จขกท นี่เจ๊เฟรินป่ะ?
http://pantip.com/topic/34835588
อื้อหือ รักจนอยากฆ่า ถ้าเป็นจริง ๆ นี่น่าไปพบแพทย์นะ
แฟนเค้าไม่กลัวเหรอน่ะ :08: :08: :08:
แฟนเค้าคงอยากตายอยู่พอดี
เห็นเฟ แชร์อยู่ในเฟซ :30:
ชอบ คห.นี้
(http://img3.f0nt.com/25/6be19762657c8a8b5334a89abfdb5131.png)
รวมถึงคนเป็นโรคซึมเศร้า ฯลฯ ด้วย
อาการที่คนปกติเห็นจะออกมาเป็นแบบนี้แหละ เรียกร้องความสนใจอะไรนักหนา
ตอนนั้นทำงานสัมภาษณ์อาจารย์หมอที่แกเขียนตำราโรคซึมเศร้า
พบว่า...คนที่เข้าไปให้กำลังใจบางที ดันให้กำลังใจแนวแอบแฝงตำหนิสั่งสอนนี่ดิแย่
การคุยกับผูป่วยโรคซึมเศร้ามันโคตรยากเลยฮะ ต้องทุ่มเททั้งใจทั้งกายทั้งเวลา บางคนเป็นปีๆ
ถ้าใครเป็นให้หาหมอเถอะ ถ้าเป็นเพื่อนฝูงที่สนิทมากๆก็ให้คิดว่าเค้าเป็นญาติเรา
วนเวียนกับคำถามซ้ำๆเป็นปีๆ ต้องให้กำลังใจเยอะเลย
สำหรับตูคือไม่แน่ใจว่าจะเจ๋งพอจะคุยกะเขาได้หรือเปล่าเลย
กลัวคำพูดนิดๆหน่อยๆของเราไปซ้ำเติมหรือไปจุดประเด็นเพิ่มอ่ะ
เพราะบางทีมันเปราะบางมาก
ขอมาสายดาร์คแปป คือมีเพื่อนเป็นจริงๆ แล้วการเป็นคนรอบข้างของแม่งเนี่ย หนักมากกกกก
ปัญหาใหญ่สุดคือ เค้ามีพฤติกรรมที่กระทำต่อเราแล้วเราไม่โอเค
เช่น พอมีจังหวะได้ระบาย ก็จะหาเรื่องตำหนิคนที่รับฟัง (เหมือนเอาคืน)
หรือฝืนมาเรียน ทำงานกลุ่ม แต่เทงาน เพื่อนต้องแบกงานให้ ฯลฯ
แล้วเราไม่สามารถ reflect กลับไปหาเค้าได้เหมือนคนปกติอะค่ะ
ถ้าเป็นคนปกติเราก็จะเถียงมัน เตือนมัน ด่ามัน ว่าทำไมมึงพูดหรือมึงทำแบบนี้
สรุปคนรอบข้างเหมือนเป็นกระโถนอารมณ์ ต้องบอกตัวเองว่า เฮ้ย มันป่วย ต้องเข้าใจมันนะ
เฮ้ย มันป่วย ตามใจมันหน่อย มันมีเหตุผลของมัน แต่ในใจคือกรีดร้อง อีเหี้ย ทำไมมึงทำกับกูยังงี้ :0705:
สมองก็พยายามเข้าใจว่ามันป่วยมันเลยปากหมา แต่จิตใจเราเสียความรู้สึกไปแล้ว
มันเลยกัดกินทั้งคนป่วยทั้งคนฟัง เพราะคนป่วยไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวเอง แต่เค้าทำร้ายคนรอบข้างด้วย
สุดท้ายหลายๆคนทนไม่ได้ ตัดความสัมพันธ์ ขอไม่ยุ่งกับมันไปสักระยะ
อีคนป่วยก็ป่วยหนักกว่าเก่าอีกเพราะเสียใจที่โดนเท ก็วนอยู่ยังเงี้ย เป็นหนักกว่าเก่า :05:
แบบเข้าใจเลยว่าทำไมต้องมีอาชีพแพทย์
อย่างน้อยระยะห่างระหว่างหมอกับคนป่วยมันก็ตั้งอยู่บนจรรยาบรรณ จะไปปรึกษาเมื่อไหร่หมอก็พร้อมจะฟัง
ชีวิตส่วนตัวไปทำร้ายใครก็ไม่เกี่ยวกับหมอ หมอไม่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของคนป่วยเท่าคนรอบข้าง
หมอเลยใจเย็นได้ มองอะไรเป็นกลางได้ ประมาณนั้นมั้ง :37:
นี่ถึงกับไปปรึกษาจิตแพทย์เลยนะ ว่าโดนคนป่วยเหี้ยใส่ทำยังไงดี
สรุปหมอบอกสงสารเค้าแค่ไหนก็ต้องสงสารใจตัวเองก่อน
อย่าทำเกินลิมิต อย่าฝืน อย่าสงสาร อย่าโกหก ไม่มีอะไรดีขึ้น :42:
แล้วคนไข้บางคนก็ไม่ค่อยเชื่อหมอด้วย
แบบรักษามานาน จับ pattern หมอได้ว่าแบบนี้คือการรักษา ไม่เชื่อหมอ ไม่เชื่อใครเลย ก็มี
ประสาทแดกมาก :59:
จริง ..บางเคสคือ ไอ้คำพูดว่า"สู้ๆนะ" แม่งไม่ได้ช่วยเลย กลับเป็นการซ้ำอีก
เพราะคนป่วยเค้าสู้จนไม่รู้จะสู้ยังไงแล้ว ยังบอกให้กูสู้อีก... นี่แหละเปราะบางโคตรๆ
ให้มืออาชีพเถิดที่รัก :05:
ปล. คนเราถึงต้องหาเพื่อนตายหรือใครสักคนไว้สำหรับเวลาแบบนี้แหละ
ไอ้สู้ๆเนี่ยเคยพูด
หลังๆมามันบอกว่า ไม่เอาสู้ๆแล้วได้มั้ย เอาอย่างอื่น :05:
มีบอกด้วยนะ ว่ากูควรทำยังไง เป็นคนฟังก็ควรฟังเฉยๆ
ฟังมันพูดอะไรไม่เข้าท่า หรือแอบทำร้ายจิตใจคนฟัง
ก็ควรฟังเฉยๆ เพราะมันป่วย
แล้วไม่มีโอกาสบอกเลย ว่าที่มึงทำเนี่ยมันทำให้คนไม่อยากช่วยมึงอีก
อย่างหมอเนี่ย ก็เยียวยาได้ประมาณนึง แต่มันไม่ครอบคลุมด้าน social
บางทีคนป่วยก็อยากได้คนที่แบบ เป็นเพื่อนกันก็พอ
แต่เพื่อน ก็ไม่ได้ทำอะไรถูกใจเค้าไปหมดทุกอย่าง (สู้ๆนะ / แนะนำนั่นนี่ )
แล้วเค้าก็ตำหนิเพื่อนที่เพื่อนไม่เข้าใจเค้า แล้วเพื่อนก็ทนไม่ไหว
เนี่ยคือเหนื่อยมาก กำลังจะเป็นอีกคนที่หายไปเพราะจิตใจไม่แข็งแรงพอ :08:
คลิปนี้โคตรตรง :05:
คนป่วยเองก็ควรเปิดใจให้คนอื่นด้วยนิดนึงแหละ
อย่างน้อยเปิดใจให้หมอ หรืออาสาสมัครที่มีความเข้าใจ
ความพีคคือ เคยใช้แพทเทินแบบที่เค้าฝึกกันเนี่ยแหละไปฟังมัน
แล้วโดนจับได้ว่าฝึกมา มึงฝึกมาเหรอ กูรู้ทันนะ
เนี่ยกูรักษาจบจับแพทเทินหมอได้หมดละ เลยไม่ค่อยเชื่ออะไรแล้ว
คือเชี่ยมากอะ :59:
นานา สู้ๆ นะ
ระดับนี้ไม่สู้ละค่า คนป่วยผู้น่ารัก :05:
อินเซปชันไปอีกชั้น เวลาเจอคนแชร์อะไรแบบ
จงเข้าใจคนป่วยให้มากขึ้น จงฟังให้มากขึ้น จงเปิดใจให้ผู้ป่วยมากขึ้น
จะหลอนกันทั้งกลุ่มเลยเพราะทุกวิธีที่เค้าว่ามาได้ลองกันมาหมดแล้ว :05:
ฟีลจะเหมือนเวลาคนซึมเศร้าได้ยินคำว่าสู้ๆอะ
มันอาจใช้ได้กับคนซึมเศร้าทั่วๆไป
แต่คนที่ป่วยแล้วเป็นหนักแบบ อะไรก็เอาไม่อยู่ นี่มันมีจริงๆ
เพื่อน 4-5 คนที่ใจดีมากๆ แล้วก็พยายามศึกษาวิธีรับมือยังเอาไม่อยู่เลย หนีกันหมด
สรุปแล้ว เชื่อหมอละกัน
หมอบอกว่า ไม่ไหวก็เทค่ะ อย่าฝืน
ไม่มีเราเค้าต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง :42:
เหมือนโดนต่อยอยู่ฝ่ายเดียวห้ามต่อยกลับ :30:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 28 ก.พ. 2016, 21:00 น.
เหมือนโดนต่อยอยู่ฝ่ายเดียวห้ามต่อยกลับ :30:
ที่เม้ากับเพื่อนคนอื่นคือคำนี้เป๊ะเลยพี่แอน :07:
อย่าว่าแต่ต่อยกลับเลย แค่ "แตะ" ยังไม่ได้เลย :42:
หว่าย ใช้บ่อยเลย อี "สู้ๆ นะ" เนี่ย :46:
อ้างคำพูดจาก: Ou! เมื่อ 28 ก.พ. 2016, 23:24 น.
หว่าย ใช้บ่อยเลย อี "สู้ๆ นะ" เนี่ย :46:
\ :07:
มาเสริมเรื่องจิตแพทย์ว่าได้รับผลกระทบจากกรณีต่างๆ ของคนไข้หรือไม่
เพื่อนบอกว่า ถ้าเป็นเรื่องที่ตัวเองก็มีปัญหาอยู่ จะกระทบจ้ะ หมอก็คน หวั่นไหวเจ็บปวดเหมือนกัน
สองปีแรกที่ทำงาน เพื่อนเรานี่เข้าวัดเลย วิปัสสนารัวๆ มันสับสนมาก
สรุปคนไข้เอาปัญหาไปปล่อยที่หมอ หมอก็เอาไปปล่อยที่พระอีกที พระสตรองสุด :12:
สู้ๆ นี่ชอบพูดเหมือนกัน
ยอมรับก็ได้ว่า เวลาบอก "สู้ๆ" ส่วนมากคือ "กูไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอให้มึงโชคดีนะ บัย"
เรื่องเพื่อนนอยด์.. มีเยอะนะ แต่ไม่ถึงขั้นสุดเยียวยา
ความอดทนเราก็มีจำกัดด้วย ก็ช่วยเท่าที่ได้ ถ้าล้ำเส้นก็.. นะ .. สู้ๆ นะเพื่อน
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 01 มี.ค. 2016, 09:02 น.
สู้ๆ นี่ชอบพูดเหมือนกัน
ยอมรับก็ได้ว่า เวลาบอก "สู้ๆ" ส่วนมากคือ "กูไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอให้มึงโชคดีนะ บัย"
:30: ถ้าโพสแบบประโยคหลังนี่.....คนโพสคงโดนกรอกยาจริงใจของโดเรม่อนไปสองกระปุก :30: :30:
มาแชร์ในฐานะคนป่วย :47:
เราเป็นโรคขาดความอบอุ่น อ่ะแหละ
แบบโหยหา อยากให้คนรักคนสนใจ
ซึ่งพัฒนาไปซึมเศร้าบ้างถ้างี่เง่า
ซึ่งก็งี่เง่าเองนี่แหละ ๕๕๕๕
บางทีคนรอบข้างไม่ได้อะไรเลย
แต่เก็บมางี่เง่าเอง
ช่วงหนักหนา ก็ต้องเจอหมออาทิตย์ละครั้ง
กินยาประคองสภาพตลอด
คนป่วยแต่ละคน คนรอบข้างก็จะมีบุคลิกเฉพาะตัว
คนป่วยก็เลือกสังคมที่เหมาะกับตัวเอง
จะช่วยได้เยอะ
(อย่างเรางี้เพื่อนน้อยมาก เลือกแล้วเลือกอีก
ถึงยอมคบแบบเปิดใจไม่งั้นก็คบแบบกั๊กๆ
หรือการไปไหนมาไหนด้วย ก็เลือกแล้วเลือกอีกว่าไปด้วยกันได้จริงๆ)
คนที่อยู่รอบข้างก็ยากอ่ะนะ
การเข้าวัดวิปัสนาไม่ช่วย ดีไม่ดีฟุ้งซ่านไปกันใหญ่
เวลามีคนบอกว่าสู้ๆ ก็เถียงในใจว่ากูสู้อยู่เนี่ย
เวลามีคนบอกว่าเข้าใจ ก็เถียงในใจว่ามึงไม่เข้าใจกูหรอก
งี่เง่าเนอะ ๕๕๕
ตอนบำบัดก็เดินไปหาหมอเอง เพราะเริ่มทำร้ายตัวเองละ
กรีดแขนใช้เล็บจิก เอาจริงที่ทำเพราะไม่ได้อยากได้
แต่พอเจ็บ พอเห็นเลือดก็รู้สึกว่ามีชีวิตอยู่
เหมือนใช้ความเจ็บเป็นเครื่องยืนยันการมีชีวิต
ถามว่าบำบัดแล้วหายไม๊ ก็ไม่หายอ่ะ
แต่รู้แนวทางที่จะใช้ชีวิตให้ดีขึ้น
ปรับตัวเองให้อยู่ในสังคมแบบไม่ทำให้ตัวเองและรอบตัวลำบาก
ยังคงกินยาบ้างอะไรบ้าง
อะไรที่แลทรงแล้วมันกระตุ้นก็หลีกเสีย
ที่ไหนสบายใจก็อยู่ตรงนั้น
การไม่สนใจโลกช่วยไว้ได้หกส่วน
ถามในกรณีที่อาจจะได้เจอเพื่อนที่เป็นครับ
ถ้าไม่ใช้คำว่า "สู้ ๆ" แล้ว จะใช้คำว่าอะไรดีครับ
"ไม่เป็นไรนะ นายยังมีเรา" หรือคำไหนดีครับ
:46:
ก็ขึ้นอยู่ว่าจะเข้าไปยุ่งกับเค้าแค่ไหนปะวิค
คือถ้าสนิทมาก พร้อมจะล่มหัวจมท้ายกับเค้า ก็บอกเลย กูอยู่ตรงเนี้ยอะ บ่นมา ฟังอยู่ หรือไม่ก็ ปะ เจอกัน มึงมาหาไม่งั้นกูไปหา
เมื่อก่อนก็จะทรีตเพื่อนเลเวลนี้เลย หอบผ้ามานอนเลย สี่ห้าวันถ้าจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
พี่เชื่อเรื่องการเจอหน้า เวลาเพื่อนๆ มีปัญหาถ้าทำได้ คือนั่งอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าโทร. โทร. ก็ยังดีกว่าแชตคุย
ทีนี้ ผ่านเวลามาจนเป็นผู้ใหญ่ อะไรบางอย่างทำให้ความรู้สึกแบบใหม่มันเกิดขึ้น คนเรามันปัจเจกอะ
เราเคยเป็นฝ่ายงี่เง่าวิ่งไปหาเพื่อนบางคนอยู่เป็นปีๆ แล้ววันนึงเราก็เข้มแข็ง เพื่อนเหล่านั้นคือเจ้าหนี้ที่เราตามชดใช้
ทุกวันนี้เลี้ยงลูกมัน ฟังมันบ่นเรื่องงี่เง่าแบบไม่มีเงื่อนไข มันคือพันธะอย่างนึง
แต่เราก็พยายามไม่สร้างพันธะใหม่ๆ แล้ว พยายามรักษาระยะของตัวเองกับคนอื่นๆ มากขึ้น
ก็คงไม่รับแขกแบบร้องไห้มากลางดึกบ่อยๆ แล้ว ห้องกูรกด้วยอะไรด้วย
แต่ถ้าอยากบ่นบ้างอะไรบ้าง ยังมีเพื่อนๆ ที่ได้รับสิทธิพิเศษแบบนั้นอยู่ โทร.มาได้ หอบผ้ามาได้เสมอ
ในส่วนที่ดีที่สุดที่จะทำได้ คือทำตัวเองเนี่ย ให้ไม่ต้องวิ่งร้องไห้ไปหาเพื่อนอีก แบบตอนอายุ 20 ซัมติง
ปูนนี้ก็เป็นวัยที่ต้องหยอดน้ำตาเทียมเวลาต้องการล้างตาแล้ว
ทุกวันนี้มีแอ้ให้ระบาย
วีนลูกค้าก็มาเล่าแอ้
วีนเครือญาติก็ว่าเล่าแอ้ :30:
อ้างคำพูดจาก: แอ้ เมื่อ 01 มี.ค. 2016, 11:05 น.
ก็ขึ้นอยู่ว่าจะเข้าไปยุ่งกับเค้าแค่ไหนปะวิค
คือถ้าสนิทมาก พร้อมจะล่มหัวจมท้ายกับเค้า ก็บอกเลย กูอยู่ตรงเนี้ยอะ บ่นมา ฟังอยู่ หรือไม่ก็ ปะ เจอกัน มึงมาหาไม่งั้นกูไปหา
เมื่อก่อนก็จะทรีตเพื่อนเลเวลนี้เลย หอบผ้ามานอนเลย สี่ห้าวันถ้าจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
พี่เชื่อเรื่องการเจอหน้า เวลาเพื่อนๆ มีปัญหาถ้าทำได้ คือนั่งอยู่เป็นเพื่อนดีกว่าโทร. โทร. ก็ยังดีกว่าแชตคุย
ทีนี้ ผ่านเวลามาจนเป็นผู้ใหญ่ อะไรบางอย่างทำให้ความรู้สึกแบบใหม่มันเกิดขึ้น คนเรามันปัจเจกอะ
เราเคยเป็นฝ่ายงี่เง่าวิ่งไปหาเพื่อนบางคนอยู่เป็นปีๆ แล้ววันนึงเราก็เข้มแข็ง เพื่อนเหล่านั้นคือเจ้าหนี้ที่เราตามชดใช้
ทุกวันนี้เลี้ยงลูกมัน ฟังมันบ่นเรื่องงี่เง่าแบบไม่มีเงื่อนไข มันคือพันธะอย่างนึง
แต่เราก็พยายามไม่สร้างพันธะใหม่ๆ แล้ว พยายามรักษาระยะของตัวเองกับคนอื่นๆ มากขึ้น
ก็คงไม่รับแขกแบบร้องไห้มากลางดึกบ่อยๆ แล้ว ห้องกูรกด้วยอะไรด้วย
แต่ถ้าอยากบ่นบ้างอะไรบ้าง ยังมีเพื่อนๆ ที่ได้รับสิทธิพิเศษแบบนั้นอยู่ โทร.มาได้ หอบผ้ามาได้เสมอ
ในส่วนที่ดีที่สุดที่จะทำได้ คือทำตัวเองเนี่ย ให้ไม่ต้องวิ่งร้องไห้ไปหาเพื่อนอีก แบบตอนอายุ 20 ซัมติง
ปูนนี้ก็เป็นวัยที่ต้องหยอดน้ำตาเทียมเวลาต้องการล้างตาแล้ว
ขอบคุณพี่แอ้ฮะ :46:
ซู่ๆ นะ :37a:
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 01 มี.ค. 2016, 11:09 น.
ทุกวันนี้มีแอ้ให้ระบาย
วีนลูกค้าก็มาเล่าแอ้
วีนเครือญาติก็ว่าเล่าแอ้ :30:
ตัวเอง สีดำสว่างนี่มันคือสีอะไรวะ
สีเปลือกหมากสุกคือสีอะไรวะ
เจอจอยบ่นบางทีก็ทำให้รู้สึกว่า เออ งานเรานี่แม่งก็เป็นเหตุเป็นผลดีอยู่แล้วนะ
อดทนทำๆ มันไป :30:
กระจู๋เข้มข้น ขออนุญาตแตกหน่อนะครับ ได้ความรู้ใหม่เติมชีวิตหลายอย่างเลย
อืม . . .
ยังไม่เข้าใจ
ถ้าไม่เข้าใจก็ฟังเฉยๆ
:12:
ที่พี่แอ้ตอบเจ๋งมากเลยนะ
อีกอย่างคือ ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้
ยิ่งสรรหาคำพูดยิ่งทำให้เค้ารู้สึกว่า เออมึงไม่เข้าใจกู
อันนี้ตอบในฐานะที่ ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน
ดีลกับคนไข้จิตเวชนี่ถ้าไม่ใช่แบบจิตเภทบ้าไปเลยนี่ยากมากจริงๆ
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 04 มี.ค. 2016, 13:31 น.
ถ้าไม่เข้าใจก็ฟังเฉยๆ
พี่จอย คือผมหมายถึงไม่เข้าใจในอันนี้อ่ะพี่
อ้างคำพูดจาก: Buob Marley เมื่อ 01 มี.ค. 2016, 15:08 น.
กูฮาก๊ากเลย :30b:
คือไม่เข้าใจว่าอีบวบฮาไร
ขอโทษด้วยครับพี่ :46:
รู้
เล่นมุ๊กกกกก :05:
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 11 มี.ค. 2016, 11:14 น.
รู้
เล่นมุ๊กกกกก :05:
อ้าว นึกว่าจริงจัง
ขอโต้ดดดดด
:30: :30: :30:
พี่วิคซึมเศร้ากันเลยทีเดียว :30:
สู้ๆนะวิค บัย
:39b:
ลบคำพิษในโรคซึมเศร้า เมื่อคำพูดอาจทำร้ายได้มากกว่าที่คิด
http://thematter.co/pulse/stop-harming-depressed-start-healing/8434
via @thematterco
อันนี้ดี
อาการแบบไหน ถึงเรียกโรคซึมเศร้า
แบบ...กำลังประเมินตัวเองอยู่น่ะ :44:
ลองอ่านตั้งแต่หน้าแรกดูจะเข้าใจครับ
แต่ก่อนอื่น โรคซึมเศร้า กับอาการเศร้าซึม มันคนละอย่างกันนะ
ถ้าสงสัยให้พบแพทย์ค่ะ
น่าจะเป็นโรคขี้เหงามากกว่า :43:
เพื่อนหมอเราเคยสอนไว้แหละ
ว่าสิ่งมีชีวิตรวมทั้งมนุษย์มีสัญชาติญาณที่จะนำพาสปีชี่ของเราให้รอดฝังอยู่ในทุกๆ คน
เราจะหดมือหนีถ้ารู้ว่ามันจะเจ็บ เราจะรักตัวกลัวตาย เรา (ส่วนมาก) จะอยากมีลูก มันเป็นเรื่องปกติ
และประมาณว่าระบบต่างๆ ของเราก็ถูกดีไซน์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความปรารถนานี้
ถ้าเมื่อไหร่ ที่เรารู้สึกตรงกันข้าม เช่นอยากจะเจ็บ ไม่อยากจะอยู่ต่อ ต้องเตือนตัวเองว่าเนี่ยคือมีอะไรเกิดขึ้นละ
เราทุกคนถูกดีไซน์ให้เกิดมาเพื่อสู้ยิบตาจนถึงที่สุด (ร่างกายเราทุกส่วนสู้หนักมากกับทุกๆ ผลเสียที่เราทำกับมันนะ)
ถ้าเราเกิดมีใจนึกยอมแพ้ง่ายๆ ให้อนุมานว่า เราอาจจะต้องทบทวนกับตัวเองใหม่
หรือน่าจะลองหาหมอซักนิดนึง ไม่เสียหาย หมอน่ารักทั้งนั้น
นึกภาพพี่แอ้ที่สู้ยิบตา ฆ่าไม่เลี้ยงก็ได้ครับ นั่นแหละชีวิต
ตอนที่แย่หนักๆ มันไม่ได้อยากเจ็บหรืออะไรนะ
ออกแนวไม่แยแสว่าจะเจ็บปวด
ไม่สนใจทุกข์ สนใจสุข
ออกแนวไม่แยแสกับโลก
หมดความสนใจต่อโลกโดยสิ้นเชิง
ทฤษฎีพี่แอ้ เหมือนอยู่ในหนังสือ selfish gene
ยังไม่เคยอ่านอะ ดีมั้ย :25:
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 30 ส.ค. 2016, 17:11 น.
นึกภาพพี่แอ้ที่สู้ยิบตา ฆ่าไม่เลี้ยงก็ได้ครับ นั่นแหละชีวิต
ชีวิตไม่ใช่เรื่องยาก ใครขวางจับฉีกก็หมดเรื่อง :52:
มาแนะนำตัวในฐานะ.. "ผู้ป่วย" อีกคนค่ะ
อ่านไม่ผิดหรอก หาหมอมาสองปีแล้ว
อาการซึมเศร้าของเรามาจากสิ่งที่เรียกว่างาน
ไม่เสร็จไม่กลับ ไม่อยากให้ใครด่าก็ต้อง ทำให้ดีที่สุด
อิ่มเคยทำงานออฟฟิศเดียวกะเรา
จะเคยเห็นเราอัดยาแก้ปวดตอนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ
ผลกระทบมาถึงวันนี้
วันที่เราเป็นไมเกรน
แล้วยาเดิมไม่สามารถแก้ปวดให้เราได้อีกต่อไป
หมอแนะนำให้เลิกคาเฟอีนก่อน
แน่นอนว่า ต้องหยุดทุกอย่างที่มีคาเฟอีน
อันได้แก่ กาแฟ ชา ช็อคโกแลต เป๊บซี่ โค้ก
สภาพตอนนั้นเหมือนคนเลิกยาเลย ปวดหัวมาก
ยาแก้ปวดแบบเดียวกับที่แก้ปวดเก๊าท์ กินไปก็ไม่ช่วยนะ
เป็น 2 อาทิตย์ที่ทรมานมากๆ
เวลาผ่านไป เราแต่งงาน
เราคาดหวังชีวิตหลังแต่งงานยังไง..
ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
เพราะพบว่าตัวตาแว่นเองเป็นคนไม่ค่อยเปลี่ยนอะไร
นางก็กลับบ้านห้าทุ่มเที่ยงคืนเหมือนเดิม
แล้วเรา ต้องนอนสามทุ่มครึ่งเพราะหมอสั่ง
เวลาชีวิตของเราไม่ตรงกัน สามีนอนนอกห้อง เรานอนในห้อง
เราเครียดปวดหัวจนต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่เคยคิดเลยว่า
จะต้องมาแอดมิตเพราะโรคบ้าๆ แบบนี้ได้
เราตัดสินใจคุยกะหมอไมเกรนว่าเราอยากคุยกะจิตแพทย์
หมอก็นัดให้ดิบดี จากวันนั้นถึงวันนี้ก็สองปีแล้ว
หนึ่งปีที่ตัดสินใจออกมาอยู่คอนโดคนเดียว
เพื่อยับยั้งการฆ่าตัวตายของตัวเอง
หลายครั้งที่อยากฆ่าตัวตาย
เพียงเพราะเพื่อนร่วมงานด่าว่า
งานคุณแม่งห่วยแตก ผิดซ้ำซาก
ร้องไห้ไปเหอะไม่มีใครสงสารหรอก
เอาความคาดหวังจากงานของเราไปเทียบกะน้องในแผนก
น้องยังทำงานดีกว่าเราเลย
เราทำงานแบบไม่มีเพื่อนกินข้าวด้วยนะ
อยู่แบบตัวคนเดียวโดยแท้จริง
ทุกวันนี้ก็ยังกินยา วันละสิบกว่าเม็ดทุกวัน
ล่าสุดหมอจิตบอกว่าเรามองโลกในแง่ร้ายด้วย
เอ้าเพิ่มยาโลกสวยไปกินต่ออีก
ทั้งๆ ที่สิ่งแวดล้อมที่ทำงานไม่เป็นใจ
ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นโปรแกรมเมอร์แล้ว เป็นเทสต์เตอร์
แต่มาทำงานทุกวันไม่มีความสุขเลย มันกลัวคนจับผิด
งานเราผิดพลาด เขาก็ด่า พองานเราดีมันก็เสมอตัว
ทีนี้งานมันเยอะกว่าคน มันก็เลยเครียด นอนไม่พอ
จะให้ทำตามที่หมอขอร้องเช่น นอนสามทุ่มครึ่ง กินยาตรงเวลา
ทำงานแล้วเลิกงานตรงเวลา อย่าเอางานกลับมาทำที่บ้าน
ลองแล้วโบนัสหายไป 4 เดือนค่ะ นายด่าอีกด้วยว่าทำไมไม่อยู่ช่วยงาน
มีปัญหากะน้องในแผนกอีก ไอ้ที่เป็นๆอยู่คนในแผนกเข้าใจว่าแกล้งป่วย
เฮ้ย เราต้องเอาใบรับรองแพทย์มาแปะหน้าเลยมั้ยว่าเป็นจริงๆ
คำพูดที่บอกว่าพูดลอยๆแต่จริงๆว่าเราเต็มๆอะมีทุกวันค่ะ บั่นทอนมากๆ
เพราะรู้ว่าตื่นมาทำงานแล้วต้องเจอกับอะไร.. ดาวน์เลยค่ะ
คือไม่อยากตื่นมาเจออะไรอีกแล้ว
โลกนี้ทำไมมันโหดร้ายแบบนี้
ล่าสุดคุยกะหัวหน้า ยังร่ำๆ กะหัวหน้าอยู่เลยว่า
หรือเราต้องเข้ารับการบำบัดจริงจังที่โรงพยาบาลโดยเฉพาะ
เช่น ศรีธัญญา มนารมย์ แต่ก็ต้องมีทุนรองรัง
เพราะคงไม่มีประกันอันไหนที่จ่ายยานอกได้
แต่กวางจะทนทำงานด้วยสภาพจิตแบบนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่นี่แหละ
หรืออาจจะได้โดดตึกไปก่อนก็ไม่รู้แฮะ..
:44: เย้ย!! อ่านเรื่องของกวางแล้ว รู้สึกตัวเองก็เข้าข่ายเหมือนกันนะกับโรคซึมเศร้า แต่ว่ายังดีอยู่หนึ่งอย่างคือ ผมมีระบบอัตโนมัติ
ที่พอเมื่อรู้สึกอึดอัดตรึงเครียดสุดๆ แล้วเจ้าพฤติกรรมของระบบอัตโนมัติจะมาทำการคูลดาวน์ตัวเอง มันจะค่อยๆ เย็นลงเองและในหัวจะ
มีแนวคิดเชิงบวกเข้ามาหักลบ นอยด์ๆ สักวันแล้วอีกวันก็โกออน ยิ่งได้อาหารอร่อยบำบัดนะ หายไวเชียว :30:
ยังไงก็เอาใจช่วย จะด้วยหมอด้วยยาด้วยอะไร ก็ขอให้กวางโอเคขึ้น ไม่มีใครเข้าใจตัวเราเองได้เท่ากับตัวเอง แต่พอตัวเราเองไม่เข้าใจตัวเอง
มันก็ควรจะมีคนอีกคนข้างๆ เรา ที่จะต้องเข้าใจตัวเราแทนเรา อ่านแล้วอย่างงเด้อ ถึงชีวิตจะมีงานเป็นสรณะ แต่ก็อย่าให้งานนำความมรณะมาสู่เรา
เราไม่ใช่เสาหลักค้ำจุนอะไรให้บริษัท เราก็แค่หมุดตะปูตัวเล็กๆ ที่ช่วยยึดเสาหลักกับพื้น ซึ่งหมุดพวกนี้มันมีหลายตัว แตกหักหลุดไปเขาหาใหม่มา
ทดแทนได้ตลอดละครับ :42:
ดีแล้วที่มาระบายที่เก่าๆ แบบนี้ :12:
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 16 พ.ค. 2019, 12:25 น.
ยิ่งได้อาหารอร่อยบำบัดนะ หายไวเชียว :30:
เคยลองแซลมอนเทอราปี เค้กเทอราปี
มันฮีลได้แปปเดียวค่ะ แล้วก็กลับไปดิ่งกับงานต่อ
อ้างคำพูดจาก: คุณชาย ( 737 ) เมื่อ 16 พ.ค. 2019, 12:25 น.
ยังไงก็เอาใจช่วย จะด้วยหมอด้วยยาด้วยอะไร ก็ขอให้กวางโอเคขึ้น ไม่มีใครเข้าใจตัวเราเองได้เท่ากับตัวเอง แต่พอตัวเราเองไม่เข้าใจตัวเอง
มันก็ควรจะมีคนอีกคนข้างๆ เรา ที่จะต้องเข้าใจตัวเราแทนเรา อ่านแล้วอย่างงเด้อ ถึงชีวิตจะมีงานเป็นสรณะ แต่ก็อย่าให้งานนำความมรณะมาสู่เรา
เราไม่ใช่เสาหลักค้ำจุนอะไรให้บริษัท เราก็แค่หมุดตะปูตัวเล็กๆ ที่ช่วยยึดเสาหลักกับพื้น ซึ่งหมุดพวกนี้มันมีหลายตัว แตกหักหลุดไปเขาหาใหม่มา
ทดแทนได้ตลอดละครับ :42:
ตอนนี้ก็หางานใหม่อยุ่ค่ะ
ส่วนมากจะมาจาก linkedin แนะนำ
และสัมภาษณ์อังกฤษ
จากตะก่อนที่เราเคยกลัวมันมากๆ
ตอนนี้เราสามารถพูดได้แล้ว
และก็ดูเหมือนว่ามันจะไปได้สวย
แต่พอเราบอกไปว่า
เออเราก็ไม่อยากโกหกนะ
เพราะเราก็ไม่อยากโกหกใครว่าทำไมเราป่วยบ่อย
ว่าเรามีโรคประจำตัวอยุ่ นี้ๆๆ
และอยุ่ในระหว่างการรักษา
มันกลับได้ฟีดแบคหลายๆอย่างกลับมา
แน่นอนว่าเราบอกเรื่องนี้ในตอนสุดท้ายที่คุยกัน
อีกคนดูโอเคและให้โอกาส
อีกคนเราสัมผัสได้ด้วยสายตาว่า กรุณาไปให้พ้นๆ
ไม่ว่าใครก็อยากได้คนที่ร้อยเปอร์เซ็นเข้าทีม
เหมือนตอนเราเลือกซื้อผักผลไม้
เราก็อยากเลือกไอ้ที่มันไม่เน่าหน้าตาน่ากินมาเป็นของเรา
มันก็เหมือนกันนั่นล่ะ
แค่ตอนนี้ฉันเป็นผักหรือผลไม้ที่บอบช้ำเกินไปหน่อย
จะให้กลับมาไม่ช้ำอีกก็คงอีกนานล่ะมั้ง
หรือจะมีใครเห็นประโยชน์จากเรา
เอาไปทำอาหารแปรรูปแทน มันก็คงจะดี
แค่ตอนนี้เรายังไม่เห็นทางนั้นเท่านั้นเอง
คนเราก็ต่างมีตำหนิด้วยกันทั้งนั้นครับ ตัวเรารับตำหนิของเราได้ก็ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ส่วนอีกครึ่งก็คงต้องลองค้นหา
รอคอย หรือ จู่ๆ มันอาจจะมีอีกครึ่งที่เข้าใจในตำหนิของเราเข้ามาเอง โอกาสยังเป็นของผู้ที่ยังแสวงหาเสมอ :12:
สภาพแวดล้อมสำคัญมากจริงๆ ครับ จากที่อ่าน เปลี่ยนงานอาจช่วยได้มาก
ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงินมาก เพราะเปลี่ยนงานรายได้ลดลงมาก
ก็ต้องปรับตัวอีก ซึ่งก็อาจส่งผลต่างๆ มาอีกมากมาย กลายเป็นเครียดเรื่องเงินแทน
ไม่รู้ผมโชคดีหรือโชคร้ายที่โตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีนัก (เพื่อนๆ สมัยเรียน)
เป็นไมเกรนมาตั้งแต่ ม.ต้น มาดีขึ้นตอนเข้ามหาลัย เริ่มแข็งแกร่งขึ้น
แฟนคนล่าสุดก็เป็นโรคซึมเศร้า ทุกวันนี้นางสตรองค์มาก
หลายคนบอกเพราะได้เราเข้าไปทำให้ชีวิตนางเปลี่ยนไป
เข้าใจว่าการจะเปลี่ยนความคิดมันยาก ไม่งั้นคงไม่ป่วยเป็นโรคนี้
เพราะงั้นคงต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมก่อน แล้วค่อยๆ ปรับไมด์เซ็ทตัวเองใหม่
สู้ๆ นะครับ เป็นกำลังใจให้
สำหรับผม ยังเชื่อว่า โค้ก และ แซลมอน ยังช่วยเยียวยาได้ ฮ่าๆๆ
กินแซลมอนผสมโค้กเหรอ...
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 26 พ.ค. 2019, 09:07 น.
กินแซลมอนผสมโค้กเหรอ...
อะไรก่อนหลัง ก็ไปผสมกันในท้องอยู่ดี
กวาง ไม่ได้คุยกันนาน อยู่แถวไหนเนี่ยเผื่อนัดเจอกินข้าวกัน
เผื่อเวลาเราไม่ติดอบรม :56:
อ้างคำพูดจาก: psyfer เมื่อ 03 มิ.ย. 2019, 14:24 น.
กวาง ไม่ได้คุยกันนาน อยู่แถวไหนเนี่ยเผื่อนัดเจอกินข้าวกัน
เผื่อเวลาเราไม่ติดอบรม :56:
อยู่นนท์ค่ะเจ๊จอย ติดรถไฟฟ้าสีม่วงค่ะ mrt ศูนย์ราชการนนท์