให้ครับ :26:
ลิงค์เสียนะครับ กดแล้วมาที่เดิม
:30:
อย่างที่ผม เคย พิมพ์ว่า "พระเจ้าไม่ได้สร้างใครให้เหนือใคร หรือ ต่ำกว่าใคร"
ความเท่าเทียมกันมีอยู่ในธรรมชาติเรา แต่ระบบและระเบียบที่เรากันเองสร้างขึ้นมา อีกทั้ง สภาพแวดล้อม
ด้วยเหตุ ผล การเอาตัวรอด กฎแห่งการกระทำ ทำดีสำเร็จ เท่ากับ ดี / ทำดีไม่สำเร็จ เท่ากับ เลว ฯลฯ
ทำอะไรไว้ รับสิ่งตอบแทนอย่างนั้น มีการกำหนดสัดส่วนผลดีร้ายในอนาคตลงตัวเสมอ
นี่แหละครับความเท่าเทียม ผมเรียกมันว่า กฎแห่งการกระทำ พระเจ้าไม่เคยลำเอียง
เรามีความเท่าเทียมกันในเรื่อง ธรรมชาติพื้นฐานง่ายๆทุกคน
พูดภาษาบ้านๆ คงเรียกว่า กฎแห่งกรรม เป็นรูปธรรมที่เท่าเทียมแล้วนะ ผมว่า
พูดไปๆ เรื่อง สิทธิเท่าเทียม กันระหว่างกษัตริย์ กับ สามัญชน นี่ มันได้คำตอบว่า ใช่ และไม่ใช่
ใช่ในเรื่องความเป็นคน ไม่ใช่ เพราะ ท่านทรงกระทำแต่สิ่งดี สถาบันท่านควรแก่ความเคารพรักมากกว่าสถาบันไหนๆ
ถ้ารัก แต่ไม่เคารพในสิ่งที่ตนรัก อย่าคิดว่าจะพบสิ่งที่เรียกว่าความสุขเลย
คนบางคน รักแฟนแต่ทำลายแฟน รักเพื่อนแต่ทำลายเพื่อน รักตัวเองทั้งนั้นแหละ ทำเพื่อคนอื่นไม่เป็น
งง ผมพูดถึงประเด็นไหนกันแน่เนี้ย :30:
ขยายความ
ลองเอาสิบหกตุลา ไปถามเด็กๆ ซิ รู้จักมั้ย :25:
พฤษภาทมิฬ :25:
กลุ่มกระทิงแดง (รึเปล่าครับ :08:)
เขาฆ่ากันเพื่อประชาธิปไตยของเรานะ
:25: (ลูก): ฆ่ากันเหมือนในหนังเลยเหรอครับ พ่อ
แล้วไงต่อ ...
เด็กได้อารมณ์ เห้ย มีเหมือนในหนังด้วย :25c:
เห้ย ข้อนี้ออกสอบ
เห้ย โหดเนอะ
เห้ย น่าสนุก
แล้วไงต่ออะครับ พ่อ :25a:
แปลกใจครับ
ทำไมทั้งเอทั้งลุงแน็ก เวลาจะพูดจริงจังเรื่องนี้สักที ถึงได้ดูงงๆ ล่ะครับ :08:
คืออยากจับประเด็นจากคำพูดน่ะนะแต่ก็ดูกั๊กๆ ครับ ว่าตกลงอะไรยังไง
ขออภัยนะครับที่ดูจะจ้ำจี้จ้ำไช แต่เหมือนเรามาจับเข่าคุยกันในห้องที่มีคนดูอยู่เยอะๆ
แล้วพอถามไปมันไม่ได้คำตอบที่ทำให้หัวใจหายคันน่ะครับ :46:
มีใครรู้สึกเหมือนตูมั่ง หรือละเมอเพ้อพกไปคนเดียว
//ตัดหน้าพอดี อ่านก่อน
//อ่านจบละ เห็นมะ ยังงงอยู่ :08:
ลุงแน็กยังไม่เท่าไหร่ ยังพอจับได้
แต่ ของเออ่ะ งง จริงๆ นะ :37:>
คือตอนนี้อะครับ
เราสงบจนสบายไงครับ เลยเริ่มจะไม่เห็นประโยชน์ ของการดำรงอยู่
เปรียบเทียบได้กับ
อ้างอิง
เหมือนงานเชงเม้ง ที่สมัยเรายังเด็กๆ (มีปู่ ย่า ตา ยาย )เนี้ย จะมีพิธี เคล็ด หลักการ บทสวดที่เคร่งครัดกว่านี้มาก
ต้องไปที่นู้นสามดอก ที่นี้ก่อนอีกแปดดอก ปักดอกไม้ที่นี้ เทเหล้าหงายมือ หน้าฮวงซุ้ยต้องสะอาด ลูกชายคนโตต้องไหว้ก่อน
ต้องซื้อซาแซมาไหว้ ต้องปิดกระดาษแดง
พอมารุ่นคุณพ่อ จะเริ่มลดลงทีละนิดๆ
พอมารุ่นเอจำไม่ได้ซักอย่าง จำได้แค่หน้าฮวงซุ้ยต้องสะอาด และลูกชายคนโตต้องไหว้ก่อน ยังดีนะจำฮวงซุ้ยได้
// ขอคำถามครับ :08:
ไอ้ที่ว่ากั๊ก คิดว่าท่าน สว.เอ คงไม่ได้กั๊กแต่ประการใด อย่างที่ท่าน สว. แอนกล่าว
แค่เกรงว่าความมั่นของน้องจะมาถอนหงอกเข้าให้ เพราะอย่างไรซะ ท่านสว.เอ ท่านไม่ถนัดตัดแปะค่ะ
สว. >>> สูงวัย :25:
ไม่ได้กลัวนะ แต่จับประเด็นที่จะตอบไม่ถูก :30: :08: :08:
:43: ปล่อยท่าน สว. ถกกันก่อน
อาบน้ำแปป :02:
:50:
อ่านของทั้งสองคนนี้แล้วพอจะเดาทางได้ว่าหมายความว่าอะไร .....
แต่เหมือนยังไม่หมดนะเอ :39:
:05: ประเด็นไหนอะครับ
เอก็ยังไม่รู้เลยว่าเอตอบไปอธิบายประเด็นไหน :05: :05:
ผมเข้าใจประเด็นที่เอต้องการจะสื่อนะครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยครับ
เอาที่ใกล้ตัวผมนี่แหละ คือในบรรดาชาวนาที่ปลูกข้าว มีซักกี่คนในรุ่นนี้ที่จะซึมซับถึงบุญคุณ
อินไปกับประโยชน์ บูชาพระแม่โพศก ปลุกข้าวเพื่ออุดมการณ์เหมือนสมัยก่อน ปัจจุบัน ยิ่งข้าวยากหมากแพงเท่าไร
จรรยาบรรณของความเป็นชาวนาเกิดโตมากับการทำนา จึงไม่ถูกซึมซับเท่าที่ควรไปอินกับเศรษฐกิจปลูกข้าวเพื่อเงินมากกว่า
ซึ่งมันต่างมากสำหรับเมื่อครั้งอดีต พวกเราขึ้นชื่อว่ากระดูกสันหลังของประเทศ พวกรุ่นปู่ย่าเรา
ถึงแม้จะทำเพื่ออยุ่รอดแต่รู้สึกได้ว่าพวกท่านเหล่านั้นไม่ได้ต้องการรวย ยึดถึอพระราชดำรัส ที่ว่า
ทำกินในครอบครัว แจกจ่ายให้ครอบครัวอื่น มีเหลือเยอะถึงแบ่งขาย ด้วยประเด็นต่างๆ ในอดีตเหล่านี้ที่ปู่ยาตายายของเรา
ได้ซึมซับรับรู้ จนเกิดเป็นประเพณี วัฒนธรรม ต่างๆ ขึ้นมา เกิดขึ้นมาเองโดยความเต็มใจ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะหัวหน้าหมู่บ้านสั่งให้ทำ
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะต้องการสืบสาน อย่างพวก ลงแขกเกี่ยวข้าว ตีข้าว สู่ขวัญข้าว ฯลฯ ต่างๆ ตามแต่พื้นเพของแต่ละสังคม
ประเพณีและวัฒนธรรมของสังคมต่างๆที่สืบทอดมา บันทึกไว้ ให้รุ่นเราได้รู้ เหล่านี้ นอกจากจะทำให้เรารุ้ว่า
เมื่อก่อนวัฒนธรรมการละเล่นต่างๆ สวยงามและทรงคุณค่าเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่แฝงมาด้วยก็คือ
ความรู้สึกรักและบูชาที่บรรพบุรุษเรามีให้กับธรรมชาติที่ล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขามา มากมายเพียงใด ....
แต่ปัจจุบันมันยากมากที่จะทำให้ได้สัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นได้ ปัจจัยหลายอย่าง คนทำไม่อิน คนกินไม่รู้สึก
ก็เลยกลายเป็นว่า เราอยู่กันด้วย ธุรกิจ เศรษฐกิจเป็นตัวตัดสินความเชื่อ และนี่พอเข้าสู่ยุคพืชพันธ์ทาง
การเกษตรมีราคาแพงมากๆ ความรู้สึกของเกษตรกรก็จะยิ่งเดินออกห่างคำว่าอุดมการณ์ออกไป
จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง การแข่งขันกันก็จะสูง ชาวนาจะฆ่ากันตายเพราะแย่งน้ำทำนา
จะไม่สามารถเดินผ่านคันนาของบ้านอื่นได้ อีกมากมายที่จะตามมา แต่ใครจะสนใจเพราะเศรษฐกิจบ้านเราจะดีขึ้น
การส่งออกผลิตผลทางการเกษตร จะมีสูง ประเทศจีนจะเป็นมหาอำนาจแทนอเมริกา
ไทยขึ้นชื่อว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรมมาแต่ก่อน
ถึงเวลานั้นแม้ปิดประเทศเราก็จะไม่เดือดร้อน คนรุ่นใหม่ๆมีอันจะกินไม่เคยลำบากจะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
รุ้แต่ว่าเศรษฐกิจดี กินอยู่สบาย ไม่จำเป็นต้องศรัทธาอะไรทั้งสิ้น....
เอ้ยย นั่งอ่านมา ฟ้าเข้าใจที่เอพิมพ์มาหมดเลยนะ
การรับรู้ถึงความหมายมันน้อยลงไง
พ่อแม่ไม่มีเวลาสอนถึงที่มา (เพราะมัวหาเงินนอกบ้าน มีเวลาสั่งสอนกันน้อยลง)
สั่งสอนให้เข้าใจว่าทำไมต้องรักทำไมต้องเคารพสถาบัน
ไอ้ที่เปรียบเทียบกับ 14 ตุลา กับ ไหว้เช้งเม้งก็เข้าใจนะ
แต่ของน้าแน็ก แอบงง :14:
โอ้ว มีคนเข้าใจ :05:
มันเป็นแอบแสตรค :05: :05:
ของจักรีก็ชัดดีนิ :46:
คิดว่าน้องภัทรจะมาตอบไหมคะ อยากรู้จังเลยว่าน้องจะตอบว่าไง
ความคิดของน้องเค้าน่าศึกษามากๆ เพราะมองย้อนกลับไปตอนเราอายุเท่าน้องเค้า
เราก็ไม่อาจจะมั่นใจและยืนหยัดเพื่ออะไรต่อมิอะไรได้เท่าเค้าเลยนะเนี่ย
แต่ถ้านอกจากน่าศึกษาแล้ว ถามว่าน่ายกย่องไหม ก็ตอบว่า "ไม่" นะคะ :52:
อืม อ่านดูแล้วก็ตระหนักถึงความ "รู้น้อยลง" นะครับ
จะให้เปรียบกับอะไรใกล้ตัวดีล่ะ ประโยชน์ของการใช้ภาษาที่ถูกต้อง
ไม่ใช่ภาษาวิบัติ แบบนี้ได้ไหมครับเอ/ลุงแน็ก
เด็กเดี๋ยวนี้หาทางแถ พยายามอธิบายไปเถอะ
เขาก็ไม่เห็นข้อดีของการใช้ภาษาที่ถูกต้องอยู่ดี
(กดไปดูบนหิ้งได้เลย เดือนเพิ่งเอาคำพูดมาจาก zheza เมื่อวาน)
ความคิดของคนบางกลุ่มที่เป็นเหยื่อของขบวนการอะไรสักอย่าง
เขาไม่ได้คิดแบบหน่อมแน้มแค่อย่างที่เอบอกนะ แต่นี่คือ
"บุญคุณอะไรเหรอ หนูก็รู้อยู่หรอก เขาพยายามโหมประชาสัมพันธ์กันจะตาย!
..แต่ทำไมล่ะ ในเมื่อหนูไม่ศรัทธานี่ ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรต่อหนูเลย
ที่สำคัญคือครูของหนู(ผู้รู้จริงแน่แท้)ท่านสอนมาอย่างนี้นี่"
จริงๆ มีวรรคทองจากเพลงที่ชอบมากๆ ของตูเพลงนึง
มันถูกแต่งให้คนกลุ่มที่ว่านี่แหละ ..
"โลกนี้ ไม่สมประกอบ เพราะบางคนชอบเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน
โลกนี้ มีสักกี่คน เป็นบัวหลุดพ้นดังคนชื่อบัวลอย.. บั๊วล้อยยยย อ้อย อ้อย อ้อย"
:46:
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 17:01 น.
ขุดนิดนึง
เห็นว่ายูริยังไม่ได้ตอบคำถามเรื่องที่ตูถามไป
เอ๊ะควรจะรอดีหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ แต่อยากรู้จริงๆ
อ้อ มีคนส่งอันนี้มาให้
http://th.wikipedia.org/wiki/คุยกับผู้ใช้:YURi (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89:YURi)
ลองดูล่างๆ ครับ (ตรงนี้ (http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89:YURi#.E0.B8.A2.E0.B9.89.E0.B8.B2.E0.B8.A2.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.88.E0.B8.B2.E0.B8.81_.E0.B8.9E.E0.B8.B9.E0.B8.94.E0.B8.84.E0.B8.B8.E0.B8.A2:.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.9A.E0.B8.B2.E0.B8.97.E0.B8.AA.E0.B8.A1.E0.B9.80.E0.B8.94.E0.B9.87.E0.B8.88.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.A1.E0.B8.B4.E0.B8.99.E0.B8.97.E0.B8.A3.E0.B8.A1.E0.B8.AB.E0.B8.B2.E0.B8.A0.E0.B8.B9.E0.B8.A1.E0.B8.B4.E0.B8.9E.E0.B8.A5.E0.B8.AD.E0.B8.94.E0.B8.B8.E0.B8.A5.E0.B8.A2.E0.B9.80.E0.B8.94.E0.B8.8A)) เรียกว่าเห็นแนวความคิดนี้แล้วก็เข้าใจอะไรหลายอย่างแล้วแหละ
แต่ยังรอคำตอบอยู่นะ
เพิ่งเห็นค่ะ
เพิ่งตามไปอ่านมา อ่านแบบละเอียดๆ
:05: น้องคิดอะไรอยู่ค่ะ?
ทำไมเป็นเอามาขนาดนี้
:05: :05:
ถ้าพูดถึงน้องภัทรในอายุสิบแปดตอนนี้
ตอนอายุเท่าเค้า ผมยังไม่มีความคิดเด็ดเดี่ยวขนาดนั้นเลยครับ
เรื่องการมงการเมืองอะไรไม่ค่อยสนใจด้วย
ความรู้รอบตัวถือว่าน้อย ความรู้ในห้องเรียนยิ่งน้อยไปกันใหญ่
ต้องชื่นชมว่าน้องเค้ามั่นตรงนั้นแหละ ไปรับความรู้ความเข้าใจอะไรๆ มามากมาย
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
อยากรู้เหมือนกันว่าข้อมูลที่ได้มานั้น เค้าเอามาจากไหนบ้าง
internet, google, หรือหนังสือเล่มไหน อาจารย์คนไหนบ้าง
ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าครูคนไหนสอนเค้า หรือสอนว่าอย่างไร
เพราะแม้ว่าจะเรียนที่อักษรฯเหมือนกัน และจุฬาฯ เหมือนกัน
แต่ต่างภาควิชา รวมทั้งมารับการศึกษาที่นี่หลังจากจบปริญญาตรีที่อื่นมาแล้ว
ดังนั้นแนวความคิดหรืออะไรบางอย่างในตัว ก็ได้รับการหล่อหลอม
และผ่านประสบการณ์ชีวิตมาพอสมควร (ซึ่งก็ไม่รู้นะคะว่า ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันดีหรือไม่ดี)
ถ้าน้องภัทรมาอ่าน ก็อยากจะบอกน้องนะคะว่า พี่อยากรู้จักหนูมากเลย
พี่เข้าไปที่คณะบ่อยมาก ถ้าน้องว่างนัดเจอกันที่ตึกบรมฯ หรือที่ไหนก็ได้ที่หนูสะดวก
เพราะหนูทำให้พี่ตั้งคำถามกับระบบการเรียนการสอนของภาควิชาประวัติศาสตร์นะเนี่ย
อ่ะ// แก้ไขค่ะ หนูบอกว่าหนูเอกฝรั่งเศส โทอังกฤษต่างหาก
อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นความมั่นใจของวัยรุ่นเนี่ยนอกจากลักษณะเฉพาะตัวที่น่าชืนชมแล้ว
มันยังมีกรณีที่ต้องการพีเซ้นตัวเพื่อแตกต่างอีกอย่างหนึ่งนะ จริงๆปัจจุบันกรณีนี้ไม่ได้เกิดกับวัยรุ่นอย่างเดียวแล้ว
พวกที่ประกาศตัวเป็นข่าวทำบ้านเมืองวุ่นวายมานักต่อนัก ก็มีให้เห็นยั๊วเยี๊ยะ
เหมือนจะต่าง แต่ไม่
อธิบายเพิ่มของเดิม วันนี้ผมแค่พยายามพูดถึง ความเท่าเทียม เฉยๆครับ
ย่อยย่อลง ก็ได้ใจความว่า
เราเท่าเทียมกันในสายตาพระเจ้า แต่สังคมจะเป็นสังคมที่ดีต้องมีมารยาท
ใครที่มารยาทต่อสังคมไม่ดี ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลอะไร ก็ไม่ควรขัดต่อสิ่งดีงามในใจผู้อื่น
เพิ่มด้วยตรงนี้ว่า
ปัจจุบันเรานับถือศาสนาไทย ไม่ใช่พุทธ คริสต์ อิสลาม ใดๆ
อนึ่งนับเป็นวิกฤติศรัทธา ที่จะนำพาหายนะ มากกว่าสร้างสรร
ทำไมรึ?
เพราะว่าตามที่ผมคิดดังข้างต้นแล้ว ไทยไม่ได้สมบรูณ์ หรือ พร้อมสำหรับ ศรัทธาแรงกล้าแบบนั้น
ส่วนตัว ผมรักในหลวง เพราะ รักท่านที่ท่านเป็นคนดี ควรเคารพ ศาสนาผมสอนให้เคารพความดี
แต่ผมไม่ถึงกับมองท่านเป็นพระเจ้า แต่ผมก็ไม่มีข้อกังขาในความดีงามของท่าน
แค่นี้จริงๆ แค่นี้เท่านั้นในใจผม จะให้ผมเชื่อว่าท่านเหนือมนุษย์ หรือเป็นแค่ปุถุชน ผมไม่เอา
ผมคิดว่าผมรักในหลวง ในหลวงผมไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ในหลวงคือในหลวงคนเดียว
คนที่ผมรัก ผมก็รัก ต่อให้ใครว่ายังไงผมก็รัก ก็ไม่เห็นต้องมีใครคิดอย่างผมด้วย
ผมไม่ชอบให้เอาคนที่ผมรักมาใช้งานเป็นเครื่องมือ
ในหลวงที่ผมรักเคารพคือในหลวง ไม่ใช่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เท่านั้น
ที่เอามาเล่นได้ตามขี้ปากคน ถึงมีใครพูดให้ร้ายท่าน ผมก็มองแค่ว่าไม่รู้จักท่าน ก็แค่นั้น
คุณรักในหลวงไหม?
//แก้คำผิด
คุณครูบัว ไม่ต้องนวล หรอกครับ บอกน้องเขาไปตรงๆ เลย
ชัดเจนมากครับลุงแน็ก :46:
ตอบเหมือนลุงแน๊กครับ :46:
:46: ชัดถ้อยชัดคำ
ปล. พี่บัว ไม่ต้องนวลค่ะ ถามเลยค่ะ :46:
ขอตอบมั่ง
กระแสต่อต้านระบบking มีมาตั้งแต่สมัยไหนแล้วก็ไม่รู้
แม้กระทั่งยุคอินเตอร์เน็ทใหม่ ก็เห็นจากหลายๆเว็บ ที่ถูกปิดตัวลงไป
เช่นเว็บมานุษยะ เป็นต้น
ต่อมาภายหลังก็โด่งดังกับเรื่อง ยูทูปที่ปิดไปเฉพาะภายในประเทศ
อันนี้เราไม่พูดถึงแล้วกัน ซึ่งปัจจุบัน คลิปดังกล่าวก็ยังไม่สูญหายไปไหนยังคงวนเวียนอยู่ในโลกไซเบอร์แห่งนี้
เมื่อสองวันก่อน น้องคนนึงในบอร์ดฟอนต์ ส่งลิ้งค์รวมคลิป มาให้ดู เพื่อถามว่าจะทำไงดี
ผมก็ได้บอกเพียงแค่ว่าให้แจ้งไป ict แล้วนิ่งๆไว้ แล้วกัน ถ้าเราไม่ประโคมข่าว วัตถุประสงค์ของคนทำ ก็จะไม่บรรลุแล้วมันก็จะหายไปเอง
ต่อมามีกระแสการยืนไม่ยืน
ตรงนี้ก็ทำให้เกิดการคล้อยตาม ได้ไม่ใช่น้อย มีทั้งพวกที่คิด และ ไม่ได้คิดอะไรแต่กูจะแนว ไม่ยืน ก็แค่นั้น
จนมามีข่าวการทำร้ายร่างกาย
กันเกิดขึ้น "ถ้ากูไม่ยืน แล้วจะทำไม" มีกระแสเรียกร้องว่าใครผิดกันแน่
ก็แค่ไม่ยืน ไม่ได้ไปทำร้ายใคร แล้ว ทำไมต้องมาทำร้ายกู "เขา" ก็เป็นมนุษย์คนนึง ตามเหตุผลที่เขาจะพึงยกตัวอย่างมาได้
ที่นี่ประชาธิปไตยนะโว้ยยย ก็กูไม่เคารพ ทำไมต้องยืน เหมือนคนนับถือศาสนาื่อื่นๆ ก็ไม่ยกมือไหว้ พระพุทธรูป
แต่ขอบอกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำว่าศรัทธาล้วนๆเลยครับ ศรัทธาที่เงินตราซื้อไม่ได้ ความศรัทธาของประชาชนไทย
ประโยคสนทนาในโรงหนังที่ผมคาดว่าน่าจะเกิดขึ้น
:39: "เฮ้ย!!~ ทำไมไม่ยืนวะ"
:33: "เอ้า ไม่ผิดกฏหมายนี่หว่า จะทำไมกะกรู"
:39: เลยตรงเข้าไปต่อย
ถ้าผมเปลี่ยนเหตุการณ์นี้ ไปเป็นเรื่องอื่น ต่างกรรม ต่างวาระ
มีฝรั่ง ยืนเท้าหัวพระพุทธรูป อยู่
:39: ยูๆทำแบบนี้ไม่ได้นะ
:33: เอ้าไม่มีกฏหมายบ้านยูบอกห้ามไว้เหรอ
:39: เป็นผม ผมก็ตรงเข้าไปต่อยเหมือนกัน ในโรงหนังนั่นก็เหมือนกัน :40: :12:
สวัสดี
ปกติ ไม่ชอบความรุนแรงนะ :46:
แต่
เอาเลยตั้ง :27: ต่อยเลยๆๆๆๆ
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ (ระจัน) เมื่อ 06 พ.ค. 2008, 23:21 น.
ผมดูคนค้นคน เมื่อสักครู่
เด้กไทยใหญ่ พยายามขอสัญชาติ
เป็นคนไทยตั้งนานไม่ได้
เราอาจจะต้องสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดินก่อน
ถึงจะรู้สึก
ดังที่ว่า
แกงบ่จืดบ่รู้คุณเกลือ
และผมอยากทำ
เสื้อสักตัว
โมนาจะคิดเท่าไหร่
ข้อความว่า
ถ้าไม่ยืน มึงโดนต่อย
พี่โอ๋เป็นแกนนำ :25:
แอบติดใจประเด็นอยู่ประเด็นนึง
ที่ไปอ่านเจอมาในข้อ ๓) ในลิงก์นั้น
เดือนแอบเห็นด้วยนิดนึงนะ
มันเป็นเรื่องจริงที่ว่า คนเราทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหน วรรณะไหน
มันก็ไม่ได้มีกันด้านเดียว มันก็มีทั้งด้านดีและด้านร้าย
แต่! จำเป็นด้วยเหรอที่ีจะต้องตีแผ่ทั้งด้านสว่างและมืดให้ประชาชีรับรู้
คิดง่ายๆ สมมติเป็นตัวเอง
เคยทำความไม่ดีความเลวร้ายอะไรมา
ถ้ามีคนคอยจำคอยมาประจานอยู่ตลอดเวลา จะรู้สึกไงเหรอ
เฉยๆ มีความสุขธรรมดา หรือคิดว่ามันเป็น "สิทธิ" ที่คนทั่วไปจะเอาเรื่องของเราไปตีแผ่ไม่ว่าด้านไหนๆ
ถ้าเฉยๆ ได้จริงๆ ก็...อึ่งปองอวยชัย เอนมา :46:
ป.ล. จริงๆ คำว่าความเท่าเทียมมันไม่มีในโลกและไม่มีทางจะมีได้นะ
ไม่งั้นคนก็ห้ามกินผัก กินเนื้อสัตว์ ห้ามฆ่าสัตว์
เพราะทุกอย่างต้องเท่าเทียมกันสิ
มดกะคนมีค่าทัดเทียมกันเพราะมี 1 ชีวิตเหมือนกัน แบบนี้ดีมะ
อ้างคำพูดจาก: วันสว่าง เมื่อ 03 พ.ค. 2008, 19:10 น.
" ถ้าโลกแบนแต๊ดแต๋เหมือนกล้วยปิ้ง ทุกคนชาย-หญิง ล้วนเหมือนกันหมด
แต่นี่ โลก กลม คล้ายส้มบางมด คนจึงมีหลั่น-ลด ไม่เท่ากัน
โลกเป็นเช่นนี้ มนุษย์จึงมีความแตกต่าง "
เฮียวิรุฬ
เห็นสองสามคนพูดถึง สิบหกตุลากัน :07:
มันไม่มีนะครับ เดี๋ยวจะจำผิดไปกันใหญ่
มีแต่ 14 ตุลา 2516
กับ 6 ตุลา 2519
จึงเรียนมาทราบ :39:
:30: เห็นมั้ยเจ้าของรุ่นเขามายืนยันข่าวเองเลย บอกแล้วว่ารุ่นผมไม่อิน :11:
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 07 พ.ค. 2008, 18:13 น.
ครับ ผมก็เห็นแบบนี้เหมือนกัน
เคยคุยกันไปทีนึงแล้วก่อนหน้านี้ (ก่อนที่นองเขาจะมั่นขนาดนี้อะนะ)
ตอนนั้นก็พอจับอารมณ์ได้ว่าเด็กที่ถูกเสี้ยมบ่อยๆ
แล้วยิ่งเซ้วด้วยเนี่ย เขาถูกจูงได้ง่ายจริงๆ
พี่โอ๋ครับ (เรียกพี่แทนลุง แสดงว่าบรรทัดต่อจากนี้จะจริงจัง)
อยากทราบว่า งานเข้า คืออะไรครับ
แอบอ้างไกลหน่อย
คงตอบเหมือน ท่าน (ส)ฟิ้งซ์™ ว่าแหละ
ขณะนั้นเป็นเวลาใกล้ 6 โมงเย็น
พอแอนถาม ผมนั่งจิ้มอธิบายเลยยาวไปหน่อย
มีงานให้จิ้ม ก็ถือว่า เข้า และอาจจะกลับบ้านเลยเวลา :21:
.. . .....
ขณะนี้ผมรอน้องยูริ มาตอบแหละ
มายืนยันความคิดอย่าง
ซ้ายคิดตี้ ดูนะครับ
ผมในวัย 18 ตอนนั้น ถ้าเท่ากะน้องยูริตอนนี้
ซ้ายแบบตกขอบหายไปหมดแล้ว
เพราะสิ่งที่โดนปลุกระดมเสมอๆ ก็กระจ่างชัดในตัวเองแล้ว
สถาบันไม่ได้กดขี่ข่มอะไรประชาชน ผมก็ไม่เห็นว่า
จะต้องไปต่อต้าน หาอาวุธโบราณอะไรทำไมที่ไหน
คือไม่เห็นว่าอะไรจะดีขึ้นด้วย ไม่อยากแนว ไม่อยากเท่(และกลัวโดนต่อย)
ส่วนของ ยูริเอง อาจจะเชื่อเช่นนั้นอย่างคิดตี้ หรืออยากเชื่อในระบบอย่างอื่น
ก็ว่าไป แต่ก็ต้องยอมรับในทัศนคติที่ตัวเองเชื่อ และผลกระทบตามมาด้วย
ผมว่าความเชื่อ และการตั้งคำถาม ต่อสถาบันมีมาเสมอๆ
ยุคนี้เป็นยุค ปรู๊ดปร๊าด เมื่อสงสัยต่ออะไร คำถามก็ถูกส่งต่ิอ
ไปอย่างไม่มีข้อจำกัด เช่นนั้น มันจึงเป็นเช่นนี้ คือ
เรารู้สึกว่า เอ๊ ทำไมเขาถึงคิดแบบนี้นะ แต่ผมไม่สงสัย
เพราะผมว่า เขาคิดกันมาตลอด พวกซ้ายนาฬิกาตาย
มีเต็ม แถว ฟ้วยเดียวกัน ประชาทวย มหาลวยเที่ยงครึ่ง
อะไรเทือกนั้น อ. ในมหาลัยอีกเป็นแถบเป็นเทือก
อ้อๆ ผมถามเด็กๆ ตัวเล็กๆ ที่สอนอยู่ว่า
หนูรู้ไหม น้กมาจากไหน
เด็กตอบว่า มาจากก๊อก!
น้องเขาจะมาอีกมั้ยครับ?
พี่โอ๋เสียดายแย่เลย :21:
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 10:31 น.
น้องเขาจะมาอีกมั้ยครับ?
พี่โอ๋เสียดายแย่เลย :21:
เออดิ
ผมไม่ชอบเถียงเลย
ยิ่งเฉพาะ กะสาวๆ สวยๆ
ยิ่งไม่อยากทำให้เคืองกัน
ผมชัดเจนนะเรื่องแบบนี้
นารี มีรูปเป็นทรัพท์
หรือ บวบ ว่าอย่างอื่นละ :09:
ไม่เถียงครับ :30:
ลองอย่างเจ๊นัทมาทำแอ๊บแบ๊วดิ :37:
แค่นี้น้องเค้าน่าจะเห็นชัดแล้วนะ ว่าความเท่าเทียมไม่มีในโลก :52:
บวบฉันจะฟ้องนัท :07:
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 10:35 น.
ไม่เถียงครับ :30:
ลองอย่างเจ๊นัทมาทำแอ๊บแบ๊วดิ :37:
แค่นี้น้องเค้าน่าจะเห็นชัดแล้วนะ ว่าความเท่าเทียมไม่มีในโลก :52:
:30:
เออใช่
ยูริ เอาความสวยออกมาวางไว้
แล้วจะเท่าเทียม :35:
ขอเบิ้ล :46:
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 00:11 น.
แปลกใจครับ
ทำไมทั้งเอทั้งลุงแน็ก เวลาจะพูดจริงจังเรื่องนี้สักที ถึงได้ดูงงๆ ล่ะครับ :08:
คืออยากจับประเด็นจากคำพูดน่ะนะแต่ก็ดูกั๊กๆ ครับ ว่าตกลงอะไรยังไง
ขออภัยนะครับที่ดูจะจ้ำจี้จ้ำไช แต่เหมือนเรามาจับเข่าคุยกันในห้องที่มีคนดูอยู่เยอะๆ
แล้วพอถามไปมันไม่ได้คำตอบที่ทำให้หัวใจหายคันน่ะครับ :46:
มีใครรู้สึกเหมือนตูมั่ง หรือละเมอเพ้อพกไปคนเดียว
//ตัดหน้าพอดี อ่านก่อน
//อ่านจบละ เห็นมะ ยังงงอยู่ :08:
อ้างมีอีกหน่อย นอกเหนือประเด็น
เอ...(เรียก)
เขียนบันทึกอีกสิ บ่อยๆ
ว่าไป น้องภัทธ หายไปเลยนะ
อาจจะคิดว่ามีคนเกลียดหรือเปล่า (รึมี?)
แต่เท่าที่ผมอ่านๆมา หลายคนก็พูดแรงนะครับ ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ควรปล่อยให้มีคนเจ็บ
ผมเองก้ห่วง น้องภัทธ มองในฐานะ คนมั่นใจในตัวเองสูง และมีเรื่องของอารมณ์เซ้วผู้หญิ๋งผู้หญิงสูงจัด
สังเกตจาก จะพูดอะไรต้องหาความน่าเชื่อมาพูดตลอด เป็นคนอ่อนแอ อ้างจากนั้น อ้างจากนี่ เหมือนเด็กๆ
ยังไงๆ ก็ดูแล้วเป็นเด็กอยู่ดี รังแกเด็กไม่มีไรดี คนหลงทางอย่าไล่ไปตาย ชี้แล้วเดินไม่เดินเรื่องของเขา
สังคมอุดมปัญญากันเุถอะ :52:
อาจเพราะมันเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของน้องเขาเข้มข้น ผมว่าเจ้าคนอื่นๆ ที่ไม่เคยสนใจเรื่องสถาบันเลยน่ะ
ยังดูแย่กว่าน้องเขาเลย ถ้าไม่มีคนแบบน้องภัทธ ที่แสดงชัดเจนจากข้อมูลที่ถือในมือ เราจะทราบไหมว่า "บ้านโน้นเขาคิดยังไง"
เราเป็นบ้านหลังนึง นี่น่า :42:
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:25 น.
เห็นกระทู้่อย่างนี้แล้วอดเขียนไม่ได้ :33:
เค้าเคยไปแสดงความเห็นต่าง ไปวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ในหลาย ๆ เว็บบอร์ดเหมือนกันค่ะ
แล้วก็มีพวกอย่าง คห. ๙ เนี่ยแหละ ก็จะมีบทสนทนาคล้าย ๆ ดังต่อไปนี้เสมอ ๆ
๑) "มึงเป็นคนไทยหรือเปล่าวะสาดดด"
อะแน่นอน พ่อแม่ปู่ย่าตาทวดไทยหมด บัตรประชาชนก็มี
๒) "คนส่วนใหญ่เขารักเขาเทิดทูนทั้งนั้น มึงมันพวกส่วนน้อย"
ก็ส่วนใหญ่ถูกทำให้ฝังหัวกันนิยมในตัวบุคคลกันมาแต่เล็กอย่างนั้นแล้วนิ
ส่วนพวกส่วนน้อยไม่คิดอย่างนั้น สงสัย เกิดปัญหา ตั้งคำถาม และศึกษาหาคำตอบ
๓) "ถ้ามึงไม่เคารพศรัทธาเหมือนกูก็ออกจากประเทศไทยไป๊"
เราก็คนไทยนะ มีสิทธิที่จะอยู่ในประเทศไทย ไม่งั้นจะัให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ ก็แค่คิดต่างจากคุณ เราก็มีเหตุผลของเรา
๔) "มึงมันไม่สำนึก จะหากษัตริย์ดี ๆ อย่างนี้ที่ไหนอีก"
ท่านดีก็เป็นเรื่องดีแล้ว แต่นี่มันประเทศประชาธิปไตยนะ ต้องปล่อยให้ประชาชนตัดสินทางเดินของตนเอง
ไม่อยากให้ท่านมาก้าวก่ายการเมือง การบริหารประเทศ ไม่เอาทรัพยากรของประเทศที่มีจำกัดไปสนองพวกของท่าน
และไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อให้นิยมบูชาบุคคลแบบนี้
๕) "มึงมันอกตัญญู โครงการท่านดี ๆ หลายโครงการไม่สำนึกอีก"
ใครบอกว่าอกตัญญู ภาษีก็จ่ายไม่ขาด แล้วภาษีนี้ก็เอาไปเลี้ยงท่านนั่นแหละ
ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง ตลอดจนค่าอื่น ๆ ของท่าน เช่น ค่าถุงยังชีพที่ให้คนประสบภัยเนี่ย รู้ไหมว่าเงินภาษีทั้งนั้น
รัฐบาลให้ท่านปีละหลายพันล้านบาท อย่างนี้คนไทยให้ท่านตั้งมากมายก็เพื่อให้ท่านทำงานให้เรา
อีกอย่าง โครงการพวกนั้นส่วนใหญ่ก็ผักชีโรยหน้า ท่านเสด็จทีก็กระเตื้องกันที
แล้วก็ใช้ภาษีเป็นหลักดำเนินการอีก อย่าคิดว่าท่านใช้เงินส่วนตัวของท่านนะ ลองดูพระราชบัญญัติงบประมาณแต่ละปีสิ
๖) "แค่ยืนให้เพลงของท่านแค่นี้ทำไม่ได้ มึงมันไม่ใช่คนไทย ออกไปจากประเทศนี้ไป"
"สมมุติ" ว่าถ้าคนทั้งโลกมาบอกคุณว่า "พวกเอ็งมันไม่เข้าใจประชาธิปไตยหรือไงวะ มนุษย์มันเท่าเทียมกัน
พวกเอ็งยังคิดว่าใครบางคนดีเลิศเหนือมนุษย์อีก ทั้ง ๆ ที่พวกนั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเอ็ง มีทั้งดีและเลว
พวกเอ็งมันไม่ใช่ชาวโลกนี่หว่า ออกจากโลก ไปอยู่ดาวพลูโตนู่นไป๊" บ้างล่ะคะ
ใจเย็น ๆ พูดกันดี ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ
๗) "ถ้ามึงไม่มีท่าน พวกมึงก็คงกลายเป็นขี้ข้าพม่าไปแล้วตอนนี้"
คนปลดแอกไทยจากพม่าคือพระเจ้าตากหรอก แล้วรัชกาลที่ ๑ ก็มากระทำรัฐประหารพระเจ้าตากแล้วตั้งราชวงศ์ของตัวเองเนี่ย
๘) "มึงมันไม่ใช่คนไทย ออกไปจากประเทศไทย สาดดด"
...
คนไทย (บางกลุ่ม) มีข้อเสียอยู่บางอย่างคือ
๑) ชอบเห็นว่าคนที่ต่างโง่กว่าตนเอง
๒) พอมีคนคิดต่างแสดงความเห็นหรือวิจารณ์ก็จะเกิดอคติและเกิดอารมณ์เสมอ
๓) ถ้าเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับกษัตริย์ (โดยเฉพาะองค์ปัจจุบัน) จะพูดเรื่องเสียไม่ได้เลย ต้องเชิืดชูลูกเดียว
ทั้ง ๆ ที่เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเราทั่วไป ที่มีทั้งพฤติกรรมดีและเลว
ในรายการอะไรสักอย่างของภัทร จึงกานต์กุล ช่องไทยพีบีเอส ก่อนสามก๊ก
ว. วชิรเมธี บอกว่า ฝันอยากให้คนไทยเถียงกันโดยไม่มีอคติสามข้อข้างต้น
เค้าก็ไม่ยืนนะ ทั้งเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี...
คนที่มาตอบในประเด็นนี้ส่วนใหญ่ อารมณ์ไม่ต่างกับ ไอ้ที่สีชมพู ที่น้องเขาบอกว่าไปตอบที่เว็บอื่นหรอกนะครับ
แต่ที่แตกต่างคือที่นี่ไม่ว่าแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหนเราเอาเหตุผลเข้าว่าตลอด
น้องเขาก็เลยดูไม่เป็นนางเอกอย่างที่ไปออกความคิดเห็นที่เว็บอื่น
และทั้งหมด ในความคิดเห็นของน้องเขา ทั้งใน พิกิ หรือแม้แต่ในนี้ มันเป็นความเห็นที่แรงกว่าเยอะครับ หลายคนสัมผัสได้
เด็กดื้อต้องจับตีก้น :04:
อ้างคำพูดจาก: ฺBuob Marley เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 10:35 น.
ไม่เถียงครับ :30:
ลองอย่างเจ๊นัทมาทำแอ๊บแบ๊วดิ :37:
แค่นี้น้องเค้าน่าจะเห็นชัดแล้วนะ ว่าความเท่าเทียมไม่มีในโลก :52:
:34: กูอุตส่าห์ไม่ยุ่งแล้วนะ
:33: อะล้อเล่งงง
อย่างนึงที่ผมไม่ชอบเอามากๆคือ การยกตัวอย่างหรือหยิบยกคำพูดที่แสดงให้เห็นว่าความรู้สึกไม่เท่าเทียมกันเลย
(เหมือนดูมวยไทยต่อยกับมวยสากล) ซึ่งจะพบได้ในการตอบคำถามของเค้าบ่อยๆ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนดูถูกความคิดของคู่กรณีว่าต่ำซะเหลือเกิน
เหตุผลที่น้องภัทรตอบนั้นก็ฟังได้อยู่ แต่การทำให้คำพูดของคนอื่นดูแย่มันไม่สมควรที่จะหยิบมาในทำนองนี้เลย (แม้ว่าเค้าจะโพสต์อย่างนั้นจริงๆ)
จะใช้ มึง กู ก็ใช้ให้มันทั้งหมดทั้งตัวเองและคู่กรณี หรือถ้าจะไม่ใช้ก็ไม่ใช้ให้มันทั้งหมด แฟร์ๆ
(ผมพบคอนทราสอย่างแรง ตอนแกโพสเรื่องในหลวงกับความคิดเห็นของเธอ เธอพยายามทำให้มันเท่าเทียมกันในสรพพนามแต่่
พอเจอกรณีสนทนากับคนธรรดากลับไม่เท่าเทียมกัน)
คิดต่างไม่ผิดแต่การแสดงเหตุและผลด้วยการโพสต์แบบ handicap มันทำให้ดุไม่เท่เลย
ถ้าให้ดีเค้าน่าจะลองโพสต์แบบตัดประโยคที่ทำให้ตัวเองสูงส่งออก(คิดว่าคงชิน) เหลือแต่เนื้อหาเน้นๆ ผมว่าจะน่าอ่านกว่านี้
นั่นดิ้
ในนั้นพูดถึงเรื่องประณามสถาบัน ประณามสถานะเลยนะ
แบบลามไปถึงไหนต่อไหนไม่รู้
อยากให้น้องมาคุยกันเหมือนกันเนอะ
หวังว่าเราคงจะคุยกันได้ :22:
ส่วนตัวอีกอย่าง
เดือนว่าเรื่องนี้มันใช้เหตุผลคุยกันยากนะ
มันเป็นเรื่องของความรัก ความศรัทธา ส่วนบุคคลน่ะ
สมมติวันนึงมีคนบอกว่า พ่อแม่ของเราเป็นคนไม่ดี ทำไม่ดีอย่างที่เราเคยเห็นมาตลอดชีวิต
เราจะเลิกรักพ่อแม่เหรอ
สมมติว่าเอ้อ มีคนบอกว่าพ่อแม่เราไปทำผิดกฎหมาย
วันนั้นมา เราจะทำไงกัน
จะจับพ่อแม่ส่งเข้าคุกแบบนี้ใช่มะ
พูดยากนะเนี่ย พูดยาก :37:
ผมคิดว่าการที่ใครจะรักหรือไม่รักในหลวง ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดนะ
เพียงแต่การแสดงเหตุผลมันต้องไม่ดูถูกกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ยกตัวอย่าง คือการใช้สรรพนามเรียกท่าน และทำให้รุ้สึกว่าท่านก็คนธรรมดา(ซึ่งทุกคนเขาก็รุ้กันหมดแหละ)
มันก็เหมือนเราชวนเพื่อนไปบ้านแล้วเพื่อนมันไม่สวัสดีแม่เรา อันนั้นยังพอทน แต่เรียกแม่เราว่า คุณคนนั้น คุณคนนี้
เธอคนนั้น เธอคนนี้ ถามจริง เพื่อนเราทำพฤติกรรมแบบนี้เราไม่รุ้สึกอะไรบ้างเหรอ
แต่สำหรับผมถ้าเพื่อนเป็นแบบนี้แล้วอ้างว่าแม่เราก็คนเหมือนกัน เรียก เธอ คุณ ก็ไม่แปลก ผมว่ามันแย่นะแบบนี้
เหมือนเอารองเท้ามาตบหัวผมแรงๆ เลยละ แต่ถ้าแม่เราไปฆ่าคนที่เขารักก็ว่าไปอย่างผมจะยอมรับให้แล้วแต่มันจะเรียกเลย
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 13:36 น.
ยกตัวอย่าง คือการใช้สรรพนามเรียกท่าน และทำให้รุ้สึกว่าท่านก็คนธรรมดา(ซึ่งทุกคนเขาก็รุ้กันหมดแหละ)
มันก็เหมือนเราชวนเพื่อนไปบ้านแล้วเพื่อนมันไม่สวัสดีแม่เรา อันนั้นยังพอทน แต่เรียกแม่เราว่า คุณคนนั้น คุณคนนี้
เธอคนนั้น เธอคนนี้ ถามจริง เพื่อนเราทำพฤติกรรมแบบนี้เราไม่รุ้สึกอะไรบ้างเหรอ
แต่สำหรับผมถ้าเพื่อนเป็นแบบนี้แล้วอ้างว่าแม่เราก็คนเหมือนกัน เรียก เธอ คุณ ก็ไม่แปลก ผมว่ามันแย่นะแบบนี้
อยากเอารองเท้าตบหัวมันแรง ๆ เลยละ แต่ถ้าแม่เราไปฆ่าคนที่เขารักก็ว่าไปอย่างผมจะยอมรับให้แล้วแต่มันจะเรียกเลย
ที่จริงคงเป็นแบบนี้มากกว่า
:30:
ป.ล. เห็นด้วยค่ะ
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 13:05 น.
ว่าไป น้องภัทธ หายไปเลยนะ
อาจจะคิดว่ามีคนเกลียดหรือเปล่า (รึมี?)
แต่เท่าที่ผมอ่านๆมา หลายคนก็พูดแรงนะครับ ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ควรปล่อยให้มีคนเจ็บ
ผมเองก้ห่วง น้องภัทธ มองในฐานะ คนมั่นใจในตัวเองสูง และมีเรื่องของอารมณ์เซ้วผู้หญิ๋งผู้หญิงสูงจัด
สังเกตจาก จะพูดอะไรต้องหาความน่าเชื่อมาพูดตลอด เป็นคนอ่อนแอ อ้างจากนั้น อ้างจากนี่ เหมือนเด็กๆ
ยังไงๆ ก็ดูแล้วเป็นเด็กอยู่ดี รังแกเด็กไม่มีไรดี คนหลงทางอย่าไล่ไปตาย ชี้แล้วเดินไม่เดินเรื่องของเขา
สังคมอุดมปัญญากันเุถอะ :52:
อาจเพราะมันเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของน้องเขาเข้มข้น ผมว่าเจ้าคนอื่นๆ ที่ไม่เคยสนใจเรื่องสถาบันเลยน่ะ
ยังดูแย่กว่าน้องเขาเลย ถ้าไม่มีคนแบบน้องภัทธ ที่แสดงชัดเจนจากข้อมูลที่ถือในมือ เราจะทราบไหมว่า "บ้านโน้นเขาคิดยังไง"
เราเป็นบ้านหลังนึง นี่น่า :42:
ผมว่า ต้องพูดกันแรงๆ ครับ
มาหน่อมแน้ม อ้อมแอ้มทำไมครับ
ส่วนจะเอ็ดู เห็นใจ นั่นก็อีกเรื่อง
ประเด็นแบบนี้ไม่ได้มา งุงิ เล่นหมากเก็บ
ส่วนที่น้องเขาสวย ก็ส่วนน้องสวย
แต่ทัศนคติน้อง แบบนี้ วัดกันได้ตรงๆ
ผม คนนึง จะออกหมัดแรงๆ นะครับ
ปล.
:42: เรื่องน้องเค้า สวย น่ารัก เนี้ย
ปล่อยให้เป็นเรื่องของรูปกายภายนอกเถอะ
มองเข้าไปในตัวน้องเค้าผมว่าเขายังอ่อนแออยู่
สมองหาที่เชื่อ หัวใจหาที่พึ่ง เป็นกันเยอะนะ วัยรุ่น
บางที อาจจะมีไฝมีปาน ขนรุงรัง ดำปี๋ในใจบ้างก็ได้
คนสวยคนหล่อมักมีกันคนล่ะเม็ดสองเม็ด
จะไปบิดขยี้ สะกิดเกาให้หลุดคงใช้เวลา
และบางทีน้องเค้าก็ต้านการทำแบบนั้น
ทำศึกต้องนึกถึงการมีชัย อย่างเด็ดขาด
และอีกอย่างผมไม่ได้ออกมาปกป้องน้องเขา
ผมพูดถึง ปัญญา คือทางแก้ ไม่ใช่ศรัทธา
ทุกคนมีปัญญา แต่ศรัทธาจะบดบัง ทางรอดพ้น(หลุดพ้น)
ท้วงเฉยๆนะครับ ไม่อยากให้ต่างฝ่ายใช้ศรัทธาเพื่อแบ่งแยก
เดี๋ยวยิ่งกระพือ เหมือนไฟเจอลม ควันคลุ้ง แล้วชาวบ้านจะมามุง
บางทีถ้ามี มนตด ผมก็อยากรู้ว่า มนตด คิดอ่านยังไง
ส่วนจะแรงไหมขึ้นอยู่กับใครแรงมากกว่า ทำให้คนแรงน้อยกว่าเจ็บไหม แค่นั้นแหละ
ฮ่าๆ เป็นเวทีการต่อสู้ เลยหรือ
เออ เด็กบางคนก็เป็นเด็กกำพร้า นะครับ ทำไงดีล่ะ
มนตด? คืออะไรครับ?
มนุษย์ต่างดาว
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 14:24 น.
ปล.
:42: เรื่องน้องเค้า สวย น่ารัก เนี้ย
ปล่อยให้เป็นเรื่องของรูปกายภายนอกเถอะ
มองเข้าไปในตัวน้องเค้าผมว่าเขายังอ่อนแออยู่
สมองหาที่เชื่อ หัวใจหาที่พึ่ง เป็นกันเยอะนะ วัยรุ่น
บางที อาจจะมีไฝมีปาน ขนรุงรัง ดำปี๋ในใจบ้างก็ได้
คนสวยคนหล่อมักมีกันคนล่ะเม็ดสองเม็ด
จะไปบิดขยี้ สะกิดเกาให้หลุดคงใช้เวลา
และบางทีน้องเค้าก็ต้านการทำแบบนั้น
ทำศึกต้องนึกถึงการมีชัย อย่างเด็ดขาด
และอีกอย่างผมไม่ได้ออกมาปกป้องน้องเขา
ผมพูดถึง ปัญญา คือทางแก้ ไม่ใช่ศรัทธา
ทุกคนมีปัญญา แต่ศรัทธาจะบดบัง ทางรอดพ้น(หลุดพ้น)
ท้วงเฉยๆนะครับ ไม่อยากให้ต่างฝ่ายใช้ศรัทธาเพื่อแบ่งแยก
เดี๋ยวยิ่งกระพือ เหมือนไฟเจอลม ควันคลุ้ง แล้วชาวบ้านจะมามุง
บางทีถ้ามี มนตด ผมก็อยากรู้ว่า มนตด คิดอ่านยังไง
ส่วนจะแรงไหมขึ้นอยู่กับใครแรงมากกว่า ทำให้คนแรงน้อยกว่าเจ็บไหม แค่นั้นแหละ
ฮ่าๆ เป็นเวทีการต่อสู้ เลยหรือ
เออ เด็กบางคนก็เป็นเด็กกำพร้า นะครับ ทำไงดีล่ะ
ผมอาจจะมีส่วนผลักน้องเขาให้ เป็น ซ้ายมากขึ้น
มากกว่า ซ้ายคิตตี้ปัจจุบัน
ส่วนชาวบ้านมามุง อาจจะยิ่งดีครับ
เราต่างต้องเบิดเผยตัว
ผมยินดีครับ :12:
เรื่องอื่นผมยินดีประณีประนอม
เรื่องสถาบัน ผมไม่ประณีประมอมครับ
ชัดเจน :12:
สงสัย ตัวผมเอง จะต้องไตร่ตรองเรื่องนี้อีกครั้ง มั้งครับ
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 14:24 น.
ปล.
:42: เรื่องน้องเค้า สวย น่ารัก เนี้ย
ปล่อยให้เป็นเรื่องของรูปกายภายนอกเถอะ
มองเข้าไปในตัวน้องเค้าผมว่าเขายังอ่อนแออยู่
สมองหาที่เชื่อ หัวใจหาที่พึ่ง เป็นกันเยอะนะ วัยรุ่น
บางที อาจจะมีไฝมีปาน ขนรุงรัง ดำปี๋ในใจบ้างก็ได้
คนสวยคนหล่อมักมีกันคนล่ะเม็ดสองเม็ด
จะไปบิดขยี้ สะกิดเกาให้หลุดคงใช้เวลา
และบางทีน้องเค้าก็ต้านการทำแบบนั้น
ทำศึกต้องนึกถึงการมีชัย อย่างเด็ดขาด
และอีกอย่างผมไม่ได้ออกมาปกป้องน้องเขา
ผมพูดถึง ปัญญา คือทางแก้ ไม่ใช่ศรัทธา
ทุกคนมีปัญญา แต่ศรัทธาจะบดบัง ทางรอดพ้น(หลุดพ้น)
ท้วงเฉยๆนะครับ ไม่อยากให้ต่างฝ่ายใช้ศรัทธาเพื่อแบ่งแยก
เดี๋ยวยิ่งกระพือ เหมือนไฟเจอลม ควันคลุ้ง แล้วชาวบ้านจะมามุง
บางทีถ้ามี มนตด ผมก็อยากรู้ว่า มนตด คิดอ่านยังไง
ส่วนจะแรงไหมขึ้นอยู่กับใครแรงมากกว่า ทำให้คนแรงน้อยกว่าเจ็บไหม แค่นั้นแหละ
ฮ่าๆ เป็นเวทีการต่อสู้ เลยหรือ
เออ เด็กบางคนก็เป็นเด็กกำพร้า นะครับ ทำไงดีล่ะ
เห็นด้วยกับคุณแน็กค่ะ
ส่วนตัวแล้วถ้าไม่ใช่คนประเภทที่รังเกียจมากแบบว่าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ไม่อยากแบ่งอากาศหายใจในห้องเดียวกันล่ะก็ เวลาขัดแย้งอะไรเราคิดว่าค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันดีกว่า บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น แต่ในที่นี้ไม่ใช่จะบอกว่าให้ยอมกัดฟันทนทุกอย่างที่เราเห็นแย้ง โดยไม่โต้ตอบอะไร
คนเราควรแสดงจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจนค่ะ เพราะถ้าไม่แสดงแล้วอีกฝ่ายอาจจะไม่สามารถเข้าใจเราได้ว่าเราคิดอะไรยังไงมีเหตุผลแบบไหน และก็คงไม่สามารถเข้าอกเข้าใจกันได้โดยปราศจากการสื่อสารหรือการแสดงออก
การพูดดี ๆ หรือท้วงติงแบบเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายไตรตร่องเองก่อน น่าจะดีกว่ากระโชกโฮกฮากหรือดุด่าว่ากล่าวแรง ๆ เพราะคนเราบางทีก็มีนะคะอารมณ์ประมาณโคนันทวิสาร จะบังคับ เฆี่ยนตีอย่างไรก็ไม่ยอม แต่ถ้าพูดด้วยอ่อน ๆ หวาน ๆ ล่ะก็ถึงไหนถึงกัน
ที่พูดมานี่ไม่ใช่จะบอกว่าการโน้มน้าวใครต้องเคลือบคำหวานหรือประจบประแจงนะคะ เพียงแต่การที่คนเราจะ
เชื่อฟัง หรือหันมา
เชื่อ เงี่ยหูฟัง ถ้าเขาเลือกที่จะ
เชื่อเงี่ยหูฟังเราด้วยตัวเองมันน่าจะให้ผลที่มั่นคงและแน่นอนกว่าไปบังคับขู่เข็ญให้มา
เชื่อนั่งฟังน่ะค่ะ
แต่โมจิก็เข้าใจจุดยืนของคุณโอ๋นะคะ เข้าใจมาก ๆ ด้วย เพราะเท่าที่ผ่านมาแต่ละคนก็พยายามอธิบายหรือคัดง้างกับคุณภัทรด้วยเหตุผลกันมามากแล้ว จะมีความรู้สึกอึดอัดที่ประเด็นที่ต้องการสื่อ มันเข้าไม่ถึงคุณภัทรเสียที และอยากปล่อยหมัดแรง ๆ ก็ไม่แปลกอ่ะค่ะ :42:
เรื่องแบบนี้ใครจะใช้ไม้นวมหรือไม้หน้าสามเมื่อไหร่ หรือใช้หนักแค่ไหน ก็คงแล้วแต่ความรู้สึกส่วนตัวว่าเรื่องมันเครียดมากแค่ไหน หรือร้ายแรงแค่ไหน และเราสามารถทนใช้น้ำเย็นเข้าลูบได้นานแค่ไหน อดกลั้นต่อการยื้อกันไปยื้อกันมาแบบเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดได้แค่ไหน และความรู้สึกต่ออีกฝ่ายว่าเรามองเขาเป็นอย่างไรล่ะมั้งคะ อย่างโมจิถ้าเจอคนพูดไม่รู้ฟังในบอร์ดตัวเอง ก็ดุแรง ๆ เหมือนกันค่ะ (เช่น สมาชิกประเภทใช้ "พาสาปังยาอ่อง") บางรายโดนดุทีเดียวหนีหายไปจากบอร์ดเลยก็มี :34:
-- เข้าใจคุณจักรีค่ะ ขอเปลี่ยนคำว่า "เชื่อ" เป็น "ฟัง" ด้วย เพื่อจะได้ตรงประเด็นมากขึ้น --
คือผมมองว่า ประเด็นมันคือการแสดงความคิดเห็นต่อทัศนคติของน้องภัทรนะครับ มันไม่ได้เน้นเพื่อการโน้มน้าวหรือเอาชนะ
เพราะรุ้อยุ่แล้วว่าประโยชน์หรือโทษมันจะเกิดขึ้นเมื่อคนคนนั้นเลือกหยิบเอาไปเท่านั้น
แต่สำหรับน้องภัทรผู้มีหัวใจเด็ดเดี่ยวในแนวทางขนาดนี้แล้ว ผมว่า การได้อ่านความคิดเห็นทั้งหมดของคนในบอร์ด
เป็นเรื่องที่เขารับได้ไม่ยาก เพราะเราไม่ได้ออกนอกหนทางของปัญญาชนเลยด้วยซ้ำ
และผมเชื่อว่าถ้าน้องเขายืนยันในแนวคิดทัศนคติของตนเองต่อเรื่องนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ผมคิดว่าเขาเจอความคิดเห็นที่ต่อต้านแบบแรงๆ กว่านี้มาเยอะแยะแล้วอย่างแน่นอน ดูเอาจากตัวอย่าง สีชมพูที่น้องเขาเอามาให้ดู
คือด้วยทัศนคติและวิธีแสดงความคิดเห็นของน้องภัทร น่ะครับผมเชื่อว่าเมื่อไปแสดงต่อกลุ่มสังคมที่มีใจรักและเคารพในหลวง
ก็ต้องโดนประมาณนี้แหละครับ แล้วจะมีซักกี่สังคมที่คุยกันด้วยเหตุผลเหมือนฟอนต์ .....
อย่ากังวลให้มากไปเลยครับเราทำสิ่งที่เราควรทำในฐานะคนที่รักเคารพและเห็นถึงคุณงามความดีของในหลวงแล้ว.....
อย่ามาคิดว่าแค่นี้จะเป็นศึกสงครามแบ่งพรรคแบ่งพวกอะไร เพราะทุกคนต่างแสดงความคิดเห็นในแบบของตัวเองทั้งนั้น
ไม่เห็นจะมีใครเป็นพวกใครซักคน
ผมว่า ผมไม่เคยประนีประนอม นะ ยืนตรงจุดที่ว่า สังคมอุดมปัญญาหลากหลายประเด็น
ถ้าสังเกต มีบางโพสด่าแรงๆกับคนที่พยายาม ชักชวนให้แบ่งฝ่ายหันเข้าขวิดกันด้วยซ้ำ
จะเป็นบ้านเล็ก ที่ทุกคนเหมือนกันหมด หรือจะเป็นบ้านใหญ่ที่เข้าอกเข้าใจกัน
ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ขวาจัดไปไหม
หรือ จุดยืนของผมไม่ชัดเจน เหมือนกั๊กๆ อย่างที่แอนว่า
//ปล. มองสิ คนวางจุดให้อยู่ร่วมกัน อย่างผม มักถูกสังคมประนามเสมอ ผมเสีย จพส. ไปกับการหล่อหลอมหัวใจให้เดียวกันไปมากกว่า 20 แล้ว
ทีมฟุีตบอลของ "โรงเรียน"คู่อริ แข่งกัน
เมื่อเพลงของโรงเรียน ถูกเปิดขึ้น ทั้งสองโรงเรียนต่างยืนเมื่อ เพลงของแต่ละ สถาบันถูกเปิดขึ้น
แม้คุณจะไม่ได้เคารพ ในสถานบันนั้นๆ คุณก็ยืนขึ้นเพื่อแสดงความ " ให้เกียรติ"
....
เหตุผลของการการดำรงอยู่ของสถาบัน ทำไมต้องมีเคยฟังนิทานกบเลือกนายไหมครับ นั่นแหละครับ เป็นขอนไม้ที่ไม่มีพิษภัยแต่อยู่เฉยๆ ดีกว่า นกกระสาที่นำภัยมาสู่หนองน้ำ
ถามว่า ไม่มีทั้งขอนไม้ และ นกกระสาได้ไหมครับ ตอบว่าไม่ได้ครับ
เพราะที่นี่คือโลกมนุษย์ ต้องมีผู้นำ ให้นำเป็นไปในทิศทางเดียวไม่แตกแยกมากเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย
แล้วทำไมต้องมีการที่จะเลือกนายกฯ ขึ้นมา มีอำนาจสูงสุด โดยไม่มีใครต้านทานอำนาจเลย คิดดูประเทศไทย จะเละเทะขนาดไหน
บุคคลนี้เก็เหมือน กับครูประจำชั้น แม้กระทั่งเราเลือกหัวหน้าห้องขึ้นมาแล้ว ครูประจำชั้นก็จะ ควบคุมดูแลอีกชั้นนึง
บางครั้ง นักเรียนมันวุ่นวาย จนหัวหน้าห้องจะรับมือไหว หรือ บางทีหัวหน้าห้องก็ เป็นซะเอง
ครูประจำชั้น ก็เพียงส่งเสียงดุ "แอ๊ะะะะะะะะ" ทุกคนก็อยู่ในสภาวะเรียบร้อยเหมือนเดิม
"นักเรียนเคารพ" เสียงหัวหน้าบอกดังขึ้น
แล้วคุณก็นั่งอยู่ มุมห้องคนเดียว
ครูก็ไม่ว่าอะไร ก็เค้าเป็นครู เค้าจะว่าอะไรล่ะ
เพื่อนก็ไม่พูดอะไร ได้แค่มอง
คุณก็เริ่มประท้วง ว่าทำไมต้องยืน เราจ่ายตังให้ครูมาสอนเรานะ
เพื่อนก็ไม่พูดอะไร ได้แค่มอง เพื่อนบางคนก็เดินเข้ามาสมทบ คนสองคน
.
.
.
ผมย่อโลกลงไปให้อยู่ในวัยเรียน วันที่คุณผ่านมาแล้ว คุณจะได้มองโลกในมุมที่"กว้าง"ขึ้น
คุณคิดว่า เด็กนักเรียนคนนั้นเท่ เป็นฮีโร่ หรือเป็น เพียงแค่เกรียนคนนึง... ไม่ต้องตอบผมก็ได้
ใจคุณรู้ดีกว่าใครๆ
ตรงนี้ผมขอแอบอ้างสิ่งที่พี่แอนเคยเขียนไว้ แล้วกัน
http://iannnnn.com/2005/113
อ้างอิงวันที่มองย้อนกลับไปหาตัวเองเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก (อย่างน้อยก็เด็กกว่าตอนนี้ ซึ่งเริ่มหนุ่มแล้ว)
และเห็นอะไรแนวได้ กูแนว กูขบถ ความแหกคอกคือความเท่ — ทั้งที่ไม่รู้ว่าคอกนั่นคอกอะไร
ยังจำได้ว่าหลายปีก่อนผมเป็นแม่งานทำหนังสือปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ของมหาลัย
มันจะมีเซคชั่นนึงที่น่าเบื่อมากๆ ก็คือการทำหนังสือขอ "โอวาท" จากคณบดีคณะต่างๆ
เพื่อเอามาประดับไว้ให้รุ่นน้องพลิกข้ามไปหาไอ้หน้าที่มันมีอะไรตึงๆ เนียนๆ ตาดูแทน
ผมก็ไม่คิดหรอกว่าจะมีคณบดีท่านนึงเป็นนักเขียนกะเขาด้วย
นักเขียนนี่.. ยังไงนะ – แกเขียนไม่ได้เก่งกาจปราบดาโหน่งอะไรหรอกครับ
แต่เขียนด้วยการลำดับความคิดให้น้องๆ รู้ว่า ดูเถิด วัยรุ่นทั้งหลายเอ๋ย
เจ้าเกิดมาพอถึงวัยนี้ปั๊บ ต่างก็เป็นเหมือนๆ กันนี่แหละ
คือพยายามหาทางออกจาก "กรอบ" และหา "ที่ยืน" ของตัวเองด้วยการพยายาม "แตกต่าง"
เถียงได้เหรอ เอาสิ เถียงสิ ผู้ใหญ่แม่งงี่เง่า แม่งโกง แม่งสร้างสิ่งมอมเมา แม่งตกยุคว่ะ
พอแตกต่างแล้ว ก็บอกว่ากูแน่ กูแนว กูแซ้บ กูจ๊าบ กูเกิ้ล .. โดยที่ไม่รู้ว่ากูจะเกิ้ลไปทำไม
วันหนึ่งพวกเจ้าโตขึ้นมา เจ้าก็จะเข้าใจเองว่าทุกอย่างมีเหตุและมีผลในน้ำเนื้อของมัน
ผมจำไม่ได้แล้วว่าท่านเขียนประมาณไหน แต่แกนหลักของโอวาทนั้นยังคงตราติดอยู่ในหัวผม
บอกให้รู้ว่าไม่ว่าคุณจะพยายามดีดตัวให้โดดออกมาเท่าไหร่ สักวันหนึ่งคุณก็จะได้พบโลกจริง
อือ.. พอพ้นจากยุคแห่งความฝันในวัยเรียน กูก็รู้อะไรอีกเยอะเลยว่าข้างนอกไม่ได้มีทุ่งดอกไม้
ไม่มีคุณกระต่าย คุณกระรอกส่งเสียงทักทายกัน (ไอ้สัตว์สองชนิดนี้มันมีเสียงที่ไหนครับ อย่ามั่ว)
เพียงแรงขับดันนั้นจะส่งให้คุณแนวไปได้ตลอดหรือเปล่า – หรือเลิกแนวในส่วนที่ไร้สาระซะที
กลับมาเป็นตัวคุณเองที่นุ่มขึ้น หรือเป็นฟันเฟืองกระจิริดในสังคมที่ฟันกันเยอะๆ
แล้วตายไปโดยไม่เหลือความแนวในวัยฉะ กัน ...
เศร้าว่ะ
+
ต้อง + แอนด้วยสิเนี่ย
+ ตั้งด้วยคน
:30: เอาซะเท่เลยยยยยยยย
ตูเคยพูดเขียนอะไรแบบนั้นที่ไหน แอนตัวปลอมชัดๆ :07:
เห็นด้วย เพราะมันหล่อเกินไป :07:
+
: ่คนในบอร์ดรักสาวกคนนี้จะตาย ไม่งั้นมันคงไม่เลยมาซะหลายหน้าขนาดนี้
:08: ผีเข้ามั้งคะแอน
เคยเอาโฟลเดอร์เก่า ๆ มาเปิดอ่าน บางทีขุดเจอกระทู้ที่เถียงกันดุเด็ดเผ็ดมันส์แล้วมาอ่าน ๆ ข้อความของตัวเอง บางอย่างยังคมซะ.... จนอ่านแล้วนึกไม่ออกว่าเรานี่คารมคมคายขนาดนั้นได้อย่างไร คือลืมไปแล้ว และบัดนี้ก็นึกไม่ถึงว่าตัวเองเคยพูดอะไรแบบนั้นเอาไว้ด้วย
ยังดีค่ะที่ที่ผ่านมามีแต่เห็นแล้วทึ่งในความเยี่ยมยอดแห่งคารมตัวเอง ยังไม่เจออะไรน่าอายแบบที่ตะลึงว่า โอ้ว เมื่อก่อนตูบัดซบขนาดนี้เลยเหรือ
(ยกเว้นกระทู้บอร์ด LemonOnline ที่โมจิเคยเผาตัวเองไปแล้วรอบหนึ่ง - อันนั้นความชั่วเพียงหนึ่งเดียวที่มองย้อนไปแล้วตะลึงตัวเองจริง ๆ ฮ่า)
ฮ่า ๆ ๆ
ข้อความเก่าหล่อเกินแบบนี้ เรียกว่าด้านบวกนะคะแอน :35:
ตอบเหมือนคนข้างๆ ครับ
คนไหนอยู่ข้างผม ผมก็ตอบเหมือนคนนั้นครับ :37:
อ้างคำพูดจาก: เอ เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 22:42 น.
คนไหนอยู่ข้างผม ผมก็ตอบเหมือนคนนั้นครับ :37:
น้องตา :10:
เออแฮะ สวยแล้วซ้ายไหม :09:
เหมือนว่าเราจะมี ขอบเขตการยอมรับได้ที่กว้างนะครับ
เลยอะไรก็ได้
พูดง่ายๆ คือ มีทั้ง2ข้างใช่มะ :42:
ปล. อย่าคิดลามะ
ไปอ่านที่ไทยคลินิกมา ... มีคนเรียก --- ว่า "มัน" :41:
เอาด้านดีและเสียของทั้งสองข้างมาคิดนะครับ
แต่ก็มิได้นำพา~
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 08 พ.ค. 2008, 22:51 น.
ไปอ่านที่ไทยคลินิกมา ... มีคนเรียก --- ว่า "มัน" :41:
ยิ่งมีคนคิดแบบนี้ อาจจะยิ่งต้องชัดเจนกัน
เอาแค่เรื่องที่เค้าเขียนไว้นะ
แค่ผมมองตรงนี้
อ้างคำพูดจาก: YURi+ เมื่อ 25 เม.ย. 2008, 01:25 น.
เห็นกระทู้่อย่างนี้แล้วอดเขียนไม่ได้ :33:
เค้าเคยไปแสดงความเห็นต่าง ไปวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ในหลาย ๆ เว็บบอร์ดเหมือนกันค่ะ
แล้วก็มีพวกอย่าง คห. ๙ เนี่ยแหละ ก็จะมีบทสนทนาคล้าย ๆ ดังต่อไปนี้เสมอ ๆ
๑) "มึงเป็นคนไทยหรือเปล่าวะสาดดด"
อะแน่นอน พ่อแม่ปู่ย่าตาทวดไทยหมด บัตรประชาชนก็มี
๒) "คนส่วนใหญ่เขารักเขาเทิดทูนทั้งนั้น มึงมันพวกส่วนน้อย"
ก็ส่วนใหญ่ถูกทำให้ฝังหัวกันนิยมในตัวบุคคลกันมาแต่เล็กอย่างนั้นแล้วนิ
ส่วนพวกส่วนน้อยไม่คิดอย่างนั้น สงสัย เกิดปัญหา ตั้งคำถาม และศึกษาหาคำตอบ
๓) "ถ้ามึงไม่เคารพศรัทธาเหมือนกูก็ออกจากประเทศไทยไป๊"
เราก็คนไทยนะ มีสิทธิที่จะอยู่ในประเทศไทย ไม่งั้นจะัให้ไปอยู่ที่ไหนล่ะ ก็แค่คิดต่างจากคุณ เราก็มีเหตุผลของเรา
๔) "มึงมันไม่สำนึก จะหากษัตริย์ดี ๆ อย่างนี้ที่ไหนอีก"
ท่านดีก็เป็นเรื่องดีแล้ว แต่นี่มันประเทศประชาธิปไตยนะ ต้องปล่อยให้ประชาชนตัดสินทางเดินของตนเอง
ไม่อยากให้ท่านมาก้าวก่ายการเมือง การบริหารประเทศ ไม่เอาทรัพยากรของประเทศที่มีจำกัดไปสนองพวกของท่าน
และไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อให้นิยมบูชาบุคคลแบบนี้
๕) "มึงมันอกตัญญู โครงการท่านดี ๆ หลายโครงการไม่สำนึกอีก"
ใครบอกว่าอกตัญญู ภาษีก็จ่ายไม่ขาด แล้วภาษีนี้ก็เอาไปเลี้ยงท่านนั่นแหละ
ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง ตลอดจนค่าอื่น ๆ ของท่าน เช่น ค่าถุงยังชีพที่ให้คนประสบภัยเนี่ย รู้ไหมว่าเงินภาษีทั้งนั้น
รัฐบาลให้ท่านปีละหลายพันล้านบาท อย่างนี้คนไทยให้ท่านตั้งมากมายก็เพื่อให้ท่านทำงานให้เรา
อีกอย่าง โครงการพวกนั้นส่วนใหญ่ก็ผักชีโรยหน้า ท่านเสด็จทีก็กระเตื้องกันที
แล้วก็ใช้ภาษีเป็นหลักดำเนินการอีก อย่าคิดว่าท่านใช้เงินส่วนตัวของท่านนะ ลองดูพระราชบัญญัติงบประมาณแต่ละปีสิ
๖) "แค่ยืนให้เพลงของท่านแค่นี้ทำไม่ได้ มึงมันไม่ใช่คนไทย ออกไปจากประเทศนี้ไป"
"สมมุติ" ว่าถ้าคนทั้งโลกมาบอกคุณว่า "พวกเอ็งมันไม่เข้าใจประชาธิปไตยหรือไงวะ มนุษย์มันเท่าเทียมกัน
พวกเอ็งยังคิดว่าใครบางคนดีเลิศเหนือมนุษย์อีก ทั้ง ๆ ที่พวกนั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเอ็ง มีทั้งดีและเลว
พวกเอ็งมันไม่ใช่ชาวโลกนี่หว่า ออกจากโลก ไปอยู่ดาวพลูโตนู่นไป๊" บ้างล่ะคะ
ใจเย็น ๆ พูดกันดี ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ
๗) "ถ้ามึงไม่มีท่าน พวกมึงก็คงกลายเป็นขี้ข้าพม่าไปแล้วตอนนี้"
คนปลดแอกไทยจากพม่าคือพระเจ้าตากหรอก แล้วรัชกาลที่ ๑ ก็มากระทำรัฐประหารพระเจ้าตากแล้วตั้งราชวงศ์ของตัวเองเนี่ย
๘) "มึงมันไม่ใช่คนไทย ออกไปจากประเทศไทย สาดดด"
...
คนไทย (บางกลุ่ม) มีข้อเสียอยู่บางอย่างคือ
๑) ชอบเห็นว่าคนที่ต่างโง่กว่าตนเอง
๒) พอมีคนคิดต่างแสดงความเห็นหรือวิจารณ์ก็จะเกิดอคติและเกิดอารมณ์เสมอ
๓) ถ้าเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับกษัตริย์ (โดยเฉพาะองค์ปัจจุบัน) จะพูดเรื่องเสียไม่ได้เลย ต้องเชิืดชูลูกเดียว
ทั้ง ๆ ที่เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเราทั่วไป ที่มีทั้งพฤติกรรมดีและเลว
ในรายการอะไรสักอย่างของภัทร จึงกานต์กุล ช่องไทยพีบีเอส ก่อนสามก๊ก
ว. วชิรเมธี บอกว่า ฝันอยากให้คนไทยเถียงกันโดยไม่มีอคติสามข้อข้างต้น
เค้าก็ไม่ยืนนะ ทั้งเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี...
อาจจะอคติ...
ผมก็มองว่าเป็นการตอบเฉพาะคำถาม ให้ความเห็นเฉพาะทาง
ผมมองว่า การที่อ้างว่าสถาบันไม่ได้ครอบคลุมหรือเป็นบุญคุณแก่ตัวเองนั้นดูเป็นเรื่องที่แปลกๆ ไปหน่อย
จริงอยู่ที่การอ้างตามข้อ ๗ จะเป็นเรื่องทางประวัติศาสตร์
แต่ว่าแต่ละพระองค์ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในสถาบันก็ได้สร้างความดีไว้มากมาย
หรือตอนเด็กๆ จะไม่เคยได้รับการเรียนการสอน การปลูกฝังว่าท่านได้ทำอะไรไว้บ้างหรือ
ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ ถึงผมจะจำไม่ได้ว่ารัชกาลใดทรงพระนามว่าอะไร
หรือทำคุณานุประโยชน์ใดไว้บ้าง แต่ก็จะจำได้เฉพาะที่มีคนกล่าวถึงบ่อยๆ
หรือมีการสักการะ บูชา ถวายความเคารพ ทั้งส่วนตัวและตามสถานที่ราชการ
โดยเฉพาะพระองค์ปัจจุบัน ถึงเราจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการตามพระราชดำริ
แต่ก็น่าจะทราบดีไม่ใช่หรือว่าแต่ละโครงการนั้นทำไปเพื่อใคร ถ้าไม่ใช่เพื่อคนไทย
เรื่องความเคารพนั้น ผมไม่อาจทราบได้ว่าในสมัยก่อนนั้นเค้ามีการยืนทำความเคารพก่อนดูการแสดงอะไรหรือเปล่า
เพียงแต่ความตระหนักถึงเรื่องความเคารพแบบให้แสดงออกทุกเมื่อเชื่อยามนั้นเพิ่งมีมาตอนยุคหลังๆ
แล้วเราจะเห็นดีงามกับเรื่องเหล่านี้ไม่ได้เชียวหรือ?
คำตอบข้อ ๔ ผมอ่านน้องเค้าว่าเป็นคนมองในรูปแบบของธุรกิจมากเกินไป
คงเพราะได้รับรู้เรื่องฐานะทางการเงินของน้องว่าไม่ขาดตกบกพร่องอะไรเลย
หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งของเจ้าของเงินภาษีของประเทศ
จึงทำให้มองว่าเงินของประเทศที่มี 100% นั้นควรจะนำไปใช้อย่างถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย
พัฒนาสร้างชาติอะไรก็ทำแต่ไม่สมควรถวายส่วนหนึ่งให้เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์อย่างนั้นเชียวหรือ?
สถาบันกษัตริย์ยุ่งเกี่ยวอะไรกับการเมืองมากมาย?
แล้วสถาบันกษัตริย์ไม่ควรมีบทบาทอะไรต่อสังคมได้ถึงกระนั้น? แล้วใครสมควร?
สถาบันศาสนาหรือ?
ไม่นี่ เห็นความคิดจุดอื่นของน้องเค้าแล้วก็เหมือนไม่ได้ถือศาสนาเหมือนกัน แล้วศรัทธาสิ่งใด?
ถ้ามิใช่... คำตอบข้ออื่น
คำตอบข้อ ๒ จึงเป็นที่มาว่ารับข้อมูลเท่าที่อยากรับ หรือรับแล้วแต่ไม่เชื่อซะอย่าง ฉันมีปัญญาคิดได้เอง
พวกคุณรับรู้แล้วฝังใจไปเองว่าดีงาม ทำไมฉันต้องเห็นดีงามไปกับพวกคุณด้วย
พอยอมรับว่าตัวเองเป็นคนส่วนน้อย ก็เลยต้องคิดหาคำตอบ หาแหล่งข่าวแหล่งข้อมูล พอได้ข้อมูลที่ไม่เหมือนคนอื่น
ถ้าไม่ได้วิเคราะห์ ก็นำมาใช้ หรือเชื่อฝังหัวอีกแบบก็เลยกลายเป็นปัญหาที่เรากำลังถกกันอยู่ขณะนี้นั่นแหละครับ
ส่วนข้อ ๕ ผมไม่ขอออกความเห็นครับ เพราะน้องเค้าเป็นเจ้าของเงินภาษีไป 100% แล้ว
น้องเค้าควรคิดได้ว่าภาษีที่น้องเค้าจ่ายนั้นเค้าควรจะจัดการแบบไหนดีจึงจะถือว่าดี
ส่วนคนที่ไม่ได้เสียภาษีอย่างผม คงไม่มีสิทธิ์ไปวิจารณ์แบบนั้น
ว่าจะไม่ยุ่งเรื่องสถาบันอันควรเคารพแล้วนะ :16:
แค่เข้ามาอ่านฉพาะหน้าหลังๆแล้วรู้สึกว่าระอุมาก :44:
ถึงน้องภัทรจะทำให้ตัวอรเองข้องใจหลายๆหน
ถึงจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่น้องภัทรแสดงออกมา
ทั้งการใช้/ไม่ใช้ราชาศัพท์ การกล่าวอ้างเรื่องกฎหมาย
เรื่องประชาธิปไตย หรือเรื่องสิทธิส่วนบุคคล....
แต่อรก็เห็นใจทั้งทางน้องภัทรเหมือนกันนะ
เพราะคิดว่าการที่เค้าออกมาแสดงความคิดเห็น
ที่แย้งกับคนอื่น ในที่กึ่งสาธารณะแบบนี้
น้องเค้าคงไม่ได้ตั้งใจที่จะขัดหูขัดใจใครมั้งคะ
แต่หายไปแบบนี้ก็ห่วงนะ
ไม่รู้เค้าเสียใจไหม
:44:
ตอนแรกว่าจะเขียนแสดงความคิดเห็นบ้าง แต่กลัวยาว
ไว้เรียบเรียงคำพูดได้ดีๆค่อยมาเขียนแล้วกันนะคะ
ยอมรับว่าบางทีเขียนอะไรไม่ละเมียดละไมเท่าไหร่
(แต่คิดว่าคงไม่พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์นะคะ)
:46:
จากการใช้ชีวิตมาตลอด 20 ปีนิดๆ ผมก็พยายามหาความยุติธรรมมาตลอด
ทั้งเรื่องหน้าตา รูปร่าง ฐานะการเงิน คนรักหน้าตาดีๆ หรืออะไรหลายๆอย่าง
ทำไมเราจึงไม่มีไอนี่.... อย่างเค้าหนอ?
ทำไมเราถึงไม่มีไอนั่น..... นะ?
ทำไมเราจึง...... ทำไมเราจึง...... ทำไมเราจึง...... ทำไมเราจึง......
ไม่มีอะไรเหมือนคนอื่น
ผมก็ได้รู้ว่้่าบางครั้งชีวิตคนเราก็ไม่มีอะไรเท่าเทียมกันซักอย่าง
แม้แต่พี่น้อง ที่เกิดมาด้วยกัน ก็ยังไม่เท่าเทียมกัน
คนที่ี่เกิดมาเป็นผู้หญิง ก็แรงน้อยกว่าผู้ชาย
ผู้ชายแรงเยอะ เลยต้องไปเป็นทหาร
ผู้หญิงแรงน้อย เลยไปเลียงลูก อะไรอย่างงั้น
บางคนเกิดมารวย วันๆนั่งๆนอนๆห้องแอร์
บางคนเกิดมาจน ชีวิตนี้หาข้าวกินไปมื้อๆนี้ยังลำบากเลย
ผมขอถามหน่อย อย่างนี้พวกรวยๆทั้งหลาย คุณก็ต้องเอาเค้าลงมา
ให้ลำบาก แชร์กันนะซิ (คล้ายๆคอมมิวนิสต์เลย)
อย่างคอมมิวนิสต์ที่ว่าเท่าเทียมกันที่สุด สุดท้ายเป็นอย่างไร??
คือผมไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับความเท่าเทียม แต่..
ความเท่าเทียมแบบไหนที่พวกคุณต้องการละ
ผมไม่ค่อยแน่ใจ ถ้าคุณบอกว่าเรื่องที่พวกเราจ่ายภาษีแล้ว
พระองค์เอาไปทำงานเป็นผักชีโรยหน้า ผมขอถามเหอะ
พวกคุณไปศึกษามาจากแหล่งข้อมูลไหน??
บอกผมทีผมอยากจะได้เปิดหูเปิดตาบ้าง
จากประสบการณ์ ผมไปทำงานอาสาพัฒนาชนบท
ไปถึงจังหวัด แม่ฮ่องสอน เป็นโรงเรียน ตชด.
ที่ถ้าข้ามภูเขาไปก็เจอพม่า พระเทพท่านก็เสด็จไปเรียบร้อยแล้ว
ผมก็ไม่รู้ว่าพวกที่ไม่เห็นด้วยกับผมเคยไปยัง
*แล้วตอนนี้ โรงเรียน ตชด.ที่สมเด็จย่าเคยเสด็จไป
ส่วนใหญ่ก็หายไปหลายโรงเรียนแล้ว เพราะเงินสนับสนุนจากรัฐไม่มี
แต่ผมอยากบอกว่า ที่นั่นไม่มีอะไรเลย มีแต่โรงเรียน
แม้กระทั่งไฟฟ้า ก็มีเพียงแผ่นโซร่าเซลไม่กี่แผ่น ก็เป็นของที่ทักษิณทำไว้
(อันนี้ข้อดีของพี่เหลี่ยมเค้า ถึงแม้จะมีอะไรเบื้องหลังหรือไม่
แต่ก็ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตคนบนนั้นดีขึ้น)
ซึ่งอยากบอกว่า คนบนนั้นได้ความปราบปลื้มที่พระเทพท่านทรงเสด็จไป
ขอถามว่าเงินซื้อความปราบปลื้มขนาดนี้ได้ไหม?
แล้วตอนที่ผมไม่สบา่ยตอนอยู่บนดอยนั่น เพื่อนๆรู้อะไรมั้ยครับ
อนามัยที่ันั่นห่างจากตัวโรงเรียนถึง 10 กม.
พอไปถึงประมาณ บ่าย3 หมอกลับไปแล้ว
ผมต้องนั่งรถไปอีก 2-3 ชม.เพื่อไปหาร้านยาในตัวเมือง
ถ้าไม่มีโครงการแพทย์ชนบทของ สมเด็จย่า และพระพี่นาง
(ซึ่งอาจมาจากเงินที่ภาษีที่พวกคุณ(ต่อต้าน)อ้างกัน)
ผมนึกภาพคนบนดอยไม่ออกเลยครับ ว่าจะทุกข์ทรมานเพียงใด
มีบางเว็บอ้างว่า
"โครงการพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง นั้นเค้ารู้กันมาทั่วโลกตั้งนานแล้ว
มาพูดเรื่องที่คนอื่นรู้แล้ว อย่างนี้อะซิเค้าเลยไม่ให้รางวัง noble "
ผมว่าคนในเว็บนั้น คงเกิดมาเป็นลูกของ Nobel อะครับ
ยึดติดเกินไป อะไรๆก็หันหน้าไปหาฝรั่ง ทั้งๆที่ตอนนี้ไม่รู้เลยหรอว่าฝรั่งมัน
มาศึกษาประเทศในแถบเอเชียกันหมดแล้ว
แล้วอีกอย่างหนึ่ง ข้อมูลดีๆเค้าก็มีมาตั่งนานแล้ว
แล้วใครเป็นคนมาบอกสังคมไทยคนแรกๆครับ
ผมอยากให้ลองไปอ่านหนังสือของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต หน่อย
ท่านได้พูดเกี่ยวกับ "การพัฒนาที่ยั่งยืน" ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับกษัตริย์หรอกครับ
เพียงแค่เป็นข้อมูลว่าที่ฝรั่งพัฒนามามันมีอะไรผิดพลาดบ้าง
"CFC (chlorofluorocarbons) ที่เมื่อ 63 ปีมา่แล้วใน ค.ศ.1930 บอกว่าปลอดภัย
ไม่มีพิษมีภัย ไม่ลุกไหม้ ใช้กันได้ตามสบาย แต่พอมาถึงปี ค.ส. 1976
ึึค้นพบว่าเป็นตัวร้ายทำรายโอโซนเลเยอร์จะทำให้โลกหายะนะ"
ป.ล. ขอโทษที่พูดยาวมากๆ ระบายหมดเข่ง
ป.ล.2 บางคนอาจคิดว่าผม เป็นพวกหัวอนุรักษ์ แต่ถ้าบ้านเมืองไหนไม่มีวัฒนธรรม บ้านเมืองนั้นยากนักที่จะเจริญ
ป.ล.3 ที่เราเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ ส่วนหนึ่งก็คือวัฒธรรมที่แปลกกว่าประเทศอื่นๆ
ป.ล.4 ไม่ยืนกะยืนนี่ผมเห็นว่าสำคัญ แต่ไม่อยากพูกถึง (เลยไม่ค่อยเกี่ยวกับหัวข้้อเท่าไร)
พอก่อนนะ เดี๋ยวยาวเกิน...
ไม่รู้เดือนตีความถูกหรือเปล่า
ว่าคำว่าความเท่าเทียมกันนี่หมายถึงคนทุกคนมีสถานะเท่าเทียมกัน
ไม่นับเรื่องกำเนิดชาติพันธุ์อะไรนะ
หมายถึงคนมีฐานะและชนชั้นเท่ากัน
คนไม่จำเป็นต้องไหว้พระ เคารพครูบาอาจารย์ แบบนี้ใช่ป่าวอ้ะ :09:
เออนั่นสิ เหมือนกับว่าไม่ต้องไหว้ครู เพราะเราจ่ายเงินให้เค้ามาสอน เราเป็นนายจ้างนะ อะไรทำนองนี้เลย
ใช่ จริงๆชาวพุทธทำบุญตักขาตรนี่เป็นบุญคุณกับพระนะ เพราะเอาอาหารให้ :37:/
ครูต้องไหว้เด็กที่สอน เพราะว่าพ่อแม่เด็กให้เงิน เลยมีกิน
หมอต้องกราบคนไข้ เพราะคนไข้มาให้ตรวจ เพิ่มพูนประสบการณ์
ฝรั่งเขาเรียกสิทธิ์มนุษย์ชน ซึ่งเราก็เห็นตามมัน เด็กสามารถเอามือลูกหัวผู้ใหญ่ได้โดย
ไม่ถือเพราะวัฒนธรรมมันเขาไม่ถือกัน บ้านเราก็คิดจะเอาบ้างเพราะอ้างว่าฝรั่งมันทำได้
มันเป็นผู้นำทางแนวคิด สิทธิที่เท่าเทียม พวกไร้วัฒนธรรม ไม่เคารพการอยุ่ร่วมกัน
ก็เอาไปอ้างส่งเสริมเหตุผลการกระทำของตัวเอง แล้วบอกว่านี่แหละสิทธิของมัน
ที่สังคมบ้านเรา เรียกว่า เห็นแก่ตัว :12:
พรุ่งนี้ผมจะไปกราบเด็ก
เพราะเขาจ่ายเงินผม เป็นค่าสอน
สังคมแบบนี้ช่างน่าอยู่ :37:
นึกถึง ลัทธิเหมา เลย :08:
นึกแล้วแบบ..
อยากให้สังคมไทยเป็นสังคมแบบนั้นกันจริงอ้ะ :31:
นึกแล้ว :41:
ไม่เข้าใจว่าจะเรียกร้องสิทธิ อยากจะเท่าเทียมกันไปถึงไหน
โดนกดขี่ข่มเหงกันมากมายขนาดนั้นเลยรึ :09:
เหมือนตลกมุขนึงเลยแหะ
ที่มีประโยคว่า "ไม่รู้แหละ ใครดูดนมชั้น ชั้นเรียกว่าลูกหมด :11:"
นอกเรื่อง สถาบัน หน่อยนะ
ที่บอกว่าเท่าเทียม ถ้าเท่าเทียมแบบนั้นน่ะ ก็ไม่ต่างจาก ลัทธิเหมา เลย ครู พ่อแม่ หมอ พ่อค้า เหลื่อมล้ำกับประชาชนหมด
ต้องพามาเข้าที่สภาประชาชน แล้วประนามหรือทุบตี หาก ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็ยิงเป้า (ยิงที่หัวนะ ไม่ใช่กางเกง)
เหมือนเขมรแดง ที่เรียกตัวเองว่า กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย ที่ปกครอง กัมพูชาประชาธิปไตย
นั้นก็ คอมมูนิสสังคมใหม่ ฆ่าผู้ที่คิดว่าทำให้มีชนชั้นในสังคมไป 3ล้าน คน เลยเท่าเทียมกันทั้งหมดเลย เป็นกรรมกรแรงงานทุกคน
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 09 พ.ค. 2008, 11:30 น.
นอกเรื่อง สถาบัน หน่อยนะ
ที่บอกว่าเท่าเทียม ถ้าเท่าเทียมแบบนั้นน่ะ ก็ไม่ต่างจาก ลัทธิเหมา เลย ครู พ่อแม่ หมอ พ่อค้า เหลื่อมล้ำกับประชาชนหมด
ต้องพามาเข้าที่สภาประชาชน แล้วประนามหรือทุบตี หาก ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็ยิงเป้า (ยิงที่หัวนะ ไม่ใช่กางเกง)
เหมือนเขมรแดง ที่เรียกตัวเองว่า กองทัพแห่งชาติกัมพูชาประชาธิปไตย ที่ปกครอง กัมพูชาประชาธิปไตย
นั้นก็ คอมมูนิสสังคมใหม่ ฆ่าผู้ที่คิดว่าทำให้มีชนชั้นในสังคมไป 3ล้าน คน เลยเท่าเทียมกันทั้งหมดเลย เป็นกรรมกรแรงงานทุกคน
แล้วก็ปกครองโดยชนชั้นปกครอง
มันเท่าเทียมกันตรงไหน :09:
เออเนอะ :30:
ในโลกนี้ไม่มีหรอกครับ เท่าเทียมกัน
มันเป็นกฏของธรรมชาติ
ไอ้ลัทธิเหมา ลัทธิ ห ม อ ย อะไรนี่แหละ
ที่ไปปลุกระดม แถวบ้านผมเรื่อยๆเมื่อผมเล็กๆ
ต้องเท่าเทียม
ทำเท่าไหร่เข้ากองกลาง
ต้องไม่มีชนชั้น
ต้องเท่ากัน
โดยแนวคิดแรกๆ ว้าว เจ๋ง
เฮ้ย ดี เราจะมีทุกอย่างเท่ากัน
แต่ในความเป็นจริง
มันก็มี ผู้ปกครองเช่นเดิม
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 09 พ.ค. 2008, 11:03 น.
ใช่ จริงๆชาวพุทธทำบุญตักขาตรนี่เป็นบุญคุณกับพระนะ เพราะเอาอาหารให้ :37:/
ครูต้องไหว้เด็กที่สอน เพราะว่าพ่อแม่เด็กให้เงิน เลยมีกิน
หมอต้องกราบคนไข้ เพราะคนไข้มาให้ตรวจ เพิ่มพูนประสบการณ์
ตอนบวชจำได้ว่าพระอาจารย์ท่านบอกว่า เราไปบิณฑบาตร
ก่อนญาติโยมเค้าเอาข้าวใส่บาตร เค้าก็ยกเทิดทูนไว้เหนือหัว อยากได้บุญกุศล
เราก็เปรียบเหมือนขอทานไปขอข้าวเค้ากิน สิ่งที่จะตอบแทนเค้าได้ก็คือความดีงาม
วันหนึ่งๆ เราทำกิจของพระให้สมกับข้าวที่เราได้ฉันด้วยความบริสุทธิ์ใจจากญาติโยมหรือยัง
เราสวดมนต์ ให้พร แผ่เมตตาให้เค้าหรือเปล่า หรือกระทำตัวสมกับเป็นพระหรือเปล่า
ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ก็เป็นหนี้เค้า ต้องใช้หนี้ไปถึงชาติหน้า (ซึ่งเคยอ่านหนังสือเรื่องแบบนี้แล้วผมค่อนข้างเชื่อ)
ถ้าเราทำ เราก็ทำดีเสมอตัว คือมีสิ่งตอบแทนกับสิ่งที่เราได้ขบฉันเข้าไป
นึกถึงคำสอนของพ่อตอนเด็กๆ วันนึงเราทำงานหรือทำประโยชน์อะไรบ้างหรือเปล่าเมื่อเทียบกับคุณของข้าวที่เรากินไป
กินไม่หมดโดนดุอีก
อ๊ะ เป๋แล้ว :18:
กลับเข้าเรื่องเดิมก็แล้วกันนะ
ถ้าพูดถึงเรื่อง "ความเท่าเทียมกัน" คนจน กับคนรวย เค้าคิดถึงคำๆ นี้เหมือนกันไหมครับ?
งั้นคนที่ขี้เกียจก็ไม่ต้องทำอะไร รอรับถัวเฉลี่ยจากคนขยัน
อย่างนั้นใช่รึเปล่าคะ :09:
ถ้าใช่มันก็แย่นะ
ส่วนตัว คิด แหกหน่อยๆว่า เราเท่าเทียมกัน ตรงที่ เกิดแก่เจ็บตาย
เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เท่าเทียมกัน แค่นั้นแหละ เขตมีแค่นั้นก็พอ
ต่างกรรมต่างวาระกันไป แล้วแต่กรรมดีกรรมชั่ว เท่าเทียมก็มีขอบเขตของมัน
มากกว่านั้น เริ่มไปทางฟุ้งซ่าน
พูดแบบพุทธๆ นะ จะได้เข้าใจง่ายๆ (เพราะถ้าพูดถึงพระเจ้าออกแบบ กฎ นี้ จะเข้าใจกันยาก)
ส่วนใหญ่คนที่ชอบความเท่าเทียมแบบที่ว่า(คอมมุน) จะอ้างประชาธิปไตย แต่ใจคอมมุนนิส กัน
เหมือนกัมพูชาแหละ สงสัย พวกนี้ เป็นเขมรอพยพมาเรื่องความเชื่อเท่าเทียม
ประชาธิปไตยจริงๆน่ะ ไม่คิดเปลี่ยนแปลง สถาบันใดๆ ฝ่ายไหนๆ แค่เอามาอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข :40:
(โดยที่ คอมมุน โมนา อยู่กันครบ ตามกลไกที่คานกันเอง)
//เพิ่มความชัดเจน
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 09 พ.ค. 2008, 11:48 น.
ประชาธิปไตยจริงๆน่ะ ไม่คิดเปลี่ยนแปลง สถาบันใดๆ ฝ่ายไหนๆ แค่เอามาอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข :40:
(โดยที่ แอน โมนา อยู่กันครบ ตามกลไกที่คานกันเอง)
หมออ่ะ กำลังเครียด :30: :30:
อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 09 พ.ค. 2008, 11:03 น.
ใช่ จริงๆชาวพุทธทำบุญตักขาตรนี่เป็นบุญคุณกับพระนะ เพราะเอาอาหารให้ :37:/
ครูต้องไหว้เด็กที่สอน เพราะว่าพ่อแม่เด็กให้เงิน เลยมีกิน
หมอต้องกราบคนไข้ เพราะคนไข้มาให้ตรวจ เพิ่มพูนประสบการณ์
ลูกเป็นบุญคุณกับพ่อแม่ เพราะอุตส่าห์เกิดมาให้พ่อแม่เลี้ยง :46: (นรกดีจัง)
พ่อแม่ที่เอาชี้เถ้ายัดปากลูกแล้วใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุงเอาไปทิ้งขยะ ก็มีบุญคุณ เพราะทำให้เวียนว่ายเร็วขึ้นอีก1ชาติ
:05: ค่ะ งั้นเปิดเทอมคราวนี้ พอไปยืนหน้าห้อง จะรีบไหว้นักเรียนก่อนเลย
รำลึกในพระคุณที่มีพวกท่าน ทำให้มีงานทำ มีข้าวกิน :40:
เด็กๆ คงงงกันน่าดูอ่ะ :30: :30:
จริงๆแอนก็ต้องสำนึกในพวกเรานะ ถ้าไม่มีพวกเราใครจะมาปั่นบอร์ด หา!! ยกมือไหว้ซะดีๆ :17:
ใช่เลย เอาพวงมาลัยมาด้วยนะ ยัยแอน :37:
อย่าลืม ของเซ่น :25:
:30: เหล้ายาปลาปิ้ง
หมาก พลู
ของเซ่น ผี ทั้งนั้นนะนี่
:30:
:07:
ต้นตอความไม่เท่าเทียม อำนาจล้นฟ้า ยุ่งเกี่ยวการหิ้งการโพส โกงจำนวนโพสมีเป็นแสนๆ จิตพิสัยสูงโอเว่อร์ ใส่เองแน่ๆ
ไม่เอา ระบอบยักษ์ !!! ไม่เอา ระบอบยักษ์ !!!
*ออกไป !!!
ออกไป !!!
ออกไป !!!
(*ซ้ำ)
ตอนเข้ามาน้าแน็กไม่รู้หรอกเหรอคะ ว่าที่นี่ปกครองแบบยักษาธิปไตย ยักษ์ใหญ่สุด :52:
:43:
:31: นู๋ ประชดพวก เขมรแดง น่ะ
อ้างคำพูดจาก: เดอะบุ๋ม เมื่อ 09 พ.ค. 2008, 13:58 น.
ตอนเข้ามาน้าแน็กไม่รู้หรอกเหรอคะ ว่าที่นี่ปกครองแบบยักษาธิปไตย ยักษ์ใหญ่สุด :52:
:43:
:30:
แต่ยักษ์ใหญ่ จริงๆ นะ :12:
อ้างคำพูดจาก: แน็ก เมื่อ 09 พ.ค. 2008, 13:59 น.
:31: นู๋ ประชดพวก เขมรแดง น่ะ
อ้าว บุ๋มเล่นมุข :30:
:08: :08: :08:
:08: หมดกัน กลายเป็นจู๋ปั่นไปอีกแล้ว
ใครคนเริ่มเนี่ย เดี๋ยวปั๊ดสาป
(อ๊ะ พี่เลย์นี่หว่าเริ่ม งั้นเอาไว้ก่อน)
^
^
ตัวอย่างของการใช้อำนาจแบบศักดินา
อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 09 พ.ค. 2008, 14:28 น.
:08: หมดกัน กลายเป็นจู๋ปั่นไปอีกแล้ว
ใครคนเริ่มเนี่ย เดี๋ยวปั๊ดสาป
(อ๊ะ พี่เลย์นี่หว่าเริ่ม งั้นเอาไว้ก่อน)
^
^
ตัวอย่างของการใช้อำนาจแบบศักดินา
นี่ไง ไหนละ เหมา มาร์กซิส
ไม่มีหรอก อะไรที่ว่านั่นนะ
เป็น อุดมคติทั้งนั้น
อ้างคำพูดจาก: โอ๋ (ระจัน) เมื่อ 09 พ.ค. 2008, 14:29 น.
นี่ไง ไหนละ เหมา มาร์กซิส
ไม่มีหรอก อะไรที่ว่านั่นนะ
เป็น อุดมคติทั้งนั้น
แต่แบบ ยักษณาธิปไตย นี่ขวาจัด ฟาสซิส ชัวร์
เฮ้ยๆหมอแมวเริ่มตั่งหาก
แต่ช่างเหอะ คนกันเอง
ปล.ถ้าใครสังเกตดีมีตติ้งไหนมีหมอจะไม่มีผม (ด๊อปเปอร์แกงเกอร์แหงๆ)
(http://img2.f0nt.com/08/c15c2540966b3636338eb638a2c98922.png)
คู่แฝด ด๊อปเป้อแกงเก้อร์ จะเก่งตรงข้ามกัน ขาวกับดำ
เจอกันเมื่อไหร่ จะหักห้ามใจไม่ได้ รักกันชั่วฟ้าดินสลาย
ไม่ก็ฆ่ากัน ทะเลาะกัน
แบบไหนเฮีย :42:
รักกันชั่วฟ้าดินสลาย :04:
(http://img2.f0nt.com/09/d382b95539f98c4110d14993361563c5.jpg)
Doppelgänger
Glatze Within
:30b: ของแท้ต้องแบบนี้
ธรรมเนียมภาพยนตร์ ๆ :07:
ตูผิดเอง :05:
ชวนหมอแมวกับป๋ามาเตะบอลกันนี่ คง จะงง พอๆ บักตั้งกับเพื่อนปูน :30:
"อาจารย์ลักษณ์" นำทีมดาราจวก "โชติศักดิ์" ไม่ยืนตรงในโรงหนัง อกตัญญูต่อชาติ ระวังโดนถีบ
"อาจารย์ลักษณ์" นำทีมดารา ฉะ "โชติศักดิ์" งงทำไมไม่ยืนเคารพในโรงหนัง จวกถึงกฎหมายไม่กำหนดแต่สังคมกำหนด ระวังโดนต่อต้านถูกถีบลงรถเมล์ เข้าคุกเมื่อไหร่โดนเสียบตายแน่
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวางเลยทีเดียว เมื่อ "นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง" ไม่ยอมลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนังแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าไม่ใช่ระบบไพร่ศักดินา จนทำให้โดนขว้างปาข้าวของ และไล่ออกจากโรงหนัง พร้อมทั้งมีผู้เข้าไปแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุด ก็เป็นข่าวขึ้นมาอีกเมื่อนายโชติศักดิ์ได้เดินทางมาให้ปากคำที่ สน.ปทุมวัน โดยยังคงใส่เสื้อที่ข้อความว่า"ไม่ยืน ไม่ใช่อาชญากร คิดต่าง ไม่ใช่อาชญากรรม"
การกระทำของ นายโชติศักดิ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ยอมยืนเคารพในเพลงสรรเสริญพระบารมี และการที่ใส่เสื้อที่มีข้อความดังกล่าว สร้างความไม่พอใจกับคนไทยหลายๆ ฝ่าย รวมไปถึงเหล่าดาราในวงการบันเทิง โดย "อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ" โหรฟันธงคนดัง ได้นำทีมดาราออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน
"ฟังแล้วอยากจะบอกว่าไอ้นี่มันบ้าหรือเปล่า มันน่าจะโดนตบซักเปรี้ยงหนึ่ง หรือขับไล่ออกจากประเทศไทย แต่จริงๆ แล้วไม่อยากให้คนไทยแสดงออกทางอารมณ์แบบนี้ แต่ผมคงไม่แสดงความคิดเห็นว่าก็แล้วแต่ใครจะคิดยังไง เพราะผมก็เป็นผู้ใหญ่เป็นครูบาอาจารย์คนหนึ่ง ปัจจุบันความห่างระหว่างตัวเรากับสถาบัน มันห่างขาดความเป็นชาติ เรานิยมวัตถุนิยมต่างประเทศมากเกินไป ความรู้สึกเป็นชาติจะเกิดตอนห่างเหมือนไทย คุณทักษิณจากไปด้วยความทระนง แต่ก็คิดถึงเมืองไทย ผมจากเมืองไทยไปญี่ปุ่น ไปจีน ไปต่างประเทศ ที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านเรา อาหารก็ไม่ถูกปาก พอไปแล้วรักประเทศไทยมากขึ้น ความเป็นชาติห่างไป แต่ไม่รู้ตัว ห่างเพราะลัทธิบริโภควัตถุนิยมเข้ามากั้น"
"ความเป็นชาติของไทยที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้น ทำให้เรากระทำอย่างไรก็ได้ เราลืมความเป็นชาติ เพราะเรายังมีชาติอยู่ เรากำลังลืมในสิ่งที่บรรพบุรุษทำคือการรักชาติ ปกป้องความเป็นชาติ สละเลือดเนื้อเพื่อชาติ คุณรู้ไหมเวลาผมยืนเคารพธงชาติ ไม่ได้ยืนเคารพแค่พระเจ้าอยู่หัวที่อยู่ในเพลง แต่ผมคิดไปถึงเสด็จปู่ของท่าน นั่นก็คือ ร.5 นึกถึงพระเจ้าตากสินมหาราช และทหารผู้กล้าที่เอาเลือดแลกชาติ ระลึกถึงที่ท่านเอาเลือดเนื้อแลกชาติ ผมยืนเพื่อซาบซึ้งที่ทุกคนเอาเลือดแลกชาติ ทำให้มีชาติอยู่ คนที่คิดว่าทำอะไรเพื่อประชาธิปไตยอย่างเดียว เคยคิดถึงตรงนี้บ้างไหม"
"จะมาบอกว่าเป็นเรื่องไพร่ศักดินาไม่เกี่ยว รู้ไหมตอนที่มีการเลิกทาส พวกทาสเขาไม่อยากจากนาย เพราะไม่รู้ว่าจะใช้สติปัญญายังไงให้อยู่รอดได้ และจะแสดงความจงรักภักดีกับนายได้เท่านี้หรือเปล่า ทาสไม่อยากจากไป เพราะเราไม่ได้ใช้ทาส ไม่เหมือนอเมริกานะ ไพร่ทาสคนไทยไม่ใช่ขี้ข้าใช้แรงงานกดขี่ แต่เป็นหลักเกื้อกูลใครมีวาสนามากวาสนาน้อย"
"ผมยืนเพราะเคยห่างเมืองไทยแล้วว้าเหว่ ผมนึกถึงชาติด้วยการแลกเนื้อเลือดของบรรพบุรุษสละชีวิตมามาก แสดงความเคารพต่อคนที่เสียสละให้เราแต่ปางก่อน เคยนึกอย่างนี้ไหม เพลงชาติมีเกี่ยวกับศาสนา ในโรงหนังมีภาพหมด ไทย คริสต์ อิสลาม แสดงให้เห็นว่าประเทศมีอารยธรรมแห่งความเคารพ ไม่กีดกันในการนับถือศาสนา ผมยืนเพื่อแสดงความเคารพต่อศรัทธาของคนนะครับ ไม่ใช่สักแต่ว่ายืน"
"สุดท้ายคือ กษัตริย์ ถ้าไม่มีกษัตริย์ คุณไม่มีชาติหรอก มันมีลำดับกษัตริย์แต่ปางก่อนที่กอบกู้ชาติ ท่านเป็นผู้นำการกู้ชาติ คนเรามันไม่เท่ากัน บางคนมีความสามารถมากน้อย บางคนบารมีมากบารมีน้อย วันนี้มาตรฐานบอกโลกเท่าเทียมกัน มันก็แค่มโนสติ คนไทยอยู่กฎหมายเดียวกันแต่ไม่เท่ากัน คนรวยคนจนก็ไม่เท่ากัน สูงต่ำก็ไม่เท่ากันหรอก ทุกวันนี้เรายึดหลักประชาธิปไตยในมโนคติแค่นั้น แต่จริงๆ ไม่ใช่ เราต้องยอยกเคารพบุญวาสนาที่สายพระองค์ท่านรักษาชาติ ศาสนา และท่านเป็นองค์อุปถัมภ์"
"ในเนื้อหาเพลง 90 เปอร์เซ็นต์ในโรงหนัง พูดถึงพระมหากษัตริย์ ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวของเราเป็นกษัตริย์มหาราชไม่ใช่เพียงในนาม มีพระองค์อยู่ยังทำเป็นไม่เห็นพระองค์ คุณกำลังทำอะไรอยู่ กำลังปลุกระดมอะไรอยู่ คุณกำลังทำให้สังคมแตกแยก คนหนึ่งกำลังดึงฟ้าให้ต่ำ ตั้งประเด็นความคิดทำให้เกิดความแตกแยก อาจมีคนเห็นด้วย เพราะไม่มีข้อกฎหมาย มันเป็นสิทธิส่วนตัว กฎหมายเป็นแค่ข้อระเบียบหลวมๆ ให้สังคมดำเนินการไป แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับสถาบันหลัก ความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การยืนในโรงหนังมีคุณต่อแผ่นดิน ยืนเพื่อแสดงความเคารพต่อชาติต่อแผ่นดินที่กอบกู้แผ่นดิน ท่านมีคุณประเสริฐต่อแผ่นดิน"
"การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นเรื่องที่พระเจ้าอยู่หัว กษัตริย์แต่ปางก่อนก็ไม่ปรารถนาจะให้ใช้บทลงโทษ พระองค์มีพระเมตตา แต่นักกฎหมายจะเห็นว่าจะมีคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างไอ้คนนี้ แล้วจึงเป็นการฟ้องร้องโดยใครก็ได้ที่เห็นว่ามีการทำการไม่สมควรต่อองค์พระมหากษัตริย์ ความจริงแล้วพระองค์คงไม่ไปฟ้องใครหรอก การยืนเคารพมันเป็นกฎธรรมเนียมจารีตประเพณี ใครไม่ทำไม่ผิด ไม่มีบทลงโทษจากศาลอันใด แต่ไปซื้อข้าวที่ไหน แม่ค้าจำได้ก็ไม่ขายให้หรอก เพราะมึงไม่จงรักภักดี ขึ้นรถกูถีบลงเลย มันหนักนะ ไอ้หนุ่มคนนี้กำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง"
"สิ่งเหล่านี้มันกำลังถูกปลุกระดมให้ถูกขึ้น คุณกำลังจุดไฟ สิ่งที่คุณทำมันทำร้ายหัวใจคนที่จงรักภักดี ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการในสำนึกเท่านั้น แต่มันหมายถึงคนไทยทั้งประเทศ แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งมีคนทำร้ายคุณ ยอมติดคุก เพราะทนไม่ได้ที่คุณไม่เคารพกษัตริย์ ไม่เคารพคนที่เคารพนับถือ อยากจะฝากถึงกลุ่มคนในคณะนี้ ว่า สิ่งที่คุณทำมันไม่มีในข้อกฎหมาย แต่คุณลืมความงดงาม ทำความเคารพต่อสิ่งที่ควรเคารพไปแล้วหรือ การยืนโค้งคำนับมันผิดตรงไหน มันงดงามแสดงถึงความเคารพ และทำให้สังคมประเทศนี้อบอุ่น ไป คุณเลือกที่จะไม่ทำ มันทำให้เกิดความเป็นชาติขึ้นหรือเปล่า"
"คนพวกนี้ถ้าถูกจับด้วยคดีอะไรก็ตาม ถ้าเข้าคุกคุณอาจไม่ได้ออกมาเลยก็ได้ น้องผมเคยติดคุก 2-3 ครั้ง มันยังมีความจงรักภักดี คุณไม่มีสามัญสำนึก เข้าไปในคุกไม่ได้ออกแน่ โดนมันเสียบแน่ ไอ้พวกอกตัญญูต่อแผ่นดิน ในสมัยพุทธกาลมีคนที่เป็นแบบนี้ชื่อเทวทัต คอยกลั่นแกล้งทำสิ่งที่ไม่ดี ทำสิ่งตรงกันข้ามกับพระพุทธเจ้า สุดท้ายถูกธรณีสูบ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ธรณีสูบหรอก แต่โดนรุมกระทืบ คุณเป็นเทวทัตกลับชาติมาเกิดเหรอ ระวังจะโดนธรณีสูบหรือโดนกระทืบตายคาแผ่นดิน"
"คุณไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดจากจารีตประเพณี เตรียมตัวรับผลการกระทำของคุณไว้ให้ดีแล้วกัน ตอนนี้สังคมกำลังจะลงโทษ เก่งจริงก็ใส่เสื้อที่เขียนคำว่า ไม่ยืนตรงอะไรนั่นน่ะ ให้ตัวใหญ่ๆ ไปเดินตามท้องถนน ไปกินข้าว เดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าจะเป็นยังไง"
"ต๊ะ นารากร ติยายน"
"ตอนแรกได้ยินก็ยังคิดเลยว่า เขาเป็นคนไทยหรือเปล่า เข้าใจระบบคนไทยหรือเปล่า จริงๆ ถึงไม่ใช่คนไทย คนที่ไม่รู้จักพระมหากษัตริย์ เป็นฝรั่งก็ต้องยืนตามหลักมารยาท แต่นี่เขาเองก็เป็นคนไทย และรู้อยู่แก่ใจ และก็รู้ว่าเรารักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์มากแค่ไหน แต่เขาก็ยังทำ ก็ไม่รู้ว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะเอาผิดเขาได้หรือเปล่า แต่สังคมจะลงโทษเขาเอง ไปไหนคนไม่ต้อนรับ เขาต้องรู้สึกด้วยตัวเอง"
"ประเทศไทยเทิดทูนรักพระมหากษัตริย์ เพราะท่านมีพระมหากรุณาธิคุณต่อเราจริงๆ ท่านเสียสละพระองค์จริง ไม่ได้มีกฎหมายให้เทิดทูนกษัตริย์ แต่เราต้องเทิดทูนด้วยจิตสำนึกเอง จะไล่ให้ออกจากประเทศไทย ก็คิดว่าแรงไปหน่อย ก็ได้แต่หวังว่า ซักวันเขาน่าจะคิดได้ และยืนตรงด้วยความเต็มใจ"
"กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์"
"มีคนแบบนี้ด้วยเหรอครับ แต่จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลของเขานะครับ แต่ถึงยังไงมันก็ไม่สมควร เพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกปฏิบัติกันมาจนกลายเป็นจารีตประเพณี เราก็ควรจะทำตาม เพราะมันเป็นเรื่องที่ดี ใครที่คิดแบบนี้ก็อยากจะให้เขาทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่อยากให้เกิดเรื่องความรุนแรงขึ้นในสังคม"
"เก๋ ชลดา เมฆราตรี"
"ไม่รู้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาได้ไง การยืนเคารพมันเป็นการแสดงความเคารพจงรักภักดีต่อประเทศชาติ เป็นสิ่งที่ดีที่ควรกระทำ เก๋มีโอกาสได้ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ 3 ปี เพื่อนๆ ที่โน่นก็ชื่นชมคนไทยที่มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และมีการแต่งเพลงที่ซาบซึ้งไว้เทิดทูนพระมหากษัตริย์และแผ่นดิน เราเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของไทย เราควรจะภูมิใจในความเป็นชาติ"
"เก๋ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการต่อต้านเรื่องนี้ ไปต่อต้านเรื่องอื่นดีกว่าจารีตประเพณีตรงนี้มันเป็นสิ่งที่ดี การต่อต้านแบบนี้ไม่ควรเลย แต่ก็ไม่อยากให้ใช้วิธีรุนแรงกับคนแบบนี้ เขาอาจไม่เจตนาเราอาจต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ"
"ออร์แกน ราศรี วัชราพลเมฆ"
"คนทั่วประเทศรักและเคารพในหลวง ยึดเป็นศูนย์ยึดเหนี่ยวจิตใจ การแสดงความเคารพเป็นจารีตประเพณีที่ทำกันมานาน คนที่ทำแบบนี้มันบ้ามาก เป็นเรื่องที่รุนแรงมาก ยังไงสถาบันพระมหากษัตริย์ก็สำคัญสำหรับประเทศเรา คนที่ทำเรื่องนี้อย่าลืมว่าเราเกิดมาบนแผ่นดิน สถาบันพระมหากษัตริย์นี่ ก็รักษาแผ่นดินไทยมาจนถึงทุกวันนี้ เราไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร จงภูมิใจอย่าคิดทำแบบนั้นเลย"
จากเว็บผู้จัดการ :22:
อิตาคนนี้มีแต่คนอาฆาตแค้น
ตอนนี้ความเป็นอยู่จะเป็นยังไงมั่งนะ
น่วมไปยังก็ไม่รู้ :37:
(http://img2.f0nt.com/10/441f698e76fbb3564ce3836ed05b8b9a.jpg)
ชื่อ msn ของพี่คนนึง :37: capture ไว้สักพักแล้ว
อยากรู้แค่ จะมีสมองคิดได้หรือเปล่า (ไม่ว่าจะน่วมหรือไม่) :37:
อ้างคำพูดจาก: ฟ้ารุ่ง* เมื่อ 10 พ.ค. 2008, 00:37 น.
อิตาคนนี้มีแต่คนอาฆาตแค้น
ตอนนี้ความเป็นอยู่จะเป็นยังไงมั่งนะ
น่วมไปยังก็ไม่รู้ :37:
(http://img2.f0nt.com/10/441f698e76fbb3564ce3836ed05b8b9a.jpg)
ชื่อ msn ของพี่คนนึง :37: capture ไว้สักพักแล้ว
โห.... สุดๆอะ
ก็เข้าใจนะ ว่าคิดต่างไม่ใช่อาชญากร
แต่ทำอะไรที่มันฝืนความเชื่อ จารีตประเพณีของคนหมู่มากในสังคมเนี่ย
อยู่ยากแน่ๆ
แอบอยากรู้ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่มันจะรู้สึกยังไง :16:
พ่อกับแม่ เลี้ยงได้แต่ตัวละลูกเอ๊ยยย :37:
พ่อแม่ก็ได้แต่จัดงานศพให้ล่ะลูกเอ๋ย :37:
ใครเนี่ย :30:
เรื่องอย่างนี้มันอยุ่ที่คนอ่ะครับ ว่าพ่อแม่เขา มันก็ไม่ดีหรอก เดี๋ยวเราก็ไม่ต่างจากเขาเท่าไร
ตอนแรกเห็น นางเอกเจอตัวร้าย ด่า ตี ก็เคยนึกอยู่ว่าทำไมนางเอกถึงไม่ตอบโต้ แต่จริงๆแล้ว
ถ้าเอาสะใจก็ต้องให้นางเอกทำแบบตัวร้าย แล้วมันจะต่างอะไรกัน
อ้างคำพูดจาก: ฟ้ารุ่ง* เมื่อ 10 พ.ค. 2008, 12:13 น.
ก็เข้าใจนะ ว่าคิดต่างไม่ใช่อาชญากร
แต่ทำอะไรที่มันฝืนความเชื่อ จารีตประเพณีของคนหมู่มากในสังคมเนี่ย
อยู่ยากแน่ๆ
แอบอยากรู้ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่มันจะรู้สึกยังไง :16:
คงหมายถึงสงสารพ่อแม่คนที่เป็นข่าวใช่ไหมคะ?
ถ้าเป็นเราคงช็อคน่าดู.... ว่า ลูกตูทำไปได้ :41:
ทุกวันนี้เวลาทำอะไร ก็คิดถึงพ่อแม่เป็นอันดับต้น ๆ เลยนะคะว่า ทำแล้วท่านจะเสียใจมั้ย ท่านจะเป็นทุกข์หรือเปล่า
อย่างถ้าทำตัวไม่ดี ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน พ่อแม่ก็ต้องทนคำครหานินทาจากเพื่อนบ้านหรือคนรอบข้าง....
พอคิดแบบนี้แล้วเวลาจะทำอะไรแผลง ๆ หรือชั่ว ๆ ก็ต้องอดใจไว้ ไม่กล้าทำ :02:
ที่ขึ้นไว้ก็เหมือนรู้ว่ามันไม่ดีนะ
แต่ยังเอาขึ้นอยู่ :08:
อ้างคำพูดจาก: จักรี เมื่อ 10 พ.ค. 2008, 15:34 น.
เรื่องอย่างนี้มันอยุ่ที่คนอ่ะครับ ว่าพ่อแม่เขา มันก็ไม่ดีหรอก เดี๋ยวเราก็ไม่ต่างจากเขาเท่าไร
ตอนแรกเห็น นางเอกเจอตัวร้าย ด่า ตี ก็เคยนึกอยู่ว่าทำไมนางเอกถึงไม่ตอบโต้ แต่จริงๆแล้ว
ถ้าเอาสะใจก็ต้องให้นางเอกทำแบบตัวร้าย แล้วมันจะต่างอะไรกัน
ใช่ครับ แล้วมันจะต่างอะไรกัน เหรอครับ
ต่างกันที่ถ้านางเอกทำคนดูสะใจ
ตัวร้ายทำคนดูด่าไง :12:
แล้วถ้า อีกช่องเปลี่ยนตำแหน่งนางเอกเป็นนางร้ายแล้วนางร้ายเป้นนางเอก อะเจ๊ :25:
คนดูไม่ต้องไปตีกันตายเลยเหรอ
อ้างคำพูดจาก: psyfer_DeV เมื่อ 10 พ.ค. 2008, 16:24 น.
ต่างกันที่ถ้านางเอกทำคนดูสะใจ
ตัวร้ายทำคนดูด่าไง :12:
โอ...เป็นคำตอบที่โดนใจพระเดชพระคุณมากค่ะ :40:
อ้างคำพูดจาก: เอ เมื่อ 10 พ.ค. 2008, 16:43 น.
แล้วถ้า อีกช่องเปลี่ยนตำแหน่งนางเอกเป็นนางร้ายแล้วนางร้ายเป้นนางเอก อะเจ๊ :25:
คนดูไม่ต้องไปตีกันตายเลยเหรอ
ตามธรรมเนียมเค้าไม่เอามาชนกันหรอก :25:
เหรอ :25:
เห็นดูทีไรมีสองช่องทุกทีเลย
ตูคงเข้าใจผิด
หรือ อีกที ไม่เข้าใจที่แกถามน่ะเอ :05:
อย่างที่เอ บอกอ่ะถูกแล้วครับ นางเอก ถ้าทำตัวเหมือน นางร้าย มันก็นางร้ายแหละ จะเป็นนางเอกได้ไง :37:
อย่ามาว่าเจ้อั้ม พัชราภาของชั้นนะ :37:
เมื่อวันศุกรไปส่งน้องสาวที่หมอชิต พอใกล้จะ 6 โมงเย้น เสียงเพลงชาติร่ำๆ
จะดังแล้ว พอดีผมเห็นฝรั่งกลุ่มนึงประมาณ7-8 คน ลงจากรถทัวร์มา
ผมเดินสวนไปพอดีกับช่วงเพลงชาติดังขึ้น ทุกคนในบริเวณนั้น ยืนตรงกันหมดเลย นิ่งกันหมด
ฝรั่งเอ๋อแดกเลย ทำหน้าอเมซิ่งมาก ชอบอารมณ์แบบนี้วะ ฮ่าๆ
ส้มไปดูหนังมาซักพักใหญ่
เห็นพวกอเมริกันหัวเกรียนๆ น่าจะเป็นพวกเรือที่มาจอดพักที่พัทยา ประมาณ 3-4 คน
เค้ายืนเคารพเพลงสรรเสริญ แต่...พวกเค้ายืนตรงกำมือแล้วมาทาบที่อกด้วย :25:
ฮึ้ย น่ารักอ้ะ
มันจุกๆ ที่อก
อ้างคำพูดจาก: ห ม อ ส้ น * ศั ล ย เ พ ศ เมื่อ 02 มิ.ย. 2008, 14:37 น.
ส้มไปดูหนังมาซักพักใหญ่
เห็นพวกอเมริกันหัวเกรียนๆ น่าจะเป็นพวกเรือที่มาจอดพักที่พัทยา ประมาณ 3-4 คน
เค้ายืนเคารพเพลงสรรเสริญ แต่...พวกเค้ายืนตรงกำมือแล้วมาทาบที่อกด้วย :25:
รู้สึกว่า เวลาคนอเมริกันเค้ายืนเพลงชาติเค้า
ก็ทำแบบนั้นนี่ครับ เอามือกำมาทาบหน้าอก
พอดีนี่เป็นเพลงสรรเสริญในโรงหนังไงคะ ไม่ใช่เพลงชาติ (เค้าอาจไม่รู้)
เราคนไทยเห็นก็แบบ ฮึ๊ยๆ รู้สึกดีจัง ว่าเค้าเคารพในหลวงเราเหมือนเคารพชาติเค้า
ปกติเคยเห็นแต่ฝรั่งยืนตรง ไม่ก็ยืมเอามือประสานกันเฉยๆ หรือไม่ก็ปรบมือไปเลยน่ะค่ะ
// โรงหนังพัทยามันน่าสนุกตรงนี้แหล่ะค่ะ
:40: น่ารักดีครับ
คำว่าเคารพ คำว่ามารยาท คำว่ากาลเทศะ
มันแสดงออกมาให้เห็นได้ โดยไม่ต้องมานั่งถามเหตุผลหรือทวงบุญคุณน่ะ
คนที่เรียกตัวเองว่าพวกหัวก้าวหน้าไม่รู้เขาจะคิดอะไรแบบนี้ไหม
เวลาเคารพธงชาติ อเมริกันจะเอามือทาบอก
คุณแม่พี่บอกเอามือทาบที่ตำแหน่งของหัวใจ :22:
(http://img2.f0nt.com/02/4320f86354ed1e1a3a588de9eccd1fb4.jpg)
เค้ามีเว็บเกี่ยวกับธงชาติและมารยาทในการเคารพ/ใช้ธงชาติด้วย
http://www.usflag.org/flagetiquette.html
The Salute
To salute, all persons come to attention. Those in uniform give the appropriate formal salute. Citizens not in uniform salute by placing their right hand over the heart and men with head cover should remove it and hold it to left shoulder, hand over the heart. Members of organizations in formation salute upon command of the person in charge.
มันเหมือนกับคนที่รู้จักให้เกียรติคนอื่น ถึงจะยืดอกเรียกตัวเองได้ว่ามีเกียรติอะครับ
อ้างคำพูดจาก: พยาบาลแอน เมื่อ 02 มิ.ย. 2008, 14:44 น.
คำว่าเคารพ คำว่ามารยาท คำว่ากาลเทศะ
มันแสดงออกมาให้เห็นได้ โดยไม่ต้องมานั่งถามเหตุผลหรือทวงบุญคุณน่ะ
คนที่เรียกตัวเองว่าพวกหัวก้าวหน้าไม่รู้เขาจะคิดอะไรแบบนี้ไหม
นั่นซิ ขนาดฝรั่งยังยืน ถึงจะฟังไม่ออก ไม่ซาบซึ้ง
พอมามองว่าคนไทยยังมาเถียง มาบ่นว่าสิทธิของเค้า แล้วรู้สึก :01:
อยากถ่ายรูปมาโชว์จัง
แต่กลัวเค้าเฉดหัวออกมา :30:
อ้างคำพูดจาก: ห ม อ ส้ น * ศั ล ย เ พ ศ เมื่อ 02 มิ.ย. 2008, 14:37 น.
ส้มไปดูหนังมาซักพักใหญ่
เห็นพวกอเมริกันหัวเกรียนๆ น่าจะเป็นพวกเรือที่มาจอดพักที่พัทยา ประมาณ 3-4 คน
เค้ายืนเคารพเพลงสรรเสริญ แต่...พวกเค้ายืนตรงกำมือแล้วมาทาบที่อกด้วย :25:
น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกก :25:
อ้างคำพูดจาก: พยาบาลแอน เมื่อ 02 มิ.ย. 2008, 14:44 น.
คำว่าเคารพ คำว่ามารยาท คำว่ากาลเทศะ
มันแสดงออกมาให้เห็นได้ โดยไม่ต้องมานั่งถามเหตุผลหรือทวงบุญคุณน่ะ
คนที่เรียกตัวเองว่าพวกหัวก้าวหน้าไม่รู้เขาจะคิดอะไรแบบนี้ไหม
นั่นสิ การให้เกียรติคนอื่น (ในฐานะมนุษย์ร่วมโลก) มันมีแต่จะทำให้ตัวเองและอีกฝ่ายรู้สึกดี ๆ ต่อกันนะ
แต่บางคนอาจมองว่าการให้เกียรติคนอื่นคือการลดเกียรติตัวเอง (เลยไม่ยอมให้เกียรติใคร)
จริง ๆ มันไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย :37:
เราว่าเกียรติน่ะยิ่งให้ยิ่งแบ่งปันมันยิ่งเพิ่ม ไม่มีลด :11:
วันก่อนที่ไปดู
ตอนเพลงขึ้นจอยยืนช้า ตอนยืนทำถุงใส่ของหล่น
เลยก้มหยิบก่อนกลัวลืม
ได้ยินเสียงโหดๆ ดังข้างหลังว่า คิดว่าจะไม่ยืน
:44:
หรือจริงๆ เจ๊ยืนแล้ว :44:
นังเอเดี๋ยวตาก็ได้หาแฟนใหม่หรอก :39:
อ้างคำพูดจาก: ่หน่วยทำลายศพมดแดง เมื่อ 02 มิ.ย. 2008, 14:57 น.
วันก่อนที่ไปดู
ตอนเพลงขึ้นจอยยืนช้า ตอนยืนทำถุงใส่ของหล่น
เลยก้มหยิบก่อนกลัวลืม
ได้ยินเสียงโหดๆ ดังข้างหลังว่า คิดว่าจะไม่ยืน
:44:
เสียงพี่โอ๋รึเปล่าคะ :21:
อ้างคำพูดจาก: คนบุ๋มตัวน้อย เมื่อ 02 มิ.ย. 2008, 20:57 น.
เสียงพี่โอ๋รึเปล่าคะ :21:
พี่ไม่ได้เข้าโรงหนังมา 5 ปีแล้ว :22:
หรือว่าเสียง ... :38:
เสียงผู้ชายที่นั่งแถวหลังตูนี่แหละ :37:
อาจจะเป็นผี :31:
ผีที่ไหน คน :07:
หันไปมองหน้าเค้าแล้วเหรอคะ :31: ถึงมั่นใจน่ะ
มองแล้วซิ่ :37:
:21:
สวัสดีครับคุณ... (ใช้ชื่ออะไรนะ ลืมไปแล้ว)
ถ้าวันนึงเกิดแวะกลับมา ลองอ่านนี่สักนิดครับ
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13737 (http://www.prachatai.com/05web/th/home/13737)
อัยการสั่งไม่ฟ้องคู่กรณี 'สองไม่ยืน'
แต่ถ้าอ่านแล้วไม่สะใจลองอ่านในความเห็นของข่าวละกันนะครับ :37:
:08: เหนื่อยใจ
อืม...
อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 21 ก.ย. 2008, 16:47 น.
แต่ถ้าอ่านแล้วไม่สะใจลองอ่านในความเห็นของข่าวละกันนะครับ :37:
:30b: :30b: พี่แอนมีทางเลือกให้ :30a:
ชอบของเวอร์ชั่น sf ที่สุด
แต่ของเมเจอร์ก็เพราะดี
แต่เกลียดจริงๆ
พวกเปิดมือถือ ในโรงหนังเนี่ย( นอกเรื่อง )
สารภาพว่าตอนที่ยืนบางครั้ง ก็แอบกินป้อบคอร์นด้วย
ผมก็รักในหลวง ห่วงลูกหลานนะ แต่ตอนนั้นมันหิวมาก :56: :56:
อ้างคำพูดจาก: ดนุแอนนนนน เมื่อ 21 ก.ย. 2008, 16:47 น.
สวัสดีครับคุณ... (ใช้ชื่ออะไรนะ ลืมไปแล้ว)
ถ้าวันนึงเกิดแวะกลับมา ลองอ่านนี่สักนิดครับ
http://www.prachatai.com/05web/th/home/13737 (http://www.prachatai.com/05web/th/home/13737)
อัยการสั่งไม่ฟ้องคู่กรณี 'สองไม่ยืน'
แต่ถ้าอ่านแล้วไม่สะใจลองอ่านในความเห็นของข่าวละกันนะครับ :37:
ตอนต่อ
http://biolawcom.de/?/blog/841 (http://biolawcom.de/?/blog/841)
อ่านแล้วจี๊ดดี :25:
ตกลงเราเอาป๊อบคอร์นเทใส่ใครก็ได้แล้วใช่มั้ยครับ
อ้างคำพูดจาก: เอา เมื่อ 24 ก.ย. 2008, 10:35 น.
ตอนต่อ
http://biolawcom.de/?/blog/841 (http://biolawcom.de/?/blog/841)
อ่านแล้วจี๊ดดี :25:
ตกลงเราเอาป๊อบคอร์นเทใส่ใครก็ได้แล้วใช่มั้ยครับ
ใช่แล้วครับ ขึ้นอยู่กับว่าไปเทใส่ใครด้วย
เทใส่ผม โดนต่อย
แต่ถ้าเทใส่ลูกเหลิม ตายฟรี :37:
กลายเป็นเรื่องใหญ่โต
:08:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 24 ก.ย. 2008, 12:15 น.
ใช่แล้วครับ ขึ้นอยู่กับว่าไปเทใส่ใครด้วย
เทใส่ผม โดนต่อย
แต่ถ้าเทใส่ลูกเหลิม ตายฟรี :37:
:30:
อ้างคำพูดจาก: iamnot เมื่อ 24 ก.ย. 2008, 12:15 น.
ใช่แล้วครับ ขึ้นอยู่กับว่าไปเทใส่ใครด้วย
เทใส่ผม โดนต่อย
แต่ถ้าเทใส่ลูกเหลิม ตายฟรี :37:
นั่นมันฝีมือไอ้ปื๊ด :37:
ปล. ไข้โป้ง AA กระโดดเข้ามาในชุดไอ้โม่ง
ไข้โป้ง .45 มาจ่อขยับทำหัวมึงโล่ง :52: